WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, July 18, 2011

คสรท.เรียกร้อง พท.ปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทเท่ากันทั่วประเทศ

ที่มา มติชน



ที่ พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ตัวแทนคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) เดินทางมายื่นหนังสือต่อพรรคเพื่อไทย ในฐานะพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลใหม่ปรับค่าแรงขั้นต่ำต้อง 300 บาท เท่ากันทั่วประเทศ

นปช.เชียงใหม่ ทำพิธีสืบชะตาแก้กรรมให้ "ยิ่งลักษณ์" หลัง กกต.แขวนชื่อ

ที่มา มติชน



เมื่อ วันที่ 18 กรกฏาคม แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เชียงใหม่ กว่า 100 คน ทำพิธีสืบชะตาแก้กรรม สะเดาะเคราะห์ และปัดรังควาน แก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี เพื่อให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หลัง กกต.แขวนชื่อไม่รับรองผลเลือกตั้ง ที่วัดดอนจั่น ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.เชียงใหม่

คนไทยสุดเครียด ศก.-ของแพง หวั่นการเมืองอึมครึม

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



"สวนดุสิตโพล" สำรวจความคิดเห็น
หลังเลือกตั้งของคนกรุงเทพฯ-ปริมณฑล 14-17 ก.ค.
สูงสุดร้อยละ 58.92 เครียดเรื่อง “เศรษฐกิจ-สินค้าแพง”
ส่วนความเครียดทางสังคม ยังเครียด 53.58%
ขณะที่เรื่องการเมือง เครียดร้อยละ 47.37%…




18 ก.ค. สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชน
ในกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวนทั้งสิ้น 1,292 คน ระหว่างวันที่ 14-17 ก.ค.54
ถึงความเครียดของคนไทย โดยเครียดเรื่อง “เศรษฐกิจ-สินค้าแพง” สูงสุดร้อยละ 58.92

“ความเครียดด้านเศรษฐกิจ” เช่น ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค รายได้ หนี้สิน
ปัญหาปากท้องของประชาชนหลังการเลือกตั้ง เมื่อเปรียบเทียบก่อนการเลือกตั้งเป็นอย่างไร?

อันดับ 1 เครียดเพิ่มมากขึ้น 58.92% เพราะบ้านเมืองในวันนี้ยังมองไม่เห็นใครที่จะเข้ามาแก้ปัญหาได้จริง
ยังไม่รู้แน่ชัดว่าใครที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ของกินของใช้ น้ำมัน ยังมีราคาแพงอยู่
ภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวมีมาก รายได้ไม่พอกับรายจ่าย ต้องกู้หนี้ยืมสินทั้งในและนอกระบบ ฯลฯ

อันดับ 2 เครียดเท่าเดิม 35.72% เพราะการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจมีหลายปัจจัย
โดยเฉพาะเรื่องของเสถียรภาพ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อการเมือง
และปัจจัยภายนอก ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนอยู่ตลอดเวลา ฯลฯ

อันดับ 3 เครียดลดลง 5.36% เพราะเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของรัฐบาลชุดใหม่ว่า
จะเข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องของประชาชนได้ การประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ
มีการวางแผน ปรับตัวให้เข้ากับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน เครียดไปก็เท่านั้น ฯลฯ

“ความเครียดทางสังคม” โดยเฉพาะด้านชีวิตความเป็นอยู่ ยาเสพติด อาชญากรรม ของประชาชน
หลังการเลือกตั้ง เมื่อเปรียบเทียบก่อนการเลือกตั้งเป็นอย่างไร?

อันดับ 1 เครียดเท่าเดิม 53.58% เพราะชีวิตในสังคมปัจจุบันต้องมีความระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา
ภัยต่างๆ ในสังคมมีมาก จะรอให้นักการเมืองมาดูแลทั้งหมดคงเป็นไปไม่ได้ ประชาชนต้องดูแลตัวเอง ฯลฯ

อันดับ 2 เครียดเพิ่มมากขึ้น 39.28% เพราะเมื่อใดที่บ้านเมืองยังไม่สงบสุข
สังคมย่อมเกิดความวุ่นวายเป็นธรรมดา จิตใจคนในสังคมตกต่ำ ขาดคุณธรรม จริยธรรม ฯลฯ

อันดับ 3 เครียดลดลง 7.14% เพราะคาดว่ารัฐบาลชุดใหม่จะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน
ชีวิตความเป็นอยู่ ปัญหายาเสพติด และความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจะลดลง ฯลฯ

“ความเครียดทางการเมือง” ของประชาชนหลังการเลือกตั้ง เมื่อเปรียบเทียบก่อนการเลือกตั้งเป็นอย่างไร?

อันดับ 1 เครียดเท่าเดิม 47.37% เพราะยังไม่เห็นการเมืองไทยเปลี่ยนแปลงเป็นรูปธรรมชัดเจน
นักการเมืองบางคนยังมีพฤติกรรมเหมือนเดิม และการแย่งชิงอำนาจก็ยังมีให้เห็นอยู่ตลอด ฯลฯ

อันดับ 2 เครียดเพิ่มมากขึ้น 28.07% เพราะหลังจากการเลือกตั้งเสร็จสิ้นลง
ยังไม่เห็นการเมืองไทยเดินหน้าเท่าที่ควร กกต.ยังไม่สามารถประกาศรับรองส.ส.ได้ถึง 95%
โดยเฉพาะกรณีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลัวบ้านเมืองวุ่นวายอีกครั้ง ฯลฯ

