ที่มา thaifreenews
โดย Comet
ที่มา http://www.internetfreedom.us ![]()
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Tuesday, February 22, 2011
คลิป ยกเลิกข้อหาหมิ่น โดย อจ.ธงชัย วินิจจะกุล
"ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" ขอบคุณศาลให้ความยุติธรรม เดินสายพบ เสธ.หนั่น -คณิต-วิชัย สังข์ประไพ
ที่มา มติชน
ผู้สื่อข่าวรายงานจากเรือนจำพิเศษ กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 19.45 น. วันที่ 22 ก.พ. ได้มีการปล่อยตัว แกนนำ นปช. แล้ว ท่ามกลาง กลุ่มคนเสื้อแดงที่มารอรับและให้กำลังใจ อย่างคับคั่ง โดยมีสื่อมวลชนเดินทางมาทำข่าวจำนวนมาก จนเกิดการชุลมุนกันหน้าเรือนจำ ทันทีที่มีการปล่อยตัวแกนนำ เสื้อแดง แกนนำ นปช. ทั้ง 7 คือ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ.เหวง โตจิราการ, นายก่อแก้ว พิกุลทอง, นายนิสิต สินธุไพร, นายขวัญชัย ไพรพนา, นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย และ นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก ใส่เสื้อสีขาว ได้ชูมือกันออกมาจากเรือนจำ ก่อนหน้านี้ ในช่วงเช้า ศาลอาญา ได้อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" แกนนำ นปช. ในเสื้อยืดสีขาว ได้กล่าวเปิดใจกับคนเสื้อแดง หน้าเรือนจำพิเศษฯ โดยใช้โทรโข่ง และขี่คอายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย ขณะปราศรัย โดยกล่าวขอบคุณ ศาลอาญาที่ให้ความยุติธรรม และพยานที่ให้การไม่ว่าจะเป็น พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ ดร. คณิต ณ นคร พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ และนายโสภณ ธิติธรรมพฤกษ์ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพ โดยจะเดินทางไปขอบคุณทุกคน และอาจเดินทางไปพบเสธ.หนั่น ที่สนามบินน้ำ ค่ำนี้
"ธิดา" ย้ำเคลื่อนไหวต่อหลัง 7 แกนนำได้ประกันตัว นัดชุมนุม 12 มี.ค.(มีคลิป)
ที่มา มติชน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.30 น. ธิดากล่าวว่า ยินดีที่ศาลเมตตา ซึ่งศาลสั่งห้ามยุยงปลุกปั่นเชื่อว่าทาง7แกนนำมีวุฒิภาวะมากพอไม่ทำอย่างนั้นอยุ่แล้ว นอกจากนี้ยังยินดีกับประเทศไทย ไม่ใช่แค่ครอบครัวขอแกนนำ ด้านนายนรินพงศ์ จินาภักดิ์ทนายแกนนำ นปช. กล่าวว่า ขอบคุณความกรุณาของศาลแทนแกนนำทุกคน วันนี้แสดงให้เห็นว่าความยุติธรรมมีจริงในประเทศไทย ส่วนคดีต่างๆ ที่มีโทษเบากว่าคดีก่อการร้ายนี้ คาดว่าศาลจะใช้คดีนี้เป็นตัวตั้ง และปล่อยนปช.ที่เหลือออกมา
รับชมข่าว VDO
"มีอรุณรุ่ง ต้องการให้พระอาทิตย์ขึ้นต่อไป และขอให้มีความยุติธรรมกับคนเสื้อแดงที่ถูกคุมขังอีก100กว่าคนและผู้เสียชีวิต"
นอกจากนี้ ธิดากล่าวว่าหลังจากนี้จะพาแกนนำไปตรวจร่างกาย หลังเห็นณัฐวุฒิเดินกะเผก พร้อมยืนยันวันที่ 12 มี.ค.จะมีการชุมนุมอีกครั้ง แต่ไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าแกนนำจะขึ้นเวทีหรือไม่ ต้องให้เขาปรึกษากันถึงความเหมาะสมกันก่อน รวมทั้งไม่ทราบว่า 7 แกนนำจะมาร่วมแถลงข่าวที่อิมพีเรียลในวันพรุ่งนี้หรือไม่
"จตุพร"นำทีมเสื้อแดงแห่รับ 8 นปช.ออกจากเรือนจำ นัดหารือ 23 ก.พ. กำหนดท่าทีเคลื่อนไหว 12 มี.ค.
