WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, July 20, 2011

สัมภาษณ์ นิพนธ์ บุญญามณี: 3 สาเหตุเพื่อไทยแพ้ที่ชายแดนใต้

ที่มา ประชาไท

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ชัยชนะของพรรคประชาธิปัตย์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มี “นิพนธ์ บุญญามณี” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญ ในฐานะผู้ดูแลพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2544

“นิพนธ์ บุญญามณี” บอกเล่าถึงที่มาของชัยชนะคราวนี้อย่างไม่ปิดบังว่า มาจาก 3 สาเหตุด้วยกัน 3 สาเหตุที่ว่ามีอะไรบ้าง เชิญอ่านได้ ณ บัดนี้

0 0 0 0 0

เข้ามารับผิดชอบดูแลการเลือกตั้งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งแต่เมื่อไหร่

ตั้งแต่ ปี 2544 พอปี 2547 ผู้สมัครของพรรคใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ย้ายไปอยู่พรรคไทยรักไทยหลายคน มีแพทย์หญิงพรพิชญ์ พัฒนกุลเลิศ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส นายเจ๊ะอิสมะแอ เจ๊ะโมง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี นายวัยโรจน์ พิพิธภักดี อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี

ผมเป็นคนคัดตัวผู้สมัครรับ เลือกตั้งคนใหม่ของพรรคแทนคนเก่า ก็ได้นายอันวาร์ สาและ นายซาตา อาแวกือจิ และนายอิสมาแอล เบญอิบรอฮีม ผลการเลือกตั้งผมพลาดไปหนึ่งที่นั่งเท่านั้น

สมัย นั้น นายกูเฮง ยาวอฮาซัน ที่ครั้งล่าสุดลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส เขต 1 พรรคชาติไทยพัฒนา เป็นประธานสาขาพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานสาขาพรรคที่ผมรักมาก

เดิมทีผมวางตัวให้นายกูเฮงลงสมัครรับ เลือกตั้งเขต 3 สู้กับนายนัจมุดดีน อูมา จากพรรคไทยรักไทย วางตัวหมอพรพิชญ์ ลงเขตเมือง หรือเขต 1 ส่งนายเจะอามิงไปสู้กับนายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ จากพรรคไทยรักไทย ที่เขต 4 นายเจะอามิงยอมไปทั้งๆ ที่รู้ว่าโอกาสแพ้มีมากกว่าโอกาสชนะ เพราะคะแนนนายเจะอามิงดีที่เขต 1 ไม่ใช่เขต 4

พอหมอพรพิชญ์ ออกจากพรรคประชาธิปัตย์ พ่อของนายกูเฮงคือ นายกูเซ็ง ยาวอหะซันบอกว่า จะให้นายวัชระ ยาวอหะซัน น้องชายนายกูเฮงลงเขตเมืองคือ เขต 1 แทนหมอพรพิชญ์ ผมบอกว่าไม่ได้ ผมต้องให้นายเจะอามิง โตะตาหยง ลงเขต 1 เพราะในวันที่พรรคให้นายเจะอามิงไปสู้กับนายอารีเพ็ญ ที่เขต 4 นายเจะอามิง ยังไปตามที่พรรคสั่ง ทั้งที่มีแนวโน้มจะแพ้สูงมาก ถ้าผมไม่ให้นายเจะอามิงกลับมาลงเขต 1 ผมไม่มีเหตุผลที่จะพูดกับนายเจะอามิง ผมทำแบบนั้นไม่ได้

พอเป็นแบบนี้ นายกูเฮงก็ไม่อยากลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์ ทางพรรคชาติไทยก็รับไป ผมเตรียมใครไม่ทัน เลยพลาดให้พรรคชาติไทยไป 1 ที่นั่ง ผมได้ไป 11 ที่นั่ง จากทั้งหมด 12 ที่นั่ง เป็นช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์ได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

พอปี 2550 พรรคประชาธิปัตย์ได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แค่ 5 ที่นั่ง จาก 12 ที่นั่ง พลาดไป 7 ที่นั่ง ในจำนวนนี้พลาดให้กับพรรคเพื่อแผ่นดิน 3 คน เนื่องจากกระแสของหมอแว หรือนายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอะมาแรงมาก

ส่วนอีก 4 ที่นั่ง เราไปแพ้นายนัจมุดดีนกับกลุ่มของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ลงสมัครในนามพรรคพลังประชาชน ช่วงนั้นเหตุการณ์รุนแรงมาก เราไม่กล้าปราศรัยในพื้นที่ ออกปราศรัยได้ไม่มากเท่ากับรอบนี้

รอบ นี้ ผมรับผิดชอบดูแลการเลือกตั้งในจังหวัดนราธิวาส กับจังหวัดยะลา ส่วนจังหวัดปัตตานี ทางเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับทีมงานเป็นผู้รับผิดชอบ

คราวนี้ เราปราศรัยได้มากกว่าครั้งก่อน ลงพื้นที่พบปะผู้คนตามตลาดได้มากขึ้น จึงได้รับการต้อนรับจากประชาชนดีขึ้น เราจึงมั่นใจมากขึ้นและทำให้คนมั่นใจเรามากขึ้นด้วย โดยเฉพาะในตัวเมือง เช่น อำเภอสุโหงโก–ลก จังหวัดนราธิวาส อำเภอเบตง จังหวัดยะลา นอกเมืองเสียงพรรคประชาธิปัตย์ไม่คอยดี แต่ในตัวเมืองคะแนนเสียงเราดี

ผม ไปปราศรัยที่เบตง ผมรู้และมั่นใจมากเลยว่า คนเบตงเลือกเรา สมัยก่อน 5–6 โมงเย็นคนก็ไม่อยู่ฟังเราปราศรัยแล้ว แต่คราวนี้คนอยู่กับเรา จนถึง 4–5 ทุ่ม แรกๆ ผมบอกบ่ายๆ เลิกได้แล้ว แต่คนก็ยังอยู่ ที่สุไหงโก–ลก คิดจะเลิกปราศรัยช่วงบ่ายๆ แต่คนยังอยู่อีก

ปราศรัยเสร็จเรายังเดิน ต่อในตลาด ตอนกลางคืนปราศรัยอีกรอบ ทำให้เรามั่นใจมากขึ้น เพราะคนมาฟังปราศรัยมากขึ้น ได้มีโอกาสพูดคุยทำความเข้าใจกันมากขึ้น ทำให้คนเข้าใจเรามากขึ้น

พรรคประชาธิปัตย์อธิบายให้รู้ว่า ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา เราได้ทำอะไรที่เกิดประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นที่บ้าง บางครั้งลงพื้นที่กับนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ พอมีโอกาสพูดคุยกับชาวบ้าน จากประสบการณ์เรามองสายตาชาวบ้าน เรารู้และมั่นใจเลยว่า เราจะได้คะแนนจากเขาแน่นอน

