ที่มา ข่าวสด
ไม่เกินสัปดาห์แรกของเดือนพ.ค.
คือคำตอบสุดท้ายของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่จะนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อยุบสภา พร้อมตราพระราชกฤษฎีกาสำหรับการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในเดือนมิ.ย.
เป็นการประกาศก่อนหน้าการชุมนุม ใหญ่คนเสื้อแดง 1 วัน และก่อนหน้าการระเบิดศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เพียง 3 วัน
ถึงการประกาศวันยุบสภา ของนายกฯ อภิสิทธิ์ ไม่มีส่วนหยุดยั้ง 2 เหตุการณ์ดังกล่าวที่ต้องเกิดขึ้นแน่ๆ แต่ก็มีส่วนทำให้อุณหภูมิการเมืองลดระดับลงจากจุดใกล้ปรอทแตก
อย่างไรก็ตาม ดีเดย์ยุบสภาต้นเดือน พ.ค. ไม่ได้เป็นเรื่องนอกเหนือความคาดหมายของนักวิเคราะห์การเมืองตลอดจนประชาชนทั่วไปเท่าใดนัก
เพราะกับคนที่ติดตามข่าวสารการ เมืองจะได้ยินนายกฯ อภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์หลายครั้งในระยะหลัง ว่าตั้งใจจะยุบสภาเลือกตั้งใหม่ไม่เกินครึ่งแรกของปีนี้
นำมาสู่การวิเคราะห์กันว่าเงื่อนไขหนึ่งที่เป็นแรงกดดันให้นายอภิสิทธิ์ต้องตัดสินใจยุบสภาเร็ว
คือการชุมนุมของคนเสื้อแดง ที่ใกล� วาระครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์ 19 พ.ค.53 ที่รัฐบาลใช้ความรุนแรงเข้าปราบปรามการชุมนุม ทำให้มีผู้เสียชีวิต 91 ศพ บาดเจ็บเกือบ 2,000 คน
นอกจากนี้ท่ามกลางกระแสทุจริตคอร์รัปชั่นของคนในรัฐบาล ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคถีบตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ กระทบปากท้องประชาชน ไฟใต้ลุกลามจนเอาไม่อยู่ ปัญหาชายแดนไทย-เขมรยังคาราคาซัง ฯลฯ
หลายคนส่งเสียงเตือนรัฐบาลยิ่งอยู่นานคะแนนยิ่งหดหาย อาการความดันทุรังสูงยังเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง นำพาประเทศออกนอกเส้นทางประชาธิปไตย ซ้ำซากอีกด้วย
การยุบสภาเลือกตั้งใหม่ตามแนวทางประชาธิปไตย จึงเป็นทางเลือกดีที่สุดของรัฐบาลที่จะพาตัวเองออกจากวงล้อมวิกฤต
แม้ว่าการกลับคืนสู่อำนาจหลังการเลือกตั้งหนหน�าจะห่างไกลจากความเป็นจริงไปทุกทีก็ตาม
ในการกำหนดวันยุบสภา สัปดาห์แรกของเดือนพ.ค.
นายกฯ อภิสิทธิ์ให้เหตุผลว่า จำเป็นต้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการแบ่งเขตและวิธีการเลือกตั้งใหม่ให้เสร็จสิ้นก่อน
กระนั้นในทางการเมืองเป็นที่รู้กันในวงกว้างว่ารัฐบาลเองก็ฝืนอยู่ต่อไม่ไหว การลากยาวอำนาจออกไปอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี
ก่อนหน้านี้รัฐบาลหวังใช้การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านเป็นเวทีเคลียร์ตัวเองจากมลทินข้อกล่าวหาต่างๆ ด้วยมั่นใจว่าจะใช้ความเจนจัดด้านสำนวนโวหารเอาตัวรอดศึกนี้ไปได้อย่างสบายๆ
แต่ปรากฏว่าจากเนื้อหาบางช่วงบางตอนที่ฝ่ายค้านทยอยปล่อยออกมาฉายเป็นหนังตัวอย่างเรียกน้ำย่อย
ไม่ว่าเรื่องคลิปภาพเหตุการณ์เผาเซ็นทรัลเวิลด์ กรณีปมภาษีบุหรี่ 6.8 หมื่นล้าน ปัญหาสินค้าขึ้นราคาซ้ำเติมรัฐบาลในจังหวะพอดิบพอดี
สื่อหนังสือพิมพ์หยิบยกประเด็นเหล่านี้มาเป็นข่าวพาดหัวกันพรึบพรับ เรียกเสียงซี้ดซ้าดจากบรรดาคอการเมืองได้พอสมควร ส่อถึงรูปเกมที่กำลังเปลี่ยนไป
กลายเป็นรัฐบาลตัดสินใจผิด ที่ยอมเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ "ทิ้งทวน" ก่อนมีการเลือกตั้ง โดยไม่ชิงประกาศ ยุบสภาตัดไฟแต่ต้นลม
ถึงตอนนี้เลยแก้ไขอะไรไม่ได้ ความชะล่าใจของรัฐบาลยังอาจนำพาให้ใครต่อใครหลายคนที่เคยสนับสนุนรัฐบาลต้องพลอยรับเคราะห์กรรมไปด้วย
ยกตัวอย่างกรณีเผาเซ็นทรัลเวิลด์ ที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.เพื่อไทยและแกนนำเสื้อแดง อ้าง ว่ามีคลิปเหตุการณ์ทุกวินาที เห็นหน้าคนก่อเหตุชัดเจน
ส่วนจะเกี่ยวโยงกันหรือไม่กับปฏิกิริยา 2 บิ๊กทหาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. กับพล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. ออกมาให้สัมภาษณ์ตอบโต้อย่างดุเดือด
เป็นประเด็นต้องติดตามในรอบสัปดาห์นี้
ขณะเดียวกันในแวดวงพรรคร่วมรัฐบาลเกิดความคึกคักขึ้นมาทันทีหลังรู้วันยุบสภา
ต้องจับตาคือการนัดกินข้าวมื้อพิเศษของ 2 พรรค ชาติไทยพัฒนา กับภูมิใจไทย วันจันทร์นี้ ซึ่งมีแกนนำ ตัวจริงอย่าง นายบรรหาร ศิลป อาชา และ นายเนวิน ชิดชอบ มาร่วมวงด้วย
