WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, March 29, 2011

การเลือกตั้งกับการยุติ"ขั้วสี"

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ รายงานพิเศษ


ยิ่งใกล้การเลือกตั้ง คำถามที่หลายฝ่ายเกรงกลัวก็เริ่มผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด หนึ่งในนั้นคือความไม่แน่ใจว่าเส้นทางเลือกตั้งจะช่วยยุติความขัดแย้ง "เหลือง-แดง" ของประเทศได้จริงหรือ เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ทางมูลนิธิเอเชีย จึงจัดเวทีวิพากษ์ผลการสำรวจ เรื่อง การสำรวจความเห็นพลเมืองไทยระดับประเทศ พ.ศ. 2553 : มติมหาชนและการเมืองระหว่าง "ขั้วสี"



พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต

รองคณบดีคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)


น่าสนใจมากเมื่อมองจากผลสำรวจ เราพบว่าคนกว่า 10 ล้านคนกล้าระบุว่าตนเองนั้นมีสังกัดเสื้อสีแดงหรือสีเหลือง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ธรรมดาสำหรับสังคมไทย

ความขัดแย้งในภาครวมของสังคมไทยไม่รุนแรง เป็นความขัดแย้งด้านประเด็น ตัวบุคคล และอารมณ์ความรู้สึก ไม่ใช่ความขัดแย้งด้านค่านิยมหลัก จะเห็นได้ว่าทั้งฝ่ายเสื้อแดงและเสื้อเหลือง ไม่มีประเด็นเรื่องค่านิยมหลักที่แตกต่างกัน ทั้งเรื่องยอมรับความหลากหลาย ยอมรับมติเสียงข้างมาก และเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง

แต่สิ่งที่ทำให้ค่านิยมบิดเบี้ยวไปคือ อคติทางการเมือง เช่น การรักชอบบุคคลหรือพรรคหนึ่งพรรคใดเป็นพิเศษ เป็นความคิดเชื่อมโยงระหว่างค่านิยมและการเมือง

แต่ที่น่าตกใจคือ 1 ใน 3 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 40 ล้านคน ยังเข้าใจว่าประชาธิปไตยกับการเลือกตั้งเป็นสิ่งเดียวกัน แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวในการประชาสัมพันธ์ความรู้ของสถาบันสื่อสารมวลชน และสถาบันการศึกษา

ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามเมืองใหญ่ถึง 1 ใน 3 มองว่าปัญหาใหญ่คือเศรษฐกิจ แต่คนในเมืองจะมองเรื่องการเมืองเป็นสำคัญด้วย เพราะเหตุการณ์ความวุ่นวายที่ผ่านมา ล้วนเกิดในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวของคนเมืองและรู้สึกเป็นปัญหา

ขณะที่คนในพื้นที่ต่างจังหวัด มองปัญหาใกล้ตัว รองจากปากท้องก็เป็นปัญหายาเสพติด และภัยพิบัติธรรมชาติ

สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากๆ คือคนทั้ง 2 กลุ่มยังมองไม่เห็นความเชื่อมโยงระหว่างการคอร์รัปชั่นกับปัญหาทั้งหมด หากไม่มีคอร์รัปชั่น ปัญหาความยากจน การเดินขบวน ยาเสพติดและภัยพิบัติ ย่อมไม่มีหรือทุเลาลง

อีกจุดหนึ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ความเชื่อถือของประชาชนที่มีต่อ ส.ส. เราพบว่าประชาชนไม่ค่อยเชื่อถือนักการเมือง กว่าร้อยละ 50 ซึ่งอันตรายมาก เพราะอย่าลืมว่าในระบอบประชาธิปไตย ส.ส.เป็นตัวแทนของประชาชน

ดังนั้น การที่ประชาชนแสดงความไม่ชื่นชอบส.ส.ขนาดนี้ ทำให้ผู้แทนฯเหล่านี้ต้องรีบปรับตัวเองขนานใหญ่ หากไม่ทำเช่นนั้น เมื่อวันที่ประชาชนรู้สึกสิ้นหวังในระบอบการปกครองแบบรัฐสภาแล้ว ประชาชนอาจมองหารูปแบบการปกครองใหม่ อาจเป็นระบอบผสม หรืออะไรก็ตาม เพื่อเดินหน้าประเทศตามแนวทางของตนเองต่อไป

ความขัดแย้งของเสื้อแดง และเสื้อเหลือง อาจเรียกได้ว่าเป็นความขัดแย้งเทียม เพราะไม่ได้ขัดแย้งกันในระดับค่านิยมหลัก การแก้ไขทำได้ง่าย เพียงใช้ความสัมพันธ์ของสถาบันต่างๆ ในสังคม เช่น ครอบครัว สถานศึกษา หรือที่ทำงาน

แต่ความขัดแย้งของชนชั้นนำของแต่ละกลุ่ม เป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก

ผู้นำความคิดของฝ่ายเสื้อเหลืองขัดแย้งกับนักการเมืองตั้งแต่สมัยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จนมาถึงรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในด้านค่านิยมและหลักคิด เงื่อนไขที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งกับคนกลุ่มนี้เท่าที่ทราบคือ ความต้องการรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ปกป้องอธิปไตยของชาติ และปกป้องสถาบัน

ส่วนผู้นำฝ่ายคนเสื้อแดง ขัดแย้งกับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ และกลุ่มของนายเนวิน ชิดชอบ ในข้อหาสังหารประชาชนระหว่างการประท้วง ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลก็ตอบโต้ด้วยข้อหาก่อการร้าย สิ่งนี้เป็นความขัดแย้งระยะสั้น ทำนายว่าอีกไม่นานก็สามารถแก้ไขได้

แต่ยังมีชนชั้นนำแดงและนักวิชาการบางส่วนพยายามต่อสู้กับกลุ่มที่เรียกว่า อำมาตย์ ซึ่งประเด็นนี้จะเป็นชนวนนำไปสู่ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในอนาคต

โดยสรุป ระบบการเมืองแบบรัฐสภาไทยสามารถผลิตได้แต่นักการเมืองโกงกิน ไม่แยแสต่อความเดือดร้อนของประชาชน ไร้ความสามารถ และตักตวงผลประโยชน์ของฝ่ายตนเป็นที่ตั้ง ซึ่งปรากฏการณ์นี้เกิดมาตั้งแต่ปี 2531

ประชาชนจึงควรกดดันให้มีการปรับโครงสร้างระบบด้านองค์กรยุติธรรม ซึ่งมีการเปิดช่องให้การทุจริตแพร่กระจายไปทุกภาคส่วน องค์กรจัดการเลือกตั้งก็อ่อนแอ หน่วยงานตรวจสอบการเลือกตั้งก็อ่อนแอ ทำให้เกิดการเข้าถึงอำนาจอย่างมิชอบของผู้มีอำนาจเพื่อตักตวงผลประโยชน์ไม่จบสิ้น

อย่างไรก็ตาม หลังการเคลื่อนไหวระหว่างปี 2549 ถึงปัจจุบัน ทำให้เกิดการแพร่ขยายของการเมืองเชิงอุดมการณ์มากขึ้น คำถามคือประชาชนที่ตื่นตัวทางการเมืองเหล่านี้จะมีวิธีการอย่างไรต่อไปที่จะแสดงอำนาจ และกดดันรัฐบาล



"นงเยาว์ เนาวรัตน์

คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


จากประสบการณ์ที่มีโอกาสร่วมพูดคุยกับคนทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง ทำให้เห็นความพยายามของทั้งสองฝ่ายที่จะพัฒนาชาติไปในทิศทางที่ตนเองต้องการหรือเชื่อถือ ซึ่งไม่ใช่การทำลายล้างสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อย่างที่หลายฝ่ายเข้าใจ

สิ่งที่เกิดขึ้นกับสังคมไทยขณะนี้ คือการก้าวไปสู่การเป็นรัฐประชาธิปไตยแบบพหุสังคมภายใต้ความขัดแย้ง เพราะความหมายของประชาธิปไตยที่เคยสั่งสอนในโรงเรียนว่า เป็นการรับฟังเสียงส่วนมาก

