WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, May 1, 2011

จับสมยศยัดข้อหาหมิ่นฯสกัดล่า1หมื่นชื่อเลิก112

ที่มา Thai E-News



คลิปการแถลงข่าวของนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ในนามเครือข่ายประชาธิปไตย (คปต.) หยุด 112 หยุดคุกคามประชาชน เราต้องการเสรีภาพ เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2554 ณ สำนักงาน Red Power ชั้น 5 อิมพีเรียล ลาดพร้าว กรุงเทพฯ โดยจะรวบรวมรายชื่อ 10,000ชื่อยกเลิกม.112 ล่าสุดโดนจับด้วยม.112


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
25 เมษายน 2554


สมยศ พฤกษาเกษมสุข (กลาง)ขณะประชุมเครือข่ายประชาธิปไตยเพื่อรณรงค์ยกเลิกม.112 แต่ล่าสุดโดนจับกุมด้วยข้อหานี้เสียเอง

นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และเลขาธิการเครือข่ายประชาธิปไตย (คปต.)ถูกตำรวจจับกุมเช้าวันนี้ ขณะพากลุ่มนักท่องเที่ยวไปทัวร์กัมพูชาบริเวณด่านปอยเปต โดยตำรวจแจ้งข้อหากระทำผิดมาตรา 112 ขณะที่กรุ๊ปทัวร์ที่เหลือตำรวจปล่อยให้เข้าไปท่องเที่ยวในกัมพูชาได้

ตำรวจควบคุมตัวนายสมยศเข้ากรุงเทพฯ คาดว่าจะนำมาดำเนินคดีที่DSI ราว16.00น.วันนี้ ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงได้นัดรวมตัวกันให้กำลังใจ และเรียกร้องปล่อยตัวที่หน้าDSI

ทั้งนี้สำนักข่าวTPNewsรายงานว่า ตำรวจตั้งข้อหาเขาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนั้น อาจสืบเนื่องมาจากการจัดทำหนังสือ"Voice of Taksin"ซึ่งถูกปิดตัวไปนานแล้วจากการที่ตำรวจเข้ายึดโรงพิมพ์ โดยกล่าวหาว่าหนังสือดังกล่าวทำผิดต่อม.112

นายสมยศ กล่าวเปิดเผยทางโทรศัพท์ภายหลังถูกจับกุมว่า เขาถูกกักตัวที่ด่านตำรวจตรวจคนเข้าเมือง(ตม.)ปอยเปต(ฝั่งไทย)และ ตม.กำลังประสานงานกับ DSI อยู่ ระหว่างถูกควบคุมตัวเขาสบายดี ถ้า DSI เป็นฝ่ายแจ้งข้อหาให้จับกุม ก็คงจะติดคุกซักสาม-สี่วัน แล้วก็จะประกันตัวออกมา แต่ถ้ามันไม่ให้ประกันตัวก็คงติดคุกยาว และกล่าวทิ้งท้ายว่า"ไม่เป็นไร คนอยู่ข้างนอก ก็สู้กันต่อไป..ที่จะรวบรวมรายชื่อ10,000ชื่อยกเลิก112ก็ยังมี คปต.ดำเนินงานกันต่อไป"

นายสมยศกำลังอยู่ในช่วงรณรงค์ให้ยกเลิกมาตรา 112 โดยเพิ่งจัดแถลงข่าว"หยุด 112 หยุดคุกคามประชาชน เราต้องการเสรีภาพ"เมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา ณ สำนักงาน Red Power ชั้น 5 อิมพีเรียล ลาดพร้าว โดยประเด็นสำคัญในการแถลงข่าวคือ

1. คัดค้านการคุกคามเสรีภาพประชาชนในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการแสดงความคิดเห็นเชิงสาธารณะภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญไทย และการกระทำใดๆ ก็ตามที่ขัดต่อหลักกฎหมายและเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

2. เรียกร้องและผลักดันให้มีการยกเลิกมาตรา 112 ซึ่งในปัจจุบันฝ่ายเผด็จการได้ใช้เป็นเครื่องมือคุกคาม สิทธิ เสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน โดยทางเครือข่ายฯ ได้จัดทำแบบให้ประชาชนร่วมลงชื่อขั้นต่ำ 10,000 ชื่อ (ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ) เพื่อยกเลิกมาตรา 112 ผ่านทางรัฐสภา

3. คปต. จะจัดเวทีปราศรัยในวันครบรอบ 1 ปี การต่อสู้ของคนเสื้อแดงในวันที่ 19 พฤษภาคม 2554 ณ ลานบริเวณอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี เวลา 17.00–23.00 น.

นายสมยศเคยถูกจับครั้งหนึ่งหลังเหตุการณ์สลายการชุมนุม 19 พฤษภาคม 2554 พร้อมกับดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ข้อหาขัดพรก.ฉุกเฉิน โดยถูกนำไปขังไว้ในค่ายทหารราว 10 วันก่อนได้รับการปล่อยตัว

เขากล่าวในการแถลงข่าวเมื่อ 25 เมษายนที่ผ่านมาว่าการเคลื่อนไหวยกเลิกม.112ด้วยการรวบรวมรายชื่อ 10,000รายชื่อเสนอผ่านทางรัฐสภา เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญนั้นไม่ขัดต่อกฎหมาย ก็หวังว่าตำรวจจะไม่ดำเนินคดีกับเขาด้วยม.112 แต่ท้ายสุดก็มีการดำเนินคดีนายสมยศในคดีดักงล่าว

กลุ่มผู้สนับสนุนนายสมยศได้นัดหมายกันทางเฟซบุ๊คไปรวมตัวกันรอที่หน้าDSIเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวนายสมยศ "ข่าวด่วนพี่สมยศถูกจับข้อหา 112 ที่ด่านอรัญ ตอนนี้ตำรวจกำลังนำตัวมาที่ดีเอสไอ ใครว่างเจอกันหน้าดีเอสไอ"เฟซบุ๊คของผู้ใช้นามว่าคำเกิ่ง แห่งทุ่งหมาหลงระบุ

แดงชิคาโกถึงแดงทั่วโลกเตรียมต้านภัยรัฐประหาร

ที่มา Thai E-news


จดหมายเปิดผนึกจากสหพันธ์เพื่อประชาธิปไตยไทย ณ นครชิคาโก มลรัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา
เรียน พี่น้องเสื้อแดง และมวลมิตรแห่งประชาธิปไตยไทยทั่วโลก


