ที่มา ประชาไท
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Thursday, May 19, 2011
นักวิชาการดันกรรมการสิทธิฯ เจ้าภาพส่งศาล รธน.ตีความ ม.112-ประกันตัวผู้ต้องหา
ธิดา ถาวรเศรษฐ: “เพียงเรียกร้องให้ยุบสภา”
ที่มา ประชาไท
ธิดา ถาวรเศรษฐ
16 พค.54
1 ปีผ่านไป หลังการฆ่าหมู่กลางถนน จาก 10 เมษาถึง 19 พฤษภา 2553 เราจึงได้ “ยุบสภา”ตามที่เรียกร้องไว้
การยุบสภาครั้งนี้ เพื่อจะให้มีการเลือกตั้ง 3 กรกฎาคม 2554 แลกกับอะไรบ้างจึงได้มา
- ชีวิต คนไทย 92 ศพ และหลังจากนั้นอีกทั้งหมดร่วมร้อยศพ คนบาดเจ็บสองพันคน การจับกุมคุมขังโดยมิชอบ หลายร้อยคนอย่างยาวนาน จนบัดนี้ผ่านมา 1 ปี ยังถูกคุมขังอยู่กว่าร้อยคน
- ข้อกล่าวหาผู้ก่อการร้ายสำหรับฝ่ายผู้ ชุมนุมที่มีโทษสูงสุดถึงขั้น ประหารชีวิต จับกุมคุมขังโดยไม่มีการสืบสวนสอบสวนคดีอย่างที่กระบวนการยุติธรรมควรทำ มีแต่ข้อกล่าวหาที่ไม่เริ่มต้นพิสูจน์ความจริง แต่ใช้กระบวนการพิจารณามาลงโทษแทนคำพิพากษา ในฝั่งอำนาจรัฐยังไม่มีการสืบสวนสอบสวน ให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและไม่มีการรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
- ความ ตกต่ำของปัญหาสิทธิมนุษยชนไทย และเสรีภาพของสื่อมวลชนเป็นที่ประจักษ์ชัดในสายตาชาวโลก การปิดเวบไซด์นับหมื่น การใช้อาวุธจริงกระสุนจริงปราบปรามประชาชนโดยไม่ใช้มาตรฐานสากล การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างหนักหน่วงสำหรับผู้ที่มีความเห็นทางการเมืองที่ ต่างจากแนวคิดของคนในระบอบอำมาตยาธิปไตย
- ศักดิ์ศรีความน่าเชื่อถือของประเทศไทยลดต่ำทั้งในด้านสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพของสื่อ
- ความ เสื่อมทรุดในการเชื่อถือและยอมรับกระบวนการยุติธรรม หน่วยงานความมั่นคงและกองทัพที่ถูกตั้งคำถามจากประชาชนไทยและสังคมโลกอย่าง ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ไทยหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พศ.2475 เป็นต้นมา
- ความเจ็บแค้นร้าวลึกของประเทศไทยที่ถูกกระทำจากอำนาจรัฐ อำมาตยาธิปไตย ทั้งการปราบปรามเข่นฆ่า การจับกุมคุมขังไม่เป็นธรรม มีลักษณะหลายมาตรฐานหรือมีความไม่เท่าเทียมกัน ในการบังคับใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมแต่ละขั้นตอน ทำให้เกิดความสุ่มเสี่ยงของพัฒนาการสังคมที่อาจนำไปสู่การต่อสู้ของประชาชน แบบอนาธิปไตย ไร้การควบคุมขององค์กรจนสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดจลาจลและเกิดการเคลื่อนไหวที่ มีความรุนแรง
มันร้ายแรงและดำดิ่งสู่หายนะ แบบนี้แล้ว จึงเพิ่งจะจัดให้มีการยุบสภา ตามคำเรียกร้องของประชาชนที่ผ่านมา 1 ปีแล้ว
แต่ แน่นอน นี่เป็นด้านหายนะของสังคมไทย ของประเทศไทย แต่ระบอบอำมาตยาธิปไตยได้อะไรบ้าง หลังรัฐประหาร และหลังการปราบปรามเข่นฆ่าประชาชนจนถึงปัจจุบัน
สิ่งที่ระบอบอำมาตยาธิปไตยได้คือ
- ได้แย่งยึดปล้นชิงอำนาจรัฐจากประชาชน กลับไปอยู่ในมือของกลุ่มอภิสิทธิชน”จารีตนิยม”
- ได้รัฐธรรมนูญอันเป็นกฏหมายสูงสุดฉบับอำมาตยาธิปไตยรวมทั้งกฎหมายอื่นๆและการนิรโทษกรรมผู้ทำการรัฐประหาร
- ได้แย่งยึดอำนาจนิติบัญญัติผ่านการสรรหาวุฒิสมาชิกโดยคณะบุคคลเพียง 7 คน และผ่านพรรคการเมืองให้อยู่ภายใต้การกำกับของระบอบอำมาตย์
- ได้ความมั่นคงของระบอบอำมาตย์ ผ่านอำนาจตุลาการและกลไกกองทัพ และความมั่นคงภายใน องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญจากคณะรัฐประหาร
- ได้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของเครือข่ายระบอบอำมาตย์
สำหรับสิ่งที่ประชาชนอันเป็นคู่ขัดแย้งกับระบอบอำมาตย์ได้มาก็คือ
- ประชาชน เข้มแข็งขึ้น มีคนเสื้อแดงและแนวร่วมกว้างขวางมากขึ้น มีทุกชนชั้น ชั้นชน เข้าร่วมการต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรม สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค มากขึ้น และร่วมทางเพื่อให้ได้ระบอบการเมืองการปกครองที่เป็นประชาธิปไตยแท้จริงมาก ขึ้น จึงเป็นการเติบใหญ่ทั่งปริมาณและคุณภาพ
- บทเรียนในการต่อสู้ของประชาชนที่มีลักษณะยืดเยื้อ และเหตุผลที่ต้องใช้สันติวิธีเป็นหนทางในการต่อสู้
- เข้าสู่การทดสอบยุทธศาสตร์ 2 ขา 2 แขน 5 เขตยุทธศาสตร์ และการจัดต้งองค์กรเพื่อปรับโครงสร้างการนำของ นปช.แดงทั้งแผ่นดินทีละก้าว
นี่จึงเป็นการปรับปรุงการนำและการจัดตั้งองค์กรที่ถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญยิ่งของฝ่ายประชาชน
สำหรับข้อเสียของระบอบอำมาตย์ที่ได้รับหลังการทำรัฐประหารและปราบปรามประชาชน
- เกียรติภูมิของสถาบันหลักๆ ทางการเมืองการปกครองเสื่อมทรุดอย่างไม่เคยมีมาก่อน
- นำ มาสู่การเสื่อมทรุดของระบอบอำมาตยาธิปไตยในทางความชอบธรรมและการครอบ งำสังคมไทยมาช้านาน เพราะถูกเปิดเผยในการใช้อำนาจนอกระบบแอบแฝงมาปล้นทำลายแย่งชิงอำนาจประชาชน ไป
- เปิดเผยความสามารถและความซื่อสัตย์ในการบริหารประเทศทั้งด้าน ประสิทธิภาพ ความจริงใจ ความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส ว่า ความหมายของ “คนดี มีศีลธรรม”คือคนดีของใครกันแน่ “คนดีของแผ่นดิน”ใช่ คนดีของประชาชนหรือไม่
ถ้า เราทบทวนทั้งหมด แน่นอน ฝั่งระบอบอำมาตย์ได้อำนาจรัฐและพยายามรักษาอำนาจรัฐและผลประโยชน์ในมือให้ ได้แต่เสียความชอบธรรม และถูกกดดันจากประชาชนไทยและสังคมโลก จนต้องยอมให้ “ยุบสภา”เพราะไม่อาจทนอยู่ต่อไปได้
ฝ่ายประชาชน ถูกปล้นอำนาจ สิทธิ เสรีภาพไป ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน จนถึงขื้นถูกปราบปรามเข่นฆ่าจับกุมคุมขัง นี่เป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ แต่สิ่งที่ได้มาคือ ความชอบธรรมและการเติบโตของขบวนการประชาชน ที่กดดันให้ระบอบอำมาตยาธิปไตยต้องคืนอำนาจให้ประชาชนจนได้ แม้จะเป็นเพียงขั้นต้นย่างก้าวแรกๆก็ตาม ยังมิได้หมายความว่า ถ้ามีการเลือกตั้งเกิดขึ้นแล้ว จะเกิดระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงขึ้นมาได้หลังการเลือกตื้ง
ยังก่อน ยังมีอีกหลายตอน ที่เหล่าเครือข่ายระบอบอำมาตย์ไม่ยอมสูญเสียอำนาจการเมืองการปกครองและผล ประโยชน์ง่ายๆ ประชาชน จึงต้องยืนหยัดอุดมการณ์ การเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตย และความเป็นธรรมในสังคมไม่ว่าผลเลือกตั้งจะเป็นเช่นไร
เพื่อเป็นการ คารวะดวงวิญญาณวีรชนประชาธิปไตย ตั้งแต่อดีตจนถึง 1 ปีที่ผ่านมา ไม่ให้เขาเสียสละชีวิตโดยไม่คุ้มค่าสำหรับประเทศชาติประชาชนไทย พวกเราที่ยังทำงานได้จึงต้องสืบสานเจตนารมณ์สร้างความเข้มแข็งให้กับขบวนการ ประชาธิปไตยของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเข้มแข็งของ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน จะเป็นส่วนสำคัญในการชี้อนาคตการเมืองไทยว่าจะได้ระบอบประชาธิปไตยที่แท้ จริงหรือไม่
อุดมการณ์พฤษภา
ที่มา Voice TV
ใบตองแห้ง
VoiceTV Member
Bio
คอลัมนิสต์อิสระ/Blogger

ครบรอบปี 19 พฤษภา แม้อยู่ในบรรยากาศเลือกตั้ง แต่มวลชนเสื้อแดงก็คงไม่ละเว้นกิจกรรมร่วมรำลึกถึงพี่น้องที่สูญเสีย
