ที่มา มติชน หลังจากการล่มสลายของผู้นำเผด็จการในตูนิเซียและอียิปต์ อีกทั้งสถานการณ์ความรุนแรงที่แผ่ขยายไปตลอดแนวกลุ่มชาติอาหรับ นับตั้งแต่อัลจีเรียจนกระทั่งถึงอิหร่าน หลายคนเริ่มสงสัยว่า"โดมิโน"ตัวต่อไปในเกมการเมืองครั้งนี้จะเป็นใคร
ซีเรีย ซึ่งมีการปกครองในระบบเผด็จการที่คล้ายคลึงกับตูนิเซียและอียิปต์ อาจไม่ใช่ประเทศต่อไป แต่อย่างไรก็ดี ถือว่าเป็นประเทศที่อาจก้าวถึงจุดแตกหักได้ไม่ยาก
ทฤษฎีโดมิโน่แบบเก่า ในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอาจถูกนำมาใช้ได้อย่างคร่าวๆ ในการเน้นย้ำให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของประเทศต่างๆในภูมิภาค ประเทศกลุ่มอาหรับทุกวันนี้ หรืออาจเปรียบเทียบได้กับกระดานหมากรุก ที่การเคลื่อนที่เบี้ยหมากรุกตัวใดตัวหนึ่ง อาจส่งผลกระทบกระเทือนต่อความสัมพันธ์ของหมากตัวอื่นบนกระดาน
ในทุกวันนี้ ขณะที่การประท้วงมีจำนวนเพิ่มขึ้นเท่าทวีคูณ รัฐบาลของประเทศอาหรับทั้งจากตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนืออาจเชื่อว่า หากต้องการเรื่องราวต่างๆด้วยตนเอง ความขัดแย้งภายในย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ในซีเรีย ดูเหมือนว่าการประท้วงต่อต้านภาวะชะงักงันทางการเมืองที่มีความเปราะบางอาจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ ขณะที่ทุกวันนี้ ประชาชนคนธรรมดาในซีเรีย ต่างต้องประสบกับภาวะความตกต่ำทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างรุนแรง ซึ่งรวมถึงอัตราการว่างงานที่พุ่งขึ้น ราคาอาหารที่เพิ่มขึ้น การถูกจำกัดด้านเสรีภาพส่วนบุคคล และการคอร์รัปชันที่เป็นเหมือนโรคเรื้อรัง ปัจจัยดังกล่าวแทบไม่แตกต่างจากสาเหตุของการประท้วงขับไล่รัฐบาลในหลายประเทศ ซึ่งเริ่มจากการเรียกร้องสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จนกลายเป็นการเรียกร้องเสรีภาพและประชาธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบ
รัฐบาลในกรุงดามัสกัสต่างรู้สึกหวั่นเกรงต่อเหตุประท้วงที่อาจก่อตัวได้เมื่อใดก็ได้ หนทางที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าระหว่างประชาชนและทหารก็คือกระบวนการปฏิรูปการเมืองที่แท้จริงที่นำไปสู่การเลือกตั้งและการมีรัฐบาลสมานฉันท์แห่งชาติ อย่างไรก็ดี ความเฉื่อยชาที่ยังคงติดแน่นในรัฐบาลชุดปัจจุบัน กลายเป็นสิ่งที่ขัดขวางกระบวนการดังกล่าวไม่ให้เดินไปข้างหน้าเท่าที่ควร
แต่แทนที่รัฐบาลซีเรียจะพยายามเร่งผลักดันกระบวนการดังกล่าว กลับเสนอ"เครื่องล่อใจ"ประเภทต่างๆ เพื่อเป็นเครื่องรับประกันว่าผู้ลงคะแนนเสียงหลักจะยังคงไม่แตกแถวไปไหน อาทิ โครงการแจกคอมพิวเตอร์โน้ตบุคให้แก่ครูอาจารย์ การเพิ่มเงินอุดหนุนให้แก่แรงงานในภาคสาธารณะ และการขจัดกลุ่มนักปฏิรูปการเมือง แต่สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันจำเป็นต้องมีการนำมาตรการที่เข้มงวดยิ่งขึ้นมาใช้ การยกเลิกการประกาศภาวะฉุกเฉินซึ่งบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 1963 ซึ่งเท่ากับเป็นการลดอำนาจของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาจเป็นทั้งสัญลักษณ์และขั้นตอนที่ชัดเจนในการก้าวไปสู่ทิศทางที่ถูกต้อง
หากว่ารัฐบาลซีเรีย หรือกระทั่งผู้นำชาติอื่นๆในกลุ่มอาหรับ ยังไม่เริ่มที่จะตระหนักได้ว่าเสรีภาพคือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน นั่นอาจทำให้แม้กระทั่งความอดทนอดกลั้นอย่างที่สุดของประชาชนส่วนใหญ่อาจไม่เหลืออีกก็เป็นได้ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สูงขึ้น อาจเป็นชนวนที่ก่อให้เกิดการประท้วงขึ้นในประเทศทางแอฟริกาเหนือก็จริง แต่การเริ่มหันเหความสนใจเพื่อให้มีการปฏิรูปทางการเมืองของกลุ่มผู้ประท้วงที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว นั่นอาจทำให้ไม่มีใครสามารถรับมือกับเหตุรุนแรงได้ทัน