มองความความพ่ายแพ้ของวาดะห์อย่างไร ในฐานะที่ต่อสู้กันมานานหลายปี

ผม คิดว่า การที่กลุ่มวาดะห์ในพรรคเพื่อไทย เสนอนโยบายนครปัตตานี ถึงแม้กลุ่มคนข้างบนตอบรับก็จริง แต่องค์กรปกครองท้องถิ่นในพื้นที่ไม่ยอมรับ เพราะชูแต่นครปัตตานีอย่างเดียว ไม่ได้เสนอรูปธรรมที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาสามจังหวัด เสนอแต่รูปแบบนครปัตตานี

นครปัตตานีมีต้นคิดจากพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตประธานพรรคเพื่อไทย เมื่อพล.อ.ชวลิตลาออกจากพรรคเพื่อไทย กลับไปพรรคความหวังใหม่ คนของพรรคเพื่อไทยไม่มีใครกล้าพูดเรื่องนี้ ขณะที่พรรคความหวังใหม่ก็เสนอนโยบายนี้ด้วย ทำให้เกิดความสับสนระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคความหวังใหม่ว่า ใครเป็นเจ้าของนโยบายนครปัตตานีกันแน่

ขณะเดียวกันรูปแบบนครปัตตานี ก็ยังไม่ชัดว่าเป็นอย่างไร มีภารกิจอะไรบ้าง ต่างกับองค์ปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีอยู่แล้วอย่างไร นักการเมืองท้องถิ่นปัจจุบันจะอยู่ หรือจะไป จะมีบทบาทในนครปัตตานีอย่างไร นครปัตตานีจะทำหน้าที่ซ้ำซ้อนกับเทศบาลหรือไม่ องค์การบริหารส่วนตำบลจะยังมีอยู่ไหม จะเหมือนกรุงเทพมหานครหรือเปล่า

ถ้า นครปัตตานีเหมือนกรุงเทพมหานคร ก็เท่ากับเป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัดนั่นเอง ต่างกันเพียงแค่อำนาจบางตัวเท่านั้น คุณต้องตอบให้ได้ว่า นครปัตตานีจะมีอำนาจจัดกำลังทหารเองได้ไหม มีอำนาจออกหนังสือเดินทางเองได้ไหม มีอำนาจดำเนินการต่างประเทศได้ไหม มีอำนาจจัดเก็บภาษีได้แค่ไหน หรือยังต้องให้ส่วนกลางจัดเก็บให้

ถ้า คุณบอกว่า คุณมีทุกอย่างที่ผมพูดมาแสดงว่า คุณเป็นรัฐอิสระแล้ว ถ้าคุณบอกว่าไม่มี ก็ไม่ต่างอะไรกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน

ที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอว่า จะกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ด้วยการถ่ายโอนภารกิจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากขึ้น ถ่ายโอนงบประมาณให้มากขึ้น อันนี้พรรคประชาธิปัตย์พูดชัดเจน ไม่เสนออะไรใหม่ เราเดินหน้ากระจายอำนาจ เดินหน้ากระจายรายได้ให้กับองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น

ผมคิดว่านอกจาก เรื่องนครปัตตานีแล้ว สาเหตุที่กลุ่มวาดะห์ หรือพรรคเพื่อไทยพ่ายแพ้ ยังมีส่วนสำคัญมาจากการเสียชีวิตครั้งใหญ่ ในเหตุการณ์มัสยิดกรือเซะ และการประท้วงที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส และการจับกุมปราบปรามผู้ต้องสงสัยอยู่ในขบวนการก่อการร้ายอย่างต่อเนื่อง ในช่วงรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อันนี้เราได้จากปากของผู้นำมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยตัวเอง

อีกประเด็นที่มีการพูดกันมากก็คือ การชูผู้หญิงขึ้นมาเป็นผู้นำของพรรคเพื่อไทย ซึ่งไม่ได้รับการยอมรับจากคนมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อันนี้ก็เป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อคะแนนของพรรคเพื่อไทยพื้นที่นี้

ข้อเสนอของพรรคมาตุภูมิเรื่องทบวงบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นอย่างไร

ถ้า ดูดีๆ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ไปไกลแล้ว ขณะที่ทบวงมีรัฐมนตรีดูแล แต่ศอ.บต.กลับขึ้นตรงกับสำนักนายกรัฐมนตรี มีนายกรัฐมนตรีดูแลโดยตรง ทั้งด้านความมั่นคงและการพัฒนา

เหตุที่ พรรคประชาธิปัตย์เลือกใช้รูปแบบนี้ เพราะนายกรัฐมนตรีดูแลด้านความมั่นคง ผ่านกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) โดยนั่งเป็นผู้อำนวยการกอ.รมน.ด้วยตัวเอง

ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีก็ ดูแลด้านการพัฒนา ผ่านศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่พระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 มีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2554 ถึงแม้นายกรัฐมนตรีสามารถมอบอำนาจให้ใครดูแลแทนก็ได้ แต่ก็ไม่ได้มอบหมายให้ใครดูแล นายกรัฐมนตรีเลือกที่จะดูแลศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยตัวเอง

เราจึงพูดได้ว่า พื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นกับนายกรัฐมนตรี ทั้งด้านความมั่นคง ด้านการพัฒนา และงบประมาณโดยตรง ไม่ต้องผ่านรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง เท่ากับตลอด 5 – 6 เดือนที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีดูแลปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยตัวเอง

มีความเห็นอย่างไร ต่อแนวคิดจะยุบศูนย์อำนวยการบริหารจังวัดชายแดนภาคใต้

พรรคเพื่อไทยจะยุบศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาเป็นนครปัตตานี

เรา ต้องเขาใจบทบาทก่อนว่า ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่ราชการส่วนท้องถิ่น เป็นราชการส่วนกลางที่มาอยู่ในส่วนภูมิภาค มีเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ลงมาอยู่ในพื้นที่ ลงมาประสานหน่วยราชการส่วนภูมิภาค และส่วนกลางที่มาปฏิบัติอยู่ในพื้นที่

กฎหมาย เขียนว่าการพัฒนาใดๆ ที่จะทำใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ จะต้องปรากฏอยู่ในแผนเสียก่อน ถึงจะของบประมาณได้ เท่ากับให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นผู้ประสานโครงการพัฒนาพื้นที่ทั้งหมด เพื่อความเป็นเอกภาพ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำเหมือนในอดีต

ในอดีตศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ไม่มีอำนาจหน้าที่อย่างนี้ จะของบประมาณก็ต้องขอผ่านองค์กรอื่น แต่กฎหมายใหม่ให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ของบประมาณได้เอง พัฒนาพื้นที่ได้เอง เพื่ออุดช่องว่างของการพัฒนาที่เป็นอยู่

นอกจาก จัดงบประมาณได้เองแล้ว ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังมีอำนาจหน้าที่ในการดูแลข้าราชการที่ย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่ ถ้าคนไหนสร้างเงื่อนไขไม่ดี สร้างเงื่อนไขให้เกิดความไม่เป็นธรรมในพื้นที่ พูดตรงๆ คือรังแกชาวบ้าน สร้างเงื่อนไขให้เกิดความเกลียดชังรัฐ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถย้ายข้าราชการคนนั้นออกจากพื้นที่ได้ทันที ยาชนิดนี้ออกฤทธิ์แล้ว ขณะนี้เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ย้ายตำรวจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 9 คน ออกนอกพื้นที่ไปแล้ว 9 คน