อันดับ 3 เครียดลดลง 24.56% เพราะบรรยากาศทางการเมืองดีขึ้น รอเพียงการจัดตั้งรัฐบาล
และให้โอกาสรัฐบาลใหม่บริหารประเทศต่อไป ฯลฯ

“ความเครียดหลังการเลือกตั้งที่ยังมีอยู่ และอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วน”

อันดับ 1 ปัญหาเศรษฐกิจ /ของแพง น้ำมันแพง /ค่าครองชีพ การจ้างงาน
ความเป็นอยู่และปากท้องของประชาชน 32.51%

อันดับ 2 ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน /ปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติด ผู้มีอิทธิพล 18.82%

อันดับ 3 การจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว /การประกาศตัวนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี 16.44%

อันดับ 4 ความมั่นคงในประเทศ /การรุกล้ำชายแดน /ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 13.69%

อันดับ 5 การสร้างความสามัคคี ปรองดองทั้งในกลุ่มของประชาชนและนักการเมือง 11.08%

อื่นๆ เช่น การศึกษาพฤติกรรมเยาวชน เกษตรกรรม การนำเข้า-ส่งออก ฯลฯ 7.46%


http://www.thairath.co.th/content/edu/187232

ข่าวจาก FB อ.สมศักดิ์ Queen อังกฤษ ไม่มีเครื่องบินส่วนตัว โห ทำไมประเทศอังกฤษถึง...

ที่มา thaifreenews

โดย สุรชัย the Butcher

Queen อังกฤษ ไม่มีเครื่องบินส่วนตัว โห ทำไมประเทศอังกฤษถึง "....." ยังงี้?!


ช่วง นี้เห็นมีเรื่องปัญหา"กรรมส​ิทธิ์"เครื่องบินอะไรกัน และพอดีมีฝรั่งท่านหนึ่งไปโพสต์​สั้นๆที่ New Mandala ว่า Queen อังกฤษ ไม่มีเครื่องบินส่วนตัว ผมเลยลองเช็คข้อมูลทางเน็ตดู ปรากฏว่า ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้นจริงๆแฮะ คือ Queen (หรือคนอื่นๆในครอบครัว) ไม่มีเครื่องบินส่วนตัว

เมื่อ 3 ปีก่อนนี้เอง มีข่าว "ฮือฮา" ขึ้นมาว่า Queen สนใจอยากจะซื้อเครื่องบิน "ส่วนตัว" ไว้ลำหนึ่ง เพื่อใช้สำหรับพระองค์และสมาชิก​ครอบครัว ในการปฏิบัติพระราชภารกิจทางราช​การต่างๆ (ขอให้สังเกตให้ดีนะครับ ไม่ใช่ซื้อเครื่องส่วนตัว เพื่อใช้สำหรับกิจกรรมส่วนตัวนะ​ครับ ภาษาอังกฤษเขาใช้คำว่า The jet will be solely for the Royal Family for official engagements คือใช้กับ official engagements หรือพระราชกรณียกิจทางราชการ) แต่ปรากฏว่า พอข่าว "ปูด" ออกมา (โดย The Sun) ทางบั๊กกิ้งแฮม ก็ออกมาปฏิเสธว่า ไม่จริง (ผมอ่านข่าวดูแล้ว สงสัยว่า จริงๆ คงสนใจแหละ แต่กระแสวิพากษ์วิจารณ์มันมาก เลยเปลี่ยนใจ ไม่กล้า go ahead)

ดูรายงานข่าวที่นี่ http://www.dailymail.co.uk/new​s/article-1063209/Palace-denie​s-Queen-spend-7m-private-Heir-​Force-One.html

กอง ทัพอากาศอังกฤษมีหน่วยบินหน่​วยหนึ่ง ที่ชาวบ้านชอบเรียกกันทั่วไปว่า​ "กองบินราชวงศ์" (Royal Flight) หรือ "กองบินของพระราชินี" (Queen's Flight)

แต่ดังที่อธิบายไว้ที่นี่ http://en.wikipedia.org/wiki/A​ir_transport_of_the_Royal_Fami​ly_and_government_of_the_Unite​d_Kingdom และที่นี่ http://en.wikipedia.org/wiki/N​o._32_Squadron_RAF นี่เป็นการเรียกที่ผิดๆนะครับ

เพราะ ความจริง เครื่องบินใน "กองบินราชวงศ์" หรือมีชื่อทางการหน่อยว่า "กองบิน 32" (32 Squadron) มีหน้าทีทางทหารปกติเหมือนกองบิ​นอื่นๆ และจะเอาไปใช้เป็นราชยานพาหะนะ หรือพาหนะสำหรับ VIP ต่างๆ ได้ก็ต่อเมื่อ ไม่มีภารกิจทางทหารแล้วเท่านั้น

ดังที่มีการประกาศย้ำในปี 1999 ว่า "จุดมุ่งหมายหลักของ กองบิน 32 คือ ให้การสนับสนุนด้านการคมนาคมและ​ส่งกำลังบำรุงในการปฏิบัติการทา​งทหาร ขนาดและความสามารถในการใช้งาน (capacity) ของ กองบิน 32 ควรวางอยู่บนพื้นฐานของความต้อง​การทางทหารเท่านั้น และความสามารถในการใช้งานที่เป็​นส่วนเกินออกไป (spare capacity) เกียวกับราชวงศ์ หรือที่ไมใช่กิจการทหาร... ควรเป็นเรืองรอง ที่ขึ้นต่อจุดมุ่งหมายทางทหารเท​่านั้น"

( "the principal purpose of 32 Squadron [is] to provide communications and logistical support to military operations; the Squadron's capacity should be based on military needs only; and any royal or other non-military use of... spare capacity is secondary to its military purpose.")