การจัดการปัญหาอาจเป็นไปไม่ได้ในความจริงที่จะไม่มีการหลั่งเลือด เช่นที่เราเห็นในเหตุประท้วงหลายครั้งที่ผ่านมา ดังนั้นรัฐบาลซีเรียจึงทราบดีว่าตนจำเป็นต้องตอบสนอง ตั้งแต่นี้ไปโดยใช้มาตรการการปฏิรูปแบบ"ไม่เต็มใจ"ที่เพิ่งร่างไว้อย่างคร่าวๆ แต่การพยายามสะสางปัญหาความคับข้องใจที่ฝังรากลึกด้วยการพูดจาภาษาดอกไม้ และข้อเสนอกองโต ก็เหมือนกับการพยายามดับไฟที่กำลังโหมไหม้ป่าด้วยเครื่องฉีดน้ำเพียงเครื่องเดียว ทางออกต่อปัญหาของซีเรียจึงจำเป็นต้องมีแก่นสารและสาระสำคัญเทียบเท่ากับปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น
กระทั่งปัจจุบัน รัฐบาลซีเรียยังคงหวังว่า การใช้ถ้อยคำชักจูงโน้มน้าวต่อนโยบายการต่อต้านอิสราเอลและชาติตะวันตก สามารถเป็นเกราะในการปกป้องตนเองได้ ในขณะที่แทบไม่พบว่าปัญหาเรื่องอิสราเอลและปาเลสไตน์เป็นประเด็นสำคัญในการเรียกร้องในตูนิเซียและอียิปต์ นอกจากนั้น ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมื่อเครื่องบินรบอิสราเอลพุ่งเป้าโจมตีซีเรีย กลับไม่มีเสียงใดๆออกมาจากปากของรัฐบาล และยังคงไม่มีต่อไปแม้ว่าเครื่องบินของอิสราเอลกำลังบินอยู่เหนือทำเนียบประธานาธิบดีก็ตาม
รัฐบาลอ้างว่า นี่ถือเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการแสดง"ความอดกลั้น"เช่นเดียวกับประเทศพันธมิตรพี่ใหญ่อย่างอิหร่านปฏิบัติ อย่างไรก็ดี ข้อมูลจากวิกิลีกส์เปิดเผยให้ทราบว่า ผู้นำซีเรียได้กล่าวต่อรัฐบาลอิหร่านว่าไม่จำเป็นต้องใส่ใจต่อสงครามใดๆก็ตามที่ตนกระทำต่ออิสราเอล เนื่องจากอิสราเอลอ่อนแอเกินไป ดังนั้นจึงถือเป็นความผิดมหันต์ หากรัฐบาลซีเรียคิดว่ากลยุทธ์การหันเหความสนใจแบบเดิมๆจะทำให้ตนหลุดพ้นจากภาระรับผิดชอบ ในทางกลับกัน ยังคงมีกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีการศึกษา ที่ยังคงไม่สามารถหางานที่เหมาะสมกับตนเองได้ ซึ่งรัฐบาลได้นำพวกเขา เพื่อจัดตั้งเป็นกลุ่มแกนนำประท้วง ซึ่งใช้สโลแกนทางการเมืองที่ไร้จุดหมาย เพื่อแสดงจุดยืนต่อการคงไว้ซึ่งการประกาศภาวะฉุกเฉิน เพื่อความชอบธรรมในการยังคงอยู่ในอำนาจต่อไป
ประชาชนชาวซีเรีย มีความอดทน แข็งแกร่ง ยืดหยุ่นได้สูง และเต็มไปด้วยความคิดริเริ่ม ครอบครัวและความผูกพันต่อสังคมยังคงเป็นสิ่งที่อยู่เหนือความทุกข์ยากทั้งปวง เมื่ออาหารขาดแคลน พวกเขายังคงแบ่งปัน เมื่อรัฐบาลปิดกั้นข่าวสารทางอินเตอร์เน็ต พวกเขาก็ใช้พร็อกซี่ เซิร์ฟเวอร์แทน
แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาควรกระทำ พวกเขาไม่ควรนำสวัสดิภาพของตนเข้าไปเสี่ยงเมื่อเขาพยายามติดต่อกับโลกออนไลน์ ไม่มีใครต้องการเห็นท้องถนนในกรุงดามัสกัสเต็มไปด้วยการประท้วง หรือกระทั่งความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากการเผชิญหน้าระหว่างผู้ประท้วงและตำรวจ สิ่งที่คนซีเรียต้องการก็คือการเจรจาที่สามารถสื่อความหมายกับรัฐบาลได้
รัฐบาลจำเป็นต้องคำนึงถึงประเด็นดังกล่าว แม้ว่าตนเองจะได้ใช้ความพยายามไปมากเพียงใดก็ตาม ต้องอย่าลืมว่าคนซีเรียได้เป็นประจักษ์พยานต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางเช่นเดียวกับประชาชนในประเทศอื่นๆ ประชาชนซีเรียอาจไม่มีความโน้มเอียงที่ต้องการให้เกิดความรุนแรง แต่การกำเนิดของเสรีภาพ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยปรากฏต่อหน้าของพวกเขา เป็นสิ่งที่ไม่สามารถลืมได้ง่ายๆ หรือถูกเอาชนะด้วยถ้อยคำประกาศของรัฐบาล หรือจากถ้อยแถลงของผู้นำที่อยู่บนหอคอยงาช้าง
เคยมีคนกล่าวไว้ว่า กำแพงเบอร์ลินจะไม่มีวันพังทลาย นายมูบารัคจะไม่มีวันก้าวลงจากตำแหน่ง และยังคงมีบางคนที่กล่าวว่าซีเรียจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง แต่หากว่าความเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นวันใดวันหนึ่ง ประชาชนชาวซีเรียอาจได้ลิ้มรสเสรีภาพอย่างแท้จริง
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Tuesday, March 8, 2011
ฤาซีเรียจะกลายเป็น"โดมิโน"ตัวต่อไป?
