ที่มา ข่าวสด
คอลัมน์ รายงานพิเศษ
หมายเหตุ - นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวในประเด็น "ผู้นำ-นำการเปลี่ยนแปลง" ในหลักสูตรโครงการผู้นำ-นำการเปลี่ยนแปลง รุ่นที่ 2 จัดโดยมูลนิธิสัมมาชีพ ร่วมกับบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 6 มี.ค.
เมืองไทยใน 4-5 ปีที่ผ่านมา เรามีปัญหาจนกระทบการลงทุน การท่องเที่ยว อย่าปฏิเสธว่าเราดีขึ้น ไปดูอัตราการเติบโตเมื่อเทียบกับเวียดนาม อินโดนีเซียดูว่าเป็นอย่างไร
การส่งออกไปได้ เพราะเอกชนเขาดิ้นรนตัวเป็นเกลียว และผลจาก 1.การรุกด้านการทูตที่ดีในอดีต มีเอฟทีเอ 10 ปีที่ผ่านมา การส่งออกของเราส่งไปอเมริกาเพิ่มขึ้นเพียง 12 เปอร์เซ็นต์ ส่งไปอียู เพิ่ม 45 เปอร์เซ็นต์ แต่ส่งไปอินเดีย จีน ออสเตรเลีย กว่า 500 เปอร์เซ็นต์ อาเซียนกว่า 150 เปอร์เซ็นต์ เป็นเพราะเอฟทีเอทั้งสิ้น แต่ตอนที่เริ่มทำเอฟทีเอกลับถูกว่าตลอดเวลา
2.ความสามารถจากการแข่งขันของสินค้า ไม่ใช่อยู่ๆ จะมีขึ้น แต่เป็นการสั่งสม ถ้าคุณไม่ลงทุนเพื่ออนาคต เอาแต่ชื่นชมว่าส่งออกเท่าไหร่ จีดีพีเท่าไหร่ เมื่อนั้นฐานแห่งอนาคตจะหายไป ถ้าการทูตเชิงรุก การเจรจาการค้าเชิงรุกหยุด การลงทุนเพื่ออนาคตหยุด มันจะส่งออกไม่ได้ แล้ว จะถดถอยลงมา
ต้องถามตัวเองว่า 5 ปีที่ผ่านมา การค้าเชิงรุกที่เปิดตลาดใหม่คืออะไรบ้าง เราลงทุนอะไรบ้างในเรื่องไอที โลจิสติกส์ ในเรื่องความจำเป็นของประเทศในอนาคต เดือนหน้าลาวจะเริ่มก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ปีหน้ากัมพูชาจะทำต่อมาจากจีน แต่เราทำอะไรอยู่ สิ่งเหล่านี้ถ้าไม่ลงทุนจะเอาอะไรไปแข่งกับเขา
อย่างสิงคโปร์ พยายามเป็นศูนย์กลางการศึกษา เพราะผู้บริหารเขามองภาพรวมเห็นชัดทั้งหมด ไม่ได้มองทีละชิ้น เมื่อเขาประกาศเป็นหลักของการลงทุนของโลก ทรัพยากรมนุษย์จึงสำคัญที่สุด ดังนั้น ต้องเป็นศูนย์กลางการอบรม เมืองไทยเราต้องเดินทางนี้ เพราะเราสู้กับคนอื่นในทางอื่นไม่ได้ ทั้งต้นทุน นวัตกรรม
ดังนั้น เรื่องวิทยาศาสตร์ การทำวิจัยจึงมีความจำเป็น แล้วทำไมเราไม่ลงทุนกับเรื่องพวกนี้ หากใช้งบประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ก็เท่ากับร้อยละ 0.2 ของงบรายจ่าย เวียดนามเขาลงทุนถึง 2 เปอร์เซ็นต์ของงบรายจ่าย เมื่อเป็นอย่างนี้บริษัทใหญ่ก็ไปอยู่เวียดนาม
ปัญหาการศึกษาของเราคืออะไร เป็นเพราะครูใช่หรือไม่ อย่างฟินแลนด์ ครูจบไม่ต่ำกว่าปริญญาโท เลิกสอนแล้วไปทำงานที่ไหนก็ได้ แต่ของเราหนี้สินล้นพ้น หมุนเงินไม่สะดวก จะสอนยังไง
สังคมอาจารย์ทุกวันนี้เป็นอย่างไร มีงบวิจัยหรือไม่ การวิจัยเชื่อมต่อกับการผลิตหรือไม่ เงินก็ไม่มี ต่างคนต่างวิจัย รายได้ก็ไม่พอ สุดท้ายก็สอนอย่างเดียว ถ้าเป็นอย่างนี้จะแข่งอะไรในเชิงนวัตกรรมแห่งอนาคต
ในอนาคต ประเทศจะลดความสำคัญลง แต่ส่วนภูมิภาคจะทวีความสำคัญขึ้น จีนเจริญได้ ไม่ได้ใช้จากส่วนกลาง แต่เป็นเพราะจังหวัดวางยุทธศาสตร์ของตัวเอง เอาตัวแทนมาแข่งขันในระดับโลก จนตอนนี้จีนมีเมืองใหญ่ไม่ต่ำกว่า 40 เมือง แต่เมื่อหันมาดูประเทศไทย ทำไมทุกอย่างต้องเข้าส่วนกลางให้เป็นผู้วางยุทธศาสตร์ กำหนดงบประมาณ แต่ละจังหวัดได้งบนิดเดียว แล้วจะเจริญได้ยังไง
ทำไมเราไม่เปลี่ยน วันนี้ดุลอำนาจของโลกเปลี่ยน แปลงไป เอเชียกำลังผงาดขึ้นมา เมืองไทยน่าจะได้รับอานิสงส์ แต่ของเหล่านั้นจะได้ต่อเมื่อคุณชาญฉลาด คือรู้จักทำตัวเองให้มีความหมายต่อประเทศอื่นในโลก