วันนี้ต้องเข้าใจใหม่ว่า เป็นการประนีประนอมกันระหว่างเสียงส่วนน้อยและเสียงส่วนมาก และประชาธิปไตยไม่ได้จบที่การเลือกตั้ง แต่ยังเลยไปถึงการเคลื่อนไหวของคนทุกภาคส่วนที่ออกมาเรียกร้องสิทธิของตนเอง ไม่ฝากความหวังไว้กับนักการเมืองอย่างเดียว การพัฒนาเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

เราเคยได้ยินคำว่าคนต่างจังหวัดเลือกรัฐบาล คนกรุงเทพฯไล่รัฐบาล แต่ปัจจุบันมันจะกลายเป็นการต่อสู้ระหว่างประชาชนที่อาศัยอยู่ในภาคต่างๆ เช่น ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ โดยมีกรุงเทพมหานครเป็นเวทีประลองกำลัง

โจทย์ใหญ่สำหรับรัฐบาลใหม่ที่จะมาคือ การรวมความเห็นอันแตกแยกของทั้งสองฝ่ายเข้าให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะเกิดต่อสู้กันต่อไป

บรรยากาศในบ้านเมืองขณะนี้อยู่ในช่วงสงครามเย็น ซึ่งรอวันเกิดสงครามจริงในช่วงเลือกตั้งเมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดกำชัยชนะ ดังนั้น ทุกฝ่ายจึงควรใส่ใจ มีส่วนตรวจสอบการจัดการเลือกตั้ง เพราะกกต.ไม่อยู่ในฐานะที่จะจัดการเลือกตั้งได้ เรื่องความโปร่งใสในการเลือกตั้งจึงสำคัญมาก

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวเพราะภาคส่วนต่างๆ ยังทำหน้าที่ได้ไม่เต็มที่ ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนทำให้เกิดความไม่พอใจ

การเคลื่อนไหวที่ผ่านมา จึงสะท้อนถึงความแร้นแค้นของสถาบันต่างๆ สิ่งที่ประชาชนต้องการอย่างแท้จริงอาจไม่ใช่ประชาธิปไตย แต่คือการมีที่ยืนที่อยู่อย่างมีศักดิ์ศรีบนสังคมประชาธิปไตย การได้รับการบริการจากหน่วยงานของรัฐบาลต่างๆ อย่างเท่าเทียมกัน ไม่มีการเลือกปฏิบัติ

เราจะเห็นว่าคนที่ออกมาประท้วงบางส่วนไม่ใช่คนจน แต่เขาเห็นว่าสิ่งที่เขาพูด สิ่งที่เขาต้องการ เป็นสิ่งที่คนในเมืองมองไม่เห็น รัฐบาลมองไม่เห็น ความซับซ้อนตรงนี้เป็นอีกความท้าทายหนึ่งที่รัฐบาลใหม่ต้องเข้ามาเผชิญและตั้งรับกับสังคมแบบพหุลักษณ์ และความหลากหลายทางเศรษฐกิจ

เราไม่สามารถฝากความหวังกับการเมืองในระบบเพียงลำพังอีกต่อไป จึงต้องเคลื่อนไหวทางการเมืองนอกระบบคู่ขนานกันไปใน 3 มิติ คือการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม เพื่อคืนอำนาจให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง

3ว่าที่นายกฯ

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน
สมิงสามผลัด



ถ้าไม่มีอุบัติเหตุการเมืองเกิดขึ้นในช่วง 2 เดือนนี้ คนไทยคงจะได้เข้าคูหากาบัตรเลือกตั้งแน่นอน

แคนดิเดตเก้าอี้นายกฯก็คงจะมีแค่ 3 คน

คาดการณ์กันไว้ว่ามี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์

เริ่มที่พรรคเพื่อไทย ถึงแม้จะยังไม่ประกาศตัวผู้ลงชิงนายกฯเร็วๆ นี้ เพราะประกาศแล้วว่าจะเปิดตัว "แม่ทัพใหญ่" หลังจากยุบสภาแล้ว 2 วัน

แต่ดูจากสัญญาณจากแดนไกลแล้ว คงเป็น "น้องปู" ยิ่งลักษณ์ ที่เบียด นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ค่อนข้างแน่

เพราะตรงสเป๊กที่ทักษิณตั้งไว้ทุกประการ

จุดขายก็เป็นผู้หญิงเก่งทันสมัย ประสบความสำเร็จด้านธุรกิจ ไม่ก้าวร้าว ไม่ดื้อแพ่ง

เป็นที่ยอมรับของคนเสื้อแดงทั้งประเทศ

เป็นอาวุธสำคัญที่เพื่อไทยจะใช้ฟาดฟันกับพรรคประชาธิปัตย์ได้อย่างสูสีทีเดียว

ส่วนร.ต.อ.ปุระชัยถือว่าเป็นอีกตัวเลือกที่ไม่อาจมองข้าม ได้เลย หลังคืนสังเวียนการเมืองในฐานะหัวหน้าพรรคประชาสันติ

ร.ต.อ.ปุระชัยได้ภาพนักการเมืองมือสะอาด เป็นกลาง เป็นที่ชื่นชอบของคนกรุง และยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพรรคร่วมรัฐบาล

ยิ่งชูประเด็น"รักประชาชน รักประชาธิปไตย ไม่ใช่ดี แต่พูด"

ยิ่งชัดเจนว่ามุ่งอัดนายอภิสิทธิ์เต็มเปา

ฉะนั้น จะสร้างปัญหาให้พรรคประชาธิปัตย์แน่ๆ ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้

โดยเฉพาะสนามกรุงเทพฯ

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ก็ยังต้องคิดหนัก ว่าจะชูนาย อภิสิทธิ์เป็นจุดขายต่อหรือไม่

แม้ว่าระบบการเลือกตั้งใหม่จะเอื้ออำนวยให้ประชาธิปัตย์ค่อนข้างมากก็ตาม

เพราะไปลดจำนวนส.ส.ภาคอีสานและภาคเหนือซึ่งเป็นฐานเสียงของพรรคเพื่อไทยค่อนข้างเยอะ ภาคอีสานลดลงไป 9 คน ภาคเหนือลดลงถึง 8 คน

ส่วนภาคใต้ซึ่งเป็นที่มั่นของประชาธิปัตย์ลดลงแค่ 3 คน

แต่นายอภิสิทธิ์ก็ถือว่ายังเป็นปัญหา

ผลงานช่วง 2 ปีที่ผ่านมาบ่งชี้ได้ชัดเจนว่าแก้ปัญหาใหญ่ๆ ไม่ได้เลย

การสลายม็อบแดง 91 ศพยังเป็นรอยด่าง ความปรองดองล้มไม่เป็นท่า การทุจริตก็โดนวิพากษ์วิจารณ์หนัก รวมทั้งปัญหาข้าวยากหมากแพง ปัญหาไฟใต้ก็ยังมืดมน

เทียบกับสินค้าก็คง"ขายไม่ออก"

ประเภทนมหมดอายุ หรือสินค้าที่ไม่ผ่าน"อย."

จะคุ้มหรือหากชูอภิสิทธิ์เป็นนายกฯอีกสมัย !?

ที่ต้องจับจ้องมองกันอย่างไม่กะพริบตา

คดี 91 ศพเสื้อแดงที่อาจจะเข้าสู่กระบวนการศาลอาญาระหว่างประเทศในอนาคต

ถ้าประชาธิปัตย์เกิดคัมแบ๊กขึ้นมาจริงๆ

อาจมีนายกฯไทยคนแรกที่ต้องขึ้นศาลโลก!