เฮ้อ! ประเทศอังกฤษนี่ ทำไม "...." จังวุ้ย

Re:

คำใน "....." ผมขออนุญาติแก้เป็นคำว่า "ประหยัด" ยังงี้?!

แมลงสาบจัดทัพกับเดือนแห่งชัยของใคร?ก็ไม่รู้

ที่มา Thai E-News

เดือน สิงหาคมนี้ มีกระแสข่าวว่าจะเป็นเดือนแห่งชัยชนะ แต่..ไม่ใช่ของพรรคเพื่อไทยและคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขณะที่พรรคแมลงสาบกำลังจัดทัพใหม่ได้นางฮ้ง แซ่ล้อ มาเป็นเลขาคนใหม่

โดย หรี่ฟุน
18 กรกฏาคม 2554

ขอ ต้อนรับว่าที่ เลขาธิการ “พรรคแมลงสาบ” (ตามคำนิยามของนายกรณ์) คนใหม่ที่เป็นสุภาพสตรี นามว่า “คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช” นิคเนมว่า “นางฮ้ง แซ่ล้อ”

สตรีเฒ่าผู้พราวแพรวไปด้วยคารมคมคายตามวิสัยของเหล่า แมลงสาบพันธุ์ผู้พันธุ์ เมียที่ “ดีแต่พูด” นี่ขนาดเป็นคุณหญิงน่ะนี่ ถ้าเป็นแม่ค้าขายของในตลาด คารมคมคายสำบัดสำนวนคงจะแสบสันต์ยิ่งกว่านี้แน่

คุณ หญิงกัลยา โสภณพนิช ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 7 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวข้องกับการที่ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ และนายแก้วสรร อติโพธิ แกนนำเครือข่ายพลเมืองคัดค้านนิรโทษกรรม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคลื่อนไหวให้ตรวจสอบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ของพรรคเพื่อไทยว่า เป็นเรื่องปกติที่พรรคเพื่อไทยจะกล่าวหา แต่แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนก็ได้ปฏิเสธว่า ไม่เป็นความจริง พรรคไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว

และส่วนตัวที่เป็นผู้หญิง เชื่อว่า การตรวจสอบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะไม่ส่งผลตีกลับทำให้คะแนนของพรรคเพื่อไทยเพิ่มมากขึ้น ถึงแม้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์จะใช้ความเป็นผู้หญิงในการเรียกคะแนนสงสาร เพราะประชาชนเข้าใจได้ว่า ในทางการเมืองการต่อสู้ไม่มีคำว่าหญิงหรือชาย แต่เป็นการแข่งขันทำความดีให้กับประชาชนส่วนใหญ่ มากกว่าการทำเพื่อใครเพียงคนใดคนหนึ่ง และการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะไปร้องไห้บนเวทีปราศรัยครั้งแรกๆ ก็คงจะไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้ เพราะที่สำคัญที่สุดของการแก้ปัญหา คือการเป็นคนดี

เป็นคำให้สัมภาษณ์ของคญ.กัลยาตอนช่วงศึก เลือกตั้งครั้งล่าสุด เป็นคารมคมคายของสุภาพสตรีที่ห้อยหน้าด้วยคำว่า คญ-“คุณหญิง” แต่คำพูดมันได้ส่อไปถึงจิตใต้สำนึกที่ยังคงความเป็นไพร่อยู่ดี เพราะคำพูดดังกล่าวมันเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา กระแนะกระแหน เหน็บแนม แบบผู้ดีจอมปลอม หรือ ผู้ดีแปดสาแหรก เก้าไม้คาน ชอบใช้กัน

อธิบาย ความ “ไม้คาน” หมายถึงคนที่ไม่ใช้ผู้ดี แต่สอดเข้ามาอยากจะเป็นผู้ดี ซึ่งความเป็นจริงแล้ว คนโบราณจะใช้ลักษณะของ สาแหรก ในการเปรียบเทียบผู้ดีโดยเนื้อแท้ ที่จะต้องมีโคตรเหง้า ทั้งหมดเป็นผู้ดี โดย ปู่ทวด ย่าทวด ปู่ ย่า ตาทวด ยายทวด ตา ยาย รวมทั้งหมด 8 คน จะต้องเป็นผู้ดีทั้งหมด จึงจะถือว่า “เป็นผู้ดี แปด สาแหรก”

ดร.คุณ หญิงกัลยา (นางฮุ้ง แซ่ล้อ)โสภณพนิช (เกิดเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2483 ) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เกิดที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เป็นบุตรีคนที่ 2 ใน จำนวนพี่น้อง 8 คน ของตระกูล "พงศ์พูนสุขศรี" ครอบครัวประกอบอาชีพด้านการเกษตร และค้าขาย

คุณหญิงกัลยามีชื่อเล่นว่า "ฮ้ง" เป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว แปลว่า "ยิ่งใหญ่"

คุณ หญิงกัลยา (นางฮุ้ง) สมรสกับ นายโชติ โสภณพนิช บุตรชายคนที่ 4 ของนายชิน โสภณพนิช ผู้ก่อตั้ง ธนาคารกรุงเทพ มีบุตรธิดาด้วยกัน 4 คน

คุณหญิง กัลยา (นางฮุ้ง) โสภณพนิช เข้าสู่วงการเมืองครั้งแรกโดยลงสมัคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อ ปี พ.ศ. 2543 ในนามผู้สมัครอิสระ ไม่สังกัดพรรคการเมือง ได้เบอร์ 4 แม้ไม่ได้รับการเลือกตั้ง แต่ก็ได้รับความนิยมจากชาวกรุงเทพมหานครพอสมควร ได้คะแนนมาเป็นลำดับที่ 5 ต่อมาเข้าเป็นสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ ลงสมัครเป็น ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ในการเลือกตั้ง ปี พ.ศ. 2544 และ ปี พ.ศ. 2548

