WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, March 13, 2011

“ณัฐวุฒิ” ลั่นเดินหน้าประกันตัวนักโทษการเมืองทั่วประเทศ

ที่มา ประชาไท

คนเสื้อแดงชุมนุมแน่นอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย “ทักษิณ” ยันเอง ประชาชนก้าวข้ามตนเองแล้ว อ้อนถ้าเพื่อไทยชนะเลือกตั้งจะฟื้นเศรษฐกิจใน 6 เดือน พร้อมเรียกร้องผู้มีอำนาจเคารพประชาชน
วันนี้ (12 มี.ค.54) ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศการชุมนุมของ นปช.ครบรอบ 1 ปีการชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ โดยตั้งแต่เวลา 12.00 น. มีผู้ชุมนุมเริ่มทยอยจับจองพื้นที่เพื่อฟังปราศรัยบริเวณเวทีที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยเวทีหันหน้าไปทางสี่แยกคอกวัว ขณะที่กำหนดเวลาปราศรัยอยู่ที่ 15.00 น.โดยมีผู้ชุมนุมทยอยมาสมทบมากขึ้นเรื่อยๆ จนกินพื้นที่ตั้งแต่เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ จนถึงสี่แยกคอกวัว
ณัฐวุฒิลั่นจะประกันตัว นปช. ที่ยังถูกคุมขังทั่วประเทศ
โดยเวลา 18.30 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ขึ้นเวทีปราศรัยบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยมีการแสดงล้อเลียนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ด้วยการให้ชายสวมหน้ากากรูปหน้านายอภิสิทธิ์ ขึ้นไปเวทีปราศรัย แล้วสอบถามว่าใครเป็นคนสั่งเผาห้างย่านราชประสงค์ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าจะมีการยื่นประกันตัวแนวร่วม นปช.ที่ยังอยู่ในเรือนจำทั่วประเทศให้กลับคืนสู่อิสรภาพ โดยตัวเลขที่รวบรวมได้พบว่ามีแนวร่วมคนเสื้อแดงทั้งหมด 98 คน คร่าวๆ ใน กทม. 30 คน อุดรธานี 22 คน อุบลราชธานี 21 คน ขอนแก่น4 คน มหาสารคาม 9 คน สมุทรปราการ 2 คน และนนทบุรี 2 คน
ส่วนการมาชุมนุมในครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ จะไม่เป็นการผิดเงื่อนไขของศาลจนทำให้ถูกถอนประกันตัว และระบุว่า จากนี้เป็นต้นไปแกนนำ นปช.ที่ยังหลบหนี ไม่ว่าจะเป็น นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นายสุพร อัตถาวงศ์ เชื่อว่าจะทยอยเข้ามอบตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่คงต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ด้วย
ทักษิณยันประชาชนก้าวข้ามตนเองไปแล้ว
ต่อมาเวลา 20.30น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านการวีดีโอลิงค์ว่า ไม่รู้ว่าสังคมไทยจะเรียกตนกลับมาอีกครั้งเมื่อไหร่ หากได้กลับมา จะได้ปลดหนีปลดสิน ขณะที่ต้องขอแสดงความเสใยใจกับประเทศญี่ปุ่นที่เกิดเหตุแผ่นดินไหว และสึนามิครั้งใหญ่ เพราะในสมัยที่ไทยต้องกู้เงินจากไอเอ็มเอฟ จำนวน 4,800 ล้านบาท ขณะนี้ ตนอยากพูดให้ฟังอย่างมีสติ กรณีที่มีพี่น้องเสื้อแดง เสียชีวิตกว่า 2,000คน เรามีส่วนร่วมในการเรียกร้องประชาธิปไตย ความเท่าเทียมกันในสังคม สังคมปัจจุบันเสื่อมโทรมลงอย่างมาก จึงอยากให้ประเทศมีประชาธิปไตย ที่แท้จริงไม่ใช่ให้ทหารมาจัดตั้งรัฐบาล
ทุกวันนี้ประชาชน ก้าวข้ามตนเองไปแล้ว โดยเฉพาะจิตสำนึกของกลุ่มพี่น้องประชาชน นปช.ที่มาร่วมชุมนุมกันในวันนี้ ก้าวข้ามเกินกว่าในเรื่องตัวกู ของกูแล้ว แต่วันนี้หลายคนยังเป็นเรื่องของตัวกูของดกูอยู่ ยังไม่เข้าใจว่าการอยู่ในสังคมนั้นเราจะต้องนึกถึงสังคมโดยรวมก่อนจึงจะอยู่ร่วมกันได้ แต่วันนี้หลายคน เราอยากเห็นสังคมไทยเป็นสังคมประชาธิปไตยที่แท้จริง เคารพการตัดสินใจของประชาชน เคารพศักดิศรี ความสามารถของประชาชน ที่จะแบกรับความเสี่ยงว่า จะเลือกรัฐบาลนี้เอง ดีหรือไม่ดี ประชาชนจะเป็นผู้เลือกเองไม่ต้องเอาทหารมาบังคับ
