WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, May 26, 2011

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 26/05/54 เสียดายคนตายไม่ได้ใช้..สิทธิ์เลือกตั้งที่ตัวร้องขอ

ที่มา blablabla

โดย

ภาพถ่ายของฉัน

เหลือเพียงรอย คราบเลือด ไม่เหือดหาย
แม้นชีพวาย มลายลับ ร่างดับสูญ
ทิ้งความทุกข์ หม่นไหม้ ใจอาดูร
ยิ่งเพิ่มพูน คิดถึงกัน วันผ่านมา....

เพียงขอให้ ยุบสภา มาเลือกใหม่
แต่ทำไม เลือดเย็น ไล่เข่นฆ่า
สิทธิ์พื้นฐาน ผองชน คนธรรมดา
หวังไขว่คว้า กลับด่าวดิ้น ต้องสิ้นใจ....

อยากมีสิทธิ์ ใช้สิทธิ์ ที่คิดฝัน
ด้วยมุ่งมั่น ส่องทาง สว่างไสว
จึงต่อสู้ หวังว่า ประชาธิปไตย
จะสดใส ดั่งคิด ตามสิทธิ์มี....

แต่ความฝัน มืดมิด สิทธิ์สลาย
ชีวิตกลาย เป็นเถ้า เศร้าโศกศรี
เลือด-น้ำตา ไหลหยด รดปฐพี
สิทธิ์พึงมี แค่อยากได้ ใยฆ่าเรา....

เข้าสู่โหมด เลือกตั้ง ตามหวังไว้
พี่น้องไทย ต้องช่วยกัน รู้ทันเขา
เกมสกปรก ถูกขีดเส้น ตามเป็นเงา
เราและเรา ต้องช่วยกัน ฝ่าฟันไป....

พวกเบื้องหน้า เบื้องหลัง ยังคลั่งคิด
มันวิปริต จิตชั่ว กว่าหนไหน
ด้วยสันดาน สัปดน คนจัญไร
อย่าย่ามใจ ต้องเลือกเรา ให้เข้าวิน....

๓ บลา / ๒๖ พ.ค.๕๔

จดหมายจากผู้อ่าน: หากพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง …

ที่มา ประชาไท

กระผมนายแดง ใบเตย เป็นผู้อ่านเว็บไซต์ประชาไท ขอเสนอข้อคิดเห็นว่าถ้าหากพรรคเพื่อไทยได้รับการเลือกตั้งเป็นรัฐบาลแล้ว จะต้องปฏิบัติดังนี้ ปัญหาของประเทศจึงจะได้รับการแก้ไข

1. นิรโทษกรรมคดีการเมืองหลังการรับประหาร 2549
นิรโทษกรรมผู้ที่ถูกลงโทษที่เป็นคดีทางการเมือง (ส่วนคดีฆาตกรรมประชาชนดูข้อ 2 และคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพดูข้อ 3) เช่น ปิดถนน ปิดสนามบิน ยึด NBT ยึดทำเนียบ ปีนทำเนียบ คดีต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุม รวมถึงคืนสิทธิให้พรรคการเมืองที่ถูกยุบ คืนสิทธิให้นักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิ

หมายเหตุ: สำหรับการนิรโทษกรรมคดีทางการเมือง รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะต้องตีพิมพ์ “สารานุกรม 2 มาตรฐาน” ให้ความรู้ความเข้าใจและบันทึกหน้าประวัติศาสตร์เกี่ยวกับมูลเหตุก่อนที่จะมีการนิรโทษกรรม เช่น คนยึดสนามบินไม่ติดคุก, การส่งเรื่องให้ศาลพิจารณาช้าเลยไม่ถูกยุบพรรค เป็นต้น

2. เอาผิดผู้มีส่วน “สั่งการ-รู้เห็น” การปราบปรามประชาชน ทั้งกรณี 7 ตุลา และการล้อมฆ่าคนเสื้อแดง
รัฐบาลเพื่อไทยมอบหมายให้คณะกรรมการปรองดอง นำสองกรณีระหว่างการสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตร (7 ตุลา) และการปราบปราบคนเสื้อแดง ชี้แจงและมาเทียบเคียงบทลงโทษผู้สั่งการและผู้มีส่วนรู้เห็น ต่อสารารณะ โดยมีประเด็นพิจารณาดังนี้ -

- เอาผิดกับผู้สั่งการและรู้เห็นว่าให้ใช้แก๊สน้ำตาปราบปรามประชาชน จนเกิดเหตุทำให้ประชาชนบาดเจ็บล้มตาย (ในกรณีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ )

- เอาผิดกับผู้สั่งการและรู้เห็นว่าให้ใช้กระสุนจริงปราบปรามประชาชน จนเกิดเหตุทำให้ประชาชนบาดเจ็บล้มตาย (ในกรณีสลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง)

ทั้งนี้การหาความจริงและหาคนผิดเกี่ยวกับสองกรณีนี้ จะเป็นบรรทัดฐานของการควบคุม-สลายการชุมนุมต่อไปในอนาคต

