ที่มา ข่าวสด
คอลัมน์ เหล็กใน
สมิงสามผลัด
เคยมีคนเตือนไว้ว่า "ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ยุติธรรม"
แต่คำเตือนนี้ไม่มีผลเลยสำหรับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
การที่คนเสื้อแดงหลายร้อยคนยังถูกจองจำอยู่ในเรือนจำเป็นเวลานาน 7-8 เดือนแล้ว
ตอกย้ำประเด็นนี้ได้ดี
การออกมาทวงความยุติธรรมของญาติพี่น้องที่โดนจับขังคุกยังมีให้เห็นกันต่อเนื่อง
เป็นข่าวให้เห็นกันตลอด โดยเฉพาะในภาคอีสาน
เมียออกมาวิงวอนให้ปล่อยผัวออกจากคุก
ลูกน้อยเรียกร้องให้ทางการให้ประกันตัวพ่อ
ที่สำคัญถึงตอนนี้คดีความที่กรมสอบสวนคดีพิเศษก็ไม่ได้คืบหน้าไปถึงไหน
ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้ที่ถูกจองจำส่วนใหญ่กระทำ ผิดจริง
หรือพูดกันง่ายๆ คือมี "ผู้บริสุทธิ์" ติดหลังแหไปด้วย
ไม่ติดหลังแหเปล่าๆ
แต่ติดคุกจริงๆ นาน 7-8 เดือน
ไม่รู้ว่านายอภิสิทธิ์รู้สึกอย่างไรกับบุคคลเหล่านี้
เห็นอกเห็นใจหรือเปล่า หรือว่ายังมองคนเหล่านี้เป็นศัตรูการเมือง
นอกจากเหยื่อเสื้อแดงที่ถูกขังลืมแล้ว
ยังมีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมทั้งที่สี่แยก คอกวัว-ราชประสงค์ที่ทุกวันนี้ยังถูกละเลย
ขอย้ำว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้บาดเจ็บกว่า 2 พันคน !
ส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการเยียวยา ไม่ได้รับการเหลียวแล
ทั้งที่คนเหล่านี้ตกเป็นเหยื่อพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ
ตกเป็นเหยื่อคำสั่งปราบปรามของรัฐบาล
บางคนทุพพลภาพ พิการจนไม่อาจทำมาหากินเลี้ยงดูครอบครัวได้
เงินชดเชยบรรเทาทุกข์ยังไม่ถึงมือ
ทำให้รู้สึกว่าเป็นพลเมืองชั้น 2
ความล่าช้าในการให้ประกันตัวเสื้อแดงหลายร้อยคนที่ถูกขังลืม หรือการเยียวยาผู้บาดเจ็บจากเหตุสลายม็อบ
สะท้อนความไม่ยุติธรรมเป็นอย่างดี
หากจะรวมไปถึงแกนนำนปช.หลายสิบคนที่ยังโดนจองจำในคุกด้วย
ก็ยิ่งตอกย้ำไปถึงความ 2 มาตรฐานของรัฐบาลเข้าไปอีก
นปช.โดนคดีก่อการร้ายถูกจับยัดเรือนจำ ห้ามประกันตัว
เพราะกลัวว่าจะหวนกลับไปก่อม็อบ สร้างความวุ่นวายอีก
พธม.โดนจับคดีเดียวกัน ไม่ต้องติดคุก เพราะได้ประกันตัวทั้งหมด
ซึ่งแกนนำเหล่านี้ก็ก่อม็อบปิดถนนยั่วยุสงครามอยู่ในขณะนี้
ม็อบเสื้อแดงมากันเป็นแสนพรึ่บราชประสงค์ เรียกร้องให้ยุบสภา กลับโดนบุกสลาย
ม็อบเหลืองมาแค่หลักร้อย ไล่นายกฯ ไล่รัฐบาล กลับปล่อยให้ปิดถนนไปเรื่อยๆ
2 มาตรฐานได้ใจ
สมกับฉายา "หล่อหลักลอย" จริงๆ
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Friday, February 18, 2011
ยุติธรรมล่าช้า
ปัญหาจริงของประเทศไทยที่ต้องแก้ไข โดยธงชัย วินิจจะกุล
ที่มา thaifreenews
โดย prainn
ศ.ดร.ธงชัย วินิจจะกูล อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์
มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน ประเทศสหรัฐอเมริกา
จากงานเสวนาวิชาการ "รัฐศาสตร์ภาคประชาชน ครั้งที่ 1"
หัวข้อ "ฝ่าวิกฤตชายแดนไทย-เขมร"
ณ ห้องประชุมมาลัยหุวนันท์ ตึก 3 คณะรัฐศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วันพฤหัสบดีที่ 17 กุมภาพันธ์ 2554