แต่เราเล่นอะไรบ้างในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ที่เรามาถึงตรงนี้ได้ ประเทศอื่นเขารักเพราะอะไร ตั้งแต่ในหลวงรัชกาลที่ 5 สร้างสั่งสมจนเป็นศูนย์กลางของอาเซียน มีมิตรสหายเต็มไปหมด มาวันนี้เรากลับไม่เป็นศูนย์กลาง แต่กลายเป็นภาระของอาเซียน
นอกจากนี้เรายังต้องปรับเปลี่ยนอีกอย่าง คือเรื่องงบประมาณที่ 80 เปอร์เซ็นต์เป็นงบประจำ มีเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ที่เป็นงบลงทุน การจัดทำงบประมาณ ต่างคนต่างคิดต่างทำ ทำไมไม่ลองคิดใหม่ เอาทุกส่วนที่เกี่ยวข้องมาดูว่าต้องทำอะไรบ้าง งบประมาณมีอะไร ถ้ารุกต่างประ เทศ ต้องเอาพาณิชย์ ต่างประเทศ อุตสาหกรรม มาวางแผน ถ้าต้องการปฏิรูปเกษตร ก็ต้องเกษตร วิทยา ศาสตร์ มาไล่ดูว่าต้องทำอะไร
เอาสิ่งที่เกี่ยวข้องมารวมกันอย่างมียุทธศาสตร์ วิธีการอย่างนี้จะทำให้การใช้งบประมาณมีประโยชน์ ดีกว่าดึงเข้าสู่ส่วนกลาง
ถ้าเราไม่ปรับเปลี่ยน ก็จะเป็นอย่างนี้สะสมไปเรื่อยๆ หลายคนบอกอยากเปลี่ยน แต่การเมืองมันไม่ดี ต้องถามว่าเมื่อไหร่การเมืองจะดี แล้วมันไม่ดีเพราะอะไร ประชาธิปไตยในขณะนี้มันใช้ได้หรือไม่ กลไกทำงานจริงหรือไม่ หรือมีแค่เปลือกและข้ออ้างของการเป็นประชาธิปไตย ใครที่ได้ประโยชน์
เราบอกเราเป็นประชาธิปไตย แต่ความโปร่งใสมีหรือไม่ กลายเป็นว่าต้องมีเสบียงหาเสียง ซื้อเสียง ความจริงที่ขมขื่น แต่ยอมรับกันเป็นสัจธรรม ถ้าการเมืองซื้อเสียง คุณจะได้คนดีที่เขาไม่มีเงินได้ยังไง คนที่เขาดีไม่มีที่เกาะเกี่ยวก็ต้องยอมศิโรราบ เป็นส่วนหนึ่งของการซื้อเสียง คนเรามันเริ่มซื้อเสียงก็เหมือนกินอาจม ก็ต้องกินเรื่อยไป เหมือนแมลงวัน
อินโดนีเซียพลิกได้เพราะมาจากการนำ จู่ๆ ลอยจากฟ้าไม่ได้ ต้องเอาจริง ประชาธิปไตยจะใช้ได้ต้องรู้ขีดจำกัด ความเหมาะสม ถ้าไม่มีความพอดี ประชาธิปไตยจะนำไปสู่ความสับสน วุ่นวาย บริหารจัดการไม่ได้
ถ้าต้องการปรับเปลี่ยนประเทศให้ดี ต้องมีเงื่อนไข 2 ข้อ 1. ต้องมีผู้นำซึ่งมีเจตนานำความเปลี่ยนแปลงจริงๆ มีความมุ่งมั่น เจตนาดี ตั้งใจทำงานให้บ้านเมือง มองได้ขาดว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น แล้วหนทางการแก้ไขต้องทำยังไง 2.ความสามารถในการสื่อสารกับคนให้เห็นด้วย ให้เดินทาง เมื่อเป็นผู้นำก็ต้องมีผู้ตาม เขาจะตามก็ต่อเมื่อเขาศรัทธา ดำเนินรอยตามได้
สิ่งนี้คือสิ่งที่ต้องสั่งสม และจะต้องมีศิลปะในการบริหารการเปลี่ยนแปลงได้ และต้องมีความจริงใจที่จะทำ อดทนไม่ท้อถอย
ในประเทศประชาธิปไตย ผู้นำที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ต้องเป็นผู้นำของทุกคน ถ้าทำอย่างนั้นทุกคนจะเชื่อว่าคุณทำเพื่อทุกคน แต่ถ้าทำตัวเป็นผู้นำของคนเพียงบางส่วน เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง ยังไงก็เปลี่ยนแปลงในแนวทางที่ดีไม่ได้
ดังนั้น การเป็นผู้นำ ต้องทำให้คนศรัทธาทั้งประเทศ ไม่ใช่ทำเพื่อตัวเอง
ประชาธิปไตยมันสะท้อนสังคม ทำยังไงให้พลังประชา ชนตื่นขึ้นมามีส่วนร่วม เมื่อนั้นนักการเมืองต้องระวัง เอาจริงเอาจัง รับผิดชอบ ถ้าอยู่ 4 ปีไม่มีกฎหมายที่มีประโยชน์ออกมาเลย อยู่ได้ยังไง โชคดีที่มีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่สะท้อนว่าในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น
