ที่มา Thai E-News
รายการที่นี่ความจริง 28-2-54 Asia Update TV
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Tuesday, March 1, 2011
คลิปรายการที่นี่ความจริง28กพ.กับ3อาจารย์สาว
เสื้อแดงEUจัดหมั้นหนุ่มไทย+สาวเขมรชื่นมื่นกลางปารีส ทักษิณโฟนอินยินดีสันติภาพดีกว่าสงคราม
ที่มา Thai E-News

โดย Rojana Treiling
Love not War in Paris ยกยอสันติภาพอาเซียนไทย ลาว เขมร และความสงบสุขสากล โดย โปรเฟสเซอร์สัมฤทธิ์ ที่ปรึกษาระดับสูงขององค์กร และสารวัตรรักษาพระนครปารีส สารวัตรถนอมพี่ชายใหญ่ ประสานพลังชุมนุม นปช.เสื้อแดงไทยนัดพิเศษ UDD Thai of EU ครั้งสำคัญ พร้อมจัดพิธีหมั้นระหว่างหนุ่มเสื้อแดงไทย กับสาวขะแมร์ กลางกรุงปารีส


ทัวร์นกขมิ้นแดงแจ๊ด เป็นเจ้าภาพฝ่ายหญิง คุณมนูญ มิ่งชัย ประธาน นปช.ยุโรป และสมาชิก นปช.เสื้อแดงไทยในอียูทุกผู้ร่วมใจประกอบพิธี ถ่ายทอดสด โดยทีมเทคนิค นปช.ไทยอียู ดีเจเบบี้ ดีเจย์นิว และ ทอมมี่ กับ Freelove ร่วมกันเป็นพิธีกร
-ท่ามกลางทะเลทรายแห้งแล้งสาหัสอันเต็มไปด้วยกองกระดูกของนักเดินทาง ยังผุดโอเอซีส ขึ้นได้ฉันใด
-ท่ามกลางลูกระเบิด ควันปืน การขัดแย้ง กระพือความเกลียดชังเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันระหว่างสองชายแดน ด้วยมือเปื้อนเลือดของนักเผด็จการหวงอำนาจอันชั่วช้า
ประชาชนไทย - กัมพูชา ผู้เหนื่อยหน่ายสงครามการฆ่าฟันล่าล้าง กลับยกย่องเชิดชูความรักความเข้าใจซึ่งกันและกัน เหมือนกระแสประชาชนทั่วโลกของ เวลานี้ฉันนั้น
ดังนั้นวันที่ 27 Feb 2011 ที่ผ่านมา งานเริ่ม 14.00 -17.00 น. ณ สถานที่นัดชุมนุม me'troสาย2 Alexandre Dumas, 177Rue de chaRonne Paris จึงคึกคักอย่างพิเศษและอบอุ่นไปด้วยรอยยิ้มและสันติภาพ
หลังแกนนำที่มวลชนชื่นชอบปราศรัยเรื่องราวชี้แจงนโยบาย และจุดยืนของUDD thai of EU ประธานและผู้ใหญ่เริ่มประกอบพิธีหมั้นและสู่ขวัญให้โอวาทแก่คู่หมั้นสองแผ่นดิน ท่ามคนเสื้อแดงไทยในอียูและท้องถิ่นร่วมเป็นสักขีพยาน
จากนั้นได้รับโฟนอินแสดงความยินดีให้โอวาท และร่วมอวยพรคู่หมั้นหนุ่มไทย สาวพนมเปญ จาก พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร โดยย้ำส่งเสริมยกชูมิตรภาพอันเหนียวแน่นของประชาชนสองแผ่นดิน เหมือนกับที่ตนเองก็มีต่อผู้นำกัมพูชา สมเด็จฮุนเซนดุจกันมาตราบเท่าทุกวันนี้
ตามด้วยโฟนอินของแกนนำที่เพิ่งพ้นคุก ณัฏวุฒิ ใสยเกื้อ และ อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ซึ่งคุณกี้ร์ได้ร้องเพลงสดร่วมแสดงความยินดีปิดท้ายรายการอย่างชื่นมื่น
UDD Thai of EU ยืนยันต่อต้านสงคราม ส่งเสริมความรักเมตตาต่อกัน เรียกร้องให้ปล่อยผู้ถูกคุมขังละเมิดสิทธินักเรียกร้องประชาธิปไตยในคุกไทยทุกคน และย้ำเร่งเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียและทุพลภาพอย่างยุติธรรมและเร่งด่วนโดยเร็ว ...
(ตรวจทานการข่าวภาษาไทยโดย นัทตี้ สมาชิก UDD Thai of EU ฟินแลนด์)
เพื่อไทยเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.เขต 300 คน
ที่มา Voice TV
พรรคเพื่อไทยเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.กว่า 300 คน มีทั้งคนดังและคนในตระกูลแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนกำหนดลงพื้นที่ปราศรัยทั่วประเทศ
พรรคเพื่อไทยจัดสัมมนา ส.ส.และว่าที่ผู้สมัครส.ส.แบบแบ่งเขต กว่า 300 คน ภายใต้หัวข้อ "เพื่อไทย..เพื่ออนาคตประเทศไทย" โดยมีสมาชิกพรรคเพื่อไทย และว่าที่ผู้สมัคร กรรมการบริหารพรรคเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน ซึ่งพบว่ามีว่าที่ผู้สมัครหน้าใหม่ที่น่าสนใจหลายคน อาทิ ร้อยโทหญิง สุนิสา เลิศภควัต ผู้เขียนหนังสือ "ทักษิณ where are you" นายสุรชาติ เทียนทอง บุตรชาย นายเสนาะ เทียนทอง หม่อมหลวง ณัฐพล เทวกุล และนายวรชิต ไชยนันทน์ บุตรชายนายเทอดพงศ์ ไชยนันทน์ แกนนำ พรรคประชาธิปัตย์
หลังจากนั้นพรรคเพื่อไทยได้จัดสัมมนาให้กับผู้สมัครภายใต้แนวคิด รวมพลังเพื่อไทย...เพื่ออนาคตประเทศไทย ด้วย โดยมีพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย กล่าวบรรยายพิเศษว่าจุดมุ่งหมายทางการเมืองที่พรรคเพื่อไทย ตั้งไว้มี 5 ข้อ คือ สนับสนุนผู้นำฝ่ายทหารไม่ให้มีการรัฐประหาร ต้องชนะการเลือกตั้ง เพื่อมีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาล เมื่อจัดตั้งรัฐบาลต้องพัฒนาประเทศให้กลับมาเหมือนเดิม รวมทั้งนำคนไทยที่ต้องไปอยู่ต่างประเทศเพราะเหตุการณ์ทางการเมืองกลับประเทศ
ทั้งนี้ การคัดเลือกตัวผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทยนั้น ขณะนี้ดำเนินการไปเรียบร้อยเกือบทุกเขตแล้ว ยกเว้นในพื้นที่ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบนบางส่วนที่จะมีส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยมาลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย
สดศรีมาแปลกยุรัฐประหาร
ที่มา Voice TV
ประเด็นพิจารณาของ ครม. ขณะที่กกต.ยุให้ทหารปฏิวัติ และ คืบหน้าสถานการณ์ประท้วงในตะวันออกกลาง
รายการ WAKE UP ประจำวันอังคารที่ 1 มีนาึึคม 2553
-ประเด็นพิจารณาของ ครม.
-สดศรีมาแปลกยุรัฐประหาร
-เพื่อไทยชูใครเป็นนายก
-คืบหน้าสถานการณ์ประท้วงในตะวันออกกลาง
-เก็บตกหลังออสการ์ 83
นโยบายหาเสียงพรรคประชาธิปัตย์
ที่มา Voice TV
ปฏิวัติประชาชนลามถึงบาห์เรน...ลิเบีย...เเละโมร็อคโค แล้วไทยจะลอกเลียนเเบบไหม?...หรือยังไงก็โค่นไม่ได้
นโยบายหาเสียงพรรคประชาธิปัตย์
นายกรัฐมนตรีสองสัญชาติ
สถานการณ์น้ำมันในตลาดโลก
ปัญหาเรื้อรังน้ำมันปาล์ม
ราคาสินค้าขอปรับขึ้นราคา
นายกรัฐมนตรีสองสัญชาติ
"ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" "ตัวละคร-เงื่อนไข" เบื้องหลัง "อิสรภาพ"
ที่มา มติชน
สัมภาษณ์พิเศษ โดย พงศ์พิพัฒน์ บัญชานนท์, สุเมศ ทองพันธ์
![]() |
"ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" พร้อมอีก 6 แกนนำคนเสื้อแดง "นพ.เหวง โตจิราการ, ก่อแก้ว พิกุลทอง, นิสิต สินธุไพร, ขวัญชัย ไพรพนา, วิภูแถลง พัฒนภูมิไทย และยศวริศ ชูกล่อม" ถูกจองจำอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ยาวนานกว่า 9 เดือน
แม้ระหว่างนั้นทีมทนายความของคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทย จะพยายามยื่นประกันตัวด้วยวงเงินและเงื่อนไขต่างๆ แต่ก็ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ประกันตัวแม้แต่คนเดียว
แต่จู่ๆ ในการยื่นขอประกันตัว วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่มี พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี และ ดร.คณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) และ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการกองบัญชาการตำรวจนครบาล 1 ไปเป็นพยาน กลับได้รับการอนุญาตให้ประกันตัวมาอย่างง่ายดาย
จนกลายเป็น "อิสรภาพ" ที่มาพร้อม "คำถาม" มากมายจากสังคมไทย แม้กระทั่งในหมู่ "คนเสื้อแดง" เอง
"ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" อดีตโฆษก นปช. และหัวขบวนของทั้ง 7 แกนนำในเรือนจำพิเศษฯ บอกกับ "มติชน" หลังได้รับอิสรภาพมาไม่กี่ชั่วโมง ถึง "เงื่อนไข" รายละเอียดข้อ "แลกเปลี่ยน" ในการ "เจรจา" พร้อม "ตัวละคร" ที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงผลที่จะเกิดกับก้าวต่อไปของ "คนเสื้อแดง"
เบื้องหลังอิสรภาพถูกมองว่ามีความไม่ปกติซ่อนอยู่?
