ที่มา thaifreenews
โดย prainn
รุ่งโรจน์ วรรณศูทร
ร่วมเสวนางานเปิดตัวหนังสือ "ประชาธิปไตย เข้าใจไหม?"
บทเสวนาว่าด้วย สิทธิ เสรีภาพ และเสมอภาค
การเมืองภาคประชาน ธรรมาภิบาล และนิติรัฐ
ณ ตึก1 ห้อง103 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วันที่ 26 มีนาคม 2554
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Monday, March 28, 2011
ความน่ากลัวของระบอบอวตาร:รุ่งโรจน์ วรรณศูทร
ดีเอสไอไม่พบผิดปกติ แกนนำแดงขึ้นเวทีเขาใหญ่
ที่มา thaifreenews
โดย bozo

"ธาริต" เผยดีเอสไอไม่พบความผิดปกติ
แกนนำ นปช. ขึ้นเวทีเสื้อแดงที่เขาใหญ่ แจงชง ครม.เพิ่ม 24 ฐานความผิดคดีพิเศษ...
เมื่อเช้าวันที่28 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธาริต เพ็งดิษฐ์
อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกลุ่มคนเสื้อแดง
เปิดเวทีปราศรัยที่บริเวณใกล้กับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
และมีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)
ที่ยื่นประกันตัว ไปขึ้นเวทีด้วยนั้น เป็นเรื่องที่ดีเอสไอต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อน
การจะพูดหรือตัดสินอะไรไปในวันนี้เป็นเรื่องที่เร็วเกินไป
และเท่าที่ดูในการปราศรัยยังไม่มีอะไรเป็นพิเศษ
ส่วนการที่ดีเอสไอเคยทำเรื่องเสนออัยการไปในเรื่องการถอนประกันตัวแกนนำ
แต่อัยการไม่เห็นด้วยนั้น นายธาริต กล่าวว่า
ดีเอสไอจะทำอะไรต่อไปก็คงเป็นความเห็นของอัยการ
ดีเอสไอจะดูเฉพาะเรื่องที่จะเกิดขึ้นในภายหน้าเท่านั้น ที่แล้วมาเป็นดุลพินิจของอัยการ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
วันนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษมีการนำเสนอเพิ่มฐานความผิดขึ้นอีก 24 ฐานความผิด อาทิ
ความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ คอมพิวเตอร์ ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้
และความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ.
http://www.thairath.co.th/content/pol/159392
รัฐบาลคุณถึงขนาดเอาเงินภาษีมาจ้างคนรักสถาบันแล้วหรือ?!
ที่มา Thai E-News
โดย บังสุกุล
ที่มา กระดานสนทนา Internet Freedom
เข้าไปดูกันเองครับ เอาสถาบันมาบังหน้าแจกเงินคนให้มารักสถาบัน ในโครงการ อสป. อาสาสมัครปกป้องสถาบัน
แท้จริงเอาในหลวงมาอ้าง เอาเลขบัตรประชาชนเพื่ออะไรไม่ทราบ
เครือข่ายยาเสพติดในเรือนจำ
ที่มา มติชน
คอลัมน์ ณ ริมคลองประปา โดย ประสงค์ วิสุทธิ์
ได้รับเชิญจากกระทรวงยุติธรรมให้ไปอภิปรายในหลักสูตร "ผู้บริหารงานยุติธรรมระดับสูง" ของกระทรวงยุติธรรม เรื่อง "แนวความคิดในการพัฒนากระทรวงยุติธรรม" ทำให้ต้องค้นคว้าข้อมูลหน่วยงานต่างๆ ในกระทรวงยุติธรรม เพื่อไปใช้ในการอภิปราย ปรากฏว่าพบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถิติผู้ต้องราชทัณฑ์หรือผู้ที่ถูกขังอยู่ในเรือนจำซึ่งมีทั้งนักโทษเด็ดขาดและผู้ต้องขัง (คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์-ฎีกา ไต่สวน สอบสวน) ดังนี้
จำนวนผู้ต้องราชทัณฑ์ทั่วประเทศ สำรวจ ณ วันที่ 1 มกราคม 2554 มีจำนวน 220,776 คน แบ่งเป็น นักโทษเด็ดขาด 159,626 คน ผู้ต้องขังระหว่างอุทธรณ์-ฎีกา, ไต่สวน-พิจารณาในศาล, สอบสวน (ในชั้นพนักงานสอบสวน) จำนวน 58,991 คน ผู้ต้องกักขัง (แทนค่าปรับ?) 1,795 คน