เพียงเสียดายที่แกนนำ นปช.ไม่รู้จักแยกแยะระหว่างพรรคการเมืองกับขบวนการเคลื่อนไหวมวลชน ดันแห่ไปลง ส.ส.จนไม่เหลือใครนำเวที (แล้วเป็นไง จตุพรถูกถอนประกัน ก็เคลื่อนไหวอะไรไม่ออก) แต่ดีแล้วละครับ จะได้กลับสู่การเคลื่อนไหวแบบ “แกนนอน”
นัยสำคัญของวันครบรอบปี 19 พฤษภา ด้านที่น่ายินดีคือ มีการตีแผ่ความจริงมากขึ้น กระทั่งองค์การนิรโทษกรรมสากลยังต้องออกมาระบุว่า“การสลายการชุมนุมในเดือน เมษายน – พฤษภาคม ปีที่แล้ว ถือเป็นการใช้กำลังเกินกว่าเหตุโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ส่งผลให้มีผู้ชุมนุมเสียชีวิตกว่า 70 คน รวมถึงทหาร อาสากู้ภัย และนักข่าว นอกจากนี้ การประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินยังส่งผลให้ประชาชนกว่า 450 คนต้องถูกคุมขัง ซึ่งบางส่วนยังอยู่ในระหว่างดำเนินคดีและยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจนถึง ปัจจุบัน”
ซึ่งเป็นอะไรที่ผมไม่คาดคิดว่าจะหลุดจากปากสมชาย หอมลออ นั่นแสดงว่าพวกเขาจำเป็นและจำใจต้องยอมรับความจริง ถ้ายังอยาก “ประกอบอาชีพนักสิทธิมนุษยชน” ต่อการต่อสู้ในสงครามข้อมูลข่าวสาร ซึ่งมีนักวิชาการและสื่อที่ยังรักความเป็นธรรมเป็นหัวเรี่ยวหัวแรง (ไม่ใช่แกนนำเสื้อแดงที่เอาแต่ตะแบง) สามารถแย่งยึดพื้นที่ความจริงคืนมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางสากล แล้วตีโอบกลับมาในประเทศ
ยกตัวอย่างเช่น การเสนอข้อเท็จจริงโดยกลุ่ม "มรสุมชายขอบ" นำโดย ดร.บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งแยกแยะให้เห็นว่าประชาชนที่บาดเจ็บเสียชีวิตถูกยิงเข้าลำตัวช่วงบนมาก ที่สุด และส่วนใหญ่ก็เป็นเวลากลางวันแสกๆ (ไม่ใช่ช่วงเวลาค่ำมืดที่ทหารอาจเข้าใจผิดว่าประชาชนเป็นชายชุดดำ)
นี่ แค่ปีเดียวนะครับ อย่าลืมว่า 6 ตุลา 19 ปีแรกต้องไปจัดงานรำลึกในป่า ผู้นำนักศึกษายังถูกจับติดคุก เราใช้เวลาต่อสู้ด้วยข้อเท็จจริงถึงสิบกว่าปีกว่าสังคมจะยอมรับว่ามีการ ตกแต่งภาพละครแขวนคอ อาจารย์ปรีดีท่านต้องต่อสู้อยู่เกือบ 30 ปีกว่าผู้คนจะเข้าใจและกลับไปยกย่องเชิดชู
ไม่แน่ อีกไม่กี่ปี เราอาจจะประณามได้เต็มปากว่าใครสั่งฆ่า ใครสั่งยิง
ความจริงสองด้าน
อย่างไรก็ดี เราไม่อาจปฏิเสธข้อเท็จจริงอีกด้าน เพียงขึ้นกับจะมีมุมมองอย่างไร
เมื่อไม่กี่วันก่อน โพสต์ทูเดย์สัมภาษณ์ วีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช. “วิจารณ์เสื้อแดง” ซึ่งดูเหมือนจะเป็นที่ถูกอกถูกใจพวกพันธมิตรหรือคนกรุงคนชั้นกลางเกลียด เสื้อแดงทั้งหลาย เพราะวีระ (กานต์) วิพากษ์แกนนำฮาร์ดคอร์อยาง เสธแดง อริสมันต์ แรมโบ้ พายัพ ที่ไม่ยอมให้ยุติการชุมนุม (รวมทั้งยังวิพากษ์ทักษิณและจตุพรอยู่อ้อมๆ)
คนเสื้อแดงบางส่วนอ่านแล้วคงโกรธเกรี้ยวแค้นเคืองวีระ แต่ผมเห็นด้วยว่าวีระพูดความจริง เพราะย้อนไปในตอนนั้นผมก็ตำหนิแกนนำเสื้อแดงที่ไม่ยอมยุติการชุมนุม ทั้งที่ส่งคนไปเจรจากับรัฐบาลแล้ว ประกาศยอมรับผลการเจรจาแล้ว แต่พอต่อสายต่างประเทศ บางส่วนก็รวนเร
เรื่องเหล่านี้ วิสา คัญทัพ ก็เขียนวิพากษ์วิจารณ์ไว้อย่างหนักแน่นชัดเจนในบันทึกของเขา ถ้าแกนนำเสื้อแดงยอมยุติการชุมนุมในวันที่ 11 พ.ค.ความชอบธรรมจะอยู่กับฝ่าย นปช.เพียงแต่เราไม่ได้บอกว่าหลังจากนั้นเมื่อแกนนำไม่ยอมยุติ เมื่อพวกฮาร์ดคอร์ขึ้นมานำ แล้วรัฐบาลจะมีความชอบธรรมในการ “ใช้กระสุนจริง”
นี่ต่างหากคือมุมที่ต้องมองสองด้าน คนกรุงคนชั้นกลางเลือกมองความผิดของแกนนำเสื้อแดง (และทักษิณ) มา “ล้างบาป” ที่ตัวเองมีส่วนออกใบอนุญาตฆ่า (บางคนไม่สำนึกว่าบาปเลยด้วยซ้ำ) ขณะที่มวลชนเสื้อแดงบางส่วนก็ปกป้องว่าแกนนำของตัวทำถูกทุกอย่าง ทั้งที่ควรจะนำมาสรุปบทเรียนเพื่อการเคลื่อนไหวต่อไป
การสรุปบทเรียนและวิพากษ์วิจารณ์ไม่กระทบกับการยกย่องเชิดชูผู้เสียสละ ถ้าเรารู้จักแยกแยะ อย่างเช่นเสธแดง เราพูดได้เต็มปากว่าเสธแดงคือ “ตำนาน” ที่จะเล่าขานกันไปชั่วลูกชั่วหลานในประวัติศาสตร์ไพร่ เรื่องราวของนายพลใจถึงที่ลงมาคลุกคลีเป็นวีรบุรุษของคนยากคนจน กระทั่งพลีชีพในการต่อสู้ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องทำความเข้าใจว่า เสธแดงคือคนมุทะลุ ที่ไม่เข้าใจยุทธศาสตร์ยุทธวิธีทางการเมืองแม้แต่น้อย
ประเด็นที่พวกพันธมิตรและคนกรุงคนชั้นกลางตั้งแง่ต่อการเคลื่อนไหวของเสื้อ แดง คือพวกเขาอ้างว่าทักษิณและแกนนำมุ่งหวังให้เกิดความรุนแรง เพื่อซ้ำรอยเหตุการณ์พฤษภา 35 กระทั่งใช้ “ชายชุดดำ” เข้ามาก่อเหตุ แต่ถามว่านั่นทำให้รัฐบาลมีความชอบธรรมที่จะใช้กำลังทหารเข้ามา “กระชับพื้นที่” จนมีประชาชนตาย 70 กว่าคน อย่างนั้นหรือ
ใน จินตภาพของคนกรุงคนชั้นกลาง ต้องให้ม็อบนั่งพับเพียบเรียบร้อยแล้วถูกทหารบุกเข้าไปยิงกราด อย่างนั้นหรือจึงเรียกว่าการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ
ก็ลองย้อนไปดูม็อบพันธมิตรสิครับ เขานั่งพับเพียบหรือเปล่า
การเคลื่อนไหวมวลชนในยุคสมัยของเรา ตั้งแต่พันธมิตรมาถึงเสื้อแดง ล้วนไม่มีใคร “สันติ อหิงสา” ซื่อใสไร้เดียงสาโดยสัมบูรณ์ เหมือนนักศึกษาประชาชนสมัย 14 ตุลาหรือ 6 ตุลา อันที่จริงแม้พฤษภา 35 “ม็อบมือถือ” ก็มีเจตนา Copycat 14 ตุลา เพราะความจริงเปิดเผยภายหลังว่า ใครเผา สน.นางเลิ้ง
เรื่องของความรุนแรงก็เช่นกัน มีการก่อความรุนแรงทั้งด้วยอารมณ์มวลชน และด้วยความจงใจ 14 ตุลา ก็เผากรมกร๊วก พฤษภา 35 ก็มีขบวนมอเตอร์ไซค์ มี “ไอ้แหลม” เรื่องนี้ดูเหมือนจะเป็นสากล เพราะสมัยที่ผมเป็น “ผู้ก่อการร้าย” ในยุค 80 พรรคคอมมิวนิสต์อบรมเข้มงวดว่าเราต้องไม่ทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์เดือดร้อน แต่พวกอัลกออิดะห์ (ซึ่งก่อตัวมาจากการเอารัดเอาเปรียบของอเมริกา) หรือพวก 3 จังหวัดภาคใต้ (ซึ่งเริ่มต้นมาจากความไม่เป็นธรรมของรัฐไทย) ฆ่าผู้บริสุทธิ์กันหน้าตาเฉย
การมองแต่ละกรณีในมุมของสิทธิมนุษยชนจึงต้องมองอย่างแยกแยะ และมองการใช้อำนาจของรัฐว่าละเมิดสิทธิรุนแรงเกินกว่าเหตุหรือไม่
มุมมองสองมาตรฐาน
ถ้าเปรียบเทียบกันง่ายๆ กรณี 7 ตุลา พันธมิตรปิดหน้ารัฐสภา ถามเจตนาพันธมิตรต้องการอะไร ผมเชื่อว่าพวกเขาพร้อม “พลีชีพ” เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง copycat ยั่วยุให้ใช้กำลังสลาย ตำรวจมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องสลาย (คำสั่งศาลปกครอง) แม้ในทางการเมือง ผมเห็นว่าเป็นการตัดสินใจไม่เหมาะสม เพราะรัฐบาลชะลอการเปิดประชุมสภาไปได้ หรือย้ายที่ได้ แต่ถามว่าตำรวจทำรุนแรงเกินกว่าเหตุหรือไม่ เขาใช้ปืนยิงแก๊สน้ำตา ซึ่งก่อนหน้าวันที่ 7 ตุลา ไม่เคยมีใครรู้ว่า ปืนยิงแก๊สน้ำตาจะทำให้คนแขนขาดขาขาดได้ ตำรวจก็ไม่รู้ (ปปช.จึงพลิกไปเอาผิดว่า เมื่อรู้แล้วก็ไม่สั่งให้หยุด แต่ถามว่าหยุดได้ไง ในเมื่อมวลชนล้อมจะบุก บช.น.)
ภาพที่ออกมาทางหน้าจอเรียลลิตี้ทีวี ไม่ถึงสิบนาที องค์กรสิทธิมนุษยชน นักวิชาการ สื่อ แห่ออกมาออกคำแถลงการณ์กันนับไม่ถ้วน บอกให้หยุด ตำรวจก็หยุด แต่พันธมิตรไม่หยุด พันธมิตรขับรถชนตำรวจ พันธมิตรจะจุดระเบิดแต่ระเบิดตัวเองตาย มือมืดในม็อบเอาปืนยิงตำรวจ แล้วก็ปิดล้อมรัฐสภา ปิดล้อม บช.น.