อำนาจ นี้เป็นเขี้ยวเล็บของศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าข้าราชการคนไหนทำดี ดูแลบ้านดูแลเมือง ดูแลประชาชน แม้ไม่ได้สังกัดศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทางศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถเสนอให้เลื่อนขั้นได้ ทุกกระทรวง จะมาบอกว่าศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นยักษ์ไม่มีกระบองไม่ได้แล้ว

นอกจากนั้น ศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังทำเรื่องเศรษฐกิจด้วย ผมเป็นคนเพิ่มเติมมาตรานี้เข้าไปในกฎหมาย ให้ศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถกำหนดพื้นที่ใดเป็นเขตพัฒนาพิเศษได้ เช่น ประกาศให้พื้นที่อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เป็นเขตอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล เป็นต้น

จะประกาศพื้นที่ใด อำเภอใดอำเภอหนึ่งก็ได้ จะประกาศให้อำเภอเบตง จังหวัดยะลา อำเภอสุไหงโก–ลก เป็นเขตท่องเที่ยวท่องเที่ยวพิเศษก็ได้ โดยไม่ต้องขอส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Board of Investment: BOI) ศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถกำหนดเงื่อนไขเองได้เลย

ทำไมถึงทำได้ เพราะศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี ถ้าศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้อนุมัติ ก็เท่ากับคณะรัฐมนตรีอนุมัติ

มองอนาคตของกลุ่มวาดะห์อย่างไร

ผม คิดว่าเขาก็คงต้องปรับกลยุทธ์ วันนี้มันเร็วเกินไปถ้าจะบอกว่า เขาต้องปรับอะไร ต้องลองดูว่า หลังจากพรรคเพื่อไทยเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินแล้ว จะแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไร สิ่งใดบ้างที่เขาจะเพิ่มเติม สิ่งใดบ้างที่เขาจะรื้อออก ต้องรอดูความชัดเจนก่อนว่า จะมีการสร้างเงื่อนไขอะไรเพิ่มเติมหรือไม่

วันนี้ ถ้าผมส่งสัญญาณบอกรัฐบาลใหม่ได้ ผมอยากจะบอกว่า ต้องระมัดระวังในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลใหม่จะต้องไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดความหวาดระแวงขึ้นในพื้นที่

ต้อง ยอมรับว่าในอดีตที่ผ่านมา มีความไม่เชื่อมั่นกันในพื้นที่ พี่น้องไทยพุทธ กับพี่น้องมุสลิมหวาดระแวงกัน เจ้าหน้าที่รัฐทำหลายสิ่งหลายอย่างให้เกิดความระแวง เช่น โจรนินจา จำได้ไหม คำว่านินจามาจากคนแต่งชุดดำ ไม่รู้เป็นใคร แต่ชาวบ้านเข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ พฤติกรรมอย่างนี้อย่าทำ

รวม ทั้งส่งสัญญาณผิดๆ ว่า ใครที่ลงไปในพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าผลงานการปราบปรามดี จะได้ขึ้นเงินเดือนเร็วๆ ได้เลื่อนตำแหน่งเร็วๆ จากรองผู้กำกับเป็นผู้กำกับ จากรองสารวัตรเป็นสารวัตร อย่างนี้อย่าทำ เพราะนั่นคือการวัดที่ปริมาณ ทำให้เกิดปัญหาเรื่องการอุ้มฆ่า ซ้อมทรมาน อย่าทำให้เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นในพื้นที่

คงต้องรอดูก่อนว่า รัฐบาลใหม่จะแถลงนโยบายดูแลแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไร จะสานต่อหรือจะรื้อโครงสร้างที่มีอยู่ ต้องดูความชัดเจนก่อน เรื่องเหล่านี้ทั้งหมด มันมีผลต่อการดำรงอยู่ของกลุ่มวาดะห์

มองสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไร

ผม เชื่อว่าสถานการณ์ดีขึ้น แม้จะมีเหตุร้ายอยู่บ้าง ดูจากความมั่นใจของประชาชน มองจากการจับจ่ายซื้อของที่ตลาด การค้าขายในพื้นที่ ดูที่ร้านค้ารู้เลยว่าดีขึ้น ร้านค้าสมัยก่อนปิดหมด คนอพยพหนีหมด

ต้องเข้าใจว่า ทำไมการเลือกตั้งรอบนี้ จังหวัดสงขลา มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มจาก 8 ที่นั่ง เป็น 9 ที่นั่ง ขณะที่จังหวัดนราธิวาสลดลงจาก 5 ที่นั่ง เหลือ 4 ที่นั่ง เพราะผู้คนอพยพหนีออกจากนราธิวาสมาอยู่สงขลา

นั่นชี้ให้เห็นว่า คนขาดความมั่นใจในพื้นที่ เป็นตัวชี้ว่าพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่มีความมั่นใจในชีวิตและทรัพย์สิน เขาจึงย้ายมาอยู่ในที่ที่ปลอดภัยมากกว่า อย่าว่าแต่คนไทยพุทธที่ย้าย พี่น้องมุสลิมก็ย้ายเข้าไปอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ไปซื้อหมู่บ้านจัดสรรที่นั่น นี่คือตัวชี้วัดว่า ในช่วง 4–5 ปีที่ผ่านมา คนไม่มั่นใจความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ดังนั้นต้องหาที่ปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน เพราะคน 4,000 กว่าคน ที่ตายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา ไม่ใช่พี่น้องไทยพุทธเท่านั้น พี่น้องมุสลิมก็เสียชีวิตด้วย บางคนยังไม่รู้ว่า เกิดจากการกระทำของใคร ยิ่งเราชี้ชัดไม่ได้ว่าใครทำ ยิ่งสร้างความหวาดระแวงระหว่างพี่น้องไทยพุทธและพี่น้องมุสลิม

เมื่อ เราไม่รู้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จึงประกาศชัดว่า ต้องไม่สร้างเงื่อนไข เจ้าหน้าที่รัฐคนไหนสร้างเงื่อนไขอยู่ในพื้นที่ไม่ได้ เราไม่ปล่อยให้ไปสร้างความหวาดระแวงขึ้นในพื้นที่ ความมั่นใจก็มีมากขึ้น ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมีมากขึ้น แต่มันก็ไม่หมดไปเสียทีเดียว

สำหรับ เหตุร้าย ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศมุสลิมก็ยังมีเหตุร้ายเกิดขึ้น ในกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของประเทศอินโดนีเซีย ยังต้องรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ตามโรงแรมต่างๆ มีการใช้เครื่องตรวจ มากกว่าในประเทศไทยด้วยซ้ำ