ผมเล่าให้ฟังได้ว่ามีความพยายามจากหลายฝ่าย ที่จะผลักดันให้มีการประกันตัว ไม่ว่าจะเป็น คอป. พล.ต.สนั่น หรือคุณวีระ (วีระกานต์ มุสิกพงศ์) ซึ่ง 3 ส่วนนี้ทำงานเกี่ยวเนื่องกับความเคลื่อนไหวชุมนุมแสดงพลังของคนเสื้อแดงแต่ละเดือน สิ่งที่ผมรู้ เข้าใจ และเห็นได้แน่ๆ คือ พี่น้องเสื้อแดงที่ออกมาเรียกร้องจะเพิ่มพลังขึ้นทุกครั้งที่มีการนัดหมาย จนกว่าเราจะได้รับการประกันตัว พูดได้เลยว่าสิ่งนี้เป็นเหตุผลสำคัญข้อหนึ่งที่พวกผมได้รับการประกันตัว ประกอบกับสถานการณ์การเมืองเวลานี้รัฐบาลและเครือข่ายผู้มีอำนาจเห็นว่าการเผชิญหน้ากับคนเสื้อแดงต่อไป จะไม่ดีกับภาพรวม จึงพยายามคลี่คลายความกดดันตรงนี้ลง ทั้งหมดกลายมาเป็นผลลัพธ์การได้รับอิสรภาพของพวกผม
"หากการปล่อยตัวพวกผมมันเกี่ยวกับเงื่อนเวลาที่รัฐบาลจะยุบสภา ในแง่ที่ทั้ง 2 ฝ่ายรู้เห็นกัน มันไม่มีแน่ๆ ผมยืนยัน แต่มันเกี่ยวข้องกันโดยสถานการณ์ เป็นเหตุปัจจัยของกันและกัน รัฐบาลกำลังจะตัดสินใจยุบสภา เพราะยืนไม่อยู่แล้ว คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพรรคประชาธิปัตย์ ตลอดจนผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลังเห็นตรงกันว่ายิ่งอยู่นานยิ่งขาดทุน เมื่อยืนแล้วยิ่งอ่อนแรงก็ต้องรีบยุบ เพื่อใช้กลไกต่างๆ มาจัดการผลการเลือกตั้ง หรือมาจัดการกับหน้าตาของรัฐบาลให้เป็นไปตามที่ตัวเองต้องการหลังเลือกตั้งอีกครั้ง"
บุคคลที่ระบุมา แต่ละคนมีบทบาทและกระบวนการทั้งหมดเป็นอย่างไร?
ความเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ประกันตัว มันสอดคล้องกับสถานการณ์ที่ฝ่ายผู้มีอำนาจเผชิญอยู่พอดี เลยเป็นจังหวะที่ต้องผ่อนคลายเงื่อนไขเท่านั้นเอง ก็อย่างที่บอกหลัง 19 พฤษภาคม รัฐบาลแข็งแรงสุดสุด เขาก็ไม่ปล่อย นึกอยากขังก็ขัง นึกอยากฆ่าก็ฆ่า นึกอยากล่าก็ล่า และเก็บเกี่ยวผลผลิตความอำมหิต
"ตอนอยู่ในคุกมีข้อมูลต่างๆ เข้ามาบ้าง แต่ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร มีว่า ดร.คณิตส่งบทความถึงรัฐบาล เรียกร้องให้มีการประกันตัว มีข้อมูลว่าเสธ.หนั่นเดินหน้าเรื่องการปรองดอง มันไม่ได้มีการเจรจาอะไรซับซ้อน และเงื่อนไขอะไรที่พิสดาร แล้วก็มีว่าคนเสื้อแดงจะเพิ่มพลังมากขึ้นๆ จนกว่าจะได้รับการประกันตัว ระหว่างนั้นก็จะมีคุณวัฒนา เมืองสุข (อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย) มาคอยช่วยประสาน ระหว่างพวกผม ทีมทนาย และบุคคลที่เกี่ยวข้องที่จะมาเป็นพยาน เช่นว่าทาง คอป. คุณวัฒนาก็ไปคอยพบ อ.คณิต เพื่อแสดงออกว่าเราเคารพและให้เกียรติท่าน ในการเชิญท่านมาเป็นพยาน"
คุณวัฒนาเป็นคนติดต่อประสานกับ คอป.ตั้งแต่ต้น ทางเสธ.หนั่นที่มีความสนิทสนมกับพี่วีระมายาวนาน ก็จะเป็นช่องทางในการพูดคุยได้มากกว่า แต่ในประเด็นที่จะต้องตัดสินใจ จะมาจากพวกผม ซึ่งไม่มีอะไรซับซ้อนเลย การเสนอกำหนดบัญชีพยานก็มาจากพวกผม ไม่ได้มาจากใครกระชิบที่ไหน พวกผม 7 คนจะนั่งปรึกษาและประเมินสถานการณ์แล้วสรุปกันทุกวัน แล้วแต่ทุกการตัดสินใจก็ต้องออกมาเป็นมติ ว่าจะเอากันแบบนี้แล้วก็ทำ
"ข้อมูลข่าวสารสำคัญมากสำหรับพวกผมที่อยู่ข้างใน ดังนั้นเวลาคนมาเยี่ยม ทั้ง 7 คนที่อยู่ข้างในจะถามข้อมูลที่เราสนใจ เรื่องนั้นเป็นอย่างไร เรื่องนี้ใครสัมภาษณ์ว่าอย่างไร เรื่องนี้ไปถึงไหนแล้ว แล้วหลังจากนั้นพวกผม 7 คนก็จะมานั่งแลกเปลี่ยนข้อมูลกันแต่ละวัน ระดมสมองกันทุกวัน เพราะฉะนั้น เราจะทันสถานการณ์ข้างนอก และนอกจากทันแล้ว ยังวิเคราะห์ประเมินไปพร้อมๆ กับพรรคพวกที่อยู่ข้างนอกได้ด้วย อย่างคุณวัฒนาพอไปคุยกับ อ.คณิต แล้วก็จะมาแจ้งให้พวกผมทราบ แกนนำที่อยู่ข้างนอก หากจะทำอะไรก็ต้องมีการปรึกษาหารือกับคนข้างในและต้องเห็นชอบร่วมกัน"
แล้ววงไหนของจริง-ของปลอม?
ผมทราบว่ามีความพยายามจะให้ประกันตัวจากหลายส่วนจริง แล้วมันก็มีเยอะ ผมชี้ไม่ได้จริงๆ ว่าอันไหนของจริงหรือไม่จริง แต่ผมยืนยันได้อย่างหนึ่งว่าวงของเสื้อแดง อันนี้ของจริงแน่ๆ วงเจรจาอื่นๆ เขาก็ไม่ได้หลอก ทุกคนก็ช่วยกันจริงทั้งนั้น
พล.ต.สนั่นพยายามในจุดที่ท่านทำได้ แต่จะถึงจุดไหน อย่างไร ไปคุยกับใครผมไม่ทราบ ทาง อ.คณิต แม้ว่าจะมีความเห็นเหมือนคนอื่นที่เรียกร้องให้ประกันตัว แต่ต้องไม่ลืมว่า อ.คณิตมีน้ำหนักกว่าคนอื่น เพราะเป็นกรรมการชุดที่รัฐบาลตั้งขึ้น และเป็นจุดที่รัฐบาลตอบสนองต่อข้อเสนอน้อยที่สุดใน 3 ชุด ดังนั้นข้อเรียกร้องที่ดังมาจาก อ.คณิต จึงเป็นข้อเรียกร้องที่มีน้ำหนักในมิติพวกนี้ประกอบไปด้วย ผมเองก็มั่นใจว่า อ.คณิตรักษาบทบาทของนักกฎหมายและนักวิชาการ รวมไปถึงภาพของคณะกรรมการ คอป. ผมว่าท่านไม่น่าจะไปเคลื่อนไหวในทิศทางอื่น
"จริงๆ ผมอยากจะบอกว่ามันไม่มีอะไรที่มันลึกลับซับซ้อนมาก มันอาจจะเป็นเรื่องพื้นๆ ธรรมดาๆ เลยก็ได้ หากดูตามมิติข้อกฎหมาย ก็แทบจะไม่มีเหตุผลที่จะขังพวกผมต่อไป เรามองกันอย่างนี้ ชัด ง่ายและเข้าใจกว่า แต่พอคุยกันไปคุยกันมา ผมก็เริ่มสงสัยว่าผมควรจะกลับเข้าไป (เรือนจำ) สักพักก่อนดีไหม เพื่อให้อะไรมันชัดเจนขึ้นแล้วค่อยออกมา (หัวเราะ)"
คุณกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ดีลเมกเกอร์สำคัญในการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับคนเสื้อแดง แล้วยังเคยไปเป็นพยานให้กับคุณวีระจนได้ประกันตัว มีส่วนร่วมด้วยไหม?
ผมทราบแค่ว่าคุณกอร์ปศักดิ์ ไปเป็นพยานให้คุณวีระ แต่กับพวกผมไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกัน ตอนที่คุณวีระออกไปอาจจะมีการประสานกันบ้าง แต่สำหรับกับพวกผมนั้นไม่ปรากฏการติดต่อสื่อสารกัน แต่ผมได้ยินมาจากช่องทางอื่นว่ารัฐบาลสะดวกใจจะให้ออกมา 2 คนก่อน คือ หมอเหวงกับคุณก่อแก้ว
อำนาจนอกระบบและกองทัพ มีส่วนกับการให้อิสรภาพครั้งนี้หรือไม่?