พันธมิตร ขับรถไล่ชนตำรวจ ศาลตัดสินจำคุก 3 ปีแต่ให้รอลงอาญา ซึ่งชอบแล้วเพราะเป็นความผิดที่ควรให้อภัย แต่ทำไมมวลชนเสื้อแดงถูกคุมขัง 450 คน ทั้งที่ไม่มีพยานหลักฐานชัดเจน บางคนแค่มีภาพยืนจุดบุหรี่สูบใกล้ที่เผาศาลากลางเชียงใหม่ ต้องติดคุกเป็นปี (แต่คนกรุงคนชั้นกลางกลับสะใจที่เขาให้สัมภาษณ์ว่า ถูกแกนนำทอดทิ้ง)
เปรียบเทียบอีกทีกับเหตุการณ์พันธมิตรยึดสนามบิน Agenda ไม่ Hidden รัฐบาลมีความชอบธรรมจะใช้กำลังสลายม็อบมากกว่าราชประสงค์เป็นร้อยเท่า การ์ดพันธมิตรพกอาวุธอย่างเปิดเผย ขึ้นรถตระเวณมีพระเอกหนังเป็นผู้นำ (คนชั้นกลางคงนึกว่าเขาถ่ายหนัง)
แต่ถามว่าเคยมีแกนนำพันธมิตรออกมาตำหนิกันเองหรือไม่ (อ้าว ก็เขาชนะนี่)
ความลำเอียงของกระแสสังคม ที่สร้างขึ้นโดยสื่อ นักวิชาการ ไม่ได้ใช้มาตรฐานเดียวกันมองการปราบปรามม็อบเสื้อแดง ซึ่งทหารใช้กระสุนปืนไปถึงแสนกว่านัด ดร.บัณฑิต จันทร์โรจน์กิจ ตั้งคำถามสำคัญว่า หลังการเจรจาล้มเหลว รัฐบาลไม่สนใจเจรจาอีกเลย แม้วุฒิสภาเสนอเป็นตัวกลาง
ผมเคยพูดตั้งแต่ตอนนั้นว่าในทางการเมือง ม็อบเสื้อแดงหมดความชอบธรรม รัฐบาลสามารถใช้กระแสบีบให้ยุติการชุมนุมได้ เพียงอาจใช้เวลายืดเยื้อไปอีกหลายวัน แต่รัฐบาลกลับตัดสินใจปราบปราม
ดร.บัณฑิตยังชี้ว่ารัฐบาลไม่ได้จัดเตรียมหน่วยกู้ชีพ สั่งถอนหน่วยกู้ชีพออกตั้งแต่เย็นวันที่ 14 พฤษภาคม ผู้ชุมนุมต้องนำผู้บาดเจ็บส่ง ร.พ.เอง ในวันที่ 15 พฤษภาคม รถกู้ชีพไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ เพราะถูกทหารยิงสกัดเอาไว้ มีเพียงคันเดียวที่เข้าไปรับคนเจ็บ
ผมตั้งคำ ถามเดียวกันต่อกรณีของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ที่รัฐบาลและกองทัพปล่อยให้ตึกเวิลด์เทรดไหม้ข้ามคืน จนเป็นภาพสมบูรณ์แบบของการ “เผาบ้านเผาเมือง”
รศ.ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ เปรียบเทียบได้สะใจว่า 19 พฤษภาน่ะโหดร้ายกว่า 6 ตุลา เพราะ 6 ตุลาบุกเข้าไปฆ่านักศึกษาวันเดียวจบ สังคมยังไม่ทันตั้งตัว แต่นี่ฆ่ากันกลางกรุง 5 วัน โดยคนชั้นกลางส่งเสียงเชียร์
ถ้าใช้มาตรฐาน ปปช.เมื่อวันที่ 7 ตุลา ก็ต้องบอกว่าเมื่อรู้ว่าใช้กำลังแล้วมีคนตายทำไมรัฐบาลไม่หยุด
ที่พูดมาทั้งหมดผมไม่ได้กลบเกลื่อนความรับผิดชอบของแกนนำ นปช.ของทักษิณ หรือของ “ชายชุดดำ” ซึ่งต้องมีส่วนรับผิดชอบ แต่ความรับผิดชอบหลักอยู่ที่รัฐบาล ซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจปราบปราม ผมพูดเช่นนี้มาตั้งแต่สมัยรัฐบาลทักษิณ กรณีกรือเซะ ตากใบ หรืออุ้มฆ่าใน 3 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งตอนนั้นพวกนิยมทักษิณนิยมความรุนแรงก็กล่าวหาว่าทำไมไม่ปกป้องสิทธิ มนุษยชนของคนบริสุทธิ์ที่ถูกฆ่าตายบ้าง
อุดมการณ์ปฏิรูป
ประเด็นสำคัญอีกประเด็นที่วีระให้สัมภาษณ์ แล้วโพสต์ทูเดย์เอาไปขีดเส้นทำตัวเน้น (แปลว่าผู้สัมภาษณ์เน้น ตรงที่ตัวเองอยากเอามาใช้) คือเรื่องของ “แดงสยาม” และสถาบัน
เช่นที่วีระกล่าว (และโพสต์ทูเดย์เน้น) ว่า “ก่อนนี้ เราเคลื่อนไหว เราปฏิเสธแดงสยาม แต่เดี๋ยวนี้ แดงสยามซาลงไปแล้ว แล้วทำไมเราจะต้องมาแสดงบทบาทแทนแดงสยาม ในเมื่อเราไม่ใช่อย่างนั้น”
หรืออย่างที่เอามา quote โปรยหัวว่า “มีคนมาบอกผมว่า คน 2 พันล้ำหน้า ถ้าล้ำคืออะไร ล้ำอาจจะมีความรู้สึกว่าไม่เอาสถาบัน ..ไม่ได้นะ ... คุณมาคิดสนุกแบบนี้ไม่ได้ คุณคิดไม่รับผิดชอบเวลารับผิดชอบ ใครต้องรับผิดชอบ แล้วคนอย่างเราก็ต้องรับผิดชอบ”
รวมความคือวีระเห็นว่า นปช.ไม่ควรเคลื่อนไหวในทางที่ “หมิ่นเหม่” พยายามตีกรอบว่าต้องการแค่ “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ใครไปไกลกว่านั้นไม่เกี่ยว ใครละเมิดกฎหมายต้องไม่ปกป้อง
บอกก่อนว่าตอนที่ นปช.ตัดญาติเสธแดงกับแดงสยาม เมื่อ พ.ค.ปีที่แล้ว ผมก็เห็นด้วย ผมเห็นด้วยกับวีระ ที่จะต้องต่อสู้ด้วยแนวทางสันติวิธี อย่าเอาพวกสุ่มเสี่ยงอย่างเสธแดงกับสุรชัย มาชักใบให้เรือเสีย
และผมยืนยันว่าเป้าหมายการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ไม่ใช่ “ไม่เอาสถาบัน” แต่คือการทำให้เกิดความชัดเจนใน “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอยู่ใต้รัฐรรมนูญ”
เพียงแต่เมื่อมาถึงขั้นนี้ จาก 19 กันยา มาถึง 19 พฤษภา จนมาถึงวันนี้ การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไม่สามารถปฏิเสธที่จะพูดถึงบทบาทของสถาบันพระมหา กษัตริย์ต่อการเมือง ไม่สามารถพูดแค่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ จำกัดกรอบ “แค่อำมาตย์ลงมา” โดยไม่พูดถึงการปฏิรูปสถาบัน หรือการแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มาตรา 112
เพราะแม้เราจะพูดด้วยเจตนาที่ต้องการรักษาสถาบันไว้เป็นที่เคารพเทิดทูนโดย ไม่ถูกดึงมาเกี่ยวข้องกับการเมืองอีก แต่เราก็ “สุ่มเสี่ยง” “หมิ่นเหม่” อยู่ดี ภายใต้การใช้มาตรา 112 อย่างครอบจักรวาล
นี่คือสิ่งที่ต้องต่อสู้ และต้องช่วยกันปกป้อง แม้แต่คนที่มีความเห็นต่าง เช่นสุรชัย จตุพร ผมไม่เคยเห็นด้วยกับการ “ล้ำหน้า” ของสุรชัย แต่เมื่อเขาถูกจับกุมคุมขังอย่างไม่ยุติธรรมก็ต้องปกป้อง ไม่ใช่บอกว่าใครละเมิดกฎหมายต้องไม่ปกป้อง เพราะ 5 ปีที่ผ่านมา วีระก็รู้ไม่ใช่หรือว่ามีการใช้กฎหมาย 2 มาตรฐาน ไม่มีความยุติธรรม หรือวีระจะยอมเคารพกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 237 ว่าด้วยการยุบพรรค
ผมเชื่อว่านี่คือสิ่งที่มวลชนเสื้อแดงตกผลึกแล้ว จากการเคลื่อนไหวแบบ “แกนนอน” หลังพฤษภา 53 ไม่มีใครสามารถถอดโจทย์เรื่องสถาบันออกไปจากการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยได้ วีระก็ถอดไม่ได้ เพียงแต่สิ่งที่เราต้องควบคุมไม่ให้ “ล้ำหน้า” คือควบคุมให้อยู่ในกระแส “ปฏิรูปสถาบัน” เพื่อ “รักษาสถาบัน”
นี่ คือมรดกตกทอด ของอุดมการณ์พฤษภา 53 ซึ่งผมเห็นด้วยกับวีระว่า คนเสื้อแดงต้องไม่คิดแก้แค้น ถ้าพรรคเพื่อไทยชนะต้องสร้างบรรยากาศภราดรภาพ แต่ในทางหลักการและเนื้อหาประชาธิปไตย ต้องยืนหยัดให้ถึงที่สุด (ไม่ใช่แค่ประนีประนอมเพื่อเอาทักษิณกลับบ้าน)
ธิดา ถาวรเศรษฐ: “เพียงเรียกร้องให้ยุบสภา”
ที่มา ประชาไท
ธิดา ถาวรเศรษฐ
16 พค.54
1 ปีผ่านไป หลังการฆ่าหมู่กลางถนน จาก 10 เมษาถึง 19 พฤษภา 2553 เราจึงได้ “ยุบสภา”ตามที่เรียกร้องไว้
การยุบสภาครั้งนี้ เพื่อจะให้มีการเลือกตั้ง 3 กรกฎาคม 2554 แลกกับอะไรบ้างจึงได้มา
- ชีวิต คนไทย 92 ศพ และหลังจากนั้นอีกทั้งหมดร่วมร้อยศพ คนบาดเจ็บสองพันคน การจับกุมคุมขังโดยมิชอบ หลายร้อยคนอย่างยาวนาน จนบัดนี้ผ่านมา 1 ปี ยังถูกคุมขังอยู่กว่าร้อยคน
- ข้อกล่าวหาผู้ก่อการร้ายสำหรับฝ่ายผู้ ชุมนุมที่มีโทษสูงสุดถึงขั้น ประหารชีวิต จับกุมคุมขังโดยไม่มีการสืบสวนสอบสวนคดีอย่างที่กระบวนการยุติธรรมควรทำ มีแต่ข้อกล่าวหาที่ไม่เริ่มต้นพิสูจน์ความจริง แต่ใช้กระบวนการพิจารณามาลงโทษแทนคำพิพากษา ในฝั่งอำนาจรัฐยังไม่มีการสืบสวนสอบสวน ให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและไม่มีการรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
- ความ ตกต่ำของปัญหาสิทธิมนุษยชนไทย และเสรีภาพของสื่อมวลชนเป็นที่ประจักษ์ชัดในสายตาชาวโลก การปิดเวบไซด์นับหมื่น การใช้อาวุธจริงกระสุนจริงปราบปรามประชาชนโดยไม่ใช้มาตรฐานสากล การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างหนักหน่วงสำหรับผู้ที่มีความเห็นทางการเมืองที่ ต่างจากแนวคิดของคนในระบอบอำมาตยาธิปไตย
- ศักดิ์ศรีความน่าเชื่อถือของประเทศไทยลดต่ำทั้งในด้านสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพของสื่อ
- ความ เสื่อมทรุดในการเชื่อถือและยอมรับกระบวนการยุติธรรม หน่วยงานความมั่นคงและกองทัพที่ถูกตั้งคำถามจากประชาชนไทยและสังคมโลกอย่าง ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ไทยหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พศ.2475 เป็นต้นมา
- ความเจ็บแค้นร้าวลึกของประเทศไทยที่ถูกกระทำจากอำนาจรัฐ อำมาตยาธิปไตย ทั้งการปราบปรามเข่นฆ่า การจับกุมคุมขังไม่เป็นธรรม มีลักษณะหลายมาตรฐานหรือมีความไม่เท่าเทียมกัน ในการบังคับใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมแต่ละขั้นตอน ทำให้เกิดความสุ่มเสี่ยงของพัฒนาการสังคมที่อาจนำไปสู่การต่อสู้ของประชาชน แบบอนาธิปไตย ไร้การควบคุมขององค์กรจนสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดจลาจลและเกิดการเคลื่อนไหวที่ มีความรุนแรง
มันร้ายแรงและดำดิ่งสู่หายนะ แบบนี้แล้ว จึงเพิ่งจะจัดให้มีการยุบสภา ตามคำเรียกร้องของประชาชนที่ผ่านมา 1 ปีแล้ว