ยุทธศาสตร์ใหม่ของ บก.ลายจุด
ที่มา thaifreenews
โดย ice angel
ได้ยินข่าวแว่วๆ ว่าบก.ลายจุดจะเริ่มปฏิบัติการณ์แล้วคะ
1.นัดคนเสื้อแดงไปกินข้าวพร้อมๆ กันในห้าง
โดยให้ใส่เสื้อแดง
2 เปลี่ยนสภากาแฟ เป็นปฏิบัติการณ์ โดยใช้บ้านหรือสถานที่เป็นที่นัดหมาย
ที่แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกัน เราต้องยกระดับมวลชนเป็นผู้ปฏิบัติงาน
โดยเปลี่ยนสภากาแฟ เป็นกลุ่มปฏิบัติการณ์ คือแทนที่จะรวมกลุ่มกันเล่นๆ
ทำเป็นกลุ่มศึกษา พัฒนาคนเสื้อแดงในเชิงลึกศึกษาเรื่องประชาธิปไตย
แบ่งปันเอกสารมานั่งคุยนั่งวิเคราะห์ เราต้องเรียนกันแล้วครับ
วิธีการที่จะชนะครั้งนี้คุณภาพเท่านั้น ไม่ใช่ปริมาณ
Re:
เอาชาวบ้านมาฝึกความคิด ไม่ใช่ฝึกอาวุธ
คุณต้องมีเหตุมากกว่าคนอื่น มีความคิดมีข้อมูล
ดังนั้นเสื้อแดงต้องฝึกพื้นที่การต่อสู้จริงๆ ไม่ใช่ถนน
พื้นที่การต่อสู้อยู่ในระบบคิด อยู่ในสมอง ท่านต้องกล้า
เผชิญหน้าคิดต่างกับท่าน ท่านต้องฝึกความคิดจนแข็งแกร่ง
มีข้อมูลที่ดี มีเหตุผลไม่ใช่อารมณ์และชนะใจเขาได้
ดังนั้นเขาจะกลายมาเป็นเสื้อแดง ท่านต้องจัดระบบ
ทำเป็นแกนนอน คือท่านรวมกลุ่มอย่าเลือกใหญ่
อาจเลือกที่ 5-10 และรวมกลุ่ม สร้างความสัมพันธ์ลิงค์กัน
ในฉันมิตร ไม่มีใครใหญ่กว่าใคร เราทุกคนเป็นเสรีชน เราเป็นนายแห่งตน
Re:
ภาระกิจ คือเปลี่ยนสภากาแฟ เป็นฝ่ายปฏิบัติการณ์กลุ่มแกนนอน
และภาระกิจคือ ท่านต้องขยายมวลชน โดยเพิ่มมวลชนแต่ละอาทิตย์
ท่านต้องคิดว่าขยายมวลชนอย่างไร ไม่ต้องทำเยอะทำเ่ท่าที่ท่านทำได้
ขยายในแนวลึกแล้ว ฝึกฝนความมีวินัยกันแล้ว
ในแนวกว้างถ้ามีการรวมกลุ่มครั้งใหญ่ ท่านต้องสนับสนุน และถ้า
กลุ่มใหญ่หน่อยท่านก็จะ ต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการประชุม
เช่นกลุ่มท่านทำอะไร เราต้องพัฒนาตนเองแบบนี้
ผมไม่รู้ว่าเราจะชนะอย่างไร แต่ถ้าเราทำแบบนี้เราปิดประตูแพ้
Re:
ผมจะทำโรงเรียนแกนนอน
ด้วยการนำมวลชนให้เป็นผู้ปฏิบัติงาน
เปลี่ยนสภากาแฟ เป็นสภาปฏิบัติการณ์
เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ
ผมจะเขียนบทความ และทำรายการในทีวี
ถ่ายทอดในช่องเอเชียอัพเดท
ขอบคุณครับ
ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย วันที่ 18/02/54
ที่มา thaifreenews
โดย blablabla
ใช้มารยา เกี่ยวก้อย แล้วสอยเพื่อน
หวังบิดเบือน ด้วยเล่ห์ สุดเฉไฉ
มันสั่งปราบ สั่งล่า ฆ่าคนไทย
ยังเส้นใหญ่ หยิ่งผยอง ลำพองตน....
หลอกสาวก ให้เฮฮา ประสาโง่
แล้วอวดโอ้ ว่าเก่งกาจ ฉลาดล้น
เอาคำพูด จูงจมูก ผูกเวียนวน
ให้เรียกคน หรือควาย ช่วยบอกที....
เอาความดี ใส่ตัว ชั่วให้เพื่อน
พูดเลอะเลือน ตอแหล แส่โน่นนี่
ใช้เล่ห์เหลี่ยม สับปลับ แสนอัปรีย์
หวังย่ำยี คู่แข่ง แล้วแย่งไป....
หลงอำนาจ วาสนา จนหน้ามืด
ลมกำพืด แสนเลว สุดเหลวไหล
เคยสำรอก วาจา ว่าอย่างไร
จำไม่ได้ ซะงั้น เพราะมันเลว....
แล้วแก้กฎ กติกา อย่างหน้าด้าน
ทำงุ่นง่าน งุ๊งงิ๊ง จนดิ่งเหว
เพราะคำพูด สุดจัญไร ดั่งไฟเปลว
จึงแหลกเหลว นิติบัญญัติ ขัดคุณธรรม....
ยามเมื่อนักการเมือง เรืองอำนาจ
ความอุบาทว์ หลอนหลอก คอยตอกย้ำ
คงเหลือแต่ ประชาชน ทนรับกรรม
ที่พวกระยำ ก่อไว้ ให้พวกเรา....