ลูกพรรคภูมิใจไทยเป?ดเผยตรงไปตรงมาว่า หัวข้อการพบปะจะเป็นการหารือกันถึงการร่วมรัฐบาลครั้งหน้า เฉพาะในแวดวงคนรู้ใจ พรรคประชาธิปัตย์ไม่เกี่ยว
นอกจากนี้ยังมีคิวลับๆ ที่นายบรรหาร กับแกนนำตัวจริงพรรครวมชาติพัฒนา และกลุ่ม 3 พีแห่งพรรคเพื่อแผ่นดิน จะมาเปิดตัวกระชับสัมพันธ์พร้อมกันอีกด้วย
พรรคประชาธิปัตย์ตกอยู่ในสภาพกระแสร่วงหล่น
แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลบางคนประเมินผลเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างไม่เกรงอกเกรงใจว่า ด้วยกระแส "ทักษิณ" บวกกับกระแส "เสื้อแดง" พรรคเพื่อไทยน่าจะเป็นฝ่ายชนะ
ส่วนพรรคประชาธิปัตย์กระแส ตกจากข่าวเรื่องทุจริต ทำให้แพ้ไปอย่างเฉียดฉิว
บางคนในกองทัพเองก็ยังประ เมินในทิศทางเดียวกันว่า พรรค เพื่อไทยจะเป็นฝ่ายมีชัยในการเลือก ตั้งเหนือพรรคประชาธิปัตย์
พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะถูกเบรกด้วยกระแสข่าวยุบสภา แต่เชื่อว่าข้อมูลการอภิปรายในเรื่องทุจริตจะทำให้รัฐบาลอยู่ไม่เป็นสุข
น็อกคาเวทีสภาไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็สร้างความบอบช้ำให้รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ แล้วค่อยไปหาทางยิงหมัดน็อกอีกทีในสนามเลือกตั้ง
การที่สถานการณ์การเมืองเดินมาถึงจุดพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ พรรคประชาธิปัตย์จะโทษใครไม่ได้นอกจากโทษตัวเอง
ความผิดพลาดในกรณีสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงจนทำให้มีคนตายเจ็บจำนวนมาก การปล่อยให้มีการทุจริตคอร์รัปชั่นกันอย่างมโหฬาร
ทำให้วันนี้รัฐบาลไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากยุบสภาเพื่อหนีตายจากวิกฤตรอบด้านเท่านั้น
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Sunday, March 13, 2011
"มาร์ค"จนมุม ยุบสภาหนีตาย
"สถานการณ์สู้รบเืสื้อแดง กับอำมาตย์" กลับมาสมบูรณ์แล้ว เมื่อคืนคนเป็นแสน
ที่มา thaifreenews
โดย ลูกชาวนาไทย
เมื่อวานผมออกจากบ้านไปร่วมชุมนุมด้วยกับคนเสื้อแดงที่อนุสาวรีย์ ไปถึงโน้นก็เกือบหกโมงแล้วคนเต็มแล้ว ลองเดินดูตั้งแต่อนุสาวรีย์ไปถึงผ่านฟ้าคนเต็มไปหมดแล้วในฝั่งนี้ ตอนมายังเต้นท์ FARED ที่แยกคอกวัว ก็แทบเดินมาไม่ได้แล้วเพราะคนแน่นไปหมด กว่าจะข้ามฝั่งทางร้านอาหารศรแดงมาได้ ก็ไหลมาเหมือนสายน้ำ ฝังแยกคอกวัวก็แน่นไปถึงหน้าโรงแรมรัตนโกสินร์
ผมคาดการณ์ว่าช่วงที่ Peak ที่สุดคือ มีคนประมาณ 100,000 คน ขึ้นไป และพื้นที่ไม่สามารถเดินได้แล้ว แน่นไปหมด ตำรวนคาดการณ์ว่ามีประมาณ 60,000 คน แต่ ASTV บอกว่ามีเสื้อแดงประมาณ 30,000 คน (ก็ยังดีแต่ก่อนให้หลักร้อย หรือหลักพัน หรือใช้แค่คำว่า หนาตาเท่านั้น วันนี้ Up ให้ถึึง 30,000 แสดงว่าต้องคูนเพิ่มได้ อย่างน้อยก็สี่ห้าเท่า)
บรรยากาศก็คึกคักเพราะมีึึคนปราศรัยมาก นักปราศรัยหลักๆ เช่น จตุพรหรือคนอื่นๆ ที่เป็นแกนนำ คงอ่าน "สงครามในอินเตอร์เน็ต" ในสองสามอาิทิตย์นี้ ก็เลยไม่มีการพูดอวยเจ้า กันอีก เอาใจแฟนๆ ที่ไม่ชอบแนวนี้ แถมพูดเฉียดไปเฉียดมา ด่าคนสั่งฆ่า (แต่ไม่ได้บอกว่าใคร) เอาใจแฟนๆ
อันที่จริงเืรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่เป็นแค่ยุทธวิธีการพูดเท่านั้น ไม่ใช่ยุทธศาสตร์อะไร หากไม่ชอบใจ ก็โหคนพูดก็ได้ เขาก็คงหยุดพูดเอง
เืมื่อคืนก็มีการเอาวิสา คัญทัพ กับภรรยา ขึ้นมา ทีมเก่าๆ ขึ้นมา ก็ทำให้ีมีคนไม่ชอบใจพอสมควร แต่เนื่องจากจำนวนคนมาก มีหลายอารมณ์ และไม่ได้อยู่ในโลกอินเตอร์เน็ตกันมาก จึงไม่ได้มีความคิดหรือความรู้สึกที่วิพาร์กวิจารณ์กันในอินเตอร์เน็ตอยู่ เขาก็ตามแกนนำไป
ผมไม่ค่อยได้ฟังแกนนำพูดบนเวที แม้แต่ทัีกษิณ เพราะผมไปร่วมชุมนุมส่วนใหญ่ก็ไม่ได้สนในฟังการปราศรัยอยู่แล้ว ไปคุยกับเพื่อนๆ มากกว่า และไปเติมจำนวนคนให้เพิ่มขึ้นไว้เท่านั้น หรือสำนวนพวกเราคือ "ไปกวนตีนอำมาตย์มันเล่น" เท่านั้น คำปราศรัย ไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับผม หรือชักจูงอะไรผมได้
ทักษิณพูด ก็ก้าวหน้าขึ้นมาพอสมควร
กว่าณัฐวุฒิจะพูดก็ตีสอง ผมขี้เกียจรอเลยเดินกลับแต่เขาก็มาพูดพอดี ก็เลยยืนฟังเกือบจบ
ผมว่าณัฐวุฒิทำการบ้านมาดีมาก เหมือนมาอ่านสงครามวิวาทะในอินเตอร์เน็ตทั้งหมด พูดเรื่อง "ตาสว่าง แต่ ปากไม่ต้องสว่าง" ก็ได้ และหรือ มุกเรื่อง "อียิปต์ ตูนิเซีย ลิเบียๆๆๆๆ ตูนิเซีย อียิปต์" เป็นบทร้อง
