ที่มา ข่าวสด
รายงานพิเศษ
การสัมมนาเรื่อง "แก้ปัญหาภาษีบุหรี่ 6.8 หมื่นล้านบาทอย่างไร? ประเทศไทยถึงไม่เสียประโยชน์" จัดโดย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ที่โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ เมื่อเร็วๆ นี้
มีผู้เกี่ยวข้องกับคดีและผู้เชี่ยวชาญเรื่องภาษีอากรเข้าร่วม โดยต่างให้ข้อคิดเห็นในการแก้ปัญหาดังกล่าวไว้อย่างน่าสนใจ
มีหลักฐานเป็นที่ยุติว่า ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด จดทะเบียนในมลรัฐเดลาแวร์ รัฐเดียวในสหรัฐที่ได้ชื่อ Tax Haven (ที่พักหลบภาษี) เช่นเดียวกับเกาะเคย์แมน เกาะบริติชเวอร์จิน
โดยมีทุนจดทะเบียนเพียง 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 500,000 บาท (ปีพ.ศ.2535)
ปัจจุบันบริษัทดังกล่าวนำเข้าบุหรี่ยี่ห้อมาร์ลโบโร และแอลแอนด์เอ็ม ซึ่งกำลังขยายตลาดโดยมีมูลค่าส่วนแบ่งตลาด 25% ของตลาดบุหรี่ทั้งหมดในปัจจุบัน (ประมาณ 400 ล้านซองเศษ/ปี) และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
อีกประเด็นคือ ฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล ในสหรัฐถือหุ้น 100% ของฟิลลิป มอร์ริสฯ, ฟิลลิป มอร์ริส ฟิลิปปินส์ และฟิลลิป มอร์ริส มาเลเซีย
จึงไม่มีการซื้อขายกันจริง เท่ากับเป็นนิติกรรมอำพราง ถือเป็นความผิดสำเร็จตามองค์ประกอบกฎหมาย มีโทษทางอาญา
มีการกล่าวหาโดยนายสมชัย อภิวัฒนพร อดีตรองอธิบดีกรมสรรพสามิต ปัจจุบันเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ระบุว่า ฟิลลิป มอร์ริสฯ หลีกเลี่ยงภาษีโดยการสำแดงราคา CIF อันเป็นเท็จต่ำกว่าความเป็นจริง
(ราคา CIF หมายถึง ราคาส่งมอบ ซึ่งคิดต้นทุนสินค้าบวกค่าประกันสินค้าขณะขนส่ง และค่าขนส่งสินค้าจนถึงมือผู้ซื้อ โดย C=cost I=insurance F=freights)
โดยสำแดงราคาบุหรี่ยี่ห้อมาร์ลโบโร 7.76 บาท และยี่ห้อแอลแอนด์เอ็ม 5.88 บาท ซึ่งนำเข้าจากโรงงานผลิตบุหรี่ของฟิลลิป มอร์ริส ฟิลิปปินส์ ขณะที่ทั้ง 2 บริษัทถือหุ้นโดยฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล ในสหรัฐ 100%
สรุปคือมีเจ้าของคนเดียวกัน ต่างจากการนำเข้าบุหรี่ยี่ห้อมาร์ลโบโรและแอลแอนด์เอ็มของบริษัทอื่นๆ เป็นอย่างมาก
เช่น บ.คิง เพาเวอร์ (มาร์ลโบโร 27.46 บาท, แอลแอนด์เอ็ม 14 บาทเศษ) บ.บางกอกแอร์เวย์ส (มาร์ลโบโร 30.39 บาท) วังถลางกรุ๊ป (มาร์ลโบโร 26.28 บาท) และบ.อลิสอินเตอร์ (มาร์ลโบโร 22.13 บาท) ทั้งที่เป็นบุหรี่ชนิดเดียวกัน
อีกทั้งการตรวจพิสูจน์คุณภาพบุหรี่ ซอง กระดาษห่อ ตราเครื่อง หมายการค้า พบว่าไม่แตกต่างกัน
การนำเข้าบุหรี่ต้องขออนุญาตนำเข้าจากกรมควบคุมโรค โดยกรมจะออกใบ ยส.3 ให้ ซึ่งมีการใช้ใบ ยส.3 สำหรับบุหรี่ทั้ง 2 ยี่ห้อร่วมกันระหว่างฟิลลิป มอร์ริสฯ, คิง เพาเวอร์, บางกอกแอร์เวย์ส และวังถลางกรุ๊ป
จากการตรวจสอบราคา CIF บุหรี่มาร์ลโบโรในประเทศต่างๆ เช่น อินโดนีเซียซองละ 16.51 บาท, มาเลเซีย 19.95 บาท, บรูไน 30.87 บาท, สิงคโปร์ 20 บาท, ฮ่องกง 28 บาท
จึงเป็นที่มาว่าของเหมือนกัน แต่การแสดงราคา CIF ต่อ กรมศุลกากรไม่เหมือนกัน ขณะที่กรมศุลกากรก็ไม่แสวงหาข้อเท็จจริง ทั้งยังยอมรับราคา 7.76 บาท และ 5.88 บาทของฟิลลิป มอร์ริสฯ ว่าถูกต้อง
นายสมชัย ระบุด้วยว่า ถ้าสำแดงลดลง 1 บาท ภาษีต้องเสียลดลง 4 บาท การนำเข้าปีละ 400 ล้านซอง (ทั้งแอลแอนด์เอ็ม และมาร์ลโบโร) สำแดงต่ำบาทเดียว ภาษีหายไป 1,600 ล้านบาท
ถ้าสำแดงต่ำซองละ 10 บาท ภาษีหายไป 16,000 ล้านบาท/ปี จึงเป็นที่มาของความเสียหายถึง 6.8 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ยังพบการแทรกแซงคดี โดย นายเกียรติ สิทธีอมร ประธานผู้แทนการค้าไทย อ้างบัญชานายกฯ เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุม
ครั้งแรก เรียกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และกรมศุลกากร นายเกียรติแจ้งต่อคณะพนักงานสอบสวนว่า ราคาของฟิลลิป มอร์ริสฯ เป็นราคาที่ถูกต้องตามที่กรมศุลกากรแจ้ง
แล้วเหตุใดดีเอสไอต้องดำเนินคดี จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างมากหากแพ้คดีในชั้น WTO
พนักงานสอบสวนจึงทำหนังสือถึงกรมศุลกากร ได้รับคำตอบว่ากรณีแจ้งราคาฟิลลิป มอร์ริสฯ ถูกต้องนั้น เป็นการตรวจสอบเอกสารเฉพาะที่ส่งมาให้ คือ หลักฐานการจ่ายเงินที่ซื้อกับฟิลลิป มอร์ริส ฟิลิปปินส์ เท่านั้น