ชี้ปรากฏการณ์ในตะวันออกกลาง จะมีหลายประเทศเปลี่ยนแปลงอีก
เพราะฉะนั้นคนเสื้อแดงมีจิตสำนึก มากกว่าตัวเองแล้ว เลยอยากให้ผู้ที่กำลังสั่งการ กลั่นแกล้งคนนั้นคนนี้ได้คิดว่า คนเสื้อแดงที่เสียสละมาชุมนุมครั้งแล้วครั้งเล่าใครจ้างมา ไม่มีใครจ้างมาหรอก ทั้งๆ ที่แกนนำไปติดคุกก็ยังมา คนเสื้อแดงมาเพื่อส่วนรวมจริงๆ ไม่ได้มาเพื่อตัวเอง ฉะนั้นมองคนเสื้อแดงเสียใหม่ เพื่อให้หันกลับมามองว่าบ้านเมืองที่วุ่นวายทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องของคนเสื้อแดง มันเป็นเรื่องที่บ้านเมืองไร้ซึ่งประชาธิปไตย มีการเข้ามาแทรกแซง เบียดเบียนของบุคคลไม่มีอำนาจภายใต้กฎหมาย เข้ามาวุ่นวายทำให้บ้านเมืองมันยุ่งเหมือนทุกวันนี้
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวต่อว่า พี่น้องครับ ยิ่งผมเห็นเผด็จการที่อยู่เมืองนอกแล้ว ยิ่งรู้สึกว่า เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกเพียงแต่จะระเบิดตรงไหนเท่านั้นเอง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง จิตสำนึกของประชาชนที่เกิดขึ้นใน ตูนิเซีย อียิปต์ ลิเบีย และอีกหลายประเทศที่กำลังตามมานั้น เกิดจากที่เห็นว่าผู้ปกครองประเทศได้เคารพศักดิ์ศรีความเป็นประชาชน ไม่เคารพความสามารถในการเลือกรัฐบาลของประชาชน
เรียกร้องผู้มีอำนาจเคารพประชาชน ไม่อย่างนั้นประเทศไม่สงบ
พ.ต.ท.ทักษิณ ยังเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจต้องเคารพในประชาชนตัวเอง ไม่เช่นนั้นประเทศก็จะไม่สงบ การเคารพประชาชนตัวเอง คือต้องให้สิทธิเสรีภาพ ในการดำรงชีวิต นั่นคือประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อย่างที่สองคือการให้ความยุติธรรม มาตรฐานเดียวกัน และใช้หลักนิติธรรมในการปกครองประเทศนั่นคือสิ่งที่ประชาชนอยากได้ คือการให้โอกาสประชานเคารพปัญญาการดำรงชีวิตเท่านั้น
วันนี้ นายกวันนี้ก็บอกว่า จะเลือกตั้งแล้ว จะยุบสภา ผมไม่แน่ใจว่า ท่านพูดจริงหรือไม่ ต้องหาร 3 หาร 4 เลือกตั้งครั้งหน้านี้ก็จะบอกได้ว่า ผู้มีอำนาจจะเคารพความคิดประชาชนหรือไม่ รัฐบาลเคารพการตัดสินใจประชาชนคือปล่อยให้มีการเลือกตั้ง อย่างบริสุทธิ์และยุติธรรม เป็นไปตามครรลอง ใครชนะ คนนั้นเป็นรัฐบาล ไม่ต้องให้ทหารมาช่วยจัดตั้งในค่ายทหารอีก แล้วก็จะปรากฏชัด พรรคเพื่อไทยเลือกแล้วได้ทีมงานและทักษิณมาแน่นอน หรือจะเสี่ยงกับรัฐบาลปัจจุบันเลือกแล้วก็จะได้อภิสิทธิ์ เนวิน และ สุเทพ กลับมาแน่นอน ก็เป็นสิทธิ์ของประชาชนจะเป็นผู้เลือก อย่ามายุ่งกับประชาชน
ลั่นถ้าเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง จะขอเวลา 6 เดือนฟื้นเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังโจมตี การบริหารน้ำมันปาล์ม ว่าบริหารกันจนเกิดขาดแคลน พี่น้องไปบอกที่บ้านว่ามีพรรคการเมืองบางพรรค คิดเรื่องดีไม่เป็น คิดแต่เรื่องไม่ดี หลอกให้ประชาชนเปิดบัญชีธนาคาร แล้ว หลอกว่า ทักษิณจะโอนเงินเข้าไปในบัญชี ยันไม่เป็นความจริง ยอมรับชื่นอกชื่นใจที่กลุ่มผู้ชุมนุมมากันเยอะมากในวันนี้
ทักษิณกล่าวด้วยว่าตอนนี้อาศัยอยู่แถวประเทศในยุโรป ขอให้ผู้มีอำนาจในบ้านเมือง เห็นแก่ชาติบ้านเมือง อย่าไปคิดว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงเป็นอันตราย ปีนี้รัฐบาลต้องยุบสภาแน่ ทักษิณท้า ไม่ต้องยุบให้อยู่จนครบแล้วค่อยยุบจะได้ทราบว่าประชาชนจะเลือกใคร รู้กันชัดๆ ไปเลย และขอให้เพื่อไทยชนะแบบถล่มทลาย ผมจะเป็นคนพลิกฟื้นประเทศ ขอเวลา 6 เดือน จะทำให้เศรษฐกิจประเทศไทยกลับมาดีอีกครั้ง และ ต้องส่งสัญญาณนี้ให้กับผู้มีอำนาจ ทั้งเรียกร้องประชาธิปไตย และความเป็นธรรมให้กับประชาชนทั่วประเทศ วันนี้ขอกราบงามให้พี่น้องประชาชน