ในการเลือกตั้งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทย พ.ศ. 2550 ได้ลงสมัคร ส.ส. กรุงเทพมหานคร เขต 8 (สวนหลวง ประเวศ บางนา พระโขนง) ในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และสามารถชนะการเลือกตั้งได้คะแนนเป็นอันดับ 1 ของเขต

ภายหลังการ เลือกตั้ง 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 พรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นฝ่ายค้านพรรคเดียวได้ประกาศจัดตั้ง รัฐบาลเงา หรือ ครม.เงา ขึ้นเป็นครั้งแรก ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 และ ดร.คุณหญิงกัลยา (นางฮุ้ง) โสภณพนิช ได้รับเลือกจากที่ประชุมพรรค ให้ทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเงา

และ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตัวจริงในเวลาต่อมา เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร

ต่อ มาได้มีการปรับคณะรัฐมนตรีในช่วงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2553 ทำให้ ดร.คุณหญิงกัลยา (นางฮุ้ง) ถูกปรับออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี (เกี่ยวกับเรื่องการตรวจสอบ GT200 ที่เสือ...ก ไปเป็นประธานในการตรวจสอบเครื่องไม้จิ้มศพเพื่อจะยืนยันว่ามีประสิทธิภาพใน การใช้งาน แต่ปรากฏว่า ไร้ประสิทธิภาพ มันเป็นเพียงกล่องพลาสติกเปล่าๆที่แพงที่สุดในโลกเท่านั้นเอง ภาษีประชาชนหายไปกว่า 640 ล้านบาทกับเจ้ากล่องพลาสติคตัวนี้ )

แผนปั้นสตรีเฒ่า (นางฮุ้ง แซ่ล้อ)

ข่าว จากสายในแจ้งว่า หลังจากที่พรรค ปชป.พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งอย่างย่อยยับ ทำเอาผู้เฒ่าหัวหงอกที่เฝ้าฟูมฟักทนุถนอมเพื่อหวังฝากผีฝากไข้ในการพยุง รักษาไว้ซึ่งอำนาจบารมีต้องล่มสลายลงไปด้วย

เรื่องนี้ท่านผู้เฒ่าหงุดหงิดมาก ถึงกับสั่งการและด่ากราดไปยังบรรดาผู้นำในพรรค ปชป. (เล่นเอานายชวน ต้องเข้าโรงพยาบาลเลยทีเดียว) เพราะความพ่ายแพ้ครั้งนี้ มันหมายถึงความเสื่อมบารมีในฐานะคนใต้ที่ไม่สามารถจัดการให้พรรค ปชป.เป็นรัฐบาลต่อไปได้ นั่นข้อที่ 1

ความ เสื่อมเสียชื่อเสียงที่สร้างสมมานานในภาคอีสานที่อุตส่าห์มีบ้าน “ไร้กังวล” การันตีไว้ก็ยังพ่ายแพ้อย่างยับเยินอีก นั่นคือข้อที่ 2

ทั้ง 2 ข้อจึงเป็นที่มาของคำสั่งการให้ แกนนำพรรค ปชป.ปรับเปลี่ยนคนที่จะมานั่งเป็นหัวหน้าพรรค หรือเลขาธิการพรรค โดยมีการวางตัวบุคคลที่จะมาดับรัศมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในอนาคตอันใกล้

แผนนี้มีการดำเนินการมาล่วงหน้าก่อนการเลือกตั้งประมาณ 10 วัน หลังจากวิเคราะห์แล้วว่า พรรค ปชป.จะพ่ายแพ้การเลือกตั้งอย่างราบคาบ รวมไปถึงบรรดาพรรคเล็กพรรคน้อยอย่างกลุ่มงูเห่าและกลุ่มปลาไหล ซึ่งไม่มีหนทางที่จะดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลเหมือนอย่างคราวที่แล้วได้ ดังนั้นไพ่บนหน้าตักที่เปิดออกไปแล้ว

จึงเหลือเพียงใบสุดท้ายในการโค่นล้มพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงถูกหงายออกมา

แผน ดังกล่าวได้มีการประสานไปยัง กลุ่ม โกตั๊บ แซ่ลิ้ม (หัวหน้ากลุ่มพันธมิตร), กลุ่มสยามสามัคคี ,กลุ่มเสื้อหลากสี กลุ่มแก้ว..หน้าม้า+หมอตุลย์ และกลุ่มราชนิกูลคุณหญิงคุณนายไฮโซทั้งหลาย ในการปฎิบัติการร่วมกับ นางฮุ้ง แซ่ล้อ หรือ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค แมลงสาบคนใหม่ ที่เพียบพร้อมด้วยความสามารถในการเข้าถึง และประสานเชื่อมต่อกับบรรดากลุ่มก๊วนผู้ดีตีนแดงดังกล่าว ได้เป็นอย่างดี

แต่ แผนดังกล่าวมิใช่จะปฎิบัติง่ายๆดังที่คิด ทางฝ่ายวอร์รูมสี่เสาตระหนักในข้อนี้ดี พลังมวลชนคนเสื้อแดงที่เปรียบประดุจหนึ่งขุนเขาสูงทมึนคอยปกป้องและพิทักษ์ รักษาให้กับพรรคเพื่อไทย และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้อยู่รอดปลอดภัย มันคือขวากหนามที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าแผนปฎิบัติการที่จะถูกนำมาใช้ ซึ่งถึงแม้ว่าจะได้มีการทำลายพลังมวลชนคนเสื้อแดงมาโดยตลอดในทุกๆวิธีแล้วก็ ตาม

ก็ต้องคอยจับตาดูกันล่ะครับว่า ในวันที่ 19 กรกฏาคม ศกนี้ จะมีอะไรพลิกผันจาก กกต.อีกหรือไม่ รวมไปถึงเดือน สิงหาคม ที่มีกระแสข่าวว่าจะเป็นเดือนแห่งชัยชนะ แต่......ไม่ใช่ของพรรคเพื่อไทยและคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

อย่ากระพริบตา............