การเปลี่ยนแปลงก็มีโอกาสเกิดขึ้น ถ้าทำให้คนตั้งใจดีสามารถเข้าถึงข้อมูล ติดต่อกันได้ ถ้าพวกนี้รู้จักใช้ ให้ประชาชนเกิดกระแสในทางบวก ให้เป็นพลังการเปลี่ยนแปลงที่ดี ให้นักการเมืองรับผิดชอบมากขึ้น
ประเทศที่โชคดีคือประเทศที่ได้ผู้นำที่สามารถ และทำให้เกิดพลังตื่นตัวของภาคประชาชนเพื่อต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ประเทศไทยเราอยู่ในจุดที่เปราะบาง ด้านเศรษฐกิจ เราเน้นช่วงสั้น แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ขาดการมองอนาคต การลงทุนพื้นฐานไปสู่อนาคต ด้านสังคมมีความแตกแยก ด้านต่างประเทศมีปัญหากับชาวบ้าน เคยใกล้ชิดอเมริกา จีน แต่ทำไมวันนี้จีนไปอยู่ไกลนัก เขมรอยู่ใกล้จีนกว่าเราได้ยังไง ต้องมีอะไรบางอย่างผิดพลาดแล้ว
ประชาธิปไตยเราออกจากสภาไปอยู่บนท้องถนน การ เมืองไม่มีเสถียรภาพ จนทำนายไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้เมืองไทยที่เคยมั่นคง วันนี้คำว่ามั่นคงต้องใส่เครื่องหมายคำถาม ถึงเวลาหรือยังที่จะปรับเปลี่ยนสถานะให้ดีขึ้น
เราต้องการผู้นำที่มาปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ให้คนทุกระดับมั่นใจ การปฏิรูปไม่ใช่ตั้งกรรมการแล้วหยุด จะต้องลงมาเอง สื่อสารกับประชาชน เมืองไทยจะอยู่ได้คนรุ่นใหม่ รู้จักคิดเพื่อส่วนรวม เชื่อผม คนคิดดีทำดีเทวดาคุ้มครอง คนประพฤติดี ทำเพื่อบ้านเมือง แม้มีชีวิตจะไม่ได้ชัยชนะ เจออุปสรรค แต่ประวัติศาสตร์จะบันทึกว่าเป็นผู้ชนะเสมอไป
ตรงกันข้าม คนที่ชนะในวันนี้ ไม่ตั้งอยู่ในฐานความดี ผู้นำที่ไม่รับผิดชอบต่อความถูกต้อง ไม่มีประโยชน์ สุดท้ายจะจารึกในฐานะผู้แพ้
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Monday, March 7, 2011
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ "ผู้นำต้องไม่ทำเพื่อตัวเอง"
ครม.มะเร็ง
ที่มา ข่าวสด
เหล็กใน
มันฯ มือเสือ
ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่จะระเบิดขึ้นวันที่ 15-18 มีนาคม
ระหว่างนี้เริ่มมีการทยอยฉายหนังตัวอย่างเรียกน้ำย่อย เรียกเสียงซี้ดซ้าดจากบรรดาคอการเมืองได้พอสมควร
อย่างเหตุการณ์เผาห้าง 'เซ็นทรัลเวิลด์' ที่พรรคฝ่ายค้านบรรจุไว้ในหัวข้ออภิปรายเรื่องการสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งคาดว่าจะเป็นผู้อภิปรายหลักเรื่องนี้ ยืนยันมีหลักฐานภาพถ่ายวิดีโอมัดแน่นหนา
เห็นหน้าค่าตากันจะจะว่าใครคือมือเผา
ขณะที่แกนนำรัฐบาลพยายามให้สัมภาษณ์ทำลายเครดิตทำนองว่า หากฝ่ายค้านจะ 'ตัดต่อ' ภาพหลักฐานอะไรมาก็เชิญ รัฐบาลพร้อมตอบคำถามชี้แจงทุกประเด็น
ก็ต้องรอดูกันตอนหนังลงโรงฉายจริง จะตื่นเต้นระทึกขวัญเหมือนหนังตัวอย่างที่โหมโรงกันไว้ล่วงหน้าหรือไม่
กับอีกประเด็นที่ทำท่าเป็นหนังม้ามืดมาแรง เรื่องนี้ฝ่ายค้านบรรจุไว้ในญัตติถอดถอนนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วย
คือเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่แทรกแซงกรมสรรพากร และองค์กรในกระบวนการยุติธรรมที่ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทางอาญา
กรณีบริษัทฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทนำเข้าสินค้าบุหรี่ต่างประเทศ สำแดงการนำเข้าเท็จเพื่อเลี่ยงการเสียภาษีศุลกากร
ทำให้รัฐเสียประโยชน์กว่า 68,000 ล้านบาท!