ผมไม่สามารถมีข้อสรุปเรื่องนี้ชัดเจน เพียงแต่คิดว่าการได้อิสรภาพของพวกผม มีการคิดอ่าน ประเมินกันพอสมควร ผมได้ยินข้อมูลจากหลายแหล่ง และแต่ละแหล่งก็ชื่อใหญ่ ชื่อดังทั้งนั้น เขาไม่คิดว่าจะปล่อยผมเลย คิดจะเอาผมไว้ให้นานที่สุด เพราะถ้าปล่อยผมมาแล้วจะเป็นปัญหา แต่ในที่สุดผมก็ได้ออกมา
อิสรภาพครั้งนี้ต้องแลกเปลี่ยนด้วยเงื่อนไขอะไรหรือไม่ อย่างเช่นการต้องเลิกเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาล?
"ไม่มีครับ...ไม่มีข้อตกลงอะไร...ถ้ามีเงื่อนไขพวกผมก็จะไม่รับและจะไม่ออกมา ซึ่งตรงนี้สถานการณ์การเมืองต่อไปจะอธิบายว่าพี่น้องเสื้อแดงจะมีการเคลื่อนไหว เรียกร้องกดดันให้มีการปล่อยตัวคนเสื้อแดงที่ยังถูกควบคุมตัวอีกร้อยกว่าชีวิต แล้วก็ยังมีการนัดหมายชุมนุมในวันสำคัญ 12 มีนาคม ครบรอบ 1 ปีวันเคลื่อนพล ถัดไป 10 เมษายน ก็ครบรอบเหตุการณ์ผ่านฟ้าฯ-คอกวัว ถัดไปก็ 19 พฤษภาคม ก็ครบรอบการสลายการชุมนุม"
การปล่อยตัวพวกผม ไม่ได้หมายความว่าจะมีเงื่อนไขไม่ต้องชุมนุมยืดเยื้อหรือขับไล่รัฐบาล เพราะวันนี้เราจะไปขับไล่ทำไม ในเมื่อรัฐบาลจะไปแล้ว ผมเห็นจากข่าวว่าอาจจะมีการยุบสภาในเดือน เมษายน มันก็จะต้องไปสู้กันในสนามเลือกตั้งอยู่แล้ว
"การต่อสู้ยังมีอยู่ ไม่มีการสงบศึก ถ้าเลือกตั้งเสร็จแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ชนะท่วมท้น ว่ากันแฟร์ๆ เห็นกันชัดๆ เลยว่าประชาชนนิยมพรรคประชาธิปัตย์มากจริงๆ ก็ต้องให้เขาเป็นรัฐบาล แล้วพวกผมก็จะทบทวนว่าสิ่งที่คิด สิ่งที่เข้าใจอาจจะไม่ตรงกับความต้องการของคนส่วนใหญ่ในประเทศหรือเพราะอะไร แต่ถ้าประชาธิปัตย์เอาอำนาจของประชาชนไปซุกไว้ใต้เงาของอำนาจนอกระบบอีก เราก็ต้องสู้กันอีก ถ้าคุณอภิสิทธิ์บอกว่าประชาชนให้มาด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมและจะพยายามทำให้บ้านเมืองนี้เป็นประชาธิปไตย ก็ต้องรอดู การต่อสู้มันจะยังมีอยู่ตลอดเวลา
"ประการต่อมาคือ วันนี้ยังไม่ใช่เวลาที่คนเสื้อแดงจะต้องมาชุมนุมยืดเยื้อ พวกผมออกมาวันนี้ ก็ไม่รู้คิดเรื่องชุมนุมยืดเยื้อ ขับไล่รัฐบาล ทันยุบสภาหรือเปล่า แต่สิ่งที่เราต้องทำคือต้องสร้างคุณภาพให้เท่ากับปริมานที่เติบโตขึ้นทุกวัน ต้องทำงานจัดตั้งขยายเครือข่ายให้มากขึ้น เพื่อทำให้ปริมาณที่มากขึ้นสามารถแสดงพลังได้อย่างเต็มศักยภาพ จากนี้ไปเราก็ต้องเตรียมความพร้อมสำหรับสนามเลือกตั้ง
"คนเสื้อแดงกับพรรคเพื่อไทยเดินกันแบบ 2 ขา เมื่อเข้าสู่สนามเลือกตั้งคนเสื้อแดงจะหันมาให้การสนับสนุนพรรคเพื่อไทย เพื่อแสดงพลังให้รู้ว่าเราคือคนส่วนใหญ่ของประเทศ เพราะเราไม่สามารถระดมพล 10 ล้าน หรือ 20 ล้าน ออกมาชุมนุมได้ แต่เราสามารถรณรงค์ให้คน 10-20 ล้านมาเลือกพรรคเพื่อไทยได้ ซึ่งจะต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีการกัน เพื่อเดินไปสู่เป้าหมาย เพราะฉะนั้น เลือกตั้งคราวนี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่าเราเดินมาถูกทางหรือไม่"
วิเคราะห์กันหรือไม่ว่าผู้ถืออำนาจที่แท้จริงเขาต้องการอะไรแลกเปลี่ยนกับอิสรภาพหรือออกมาจัดระเบียบแดงให้เป็นแบบที่เขาต้องการ?
ถ้าคนเสื้อแดงเป็นกองทัพ ผมก็จะเป็นนักรบคนหนึ่งที่สู้อย่างสุดกำลัง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน เอาว่าเมื่อเรามีอิสรภาพเราจะทำอะไร ส่วนเขาจะต้องการอะไรก็ขอให้เป็นหน้าที่ของเขา
มีคนตั้งข้อสังเกตว่าประชาธิปัตย์กับเพื่อไทยอาจจะเกี้ยเซี้ยกันแล้วหรือเปล่า?
ไม่มี (ตอบสวน) คนเสื้อแดงเดินกันมาถึงวันนี้เพราะให้ใจกัน 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจะไม่มีเงื่อนไขซับซ้อน ซ่อนเงื่อน จะไม่มีการเกี้ยเซี้ยหรือซูเอี๋ย ทำลายความรู้สึกและความตั้งใจของคนเสื้อแดง เช่นว่า ปล่อยพวกผมมาแล้วเอาพรรคเพื่อไทยไปจับมือกับประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล โดยมีผู้กุมอำนาจเป็นคนคุมเกมอยู่ ถึงตอนนั้นพรรคเพื่อไทยไป ผมก็ไม่ไปด้วย หรือจะให้ปล่อยพวกผมมาแล้วมาทำให้คนเสื้อแดงอ่อนแอลง เคลื่อนไหวไม่ได้ พวกผมไปตกลงเงื่อนไขพิสดารอย่างนั้นไม่ได้
อาจจะตกลงกันจบในการเจรจาระดับของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แล้ว?
ผมยืนยันก่อนนะว่า ผมเป็นคนที่เคารพศรัทธาและเป็นลูกพรรค พ.ต.ท.ทักษิณจริง และถึงวันนี้ยังยืนยันว่าจะยืนเคียงข้าง พ.ต.ท.ทักษิณต่อไปนี่ก็จริง ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณมีจุดยืนเคียงข้างประชาชนผมก็ไปด้วย ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่าเหนื่อยแล้วยอมแพ้ ขอหยุด ผมก็สู้ต่อ แล้วถ้า พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่าไม่ไหวแล้ว ยืนอยู่กับประชาชน มันเหน็ดเหนื่อย เจ็บปวดท้อแท้ ขอย้ายข้างไปอยู่กับอีกข้างดีกว่า ผมก็จะสู้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ด่านเสื้อแดง
ที่มา ข่าวสด
คอลัมน์ เหล็กใน
มันฯ มือเสือ
ก่อนถึงคำตอบเรื่องยุบสภา 
หลายคนจับตารัฐบาลซึ่งกำลังเดินหน้าสู่ 2 ด่านสำคัญ
ด่านแรก การยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านพรรคเพื่อไทย
ด่านสอง การชุมนุมคนเสื้อแดงในวาระครบรอบ 1 ปีเหตุการณ์สลายม็อบเดือนเม.ย.-พ.ค.2553
สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น ถ้าหากฝ่ายค้านยื่นญัตติต้นเดือนมี.ค. ประมาณกลางเดือนก็ระเบิดศึกได้
ใครติดตามข่าวคงพอเห็นภาพชัดเจนแล้วว่า หัวข้อที่ฝ่ายค้านจะหยิบยกมาถลกหนังรัฐบาลมีเรื่องอะไร รวมถึงรัฐมนตรีคนใดจะถูกจับขึ้นเขียงบ้าง
อย่างไรก็ตาม มีการประเมินกันว่าถึงฝ่ายค้านจะเตรียมตัว "ลับปังตอ" มาดีขนาดไหนก็ตาม
แต่ต้องไม่ลืมว่าการตอบโต้ในสภาเป็นเกมถนัดของพรรคประชาธิปัตย์อยู่แล้ว
โดยเฉพาะนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทักษะการ "โต้วาที" จัดอยู่ในระดับสุดยอดคนหนึ่ง
หรือต่อให้พลาดพลั้งเสียที "เฮียมิ่ง-สารวัตร เหลิม" สองประสานบุ๋น-บู๊แห่งฝ่ายค้าน
สุดท้ายรัฐบาลก็ใช้เสียงมากลากเอาชนะไปจนได้อยู่ดี
เกมที่ "ปิดประตูแพ้" เช่นนี้ การชิงยุบสภาก่อนเกมจะเริ่มคงเป็นไปได้ยาก
สรุปว่าด่านแรก รัฐบาลน่าจะถูลู่ถูกังเอาตัวรอดไปได้
ความน่าหนักใจจึงมาอยู่ที่ด่านสอง คือการชุมนุมคนเสื้อแเดงมากกว่า
คนเสื้อแดงจะเริ่มเข้าสู่โหมดครบรอบ 1 ปีการเคลื่อนพลใหญ่วันที่ 12 มี.ค.นี้เป็นต้นไป
จากนั้นแต่ละวันล้วนแล้วแต่มีประวัติศาสตร์ในตัวของมันเอง
ไม่ว่าเหตุการณ์ปะทะสี่แยกคอกวัว 10 เม.ย. เหตุการณ์ปะทะบริเวณอนุสรณ์สถาน 28 เม.ย.