3. ตั้งคณะกรรมการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และสิทธิเสรีภาพของประชาชนรัฐบาลเพื่อไทยที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันกับคดี “ล้มเจ้า” ดังนั้นจะต้องตั้งคณะกรรมพิเศษที่เป็นคนนอกและได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย ชื่อว่า “คณะกรรมการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และสิทธิเสรีภาพของประชาชน” โดยมีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและศาสตราจารย์ (พิเศษ) ธงทอง จันทรางศุ (ผู้เชี่ยวชาญด้านราชประเพณี) เป็นหัวหน้าคณะในการแก้ไขกฎหมายมาตรา 112

ในรายของผู้ที่ถูกคุมขังอยู่ใน ขณะนี้ให้มีการสอบสวนลับ ซึ่งคณะสอบสวนประกอบด้วย ตัวแทนสำนักราชวัง ตัวแทนศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม ซิกข์ ตัวแทนกระทรวงวัฒนธรรม ตัวแทนกรมสุขภาพจิต (โดยมีตัวแทนสหประชาชาติเป็นผู้สังเกตการณ์) สอบถามผู้ถูกคุมขังว่าจงรักภักดีหรือไม่ ถ้าหากตอบในเชิงบวกให้ปล่อยตัวผู้ที่ถูกคุมขังพร้อมชดเชยความเสียหายจากการที่ถูกคุมขัง (200 บาทคูณจำนวนวันที่ติดคุก) หากผู้ที่ถูกคุมขังตอบคำถามเป็นลบ ให้ปล่อยตัวผู้คุมขังเช่นเดียวกันแล้วนำผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการอบรมและบำบัดความเชื่อที่หลงผิด โดยมีกระทรวงวัฒนะธรรมและกรมสุขภาพจิตเป็นแม่งาน พร้อมชดเชยความเสียหายจากการที่ถูกคุมขัง (200 บาทคูณจำนวนวันที่ติดคุก)

ทั้งนี้กระบวนการดังกล่าวจะต้องเป็นไปในทางลับ เพราะว่าสิทธิที่จะจงรักภักดีหรือไม่จงรักภักดีนั้น หน่วยงานของรัฐไม่ควรเปิดเผยต่อสาธารณะชนเพราะอาจจะก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคลนั้นๆ ได้

เราต้องการสร้างความสงบสุข

ที่มา Thai E-News

โดย ปาแด งา มูกอ
25 พฤษภาคม 2554


เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่
กรุณาปราณีต่อประชาชน
อดทนต่อความเจ็บใจ
ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก
ไม่มากในลาภผล
มุ่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อมวลชน
ดำรงตนในยุติธรรม
กระทำการด้วยปัญญา
รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต

ข้อ ความข้างบน ไม่ใช่คำขวัญหาเสียงของพรรคการเมืองน่ะครับ แต่มันเป็นอุดมคติของตำรวจ ที่ต้องแหกปากตะโกนกันทุกเช้า กลางวันเย็น ก่อนกินข้าว และก่อนเข้านอน ครับ

วานนี้ทางชายแดนใต้ต้องสูญ เสียเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย และบาดเจ็บ 1 นาย จากเหตุการณ์ลอบวางระเบิดของกลุ่มก่อการร้ายในจังหวัดนราธิวาส

ที่ สลดใจมากที่สุดก็คือ ผู้เสียชีวิต 1 นายและบาดเจ็บสาหัส เป็นตำรวจหญิง ครับ คือ ส.ต.ท.หญิง อุบลวรรณ จินดาเพ็ชร อายุ 33 ปี ผบ.หมู่ธุรการ ที่เสียชีวิต ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส คือ ส.ต.ต.หญิง วิภาวรรณ คงสุด อายุ 26 ปี ผบ.หมู่ ธุรการ

แทนที่ประชาชนในพื้นที่จะเกิดความสลดใจ และเห็นใจที่ต้องสูญเสียตำรวจหญิงไป 2 นาย พอมาทราบข่าวความทุเรศในการปฎิบัติงานของ ศอ.บต. กลับกลายเป็นเสียงก่นด่าเจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นมาแทนทันที ดังข่าวนี้ครับ


ยะลา - เผยโฉม 9 ตำรวจชั้นสัญญาบัตรพร้อมลูกน้องถูกคำสั่งย้ายฟ้าผ่าจาก ศอ.บต.ให้ออกจากพื้นที่ภายใน 7 วัน เหตุพัวพันการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และได้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน

จากการที่วันนี้ (24 พ.ค.) นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้มีคำสั่งลงดาบย้ายนายตำรวจ ทั้งชั้นสัญญาบัตรและตำรวจชั้นประทวน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ออกจากพื้นที่ภายใน 7 วันนั้น ขณะนี้ทราบรายชื่อของนายตำรวจทั้งหมดแล้ว ประกอบด้วย