หากดีเอสไอมีข้อมูลเชิงลึกกว่า สามารถดำเนินคดีไปได้ตามอำนาจหน้าที่
ต่อมานายเกียรติ เชิญประชุมครั้งที่ 2 ให้อัยการเข้าร่วมด้วย จากนั้นก็เชิญประชุมอีกหลายครั้ง สุดท้าย 29 พ.ย.53 อธิบดีกรมศุลกากรมาให้การเพิ่มเติมกับดีเอสไอ ส่งให้อัยการ
เดือนม.ค.54 พนักงานอัยการจึงมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องส่งมายังดีเอสไอว่า จะแย้งคำสั่งหรือไม่ หากสั่งไม่ฟ้องคดีก็จบ การนำเข้าบุหรี่จะเป็นเรื่องถูกต้อง
ความเห็นอัยการสั่งไม่ฟ้องที่แตกต่างกับนายสมชัยผู้กล่าวหา และคณะพนักงานสอบสวนชุดเดิม สรุปคือ
ประเด็นที่ 1 พนักงานอัยการเห็นว่าแม้ฟิลลิป มอร์ริสฯ กับคิง เพาเวอร์จะนำเข้าบุหรี่ยี่ห้อเดียวกัน แต่แหล่งที่มาและวิธีการจำหน่าย 2 บริษัทแตกต่างกัน เนื่องจากคิง เพาเวอร์เป็นร้านค้าปลอดภาษีและนำเข้าจากฟิลลิป มอร์ริส มาเลเซีย ผ่านบริษัทในสิงคโปร์
ที่เห็นต่าง คือ ใบรับรองแบบ ยส.3 ไม่พบหลักฐานว่าคิง เพาเวอร์แจ้งขอใบรับรอง ยส.3 แต่กลับนำใบรับรองฉบับเดียวกันกับที่กรมควบคุมโรคออกให้ฟิลลิป มอร์ริสฯ มาใช้แสดง
การสั่งบุหรี่ของคิง เพาเวอร์ผ่านไปยังบริษัทในสิงคโปร์ เป็นการ สั่งทางเอกสารเท่านั้น การส่งของขึ้นเรือมายังไทยดำเนินการโดยฟิลลิป มอร์ริส มาเลเซียทั้งสิ้น
โดยบริษัทในสิงคโปร์เป็นการอำพรางเพื่อป้องกันเรื่องภาษี เมื่อมีคดีเกิดขึ้น คิง เพาเวอร์ไม่สามารถสั่งสินค้าบุหรี่ได้อีก จึงไม่ได้ขายมาร์ลโบโรและแอลแอนด์เอ็ม
กรณีนี้ชี้ให้เห็นว่าฟิลลิป มอร์ริส มาเลเซีย ซึ่งขายบุหรี่ให้คิงเพาเวอร์ เป็นกลุ่มเดียวกับฟิลลิป มอร์ริสฯ และฟิลลิป มอร์ริส ฟิลิปปินส์
แหล่งที่มาของบุหรี่และวิธีการจำหน่ายจึงไม่แตกต่างกัน เนื่อง จากเป็นการอำพรางเพื่อฉ้อฉลภาษีอากร
ประเด็นที่ 2 พนักงานอัยการเห็นว่าฟิลลิป มอร์ริสฯ มีภาระภาษีมากกว่าคิง เพาเวอร์ ทำให้ต้องขายบุหรี่ซองละ 125 บาท เกินกว่าราคาที่กรมสรรพสามิตกำหนดให้ขายไม่เกิน 55-78 บาท ถ้าบริษัทจะขายให้ได้ ต้องขายในราคาต้นทุนบวกภาษีที่เหมาะสม ราคาต้องไม่เกิน 78 บาท
ที่เห็นต่าง กรณีนี้ฟิลลิป มอร์ริสฯ มีหน้าที่ต้องสำแดงราคา CIF ที่แท้จริง ไม่มีสิทธิ์สำแดงราคา CIF ต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อให้สามารถขายบุหรี่ได้ในราคาไม่เกินกว่าที่กรมสรรพสามิตกำหนด
เพราะหากไม่สามารถขายได้ในราคาดังกล่าว ฟิลลิป มอร์ริสฯ ต้องแจ้งให้กรมสรรพสามิตทราบ จะได้ปรับราคาขายปลีกใหม่ ตามโครงสร้างต้นทุนราคาที่แท้จริง
ประเด็นที่ 3 พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องเพราะเห็นว่ากรมศุลกากรส่งเอกสารมาให้เมื่อวันที่ 8 ต.ค.52 โดยนางฉวีวรรณ คงเจริญกิจกุล รองอธิบดีกรมศุลกากร แจ้งว่าตรวจสอบการชำระภาษีแล้วไม่พบความผิด
ที่เห็นต่าง จากการตรวจสอบของดีเอสไอปรากฏว่า กรมศุลกากรส่งหนังสือลงวันที่ 10 พ.ย.52 โดยนายสมชาย พูลสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมศุลกากร แจ้งว่าการตรวจของกรมศุลกากร มิได้เป็นการตรวจค้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ดังนั้น หากพนักงานดีเอสไอหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายอื่นตรวจสอบได้ในเชิงลึกกว่าเจ้าหน้าที่ศุลกากร ถ้ามีพยานหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำผิดอาญาของบริษัท ก็ย่อมเป็นไป ตามนั้น
จากการตรวจสอบพบว่า หนังสือที่นางฉวีวรรณส่งมาเมื่อ 8 ต.ค.52 เป็นการตรวจสอบเพียงเอกสารบางอย่างที่ฟิลลิป มอร์ริสฯ ส่งมาให้เท่านั้น เช่น งบดุล หลักฐานการจ่ายเงิน ราคา CIF ให้กับฟิลลิป มอร์ริส ฟิลิปปินส์
กรณีนี้คิง เพาเวอร์ก็มีหลักฐานการจ่ายเงิน ราคา CIF มาร์ลโบโร 27.46 บาท, แอลแอนด์เอ็ม ราคา 14 บาทเศษ จริงเช่นกัน
จากนั้นวงประชุมสัมมนาได้ระดมความคิดเห็นเพื่อแก้ปัญหา ดังกล่าว
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สว.สรรหา กล่าวว่า กรณีนี้มีพิรุธมากมาย ควรให้องค์กรศาลพิจารณา การแก้ปัญหาระยะยาวต้องพิจารณาเรื่องการจัดเก็บภาษีใหม่เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและถูกต้อง
นายธวัชชัย สวนสีดา พนักงานสอบสวนชุดเดิม ให้ความเห็นว่า การดำเนินคดีครั้งนี้เป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้หวังเงินรางวัล ถึงศาลตัดสินให้ฟิลลิป มอร์ริสฯ จ่ายค่าปรับ ก็ไม่มีทางจ่ายอยู่ดี