แต่ แน่นอน นี่เป็นด้านหายนะของสังคมไทย ของประเทศไทย แต่ระบอบอำมาตยาธิปไตยได้อะไรบ้าง หลังรัฐประหาร และหลังการปราบปรามเข่นฆ่าประชาชนจนถึงปัจจุบัน
สิ่งที่ระบอบอำมาตยาธิปไตยได้คือ
- ได้แย่งยึดปล้นชิงอำนาจรัฐจากประชาชน กลับไปอยู่ในมือของกลุ่มอภิสิทธิชน”จารีตนิยม”
- ได้รัฐธรรมนูญอันเป็นกฏหมายสูงสุดฉบับอำมาตยาธิปไตยรวมทั้งกฎหมายอื่นๆและการนิรโทษกรรมผู้ทำการรัฐประหาร
- ได้แย่งยึดอำนาจนิติบัญญัติผ่านการสรรหาวุฒิสมาชิกโดยคณะบุคคลเพียง 7 คน และผ่านพรรคการเมืองให้อยู่ภายใต้การกำกับของระบอบอำมาตย์
- ได้ความมั่นคงของระบอบอำมาตย์ ผ่านอำนาจตุลาการและกลไกกองทัพ และความมั่นคงภายใน องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญจากคณะรัฐประหาร
- ได้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของเครือข่ายระบอบอำมาตย์
สำหรับสิ่งที่ประชาชนอันเป็นคู่ขัดแย้งกับระบอบอำมาตย์ได้มาก็คือ
- ประชาชน เข้มแข็งขึ้น มีคนเสื้อแดงและแนวร่วมกว้างขวางมากขึ้น มีทุกชนชั้น ชั้นชน เข้าร่วมการต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรม สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค มากขึ้น และร่วมทางเพื่อให้ได้ระบอบการเมืองการปกครองที่เป็นประชาธิปไตยแท้จริงมาก ขึ้น จึงเป็นการเติบใหญ่ทั่งปริมาณและคุณภาพ
- บทเรียนในการต่อสู้ของประชาชนที่มีลักษณะยืดเยื้อ และเหตุผลที่ต้องใช้สันติวิธีเป็นหนทางในการต่อสู้
- เข้าสู่การทดสอบยุทธศาสตร์ 2 ขา 2 แขน 5 เขตยุทธศาสตร์ และการจัดต้งองค์กรเพื่อปรับโครงสร้างการนำของ นปช.แดงทั้งแผ่นดินทีละก้าว
นี่จึงเป็นการปรับปรุงการนำและการจัดตั้งองค์กรที่ถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญยิ่งของฝ่ายประชาชน
สำหรับข้อเสียของระบอบอำมาตย์ที่ได้รับหลังการทำรัฐประหารและปราบปรามประชาชน
- เกียรติภูมิของสถาบันหลักๆ ทางการเมืองการปกครองเสื่อมทรุดอย่างไม่เคยมีมาก่อน
- นำ มาสู่การเสื่อมทรุดของระบอบอำมาตยาธิปไตยในทางความชอบธรรมและการครอบ งำสังคมไทยมาช้านาน เพราะถูกเปิดเผยในการใช้อำนาจนอกระบบแอบแฝงมาปล้นทำลายแย่งชิงอำนาจประชาชน ไป
- เปิดเผยความสามารถและความซื่อสัตย์ในการบริหารประเทศทั้งด้าน ประสิทธิภาพ ความจริงใจ ความซื่อสัตย์ ความโปร่งใส ว่า ความหมายของ “คนดี มีศีลธรรม”คือคนดีของใครกันแน่ “คนดีของแผ่นดิน”ใช่ คนดีของประชาชนหรือไม่
ถ้า เราทบทวนทั้งหมด แน่นอน ฝั่งระบอบอำมาตย์ได้อำนาจรัฐและพยายามรักษาอำนาจรัฐและผลประโยชน์ในมือให้ ได้แต่เสียความชอบธรรม และถูกกดดันจากประชาชนไทยและสังคมโลก จนต้องยอมให้ “ยุบสภา”เพราะไม่อาจทนอยู่ต่อไปได้
ฝ่ายประชาชน ถูกปล้นอำนาจ สิทธิ เสรีภาพไป ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน จนถึงขื้นถูกปราบปรามเข่นฆ่าจับกุมคุมขัง นี่เป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ แต่สิ่งที่ได้มาคือ ความชอบธรรมและการเติบโตของขบวนการประชาชน ที่กดดันให้ระบอบอำมาตยาธิปไตยต้องคืนอำนาจให้ประชาชนจนได้ แม้จะเป็นเพียงขั้นต้นย่างก้าวแรกๆก็ตาม ยังมิได้หมายความว่า ถ้ามีการเลือกตั้งเกิดขึ้นแล้ว จะเกิดระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงขึ้นมาได้หลังการเลือกตื้ง
ยังก่อน ยังมีอีกหลายตอน ที่เหล่าเครือข่ายระบอบอำมาตย์ไม่ยอมสูญเสียอำนาจการเมืองการปกครองและผล ประโยชน์ง่ายๆ ประชาชน จึงต้องยืนหยัดอุดมการณ์ การเมืองการปกครองระบอบประชาธิปไตย และความเป็นธรรมในสังคมไม่ว่าผลเลือกตั้งจะเป็นเช่นไร
เพื่อเป็นการ คารวะดวงวิญญาณวีรชนประชาธิปไตย ตั้งแต่อดีตจนถึง 1 ปีที่ผ่านมา ไม่ให้เขาเสียสละชีวิตโดยไม่คุ้มค่าสำหรับประเทศชาติประชาชนไทย พวกเราที่ยังทำงานได้จึงต้องสืบสานเจตนารมณ์สร้างความเข้มแข็งให้กับขบวนการ ประชาธิปไตยของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเข้มแข็งของ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน จะเป็นส่วนสำคัญในการชี้อนาคตการเมืองไทยว่าจะได้ระบอบประชาธิปไตยที่แท้ จริงหรือไม่
19พฤษภาโลกจารึกเสียงสาปแช่งเหี้ยสั่งฆ่ากระหึ่ม แดงอินเตอร์เอกฉันท์เลิก112ร้องเพื่อไทยชูนโยบาย
ที่มา Thai E-News
RED USAจัดทำคลิปนี้ขึ้นเพื่อสาปแช่งไอ้เหี้ยสั่งฆ่ากับอีห่าสั่งยิง ซึ่งจนบัดนี้ยังคงเป็นปริศนาว่าหมายถึงใคร..
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
19 พฤษภาคม 2554
คน เสื้อแดงร่วมรำลึก 1 ปีวีรชนพฤษภา 53 ที่แยกราชประสงค์ เป็นภาพช่วงเริ่มตั้งเวที เวลา17.00น.วันนี้ ภาพล่างพระสงฆ์สวดอุทิศส่วนกุศลให้วีรชนเสื้อแดง บนเวทีที่จำลองรูปแบบเมื่อ 19 พฤษภาคม2553 (ภาพ:AP)
คน ไทยในต่างประเทศทุกมุมโลก จากญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส อังกฤษ สวีเดน เยอรมนี ยุโรป และอเมริกาพากันจัดกิจกรรมร่วมรำลึกเหตุการณ์ครบรอบ 1 ปีการสลายการชุมนุม โดยหลายประเทศจัดขึ้นในวันนี้พร้อมกับคนเสื้อแดงในประเทศไทย ขณะที่อีกบางประเทศได้จัดขึ้นก่อน และหลังวันที่ 19 พฤษภาคม 2554 (ดูรายละเอียดข่าว)
โปสเตอร์เชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรมรำลึกวีรชนครบรอบ 1ปีที่ออสเตรเลีย และที่หอไอเฟล ฝรั่งเศส
นอก จากจัดกิจกรรมรำลึกแล้ว คนไทยในต่างประเทศ ยังได้ได้ตื่นตัวร่วมรณรงค์ให้ยกเลิกมาตรา 112 ปลดปล่อยนักโทษคดีทางความคิดที่ตกเป็นเหยื่อกฎหมายนี้ รวมถึงเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษการเมือง และให้ต่างประเทศเข้าร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้
แดงEUยื่นหนังสือประธานสภายุโรปสังเกตโกงเลือกตั้งไทย เพิ่มแรงบีบกดดันปล่อยนักโทษการเมือง
คณะ ผู้แทน UDD THAI OF EUROPE (เสื้อแดงสหภาพยุโรป) เข้ายื่นหนังสือเรียกร้องต่อนายเฮอร์มัน ฟาน รอมปุย ( Monsieur le President Herman Van Rompuy )ประธานสภายุโรป ( President du CONSEIL EUROPEEN ) ณ กรุงบรัสเซล ประเทศเบลเยี่ยม เรียกร้องให้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือแกนนำนปช. และแนวร่วมที่ถูกคุมขังละเมิดสิทธิมนุษยชน และเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้งในไทยที่กำลังจะมีขึ้น โดยระบุข้อเรียกร้องว่า
1.ให้ปล่อยตัวคุณจตุพร พรหมพันธ์ุ แกนนำนปช.แดงทั้งแผ่นดิน และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส พรรคเพื่อไทย กับคุณนิสิต สินธุไพร อดีต ส.ส.พรรคพลังประชาชนและแกนนำ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน พร้อมทั้งนักโทษทางการเมืองที่ถูกจองจำจากการออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย ทุกท่านให้ออกมาต่อสู้ทางคดี โดยเข้าสู่ขบวนการยุติธรรมที่เป็นมาตรฐานเดียวกันกับฝ่ายของผู้มีอำนาจ ไม่ใช่สองมาตรฐานอย่างที่เป็นอยู่
2.ให้ทางสภายุโรปเข้ามามีส่วนร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่3กรกฎาคมนี้ เนื่องจากพี่น้องคนไทยส่วนใหญ่เกิดความวิตกกังวลเรื่องการโกงคะแนนเลือกตั้ง และใช้วิชามารทุกวิถีทางรวมทั้งข่มขู่ สร้างความหวาดกลัวให้กับพี่น้องประชนผู้รักประชาธิปไตยที่สนับสนุนพรรคเพื่อ ไทยที่จะไม่ให้พรรคเพื่อไทยที่ได้รับเสียงข้างมาก ที่มีฝ่ายประชาธิปไตยสนับสนุนเข้ามาจัดตั้งรัฐบาลได้ ซึ่งได้เคยเกิดขึ้นมาเมื่อครั้งรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งได้รับเสียงข้างน้อยร่วมมือกับฝ่ายผู้ มีอำนาจในประเทศไทยกระทำมาแล้ว จึงทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งและความไม่สงบในประเทศไทย จนเป็นสาเหตุให้เกิดการออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ยุบสภา และนำพาไปสู่การสังหารโหดประชาชนผู้ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยกว่า 90 ชีวิต และบาดเจ็บอีกว่า2,000ราย ซึ่งล่วงเลยมาครบ1ปี ยังไม่สามารถหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้
หลังจากได้เข้ายื่น หนังสือผ่านเลขาประธานฯสภายุโรปแล้ว ท่านได้รับปากว่าจะรีบดำเนินการให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งสร้างความปิติยินดีกับคณะแดงอียูและผู้ที่ช่วยประสานงานทุกคน
แถลงการณ์คนเสื้อแดงในอังกฤษ (คนไทย UK)เนื่องในหนึ่งปีครบรอบการสังหารประชาชนที่ราชประสงค์
1. การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม ย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ ในบรรยากาศที่มีการขังหรือตั้งข้อกล่าวหากับแกนนำคนเสื้อแดงหรือปัญญาชนที่ คิดต่างจากอำมาตย์ และเกิดขึ้นไม่ได้ในเมื่อกติกาการเลือกตั้งไม่เป็นธรรมและ กกต. เป็นคนของผู้ที่เคยทำรัฐประหาร