ในเดือนพ.ค.ก็จะมีวันที่ 13 ครบรอบวัน "เสธ.แดง" พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ถูกสไนเปอร์ยิงคาแยกศาลาแดง
ก่อนจะถึงวันที่ 19 พ.ค. ครบรอบเหตุการณ์สังหารหมู่กลางกรุง รวม 91 ศพ
ท่ามกลางความยุติธรรมล่าช้าจนแทบหยุดนิ่งในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ความคับแค้นใจของคนเสื้อแดงจะแปรเปลี่ยนเป็นแรงกดดันพุ่งเข้าใส่รัฐบาล รุนแรงมากมายมหาศาลขนาดไหน
ขนาดแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลระดับตัวจริงเสียงจริงยังต้องรีบโบกธงส่งสัญญาณ
ใครจะทำอะไรก็รีบทำ
รัฐบาลไม่ยอมอยู่เกินต้นเดือนเม.ย.นี้แน่
บก.รอยเตอร์จี้ไทย เร่งคดียิงนักข่าวญี่ปุ่นดับปริศนา
ที่มา thaifreenews
โดย bozo

หัวหน้ากองบรรณาธิการข่าวของรอยเตอร์ ร้องรัฐบาลไทยและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
เร่งสอบคดีช่างภาพชาวญี่ปุ่นถูกยิงดับปริศนา จากเหตุสลายชุมนุมเมื่อเม.ย.ปีที่แล้ว
เผยครอบครัวเหยื่อและเพื่อนร่วมงานสมควรได้รู้ความจริง...
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานเมื่อเวลา 21.19 น. วันที่ 28 ก.พ.ตามวันเวลาในไทย ว่า
หลังทางดีเอสไอแถลงผลสอบสวนสาเหตุการเสียชีวิต
ของนายฮิโร มูราโมโต ช่างภาพข่าวสำนักข่าวรอยเตอร์ชาวญี่ปุ่น
กรณีถูกยิงสังหารด้วยกระสุนปริศนา ขณะเข้ารายงาน
เหตุสลายม็อบเสื้อแดงเมื่อ 10 เม.ย.ปีที่แล้ว ว่าไม่ใช่ถูกกระสุนของทหาร
และจะพยายามสอบสวนต่อไป
แม้เคยยอมรับก่อนหน้านี้เมื่อ 16 พ.ย.ว่า อาจเป็นฝีมือของทหาร
นายสตีเฟน เจ. อัดเลอร์ หัวหน้ากองบรรณาธิการข่าวของสำนักข่าวรอยเตอร์ เผยว่า
จำเป็นต้องสอบสวนคดีนี้ให้กระจ่างและต้องทำอย่างโปร่งใส
เรียกร้องรัฐบาลไทยและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทำการสอบสวนให้เสร็จสมบูรณ์
และตีพิมพ์เผยแพร่ข้อเท็จจริงออกมา เพราะครอบครัวนายมูราโมโตและเพื่อน ๆ
พนักงานรอยเตอร์สมควรที่จะได้รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นและใครเป็นคนอยู่เบื้องหลัง.
http://www.thairath.co.th/content/oversea/152530
ไม่ได้ตรวจศพจริง สื่อนอกบี้ ผลอาก้าฆ่าญี่ปุ่น!
ที่มา ข่าวสด
ซักเดือดอดีตผบช.พฐ. ยอมรับแค่ดูจากรายงาน ธาริตเร่งหมายคดีล้มเจ้า ส่อจับซ้ำ 7แกนนำแดง
"ธาริต" หนีบ "พล.ต.ท.อัมพร จารุจินดา" แถลงปมกระสุนอาก้าฆ่าช่างภาพญี่ปุ่น อ้างเหตุสอบเพิ่มให้รอบคอบมีพยานปากเดียวที่ระบุยิงมาจากเจ้าหน้าที่ พัลวันไม่มีเจตนาซักฟอกคดีให้ใคร ส่วนอดีตผบช. พิสูจน์หลักฐาน อ้างวิเคราะห์จากรายงานชันสูตรของแพทย์ ดูจากบาดแผลเข้า-ออกมีขนาดใหญ่ มั่นใจไม่ใช่เอ็ม 16 แต่ศพอื่นไม่ยืนยัน บรรดาสื่อนอกรุมซักหนัก จนเครียด สุดท้ายจบแถลงดื้อๆ ด้าน 7 แกนนำนปช. รุดกรมคุ้มครองสิทธิฯ เร่งช่วยเสื้อแดงในคุก "ณัฐวุฒิ" จวกธาริตอย่าเอาคุกมาขู่ ย้ำผิดเงื่อนไขประกันตัว ขณะที่ "มาร์ค" พิลึกสั่งสอบแม่ค้าตะโกนไล่ เชื่อมีเบื้องหลัง "เทือก" ขู่เลื่อนเลือกตั้ง ถ้ายังตามรังควาน แถมนอตหลุดซัดแกนนำไม่สำนึกที่ศาลให้ประกันตัว ฉะแหลกเผาบ้านเผาเมือง ฆ่า 91 ศพ
คดียุ่น - นายธาริต เพ็งดิษฐ์ และพล.ต.ท.อัมพร จารุจินดา อดีตผบช.พฐ. แถลงผลชันสูตรศพช่างภาพชาวญี่ปุ่นที่ว่าถูกยิงด้วยปืนอาก้า ไม่ใช่เอ็ม 16 โดนสื่อต่างประเทศรุมซักจนวงแตก
"ธาริต"แถลงอาก้าฆ่านักข่าวยุ่น
เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กระทรวงยุติธรรม นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ และ พล.ต.ท.อัมพร จารุจินดา อดีตผบช.สพฐ.ตร. ร่วมแถลงชี้แจงการเสียชีวิตของนายฮิโรยูกิ มูราโมโตะ ช่างภาพข่าวญี่ปุ่น ของสำนักข่าวรอยเตอร์ ในเหตุการณ์ขอคืนพื้นที่ เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2553 โดยอ้างว่าจากการตรวจสอบเพิ่มเติมของ พล.ต.ท.อัมพร พบว่านายฮิโรยูกิเสียชีวิตจากกระสุนปืนอาก้า และในการแถลงครั้งนี้ นอกจากผู้สื่อข่าวไทยแล้ว ยังมีผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศมาทำข่าวกันเป็นจำนวนมาก
นายธาริต แถลงว่า ก่อนหน้านี้ดีเอสไอขอความร่วมมือไปยัง พล.ต.ท.อัมพร ให้เข้ามาตรวจสอบผลการชันสูตรศพผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาชนเพื่อประชา ธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) อย่างละเอียดอีกครั้ง ในส่วนของผู้เสียชีวิต 13 ราย ที่ก่อนหน้านี้ดีเอสไอสรุปสำนวนเบื้องต้น ว่าอาจมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต และส่งสำนวนไปให้ตำรวจนครบาลสอบสวนเพิ่มเติม รวมถึงผลการตรวจสอบล่าสุดจาก พล.ต.ท.อัมพร ทางดีเอสไอก็ส่งมอบให้ตำรวจ นครบาลไปประกอบการพิจารณาแล้ว อย่างไรก็ตาม การที่ดีเอสไอออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ ไม่ได้มีเจตนาที่จะซักฟอกคดีให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
แจงเหตุดึง"อดีตผบช.สพฐ."
อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า การเสียชีวิตของนายฮิโรยูกิ นั้น ก่อนหน้านี้มีพยานบุคคลเพียงปากเดียว เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าร่วมชุมนุมกับนปช. ได้ให้ข้อมูลว่ายืนอยู่ใกล้นายฮิโรยูกิขณะถูกยิง แต่ไม่รู้ว่ายิงมาจากทิศทางใด แต่เชื่อว่ามาจากทหาร เนื่องจากขณะนั้นนายฮิโรยูกิ ถูกยิงขณะหันหน้าไปถ่ายภาพแนวทหาร แต่ด้านหลังทหารก็มีกลุ่มผู้ชุมนุมล้อมอยู่ ดังนั้น ในช่วงเกิดเหตุต้องถือว่ามีทั้ง 2 ฝ่าย ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการเสียชีวิตครั้งนี้ โดยก่อนหน้านี้ผลการชันสูตรไม่ได้ระบุอาวุธที่ทำให้เสียชีวิต เพียงแต่ระบุว่าเป็นกระสุนปืนที่มีความเร็วสูง การตรวจสอบของ พล.ต.ท. อัมพร จึงถือเป็นการสอบเพิ่มเติม เพื่อให้คดีมีความรอบคอบมากขึ้น
"ผมรู้สึกลำบากใจตอนที่เจ้าหน้าที่ให้รายละเอียดกับตัวเองถึงผลการตรวจสอบใหม่ ว่าผลออกมาอย่างนี้แล้วจะทำอย่างไร ดังนั้น สิ่งใดที่เข้ามาเพิ่มเติมก็ต้องทำอย่างตรงไปตรงมา ดีเอสไอไม่ได้ต้องการสร้างสถานการณ์ใดๆ ทั้งสิ้น ดีเอสไอเพิ่งเชิญ พล.ต.ท.อัมพร มาเพราะเห็นว่าจะทำให้เกิดความรอบคอบ และชัดเจนมากขึ้น การแสวงหาข้อเท็จจริงเริ่มจากพยาน และต่อด้วยหลักนิติวิทยาศาสตร์ เราไม่สามารถหาพยานพร้อมๆ กันทีเดียวได้ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ต้องทำ เช่นเดียวกับศพอื่นทั้ง 89 ศพ ที่ยังทำอย่างต่อเนื่องโดยตลอด คดีนายฮิโรยูกินี้ ดีเอสไอได้แจ้งความคืบหน้ากับสถานทูตญี่ปุ่นแล้ว ส่วนความคืบหน้าสำนวนที่ส่งให้ตำรวจ นครบาลไปสอบสวนเพิ่มเติม ผมไม่ต้องการก้าวก่าย และไม่อยากพูดถึงระยะเวลาการทำงานที่ผ่านมาระยะหนึ่ง แล้วมีความคืบหน้าไปอย่างไรบ้าง" อธิบดีดีเอสไอ กล่าว
อ้างลักษณะบาดแผล-รูเข้าออก
ส่วน พล.ต.ท.อัมพร กล่าวว่า ขอสรุปสั้นๆ ว่าได้วิเคราะห์จากรายงานการชันสูตรพลิกศพของแพทย์ในทุกๆ คดี คดีไหนที่ยืนยันได้ว่าควรจะโดนยิงด้วยอาวุธปืนขนาดอะไร ก็จะยืน ยันให้ ก็มีหลายอันที่ยืนยันไม่ได้ สำหรับรายนี้ค่อนข้างชัดเจน เพราะบาดแผลมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางโตกว่าแผลในส่วนอื่นๆ ทั้งหมด และตามองค์ประกอบที่ควรจะเป็น ถ้าเป็นกระสุนความเร็วสูงขนาดเล็ก ตลอดทางวิ่งของบาดแผลภายในร่างกาย กระสุนจะแตกกระจายออก และทิ้งร่องรอยเศษตะกั่วเอาไว้ ทางการแพทย์เรียกกันว่า LEAD SNOW STORM แต่สำหรับในรายนี้ ได้รับการยืนยันจากแพทย์ผู้ผ่าพิสูจน์ว่าไม่มี LEAD SNOW STORM และบาดแผลทางกระสุนเข้าและออกก็มีขนาดใกล้เคียงกัน และโตกว่ากระสุนที่ชาวบ้านคิดกันว่าเป็นกระสุน ที่เขาจะต้องถูกยิง
"สรุปได้เป็นแต่เพียงว่า ยิงจากกระสุนปืนที่มีขนาดใกล้เคียงกับบาดแผล คือประมาณไม่น้อยกว่า 7 มิลลิเมตร ที่มีใช้กันอยู่ในภูมิภาคเรามากๆ อยู่ 2-3 แบบ เช่น ปืนเอเค 47, ปืน 05 นาโต้ หรือปืนเซกาเซ่ จึงจะมีขนาดเท่ากันหมด คือ 7.62 มิลลิเมตร รายละเอียดก็มีเท่านี้ ไม่มีอะไรมากกว่านี้ ประกอบกับหัวกระสุนทะลุผ่านไป ผมไม่ได้เห็นหัวกระสุน และก็ทราบว่าในที่เกิดเหตุเก็บไม่ได้ด้วย ทุกอย่างก็ได้แค่สรุปจากบาดแผลกระสุนปืนเท่านั้น" อดีตผบช. สพฐ.ตร.กล่าว
ชี้ดูแค่ชั่วโมงเดียวก็รู้ปืนอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า ศพนปช.รายอื่นๆ บาดแผลเละจนไม่สามารถบอกขนาดหัวกระสุนปืนได้เลยใช่หรือไม่ พล.ต.ท.อัมพร กล่าวว่า ก็มีแต่บอกได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เมื่อถามต่อว่าทำไมต้องใช้เวลาเกือบปีในการพิสูจน์ทราบว่าเป็นปืน หรือบาดแผลจากกระสุนชนิดไหน พล.ต.ท. อัมพร กล่าวว่า "ไม่ทราบ แต่หากเป็นผม ทำอยู่สักชั่วโมงเดียวก็รู้แล้ว"
ต่อข้อถามว่า ได้รับผลชันสูตรจากดีเอสไอเมื่อไหร่ พล.ต.ท.อัมพร กล่าวว่า คงต้องถาม ดีเอสไอ จำไม่ได้ แต่เมื่อเร็วๆ นี้เอง เมื่อถามอีกว่าแล้วทำไมผลการตรวจสอบครั้งแรก ไม่ได้ระบุว่าเป็นปืนอาก้า นายธาริต ตอบแทนว่า ดีเอสไอไม่เคยระบุเลยว่าเป็นอาวุธปืนชนิดใด เหตุที่ส่งไปนครบาลเหมือนกับ 13 ศพ เพราะมีพยานบุคคล ที่เข้าไปอยู่ชิดนายฮิโรยูกิ แล้วก็บอกว่า เห็นตอนถูกยิง แต่ไม่รู้กระสุนมาจากทิศทางใด พยานเป็นตำรวจคนหนึ่งที่เข้าไปชุมนุมกับเสื้อแดง เขาเชื่อว่ายิงมาจากแนวทหาร ดีเอสไอก็ได้พยานคนนี้เพียงปากเดียว
นายธาริต กล่าวต่อว่า เมื่อเป็นอย่างนั้น เราก็คิดว่ามีมูลเบื้องต้นว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้ความกระจ่างมากกว่านี้ จึงส่งเรื่องไปยังนครบาล เพราะตำรวจนครบาลมีหน้าที่ทำสำนวนชันสูตรพลิกศพ ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐ ส่งไปหลายเดือนแล้ว แต่ก็ไม่เคยถามว่าทำไปถึงไหนแล้ว ทั้ง 13 ศพ แต่นายฮิโรยูกิ มีรายละเอียดเพิ่มเติมก็ต้องส่งไปให้นครบาล รวมทั้งผลตรวจของ พล.ต.ท.อัมพร ส่งไปตั้งเกือบ 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว ดีเอสไอไม่ต้องการเป็นเครื่องฟอกให้ใคร 
หารือ - แกนนำนปช. 7 คนที่เพิ่งได้รับการปล่อยตัว เข้าพบนางนงภรณ์ รุ่งเพชรวงศ์ ผอ.กองพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ หารือความคืบหน้าการปล่อยตัวเสื้อแดงที่ยังถูกขังในเรือนจำทั่วประเทศ เมื่อ 28 ก.พ.
แต่ศพอื่นๆกลับไม่ยืนยัน
ต่อข้อถามว่าแล้วทำไมผลการตรวจสอบของ พล.ต.ท.อัมพร จึงไม่อยู่ในสำนวนคดีแรก อธิบดีดีเอสไอกล่าวว่า เพราะการตรวจเรื่องกระสุน ว่าเป็นบาดแผลจากอาวุธชนิดใด เพิ่งมาปรากฏหลังจากดีเอสไอส่งสำนวนไปยัง ตำรวจนครบาลแล้ว เมื่อถามย้ำว่าทำไมถึงทำคดีช้า นายธาริต กล่าวว่า เราเพิ่งเชิญ พล.ต.ท. อัมพร มา เพราะเห็นว่าจะทำให้เกิดความรอบคอบ และชัดเจนมากขึ้น การแสวงหาข้อเท็จจริงเริ่มจากพยาน และต่อไปด้วยหลักนิติ วิทยาศาสตร์ แต่เราไม่สามารถหาพยานพร้อมๆ กันทีเดียวได้ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เราดำเนินการ เช่นเดียวกับศพอื่นๆ ทั้ง 89 ศพ ที่ยังทำอย่างต่อเนื่องโดยตลอด เช่นเดียวกับนักข่าวอิตาลี
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ศพอื่นๆ เป็นกระสุนชนิดเดียวกับช่างภาพชาวญี่ปุ่นหรือไม่ พล.ต.ท. อัมพร กล่าวตอบว่า เท่าที่จำได้บาดแผลเล็กกว่านี้ เมื่อถามต่อว่า ระบุได้หรือไม่ว่ายิงจากปืนอะไร นายธาริตตอบแทนว่า ตอบไม่ได้หรอกว่ายิงจากปืนอะไร เมื่อถามอีกว่าแสดงว่าบาดแผลบนศพนายฮิโรยูกิ ใหญ่กว่าศพอื่นๆ ใช่หรือไม่ นายธาริต กล่าวว่า แถลงไปแล้ว ก่อนจะถามอีกว่าศพไหนที่มีลักษณะบาดแผลคล้ายนายฮิโรยูกิ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ยังไม่เห็น