จดหมายฉบับนี้เขียนวิงวอนขอความร่วมมือจากท่านทั้งหลายอย่างเร่งด่วน ช่วยกันรณรงค์โน้มน้าวต่อรัฐบาลในประเทศที่ท่านพำนักอยู่ทั่วโลก ให้ไม่ยอมรับรองรัฐบาลที่มาจากรัฐประหารหากจะเกิดขึ้นใหม่ในเมืองไทย ซึ่งขณะนี้มีความเป็นไปได้สูงยิ่ง

ท่านทั้งหลายคงทราบดีว่า ระหว่างที่เราเฝ้ารอการเลือกตั้งที่คาดว่า จะเกิดขึ้นในสองเดือนข้างหน้า ก็ปรากฏกระแสการยึดอำนาจทางการเมืองขึ้นอย่างร้อนแรง เพื่อที่ขัดขวางไม่ให้มีการเลือกตั้ง ทั้งนี้เนื่องมาจากข้อเท็จจริงที่ว่า พรรรคเพื่อไทยซึ่งได้รับการสนับสนุนจากคนเสื้อแดงนั้น จะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นนี้

ความเป็นไปได้เช่นนั้นทำให้กลุ่มผู้ครองอำนาจเกิดความหวาดระแวง อันเนื่องมาจากพวกทหาร และอำมาตย์ได้ก่อกรรมทำเข็ญกับประชาชนเอาไว้มากมาย เหมือนคนขี่หลังเสือกลัวว่าถ้าโดดลงแล้วจะถูกเสือกิน เช่นนี้ขบวนการประชาธิปไตยของคนเสื้อแดงจึงเป็นเป้าหมายเพื่อการทำลายล้าง

ขณะเดียวกันปรากฏสัญญานของการข่มขู่ก้าวร้าวต่อขบวนการประชาธิปไตย โดยการที่ทหารออกมาตบเท้าสำแดงพลังตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมา ไม่เพียงกรณีคุกคามต่อ ดร. สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล และบรรดาผู้ที่ต่อต้านกฏหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเท่านั้น แต่เป็นไปได้ว่าเป็นการเตรียมพร้อมทางทหารเพื่อกระทำการลึกล้ำบางอย่าง

การปะทะที่บริเวณชายแดนระหว่างกำลังทหารไทย และเขมร ไม่เพียงเป็นปัญหาขัดแย้งรุนแรงกับประเทศเพื่อนบ้าน หากเป็นส่วนหนึ่งของแผนสร้างสถานการณ์ที่เป็นปัญหาภายในประเทศ วิทยุชุมชนของคนเสื้อแดงนับสิบแห่งถูกเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปตรวจค้น

ข่าวลือแพร่กระจายไปอย่างกว้างขวางว่าจะมีการรัฐประหาร จะทำกันเพื่ออะไร เพราะเป็นไปได้ว่าอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตรจะกลับคืนสู่อำนาจเมื่อพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง และจะทำให้พวกแม่ทัพนายกองทั้งหลายตกที่นั่งลำบากต่อปัญหาการสืบทอดอำนาจ รวมทั้งนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ

เราทราบกันดีว่า เราจะยอมให้การเมืองไทยเหลวแหลกลงไปกว่านี้อีกไม่ได้แล้ว เราขอวิงวอนท่านทั้งหลายได้โปรดช่วยกันรณรงค์ และเรียกร้อง มากที่สุดเท่าที่ท่านจะทำได้ไปทั้งโลก ในการสกัดกั้นไม่ให้เกิดรัฐประหารขึ้นอีก

เรามีความยินดีจะเรียนให้ทราบว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ระหว่างที่ดร.สุนัย จุลพงศธร ดร. ธเนศวร์ เจริญเมือง และ ดร. จรัล ดิษฐาอภิชัย ไปเยือนกรุงวอชิงตัน ดีซี ได้มีโอกาสพบกับกลุ่มฮิวแมนไร้ท์ว้อทช์ สถาบันประชาธิปไตยแห่งชาติเพื่อกิจการระหว่างประเทศ (เอ็นดีไอ) มูลนิธิเพื่อประชาธิปไตยแห่งชาติ (เอ็นอีดี) และสภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน ได้มีการสนทนากันในประเด็นต่างๆ อย่างกว้างขวาง รวมทั้งความวิตกต่อผลของรัฐประหารที่คาดว่าจะเกิด และความปรารถนาที่จะเห็นการเลือกตั้งอันบริสุทธิ์ยุติธรรม

ทั่วโลกตระหนักกันอย่างถ่องแท้แล้วว่าในยุคสมัยแห่งโลกาวิวัฒน์นี้ เพียงประชาธิปไตยแท้จริงเท่านั้นที่เป็นหลักประกันให้แก่ความมั่นคง ความเชื่อล้าหลังที่สนับสนุนแนวทางเผด็จการ และราชาธิปไตยสุดโต่งควรสิ้นสลายไร้คุณค่าไปนมนานแล้ว

พี่น้องที่รักทั้งหลาย เราไม่สามารถรั้งรออะไรอีกต่อไปได้ เราจำเป็นต้องประกาศให้โลก และรัฐบาลในประเทศของท่านรับทราบความจริงโดยถ้วนทั่ว

โปรดเข้ามาร่วมแรงร่วมใจกับพี่น้องเสื้อแดงในอเมริกาประกาศไม่เอารัฐประหาร ต่อต้านเผด็จการทหาร และโอบรับการเลือกตั้ง

เราเข้าใจดีว่าไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่ก็มั่นใจเสมอว่าถ้าเราร่วมมือกันได้ก็จะประสพความสำเร็จ หวังว่าทุกท่านจะตอบรับอย่างเต็มใจ

ด้วยความปรารถนาดี

สหพันธ์เพื่อประชาธิปไตยไทย (เสื้อแดงอิลลินอยส์ เป็นองค์การไม่ค้ากำไร -เอ็นพีโอ และองค์กรเอกชน –เอ็นจีโอ ของอเมริกา)โดยการสนับสนุนของเสื้อแดงอเมริกา

*******
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ

Union for Thai Democracy Chicago, Illinois U.S.A.
April 26, 2011
Dear Red Shirt Brothers and Sisters, and Friends of Thai Democracy:


Please take this letter as an urgent appeal for your help in Lobbying, Campaigning the governments throughout the world NOT TO RECOGNIZE the Coup Government, should there be one. We believe this is a strong possibility.
As you know--- while the People in Thailand and abroad are anxiously waiting for the upcoming elections, there is a strong possibility that a coup might happen soon to prevent any elections. This is due to the fact that the Red Shirts supported Pheu Thai Party has a good chance of winning the upcoming elections.