ดังนั้น เราจึงเรียกร้องให้:
– ปล่อยนักโทษการเมืองทุกคนรวมถึง จตุพร พรหมพันธุ์ สมยศ พฤกษาเกษมสุข สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ดาตอร์ปิโด และ นักโทษการเมืองเสื้อแดงอื่นๆทุกคน
– ยกเลิกกฎหมายหมิ่นกระษัตริย์ 112, กฎหมายพรบ.คอมพิวเตอร์ และ กฎหมายเผด็จการว่าด้วยความมั่นคง พร้อมทั้งยกฟ้องผู้ที่ถูกกล่าวหาทั้งหมดอันเนื่องมาจากกฏหมายเผด็จการเหล่า นี้
– ยกเลิกการควบคุมสื่อโดยฝ่ายอำมาตย์ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือทหาร ยกเลิกการปราบปรามวิทยุชุมชนและยกเลิกการเซ็นเซอร์อินเตอร์เนต
2. ประชาธิปไตยเสรีในประเทศไทย สร้างไม่ได้ถ้าไม่มีการ:
– ลงโทษผู้ฆ่าประชาชนที่ผ่านฟ้า และราชประสงค์ ในปี พ.ศ.2553
– ปฏิรูปกองทัพ และระบบยุติธรรม อย่างถอนรากถอนโคน
– เดินหน้าสู่การสร้างรัฐสวัสดิการ ผ่านการเก็บภาษีก้าวหน้าจากคนรวย และ การสร้างความมั่นคงในการทำงานสำหรับประชาชน
ในส่วนนี้เราอยากให้พรรคเพื่อไทย รับข้อเรียกร้องดังกล่าวของเรา รวมถึงความสำคัญที่จะยกเลิกกฏหมาย 112
3. เราเรียกร้องให้ประชาชนไทย ลงคะแนนเสียงสนับสนุนพรรคเพื่อไทยในวันเลือกตั้ง และเราเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทยฟังเสียงของคนเสื้อแดงเพื่อนำมาพัฒนาเป็น นโยบาย ทั้งนี้เพื่อสร้างความสามัคคีในขบวนการประชาธิปไตย
4. ถ้าพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง แต่อำมาตย์สร้างอุปสรรคกับการตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย หรือเสนอให้ตั้งรัฐบาลแห่งชาติแทน คนเสื้อแดงต้องออกมาชุมนุมใหญ่เพื่อปกป้องประชาธิปไตย
(จากมติที่ประชุมคนไทย U.K. ที่ Oxford ๑๕ พ.ค. ๒๕๕๔ http://www.konthaiuk.info/ )
ฝรั่งเศสชูป้ายต้าน112ในนครปารีส
คน เสื้อแดงในปารีส ประเทศฝรั่งเศส ใช้โอกาสในการเข้าร่วมเดินขบวนในวันกรรมกรสากล จาก Republic to Nation.เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมาเรียกร้องประชาธิปไตย และเสนอให้ยกเลิกกฎหมายมาตรา 112 ในการจับกุมคุมขังปรปักษ์ทางการเมืองอย่างไร้ความยุติธรรม
นอกจาก นั้นได้กำหนดนัดหมายเสื้อแดงทั่วสหภาพยุโรป จัดกิจกรรม"รำลึก1ปีที่ราชประสงค์" ร่วมกับUDD THAI OF EUROPE (แดงอียู) ในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ ที่ หอไอเฟล กลางกรุงปารีส
ญี่ปุ่นจัดงานตาสว่างให้ยกเลิก112 ชูพงษ์โฟนอิน
RED IN JAPAN กลุ่มคนเสื้อแดงในประเทศญี่ปุ่น ได้จัดกิจกรรมขึ้นเป็นครั้งแรก ภายหลังจากที่ผ่านมาต้องเลื่อนจัดงาน เนื่องจากเกิดซึนามิ และพิบัติภัยขึ้นในญี่ปุ่นกลุ่ม
โดย กิจกรรมหนนี้ชื่องาน"ตาสว่างกลางญี่ปุ่น" เมื่อเร็วๆนี้ ประเด็นหลักคือการเรียกร้องให้ห้ยกเลิกกฎหมายม .112 ปลดปล่อยนักโทษการเมือง โดยอาจารย์ชูพงษ์ ถี่ถ้วน ได้ให้เกียรติโฟนอินร่วมงาน เพื่อสร้างความรู้ความกระจ่างแก่ชาวไทยในต่างแดน
กิจกรรมครั้งนี้ มีพี่น้องแดงญี่ปุ่นเดินทางมาร่วมงานจากหลายจังหวัด ทั่วประเทศ
ภาพบรรยากาศในงาน
สมาชิกใหม่ตาสว่างร่วมแสดงความคิดเห็น
เจ้าภาพงานกับ คนญี่ปุ่นที่มาร่วมให้กำลังใจ
Thai Red Sweden: กิจกรรมต่อต้านกฎหมายระบอบ "ราชาธิปไตย"112
เมื่อ เร็วๆนี้ Thai Red Sweden: ได้จัดกิจกรรมต่อต้านระบอบกฎหมายที่เป็นไปในทางสนับสนุน "ราชาธิปไตย" อย่างมาตรา112 โดยมีอาจารย์ใจ อึ๊งภากรณ์ เดินทางจากอังกฤษไปเป็นวิทยากรในงาน (ชมภาพชุด)
Thai Red Australia เรียกร้องประชาธิปไตยไทย ชูป้ายไม่เอา112ในซิดนีย์
ห้ามคิด ห้ามพูด ห้ามเขียน กฎหมายเผด็จการ มาตรา 112
โดย Thai Red Australia
1 พฤษภาคม 2554
พลัง ประชาธิปไตยไทยออสเตรเลีย หรือ THAI RED AUSTRALIA ได้เข้าร่วมเดินขบวนเนื่องในวันแรงงานสากล ที่จัดขึ้นโดยการร่วมมือขององค์กรต่างๆ โดยมีSocialist Alliance เป็นองค์กรกลาง และได้จัดกิจกรรมรำลึก 1 ปีราชประสงค์ขึ้นในวันที่ 19 พฤษภาคม พร้อมกับเสื้อแดงในประเทศไทยด้วย
โดย ในขบวนมีทั้งกลุ่มแรงงาน และกลุ่มผู้เรียกร้อง สิทธิเสรีภาพ รวมถึงชาติต่างๆที่ต่อสู้เพื่ออิสระภาพในประเทศต่างๆ อย่างเช่นลิเบีย ตูนีเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศซีเรีย ซึ่งกำลังมีข่าวการกวาดล้างประชาชนผู้เรียกร้องให้เปลี่ยนผู้นำ
โดย ทางพลังประชาธิปไตยไทยออสเตรเลีย ก็ได้ร่วมเดินขบวนเพื่อเรียกร้องให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย และเรียกร้องสิทธิต่างๆ อย่างเช่น NO MORE DICTATORSHIP IN THAILAND, MAKE PEACE NOT WAR(กรณี เขมรและไทย) STOP DOUBLE STANDARD, THAILAND NEEDS DEMOCRACY, BRING 91 THAI PP MURDERER TO JUSTICE NOW, FREE SPEECH IS A CRIME IN THAILAND และสุดท้ายคือป้ายการรณรงค์ การยกเลิกม.112ในประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นกฏหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนว่าด้วยเสรีทางการแสดงออกทางการ พูด
ปฏิญญาสมัชชาประชาชนเสื้อแดงในอเมริกา:เจตนารมณ์และข้อเรียกร้องประชาธิปไตยแท้จริง เร่งยกเลิก#112
RED USAจัดทำคลิปนี้ขึ้นเพื่อสาปแช่งไอ้เหี้ยสั่งฆ่ากับอีห่าสั่งยิง ซึ่งจนบัดนี้ยังคงเป็นปริศนาว่าหมายถึงใคร..
สมัชชา ประชาชนเสื้อแดงไทยในอเมริกา แถลงว่า คนเสื้อแดงในอเมริกาทุกกลุ่มผนึกพลังร่วมประชุมในลักษณะสมัชชาประชาชนเมื่อ เร็วๆนี้ ณ โรงแรม Double Tree Hotel เมือง Commerce ในนครลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ประชุมมีมติให้ประกาศเจตนารมณ์ 7 ประการ และข้อเรียกร้อง 5 ข้อ
การประชุมมีคนเสื้แปแดงจากหลายรัฐส่งตัวแทน เข้าร่วม ส่วนรัฐที่เดินทางมาไม่ได้ด้วยตัวเอง ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านอินเตอร์เนตด้วยการ skype
บรรยากาศที่ประชุมสมัชชาฯ
เสรีภาพในการแสดงออก
บรรยากาศการอภิปราย
การ ประชุมเริ่มต้นด้วยตัวแทนสมาชิกในที่ประชุมกว่า 150 ท่านร่วมกันเปล่งเสียงอย่างกึกก้องส่งกำลังใจข้ามขอบฟ้ามายัง อาจารย์ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ว่า "อาจารย์สมศักดิ์ สู้ สู้ - อาจารย์สมศักดิ์ สู้ สู้ - อาจารย์สมศักดิ์ สู้ สู้"
จากนั้นประธาน ในที่ประชุมได้แจ้งให้ที่ประชุมได้ทราบว่า การผนึกพลังของคนเสื้อแดงในสหรัฐอเมริกาทุกกลุ่มที่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุมในขณะที่ประเทศไทยอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปรกติ สัมผัสได้จากสัญญาณต่างๆ ที่ส่งออกมาข่มขู่คุกคาม ประชาชนและคนเสื้อแดงในหลายรูปแบบ
การประชุมใช้เวลา 6 ชั่วโมงตั้งแต่เวลา 14.00 น.ถึง 20.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นในมหานครลอสแองเจลีส จึงมีมติร่วมกันดังที่บันทึกไว้ ณ ที่นี้คือ
ก.เจตนารมณ์พลังมวลชนคนเสื้อแดงทุกกลุ่มในสหรัฐอเมริกา
1. ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ที่อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน นั่นคือการปกครองเป็นของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน
2. ประชาชนคือเจ้าของประเทศและเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย เป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยในการขับเคลื่อนประเทศผ่านฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ
ประชาชนเป็นผู้คัดเลือกตัวแทนไปเป็นฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ ด้วยขบวนการและวิธีการของการเลือกตั้ง
ผู้ที่ประชาชนคัดเลือกเป็นตัวแทนไปเป็นผู้รับผิดชอบในการขับเคลื่อนประเทศ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ หรือตุลาการจะต้องให้สัตย์ปฎิญาณต่อประชาชนก่อนเข้ารับตำแหน่งว่า จะทำงานรับใช้ประชาชนสุดความสามารถตามหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ยุติธรรมโดยปราศจากการทุจริตและคดโกงใดๆ
ประชาชน มีอำนาจในการปลด ถอดถอน ไล่ออก ตัวแทนที่เลือกเข้าไปทำงานขับเคลื่อนประเทศตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หากปฎิบัติตนไม่เป็นไปตามที่ให้สัตย์ปฎิญาณไว้กับประชาชน
3.รัฐธรรมนูญคือกฏหมายสูงสุดในการปกครองประเทศต้องร่างขึ้น และบัญญัติไว้เพื่อประโยชน์สุขของคนไทยทุกหมู่เหล่าอย่างเท่าเทียมกัน เมื่อเสียงข้างมากในสภา (หรือรัฐสภา) ผู้แทนราษฏรเห็นด้วยกับสาระและบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้น ให้ประกาศและนำมาใช้เป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศได้เลย
รัฐธรรมนูญที่ประกาศใช้ต้องไม่มีบทบัญญัติที่ว่าด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามมาตรา 8 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2550และมาตรา 112 ตามประมวลกฎหมายอาญา