********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง

หัวหน้าประชาธิปัตย์

ที่มา คอลัมน์ชกไม่มีมุม หนังสือพิมพ์ข่าวสด
โดย วงค์ ตาวัน


แกน นำรุ่นเก่าๆ ของประชาธิปัตย์เริ่มออกมาแสดงท่าทีต้องการความเปลี่ยนแปลงในพรรคประชา ธิปัตย์อย่างชัดเจนมากขึ้น หลังความพ่ายแพ้ต่อพรรคเพื่อไทยอย่างขาดลอยในการเลือกตั้ง

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ถึงกับระบุว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา พรรคถดถอยลงไปมาก

แน่นอนว่า ความเคลื่อนไหวขณะนี้ มีเป้าหมายโดยตรงต่อเก้าอี้หัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค

ใกล้ จะเลือกผู้มานั่ง 2 เก้าอี้นี้ ภายหลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ขอลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบหลังเลือกตั้ง

นายสุเทพนั้นแน่ชัดว่าขอลาขาด แต่นายอภิสิทธิ์ ไม่ปิดโอกาสที่จะกลับมาอีกหน พร้อมกับมีเสียงเรียกร้องจากคนในพรรคบางส่วนตามมาทันที

จนเริ่มเข้าใจกันว่า คงลาออกเพื่อจะกลับมาใหม่

แต่เมื่อมีท่าทีจากแกนนำสายภาคใต้ออกมา น่าคิดว่าคนประชาธิปัตย์จะยอมให้อภิสิทธิ์นำพาพรรคต่อไปอีกหรือ!?

2-3 ปีที่ผ่านมา น่าจะมีอะไรให้ชาวประชาธิปัตย์ต้องทบทวนมากมาย

จริงอยู่มีหลายปัจจัยในการพิจารณาความเหมาะสมของผู้นำพรรค

แต่มองในสายตาคนนอก บอกได้เลยว่า นายอภิสิทธิ์กำลังจะเผชิญกับคดีใหญ่คือ 91 ศพ!

แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว ก็ต้องคิดมากแล้ว ว่าจะนำพรรคไปผูกไว้กับหัวหน้าแบบไหน

แล้วถามจริงๆ เถอะ ตอนที่นายอภิสิทธิ์นั่งตัดสินใจเดินหน้าประดุจเหยี่ยว เมื่อปี 2553 นั้น

นั่งคิดกับใครในราบ 11 เคยไต่ถามผู้มีประสบการณ์ในพรรคหรือไม่??

คนเก่าแก่ต้องบอกได้เลยว่า มีประชาชนตายมากมายในการชุมนุมประท้วงทางการเมืองเมื่อไร ยากจะลบล้างเลือดที่เปื้อนมือได้

เรื่องข้ออ้างชุดดำนั้นฟังยาก

ยิ่งถ้ามีชุดดำจริง มีแต่ต้องยิ่งเจรจาให้จบลงโดยไว เพราะถ้าเดินหน้าก็ต้องนองเลือดแน่

ผู้นำที่ดีมีเมตตามองไกล จะต้องไม่เลือก วิธีรบเอาชนะ ให้สงบราบคาบ บนซากศพชาวบ้าน เป็นอันขาด

แล้วผลการเลือกตั้งบอกได้ชัดมิใช่หรือ

ที่ไปเปิดเวทีราชประสงค์ โหมประโคมเผาบ้านเผาเมือง คนส่วนใหญ่เชื่อหรือ

ถ้าเชื่อทำไมเพื่อไทยจึงชนะถล่มทลาย!?

ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ต้นๆ ของเพื่อไทยนั้น เต็มไปด้วยแกนนำเสื้อแดง

แล้วคนกว่า 15 ล้านก็แห่กันไปเทเสียงให้!

คุณยายเสื้อแดงUSAน้ำตาไหลดูข่าวเมียจตุพร

ที่มา Thai E-News



"ศรีลัดดา" คุณยายเสื้อแดงวัย 88 ปีแห่งแคลิฟอร์เนีย ซึ่งพำนักอาศัยในสหรัฐอเมริกามานานเกือบ 40 ปี ได้เขียนจดหมายแสดงความชื่นชมนางพรหมภัสสร ณ กาฬสินธุ์ กับน้องปันปัน ครอบครัวของนายจตุพร พรหมพันธุ์ หลังจากได้รับชมคลิปวิดิโอ พร้อมกับสาปแช่งให้ผู้ที่กระทำย่ำยีต่อจตุพรและคนเสื้อแดงได้เสวยกรรมที่ก่อ ไว้โดยเร็ว

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
18 กรกฎาคม 2554









Thai E-News, thankyou for the clips of Jatuporn's family. This is the first time I have seen his wife and the little boy.

what a beautiful,strong and brave lady.

it takes a lot of courage to be able to sustain her faith and love of her husband. I watched her with tears in my eyes.

When will this terrible situation caused by this evil government end?

I surely hope and wish it be soon.