ผมว่าแกนนำ update อารมณ์และสถานการณ์ได้ดีพอสมควร
แม้ว่ายังมีบางคน เ่ช่น ขวัญชัย ไพร่พนา ที่ยังอวยอยู่บ้างนิดหน่อย คนอื่นไม่มีแล้ว
-----------------------
หากพูดถึงสถานการณ์สงครามระหว่างเสื้อแดงกับอำมาตย์ มันก็กลับมาเหมือนเดิม "น้ำหนักของเสื้อแดงต่ออำมาตย์" ก็ดูเหมือนว่าจะเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ
การสังหารหมู่ที่ราชประสงค์ ปี 2553 ไม่ได้ทำลายความเข็มแข็งของเสื้อแดงลงไปเลย
ในภาพรวมของสงครามทั้งหมด ไม่ได้ทำให้ "เสื้อแดงอ่อนแอลงเลย" แต่กลับทำให้เข็มแข็งในทางยุทธศาสตร์มากขึ้นด้วยซ้ำ
ถือว่าเป็นการล้มเหลวของอำมาตย์อย่างสิ้นเชิงเลยทีเดียว
ผลของการสังหารหมู่ปีที่แล้วในทางยุทธศาสตร์คือ
- ทำให้เสื้อแดงเพิ่มขึ้น
- ทำให้คนเสื้อแดงตาสว่างขึ้นและรู้ว่ามือที่มองไม่เห็น หรือสั่งฆ่าประชาชนคือใคร อันนี้สำคัญมาก เพราะปีที่แล้วสถานการณ์ยังไม่ก้าวหน้ามาถึงตรงนี้
- เปลี่ยนเป้าหมายการรบ จาก "เอาทักษิณกลับบ้าน" ไปเป็น "เอาประชาธิปไตยที่แ้ท้จริงกลับคืนมา" เป็นการ Shift ในเป้าหมายอย่างชัดเจน
- สถานการณ์ขึ้นสู่ระดับสากล เงื่อนไขถึงศาลอาญาระหว่างประเทศ ICC ทำให้ทางเลือกของอำมาตย์มีน้อยมาก
ผมสรุปว่า "ผลของสงครามปีที่แล้วนอกจากการสูญเสียชีวิตแล้ว" ที่เหลือ "เป็นคุณต่อการต่อสู้ของเสื้อแดง" โดยรวม
Re:
เมื่อคืนสรุปสาระที่ณัฐวุฒิพูดคือ
"ตาสว่างแล้ว แต่เราจะทำอย่างไรต่อ"
ณัฐวุฒิสรุปสองแนวทางคือ
หากเป็นสถานการณ์เลือกตั้ง เราก็ต้องสู้ให้ชนะเพื่อจะได้บอกชาวโลกและชาวไทยได้อย่างเต็มปากว่า มวลชนส่วนใหญ่สนับสนุนเรา เราไม่ได้อ้างลอยๆ ความชอบธรรมเราจะมีเต็มที่ แล้วคนเสื้อแดงก็ไปกดดันพรรคเพื่อไทย ให้ต่อสู้ให้ได้ประชาธิปไตยคืนมาให้สมบูรณ์ต่อไป
ซึ่งน่าจะง่ายกว่า เป็นการต่อสู้ักับรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์
หากเป็นสถานการณ์รัฐประหาร
เราก็ต้องออกมาต่อต้านรัฐประหาร ต่อไป
นี่เป็นสรุปที่ณัฐวุฒิพูด
--------------------------
แต่เมื่อคืนผมคุยกับเพื่อนเสื้อแดง ได้ข้อสรุปคร่าวๆ ว่า "น่าจะมีรัฐประหาร" ปัญหาใหญ่อยู่ที่การ "สืบทอด"
อาจมีสถานการณ์ซูสี ขึ้น (ซึ่งผมคิดว่าบทจบของมันคือ ประเทศบนภูเขาหิมาลัย) พวกเขาอ่านนิยายมากเกินไป คิดแบบนิยายเกินไป
ประวัติศาสตร์ของจีนโบราณนั้น ขันทีไม่มีทางได้ครองอำนาจอย่างสงบ และจุดจบคือ สิ้นชาติ ทุกครั้งที่ขันทีขึ้นมาชิงอำนาจ
เพราะในประวัติศาสตร์จีน ขันทีไม่เคยมี "ความชอบธรรม" เพียงพอที่จะครองอำนาจต่อไปได้ แม้ก่อนฮ่องเต้ตาย เหล่าขันทีและฮองเฮาจะคุมอำนาจไว้หมด องค์รัชทายาท โดยคุมไว้หมดสิ้น กำลังทหารคุมไว้หมด
แต่มันก็มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ตลอดประวัติศาสตร์ ทหารที่คุมอำนาจ ยุคขันทีส่วนใหญ่จะเป็นทหารกังฉิน สุดท้าย จะถูกทหารทั่วไปที่ไม่มีชื่อเสียงอะไร (แต่ประวัติศาสตร์ให้เกิดมาเป็นวีรบุรุษ) ไม่อยู่ในสายตาใคร ขึ้นมาโค่นเหล่าทหารกังฉินที่มีอำนาจจากขันที จนได้
ผมไม่เคยเห็นประวัติศาสตร์จีนยุคใดที่ขันทีจะกุมอำนาจไว้มั่นคง
เมื่อขาดความชอบธรรม ก็ขาดทุกอย่างนั่นแหละ
Re:
เมื่อคืนคุยกับเืพื่อนๆ ก็ได้ข้อสรุปหลายอย่าง ที่ค่อนข้างมั่นใจคือ อภิสิทธิ์ นั้นไม่น่าจะรอดตายจากวิกฤติการณ์การเมืองครั้งนี้
เพราะไม่มีการตัดตอนใดดีกว่า "ตัดคัทเอ้าืท์" ตรงนี้ มันมีหลายเรื่อง ตั้งแต่เื่รื่อง วิทเตอร์บุท ที่ไปสะดุดเท้า วงการค้าอาวุธระดับโลก
เรื่องอื่นๆ อีก มากมาย ตัวคัทเอ้าท์ที่สำคัญคือ อภิสิทธิ์ เป็น แพะที่มีขนสวยที่สุด เนื้อนุ่มที่สุด น่าจะต้องโดน
ขอถามหน่อย
ที่มา thaifreenews
โดย Amster-แดง
…เช้าวันนี้ มีใครบ้าง ไม่มีสุข
ไม่รีบลุก เพราะนอนดึก หลังศึกหนัก
งานรับขวัญ แปดแกนนำ ที่เรารัก
แจ้งประจักษ์ ทุกหัวใจ ไม่ทิ้งกัน
…กุหลาบแดง บานสะพรั่ง เต็มลานกว้าง
อธิบาย ได้ทุกอย่าง ดังที่ฝัน
หัวใจแดง กล้ามาแข่ง แสงตะวัน
จนต้องพรั่น หลบหาย เพราะอายแดง
…คลื่นสีแดง ระลอกแล้ว ระลอกเล่า
คลื่นใหม่เก่า รีบมามอง จองตำแหน่ง
อยากอยู่ใกล้ ฟังให้หนำ แกนนำแดง
ต้องออกแรง แย่งกันบ้าง ก็ยังเอา
…อาทิตย์นี้ มีใครบ้าง ไม่มีสุข
หลังจากทุกข์ ซึนามิ ญี่ปุ่นเศร้า
แต่เมืองไทย อำมาตย์ใหญ่ ใจสั่นเทา
โอ..พระเจ้า ซึนามิ มีสีแดง.