21แดงอุบลวืด!!!ศาลไม่ให้ประกัน

ที่มา thaifreenews

โดย Friend-of-Red


พบกับความผิดหวังอีกครั้ง……ผู้ต้องขังปล่อยโฮสงสารลูกเมีย

เมื่อเวลา9.00น. ศาลจังหวัดอุบลราชธานีหลังมีการไต่สวนขอปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องขังแดงทั้งหมด 21 ราย วันนี้ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาติให้ประกัน เนื่องจากไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงจึงยืนยังตามคำสั่งเดิม พิเคราะห์แล้วว่าการสืบใกล้จะสิ้นสุดหากให้มีการปล่อยตัวเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ญาติที่มารอคอการปล่อยตัวหวังว่าจะได้อยู่กันเป็นครอบครัวอีกครั้งเมื่อทราบว่าศาลสั่งไม่อนุญาติ ทนายความเตรียมขอยื่นอุทธรณ์อีกครั้ง

ญาิติที่มารอต่างร้องให้เสียใจ ผิดหวัง บางรายเหมารถมารอเตรียมรับพ่อของลูกกลับบ้าน แม่ผู้ต้องขังรายหนึ่งเตรียมเสื้อผ้ามาให้ลูกชายเปลี่ยนเพื่อกลับบ้าน หลังออกจากศาลเดินทางไปเรือนจำกลางอุบลเพื่อเยี่ยมผู้ต้องขังต่อไป

เมื่อมาถึงเรือนจำญาติต่างพากันบอกข่าวว่าไม่ได้รับอนุญาติให้ประกันตัวทำให้ผู้ต้องขังถึงกับร้องให้เสียใจเพราะว่าสงสารลูกเมียที่ต้องลำบาก บางราบพยายามทำเข้มแข็งเพื่อไม่ให้ครอบครัวเสียใจไปมากกว่านี้ ส่วนนายก่อแก้ว พิกุลทองเดินทางมาให้กำลังใจและมอบเงินให้แก่ผู้ต้องขังเป็นจำนวนทั้งหมดหนึ่งหมื่นบาท

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่14 มีนาคม 2554 ทีมทนายเสื้อแดงขอยื่นให้มีการพิจารณาไต่สวนประกอบคำร้องการขอประกันตัวโดยมีพยานทั้งหมด 4 รายที่ให้การ ได้แก่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายแพทย์เหวง โตจิราการ ตัวแทนจากเรือนจำกลางจังหวัดอุบลและพ.ต.อ.ไอศูรย์ สิงหนาท รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบล เพื่อให้การรับรองด้วยว่าหากได้รับการประกันจะไม่หลบหนี ศาลมีคำสั่งขอพิจารณาอีกสองอาทิตย์นัดอีกครั้งวันทร์ที่ 28 มีนาคม 2554(วันนี้)

ผู้ต้องขังทั้ง 21 รายมีอาการเครียดและบางรายป่วยทางจิตเวชแล้วรวมทั้งผู้พิการที่โดนจับมากว่าเก้าเดือนแล้ว

นายสุพจน์ ดวงงาม อายุ 63 ปี มีอาชีพเก็บของเก่าไม่มีครอบครัวและยังเป็นผู้พิการเนื่องจากป่วยเป็นโรครูมาตอยด์ หลังถูกจับไม่เคยได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องทานเพียงยาแก้ปวดเท่ืานั้นเวลามีอาการกำเริบขาจะบวมทำให้เดินลำบาก บางครั้งเวลาออกศาลต้องใส่โซ่ล่ามขาไว้ทำให้เดินลำบาก มือที่หงิกก็สืบเนื่องมาจากอาการของโรคเช่นเดียวกันอีกทั้งอายุมากแล้ว ปัจจุบันมีเพียงน้องสาวทีคอยดูแลเท่านั้น

นายธนูศิลปฺ ธนูทอง อายุ 53 ปี ถูกจับเพียงเพราะหน้าเหมือนคนในหมายจับทั้งๆทีวันเกิดเหตุทำนาอยู่ที่บ้าน ปกติมีอาชีพทำนาไม่เคยมาาร่วมการชุมุมเพราะบ้านอยู่ไกลกว่าร้อยโลอีกทั้งต้องเลี้ยงดูลูกอีกสามคน ”น้องปลาย” ลูกชายคนเล็กอายุเพียงแปดขวบมารอพ่อที่ศาลทุกครั้งเพราะหวังว่าพ่อจะได้ออกมาอยู่ด้วยกัน

นายถาวร แสนทวีสุข อายุ 33ปี ประกอบอาชีพขับรถรับจ้าง ต้องจากลูกสาวตัวน้อยมาตั้งแต่อายุได้เพียง1ขวบครึ่ง จนทุกวันนี้อายุได้2ขวบกว่าแล้ว ช่วงแรกเมื่อมาเยี่ยมพ่อที่เรือนจำก็มีความกลัวเพราะว่าห่างเหินกันมานานอีกทั้งต้องคุยกันผ่านลูกกรง

นายสนอง เกตุสุวรรณ อาชีพรับจ้าง มีลูกชายวัย 11ปีและลูกสาวอายุ18ปีที่ต้องออกจากโรงเรียนหลังจากพ่อเข้าเรือนจำต้องออกมาหางานช่วยเลี้ยงน้อง ครอบครัวต้องลำบากเนื่องจากรายได้ไม่เพียงพอบ้านที่ต้องเช่าไม่มีค่าเช่าทำให้ต้องเกือบโดนเจ้าของมาไล่หลาายครั้งแต่ก็ต้องขอร้องเขาเพราะว่าลำบากจริงๆ หากไม่ให้อยู่แล้วจะไปอยู่ที่ใหน

ผู้ต้องขังทั้ง 21 รายต่างต้องตกระกำลำบากหาใช่เพียงคนในเรือนจำเท่านั้นแต่คนในครอบครัวต่างต้องทุกข์ทั้งกายและใจ …ไม่รู้ว่าต้องทนไปอีกนานแค่ใหน ใครมีคำตอบเล่าช่วยบอกที

(คดีความยังอยู่ในระหว่างสืบพยานฝ่ายโจทย์และยังคงไม่สิ้นสุด)

(จังหวัดอุดรธานียังคงจับผู้ต้องหาเพิ่มอีกจาก 21 รายเพิ่มเป็น27รายแล้ว)

http://rli.in.th/2011/03/29/21-%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%9B/

จะไปเลือกตั้ง....หรือจะรอลากตั้ง

ที่มา thaifreenews

โดย blablabla





อยากเลือกตั้ง หรือจะหงอ รอลากตั้ง
หรือสิ้นหวัง ทุกอย่าง หมดทางแล้ว
คำว่า"สิทธิ" คิดเถิด มันเพริศแพรว
มันคือแนว ต่อสู้ คู่เสรี....

เขากำหนด คดเคี้ยว ให้เลี้ยวเลาะ
หวังเพียงเจาะ ใจคน ให้ป่นปี้
สร้างบาดหมาง ทางระยำ คอยย่ำยี
หวังกดขี่ จมมิด ให้ติดดิน....

ประชาธิปไตย ไทยแท้ แม้ไม่สวย
แถมฉาบด้วย อำนาจแฝง แกร่งดั่งหิน
เขาขีดเส้น กำหนดไว้ ตามได้ยิน
จนสูญสิ้น ราคา คุณค่ามัน....

ผ่านกี่ยุค กี่สมัย ก็ได้เห็น
สร้างทุกข์เข็ญ แก่ชาติ ตามวาดฝัน
เอากิเลส ถาโถม เข้าโรมรัน
ขยี้มัน แหลกเหลว อย่างเลวทราม....

ช่วยริดรอน อำนาจมัน ผู้ฝันเฟื่อง
ให้ลือเลื่อง ทั่วถิ่น แผ่นดินสยาม
การ"เลือกตั้ง" คือวิธี อันดีงาม
อย่าผลีผลาม ตาม"ลากตั้ง" เขาสั่งมา....