I want to see justice done..I want to see Abhisit. Tuag and their cohorts in jail with balls and chains on their legs.i want to see how they suffer just like Jatuporn and other redshirt that are still in prison.

I curse them all..maybe a curse from a little old lady like me will come true..SATHU!!!

เรียน ไทยอีนิวส์ ขอบคุณที่นำคลิปครอบครัวคุณจตุพรมาเผยแพร่ให้ได้รับชมกัน นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ยายได้เห็นภรรยาและลูกชายตัวน้อยของเขา ช่างเป็นผู้หญิงที่สวยงามและกล้าหาญแข็งแกร่ง เธอแบกรับภารกิจอยู่ข้างหลัง ไปพร้อมกับความศรัทธาความรักต่อสามีของเธอ

ยายดูคลิปนี้ไปก็น้ำตาไหลไปด้วย เมื่อไหร่หนอที่สถานการณ์อันเลวร้ายของรัฐบาลที่ชั่วช้านี้จะสิ้นสุดลง? ยายได้แต่หวังว่าอย่างเต็มเปี่ยมว่ามันจะมาถึงในไวๆนี้

ยายอยากเห็นอภิสิทธิ์ เทือก กับสมุนบริวารไปอยู่ในคุกถูกล่ามโซ่บนขา ลากลูกตุ้มไปมาแบบจตุพรบ้าง จะได้รู้ว่าคุณจตุพรและนักโทษการเมืองเสื้อแดงเขาได้รับความขมขื่นเพียงไร เมื่อถูกจองจำในคุก ยายสาปแช่งพวกมันทุกคน

บางทีคำสาปแช่งจากคุณยายแก่ๆอย่างยาย จะกลายเป็นความจริง ซ้าธุ!!!

รู้จักคุณยายเสื้อแดงแห่งแคลิฟอร์เนีย


คุณยายศรีลัดดา ขณะนี้อายุ 88 ปี อยู่อาศัยในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

สมัยยังสาวๆเคยทำงานด้านการบินที่กรุงเทพฯเป็นเวลา 21 ปี ก่อนจะย้ายมาอยู่ในสหรัฐฯในปีพ.ศ.2515 จนปัจจุบันร่วมๆ39ปีแล้ว

สมัยอยู่เมืองไทยครอบครัวของคุณยายศรีลัดดาเป็นชาวพรรคประชาธิปัตย์ ถึงขนาดสมาชิกในครอบครัวเคยลงสมัครส.ส.ของพรรคเก่าแก่นี้ ในช่วงที่ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ยังเป็นผู้นำพรรคอยู่ แต่เวลานี้คุณยายบอกว่าน่าเศร้าใจและผิดหวังกับพรรคประชาธิปัตย์ ช่างน่าละอายใจกับพรรคที่เคยมีเกียรติคุณชื่อเสียงกลับมามีพฤติกรรมฉ้อฉลใน ตอนนี้

ปัจจุบันนี้คุณยายอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมกับแมวตัวหนึ่งชื่อจัสมิน(ชื่อไทยๆว่า"ดอกมะลิ") และ ไม่รู้สึกเหงาเลย เพราะเมื่อ 3 ปีก่อนได้หัดใช้อินเตอร์เน็ต แล้วก็ใช้อินเตอร์เน็ตติดตามข้อมูลข่าวสารทางเมืองไทยได้คล่อง ตอนนี้คุณยายดีใจมากเลยที่ได้ท่องอินเตอร์เน็ตท่องโลก

ตอนนี้อินเตอร์เน็ตก็ทำให้คุณยายสามารถคุยกับลูกสาวและสามีของเธอที่อาศัย อยู่ในฝรั่งเศส หลานๆในเยอรมนี และเพื่อนๆในอเมริกาได้สบาย แน่นอนว่ารวมถึงข้อมูลข่าวสารทางเมืองไทยด้วย

เสนอการอ่านเป็นวาระแห่งชาติ

ที่มา Voice TV



VoiceNews 17 กรกฎาคม 2554 (19.00 น.)

- โพลชี้ปชช.ต้องการให้กกต.รับรองผลลต.

- เสนอการอ่านเป็นวาระแห่งชาติ

- นายกฯหญิงออสเตรเลียครองใจปชช.

โพลชี้ปชช.ต้องการให้กกต.รับรองผลลต.

ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนส่วนใหญ่ พบว่าต้องการให้กกต.รับรองผลเลือกตั้ง ส.ส.ไปก่อนเพื่อให้เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ทัน

เสนอการอ่านเป็นวาระแห่งชาติ

กลุ่มนักเขียน อาจารย์ และตัวแทนผู้ประกอบการ เสนอรัฐบาลใหม่ให้ผลักดันการอ่านเป็นวาระแห่งชาติ หลังการอ่านของไทยอยู่ในระดับต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียน

นายกฯหญิงออสเตรเลียครองใจปชช.