เพราะบริษัทตั้งอยู่ที่สหรัฐ ไม่มีทรัพย์สินใดๆ มีทุนจดทะเบียนเพียง 5 แสนบาท จึงไม่สามารถบังคับคดียึดทรัพย์สินใดๆ มาเป็นค่าปรับได้
เรื่องการแทรกแซงนั้น ประธานผู้แทนการค้าไทย เรียกดีเอสไอให้กลับไปทบทวนความเห็นสั่งฟ้องคดี เนื่องจากกรมศุลกากรระบุว่าไม่ผิด ต่อมาเชิญอัยการเข้ามาร่วมประชุมด้วย พูดคุยความเห็นทางคดีของดีเอสไอที่ไม่ตรงกับหนังสือตอบของกรมศุลกากร
ขณะที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า การแก้ปัญหาสำแดงต้นทุนบุหรี่หรือสุราที่ต่ำ ควรพิจารณาจากนโยบายรัฐเป็นหลักว่า
1.มุ่งเน้นด้านสาธารณสุข เนื่องจากยาสูบ สุรา เป็นสิ่งทำลาย สุขภาพประชาชน ก่อปัญหาสังคม เช่น อุบัติเหตุ ต้องทุ่มงบรักษาพยาบาลจำนวนมาก ดังนั้นต้องไม่ให้ประชาชนติดสุราและยาสูบเพิ่มขึ้น
หรือ 2.มุ่งเน้นด้านภาษี จัดเก็บรายได้เข้าประเทศเป็นหลัก ซึ่งจะส่งเสริมให้คนติดสุรายาสูบเพิ่มขึ้น
ข้อเสนอแนะในการจัดเก็บภาษี คือ 1.แก้กฎหมาย พ.ร.บ. สรรพสามิต สุรา ยาสูบ ไม่ต้องเกี่ยวกับศุลกากร ให้เป็นเรื่องภายในประเทศ มีการจัดเก็บภาษีในอัตราที่ต่างกัน และต้องมีมาตรการต่อต้านการหลีกเลี่ยงภาษีด้วย
2.จัดเก็บสองระบบควบคู่ คือในอัตราแบบปัจจุบัน และเปรียบเทียบกับอัตราตามสภาพควบคู่ไป เหมือนประเทศสมาชิกแกตต์ แบบใดได้ประโยชน์สูงก็ใช้เป็นฐานเก็บภาษี เพราะมีสุรา ยาสูบบางประเทศที่มีต้นทุนต่ำ เช่น จีน ลาว
3.ยกเลิกสินค้าสุราและยาสูบออกจากแกตต์ เหมือนประเทศสมาชิกแกตต์ เพราะเป็นสินค้าต้องควบคุมที่เป็นภัยต่อสุขภาพประชาชน
และไม่ควรให้มีการแข่งขันทางการค้าเสรีเพราะจะเพิ่มจำนวน ผู้ติดสุรา ยาสูบ ทำให้รัฐต้องตั้งงบจำนวนมากดูแลสุขภาพรักษาพยาบาลด้านสาธารณสุข
เมื่อบุหรี่ไม่อยู่ในสินค้าแกตต์ การจัดเก็บจะมีภาษีศุลกากรด้วย
กรณีเป็นสินค้าแกตต์ ตั้งแต่ 1 ม.ค.53 ภาษีศุลกากร 0% แต่ ถ้าไม่เป็นสมาชิกภาษีศุลกากร 60% เมื่อรวมกับที่เก็บปัจจุบันคือ ภาษีสรรพสามิต 79% สสส 1.5% วิทยุฯ 1.5% อบจ 0.9% และ vat 7%
(กรณียาสูบผู้ขายเป็นผู้ชำระ vat และการคิดแต่ละทอด ต้องนำภาษีไปรวมก่อน)
ดังนั้น บุหรี่มาร์ลโบโร ถ้านำเข้าในราคา 7.76 (แม้เป็นราคาเท็จ) เมื่อบวกภาษีต่างๆ แล้ว ต้นทุนรวมภาษีราคาประมาณ 100 บาท ต้องขายในราคา 100 บาทขึ้น เช่นเดียวกับราคาขายในต่างประเทศ และเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ติดเพิ่มขึ้น
4.ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและอนุมัติราคา CIF ของสุรา ยาสูบที่นำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อตรวจสอบไม่ให้สำแดงราคาต้นทุนต่ำ เพราะขณะนี้บริษัทนำเข้าสุรา บุหรี่ ยังสำแดงราคาต่ำ ซึ่งเป็นนิติกรรมอำพราง ต้องเร่งแก้ปัญหาโดยด่วนที่สุด
โดยกรรมการอาจประกอบด้วย ผู้บริหารกระทรวงการคลัง ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านภาษี การค้าระหว่างประเทศ การสืบสวนสอบสวน สาธารณสุข หรือที่เป็นประโยชน์อื่นๆ
ส่วนนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร กล่าวว่า จะไปยื่นหนังสือถึงนายกฯ ให้สั่งการรมว.คลังไปยังกรมศุลกากร จัดเก็บภาษีให้ถูกต้อง รวมถึงจะยื่นหนังสือถึงรมว.ยุติธรรม ในฐานะกรรมการคดีพิเศษที่เคยรายงานนายกฯว่า ดีเอสไอมีความเห็นสั่งฟ้องฟิลลิป มอร์ริสฯ กับพวก โดยให้แจ้ง กำกับดูแล ติดตามการมีความเห็นของดีเอสไอโดยอธิบดีคนใหม่ที่มิใช่พนักงานสอบสวนเดิมคดีนี้
เพื่อให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักการและเหตุผลที่มีอยู่แล้วในสำนวนการสอบสวน
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Thursday, April 7, 2011
จับตาคดีเลี่ยงภาษีบุหรี่6.8หมื่นล้าน
วันที่ 07 เมษายน พ.ศ. 2554 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7434 ข่าวสดรายวัน เผยธาตุแท้
ที่มา ข่าวสด
เหล็กใน
มันฯ มือเสือ
พรรคประชาธิปัตย์กำลังทุรนทุรายอย่างหนักกับการสำรวจโพลทั้งในทางลับและเปิดเผยที่ผลออกมาในทิศทางเดียวกันว่า พรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้ง
ขณะเดียวกันผลโพลเหล่านี้ก็ทำให้เกิดคำถามตามมามากมาย เช่น ถ้ารู้ผลลัพธ์ล่วงหน้าอย่างนี้แล้วจะมีการเลือกตั้งหรือไม่ หรือถ้าเพื่อไทยชนะจริง จะจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่
ต่อคำถามข้อแรกนั้น ถึงหลายคนยังวิตกกังวลด้วยเพราะมีสัญญาณแปลกๆ ส่งออกมาไม่ขาดสาย ล่าสุดกรณี นางสดศรี สัตยธรรม กกต.พูดถึงการปฏิวัติเงียบ