โดนซักหนัก-จบแถลงดื้อๆ
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า นายฮิโรยูกิเป็นกรณีเดียวใช่หรือไม่ ด้าน พล.ต.ท.อัมพร กล่าวว่า ใช่ครับ เมื่อถามอีกว่าระยะกระสุนปืนจากกระบอกปืนจนถึงร่างกาย จะสามารถบอกระยะที่เจ้าหน้าที่ยืนได้หรือไม่ อดีต ผบช.สพฐ.ตร. กล่าวว่า ไม่ได้ ไม่มีใครบอกได้ เมื่อถามต่อว่าบาดแผลจากกระสุนปืนบอกได้หรือไม่ว่ายิงจากด้านหน้าไปหลัง หรือหลังไปหน้า อดีตผบช. สพฐ.ตร. กล่าวว่า บอกได้ แผลเข้าอยู่ด้านหน้าเหนือราวนมซ้าย กระสุนทะลุออกที่หัวไหล่ขวา เมื่อถามว่า ใช่วิถีเดียวกับที่ทหารยืนอยู่หรือไม่ พล.ต.ท.อัมพร กล่าวว่า ไม่ทราบ ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าอาวุธปืน 05 นาโต้ กับซากาเซ่ มีใช้ในประเทศไทยหรือไม่ พล.ต.ท.อัมพร กล่าวว่า มี ไม่มีคงไม่เอามาพูดหรอก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อถึงช่วงนี้บรรดาผู้สื่อข่าวต่างประเทศพยายามป้อนคำถาม เพื่อให้ พล.ต.ท.อัมพร อธิบายความหมายถึงคำว่า "LEAD SNOW STORM" ว่าคืออะไร แต่ พล.ต.ท.อัมพร ไม่ตอบ กล่าวเพียงว่าไม่เกี่ยวกับการแถลงข่าว ถ้าอธิบายจะต้องใช้เวลานาน นี่เป็นการแถลงข่าว ไม่ใช่เวลามาเล็กเชอร์ ทำให้บรรยากาศการแถลงข่าวเริ่มตึงเครียด ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวซินหัว ประเทศจีน ถามว่าในเมื่ออธิบายไม่ได้ แล้วมานั่งร่วมแถลงข่าวทำไม ทำให้ พล.ต.ท.อัมพร ถึงกับเครียด และบอกว่าอยากรู้รายละเอียด เดี๋ยวไปถามด้านนอก จากนั้นก็ยุติการแถลงข่าวทันที และพล.ต.ท. อัมพร รีบเดินทางกลับทันที
"ณัฐวุฒิ"เร่งช่วยเสื้อแดงในคุก
ที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม 7 แกนนำนปช. ประกอบด้วย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, น.พ.เหวง โตจิราการ, นายก่อแก้ว พิกุลทอง, นายขวัญชัย สารคำ, นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก, นายนิสิต สินธุไพร และนายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย พร้อมด้วยทนาย ความ เดินทางเข้าพบ นางนงภรณ์ รุ่งเพชรวงศ์ ผอ.กองพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ เพื่อสอบถามความคืบหน้าช่วยเหลือผู้ต้องขังเสื้อแดง ที่ยังถูกคุมขังในเรือนจำทั่วประเทศเกือบ 50 ราย
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ต้องการทราบถึงแนว ทางการช่วยเหลือผู้ต้องขังเสื้อแดงรายอื่นที่ยังถูกควบคุมตัว โดยต้องการสอบถามถึงรายชื่อผู้ที่อยู่ระหว่างการช่วยเหลือ และงบประมาณที่จัดสรรไว้ หากมีผู้ต้องขังรายใดไม่อยู่ในรายชื่อที่กรมคุ้มครองสิทธิฯ จะให้การช่วยเหลือ กลุ่มนปช.จะยื่นขอประกันเองเป็นรายบุคคล เพื่อดำเนินการควบคู่กัน ยืนยันว่าไม่มีเจตนาเพื่อขอให้ล้มคดี แต่ต้องการให้ผู้ที่ถูกควบคุมตัวมานานกว่า 9 เดือน ได้รับโอกาสออกมาต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะผู้ต้องขังที่ถูกตั้งข้อหาร้ายแรงเกินจริง หรือบางคนศาลพิพากษาจำคุกน้อยกว่าระยะเวลาที่ถูกคุมขังไปแล้วก่อนหน้านี้
โวยธาริตเอาคุกขู่ถอนประกัน
แกนนำนปช. กล่าวต่อถึงกรณีอธิบดีดีเอสไอ เตือนแกนนำที่ได้รับการประกันตัว เรื่องการเข้าร่วมชุมนุม อาจถูกถอนประกันว่า ดีเอสไอ ไม่ควรออกมาพูดล่วงหน้า เพราะเหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้น ย้ำว่าแกนนำนปช.ทุกคนเข้าใจเงื่อน ไขของศาล ไม่มีเจตนาฝ่าฝืน หรือท้าทายอำนาจศาล พร้อมทั้งยืนยันว่าจะเข้าร่วมการชุมนุมและขึ้นปราศรัยแน่นอน ตลอด 9 เดือนที่ผ่านมาที่อยู่ในคุก นายธาริตก็ยังไม่ได้ฟังการปราศรัยเลย และก็อย่าเอาคุกมาขู่ ทุกอย่างถือเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามถึงผลชันสูตรศพช่างภาพชาวญี่ปุ่น ที่ดีเอสไออ้างว่าถูกปืนอาก้ายิงเสียชีวิต นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การออกมาเปิดเผยข้อมูลวิเคราะห์ ใหม่ เป็นการสร้างความสับสน และเบี่ยงเบนประเด็น เนื่องจากเวลาล่วงมากว่า 9 เดือนแล้ว ขณะนี้ไม่สำคัญแล้วว่ากระสุนที่ยิงเป็นกระสุนชนิดใด แต่ควรบอกว่าใครเป็นคนยิง หากชี้ชัดถึงอาวุธได้ ก็ควรระบุว่ากลุ่มใดเป็นคนยิงด้วย
เผยเบื้องหลังเจรจาล่ม
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อถึงกรณีรัฐบาลสั่งให้ล้มโต๊ะเจรจา เพื่อให้ยุติการชุมนุมของนปช.ที่ผ่านมาว่า ได้พยายามให้มีการเจรจาทุกมิติของกลุ่มคนทางฝ่ายรัฐบาล ประกอบด้วย นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ และนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เหตุการณ์เจรจาครั้งนั้นได้เกิดขึ้นก่อนการเสียชีวิตของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ไปคุยกันที่บ้านนายกอร์ปศักดิ์ และบ้านนายสุวัจน์ พยายามหาข้อสรุปด้วยกัน แต่ว่ายังไม่ได้ข้อยุติ แล้วเมื่อ พล.ต.ขัตติยะ ถูกยิงเสียชีวิต สถานการณ์ ก็ตึงเครียดมากขึ้นนำกำลังทหารพร้อมอาวุธมาปิดล้อมพื้นที่ ทำให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างทหารกับกลุ่มผู้ชุมนุม จนมีผู้บาดเจ็บ เสียชีวิตหลายราย ไม่ว่าจะเป็นที่บ่อนไก่ ซอยรางน้ำ หรืออีกหลายๆ ที่
แกนนำนปช. กล่าวอีกว่า หลังเหตุการณ์เริ่มรุนแรง ได้ไปเจรจากับ นายกอร์ปศักดิ์ อีกครั้ง เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ที่มีการเผชิญหน้า แล้วก็จะได้ไปนำพาพี่น้องประชาชนในแต่ละจุดเข้ามารวมตัวกับที่เวที ก็จะยุติการเผชิญหน้าที่จะนำไปสู่การสูญเสียได้ แต่กลายเป็นว่านายกอร์ปศักดิ์ ไปสื่อสารข้อความอย่างไรไม่ทราบ จนศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ออกมาแถลงว่าตนเป็นหัวหน้าผู้ก่อการร้าย สามารถสั่งการมวลชนให้สลายตัว หรือกลับมารวมตัวกันได้ ที่จริงแล้วสาระสำคัญการเจรจาไม่เกี่ยวกับเรื่องนั้น แต่เกี่ยวกับสาเหตุของสถานการณ์มากกว่า 
ปล่อยอีก - น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ลูกสาวเสธ.แดง รอรับและพูดคุยกับคนเสื้อแดง 5 คนล่าสุด ที่ศาล มีคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่ว คราว ออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 28 ก.พ.