นอกจากนี้นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการแกนนำ นปช. ยังขึ้นปราศรัยด้วย โดยนัดหมายผู้ชุมนุมรวมตัวกันอีกครั้งในวันที่ 19 มี.ค.

ประมวลภาพกิจกรรม:

เปิดตัวเว็บ "ป๋วย อึ๊งภากรณ์" รวมข้อเขียนบันทึก ปวศ.การเมืองไทย

ที่มา ประชาไท

มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ จัดงานเปิดตัวโครงการเว็บไซต์และอี-ไลบรารี่ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ "ชาญวิทย์" ชวนสร้าง "เสรีภาพ-เสมอภาค-ภราดรภาพทางอินเทอร์เน็ต" ด้าน "จอน" ชี้ปรากฎการณ์แพรวาในเฟซบุ๊ก เป็นความน่ากลัวของอินเทอร์เน็ต ที่ทำให้คนเกลียดกันได้แม้อาจไม่รู้จักกัน

(12 มี.ค.54) มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ จัดงานเปิดตัวโครงการเว็บไซต์และอี-ไลบรารี่ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ที่ห้องบุญชู โรจนเสถียร ตึกอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

หน้าแรกเว็บไซต์ http://puey-textbooksproject.org/

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ กรรมการมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์กล่าวถึงโครงการจัดทำ "เว็บไซต์และอี-ไลบรารี่ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์" ว่า เป็นความพยายามเก็บบันทึกผลงานของป๋วย อึ๊งภากรณ์ รวมถึงผลงานของมูลนิธิโครงการ ตำราสังคมศาสตร์และมนุษย ศาสตร์ ซึ่งมีที่มาจากโครงการตำราฯ โดย อ.ป๋วยฯ ในฐานะคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มธ.ขณะนั้น มีส่วนอย่างยิ่งในการผลักดัน ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ มูลนิธิฯ ได้จัดทำเว็บไซต์ปรีดี-พูนศุข พนมยงค์ และในอนาคตจะทำโครงการอื่นๆ ต่อไป อาทิ โครงการจิตร ภูมิศักดิ์, เสน่ห์ จามริก, สุลักษณ์ ศิวรักษ์ เป็นต้น

ตอนหนึ่ง ชาญวิทย์ กล่าวว่า สิ่งที่อยากสื่อสารออกไปคือ ในบรรยากาศของการเมืองหลากสี "ซาหลิ่ม" ในระดับ "ท้องถิ่นๆๆ" แถวๆ ถนนราชดำเนิน อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และ/หรือแถวสี่แยกราชประสงค์ ที่ส่วนใหญ่ผู้คนอยู่ในวัยกลางคน หรือไม่ก็ 60-80 นั้น ทำให้อดไม่ได้ที่จะนึกถึงคนหนุ่ม คนสาว-รุ่นใหม่ ในอียิปต์ ในลิเบีย ในตะวันออกกลาง ที่เป็นส่วนหนึ่งของโลกสากลที่ "ไร้พรมแดน" หรือ borderless แต่ยังมี "เขตแดน" หรือ boundary

รวมถึงทำให้นึกไปถึงสถิติของการปิดกั้น "เสรีภาพทางอินเทอร์เน็ต" ของรัฐบาลไทย โดยใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ปิดเว็บไปเกือบ 75,000 และในจำนวนนี้ มีถึง 57,330 ที่เป็นกรณีของข้อหา "หมิ่นฯ" มีการศึกษาวิจัยที่แสดงว่าจำนวนของคดีเช่นนี้เพิ่มจากประมาณปีละ 2-3 รายในช่วงทศวรรษ 1980 หรือเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา กระโดดมาเป็นจำนวนสูงถึง 164 รายในปี 2552

นอกจากนี้ ชาญวิทย์ ระบุว่า เขานึกถึงคำกล่าวของนางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ที่กล่าวเมื่อเร็วๆ นี้ถึงสิ่งที่เรียกว่า "เสรีภาพทางอินเทอร์เน็ต" ที่ว่า