"ทักษิณ"วิดีโอลิงก์คุยกลับมาแก้ปัญหาประเทศใน6เดือน ท้าปชป.เจอกันในสนามเลือกตั้งจวก "มาร์ค" นายกฯหาร4
ที่มา มติชน
รับชมข่าว VDO
เมื่อเวลา 20.30 น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้วิดีโอลิงก์เข้ามายังเวทีปราศรัยคนเสื้อแดง โดยตอนแรกได้กล่าวไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตกรณีแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น และบอกว่าประเทศญี่ปุ่นดีกับเรามานานตอนที่เราเป็นหนี้ไอเอ็มเอฟ ก็เป็นประเทศแรกที่่ให้ยืมเงินกองทุนมาช่วย และตอนที่เราโดนสึนามิก็ส่งคนมาช่วย
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า อยากพูดให้คนที่ชอบเสื้อแดงและไม่ชอบเสื้อแดงฟัง ว่าทำไมเราต้องมาที่นี่ ถามว่าเรามาขออะไร เรามาขอให้ส่วนรวมขอให้ประเทศมีประชาธิปไตยมีความยุติธรรมมาตรฐานเดียวกันเกิดขึ้น เราไม่ได้มาขอเรื่องที่เป็นส่วนตัวเลย เพราะถ้าไม่ออกมาตอนนี้ ระบบที่เป็นอยู่ก็จะยิ่งย่ำแย่ อนาคตลูกหลานก็จะลำบาก อยากบอกว่าประชาธิปไตยเป็นมากกว่าการเลือกตั้ง มันคือศักดิ์ศรี คือการที่รัฐบาลให้โอกาสประชาชน ได้มีสิทธิ์เลือกผู้นำของเขา แต่ท่านไม่เคยเคารพการตัดสินใจของประชาชน กลับเลือกรัฐบาลที่ประชาชนไม่ได้เลือก มาปกครองซึ่งมันไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม
"ผมอยากเห็นสังคมไทยเป็นสังคมที่เคารพศักดิ์ศรีประชาชน ประชาชนเลือกมาก็ยอมรับไม่มีการบังคับ คนเสื้อแดงวันนี้มาไกลเกินกว่าตัวเองแล้ว อยากให้ผู้ที่สั่งการลองคิดดูให้ดีเถิดว่า เสื้อแดงใครจ้างมา ไม่มีหรอก เขามากันเอง บ้านเมืองวุ่นวายทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะคนเสื้อแดง แต่เพราะความไม่เป็นประชาธิปไตยมีคนที่อยู่เหนือกฎหมายมาทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย"
"มนุษย์วันนี้ยิ่งมีข้อมูลมากเท่าไหร่จะยิ่งคิดถึงอะไรที่เกิดกว่าตัวเองมากเท่านั้นอย่างกรณีประเทศอียิปต์ ลิเบีย ก็เกิดขึ้นเพราะผู้ปกครองไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นตนของพวกเขา ถึงได้เกิดการต่อสู้ ถ้าแผ่นดินไหนไม่เคารพประชาชนของตัวเองไม่มีทางสงบ ซึ่งก็สามารถได้ง่ายๆสามข้อคือ หนึ่ง ให้สิทธิเสรีภาพประชาชน สอง สร้างความยุติธรรมและความเป็นมาตรฐานเดียวกัน สามให้โอกาสประชาชนและเคารพความสามารถปัญญาให้เขาได้มีโอกาสตัดสินใจ" พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว
พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวต่อว่า ไม่แน่ใจเรี่องนายกฯจะยุบสภาและเลือกตั้งจริงหรือเปล่า เพราะวันนี้ท่านพูดอะไรก็ต้องหารสามหารสี่ก่อน การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นการพิสูจน์อีกครั้งว่าผู้มีอำนาจนอกกฎหมายจะมาวุ่นวายอีกหรือไม่ แต่แค่เริ่มกติกาก็รู้สึกจะไม่ดีแล้ว มีกรรมการเข้าข้างปล่อยให้มีการล็อบบี้ นี่แสดงถึงความไม่เคารพศักดิ์ศรีประชาชน แน่จริงใครชนะก็ให้เป็นรัฐบาลไม่ต้องให้ทหารมาเป็นฝ่ายแต่งตั้ง ประชาชนเขาเลือกของเขาเอง อย่่ามายุ่งกับเขา
"นายอภิสิทธิ์ เคยได้พูดไว้ในวันระดมทุนของพรรคว่า ถ้าอยากเห็นประเทศก้าวหน้าให้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ แต่ถ้าอยากเห็นประเทศถอยหลังให้เลือกอีกพรรคหนึ่ง ท่านพูดได้ดีมากแต่ในความจริงมันกลับตรงกันข้าม ถ้าถอยหลังจริงทำไมมาลอกนโยบายของพรรคไทยรักไทย มิหนำซ้ำลอกแล้วยังสอบตกอีก พรรคไทยรักไทยซื้อเบ็ดแล้วสอนวิธีตกปลาให้ประชาชน แต่ประชาธิปัตย์มาเห็นเอาตอนที่ประชาชนมีปลาแล้วก็เลยเอาปลาไปแจกให้มากกว่าเป็นสองตัว สุดท้ายประชาชนก็กินหมด หาปลาไม่เป็น"
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า "ปีนี้ถึงเวลาแล้ว ยังไงถึงไม่มีการยุบสภาก็จะมีการเลือกตั้งอย่างแน่นอน ไม่ยุบไม่เป็นไรหารับประทานให้เต็มที่เลย และดูว่าถึงเวลาเลือกตั้งประชาชนจะเลือกใคร ถ้าวันนั้นเพื่อไทยชนะถล่มทลาย ผมจะกลับมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศภายในหกเดือน ให้ทุกคนอู่ฟู้ ผมไม่กล้าพูดว่าทำได้ภายใน 99 วันเหมือนนายอภิสิทธิ์ เพราะทำไม่ทัน แต่หกเดือนทำได้ โครงการสามสิบบาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน ชำระหนี้เกษตรกร ทำได้มาแล้ว พี่น้องจะยิ้มแย้มแจ่มใสเพราะชีวิตจะมีแต่ความสุข หนี้สินเอาไปทิ้งริมคลองให้หมด"
ทักษิณอ้อนแดงพากลับบ้าน
“ทักษิณ” วีดีโอลิงค์ ปลุกม็อบแดง พากลับบ้าน คุย เพื่อไทยเป็นรัฐบาล 6 เดือนประชาชนอู้ฟู้ แน่
12.00 น. บรรยากาศ การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ขณะนี้ บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ไปจนถึง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมาร่วมชุมนุม กว่า 500 คนแล้ว และได้มีการจับจองพื้นที่ บริเวณหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งใช้เป็นเวทีในการปราศรัย จนทำให้การจราจรบริเวณโดยรอบ ต้องปิดไปโดยปริยาย ส่วนสองข้างริมบาทวิถีต่างก็มีการตั้งร้านค้าขายของที่ระลึกทั้ง 2 ฝั่ง และมีการเปิดเครื่องขยายเสียงจากรถยนต์ของกลุ่ม นปช. เพื่อปลุกระดมมวลชนเป็นระยะๆ ด้านการจราจรขณะนี้ บริเวณแยกผ่านฟ้ายังเคลื่อนตัวได้และในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็มีการเตรียมกำลังรักษาความปลอดภัยตลอดเส้นทางการชุมนุม
13.30 น. กลุ่ม นปช. เร่งตั้งเวทีปราศรัย บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อรองรับการชุมนุมที่จะเริ่มขึ้นในเวลา 15.00 น. ทั้งนี้ มวลชนเริ่มจับจองพื้นที่แล้ว โดยใช้แผงเหล็กกั้นพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่ชุมนุม โดยที่ตำรวจนั้นปิดการจราจรในเส้นทางที่จะเชื่อมโยงเข้าสู่ถนนราชดำเนิน เพื่อลดปริมาณสะสมของรถยนต์ ทั้งนี้ในเวลา 15.00 น. แกนนำ จะไปสักการะศาลหลักเมือง และในเวลา 16.00 น. จะเดินทางถึงบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ แกนนำ นปช. ยืนยันว่า จะยึดหลักสันติวิธี ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ โดยความคับแค้นใจในอดีตนั้น จะถือเป็นบทเรียน และจะปรับเปลี่ยนทัศนคติในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ด้วยการเข้าสู่ระบบการเลือกตั้ง แต่การชุมนุมในวันนี้นั้น เป็นสัญลักษณ์ในการเรียกร้องประชาธิปไตย และความเป็นธรรม
แดงพรึบแยกผ่านฟ้าฯ
บรรยากาศที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ล่าสุด กลุ่มนปช.ได้ร่วมชุมนุมอยู่เต็มพื้นที่ ตั้งแต่บริเวณแยกผ่านฟ้าลีลาศ ตลอดเส้นถนนราชดำเนินจนกระทั่งถึงสี่แยกคอกวัว ทำให้รถยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ โดยบรรยากาศบนเวทีที่จัดขึ้นยังไม่มีการปราศรัยของแกนนำ แต่มีการแสดงดนตรี แสง สี ซึ่งทาง นปช. ได้มีการจัดตั้งเครื่องเสียงทุกจุดทั่วบริเวณ ซึ่งล่าสุด แนวร่วม นปช. ยังเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ยัง พบว่ามีรถบรรทุก 2 - 3 คัน ที่บริเวณข้างรถปิดป้ายและรูปภาพของ พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆิมทร์ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ซึ่งเต็มไปด้วยแนวร่วม นปช. สวมเสื้อสีแดงอยู่ภายในรถจำนวนมาก ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังคงตรึงกำลังอย่างเข้มงวด
แกนนำสักการะศาลหลักเมือง
15.15 น. แกนนำนปช. นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ นางธิดา ถาวรเศรษฐ นายแพทย์ เหวง โตจิราการ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท นายก่อแก้ว พิกุลทอง เดินทางมาสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง พร้อมประกอบพิธี อาทิ การจุดธูปเทียนบูชาหอพระพุทธรูป การผูกผ้าแพรองค์จำลองศาลหลักเมือง การนมัสการองค์ เทพารักษ์ การปลดเครื่องสังเวย โดยมีเทวดาจำนวน 10 องค์เข้าร่วมพิธี โดยนายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ โฆษก นปช. กล่าวว่า การเดินทางมาสักการะศาลหลักเมืองในครั้งนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลของกลุ่ม นปช. ที่ได้รับการปล่อยตัว อีกทั้งต้องการขอพรให้ประเทศเดินหน้าสู่ประชาธิปไตย รวมถึงต้องการให้ประชาชนมีความสุข
อย่างไรก็ตามกลุ่มแกนนำนปช. ทั้งหมดรวมถึงนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ซึ่งไม่ได้เดินทางมาสักการะศาลหลักเมือง จะไปร่วมในพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์ 10 เมษายน บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยด้านถนนดินสอ ในเวลาประมาณ 16.00น.