ใกล้ยุติ-แต่ติดที่"เทือก-มาร์ค"
"พอเกิดอย่างนั้น ผมก็ออกแหวกวงล้อมของฝ่ายทหารออกไปอีก 2-3 ครั้ง เพื่อเจรจากับฝ่ายรัฐบาล มีนายวีระ มุสิกพงศ์ ที่ยุติบทบาทไปแล้ว เป็นคนประสานงานให้ มีนายจาตุรนต์ ฉายแสง ก็ช่วยประสานงานให้ด้วย ออกไปพยายามจะหาข้อยุติ ซึ่งเหลืออีกนิดเดียว คือหาวันเลือกตั้ง ที่กำหนดไว้ 14 พ.ย. ซึ่งยอมรับตรงกัน แต่ว่าเราต้องการให้คนในรัฐบาลขณะนั้นหมายถึง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เพราะว่า นายอภิสิทธิ์ เป็น ส.ส.มีเอกสิทธิ์คุ้มครองสมัยประชุม ให้ไปมอบตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่นายสุเทพ ใช้วิธีไปปรากฏตัวที่ดีเอสไอ แล้วก็กล่าวอ้างว่า นี่คือการปฏิบัติตามข้อเรียกร้อง โดยข้อเท็จจริงมันไม่ใช่ แล้วจนถึงขณะนี้ก็พิสูจน์ยืนยันแล้วว่ามันไม่ใช่ เพราะว่า 9 เดือน ถ้านั่นเป็นการนับหนึ่งกระบวนการยุติธรรมของนายสุเทพ ก็ต้องมีความคืบหน้าแล้ว แต่นี่ไม่มี" แกนนำนปช.กล่าว
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า เมื่อคุยกับทางรัฐบาลไม่จบ ก็พยายามสร้างเวทีเจรจาเพื่อหาทางออกในกรณีนี้ โดยการตอบรับการเสนอตัวของกลุ่มสมาชิกวุฒิสภา ที่เสนอตัวผ่านสื่อมวลชนว่าจะเข้ามาเป็นตัวกลางในการเจรจา โดยมีนายประสพ สุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เป็นผู้ดำเนินการเรื่องนี้ ตนก็โทรศัพท์ไปหา พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช บอกว่าตอบรับและยินดีที่จะเข้าสู่กระบวนการเจรจา ก็เชิญ พล.อ.เลิศรัตน์ และ คณะ 3-4 คน มานั่งหารือกันที่ตู้คอนเทนเนอร์หลังเวทีในเย็นวันที่ 18 พ.ค
หักหลังส.ว.เลือกใช้กำลัง
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า เมื่อตกลงว่าจะเจรจาโดยคณะส.ว. ทางส.ว.ก็ยืนยันว่านายประสพสุข ได้คุยกับนายกรัฐมนตรีแล้ว ตกลงกันแล้วนัดหมายกันที่อาคารรัฐสภา จะมีการเจรจากับพวกตนก็จะไป ส.ว.ก็มาแถลงข่าวที่เวทีในช่วงค่ำ และค่ำวันนั้นก็เตรียมการ มีตัวแทน มีประเด็นที่จะไปเจรจา แต่เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างนั้น เกิดการปราบปรามเข่นฆ่าในวันที่ 19 พ.ค.ตั้งแต่หัวค่ำ ก็โทรศัพท์ไปหา พล.อ.เลิศรัตน์ ว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งที่จะมีการเจรจากัน พล.อ.เลิศรัตน์ ก็ไม่ทราบว่าทําไมรัฐบาลทำอย่างนี้
"สุดท้ายก็เกิดความสูญเสีย ผมไม่มีทางเข้าใจได้ว่าทำไมรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เลือกที่จะใช้วิธีการเข่นฆ่าแทนการเจรจา ทั้งที่วงเจรจาเกิด ขึ้นแน่นอนในวันที่ 19 พ.ค. เพราะการเจรจามันมีค่ามากกว่าใช้กำลังต่อประชาชนมากมาย ไม่ทำ ก็วันนั้นแสดงว่ารัฐบาลหักหลังส.ว. โดยที่ส.ว.ไม่รู้และมาคุยกับพวกผม แต่รัฐบาลรู้มาตั้งแต่ต้นว่าไม่มีการเจรจา แต่รับปากกับประธานฯ ประสพสุข ไว้ นี่คือสัญญาณความอำมหิตที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของรัฐบาล ว่าไม่ได้ใช้กำลังจัดการกับประชาชน" แกนนำนปช.กล่าว
"มาร์ค"สอบเบื้องหลังตะโกนไล่
ส่วนความเคลื่อนไหวของรัฐบาลนั้น ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางมารับพระราชทานปริญญา ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษ ที่หอประชุมพ่อขุนรามคำแหง โดยจะเข้ารับพระราชทานเป็นลำดับที่ 4 มีอธิการบดีและคณาจารย์มหาวิทยาลัยรามคำแหง มาต้อนรับ อีกทั้งยังมี พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. เข้ารับพระราชทานนิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตด้วย โดยนายกฯ พูดคุยกับพล.ต.อ. วิเชียร และถามพล.ต.อ.วิเชียร ถึงกรณีนำเฮลิคอปเตอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาจอดรอรับระหว่างนายกฯ ไปร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพที่วัดบัวแก้วเกษร อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ว่า เอาเฮลิคอปเตอร์ไปทำไม พล.ต.อ. วิเชียร ชี้แจงด้วยสีหน้าไม่สู้ดีว่า ทางนั้นได้เตรียมเผื่อเอาไว้ นายกฯ จึงกล่าวว่า เสื้อแดงมีแค่ 20 กว่าคนเท่านั้นเอง
ต่อมาที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เดินทางไปไหน มักจะมีคนออกมาตะโกนขับไล่ว่า กำลังจะให้ตรวจสอบอยู่ ถ้าเป็นเจตนาขัดขวางการทำงานและการหาเสียง หากโยงว่าใครอยู่เบื้องหลัง ก็จะต้องดำเนินการ เพราะไม่เคารพหลักการประชา ธิปไตย เมื่อถามว่ามีคนชักใยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คงจะต้องตรวจสอบ กรณีนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องเข้ามาดูด้วย เพราะหากเป็นการดำเนินการของพรรคการเมืองหนึ่ง เพื่อขัดขวางอีกพรรคการเมืองหนึ่ง ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย
"เทือก"ขู่เลื่อนเลือกตั้ง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีแม่ค้าตะโกนด่าขับไล่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ที่ไปเปิดงานที่สวนจตุจักร เมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า นายกฯ ไปสวนจตุจักรก็ไปหาเรื่อง นายกฯ ไปงานศพที่ จ.ปทุมธานี ก็ไปหาเรื่อง ไปโห่ ไปไล่ ด้วยถ้อยคำหยาบคาย แสดงการคุกคาม นี่ไม่ใช่วิถีทางประชาธิปไตย กลุ่มคนเสื้อแดง พรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้รัฐบาลจัดเลือกตั้งโดยเร็ว รัฐบาลก็สนองตอบแล้ว นายกฯ ก็ประกาศชัดเจนว่าจะจัดเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด พรรคประชาธิปัตย์ก็แสดงออกให้เห็นว่า กำลังเตรียมพร้อมลงสู่สนามเลือกตั้ง ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดคนเสื้อแดงกับพรรคเพื่อไทย ควรไปปรึกษาหารือกัน ต่อสู้ในวิถีทางตามประชาธิป ไตยที่ถูกต้อง ไม่ใช่ใช้กำลังนอกสภา พร้อมกับส่งบางส่วนเข้ามาต่อสู้ในสภา อย่างนี้ไม่ใช่ประชาธิปไตย
ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ท่านระบุว่ากลุ่มคนเสื้อแดงตามรังควานนายกฯ ในช่วงนี้ จะส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้ง และอาจทำให้การเลือกตั้งต้องยืดออกไปกว่าที่คิดไว้หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ต้องพิจารณา ถ้าพฤติกรรมของคนเสื้อแดงยังเป็นอย่างนี้อยู่ ประชาชนเป็นห่วงว่าบรรยา กาศการหาเสียงเลือกตั้ง มันจะดีได้อย่างไร เดี๋ยวก็ไปมีเรื่องกันในสนามเลือกตั้ง
ฉะ"ณัฐวุฒิ"ไม่สำนึกได้ประกัน
ต่อข้อถามว่านายณัฐวุฒิ หนึ่งในแกนนำนปช.เกรงว่าหากผลเลือกตั้งออกมา แล้วพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้อันดับ 1 ก็จะไม่เปิดทางให้พรรคอื่นตั้งรัฐบาล นายสุเทพ กล่าวว่า อยากให้สังคมตระหนักว่านายณัฐวุฒิคือใคร นายณัฐวุฒิคือแกนนำของคนเสื้อแดง เป็นจำเลยคดีก่อการร้าย สั่งให้คนเตรียมเผาโน่นเผานี่ วันนี้ได้ประกันตัว แทนที่จะสงบเสงี่ยม สำนึกว่าได้รับความเมตตาจากศาล ไม่ควรสร้างความวุ่นวายในบ้านเมืองต่อ และก็ยังไม่หยุด ดังนั้น ต้องจับตาดูต่อไป
"ขอบอกให้คุณณัฐวุฒิได้สบายใจว่า พรรคประชาธิปัตย์อยู่มา 60 กว่าปี ปฏิบัติตามกติกาประชาธิปไตยเคร่งครัด การเมืองนั้นข้อสำคัญในวันนี้ เวลาเลือกนายกฯ เขาเลือกกันในสภา แต่พวกคุณณัฐวุฒิเองที่ไม่ยอมรับกติกา พรรคเพื่อไทยกับพวกคุณณัฐวุฒิ พวกเสื้อแดงที่ทำอยู่ ไม่เป็นตามกติกา เล่นทั้งในสภา นอกสภา เป็นผู้ต้องหาก่อการร้าย วันนี้หวังเข้ามาอยู่ในสภา ลงสมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ เพื่อเอาเอกสิทธิ์คุ้มครองตามกฎหมาย จะได้ไม่ถูกดำเนินคดี น่าสงสารผู้ที่เดินตามคุณณัฐวุฒิไป และต้องพลอยเป็นผู้ต้องหา คนเหล่านั้นมีจำนวนอีกมาก พรรคเพื่อไทยถ้าไม่ห่วงเฉพาะแกนนำ ก็ควรให้คนเหล่านั้นได้ลงสมัครบัญชีรายชื่อให้ครบให้หมด" นายสุเทพ กล่าว
นอตหลุด-ซัดเสื้อแดงฆ่า 91 ศพ