This prospect scares the ruling elite in many concrete ways. Sins, including massacre have been committed by the military and the ruling elite. They are riding a tiger and cannot back down. The Red Shirts and pro-democracy movement are likely to be targeted.

Couple with these--- there are signs of wide spread intimidation of pro-democracy movement with threats. The military showdown in the past week may not be about Dr. Somsak Jeamteerasakul or those alleged critics of Les Majeste Laws or anti-monarchy movement. It could be a show of forces in preparation for a much more serious matter.

The clashes at the border in the past week are not about the conflict with Cambodia. It appears to be part of the plan for a serious domestic situation. Red Shirts radio stations also have been raided.

The rumors of coup are widespread, but for what purposes--- because the prospect of former PM Thaksin returning when Pheu Thai wins; this would create trouble for the military top brass including Tharit Phendit; Succession issues?

One thing we know, we cannot afford to see more regression of Thai politics. We urge you to form Lobbying and Campaigning groups throughout the world to do what you can to prevent another coup.

We are happy to report that while visiting Washington DC this past week with Dr. Sunai Chulapongsatorn, Dr. Tanet Charoenmuang, and Dr. Jaran Ditapichai; we had opportunities to meet Human Rights Watch, National Democratic Institute for International Affairs (NDI), National Endowment for Democracy (NED), and the U.S. – ASEAN Business Council. We discussed a wide range of issues. Most dear to us, we expressed our concerns on the prospect of coup, and our deep desire to see elections that are free and fair.

The world knows now that in the age of Globalization, only true democracy can ensure stability. The old model of supporting dictatorship and/or absolute monarchy for stability is obsolete.

Dear Brothers and Sisters, there is no time to waste. We need to educate the public and the government sectors in your countries now.
Please join force with Red Shirts in America to say NO TO COUP; NO TO MILITARY DICTATORSHIP; YES TO ELECTIONS.

We know it is not easy but if we work together, we can achieve it. We thank you for your time and your kind consideration.

Sincerely,

Union for Thai Democracy (Red Shirts Illinois, a non-profit, non-governmental organization)
On Behalf of Red Shirts in America

Saturday, April 30, 2011

'กล่าวอ้าง-พาดพิง พูดปกป้อง สถาบัน' ...?

ที่มา Voice TV



สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหลักที่มีความสำคัญยิ่ง ต่อความรู้ของคนไทย สถาบันกษัตริยของไทย ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อให้พสกนิกรอยู่เย็นเป็นสุข โดยทรงเป็นพระประมุขของชาติ ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน และทรงไว้ซึ่งคุณธรรมอันประเสริฐ

แต่ในปัจจุบัน มีการดึงสถาบันพระมหากษัตริย์ เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องผลประโยชน์เฉพาะตัว และความขัดแย้งทางการเมือง จนกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านบริหารงานเลือกตั้ง ต้องออกข้อกำหนดที่เกี่ยวกับ เรื่องการนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการเมือง โดยมีหลักการคล้ายข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่ห้ามไม่ให้กล่าวพาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ว่ากรณีใดๆ โดยระเบียบดังกล่าวจะเริ่มใช้ภายหลังยุบสภา หากผู้สมัคร ส.ส.รายใดฝ่าฝืน โดยกล่าวอ้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องหรือกรณีอื่นๆ หากทำให้เข้าใจผิดในคะแนนเสียงหรือทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต นอกจากมีโทษถึงขั้นให้จัดการเลือกตั้งใหม่ (ใบเหลือง) หรือตัดสิทธิทางการเมือง (ใบแดง) แล้วยังอาจมีโทษถึงขั้นถูกดำเนินคดีอาญา และหากผู้ที่ทำผิดระเบียบดังกล่าวเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองใด ก็จะนำไปสู่การยุบพรรคเช่นเดียวกับการซื้อเสียง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 237วรรคสอง

นิตยสารเเพรวกับความ 'รวย' 'ไฮโซ'

ที่มา Voice TV



ทำไมต้องคลั่งไคล้เเละเชิดชูคนฐานะดี นิตยสารเเพรวเป็นอะไรกับความ 'รวย' หรือความ 'ไฮโซ' สัมภาษณ์เเต่ละคนต้องเน้นเฉพาะเจาะจง กลุ่มคนที่มีฐานะศักดินาพิเศษ เชิดชูความร่ำรวย ขนาดหลังปฏิวัติยังต้องไปสัมภาษณ์บิ้กบัง

Reuters วิเคราะห์การเมืองไทยไร้หนทาง

ที่มา Voice TV



รอยเตอร์ ยังมองว่าการเลือกตั้งที่คาดว่าจะมีขึ้นในปลายเดือนมิ.ย.หรือต้นเดือนก.ค. จะไม่ทำให้ นปช.สงบลงได้ กลุ่ม นปช.ยังได้เรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้ประท้วงที่ถูกจับไปและเรียกร้องให้มีการสอบสวนเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในการประท้วงของเสื้อแดงเมื่อปีที่ผ่านมา หากการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไม่มีผลสรุปที่แน่ชัด และมองด้วยว่า การเลือกตั้งไม่ช่วยให้แก้ปัญหาในไทยในขณะนี้และอาจนำไปสู่ความรุนแรงแทน เพราะหากกลุ่มที่ให้การสนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ชนะการเลือกตั้ง เสื้อเหลืองจะออกมาประท้วงไม่ให้รัฐบาลทำงานได้ หากอภิสิทธิ์ชนะการเลือกตั้งและการเลือกตั้งมีมลทิน นปช.จะออกมาประท้วงรุนแรงและนำไปสู่การใช้กำลังทหารแก้ปัญหา นักวิเคราะห์หลายคนและนักการเมืองเชื่อว่าจะมีทหารเข้ามาแทรกแซงโดยให้การ สนับสนุนฝ่ายตรงข้ามหรือจับมือกับพรรคการเมืองเพื่อให้แน่ใจว่าพรรคที่ทหาร ให้การสนับสนุนจะได้จัดตั้งรัฐบาล

เลือกตั้ง99%

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน
มันฯ มือเสือ



ผ่านพ้นวันนี้ไปจะก้าวเข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายของสภาชุดนี้

ตามที่นายกฯ อภิสิทธิ์ ประกาศล่วงหน้าว่าจะ "ยุบสภา" ในสัปดาห์แรกเดือนพ.ค.