๓ บลา / สวัสดีวันมาฆบูชาครับ
http://3blabla.blogspot.com
วันศุกร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
กรุงเทพฯ: ศูนย์กลางความขัดแย้ง
ที่มา ประชาไท
นักปรัชญาชายขอบ
กรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นเพียงศูนย์กลางอำนาจรัฐ แต่กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางของอำนาจทุกอย่าง ทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ฯลฯ โดยที่อำนาจทั้งหมดนั้นมีลักษณะรวมศูนย์อยู่ที่ “เสียง”
ไม่ได้หมายความว่ากรุงเทพฯ คือ “เสียงส่วนใหญ่” หรือเป็นตัวแทนของเสียงส่วนใหญ่ของคนในประเทศนะครับ แต่กรุงเทพฯ คือ “เสียงที่ดังกว่า” แต่เสียงที่ดังกว่าก็ไม่ได้หมายความอีกนั่นแหละว่าเป็นเสียงที่มีเหตุผลดีกว่า เที่ยงตรงกว่า ชอบธรรมมากกว่า เพียงแต่ว่าเป็นเสียงที่มีโอกาสส่งผ่านหรือสะท้อนผ่านสื่อต่างๆ มากกว่า แล้วก็มีวัฒนธรรมของการขยันแข่งกัน “ส่งเสียง” อยู่ตลอดเวลา
เสียงที่ดังกว่าดังกล่าวมันมีฐานอำนาจรัฐ อำนาจทุน อำนาจจารีต อำนาจทางศีลธรรม การศึกษา อำนาจในฐานะเจ้าของสื่อ ความได้เปรียบในการเข้าถึงสื่อ ฯลฯ รองรับอยู่อย่างหนาแน่น
แต่ระยะเวลากว่า 5 ปี มานี้ เสียงของคนต่างจังหวัด คนชนบท คนสามจังหวัดภาคใต้ คนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา คนชั้นล่าง คนกลุ่มน้อย คนชายขอบของสังคม การเมือง เศรษฐกิจ คนชายขอบของคนชั้นกลางในเมืองและของสื่อ เริ่มดังแทรกขึ้นมามากขึ้นๆ ในสื่อทีวีดาวเทียม เคเบิลทีวี สื่อออนไลน์ ฯลฯ
ในขณะที่สื่อฟรีทีวี หนังสือพิมพ์ นิตยสารยักษ์ใหญ่ในประเทศยังเป็นกระบอกเสียงของ “เสียงที่ดังกว่า” อย่างคงเส้นคงวา!
เสียงที่ดังแทรกขึ้นเรื่อยๆ นั้นกำลังตะโกนบอกว่า เสียงที่ดังกว่าของกรุงเทพฯ คือ “เสียงแห่งความขัดแย้ง” พวกคุณคือ “ศูนย์กลางของความขัดแย้ง” เพราะมันคือเสียงแห่งคำพิพากษาตัดสินทุกเรื่องต่อเพื่อนมนุษย์และบรรทัดฐานทางสังคม-การเมืองทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ เช่น โง่-ฉลาด ถูก-ผิด ดี-ชั่ว รัก-ไม่รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เอา-ไม่เอารัฐบาลที่ประชาชนส่วนใหญ่เลือกมาแล้ว แก้-ไม่แก้รัฐธรรมนูญ เอา-ไม่เอา “การเลือกตั้ง” กระทั่งเอา-ไม่เอาสงครามกับประเทศเพื่อนบ้าน ฯลฯ

แฟ้มภาพประชาไท
แต่ “เสียงที่ดังกว่า” หาได้เข้าใจว่าพวกเขาคือศูนย์กลางของความขัดแย้งไม่ พวกเขายังดันทุรังว่า พวกเขาคือผู้ทรงภูมิปัญญา ทรงศีลธรรม ทรงไว้ซึ่งความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มีหน้าที่ช่วยให้เพื่อนร่วมชาติหายโง่ตลอดไป
ประชาชนส่วนใหญ่ที่เลือกรัฐบาลที่มีนโยบายที่พวกเขาเห็นว่าเป็นประโยชน์ ต้องสูญเสียโอกาสที่จะขับเคลื่อนให้รัฐบาลที่พวกเขาเลือกให้ทำประโยชน์แก่พวกเขามากขึ้นๆ วิถีชีวิตของผู้คนตามแนวชายแดนขาดอิสรภาพที่จะดูแลตนเอง ไม่มีอำนาจที่จะไม่เอาสงคราม
เสียงที่ดังกว่า (แม้ว่าเป็นเสียงส่วนน้อย) บอกไม่เอารัฐบาลที่ประชาชนเลือก หรือบอกว่าไม่ต้องเลือกตั้ง หรือบอกว่าต้องรบกับเพื่อนบ้าน ดูเหมือนว่ามันง่ายกว่าที่ฝ่ายผู้ใช้อำนาจรัฐหรือกลไกอำนาจรัฐต้องทำตาม แต่เสียงของประชาชนส่วนใหญ่ที่ออกมาขอการเลือกตั้ง บอกว่าไม่เอาสงคราม ดูเหมือนว่า “ผู้ใช้อำนาจ” (ไม่ใช่เจ้าของอำนาจ) ไม่เคยได้ยิน
แต่ “ผู้ใช้อำนาจ” ไม่ได้ยินเสียงของคนส่วนใหญ่ ยังพอเข้าใจได้ว่านั่นเป็นอาการ “บ้าอำนาจระยะสุดท้าย” แต่สื่อฟรีทีวี หนังสือพิมพ์ นิตยสารยักษ์ใหญ่ ที่ไม่ได้ยินแถมยังทำตัวเป็นหางเครื่องของพวกบ้าอำนาจระยะสุดท้ายนี่สิ เป็นพฤติกรรมที่ยากจะเข้าใจได้จริงๆ!