ที่มา มติชน
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 22 ก.พ. ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังศาลมีคำสั่งให้ปล่อยตัว 8 แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)พบว่าบริเวณหน้าเรือนจำกลุ่มเสื้อแดงทยอยเดินทางมารอรับเกือบ 500 คน ทุกคนต่างพากันดีใจ โดยมีแกนนำหลัก อาทิ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย และนายสมหวัง อักษราสี
นายจตุพรกล่าวว่า หลังศาลมีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราวแกนนำ โดยมีเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ และห้ามปลุกปั่นยุยงให้เกิดความไม่สงบ แต่ไม่ได้ห้ามร่วมชุมนุม ดังนั้น ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ แกนนำจะประชุมหารือกำหนดท่าทีความเคลื่อนไหว ในวันที่ 12 มีนาคม จะประชุมหารือกันว่าแกนนำที่ได้ประกันตัวจะมาร่วมชุมนุมด้วยหรือไม่
"สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงจะยังคงเดินหน้าเรียกร้องประชาธิปไตย หากไม่มีการสร้างสถานการณ์กลุ่มคนเสื้อแดงก็จะยืนยันในจุดยืนการชุมนุมคือสันติ อหิงสา แต่พวกเราโชคร้าย ถูกกลั่นแกล้ง สร้างสถานการณ์ความรุนแรงตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนเสื้อแดงยังต้องเรียกร้องให้กลุ่มคนเสื้อแดงที่ถูกคุมขังในเรือนจำทั่วประเทศได้รับการประกันตัวเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ยังรวมถึงนายสุรชัย แซ่ด่าน ต้องได้รับการประกันตัวเช่นเดียวกันด้วย" นายจตุพรกล่าว
คนกรุงหนุนฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
ที่มา ประชาไท
กรุงเทพโพลล์ เผยผลสำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ และปริมณฑลพบว่า ประชาชน ร้อยละ 65.9 เห็นว่าฝ่ายค้านควรยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางรัฐบาลในช่วงเวลานี้ อยากให้อภิปรายประเด็นปัญหาเศรษฐกิจ-ซักฟอกสุเทพ เทือกสุบรรณมากที่สุด
22 ก.พ. 2554 ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) เผยผลสำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ และปริมณฑลพบว่า ประชาชน ร้อยละ 65.9 เห็นว่าฝ่ายค้านควรยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางรัฐบาลในช่วงเวลานี้ โดยให้เหตุผลว่า ต้องการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และต้องการให้รัฐบาลชี้แจงในเรื่องต่างๆ อย่างชัดเจน
ในขณะที่ประชาชน ร้อยละ 34.1 เห็นว่าไม่ควรยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงเวลานี้ โดยให้เหตุผลว่า บ้านเมืองในขณะนี้มีความวุ่นวายพออยู่แล้ว ไม่อยากให้รัฐบาลเสียเวลาในการทำงาน และการเลือกตั้งใหม่ใกล้ถึงแล้ว
ทั้งนี้เมื่อถามเฉพาะผู้ที่ระบุว่าควรยื่นอภิปราย ฯ ในช่วงเวลานี้พบว่า เรื่องที่ต้องการให้มีการอภิปรายมากที่สุดคือ เรื่องเศรษฐกิจและปากท้องประชาชน เช่น น้ำมันปาล์มขาดตลาด และค่าครองชีพที่สูงขึ้น (ร้อยละ 84.2) รองลงมาคือ เรื่องการทุจริตคอร์รัปชันโครงการต่างๆ เช่น บัตรประชาชนสมาร์ทการ์ด การประมูลสินค้าเกษตร การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง (ร้อยละ 72.6) และเรื่องความมั่นคงของประเทศ เช่น ปัญหาพิพาทตามแนวชายแดน ไทย - กัมพูชา ปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ร้อยละ 71.6) ตามลำดับ