1. ร.ต.ท.รัฐการ รัตนฐานกูล รอง สว.สืบสวน กก.ตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส (ปัจจุบันถูกคุมขังในเรือนจำ จ.นราธิวาส)
2. ร.ต.ท.สามารถ หิมวงศ์ รอง สว.สืบสวน กก.สส.จ.นราธิวาส
3. ร.ต.ท.พิจิตร หยูหนู รอง สว.สส.กก.สส. จ.นราธิวาส
4. จ.ส.ต.ธีระศักดิ์ แก้วสังข์ไชย ผบ.หมู่ สส.กก.สส.ภ.จว.นราธิวาส
5. จ.ส.ต.เธียรศิลป์ สีทอง ผบ.หมู่ สส.กก.สส.ภ.จว.นราธิวาส (ปัจจุบันถูกคุมขังที่เรือนจำนราธิวาส)
6. จ.ส.ต.พรชัย สงวารี ผบ.หมู่ นปพ.กก.สส.ภ.จว.นราธิวาส
7. ส.ต.อ.สมคิด รักเชื้อ ผบ.หมู่ สส.กก.สส.ภ.จว.นราธิวาส (ปัจจุบันเลื่อนยศเป็น จ.ส.ต.ดำรงตำแหน่ง ผบ.หมู่ ป.สภ.จะกว๊ะ อ.รามัน จ.ยะลา
8. ส.ต.ท.ปรินทร์ภูสัณฑ์ จันทรแก้ว ผบ.หมู่ นปพ. กก.สส. ภ.จว.นราธิวาส
และ 9. ส.ต.ต.พงษ์ศักดิ์ จารุบุตร ผบ.หมู่ นปพ.กก.สส.ภ.จว.ยะลา

ทั้ง นี้ เนื่องจาก ศอ.บต.ได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.รอฮรหม๊ะ มามะ อยู่บ้านเลขที่ 20/1 ถนนกำปงปายง ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2552 กรณี เมื่อวันที่ 13 พ.ย.2552 มี จนท.ตำรวจประมาณ 8 นาย แต่งกายนอกเครื่องแบบ นำกำลังเข้าไปในบ้านเลขที่ 20/1 และ 21/1 และมีการแสดงหมายค้นเพื่อตรวจค้นสิ่งผิดกกหมาย แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย พบแต่เงินสดจำนวน 100,000 บาทในกระเป๋า ซึ่งผู้ร้องแจ้งว่าได้ยิมมาจากน้องชาย เพื่อนำไปจ่ายเป็นค่าวัสดุการก่อสร้างต่อเติมบ้าน แต่ จนท.ตำรวจชุดดังกล่าวได้ยึดเงินไปไว้ โดยอ้างว่าจะนำไปตรวจสอบ

ต่อมา ได้เข้าตรวจค้นบ้านของ นายอีซอ อาแว ก็ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่มีการพบทองรูปพรรณของนางสาวเจ๊ะ อาฟีน๊ะ หลานสาว ซึ่งฝากเก็บรักษาไว้ เป็นสร้อยข้อมือน้ำหนัก 5 บาท จำนวน 2 เส้น และสร้อยคอทองน้ำหนัก 1 บาท จำนวน 1 เส้น เมื่อเจ้าของตามไปเพื่อขอคืนสิ่งของที่ยึดไป จนท.ชุดดังกล่าวได้คืนเงินให้เพียง 70,000 บาท แต่ไม่ยอมสร้อยทองจำนวน 3 เส้น

จากการตรวจสอบพบว่า จนท.ดังกล่าวมี ร.ต.ท.รัฐการ รัตนฐากูล ร.ต.ท.สามารถ หิมวงศ์ พร้อมลูกน้อง จึงมีการสอบสวนจนมีมูลความจริง นอกจากนี้ จนท.สืบสวนยังพบว่า ร.ต.ท.สามารถ หิวงศ์ ถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง กรณีไปตรวจค้นบ้านพบตัวนิ่ม 100 ตัว นำส่งพนักงานสอบสวน 16 ตัว เหตุเกิดเมื่อเดือน มิ.ย.2553 อีกด้วย

ทั้ง นี้ ศอ.บต.ได้ดำเนินการแจ้งให้ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ย้ายตำรวจชุดดังกล่าวออกจากพื้นที่ภายใน 7 วัน ทันทีแล้ว

ความทุเรศในการปฎิบัติงานของ ศอ.บต.นั้น

ทุเรศที่ 1 ศอ.บต.ได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.รอฮรหม๊ะ มามะ อยู่บ้านเลขที่ 20/1 ถนนกำปงปายง ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.2552

ทุเรศที่ 2 เวลา 1 ปีกับอีกเกือบ 5 เดือน ผอ.ศอ.บต.มึงมัวไปทำอะไรอยู่ เรื่องระยำที่ทำให้ชาวบ้านเขาเดือดร้อนแบบนี้ ใช้เวลาเป็นปีๆ แล้วแบบนี้จะสร้างมวลชน สร้างความสงบสุข ได้ยังไง ลองใช้สมองเหี่ยวๆตรองดูหน่อย

ทุเรศที่ 3 ความผิดขนาดนี้ ลงโทษเพียงให้ย้ายออกพื้นที่ แล้วยังให้เวลาอีก 7 วัน

โทษแบบนี้มันต้องปลดออก ดำเนินคดี ย้ายออกนอกพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมงโว๊ยยย ไอ้ห่วย!!!!!