ประเทศปากีสถาน ประเทศอินเดีย เหตุร้ายมีไหม มี แต่ประเทศเหล่านั้นล้วนสร้างเงื่อนไข ก่อให้เกิดความหวาดระแวงกับมุสลิมคือ ไปรับใช้ประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เป็นต้น

เราต้องระมัด ระวัง เงื่อนไขต่างๆ เหล่านี้ จะต้องไม่เกิด เราจะใช้ 2 มาตรฐานกับพี่น้องใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้ การบังคับใช้กฎหมายต้องมาตรฐานเดียว ใครทำผิด ไม่ว่าพุทธหรือมุสลิม จะต้องถูกดำเนินคดีโดยกฎหมายฉบับเดียวกัน และทุกคนต้องได้รับความคุ้มครอง นี่คือหลักการที่พรรคประชาธิปัตย์ยึดถือ

ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้มาก เพราะถ้าความมั่นใจเกิดขึ้น ทุกอย่างจะตามมา การลงทุนจะตามมา การใช้จ่ายก็ตามมา ตอนนี้ในเขตเมืองเป็นอย่างนี้ ทั้งเมืองปัตตานี ยะลา เบตง สุโหงโก–ลก นราธิวาส แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับปี 2547–2549 อันนี้ผมกล้ายืนยัน

นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ไปเดินในตลาดเทศบาลตำบลคอกช้าง อำเภอธารโต จังหวัดยะลา บนเส้นทางไปอำเภอเบตง เดินทุกแผงลอยแจกบัตรหแนะนำตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งด้วยตัวเอง ถ้าเป็นปี 2547–2548 ไม่มีใครกล้าเดิน

สิ่งเหล่านี้บ่งบอกว่า ความมั่นใจของคนมีมากขึ้น เมื่อเรามีโอกาส เราเชื่อว่า ราคาพืชผลการเกษตร ราคายางพาราราคาดีขึ้น ราคมปาล์มน้ำมันราคาดีขึ้น ส่งผลให้พี่น้องใน 3 จังหวัด ซึ่งส่วนมากเป็นเกษตรกรสวนยางพารา และเริ่มปลูกปาล์มกันมากขึ้น มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน

เรามั่นใจว่า เราทำให้เศรษฐกิจชุมชนดีขึ้น สามารถไปดูได้ เช่น การวางปะการังเทียม ทำให้ชาวบ้านจับปลาได้มากขึ้น ไปดูได้เลยที่อำเภอปะนาเระ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี โครงการต่างๆ ที่ลงไปมีผลต่อเนื่อง พี่น้องชาวประมงชายฝั่ง ตั้งแต่อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ถึงจังหวัดนราธิวาส มีชีวิตที่ดีขึ้น จับปลาได้มากขึ้น มีรายได้เข้าครัวเรือนมากขึ้น อันนี้เป็นตัวชี้วัดตัวหนึ่งว่า ทำไม สถานการณ์ถึงได้ดีขึ้น

นโยบายอื่นๆ มีผลต่อการเลือกตั้งครั้งนี้หรือไม่ เช่น นโยบายเรียนฟรี 15 ปี

เป็น นโยบายที่จับต้องได้ เช่นเดียวกับนโยบายดูแลผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุถามว่าพรรคอะไรนะที่ให้เงินผู้สูญอายุเดือนละ 500 บาท เราก็บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์

ที่นราธิวาส เราทุ่มเทกับพื้นที่นี้พอสมควร ผมจะพูดเรื่องความยุติธรรมเป็นหลัก เพราะเป็นหัวใจหลักของจังหวัดชายแดนภาคใต้

เรา ขอชี้แจงว่า เราไม่ได้สร้างเงื่อนไข อุ้มฆ่าไม่มี ทุกอย่างให้ดำเนินไปตามตัวบทกฎหมาย ถ้าผิดก็คือผิด ไม่ผิดก็ไม่ผิด ปล่อยตัวไปแล้วมาเยียวยา เยียวยาคนที่ถูกกระทำ กระทรวงยุติธรรมลงไปดูแลทั้งหมด คนที่ได้รับผลกระทบจากการถูกจับกุมแล้วศาลตัดสินว่าไม่ผิด หรือว่าถูกจับกุมแล้วปล่อยตัวไป กระทรวงยุติธรรมลงมาดูแล ทั้งหมด นี่คือนโยบายของรัฐบาล

ผมคิดว่าวันนี้หลังจากทุกฝ่ายลงมาทำงาน แม้บางนโยบายจะมีความบกพร่องอยู่บ้าง เราก็ต้องยอมรับ การรั่วไหลของงบประมาณถ้าจะเกิดขึ้นบ้าง เราต้องยอมรับไปแก้ไขปรับปรุง รัฐบาลที่จะมารับงานต่อก็ต้องระวัง ต้องดูแลเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน การอ้างประชาชนในพื้นที่ แล้วของบประมาณมากๆ อันนี้ก็ต้องระวัง

งบประมาณการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วง 2 ปี ที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเป็นอย่างไร

มี งบประมาณลงมามากทุกปี ตั้งแต่สมัยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ถึงแม้รัฐบาลปัจจุบันให้งบกับจังหวัดชายแดนภาคใต้มาก แต่ว่าช่วงก่อนโน้นใช้ไปใช้ในเรื่องความมั่นคงมาก ซื้ออุปกรณ์ทางการทหาร มากกว่าใช้ในการพัฒนา แต่ในช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล เราปรับงบประมาณมาใช้ในด้านการพัฒนา มากกว่าด้านความมั่นคง

แม้ให้งบ ด้านพัฒนามากกว่าด้านความมั่นคง ก็ยังมีคนถามว่า ทำไมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ยังใช้งบประมาณมาก จริงๆ แล้วกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ใช้งบประมาณด้านการข่าวกับการพัฒนาชาวบ้านมากขึ้น ใช้ด้านการทหารน้อยลง

มี การปรับสัดส่วนตัวเลขงบประมาณคือ ดูตัวเลขกลมๆ อาจจะเท่ากับในอดีตคือ ประมาณ 20,000 ล้านบาทต่อปี แต่เดิมใช้ในเรื่องความมั่นคงหรือการทหารมาก เราก็ปรับลดสัดส่วนนี้ลง มาใช้ในเรื่องการพัฒนามากขึ้น ในวงเงินที่ใกล้เคียงกับวงเงินเดิม

ถ้าลดกำลังทหารลง จะมีผลต่อการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไร

การ ลดกองกำลังลงเป็นสิ่งที่จำเป็น สำหรับกำลังที่มาจากต่างถิ่น ปัญหาคือ เราต้องมีความมั่นใจให้ได้ว่า ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ต้องได้รับการดูแล รัฐต้องดูแลให้ได้ ถ้ารัฐไม่สร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้น ก็ไปเข้าทางฝ่ายตรงข้ามที่ต่อต้านอำนาจรัฐ