ส่วนยุบสภาแล้วจะมีเลือกตั้งหรือไม่คือช็อตต่อไป ที่ต้องลุ้นกัน

ฝ่ายที่คิดว่าไม่น่าจะมีเลือกตั้งอ้างว่า มีสัญญาณหลายอย่างบ่งชี้ไปทางนั้น

เช่น การที่ทหารออกมารวมพล "ตบเท้า" ถี่ยิบ

การไล่จับวิทยุชุมชนของฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ซึ่งถูก นำไปขยายว่าเป็นความต้องการปิดหูปิดตาประชาชน เพื่อเตรียมทำอะไรบางอย่างไม่ดีไม่งาม

หรือกรณีโพลหลายแห่งฟันธงตรงกันว่าพรรค การเมืองที่กุมอำนาจขณะนี้อาจเป็นฝ่ายแพ้เลือกตั้ง เปิดโอกาสให้พรรคตรงข้ามเข้ามาเถลิงอำนาจแทน ซึ่ง "มือที่มองไม่เห็น" ยากจะยอมรับได้

รวมถึงกรณีศึกชายแดนไทย-กัมพูชา

ด้วยปัจจัยภายนอกภายในต่างๆ เหล่านี้อาจทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด จนกว่ากระแสความนิยมของรัฐบาลจะดีขึ้นกว่านี้

หรือสามารถขุดรากถอนโคนฝ่ายตรงข้ามให้สิ้นซากเสียก่อน

อย่างไรก็ตามฝ่ายที่มีความเห็นไปในทางที่ว่าน่าจะมีการเลือกตั้งตามกำหนด

เพราะดูจากความเคลื่อนไหวของบรรดาพรรคการเมืองไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก เก่าหรือใหม่ ที่ทยอย จับขั้ว จัดทัพผู้สมัคร แถลงเปิดนโยบายหาเสียงกันคึกคัก

ร่างกฎหมายลูก 3 ฉบับก็ผ่านวุฒิสภาเรียบร้อย เหลือแค่กระบวนการศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่น่ามีปัญหา ทันก่อนยุบสภาแน่นอน

เหนือสิ่งอื่นใดที่ทำให้เชื่อว่าการเลือกตั้งจะมีขึ้นจริง

ก็คือข้อมูลจากศูนย์อำนวยการสืบสวนสอบสวนการเลือกตั้งของกกต.ที่พบว่า

ขณะนี้บางจังหวัดภาคอีสานและภาคตะวันออกเริ่มขนเงินลงพื้นที่ มีพฤติการณ์จ่ายเงิน เรียกประชุม ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายอำเภอ

แสดงเจตจำนงว่าจะมีการซื้อขายเสียงกันแล้ว

ตรงนี้เองคือข้อยืนยันอย่างดีเรื่องเลือกตั้ง

เพราะการเมืองแบบไทยๆ การ "เลือกตั้ง" กับการ "ซื้อเสียง" เป็นของคู่กันมาแต่ดึกดำบรรพ์

ดังนั้น เมื่อนักการเมืองเริ่มขยับซื้อเสียงเมื่อไหร่ แสดงว่ามั่นใจแล้วกว่า 99 เปอร์เซ็นต์ จะต้องมีเลือกตั้งแน่นอน

แต่ถ้าหวยดันไปออกใน 1 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ

ก็ตัวใครตัวมันแล้วกัน

พบกองกำลังติดอาวุธคล้ายทหารย่านบางบัวทอง

ที่มา ประชาไท

มีรายงานว่าได้พบรถกระบะตอนเดียวจำนวนสองคันโดยไม่สามารถระบุสี รุ่นหรือเลขทะเบียนได้เนื่องจากเป็นเวลากลางคืน โดยคันหนึ่งได้ติดตั้งสัญญานไฟฉุกเฉินบนหลังคา บนกระบะของรถทั้งสองคันได้ติดตั้งเก้าอี้โดยสารโดยหันหน้าออกด้านนอกรถ บนรถทั้งสองคันได้มีชายในชุดเครื่องแบบคล้ายทหารพร้อมอาวุธปืนเอ็ม 16 นั่งอยู่คันละ 8 คน

เวลา 23.00น.ของวันที่ 29 เมษายน 2554 ได้มีรายงานว่าได้พบรถกระบะตอนเดียวจำนวนสองคันโดยไม่สามารถระบุสี รุ่นหรือเลขทะเบียนได้เนื่องจากเป็นเวลากลางคืน โดยคันหนึ่งได้ติดตั้งสัญญานไฟฉุกเฉินบนหลังคา บนกระบะของรถทั้งสองคันได้ติดตั้งเก้าอี้โดยสารโดยหันหน้าออกด้านนอกรถ บนรถทั้งสองคันได้มีชายในชุดเครื่องแบบคล้ายทหารพร้อมอาวุธปืนเอ็ม 16 นั่งอยู่คันละ 8 คนโดยแล่นวนเข้าออกในบริเวณหมู่บ้าน หงษ์ประยูร ถนนบางบัวทอง-ไทรน้อย อ.บางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี และเมื่อพบมอเตอร์ไซค์ขับผ่านก็ได้เข้าปิดกั้นและทำการตรวจค้น

รายงานเพิ่มเติมว่าในหมู่บ้านหงษ์ประยูร เป็นที่พักอาศัยของหัวคะแนนของนายโกวิทย์ เจริญนนทสิทธิ์ นายกเทศมนตรีเมืองบางบัวทอง และนายโกวิทย์ ได้ถูกคนร้ายขับรถตามประกบยิง ขณะกำลังขับรถเข้าบ้านกระสุนเข้าที่ศีรษะ 1 นัด เสียชีวิตเมื่อวันที่ 2 มี.ค.54 นั้น เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุการตายได้อย่างชัดเจน แต่มีข้อสังเกตุว่านายโกวิท มีความสัมพันธ์กับพรรคเพื่อไทยและเคยให้การสนับสนุนการต่อสู้ของกลุ่ม นปช

ทักษิณโฟน ‘แดงเชียงดาว’ ขอให้จับตาการซื้อเสียง

ที่มา ประชาไท

ทักษิณโฟนอินถึงแดงเชียงดาว อ้อนอยากปิ๊กไปช่วยพี่น้องแก้ไขปัญหาสินค้าแพง รายได้ไม่พอจ่าย พร้อมกับย้ำว่า หากได้กลับเมืองไทย พวกที่เคยเป็นเสือทั้งหลายจะลอกคราบกลายเป็นแมว