เห็นไหมครับ “เสียงที่ดังกว่า” (เช่น หมอประเวศ วะสี) บอกว่าต้องทำ “แผนที่คน” ต้องยกย่องความรู้ในตัวคนมากกว่าความรู้ในตำรา การยกย่องความรู้ในตัวคนจะทำให้ทุกคนมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมและเคารพกันและกันมากขึ้น
อ้าว! แล้วทำไมคุณมองไม่เห็นว่า “ประชาธิปไตย” ก็มีอยู่ “ในตัวคน” ทีเสื้อเหลืองมาชุมนุมไล่รัฐบาลที่ประชาชนส่วนใหญ่เลือกคุณยกย่องว่านั่นเป็นปรากฏการณ์ “มหาวิทยาลัยมัฆวาน” เป็นมหาวิทยาลัยที่สอนประชาธิปไตยภาคประชาชนแก่สังคมที่ดีที่สุด
แต่ทีคนเสื้อแดงมาชุมนุมไล่อำมาตย์ ไม่เอาอำนาจเผด็จการจารีต คุณกลับบอกว่ามาเพราะจน ถูกหลอกมา ถูกซื้อ ถูกจ้าง ฯลฯ แล้วคุณก็อาสามาปฏิรูปประเทศเพื่อแก้ปัญหาความไม่เป็นธรรม แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำให้พวกเขา (จะได้ไม่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย?)
แต่จะแก้ปัญหาความไม่เป็นธรรม แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำให้พวกเขาได้อย่างไรครับ ในเมื่อคุณไม่เคยสนทนาปราศรัยกับพวกเขาในฐานะมนุษย์ที่เท่าเทียมเลย คุณมองพวกเขาในฐานะเป็นคนเหมือนคุณไหม เห็นประชาธิปไตยในคนอย่างพวกเขาไหม แล้วเหตุใดจนป่านนี้คุณไม่เคยวิพากษ์ฝ่ายที่ก่อตั้ง “มหาวิทยาลัยมัฆวาน” เลย
พูดก็พูดเถอะ เสียงที่ดังกว่าบางส่วนก็ไม่ใช่ฝ่ายอนุรักษ์นิยม เคยยกย่องประชาธิปไตยชุมชน เรียกร้องให้ประชาชนมีอิสระในการปกครองตนเอง แต่ดันบอกว่าการเลือกตั้งไม่ใช่ทางแก้ปัญหา ไม่วิจารณ์พวกเดียวกันที่กดดันให้รัฐบาลรบกับเพื่อนบ้าน ไม่เรียกร้องให้รัฐฟังเสียงของชาวบ้านที่เดือดร้อนตามแนวชาวแดนที่ตะโกนจนเสียงแหบแห้งอ่อนระโหยว่า “ไม่เอาสงคราม!!!”
เห็นไหมครับ “เสียงที่ดังกว่า” ของกรุงเทพฯ ไม่ว่าเสียงของราษฎรอาวุโส สื่อกระแสหลัก นักวิชาการดารา ม็อบผูกขาดความรักชาติ ผูกขาดความสูงส่งทางปัญญาและศีลธรรม เอาเข้าจริงพวกเขาก็ได้แต่เทศนา และพิพากษาตัดสินประชาชนส่วนใหญ่ พวกเขาไม่เคยสัมผัสปัญหาจริงๆ ไม่รู้สึกรู้สาต่อความเดือดร้อนของชาวบ้านจริงๆ ความสามารถจริงๆ ที่พวกเขามีคือ ความสามารถสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งแตกแยกที่ไม่มีวันสิ้นสุด!
ปากก็ว่าประชาธิปไตยต้องมีจริยธรรม ประชาชนต้องมีศักดิ์ศรี ต้องมีอิสระปกครองตนเอง แต่มองไม่เห็น “ประชาธิปไตยในตัวคน” ไม่เคารพเจตจำนงของประชาชนที่ต้องการการเลือกตั้งและประชาธิปไตย และไม่ได้ยินเสียงเรียกร้องของประชาชนที่เดือดร้อนตามแนวชายแดนที่ปฏิเสธสงคราม
เสียงที่ดังกว่าของกรุงเทพฯ จึงเป็นมาเฟียประชาธิปไตย เป็นศูนย์กลางของความขัดแย้ง และสร้างเงื่อนไขความเดือดร้อนแก่ประชาชนทุกภูมิภาค!
คลิปวีดีโอ:“สันติภาพไร้พรมแดน หยุดสงครามไทย-กัมพูชา”
ที่มา ประชาไท
16 ก.พ.54 เวลา 17.00 น. ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถนนราชดำเนิน กลุ่มนักศึกษาและนักกิจกรรมทางสังคม ร่วมกันจัดงานดนตรี “สันติภาพไร้พรมแดน หยุดสงครามไทย-กัมพูชา” โดยกลุ่มดังกล่าวประกอบไปด้วย กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย, กลุ่มประชาคมจุฬาฯ เพื่อประชาชน, กลุ่มสลึง มหาวิทยาลัยมหิดล, ชมรมอนุรักษ์ฯ มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, กลุ่มประกายไฟ, กลุ่ม FAN (Friend for Activist Network), สถาบันต้นกล้า, กลุ่มรองเท้าแตะและกลุ่มไม่เอาสงคราม ต้องการสันติภาพ
กิจกรรมมีการจัดแสดงภาพถ่ายผลกระทบจากการสู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และการรณรงค์ยุติสงคราม มีการแสดงดนตรี ขับร้องเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสงครามและสันติภาพ สลับกับการพูดคุย การอ่านบทกวี และการแสดงละครโดยกลุ่มประกายไฟการละคร
ที่นี่ความจริงจาก3อาจารย์สาว:อียิปต์โมเดล
ที่มา Thai E-News
ที่นี่ความจริงกับ3อาจารย์นักวิชาการสาว:อียิปต์โมเดล ช่วง1
อียิปต์โมเดล: คนเสื้อแดงมองดูพี่น้องพี่น้องอียิปต์เป็นตัวอย่างด้วยความชื่นชม...ประชาชน เข้าร่วมอย่างเป็นเอกภาพ สหภาพแรงงานร่วมเรียกร้องประชาธิปไตยเต็มตัว ขณะแนวรบบนอินเทอร์เนตเชื่อมโยงทั้งประเด็นการต่อสู้และจังหวะก้าวต่อสู้ อย่างมีประสิทธิภาพ...