"เราเชื่อว่า รัฐบาลที่สร้างเครื่องกีดขวางต่อ "เสรีภาพทางอินเทอร์เน็ต" ไม่ว่าจะโดยเทคนิคการกรอง ระบอบการเซ็นเซอร์ หรือการจู่โจมต่อผู้ที่ใช้สิทธิในการแสดงออกและชุมนุมออนไลน์นั้น ที่สุดแล้วก็จะพบว่าตนเองต้องจนมุม และจะต้องพบกับชะตากรรมของเผด็จการ และก็จะต้องเลือกระหว่างที่จะต้องปล่อยให้กำแพงขวางกั้นนั้น พังทะลายลง หรือไม่ก็ต้องจ่ายราคาค่างวดอย่างสูงในการที่จะรักษาเอาไว้" (ฮิลลารี คลินตัน)

ดังนั้น เขาจึงอยากให้ช่วยกันสร้างเสรีภาพ-เสมอภาค-ภราดรภาพทางอินเทอร์เน็ต สร้างโลกใหม่ที่ไร้พรมแดน และเต็มไปด้วย "สันติ" ของ "ประชา" และของ "ธรรม"

สำหรับเว็บไซต์ http://puey-textbooksproject.org/ ประกอบด้วยส่วนที่หนึ่ง คือ เว็บป๋วย อึ๊งภากรณ์ http://puey-ungphakorn.org/ ซึ่งรวบรวมประวัติ ต้นฉบับลายมือข้อเขียนชิ้นสำคัญของ อ.ป๋วย พร้อมคำแนะนำและข่าวสารจากหน้าหนังสือพิมพ์ซึ่งเกี่ยวข้องกับ อ.ป๋วย รวมถึงปาฐกถาป๋วย อึ๊งภากรณ์ ซึ่งเปิดให้ดาวน์โหลดฟรี ไฟล์เสียงและวิดีโอบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับ อ.ป๋วยฯ

ส่วนที่สอง คือ มูลนิธิโครงการสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ http://textbooksproject.org/ ซึ่ง อ.ป๋วยมีบทบาทผลักดันให้เกิดขึ้น โดยในส่วนนี้ จะรวบรวมหนังสือซึ่งจัดพิมพ์ขึ้นในวาะต่างๆ ของมูลนิธิฯ โดยเปิดให้ดาวน์โหลดฟรี รวมถึงรวบรวมสื่อวิดีโอที่ผลิตโดยมูลนิธิฯ ด้วย ทั้งหมดนี้เพื่อเผยแพร่ความรู้ และอนุรักษ์หนังสือที่หลายเล่มไม่ได้ผลิตอีก

ด้าน จอน อึ๊งภากรณ์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ประชาไทและทายาทของ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ กล่าวว่า เขาเป็นทายาททางกรรมพันธุ์ของป๋วย แต่ไม่ใช่ทายาททางความคิด แม้จะรับอิทธิพลมาบ้างก็ตาม ทั้งนี้ สมัยหนึ่ง พ่อของเขาเป็นที่เกลียดชังของสังคม สมัยหนึ่งเป็นวีรบุรุษของสังคม เขามองว่าสังคมไทยแปลกมาก เดี๋ยวนี้เป็นธรรมเนียมที่จะชมพ่อของเขา โดยมีตั้งแต่คนที่มีความคิดแบบขวาสุดจนซ้ายสุด หยิบข้อเขียนของป๋วยมาเสนอได้ทุกด้าน รวมทั้งมีคนจำนวนมากเขียนในอินเทอร์ เน็ตว่า ถ้าพ่อของเขารู้ว่า เขาหรือใจ (อึ๊งภากรณ์) ตอนนี้เป็นอย่างไร พ่อต้องตายไปไม่หลับตา อย่างไรก็ตาม แม้เขาจะรู้จักพ่อในฐานะส่วนตัว มากกว่างาน แต่เชื่อว่า พ่อจะยังนอนหลับต่อได้ รวมถึงเชื่อว่า พ่อจะเห็นด้วยกับ อ.ชาญวิทย์ในเรื่องสันติภาพ ไม่ต้องการให้มีการรบกับกัมพูชาหรือประเทศเพื่อนบ้าน เพราะเชื่อในเรื่องประชาธิปไตยและสันติภาพ

นอกจากนี้ จอนกล่าวถึงปรากฎการณ์ในโลกออนไลน์ว่า เพิ่งเล่นทวิตเตอร์จริงๆ เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา โดยพบว่า ตัวเองไปอยู่ในหน้าบัญชีของคนอื่นสองครั้งแล้ว และสามารถโพสต์ได้ด้วย ซึ่งน่ากลัวมาก ทั้งนี้เมื่อหาข้อมูลจึงทราบว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ ขณะที่ตอนนี้สหรัฐอเมริกากำลังทุ่มเทเงินเป็นพันๆ ล้านเพื่อพัฒนาอาวุธไซเบอร์ที่จะเข้าทำลายหรือควบคุมคอมพิวเตอร์ทั่วโลกผ่านอินเทอร์เน็ต และมีกรณีที่เว็บเดอะฮัฟฟิงตัน โพสต์ ซึ่งเป็นชุมชนบล็อกเกอร์ที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา ก็ถูกซื้อโดย AOL บริษัทออนไลน์ขนาดใหญ่ด้วย