ประเด็นนี้พรรคฝ่ายค้านนำมาอ้างว่าคือสาเหตุแท้จริง ทำให้ฤกษ์ระเบิดศึกอภิปรายต้องเลื่อนออกไปอีก 1 สัปดาห์
เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลประมาท นึกว่าฝ่ายค้านจะมุ่งอภิปรายเรื่องสลายม็อบเสื้อแดง และเรื่องน้ำมันปาล์ม เป็นหลัก
แต่เมื่อเห็นรายละเอียดในญัตติถอดถอนเรื่องปมภาษีบุหรี่ เลยตกใจ เพราะเป็นเรื่องคาดไม่ถึง
เลยส่งสัญญาณให้ท่านประธานสภา ชัย ชิดชอบ เลื่อนเปิดอภิปรายไปก่อน โดยอ้างเหตุผลขั้นตอนการตรวจสอบหลักฐานและรายชื่อสมาชิกผู้รับรองญัตติ ว่าถูกต้องตามระเบียบหรือไม่
สำหรับตัวละครเอกของเรื่อง ฝ่ายค้านแย้มออกมาเป็นนักการเมืองคนใกล้ชิดนายกฯ ชื่อย่อ 'ก.ไก่'
ที่อ้างบัญชานายกฯ เรียกอัยการสูงสุด อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมสรรพากร และผู้เกี่ยวข้องมาประชุมหารือช่วยเหลือบริษัทบุหรี่รายดังกล่าว
ก่อนหน้านี้มีฉายาครม.สวาปาล์ม คราวนี้เป็นคิว 'ครม.มะเร็ง' กันบ้าง
โปรดฟังอีกครั้ง! โสรัจจะ นวลอยู่ เตือน "มีนา-เมษา" ลางร้ายบ้านเมือง(สยอง)
ที่มา มติชน เริ่มเดือนมีนาคม มาได้หลายวัน หลายคนอยากให้ผ่านเดือนนี้ไปให้เร็วที่สุด นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เตรียมหารือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง เตรียมยุบสภาเลือกตั้ง 12 มีนาคม คนเสื้อแดง ชุมนุมใหญ่ 13 มีนาคม คนเสื้อเหลือง เคลื่อนขบวน การอภิปรายซักฟอกรัฐบาล เจอโรคเลื่อน แบบมีปริศนา ใครบางคน บอกว่า บรรยากาศเงียบสงัด ยามนี้ เสมือน ห้วงเวลาก่อนมีพายุใหญ่ แต่ ศาสตร์แห่งโหร เตือนไว้ว่า เดือนมีนาคม และเมษายน ปีนี้แรงนัก โสรัจจะ นวลอยู่ นอสตราดามุสเมืองไทย เตือนไว้ใน ศาสตร์แห่งโหร ปี 2554 ไว้ดังนี้ เดือนมีนาคม และเมษายนปี 2554 จะมีลางร้ายบอกเหตุล่วงหน้า ให้จับตามองลางร้ายที่จะเกิดขึ้นกับรัฐบาลและบ้านเมือง เหตุการณ์ทางการเมืองรุนแรงที่จะเกิดขึ้น เหมือนพายเรืออยู่ในอ่าง มันจะวนเวียนซ้ำไปซ้ำมา เหมือนปีก่อนๆ ไม่มีผิด เมืองไทยเข้าสู่วิกฤต จะมีประชาชนมาชุมนุมกันเป็นเรือนแสนที่ชุมนุมตามท้องถนน แม้รัฐบาลประกาศห้ามชุมนุมก็ไม่ฟังกัน การชุมนุมครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความโกรธแค้นและรู้ทันความเคลือบแคลงของรัฐบาล แม้ว่ารัฐบาลจะมีหน้าฉากดูดีเพียงไรก็ตาม แต่ความไม่จริงใจก็ทำให้ประชาชนหยั่งรู้ได้และเกิดการลุกฮือต่อต้าน เกิดการจลาจลเผาเมือง แบบเดียวกับปีที่แล้ว จะรุนแรงเสียหายมากกว่าหลายเท่า ประชาชนกลุ่มหนึ่ง ได้เข้าเผากรมกองต่างๆ และเผาสถานที่สำคัญของรัฐบาล กับเผารถถังและรถปราบจลาจล บ้านเมืองทั้งกรุงเทพและปริมณฑล ถูกเผายับเยิน ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก เหตุการณ์กว่าจะสงบลงได้ใช้เวลาเป็นหลายเดือน มีนาคม 2554 เกิดความแห้งแล้ง รุนแรง ทุกภาค ประชาชนขาดเครื่องใช้และน้ำบริโภค บ่งถึงเป็นเดือนอันตราย ประมาทมิได้ทุกๆ ทาง ความสูญเสียทรัพยากร การแตกความสามัคคีภายใน และอุบัติเหตุใหญ่ๆ ข่าวอันน่าสลดและสะเทือนใจที่สุด บุคคลที่กุมอำนาจ กำลังอยู่น่าจะตระหนักถึงอันตราย ทั้งภายในและภายนอกที่ค่อนข้างรุนแรงมาก ระยะนี้ บุคคลสำคัญและมีชื่อเสียงของประเทศจะถึงแก่กรรม ผู้คนระส่ำระสาย อาจมีอุบัติเหตุหมู่ เช่น โป๊ะล่ม เรือโดยสารขนาดใหญ่อับปางกลางทะเล ล้มตายเป็นจำนวนมาก อุบัติเหตุใหญ่ๆ เกิดขึ้นตลอดทั้งเดือน มีการตายหมู่จากเครื่องบิน รถยนต์ และทางเรือ เกิดแผ่นดินไหวสุดหฤโหดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย ฝังคนทั้งเป็นนับร้อยนับพันคน เหมือนมดเหมือนปลวก เศรษฐกิจถดถอย เกิดโรคระบาดและภาวะขาดแคลนเครื่องอุปโภค โจรผู้ร้ายฉวยดอกาสปล้นสะดม ปลายเดือน เกิดปัญหาธนาคารและสถาบันการเงิน ตลาดหุ้น อับเฉา เป็นเดือนแห่งความวิปริต ดินฟ้าอากาศจะแปรปรวน เกิดการกระทบกระเทือนชายแดนแถบพม่า การเตรียมความพร้อมและความไม่สงบภายในประเทศ ตึงเครียด และมีเหตุภัยธรรมชาติ

โสรัจจะ นวลอยู่ นอสตราดามุสเมืองไทย
" ดาวอังคาร ดาวเลือด เข้าสู่ราศีมีน ในวันที่ 25 มีนาคม 2554 เป็นวิกฤตกับดวงเมือง"
.........
...........
โปรดใช้วิจารณญาณในการพิจารณาบทวิเคราะห์ข้างต้น
เนื่องเพราะศาสตร์แห่งโหร เป็นเรื่องความเชื่อ อาจจะจริงหรือไม่จริง
หากมีสติก็ย่อมไต่ตรอง ใช้ชีวิตได้อย่างระมัดระวัง
จากใจ แรมโบ้ อิสาน “คนพลัดถิ่น": เสื้อแดงต้องรักกัน
ที่มา thaifreenews
โดย สุรชัย..namome
อยู่เย็น พรหมมุนี
ผมอยู่แดนไกลก็มิใช่สุขกายสบายใจอะไร..