3อาจารย์นักวิขาการสาว อ.ตุ้ม-อ.จา-อ.หวาน ชวนพี่น้องประชาชนเร่งพัฒนาตนเอง เพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสาร นอกจากทีวีดาวเทียม ต้องใช้เครือข่ายบนเน็ต Facebook และ Twitter ให้เป็น
ช่วง2
ช่วง3
ช่วง4
สันติประชาธรรมเชิญลงชื่อเรียกร้องสันติภาพไทย-กัมพูชา แดงยุโรปจัดงานหมั้นหนุ่มไทย+สาวขแมร์
ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
18 กุมภาพันธ์ 2554
ขอเชิญชวนทุกท่านที่รักสันติภาพ และต้องการให้ใช้แนวสันติวิธีแก้ปัญหาชายแดนไทย-เขมร ร่วมลงชื่อในแถลงการณ์ที่นำเสนอโดยกลุ่มสันติประชาธรรมที่ http://www.petitiononline.com/sc2011/petition-sign.html
The Santi-prachatham Announcement on Peace not War between Thailand and Cambodia
5 February 2011
The Santi-prachatham group, consisting of professors, academics, and members of the public, who have a strong commitment to democracy and peace for Southeast Asia and the ASEAN Community, urgently request all parties involved to bear in mind the following considerations.
1. We urge the armed forces on both sides immediately to exercise patience and restraint, to preserve the lives and property of the people and the armed forces on both sides.
2. We urge the mutual withdrawal of armed forces from disputed areas as quickly as possible, in order to diminish tension and confrontations between those responsible for both countries' border security.
3. We urge both sides to cease the movement of armed forces into other areas under dispute, in order to prevent the spread of clashes elsewhere along the border.
4. We urge that the border disputes, especially those related to the Preah Vihear and its surroundings, be solved by bilateral negotiations, through the Joint Boundary Commission set up by the terms of the MOU of June 14, 2000.
5. We urge all sides to stand firm on the principle of ahimsa: non-violence, and to stop using the border problem for domestic and international political purposes, since this path will increasingly lead to a war that will be difficult to bring to an end.
แถลงการณ์สันติประชาธรรม
5 กุมภาพันธ์ 2554
จากสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัดศรีสะเกษ บริเวณปราสาทพระวิหารและพื้นที่ใกล้เคียง จนก่อให้เกิดความสูญเสียทางทหารและพลเรือนตามแนวชายแดนของทั้งสองฝ่ายเมื่อ วันที่ 4-5 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ผ่านมานั้น
ทางกลุ่มสันติประชาธรรม ซึ่งเป็นกลุ่มคณาจารย์ นักวิชาการ และบุคคลทั่วไป ผู้มีความปรารถนาดีต่อประเทศชาติและสันติสุขของภูมิภาคอุษาคเนย์และอาเซียน ใคร่ขอวิงวอนให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาข้อเสนอดังต่อไปนี้
1. ขอให้กองกำลังของทั้งสองประเทศใช้ขันติธรรม และความอดกลั้น ยุติการสู้รบโดยทันที ทั้งนี้เพื่อรักษาไว้ซึ่งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและกองทัพตามชายแดนของ ทั้งสองฝ่าย
2. ขอให้ถอนกำลังทหารของทั้งสองฝ่ายออกจากพื้นที่พิพาทอย่างเร่งด่วน เพื่อลดการเผชิญหน้าทางทหารตามชายแดนระหว่างกัน
3. ขอให้ยุติเคลื่อนกำลังทหารเข้าไปยังจุดพิพาทอื่นๆ ที่ยังคงเป็นปัญหากันอยู่ เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะมิให้ขยายตัวออกไปยังจุดอื่นๆตามแนวชายแดน
4. ขอให้เร่งรัดการแก้ไขปัญหาพิพาทเรื่องเขตแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่พิพาทบริเวณปราสาทพระวิหาร โดยผ่านกลไกการเจรจาทวิภาคีซึ่งมีอยู่แล้ว อันได้แก่คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมซึ่งได้จัดตั้งตามบันทึกความเข้าใจแห่งราช อาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2543
5. ขอให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในหลักการแห่งอหิงสา ยุติการนำประเด็นความขัดแย้งเรื่องเขตแดนมาแสวงหาประโยชน์ทางการเมือง ไม่ว่าการเมืองภายในประเทศ หรือการเมืองระหว่างประเทศ อันจะทำให้ปัญหาบานปลายกลายเป็นชนวนสงครามที่ยากจะหาทางยุติลงได้
Sincerely,
ขอเชิญร่วมลงชื่อ http://www.petitiononline.com/sc2011/petition-sign.html
เสื้อแดงยุโรปจัดงานหมั้นหนุ่มไทย+สาวขแมร์ ชุมนุมMake love ,not war

27 กุมภาพันธ์ นปช.เสื้อแดงไทยอียูจัดชุมนุมพิเศษต่อต้านสงครามและส่งเสริมมิตรภาพไทย-กัมพูชา พิธีหมั้นหนุ่มไทย+สาวขแมร์ กลางกรุงปารีส พลิกแนวรบให้พบสันติด้วยความรัก ระหว่างประชาชนสองแผ่นดินไทย-กัมพูชา รัฐบาลโง่เขลาเร้าเพลงรบ แต่ประชาชนสองฟากฝั่งชายแดนไม่เคยต้องการสภาวะสงคราม
พวกเราต้องการสันติภาพและความรัก การยอมรับกันและกัน
The United Front for Democracy Against Dictatorship Thai of Europe (UDD Thai of Eu)
แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งสหภาพยุโรป หรือ นปช.เสื้อแดงไทยในอียู ส่งเสริมสนับสนุนสันติภาพประชาชนด้วยงานชุมนุม และพิธีหมั้นหมายระหว่างหนุ่มเสื้อแดงไทยในยุโรปกับ สาวชาวกัมพูชาในวันที่ 27 Feb 2011 งานเริ่ม 14.oo -17.00 น.