เมื่อค่ำของวันที่ 29 เมษายนนี้ ที่บริเวณสนามโรงเรียนบ้านวังจ๊อม อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ กลุ่ม นปช.เชียงดาว-แม่แตงนับพันคน ได้ร่วมกันชุมนุมต้อนรับกลุ่ม นปช.ที่นำโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย และนายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย โดยในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. ทาง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มีการโฟนอินเข้ามาพูดคุยกับกลุ่ม นปช.เชียงดาว

“ปี้น้องจาวเจียงดาวสบายดีก่อ ปี้น้องกึ๊ดเติงหาผมก่อ ผมใค่ปิ๊กบ้านขนาด อยากปิ๊กไปจ้วยพี่น้องแก้ไขเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะสินค้าราคาแพง รายได้ไม่พอจ่าย หื้อผมปิ๊กไปแก้บ๋อ” พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวทักทายเป็นภาษากำเมือง โดยมี กลุ่ม นปช.เชียงดาว ปรบมือให้กำลังใจกันเป็นระยะ

ในตอนหนึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ยังอยากกลับไปพัฒนาเชียงใหม่ อยากกลับไปพัฒนาประเทศ เพราะฉะนั้นเลือกตั้งครั้งหน้าจะต้องช่วยกันเลือกพรรคเพื่อไทย เพราะว่าถ้าเลือก ส.ส.ทั้งหมดของเพื่อไทย ก็เหมือนเลือกทักษิณ

“แล้วผมจะกลับไปช่วยพี่น้องหื้อร่ำรวยกันทุกคน ถ้าพี่น้องจะซื้อบ้านซื้อรถก็บ่ต้องเสียภาษี เป็นหนี้ก็หยุดพัก โดยเฉพาะปัญหายาเสพติด เชื่อว่าถ้าผมลงจากเครื่องบินวันใด หมู่พวกค้ายามันจะต้องมุดหนีหมด รวมไปถึงพวกเจ้าหน้าที่ที่มันบ่ดี มันจะต้องหยุด ถ้าผมปิ๊กไป พวกที่เคยเป็นเสือทั้งหลายจะต้องลอกคราบกลายเป็นแมว”

ในช่วงท้าย พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า เรื่องการเลือกตั้งครั้งหน้านี้ ขอให้พี่น้องจับตาดูให้ดีเพราะเชื่อว่าจะมีการซื้อเสียงอย่างหนัก

ทั้งนี้ ในวันเสาร์ที่ 30 เมษายนนี้ จะมีการชุมนุม นปช.ภาคเหนือ โดยจะจัดขึ้นที่สนามกีฬาสมโภชณ์ 700 ปี จ.เชียงใหม่ และพ.ต.ท.ทักษิณ จะมีการโฟนอินเข้ามาพูดคุยกับ นปช.เหนือ กันอีกครั้งหนึ่ง.

ศพฟัดศพ!เฮียลิ้มกัดเฮียล้านรับงานทำลายพันธมิตร ส่งสาวกยึดพรรคการเมืองหมดคืนโดนสมศักดิ์สั่งสมุนผลักอก

ที่มา Thai E-News


เวบไซต์ASTVผู้จัดการ กระบอกเสียงของพันธมิตรฯรายงานว่า วานนี้ (29 เม.ย.) เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นกล่าวปราศรัย ถึงหนังสือการลาออกจากพันธมิตรของนายสมศักดิ์ โกศัยสุข และนายสาวิทย์ แก้วหวาน ว่า พล.ต.จำลองก็พูดไปแล้ว นายพิภพ อ.สมเกียรติ ก็พูดไปแล้ว ทำไมต้องฆ่าศพ ทุกอย่างคนที่ถูกพูดก็เป็นศพไปเรียบร้อยแล้ว ทำไมต้องไปเหยียบย่ำศพ แต่ตนจำเป็นต้องพูดเรื่องนี้เพื่อทวนความจำคุณสมศักดิ์ โกศัยสุข

"คุณสมศักดิ์ โกศัยสุข มาขอแกนนำพันธมิตรฯ ว่าขอเป็นหัวหน้าพรรค เราก็ตัดสินใจส่งคุณสมศักดิ์ไปเป็นตัวแทนพันธมิตรฯ เพื่อไปเป็นหัวหน้าพรรค และก่อนส่งไปผมมีหน้าที่ต้องพูดกับผู้สมัครหลายคนให้ถอนตัว เพื่อไม่ให้มีความขัดแย้ง คุณสมศักดิ์ถึงได้รับเลือกโดยไม่มีใครแข่ง แล้วผมนั่งคุยกับคุณสมศักดิ์ตัว-ตัว ผมบอกว่า พี่อยากเป็นหัวหน้าพรรคเหรอ - ใช่น้อง พี่อยากเป็น ผมก็ถามว่า แล้วพี่จะเป็นนานมั้ย - พี่เป็นชั่วคราวเอง - ถ้างั้นพี่รับปากผมได้มั้ยว่า ก่อนถึงวันเลือกตั้งพี่น่าจะลาออก ควรจะลาออก - พี่รับปาก" นายสนธิ กล่าวชี้แจง

นายสนธิ กล่าวต่อว่า ตนไม่เคยพูดเรื่องนี้ แต่จำเป็นต้องพูด เพราะว่าการที่ส่งจดหมายมาแบบนี้ โดยนายสาวิทย์ แก้วหวาน เขียนมา สาวิทย์ แก้วหวาน จะคิดเขียนจดหมายแบบนี้มาไม่ได้ถ้าไม่ใช่คุณสมศักดิ์ โกศัยสุข อยู่เบื้องหลังสาวิทย์ แก้วหวาน

พวกเราสู้กันมาทุกเรื่อง มีเรื่องไหนบ้างที่พวกเราลุกขึ้นสู้แล้วไม่มีประโยชน์ต่อสังคม แล้วทำไมคุณสมศักดิ์ไปให้สัมภาษณ์ว่ายังอยู่กับพันธมิตรฯ แต่ว่าจะเข้าร่วมชุมนุมก็ต่อเมื่อเรื่องนั้นมีประโยชน์ต่อประเทศชาติ จริงๆ แล้วดังที่แถลงการณ์พันธมิตรฯ ออกมาชัดเจน ถ้าอยากจะลาออก ก็ลาออกไปเลยเงียบๆ ไม่มีใครเขาว่าอะไร แต่จงใจทำเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อทำลายกระบวนการพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย หรือว่ารับงานพรรคการเมืองไหนเพื่อทำลายความสามัคคีของพันธมิตรประชาชนเพื่อ ประชาธิปไตย ความลับอันนี้จะไม่มีวันปิดได้ตลอดเวลา วันหนึ่งต้องเปิดมาว่าไปพบกับใครมาบ้าง