แต่แกนนำรัฐบาลและผู้นำกองทัพต่างยืนยันแข็งขัน จะอย่างไรก็มีการเลือกตั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ และทหารไม่ทำปฏิวัติแน่นอน
ส่วนคำถามข้อต่อมา ถ้าเพื่อไทยได้รับเลือกตั้งเป็นพรรคอันดับ 1 จะได้ตั้งรัฐบาลหรือไม่ คำตอบตรงนี้เชื่อมโยงกับ 'มือที่มองไม่เห็น' เลยไม่มีใครกล้าตอบยืนยันชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ด้วยความกลัวประตูแห่งความ ปราชัยที่เปิดอ้ารออยู่ตรงหน้า ทำให้ประชาธิปัตย์ต้องเผยธาตุแท้ของตัวเองอีกครั้ง คือการไม่ยอมปล่อยให้พรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาล
เป็นการเผยธาตุแท้ไม่ว่าโดย นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองเลขาธิการพรรค
"การตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ไม่ใช่มาประกาศกันว่าถ้าได้คะแนนเสียงมาที่ 1 แล้วให้ยอมรับอย่ามาแข่งตั้งรัฐบาล เพราะกติการัฐธรรมนูญ มันก็ไปตั้งแข่งกันในสภา"
หรือนายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรค
"ตามระบอบประชาธิปไตยในสากล ไม่มีหลักเกณฑ์ชัดว่าพรรคอันดับ 1 ต้องเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลก่อนเสมอไป แต่อยู่ที่ใครรวมเสียงข้างมากได้"
รวมถึง นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรค
"การคัดเลือกนายกรัฐมนตรีในสภา เป็นเรื่องของหัวหน้าพรรคทุกพรรคเสนอตัวให้สมาชิกคัดเลือก การจะมาบอกให้พรรคอันดับ 1 เสนอตัว ถือว่าไม่เป็นไปตามกลไกรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้ทุกพรรคมีสิทธิแข่งขัน"
ทั้ง 3 คน ไม่เพียงไม่เคารพหลักการของนายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคซึ่งเคยระบุ พรรคอันดับ 1 มีความชอบธรรมที่จะจัดตั้งรัฐบาลก่อน
ที่สำคัญยังเป็นการไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชนอีกด้วย
ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย วันที่ 07/04/54
ที่มา thaifreenews
โดย blablabla

ถนนสาย การเมืองไทย ในวันนี้
ถูกย่ำยี จนแหลก แตกสลาย
ด้วยอำนาจ คนระยำ คอยทำลาย
จุดมุ่งหมาย ไขว่คว้า มาสู่ตน....
ชาวประชา หมองหม่น ระคนทุกข์
กลับไล่รุก ย่ำยี จนปี้ป่น
ช่างสมชื่อ เมืองทุเรศ ของเศษคน
มันวกวน แต่อำนาจ อนาถจัง....
ใช้ระบบ เส้นสาย ทำลายขวัญ
มุ่งคอรัปชั่น โกงกิน จนสิ้นหวัง
ความมั่นคง สูญสิ้น จนพินพัง
ยังมัวนั่ง หลอกประชา ว่าโชคดี....
สร้างแต่ความ อยุติธรรม ระยำคิด
เรื่องถูกผิด สิทธิ์ชน หม่นหมองศรี
เอาแต่ธง ตั้งแทน แสนอัปรีย์
บอกเมืองนี้ เป็นนิติรัฐ ไม่ขัดกัน....
กี่มาตรฐาน เป็นมา อย่าพูดถึง
แต่ดื้อดึง เอารุนแรง มาแข่งขัน
ทั้งสั่งยิง สั่งล่า สั่งฆ่าฟัน
ใกล้ทางตัน เมืองไทย ไร้ทิศทาง....
ก้มหน้ารอ โชคชะตา ฟ้าลิขิต
ความวิปริต เกิดก่อ รอสะสาง
ดำเป็นขาว ขาวกลับดำ มันอำพราง
คือรอยด่าง แห่งนรก ปกคลุมไทย....
๓ บลา / ๗ เม.ย.๕๔
http://3blabla.blogspot.com
รายการเปิดหน้าคุย (Nation) เกี่ยวกับ เจ๊ปอง เปิดใจหลังทิ้งพันธมิตร
ที่มา thaifreenews
โดย ขวดเปล่า
เอามาจากเฟสบุ๊ค ของ บก.ลายจุด ครับ
บก.ลายจุด
ประพันธ์ ด่า อัญชลี และ ท่่านจัน(สันติอโศก) สนธิ ตามกระทืบ <== ทิ้งกูมรึงตาย
เจ๊ปอง เปิดอก…มีอะไรกับท่านจันทร์และท่านสนธิ ?
Apr 4th, 2011
http://www.talkystory.com/?p=9644
ประพันธ์ คูณมี : “มีบางคนเคยขึ้นเวทีพันธมิตร แต่วันนี้ไม่มาขึ้น แล้วก็มาแหลว่าเพราะอยากเป็นสื่อมวลชน สู้ไปก็ไม่ชนะ อย่ามาแหล เพราะความจริงแล้วมีญาติหนีคดีไปหลบอยู่ที่กัมพูชาและเปิดบ่อนที่นั่น ไม่อยากจะพูด ทุเรศ กลัวญาติตัวเองถูกถีบออกจากกัมพูชาก็บอกมาสิ มาปล่อยให้พวกปากหอยปอยปากปูแขวะพันธมิตรอยู่ได้
บางคนก็มาทำเป็นนักธรรมะ สอนคนอื่นให้มีธรรมะ มีสติ แต่ตัวเองพอถูกวิจารณ์หน่อยไปอยู่ช่องอื่นแล้วด่าพันธมิตรฯ วันนี้ใครไม่ยืนอยู่บนจุดยืนปกป้องแผ่นดินไทยต้องเป็นศัตรูกับพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศ ขีดเส้นถูกผิดได้เลย”
-----------------------------------------------
สนธิ ลิ้มทองกุล : “พี่น้องครับ นี่จริงๆ แล้ว วันนี้ปวดขา แต่คิดถึงพี่น้อง ขอมาสั้นๆ ก็ยังดี ใช่ไม่ใช่ เมื่อกี้นี้มาทันน้าประพันธ์ เขาพูด อาละวาดแหลกเลย ก็เอ่ยชื่อคนนู้นคนนี้ แต่ไม่กล้าเอ่ย ผมก็ไขปริศนาให้ละกัน
ผู้หญิงคนนั้นชื่อ อัญชลี ไพรีรักษ์ ส่วนพระอีกรูปหนึ่งคือ จันทร์ มีฉายาว่า ยันตระ 2…..!”