หากต้องนำเอารัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งที่มีอยู่แล้วมาปรับใช้ใหม่ บทบัญญัติที่ว่าด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
ไม่ว่าจะอยู่ในมาตราใดต้องลบล้างและยกเลิกไปเช่นเดียวกัน
4. รัฐบาลคือตัวแทนเสียงข้างมากที่ประชาชนเลือกให้เป็นผู้บริหารประเทศ จึงได้รับมอบฉันทานุมัติในการนำอำนาจอธิปไตยของประชาชนไปบริหารขับเคลื่อนประเทศให้พัฒนา ทำให้ประชาชนเป็นสุข
นายกรัฐมนตรีคือผู้มีอำนาจสูงสุดในการบริหารประเทศ ทั้งนี้ผู้ที่สิทธิในการดำรงตำแหน่งสูงสุดในฐานะนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยต้องเป็นคนไทยและมีสัญชาติไทยโดยกำเนิดเท่านั้น
การแต่งตั้งรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีเท่านั้น โดย ไม่ต้องขอความเห็นชอบ หรือรอการอนุมัติจากผู้อื่นใดอีก เนื่องจากไม่มีอำนาจใดที่สูงกว่าอำนาจของนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายบริหารของประเทศ
ทั้งนี้รวมถึงการปรับเปลี่ยนโยกย้ายบุคคลในคณะรัฐมนตรีเป็นอำนาจสิทธ์ขาดของนายกรัฐมนตรีเท่านั้น โดยไม่ต้องเสนอหรือรอความเห็นชอบจากผู้อิ่นใดเฉกเช่นเดียวกัน
ผู้ใดบังอาจล้มล้างรัฐบาลที่ประชาชนเลือก เท่ากับล้มล้างอำนาจอธิปไตยของปวงชน มีโทษสถานเดียวให้ประหารชีวิต
การสิ้นสุดวาระของรัฐบาลให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ
5. สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (และสมาชิกวุฒิสภาหากจำเป็นต้องมี)ต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชนเท่านั้น
การ เปิดประชุมสภา (รัฐสภา) ผู้แทนราษฏรเพื่อให้รัฐบาลแถลงนโยบายในการบริหารประเทศ ตลอดจนโครงการและแผนปฎิบัติงานของรัฐบาล ก่อนนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อความเจริญของประเทศ และความผาสุขของประชาชนไทย เป็นอำนาจของประธานสภา (รัฐสภา)ผู้แทนราษฏรตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนอื่นใดอีก
เช่น เดียวกันกับการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฏรทั้งสมัยสามัญ และสมัยวิสามัญ ให้อยู่ในอำนาจของประธานสภาผู้แทนราษฏร โดยไม่ต้องรอหรือผ่านขั้นตอนอื่นใด
6. ทหาร ทหารเป็นเพียงหน่วยงานหนึ่งในระบบการบริหารประเทศ มีหน้าที่ปกป้องประเทศและปฎิบัติตามคำสั่งของรัฐบาล เฉกเช่นหน่วยงานอื่นๆ ทหารมิได้มีอำนาจเหนือรัฐบาลหรือหน่วยงานใด
การตัดสินว่าอะไรคือความ มั่นคงของประเทศ หรืออะไรคือความไม่มั่นคง เป็นอำนาจและหน้าที่ของรัฐบาลเท่านั้น ไม่ใช่หน้าที่ของทหาร หน้าที่ของทหารคือปฎิบัติตามคำสั่งของรัฐบาล รัฐบาลมีอำนาจสิทธิ์ขาดในการแต่งตั้งโยกย้าย ปลด ถอดถอน หรือไล่ออกทหารทุกระดับชั้น ที่ไม่ปฎิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง โดยไม่ต้องรอหรือขอความเห็นชอบจากผู้ใด
7. ลูกจ้าง พนักงาน หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ คือผู้ที่อาสาเข้าไปทำงานกับรัฐบาลของประชาชน การเรียก ลูกจ้าง พนักงาน หรือเจ้าหน้าที่รัฐด้วยถ้อยคำอื่น คือการบ่งชี้ว่าประเทศไทยไม่ได้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย
เพราะในระบอบประชาธิปไตยผู้ที่อาสาเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในองค์กรของรัฐ คือผู้อาสาเข้าไปรับใช้ประชาชน มิใช่รับใช้ผู้อื่น
ประชาชนไทยทุกคนต้องได้รับโอกาสและสิทธิอย่างเท่าเทียมกัน ในการเสนอตัวเข้าแข่งขันและคัดเลือกเพื่อทำงานเป็น
ลูกจ้าง พนักงาน หรือเจ้าหน้าที่รัฐ
การ โยกย้าย ถอดถอน ไล่ออก หรือปรับเปลี่ยนสถานะของเจ้าที่รัฐชั้นผู้ใหญ่ระดับปลัดกระทรวงลงมาถึงระดับ อธิบดีเป็นอำนาจสิทธิขาดของฝ่ายบริหาร
ส่วนการปรับย้าย ถอดถอน ไล่ออก ปรับเปลี่ยนหรือเลื่อนตำแหน่งของลูกจ้าง พนักงาน หรือเจ้าหน้าที่รัฐที่อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าระดับอธิบดีลงมา ให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายลูก หรือตามข้อกำหนดของกฎกระทรวง แล้วแต่กรณี
ให้ยกเลิกกฎระเบียบว่าด้วยการปกครองส่วนภูมิภาค และให้กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น โดยจัดให้มีการเลือกตั้ง
เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสเลือกผู้มีความรู้ความสามารถด้วยตนเอง มาบริหารงานส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นในทุกระดับชั้น
ข.เจตจำนงแห่งข้อเรียกร้อง
อนึ่ง ในขณะที่ประเทศไทยในปัจจุบันยังปกครองด้วยระบอบเผด็จการซ่อนรูป โดยใช้คำว่าประชาธิปไตยบังหน้า เราขอเรียกร้องผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในประเทศไทย และขอป่าวประกาศให้นานาประเทศได้รับรู้ถึงข้อเรียกร้องของเราดังนี้คือ
1. ให้ยกเลิก
กฎหมายมาตรา 8 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ.2550 และมาตรา 112 ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา
ที่ ทุกรัฐบาลนำมาใช้เป็นข้ออ้างเพื่อปิดปาก จับกุม คุมขังประชาชน และนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามที่เรียกร้องประชาธิปไตยและความเป็นธรรมในสังคม ด้วยเจตนาบริสุทธิ์
2. ให้ปลดปล่อย นักโทษการเมืองทุกคน โดยปราศจากเงื่อนไข และยุติการไล่ล่า ยัดเยียดข้อหานานาประการกับประชาชนและนักการเมือง ผู้มีความคิดเห็นแตกต่างไปจากรัฐบาลและอำมาตย์
3. ให้ยุติ การกระทำอันเป็นสองมาตรฐานที่ฝ่ายรัฐบาลและอำมาตย์ ร่วมมือกันเป็นขบวนการโดยใช้ฝ่ายตุลาการและองค์กรอิสระเป็นเครื่องมือและ กลไกในการปราบปราม เข่นฆ่า และทำลายล้างประชาชนและนักการเมืองฝ่ายตรงข้าม เพื่อให้ตนได้คงอยู่ในอำนาจ เพื่อกอบโกย พล่าผลาญทรัพยากรของประเทศต่อไป
4.ให้มีการเลือกตั้ง อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม เพื่อให้ได้ตัวแทนที่แท้จริงของประชาชนมาบริหารประเทศ ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการนองเลือดและการพังพินาศของประเทศไทย เพราะความอดทนของประชาชนที่ถูกกลั่นแกล้งคดโกงมาโดยตลอดได้เดินทางมาถึงจุด แตกหักแล้ว สงครามประชาชนคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากอำนาจอธิปไตยของประชาชน
ในการเลือกตัวแทนของตนต้องถูกบดขยี่ คดโกงโดยฝ่ายปกครองและอำมาตย์อีกครั้ง
ในกรณีการเลือกตั้งล่วงหน้าต้องนับคะแนนทันที ณ หน่วยเลือกตั้ง หลังจากเวลาที่กำหนดให้ลงคะแนนได้สิ้นสุดลง
ใน กรณีการเลือกตั้งนอกประเทศต้องนับคะแนนทันที ณ หน่วยเลือกตั้ง ณ สถานกงสุล ณ สถานฑูตหรือ ณ สถานเอกอัครราชฑูตแล้วแต่กรณี หลังจากได้รับบัตรลงคะแนนแล้ว และให้ประกาศผลการนับคะแนนให้คนไทยที่พำนักอยู่นอกประเทศ
ให้รับรู้โดยทั่วกันก่อนส่งผลการลงคะแนนเลือกตั้งนอกประเทศกลับสู่ประเทศไทย
5. ให้ลงโทษ ผู้บงการ ผู้สั่งการ ผู้ปฎิบัติการ ตลอดจน ผู้ร่วมขบวนการทุกระดับชั้น ในการปราบปรามเข่นฆ่าประชาชนอย่างเหี้ยมโหด ระหว่างวันที่ 10 เมษายน 2553 ถึงวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ซึ่งก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิตกว่า 90 ศพและบาดเจ็บกว่า 2,000 คน
ผู้เกี่ยวข้องในการเข่นฆ่าปราบปราม ประชาชนมือเปล่า ที่เรียกร้องประชาธิปไตยและความเป็นธรรมต้องถูกนำตัวมาพิจารณาลงทัณฑ์ให้สา สมกับความผิด โดยไม่มีการยกเว้นไม่ว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องในการสังหารประชาชนจะยิ่งใหญ่เพียงใด
และ ขอเรียกร้องให้รื้อฟื้นเหตุการณ์เข่นฆ่าประชาชนในอดีต ตั้งแต่ 14 ตุลาคม 2516 จนถึงเหตุการณ์สงกรานต์เลือดในปี 2552 มาพิจารณาไต่สวน และลงโทษทัณฑ์ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดเฉกเช่นกัน
ทั้งนี้ความ ผิดที่รัฐเป็นต้นเหตุให้เกิดการเข่นฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ ที่เรียกร้องความเป็นธรรม ไม่ว่าในกรณีใดๆ ให้ถือเป็นคดีที่ไม่มีอายุความ
จากอดีตจนถึงปัจจุบัน นักศึกษาและประชาชน ได้ถูกปราบปรามเข๋นฆ่า เสียชีวิต บาดเจ็บและสูญหายไปเป็นจำนวนมาก
แต่ผู้บงการและผู้ร่วมขบวนการในการพล่าผลาญชีวิตประชาชนยังคงลอยหน้าเสวยสุข เหยียบย่ำ ประชาชนตลอดมา
********
รายชื่อวีรชนคนเสื้อแดงที่เสียชีวิตเพราะใบอนุญาตฆ่าโดยรัฐบาลอภิสิทธิ์ระหว่าง 10 เม.ย.-19 พ.ค. 2553
ที่มา Thai E-News
BBC เสนอรายงานข่าวครบ 1 ปี 19 พฤษภา 53 ในคลิปนี้จะเห็นผู้ชุมนุมถูกยิงร่วงต่อหน้าต่อตาสหายของเขา ส่วนคลิปด้านล่าง RED USAจัดทำเพื่อสาปแช่งไอ้เหี้ยสั่งฆ่ากับอีห่าสั่งยิง ซึ่งจนบัดนี้ยังคงเป็นปริศนาว่าหมายถึงใคร..