จูเลีย กิลลาร์ด นายกรัฐมนตรีหญิงคนปัจจุบันของออสเตรเลีย เป็นหนึ่งในผู้นำหญิงของโลก ที่ครองใจประชาชนจากบุคลิกที่อ่อนโยน และนโยบายที่เป็นรูปธรรม

พิษตกค้างหลังการเลือกตั้ง

ที่มา Voice TV



อาการ "อกหัก" จากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา กลายเป็นมหากาพย์เรื่องยาวที่ผู้สนับสนุนพรรคการเมืองฝ่ายไม่สมหวัง และเรียกตนเองว่า "ชนชั้นกลาง" นำมาต่อยอดเพื่อประณามความไม่เป็นธรรม (?) ว่าด้วยเรื่องคะแนนเสียงที่ท่วมท้นของ "ชาวรากหญ้า" ที่เทคะแนนให้พรรคตรงข้ามแบบถล่มทลาย ซึ่งหนึ่งในเหตุผลของความไม่เท่าเทียม (?) ที่ชนชั้นกลางเอ่ยอ้าง เป็นเรื่องความไม่เท่ากันของปริมาณการจ่ายภาษี ที่ต้องหักจากรายได้
จากน้ำพักน้ำแรงของ "ชาว Middle Class" เปรียบเทียบกับเม็ดเงินอันน้อยนิด ที่พี่น้องระดับ " Fundamentalist" ได้เจียดเงินจากหยาดเหงื่อของพวกเขา มาสมทบให้ภาครัฐ จนกลายเป็นความไม่พอใจ นัยว่า เสียงของผู้จ่ายภาษีมาก (ควรจะ) ดังกว่าเสียงของคนที่จ่ายน้อย หรือ เมื่อการศึกษาสูงกว่า ก็ต้องมีสิทธิมีเสียงมากกว่า อะไรทำนองนั้น
จาก ปัญหาที่เกิดขึ้น และข้อมูลที่ผู้มีจิตศรัทธาส่งมาให้รายการ "คิดเล่นเห็นต่างกับคำผกา" เพื่อหักล้างการอ้างอิงความไม่ชอบธรรม (?) ที่ชนชั้นกลางเรียกร้องกับสังคม ทำให้เมื่อมองเรื่องนี้อย่างลึุกซึ้ง พบว่าปัญหา "อกหัก" เนื่องจากพรรคที่รักไม่ชนะการเลือกตั้ง กลายเป็นประเด็นใหญ่แบบ "พิษตกค้าง" ที่แฝงไว้ด้วยปัญหาอย่างที่เรา ๆ ท่าน ๆ คิดไม่ถึงนั่นคือ "การเหยียดเชื้อชาติ"
ผู้ที่เรียกตนเองว่า "ชนชั้นกลาง" บางกลุ่ม มอง ว่าคะแนนเสียงที่ท่วมท้นของชาวบ้านในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เป็นมติมหาชนที่ไม่มีคุณภาพ เป็นคะแนนที่ไม่ควรค่า เพราะเกิดจากการ "กา" ของผู้ที่จ่ายภาษีน้อยกว่า โดยคนกลุ่มดังกล่าว ได้ร่วมกันสร้างแผนที่เพื่อเปรียบเทียบผลการเลือกตั้ง กับ กลุ่มจังหวัดที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ( GDP) เพื่อใช้อ้างอิงคำกล่าวอ้างของตัวเอง ตัวอย่างข้อมูลอาทิ ผู้ที่มีรายได้มากกว่า 200,000 บาทต่อปี ถือว่าเป็นชนชั้นกลางในภาคกลาง จะเลือกพรรคการเมืองสีฟ้า แต่ผู้ที่อยู่ในภาคตะวันออก และมีรายได้น้อย ราว 6-8 หมื่นบาทต่อปี จะเลือกพรรคการเมืองสีฟ้า...
ข้อมูลจาก ( http://www.facebook.com/photo.php?fbid=10150247950695742&set=a.364314265741.155375.356016910741&type=1&theater) นั่นแสดงให้เห็นว่า คนกลุ่มนี้ เห็นรายได้เป็นตัวชี้วัด "ค่า" ของการตัดสินใจ คือ มีเงินมาก มีการศึกษามาก ก็จะเลือกได้ถูกต้องกว่า
อย่าง ไรก็ตาม ข้อมูลที่บ่งชี้คุณภาพของการเลือก กลายเป็นเรื่องไร้สาระ ถ้าเทียบกับข้อมูลปริมาณการใช้ไฟฟ้า ระหว่างห้างสรรพสินค้าใหญ่ใจกลางกรุง กับ จังหวัดในชนบท (ข้อมูลจาก http://www.facebook.com/photo.php?fbid=2040063994274&set=a.1604599467933.2082796.1024504690&type=1&theater ) ซึ่งถ้าหากกลุ่มชนชั้นกลาง เปิดใจเปิดรับข้อมูลนี้ ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ความทนงตนที่ว่าชนชั้นที่ตนสังกัด มีสิทธิมีเสียงมากกว่าจะต้องยุติลงทันที เนื่องจากระหว่างที่พวกเขากำลังเดินเฉิดฉายในห้างสรรพสินค้า ระหว่างการชมภาพยนตร์จากโรงหนัง 5 ดาว และระหว่างการกระหน่ำเริงร่ากับการช้อปปิ้งในช่วง Mid Night Sale ยังมีประชาชนตกดำ ๆ ในเขตภาคเหนือและภาคอีสาน ต้องละทิ้งถิ่นฐานบ้านเรือน เพราะทางการเตรียมสร้างเขื่อน
รายการ คิดเล่นเห็นต่างกับคำผกา ในวันอาทิตย์ที่ 17 และ 24 กรกฏาคม 2554 จะหยิบยกเรื่องราวทั้งหมดที่เกริ่นมานี้ ชวนคุณผู้ชมร่วมคิดเล่นเห็นต่าง โดยใช้ชื่อตอนว่า "พิษตกค้างจากการเลือกตั้ง" (2 ตอนจบ)
(ทางรายการขอแก้ไข คำว่า "Recist" ซึ่งออกอากาศไปแล้วในวันที่ 17 ก.ค. 54 เป็นคำว่า "Racist" เนื่องจากสะกดคำผิด และขออภัยมา ณ ที่นี้)