ปลดใครกันแน่
ที่มา มติชน
โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์
![]() |
ส.ส.อาจเคยทำเช่นนี้มาแล้วเป็นการภายใน เช่นเจรจากับหัวหน้าพรรคในฐานะนายกรัฐมนตรี แต่ ส.ส.ในฐานะบุคคลจะมีพลังได้สักเท่าไร หากไม่มีสาธารณชนหนุนหลัง ดังนั้นไม่ว่าข้อเสนอของ ส.ส.จะเป็นอย่างไร นโยบายของรัฐในการจัดการกับความไม่สงบในภาคใต้จึงเหมือนเดิมตลอดมา กล่าวคือ ยกเรื่องทั้งหมดให้กองทัพเป็นผู้จัดการแต่ผู้เดียว
ปัญหาในสามจังหวัดภาคใต้ไม่ใช่ปัญหาทางทหาร แม้ว่าจำเป็นต้องใช้กำลังทหารจัดการในบางมิติของปัญหา แต่ทหารไม่มีทั้งความชำนาญหรือความสามารถจะจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้
ปัญหาหลักของภาคใต้คือการแข็งข้อต่ออำนาจรัฐของประชาชนส่วนหนึ่ง โดยใช้วิธีการทางทหารในการต่อสู้กับรัฐ ก่อให้เกิดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจำนวนมาก
ในท่ามกลางความวุ่นวายของสถานการณ์ ปัญหาที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ก็เข้าผสมโรง โดยใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือมากขึ้น เช่น ปัญหายาเสพติด, การค้าของเถื่อน และการแย่งชิงทรัพยากร ทั้งจากภาคเอกชนและภาครัฐเอง ทั้งนี้เพราะอำนาจรัฐอ่อนแอลง และเพราะความระแวงระหว่างต่อกันย่อมมีสูงในทุกฝ่าย
แต่การแข็งข้อต่ออำนาจรัฐนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะมีคนหัวรุนแรงกลุ่มหนึ่งก่อความไม่สงบขึ้น แต่เป็นเพราะมีเงื่อนไขอีกหลายอย่าง ทั้งทางวัฒนธรรม, การเมือง, เศรษฐกิจ และการปกครองที่ทำให้คนกลุ่มนี้ประสบความสำเร็จ ตราบเท่าที่ไม่จัดการกับเงื่อนไขดังกล่าว ถึงจะใช้กำลังทหารสักเท่าไร ก็ไม่สามารถนำความสงบกลับคืนมาได้
ยิ่งไปกว่านี้ อาจยิ่งทำให้สถานการณ์ความรุนแรงบานปลายมากขึ้นไปอีก เพราะในสถานการณ์ที่ไม่ชัดแจ้งว่าศัตรูคือใคร วิธีการทางทหารกลับยิ่งเพาะศัตรูให้กล้าแข็งมากขึ้น แนวร่วมที่อยู่ห่างๆ ก็จำเป็นต้องเข้าไปขอความคุ้มครองกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ราษฎรธรรมดากลัวภัยจากการปราบปรามก็เช่นเดียวกัน รวมถึงคนที่ได้เห็นญาติมิตรของตนถูก "ปฏิบัติการ" อย่างไม่เป็นธรรม ย่อมมีใจเอนเอียงไปสนับสนุนผู้ก่อความไม่สงบ
ในขณะที่เงื่อนไขต่างๆ ซึ่งควรได้รับการแก้ไขก็ไม่ได้ถูกแก้ไข
นับตั้งแต่เกิดความไม่สงบระลอกใหม่เมื่อต้นปี 2547 เป็นต้นมา ไม่มีรัฐบาลชุดใดคิดถึงการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนสักรัฐบาลเดียว ฉะนั้น นโยบายหลักของทุกรัฐบาลจึงเหมือนกัน นั่นก็คือปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งอาจทำโดยตำรวจหรือทหารก็ตาม
รัฐบาลทักษิณเคยตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ซึ่งได้ศึกษาถึงเงื่อนไขที่รัฐไทยสร้างความไม่พอใจให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น และได้เสนอทางแก้หลายอย่าง แต่รัฐบาลทักษิณแทบไม่ได้นำเอาข้อเสนอใดไปปฏิบัติอย่างจริงจังเลย
ข้อเสนอเหล่านี้ล้วนเป็นข้อเสนอที่ทำได้ยากในทางการเมือง เช่นการเข้าไปแทรกแซงให้มีการจัดสรรทรัพยากรท้องถิ่นอย่างเป็นธรรม โดยไม่ปล่อยให้ทุนเข้าไปแย่งชิงจับจอง โดยอาศัยอำนาจรัฐเพียงฝ่ายเดียว หรือใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างไม่เป็นธรรมในกรณีกล่าวหาว่าราษฎรบุกรุกอุทยาน, ป่า หรือชายฝั่ง โดยไม่ยอมให้มีการพิสูจน์สิทธิกันด้วยกระบวนการซึ่งเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
จะผลักดันให้เกิดสิ่งเหล่านี้ได้ ต้องมีเจตนารมณ์ทางการเมืองอย่างแรงกล้า ที่จะโน้มน้าวสาธารณชนให้คล้อยตาม จึงจะทำให้รัฐบาลมีพลังต่อสู้กับระบบราชการซึ่งไม่ต้องการสูญเสียอำนาจ และต่อสู้กับทุนซึ่งต้องการใช้ช่องโหว่ในการหากำไรกับทรัพยากรท้องถิ่น
แม้แต่รัฐบาลทักษิณซึ่งสามารถกุมคะแนนเสียงในสภาได้อย่างท่วมท้น ก็ไม่กล้ามีเจตนารมณ์ทางการเมืองที่จะขจัดเงื่อนไขต่างๆ อันเป็นเหตุให้ผู้ก่อความไม่สงบจะใช้เพื่อแสวงหาความสนับสนุนจากประชาชน
รัฐบาลประชาธิปัตย์ซึ่งไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาหลายยุคหลายสมัย ยิ่งไม่กล้าจะมีเจตนารมณ์ทางการเมืองใดๆ คงปล่อยให้การจัดการปัญหาด้วยวิธีการทางทหารต่อไป ซ้ำยังเอาหูไปนาเอาตาไปไร่กับการทำงานของกองทัพขึ้นไปอีก เพราะตัวได้อำนาจมาจากการแทรกแซงของกองทัพ ไม่ว่าทหารจะเรียกร้องอะไร นับตั้งแต่งบประมาณ, อาวุธยุทโธปกรณ์ หรืออำนาจที่ไม่ต้องตรวจสอบจากกฎหมายใดๆ ก็พร้อมจะยกให้หมด
หลายปีที่ผ่านมา เกิดประโยชน์ปลูกฝังขึ้นแก่กองทัพในนโยบายปล่อยทหารให้จัดการแต่ผู้เดียวนี้
เคยมีความพยายามของคนบางกลุ่มในสมัยรัฐบาลสุรยุทธ์ ที่จะถ่วงดุลอำนาจจัดการของทหารในภาคใต้ ด้วยการตั้งหน่วยงานผสมระหว่างพลเรือนและทหารขึ้น เป็นผู้อำนวยการแก้ปัญหาภาคใต้ แต่หน่วยงานดังกล่าวแม้จะถูกตั้งขึ้นตามกฎหมายในภายหลัง ก็ไม่มีอำนาจหรือความพร้อมใดๆ ที่จะปฏิบัติงานดังกล่าวได้
ทุกบาททุกสตางค์ที่ทุ่มลงไปเพื่อแก้ปัญหาภาคใต้ จึงทุ่มลงไปแก่ปฏิบัติการทางทหารโดยสิ้นเชิง
ผลของการแก้ปัญหาด้วยการ "ปราบ" ท่าเดียวนี้เป็นอย่างไร?