ส่วนรัฐมนตรีที่เห็นว่าควรถูกอภิปรายมากที่สุด 5 อันดับแรกคือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง (ร้อยละ 78.2) รองลงมา คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี (ร้อยละ 71.0) นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (ร้อยละ 51.3) นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (ร้อยละ 43.4) และนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (ร้อยละ 34.9) ตามลำดับ
อย่างไรก็ตามประชาชนร้อยละ 54.1 ไม่เชื่อมั่นว่า ฝ่ายค้านจะสามารถอภิปรายซักฟอกรัฐบาลได้อย่างชัดเจนตรงประเด็นโดยมีข้อมูล หลักฐาน ที่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือเพียงพอ ขณะที่ร้อยละ 45.9 ระบุว่าเชื่อมั่น
สำหรับความเชื่อมั่นต่อฝ่ายรัฐบาลนั้น ประชาชนถึงร้อยละ 72.6 ไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะสามารถชี้แจง และตอบกระทู้ของฝ่ายค้านได้อย่างชัดเจน โดยมีข้อมูลหลักฐานมาแก้ต่างได้อย่างมีน้ำหนักน่าเชื่อถือเพียงพอ มีเพียงร้อยละ 27.4 เท่านั้น ที่ระบุว่าเชื่อมั่น
ดังรายละเอียดต่อไปนี้
1. ความคิดเห็นต่อการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในช่วงเวลานี้
- เห็นว่าฝ่ายค้านควรยื่นญัตติฯ ในช่วงเวลานี้ ร้อยละ 65.9
(โดยให้เหตุผลว่า ต้องการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ต้องการให้รัฐบาลชี้แจงในเรื่องต่างๆ อย่างชัดเจน เช่น ราคาสินค้าที่มีราคาแพงขึ้น ความไม่โปร่งใสในโครงการต่างๆ ความวุ่นวายไม่สงบของบ้านเมือง ฯลฯ)
- เห็นว่าฝ่ายค้านไม่ควรยื่นญัตติฯ ในช่วงเวลานี้ ร้อยละ 34.1
(โดยให้เหตุผลว่า บ้านเมืองในขณะนี้มีความวุ่นวายพออยู่แล้ว ไม่อยากให้รัฐบาลเสียเวลาในการทำงาน การ
เลือกตั้งใหม่ใกล้ถึงแล้ว ฯลฯ )
2. เรื่องที่ต้องการให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล (ถามเฉพาะผู้ที่ตอบว่าควรยื่นญัตติอภิปรายฯ ในช่วงเวลานี้)
- เรื่องเศรษฐกิจและปากท้องประชาชน (ปัญหาสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น น้ำมันปาล์มขาดตลาด และค่าครองชีพที่สูงขึ้น) ร้อยละ 84.2
- เรื่องการทุจริตคอร์รัปชันโครงการต่างๆ (เช่น บัตรประชาชนสมาร์ทการ์ด, การประมูลสินค้าเกษตร, การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง) ร้อยละ 72.6
- เรื่องความมั่นคงของประเทศ (เช่น ปัญหาพิพาทตามแนวชายแดน ไทย – กัมพูชา, ปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้) ร้อยละ 71.6
- เรื่องปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร (เช่น ปัญหาหนี้สิน, ที่ดินทำกินและราคาพืชผลการเกษตร) ร้อยละ 58.1
- เรื่องปัญหาสังคม เช่น ปัญหายาเสพติด, ปัญหาอาชญากรรม ร้อยละ 57.0
- เรื่องการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 ร้อยละ 49.3
- อื่นๆ อาทิ การเตรียมการป้องกันภัยพิบัติต่างๆ เรื่อง 3G ปัญหาหนี้นอกระบบ ฯลฯ ร้อยละ 3.2
3. รัฐมนตรีที่ควรถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ (ถามเฉพาะผู้ที่ตอบว่าควรยื่นญัตติอภิปรายฯ ในช่วงเวลานี้)
- นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ร้อยละ 78.2
- นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ร้อยละ 71.0
- นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ร้อยละ 51.3
- นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร้อยละ 43.4
- นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ร้อยละ 34.9
- นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร้อยละ 34.0
- นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร้อยละ 33.3
- นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร้อยละ 21.0
- นายจุติ ไกรกฤษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ร้อยละ 17.7
- คนอื่นๆ อาทิ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร้อยละ 2.8
4. ความเชื่อมั่นที่มีต่อฝ่ายค้าน ว่าจะสามารถอภิปรายซักฟอกรัฐบาลได้อย่างชัดเจนตรงประเด็นโดยมีข้อมูล หลักฐาน ที่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือเพียงพอ พบว่า
- ไม่เชื่อมั่น ร้อยละ 54.1
(โดยระบุว่า ไม่เชื่อมั่นเลย ร้อยละ 10.9 และไม่ค่อยเชื่อมั่น ร้อยละ 43.2)
- เชื่อมั่น ร้อยละ 45.9
(โดยระบุว่า เชื่อมั่นมากที่สุด ร้อยละ 9.0 และเชื่อมั่นค่อนข้างมาก ร้อยละ 36.9)
5. ความเชื่อมั่นที่มีต่อฝ่ายรัฐบาล ว่าจะสามารถชี้แจง ตอบกระทู้ของฝ่ายค้านได้อย่างชัดเจน โดยมีข้อมูลหลักฐานมาแก้ต่างได้อย่างมีน้ำหนักน่าเชื่อถือเพียงพอ พบว่า
- ไม่เชื่อมั่น ร้อยละ 72.6
(โดยระบุว่า ไม่เชื่อมั่นเลย ร้อยละ 21.9 และไม่ค่อยเชื่อมั่น ร้อยละ 50.7)
- เชื่อมั่น ร้อยละ 27.4
(โดยระบุว่า เชื่อมั่นมากที่สุด ร้อยละ 3.2 และเชื่อมั่นค่อนข้างมาก ร้อยละ 24.2)
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกรุงเทพโพลล์ สำรวจโดยใช้การสุ่มตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณล ในระหว่างวันที่ 18 – 20 กุมภาพันธ์ 2554 ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-Stage Sampling) โดยสุ่มจากเขตการปกครองชั้นใน ชั้นกลาง และชั้นนอก จำนวนทั้งสิ้น 25 เขต ได้แก่ เขตคลองเตย คลองสามวา ดอนเมือง ดุสิต ทวีวัฒนา ทุ่งครุ บางกอกน้อย บางขุนเทียน บางเขน บางนา บางพลัด บางรัก บึงกุ่ม ปทุมวัน ประเวศ ป้อมปราบฯ พญาไท พระนคร ภาษีเจริญ ราชเทวี ลาดกระบัง สวนหลวง สะพานสูง สาทร และสายไหม และจังหวัดในเขตปริมณฑล ได้แก่ นนทบุรี และปทุมธานี ได้กลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 1,035 คน เป็นเพศชายร้อยละ 51.5 และเพศหญิงร้อยละ 48.5
แถลงการณ์ของ นายจักรภพ เพ็ญแข (ฉบับแก้ไข): การจับกุมนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์และการให้ประกันตัวแกนนำ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน
ที่มา Thai E-News

โดย จักรภพ เพ็ญแข
22 กุมภาพันธ์ 2554
แถลงการณ์ของ นายจักรภพ เพ็ญแข เรื่องการจับกุมนายสุรชัย (ฉบับแก้ไข)
แถลงการณ์ของ นายจักรภพ เพ็ญแข
เรื่อง การจับกุมนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์และการให้ประกันตัวแกนนำ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน
วันอังคารที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๔
ในนามขบวนการปฏิวัติประชาธิปไตยไทย ผมขอประณามการตั้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและการจับกุมตัว นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ประธานแดงสยาม หลังการปฏิบัติภารกิจทางการเมืองเมื่อคืนวันจันทร์ที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๔ พฤติกรรมดังกล่าว สวนทางกับหลักประชาธิปไตยสากลทุกประการทั้งในเนื้อหากฎหมายอันเกี่ยวพันกับ สถาบันกษัตริย์และในการดำเนินการจับกุมด้วยบุคคลนอกเครื่องแบบด้วยอาวุธครบ มือ เราถือว่า นี่คือการประกาศความเป็นศัตรูอย่างชัดแจ้งกับประชาชน ความหวังใดๆ ที่เราจะได้ประชาธิปไตยที่แท้ภายใต้ระบอบศักดินาอำมาตยาธิปไตยเช่นที่เป็น อยู่นี้ได้ดับลงแล้วอย่างสิ้นเชิง