เพราะฉะนั้น การใช้กำลังของเจ้าหน้าที่คุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของ ประชาชนในพื้นที่ จึงเป็นเรื่องจำเป็น แต่ในอนาคตเราไม่จำเป็นต้องเอาทหารจากต่างถิ่นมา เพราะมีความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรม การดำเนินชีวิต การเอาคนต่างถิ่นมา พอครบหกเดือน หรือปีหนึ่ง เขาก็ต้องกลับไปบ้าน คนมาใหม่ก็ต้องเริ่มต้นงานใหม่ เราจึงหันมาใช้กำลังในท้องถิ่นแทน

กำลัง ท้องถิ่นที่ว่าคือ จากทหารก็มาใช้ อส. (กองอาสาสมัครรักษาดินแดน) กองกำลังพัฒนา หรือกองพลพัฒนาที่มาตั้งในพื้นที่ จะเป็นแค่กองกำลังที่มาดูแลเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

อย่าง น้อยที่สุด พี่น้องประชาชนในพื้นที่ต้องมีความอดทน หากเกิดเหตุอะไรขึ้นมา รัฐจะได้ช่วยคุ้มครอง แต่ถ้าไม่มีความมั่นใจก็จะมีเหตุการณ์ย้ายถิ่น หรือทิ้งพื้นที่เกิดขึ้นอีก เราไม่ต้องการให้คนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ทิ้งพื้นที่ ระยะหลังมานี้ การทิ้งพื้นที่มีน้อยลงมากแล้ว เรียกว่าเลือดหยุดไหลแล้วก็ได้

วันนี้ คนที่เคยขายที่ดินอยากจะกลับไปอยู่ที่เดิมด้วยซ้ำ เพราะเศรษฐกิจดีมาก ทุกอย่างผมไม่ได้พูดเอง เรื่องเศรษฐกิจต้องว่าด้วยตัวเลข ต้องลงไปดูในเชิงประจักษ์ให้ได้ว่า วิถีชีวิตเป็นอย่างไร

บทบาทในฐานะฝ้ายค้าน จะดูแล 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไร

ฝ่ายค้านเองต้องดูแลไม่ให้รัฐทำอะไรตามอำเภอใจ รัฐจะทำอะไรตามอำเภอใจหรือจะทำเลยเถิดตามที่ตัวเองต้องการไม่ได้

วันนี้ ตัวบทกฎหมาย ตามหลักการยุติธรรมต้องมีอยู่ ฝ่ายค้านเองต้องควบคุม นโยบายของรัฐบาล ต้องควบคุมการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ เราตั้งกระทู้ถามปัญหาชายแดนภาคใต้กับรัฐบาลได้ ไม่ว่ากระทู้สดหรือ หรือกระทู้แห้ง

มากไปกว่านั้น เราเอาเรื่องนี้มาเป็นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในสภาได้ ถ้ารัฐบาลทำอะไรที่จะนำไปสู่ความแตกแยกมากขึ้น ทำแล้วจะทำให้สถานการณ์ในพื้นที่รุนแรงขึ้น ฝ่ายค้านขอเปิดอภิปรายได้ ถามรัฐมนตรีหรือรัฐบาลได้ นี่คือแนวทางในการควบคุมดูแลของฝ่ายค้าน

การเคลื่อนไหวในพื้นที่จะทำอย่างไร

การ จัดตั้งองค์กรเพื่อดูแลพื้นที่ อันนี้สำคัญ พรรคต้องทำต่อเนื่องอยู่แล้ว ไม่ว่าในฐานะพรรคการเมืองหรือผู้แทนราษฎร พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องยอมรับว่า เสียงข้างมากคือเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ยังไงเราก็ไม่ทิ้งพื้นที่นี้ ไม่ว่าเป็นการลงมาเยี่ยมพบปะพี่น้องประชาชน หรือการหยิบยกปัญหาต่างๆ เสนอต่อรัฐบาล

เวลาพิจารณางบประมาณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเอง ก็ต้องเข้าไปเป็นกรรมาธิการการพิจารณางบประมาณอยู่แล้ว แม้จะของบประมาณเพิ่มเติมไม่ได้ แต่ก็มีงบประมาณที่จะไปดูแลพื้นที่ให้เป็นไปตามความต้องการของพื้นที่ได้

ตอน นี้ไม่มีตัวแทนฝ่ายรัฐบาล หรืออาจจะไม่มีรัฐมนตรีจากภาคใต้ด้วยก็ได้ ในขณะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่นี้เป็นพรรคฝ่ายค้านทั้งหมด ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคมาตุภูมิ วันนี้ รัฐบาลจะทำอะไรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ต้องระมัดระวัง ยิ่งไม่มีตัวแทนของตัวเองอยู่ในพื้นที่ ก็ยิ่งต้องฟังฝ่ายค้านมากขึ้น

หนังสือต้องอ่าน(ยังไม่ต้องห้าม):เทวาสายัณห์

ที่มา Thai E-News


ที่มา zenjournalist

หนังสือ“เท วาสายัณห์: มรณกรรมของประชาธิปไตยแบบไทย” (แปลจาก Thailand Unhinged: The Death of Thai-Style Democracy) เป็นหนังสือที่วิพากษ์การเมืองและความเป็นไปในสังคมไทยอย่างถึงแก่น

โดยเฉพาะในช่วงที่เมืองไทยตกอยู่ในภาวะวุ่นวายหลังจากการรัฐประหารขับไล่อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร

ผู้ เขียนมองว่า วิกฤตการณ์การเมืองไทยที่เป็นมาอย่างต่อเนื่อง สามารถอธิบายได้จากการศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองไทยในช่วงเวลาหลังจากระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ถูกโค่นล้มไป

ซึ่งจะพบว่าเต็มไปด้วยความพยายาม อย่างเป็นระบบของพวกชนชั้นปกครองที่ไม่ได้ มาจากการเลือกตั้ง ที่จะขัดขวางไม่ให้ประชาธิปไตยในเมืองไทยพัฒนาไปได้ เนื่องจากหวังจะกุมอำนาจไว้ในมือตน สถาบันการเมืองถูกบ่อนทำลาย ทำให้ไร้พลังอย่างต่อเนื่อง ความหวังหรือความพยายามใดๆของประชาชนที่จะได้มาซึ่งประชาธิปไตยที่แท้จริงก็ ถูกปราบปรามตลอดเวลา

ในหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนมองว่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปี 2553 ซึ่งหลายอย่างเป็นโศกนาฏกรรม เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงมรณกรรมของ “ประชาธิปไตยแบบไทย” ซึ่งเป็นระบอบการปกครองของประเทศมาได้ 50 ปีแล้ว

แม้ ระบอบการปกครองแบบนี้จะหยิบยืมเปลือกนอกบางอย่างของประชาธิปไตยมาใช้ แต่ก็สงวนสิทธิ์ในการบริหารประเทศให้อยู่ในมือ “คนดี” ที่มีชาติตระกูล มีสถานะทางสังคมสูงและมีฐานะร่ำรวย

แต่ละบทในหนังสือเล่มนี้มีลีลาการเขียนที่ตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม และวิพากษ์วิจารณ์อย่างไม่ไว้หน้าใคร