ความไม่สงบก็ยังดำเนินต่อไปเป็นรายวันเหมือนเดิม เพียงแต่มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเป็นสัญญาณบางอย่าง ซึ่งแปลว่าสถานการณ์ดีขึ้น หรือเลวลงก็ไม่ทราบได้
เช่นเจ้าหน้าที่บ้านเมือง สามารถบอกได้ว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้น เป็นฝีมือของอาร์เคเคกลุ่มใด มีใครเป็นแกนนำ การที่เจ้าหน้าที่สามารถบอกได้เช่นนี้ อย่างน้อยก็แปลว่าเจ้าหน้าที่มีความรู้เกี่ยวกับศัตรูมากขึ้น แต่ไม่จำเป็นว่าสิ่งที่เจ้าหน้าที่บอกนั้นจะเป็นจริง การทำบัญชีรายชื่อผู้ต้องสงสัยนั้น หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงของรัฐรู้จักทำมานานแล้ว และหลายครั้งด้วยกันก็มักจะผูกชื่อในบัญชีนี้เข้ากับการละเมิดกฎหมายที่จับผู้กระทำผิดไม่ได้อยู่เสมอ
ในกรณีภาคใต้ปัจจุบัน ไม่รู้ชัดว่าการจับ "แพะ" ตามบัญชีรายชื่อยังทำอยู่หรือไม่ ควรที่จะมีการตรวจสอบคดีในศาลว่าผู้ถูกกล่าวหาเหล่านี้ได้รับการยกฟ้องเป็นสัดส่วนเท่าไร อีกประการหนึ่งที่ต้องเข้าใจด้วยก็คือ ผู้ถูกจับเหล่านี้จำนวนมากถูกจับภายใต้กฎอัยการศึกหรือ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ชะตากรรมของเขาจึงน่าอเนจอนาถยิ่งกว่าผู้ต้องหาธรรมดา เพราะอาจถูกลงโทษไปแล้วโดยยังไม่ได้ขึ้นศาล (เช่นถูกบังคับให้เข้าค่ายอบรม) และหากมีคำสารภาพก็น่าสงสัยว่าจะเชื่อถือได้มากน้อยเพียงไร
สรุปก็คือ ไม่สามารถทราบได้แน่ชัดว่า การที่เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เมื่อเกิดเหตุก่อการร้าย นับเป็นความสามารถที่สูงขึ้นด้านการข่าวใช่หรือไม่
บางคนกล่าวว่า ความถี่ในการก่อการร้ายลดลง แต่กลับมีความรุนแรงมากขึ้นในแต่ละกรณี ข้อที่น่ารู้มากกว่า ไม่ใช่ความร้ายแรงของปฏิบัติการเท่ากับการวิเคราะห์เพื่อดูว่า ปฏิบัติการของฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบนั้น ต้องการการจัดองค์กรที่ขยายตัวและสลับซับซ้อนขึ้นมากน้อยเพียงไร หากพวกเขาปฏิบัติการถี่น้อยลง แต่กลับมีความสามารถในการจัดองค์กรได้ดีขึ้นกว่าเดิม สถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้น่าวิตกมากขึ้นอย่างแน่นอน
แม้แต่สมมุติให้การทหารสามารถแก้ปัญหาความไม่สงบได้ เชื้อของการเคลื่อนไหวเพื่อลดอำนาจรัฐไทยก็ยังอยู่เหมือนเดิม แล้ววันหนึ่งก็จะเกิดความไม่สงบขึ้นอีกอย่างไม่ต้องสงสัย
การที่ ส.ส.ประชาธิปัตย์ในสามจังหวัดภาคใต้กล้าออกมาเสนอความเห็นให้ปลด ผบ.ทบ.นั้น เป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะแสดงว่าพวกเขาให้ความสนใจกับสถานการณ์ที่ประชาชนในพื้นที่ต้องเผชิญอยู่ แต่ที่จริงแล้ว นอกจากข้อเสนอนี้ ส.ส.ยังได้เสนอทางแก้หรือปัญหาที่ไม่ได้แก้ในพื้นที่อีกหลายอย่าง ซึ่งกลับไม่เป็นที่สนใจของสื่อมากนัก การที่พวกเขาไม่พูดเรื่องนี้ในพรรคเสียก่อน ก็เพราะเป็นเรื่องใหญ่เสียจนต้องได้รับการสนับสนุนจากสาธารณชน มิฉะนั้นการเคลื่อนไหวของเขาก็ไม่บังเกิดผล พรรคประชาธิปัตย์น่าจะกลับมาทบทวนตนเองว่า เหตุใด "พรรค" ซึ่งควรเป็นกลไกการต่อรองด้านนโยบายที่มีพลังมากกว่า ส.ส.ในฐานะเอกบุคคล จึงไม่สามารถทำหน้าที่ของตนได้ และไม่ถูกเลือกใช้มาแต่ต้น
อย่างไรก็ตาม ความล้มเหลวของกองทัพในการแก้ปัญหาที่กองทัพไม่มีสมรรถนะจะแก้ได้นี้ ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ไกลเกินคาด ถึงจะเปลี่ยน ผบ.ทบ.คนใหม่อย่างไร กองทัพก็จะยังล้มเหลวเหมือนเดิม สิ่งที่ ส.ส.น่าจะเรียกร้อง จึงน่าจะเป็นการเรียกร้องให้ปลดนายกฯมากกว่า เพราะนายกฯเท่านั้นที่จะแก้ไขปรับปรุงเงื่อนไขทางการเมือง, เศรษฐกิจ, สังคม, กระบวนการยุติธรรม ฯลฯ ในภาคใต้ได้ นายกฯคนใดที่สัมปทานให้กองทัพไปทำสิ่งเหล่านี้แต่ผู้เดียว ไม่ควรจะดำรงตำแหน่งต่อไป
มาร์คถูกโห่
ที่มา ข่าวสด
สมิงสามผลัด
2 สัปดาห์ติดๆ กันแล้ว ที่เกิดเหตุการณ์คนเสื้อแดงตามไปโห่ไล่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
เหตุการณ์แรกเมื่อวันที่ 27 ก.พ. กลุ่มแม่ค้าตลาดนัดสวนจตุจักร ถือป้ายประจานและตะโกนขับไล่นายกฯระหว่างไปเปิดงาน
ตอนเย็น นายอภิสิทธิ์ไปร่วมงานศพที่จ.ปทุมธานี
ก็โดนกลุ่มเสื้อแดง 20-30 คนชุมนุมตะโกนขับไล่ซ้ำอีก
มาสัปดาห์นี้ นายอภิสิทธิ์โดนอีก 2 ชุดทั้งเช้า-เที่ยง
งานแรก คนเสื้อแดงชุมนุมชูป้าย "รัฐบาลสวาปาล์ม" ขับไล่ระหว่างไปเปิดสัมมนาเครือข่ายชุมชนเข้มแข็งที่ย่านบางเขนตอนเช้า
พอตอนเที่ยงนายอภิสิทธิ์ขึ้นโพเดียมปาฐกถาที่มหา วิทยาลัยธรรมศาสตร์
เจอชาวบ้านยืนชูป้าย"ใครเปื้อนเลือด?"กับ"ดีแต่พูด"อยู่หน้าเวที ก่อนตะโกนสำทับลั่นห้องประชุมว่า "มือเปื้อนเลือด"