นี่มิใช่ “รุ่งอรุณแห่งความยุติธรรม” หากคืออัสดงคตแห่งระบอบประชาธิปไตยไทย หรือเป็นช่วงตะวันตกดินก่อนเข้าสู่ช่วงกาฬปักษ์อันมืดมิด
ความ ยินดีที่ได้เห็นแกนนำ นปช.ฯ ทั้ง ๗ คนได้รับการประกันตัว จึงถูกถ่วงดุลด้วยการจับกุมตัว นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ และเหยื่อการเมืองในระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จของไทย ขอให้มวลชนจงรวมตัวกันยืนหยัดในอุดมการณ์ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอันแท้จริง ต่อไป โดยไม่เห็นแก่เศษเนื้อข้างจานหรือสินบนทางการเมืองที่ไร้ความหมายใดๆ
นอกจากนั้นให้ยกเลิกความในรัฐธรรมนูญ หมวด ๒ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ อันเป็น “ฐานความผิด” ของนายสุรชัยฯ และของบุคคลอื่นๆ อีกมากมาย รวมทั้งตัวผมเอง ลงโดยสิ้นเชิง สาระของรัฐธรรมนูญในส่วนนี้ ได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองอย่างโฉดชั่วและเป็นภูเขาที่ขวางกั้นมิ ให้ระบอบประชาธิปไตยอันแท้จริงเกิดขึ้นได้ หากกฎหมายนี้และอื่นๆ ในลักษณะนี้ยังดำรงอยู่ สังคมไทยจะกลายเป็นสนามรบและจะเกิดความรุนแรงทางการเมืองอีกในไม่ช้า
ขอให้มวลชนตาสว่างผู้เป็นนักปฏิวัติ ร่วมเดินทางสายสำคัญนี้ต่อไป ผมขอปวารณาตัวเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการปฏิวัติประชาธิปไตยไทย ขอให้แกนนำทุกท่านที่พรั่งพร้อมต่อการเดินไกล เช่น คุณพลท เฉลิมแสน ผู้ประสานภารกิจ ช่วยเป็นเรี่ยวแรงภายในประเทศ ให้แก่มวลชนที่รักยิ่งของเราอย่างมั่นคงและศรัทธา.
ขอกราบพี่น้องประชาชนจากหัวใจของผม
นายจักรภพ เพ็ญแข
*******
ข่าวเกี่ยวเนื่อง:ปล่อย7แกนนำสู่อิสรภาพ เอาสุรชัยไปขังแทน!
ด่วน! ผู้พิพากษาศาลอาญาให้ประกัน 8 นปช. มีเงื่อนไข ห้ามปลุกปั่น ห้ามออกนอกประเทศ
ที่มา มติชน ผู้พิพากษาศาลอาญาให้ประกัน 7 แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)และ1 แนวร่วมฯโดย มีเงื่อนไข ห้ามปลุกปั่น ห้ามออกนอกประเทศ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ หลังจากผู้พิพากษา อ่านคำพิพากษา อนุญาตให้ประกันตัว กลุ่มคนเสื้อแดง ต่างแสดงความดีใจ โห่ร้องด้วยความยินดี แต่ได้มีการห้ามปรามไว้ เนื่องจากอาจเป็นการละเมิดอำนาจศาล แกนนำ จึงได้ขอให้คนเสื้อแดงไปโห่ร้องแสดงความยินดี บริเวณ หน้าศาลอาญาแทน จากนั้น กลุ่มคนเสื้อแดงร่วมกันเดินทางไปรับ 7 แกนนำและ 1 แนวร่วมพธม. ที่เรือนจำพิเศษ กรุงเทพมหานคร สำหรับ 7 แกนนำนปช. ประกอบด้วย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ.เหวง โตจิราการ, นายก่อแก้ว พิกุลทอง, นายนิสิต สินธุไพร, นายขวัญชัย ไพรพนา, นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย และ นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก จำเลย ส่วน 1 แนวร่วมคือนายภูมิกิติ หรือพิเชษฐ์ สุจินดาทอง ทั้งนี้ เมื่อเวลา 14.30 น. ศาลนัดฟังคำสั่ง ขอปล่อยตัวชั่วคราวแกนนำนปช. ศาลพิเคราะห์ข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวนแล้วเห็นว่ากรณีมีข้อเท็จจริงบางประการที่จะให้มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงจากคำสั่งเดิมได้ จึงเห็นควรอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว จำเลยที่ 3,4,5,6,7,8,10 และ 11 โดยตีราคาประกันคนละ 600,000 บาท ทั้งนี้ห้ามมิให้จำเลยดังกล่าวกระทำการอันเป็นการยั่วยุ ปลุกปั่น ปลุกระดม เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน อันที่จะทำให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักรหรือให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดินและห้ามจำเลยดังกล่าวเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล


รับชมข่าว VDO
ศาลให้ประกันตัว 7 แกนนำ ห้ามปลุกม็อบ-ออกนอกประเทศ
ที่มา ประชาไท
ศาลอาญา รัชดา มีคำสั่งให้ประกันตัว 7 แกนนำ นปช. พร้อมแนวร่วมอีก 1 คน โดยมีเงือนไขห้ามปลุกปั่นการชุมนุมและห้ามออกนอกประทศ โดยวางหลักทรัพย์คนละ 6 แสนบาท
วันนี้ (22 ก.พ.53) เวลาประมาณ 14 .30 น.ผู้พิพากษาศาลอาญาให้ประกัน 7 แกนนำ นปช.มีเงื่อนไข ห้ามปลุกปั่น ห้ามออกนอกประเทศ หลังจากการอ่านคำพิพากษาอนุญาตให้ประกันตัว กลุ่มคนเสื้อแดงต่างแสดงความดีใจ จากนั้น กลุ่มคนเสื้อแดงจะร่วมกันเดินทางไปรับ 7 แกนนำที่เรือนจำ
นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความแกนนำ นปช. กล่าวว่า การฟังคำสั่งในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ไม่ได้เบิกตัวจำเลยทั้ง 8 คนมาศาล แต่จะรอฟังคำสั่งที่เรือนจำ หากศาลมีคำสั่งอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว จะปล่อยตัวที่เรือนจำต่อไป
ก่อนนี้ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พยานปากแรกในการยื่นขอประกันตัว 7 แกนนำ ระบุว่าช่วงชุมนุมคนเสื้อแดงที่ผ่านมาได้รับความร่วมมืออย่างดี ตรวจสอบในที่ชุมนุมก็ไม่พบอาวุธแต่อย่างใด
ด้าน นายโสภณ ธิติธรรมพฤกษ์ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เบิกความปากที่สอง ระบุว่า แกนนำ นปช.ประพฤติดีให้ความร่วมมือ ขณะที่บางคนป่วยหนักต้องส่งสถานพยาบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีคนเสื้อแดงมาให้กำลังใจอย่างคับคั่งระหว่างฟังการไต่สวนขอประกันตัว ต้องนั่งเก้าอี้เสริมบางส่วนนั่งพื้นในห้องพิจารณาคดี 704 ที่รองรับคนได้ 300 ที่นั่ง สำหรับการดูแลรักษาความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดกำลังรักษาการณ์ดูแล เรียบร้อยอย่างแน่นหนา พร้อมตรวจสอบคนที่ผ่านเข้าออกห้องพิจารณาคดี
'สนั่น' ให้ปากคำเป็นพยานขอประกันตัว 7 แกนนำ
ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เมื่อเวลา 13.00 น. นายคณิต ณ นคร ประธาน คอป.และ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางเพื่อเป็นพยานตามหมายเรียกที่ 7 แกนนำ นปช.ยื่นคำร้องขอประกันตัว
โดยนาย คณิต ประธาน คอป. กล่าวก่อนขึ้นเบิกความว่า การปล่อยตัวชั่วคราว แกนนำ นปช.ทั้งเจ็ดเป็นดุลพินิจของศาล ซึ่งหากแกนนำยังไม่ได้รับอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวในวันนี้ ก็ไม่ถือเป็นอุปสรรคต่อแผนปรองดอง แม้ว่าที่ผ่านมาตนเองได้เสนอแนวทางให้มีการปล่อยตัวแกนนำ นปช. มาโดยตลอดก็ตาม
ด้าน พลตรีสนั่น กล่าวว่า เดินทางไปพบแกนนำ นปช.ทั้งเจ็ดคนในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และแกนนำทั้งหมดก็ให้ความร่วมมือต่อแผนการปรองดองเป็นอย่างดี อย่างไรก็ดี หากแกนนำได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวก็จะทำให้แนวโน้มการปรองดองเป็นไปในทาง ที่ดีขึ้น และถือเป็นทางเดียวที่จะยุติความขัดแย้งทางการเมืองได้ แต่ถ้าแกนนำยังไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ก็จะพยายามเดินหน้าแผนปรองดองต่อไป
ศาลนัดฟังคำสั่งประกันตัว 7แกนนำ นปช. 22ก.พ.