ใจ อึ๊งภากรณ์:จดหมายเปิดผนึกถึงผู้ที่ต้องการแก้ไขปรับปรุงกฏหมาย 112

ที่มา Thai E-News


โดย ใจ อึ๊งภากรณ์

การ ที่มีคนจำนวนมาก หันมาให้ความสำคัญกับปัญหากฏหมาย 112 ในยุคนี้ เป็นเรื่องดี เพราะที่แล้วมา ในขณะที่คนอย่างดาตอร์ปิโด หรือแม้แต่ผมเอง โดนคดีนี้ คนจำนวนมากยังกล้าๆ กลัวๆ ซึ่งเป็นความกลัวที่เข้าใจและเห็นใจได้

แต่ตอนนี้ โดยเฉพาะหลังจากที่ อ.สุรชัย คุณสมยศ อ. สมศักดิ์ และแกนนำเสื้อแดงอย่างเช่น คุณจตุพร โดนคุกคามหรือจำคุกจากกฏหมายนี้ กระแสเพื่อสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกเริ่มมาแรง

และการที่คนอย่าง อานันท์ ปันยารชุน ที่เคยเป็นนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งในยุคเผด็จการทหาร เริ่มออกมาพูดว่าต้องแก้ไข “วิธีใช้” กฏหมายนี้ แสดงให้เห็นว่าแม้แต่พรรคพวกของอำมาตย์เอง ก็มองว่ากระแสมาแรงและอาจต้านไม่ไหว ทั้งๆ ที่เคยใช้ทหารฆ่าประชาชนผู้รักเสรีภาพเมื่อปีที่แล้ว

ในประเทศอังกฤษ ซึ่งมีประชาธิปไตยและกษัตริย์เป็นประมุข ประชาชนสามารถวิพากษ์วิจารณ์กษัตริย์ได้อย่างเสรี สามารถเสนอการปกครองในรูปแบบสาธารณรัฐได้ และสามารถสนุกกับการล้อเลียนกษัตริย์และราชวงศ์ในสื่อกระแสหลักได้อีกด้วย ล่าสุดมีการล้อเลียนในรายการตลกทางโทรทัศน์ว่า เจ้าหญิง Kate ที่พึ่งแต่งงาน “เป็นคนที่หาถุงเงินถุงทองเก่ง” นอกจากนี้ในหลายเมืองของอังกฤษมีการจัดงาน “ต่อต้านราชวงศ์” ในวันแต่งงานอีกด้วย

นี่คือสถานการณ์ในประเทศประชาธิปไตยทั่วยุโรป ที่มีกษัตริย์ ไม่ว่าจะยังมีกฏหมายเก่าแก่ที่หลงเหลือตกค้างจากอดีตหรือไม่ และในกรณีที่มีคนโกหกเรื่องกษัตริย์ ถ้าเป็นการโกหกที่ชาวบ้านทราบดีว่า “เกินความจริง และ เป็นไปไม่ได่” ก็จะไม่มีใครทำอะไร เพราะมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ซึ่งต่างจากสถานการณ์ในไทย เพราะเรื่องโกหกไร้สาระกลายเป็นสิ่งที่อาจเชื่อได้ในบรรยากาศการปกปิด เซ็นเซอร์สื่อ ในยุโรป ถ้ามีการกล่าวหาเท็จเกี่ยวกับกษัตริย์หรือราชวงศ์ในลักษณะที่มีสาระ ก็อาจมีการฟ้องในคดีแพ่งธรรมดาที่ว่าด้วยการหมิ่นประมาทพลเมือง ไม่ใช่คดีอาญา ในไทยก็มีกฏหมายหมิ่นประมาทอยู่แล้ว

นี่คือสาเหตุที่ การ “แก้ไข” หรือ “ปฏิรูป” กฏหมาย 112 ในไทยไม่เพียงพอ และสายเกินไปแล้วอีกด้วย การเสนอให้ “ปฏิรูป” 112 เหมือนกับการเสนอว่าควรปฏิรูปเผด็จการให้ “น่ารัก” มากขึ้น มันไม่ทำให้เกิดประชาธิปไตย การเสนอว่าเราต้องปฏิรูป 112 “เพราะผู้มีอานาจจะไม่ยอมยกเลิก” เหมือนกับไปขอให้โจร “ขโมยน้อยๆหน่อย” เราก็ยังโดนขโมยอยู่ดี

อย่าลืมว่าในประเทศไทย กฏหมาย 112 ใช้ลงโทษผู้เผยแพร่ความจริงได้เสมอ ล่าสุดคุณเอกชัย หงส์กังวาน กลายเป็นผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพราะเผยแพร่ VCD รายการของสำนักข่าว ABC ในออสเตรเลีย ที่มีคลิปวิดีโอจริงจากงานวันเกิดหมาของ(เซ็นเซอร์) ที่เมียเขาถูกบังคับให้แก้ผ้า นอกจากนี้มีการเผยแพร่เอกสารวิกิลีก ที่องค์มนตรีพูดกับทูตสหรัฐว่า(เซ็นเซอร์)เป็นปัญหา และถ้าตายไปจะหมดปัญหา

ซึ่ง นอกจากคำพูดขององค์มนตรีถือว่าผิด 112 แล้ว ยังเป็นคำพูดกับทูตอเมริกาจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ สรุปแล้ว กฏหมาย 112 ห้ามไม่ให้คนไทยเผยแพร่ความจริงที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน

ในกรณี ของผม ผมโดนคดี 112 เพราะผมตั้งคำถามกับการที่ทหารอ้างอิงสถาบันในการทำรัฐประหาร ๑๙ กันยา และผมมองมาตลอดว่าทหารเป็นอำนาจหลักในการทำลายประชาธิปไตยไทย