นายสนธิ กล่าวว่า หวังว่าการร่อนตะแกรงครั้งนี้จะเป็นการร่อนตะแกรงครั้งสุดท้าย เหมือนอย่างอาจารย์สมเกียรติ และทุกคนพูด ขอให้เหลือแต่ทองคำแท้เท่านั้น ตนรับไม่ได้ กับคำพูดที่บอกว่า จะเข้าร่วมชุมนุมต่อเมื่อการชุมนุมครั้งนั้นจะมีประโยชน์ต่อสังคม แสดงว่าที่เราชุมนุมมาตลอดนั้น มีประโยชน์ต่อสังคมมาตลอด จนกระทั่งเขาไปเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ พอเราโหวตโน เขาก็เลยบอกว่าไม่มีประโยชน์ต่อสังคม อาจารย์สมเกียรติบอกว่า อย่าลาออก เราต้องปฏิวัติพรรคการเมืองใหม่ ยึดพรรคการเมืองใหม่คืนมา และไล่หัวหน้าพรรคออกไป

เขาบอกว่า 10% ของจำนวนสมาชิกแค่ 1,000 กว่าคน หรือ 2,000 คน เชื่อว่าสมาชิกพรรคการเมืองใหม่ ที่ฟังพูดอยู่ทุกวันนี้ เราล่าชื่อได้ 2,000 คนแน่นอน ด้านหนึ่งต้องเดินหน้า เพื่อไล่กรรมการบริหารและหัวหน้าพรรคชุดนี้ ให้หลุดพ้นจากพรรคการเมืองใหม่ อีกด้านหนึ่ง ไม่ต้องสนใจมติเขา อาทิตย์หน้าอย่าไปใส่ใจ เดินหน้าโหวตโนลูกเดียว และก็โหวตโนทุกพรรค ไม่เว้นแม้กระทั่งพรรคการเมืองใหม่ พันธมิตรที่ดูโทรทัศน์อยู่ทั่วประเทศไทย พันธมิตรฯที่ยังคิดว่า เป็นพันธมิตรอยู่ คนที่เห็นด้วยกับโหวตโน อย่าเลือกพรรคการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น รวมทั้งพรรคการเมืองใหม่ด้วย เขาอยากเป็นปาร์ตี้ลิสต์นัก ก็ให้เขาลงไปเป็นปาร์ตี้ลิสต์ โดยไม่มีใครโหวตให้เขา

วิธีเดียวที่จะแสดงให้เห็นว่าพรรคการเมืองใหม่ คือพรรคของพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ถ้าใครมาทรยศต่อจิตวิญญาณของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เราต้องโหวตโนไม่ให้เขาได้เลยแม้แต่คนเดียว พลังที่แท้จริงอยู่ที่นี่ อยู่ที่หน้าจอทีวี ไม่ใช่พลังที่เอาคนของสหภาพการรถไฟ แล้วไปนั่งทำตัวเป็นการ์ดอยู่ที่พรรคการเมืองใหม่

วันนี้พี่น้องคนใต้ที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใหม่ และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อย่าไปโหวตให้ใครเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคการเมืองใหม่ก็ต้องไม่โหวตให้ ตนขอประกาศเป็นสัจจวาจา พร้อมกับแกนนำพันธมิตรฯ อีก 3 คนว่า เราจะเดินหน้าโหวตโนลูกเดียวพี่น้อง ไม่เว้นแม้แต่พรรคการเมืองใหม่

นายสนธิ ยังกล่าวอีกว่า คิดได้อย่างไร ระหว่างอยากเป็น ส.ส. กับมาใช้ชีวิตร่วมกับพ่อแม่พี่น้องพันธมิตรฯ คิดได้อย่างไร วันนี้จะมีคนหลายคน แม้กระทั่งคนที่ อ.สมเกียรติ พูดถึง นายประเสริฐ เลิศยโส ที่คอยด่าพล.ต.จำลอง และตน ในพรรคการเมืองใหม่ และอีกหลายคน มาห้อยมาโหนเหมือนกันไม่มีผิดเลย คนพวกนี้ต้องสั่งสอนหรือเปล่า

" ไม่มีวิธีใดที่จะสั่งสอนเขาได้ดีกว่าการเผยแพร่กระจายโหวตโน พี่น้องที่ดูทีวีอยู่ทั่วประเทศไทยเป็นล้านๆ คน ถ้าเห็นด้วยกับแนวทางของพันธมิตรฯ หรือถ้าไม่เป็นพันธมิตรฯ แต่คิดว่าการโหวตโนนั้นคือการประท้วงนักการเมือง เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปการเมืองแล้ว กรุณาแจ้งญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงทุกคน เจอคนก็พูดสั้นๆ เลือกมันไปทำไมไอ้พวกนักการเมืองชั่วๆ เขาถาม จะให้ทำอย่างไร จะไม่ให้ไปลงคะแนนเสียง ไม่ต้องไป แล้วไปกาไม่เลือกพรรคใด เขาถามว่า จะมีประโยชน์อะไร มีสิ เพราะว่าถ้าคะแนนเสียงไม่เลือกพรรคใดนั้นสูง ก็เท่ากับว่าพรรคโหวตโนชนะทุกพรรค" นายสนธิ กล่าว

นายสนธิ กล่าวอีกว่า นายพิภพสารภาพกับตนว่า เมื่อกี๊ตอนขึ้นเวทีน้ำตาแทบไหลเพราะว่าเสียใจ ในใจตนบอกว่าไปเสียน้ำตากับเรื่องเชี้ยๆ นี้ได้อย่างไร ในใจยังบอกทำไมพี่พิภพไม่นึกถึงเมียอาลีบาบา ซึ่งขอให้เปิดถ้ำ

วันนี้คนที่ไปพรรคการเมืองใหม่แล้วถูกกีดกัน ถูกริบโทรศัพท์ ถูกผลักดันออกมา ไม่ต้องเสียใจ ทางหนึ่งเราเดินหน้าโหวตโน แน่นอน อีกทางหนึ่งอย่าลาออก สมาชิกพรรคการเมืองใหม่ที่เข้าใจและต้องการโหวตโน อย่าลาออก ไม่มีอะไรในการกำชัยชนะ ดีกว่าการสู้กับเขาในพรรคและยึดพรรคคืนมาให้เรา ถ้าเขาต้องการพรรคแรงงาน ให้เขาไปตั้งพรรคแรงงานของเขาเอง ตนเข้าใจมานานแล้ว แต่เป็นตัวอย่างของคำโบราณพูดว่า เสียคนตอนแก่