จอนกล่าวถึงกรณีที่น่ากลัวอีกเรื่องคือ กรณีปรากฎการณ์แพรวา โดยบอกว่า แม้ในสังคมทั่วไป เราจะมีทั้งคนรักและคนเกลียด เป็นเรื่องที่พอรับมือได้ เขาเองในฐานะบุคคลสาธารณะระดับหนึ่งก็พอรับได้ ถ้ามีคนเกลียดเป็นแสน แต่คนอย่างแพรวามีคนมาเกลียดสามแสนกว่าคน (ตัวเลขจากการกด "ไลค์" ในเพจ "มั่นใจว่าคนไทยเกินล้านคนไม่พอใจ แพรวาฯ) ตั้งคำถามว่า ผู้ที่เกลียดเขา รู้จักเขาหรือเปล่า หรือสร้างภาพของเขาขึ้นมา นี่คือความน่าเกลียดของอินเทอร์เน็ต ในฐานะเป็นที่แพร่ความเกลียดชังได้ อย่างไรก็ตาม ก็คงเหมือนกับเทคโนโลยีทั้งหลายที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ทั้งนี้ ข้อดีหนึ่งที่สำคัญของอินเทอร์เน็ตก็คือ เปิดให้คนเล็กคนน้อยสื่อสารต่อโลกได้

ภายในงานเปิดตัว มีการจัดเสวนาเรื่อง "ความคิด ความรู้และการต่อสู้ในโลกออนไลน์" ด้วย (ติดตามได้ที่นี่ เร็วๆ นี้)

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เปิดตัว ‘เว็บไซต์ปรีดี-พูนศุข พนมยงค์’ เติมประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่หายไป

มองไปข้างหน้า ทิ้งทุนนิยมไว้เบื้องหลัง

ที่มา Thai E-News



โดย จรรยา ยิ้มประเสริฐ


ขอแชร์ power point เรื่อง "ยุทธศาสตร์เพื่อก้าวไปข้างหน้า ทิ้งทุนนิยมไว้เบี้ยงหลัง" ซึ่งจริงๆ เป็นแนวยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนงานที่แนะนำให้กับทีมงานโครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย

แต่เห็นว่าในสภาพความร้อนแรงทางการเมืองและธรรมชาติในขณะนี้ มันอาจจะมีประโยชน์บ้างสำหรับคนไทยที่เหนื่อยหน่ายกับปัญหาในบ้านเมือง แล้วต้องการ "แสวงหาทางออก เพื่อก้าวไปข้างหน้า"

โดยจุดที่ข้าพเจ้าเห็นว่าผิดพลาด คือการทำแผนพัฒนาตามพิมพ์เขียวของสหรัฐฯ ตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 2500 นั้นผิดพลาดอย่างมหันต์ เพราะมันได้ไปทำลายจุดที่แข็งที่สุดของประเทศไทย คือ "วิถีเกษตรที่หลากหลายและมุ่งเพื่อการพึ่งตนเอง" ซึ่งตอนนี้มาส่งเสริมกันในนาม "เศรษฐกิจพอเพียง" มาสู่การเป็นประเทศแรงงานราคาถูกเพื่อการส่งออก ส่งเสริมเกษตาเกษตรเชิ่งเดียว ต้นทุนสูง ใช้สารเคดีเข้มข้น เพื่อการค้า โดยไม่ได้มองผลกระทบระยะยาวที่มีต่อทั้งต่อผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจและชีวิตของทั้งเกษตรกร และสารเคมีและสารพิษตกค้างในผิวดิน ผิวน้ำ และอากาศ รวมทั้งการลดของพื้นที่ป่ากว่า 60% ในรอบเพียง 60 ปี - ซึ่งเป็นต้นเหตุแห่งความแห้งแล้งอย่างแท้จริง

หนึ่งในการขับเคลื่อนของคนเสื้อแดง ซึ่งมีเกษตรและคนจากชนบทเยอะมาก ควรจะรื้อทฤษฎีปฏิวัติเขียวขึ้นมาวิพากษ์กันอย่างถึงราก รวมทั้งเปิดให้มีการถกเถียงเรื่องการส่งเสริมประเทศเป็น "แหล่งแรงงานราคาถูกให้กับทุนข้ามชาติ"

ตั้งคำถามเพื่อ "ก้าวไปข้างหน้า" กันให้มากขึ้น อาทิ การฟื้นฟูการสร้างความเข้มแข็งภายในทีสอดรับการสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ปรับยุทธศาสตร์ประเทศใหม่ โดยมุ่งส่งเสริให้ประเทศไทยนำร่องเรื่อง "ธนาคารอาหารออแกนิกส์ของโลก" และหักล้างทฤษฎีทุนนิยมและเสรีนิยมใหม่ที่นำโดยอเมริกาและยุโรป ที่มุ่งเพียงเพื่ออเมริกาและยุโรป - ที่ตกยุคสมัย และสร้างผลกระทบมากกว่าการเจริญเติบโตของประเทศอย่างแท้จริง