หนังสือ เล่มนี้จึงเป็นงานเขียนที่แปลกออกไปจากปกติทั่วไป เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างงานเขียนทางวิชาการ งานเขียนทางวารสารศาสตร์ และงานเขียนที่โจมตีความอยุติธรรมและกระตุ้นให้เกิดความต้องการเปลี่ยนแปลง สังคมในทางที่ดีขึ้น
สารบัญ:

คำนำ

1. รัฐประหารประชาธิปไตย
2. ในนามของพ่อ..
3. เผด็จการผู้ใหญ่
4. ขายตัวขายชาติ
5. แบบไทยโดยแท้
6. กบฏไพร่
7. พระเจ้าตายแล้ว

-อ่านฉบับย่อที่ zenjournalist
-ดาวน์โหลดฉบับเต็มตามลิ้งค์ http://khikwai.com/blog/wp-content/uploads/TEWASAYAN.pdf

รวมพล..นักรบไซเบอร์หัวใจแดง

ที่มา Thai E-News


โดย หรี่ฟุน
20 กรกฏาคม 2554

เป็น ที่แน่ชัดแล้วว่า บรรดาสารพัดสัตว์...ตรู ทั้งที่เปิดเผยตัว และเป็นแก๊งชะนีกับลูกอีแอบตามโพรงมดลูก ที่ได้พ่ายแพ้ทั้งทางด้านมวลชนและทางการเมือง ยังไม่ลดละที่จะสร้างความปั่นป่วนให้เกิดขึ้นในสังคมไทยในรูปแบบหน้าตัวเมีย ที่ไม่กล้าเปิดเผยตัวตน

ขณะนี้ “สงครามไซเบอร์” ได้นำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบแล้วจากฝ่ายขี้แพ้ชวนตี ดังนั้นเพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการ ในการที่จะให้บ้านเมืองชิบหายวายวอด มวลชนคนเสื้อแดงทั่วโลก นักรบไซเบอร์หัวใจแดง พร้อมรับปฎิบัติ ถ้าคิดว่าพวกคุณมึงทั้งหลายสามารถอยู่ได้ด้วยความสงบสุข ก็ลองดู

นับ แต่วันนี้เป็นต้นไป ขอให้บรรดา นักรบไซเบอร์หัวใจแดงทุกท่าน ใช้ช่องทางการสื่อสารข้อมูล (Data transmission Channels) ทุกชนิดให้เกิดประโยชน์ในการโต้ตอบ และขอให้มวลชนคนเสื้อแดงทุกท่านไม่ต้องห่วง ทุกท่านคงชาร์ทแบตเต็มอยู่แล้ว ส่วนหน้าที่ในการปฎิบัติการ “สงครามไซเบอร์” ลูกหลานมวลชนคนเสื้อแดงยุคไอที จะรับผิดชอบเอง

สัตว์..ตรูตัวสำคัญหมายเลข 1


คงจะรู้จักดีน่ะครับ จิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์ ตัวนี้ ขณะนี้มันได้รับมอบหมายงานชิ้นใหม่จากสตรีเพศแม่ มาสร้างความชิบหายให้กับบ้านเมืองรอบสอง

จิ้งจอก เฒ่า ตัวนี้จะคอยหาแดกอยู่กับบรรดาสตรีเพศแม่ ผู้สูงศักดิ์ ทั้งเศรษฐีนี สาวแก่แม่หม้าย และเหล่าบรรดาคุณหญิงคุณนายปัญญาอ่อน แต่คราวนี้เชื่อขนมกินได้เลยว่า ไม่มีดวงดีเป็นครั้งที่สอง สำหรับ จิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์ ตัวนี้

พี่น้องมวลชนคนเสื้อแดงทั่วโลกทุกท่าน สบายใจได้ครับ ลูกหลานท่าน นักรบไซเบอร์หัวใจแดง เราพร้อมกันมานานแล้วในการปฎิบัติงานเพื่อพี่น้องที่รักความยุติธรรม รักประชาธิปไตยยิ่งชีวิต ดังรายละเอียดจากลูกหลานของท่าน ดังนี้ครับ

สดุดีนักรบไซเบอร์แดง RedCyber warrior
23/01/2011 by mcfah


นักรบไซเบอร์(Cyber warrior) หมายถึงบุคคลที่ใช้ระบบการสื่อสารและเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อต่อสู้ทางการเมืองด้วยข้อมูลและหลักฐาน

โดย คำว่านักรบไซเบอร์เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2550 เมื่อเกิดการรัฐประหารในประเทศไทย หลังจากนั้นนักรบไซเบอร์ได้ถูกกล่าวถึงมากขึ้นตั้งแต่การชุมนุมของกลุ่ม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พ.ศ. 2551 เรื่อยมาจนถึงการชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ แดงทั้งแผ่นดิน พ.ศ. 2553

นักรบไซเบอร์แดง(RedCyber Warrior) ถือได้ว่ามีบทบาทอย่างมากในการชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ แห่งชาติ แดงทั้งแผ่นดิน พ.ศ. 2553 แม้ว่าจะมีการระงับการให้ข้อมูลเว็บไซต์ต่างๆ และปิดกั้นการออกอากาศของสถานีประชาชนก็ตาม แต่นักรบไซเบอร์ได้เผยแพร่ข้อมูลต่างๆอย่างแพร่หลาย

รวมไปถึงหาช่อง ทางต่างๆเพื่อถ่ายทอดสดการชุมนุม และบ่อยครั้งที่แกนนำผู้ชุมนุมนำคลิปวิดีโอจากอินเทอร์เน็ตไปเผยแพร่ต่อบน เวทีปราศรัย ด้านรัฐบาลก็ได้มีการนำคลิปวิดีโอจากอินเทอร์เน็ตในการชี้แจงเช่นเดียวกัน

ใน งานสัมมนา 3 ปี การบังคับใช้ พ.ร.บ.คอมฯ: หลักนิติรัฐกับความรับผิดชอบของภาครัฐ จัดโดย เครือข่ายพลเมืองเน็ต คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ(คปส.) Southeast Asia Press Alliance (SEAPA) ที่ ห้องโมลิแยร์-วอลแตร์ ชั้นบี โรงแรมโนโวเทล สยาม เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ในหัวข้อ “วาทกรรมในโลกไซเบอร์กับการปรองดองแห่งชาติ” มีการนำเสนองานวิจัยที่ระบุถึงกลุ่มการเมืองบน Social Media มีความเคลื่อนไหวอย่างเข้มข้นขึ้นนับตั้งแต่หลังการรัฐประหาร 49 และเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในช่วงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ระบุรัฐสกัดกั้นสื่อยิ่งสร้างสถานการณ์ให้เกิดการเคลื่อนไหว รวมตัวทางการ เมืองในอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้น

ขอสดุดีนักรบไซเบอร์แดงทั้ง หลาย ที่เสียสละเวลาและกำลังสติปัญญาโดยไม่มีค่าตอบแทน เพื่อช่วยเหลือสังคมประเทศชาติ เหมือนคนปิดทองหลังพระ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆท่านครับ
จึง ออกแบบเครื่องหมายนี้มอบให้เพื่อเป็นเกียรติแก่พวกท่านทั้งหลาย ขอความดีที่พวกท่านทั้งหลายทำอยู่ส่งผลให้ท่านประสบกับความสำเร็จ เจริญรุ่งเรืองและพบกับความสุขตลอดไป

เป็นอย่างไรบ้างครับ ปลื้มปิติกับลูกหลานของท่านไหมครับ “นักรบไซเบอร์แดง”

ช็อตเด็ดวันนี้:ขุนรองปลัดชู-ปูดองสะท้านโลก

ที่มา Thai E-News

สมศักดิ์ เจียมฯ:555 Queen อังกฤษไม่มีเครื่องบินส่วนตัว โห ทำไมประเทศอังกฤษถึง "กระจอก" ยังงี้?!