อยากกลับไปช่วยกันต่อสู้ให้ได้รับชนะโดยเร็วจะแลกด้วยชีวิตผมก็ยอมไม่เคยคิดละทิ้งอุดมการณ์สักนิดเดียวจะแลกด้วยชีวิตก็พร้อมแล้ว..
แต่พอมาเห็นพี่น้องคนเสื้อแดงออกมาว่ากันไปว่ากันมาพยายามโจมตีซึ่งกันและกันตลอดเวลา..
...
ผมเสียใจมากมีอาการท้อใจเหมือนกัน..
ทำไมพวกเราไม่ก้าวข้ามให้พ้น..
ใครจะสู้แนวทางใหนมีความคิดสู้เช่นไรก็ปล่อยเขาเราไม่ว่ากัน..
ขอเพียงให้พวกเราก้าวเดินถึงเป้าหมายและเส้นชัยที่วางไว้ร่วมกัน..
นั่นคือประชาธิปไตยของประชาชนที่แท้จริงโดยไม่มีใครหรือพวกหน้าใหนมาใช้อำนาจกดขี่ข่มเหงเอารัดเอาเปรียบกลั่นแกล้งพี่น้องประชาชนเรา..
ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศที่แท้จริง ใครจะมายิ่งใหญ่กว่าประชาชนไม่ได้..
หยุดเถอะนะครับ..
พอเถอะนะครับพี่น้องของผมทุกท่าน..
ผมขอกราบแทบเท้าทุกท่านงามๆด้วยใจจริง..
ศัตรูของพวกเรามิใช่พวกเดียวกัน..
ใครจะสู้ถึงแค่ใหน..
ใครจะสู้สั้นอย่างไรใครจะสู้ยาวเพียงใด..
ก็ถือว่ามีหัวใจเสียสละออกมาสู้แล้ว ต้องขอขอบคุณหัวใจพวกเขาด้วยด้วยซ้ำไป..
จะมากจะน้อยก็ไม่ว่ากันสู้แค่ใหนก็มีน้ำใจที่ออกมาเสียสละร่วมกันเราไม่ว่ากัน..
ส่วนใครจะสู้ยาวร่วมกับพวกเราจนกว่าจะถึงวันเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยร่วมกับแรมโบ้และพี่น้องเราอีกมากมายก็ขอกราบเรียนเชิญครับ..
หยุดการต่อว่ากันเถิดนะครับ..
อย่าให่พวกเราเสียขวัญกำลังใจไปมากกว่านี้อีกเลย...
ฝ่ายอำมาตย์มันจะหัวเราะเยาะเราที่มันทำให้พวกเราแตกแยกกันได้ตรงตามแผนการของพวกมันที่วางเกมส์ไว้..
จงเข้มแข็งยืนหยัดอดทนมั่นคงจิตใจต่อไปนะครับสู้ไม่มีคำว่ายอมแพ้ครับ...
ด้วยดวงจิตขอคารวะพี่น้องเราทุกคน..
แรมโบ้ อิสาน"คนพลัดถิ่น"
ข่าวข้นคนเข้ม โดย พญาไม้
ที่มา thaifreenews
โดย สุรชัย..namome
คืนอำนาจให้ประชาชนบน การเลือกตั้ง แล้วให้แก๊งการเมืองทั้งหลาย ทำสัตยาบัน จะรับผลการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะออกมาในรูปใด ให้ถือเป็นความปรารถนาของประชาชน เป็นทางออก ทางเดียว ที่จะยุติปัญหาชาติ
- สภาพแบบนี้เชื่อได้เลยว่านายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชา ชีวะ อยากจะยุบสภาเต็มแก่ เพราะปัญหาชาติวันนี้ เกินปัญญาจะแก้ไข เพราะไม่ใช่การเมืองปกติธรรมดา มันเกี่ยวกันเกี่ยวพันกันไปทั้ง 3 โลก
- กลายเป็น ทุกขลาภ กับเก้าอี้ใหญ่เหนือชาติ เพราะที่ได้มานั้นมันไม่ใช่ประชาธิปไตย มันเป็น เผด็จการซ่อนรูป ส่วนประกอบที่เลวที่สุดของรัฐสภา ไปผสมกับเผด็จการทหาร เป็น ฝ่ายค้านมาแปดปี โดนปรามาสว่าจะเป็นฝ่ายค้านถาวร ประกอบกับ แพ้เลือกตั้ง มาหลายครั้ง..ตุ้งตังค์ก็ต่ำเตี้ย..เลยตะครุบเก้าอี้นายกรัฐมนตรี
- พญาไม้ หาข่าวมาขาย วันนี้ ผู้อุปการะ ผู้อุปถัมภ์ ทั้งหลาย ต่างปล่อยมือ ไม่อนุเคราะห์ต่อไป เพราะเกรงไฟจะท่วมเมืองกับข้อหา ฆาตกร 91 ศพ ที่จะเป็นจำเลยใน ศาลอาญาโลก ทั้งนายกรัฐมนตรีได้ยินกับหูเรื่องรัฐบาลคอร์รัปชั่นมาก
- งงกันทั้งพรรค จู่ๆ พันธมิตร กลับลำมาทิ่มใส่ อะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับประชาธิปัตย์ เสร็จนาฆ่าถึก เสร็จศึกฆ่าพรรค กระนั้นหรือ วิเคราะห์แล้วเห็น เงื่อนงำ โดนทิ่มโดนตีอย่างไร อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กะ พรรคประชาธิปัตย์ จึงก้มหน้ารับ ไม่คิดแม้แต่จะฟ้องหมิ่น
- กัดดาฟี แห่งลิเบีย จาก วีรบุรุษสู่ทรราช หากเขายอมรับและเรียนรู้ที่จะพอ เปลี่ยน รัฐธรรมนูญ และ ให้มีการเลือกตั้ง เขาก็ยังจะนั่งเป็น ประมุข ได้อีกยาวนาน แต่เพราะ"ข้าคือลิเบีย ข้าคือกฎหมาย" หลังแผ่นดินลุกเป็นไฟ เขาจะ พ่ายแพ้ อย่างหมดรูปในฐานะ อาชญากร แห่งชาติ
- ถ้าเอาเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้เมื่อไหร่ เหมืองทอง ของ ทักษิณ ชินวัตร จะมีราคา เกินแสนล้านบาท คนที่กลับมาจากบรูไนเล่ากันว่าได้ยินเรื่องนี้จากปาก