ในจำนวนนี้ผู้ต้องราชทัณฑ์ทั้งหมด เป็นคดี พ.ร.บ.ยาเสพติด จำนวน 128,750 คน หรือประมาณร้อยละ 58 (ตัวเลขผู้ต้องราชทัณฑ์ในคดียาเสพติดบางครั้งสูงถึงกว่าร้อยละ 60)
เมื่อจำแนกผู้ต้องราชทัณฑ์ตามเพศพบว่า เป็นชายจำนวน 189,042 คน เป็นคดี พ.ร.บ.ยาเสพติด จำนวน 104,447 คน หรือประมาณร้อยละ 55.7, เป็น หญิงจำนวน 31,734 คน เป็นคดี พ.ร.บ.ยาเสพติด จำนวน 24,303 คน หรือสูงถึงร้อยละ 76.58
แม้สัดส่วนผู้หญิงที่ต้องราชทัณฑ์มีเพียงร้อยละ 14.3 ของผู้ต้องราชทัณฑ์ทั้งหมด แต่ปรากฏว่า สัดส่วนของผู้ต้องราชทัณฑ์ของผู้หญิงในคดียาเสพติดสูงกว่าชายมาก ทำให้น่าศึกษาว่า อะไรเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ผู้หญิงถูกดึงเข้าสู่เครือข่ายยาเสพติดจำนวนมาก
เมื่อนำตัวเลขผู้ต้องขังที่คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ ฎีกา ไต่สวน สอบสวน ในคดียาเสพติดมาจำแนกเปรียบเทียบกับผู้ต้องขังทั้งหมด พบว่า มีสัดส่วนใกล้เคียงกับผู้ต้องราชทัณฑ์ทั้งหมดคือประมาณร้อยละ 60 ซึ่งผู้หญิงมีสัดส่วนสูงกว่า
ตัวเลขผู้ต้องราชทัณฑ์เหล่านี้ สอดคล้องกับปัญหายาเสพติดที่กำลังขยายตัวและกัดกินสังคมไทยอย่างหนักหน่วงอยู่ในขณะนี้
ขณะเดียวกันอาจเป็นตัวบ่งบอกด้วยว่า นอกจากชุมชนแออัด และสถานศึกษาต่างๆ ที่เป็นแหล่งค้ายาเสพติดแล้ว เรือนจำที่เต็มไปด้วยผู้ต้องราชทัณฑ์ในคดียาเสพติดกว่า 120,000 คน ก็เป็นแหล่งค้ายาเสพติดแหล่งใหญ่และมีผลประโยชน์มหาศาล
เพราะจำนวนผู้ต้องราชทัณฑ์กว่า 120,000 คนนี้ นอกจากผู้ค้ารายย่อยแล้ว ยังมีบรรดา "ขาใหญ่" ที่เป็นเครือข่ายยาเสพติดอยู่เป็นจำนวนมาก
จึงไม่น่าแปลกใจที่ทำไมจึงมีการลักลอบนำโทรศัพท์มือถือเข้าไปในเรือนจำต่างๆ เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารระหว่างเครือข่ายยาเสพติดในการบงการ สั่งซื้อหรือสั่งขายยานรกดังกล่าวโดยที่กรมราชทัณฑ์และผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงยุติธรรมไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่าการสั่งตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ
ซึ่งวิธีการแก้ไขปัญหาขายผ้าเอาหน้ารอดและไม่ได้ผลใดๆ เพราะไม่มีทางที่ทางกรมราชทัณฑ์จะตัดสัญญาณโทรศัพท์ได้ 24 ชั่วโมงเนื่องจากจะกระทบต่อประชาชนที่อยู่รอบๆ เรือนจำ
ดังนั้น "ขาใหญ่" จึงใช้วิธีการส่งข้อความสั้น (SMS) แทน เมื่อมีการเปิดสัญญาณโทรศัพท์ข้อความเหล่านั้นก็จะถูกส่งออกไปทันทีและตรวจสอบได้ยาก
ด้วยจำนวนเม็ดเงินจำนวนมหาศาลจากการค้ายาเสพติด ทำให้เครือข่ายเหล่านี้สามารถสร้างและขยายอิทธิพลครอบงำผู้คุมหรือพัศดีเรือนจำต่างๆ เพื่อให้ความร่วมมือในการค้ายาเสพติดในรูปแบบต่างๆ เช่น การช่วยกันลักลอบนำโทรศัพท์มือถือเข้ามาในเรือนจำ
มีผู้เล่าว่า พัศดีหรือผู้คุมตามเรือนจำในจังหวัดต่างๆ มักมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดนั้น "ขาใหญ่" ที่ถูกขังอยู่ในเรือนจำเดียวกันก็จะสั่งให้บรรดาลูกสมุนไปสืบดูว่า ลูกเมียของผู้คุมอยู่ที่ไหน จากนั้นก็จะนำมาใช้เป็นข้อมูลในเชิงบังคับให้ร่วมมือในการค้ายา มิเช่นนั้นแล้วลูกเมียของผู้คุมอาจเป็นอันตราย และถ้าร่วมมือด้วยยังจะได้รับผลตอบแทนคุ้มค่าด้วย