ที่มา Thai E-News


โดย สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
ที่มา เฟซบุ๊คสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล


ช่วง นี้เห็นมีเรื่องปัญหา"กรรมส​ิทธิ์"เครื่องบินอะไรกัน และพอดีมีฝรั่งท่านหนึ่งไปโพสต์​สั้นๆที่ New Mandala ว่า Queen อังกฤษ ไม่มีเครื่องบินส่วนตัว ผมเลยลองเช็คข้อมูลทางเน็ตดู ปรากฏว่า ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้นจริงๆแฮะ คือ Queen (หรือคนอื่นๆในครอบครัว) ไม่มีเครื่องบินส่วนตัว

เมื่อ 3 ปีก่อนนี้เอง มีข่าว "ฮือฮา" ขึ้นมาว่า Queen สนใจอยากจะซื้อเครื่องบิน "ส่วนตัว" ไว้ลำหนึ่ง เพื่อใช้สำหรับพระองค์และสมาชิกครอบครัว ในการปฏิบัติพระราชภารกิจทางราชการต่างๆ (ขอให้สังเกตให้ดีนะครับ ไม่ใช่ซื้อเครื่องส่วนตัว เพื่อใช้สำหรับกิจกรรมส่วนตัวนะครับ ภาษาอังกฤษเขาใช้คำว่า The jet will be solely for the Royal Family for official engagements คือใช้กับ official engagements หรือพระราชกรณียกิจทางราชการ)

แต่ปรากฏว่า พอข่าว "ปูด" ออกมา (โดย The Sun) ทางบั๊กกิ้งแฮม ก็ออกมาปฏิเสธว่า ไม่จริง (ผมอ่านข่าวดูแล้ว สงสัยว่า จริงๆ คงสนใจแหละ แต่กระแสวิพากษ์วิจารณ์มันมาก เลยเปลี่ยนใจ ไม่กล้า go ahead)

ดูรายงานข่าวที่นี่ http://www.dailymail.co.uk/new​s/article-1063209/Palace-denie​s-Queen-spend-7m-private-Heir-​Force-One.html

กอง ทัพอากาศอังกฤษมีหน่วยบินหน่วยหนึ่ง ที่ชาวบ้านชอบเรียกกันทั่วไปว่า​ "กองบินราชวงศ์" (Royal Flight) หรือ "กองบินของพระราชินี" (Queen's Flight)

แต่ดังที่อธิบายไว้ที่นี่ http://en.wikipedia.org/wiki/A​ir_transport_of_the_Royal_Fami​ly_and_government_of_the_Unite​d_Kingdom และที่นี่ http://en.wikipedia.org/wiki/N​o._32_Squadron_RAF นี่เป็นการเรียกที่ผิดๆนะครับ

เพราะ ความจริง เครื่องบินใน "กองบินราชวงศ์" หรือมีชื่อทางการหน่อยว่า "กองบิน 32" (32 Squadron) มีหน้าทีทางทหารปกติเหมือนกองบินอื่นๆ และจะเอาไปใช้เป็นราชยานพาหะนะ หรือพาหนะสำหรับ VIP ต่างๆ ได้ก็ต่อเมื่อ ไม่มีภารกิจทางทหารแล้วเท่านั้น

ดังที่มีการประกาศย้ำในปี 1999 ว่า "จุดมุ่งหมายหลักของ กองบิน 32 คือ ให้การสนับสนุนด้านการคมนาคมและ​ส่งกำลังบำรุงในการปฏิบัติการทางทหาร ขนาดและความสามารถในการใช้งาน (capacity) ของ กองบิน 32 ควรวางอยู่บนพื้นฐานของความต้องการทางทหารเท่านั้น และความสามารถในการใช้งานที่เป็นส่วนเกินออกไป (spare capacity) เกียวกับราชวงศ์ หรือที่ไมใช่กิจการทหาร... ควรเป็นเรืองรอง ที่ขึ้นต่อจุดมุ่งหมายทางทหารเท​่านั้น"

( "the principal purpose of 32 Squadron [is] to provide communications and logistical support to military operations; the Squadron's capacity should be based on military needs only; and any royal or other non-military use of... spare capacity is secondary to its military purpose.")

เฮ้อ! ประเทศอังกฤษนี่ ทำไม "กระจอก" จังวุ้ย

Tuesday, July 19, 2011

ประชาธิปไตยที่ปลายอุโมงค์-ภารกิจแรก นำความยุติธรรมกลับคืนมา 19-7-54

ที่มา Asia Update



Related posts:

  1. ประชาธิปไตยที่ปลายอุโมงค์ 25-4-54
  2. ประชาธิปไตยที่ปลายอุโมงค์ 28-5-54
  3. ประชาธิปไตยที่ปลายอุโมงค์ 31-5-54
  4. ประชาธิปไตยที่ปลายอุโมงค์ 26-5-54
  5. ประชาธิปไตยที่ปลายอุโมงค์-ขั้นตอนการเลือกนายกรัฐมนตรี 9-7-54

...คำผกา ตำหนิ สลิ่มดูถูกชนบท

ที่มา thaifreenews

โดย คนเมืองกาญ



และอันนี้ต้องยกนิ้วให้เลยครับ ต้องช่วยกันสนับสนุนสินค้าที่เข้าร่วมโครงการค่าแรง 300
http://news.voicetv.co.th/business/14228.html

ภาพข่าวพระราชกรณียกิจส่วนพระองค์ในเยอรมัน

ที่มา Thai E-News














ภาพ ข่าวพระราชกรณียกิจส่วนพระองค์ ขณะสำราญพระราชหฤทัยนำคณะข้าราชบริพารเก็บผลราลสเบอร์รี่ สตรอว์บอรี่ ที่ Abensberg เขต Kelheim แคว้น Bayern หรือบาวาเรีย ห่างจากมิวนิคประมาณ 70 กม. เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา (ที่มา:หนังสือพิมพ์Wochenblatt ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ในเขตตะวันออกของบาวาเรีย)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
19 กรกฎาคม 2554