๓ บลา / ๒๙ มี.ค.๕๓ (บ่าย)
http://3blabla.blogspot.com

ชูพงษ์ยอมแล้ว เลือกตั้งก็เลือกตั้ง รอได้ไม่เป็นไร

ที่มา thaifreenews

โดย สุรชัย the Butcher
เทป 28-03-2011 USA

Re:

โดย ลูกชาวนาไทย



รอได้หรือไม่ได้ ก็ต้องรอ มันไม่ได้ขึ้นกับการกำหนดของใคร หรอกครับ

สถานการณ์เมื่อมันไม่พร้อมก็คือ ไม่พร้อม ไปเร่งมันมีแต่จะเสียหาย เสียแนวร่วม เสียการจัดตั้ง รวมทั้งอื่นๆ ด้วย

สังคมเป็นเรื่องของคนจำนวนมาก หลายสิบล้านคน ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งจะกำหนดได้

การเคลื่อนไหวตามสถานการณ์ และให้สอดคล้องกับสถานการณ์จึงเป็นเืรื่องที่ถูกต้อง

Re:

โดย BBBBB

ดีครับ

ดีกว่ายุให้คนบอยคอต มันเรื่องอะไรจะไปยกธงขาวให้อำมาตย์โดยที่ยังไม่ต่อสู้

Re:

โดย ice angel



ดีแล้ว

มันมาไม้นี้ เราก็สู้กับมันด้วยไม้นี้

5fc0f220

Re:

โดย ทองย้อย1020

...ขอแสดงความยินดีด้วยครับที่ได้ยินความคิดเห็นอย่างนี้...การต่อสู้ทุกอย่างมันต้องมีการผ่อนสั้นผ่อนยาว...ถอยออกมาดูว่าเราจะไปทางไหนได้บ้าง...ทางไหนจะสร้างความชอบธรรมให้กับตัวเอง...ผมสนับสนุนเรียกร้องให้พวกเราออกไปลงคะแนนออกเสียงเลือกตั้งกันทุกๆท่าน...เลือกพรรค์พวกเราเขาสภาเพื่อสร้างความชอบธรรม...สร้องเงื่อนไขความชอบธรรมต่างๆให้กับตัวเราเอง...ให้ชาวโลกได้รับรู้รับทราบว่าพวกเราต้องการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง...มันโกงก็จะได้รู้ว่ามันโกงประชาชนจริงๆ...ผมมั่นใจครับว่าถ้าพวกเราออกไปลงคะแนนให้พวกเรากันมากๆ(ทุกๆท่าน)การโกงจะทำได้ยากหรือทำได้เราก็จะรู้ได้ทันทีว่าพวกเราถูกโกง....
ทุกท่านคงจำกันได้นะครับเรื่องการเผ่าบัตรลงคะแนนทิ้ง(บัตรที่เป็นคะแนนพวกเราที่ลงจริงๆ)...กับการพิมพ์บัตรเลือกตั้งเกินจำนวนมากอันนี้พวกเราต้องเข้าใจการโกงจับตาดูกันมากๆครับ...กกต.ที่บอกเที่ยงตรงนะอย่าไปอย่ามากครับ...ตรงเป๋ซิ ไม่ว่า....ช่วยกันครับพวกเรา...ขอบคุณครับ...

ใบลาออก และเหตุผล 5 ประการ ผมหมดศรัทธาต่อพรรคประธิปัตย์

ที่มา thaifreenews

โดย NuDang

วันที่ 29 มีนาคม พรรษิษฐ์ ต่อสุวรรณ ได้เผยแพร่ "หนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์" ผ่านสื่อต่างๆ เนื้อความของหนังสือลาออก มีใจความ ดังนี้

....กราบเรียนท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

กระผมนายพรรษิษฐ์ ต่อสุวรรณ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ประเภทสามัญเลขที่ 43414075 โดยผมได้สมัครเป็นสมาชิกตั้งแต่ปีพ.ศ. 2541 ในสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์กำลังจะต้องตกเป็นฝ่ายค้านเพราะความนิยมกำลังถาโถมไปที่พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร และในที่สุดพรรคประชาธิปัตย์ก็พ่ายแพ้การเลือกตั้งทั่วไป และพรรคไทยรักไทยของ พ.ต.ท. ทักษิณก็ได้เป็นรัฐบาลสมัยแรก

ตอนนั้นตัวกระผมเองได้หอบหิ้วปริญญาตรีและโทกลับมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาภายหลังเหตุการณ์วิกฤติเศรษฐกิจไม่นานนัก พร้อมกับความเชื่อที่ว่าคนเราทุกคนควรมีส่วนร่วมทางการเมืองเพื่อสร้างสังคมที่ดี และการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีได้

ตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมานั้น ผมเฝ้าติดตามความเป็นไปของการเมืองไทยในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง ซึ่งไม่เคยมุ่งหวังที่จะเดินเข้าไปสู่สนามการเมืองแต่อย่างใด เพียงแต่ใช้กำลังกาย สมอง เวลา และโอกาสเท่าที่มีในการตอบแทนสังคมบ้างทั้งในฐานะอาจารย์ในมหาวิทยาลัย หรือนักเขียนมือสมัครเล่นในคอลัมน์หนังสือพิมพ์ฉบับต่าง ๆ ต่อเนื่องกันมาเป็นเวลาหลายปี

สาเหตุที่ตอนนั้นกระผมตัดสินใจส่งใบสมัครมาที่พรรคประชาธิปัตย์แทนที่จะเป็นพรรคไทยรักไทย ซึ่งสมัยนั้นจะมีภาพลักษณ์ที่ทันสมัยกว่า และกำลังอยู่ในช่วงที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นทั้งในสังคมเมืองและสังคมชนบท ก็เพราะว่า ตัวผมเองไม่เคยเชื่อเลยว่าเจ้าของกลุ่มทุนผูกขาดอย่าง พ.ต.ท. ทักษิณจะมีความจริงใจที่จะเสียสละในการเข้ามาช่วยเหลือประเทศชาติได้อย่างแท้จริง

แต่มีความเชื่อว่าเนื้อแท้ของกลุ่มทุนผูกขาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสัมปทานของรัฐมักจะต้องเอารัดเอาเปรียบประชาชนอย่างเป็นธรรมชาติ ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์นั้นเป็นพรรดการเมืองที่เก่าแก่ยาวนาน มีความเป็นสถาบันการเมืองมากที่สุดเท่าที่มีอยู่ในสังคมการเมืองไทย

แต่วันและเวลาสอนให้ผมได้เรียนรู้ถึงธรรมชาติของการเมืองไทยมากขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงนั้นมีความลึกซึ้งมากกว่าภาพที่คนทั่ว ๆ ไปเห็นอยู่บนเวทีการเมืองที่เป็นทางการอยู่มากนัก แต่สำหรับผมแล้ว ช่วงเวลาสิบกว่าปีนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นเนื้อแท้ของพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นอย่างดีในระดับหนึ่ง และทำให้ผมได้คำตอบมาระยะหนึ่งแล้วว่าตัวเองนั้นคิดผิด ซึ่งผมขอประมวลเหตุผลมาประกอบดังต่อไปนี้

1. พรรคประชาธิปปัตย์จะไม่มีวันชนะใจประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศได้ เพราะขาดความจริงใจมุ่งแต่สร้างภาพจอมปลอม ประโยคนี้เป็นสัจธรรมเสมอ มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งพรรคประชาธิปปัตย์และน่าจะเป็นจริงตลอดไปด้วย ตราบใดที่จะยังคงมีพรรคนี้อยู่ในเวทีการเมืองไทย เพราะประวัติศาสตร์บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์มักจะได้อำนาจรัฐหรือได้เป็นรัฐบาลโดยการเพลี่ยงพล้ำของพรรคขั้วตรงข้าม และมีพลังอำนาจพิเศษที่มาหนุนอยู่ตลอด

ดังนั้นลักษณะของพรรคประชาธิปัตย์จะมักจะเชิดคนที่มีภาพลักษณ์ดี(สำหรับสังคมไทย) กล่าวคือมักจะเป็นคนที่มีลักษณะความสุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตน หรือมีชาติตระกูลสูง หรือแม้กระทั่งคนมีหน้าตาดี นอกจากนี้อาจจะมีการเชิดชูภาพของความซื่อสัตย์เป็นจุดขาย แต่จะสังเกตได้ว่านั่นมักจะเป็นเพียงหน้าฉากของผู้นำพรรคเท่านั้น