ชมตัวอย่างภาพยนตร์เรื่องแรกบนโซเชียลมีเดีย ที่คุณจะได้มีส่วนร่วม ตามด้วยเจ็ทแพคพลังงานน้ำ

ที่มา มติชน





inside (อินไซด์) ภาพยนตร์บนโซเชียลมีเดียเรื่องแรก ที่กำกับโดย ดีเจ คารูโซ ที่เคยกำกับ I Am Number Four และ Disturbia ได้จับมือกับอินเทลและโตชิบาจัดสร้างภาพยนตร์เรื่องอินไซด์ขึ้น โดยให้ผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก เช่น เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ ยูทูป ได้มีส่วนร่วมสร้างกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ภาพยนตร์จะเริ่มถ่ายทำในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้ ถูกแบ่งเป็นตอนๆ และออกตอนใหม่ทุกๆ 2 วัน และเชิญชวนให้ผู้ชมได้มีส่วนในการสร้างตอนต่อไปผ่านโซเชียลมีเดีย หลังจากนั้น 3 สัปดาห์จะร่วมเนื้อเรื่องที่ผู้ชมได้แสดงความเห็นและนำมาทำเป็นภาพยนตร์ตัว เต็มและจัดฉายเป็นเรื่องยาว





และพบกับเจ็ทแพคพลังน้ำ ที่ผิดพลาดนิดหน่อยระหว่างสาธิตในรายการสดก็แค่ขำๆ และทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี

สิ่งที่กก.สิทธิ์ไม่เห็น

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน
สมิงสามผลัด



หลังจากที่มีการเปิดเผยรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปเมื่อสัปดาห์ก่อน

ได้เกิดกระแสการต่อต้านรายงานชิ้นนี้ ซึ่งสรุปเหตุ การณ์ระหว่าง 12 มี.ค.ถึง 19 พ.ค.53 ทั้งสิ้น 9 กรณีด้วยกัน

เหตุผลง่ายๆ ก็เพราะทั้ง 9 กรณีแทบไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของกฎหมายสิทธิมนุษยชนเลย

แต่สรุปผลเอนเอียงไปทางฝ่ายรัฐบาล มากกว่าปกป้องประชาชนที่ถูกละเมิด

โดนละเมิดมากถึง 91 ศพ บาดเจ็บอีกกว่าสองพันราย

กก.สิทธิ์บอกว่ารัฐบาลขอกระชับพื้นที่ตามหลักสากล

ขัดแย้งกับภาพการเคลื่อนรถถัง รถหุ้มเกราะ อาวุธสงคราม และการประกาศพื้นที่กระสุนจริง

นายสุณัย ผาสุก ผู้ประสานงาน 'ฮิวแมนไรต์ วอตช์' ในไทย ติติงรายงานชิ้นนี้เหมือน "ตีเช็คเปล่า" ให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

เพราะมีข้อมูลเพียงด้านเดียว!

ฉะนั้นการสรุปแบบวันเวย์ของกก.สิทธิ์ จึงไม่ได้มาจากข้อมูลที่ครบถ้วนแน่ๆ

ยก ตัวอย่างกรณี 6 ศพวัดปทุมฯ ซึ่งสรุปว่า "ไม่มีพยานยืนยันว่าใคร ฝ่ายใดเป็นผู้ยิงทั้ง 6 ศพ และผู้เสียชีวิตบางรายได้ความว่าเป็นการเสียชีวิตนอกวัด บางศพไม่รู้ว่าเสียชีวิตบริเวณใด แต่ทั้งหมดถูกเคลื่อนย้ายมาไว้ในวัด"

ยิ่งตอกย้ำการรับข้อมูลด้านเดียว

เพราะ หลังเกิดเหตุสลายม็อบแดงใหม่ๆ มีการนำคลิปนาทีที่น.ส.กมนเกด อัคฮาด อาสาพยาบาลถูกกระสุนปืนยิงเสียชีวิตขณะอยู่ในเต็นท์ภายในวัดปทุมฯ มาเผยแพร่

มีคนเห็นคลิปนี้ทั้งบ้านทั้งเมือง แต่กก.สิทธิ์กลับไม่เห็น!?

ยังมีคลิปเจ้าหน้าที่เล็งปืนอยู่บนรางรถไฟฟ้าบีทีเอสตรงหน้าวัดปทุมฯ ช่วงที่เกิดการเสียชีวิตทั้ง 6 ศพ

คนทั้งประเทศเห็นคลิปนี้ แต่กก.สิทธิ์กลับไม่เห็น!?

ยังมีสำนวนของดีเอสไอซึ่งเคยแถลงว่ามีบางศพที่เสียชีวิตในวัดปทุมฯ เกิดจากฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐ

คนรับรู้กันทั้งนั้น แต่กก.สิทธิ์ไม่รู้!?

น่าแปลกใจว่ากก.สิทธิ์ได้ข้อมูลคดี 6 ศพวัดปทุมมาจากไหน ทำไมขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏและเผยแพร่มาตลอด

หรือว่ากก.สิทธิ์จะคิดเหมือนกับข้อมูลที่นายอภิสิทธิ์เคยโพสต์ในเฟซบุ๊กว่ามีพยานเห็นคนถูกยิงจากที่อื่นแล้วลากศพไปเผาในวัดปทุมฯ

ซึ่งสุดท้ายแล้วมีการตามไปตรวจสอบจนพบว่าเป็นคำให้การของชายที่สติไม่สมประกอบ

คนทั้งบ้านทั้งเมืองตั้งข้อสงสัยข้อมูลของนายอภิสิทธิ์

แต่กก.สิทธิ์กลับเลือกที่จะเชื่อ!?