"ขาใหญ่" ในเรือนจำ ยังดึงผู้ต้องราชทัณฑ์ที่มีประวัติอาชญากรรมโชกโชนมาเข้าเป็นพวกด้วยการเรียกมาเจรจาและให้สัญญาว่า จะดูแลลูกเมียที่อยู่ข้างนอกให้เป็นอย่างดี ทำให้เครือข่ายยาเสพติดดังกล่าวขยายอิทธิพลในเรือนจำได้อย่างกว้างขวาง
ขบวนการค้ายาเสพติดในเรือนจำจึงมีอิทธิพลมาก ต้องอาศัยการทุ่มเททรัพยากรและการวางแผนอย่างรัดกุมในการปราบปรามแก้ไขอย่างจริงจังและต่อเนื่องเท่านั้น จึงจะประสบผล
ไม่ใช่ทำแบบฉาบฉวยตื้นเขินด้วยการเดินสายตรวจเพื่อให้สื่อมวลชนทำข่าวหรือแค่ตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือให้ดูตื่นเต้นเท่านั้น
ทฤษฎีนักปกครอง ฉบับ "หมอเลี๊ยบ-สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี"
ที่มา มติชน
นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บรรยายพิเศษ เรื่อง "ยุทธศาสตร์ใหม่ ปฏิรูปสังคมไทย" ในงานอบรม โครงการผู้นำ-นำการเปลี่ยนแปลง รุ่น 2 (Leadership for Change) จัดโดยมูลนิธิสัมมาชีพ ร่วมกับเครือมติชน ที่อาคารข่าวสด เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ตอนหนึ่งว่า "อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์" เคยกล่าวไว้ว่า If at first, the idea is not absurd, then there is no hope for it. ซึ่งหมายความว่า ถ้าเราคิดแบบเดิม ก็จะได้ผลลัพธ์แบบเดิม แต่ถ้าเราคิดให้แปลก อาจมีความหวังขึ้นมาได้ เหมือนกรณีนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ครั้งที่เสนอครั้งแรกเมื่อ 10 ปีที่แล้ว คนฟังก็หัวเราะไม่คิดว่าเป็นไปได้ ผู้สมัครส.ส.ก็ไม่กล้านำไปหาเสียง แม้แต่พรรคได้ตั้งรัฐบาลแล้วก็ยังพูดกันว่าไม่สามารถทำได้จริง แต่กลับทำให้เกิดการปฏิรูประบบสาธารณสุขครั้งใหญ่ เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบโครงสร้างการจัดการทั่วประเทศ
อดีตรองนายกฯ กล่าวว่า ในความเป็นจริง ปัญหาของสังคมไทยไม่ได้ต่างจากปัญหาของสังคมโลก ซึ่งตรงนี้เราไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ แต่สามารถเรียนรู้จากประเทศอื่นแล้วนำมาประยุกต์ใช้กับประเทศเราได้ และพัฒนาต่อให้ดีขึ้น เห็นได้จากนักธุรกิจจำนวนไม่น้อยเห็นตัวอย่างเมืองนอก ก็นำเข้ามาในประเทศไทยจนกลายเป็นที่นิยม เช่น กรณีคุณตัน ภาสกรนที อดีตผู้บริหารโออิชิ ทำร้านถ่ายรูปแต่งงานหรือบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่น
นพ.สุรพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตอนนี้กระแสลมแห่งการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทั่วโลก โดยตนเห็นว่าจะเกิด ความ(น่าจะ)เปลี่ยนแปลงภายในปี 2020 ขึ้น ดังนี้ เราจะต้องใช้ "ข้อมูล" จากข่าวสาร ทั้งอ่านหนังสือพิมพ์ อินเตอร์เน็ต และเว็บไซต์ มาสังเคราะห์เป็น "ความรู้" และนำไปใช้เป็น "ทักษะใหม่" เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ จะมี "เทคโนโลยีชีวภาพ" ซึ่งเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน ตนเคยคุยกับนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกคนหนึ่ง เขาบอกว่ากำลังทดลองสกัดแบคทีเรียเพื่อย่อยพืช เป็นน้ำมันรถยนต์ อีกไม่นานน่าจะสำเร็จ ซึ่งเทคโนโลยีชีวภาพตัวนี้เองจะเป็นคลื่นลูกที่สี่ต่อมาจากคลื่นลูกที่สาม (สังคมข้อมูลข่าวสาร เทคโนโลยีสารสนเทศ)