แต่เบื้องหลังของผู้นำพรรคหรือแม้กระทั่งเบื้องหลังหน้ากากอันสวยหรูของผู้นำพรรค ก็มักจะมีบรรดานักการเมืองสกปรกที่หิวโหยอยู่ข้างหลังอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นพรรคประชาธิปปัตย์จึงไม่เคยนำเสนอแนวทางในการบริหารพัฒนาบ้านเมืองอันใดได้เลย ที่ทำอยู่ก็จะมีเพียงนโยบายเฉพาะกิจ หรือเพื่อการประชาสัมพันธ์หาเสียงเท่านั้น มุ่งจะเล่นแต่การเมืองแต่ไม่เคยพัฒนาบ้านเมือง

2. การมุ่งเล่นแต่การเมือง ทำให้บรรดานโยบายของพรรคที่ออกมา ขาดพื้นฐานด้านข้อมูลที่เป็นจริง ขาดการศึกษาและวิเคาระห์ถึงปัญหาอย่างลึกซึ้ง ซึ่งความจริงแล้วพรรคประชาธิปัตย์ถึงแม้ว่าจะเป็นพรรคการเมืองที่แก่ที่สุด แต่ก็ไม่เคยมีนโยบายเป็นของตัวเองมาก่อน บรรดานโยบายของรัฐบาลอภิสิทธิ์ก็ต้องยอมรับว่าเป็นการคัดลอกและดัดแปลงมาจากนโยบายประชานิยมของพรรคไทยรักไทยในอดีตทั้งสิ้น

แต่น่าเสียใจว่าการคัดลอกดัดแปลงนั้นกลับทำได้ย่ำแย่กว่าสมัยที่พรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาลเสียอีก พรรคประชาธิปัตย์เข้าใจว่าการที่พรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายเป็นเพราะประชาชนหิวโหยในผลประโยชน์ ดังนั้นการเข้ามาของรัฐบาลอภิสิทธิ์จึงเริ่มต้นด้วยการหว่านโปรยผลประโยชน์

ตั้งแต่นโยบายแจกเงินกินเปล่าให้ประชาชนหัวละสองพันบาท แต่จะเห็นได้ว่าการแจกเงินกินเปล่าเหล่านั้นไม่ได้ทำให้คะแนนนิยมของพรรคสูงขึ้น กลับลดลงเสียด้วยซ้ำ เป็นเพราะเหตุใด? ก็เพราะว่าวิธีการแจกเงินสองพันบาทโดยใช้ฐานข้อมมูลประกันสังคมนั้นไม่สามารถจะนำเงินไปสู่คนยากคนจนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างแท้จริง ไปได้แค่เพียงคนชั้นกลางซึ่งมีข้อมูลอยู่ในทะเบียนฯเท่านั้น นโยบายนี้เหยียบย่ำหัวใจคนยากคนจนที่ส่วนใหญ่ที่ยากไร้ไม่มีที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย จะมีประกันสังคมได้อย่างไร

ในขณะที่นโยบายที่ลอกและสานต่อจากนโยบายไทยรักไทยอย่างโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์หรือที่เรียกกันว่าโอท๊อป ซึ่งภาครัฐเคยจัดงานที่อิมแพคเมืองทองธานีเป็นประจำทุก ๆ ปี เป็นงานกึ่งตลาดนัดกึ่งแสดงสินค้า ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีทั้งจากผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดย่อม จากผู้นำเข้าและผู้ส่งออก ตลอดจนจากผู้บริโภคทั่ว ๆ ไป พอรัฐบาลอภิสิทธิ์เข้ามาบริหารก็ได้ย้ายสถานที่จัดงานมาตั้งอยู่ใจกลางเมือง ทั้งตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ทั้งในลานเอนกประสงค์หน้าห้างฯ บริเวณรอบสนามกีฬาแห่งชาติ และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมางานโอท็อปก็ต้องพับฐานลงอย่างน่าเสียดาย

ด้วยเหตุผลหลายอย่าง ทั้งสถานที่จัดงานกระจัดกระจาย สภาพอากาศที่ไม่อำนวย ทำให้จำนวนคนเข้าชมงานลดน้อยลงอย่างมาก ผู้ค้าซึ่งมาจากต่างจังหวัดนอกจากจะขายสินค้าไม่ได้ ยังต้องแบกภาระค่ากินนอนเข้าไปอีกเพราะอดีตที่เคยอาศัยบริเวณจัดงานในอิมแพคฯก็ไม่มีค่าใช้จ่ายอะไร หัวอกคนยากคนจนและคนทำมาหากินซึ่งรัฐบาลประชาธิปัตย์ไม่เคยเข้าใจและคงไม่มีวันจะเข้าใจได้ สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ทำได้อย่างเชี่ยงชาญก็คือการใส่ไคล้ทำลายและช่วงชิงโอกาส ซึ่งล้วนเป็นเกมการเมืองทั้งสิ้น

3. บริหารไร้ประสิทธิภาพแต่โกงเป็นมาตรฐาน ด้วยนโยบายหว่านผลประโยชน์กับการสร้างภาพของรัฐบาลชุดนี้ ทำให้รัฐต้องแบกภาระเพิ่มขึ้นมากมาย จะเห็นได้ว่ามีการกู้เงินมหาศาลกว่ารัฐบาลใดในอดีตเสียอีก แต่ลำพังการกู้นั้นมิสามารถทำให้รัฐบาลดำเนินนโยบายไร้ประสิทธิภาพเหล่านั้นต่อไปได้มากนัก

รัฐบาลชุดนี้จึงมีกระบวนการสร้างภาระโดยการรีดภาษีจากคนชั้นกลางในมิติต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าสภาพเศรษฐกิจของประเทศมีความฝืดเคืองมากขึ้นเป็นลำดับ เพราะรัฐบาลนอกจากไม่ส่งเสริมการลงทุนภายในประเทศแล้ว กลับบั่นทอนกำลังการบริโภคของประชาชนไปเสียอีกด้วย

ในขณะที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศ เราก็มักจะได้ยินข่าวการทุจริตมากขึ้นเป็นลำดับ บรรดาข่าวการทุจริตซึ่งส่วนใหญ่มาจากนโยบายจัดซื้อจัดจ้างการรับเหมาก่อสร้างมากมาย ซึ่งมีรูปแบบคลาสสิคโบราณ และน่าจะเป็นสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถพัฒนาก้าวข้ามไปได้เลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฉาวโฉ่เกี่ยวกับโครงการนมโรงเรียน โครงการรถเมล์ โครงการต้นกล้าอาชีพของรัฐบาล ไปจนถึงโครงการรถเมล์BRT อภิมหาโครงการโมโนเรล โครงการซุปเปอร์สกายวอล์กของกรุงเทพมหานคร และอื่น ๆ อีกมากมาย ในขณะที่กฎเหล็ก 9 ข้อที่นายกอภิสิทธิ์ประกาศไว้เมื่อครั้งรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกลับไม่เคยถูกกล่าวถึงอีกเลย

4. ไม่สร้างความปรองดองกลับสร้างความแตกแยก ก็ต้องยอมรับว่าในขณะที่รัฐบาลประชาธิปัตย์เข้ามาบริหารประเทศนั้น สังคมไทยอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งอย่างหนัก รัฐบาลประชาธิปัตย์เข้ามาพร้อมกับการต่อต้านของขั้วตรงข้ามในนามกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งเริ่มก่อรูปมาตั้งแต่หลังเหตุการณ์รัฐประหารรัฐบาลทักษิณ การเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงนั้นต้องการล้มล้างรัฐบาลประชาธิปัตย์และคืนอำนาจแก่อีกขั้วการเมืองเป็นหลัก