แฉ“โจร”ยึด ก.ม.ม.-ส่งแก๊งเถื่อนขวางสมาชิกเข้าฟังประชุม



นางชญาดา ศริญญามาศ (ซ้าย)และนางชญาบุญ เพชรพรหม (ขวา) เล่าถึงเหตุการณ์พยายามยึดพรรคการเมืองใหม่คืนตามบัญชาของสนธิลิ้ม แต่ถูกลูกน้องสมศักดิ์หัวล้านเคราแพะผลักไสไล่ออกมาจากพรรค

ASTVผู้จัดการ รายงานเพิ่มเติม แฉพฤติกรรมเถื่อนแก๊งนักเลือกตั้ง ส่งชายฉกรรจ์ขวางทางเข้าห้องประชุม ก.ม.ม. ห้ามสมาชิกพรรคเข้าฟังมติกรรมการบริหาร “เจ๊กอบ เกาะสมุย”โดนผลักอกจนเซถลาพร้อมพันธมิตรฯ หญิงจากโคราช ทั้งที่เป็นสมาชิกพรรค หลังพยายามเข้าพบ “สมศักดิ์”เพื่อถามเหตุผลห้ามสมาชิกเข้าห้องประชุม เผยรู้สึกเหมือนโจรเข้ายึดบ้าน เป็นกรรมการก่อตั้งพรรคแท้ๆ ยังถูกกระทำแบบนี้ แล้วชาวบ้านจะมาพึ่งได้อย่างไร

นางชญาดา ศริญญามาศ อายุ 53 ปี พันธมิตรฯ นครราชสีมา และกรรมการศูนย์ของพรรคการเมืองใหม่ จ.นครราชสีมา ได้เล่าเหตุการณ์ที่มีกลุ่มชายฉกรรจ์มาผลักอกขณะที่ขอขึ้นไปฟังมติที่ประชุมบริหารพรรคการเมืองใหม่ เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 29 เม.ย. ว่า เมื่อเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน ตนได้เดินทางไปยังที่ทำการพรรคการเมืองใหม่ เพื่อรอฟังมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคว่าจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเลือกตั้งเป็น ส.ส.ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้หรือไม่ เมื่อไปถึงที่บริเวณชั้น2 พบว่า มีกลุ่มคนซึ่งตนไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน นั่งขวางบันไดทางขึ้นไปยังห้องประชุมชั้น 4 โดยหนึ่งในกลุ่มคนดังกล่าวได้ห้ามไม่ให้ตนขึ้นไปยังห้องประชุม อ้างว่าวันนี้เป็นการประชุมของกรรมการบริหารพรรค และกรรมการสาขาของพรรคเท่านั้น สมาชิกพรรคไม่เกี่ยว เขาไม่ได้เชิญมาจึงขึ้นไปไม่ได้ ตนจึงขอถ่ายรูปกลุ่มคนที่มาขัดขวาง แต่ถูกปฏิเสธ โดยอ้างว่าเป็นการละเมิดสิทธิ

นางชญาดา กล่าวต่อว่า ระหว่างนั้นได้มีผู้หญิงคนหนึ่งกล่าวต่อว่านายสนธิ ลิ้มทองกุล และ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ ด้วยถ้อยคำหยาบคาย ตนไม่เห็นด้วยจึงได้เกิดการโต้เถียงกันขึ้น กระทั่งต่อมานางชญาบุญ เพชรพรหม อายุ 50 ปี พันธมิตรฯ เกาะสมุย และเป็นกรรมการก่อตั้งพรรคการเมืองใหม่ ที่ทราบข่าวได้เดินทางมาสมทบ พร้อมกับบอกให้ตนสงบสติอารมณ์ พร้อมไปพูดคุยกับกลุ่มคนดังกล่าว จากนั้นนางชญาบุญได้ขอขึ้นไปยังชั้น 4 เพื่อรอฟังมติพรรค เมื่อเดินขึ้นบันได้ขั้นที่สองได้ถูกผู้หญิงคนหนึ่งผลักออกจนเซถลา ตนจึงพยายามเข้าช่วย แต่ถูกชายฉกรรจ์อีกคนผลักเช่นเดียวกัน จากนั้นได้มีการ์ดมาช่วยแยกทั้งสองฝ่ายออกจากกัน

“โดยส่วนตัวที่ถูกผลักพี่ไม่รู้สึกเจ็บ แม้แต่น้อย แต่มันเจ็บใจ เพราะพรรคการเมืองใหม่ก็เหมือนบ้านของเรา แต่กลับให้ใครก็ไม่รู้มาทำกับพวกพี่ซึ่งเป็นกรรมการก่อตั้งพรรค และปัจจุบันก็ยังเป็นสมาชิกพรรคอยู่ ถึงขณะนี้”นางชญาดา กล่าว

ด้านนางชญาบุญ กล่าวว่า ตนได้เดินทางมาถึงที่ทำการพรรคการเมืองใหม่เมื่อเวลา 17.30 น.เพื่อมารอฟังมติกรรมการบริหารพรรค เมื่อมาถึงบริเวณชั้น 2 ก็พบสมาชิกพรรคที่เป็นพันธมิตรฯ กว่า 40 คนที่มารอฟังมติพรรคเช่นเดียวกัน และเห็นนางชญาดานั่งร้องไห้เพราะทนไม่ได้ที่มีคนในพรรคมากล่าวโจมตีนายสนธิ และ พล.ต.จำลอง กระทั่งเวลา18.00 น.ทางกลุ่มพันธมิตรฯ ที่รออยู่ ได้ให้ตนเป็นตัวแทนขึ้นไปถามผลการลงมติ เพราะแต่ละคนมารอตั้งแต่ช่วงบ่ายยังไม่ได้รับประทานอาหาร หากยังไม่ลงมติจะรับประทานอาหารก่อน ซึ่งตอนนั้นตนก็ไม่รู้มาก่อนว่ามีการห้ามไม่ให้เข้าฟังมติพรรค จึงได้เดินขึ้นบันได และพบว่ามีคนนั่งขวางทางขึ้นอยู่ 3 แถว โดยแถวแรกเป็นชายฉกรรจ์ 4 คน แถวที่สองเป็นผู้หญิง 4 คน และแถวสุดท้ายเป็นผู้หญิง 3 คน ตนจึงขอทางกลุ่มคนดังกล่าว ซึ่งในตอนแรกคิดว่า เป็นกลุ่มพันธมิตรฯ เช่นเดียวกับตนที่มานั่งรอฟังมติพรรค แต่มานั่งรอที่บันได