คนที่มีบทบาทในการนำเสนอด้านนโยบายควรมองปรากฎการณ์ต่างๆ อย่างวิพากษ์ และมุ่งคิดยุทธศาสตร์ที่ก้าวไปให้พ้นจากความเสียเปรียบของประเทศ และเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นในจุดแข็งที่ไทยมีและนำเสนอมันออกมาอย่างมี ศักดิ์ศรี มีมูลค่าจริง และเท่าเทียมค่ะ

ก้าวไปข้างหน้า ก้าวให้พ้นทุนนิยม ไม่ได้หมายถึงก้าวถอยหลังไปสู่สังคมนิยม แต่พูดถึงทษฎีการเมืองใหม่เลย ที่จะไม่ได้ปกครองด้วยวิถีแห่งลัทธิเดียว แต่อยู่กันด้วยยอมรับในความหลากหลายและซับซ้อนของสังคม และตัวบริหารใหญ่ต้องเป็นสภาที่ทุกคนมาจากการเลืิอกตั้ง ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าในความซับซ้อนทุกกลุ่มในสังคมต้องใช้พื้นที่สาธารณะ เพื่อนำเสนอปัญหาที่่อาจจะไม่มีตัวแทนนำเสนอในสภา

เรื่องเกษตรเชิงเดี่ยว นี่คือปัญหา นี่คือพิมพ์เขียวของปฎิวัติเขียวที่ถูกทำมาใช้จนระบบเกษตรเราล่มสลาย พี่ไม่ได้หมายความว่าเอา "เกษตรเชิงเดี่ยว" กลับมา แต่แตะมันลงนรกไปเลย แต่ต้องส่งเสริมเกษตรอินทรัพย์ เกษตรธรรมชาติ ฯลฯ และที่สำคัญพี่ยอมรับว่าต้องมีการทำการตลาดได้บ้าง ชาวบ้าน เกษตรกรก็ต้องใช้เงิน นั่นก็คือต้องมีธนาคารอาหารออแกนิกส์

หลายคนคงผ่านตาข่าว EU ตรึงเข้มเรื่องคุณภาพผักไทยกันมาบ้าง นั่นล่ะคือต้นต่อปัญหาที่เราต้องก้าวข้ามไปให้พ้นจากวิถี "เกษตรฆ่าชีวิต" ที่ผูกติดกับแค่ ปลูก ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และยากำจัดวัชพืน รวมทั้งสารเร่งการเจริญเติบโตต่างๆ ที่ฆ่าทั้งชีวิตเกษตรกรและชีวิตผู้บริโภค

การที่เติบโตมากับภาคเกษตร ทั้งทำไร่และทำนา ทำให้ได้เห็นผลกระทบที่เกิดกับครอบครัวตัวเองและคนรอบข้างมากมาย ในการทำตามคำส่งเสริมของรัฐบาลเพื่อทำเกษตรเพื่อกาค้าราวกับคนตาบอด นับตั้งแต่ปี 2548 ข้าพเจ้าและผู้ช่วยได้จึงได้เริ่มการทดลองบ้านออแกนิกส์ ซึ่งพวกเราเรียกมันว่า ไร่เปิดใจ (Open Heart)

การนำเสนอยุทธศาสตร์ "ข้ามให้พ้น" ไปจากคิดและหาคำตอบอย่างง่ายๆ สำหรับอนาคตของประเทศที่มีความซับซ้อน หลากหลาย มีประชากร 65 ล้านคน เราจำต้องมารื้อวิธีคิดกันใหม่ และก็จำต้องเริ่มต้นกระบวนการวิเคราะหใหม่ ด้วยการสร้างจิตสำนึกให้ผู้กำหนดนโยบายและผู้คนในสังคมลุกขึ้นมายอมรับใน ความซับซ้อน และหลายหลาย ของประเทศ ไม่ใช่การดำเนินนโยบาย "เอาสะดวก" และเราต้องมาตีความและวิพากษ์อย่างตรงไปตรงมาต่อความเป็น "เอกบุรุษ" "เกษตรเชิงเดี่ยว" "ตลาดโลกเดียว" และ "การเมืองสองขั้ว" ไปสู่ การถกเถียงนโยบายสำคัญของชาติใน "สภาที่มีผู้แทนราษฎรอย่างแท้จริง" และที่สำคัญเพื่อตอบรับกับวิกฤติธรรมชาติโลก ไทยควรเร่ง" ส่งเสริมระบบเกษตรนิเวศน์ที่ยอมรับความหลากหลายที่จำเป็นมากในสภาวะวิกฤติ เรื่องอาหารและสิ่งแวดล้อม" หยุดเล่นการเมือง และยอมรับกฎิกาประชาธิปตย และการเมืองหลายพรรค" หรือ "การเมืองหลายขั้้วอำนาจ" ที่ภาคประชาสังคมจะต้องสามารถร่วมต่อรองได้โดยไม่ถูกปราบปรามในปัญหาและผลก ระทบที่เกิดขึ้นกับพวกเขา"