ดังนั้นรัฐบาลชุดนี้จึงต้องเผชิญกับการชุมนุมต่อต้านหลายครั้ง และบ่อยครั้งก็ได้พัฒนาไปถึงการจลาจล ซึ่งครั้งที่รุนแรงมากที่สุดก็คือการเผาเมืองพฤษภาคม2553 ถึงแม้ว่าแก่นแกนของการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงอยู่ที่พ.ต.ท. ทักษิณ โดยมีแนวร่วมหลายส่วนที่เกี่ยวกับขบวนการเรียกร้องความเป็นประชาธิปไตย ความเท่าเทียมทางสังคม ฯลฯ

ดังนั้นขบวนการคนเสื้อแดงจึงกลายเป็นขบวนการที่ใหญ่และใหญ่มากยิ่งขึ้น ในขณะที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ก็เกิดอาการฝ่อ และเลือกที่จะสร้างความปรองดองกับขบวนการเสื้อแดงโดยการย่ำยีหลักการของกฎหมาย ตั้งแต่การที่รัฐบาลไปเป็นแกนเคลื่อนไหวในการประกันตัวบรรดาแกนนำ ตลอดจนการละเว้นการติดตามทางคดีของผู้ก่อการเผาสถานที่ราชการ เอกชน ทำลายและปล้นทรัพย์สินในช่วงเหตุการณ์จลาจล การย่ำยีกฎหมายคือการสร้างความแตกแยกอันบาดลึก แต่เป็นที่สงสัยกันอยู่ว่าทั้งนี้เป็นไปก็เพื่อจะลอยตัว รักษาอำนาจ และสามารถเป็นรัฐบาลต่อไปได้เรื่อย ๆ หรือเปล่า

5. สิ่งที่เกิดขึ้นกับเหตุการณ์เขาพระวิหารแสดงให้เห็นถึงธาตุแท้ของพรรคประชาธิปัตย์ได้อย่างชัดเจน เพราะสิ่งที่นายกอภิสิทธิ์ได้เคยอภิปรายโจมตีในการยื่นยัตติไม่ไว้วางใจนายนพดล ปัทมะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศในรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวชเกี่ยวกับบูรณภาพเหนือดินแดนรอบตัวปราสาทเขาพระวิหาร กลับกลายเป็นสิ่งที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ดำเนินการเหมือนกับรัฐบาลพรรคพลังประชาชนและตรงกันข้ามกับสิ่งที่ตัวเองพูดไว้ในสภาอย่างสิ้นเชิง

หมายความว่าพรรคประธิปัตย์สามารถที่จะพูดอะไรก็ได้เพื่อให้เกิดโอกาสในการที่ตัวเองจะสามารถพลิกผันขึ้นมาถือครองอำนาจรัฐอย่างนั้นหรือ และผลของการบริหารประเทศเกี่ยวกับเรื่องนี้ยังได้ทำให้ประเทศไทยดูเหมือนไร้เกียรติไร้ศักดิ์ศรี ตกเป็นเบี้ยล่างของบรรดาประเทศเพื่อนบ้าน จนในที่สุดประเทศไทยก็จะต้องสูญเสียอธิปไตยเหนือดินแดนไปด้วยเหตุผลของความโง่เขลาหรือการมีผลประโยชน์ต่างตอบแทนก็สุดแล้วแต่ที่จะคาดเดาได้ ซึ่งความเป็นจริงแล้วถ้าศึกษากันดี ๆ ก็จะเห็นได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ดำเนินการเยี่ยงนี้ทำให้ประเทศชาติและสังคมไทยสูญเสียมาหลายครั้ง

ล่าสุดก็ครั้งที่ประเทศมีวิกฤติเศรษฐกิจ รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์กับกรณี ป.ร.ส. ขายหนี้ของบรรดาไฟแนนซ์ที่รัฐบาลสั่งปิดลงไปให้กับบรรดากองทุนต่างชาติ จนทำให้ต่างชาติสามารถกอบโกยผลกำไรอันมหาศาลไปจากสังคมไทย ทิ้งไว้กับกองศพของคนล้มละลายเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนชั้นกลาง ผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดย่อม ผลจากการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลครั้งนั้น ทำให้ธนาคารเกือบทุกธนาคารในประเทศไทยต้องตกเป็นของต่างชาติในที่สุด หรือที่คนทั่ว ๆ ไปเค้าเรียกว่าเสียเอกราชทางการเงินนั่นเอง

ด้วยเหตุผลเบื้องต้นเพียง 5 ประการนี้ ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยมีอุดมการณ์อะไรเพื่อประโยชน์ของประชาชนและสังคมไทย พรรคจึงเป็นเพียงมายาภาพหลอกลวงคนที่สิ้นหวังกับการเมืองไทยในชั่วขณะหนึ่ง ๆ เท่านั้น

ทุกวันนี้เราจะได้เห็นทั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีแข่งกันขึ้นป้ายประชาสัมพันธ์ผลงานกันอย่างบ้าคลั่ง สมกับเป็นการเชิดปี่กลองสู้ศึกในเทศกาลเลือกตั้ง แต่กลับไม่เห็นรู้สึกถึงผลงานที่ออกมาอย่างกับในป้ายโฆษณาแต่อย่างใด ป้ายโฆษณาเหล่านี้กลับเป็นสิ่งที่ตอกย้ำให้ผู้คนซึ่งได้รับความลำบากทั้งชาวไร่ชาวนาที่ถูกกดราคาสินค้าเกษตร ทั้งคนชั้นกลางที่ถูกขูดรีดภาษีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งกับผู้บริโภคทั่วไปที่ถูกตีหัวจากราคาสินค้าที่ปรับขึ้นอย่างไม่เป็นธรรม ได้รู้สึกเจ็บแค้นอย่างเหนือคำบรรยาย ผมเป็นคนไทยคนหนึ่งซึ่งหมดศรัทธาต่อพรรคประธิปัตย์ และประสงค์ที่จะลาออกจากสมาชิกพรรคนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

พรรษิษฐ์ ต่อสุวรรณ
ptorsuwan@yahoo.com

5fc0f220 5fc0f220

มีคนลองดีร้องเรียนTOT ฐาน Block bit แล้วชนะ

ที่มา thaifreenews

โดย Tawan

เรื่องของเขา

เรื่องเกิดเมื่อปี 2552 นายsuphakorn ได้ใช้บริการเน็ทของTOTความเร็ว 3Mbps เข้า bittorent โหลดหนังมาดูสบายเฉิบๆ วันดีคืนดี TOT เข้ามา Block โดยไม่บอกเหตุผลตามประสารัฐวิสาหกิจของรัฐบาล ที่ใช้อำนาจบาทใหญ่จนเคยชิน ผู้ใช้บริการขอยกเลิกเพื่อไปใช้บริการที่อื่นก็ไม่ยอม มีเงื่อนใขสารพัด ให้จ่ายโน่นจ่ายนี่ ใครๆยอมหงอให้หมด มีนายคนนี้ไม่ยอม ร้องไปที่ สบท.จนชนะ พนักงานTOT ต้องรีบมายกเลิกสัญญาให้โดยไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่มอีก แจ้งว่าเกี่ยวกับนักการเมือง

จากเวปข้างล่างครับ

http://www.adslthailand.com/board/showthread.php?t=29857
04-Dec-2009 03:25 PM #1



suphakorn

รายงานผลของการร้องเรียนกับสบท.