นางชญาบุญ กล่าวต่อไปว่า กลุ่มคนดังกล่าวได้สอบถามว่าตนเป็นใครจะไปไหน ตนจึงบอกว่าตนเป็นกรรมการก่อตั้งพรรค จะไปพบนายสมศักดิ์ โกศัยสุข หัวหน้าเพรรคการเมืองใหม่ เพื่อสอบถามมติพรรค กลุ่มคนดังกล่าวจึงได้ขอดูบัตร ตนบอกว่าขณะนี้ตนพกมาเพียงบัตรสมาชิกพรรค บัตรกรรมการพรรคอยู่ที่บ้าน จึงถูกปฏิเสธไม่ให้ขึ้น ตนจึงถามกลับว่าคนพวกนี้เป็นใครซึ่งได้รับคำตอบว่าเป็นกรรมพรรคจากต่างจังหวัด มาคอยป้องกันไม่ให้มีใครไปรบกวนการประชุมของกรรมการบริหารพรรค ตนจึงได้ถามกลับไปว่า เดี๋ยวนี้เขาเอาคนมากั้นคนกันแล้วหรือ นี่ตนเองเป็นสมาชิกพรรค เป็นกรรมการก่อตั้งพรรคยังถูกห้าม แล้วประชาชนที่ไม่ใช่สมาชิกพรรค ไม่ใช่พันธมิตรฯ จะหวังเข้ามาพึ่งพาพรรค จะยากลำบากแค่ไหน นายสมศักดิ์ เป็นนายกฯ หรืออย่างไรจึงเข้าพบไม่ได้ เมื่อได้ยินดังนั้นผู้หญิงซึ่งยืนขวางอยู่ได้ผลักอกตนจนเซถลา ก่อนจะมีการโต้เถียง เมื่อเห็นดังนั้น นางชญาดา และคนอื่นๆ จึงพยายามเข้ามาช่วยจึงถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ผลักอกเช่นเดียวกัน แต่โชคดีที่นายจาตุรันต์ บุญเบญจรัตน์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรค มาเป็นผู้ไกล่เกลี่ยจนเหตุการณ์สงบลง

“เสียใจตรงที่ เดินเข้าไปความรู้สึกเหมือนบ้านโดนยึด เหมือนมีคนแปลกหน้าอยู่ในบ้าน มีโจรมาขึ้นบ้านแล้วปล้นบ้านไปต่อหน้าต่อตา ดิฉันเป็นกรรมการรุ่นแรก รุ่นก่อตั้งพรรคซึ่งที่ผ่านมาทุกคนในพรรคต่างรู้จักเป็นอย่างดี ยังถูกกระทำถึงขนาดนี้ หากเป็นประชาชนทั่วไปที่หวังพึ่งพรรคจะถูกกระทำขนาดไหน แล้วจะสามารถหวังพึ่งพาพรรคการเมืองใหม่ได้อย่างไร ”นางชญาบุญ กล่าว

นางชญาบุญ กล่าวอีกว่า แม้จะรู้สึกผิดหวังกับ พรรคการเมืองใหม่ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ตนจะไม่ลาออก จะยังคงเป็นสมาชิกพรรคต่อไป เพื่อนำพาพรรคไปในแนวทางที่ถูกต้องและจะเดินหน้าโหวตโนในการเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้


********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:อนิจจังวัฏสังขารา พันธมารพะงาบๆเจียนตาย เห็บสหภาพรัฐวิสาหกิจโดดหนีล้อฟรีพร้อมเคราแพะ

"กำลังใจ"จากพระองค์ภาฯ

ที่มา Thai E-News





ที่มา เวบไซต์whoweeklymagazine

รอยยิ้มที่เบ่งบานไปด้วย ความหวัง และแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุขคือภาพที่ปรากฏบนใบหน้าของผู้ต้อง ขังหญิงทั่วทุกขอบเขตของประเทศไทยในยามที่ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จไปทรงเยี่ยมและประทานกำลังใจแก่เธอผู้พลาดพลั้งเหล่านั้น

แม้จะมีพระกรณียกิจมากเพียง ใด ทว่าก็ยังทรงห่วงใยชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังหญิง โดยเมื่อไม่นานนี้ “พระองค์ภาฯ” เสด็จไปทรงเป็นประธานในโครงการกำลังใจฯ ภายใต้กิจกรรม “สร้างกำลังใจ สร้างชีวิตใหม่ แดนหญิงระยอง” ณ เรือนจำกลางระยอง อ.บ้านค่าย จ.ระยอง

จากนั้นสัปดาห์ถัดมาพระองค์ภาฯ ได้เสด็จไปทรงเป็นประธานในโครงการกำลังใจ ภายใต้กิจกรรม “จากเวทีตรัง สู่เวทีโลก” ณ เรือนจำจังหวัดตรัง

ทั้งสองกิจกรรมล้วนเป็น ส่วนหนึ่งของโครงการกำลังใจในพระดำริฯ เพื่อช่วยเหลือเด็กติดผู้ต้องขังและผู้ต้องขังสตรีตั้งครรภ์ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำ โดยเหล่าสตรีผู้ก้าวพลาดทั้ง 2 เรือนจำ 2 ภูมิภาค นอกจากจะได้รับประทานถุงของขวัญอุปกรณ์เด็กอ่อน พระองค์ภาฯ ยังมีรับสั่งถามไถ่ทุกข์สุขทั้งของแม่และเด็กด้วยความใส่พระทัย ทั้งยังทรงพระกรุณาประทานการฝึกอาชีพเพื่อเป็นความรู้ติดตัวก่อนออกไปผจญโลก กว้างเมื่อถึงวันที่เธอเหล่านั้นหลุดพ้นจากพันธนาการ

สำหรับกิจกรรม “สร้างกำลังใจ สร้างชีวิตใหม่ แดนหญิงระยอง” นั้น พระองค์ภาฯ ได้ทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลงานของผู้ต้องขังหญิงจากเรือนจำ 9 แห่ง ได้แก่ ทัณฑสถานหญิงกลาง ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก ทัณฑสถานหญิงธนบุรี ทัณฑสถานหญิงชลบุรี เรือนจำกลางอุดรธานี เรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยา เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช และเรือนจำกลางระยองโดย ทรงเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่น พร้อมทั้งประทานคำแนะนำและมีพระวินิจฉัยในการที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ ราชทัณฑ์ไปสู่ตลาดภายใต้แบรนด์ Princess Pa เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับผู้ต้องขังอีกทางหนึ่ง