ทำเอานายอภิสิทธิ์ถึงหน้าถอดสี
พอตั้งสติได้นายอภิสิทธิ์ตอบโต้ขึ้นว่า "ใครที่ต้องการแสดงออกทางการเมือง ผมขอให้ไปพูดกันข้างนอก และขอให้รอฟังในสภา จะได้ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด"
ก่อนจะพูดขยายภายหลังว่า ที่ให้รอฟังในสภา เพราะเขาจะได้รู้ว่าจริงๆ แล้วใครต้องการให้คนตาย
เหตุการณ์ตะโกนขับไล่นายกฯสะท้อนให้เห็น 2 เรื่องหลักๆ
เรื่องแรกบ่งบอกได้ว่าแนวทางการปรองดองของรัฐบาล ชุดนี้เหลวไม่เป็นท่า
นายอภิสิทธิ์ยังคงมองคนเสื้อแดงเป็นศัตรู
ความยุติธรรมที่ล่าช้า คดี 91 ศพที่ยังไม่มีวี่แววเลยว่าจะพิสูจน์ได้เมื่อไหร่
กลับกันยังมีแนวโน้มว่าการสูญเสียทั้งหมดเกิดจากฝีมือ"คนชุดดำ"
อีกเรื่องคือตอกย้ำความเป็นนายกฯเด็ก เพราะเก็บอารมณ์ไม่อยู่
โต้เถียงชาวบ้านที่ถือป้ายประท้วงซะงั้น
แบบนี้ไม่ใช่คุณสมบัติของผู้นำที่ดี ขาดความสุขุมเยือก เย็น
อดีตนายกฯหลายคนเคยโดนแบบนี้เหมือนกัน
แต่จะไม่ไปตอบโต้กันหรอก เพราะยิ่งไปเพิ่มความไม่พอใจ
จะมีก็แต่นายกฯเด็กคนนี้ที่รู้สึกว่าเสียหน้า ยอมไม่ได้
และที่สำคัญ นายอภิสิทธิ์บอกว่าจะไปเปิดเผยในสภาว่าใครกันแน่ที่ต้องการให้คนตาย
ตรงนี้ก็ผิดประเด็น
ความตาย 91 ศพเป็นความรับผิดชอบของอำนาจรัฐโดยตรง
นายอภิสิทธิ์ต้องแบกรับความรับผิดชอบนี้ตั้งแต่มีคำสั่งสลายม็อบแล้ว
เพราะถ้าไม่เคลื่อนกำลังพลและรถถังเข้าไป
จะเกิดการนองเลือดที่คอกวัวและราชประสงค์หรือ !?
คาร์บอมบ์ถล่มแฟลตตร.ยับ-โจรใต้เย้ย
ที่มา ข่าวสด
"ศรีสาคร" ไฟลุกท่วม รถวอด14 หนีตายวุ่น จสต.เจ็บ
โจรใต้เหิมเหยียบจมูกตร.นราธิวาส วางระเบิดแฟลตที่พัก ไฟลุกท่วมสยอง โชคดีมีคนเจ็บแค่ 2 คน หลังขับกระบะโตโยต้าวีโก้ บรรจุระเบิดในถังแก๊ส 50 ก.ก. เข้าไปจอดใต้แฟลต ก่อนหลบหนีปาระเบิดอีกลูกใส่ตร.ที่สกัดจับ ก่อนให้พวกกดชนวนระเบิด ตูมสนั่นไฟลุกท่วม ใต้ถุนแฟลตรถยนต์เสียหาย 14 คัน ส่วนที่ทุ่งยางแดง ปัตตานี คนร้ายขี่จยย.ประกบยิงอดีตทหารพรานดับ จุฬาราชมนตรีนำผู้นำศาสนาพบนายกฯ ระบุมีคนตั้งใจให้แตกแยกทั้งยิงพระและอิหม่าม เชื่อนโยบายดับไฟใต้น่าจะมาถูกทาง เพราะทำต่อเนื่องกันมา และรัฐบาลแถลงตลอด ขณะที่ผบ.ทบ.ระบุโจรใต้หวังตอบ โต้เจ้าหน้าที่ แต่พุ่งเป้าหมายที่อ่อนแอ พระ ครู นักเรียน รองผบ.ตร.สั่งปรับแผนรปภ.พระ-ชุมชน ไทยพุทธใน 3 จังหวัดภาคใต้ หลังถูกกลุ่มคนร้ายพุ่งเป้าก่อเหตุ เน้นเขตเมืองเป็นพิเศษ
คาร์บอมบ์ - เจ้าหน้าที่ตรวจจุดเกิดเหตุใต้ถุนแฟลตตำรวจสภ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ซึ่งคนร้ายนำคาร์บอมบ์มาจอดก่อนกดรีโมตระเบิดสนั่นหวั่นไหว รถพังไป 14 คัน มีผู้บาดเจ็บ 2 คน คนร้ายปาระเบิดแหกวงล้อมตร.หนีไปได้ ตามข่าว
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 7 มี.ค. ร.ต.ท.วีระทัย ศรีหมั่น ร้อยเวรสภ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุระเบิดที่ใต้ถุนแฟลต 5 ชั้น ของเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ศรีสาคร ถ.บ้านฆอรอกาเว หมู่ 1 ต.ศรีสาคร จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.บรรลือ ชู เวทย์ รองผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.ต.อ.วุฒิพงศ์ เย็นจิตร ผกก.สภ.ศรีสาคร นายไพโรจน์ จริต งาม นายอำเภอศรีสาคร ร.ต.ท.นัฐวิทย์ วันเพ็ญศรี รองสว.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และ เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เมื่อถึงที่เกิดเหตุเป็นแฟลตตำรวจ 5 ชั้น ชั้นล่างเป็นใต้ถุนสูง มีเสาห่างกันช่วงละ 3 เมตร เป็นที่จอดรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่พักอยู่ในแฟลตดังกล่าว ไฟกำลังลุกไหม้ลามขึ้นไปชั้น 2 หน่วยบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลศรี สาคร จึงฉีดน้ำดับไฟ กระทั่งผ่านไป 10 นาที เพลิงจึงสงบลง เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบพบ รถยนต์เก๋งและรถยนต์กระบะของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จอดอยู่ 14 คัน ถูกแรงระเบิดเสียหายทั้งหมด โดยเฉพาะรถยนต์กระบะโตโยต้าวีโก้ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บฉ-2400 ยะลา ซึ่งเป็นทะเบียนปลอม ที่คนร้ายใช้ซุกซ่อนระเบิดแสวงเครื่องใส่ไว้ในถังแก๊สหุ้งต้มหนัก 50 ก.ก. จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ จนเกิดระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ไฟลุกท่วม ชิ้นส่วนของรถยนต์กระ เด็นไปถูกกระจกหน้าต่างบ้านเรือนของชาวบ้าน ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเสียหาย 3 หลัง