ทั้งนี้ ระหว่างกราบสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง นายเหวงยังได้ตะโกนดัง ๆ สามครั้งว่า “มันผู้ใดทำรัฐประหารขอให้พินาศฉิบหาย”
นางธิดาเปิดเผยว่าการมาครั้งนี้เป็นการแก้คล็ดการที่สี่เหล่าทัพได้มาสักการะก่อนหน้านี้ คล้าย ๆ เหตุการณ์ก่อนการรัฐประหารเมื่อ 19 ก.ย. 2549 ราวกับจะมาขออนุญาตหลักเมืองเพื่อกระทำการบางอย่าง ฝ่ายประชาชนจึงควรมาสักการะเพื่อเป้นการข่มสิ่งที่เป็นอธรรม
นายจตุพรเปิดเผยว่าประเด็นหลักของการปราศรัยของ นปช. ในช่วงคำวันนี้ จะมีการเปิดโปงหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ก่อนมีการยุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมา มีการพบปะกันระหว่างนายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัต์ย นายพีรพันธ์ สาลีรัฐวิภาค แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่สามเสนกับบุคคลสำคัญผู้หนึ่ง รวมทั้งมีการไปพบปะกับ พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ขณะนั้น ให้ยุบพรรคทั้งสามแลกกับการไม่ถูกปฏิวัติ แถมยังให้มีการสลับขั้วของพรรคร่วมรัฐบาล
“นี่คือเหตุผลที่แม้นายอภิสิทธิ์ประกาศจะยุบสภาในสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม แล้ว นปช. ยังต้องมีการชุมนุมต่อไป และยังรวมทั้งการตาย 91 ศพ การเผาเซ็นทรัลเวิร์ล และความไม่แน่นอนที่จะมีการเลือกตั้ง เพราะในปี 2549 ยังมีการยึดอำนาจในระหว่างตราพระราชกฤษีกาให้มีการเลือกตั้งทั่วไปได้” นายจตุพรกล่าว
นายจุตุพรเปิดเผยว่าการชุมนุมในวันนี้นอกจากตนจะเปิดโปงเรื่องดังกล่าวแล้ว ยังมีวีดิโอลิ้งค์จาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และการปราศรัยของแกนนำที่ได้รับการประกันตัว ก่อนจะยุติการชุมนุมในราวตีสอง และหลังจากนั้นก็จะมีกิจกรรมต่อเนื่องทั้งการชุมนุมที่ราชประสงค์ในวันที่ 19 มี.ค. วันที่ 26 มี.ค. ที่โบนันซ่า เขาใหญ่ ตลอดจนการชุมนุมในต่างจังหวัดซึ่งจะมีการกำหนดแผนต่อไป
ณัฐวุฒิ เผย "อริสมันต์-แรมโบ้"ทยอยมอบตัว
18.30 น.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ขึ้นเวทีปราศรัยบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยมีการแสดงล้อเลียนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ด้วยการให้ชายสวมหน้ากากรูปหน้านายอภิสิทธิ์ ขึ้นไปเวทีปราศรัย แล้วสอบถามว่าใครเป็นคนสั่งเผาห้างสรรพสินค้าย่านราชประสงค์ ในช่วงการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553 ท่ามกลางบรรยากาศกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงเป็นจำนวนมากที่จับจองพื้นที่ฟังการปราศรัยของแกนนำ
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าจะมีการยื่นประกันตัวแนวร่วม นปช.ที่ยังอยู่ในเรือนจำทั่วประเทศให้กลับคืนสู่อิสรภาพ โดยตัวเลขที่รวบรวมได้พบว่ามีแนวร่วมคนเสื้อแดงทั้งหมด 98 คน คร่าวๆ ใน กทม. 30 คน อุดรธานี 22 คน อุบลราชธานี 21 คน ขอนแก่น4 คน มหาสารคาม 9 คน สมุทรปราการ 2 คน และนนทบุรี 2 คน
แกนนำ นปช.ยังเชื่อว่า การมาชุมนุมในครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ จะไม่เป็นการผิดเงื่อนไขของศาลจนทำให้ถูกถอนประกันตัว และระบุว่า จากนี้เป็นต้นไปแกนนำ นปช.ที่ยังหลบหนี ไม่ว่าจะเป็น นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นายสุพร อัตถาวงศ์ เชื่อว่าจะทยอยเข้ามอบตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่คงต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ด้วย
ทักษิณเมินยุบสภาเย้ยมาร์คลากยาวให้นาน
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้วีดีโอลิงค์มายังเวทีชุมนุมของคนเสื้อแดงที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อเวลา 20.40 น.ตอนหนึ่งว่า ไม่แน่ใจว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พูดจริงหรือไม่ที่จะให้มีการเลือกตั้ง แต่ถ้ามีการเลือกตั้งก็จะเป็นการทดสอบว่าผู้มีอำนาจในบ้านเมืองจะยังเคารพการตัดสินใจของประชาชนหรือไม่ แต่วันนี้รู้สึกว่า จะสัญญาณไม่ดี ไม่รู้กรรมการจะเข้าข้างหรือไม่ จะปล่อยให้มีการโกงเลือกตั้งหรือไม่ ถ้าปล่อยก็แสดงว่า ไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชน ต้องปล่อยให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์ ใครชนะคนนั้นได้เป็นรัฐบาลไม่ต้องให้ทหารมาช่วย ประชาชนเขากำลังตัดเองถ้าเลือกพรรคเพื่อไทยจะ ได้ทักษิณกับทีมงานแน่นอน หรือเขาจะเสี่ยงเลือกฝั่งปัจจุบัน ได้นายอภิสิทธิ์ นายเนวิน ชิดชอบ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นความเสี่ยง ดังนั้นไม่ต้องมายุ่งกับเขา