ผมได้ร้องเรียนกับสบท.เรื่องเน็ตADSLของTOTแล้ว ค่อนข้างที่จะได้ผลเป็นอย่างดีเลยล่ะครับ เพราะว่าถ้ายกเลิกโดยไม่ร้องเรียนผมต้องเสียค่าปรับให้กับTOT 1000บาท เรียกว่าค่าที่ใช้ในการอัพสปีดครับ แต่ผมได้ร้องเรียนไปว่าให้ยกเลิกการบล๊อกในการดาวโหลดถ้าทำไม่ได้ก็ให้ยกเลิกการใช้เน็ตโดยไม่มีการเรียกร้องค่าปรับใดๆทั้งสิ้น ปรากฏว่าTOTยกเลิกการบล๊อกไม่ได้ เลยให้ผมยกเลิกโดยไม่เรียกร้องค่าปรับใดๆเลย แต่สำหรับลูกค้าที่เอาโมเด็มไปพร้อมทั้งอยู่ในสัญญา1ปี ต้องคืนโมเด็มพร้อมอุปกรณ์ครบคืนไปด้วยครับ

**งานนี้ต้องขอขอบคุณสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมเป็นอย่างสูงด้วยครับที่เข้ามาช่วยเหลือ**

หวังว่าเพื่อนๆคงเห็นว่าสบท.ช่วยได้จริงๆเลยครับ หลังจากที่ได้จดหมายตอบกลับมาจากสทบ.เมื่อวานนี้ วันนี้พนักงานTOTก็เอาเอกสารมาให้ลงชื่อยกเลิก แล้วตัดสัญญาณเน็ตในอีก20นาทีถัดมา ซึ่งพนักงานก็อธิบายให้ผมทราบถึงว่าเพราะอะไรที่ทำให้TOTต้องจำกัดสิทธิของการโหลด ผมก็ขอขอบคุณTOTมา ณ ที่นี้ด้วยครับ เข้าใจและเห็นใจพนักงานระดับล่างครับที่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ครับ และหวังไว้ว่าTOTคงจะหาทางออกในเรื่องนี้ได้ด้วยดีครับ
Last edited by suphakorn; 04-Dec-2009 at 03:32 PM

อันนี้พนักงานทีโอทีแจ้งว่าเกี่ยวกับนักการเมืองครับ คงจะไม่เล่าให้ฟังครับ เพราะเดี๋ยวโดนแจ้งหมิ่นประมาทครับ

เอาใบร้องเรียนของสบท.มาให้พร้อมทั้งที่อยู่กรณีอยากร้องเรียนจริงๆ
ใบร้องเรียน
http://www.upload-thai.com/download....e17ad9dc562b47
ที่อยู่
สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.)
404 อาคารพหลโยธินเซ็นเตอร์ ชั้น2
ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
โทร 1200 เพื่อสอบถามรายละเอียดการร้องเรียนครับ
ตามกฎของสบท.จริงๆแล้วก็ต้องปล่อยสปีดให้เต็มตามความเร็วที่ต้องการครับ

ใบตอบรับร้องเรียนจากสบท.



เรื่องของเรา

TOT ใช้อำนาจบาทใหญ่ Block เวปเสื้อแดงหลายๆเวป ตามอำเภอใจ นายสั่งมาก็ทำตาม ยึกๆยักๆ ไม่มีมาตรฐานอ้างอิง ไม่แจ้งให้ผู้บริโภครับทราบเหตุผล ผู้บริโภคหลายท่านมาตั้งร้านค้าซื้อขายสินค้าอยู่ในเวปเหล่านี้ พลอยเดือดร้อนไปด้วย ตวามเสียหายนับเป็นจำนวนเงินได้
ขอเสนอให้ผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อน ลองร้องเรียนไปที่สบท.ดูบ้าง อย่างน้อย
1. ขอทราบเหตุผลของTOT ผ่าน สบท. ว่าอ้างอิง พรก ฉุกเฉินจริงหรือไม่ หรืออ้างอิงกฏหมายใด ข้อใด มาตราใด มีคำสั่งจากศาลหรือไม่
2. ขอทราบว่าเป็นนโยบายของบริษัทเอง หรือคำสั่งจากICT หรือคำสั่งจากนักการเมืองผู้ใด
3. มีกระทู้ใด เรื่องใด ที่TOT เห็นว่าไม่สมควรจะเผยแพร่ ถึงกับสั่ง block ยกเวป ถ้าเจ้าของเวปลบกระทู้นั้น เรื่องนั้นแล้ว จะยกเลิกการblock หรือไม่
4.ถ้าได้เรื่อง แจ้งต่อไปที่คณะกรรมการติดตามสถานการณ์บ้านเมือง วุฒิสภา นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์
5 . ถ้าไม่ได้เรื่อง ขอยกเลิกกวนบาทาไปเรื่อยๆ แบบผู้ร้องคนนี้

แบบฟอร์มร้องเรียน









ขอใบร้องเรียนที่นี่

http://www.tci.or.th/complain_here.php#complain_here

http://www.tci.or.th/


Re:

มีผู้ให้ความเห็นในเรื่องนี้มากมาย

ตามกฎของสบท.จริงๆแล้วก็ต้องปล่อยสปีดให้เต็มตามความเร็วที่ต้องการครับ

comment1

โฮ้ย! ขนาด Upload ชาวบ้านเขาให้ 1 เม็กมาตั้งนานแล้วตะแกยังงมโข่งก้มหน้าก้มตาบีบ bandwidth อยู่เลยชาติเจริญละครับทีนี้

comment2

ผมก็เพิ่งจบจากการร้องเรียนคุณภาพสัญญาณของ3BB และได้รับค่าเสียโอกาส มาเป็นจำนวน 1890 บาทครับ (3เดือน)

comment3

จำกัดเพื่อจะให้แสดงออกหละมั้ง ว่าไม่สนับสนุนช่องทางที่สามารถใช้ Download ของละเมิดลิขสิทธิ์ได้โดยเป็นส่วนตัว(ที่หลีกกฎหมายบ้านเราได้) จึงจำกัดความเร็วการส่งข้อมูลไว้ เดาได้แค่นี้แหละครับ ถ้าเกี่ยวกับการเมือง ZzZz

comment4

เออ สงสัยจังว่านักการภารโรง ไปเกี่ยวอะไรกะเรื่องบล็อคบิท ใบ้ๆ ให้หน่อยไม่ได้เหรอค่ะ
แต่ถ้าให้เดาเองก็จะเดาว่า สงสัยนักการภารโรงบางคนที่มีอิทธิพลใน xOx ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับพวกแผ่นผี
เช่น หนังก็อป เพลงก็อป แวมไพร์ หนังโป๊ โปรแกรม และอีกสารพัดของละเมิดลิขสิทธ์ ที่วางขายกันทั่วไปตามห้าง ตามตลาด

ทีนี้พอเน็ต xOx มันโหลดได้เร็ว คนเกือบครึ่งค่อนประเทศเลยนั่งโหลดบิทอยู่กับบ้านไม่ออกมาอุดหนุนแผ่นผีกันบ้างเลย
นายทุนแผ่นผี ซึ่งก็คงเป็นพวกนักการภารโรงและเกี่ยวข้องกับ xOx ขายแผ่นไม่ได้ รายได้ลดลง ก็คงใช้สมองอันเป็นเลิศในด้านการโกงกิน คิดกันหนัก
วิเคราะห์สาเหตุที่แผ่นผีขายได้น้อยลง ก็มาพบว่าเป็นเพราะเว็บบิทเฟื่องฟู คนหันมาโหลดที่บ้านกันนี่เอง
ดังนั้นเราจึงต้องทำการตัดวงจรการโหลดบิทด้วยการสั่งให้บล็อคบิทเสียเลย

แล้ว xOx ก็มีลูกค้าเกือบ 1 ล้านราย แน่นอนมากที่สุดในประเทศ และครอบคลุมทั่วประเทศที่สุด
ตัดขานักโหลดที่ xOx ก็เหมือนตัดขานักโหลดได้กว่าครึ่งทั่วประเทศ “แหม ฉลาดจังเราที่คิดวิธีนี้ได้...(นักการภารโรงคิดในใจ)”

ก็ยังสงสัยว่า xOx ก็มีลูกค้าเยอะ แต่ทำไมแบนด์วิธในประเทศมีน้อยจัง
ราคามันก็ถูกนะ ทำไมไม่เพิ่มเยอะๆ ทีแบนด์วิธต่างประเทศราคาแพงๆ ยังเพิ่มได้เลย มา ลองมาดูกัน

xOx มีลูกค้าราว 940,000 ราย มีอินเตอร์ประมาณ 22 G โลคอลแค่ประมาณ 50 G
True มีลูกค้าราว 700,000 ราย มีอินเตอร์ประมาณ 17 G โลคอลประมาณ 61 G
3BB มีลูกค้าราว 600,000 ราย มีอินเตอร์ประมาณ 15 G โลคอลประมาณ 64 G