-----------------------------------------------
ลองเข้าไปดูเว็บนั้นนะครับ ผมแปะวิดิโอไม่เป็น
ดูคลิปแล้วรู้สึกเหมือนคนละคนเลยครับ เจ๊ปองใช้ภาษาพูดจาเหมือนคนแวดวงไฮโซ ต่างจากบนเวทีพันธมิตร
แกนนำนปช.ระดมของช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมใต้
ที่มา ข่าวสด

วันที่ 6 เม.ย. ที่บริเวณตลาดมหาชัยเมืองใหม่ หน้าร้านข้าวสารสุขใจ เลขที่ 59/110 ต่างระดับพระราม 2 ต.คอกกระบือ อ.เมืองสมุทรสาคร นางธิดา โตจิราการ รักษาการประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมแกนนำประกอบด้วย น.พ.เหวง โตจิราการ นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก รับมอบข้าวสารอาหารแห้งและน้ำดื่ม พร้อมเงินสดจากชาวเสื้อแดงในจ.สมุทรสาคร เพื่อส่งต่อไปช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า คนเสื้อแดงระดมสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้ผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ และสมทบรวมเงินสดได้ราว 143,240 บาทด้วย โดยมีนายนิติ จิตรรัตน์ และนายวริศ ญาณแก้ว แกนนำนปช.นครศรีธรรมราช นำไปส่งมอบให้ชาวนครศรีธรรมราชเป็นแห่งแรก ก่อนทยอยลำเลียงจังหวัดต่อไปจนครบ นอกจากนี้ ชมรมชาวปักใต้ จ.สมุทรสาคร และกลุ่มมิตรสัมพันธ์ ยังตั้งศูนย์รับบริจาคสิ่งของในมหาชัยเมืองใหม่จนถึงวันที่ 7 เม.ย.ด้วยเช่นกัน
ล่าสุด กัมพูชาปฎิเสธคำขอพระราชทานอภัยโทษ วีระ ราตรี
ที่มา thaifreenews
โดย อบอริจิ้น
Cambodia rejects royal pardon for two Thai "Yellow-shirt" activists
- ล่าสุด ปฎิเสธคำขอพระราชทานอภัยโทษ วีระ ราตรี

http://www.prachatalk.com/board/สังคม-การเมือง/cambodia-rejects-royal-pardon-two-thai-yellow-shirt-activists-ล่าสุด-ปฎิเสธคำขอ
“สุเทพ” ลั่นจะดำเนินคดี นปช. ถ้าพิมพ์หนังสือชี้แจงเหตุการณ์แล้วใช้หลักฐานไม่จริง
ที่มา ประชาไท
แจงเมื่อปี 53 เกิดการเผาเนื่องจากแกนนำสั่งผู้ชุมนุมเตรียมน้ำมันกันมาคนละหนึ่งลิตร แล้วโยนความผิดให้รัฐบาล ยันรัฐบาลไม่มีแรงจูงใจไปทำ เย้ยหากเชื่อแกนนำเสื้อแดง ทุกวันของชีวิตจะมีความทุกข์ เชื่อจะมีคนดำเนินคดี “พสิษฐ์” แน่ ถ้าขึ้นเวทีแดงแล้วพูดเรื่องไม่จริง พร้อมวอน “ทักษิณ” สั่งเสื้อแดงอย่าวุ่นวาย
สุเทพแจงออก "พ็อตเก็ตบุค" เนื่องจากมึคนทำให้เข้าใจผิดว่าความรุนแรงเป็นฝีมือรัฐบาล
ที่ทำเนียบรัฐบาล วันนี้ (7 เม.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงการที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะออกหนังสือใครเผาเซ็นทรัลเวิลด์มาตอบ โต้กรณีที่นายสุเทพได้เปิดตัวหนังสือ “ประเทศไทยของเรา อย่าให้ใครเผาอีก” ว่ากรณีที่เกิดเหตุการณ์จลาจลเผาบ้านเผาเมืองในกรุงเทพฯ ในปี 52 และปี 53 ได้มีคนพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงและทำให้ประชาชนซึ่งลืมเหตุการณ์ไปแล้ว เข้าใจผิดในหลายกรณี ทำให้คนเข้าใจผิดว่าเป็นการกระทำของฝ่ายรัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่ เช่น กรณีการเผาเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นต้น
ชี้เกิดการเผาเนื่องจากแกนนำสั่งผู้ชุมนุมเตรียมน้ำมันกันมาคนละหนึ่งลิตร
และพรรคฝ่ายค้านก็พยายามเอาเรื่องนี้ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ถ้าได้ฟังคำชี้แจงของตนก็จะนึกภาพออกและเห็นข้อเท็จจริงชัดเจนว่า การก่อเหตุร้ายจลาจลวุ่นวายไม่ใช่เฉพาะเผาเซ็นทรัลเวิลด์ แต่เผาธนาคาร สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ศาลากลางจังหวัด และที่อื่นได้มีการเตรียมการกันมาโดยกลุ่มที่มีนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ได้ประกาศมาเป็นระยะๆ ว่าจะมีการเผาบ้านเผาเมือง ถึงขนาดสั่งให้ผู้ที่มาชุมนุมเตรียมน้ำมันกันมาก่อนคนละลิตรคนละขวด บอกว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นให้ทุกคนไปศาลากลางจังหวัด บนเวทีก็พยายามยุยงว่าถ้าเกิดเหตุอะไรก็วิ่งเข้าห้างไปหยิบฉวยสินค้าแบรนด์เนม เผาเลย เราได้เอาหลักฐานเหล่านี้มาแสดงชัดเจน
ดังนั้นจึงเอามาพูดให้ประชาชนได้ทราบ ไม่ต้องการให้มีการบิดเบือน
“เวลาคนฟังเรื่องทั้งหมดก็จะเข้าใจได้ว่าคนที่จะเผาบ้านเผาเมืองต้อง มีแรงจูงใจ เป้าหมายของคนเหล่านี้คือต้องการให้เกิดจลาจลและความวุ่นวายขึ้นในประเทศ เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการเจรจาต่อรองในทางการเมือง ส่วนมาโยนความผิดให้รัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่ทำ ประชาชนทั้งหลายโปรดไตร่ตรองดู รัฐบาลไม่มีแรงจูงใจที่จะไปทำ เพราะมีหน้าที่ดูแลบ้านเมืองให้สงบเรียบร้อย ถ้าไม่เรียบร้อยรัฐบาลก็แย่ ทั้งนี้ ทั้งภาพที่ปรากฏหลักฐานที่ชัดเจน วิดีโอที่ถ่ายไว้ได้ และคำให้การผู้ร่วมในเหตุการณ์ทั้งหลายก็ยิ่งชัดเจนว่ากลุ่มคนที่ได้รับการ ชี้นำ บงการจากแกนนำผู้ชุมนุมนี่แหละที่เผา ผมพร้อมที่จะเอาเรื่องนี้ไปพูดอธิบายให้ประชาชนได้ทราบ ไม่ต้องการให้มีการบิดเบือนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ขอให้ประชาชนได้กรุณาติดตามตรวจสอบ” นายสุเทพกล่าว