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ข่าวในวงในพรรคเพื่อไทยบอกว่า ทหารเป็นคนฆ่าประชาชนจริงหรือไม่ ทหารเผาเซ็นทรัลเวิลด์ จริงหรือไม่ ถ้าจริงมันต้องมีคนสั่ง เมื่อสั่งต้องกล้ารับ อย่าเที่ยวไปโทษใคร ดังนั้นขอให้ฟังการอภิปราย ตนทราบข่าวลึกๆ ว่า ทหารเป็นคนฆ่า ก็เหลือคนที่เสียสติเท่านั้นที่คิดว่าทหารไม่ฆ่า เพราะทหารเขาแบกทั้งปืน สไนเปอร์ เพียงแต่ว่าใครสั่งก็ต้องกล้ารับกันหน่อย ส่วนเรื่องทุจริต หัวหน้ารัฐบาลและรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ เรื่องความล้มเหลวการบริหารราชการแผ่นดินก็ต้องดูว่าล้มเหลวอย่างไร วันนี้คนไทยเข้าคิวซื้อน้ำมันปาล์ม หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์บอก 99 วันทำได้จริงเพราะตอนนั้นยังไม่ได้เป็นนายกฯ ก็คิดแบบเด็กๆ พอมาเป็น 99 วันเลยทำไม่ได้
“มีสื่อโทรมาคุยกับผม เขาบอกว่า มี "4 ด." ด.เด็ก ส่วน ด.อื่น ผมไม่รู้ไปเดาเอง ท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์พูด ในงานระดมทุน ถ้าอยากเห็นประเทศก้าวหน้าเลือกประชาธิปัตย์ ถ้าอยากถอยหลังให้เลือกอีกพรรค พูดดูดีมากครับ แต่มันตรงข้าม ถ้าถอยหลังทำไมมาลอกนโยบายพรรคไทยรักไทย แถมลอกแล้วยังทำไม่เป็นด้วย” อดีตนายกฯ กล่าว
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า นายสุเทพ บอกว่า พวกเสื้อแดงเป็นคอมมิวนิสต์ ใครกลัวคอมมิวนิสต์บ้างวันนี้ เมืองจีนก็พรรคคอมมิวนิสต์ เราก็ค้าขายกับเขาและเขาก็ค้าขายทั่วโลก ดังนั้นไม่มีใครกลัว ไม่ต้องมาปลุกผี เสื้อแดงไม่ใช่คอมมิวนิสต์ เสื้อแดงคือ ประชาธิปไตย และคอมมิวนิสต์ก็ไม่มีใครกลัว แต่กลัวคอมมิชชั่นที่ลากกัน 30% มันเจ๊งทั้งระบบ อยากฝากถึงไอ้พรรคเนรคุณ ไอ้พรรคนี้เรื่องดีๆ มันคิดไม่เป็น แต่เรื่องเลวๆ มันคิดเก่ง สมองข้างขวาฝ่อ ข้างซ้ายมันโต มันไปบอกชาวบ้านว่า ให้เปิดบัญชีทิ้งแล้วเดี๋ยวจะมีเงินจากต่างประเทศโอนมาให้ คือ จะให้ชาวบ้านเชื่อว่า ผมจะโอนเงินมาให้ ดูมันคิดซิ วันนี้ไอ้วิชามารทั้งหลายมาเยอะ อย่าไปเชื่อพรรคเนรคุณ แต่ถ้ามันแจกตังค์ให้รับไว้
“ปีนี้อภิสิทธิ์จะยุบหรือไม่ ไม่ต้องห่วงเพราะยังไงก็ต้องเลือกตั้ง ให้มันลากไปให้ถึงที่สุดจะได้เห็นกันชัดๆ หารับทานกันให้เต็มที่ แล้วพี่น้องจะได้ตัดสินใจถูกว่าจะเลือกใคร วันนี้ นักเรียนนอก(ประเทศ) นายอดิศร เพียงเกษ นายวิสา คัญทัพ ก็ได้กลับมาแล้ว นักเรียนประจำ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายก่อแก้ว พิกุลทอง ก็ออกจากโรงเรียนประจำ แต่นักเรียนนอกอย่างผม เกือบ 5 ปีแล้ว ยังไม่ได้กลับเลยจะทำอย่าง พี่น้องต้องเอาเลือกพรรคเพื่อไทยให้ชนะถล่มทลายแล้วผมจะเป็นคนแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ พริบตาเดียวประชาชนจะอู้ฟู้ทั้งประเทศ 6 เดือนข้างหน้าหลังเป็นรัฐบาล คนไทยทั้งประเทศจะยิ้มแจ่มใสเพราะชีวิตจะมีแต่ความสุข หนี้สินเอาเก็บไว้ริมคลองได้เลย” พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว






แดง 5 หมื่นชุมนุมใหญ่แน่นถนนราชดำเนิน
ที่มา ข่าวสด วันที่ 12 มี.ค. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มนปช.ในช่วงค่ำ เป็นไปด้วยความคึกคัก ประชาชนสวมเสื้อสีแดงทยอยฟังการปราศรัยอย่างคับคั่งจนแน่นขนัด ตั้งแต่แยกผ่านฟ้ายาวไปถึงสนามหลวง ประมาณ 5 หมื่นคน โดยก่อนที่แกนนำจะขึ้นเวทีปราศรัยได้มีกิจกรรมบนเวที เช่น ร้องเพลง รวมถึงนำบุคคลหน้าเหมือนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ จากรายการสภาโจ๊ก ขึ้นเวที เรียกเสียงหัวเราะให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม เวลา 18.45 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นเวทีว่า วันนี้เป็นวันสำคัญ ครบรอบ 1 ปีที่พวกเราประกาศเคลื่อนพลทั้งแผ่นดินมาชุมนุมใหญ่เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา ประกอบกับเป็นการกลับมาพบกันของแกนนำที่ได้รับการประกันตัวจากการถูกจองจำ และส่วนหนึ่งที่หลบลี้จากภัยคุกคามทางการเมืองก็ได้กลับมา รวมทั้งเป็นช่วงเวลาที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศยุบสภา ให้มีการเลือกตั้งคาดว่าไม่เกินเดือน มิ.ย. เป็นสัญญาณว่านายอภิสิทธิ์รู้ชะตากรรมตัวเองดี ประชาชนมีหน้าที่เฝ้าระวังและเตรียมตัวต่อสู้ในสถานการณ์รัฐประหาร เราไม่ยินยอมให้มีรัฐประหารเกิดขึ้นอีก การมาขึ้นเวทีชุมนุมของตนวันนี้ มั่นใจว่าเป็นการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ละเมิดเงื่อนไขของศาลในการให้ประกันตัว เมื่อถามว่าหากรัฐบาลประกาศยุบสภาแล้ว นปช.จะมีเหตุผลอะไรในการชุมนุม นายณัฐวุฒิกล่าวว่า เราชุมนุมเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้พี่น้องคนเสื้อแดงที่บาดเจ็บล้มตายและถูกคุมขัง แกนนำทั้ง 7 คนจะลงสมัครหรือไม่นั้น บางส่วนเป็นสมาชิก เป็นผู้สมัครของพรรคอยู่เดิม แน่นอนว่าจะลงสมัคร ส่วนอื่นๆยังไม่ตัดสินใจ ดูสถานการณ์ก่อน นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงการมอบตัวของแกนนำที่หลบหนีอยู่ว่า จะทยอยเข้ามอบตัวเรื่อยๆ ทุกคนยินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม รวมทั้งนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง ด้วย ขณะนี้ยังมีคนเสื้อแดงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำทั่วประเทศ 98 คน ยื่นขอประกันไปแล้ว 40-50 คน แต่ศาลยังไม่พิจารณา ซึ่งจะมีการยืนประกันให้ครบทั้งหมด โดยตนจะเดินทางไปเป็นพยานให้กับผู้ที่ถูกกล่าวหาด้วย ยืนยันว่าเป้าหมายการเคลื่อนไหวของเราคือประชาธิปไตย ส่วนพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นเพียงสัญลักษณ์ของอำนาจอธิปไตยที่มาจากประชาชน ไม่อาจต้านทานอำนาจนอกระบบได้ อีกทั้งประสบชะตากรรมทางการเมืองอย่างหนัก เราไม่สามารถทอดทิ้งพ.ต.ท.ทักษิณได้ และจะเลือกพ.ต.ท.ทักษิณมาเป็นนายกฯ