การที่ ไทยมีกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ถือว่าเป็นการเล่นงานข่มขู่สิทธิเสรีภาพในการพูด และสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในรูปแบบต่างๆ ทั้งโดยพลเมืองธรรมดาและทางวิชาการอีกด้วย ผลกระทบคือเราไม่มีประชาธิปไตยที่เต็มใบ และไม่มีมาตรฐานทางวิชาการในมหาวิทยาลัยของเราแบบที่นานาประเทศมีอยู่

เพราะ ในระบอบประชาธิปไตยทุกคนควรจะเท่าเทียมกันทางกฏหมาย ไม่ควรมีบุคคลใดที่มีฐานะพิเศษที่วิจารณ์หรือพูดถึงไม่ได้ ในเมื่อทุกที่มีกฏหมายหมิ่นประมาท ที่ปกป้องพลเมืองจากการพูดหรือเสนอข่าวเท็จ ผ่านคดีที่ดำเนินไปอย่างเปิดเผยในศาล เราไม่ต้องมีกฏหมายอื่นเลย

การ อ้างว่ายังต้องมีกฏหมาย 112 เป็นข้ออ้างของคนที่พยายามพูดว่า “ไทยเป็นกรณีพิเศษ” แต่ประเทศไทยไม่ใช่กรณีพิเศษเลย การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในสังคมไทยในสองร้อยปีที่ผ่านมา คล้ายกับการเปลี่ยนแปลงที่อื่นทั่วโลก ในยามที่ไทยมีประชาธิปไตย ก็ไม่ต่างจากประชาธิปไตยที่อื่น คือมีข้อดีผสมข้อบกพร่อง ในยามที่ไทยเป็นเผด็จการ และทหารเผด็จการเข่นฆ่าประชาชน ก็ไม่ต่างจากที่อื่น อย่างที่เราเห็นในตะวันออกกลางทุกวันนี้ และการหาข้ออ้างว่าประเทศตัวเองเป็น “กรณีพิเศษ” เพื่อปกป้องกฏหมายเผด็จการ ก็เป็นสิ่งที่ต่างชาติทำมาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

ดังนั้นผู้ที่ต้องการให้สถาบันกษัตริย์ไทย ไม่เกี่ยวกับการเมือง เหมือนในอังกฤษหรือยุโรป ก็ควรจะเสนอให้ยกเลิกกฏหมาย 112 ไปเลย

ใน ความเห็นส่วนตัวของผม คนที่อยากคงไว้ 112 เป็นคนที่เห็นด้วยกับ หรือไม่กล้าคัดค้าน การที่ทหารและส่วนอื่นของอำมาตย์ที่ไม่ใช่ประมุข ใช้อำนาจเผด็จการ แล้วนำกฏหมาย 112 มาเป็นเกราะป้องกันตัวเมื่อเขากระทำอะไรที่ทำลายประชาธิปไตย

--
ติดตามงานของใจ อึ๊งภากรณ์
http://redthaisocialist.com/
see YOUTUBE videos by Giles53

เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

-ทราย เจริญปุระ:เราอยู่ในประเทศเสรี แต่คนที่พยายามจะให้ทุกคนมีเสรีกลับถูกลงทัณฑ์

-ปราบดา หยุ่นผนึกมือนักเขียนดังล่าชื่อนักเขียนแก้ม.112 หยุดใช้คดีหมิ่นฯปิดกั้นเสรีภาพการเมือง

-เจ้ย-อภิชาติพงศ์เจ้าของรางวัลหนังเมืองคานส์ และ5ผู้กำกับมือระดับนานาชาติโดดร่วมรณรงค์ตื่นรู้ม.112

Wednesday, May 25, 2011

ผู้หญิงกับการเมือง

ที่มา Voice TV









การประกาศชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ถือเป็นการพิสูจน์ความสามารถของผู้หญิงไทยในฐานะผู้นำประเทศ

แม้เธอจะไม่เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาก่อนเลย แต่ก็เชื่อว่าจุดเด่นของความเป็นผู้หญิงจะสามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมืองได้

แม้จะเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่มีผู้หญิงประกาศชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ด้วยบุคลิกภาพที่อ่อนโยน ละเอียดรอบคอบ และอดทนของผู้หญิง ก็ทำให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทยมั่นว่า จะสามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทย และสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นได้ไม่แพ้ผู้ชาย

นางสาวอินทิรา เจริญปุระ หรือ ทราย เจริญปุระ ดารา-นักแสดง มีมุมมองว่า คุณสมบัติความเป็นผู้หญิง น่าจะเป็นทางเลือกใหม่สำหรับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ในสังคม พร้อมย้ำว่านี่คือโอกาสครั้งสำคัญของผู้หญิง ในการพิสูจน์ความสามารถในฐานะผู้นำประเทศ และน่าจะทำให้ผู้หญิงไทยสนใจการเมืองมากขึ้น

ในมุมมองที่แตกต่าง นางสาวลักขณา ปันวิชัย หรือ คำผกา นักเขียนและคอลัมนิสต์ กลับมองว่า เพศชายหรือเพศหญิงไม่ใช่ประเด็นสำคัญในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำของประเทศ แต่อยากจะเรียกร้องให้สังคมไทยตัดสินคุณค่าของคนจากผลงานมากกว่า พร้อมย้ำว่าการประกาศตัวเป็นผู้แก้ไขปัญหาความขัดแย้งในช่วงวิกฤติ คือความกล้าหาญของผู้หญิงที่น่ายกย่อง