- ใกล้เลือกตั้ง คนดังต้องระวังถูกดับ ล่าสุด โกวิทย์ เจริญนนทสิทธิ์ นายกเทศมนตรีบางบัวทอง สิ้นชีวิตเพราะ ไข้โป้ง ตำรวจหาเหตุโดนสังหารยังงงๆ พญาไม้ หาข่าวมาขายให้ไปค้นหาบนแฟ้มงานบนโต๊ะ
- อ้อย มาก ไม่ได้แปลว่าน้ำตาลจะราคาถูก เพราะถ้ามันถูกวันนี้ต้องมีราคาเท่าปีกลาย ทะเลาะกันแทบตายเรื่อง สวาปาล์ม สะกิด สุเทพ เทือกสุบรรณ ให้ไปหาเหตุผลดูที ที่ปาล์มหายวันนี้ เพราะประเทศบ่อน้ำมันกำลังมีปัญหาใหญ่ ทำให้น้ำมันดิบราคาพุ่ง ปาล์มคือเชื้อเพลิงพลังงาน มันจะแพงตามในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ใครมันจะเอามาทอดปลาทอดไข่
- กลายเป็น 2 พระเอกในข่าวลือ ข่าวใหญ่ อนุทิน ชาญวีรกูล กับ เนวิน ชิดชอบ ถ้าเจ้าตัวรู้ว่าลือกันเรื่องอะไร จะหนาวเหมือนแก้ผ้าอยู่ไซบีเรีย
- ทายใจ นายกฯมาร์ค คนอังกฤษ เสร็จชนะไม่ไว้วางใจเธอน่าจะยุบสภาไม่นานหลังจากนั้นแล้ว ลาโรง ทิ้งห่างไม่เอาแล้วการเมือง
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?n...eTB3TlE9PQ
http://www.internetfreedom.us/thread-16002.html
คอก
ที่มา thaifreenews
โดย Ma-keaB
ค อ ก
๐๐..เจ้าเกิดมาพาสิ่งใดมาไว้เล่า
.. บทกลอนเก่าเล่าหวนทบทวนหน
.... จิตสำนึกตรึกได้ว่าใช่ฅน
.. วางฐานบนชนมนุษย์ พิสุทธิท้น
๐..กินกับดื่มลืมมิได้ใช่มั๊ยเพื่อน
.. เขาคอยเตือนเบือนหนีรึมีพ้น
.... กระหายหิวหนิ่วหน้าเมื่อยล้ารน
.. ธรรมชาติวาดผลทุกฅนกิน
๐๐..ประเสริฐเทียบเปรียบตราสูงค่ายิ่ง
.. สรรพสัตว์วัดทุกสิ่งอ้างอิงผิน
.... สุดเลิศเลอเสนอเจตน์ทั่วเขตดิน
.. ควบคุมสิ้นดินแดนโลก ผู้ปกครอง
๐๐..ด้วยปัญญาพาพัฒน์ วิวัฒน์สูง
.. เข้าแต่งปรุงผดุงจัด ไม่ขัดข้อง
... วัฒนาพาเจริญดำเนินครอง
.. ผลงานของผองมนุษย์สุดประมาณ
๐..เกิดชนชั้นบันดาศักดิ์ตระหนักบ่ง
.. ยกสิ่งนอกหลอกหลงเจาะจงขาน
.... สมมุติอ้างสร้างราคาค่าประมาณ
.. เรียกผลงานผสานวัตรจัดอำนวย
๐..นี่คือเงินเนินทองนั่นกองเพชร
.. เบ็ดเตล็ดเหตุติงต่างไว้อ้างสวย
.... มีฅนจนผสมปนกับฅนรวย
.. สมบัติด้วยช่วยกันหาล้ำค่านัก
๐..ทรัพย์สินหลากมากโขดูโก้ใหญ่
.. ฤๅสงสัยใครมี ยินดีหนัก
.... บันดาลทดบทบาทอำนาจนัก
.. ชนตระหนักมักหาเข้ามาพัน
๐..พันธะหลงคงเติมส่งเสริมทั่ว
.. ทำเมามัวตัวสร้างชนต่างชั้น
.... ยศอำนาจปรารถนามาใช้กัน
.. เข้าผูกพันขวัญฅนสับสนตาม
๐..คือ..คอกใหญ่ในโลกคลุมโขลกขัง
.. ข้างหน้าหลังย่างกรายโซ่คล้ายล่าม
.... กระอักอ่วนซวนเซหวนเหตาม
.. เรียกเป็นนาม"โลกธรรมแปด..เผาแผดฅน
๐..ทั่วทั้งเมืองชำเรืองมองล้วนต้องติด
.. หาใช่ผิด แต่คิดจับ จะสับสน
.... แล้วการเมืองเรื่องปกครองมาข้องปน
.. เห็นเล่ห์โจรปล้นบ้าน นักพาลเมือง
๐..เหตุการณ์ป่วนกวนผ่านใช่นานนัก
.. คงรู้จักหลักร้าย วัว-ควายเรื่อง
.... เขาติดคอก ออกอยาก ลำบากเคือง
.. ทำบ้านเมืองเยื้องวิบัติ เหมือนสัตว์ครอง
๐..ยกสมมุติหยุดตรอง เรามองขัน
.. วัว-ควายมันฟั่นเฟือน เสมือนต๊องส์
.... เรื่องลาภยศบทนอกกระจอกปอง
.. ดั่งยกคล้องครองไปได้ เมื่อตายมา
๐๐..สะกิดหนอก หยอกวัว-ควาย พอได้ยิ้ม
.. เห็นคุณพริ้มยิ้มให้ชื่นใจข้าฯ
.... มองให้เห็น เช่นติงต่างข้างกายา
.. เพียงพอ..ว่า กล้านอกคอก ใจออกเย็น... ๐
.. มะเขียบ
ใครกันขโมยของใน เซ็นทรัลเวิลด์ แล้วจุดไฟเผา
ที่มา thaifreenews นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามสถานการณ์บ้านเมือง วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่ 1 ในข้อกล่าวหาถอดถอนนายกรัฐมนตรีของ ส.ส.ฝ่ายค้าน ระบุเรื่องการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการป้องกันและระงับเหตุวางเพลิงเซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ ว่า เชิญตัวแทนกรรมการผู้จัดการเซ็นทรัลเวิลด์ให้ข้อมูลกับคณะกรรมการ ได้รับทราบว่า มีกลุ่มคนหนึ่งพยายามเผาเซ็นทรัลเวิลด์มาแล้วหลายครั้ง เนื่องจากมีหน่วยรักษาความปลอดภัยคอยป้องกันเหตุจำนวนหลายร้อยคน หลังจากนั้นกลุ่มคนดังกล่าว ไม่ทราบว่าเป็นกลุ่มไหน ได้เพิ่มจำนวนคนมากขึ้น พร้อมกับถืออาวุธครบมือเข้ามาภายในเซ็นทรัลเวิลด์ จนสามารถบีบให้หน่วยรักษาความปลอดภัยยอมจำนน และสามารถเผาได้สำเร็จ