ล่าสุด ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก กำหนดนัดฟังคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราว 7 แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มเสื้อแดงหรือไม่ พรุ่งนี้ (22 ก.พ.) เวลา 14.00 น.สำหรับแกนนำ นปช.ทั้ง 7 คน ประกอบด้วย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ.เหวง โตจิราการ, นายก่อแก้ว พิกุลทอง, นายนิสิต สินธุไพร, นายขวัญชัย ไพรพนา, นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย และนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก ซึ่งทั้งหมดตกเป็นจำเลยในคดีร่วมกันก่อการร้าย
โดยวันนี้ (21 ก.พ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวแกนนำ นปช.ทั้ง 7 คน ที่ตกเป็นจำเลยในคดีร่วมกันก่อการร้าย เดินทางมาศาลอาญา เพื่อเข้าไต่สวนกรณียื่นคำร้องขอประกันตัว โดยมีนางธิดา ถาวรเศรษฐ ภรรยา นพ.เหวง และประธาน นปช.นำกลุ่มภริยา และบุตรธิดาของเหล่าแกนนำคนอื่นๆ พร้อมพี่น้องเสื้อแดงจำนวนหนึ่งเข้าให้กำลังใจ
ปล่อย7แกนนำสู่อิสรภาพ เอาสุรชัยไปขังแทน!
ที่มา Thai E-News
สุรชัย แซ่ด่าน (ซ้าย) ถูกคุมตัวไปเข้าคุกคลองเปรม ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เจ้าตัวเผยไม่เดือดร้อน ถือเป็นโอกาสรณรงค์ให้ยกเลิกกฎหมายหมิ่นม.112 และเสนอให้ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้พ้นวังวนการเมืองแบบญี่ปุ่น เพื่อเลี่ยงการเกิดสงครามกลางเมืองแบบตะวันออกกลาง
รอยเตอร์เสนอภาพข่าว ตำรวจยืนรักษาการณ์หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ซึ่งวันนี้มีการจับกุมตัวนายสุรชัย แซ่ด่าน แกนนำแดงสยาม ไปขังคุกคลองเปรม ข้อหาหมิ่นพระบรมฉายาลักษณ์


ขณะที่ศาลอาญาให้ประกันตัว 7 แกนนำนปช.ทั้งแผ่นดิน คือ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หมอเหวง โตจิราการ วิภูแถลง พัฒนภูมิไทย ขวัญชัย ไพรพนา เจ๋ง ดอกจิก นิสิต สินธุไพร และ นายก่อแก้ว พิกุลทอง พร้อมด้วยแนวร่วมนปช.อีก 1 คนคือ นายภูมิกิตติ สุจินดาทอง
ทั้งนี้เมื่อเวลา ประมาณ 14.00น. ที่ศาลอาญา รัชดาภิเษก คณะผู้พิพากษาได้ออกนั่งบัลลังค์ อ่านคำสั่ง ขออนุญาตประกันตัว 7 แกนนำนปช. พร้อมด้วยแนวร่วมนปช.อีก 1 คน โดยศาลได้ตีราคาประกันคนละ 6 แสนบาท และมีเงื่อนไขในการปล่อยตัว 2 ข้อ คือ ห้ามออกนอกประเทศและห้ามเคลื่อนไหวยุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวาย
เดินช็อปปิ้งในตลาดนัด "(ม็อบ) เสื้อแดง" เมื่อแนวคิดการเมืองปรากฏผ่านโลกของเสื้อยืด-ดีวีดี
ที่มา มติชน หลังจากเดินสำรวจสถานที่ชุมนุมคนเสื้อแดงในช่วง วันที่ 13 และ19 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ลงพื้นที่ชมบรรยากาศ "ตลาดนัดเสื้อแดง" ริมฟุตบาทสองข้างถนนราชดำเนิน พบว่ามีสารพัดสินค้าทั้งเครื่องอุปโภคบริโภค ฉาบด้วยสีแดงระรานตาเกือบทุกแผงลอย ขนาดของกินยังมีนามสกุล "นปช. , เสื้อแดง "ต่อท้าย อย่าง "เฉาก๊วย" เขียนด้วยตัวอักษรสีแดง หรือ "แหนม นปช." 



