ในยุคสมัยหน้าเป็นสมัยแห่งปัจเจกชน และการแบ่งสันปันส่วนการเป็นแกนนำ รวมถึงแนวคิดแบบ "One world, one mind, one time" คนส่วนใหญ่จะมีความคิดคล้ายกัน มองคล้ายกัน ในเวลาเดียวกัน เห็นได้จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศญี่ปุ่นหรือเหตุการณ์ที่ลิเบีย ที่เรารู้ข่าวหลังเกิดเหตุไม่กี่นาที แสดงว่าโลกเล็กลงแล้ว
อดีตรมว.คลัง กล่าวทิ้งท้ายว่า ผู้ปกครองประเทศที่ดีตามหลักลัทธิเต๋า กล่าวถึงหลักผู้ปกครองไว้ว่า ผู้ปกครองที่ดีที่สุดนั้น ราษฎรเพียงแค่รู้ว่ามีเขาอยู่, ผู้ปกครองที่ดีรองลงมา ราษฎรรักและยกย่อง, ผู้ปกครองที่ดีรองลงมา ราษฎรกลัวเกรง และผู้ปกครองที่ดีรองลงมา ราษฎรชิงชัง เมื่อนักปกครองขาดศรัทธาในเต๋า มักต้องการให้ประชาชนมาศรัทธาในตน แต่สำหรับนักปกครองที่ยอดเยี่ยมนั้น เมื่อภารกิจเสร็จสิ้นลงแล้ว การทำงานได้ลุล่วงลงแล้ว ราษฎรพากันภาคภูมิใจและกู่ก้องว่า การงานนั้นล้วนสำเร็จลงด้วยความสามารถของเขา
จับกระแส"ปุระชัย"ลงเลือกตั้ง
ที่มา ข่าวสด
รายงานพิเศษ
จากการที่ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรมว.มหาดไทย เปิดตัวพร้อมลงสมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาสันติ ขณะเดียวกันก็มีข่าวว่าจะเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาสันติ นำทัพสู้เลือกตั้ง
1.ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ
2.น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ
เป้าหมายหลักอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ฐานเสียงสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย
ชื่อของร.ต.อ.ปุระชัย จะจุดกระแสคนกรุงเทพฯ ติดหรือไม่ จะส่งผลแย่งชิงเก้าอี้ส.ส.ในพื้นที่ได้มากน้อยแค่ไหน แกนนำพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย วิเคราะห์ไว้ดังนี้
1.ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ
ส.ส.กทม. ผอ.พรรคประชาธิปัตย์
การมีชื่อ ร.ต.อ.ปุระชัย ลงเล่นการเมืองในนามพรรคประชาสันติ พรรคประชาธิปัตย์คงไม่ต้องปรับอะไรมาก เราเตรียมตัวของเราเอง คงไม่กังวลว่า ใครจะลงตรงไหนในกทม.
พื้นที่กทม. เราต้องหาคนที่แข็งที่สุด 33 คน กรุงเทพฯ 23 คน ฝั่งธนบุรี 10 คน เราจะหาคนที่แกร่งที่สุด ไม่ว่าการแบ่งเขตออกมาอย่างไร คนกลุ่มนี้ 23 กับ 10 สามารถสลับไปสลับมาได้ ส.ส.กรุงเทพฯ ของพรรคมีความคล่องตัวพอที่จะขยับพื้นที่ได้
เราจะดูคนเก่าก่อนว่าเขาคุ้นเคยกับพื้นที่ตรงไหน แต่ตอนนี้มั่นใจว่าส.ส.ของเราทำพื้นที่มาเต็มที่ในเขตใหญ่ เมื่อมาเป็นเขตเล็กก็ต้องปรับตัวนิดหน่อย
การกลับมาเล่นการเมืองของ ร.ต.อ.ปุระชัย อาจทำให้ประชาชนหวั่นไหวได้ แต่ผมคิดว่าคนกรุงเทพฯ จะดูอันดับแรกคือ ชื่อพรรคว่าพรรคมีความมั่นคงขนาดไหนในการทำพื้นที่ โดยเฉพาะกทม. จากนั้นจึงจะพิจารณาเรื่องตัวบุคคล ว่ามีคุณภาพเป็นตัวแทนของเขาในพื้นที่กทม.ได้หรือไม่ แล้วถึงจะดูเรื่องชื่อเสียง
ทั้งนี้ ไม่ได้หวั่นไหวกับการที่ร.ต.อ.ปุระชัย มาลงเล่นการเมือง โดยเฉพาะสนามกทม. เรารู้ว่าพรรคขนาดเล็กหรือขนาดกลางต้องพยายามจัดทัพเพื่อสอดแทรกพื้นที่ในกรุงเทพฯ ซึ่งเราทำการบ้านอยู่ตลอด ครั้งนี้เราพยายามปรับเพื่อให้ไม่เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย 