และท้ายที่สุด ต้องสามารถประสานจุดร่วม สงวนจุดต่างที่ส่งผลกระทบต่อคนกลุ่มใหญ่ในสังคม และเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ และทั้งนั้น ปัญหาใหญ่ที่เห็นมากๆ ในสังคมไทยตอนนี้คือมันถูกบ่มเพาะด้วย "จิตวิทยาที่ว่าการคอรัปชั่นทำได้ไม่ผิดกฎหมาย" ที่ไม่อิงกับ "หลักการสิทธิมนุษยชน" และ "ธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆ" ที่ไม่ยอมรับในความหลากหลายและซับซ้อนเหล่านี้

สิ่งที่เกิดขึ้นกับญี่ปุ่นตอนนี้ สังคมไทยจะยังไม่เตรียมรับมือกับวิกฤติ และยังมาเสียเวลากับการเมืองรักษาอำนาจของคนกลุ่มเดียว โดยเอาคนทั้งประเทศเป็นตัวประกันมหันตภัยกันอยู่อย่างนี้ได้อีกต่อไปหรือ?

รายละเอียดในสไลด์นำเสนอโดยละเอียด . .
























ดาวโลดฉบับเต็ม


บทความ ถ้าไม่มีประชาธิปไตย เราจะไม่สามารถรับมือวิกฤติโลกร้อนได้อย่างยั่งยืน ฉบับไม่เซนเซอร์

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย วันที่ 12/03/54

ที่มา thaifreenews

โดย blablabla



เห็นพวกมัน เฮฮา หน้าระรื่น
ยิ้มชื่นมื่น เปี่ยมสุข สนุกสนาน
จัดงานเลี้ยง ใหญ่โต มโหฬาร
สุขสราญ อิ่มเอม เกษมใจ....

แล้วจัดสรร อำนาจ ตามวาดหวัง
รวมพลัง พวกเลว สุดเหลวไหล
ระดมทุน สามานย์ สันดานใคร
หวังเพียงได้ รอบสอง ยึดครองเมือง....

ทุกหย่อมหญ้า หมองหม่น ระคนทุกข์
ละครยุค ต่ำทราม ตามเนื้อเรื่อง
เศรษฐกิจ ว้าวุ่น จนขุ่นเคือง
เคยรุ่งเรือง กลับทรุดลง ต้องปลงกัน....

ประชาชน ยากแค้น แสนสาหัส
ต้องเซซัด ปัดเป๋ จนเหหัน
เรื่องทำกิน ร้อยปัญหา อีกสารพัน
กลับดึงดัน เหยียบย่ำ คอยซ้ำเติม....

สมเป็นพวก จัญไร ใจอุบาทว์
จึงสามารถ สร้างระยำ ทำฮึกเหิม
แล้วเล่นบท กดหัว ชั่วเหมือนเดิม
สิ่งที่เพิ่ม คือแค้น จนแน่นทรวง....

ขอให้กรรม ตามทัน มันวิบัติ
นรกจัด ตราประทับ รอรับช่วง
ฉุดกระชาก ลากไป ให้ยกพวง
เลิกหลอกลวง สร้างมารยา เย้ยฟ้าดิน....

ขอแสดงความไว้อาลัย กับความสูญเสียของมวลมนุษยชาติที่ญี่ปุ่นด้วยครับ

๓ บลา / ๑๒ มี.ค.๕๔
http://3blabla.blogspot.com

ร่วมไว้อาลัยและแสดงความเสียใจกับชาวญี่ปุ่น

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
12 มีนาคม 2554


ทีมข่าวไทยอีนิวส์ ขอร่วมไว้อาลัยและแสดงความเสียใจไปยังชาวญี่ปุ่น

พร้อมทั้งร่วมแสดงความห่วงใย อย่างลึกซึ้งต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ร่วมโลก และขอร่วมใช้พื้นที่หน้าข่าวของเรานำเสนอเหตุการณ์ และส่งกำลังใจไปช่วยชาวญี่ปุ่นให้สามารถฝ่าฟันความสูญเสียจากเหตุการณ์แผ่น ดินไหวครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์แผ่นดินไหวของญี่ปุ่น


สำนักข่าวทุกสำนัก เกาะติดและรายงานข่าวต่อเนื่องหลังจากภาพเหตุการณ์คลื่นซินามิถล่มเมืองท่าเซนได ของเกาะฮอนชู หลังจากภาพคลื่นยักษ์ถล่มเมืองเผยแพร่จากสื่ออินเตอร์เนตเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 11 มีนาคม 2554

ภาพความจริง และความโหดร้าย จากมหันตภัยธรรมชาติ ที่สร้างความตื่นตะลึงท่ัวโลก พร้อมทั้งย้ำเตือนมนุษย์ทั้งหลายว่า เมื่อธรรมชาติพิโรธ พวกเราก็เปรียบดังเช่นมดปลวก มีหรือจะสามารถรอดพ้นจากมหันตภัยร้ายแรงที่มิอาจจะควบคุมได้