โดย chaiya
"ตัวแทนกรรมการผู้จัดการเซ็นทรัลเวิลด์ ให้ข้อมูลกับเราว่า การพยายามลอบวางเพลิง ไม่ได้เกิดขึ้นในระหว่างที่กลุ่มเสื้อแดงชุมนุม แต่เกิดขึ้นหลังจากที่แกนนำกลุ่มเสื้อแดงเข้ามอบตัวแล้ว และตลอดเวลาที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณดังกล่าว ผู้ชุมนุมก็มีความสัมพันธ์ที่เป็นไปได้ด้วยดีกับทางห้าง โดยทางห้างได้อำนวยความสะดวกให้ผู้ชุมนุมเข้าห้องน้ำด้วย นอกจากนี้ ตัวแทนของห้างยังระบุว่า มีวีดีโอที่บันทึกภาพของกลุ่มคนที่วางเพลิงไว้ด้วย แต่จนถึงขณะนี้ทางห้างยังไม่ได้ส่งมาให้ทางคณะกรรมการ" นายจิตติพจน์กล่าว
นายจิตติพจน์ กล่าวต่อว่า การประชุมคณะกรรมการฯ วันที่ 10 มีนาคม ทางคณะกรรมการฯ เชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) เข้าชี้แจงถึงความคืบหน้าของคดีกลุ่มคนเสื้อแดง รวมถึงจะเชิญนางธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำกลุ่มนปช. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มนปช. ว่าต่อจากนี้จะมีการเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป
เวทีอภิวัฒน์ประเทศไทย กับ “ท้องถิ่นรูปแบบพิเศษชายแดนใต้”
ที่มา ประชาไท
อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยทักษิณ
ผู้ช่วยผู้จัดการโรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ อ.จะนะ จ.สงขลา
Shukur2003@yahoo.co.uk
ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ได้เสนอ แนวทางในการปฏิรูปประชาธิปไตยนั้นต้องเอาความสำคัญไปอยู่ที่ฐาน ของ ‘ชุมชน’ และ ‘ท้องถิ่น’ เพราะประชาธิปไตยมีลักษณะพิเศษ คือ ‘เป็นของประชาชน และโดยประชาชนเพื่อประชาชน’ ด้วยหัวใจของประชาธิปไตยจึงอยู่ที่ทำอย่างไรให้เป็นการปกครองของประชาชนคนสามัญและโดยประชาชนคนธรรมดาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ศ.นพ.ประเวศ วะสี ประธานสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย ระบุว่าการปฏิรูปประเทศไทยที่สำคัญที่สุดคือการปฏิรูปการบริหารประเทศจากการเอากรมเป็นตัวตั้งเป็นการเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง หรือ ‘เทศาภิวัฒน์’ เพราะการรวมศูนย์อำนาจรัฐกว่าร้อยปีที่ผ่านมาทำให้เกิดความอ่อนแอที่มีผลร้ายแรงอย่างน้อย 7 ประการคือ 1) ชุมชนท้องถิ่นทั้งหมดไม่สามารถจัดการตัวเองได้ 2)ความขัดแย้งระหว่างอำนาจรวมศูนย์กับวัฒนธรรมท้องถิ่นนำไปสู่ความรุนแรงเช่น สามจังหวัดภาคใต้ 3) รวมศูนย์อำนาจเรื่องการศึกษา 4) ระบบราชการอ่อนแอทางปัญญา เพราะใช้แต่อำนาจ เป็นระบบรัฐที่ล้มเหลวแก้ปัญหาไม่ได้ 5) คอร์รัปชั่นอย่างหนัก 6) การเมืองที่ไร้คุณภาพเป็นคณาธิปไตย 7) รัฐประหารได้ง่าย
วันที่ 3 มีนาคม 2554 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวสุนทรพจน์ หัวข้อ “ความท้าทายใหม่ของรัฐบาลต่อการผลักดันชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง”
วันที่ 3 มีนาคม 54 มีการจัดเวทีอภิปราย“นโยบายพรรคการเมืองต่อการคืนอำนาจให้ชุมชนท้องถิ่น” โดยนางสาวผ่องศรี ธาราภูมิตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ตัวแทนพรรคเพื่อไทยและนายศุภชัย ใจสมุทร ตัวแทนพรรคภูมิใจไทย
ศูนย์วิจัยความสุขชุมชน (เอแบคโพลล์) มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญร่วมกับสมัชชาองค์กรท้องถิ่นเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยได้นำเสนอสรุปผลการวิจัยความคิดเห็นต่อการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น (อทป.) :กรณีศึกษาประชาชนอายุ 18-60 ปี ในพื้นที่ 13 จังหวัดทั่วประเทศ โดยนายเทวินทร์ อินทร์จำนง สถาบันวิจัย เอแบคโพลล์กล่าวในฐานะผู้ทำวิจัย ว่าความคิดเห็นเกี่ยวกับการกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นประชาชนร้อยละ 39.2 เห็นด้วย ในขณะที่มีผู้ไม่มีความเห็นถึงร้อยละ 49.2