ฉะนั้นจึงขอเชิญมิตรแดงทุกท่านมาร่วมชุมนุมและแสดงพลังสันติด้วยความยินดี คนเสื้อแดงฝ่ายปารีสเป็นเจ้าภาพฝ่ายชาย และเยอรมันเป็นเจ้าภาพฝ่ายเจ้าสาว
สถานที่นัดชุมนุม me'troสาย2 Alexandre Dumas, 177Rue de ChaRonne Paris สอบถามรายละเอียด
ติดต่อ 0033 667 099 103 และ 0033 611 902 708
นิติธรรมร่ำไห้ แม้ศาลอุทธรณ์ชี้ขาดไม่มีโทษติดตัว แต่ไม่ให้ประกัน ไม่ปรานี คดีประหลาดดา ตอร์ปิโด
ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
17 กุมภาพันธ์ 2554
นายประเวศ ประภานุกูล ทนายความของดา ตอร์ปิโด-น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล เปิดเผยว่า วันนี้พี่ชายดา ตอร์ปิโด(นายกิตติชัย ชาญเชิงศิลปกุล)ได้ไปยื่นคำร้องขอประกันตัวดา โดยใช้หลักประกันเป็นเงินสด 1,000,000 บาท(จากการช่วยเหลือของผู้บริจาคที่เห็นแก่มนุษยธรรม)
นายกมล คำเพ็ญ ผู้พิพากษาศาลอาญามีคำสั่งว่า "พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ความผิดตามฟ้องมีอัตราโทษสูง ตามพฤติการณ์แห่งคดีและลักษณะการกระทำนำมาซึ่งความเสื่อมเสียสู่สถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เทิดทูนและเคารพสักการะ ประกอบกับศาลอาญาและศาลอุทธรณ์เคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมาแล้วทุกครั้งโดยให้เหตุผลไว้ชัดแจ้ง ในชั้นนี้เห็นว่าหากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยอาจหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง แจ้งคำสั่งศาลให้จำเลยและผู้ขอประกันทราบ"
นายประเวศเปิดเผยว่า ผมจะอุทธรณ์คำสั่ง โดยมีเวลาอุทธรณ์ภายใน 1 เดือน
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่9ก.พ.ศาลอุทธรณ์ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณณ์ที่พนักงานอัยการเป็นโจกย์ยื่นฟ้องน.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ในข้อหาดูหมิ่นและหมิ่นประมาท องค์พระมหากษัตริย์ พระราชชินี หรือองค์รัชทายาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยในคดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำคุกจำเลยเป็นเวลา 18 ปี ต่อมาจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรมรนูญวินิจฉัย ว่าการที่่ศาลชั้นต้น สั่งพิจารณาคดีลับตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 177 โดยไม่รอการพิจารณาพิพากษาไว้ก่อน เมื่่อจำเลยขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ป.วิอาญา มาตรา 177 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า การวินิจฉัยว่ากฎหมายใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญเป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งกรณีที่ว่าป.วิอาญา มาตรา 177 ขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็ไม่เคยมีคำวินิจฉัยของรัฐธรรมนูญมาก่อน จึงมีคำสั่งให้ส่งศาลรัธรรมนูญวินิจฉัยกฎหมายดังกล่าว ส่วนที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยนั้น ให้ยก โดยให้รอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้วให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่แล้วแต่กรณี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาในคดีดังกล่าวนี้แล้ว ทำให้จำเลยไม่มีโทษจำคุกติดตัวในคดีนี้ ซึ่งหากจำเลยจะต้องการประกันตัวจะต้องยื่นหลักทรัพย์เพื่อประกันตัวใหม่ ส่วนจะได้รับการปล่อยตัวหรือไม่ในระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ต้องเป็นดุลยพินิจของศาลอาญา