เหตุการณ์แผ่นดินไหว้ 8.9 ริกเตอร์ที่เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะฮอนชู ที่ญี่ปุ่นเมื่อช่วงสายๆ ของวันที่ 11 มีนาคม 2554 และตามมาด้วยคลื่นซินามิ ที่ถล่มเมืองชายฝั่งและทำลายบ้านเรือนกว่า 12,000 หลัง พร้อมกับคร่าชีวิตผู้คนที่ ณ ขณะนี้ บ่ายวันที่ 12 มีนาคม รายงานตัวเลขอย่างเป็นทางการอยู่ที่ร่วม 600 คน และอีกหลายร้อยคนยังสูญหาย สำนักข่าวญี่ปุ่นรายงานการคาดการณ์ตัวเลขผู้เสียชีวิตจะสูงกว่า 1,300 คน

โดยเฉพาะความสูญเสียยังไม่จบเมื่อ สำนักข่าวต่างๆ รายงานเมื่อบ่ายวันที่ 12 มีนาคม ถึงภาพการระเบิดของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ลูกหนึ่งของโรงงานผลิตไฟฟ้า ฟูกิ ชิม่า 1 และ 2 ซึ่งอยู่ห่างประมาณ 270 กิโลเมตรทางตอนเหนือของกรุงโตเกียว



สำนักข่าว ฺBBC เกาะติดเรื่องนี้ รายงานว่า ทันทีหลังจากการระเบิดของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ นากยรัฐมนตรีของญี่ปุ่นได้ประกาศ “มาตรการฉุกเฉินด้านนิวเคลียร์” ทั้งนี้ญี่ปุ่นมีเตาปฏฺิกรณ์นิวเคลียร์เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า 55 เตา ทำการผลิตไฟฟ้าได้เป็นปริมาณ 1 ใน 3 ของปริมาณการใช้ไฟ้ฟ้าทั้งหมดประเทศ

อนึ่งผู้เชี่ยวชาญต่างระบุว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีประสบการณ์และการเตรียมการพร้อมที่สุดในการรับมือกับนิวเคลียร์ และบางคนกล่าวว่า “มันเป็นเหตุการณ์ที่ช๊อคคนญี่ปุ่นที่โรงงานผลิตไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ไม่สามารถต้านทานภัยพิบัติได้ดีกว่าที่คาดว่ามันควรจะเป็น”

ขณะนี้ประชาชนที่อยู่รอบๆ บริเวณโรงงานผลิตไฟฟ้านิวเคลียร์ประมาณ 3,000 คน ได้ถูกอพยพออกไปจากรัศมีรังษีของนิวเคลียร์



NHK World รายงานการสูญเสียทั่วญี่ปุ่นว่า

โรงกลั่นน้ำมันที่ซิบา ซึ่งอยู่ใกล้กับโตเกียวระเบิดและลุกไหม้อย่างรุนแรง สาเหตุจากแก๊สรั่ว ขณะนี้ควบคุมเพลิงได้แล้ว

ที่มิยากิ ทั้งตึกรามบ้านช่องและรถยนต์มากมายในเมืองถูกซินามิทำลายจมใต้กองโคลนและซากปรักหักพัง


ในเซนได ซินามิไหลเข้าท่วมเข้ามาจากฝั่งทะเลกว่า 10 กิโลเมตร


กระทรวงกลาโหมรายงานว่า ประชาชนกว่า 15,000 คนจากเมืองมิยากิและโอโมริ ต้องมาพักที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยชั่วคราว ตามอาคารของรัฐ หรืออาคารโรงเรียนต่างๆ และที่สนามบินเซนได


ที่เมืองคามาชิ อิวาเต กล้องของ NHK จับภาพน้ำทะเลที่เคลื่อนเข้ามาท่วมตัวเมือง พร้อมทั้งพัดพาเอาทั้งรถยนต์ รถบันทุก รวมทั้งซากปรักหักพังต่างๆ เข้ามาด้วย แม้แต่บ้านก็ยังถูกคลื่นยกลอยมากับน้ำ

ตำรวจรายงานว่าซินามิได้ทำลายบ้านกว่า 300 หลังคาเรือนที่โอฟูนาโต

พนักงานดับเพลิงและหน่วยงานจัดการเรื่องมหันตภัยรายงานว่าเมืองริกูเซนทากาตะในอิวาเต เมืองชายฝั่งที่มีประชากร 23,000 คน ถูกทำลายจนราบเป็นหน้ากองโดยซินามิ นอกจากนี้รัฐบาลต้องหยุดบริการรถไฟ ตัดไฟ และอุปกรณ์ทำความ และมีการบันทึกเหตุการณ์ไฟไหม้ 206 จุด


ภาพวีดีโอมหันตภัยซินามิที่ญี่ปุ่น 11.03.2011





ติดตามข่าวสารได้ทาง
BBC
NHK World
Al Jazeera
Blognone: รวมเว็บไซต์-เครื่องมือออนไลน์สำหรับติดตามสถานการณ์ในญี่ปุ่น