3.วิชาญ มีนชัยนันท์
4.องอาจ คล้ามไพบูลย์
เราหวังว่าส.สในพื้นที่กรุงเทพฯ 30 คน ต้องได้กลับมาอย่างน้อย 30 คน
2.น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ
ส.ส.กทม. แกนนำภาคกทม. พรรคเพื่อไทย
คงเร็วเกินไปที่จะพูดถึงผลกระทบของพรรคประชาสันติต่อฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย เพราะตอนนี้เราทราบเพียงว่าพรรคประชาสันติ จะมีร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ เป็นหัวหน้าพรรคเท่านั้น
แต่องค์ประกอบสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจของพี่น้องชาวกทม. คือผู้สมัคร และนโยบายของพรรค ยังไม่มีออกมา จึงตอบไม่ได้ว่ามีผลเป็นคุณหรือเป็นโทษกับพรรคเพื่อไทย จึงต้องรอดูสักนิด
อย่างไรก็ตาม การที่มีพรรคการเมืองเสนอตัวขึ้นมาเป็นทางเลือกให้ประชาชนถือเป็นเรื่องที่ดี แต่เหนืออื่นใด สิ่งที่จะทำให้ประชาชนได้ประโยชน์มากที่สุด และมีผลกระทบต่อคะแนนเสียงของพรรคการเมืองทุกพรรค คือการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม
สำหรับพรรคเพื่อไทยวันนี้ มีความเชื่อมั่นในพื้นที่กทม.สูงขึ้นมาก หลังจากรัฐบาลที่นำโดยพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคร่วมรัฐบาล บริหารราชการผิดพลาด ก่อให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของประชาชน เกิดภาวะข้าวยากหมากแพง ซึ่งเป็นปัญหาที่กระทบกับพี่น้องคนกทม.โดยตรง
ทำให้ประชาชนต้องการเปลี่ยนกลับไปหาพรรคการเมืองที่มีนโยบายที่ดี มีประสบการณ์และเคยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้สำเร็จมาแล้ว อย่างพรรคเพื่อไทย จึงมีเสียงสนับสนุนพรรคเพื่อไทยมากขึ้น
จึงมั่นใจว่าในการเลือกตั้งทั่วไปที่รัฐธรรมนูญลดส.ส.เขตในกทม.เหลือ 33 เขต พรรคเพื่อไทยน่าจะได้ส.ส. 20 คนขึ้นไป
3.วิชาญ มีนชัยนันท์
ส.ส.กทม. ประธานภาคกทม. พรรคเพื่อไทย
ส่วนตัวเห็นว่าทุกครั้งที่จะมีการเลือกตั้ง ย่อมมีกลุ่มทางการเมืองที่จะเสนอตัวมาเป็นทางเลือกใหม่ รวมทั้งสถานการณ์ที่คนมีความสับสนเพราะเหตุการณ์ทางการเมือง ก็อาจมองว่าเป็นทางเลือกให้ประชาชนได้
แต่หากดูตัวบุคคลที่ก่อตั้งพรรค คนที่เป็นคอการเมืองพอจะรู้ว่าทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นนักการเมืองเก่าทั้งนั้น บางคนอาจเว้นวรรค ไม่ลงสมัครส.ส.ด้วยเหตุผลบางประการ แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นของใหม่
อย่างตัวร.ต.อ.ปุระชัย เองก็เคยเล่นการเมืองกับพรรคพลังธรรม แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จนมาได้โอกาสในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ตำแหน่งรมว.มหาดไทย นโยบายต่างๆ อาทิ จัดระเบียบสังคมก็เป็นนโยบายของรัฐบาลในสมัยนั้น
ผมคิดว่า คนกทม.ทราบดีว่าตอนนี้การเมืองเป็นการแข่งขันระหว่าง 2 ขั้วการเมืองใหญ่ คือ พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทยหรือพรรคไทยรักไทยเดิม การต่อสู้ก็ยังอยู่แค่นี้ แต่อาจมีประชาชนที่ยังสับสน จึงเป็นเรื่องปกติที่จะมีการตั้งพรรคการเมืองขึ้นมารองรับ