การเลือกตั้งในครั้งนี้จะเป็นแนวทางหนึ่งสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ตามความคาดหวังของสังคมไทยแล้ว ยังกลายเป็นบทพิสูจน์ว่าสังคมไทย จะเปิดใจยอมรับผู้หญิงเข้ามาทำงานทางการเมืองในฐานะผู้นำประเทศมากน้อยแค่ ไหน

ประชาธิปไตยที่ปลายอุโมงค์ 25-5-54

ที่มา Asia Update TV

"ยิ่งลักษณ์"โชว์ฝีมือโขกส้มตำหาเสียงที่อุดรธานี

ที่มา มติชน



น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่ออันดับ 1 พรรคเพื่อไทยโชว์ฝีมือตำส้มตำ ระหว่างลงพื้นที่หาเสียง ที่ตลาด อ.เมืองอุดรธานี วันที่ 25 พฤษภาคม

สาดโคลน

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน
สมิงสามผลัด



เมืองไทยยังหนีไม่พ้นการเมืองแบบเก่าๆ

หาเสียงแบบไม่สร้างสรรค์

สาดโคลนทำลายกันทุกวิถีทางเพื่อให้ชนะการเลือกตั้ง

ยกตัวอย่างง่ายๆ นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ผู้สมัครส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โจมตีเรื่องส่วนตัวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทันทีที่ประกาศตัวเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

พยายามจุดประเด็นเรื่องสามีบ้าง เรื่องจดทะเบียนสมรสบ้าง

ความจริงแล้วเรื่องส่วนตัวของน.ส.ยิ่งลักษณ์อาจเป็นแค่เหตุผลทางธุรกิจ

เป็นเรื่องก่อนจะมาเล่นการเมืองด้วยซ้ำ

ที่สำคัญก็ไม่ซับซ้อนเท่ากับอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์บางคน

ฉะนั้น การใช้วิธีการแบบนี้ของนายบุญยอดดูออกจะล้าสมัย

และไม่เหมาะอย่างยิ่ง ถ้าลูกผู้ชายอกสามศอกที่จะนำวิธีแบบนี้ไปดิสเครดิตลูกผู้หญิง

ไม่ใช่แค่นายบุญยอดคนเดียว

ขนาดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ก็ออกมาหาเสียงโจมตีน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่าเล่นการเมืองไม่เคลียร์

กล่าวหาว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางมาในเส้นทางเดียวกับพ.ต.ท.ทักษิณที่มุ่งประโยชน์กำไรทางธุรกิจ

และมีเป้าหมายจะลบล้างความผิดให้พ.ต.ท.ทักษิณ

หรือแม้แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือวอลเปเปอร์อย่างนายศิริโชค โสภา ต่างออกมาพูดทำนองว่า

เลือกพรรคเพื่อไทยจะได้พวกเผาบ้านเผาเมือง

เล่นแบบนี้ ทำให้เพื่อไทยและนปช.ได้ที

ยื่นร้องว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งแล้ว

เพราะ 1 การที่ระบุว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์เล่นการเมืองเพื่อผลประโยชน์ครอบครัวและปกป้องทักษิณนั้น

ถือเป็นการใส่ความเท็จ ผิดมาตรา 53(5) พ.ร.บ.การเลือกตั้ง

เพราะ 2 การที่ระบุว่าเลือกพรรคเพื่อไทยจะได้พวกเผาบ้านเผาเมือง

ก็เข้าข่ายการใส่ร้ายป้ายสี เนื่องจากข้อเท็จจริงแล้วยังไม่มีการพิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรมว่าใครเป็นคนเผาบ้านเผาเมือง

มีความผิดฝ่าฝืนมาตรา 53(5) พ.ร.บ.เลือกตั้งเช่นกัน

ที่สำคัญมีผลเกี่ยวโยงถึงมาตรา 237 ตามรัฐธรรมนูญ และมาตรา 94 ตามพ.ร.บ.พรรคการเมือง

มีโทษถึงขั้นยุบพรรค !

การยื่นร้องของเพื่อไทยครั้งนี้ ลงมือหลังฤดูเลือกตั้งเพิ่งเริ่มต้น

แต่ระดับประชาธิปัตย์จะโดนยุบพรรคจริงหรือ

ชนะฟาวล์มาแล้วถึง 2 ครั้ง !?

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 25/05/54 ทำทันที...อย่าดีแต่พูด

ที่มา blablabla

อย่าให้..ฆาตกร ครองเมือง เรืองอำนาจ
สร้างอุบาทว์ ทั่วถิ่น แผ่นดินนี้
ทำแต่เรื่อง ชั่วช้า พาอัปรีย์
ซ้ำย่ำยี ด้วยการฆ่า ประชาชน....

เกือบร้อยศพ เงียบหาย มลายสูญ
ยิ่งเพิ่มพูน แค้นเคือง เรื่องสับสน
แถมลอยหน้า เฉไฉ ให้วกวน
ใช้เล่ห์กล หลอกล่อ จ้ออย่างเดียว....

ใยไม่ทำ ทันที ดีแต่พูด
บทพิสูจน์ พวกจัญไร ไม่เคยเหลียว
ฆ่าคนตาย ป้ายสีซ้ำ ระยำเชียว
เลวเต็มเหนี่ยว ยังทำชุ่ย เที่ยวคุยโว....