ถ้าลองเทียบรายอื่นๆ แล้ว xOx มีลูกค้าขนาดนี้ ควรจะมีลิงก์โลคอลประมาณ 85-90 G ซะด้วยซ้ำ

และถ้านี่เป็นสาเหตุให้ xOx บล็อคบิท ดังนั้นลูกค้า xOx ก็คงต้องหมดหวังกับการอัพเกรดสปีดเหมือนที่ค่ายอื่นเขาทำกัน
เพราะก็คงใช้วิธีเดียวกัน ไม่ให้ลูกคค้าได้อัพสปีด หรือดึงเวลาให้อัพสปีดช้าที่สุดเท่าทีจะทำได้
เพราะยิ่งเน็ต xOx สปีดเร็วขึ้นมากเท่าไหร่ คนก็จะโหลดบิทได้มากขึ้นเท่านั้น แผ่นผีก็จะขายได้น้อยลง

Re:

จากคุณ neilos ราชดำเนินครับ

ขอยืนยันการทำงานของ สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม นี้ด้วยตัวเองอีกคนเลยครับว่าดีและคุ้มครองผู้บริโภคดีมาก
เพียงแต่ใช้เวลาหน่อยเท่านั้น

เพราะมีเหตุให้ร้องเรียนกับเค้า 1 เรื่องเหมือนกัน เป็นเรื่่องการแจ้งขอยกเลิกการใช้บริการอินเตอร์เน็ท ที่บ้านต่างจังหวัด (บริษัท M...........)
คือตามสัญญาครบ 1 ปีเลยไปแจ้งขอยกเลิก พนักงานสาขาบอกว่าแจ้งยกเลิกได้แต่ต้องจ่ายเงินไปอีก 1 เดือน ให้เหตุผลข้างๆ คูๆ
พอโทรไปที่ call center ทางนู่นยิ่งไม่รู้เรื่องอีกให้เราจ่ายตามที่สาขาบอก

ความจริงมันเป็นเงินไม่กี่บาท (ห้าร้อยกว่าบาท) แต่เราเห็นว่าไม่เป็นธรรม (เรื่องมันยาวกว่านั่นเยอะ)
ตอนแรกโทรไปที่สคบ. ก่อน เค้าตอบมาว่าถ้าเกี่ยวกับโทรศํพท์หรืออินเตอร์เน็ทให้แจ้งที่ สบท. ได้เลย เลยแต่งหนังสือร้องเรียนไป

เจ้าหน้าที่ก็โทรมาสอบถามรายละเอียด แล้วเค้าก็เอาไปดำเนินการ จนในที่สุดผู้ให้บริการก็โทรมาแจ้งว่าไม่ต้องจ่ายเพิ่มแล้วนะคะ
เรื่องยุติแล้วนะค่ะ (แหงล่ะให้จ่าย กรูก็ไม่จ่ายหรอก) เราก็โอเค ไม่ต้องจ่ายก็ถูกต้องแล้ว

อยู่ๆ เมื่อซักเดือนที่แล้ว(1 ปีหลังร้องเรียน) เจ้าหน้าที่สบท. โทรมาถามว่าเรื่องของพี่ยังค้างอยู่ในระบบครับ เราก็บอกว่าทางนู่นโทรมาเคลียร์แล้วว่าเราไม่ต้องจ่าย แค่นี้เราก็พอใจแล้ว
เจ้าหน้าที่สบท. บอกว่าไม่ได้ครับ ทางนู่นต้องทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรณ์มาให้เราด้วยถึงจะถือว่าจบสมบูรณ์ แล้วก็บอกว่าจะโทรไปทวงให้
3 วันต่อมา จม. ลงทะเบียนจากผู้ให้บริการก็มาถึงบ้านผมเรียบร้อย..........

เหตุการณ์จริงที่ได้เจอมาเองเลยครับ

3 เมษา วันตา(เหลือก)ที่อ่างทอง

ที่มา thaifreenews

โดย หงส์ศาลาแดง

สถานที่จัดงาน อยู่ไกล้โรงเรียนสตรีอ่างทอง ทางไปสุพรรณ



งานนี้ท่านจะได้ชิมไก่ย่างลุงจุกแน่นอน 555
ตกลงอ่างทองมีงานปราศรัยใหญ่ครับ(งานหลัก)
มีผู้ปราศรัยมากมาย จตุพร อ.ธิดา หมอเหวง อ.สุนัย พายัพ
ท่านสุชาติ ธาดาธำรงเวช ก็มาครับ
3 สาว ดร.คนสวยมากันครบครับ



เราชาวไร่ชาวนา รอต้อนรับทุกๆท่านด้วยใจจริงครับ(ภาพเก่าข้างทำเนียบ)

ติดต่อสอบถามที่ อ.อ๊อด 087-1005-306

ความจริง 6 ตุลาคม 2519

ที่มา thaifreenews

โดย แมวอ้วนอ้วน





อ.วิภา เล่าเรื่องราว ความจริงที่เกิดขึ้น เมื่อ 6 ตุลา 2519
ความจริงที่อำมหิต ความจริงที่ถูกปกปิด บิดเบือน
ใครคือฆาตกร ใครเป็นผุ้สั้งการ ทำไมไม่มีการชำระความจริง ทำไม?

อยากรู้ความจริง 6 ตุลาคม2519 อ่านได้ที่ www.2519.net

**********************************************************************************
ตัวอย่างบางส่วนจาก www.2519.net


ทำไม 6 ตุลา จึงไม่ได้รับการเปิดเผยมากนัก? (ถามโดย นิ สุนิสา)

น่าจะมาจากหลายสาเหตุ เช่น
1. ไม่ใช่เรื่องน่าเปิดเผย เพราะไม่ใช่ความสำเร็จของผู้ใช้อำนาจ ตรงข้ามเป็นเรื่องชั่วร้าย ไม่ชอบธรรม เสื่อมเสียไปถึงต้นตระกูล
2. ไม่รู้จะเปิดเผยอะไรให้ไม่เสีย (ถึงผู้อยู่เบื้องหลัง) นอกจากเรื่องที่กุขึ้นมาทั้งหมด ซึ่งก็ได้พากันประโคมข่าวไปทั้งก่อนและหลังเหตุการณ์แล้วชุดใหญ่ ปล่อยไว้ให้เป็นคดีมืดดำของแผ่นดินดีกว่า (ศาลไม่ได้ตัดสิน ไม่ได้ยกฟ้อง) และดูเหมือนเขาตั้งใจให้ปิดมากกว่าเปิด จึงเลือกทางออกด้วยการนิรโทษกรรมแทนการพิจารณาคดีตามกระบวนการยุติธรรมให้ถึงที่สุด
3. สังคมไทย คนไทย คงยังไม่เชื่อเรื่องความเท่าเทียมกันตามกฎหมายของคนในสังคม จึงยังยอมรับให้มีผู้อยู่เหนือกฎหมาย เหนือความรับผิดใดๆได้ สังคมไทยเป็นสังคมพุทธที่ไม่ได้เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมอย่างหมดใจ จึงปล่อยให้คนผิดลอยนวล หรือมีข้อยกเว้น บางกรรมสำหรับบางคนไม่ต้องรับ

อย่างไรก็ดี www.2519.net ได้อาสาทำหน้าที่ “เปิดเผย” เท่าที่มีเรื่องให้เปิดแล้ว ช่วยกันแนะนำเพื่อนๆให้เข้ามาอ่าน เข้ามาแลกเปลี่ยนข้อมูลมากๆละกันนะ...

กรรมมาธิการสิทธิในเยอรมันนีขอรับทราบข้อมูลในไทย

ที่มา thaifreenews

โดย ice angel



นำรายการความคืบหน้า อ.จา เล่าถึงการเข้าไปให้ข้อมูลสิทธิมนุษยชนในรัฐสภาประเทศเยอรมัน
Human Right Commition และจะนำเรื่องสืบสวนหาข้อมูลเพิ่มเติมผู้อยู่เบื้องหลังการวางแผนสังหารหมู่