นอกจากนี้ หากดูคนรอบข้างและนายทุนของพรรค พบว่ามีความเกี่ยวพันกับกลุ่มก้อนการเมืองใด บางพรรคอาจไม่มีฐานเสียงในกทม. ก็ต้องตั้งพรรคไว้เป็นสาขา เพื่อให้เป็นทางเลือกของคนกทม. หรืออาจตั้งพรรคไว้เพื่อรวมเสียงเข้าร่วมเป็นรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในระยะยาวพรรคประชาสันติจะไม่มีผลกระทบต่อพรรคเพื่อไทย เพราะประชาชนรู้เท่าทันแล้ว
4.องอาจ คล้ามไพบูลย์
รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ประธานส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์
การเลือกตั้งในกรุงเทพฯ คนที่ลงสมัครรับเลือกตั้งโดยเฉพาะระดับนำของแต่ละพรรค ล้วนแต่เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงทั้งนั้น
นอกจากนี้ การเลือกตั้งในเขตกรุงเทพฯ ยังเป็นเวทีที่แต่ละพรรคคัดเลือกผู้สมัครที่เห็นว่าเหมาะสมที่สุดมาลง ซึ่งร.ต.อ.ปุระชัย คงจะคัดเลือกผู้สมัครที่มีความเหมาะสมที่สุดมาลงเช่นกัน
ผมขอต้อนรับร.ต.อ.ปุระชัย กลับเข้ามาสู่แวดวงการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอีกครั้ง ที่ผมบอกว่าเรายินดีต้อนรับ เพราะเรามีประสบการณ์ในการแข่งขันกับพรรคใหม่ หรือผู้สมัครใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เปลี่ยนมาแล้วหลายพรรค สลับสับเปลี่ยนมาเรื่อย
ถ้าย้อนหลังไปไกลหน่อยอาจเป็นพรรคประชากรไทย พรรคกิจสังคม พรรคพลังธรรม พรรคนำไทย แต่ละพรรคล้วนแต่เป็นพรรคที่มีผู้นำพรรคมีชื่อเสียงทั้งนั้น ดังนั้น สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ ถือว่าเป็นกระบวนการแข่งขันเลือกตั้งตามปกติ
และการที่ ร.ต.อ.ปุระชัย เป็นที่ชื่นชอบของคนกรุงเทพฯ พรรคต้องปรับกลยุทธ์อะไรหรือไม่นั้น ต้องดูว่าผู้สมัครเป็นใคร เพราะการแข่งขันในการเลือกตั้งมีหลายองค์ประกอบรวมๆ กัน
ชัยชนะไม่ได้ขึ้นกับผู้นำพรรคเท่านั้น แต่ต้องอาศัยทั้งชื่อเสียงของพรรค ชื่อเสียงของผู้นำพรรค ชื่อเสียงของผู้สมัคร รวมทั้งนโยบายที่ถูกใจประชาชน กระแสการเมืองและสถานการณ์ในขณะนั้น
และขณะนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนในด้านอื่น คงต้องดูความชัดเจนมากขึ้นเพราะตอนนี้เราได้ยินเฉพาะชื่อของ ร.ต.อ.ปุระชัย เท่านั้น ส่วนเรื่องของพรรค และผู้สมัครก็ยังไม่ชัดเจน นโยบายก็ยังไม่มี
พี่น้องประชาชนในกรุงเทพฯ เท่าที่ตนมีประสบการณ์ เวลาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งจะพิจารณาด้วยความรอบคอบจากหลายองค์ประกอบด้วยกัน
ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งต้องยอมรับว่ามีคนลงมาสมัครแข่ง ยิ่งมีคู่แข่งเพิ่มเท่าไหร่เราก็ต้องทำงานหนักมากขึ้นเท่านั้น และทุกพรรคถือว่าเป็นคู่แข่งสำคัญทั้งนั้น
เลิกฟุ้งซ่าน
ที่มา ข่าวสด
เหล็กใน
มันฯ มือเสือ
อาจเป็นเพราะ นายกฯ อภิสิทธิ์ ประกาศจะยุบสภาในสัปดาห์แรกของเดือนพ.ค.
ซึ่งกว่าจะไปถึงจุดนั้นยังเหลือเวลาอีกเดือนเศษ มากพอให้ใครต่อใครทั้งฝ่ายที่อยากและไม่อยากให้มีการเลือกตั้ง คิดฟุ้งซ่านไปต่างๆ นานา
บ้างกลัวว่าทหารจะปฏิวัติเสียก่อน บ้างก็กลัวกกต.ทั้ง 5 คนจะลาออกจนไม่เหลือใครทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง
เรื่องปฏิวัตินั้นที่จริงน่าจะจบไปตั้งแต่ 'บิ๊กตู่' พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ยืนยันกองทัพพร้อมสนับสนุนการเลือกตั้ง
และไม่ทำปฏิวัติเด็ดขาด