99 วัน ทำไม่ได้ ไม่พูดถึง
เสมือนหนึ่ง ตอกยำ คำอวดโอ้
พวกบริวาร วางกล้ามเบ่ง นักเลงโต
หลอกสาวก โคตรโง่ ให้โอ๋ตาม....

2 ปีกว่า ทำไม่เป็น เห็นไหมนั่น
พูด..เพ้อฝัน คิด..สัปดน คนเหยียดหยาม
ทุกหย่อมหญ้า หมองหม่น คนประณาม
ทั่วเขตคาม ร้อนรุ่ม ดั่งสุมไฟ....

อย่าให้..ฆาตกร ครองเมือง เรืองอำนาจ
มาเติมวาด สิ่งดีดี ที่สดใส
กำจัดคน เพ้อฝัน ปากจัญไร
เพื่อเมืองไทย ไ้้้ร้ทุกข์ สุข..คืนมา....

๓ บลา / ๒๕ พ.ค.๕๔

ประกาศิต "ทักษิณ" จัดแถวเพื่อไทย จัดบัญชีดำ+บัญชีแดง+พรรคร่วม ชำระบัญชีแค้น !!

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ




ผู้ทำบัญชีผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย กำหนดชะตากรรมคนทั้งพรรค

ต้นตำรับ 3 บัญชีของพรรคไทยรักไทย ที่มีทั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ-ส.ส. เขต และบัญชีชื่อรัฐมนตรี ถูกนำมาดัดแปลงปรับใช้

ในยุคเพื่อไทยยังคงใช้แนวทาง 3 บัญชี แต่จัดแบ่งประเภทใหม่

บัญชีแรก-ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ แบ่งเป็น 4 ระดับ ระดับแรกมาจากกลุ่ม ส.ส.ตัวจริงได้เข้าสภาผู้แทนฯแบบปลอดภัย อยู่ในลำดับที่ 1-60

ระดับที่ 2 อยู่ในลำดับที่ 61-70 ให้แต่งตัวเป็นว่าที่รัฐมนตรี

ระดับที่ 3 ถูกบรรจุอยู่ในลำดับที่ 71-80 เตรียมตัวเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี-เลขานุการรัฐมนตรี และตำแหน่งในฝ่ายบริหาร

ระดับ สุดท้าย เป็นลำดับที่มีความเสี่ยงที่จะไม่ได้เข้าสภาผู้แทนฯ ถูกใส่ชื่ออยู่ในแถวที่ 81-125 แต่ได้รับการันตีพิเศษสายตรงจาก "ทักษิณ" ระบุถึงรูหูโทรศัพท์ว่า ลำดับที่ 120-125 มีสิทธิ์เป็น "รัฐมนตรี"

ทั้ง นี้ แกนนำที่ได้รับ "สายตรง" จาก "ทักษิณ" มีทั้งชื่อ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ที่ได้เลื่อนมาอยู่ในลำดับที่ 6 นายบัณฑูรย์ สุภัควณิช อดีต ผอ. สำนักงานงบประมาณ ที่เดิมไม่มีรายชื่อขยับมาอยู่ลำดับที่ 13 ขณะที่ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ อดีต รมช.พาณิชย์ จากเดิมลำดับเกิน 80 ได้ขยับขึ้นมา อยู่ลำดับที่ 18 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมช.คลัง สุดท้ายมีชื่ออยู่ลำดับที่ 124

บัญชีที่ 2-บัญชี "ส.ส.เสื้อแดง" มี การเสนอชื่อเพื่อพิจารณาไว้ 22 ชื่อ ได้รับการพิจารณาทั้งตัวจริง-ภรรยา-ลูกและตัวแทน ถูกบรรจุไว้ในลำดับที่ปลอดภัย

แม้มีบัญชีที่สลับ-ซุกซ้อนหลายชั้น ทำให้เกิดการต่อรองหลายรอบ แต่ในที่สุด "บัญชีแดง" จึงถูกจัดเต็มก่อนบัญชีอื่น ๆ

บุคคลในเวทีแดงและเครือญาติรวม 20 คน ได้อยู่ในระดับ "เซฟโซน"

ทั้ง นี้ แกนนำคนเสื้อแดงนั้นมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.พท. 15 คน ได้แก่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ลำดับที่ 8, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ลำดับที่ 9, น.พ.เหวง โตจิราการ ลำดับที่ 19, นางรพิพรรณ พงศ์เรืองรอง ภรรรยานาย อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง อยู่ในลำดับที่ 27, น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ลูกสาว พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง อยู่ในลำดับที่ 42, นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท ลำดับ 46, นางเยาวนิตย์ เพียงเกษ ภรรยานายอดิศร เพียงเกษ ลำดับ 47

นายก่อแก้ว พิกุลทอง ลำดับที่ 54, น.ส.จารุพรรณ กุลดิลก นักวิชาการ คนเสื้อแดง บุตรสาว พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 56, นายวิเชียร ขาวขำ ลำดับ 60, นางอุดมรัตน์ อาภรณ์รัตน์ ภรรยา พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ลำดับที่ 66, นายชินวัฒน์ หาบุญพาด ลำดับที่ 72, นายชนะศักดิ์ อัตถาวงศ์ น้องชายนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ลำดับ 77, นาย เพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำเชียงใหม่ 51 ลำดับที่ 86, นายธนกฤติ ชะเอมน้อย หรือวันชนะ เกิดดี ลำดับ ที่ 105