โดยทีมข่าวไทยอีนิวส์19 พฤษภาคม 2554
ทีม ข่าวไทยอีนิวส์ พยายามรวมรวมรายชื่อของผู้เสียชีวิตในการปราบปรามประชาชนระหว่างเดือนเมษายน - พฤษภาคม 2553 มานำอีกครั้งหนึ่ง เพื่อร่วมเตือนความจำถึงการปราบปรามประชาชนกลางท้องถนนท่ามกลางสายตาสื่อ นานาชาติและประชาชนชาวไทยจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์
พร้อมกับขอ ร่วมแสดงความเสียใจอีกครั้งหนึ่งกับครอบครัวผู้สูญเสียทุกคน ที่ได้พยายามทวงถามความยุติธรรมและการชดเชยการสูญเสียครั้งนี้จากรัฐบาลมา ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา โดยที่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทั้งสิ้น
รายชื่อผู้เสียชีวิตจากการปะทะที่สี่แยกคอกวัว ณ วันที่ 10 เมษายน 2553
พลเรือน
1. นาย สวาท วงงาม, 43 ถูกยิงศีรษะด้านบนข้างขวาทะลุขมับซ้าย
2. นาย ธวัฒนะชัย กลัดสุข, 36 ถูกยิงอกซ้าย ทะลุหลัง
3.นาย ทศชัย เมฆงามฟ้า อายุ 44 ปี ถูกยิงอกซ้าย ทะลุหลัง
4. นายจรูญ ฉายแม้น, 46 ถูกยิงอกขวากระสุนฝังใน
5. นายวสันต์ ภู่ทอง, 39 ถูกยิงศีรษะด้านหลัง ทะลุด้านหน้า
6. นายสยาม วัฒนนุกุล, 53 ถูกยิงอก ทะลุหลัง
7. นายมนต์ชัย แซ่จอง, 54 ระบบหายใจล้มเหลวจากโรคถุงลมโป่งพอง เสียชีวิตที่รพ.
8. นายอำพน ตติยรัตน์, 26 ถูกยิงศีรษะด้านหลัง ทะลุด้านหน้า
9.นาย ยุทธนา ทองเจริญพูลพร อายุ 23 ปี ถูกยิงศีรษะด้านหลัง ทะลุด้านหน้า
10. นายไพรศล ทิพย์ลม, 37 ถูกยิงศีรษะด้านหน้า ทะลุท้ายทอย เสียชีวิตที่ รพ.
11. นาย เกรียงไกร ทาน้อย, 24 ถูกยิงสะโพก กระสุนฝังในช่องท้อง เสียชีวิตที่รพ.
12. นาย คะนึง ฉัตรเท, 50 ถูกยิงอกขวา กระสุนฝังใน
13. นายนภพล เผ่าพนัส,30 ถูกยิงที่ท้อง เสียชีวิตที่ รพ.
14. นายสมิง แตงเพชร, 49 ถูกยิงศีรษะ เสียชีวิตที่รพ.
15. นาย สมศักดิ์ แก้วสาน, 34 ถูกยิงหลัง ทะลุอกซ้าย เสียชีวิตที่รพ.
16. นาย บุญธรรม ทองผุย, 40 ถูกยิงหน้าผากซ้ายทะลุศีรษะด้านหลังส่วนบน
17.นาย เทิดศักดิ์ ฟุ้งกลิ่นจันทร์, 29 แผลที่หน้าอกซ้าย เสียชีวิตที่รพ.
18. ชายไม่ทราบชื่อ อายุ 40-50 บาดแผลเข้าสะโพกขวาตัดเส้นเลือดแดงใหญ่ที่ขาหนีบ เสียชีวิตที่รพ.
19. นาย มานะ อาจราญ, 23 ถูกยิงศีรษะ ด้านหลังทะลุหน้า
20. นายอนันต์ สิริกุลวานณิชย์, 54 ถูกยิงเสียชีวิต
นักข่าวต่างชาติ
21. Mr. Hiroyuki Muramoto อายุ 43 ปี ถูกยิงอกซ้าย เสียชีวิตก่อนถึง รพ. (ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์)
ทหาร
22. พ.อ. ร่มเกล้า ธุวธรรม อายุ 43 ปี ท้ายทอยขวาฉีกขาดน่อง 2ข้างฉีกขาด เสียชีวิตที่รพ.
23. พลฯ สิงหา อ่อนทรง อกซ้ายและด้านหน้าต้นขาซ้ายฉีกขาด
24. พลฯอนุพงศ์ หอมมาลี อายุ 22 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่ศีรษะ เสียชีวิตที่รพ.
25. พลฯ ภูริวัฒน์ ประพันธ์ อายุ 25 ปี แผลเปิดกะโหลกท้ายทอย
26. พลฯ อนุพงษ์ เมืองร าพัน อายุ 21 ปี ทรวงอกฟกช ้า น่อง 2 ข้างฉีกขาด รายชื่อผู้เสียชีวิตจากการปะทะที่ถนนสีลม ณ วันที่ 22 เมษายน 2553
27. นางธันยนันท์ แถบทอง อายุ 50 ปี ถูกสะเก็ดระเบิด เสียชีวิตถนนสีลม
รายชื่อผู้เสียชีวิตที่แยกศาลาแดง วันที่ 13 พฤษภาคม2553
28.พล.ต.ดร.ขัตติยะ สวัสดิผล อายุ 58 ปี ถูกยิงที่บริเวณศีรษะ เสียชีวิตที่รพ.
29. นายชาติชาย ชาเหลา อายุ 25 ปี มีแผลเปิดบริเวณท้ายทอย เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ
รายชื่อผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามตั้งแต่วันที่ 14 - 19 พฤษภาคม 2553
30. นายปิยะพงษ์ กิติวงค์, 32 ถูกยิง เสียชีวิตที่สวนลุมพินี
31. นายประจวบ ศิลาพันธ์ ถูกยิง เสียชีวิตที่สวนลุมพินี
32. นายสมศักดิ์ ศิลารักษ์ ถูกยิง เสียชีวิตที่ศาลาแดง
33. นายอินทร์แปลง เทศวงศ์, 32 เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ
34. นายเสน่ห์ นิลเหลือง, 48 เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ
35. นายชัยยันต์ วรรณจักร, 20 เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ
36. นายบุญทิ้ง ปานศิลา, 25 ถูกยิงที่คอ เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ (อาสาสมัครวชิระฯ)
37. นายมนูญ ท่าลาด เสียชีวิตที่ซอยหมอเหล็ง
38. นายพัน คำกลอง, 43 ถูกยิงหน้าอกซ้าย เสียชีวิตที่ซอยหมอเหล็ง
39. นายกิติพันธ์ ขันทอง, 26 แผลที่ชายโครง เสียชีวิตที่รพ.
40. นายสรไกร ศรีเมืองปุน, 34 แผลที่ศีรษะ เสียชีวิตก่อนถึงรพ.
41. นายชาญณรงค์ พลอยศรีลา, 32 ถูกยิงหน้าท้องและแขน เสียชีวิตที่ราชปรารภ
42. นายทิพเนตร เจียมพล, 32 แผลที่ศีรษะ เสียชีวิตก่อนถึง รพ.
43. นายสุภชีพ จุลทัศน์, 36 แผลที่ศีรษะ เสียชีวิตก่อนถึง รพ.
44. นายวารินทร์ วงศ์สนิท, 28 แผลที่หน้าอกขวา เสียชีวิตก่อนถึง รพ.
45. นายมานะ แสนประเสริฐศรี, 22 แผลถูกยิงที่ศีรษะ เสียชีวิตก่อนถึง รพ.(อาสาสมัครปอเต็กตึ๊ง)
46. นางสาวสันธนา สรรพศรี, 32 ถูกกระสุนเข้าท้องและแขน เสียชีวิตที่ซอยหมอเหล็ง
47. นายธันวา วงศ์ศิริ, 26 แผลที่ศีรษะ เสียชีวิตก่อนถึงรพ.
48. นายอำพล ชื่นสี, 25 เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ
49. นายสมพันธ์ ศรีเทพ, 17 ถูกยิงที่ศีรษะ เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ
50. นายอุทัย อรอินทร์, 35 เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ 51. นายพรสวรรค์ นาคะไชย, 23 ถูกยิงหลายตำาแหน่ง เสียชีวิตที่รพ.
52. นายเกรียงไกร เลื่อนไธสง, 25 ถูกยิงที่ศีรษะ เสียชีวิตที่รพ.
53. นายประจวบ ประจวบสุข, 42 เสียชีวิตที่เจริญกรุงประชารักษ์
54. นายเกียรติคุณ ฉัตรวีระสกุล, 25 ถูกยิงที่หน้าอกซ้าย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
55. นายวงศกร แปลงศรี, 40 ถูกยิงที่หน้าอก เลือดออกในช่องอก เสียชีวิตที่รพ.
56. นายสมชาย พระสุวรรณ,43 ถูกยิงที่ศีรษะ เสียชีวิตที่รพ.
57. นายสุพรรณ ทุมทอง, 49 เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ
58. นายเฉลียว ดีรื่นรัมย์, 27 ถูกยิงใต้ราวนมขวา เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ
59. นายสุพจน์ ยะทิมา, 37 เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ
60. นานธนากร ปิยะผลดิเรก , 50 เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ
61. นายสมพาน หลวงชม, 35 ถูกยิงที่ท้อง เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ
62. นายมูฮัมหมัด อารี(ออง ละวิน ชาวพม่า), 40 มีแผลที่หน้าอกทะลุหลัง เสียชีวิตจุดเกิดเหตุ
63. นายธนโชติ ชุ่มเย็น, 34 บาดแผลกระสุนปืนทะลุไตซ้ายและเส้นเลือดใหญ่ เสียชีวิตจุดเกิดเหตุ
64. นายถวิล คำมูล ,38 มีแผลที่ศีรษะ เสียชีวิตก่อนถึง รพ.
65. นายปรัชญา แซ่โค้ว , 21 ปี บาดแผลกระสุนปืนทำลายตับ เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ
66. นายนรินทร์ ศรีชมภู บาดแผลกระสุนปืนทำลายสมอง เสียชีวิตที่รพ.
67. น.ส.วาสินี เทพปาน เสียชีวิตก่อนถึง รพ.
68. นายเยื้อน โพธิ์ทองคำ, 60 แผลที่ก้น เสียชีวิต 21 พค.53
69. นายกิตติพงษ์ สมสุข, 20 ไฟใหม้ตึกเซ็นทรัลเวิร์ล พบศพวันที่ 21 พค.2553
70. นายสมัย ทัดแก้ว, 36 71. นายรพ สุขสถิตย์
72. ชายไม่ทราบชื่อ โดนยิงขาหนีบ เสียชีวิตที่ราชปรารภ
73. ชายไม่ทราบชื่อ อายุ 14 ปี ถูกกระสุนเข้าท้องและแขน เสียชีวิตที่ซอยหมอเหล็ง
74. ชายไม่ทราบชื่อ อายุ 26 ปี เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ
75. หญิงไม่ทราบชื่อ ถูกยิง เสียชีวิตก่อนถึง รพ.
76. ชายไม่ทราบชื่อ มีแผลที่ศีรษะ เสียชีวิตก่อนถึง รพ.
77. ชายไม่ทราบชื่อ เลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นนอก สมองช ้า จากการถูกระแทก เสียชีวิตก่อนถึง รพ.