ตรงนี้ยังมีประเด็นสอดแทรกอยู่หน่อยตรงที่ บิ๊กตู่ พูดต่อไปด้วยว่า "ไม่ว่าพรรคใดขึ้นมาเป็นรัฐบาล ผมก็เป็นผบ.ทบ.เหมือนเดิม" ทำให้มีการนำไปตีความทำนองว่า 'เก้าอี้ข้าใครอย่าแตะ'
บิ๊กตู่ เลยร้อนใจต้องรีบออกมาอธิบายว่าที่พูดไม่ได้หมายความอย่างนั้น
ที่ต้องการสื่อความหมายจริงๆ คือไม่ว่าพรรคใดมาเป็นรัฐบาล ตนเองก็ไม่ได้มีตำแหน่งสูงขึ้นไปกว่านี้ ยังเป็นผบ.ทบ.เหมือนเดิม
พูดอีกอย่างคือทหารไม่จำเป็นต้องไป 'ล้มกระดาน' การเลือกตั้ง เพราะไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วย
ทีนี้มาถึงเรื่องที่ นางสดศรี สัตยธรรม บ่นเบื่อการเมืองน้ำเน่า และบอกจะลาออกจาก กกต. ถ้าได้รับเลือกเป็นคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย
ทำให้ฝ่ายที่อยากเห็นการเลือกตั้งตกอกตกใจเกรงว่า กกต.ที่เหลืออีก 4 คนอาจถอดใจตามอย่างนางสดศรี ไม่ต้องทั้ง 4 คน แค่อีก 2 คนก็เจ๊งทันที
เพราะกฎหมายกำหนดให้ กกต.ต้องมีอย่างน้อย 3 คนถึงจะคงสภาพทำหน้าที่ต่อไปได้
แต่ประเด็นนี้ก็น่าจะจบไปได้เช่นกัน
เนื่องจาก กกต. 4 คน โดยเฉพาะ นายประพันธ์ นัยโกวิท นายสมชัย จึงประเสริฐ นายวิสุทธิ์ โพธิแท่น ต่างยืนยันพร้อมอยู่ทำหน้าที่ต่อไป
ขณะที่ นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ใช้วิธี 'แทงกั๊ก' ว่าถ้ามีใครมากดดันก็จะลาออกเหมือนกัน แต่ถ้าไม่มี ก็ไม่ออก
คิดในแง่ดี นายอภิชาต อาจแค่ต้องการพูดตีกันหรือดักคอไว้ก่อนเท่านั้น
คงไม่ได้จะชี้ช่องให้ฝ่ายผู้มีอำนาจ ฉวยโอกาสกด ดันเพื่อเพิ่มเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้ที่จะไม่มีการเลือกตั้ง
ฉะนั้น ควรเลิกฟุ้งซ่านกันได้แล้ว
ขบวนการเสื้อแดง จะไปขุดหา คนอย่างซูจี หรือคานธี จากไหน หรือจะเอา ลิเบียโมเดล
ที่มา thaifreenews
โดย จิตรา คชเดช...แฝงฝันวันคืนเสรี
ผู้นำขบวนการลิเบียโมเดล คือใคร ผมยังไม่ทราบชื่อเลย (คงตกข่าว)
ไม่มีอะไรหรอกครับ เห็นคนอึดอัด กับสภาพแกนนำ นปช. กันหนาตา(จากการอ่าน)
มองไปที่ ทักสิน .... อ่าาาาา ท่าน จะเทียบเท่า ซูจี(ที่ยังไม่ถึงจุดหมายเหมือนกัน)
หรือ จะไปเทียบชื่อกะ ท่าน คานธี ก็ยังอีกไกล ทั้งแนวทาง และหัวใจ
มองไป ที่ หัวขบวน นปช.แต่ละหน่วย แต่ละคนก็มีดีมีด้อย ไปคนละอย่างสองอย่าง
หาเด่นๆ แบบ ขงเบ้ง หรือ โจโฉ ไม่ได้ ... กลุ้มโว๊ยยยย
หรือจะ เอาแบบ สุรชัยโมเดิล ผู้คนก็ยังตามไม่ทัน ท่านเล่นบทผู้มาก่อนกาล
ทำได้แค่วาทะกรรม และบัดนี้ ก็เป็นสัญญาลักษณ์สถิตย์อยู่ ณ ที่จองจำ
สู้กะอำมาตย์หน้าด้านใจดำกระหายเลือด นี่มันยากจริงๆ
ยิ่งตาสว่าง แลทะลุเงา ได้ ยิ่งหวังผลสูง......กำ ของ ไควแลนแดนทุย(ประเทศในฝันของผม ไม่ใช่ไทยแลนด์นะจ๊ะ)
โดย ลูกชาวนาไทย
ผมคิดว่าทักษิณคือ สุมาอี้โมเดล จะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม แต่ยังไงทักษิณก็ต้องใช้ สุมาอี้โมเดลอยู่แล้ว
ขงเบ้งยังอยู่ สุมาอี้ก็จัดงานเลี้ยงสนุกสนานในค่าย ไม่ออกรบ จะรบบ้างก็แค่ยั่วข้าศึกให้มันรำคาญเล่น
สมรภูมิราชประสงค์ ได้สอนสุมาอี้อย่างชัดเจนว่า บางทีหากขงเบ้งยังอยู่ ก็ไม่ควรรบ
แต่หากขงเบ้งจากไปแล้ว "สุมาอี้" คือ มือหนึ่งแห่งแผ่นดิน ทอดตาทั้งแผ่นดินก็ไม่มีใครเทียบสุมาอี้ได้ วันนั้นคือ วันที่โลกนี้เป็นของสุมาอี้
วันนี้ขงเบ้งอาจคิดอย่างเจ็บช้ำว่า "ตูไม่ควรสร้างสุมาอี้" ขึ้นมาในยามแก่เลย
Long live the people !, long live democracy !