ลั่นถ้า นปช.พิมพ์หนังสือจะดำเนินคดีหากหลักฐานไม่จริง
เมื่อถามว่า นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช.ระบุว่ามีบางสถานศึกษาได้นำเนื้อหาบางส่วนไปบรรจุในตำราเรียนหลัก สูตร ม.3 กล่าวหาคนเสื้อแดงเผาบ้านเมือง ในเมื่อยังไม่ชัดเจนว่าใครทำกันแน่ควรจะให้มีความชัดเจนก่อนหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า เรื่องหลักสูตรนี้ตนไม่ทราบจริงๆ ตอบไม่ได้ แต่เรื่องการพูดความจริงเป็นเรื่องที่สมควรต้องทำ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหมู่พี่น้องประชาชน เมื่อถามว่าการใช้เรื่องนี้ตอบโต้กันไปมาจะยิ่งทำให้ปัญหาขยายใหญ่ขึ้นอีก หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า การเผาบ้านเมืองเราได้จับกุมผู้ต้องหาได้หลายราย มีการสอบสวนรวบรวบพยานหลักฐานจนเพียงพอที่จะส่งฟ้อง ทางตำรวจสรุปเรื่องส่งอัยการและอัยการส่งฟ้องศาลแล้ว มีตัวตนชัดเจน ถ้าทางกลุ่ม นปช.จะพิมพ์หนังสือออกมาบ้าง หากใช้หลักฐานไม่จริงเราก็ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ชี้หากเชื่อแกนนำเสื้อแดง ชีวิตจะมีความทุกข์ทุกวัน
เมื่อถามว่า จำเป็นต้องถามทางกระทรวงศึกษาหรือไม่ เพราะหากประวัติศาสตร์มันไม่ชัดเจน ในอนาคตประชาชนอาจจะมีปัญหากันเอง นายสุเทพกล่าวว่า ตนไม่คิดว่าเป็นอย่างนั้น ตนไม่ทราบว่าข่าวนี้มาจากไหน เดี๋ยวตนเจอ รมว.ศึกษาธิการจะถามให้ เมื่อถามว่า ทาง นพ.เหวง ออกมายืนยันโดยระบุที่มาที่ไปชัดเจน นายสุเทพกล่าวว่า ถ้าพวกเราไปเชื่อนายจตุพร นายณัฐวุฒิ หรือหมอเหวง ชีวิตก็จะมีความทุกข์ทุกวัน ฟังไว้แล้วค่อยๆ กลั่นกรองหน่อย เมื่อถามว่า ในการเดินหน้าหาเสียงท่านจะใช้วีธีการชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนถึง เหตุการณ์การชุมนุมเลยหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ที่จริงเรามุ่งมั่นที่จะเอานโยบายของพรรคไปบอกกับประชาชนเป็นสำคัญ แต่กรณีเราเห็นว่ามีการบิดเบือนข้อเท็จจริงและทำให้คนเข้าใจผิดก็เป็น หน้าที่เราต้องชี้แจง ส่วนการนำซีดีบันทึกคำชี้แจงเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองนั้น ตนไม่ได้แจกทั่วไป แต่แจกให้สมาชิกพรรคที่มาร่วมสัมมนา
ชี้นปช.ชุมนุม 10 เมษาฯ เพื่อแสดงพลัง วอนทักษิณสั่งผู้ใต้บังคับบัญชาอย่าวุ่นวาย
เมื่อถามถึงการนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่ม นปช.ในวันที่ 10 เม.ย. ทางการข่าวมีความเคลื่อนไหวอะไรที่ผิดปกติหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า นปช.ก็พยายามเคลื่อนไหวแสดงพลัง แต่เมื่อทุกคนมุ่งหน้าไปสู่การเลือกตั้งก็ต้องช่วยกันดูแล อย่าให้การชุมนุมกลายเป็นเรื่องวุ่นวายผิดกฎหมาย ทำให้เสียบรรยากาศของการเตรียมตัวลงไปเลือกตั้ง
“ผมเชื่อว่าวันนี้คุณทักษิณเองก็ต้องการให้มีการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นคุณทักษิณก็ต้องสั่งผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของตัวเองว่าต้อง ดูแลอย่าให้เกิดเรื่องวุ่นวาย” นายสุเทพกล่าว
เสนอใช้การเลือกตั้งยุติความขัดแย้ง ชี้จะมีคนดำเนินคดี “พสิษฐ์” ถ้าขึ้นเวทีแดงพูดเรื่องไม่จริง
มีผู้ถามนายสุเทพว่า เรื่องนี้ยังซัดกันนัวเช่นนี้ จะทำให้เกิดความสามัคคีปรองดองกันได้อย่างไร นายสุเทพตอบว่า เรื่องการพูดจาอธิบายข้อเท็จจริงก็ต้องดำเนินการไป ส่วนเรื่องของการที่จะไปหาแนวทางที่จะให้เกิดความสงบเรียบร้อยก็เป็นอีก เรื่องที่ต้องทำ วิธีที่เสนอคือใช้การเลือกตั้งเป็นเครื่องยุติความขัดแย้งทั้งหลายทั้งปวงก็ แล้วกัน ทางพวกตนประกาศชัดเจนอยู่แล้วว่าเลือกตั้งแพ้ชนะก็ว่าไปตามกฎเกณฑ์กติกา แต่ก็ต้องขอให้ฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคเพื่อไทยต้องตกลงกับประชาชนอย่างนั้นด้วยว่าเลือกตั้งแพ้ชนะแล้ว ต้องหยุด
เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ที่นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญจะไปขึ้นเวทีคนเสื้อแดงเปิดโปงกระบวนการยุบพรรคพลังประชาชน นายสุเทพตอง่า ไม่น่ากลัวอะไรเป็นธรรมดา เขาเป็นคนหนึ่งที่เป็นผู้ต้องหาอยู่ไม่ใช่หรือ เดี๋ยวนี้เขาจะแฉอะไรก็เรื่องของเขา ถ้าพูดเรื่องไม่จริงผู้ที่เสียหายเขาก็ดำเนินคดีต่อนายพสิษฐ์ อีก ทางพรรคประชาธิปัตย์คงไม่จำเป็นต้องให้ใครไปคอยติดตามเป็นกรณีพิเศษ เพราะไม่ใช่เรื่องของพรรคกรณีการยุบพรรคไทยรักไทยหรือพลังประชาชนเป็นเรื่อง ที่ กกต.ดำเนินการและศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดก็ต้องว่าไปตามนั้น