ณัฐวุฒิลั่นสู้ต่อ-ให้ทักษิณเป็นนายกฯ
ทักษิณ-ข้ามชอตอภิปราย แดงก่อการร้าย-มอบตัว พรรคเพื่อไทย-สั่นสะเทือน
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ พันธะของเสื้อแดง เกี่ยวพันกับภารกิจของพรรคเพื่อไทย อย่างยากที่จะแยกออกจากกัน จังหวะก้าวการแยกกันเดิน ร่วมกันตี ทั้งใน-นอกสภาผู้แทนราษฎร จึงปฏิบัติการคู่ขนานระหว่างแกนนำ นปช.กับแกนนำเพื่อไทย แต่เมื่อแกนนำ นปช.ทั้ง 7-ผู้ต้องขัง 9 เดือน ในคดีก่อการร้าย ถูกปล่อยตัว เมื่อนายอดิศร เพียงเกษ แกนนำคนเสื้อแดง 1 ใน 19 ผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย เข้ามอบตัวที่กรมสอบสวนคดีพิเศษและได้รับการให้ประกันตัว เมื่อ "วรชัย เหมะ" แกนนำ นปช. แจ้งความประสงค์ขอลงสมัคร ส.ส.สมุทรปราการ และ "ศักดา นพสิทธิ์" แกนนำแดง-สายยงยุทธ ติยะไพรัช ขอจองพื้นที่ ส.ส. จ.ชลบุรี "เอมอร สินธุไพร" ภรรยาแกนนำ นปช. นิสิต สินธุไพร ขอลง ส.ส.ร้อยเอ็ด เช่นเดียวกับสายเลือดเดียว "สุพร อัตถาวงศ์" แกนนำสายฮาร์ดคอร์ที่ส่ง "ชนะศักดิ์ อัตถาวงศ์" ลงบัญชี ส.ส.เขต เส้นทางของ "แดงทั้งหมด" มุ่งหน้าสู่ "บัญชี ส.ส." ของพรรคเพื่อไทย ทั้ง "ทักษิณ ชินวัตร" และแกนนำทั้ง 111 ต้องทบทวนท่าที และขบวนการขับเคลื่อน 2 ขาอีกครั้ง ข้อเสนอสำหรับพิจารณา จึงมี 2 วาระ จาก 2 ฝ่าย ฝ่าย "ทักษิณและครอบครัว" มีข้อเสนอให้แกนนำแดงทุกสาย ปูพรมลงรับสมัคร ส.ส.ทุกพื้นที่ และอาจบรรจุชื่อ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" เป็น ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อหมายเลข 1 ในอันดับท็อปไฟฟ์ ฝ่าย "แกนนำสาย 111" ซึ่งเป็น "พี่เลี้ยง" ในพรรคเพื่อไทย ไม่เห็นด้วยให้เสื้อแดงปรากฏตัวเป็น ส.ส. และไม่ต้องการให้คนในตระกูล "ชินวัตร" ออกหน้า-เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เหตุผลของ "ฝ่ายทักษิณและครอบครัว" คือหากมีแกนนำแดง+ชินวัตร จะทำให้พรรคเพื่อไทยชนะแบบถล่มทลาย ได้เป็นเสียงข้างมาก จัดตั้งรัฐบาล แต่เหตุผลของ "ฝ่ายพี่เลี้ยง" ในพรรค ไม่เห็นด้วยเพราะ หากนำเสื้อแดงมาเปิดหน้าในสนามเลือกตั้งอาจสุ่มเสี่ยงถึงขั้นผิดกฎหมายเลือกตั้งระดับ "ยุบพรรค" ได้ เพราะเวทีหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.โดยเสื้อแดง จะดุเดือด-พาดพิง-ใส่ร้ายป้ายสี ฝ่ายตรงข้าม-ด่ารัฐบาล ดีกรีร้อนแรง เทียบเท่าเวทีปราศรัยของเสื้อแดง ระดับต่ำสุดก็อาจจะโดนตัดแต้มด้วยการแจก "ใบแดง" ตัวอย่างที่ฝ่ายพี่เลี้ยงยกขึ้นมาประกอบการพิจารณาคือ สมัยที่ผ่านมา "ทักษิณ" ได้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีมาแล้วถึง 2 คน ทั้งสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และสมัคร สุนทรเวช แต่ก็ไม่ได้ทำให้ธุรกิจและการเมืองของคนในตระกูล "ชินวัตร" หายใจคล่องขึ้น เหตุผลเรื่องการเก็บ "คะแนน-เสียง" จากชนชั้นกลาง-คนในเมือง ที่เพื่อไทยไม่เคยซื้อใจได้เพราะคาใจเรื่อง "เสื้อแดง" สร้างความไม่สงบ สร้างความรุนแรง เผาบ้านเผาเมือง ก็ถูกนำมาประกบคู่กับเหตุผลของฝ่ายพี่เลี้ยง ระหว่างที่ทั้ง 2 ฝ่าย 2 ขั้ว ในองคาพยพเพื่อไทย ค้นหาทางออกจากกับดักตัวเอง ยังต้องพิจารณาวาระอภิปรายไม่ไว้วางใจควบคู่ไปด้วย พันธะ-ภาระ ของเพื่อไทย กับเสื้อแดง จึงถูกขีดเส้นแบ่ง-จัดระยะห่าง ให้พรรคนำเสื้อแดง ไม่ให้เสื้อแดงนำพรรค เพราะ job description ของ "ม็อบเสื้อแดง" ที่ถูกกำหนดไว้คือ 1.มีเป้าหมายการต่อสู้ที่ไปไกลกว่าการเลือกตั้ง 2.แนวทางการต่อสู้โลดโผน เกรี้ยวกราด หวือหวา เพื่อดึงมวลชนเข้าร่วมให้มาก 3.การเคลื่อนไหวบางครั้งสุ่มเสี่ยงต่อการผิดกฎหมาย เช่น ผิด พ.ร.บ.จราจร-ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ความมั่นคง นอกจากนี้ยังมี "จ็อบบริการเสริม" เช่น การเป็นแนวต้านไม่ให้เกิดรัฐประหาร ขณะเดียวกันต้องทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลนอกสภา เป้าหมายสุดท้าย หากเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล "ม็อบแดง" ยังต้องมีหน้าที่เป็น buffer zone หรือแนวรั้ว-แนวรบ ป้องกันไม่ให้รัฐบาลเพลี่ยงพล้ำด้วย แต่เมื่อแกนนำระดับ "จตุพร พรหมพันธุ์" ยังเป็นตัวอย่าง ที่ได้รับทั้งเอกสิทธิ์-อภิสิทธิ์ ได้ทั้งเงิน-ทั้งกล่อง บรรดาสมาชิกเสื้อแดงทุกคนย่อมอยากจะเจริญรอยตาม เป้าหมายฝ่ายแดงฮาร์ดคอร์ อย่างน้อยต้องได้ลงรับสมัคร ส.ส.