ช่วงสุดท้ายของวันที่ 3 มีนาคม2554 คณะกรรมการองค์กรปกครองท้องถิ่นเพื่อการปฏิรูปในคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป ร่วมกับสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทยแถลงการณ์ข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปโครงสร้างและระบบการปกครองท้องถิ่น เพื่อสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคมพร้อมยื่นข้อเสนอดังกล่าวให้กับศ.นพ.ประเวศและคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ ประธานคณะกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติเป็นเจ้าภาพในการขับเคลื่อนพลังชุมชนท้องถิ่นให้เป็นพลังแผ่นดินต่อไป
รำลึกบ่อนไก่-พระราม 4 : (3) เสียงผู้สูญเสีย
ที่มา ประชาไท
![]() นายบุญมี เริ่มสุข วันเกิด 5 กุมภาพันธ์ 2483 อายุ 71 ปี ที่อยู่ 155 ซ. ปลูกจิตต์ ถ.พระราม 4 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ อาชีพ ค้าขาย สาเหตุการตาย ติดเชื้อในกระแสเลือด (อันเนื่องจากบาดแผลที่ถูกยิงบริเวณหน้าท้อง กระสุนทะลุลำไส้หลายแห่ง) วันและสถานที่เกิดเหตุ ถูกยิงขณะออกไปรับประทาน หน้าร้านระเบียงทอง ปากซอยปลูกจิตต์ วันที่ 14 พฤษภาคม 2553 เวลาประมาณ 16.00 น. เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล และเสียชีวิตในวันที่ 28 กรกฎาคม 2553 |
นายเสน่ห์ นิลเหลือง วันเกิด 9 มกราคม 2505 อายุ 48 ปี ที่อยู่ 185 ซ.แสนสุข แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ อาชีพ ขับรถแท็กซี่ สาเหตุการตาย บาดแผลกระสุนลูกโดดบริเวณหน้าอกทะลุเส้นเลือดใหญ่และปอด วันและสถานที่เกิดเหตุ ถูกยิงที่หน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. ขณะเดินทางไปแฟลตตำรวจ สน. ลุมพินี เพื่อเปลี่ยนรถ วันที่ 14 พฤษภาคม 2553 เวลาประมาณ 18.00 น. เสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล |
3. นายมานะ แสนประเสริฐศรี วันเกิด 12 ธันวาคม 2531 อายุ 21 ปี ที่อยู่ 4/31 ถ.เชื้อเพลิง แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ อาชีพ ขับรถแท็กซี่ อาสาสมัครปอเต็กตึ๊ง สาเหตุการตาย บาดแผลกระสุนปืนทำลายสมอง วันและสถานที่เกิดเหตุ ถูกยิงหน้าธนาคารกสิกรไทย ปากซอยงามดูพลี ขณะทำหน้าที่อาสาสมัคร เข้าไปช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ วันที่ 15 พฤษภาคม 2553 เวลาประมาณ 17.00 น. เสียชีวิตทันที |
![]() นายสมัย ทัดแก้ว วันเกิด 19 พฤษภาคม 2518 อายุ 35 ปี ที่อยู่ 83 หมู่ที่ 8 ต.แข้ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ อาชีพ พนักงานรักษาความปลอดภัย สาเหตุการตาย โลหิตติดเชื้อ (เนื่องจากบาดแผลที่ถูกยิงบริเวณด้านหนัง ตัดลำไส้ใหญ่) วันและสถานที่เกิดเหตุ ถูกยิงขณะเดินทางไปทำงาน หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาลุมพินี วันที่ 16 พฤษภาคม 2553 เวลาประมาณ 19.00 น. เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล และเสียชีวิต 31 พฤษภาคม 2553 |
บาดเจ็บสาหัส นายฐานุทัศน์ อัศวสิริมั่นคง อายุ 54 ปี ที่อยู่ 14/94 ซ. ปลูกจิตต์ ถ.พระราม 4 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ อาชีพ ค้าขาย (ส่งขนมตามร้านต่างๆ) สาเหตุการได้รับบาดเจ็บ ถูกยิงเข้าบริเวณด้านหลังทะลุปอดและถูกไขสันหลัง ทำให้พิการถาวร ตั้งแต่ช่วงอกจรดปลายเท้า วันและสถานที่เกิดเหตุ ถูกยิงขณะรอรถประจำทาง ป้ายรถเมล์ใกล้สะพานลอย ฝั่งบ่อนไก่ วันที่ 14 พฤษภาคม 2553 เวลาประมาณหลังเที่ยงวัน |