"เมื่อศาลอุทธรณ์ตัดสินออกมาตามนี้แล้ว ก็ต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ซึ่งจะเป็น2ทาง ทางแรกหากตัดสินว่าขัดรัฐธรรมนูญก็ต้องไปเริ่มต้นนับหนึ่งที่ศาลชั้นต้นใหม่ ทางที่สองหากตีความว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญก็ต้องไปตัดสินคดีใหม่ อย่างไรก็ตามคุณดายังไม่ได้พ้นโทษ ต้องไปขอยื่นประกันตัวอีกที ต้องใช้หลักทรัพย์เป็นล้าน และยังไม่แน่ใจว่าจะได้ประกันหรือไม่ เนื่องจากเคยยื่นประกันไปหลายครั้งแล้ว ไม่เคยได้รับประกันเลย"นายประเวศ ประภานุกูล ทนายความของดา ตอปิโด กล่างแสดงความเห็นเมื่อวันที่9ก.พ. ซึ่งที่สุดก็เป็นไปตามคาดการณ์
********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง
-ทนายดา ตอร์ปิโด:คำพิพากษาที่สร้างความประหลาดใจ และคาดไม่ถึง
-กาหลิบ:เหตุประหลาดในคดีดา ตอร์ปิโด
-"ดร.คณิต"วิพากษ์"ความเชื่อถือในองค์กรยุติธรรมถึงจุดศูนย์" ไม่ใช่ ‘Double Standard’แต่ไม่มีมาตรฐาน
ศึกพันธมิตร - รบเขมร - ว่าที่นายกฯ - กรรมกรเดินเท้า - สมัชชาคนจนปักหลัก - สิบเทวดาก็ช่วยไม่ได้
ที่มา Thai E-News
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
17 กุมภาพันธ์ 2554
ศึกพันธมิตร - รบเขมร
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และกษิต ภิรมย์ หลังจากตอบแทนบุญคุณทหารด้วยงบกระสุนจริงกว่าหมื่นล้านบาท งบทหารร่วมสองแสนล้าน ยามนี้ต้องตอบแทนบุญคุณพันธมิตรคลั่งชาติ ด้วยการเปิดฉากสงครามเขาพระวิหารตามเสียงเรียกร้องของกลุ่มอันธพาลเอาแต่ใจ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ดูเพิ่มเติม ไทยอีนิวส์
แต่ หัวหน้าแก๊งส์ผู้มีหมายเรียกหลายคดี สนธิ ลิ้มทองกุล ก็ยังหาพอใจไม่ พ่นน้ำลายใส่คนเนรคุณ จนลุกลามบานปลาย กลายเป็นสาวไส้ให้กากิน เป็นที่ขบขันของคนทั้งประเทศ
ทน ดูวีดีนี้ไม่ได้ไม่ว่ากัน ก็ได้แต่ดีใจที่คนตาสว่างกันมากขึ้น กระแสคลั่งชาติของแก๊งส์อันธพาลพันธมิตรจึงปลุกไม่ขึ้นกับประชาชนส่วนใหญ่ แต่แน่นอนมันส่งผลกับรัฐบาลอภิสิทธิ์อย่างแน่นอน ขนาดคนแค่หยิบมือ อภิสิทธิ์ยังไม่กล้าแตะแม้แต่น้อย

"ว่าที่นายกฯ" อภิปรายงบประมาณ
งานศึกซักฟอก มิ่งขวัญทำได้ดีเกินคาด จนมติชนพาดหัวข่าว " ลีลา ว่าที่นายกฯ"มิ่งขวัญ"อภิปรายงบประมาณ นุ่มๆ นิ่ม ๆ ง่ายๆ แต่"เนื้อหา"น่าตกใจ!!!"
ว่าที่นายกฯ อภิปรายงบประมาณ โดยใช้ สไลด์หลายสิบแผ่นที่เตรียมมาอย่างดี ไล่เลี่ยง ภาพรวมของงบประมาณปี 2554 ก่อนจะมาสรุปในประโยคเดียวว่า "ไม่เห็นด้วย"
มิ่งขวัญบอกว่า นี่คือมิติใหม่ของการอภิปราย ที่เน้นสไลด์มากกว่าภาพของผู้อภิปราย พร้อมห้ามกล้องจับภาพของตนเอง
ตอนหนึ่ง "เฮียมิ่ง" แนะนำผู้ชมว่า ขอให้ติดตามการอภิปรายของตน อย่างใจเป็นกลาง แล้วก็เปิดตัวเลข เปรียบเทียบ ให้ดูจะๆ ว่า26 นายกฯ 76 ปี สร้างหนี้ 8.7 แสนล้าน
นายกฯอภิสิทธิ์ 2 ปีเศษ ( คนเดียวโดดๆ) สร้างหนี้ 1.49 ล้านล้าน
มติชนรายงานว่า "ก่อนตบเข้าประเด็นว่า หนี้เฉลี่ยของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เทียบกับรัฐบาลทักษิณแล้ว มากกว่า 6.8 เท่า" ดูเพิ่มเติม ลีลา ว่าที่นายกฯ"มิ่งขวัญ"อภิปรายงบประมาณ นุ่มๆ นิ่ม ๆ ง่ายๆ แต่"เนื้อหา"น่าตกใจ!!!"