นอกจากนี้ที่ผนังใต้ถุนอาคารยังถูกไฟไหม้เสียหาย พังลงมาทับรถยนต์เก๋งและรถยนต์กระบะของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนระบบน้ำประปา และระบบไฟฟ้าของแฟลตตำรวจยังถูกแรงระเบิด สร้างความเสียหายจนใช้การไม่ได้เช่นกัน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ประกอบด้วย จ.ส.ต.สานิตย์ ขวัญสุข ผบ.หมู่งาน ป.สภ.ศรีสาคร และชาวบ้านซึ่งเป็นชายไม่ทราบชื่อ ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณลำตัว ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านได้ส่งตัวไปรักษาที่โรง พยาบาลศรีสาครไปก่อนหน้าแล้ว เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมี ชายวัยรุ่น 1 คน ขับรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์เงิน ขับไปจอดไว้ใต้ถุนแฟลตตำรวจ ก่อนวิ่งไปซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของเพื่อนที่มารอรับ เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นพิรุธ จึงวิทยุให้ช่วยกันสกัดจับ เมื่อคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ถึงหน้าบ้านพักตำรวจที่เปิดเป็นร้านค้า ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุ 100 เมตร จึงใช้ระเบิดชนิเอ็ม 26 ขว้างใส่ 1 ลูก ทำให้จ.ส.ต.สานิตย์ซึ่งยืนอยู่หน้าบ้านได้รับบาดเจ็บ จากนั้นประมาณ 30 วินาที คนร้ายที่คาดว่าแฝงตัวอยู่ในละแวกจุดเกิดเหตุ ใช้โทรศัพท์มือถือจุดชนวนระเบิดในรถกระบะโตโยต้า จนเกิดระเบิดขึ้นดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้ชาวบ้านที่เดินอยู่ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อาศัยอยู่บนอาคาร พากันอพยพครอบครัววิ่งลงมาชั้นล่าง ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อดูพฤติกรรมและรูปพรรณคนร้าย ที่ลงมือก่อเหตุร้ายในครั้งนี้แล้ว
ส่วนที่จ.ปัตตานี วันเดียวกัน เวลา 13.00 น. ร.ต.ท.ชัยทัต แย้มโพธิ์ใช้ ร้อยเวรสภ.ทุ่งยางแดง รับแจ้งเหตุคนร้ายยิงอดีตทหารพรานเสียชีวิต ที่บ้านปาเซปูเตะ ต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมชุดพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว. ปัตตานี พบศพนายสาทร ดำสงค์ อายุ 32 ปี อดีตทหารพราน ทพ.43 ถูกยิงที่ศีรษะ 2 นัด เสียชีวิต โดยก่อนเกิดเหตุนายสาทรกลับจากหาของป่า จะกลับบ้านที่บ้านปาเดปาลัส ต.ปากู ระหว่างทางมีคนร้าย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิงเสียชีวิตดังกล่าว
ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ที่ผ่านมามีการปรับและเพิ่มมาตรการในเชิงรุก 2-3 เดือนแล้ว ยึดอาวุธสงคราม จับกุมแกนนำได้จำนวนมาก และขณะนี้มีการเตรียมรวบรวมกำลังปฏิบัติต่อเจ้าหน้าที่ แต่เป้าหมายที่อ่อนแอคือครู พระ และโรงเรียน จึงต้องเพิ่มมาตรการให้รัดกุมขึ้น ขอความร่วมมือจากประชาชน พระ และโรงเรียนปฏิบัติตามกรอบของทหาร บางคนอาจมองว่ามีทหารอยู่แล้วอันตราย จึงไม่อยากให้อยู่ด้วยระหว่างเดินทาง ซึ่งปัญหาเกิดขึ้นในช่วงที่ทหารไม่อยู่ในจุดๆ นั้น เกิดขึ้นในช่วงเช้า เย็นและชั่วโมงเร่งด่วน คือช่วงเช้าและช่วงเย็น ที่ทหารเคลื่อนไปดูแล ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุอาจใช้ช่วงเวลาดังกล่าวก่อเหตุ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ปัจจุบันเรามีมาตรา 21 เข้าไปรองรับ ทำให้กลุ่มก่อความไม่สงบ ติดต่อขอมอบตัวจำนวนมาก เป็นการสร้างความเข้าใจไม่ใช่ฟอกตัว เพียงแต่ให้เขากลับมาเนื่อง จากเขามีเจตนาเข้ามอบตัว เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ส่วนบุคคลที่เข้ามามอบตัวต้องดูแล และปฏิบัติการในเชิงลับ เปิดเผยไม่ได้ หาก เป็นคดีไม่ร้ายแรงมากก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นคดีที่เกิดความเสียหายผู้ที่เกี่ยวข้องก็อันตราย ขณะนี้แนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนสถานการณ์ความรุนแรงถ้าอีกฝ่ายต้องการเอาชนะก็ต้องแรงขึ้น เพื่อให้ประชาชนหวาดกลัว ด้วยการฆ่าครู พระ ถ้าคนธรรมดาอาจเป็นข่าว 1-2 วัน แต่ถ้าฆ่าครู หรือพระจะพาดหัวข่าวได้หลายวัน คล้ายประชาสัมพันธ์ได้อย่างดี ตนไม่ได้ให้สื่อปิดบัง แต่ไม่อยากให้อยู่ในจุดมุ่งหมายของเขา ด้วยการนำเหตุการณ์ไปสู่สังคมภายนอก เจ็บคนเดียวไม่ได้ ตายคนเดียวก็ไม่ดี ต้องไม่มีคนเจ็บและตาย
