ที่มา thaifreenews
โดย bozo
เขียนโดย JJ_Sathon
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าว
ภายหลังนายโนบุอากิ อิโตะ อัครราชทูตฝ่ายการเมือง สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย
และเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่น เดินทางเข้าพบ
เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของนายฮิโรยูกิ มูราโมโตะ ช่างภาพชาวญี่ปุ่น
จากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองเมื่อวันที่ 10 เม.ย.2553 ว่า
ดีเอสไอได้ชี้แจงความคืบหน้าว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้ส่งสำนวนการชันสูตรพลิกศพ
เพิ่มเติมกลับมาที่ดีเอสไอ โดยสรุปความเห็นว่าไม่มีพยานหลักฐานใดยืนยันว่า
การตายของนักข่าวญี่ปุ่นเกิดจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ และไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐใดอ้างว่า
เป็นผู้ทำให้นักข่าวญี่ปุ่นถึงแก่ความตาย
ซึ่งหลังจากนี้ดีเอสไอ
จะนำสำนวนการชันสูตรพลิกศพของตำรวจเข้าประชุมหารือกับอัยการสูงสุดต่อไป
นายธาริตกล่าวว่า กรณีนี้เป็นกรณีที่ไม่เคยเกิดขึ้น
ที่เพราะมีการส่งกลับให้ตำรวจทำสำนวนการชันสูตรพลิกศพ ดังนั้น
ต้องรอผลการหารือร่วมกับอัยการสูงสุด จึงยังไม่สามารถระบุถึงแนวทางดำเนินการต่อได้
ทั้งนี้ สำนวนชันสูตรพลิกศพที่ตำรวจส่งกลับมายังดีเอสไอ มีข้อมูลเพิ่มเติม
ทั้งการสอบพยานหลักฐานทั้งบุคคล วัตถุและผู้เชี่ยวชาญ
ซึ่งไม่มีหลักฐานใดยืนยันว่าการตายของนักข่าวญี่ปุ่นเกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐ
สำหรับอัครราชทูตญี่ปุ่นไม่ได้แสดงท่าทีพอใจหรือไม่พอใจต่อการชี้แจงของดีเอสไอ
แต่ทำหน้าที่เพียงรับทราบความคืบหน้าของคดี แต่ได้แสดงความเป็นห่วง
http://www.go6tv.com/2011/03/blog-post_5680.html
Re:
จนท.ทูตญี่ปุ่น เข้ามาสอบถามความคืบหน้าการเสียชีวิตของ "ช่างภาพรอยเตอร์" ที่ดีเอสไอ
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม เจ้าหน้าที่สถานทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย เดินทางเข้าพบนายธาริต เพ็งดิษฐ์
อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
เพื่อสอบถามความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของ ฮิโร มูราโมโต ช่างภาพสำนักข่าวรอยเตอร์
ชาวญี่ปุ่นที่ถูกกระสุนปืนสังหารเสียชีวิตในวันที่ 11 เมษายน 2553 บริเวณแยกคอกวัว
ระหว่างการสลายการชุมนุม นปช. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1301562048&grpid=02&catid=&subcatid=
Re:
ทูตญี่ปุ่นพบธาริต ทวงคืบหน้า หาคนยิงช่างภาพ
อัครราชทูตญี่ปุ่น เข้าพบดีเอสไอ ติดตามความคืบหน้าคดี "ฮิโรยูกิ มูราโมโต"
ช่างภาพรอยเตอร์ "ธาริต" แจง สตช.ส่งสำนวนกลับมาให้แล้ว
ระบุไม่มีพยานยืนยัน จนท.เป็นยิง ถือว่าการตายเกิดจากบุคคลอื่น
เตรียมหารืออัยการสูงสุดสัปดาห์หน้า...
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 มี.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
นายโนบูอากิ อิโตะ อัครราชทูตญี่ปุ่น ฝ่ายการเมือง พร้อมด้วย
นายจุนมา มารุยามา ตำรวจประสานงานสถานทูตญี่ปุ่น
ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอ เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี
การเสียชีวิตของนายฮิโรยูกิ มูราโมโต ช่างภาพสำนักข่าวรอยเตอร์ชาวญี่ปุ่น
ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยว่า ทางดีเอสไอได้แจ้งความคืบหน้าว่า
หลังจากได้ส่งสำนวนให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ทำการสอบสวนเพิ่มเติม
ขณะนี้ทาง สตช.ได้ส่งสำนวนการสอบสวนเพิ่มเติมมาให้ดีเอสไอแล้ว
โดยสาระสำคัญหลักมีอยู่ 2 ประการคือ
1. ยังไม่มีพยานใดที่บ่งชี้หรือยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐทำให้ นายมูราโมโต ถึงแก่ความตาย
2. ไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐคนใดอ้างว่าเป็นผู้ทำให้นายมูราโมโต ถึงแก่ความตาย
ดังนั้น ถือว่าการตายเกิดจากบุคคลอื่นซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นใคร จึงส่งสำนวนมายังดีเอสไอ
นายธาริต กล่าวต่อว่า สิ่งที่ดีเอสไอจะดำเนินการต่อไป คือ
ในสัปดาห์หน้าดีเอสไอจะประชุมร่วมกับสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.)
เพื่อพิจารณาดำเนินการหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป
ซึ่งเรื่องนี้เป็นสาระสำคัญที่ตนได้แจ้งให้อัครราชทูตญี่ปุ่นได้รับทราบ
http://www.thairath.co.th/content/region/160325
ณ อาคารมหิตลาธิเบศร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีการกล่าวรายงาน โดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษาร่วมเสวนาโดย พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีตผู้บัญชาการทหารกองทัพไทย, อุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร, รศ.ดร.โคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล และ รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ
พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ กล่าวว่า ต้นตอปัญหาต่าง ๆ ในปัจจุบันเกิดจากคนในสังคมแตกแยกกันไปหลายทิศหลายทางโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์แห่งชาติซึ่งเป็นเป้าหมายร่วมกันว่าในท้ายที่สุดแล้วประชาชนต้องได้อยู่ดีกินดี มีศักดิ์ศรี และประเทศชาติมั่งคั่ง คนที่จะร่วมกันขับดันประเทศได้ต้องมีเป้าหมายร่วมกัน แต่ตอนนี้หลายฝ่ายขับเคลื่อนกันไปคนละทาง บางฝ่ายไม่ยอมฟังคนอื่นแต่ชอบพูดให้คนอื่นฟัง ประเทศที่เจริญก้าวหน้าแล้วเขาสามัคคีและมีเอกภาพกันมากกว่าเรา ขณะที่เรากำลังชักเย่อกันอยู่ ทางแก้ปัญหาคือเราต้องเตรียมคนให้เหมาะให้มีคุณภาพต่อระบอบการปกครอง โดยต้องให้การศึกษา ให้คนมีความรู้เรื่องประชาธิปไตย หน้าที่พลเมือง และศีลธรรมจรรยา
จากการร่วมอภิปรายของวิทยากร มีความเห็นตรงกันประการหนึ่งต่อสภาพการเมืองไทยว่า รัฐประหารไม่ใช่หนทางแก้ปัญหา โดย พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า โดยเหตุโดยผลแล้วคิดว่าไม่น่าจะมี และไม่ควรมีรัฐประหาร ที่ผ่านมาการเมืองไทยอยู่ในสภาพพายเรือในอ่างมานานแล้ว เกิดรัฐประหาร ร่างรัฐธรรมนูญ เลือกตั้ง ขัดแย้งแล้วก็จบที่รัฐประหารซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้สังคมแย่ เมื่อเกิดปัญหาก็ต้องมุ่งแก้ไปตามวิธีการของระบอบนั้น ๆ ทันที
สำหรับประเด็นเรื่องการเลือกตั้งครั้งใหม่หลังการยุบสภาต้นดือนพฤษภาคมนี้เวทีเสวนาเห็นว่า การเลือกตั้งจะมีขึ้นอย่างแน่นอน แม้จะมีข่าวลือว่าไม่มีการเลือกตั้งออกมาเป็นระยะ ซึ่งความขัดแย้งระหว่างสองฝ่ายก็ยังคงดำรงอยู่ เพราะแน่นอนว่าย่อมมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้รับชัยชนะและฝ่ายตรงข้ามก็จะประท้วงคัดค้าน อาจมีความรุนแรงบ้างประปรายจากลุ่มเล็ก ๆ ที่ไม่พอใจ การเลือกตั้งไม่ใช่คำตอบสุดท้ายยังมีการทะเลาะกันอยู่เพราะนี่คือพหุนิยม แต่ต้องไม่ใช้ความรุนแรงต่อกัน ต้องเคารพกันและกัน ที่ผ่านมาสังคมไทยมีบทเรียนจากความเสียหายจากความขัดแย้งมาแล้ว คงจะเกิดการเรียนรู้ และอยู่ที่ประชาชนทุกคนเอง ที่จะร่วมมือกันทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีความโปร่งใสเที่ยงธรรม ให้การเลือกตั้งเป็นเครื่องมือพัฒนาประชาธิปไตยของเราให้ก้าวไปข้างหน้า













บันทึกการเข้า 