ผู้สื่อข่าวถามว่านายณัฐวุฒิระบุว่าก่อนเกิดเหตุสลายการชุมนุมในวันที่ 19 พ.ค. รัฐบาลบิดพลิ้วด้วยการส่งกำลังทหารเข้าไป ทั้งที่เช้าวันนั้นมีการตกลงผ่านส.ว.กันแล้ว นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่แกนนำเสื้อแดงบิดเบือนข้อเท็จจริง ไม่มีข้อตกลงใดๆ อย่างที่ระบุ การเจรจาระหว่างรัฐบาลกับแกนนำนปช. นั้น นายกฯ นำทีมเจรจาเอง โดยผ่านสื่อให้ประชาชนได้เห็นทั้งประเทศ และได้เห็นธาตุแท้ของคนเสื้อแดง ที่บิดพลิ้วไม่ยอมรับเงื่อนไขการเจรจาตั้งแต่ต้น ส่วนที่อ้างว่าเข้าสลายการชุมนุมก็ไม่ใช่ เพราะไม่เคยเข้าสลายการชุมนุม แต่ที่ต้องเข้าไปกระชับพื้นที่ เพราะคนเสื้อแดงใช้พื้นที่สวนลุมพินีเป็นที่ซ่องสุมอาวุธ ยิงอาวุธร้ายเข้ามาทำร้ายประชาชนที่สีลม สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส โรงแรมดุสิตธานี จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ใน 91 คนที่เสียชีวิต ที่นายณัฐวุฒิและพวกนำมาตีปี๊บอยู่ มีผู้บริสุทธิ์อยู่จำนวนมาก รวมทั้งตำรวจ ทหารที่เสียชีวิต เพราะฝีมือของพวกนายณัฐวุฒิ
ต่อข้อถามว่าทำไมดีเอสไอทำคดีล่าช้า จึงยังไม่สามารถส่งฟ้องศาลได้ นายสุเทพ กล่าวว่า ถึงวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะนำไปชี้แจงให้หมด เมื่อถามว่าทำไมจึงนำอาวุธเข้าไปในสวน ลุมพินีได้ ทั้งที่มีทหารตั้งด่านทั่วเมือง นาย สุเทพ หัวเราะและกล่าวว่า เป็นประเด็นที่ต้องติดตามกันต่อไป จะได้เห็นเอง
"บิ๊กตู่"ลั่นพร้อมสู้คดีนักข่าวยุ่น
ที่สโมสรทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. กล่าวถึงกรณีอธิบดีดีเอสไอระบุว่าช่างภาพชาวญี่ปุ่นถูกกระสุนปืนอาก้าเสียชีวิตว่า ดีเอสไอระบุอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น เพราะเป็นเรื่องของดีเอสไอ สำหรับหน่วยทหารที่ใช้อาวุธปืนอาก้าเฉพาะที่ชายแดน ส่วนพื้นที่กทม. ไม่มีใช้อยู่แล้ว เมื่อถามว่าหากผลสรุปว่าเป็นปืนอาก้า กองทัพจะสบายใจหรือไม่เพราะทหารจะได้ไม่ถูกกล่าวหา ผบ.ทบ.ย้อนถามว่า เรื่องนี้มันจบหรือยัง ยุติแล้วหรือยัง เมื่อเรื่องยังไม่จบ ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย ขณะนี้เรื่องยังไม่จบ พูดกันไปพูดกันมา ดังนั้น ต้องไปหาข้อเท็จจริงให้จบเสียก่อน แล้วค่อยมาว่ากัน ตอนนี้ไม่มีใครผิดใครถูก อย่างไรก็ตาม หน่วยทหารไม่จำเป็นต้องออกมาชี้แจง หากจะให้ชี้แจงก็เชิญมา พร้อมจะชี้แจงตามกฎหมาย ต้องให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ส่วนพล.ต.วลิต โรจนภักดี ผบ.พล.ร.2รอ. ที่นำกำลังขอคืนพื้นที่ในวันที่ 10 เม.ย. 2553 และเป็นหนึ่งในทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย กล่าวว่า ยืนยันว่าทหารไม่มีการใช้อาวุธปืนอาก้า ในเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะ พล.ร.2 รอ.ไม่มีอาวุธอาก้า มีใช้เฉพาะอาวุธปืนเอ็ม 16 เอ 2 เท่านั้น ส่วนกองพลทหารราบที่ 9 ก็ใช้เฉพาะปืนทาโวร์ เท่านั้น
เผยอาก้ามีใช้ในหน่วยชายแดน
รายงานข่าวจากผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธของกองทัพเปิดเผยด้วยว่า สำหรับกระสุนปืนขนาด 7.62 ม.ม. ที่ระบุว่าเป็นกระสุนที่ทำให้ช่างภาพชาวญี่ปุ่นเสียชีวิต จากเหตุการณ์ขอคืนพื้นที่สี่แยกคอกวัว ในวันที่ 10 เม.ย. 2553 นั้น จะใช้ได้กับอาวุธปืนเอเค 47 หรืออาก้า ที่มีประจำการในหน่วยทหารชายแดน โดยเฉพาะหน่วยทหารพรานบางหน่วย รวมถึงปืนเซกาเซ่ และปืนกลจาน ที่จีนเคยให้เขมรแดงใช้ในช่วงสงครามเย็น ซึ่งขณะนี้ยังมีแพร่หลายอยู่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา
รายงานข่าวแจ้งว่า ปืนอาก้าในปัจจุบันมีประจำการ รวมทั้งหมด 20,000 กระบอก เป็นปืนที่ทหารพรานใช้เป็นอาวุธประจำกายบริเวณชายแดน นอกจากนี้ ยังเบิกจ่ายไปใช้กับหน่วยปกติ ถือเป็นปืนนอกอัตรา โดยจะเบิกจ่ายไปใช้ฝึกทหารเกณฑ์ หน่วยละ 5-10 กระบอก จากข้อมูลระบุว่าหน่วยทหารราบ มีการเบิกจ่ายกระสุนเพื่อการฝึกทุกปี และกระสุนที่ใช้จะจัดซื้อทุก 2 ปี อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธปืนจากเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง พบว่าปืนเล็กยาว 05 นาโต้ ก็สามารถใช้กระสุนปืนขนาด 7.62 ม.ม. ได้เช่นกัน โดยปืนรุ่นนี้ใช้ในหน่วยปฏิบัติการพิเศษของตำรวจ เป็นต้น
ธาริตเร่งหมายคดี"ล้มเจ้า"
วันเดียวกัน นายธาริต ยังแถลงถึงกรณีที่ ส.ส.อภิปรายในสภาฯ มีเนื้อหาบางตอนกล่าวพาดพิงโจมตีการปฏิบัติงานของดีเอสไอ ดำเนินการล่าช้าเกี่ยวกับคดีพิเศษในความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ด้วยการล่วงละเมิดต่อสถาบันฯ ว่า ดีเอสไอสืบสวนสอบ สวนมาตลอด ทั้งด้านการตรวจสอบข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต การตรวจสอบข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องหรืออาจสนับสนุนการกระทำความผิด การตรวจสอบข้อมูลการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ของกลุ่มบุคคลเป้าหมายที่เป็นผู้กระทำผิด การตรวจสอบความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงของบุคคลที่กระทำผิดในรูปแบบการปราศรัย วิทยุชุมชน การโฟนอินเข้ามายังบริเวณที่มีการ ชุมนุม เพื่อมุ่งแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของกลุ่มบุคคลที่กระทำความผิด และให้ความเป็นธรรมกับบุคคลอื่นที่อาจไม่มีส่วนเกี่ยวข้องตามแผนผังที่ศอฉ.ร้องทุกข์กล่าวโทษ
นายธาริต กล่าวต่อว่า ข้อเท็จจริงทางคดีมีความละเอียดอ่อน และเกี่ยวข้องโดยตรงกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ดีเอสไอมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินคดีนี้ด้วยความละเอียด รอบคอบ และไม่อาจเปิดเผย หรือแจ้งผลการดำเนินการได้เหมือนคดีพิเศษอื่นๆ แต่ดีเอสไอได้ดำเนินคดีเฉพาะรายกับผู้กระทำผิดเพิ่มเติมนอกเหนือจากการดำเนินคดีพิเศษ รวมทั้งสิ้นจำนวน 17 คดี ในการนี้ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับผู้กระทำผิดไว้แล้ว 5 ราย และอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับอีกหลายราย นอกจากนี้ ยังสืบสวนสอบสวนขยายผล และพบว่ามีกลุ่มบุคคลนอกเหนือจากกลุ่มบุคคลจำนวน 39 รายชื่อที่ศอฉ.ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ ได้กระทำความผิดในลักษณะเป็นเครือข่ายทางระบบอินเตอร์เน็ตอีกจำนวนหลายราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีแยกเพิ่มเติม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในแผนผังของศอฉ.เกี่ยวกับแผนผังล้มเจ้า ระบุผู้เกี่ยวข้องว่ามีทั้งนักการเมือง นักวิชาการ และแกนนำนปช.ที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวด้วย
ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย วันที่ 01/03/54
ที่มา thaifreenews
โดย blablabla

เห็นข่าวแก๊งค์ อุ้มบุญ มันคุ้นแน่
เพียงอาสา เป็นแม่ ก็แค่นั้น
ผลประโยชน์ แอบแฝง เพื่อแบ่งปัน
รับตั้งครรภ์ คือวิปริต ของจิตใจ....
หนึ่งในแก๊งค์ อุ้มบุญ ช่างคุ้นหน้า
เลวต่ำช้า เกินมนุษย์ สุดทนได้
ปากก็บอก โหยหา ประชาธิปไตย
แต่จิตใจ รวบเบ็ดเสร็จ เผด็จการ....
จึงรวมหัว อุ้มบุญ เกื้อหนุนไว้
ระบอบ อำมาตยาธิปไตย ได้สืบสาน
เอาสันดาน อุ้มสม ที่นมนาน
เพิ่มสามานย์ อำนาจแฝง แห่งมารยา....
มันถีบส่ง ประชาธิปไตย ให้ไกลลิบ
หวังมุบมิบ ทางฝัน คือสรรหา
เอาพวกตน สืบอำนาจ อำมาตยา
แล้วกลับมา กดผองชน จนจมตีน....
จึงสร้างภาพ อุ้มบุญ เกื้อหนุนต่อ
หวังเกิดก่อ อำนาจ ไม่ขาดวิ่น
ประชาชน ตาดำดำ คนทำกิน
ตามไม่ทัน เล่ห์ลิ้น จนสิ้นทาง....
เชิญอุ้มบุญ กันต่อ รอสิ้นชาติ
ยุคอุบาทว์ จัญไร ไม่สะสาง
อุ้มระบอบ ชั่วช้า มาอำพราง
จนอับปาง ยับเยิน เกินบรรยาย....
๓ บลา / ๑ มี.ค.๕๔
http://3blabla.blogspot.com