เขต และหากบรรจุลงระบบบัญชีรายชื่อก็ต้องอยู่ในอันดับต้น ๆ ไม่เกินอันดับสัดส่วนที่ "ได้รับเลือกตั้ง" แน่นอน ไม่เกินลำดับที่ 50 เฉพาะชื่อ "ผู้ต้องหา" หมายจับตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินทั้ง 29 ราย ที่รอเข้ามอบตัว ก็อาจเกือบเต็มเพดานผู้สมัครบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ต้องบรรจุเป็นผู้สมัคร และยังรอวันมอบตัว อาทิ นายวิสา คัญทัพ นางไพจิตร อักษรณรงค์ นางดารุณี กฤตบุญญาลัย นายจรัล ดิษฐาอภิชัย นายอดิศร เพียงเกษ นายวรพล พรหมมิกบุตร และนายอารี ไกรนรา หากทั้งฝ่ายเสื้อแดงและฝ่ายผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย ยังผูกติดการเคลื่อนไหวเป็นขาเดียวกัน ยิ่งสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอันตรายกับ "เพื่อไทย+ชินวัตร" ได้มากยิ่งขึ้น แต่ดูเหมือนว่า "ทักษิณ" จะยังไม่ได้เรียนรู้-ทบทวน บทเรียน ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เสียง "โฟนอิน" คำสั่งล่าสุด ยังผูกเสื้อแดงติดกับเพื่อไทย "ผู้สมัคร ส.ส.ต้องลงพื้นที่ อย่าทิ้งประชาชน อยู่กับทุกสี ต้องเข้าไปหา บางคนไม่ลงพื้นที่ หากพรรคไม่ชนะแล้วผมจะกลับบ้านได้อย่างไร ผมอยากกลับแล้ว กลับมาทำงานต่อ แต่ขอกลับมาในรูปแบบสภาและการเลือกตั้ง" เสียงทักษิณ-ก้องจากพรรคถึงม็อบแดง ทักษิณ-เพื่อไทยและม็อบเสื้อแดง ตั้งเป้าข้ามชอตไปไกลกว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่อยู่ในมือ "มิ่งขวัญ" นานแล้ว 
ฝ่ายพี่เลี้ยง ยังให้เหตุผลแนบท้ายด้วยว่า หากนำคนในตระกูล "ชินวัตร" ชูขึ้นมาเป็นว่าที่ตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" ก็อาจถูกตามกวาดล้างจากฝ่ายอำนาจที่มองไม่เห็นอีกครั้ง
นับจากวัน-วาระครบรอบ 1 ปี วันปิดประเทศที่ราชประสงค์เมื่อ 12 มีนาคม 2553 การชุมนุมของ "ม็อบเสื้อแดง" จะยิ่งทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
คลิป ชุมนุมใหญ่ นปช. อณุเสาวรีย์ 12-03-2011
ที่มา thaifreenews
โดย bozo
MaySa
คลิป คุณจตุพรและท่านทักษิณ์ อณุเสาวรีย์ 12-03-2011
http://www.4shared.com/audio/ZZapdJZO/_12-03-2011.html
http://www.mediafire.com/?3v3rc0uuw88lt2u
คุณหมอเหวง
http://www.4shared.com/audio/zrPEAuN-/_12-03-2011.html
http://www.mediafire.com/?1buhqedurzq6wh2
คุณก่อแก้ว
http://www.mediafire.com/?v8f9pmbm9uobscm
คุณนิสิต สินธุไพร
http://www.mediafire.com/?cmdmyn9ib85y8yp
คุณขวัญชัย ไพรพนา
http://www.mediafire.com/?yawaqwir89nrbj8
เจ๋งดอกจิก
http://www.mediafire.com/?z6rpthrbbq1q2dn
คุณสมชาย ไพบูลย์
http://www.mediafire.com/?d52dxjfm2if3i9j
คุณณัฒิวุต ใสเกื้อ
http://www.mediafire.com/?gmwzbwoi51cgf2v
ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ: ถึงชาวไพร่
ที่มา ประชาไท
หมายเหตุจากผู้เขียน: เขียนเพลงและกวีไว้ในเรือนจำหลายชิ้นแต่ยังไม่มีโอกาสเผยแพร่เพราะติดขัดเรื่องการส่งชิ้นงานออกมา จะทยอยเผยแพร่เรื่อยๆ นะครับ
งานชิ้นนี้เขียนที่แดน 4 ห้อง 11 เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2553 เสร็จราว 23.00น.
พอยืดอกยกมือว่าคือไพร่ สังคมไทยก็อื้ออึงซึ่งคำถาม
ไพร่ยังไงทำไมไพร่ขยายความ รู้ไหมตามตำราว่าหมดไป
ตั้งแต่ครั้งโบราณนานหนักหนา ยังรื้อมาให้สับสนคนรุ่นใหม่
ไม่มีแล้วชนชั้นในเมืองไทย ประชาธิปไตยนับได้ 78 ปี
แล้วทำไมรัฐธรรมนูญถูกเหยียบย่ำ ร่างแล้วฉีก! ฉีก! ฉีก! ซ้ำทำบัดสี
พอสู้เพื่อชีวิตสิทธิเสรี ประเทศนี้ให้หยดเลือดคราบน้ำตา
เพราะไม่มีประชาชนที่เทียมเท่า มีเพียงฝุ่นใต้ฝ่าเท้าท่านเจ้าขา
ให้เลือกตั้งให้มีรัฐสภา แต่ไม่มีสิทธิชนะถ้าขัดใจ
อำนาจอธิปไตยใน 3 ด้าน นิติบัญญัติ บริหารไขลานได้
แทรกแซงจนคนสิ้นหวังไม่วางใจ ตุลาการไม่ยึดโยงประชาชน
ฆ่าแล้วนิรโทษกรรมทำง่ายๆ กี่บาดเจ็บกี่ล้มตายไม่เคยสน
ประวัติศาสตร์กลัดหนองแห่งผองชน ถ้าจำนนไม่คิดสู้จะอยู่อย่างไร
ก้มจนหัวติดตีนยังเหยียบย่ำ จึงต้องตั้งคำถามขึ้นข้อใหญ่
เจ้าของถิ่นแผ่นดินนี้คือใคร คือไพร่ฟ้าหน้าใสหรือใครกัน
เรียกตัวเองว่าไพร่ใช่ต้อยต่ำ ใช่อ่อนแอเจ็บช้ำให้เย้ยหยัน
เพียงอยากบอกพวกเขาเรารู้ทัน คนเหมือนกันแต่ชนชั้นไม่เท่าเทียม
สู้ด้วยกันเถิดประชาชนคนร่วมยุค ทั้งที่ผูกเนคไทใช้จอบเสียม
จะก้าวสู่อารยะต้องตระเตรียม จะมัวเจียมเนื้อตัวกลัวอะไร
สันติวิธีมีหลักคิดมิตรจัดตั้ง ใช้ปัญญานำทางสู่จุดหมาย
มีเหตุผลรู้ประมาณทำการใด เอาความจริงล่าไล่อยุติธรรม
ต้องไม่มีความรุนแรงแฝงยาพิษ จะเปิดทางอำมหิตให้ฆ่าซ้ำ
ต้องมั่นใจใช้สองมือถือธงธรรม ไม่สุ่มเสี่ยงเพลี่ยงพล้ำให้ไล่ยิง
เร่งสื่อสารเรื่องราวถึงชาวโลก ให้รู้ทุกข์รู้โศกรู้ทุกสิ่ง
เสรีภาพยุติธรรมไม่มีจริง Please you do something for Thailand
ใช่ไฟในนำออกนอกนำเข้า แต่ศึกใหญ่ของเราต้องวางแผน
ใช้ประโยชน์โลกยุคใหม่ไร้พรมแดน พลังแฝงจะหนักแน่นหนุนเนื่องมา
ต้องพร้อมใจไม่แตกแถวเป็นแนวร่วม คิดแตกต่างถือภาพรวมสำคัญกว่า
หลักการใหญ่ขัดกันก็เจรจา ร่วมไม่ได้ไม่ปะทะให้แยกทาง
นักต่อสู้ต้องเรียนรู้ในหลายสิ่ง หัวใจต้องแท้จริงและกว้างขวาง
อัตตาตนที่ยึดตรึงพึงละวาง แสวงจุดร่วมสงวนจุดต่างอย่างจริงใจ
มิใช่เอามะพร้าวห้าวมาขายสวน แค่ทบทวนสักคราวเพื่อก้าวใหม่
สุดแรงคิดสุดแรงหวังแม้ห่างไกล ไพร่ถึงไพร่พูดจากใจให้ได้ยิน
ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