ประณามประเทศไทยใช้ระเบิดดาวกระจายในกัมพูชา
ที่มา ประชาไท
องค์กรต่อต้านการใช้ระเบิดดาวกระจายประณามประเทศไทยหลังสำรวจพบไทยใช้ระเบิดดาวกระจายในกัมพูชาเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา พร้อมเรียกร้องให้ไทยและกัมพูชาเข้าร่วมลงนามในสนธิสัญญาห้ามใช้ระเบิดดาวกระจาย

ระเบิดดาวกระจาย, ภาพจาก New Mandala
เมื่อวันที่ 6 เม.ย. ที่กรุงเจนีวา องค์กรต่อต้านระเบิดดาวกระจายเผยว่า จากการลงสำรวจพื้นที่สรุปได้ว่าประเทศไทยใช้ระเบิดดาวกระจายตามแนวตะเข็บชายแดนกัมพูชาในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีความขัดแย้งเรื่องเส้นเขตแดน ทั้งระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่ทางการไทยที่เข้าร่วมการประชุมกับองค์กรต่อต้านระเบิดดาวกระจายก็ยืนยันว่ามีการใช้ระเบิดดาวกระจายจริง
องค์กรต่อต้านระเบิดดาวกระจายระบุว่านี่เป็นครั้งแรกที่มีการใช้ระเบิดดาวกระจายหลังจากที่มีสนธิสัญญาห้ามใช้ระเบิดดาวกระจาย พ.ศ. 2551 เป็นต้นมา
องค์กรต่อต้านระเบิดดาวกระจายได้กล่าวประณามไทยที่ใช้ระเบิดดาวกระจายและเรียกร้องร้องให้ไทยและกัมพูชาให้คำมั่นว่าจะไม่มีการใช่ระเบิดชนิดนี้อีกในอนาคต และเข้าร่วมลงนามในสนธิสัญญาห้ามใช้ระเบิดดาวกระจาย”
“เป็นเรื่องน่าตกใจที่มีประเทศหนึ่งประเทศใดใช้ระเบิดดาวกระจายภายหลังจากที่มีสนธิสัญญาห้ามการใช้อาวุธชนิดนี้แล้ว” ลอร่า ชิสแมน ผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านระเบิดดาวกระขายกล่าว และว่า “ประเทศไทยเคยเป็นผู้นำในการต่อต้านการใช้ระเบิดสังหารบุคคล จึงเป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผลที่ประเทศไทยจะใช้อาวุธที่สังหารและก่อความบาดเจ็บแก่บุคคลอย่างไม่เลือกหน้าเช่นนี้”
ในการประชุมเมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่ผ่านมานั้นทูตไทยประจำองค์การสหประชาชาติยืนยันว่ามีการใช้ระเบิดดาวกระจายแบบทวิประสงค์ ขนาด 155 มิลลิเมตร โดยให้เหตุผลว่าไทยใช้ระเบิดชนิดดังกล่าวในการ “ป้องกันตนเอง” โดยยึดหลัก “ความจำเป็น, ความได้สัดส่วน และเป็นไปตามมาตรฐานทางจริยธรรมทางการทหาร” และกล่าวหาว่าฝ่ายกัมพูชาใช้จรวดจำนวนมากโดยมุ่งประสงค์ต่อพลเรือนในพื้นที่ประเทศไทย

การสำรวจพื้นที่ขององค์กรต่อต้านระเบิดดาวกระจาย
ในเดือนกุมภาพันธ์และเดือนเมษายนปีนี้ สมาชิกขององค์กรต่อต้านระเบิดดาวกระจายได้ลงสำรวจพื้นที่ซึ่งอาจมีการใช้ระเบิดดาวกระจายในกัมพูชาโดยรอบเขาพระวิหาร และพบระเบิดดาวกระจายทั้งที่ยังไม่มีการระเบิด และชิ้นส่วนที่เกิดจากการระเบิดของระเบิดชนิดนี้ องค์กร Norwegian People’s Aid ซึ่งเป็นองค์กรสนับสนุนการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในไทยยืนยันว่าพบระเบิดดาวกระจายชนิด M42, M46 และ M85
อัทเล คาร์เซ็น จากองค์กร Norwegian People’s Aid กล่าวว่า มีประชากรราว 5,000 คนอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเสนเจย ในเขตกัมพูชาซึ่งต้องเสี่ยงต่อระเบิดเหล่านี้ และย้ำว่าไทยต้องให้ข้อมูลเพื่อช่วยในการเคลียร์พื้นที่เหล่านี้ให้ปลอดภัยสำหรับพลเรือนเพื่อให้พวกเขาได้กลับบ้าน
ซิสเตอร์เดนิส ค็อกแลน ผู้นำขององค์กรต่อต้านระเบิดดาวกระจายซึ่งได้เข้ามาร่วมสำรวจพื้นที่กล่าวว่า “ระเบิดดาวกระจายได้คร่าชีวิตชาย 2 คน อีก 2 คนสูญเสียแขน และยังมีพลเรือนอีก 5 คนที่ได้รับบาดเจ็บ บริเวณนี้ต้องถูกเคลียร์พื้นที่อย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันการสูญเสียที่จะมีมากขึ้น กัมพูชาจะต้องให้ความสนับสนุนเพื่อทำให้แน่ใจว่าพื้นที่นี้ปลอดภัยต่อพลเรือน”
องค์กรต่อต้านระเบิดดาวกระจายยังเรียกร้องให้ประเทศไทยให้ข้อมูลรายละเอียดซึ่งรวมถึงพื้นที่ทั้งหมดที่มีการใช้ระเบิดชนิดดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลเตือนภัยในระดับที่เพียงพอและเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินการเก็บกู้ระเบิด
ทั้งนี้ ประเทศกัมพูชาและประเทศไทยไม่ได้ร่วมลงนามในสนธิสัญญาต่อต้านการใช้ระเบิดดาวกระจายซึ่งมีสมาชิกร่วมลงนามแล้ว 108 ประเทศ แต่ทั้งสองประเทศได้ร่วมในกระบวนการเจรจาที่กรุงออสโล และยังได้เข้าร่วมในการประชุมประเทศภาคีครั้งแรกซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศลาวเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2553
สอบคดีสังหารนักข่าวอิตาลี ทหารปฏิเสธ ดีเอสไอบอกไม่มีพยาน
ที่มา ประชาไท