ขณะที่ "บัญชีแดง" ได้รับการปูนบำเหน็จ แต่กลุ่มนักการเมืองบางสาย ถูกจับยัดไว้ใน "บัญชีดำ"

บัญชีที่ 3-บัญชี "ส.ส.สีดำ" เป็น รายชื่อ ส.ส.กบฏที่ถูกจดรายการไว้ มีบทลงโทษ แบ่งเป็น 2 ระดับ

ระดับแรก เป็นกลุ่ม ส.ส.ที่เคย

ลาออกจากกรรมการบริหารพรรค และเป็นกลุ่มที่มีความใกล้ชิด-ชัดเจนกับ กลุ่ม "มิ่งขวัญ-บิ๊กจิ๋ว"

บท ลงโทษสำหรับพวก "บัญชีดำ" คือทุกคนต้องเขียนใบลาออก พร้อมลงนาม-เซ็นชื่อไว้ แต่ไม่ลงวันที่ พร้อม เขียนข้อความระบุไว้ด้วยว่า "ผม-ดิฉัน มีปัญหาการทำงานกับพรรค พร้อมที่จะลาออก โดยไม่ได้ถูกกดดัน หรือถูกขับออกจากพรรค"

บทลงโทษระดับที่ 2 ส.ส.กบฏต้องลงไปผจญภัยในการเลือกตั้งระดับเขต และไม่มีสิทธิ์เป็นรัฐมนตรี

"ถ้า ใช้ฐานเสียง ระบบสัดส่วนเดิม 48% จาก ส.ส. ทั้งหมด เพื่อไทย จะได้ 60 คน รวมกับ ส.ส.ระบบเขตอีกประมาณ 187 คน คาดว่าจะได้ ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 247 คน เท่ากับสมัยเลือกตั้งยุคไทยรักไทย" แกนนำเพื่อไทยกล่าว

ผลโพลลับของเพื่อไทยมียอดส่วนใหญ่มาจากความนิยมในนโยบายหัวหอก 2 ลำดับแรก คือ กองทุนหมู่บ้าน เครดิตชาวนา

และแม้แกนนำสายเสื้อแดงในพรรคจะพยายามเข้าไปมีบทบาทในพรรค ด้วยการเป็นผู้นำในการปราศรัยในเวทีหาเสียงเลือกตั้ง

แต่ "คน" กลับถูกลดบทบาท แต่จะเพิ่มพื้นที่ให้กับ "แผ่นซีดี" ที่เป็นเสียงของ "ทักษิณ" ที่บันทึกเสียง ไว้ในวันเปิดนโยบาย 23 เมษายน 54 แทน

คาดว่าจะมีการแจกจ่ายซีดี-เสียงทักษิณประมาณ 2 แสนแผ่นทั่วประเทศ

นอกจากนี้ แคมเปญนโยบายหาเสียงยังมีระดับการปราศรัย 3 ระดับ คือ ระดับประเทศ ระดับภาค และ ระดับเขต

ทั้งทักษิณและเพื่อไทยจึงไม่มีโจทย์อื่นนอกจากสมการคณะรัฐมนตรีที่มาจาก 2 พรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้น

สูตรรัฐบาลที่บวก-ลบ-คูณ-หาร โดย "ทักษิณ" จึงมีทั้ง

สูตรแรกเพื่อไทย + ชาติไทยพัฒนาของบรรหาร ศิลปอาชา

สูตรที่ 2 เพื่อไทย + ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน

และ สูตรที่ 3 เพื่อไทย + ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน + ชาติไทยพัฒนา

โดย สรุปทุกสูตรมีเพื่อไทย + เสียงได้จากทุกพรรค ยกเว้นพรรคภูมิใจไทยของ "เนวิน ชิดชอบ" เท่านั้นที่ถูกกา ดอกจัน-ขีดเส้นใต้ไว้ล่วงหน้าให้อยู่ฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น

ยุทธศาสตร์แรกของเพื่อไทยจึงหมายตาพรรค "บรรหาร ศิลปอาชา" ไว้ล่วงหน้า และรวมกันตั้งรัฐบาลได้ ไม่น้อยกว่า 350 เสียง

แหล่งข่าวคนใกล้ชิด "ทักษิณ" สรุปว่า "หากเพื่อไทยได้เกิน 250 เสียง ทุกพรรคเป็นไปได้หมด แต่ยังยกเว้นพรรคเนวิน"

สอด คล้องกับแหล่งข่าวที่ใกล้ชิด "บรรหาร" บอกสูตรการจัดรัฐบาลว่า "หากเพื่อไทยชนะเกิน 10 เสียง พรรคชาติไทยพัฒนาจะไปร่วมจัดรัฐบาลด้วย แต่ถ้าหากเพื่อไทยชนะไม่ถึง 10 เสียง เราจะอยู่ในที่ตั้ง ใครมาติดต่อเราก็รับร่วมรัฐบาลด้วย"

ทั้งบัญชีแดง-บัญชีดำ-บัญชีรัฐมนตรี และบัญชีพรรคร่วมรัฐบาล ล้วนอยู่ในมือ "ทักษิณ ชินวัตร" แต่เพียงผู้เดียว