78. นายทรงศักดิ์ ศรีหนองบัว, 33 จ. ขอนแก่น แผลที่หน้าอก
79. นายเพลิน วงษ์มา, 40 จ. อุดรธานี เสียชีวิตที่รพ.20 พค.53
นักข่าวต่างประเทศ
80. MR.Polenchi Fadio ( นักข่าวชาวอิตาลี ) อายุ 48 ปี ถูกยิงที่หน้าอก เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ
ทหาร
81. พลทหารณรงค์ฤทธิ สาระ เสียชีวิต จุดเกิดเหตุ (เสียชีวิตจากการปะทะที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ วันที่ 28 เมษายน 2553)
82. สต.อ.กานต์ณุพัฒน์ เลิศจันเพ็ญ อายุ 38 ปี มีบาดแผลกระสุนปืน เสียชีวิตจุดเกิดเหตุ (คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงหน้าธนาคารกรุงไทย ถนนสีลม วันที่ 7 พฤษภาคม 2553)
83. จ.ส.ต.วิทยา พรมสารี อายุ 35 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณหน้าอกด้านขวา เสียชีวิตที่รพ. (จากการปะทะที่ประตู 4 สวนลุมพินี วันที่ 8 พฤษภาคม2553)
84. จ.ส.อ.พงศ์ชลิต ทิพยานนทกาญจน์ อายุ 31 ปี ถูกยิงที่ศีรษะ เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ
85. ส.อ. อนุสิทธิ์ จันทร์แสนตอ อายุ 44 ปี เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ
รายชื่อผู้เสียชีวิต 6 คนที่วัดปทุม วันที่ 19 พฤษภาคม 2553
86. นายวิชัย มั่นแพ อายุ 28 ปี
87. นายอัฐชัย ชุมจันทร์ อายุ 61 ปี
88. นายมงคล เข็มทอง อายุ 36 ปี
89. นายสุกัน ศรีรักษา อายุ 31 ปี
90. นายอัครเดช ขันแก้ว อายุ 22 ปี
91. น.ส.กมนเกด อัคฮาด อายุ 25 ปี
อนึ่ง ศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมกรณี เม.ย.-พ.ค.53 (ศปช.) เปิดเผยรายงานเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2554 ว่ามีผู้เสียชีวิต 93 คน โดยเป็นผู้เสียชีวิตที่ต่างจังหวัดเพิ่มมาอีก 2 คน (ดูเพิ่มเติมศปช.แถลง 1 ปีความรุนแรง พ.ร.ก.ฉุกเฉินต้นเหตุ ยอดคนตายเพิ่มเป็น 93 ยังถูกขัง 133 คน)
ผล ตรวจ 6 ศพวัดปทุมวนาราม ถูกระดมยิงด้วยกระสุนขนาด 5.56 ม.ม. ที่ใช้กับปืนเอ็ม 16 หรือทาโวร์ เผยน้องเกด (กมนเกต อักฮาด) โดนเข้าไป 10 นัด รายงานข่าวเปิดเผยว่า สถาบันนิติเวชวิทยา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พ.ต.อ.น.พ.พรชัย สุธีรคุณ รอง.ผบก.นต. ได้ส่งรายงานผลการชันสูตรพลิกศพของผู้เสียชีวิตภายในวัดปทุมวนาราม จำนวน 6 ศพ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ให้พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน โดย ระบุผลการชันสูตรว่า ศพที่ 1 ผู้ตายชื่อ นายวิชัย มั่นแพ อายุ 61 ปี โดยระบุผู้ตายมีบาดแผลบริเวณผิวหนังทะลุบริเวณต้นแขนขวาด้านนอก บาดแผลผิวหนังทะลุต้นแขนขวา และบาดแผลบริเวณทรวงอกด้านขวา สันนิษฐานว่ากระสุนทะลุปอดขวา กะบังลม ตับ ไตขวา ขั้วยึด ลำไส้ พบเศษทองแดง 2 ชิ้น บริเวณขั้นยึดลำไส้ ทิศทางจากขวาไปซ้าย หน้าไปหลัง และบนลงล่าง ความเห็นเพิ่มเติม ถูกยิง 1 นัด ระยะเกินมือเอื้อม สาเหตุการตาย กระสุนทำลายปอดตับ
ศพที่ 2 นายอัฐชัย ชุมจันทร์ อายุ 28 ปี มีบาดแผลผิวหนังทะลุบริเวณหลังด้านซ้าย บาด แผลผิวหนังทะลุบริเวณทรวงอกด้านซ้ายส่วนบน กระสุนตัดกระดูกซี่โครงด้านซ้ายซี่ที่ 3 ทะลุปอดซ้าย ทิศทางจากหลังไปหน้าแนวตรง ความเห็นเพิ่มเติม ถูกยิง 1 นัด ระยะเกินมือเอื้อม สาเหตุการตาย กระสุนทำลายปอด
ศพที่ 3 นายมงคล เข็มทอง อายุ 36 ปี พบบาดแผลฉีกขาดตื้นๆ รูวงกลมบริเวณต้นแขนซ้าย 2 แห่ง พบบาดแผลผิวหนังทะลุบริเวณทรวงอกด้านซ้าย กระสุนตัดกระดูกซี่โครงด้านหน้าซี่ที่ 2-3 กระดูกกลางอก ทะลุปอดซ้าย หัว ใจ ปอดขวา กะบังลม ตับ พบเศษทองแดงในเสื้อ เศษตะกั่วเล็กๆ ในหัวใจและปอด ทิศทางจากซ้ายไปขวา หน้าไปหลัง และบนลงล่าง สาเหตุการตาย กระสุนทำลายหัวใจ ปอด ตับ
- ถูกยิงที่หัว-หน้าทะลุหัวใจ
ศพที่ 4 นายสุกัน ศรีรักษา อายุ 31 ปี มีบาด แผลทะลุผิวหนังถึง 9 แห่ง โดยบาดแผลที่ 1 กระสุนทะลุซี่โครงซี่ที่ 2 ด้านซ้าย ทะลุปอดซ้าย ทะลุเยื่อหุ้มหัวใจ และกล้ามเนื้อหัวใจฉีกขาด พบโลหะคล้ายหัวกระสุนปืนหุ้มทองแดง 1 ชิ้น ค้างอยู่ที่เนื้อชายโครงด้านขวา ไม่ทะลุออกทิศ ทางจากซ้ายไปขวา บนลงล่าง หลังไปหน้าเล็กน้อย สาเหตุการตาย ปอดคั่งเลือดทั่วไป กล้ามเนื้อหัวใจฉีกขาด ตับคั่งเลือด เสียโลหิตเป็นจำนวนมาก
ศพที่ 5 นายอัครเดช ขันแก้ว อายุ 22 ปี ตรวจพบบาดแผลทะลุผิวหนังจำนวน 7 แห่ง พบรอยช้ำใต้หนังศีรษะบริเวณท้ายทอยด้านซ้าย สมองพบเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นนอก กระ สุนทะลุกระดูกกรามด้านขวาหัก กระดูกโหนกแก้มขวาแตก พบเศษตะกั่วในช่องปากและฐานกะโหลกศีรษะ และพบเศษตะกั่วบริเวณกระดูกก้นกบ สาเหตุการตายถูกยิง 2 นัด ระยะเกินมือเอื้อม เลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นนอก เนื้อสมองช้ำ จากการถูกแรงกระแทก (กระสุนทะลุช่องปาก)
- "น้องเกด"ถูกรุมยิงโหด 10 นัด
ส่วน ศพที่ 6 เป็นหญิงชื่อ น.ส.กมนเกด อัคฮาด อายุ 25 ปี พบว่ามีบาดแผลถูกยิงทะลุผิวหนังมากถึง 10 แห่ง โดยบาดแผลที่ 1 กระ สุนถูกเข้าที่หลังผ่านขึ้นด้านบนผ่านแนวลำคอหลังทะลุผ่านกะโหลกศีรษะซีกซ้าย ทะลุสมองน้อยและสมองใหญ่ พบชิ้นส่วนโลหะคล้ายหัวกระสุนหุ้มทองแดง 1 ชิ้น ค้างที่กะโหลกด้านขวา ทิศทางจากล่างขึ้นบน หลังไปหน้า ขวาไปซ้ายเล็กน้อย ลักษณะหมอบลงกับพื้น หน้าหันลงพื้นดิน บาดแผลที่ 2-4 ถูกยิงเข้าบริเวณอก บาดแผลที่ 5-10 ถูกยิงบริเวณแขนและขา ลักษณะถูกระดมยิง สาเหตุการตายกระสุนทะลุหลังเข้าไปทำลายสมอง ซึ่งแพทย์ผู้ตรวจยังไม่สามารถระบุได้ว่าถูกยิงจากบนลงล่างหรือไม่ แต่จากการสันนิษฐานเชื่อว่า น.ส.กมนเกดหมอบหน้าแนบพื้น ถูกระดมยิง จากด้านหลัง ซึ่งการตรวจสอบที่แน่ชัดต้องมีพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุมาประกอบด้วย เพราะการจำลองใช้เลเซอร์มาวางแนววิถีกระสุนก็ทำไม่ได้ในกรณีนี้ เนื่องจากหัวกระสุนไปถูกกระดูกและกระดอนไปมาทำให้ร่างกายเสียหายมากจนไม่ สามารถจำลองแนวการยิงได้อย่างแน่ชัด
ส่วนการตรวจที่เกิดเหตุ กลุ่มงานตรวจอาวุธ และเครื่องกระสุนกองพิสูจน์หลักฐานกลาง ได้รับของกลางจากผู้เสียชีวิตทั้ง 6 ศพ ภายในวัดปทุมวนาราม พบเศษของลูกกระสุนปืนเล็ก (ทองแดง) ขนาด 5.56 ม.ม. จำนวน 5 ชิ้น เศษรองลูกกระสุนปืน (ทองแดง) ไม่สามารถระบุขนาดได้จำนวน 3 ชิ้น พบเศษตะกั่วทรงกลมไม่สามารถระบุได้จำนวน 3 ชิ้น ความเห็นผู้เชี่ยว ชาญ ของกลางที่พบเป็นเครื่องกระสุนปืนเล็กกล ขนาด 5.56 ม.ม.และเป็นเครื่องกระสุนแบบที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้และ เป็นกระสุนปืนที่สามารถยิงทำอันตรายแก่ชีวิตและวัตถุได้
สำหรับ ผลการชันสูตรทั้ง 6 ศพที่ถูกยิงในวัดปทุมวนาราม ลงชื่อ พ.ต.อ.พิภพ ไกรวัฒนพงศ์ นักวิทยาศาสตร์ (สบ 4) กลุ่มงานผู้เชี่ยวชาญ กองพิสูจน์หลักฐานกลาง
* * * * * * * * *
ที่มา
สถาบัน การแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)รายงานรายชื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองของกลุ่ม นปช.ตั้งแต่ 10 เม.ย.- 19 พ.ค.2553 รวม 89 ราย บาดเจ็บ 1,855 คนข่าวสดออนไลน์ 2 มิถุนายน 2553
ดร.บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ และ กลุ่มมรสุมชายขอบ, ข้อเท็จจริงเบื้องต้นเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ระหว่างวันที่ 13-20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
เช็กบัญชีมือฆ่าหมู่10เมษา-19พฤษภา ใครเป็นมือสไนเปอร์ ใครเหี้ย..มสังหารหมู่วัดปทุม ใครเผาCTW?
ข้อเท็จจริงเบื้องต้นเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ระหว่างวันที่ 13-20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ขอสดุดีวีรชน เทิดศักดิ์ ฟุ้งกลิ่นจันทร์
แฉโฉม5สมุนเหี้ย..มทีมฆ่า6ศพวัดปทุมฯ เปิดตัวเอ้คุมสังหารหมู่10เมษา-19พฤษภา ใคร?แก๊งดับเสธ.แด
รปภ.ห้างเปิดปาก19พ.ค.เสื้อแดงบริสุทธิ์ แฉทหารยึดก่อนเผา-6ศพวัดปทุม5นายสิบจำนนสารภาพยิงบทความ: 6ศพในวัดปทุมฯ..ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวมาปิดกี่ใบถึงจะพอหือ

