เสื้อแดงมหาสารคามคึกคัก ทักษิณโฟนอินอีก
ที่มา ข่าวสด
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 27 มีนาคม กลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงใน จ.มหาสารคาม และจากจังหวัดทั่วภาคอีสาน กว่า 5,000 คน ทยอยเดินทางมารับฟังการปราศรัยของแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ แกนนำ นปช. อย่างคึกคัก ท่ามกลางการความรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.เมืองมหาสารคาม กว่า 200 นาย โดยมีการตั้งด่านตรวจอาวุธอย่างเข้มงวด ตลอดริมถนนถีนานนท์มีรถยนต์ของคนเสื้อแดงจอดเต็มทั้งสองฝั่ง ทำให้คนเสื้อแดงจากต่างจังหวัดหลายร้อยคนต้องจอดรถเดินเท้าเข้ามายังเวที ระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร นอกจากนี้รถยนต์อีก กว่า 200 คัน ต้องเข้าไปจอดในสวนสาธารณหนองข่า ตรงข้ามวัดป่าศุภมิตรสิทธาราม
บนเวทีได้มีการแสดงหมอลำ ร้องรำทำเพลงสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ชุมนุม จากนั้นแกนนำ นปช.มหาสารคาม ก็สลับสับเปลี่ยนกันขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาล และปลุกระดมมวลอย่างต่อเนื่อง โดยมี นายชาติอาทิตย์ ทัณฑะรักษ์ แกนนำ นปช.มหาสารคาม เป็นพิธีกรดำเนินรายการบนเวที
เวลา 19.30 น. นายสุทิน คลังแสง อดีต ส.ส.มหาสารคาม เขต 6 พรรคไทยรักไทย และประธาน นปช.มหาสารคาม ได้ขึ้นเวทีกล่าวขอบคุณกลุ่มคนเสื้อแดงทุคนที่มาร่วมทำบุญทอดผ้าป่า และร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งรายได้จากการจัดงานทั้งหมด กว่า 500,000 บาท จะนำไปเป็นกองทุนคนเสื้อแดงมหาสารคาม และก่อตั้งสถานีวิทยุธรรมาธิปไตย เอฟเอ็ม 99.25 เมกะเฮิร์ตซ์ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารบ้านเมืองที่ถูกต้อง ไม่บิดเบือนความจริง
ต่อมาเวลา 20.30 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และ แกนนำ นปช. ได้ขึ้นเวทีปราศรัย กล่าวถึงกรณีที่กองทัพเบิกกระสุนปืน จำนวน 300,000 นัด ไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อเดือนเมษายน - พฤษภาคม ที่ผ่านมา แต่รัฐบาลไม่ตอบคำถามเกี่ยวกับการเบิกกระสุนของกองทัพ เป็นการจนมุมของรัฐบาล เพราะจำนวนกระสุนที่หายไปนั้น สอดคล้องกับการเสียชีวิตของกลุ่ม นปช. ทั้ง 91 ศพ
ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศจะยุบสภาในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม นั้น ไม่มีหลักประกันใดๆ ว่าจะทำตามคำพูด แต่ขณะนี้มีบุคคลมีสีบางกลุ่มไปบล็อกคนของพรรคเพื่อไทย แต่ถึงอย่างไรพรรคเพื่อไทยจะต้องเดินหน้าไปถึงการเลือกตั้งให้ได้ เพราะผลโพลจากหลายสำนักระบุว่า พรรคเพื่อไทยจะคว้าชัยทั่วประเทศ แต่ถึงอย่างไรเราก็ต้องระวังเพราะอาจถูกปล้นชัยชนะได้ เพราะฉะนั้นเราจะต้องสู้กับกลโกง ไม่ให้มีการจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหารเหมือนครั้งที่ผ่านมา
เวลา 21.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โฟนอินมายังเวทีปราศรัย กล่าวว่า จะกลับมาคืนศักดิ์ศรีความเป็นไทยให้กับทุกคน โดยการปลดหนี้ ลูกหลานมีที่เรียน มีงานทำ ต่อไปนักศึกษาที่จบปริญญาตรีจะต้องมีงานทำและมีรายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท แต่ทั้งหมดจะเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อพี่น้องประชาชนคนเสื้อแดงทุกคน เลือก ส.ส. ของพรรคเพื่อไทย เพราะหากได้เสียงข้างมากก็จะได้จัดตั้งรัฐบาล และได้กลับมาทำงานสานต่อนโยบายต่างๆ ที่เคยให้ไว้กับประชาชน ส่วนคนที่เคยอยู่พรรคเพื่อไทยแต่ย้ายหนีไปสังกัดพรรคอื่น ขอให้พี่น้องประชาชนคนเสื้อแดงกวาดล้างให้เกลี้ยง
รายงานข่าวแจ้งว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้เวลาในการโฟนอินมายังเวทีปราศรัย ประมาณ 10 นาที หลังจบการปราศรัยได้มีการจุดพลุดังสนั่นหลายสิบนัด ก่อนแยกย้ายกันกลับภูมิลำเนา