คอป.สอบคดีฟาบิโอผู้สื่อข่าวอิตาลี ดีเอสไอแจงไม่มีประจักษ์พยานว่ากระสุนยิงมาจากไหน แต่ไม่มีเหตุน่าเชื่อว่าเกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐ ด้านทหารบอกยังเคลื่อนไม่ถึงจุดที่ฟาบิโอถูกยิง และยังไม่ได้ใช้อาวุธ ค้านกับนิค นอสติทซ์ ช่างภาพทีอยู่ในเหตุการณ์ ผู้แทนสถานทูตอิตาลีจี้เมื่อไหร่ผลสอบจะเสร็จ

5 เมษายน 2554 คณะอนุกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ(คปอ.) เปิดรับฟังข้อเท็จจริงจากผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์การเสียชีวิตของนายฟาลิโอ โปเลนกิ ช่างภาพอิสระชาวอิตาลี ที่ถูกยิงเสียชีวิตในวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 บริเวณเกาะกลางถนนหน้าศูนย์วิจัยโรคเอดส์ ถนนราชดำริ โดยมีตัวแทนจากดีเอสไอ กองทัพภาคที่ 1 เข้าให้ข้อมูล และมีตัวแทนจากสถานทูตอิตาลีร่วมรับฟังการชี้แจงข้อเท็จจริง

พ.ต.ท.วีรวัชร์ เดชบุญภา กรมสอบสวนคดีพิเศษชี้แจงว่า กรณีดีเอสไอได้สอบพยานหลายสิบปาก ทั้งทหาร ผู้สื่อข่าวไทยและต่างประเทศ ผู้เห็นเหตุการณ์ใกล้ชิด เช่น คนขับมอเตอร์ไซค์ที่รับนายฟาบิโอไปส่งโรงพยาบาล ตลอดจนแพทย์ แต่ไม่มีประจักษ์พยานที่เห็นว่ากระสุนยิงมาจากไหน วัตถุพยานที่อยู่ในตัวศพก็ไม่มี สน.ปทุมวันได้ทำสำนวนชันสูตรมารวมกับสำนวนคดีอาญาของดีเอสไอแล้ว ผู้ตายถูกกระสุนความเร็วสูงเข้าที่ด้านหลังต่ำจากบ่า 27 ซ.ม. บาดแผลทางเข้าขนาด 0.5 ซ.ม. กระสุนตัดขั้วหัวใจ ทะลุออกทางหน้าอกด้านซ้าย แนวกระสุนล่างขึ้นบนเล็กน้อย วิถีกระสุนอาจมาจากแยกสารสิน จนถึงศาลาแดง กรณีนี้ไม่มีเหตุน่าเชื่อว่าเกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐจึงไม่ได้ส่งกลับไปให้ท้องที่อีก
ส่วนชายที่ปรากฏเห็นหน้าชัดเจนในคลิป แต่งกายคล้ายสื่อมวลชน วิ่งตามหลังฟาบิโอมา และเมื่อฟาบิโอถูกยิงล้มลง ชายคนดังกล่าวได้เก็บกล้องของฟาบิโอมาไว้กับตัวและร่วมกับคนอื่นลากนายฟาบิโอมาที่ฟุตบาท ซึ่งมีพฤติกรรมน่าสงสัย เนื่องจากมีพยานให้การกับ คอป.ไว้ว่า ก่อนหน้านายฟาบิโอถูกยิง 15 นาที ก็มีคนถูกยิงบาดเจ็บในบริเวณใกล้เคียงกัน แต่ชายคนนี้ก็ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ ผิดวิสัยของสื่อมวลชนทั่วไป และกล้องวิดีโอที่ชายคนดังกล่าวเก็บไปก็ยังหาไม่เจอ ดีเอสไอได้ชี้แจงว่า ได้ติดตามหาตัวมาตลอด ทั้งสอบถามไปยังสมาคมผู้สื่อข่าว และสอบจากนักข่าวคนอื่นๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ ไม่มีคนรู้จัก รวมทั้งได้ประกาศในเว็บไซต์ของดีเอสไอ และทางทีวีไทย แต่ยังไม่ได้เบาะแส การตรวจสอบกับกองทะเบียนราษฎร์ อาจจะได้ข้อมูล แต่ทางดีเอสไอยังไม่ได้ดำเนินการ

ด้าน พันเอกไตรเทพ ศรีพันธุ์วงศ์ รองผู้บังคับการกองพลทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ ซึ่งชี้แจงการเคลื่อนกำลังพลในวันที่ 19 พ.ค. กล่าวว่าในช่วงเวลาที่ นายฟาบิโอ เสียชีวิต ซึ่งเป็นเวลา 10.59 น. กำลังพลน่าจะยังเคลื่อนเข้าไปไม่ถึงจุดที่นายฟาบิโอถูกยิง เพราะเวลา 12.30 น. เพิ่งจะถึงแยกสารสิน และยืนยันว่าการเข้าควบคุมเหตุการณ์ทหารใช้ปืนลูกซอง ซึ่งมีทั้งกระสุนจริง และกระสุนยาง และปืนเล็กยาวซึ่งใช้แต่ลูกแบล็งค์ ทั้งนี้ ในช่วงที่เคลื่อนจากศาลาแดงถึงแยกสารสิน ทหารไม่ได้ใช้อาวุธเลย รวมทั้งไม่มีทหารหน่วยใดขึ้นไปบนรางรถไฟฟ้าและตึกสูง จะอยู่แค่สกายวอล์คที่แยกศาลาแดงเท่านั้น รวมทั้ง กองทัพและ ศอฉ.ไม่ได้มีคำสั่งให้จัดการกับชายชุดดำ(ฟาบิโอใส่ชุดดำ) เพียงแต่มีคำสั่งให้ใช้อาวุธป้องกันตนเองในเหตุที่น่าจะทำให้สูญเสียชีวิต และป้องกันประชาชน
นิค นอสติทซ์ นักข่าวอิสระ ที่อยู่ในเหตุการณ์ ให้ข้อมูลค้านกับทหารว่า ในช่วงนั้นตนเองยืนอยู่หลังแนวของทหารตั้งแต่แยกศาลาแดง ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่มีการใช้อาวุธความเร็วสูงยิงไปทางราชดำริอย่างหนักก่อนที่จะถึงแยกสารสิน ไม่ใช่อย่างที่ทหารบอก และหลังจากนั้น 15-20 นาที ก็ได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนมามีนักข่าวอิตาลีเสียชีวิต
ตัวแทนจากสถานทูตอิตาลี ได้ตั้งคำถามในช่วงท้ายของเวทีว่า การสืบสวนสอบสวนนี้มีกำหนดว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ ซึ่ง คอป.ชี้แจงว่ามีเวลาทำงาน 2 ปี และชี้แจงกระบวนการทำงานของ คอป.ให้ผู้แทนสถานทูตเข้าใจ
ก่อนจบเวที พ.อ.ไตรเทพ ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า "ฝากถึงสื่อมวลชนที่มา บางทีด่าผมหยาบๆ คายๆ ในเว็บ อ่านแล้วไม่สบายใจ ทหารไม่ต้องการให้ประชาชนบาดเจ็บล้มตายในการปฏิบัติหน้าที่ของเรา... ก็ต้องขอความกรุณาตรงนี้ด้วย ทหารหรือเจ้าหน้าที่ก็คือลูกหลานของประชาชนทุกคน เราคนไทยด้วยกัน ตรงนี้คือคณะกรรมการปรองดอง ถ้าทำแล้วไม่ปรองดองผมก็ไม่รู้จะหันไปหาใคร"
นปช.เตรียมรำลึก 1 ปีสลายชุมนุม ประกาศปฏิญญา 10 เมษาฯ-ทำซีดีใครเผาเซ็นทรัลเวิลด์
ที่มา ประชาไท