ยังไม่นับรวมราวแขวนเสื้อสีแดง วางเป็นแนวขายแบบถี่ยิบล้นตลาด สลับกับ ซีดี ดีวีดี หนังสือ ภาพถ่าย รองเท้า หมวก ร่วม กระเป๋า ของกระจุกกระจิก พวงกุญแจ ตุ๊กตา และอีกนานาชนิดแล้วแต่ใครจะมีไอเดียสร้างสรรค์ออกมาในรูปแบบต่างๆ ที่จะมีสินค้าแปลกใหม่เกือบทุกนัด
เมื่อพิจารณาดูรายละเอียดจากสินค้า ถ้าไม่มองเพียงสีที่ติดอยู่ในสิ่งของเหล่านั้น ของแต่ละชิ้น ยังมีความหมายในตัวเอง เป็นสัญลักษณ์ในการต่อสู้ และเป้าหมายของการเคลื่อนไหว ล้อไปกับการปราศรัยบนเวที เพราะบรรดาพ่อค้าแม่ค้าหัวไวได้จับเนื้อหาการปราศรัยเหล่านั้นมาใส่ในสินค้าในทันทีทันใด นับตั้งแต่การชุมนุมเริ่มขึ้นใหม่อีกครั้งในครานี้
สังเกตจากข้อความสกรีนลงบนตัวเสื้อ มีวิวัฒนาการของความคิดทางการเมืองที่หลากหลาย หนักแน่นขึ้น สะท้อนความรู้สึกเจ็บปวด อารมณ์คับแค้น น้อยใจ ประชดประชัน เสียดสี เชิดชู กระทั่งท้าทาย แบบไม่เกรงกลัว ตัวอักษรที่สกรีนลงบนเสื้อ มีขายในตลาดชุมนุมแดงทุกนัด 
แม่ค้ารายหนึ่งบอกว่า "ลูกค้าส่วนใหญ่จะซื้อไปฝากคนที่ไม่ได้มา และบางคนซื้อไปเก็บเพราะไม่กล้าใส่ แต่นั่นมันเมื่อก่อน ตอนนี้ถอดเสื้อเก่าสวมเสื้อใหม่กันตรงนั้นเลย สวมเดินกันทั่วทั้งม็อบ"
นอกจากสินค้าประเภทเครื่องแต่งกายเครื่องประดับแล้ว สิ้นค้าอีกประเภทหนึ่งที่ผู้ชุมนุมให้ความสนใจติดตาม คือ "ซีดี ดีวีดี" รวบรวมเหตุการณ์ความรุนแรงช่วงเดือน "เมษายน- พฤษภาคม" คำปราศรัยของบรรดาแกนนำที่ฝากเสียงไว้ก่อนเข้าเรือนจำ และ "ซีดี ดีวีดี" งาน "เสวนา" เป็นสินค้าขายดีอีกชนิดหนึ่ง ที่ "ชาวบ้าน" เดินมาถามหาเพื่อซื้อกลับไปดูที่บ้าน และแบ่งเพื่อนบ้าน

ดังกรณีของชายผู้หนึ่ง ที่มายืนมองจอมอนิเตอร์ขนาดเล็ก เปิดภาพและเสียงการบรรยายในงานเสวนาที่มหาวิทยาลัย "ธรรมศาสตร์" โดย อาจารย์สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ปี 53 ที่ผู้ขายเปิดวนไปมา ท่ามกลางกลุ่มผู้ชุมนุมเดินผ่านมาจับกลุ่มยืนดูอย่างสนใจ และยังมีซีดี "เสวนานิติราษฎร์" ที่มีนักวิชาการมาแลกเปลี่ยนทัศนะกันในเวทีเสวนาถูกถ่ายทอดลงแผ่น "ซีดี ดีวีดี" และอื่นๆอีกจำนวนหนึ่ง ทั้งเรื่องราวประวัติศาสตร์ในอดีตและปัจจุบัน

แผ่นซีดีเสวนาทั้งหลาย ได้รับการสนุนสนุนประชาสัมพันธ์ จากผู้ปราศรัยบนเวที แจ้งให้ผู้ชุมนุมไปหาซื้อกลับไปเปิดดู เพื่อหาความรู้เชิงวิชาการ ที่มีเหตุมีผล มีที่มาที่ไป ในแต่ละเรื่องแต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งหมดเป็นซีดีที่ไม่มีลิขสิทธิ์ปั๊มได้ไม่ต้องกลัวถูกจับคดีละเมิด !!
เมื่อสำรวจต่อไปจะพบว่าหมวดสินค้าที่ให้ความรู้ ไม่ได้มีแค่ซีดีเท่านั้น แต่ยังมีหนังสือเก่า-ใหม่ ที่พ่อค้าแม่ค้าขนมาวางจำหน่าย บางเล่มร้านขายหนังสือทั่วไปไม่มีจำหน่ายแต่หาซื้อได้ในตลาดนัดเสื้อแดง
ดังนั้นจะเห็นว่าสินค้าประเภทให้ความรู้ที่มีสาระการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ ขายดีแซงหน้าสินค้าประเภท "ล้อเลียน-เหยียบหน้า" ไม่เห็นฝุ่นเลยทีเดียว 