กรรมกรเดินเท้า
สำนักข่าว Voicelabour รายงานข่าวต่อเนื่องเกี่ยวกับ คนงานจาก 3 บริษัทเกือบ 2,000 คน เดินเท้าจากอำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 เพื่อมาประท้วงการละเมิดสิทธิแรงงานและการปิดงานไม่ยอมรับการเจรจาต่อรองกับ พนักงาน
โดยมาปักหลักประท้วงที่กระทรวงแรงงานตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ และในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ได้เดินเท้าตามถนนวิภาวดีไปสำนักงานส่งเสริมการลงทุน(BOI) เพื่อยื่นหนังสือให้มีการตรวจสอบกรณีบริษัทแม็กซิส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ที่ตั้งอยู่เลขที่ 300/1 ตำบลตาสิทธิ์ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ที่ผลิตยางรถยนต์ และได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากBOIเมื่อปี 2550
นายชัยรัตน์ บุษรา ประธานสหภาพแรงงานแม็กซิส ประเทศไทยกล่าวว่า ตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขการสนับสนุนการลงทุนของบริษัทข้ามชาติ เรื่องการขออนุญาตให้ใช้แรงงานข้ามชาติไร้ฝีมือในโครงการที่ได้รับการส่ง เสริมการลงทุน ซึงบริษัทได้กระทำผิดเงื่อนไขการลงทุนได้มีการนำแรงงานข้ามชาติเข้ามางานแบบเดียวกันกับคนงานไทย จึงต้องขอให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติการนำแรงงานข้ามชาติมาทำงานอย่าไม่ถูกต้องของบริษัท ซึ่งขณะนี้กลายเป็นการใช้เป็นเครื่องมือในการต่อรองกับสหภาพแรงงานโดยการปิดงาน ไม่ยอมเจรจาจนเกิดการพิพาทแรงงานรวมถึงการยื่นข้อเรียกร้องต่อสหภาพแรงงาน เพื่อปรับสภาพการจ้างแรงงานไทยใหม่

สมัชชาคนจนปักหลัก ติดตามความคืบหน้าแก้ไขปัญหา
ประชาไทรายงาน 16 ก.พ.54 ว่า กลุ่มชาวบ้านกว่า 5,000 คน จาก “ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม” ซึ่งประกอบด้วย เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย (คปท.), เครือข่ายสลัม 4 ภาค, สมัชชาคนจน (กลุ่มเขื่อนปากมูล), และเครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง (คปสม.) ได้เดินทางจากจังหวัดต่างๆ เพื่อทวงถามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหา ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า และมีกำหนดปักหลักชุมนุมยืดเยื้อ จนกว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไข

ทั้งนี้สมัชชาคนจนมีข้อเรียกร้องดังนี้
ขบวนการ ประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ได้ยื่นข้อเสนอการแก้ไขปัญหาต่อรัฐบาลแล้วตั้งแต่ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ผ่านมา ณ รัฐสภา รวมทั้งสิ้น 7 กลุ่มปัญหาหลัก ดังนี้
- ปัญหา ด้านนโยบายที่ไม่สำเร็จลุล่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายโฉนดชุมชน ที่หน่วยงานราชการ 5 กระทรวงหลักรวมทั้งกรุงเทพมหานคร ที่ไม่ยอมอนุญาตให้ใช้พื้นที่ทำโฉนดชุมชน
- ปัญหา คดีความคนจน ที่ทั้งหมดอยู่ในกระบวนการพิจารณา แก้ไขปัญหาและเยียวยาจากรัฐบาล ซึ่งการดำเนินคดีอย่างต่อเนื่องกับผู้ถูกคดี ย่อมส่งผลกระทบต่อกระบวนการแก้ไขปัญหาและไม่เกิดประโยชน์กับสาธารณะ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของคนจน
- ปัญหาที่ดินชุมชนทับซ้อนกับที่รัฐ
- ปัญหาที่อยู่อาศัยและสาธารณูปโภค
- ปัญหาผลกระทบจากเหมืองแร่ โรงไฟฟ้า และโรงโม่หิน
- ปัญหาสัญชาติและชาติพันธุ์
- ปัญหาผลกระทบจากการสร้างเขื่อน
โดย มีกรณีเร่งด่วนตามข้อเรียกร้องทั้งหมด 31 กรณีปัญหา ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องทำให้เกิดความชัดเจนและเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะกรณีชาวบ้านชุมชนบ่อแก้ว อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ ที่กำลังจะถูกขับไล่ออกจากพื้นที่ และกรณีเหมืองแคดเมี่ยม อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ที่ชาวบ้านต้องเสียชีวิตมากว่า 30 คน จำนวนมากจากมลพิษของการทำเหมืองดังกล่าว
ปัญหาเหล่านี้ รัฐบาลยังไม่ดำเนินการช่วยเหลือชาวบ้านอย่างใดเลย ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมมีความเห็นว่า แนวทางที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ นายกรัฐมนตรีจะต้องเร่งเปิดการเจรจากับตัวแทน ขปส. อย่างเป็นทางการ โดยเร็ว
ด้วยความรักและสมานฉันท์ในหมู่พี่น้องคนจน
ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม
16 กุมภาพันธ์ 2554

*********************ศึกหนักรุมเร้ามากมายขนาดนี้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังสามารถยิ้มระรืนหน้าตาย ไม่ธรรมดาจริงๆ ในความด้านทน แม้ความเก่าจะไม่เท่าฮุนเซน แต่ความเก๋าและหน้าด้านหน้าทน เพราะมั่นใจในบารมีคนหนุนหลัง อภิสิทธิ์ฝ่าฟันมาได้กว่า 2 ปี เช่นนี้ ต้องยอมรับว่าไม่ธรรมดา . . เทียบกับรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีหน้าบางในประเทศอื่นที่เจอแค่โดนข้อหาโกงเงินไม่กี่ล้านบาทก็พากันลาออกไปนานแล้ว (ไม่ต้องเจอกับฉายา 91 ศพ และถูกประจานศาลโลก) . . สงสัยถ้าอภิสิทธิ์ เปิดคอร์ส "ใจต้องด้านพอ" คงมีนักการเมืองประเทศเผด็จการน้องใหม่ มาขอเข้าร่วมอบรมกันตรึม"