"จากการประเมินของหน่วยข่าว สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเดือนที่ผ่านมา กลุ่มก่อความไม่สงบต้องการดำเนินการ 30 ครั้ง แต่ทำได้ 3 ครั้ง ถือว่า เราป้องกันเหตุร้ายได้มากกว่า 70-90 เปอร์ เซ็นต์ แต่เหตุที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งรุนแรง กระทบต่อขวัญกำลังใจประชาชนทั้งประเทศ ยอม รับว่าเราจะทำให้ดีที่สุดและอย่ากังวล ทหารไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้น ส่วนการดูแลความปลอดภัยของพระสงฆ์ระหว่างบิณฑบาตนั้น ผมเคยให้วิธีดูแลพระสงฆ์ว่าจะมีทหารดูแลเหมือนเดิมโดยไปในพื้นที่ที่กำหนด หรือกรณี ที่ 2 ให้ประชาชนเคลื่อนที่มาหาพระให้สั้นที่ สุด นำพระไปไว้ในจุดหนึ่งที่ปลอดภัย แต่ผมไม่สามารถสั่งพระได้ เพราะเป็นเรื่องศาสนา ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้ว่าฯ พระ และกรมการศาสนา คงจะหารือกัน โดยมีอยู่ 2 วิธี คือ ให้คนมาหาพระ หรือให้พระมาหาคน" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
วันเดียวกัน เวลา 08.00 น. นายอาศิส พิทักษ์ คุมพล จุฬาราชมนตรี พร้อมคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด 5 จังหวัดภาคใต้ เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล
จากนั้นนายอาศิสกล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบว่า เสียใจกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับทุกฝ่าย ก่อนหน้านั้นมีโต๊ะอิหม่ามถูกยิง และอยู่มาไม่กี่วันพระสงฆ์ก็ถูกยิง ซึ่งเป็นความพยายามจะทำให้เกิดความแตกแยกในหมู่ประชาชน และกระทบต่อความรู้สึกของทุกคนอย่างยิ่ง ซึ่งศาสนาอิสลามให้ความสำคัญต่อผู้นำศาสนา ทุกคนจะต้องไม่ละเมิดผู้นำศาสนา ต้องละเว้น ฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่คำสอนในศาสนาแน่ นอน ถือเป็นสิ่งที่ไม่พึ่งกระทำ ขอฝากเตือนประชาชนให้รู้เท่าทัน และสร้างความเข้าใจ เชื่อว่าคนในพื้นที่ก็มีความเข้าใจ แม้จะมีความพยา ยามทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันก็ตาม
นายอาศิสกล่าวว่า ปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้น เป็นปัญหาเชิงความคิด และสะสมมยาว นาน ต้องใช้เวลาสร้างความเข้าใจ ซึ่งรัฐบาลพยายามอยู่ แต่การแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงนั้นจะไม่จบ เหมือนปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกใบนี้ ต้องสร้างความเข้าใจ ต้องยกระดับการศึกษาของคนในพื้นที่ให้สูงขึ้น นี่คือการแก้ไขปัญหาอย่างถาวร ถือเป็นภารกิจของรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ต้องดูแล ส่วนผู้นำศาสนา เป็นฝ่ายให้กำลังใจ สร้างความเข้าใจในมิติที่เป็นคำสอน
ส่วนที่ผู้นำศาสนาในพื้นที่มักถูกระบุเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง นายอาศิสปฏิเสธว่า ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น ส่วนเยาวชนที่ถูกชักจูง เพราะเรื่องการศึกษา จึงได้บอกว่าต้องยกระดับการศึกษาให้สูงขึ้น เมื่อถามว่าขณะนี้ประชาชนในพื้นที่เข้าใจนโยบายรัฐบาลหรือไม่ จุฬาราชมนตรีกล่าวว่า คิดว่าคนส่วนใหญ่เข้าใจนโยบายของรัฐบาล และ เข้าใจถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหา
เมื่อถามว่ามองว่านโยบายรัฐบาลเดินมาถูกทางหรือไม่ นายอาศิสกล่าวว่า เป็นการทำที่ต่อเนื่องกันมา รัฐบาลแถลงอยู่ตลอดว่า จะแก้ปัญหาโดยสันติวิธี และทุกคนก็คิดว่าถูกต้องสำหรับการแก้ไขปัญหา อยากให้ฝ่ายปฏิบัติดำเนินการไปในแนวทางนี้ และเชื่อว่าสักวันจะสำเร็จ แม้จะใช้เวลามากก็ตาม
ผู้สื่อข่าวถามว่ามองว่าปัญหารุนแรงขึ้นหรือเบาลง นายอาศิสกล่าวว่า ช่วงต้นปีดูเหมือนว่าจะรุนแรงมากขึ้น เป็นอย่างนี้มาตลอด รุนแรงแล้วก็เบาลง และรุนแรงขึ้น เป็นอย่างนี้มาหลายปีแล้ว เมื่อถามว่าในฐานะผู้นำศาสนารู้สึกลำบาก ใจหรือไม่ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมุ่งเน้นความแตกแยกทางศาสนา จุฬาราชมนตรีกล่าวว่า ทุกคนหนักใจ ทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชน
เวลา 09.00 น. ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) อ.เมือง จ.ยะลา พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผบ.ตร. พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฏฐ์ ผบช.จชต. ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งเปิดสัมมนาผู้บริหารและผู้นำหน่วยตำรวจจังหวัดชาย แดนภาคใต้ ที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ 166 นาย
พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวก่อนเข้าร่วมประชุมว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อมาพูดคุยกับนายตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งในระดับผู้กำกับทุกสถานี เพื่อปรับพื้นฐาน โดยจะเน้นย้ำในการประเมินสถานการณ์ว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่เผชิญอยู่กับอะไร รวมทั้งความคาดหมายสถานการณ์ในอนาคต ซึ่งจะมีการปรับเปลี่ยนระบบการทำงานบ้าง ซึ่งจะมีการประเมินการทำงานกันต่อไป สำหรับกรณีคนร้ายยิงพระสงฆ์ในจ.ปัตตานี ตนได้เน้นย้ำให้ชุดสืบสวนเร่งงานสืบสวนเพื่อจับ กุมผู้ที่ก่อเหตุแล้ว และได้สั่งเพิ่มมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัย มาตรการป้องกันต่างๆ ที่ต้องทำอย่างเข้มข้น ที่ผ่านมาการปฏิบัติงานร่วมกันของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง ก็ทำงานร่วมกันดี ไม่มีปัญหาอะไร
ส่วนกรณีคนร้ายพุ่งเป้าก่อเหตุในชุมชนคนไทยพุทธในพื้นที่ที่ผ่านมา ได้มีแผนร่วมกันกับฝ่ายปกครองและทหารในพื้นที่ ซึ่งจะต้องมีความเข้มข้นขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเมืองต่างๆ ที่ได้เน้นย้ำอยู่เสมอว่า จะต้องดูแลเป็นพิเศษ ส่วนคดีต่างๆ โดยเฉพาะการปล้นปืนที่ฐานพระองค์ดำ จ.นราธิวาส ก็ออกหมายจับได้แล้ว และคาดว่าจะจับกุมตัวได้ในเร็วๆ นี้ ส่วน กรณีที่มีข่าวว่าเหตุยิงพระในจ.ปัตตานี เกิดจากการยิงโต๊ะอิหม่ามเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ ก็เป็นความพยายามของคนร้ายที่ต้องการสร้างความแตกแยกให้กับคนในพื้นที่
....ที่นี้ประเทศไทย
ที่มา thaifreenews
โดย คนเมืองกาญ
อันนี้ก็น่าอ่านนะครับ
http://www.pendulumthai.com/smf/index.php?topic=1372.0
แฉ! คนใกล้ชิดนายกฯ เอื้อบ.บุหรี่ ทำรัฐเสีย 6.8หมื่นล้าน
ที่มา Voice TV
คุณยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองโฆษกพรรคเพื่อไทยแฉคนใกล้ชิดนายกฯ เอื้อ บ.บุหรี่ ทำรัฐสูญเสีย 6.8 หมื่นล้าน กับคุณจอม เพชรประดับในรายการ Hot Topic
การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 15-18 มีนาคม นี้ พรรคเพื่อไทย ในฐานะพรรคฝ่ายค้าน บอกว่าจะเน้นข้อมูลหลักฐานที่จะชี้ชัดลงไปถึง การทุจริต คอรัปชั่น และความล้มเหลวของการบริหารประเทศของรัฐบาล ได้อย่างชัดเจนรายการ Hot Topic วันนี้ (7 มีนาคม 2554) ได้รับเกียรติจากคุณยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เข้ามาพูดคุยในรายการ
ยืนตรงเคารพธงเพลงชาติเพื่ออะไร
ที่มา Voice TV
เพลงชาติ ความรักชาติ การคลั่งชาติ และพัฒนาการของความรักที่เราพึงมีต่อชาติ
การปลูกฝัง “ชาตินิยม”ของรัฐ เรื่อง “ความรัก”ชาติ แบบโรแมนติก เปรียบเทียบกับความรักของหนุ่มสาว ที่ต้องพัฒนาให้เติบโตจากความรักโรแมนติกไปสู่ความรักที่มีวุฒิภาวะ แสดงให้เห็นว่าชาตินิยมแบบเก่านั้นไม่ประสบความสำเร็จ ควรมีการสร้างชาตินิยมแบบใหม่
ชาติ ความหมายของชาติ เปลี่ยนแปลงได้ตามยุคสมัย อัตลักษณ์ของชาติควรเคลื่อนตัวจากความคลั่งในชาติพันธ์หรือคลั่งชาติของตนไปสู่การเป็นชนชาติที่เคารพศักดิ์ศรีของผู้อื่นและเพื่อนร่วมโลก ความเป็นประชาธิปไตย และการเคารพในสิทธิ เสรีภาพของมนุษย์น่าจะเป็นอัตลักษณ์ใหม่ของชาติไทยในยุคปัจจุบันที่ยุคสมัยของการสร้างชาติ ทั้งการต่อสู้กับกลุ่มศักดินาเก่าหรืออาณานิคมตะวันตกได้จบลงแล้ว เป็นไปได้ไหมว่าที่เมืองไทยในปัจจุบันเกิดไม่ปรองดองแตกแยกกันทุกวันนี้เพราะความล้มเหลวในการสร้าง ปลูกฝัง “ชาตินิยม” ของรัฐ8 มีนาคม 100 ปี วันสตรีสากล
ที่มา
Wake up thailand ประจำวันที่ 8 มีนาคม 2554
วันนี้นำเสนอในประเด็น
-แฟชั่น "ชูป้าย" การก่อกวนทางการเมืองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย?
-เบื้องหลัง "ดีแต่พูด" บันทึกหลังจากชูป้ายให้นายอภิสิทธิ์
-งานระดมทุนพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งเป้า 600 ล้านบาท
-ลุ้น ครม. เปิด-ไม่เปิด เขื่อนปากมูล
-ม็อบชาวนา
-อนุมัติปรับราคาข้าว
-ชาวบ้านตรอมใจตาย! 'พีมูฟ' จี้รัฐเปิดเจรจาอีกด่วน
“ชีวิต ความคิด อิสรภาพ”…ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
ที่มา Voice TV
ครอบครัว “ใสยเกื้อ” ประกาศตัวว่าเป็นคนเสื้อแดงพร้อมต่อสู้ไปด้วยกัน มั่นใจว่าในที่สุดประชาชนจะได้รับชัยชนะ
รัฐบาลสวาปาล์ม:สมยศ พฤกษาเกษมสุข
ที่มา thaifreenews
โดย prainn
แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย
เปิดโปงแฉกลโกงรัฐบาลมือเปื้อนเลือด
เวทีปราศรัยลานอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช
จัดโดย สนนท.และกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2554