เวบไซต์หนังสือพิมพ์Wochenblatt ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ในเขตตะวันออกของบาวาเรีย รายงานข่าวพระราชกรณียกิจ การเสด็จเป็นการส่วนพระองค์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารว่า เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา เมืองเล็กๆแห่งนี้ได้มี คณะของสมเด็จพระยุพราชของไทยมาเก็บลูกสตรอเบอร์รี่และราสเบอร์รี่ราว 60 กิโลกรัม

คณะของพระองค์ท่านมีรถยนต์สีดำจำนวนหลายคันเดินทางมาในช่วง บ่าย รถในขบวนประกอบไปด้วยรถตู้ที่มีหน้าต่างสีดำนับสิบคัน, saloons 2 คัน,พระราชพาหนะ 350 Roadster SLK ของมกุฎราชกุมารแห่งประเทศไทยพร้อมข้าราชบริพารผู้ติดตามพระองค์

คณะ ของพระองค์ท่านทรงใช้วโรกาสดังกล่าวในสวนสตรอเบอร์รี่และราสเบอร์รี่ อย่างทรงพระเกษมสำราญนานกว่า 2 ชั่วโมง สำหรับสมเด็จพระบรมฯนั้นทรงมีพระเก้าอี้นั่งสำราญพระราชหฤทัยในพระราชอุทยาน สตรอเบอร์รี่ และมีราชองครักษ์ 15 คนคอยถวายอารักขา หลังจากเก็บได้สำหรับกระเช้าที่บรรจุได้ขนาดอันละแปดกิโลกรัมของราสเบอร์รี่ และสตรอเบอร์รี่ เก็บได้ทั้งสิ้น 60 กิโลกรัม บรรดาข้าราชบริพารที่คึกคักทั่วหน้าในสวน (ที่พวกเขาเชียร์เสียงดังที่เก็บได้ผลเบอร์รี่ขนาดใหญ่เป็นพิเศษ)

ทั้ง นี้ในระยะ 2 ปีที่ผ่านมา สมเด็จพระบรมฯทรงได้เสด็จพระราชดำเนินมายังเยอรมนีเป็นการส่วนพระองค์จนพระ ราชจริยวัตรปกติแล้ว จากรายงานของหนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ทรงนำราชพาหนะเบ๊นซ์เก็บที่ปลอดภัยไม่ให้ถูกยึดอีก




ข่าว ที่โทรทัศน์ของเยอรมันนำเสนอ ในท้ายข่าวนี้จะเห็นพระราชพาหนะเมอร์ซีเดสเบ๊นซ์SLKของสมเด็จพระบรมฯอยู่ ด้วย สื่อเยอรมันรายงานว่า ทรงนำไปเก็บไว้ในที่ปลอดภัยแล้ว


เยอรมนี ตัดสินกรณีอายัดโบอิ้ง 737 วันที่ 20 ก.ค.นี้

นาย คริสตอฟ เฟลล์เนอร์ รองประธานศาลแขวงแลนด์ชัต เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี เปิดเผยว่าจะยังไม่ตัดสินคดีอายัดเครื่องบินโบอิ้ง 737 ส่วนพระองค์ หลังจากบริษัทวอลเตอร์ บาว ได้ร้องขอให้อายัดเครื่องบินลำดังกล่าว เพราะเข้าใจว่าเป็นเครื่องบินของรัฐบาลไทย โดยจะตัดสินภายในวันพุธที่ 20 ก.ค.นี้เวลาประมาณ 05.00น.ตามเวลาประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายมีโอกาสชี้แจงคือฝ่ายของบริษัทวอลเตอร์บาวและ ฝ่ายรัฐบาลไทย

ความล่าช้าในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวของรัฐบาลไทย อาจเสี่ยงที่จะกระทบกระเทือนต่อพระเกียรติยศ ซึ่งทำให้พสกนิกรชาวไทยไม่สบายใจอย่างยิ่ง เพราะตอนนี้สื่อของเยอรมันรายงานว่า มีความกังวลว่าอาจจะมีการอายัดพระราชทรัพย์อื่นๆ จนทำให้พระองค์ท่านต้องทรงแก้ไขปัญหาด้วยพระองค์เอง

เวบไซต์ Interaksyonรายงาน พระราชภารกิจในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร ว่า มกุฎราชกุมารของไทยได้ทรงนำรถยนต์เมอร์ซิเดสเบ๊นซ์ของพระองค์ไปเก็บรักษาไว้ ในที่ปลอดภัย เพื่อไม่ให้เยอรมนีอายัดพระราชทรัพย์อีก หลังจากทางการเยอรมนีได้อายัดเครื่องบินของพระองค์ไว้ที่สนามบินมิวนิกเมื่อ สัปดาห์ก่อน ทั้งนี้จากการรายงานของหนังสือพิมพ์ Bild am Sonntag weekly สื่อของเยอรมัน

เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ มกุฏราชกุมารผู้ทรงมีสิทธิในการสืบทอดพระราชสมบัติได้"เก็บ"พระราชพาหนะ เมอร์ซิเดสเบ๊นซ์SLKในที่จอดรถส่วนพระองค์ ณ โรงแรมหรูแห่งหนึ่งของมิวนิค ทางตอนเหนือของเยอรมัน และมีบอดี้การ์ดร่วม 10 คนคอยเฝ้ารักษา หนังสือพิมพ์ระบุ

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช พระชนมายุ 58 ชันษา เพิ่งใช้พระราชวโรกาสมาเก็บผลสตรอเบอรี่ในเยอรมัน โดยใช้พระราชพาหนะเมอร์ซีเดสเบ๊นซ์ดังกล่าวไปยังพื้นที่แห่งนั้น

ฐมนตรีว่าการฯ ถวายรายงานความคืบหน้ากรณีศาลเยอรมนีมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินรัฐบาลไทย

เวบไซต์กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยในวันนี้(18 กรกฎาคม) ว่าเช้าวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ที่ท่าอากาศยานแฟรงเฟิร์ต เยอรมนี นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เพื่อถวายรายงานเกี่ยวกับการดำเนินการทั้งทางด้านการทูตและทางด้านกฎหมาย กรณีศาลเยอรมนีมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินรัฐบาลไทย ซึ่งนำไปสู่การอายัดเครื่องบินพระที่นั่ง ซึ่งจอดอยู่ที่ท่าอากาศยานนครมิวนิค ตั้งแต่วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๔ สาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้

๑. เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๔ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้พบหารือกับรักษาการรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี (นาง Cornelia Pieper) และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี (นาย Werner Hoyer) ที่กรุงเบอร์ลิน ซึ่งรัฐมนตรีฯ ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งและย้ำถึงความละเอียดอ่อนของการดำเนินการของฝ่าย เยอรมนีในเรื่องนี้ ซึ่งถือว่าเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรงที่มีการอายัดเครื่องบินลำดังกล่าว ซึ่งเป็นเครื่องบินส่วนพระองค์ มิใช่ทรัพย์สินของรัฐบาลไทย จึงจำเป็นที่ทั้งสองฝ่ายต้องร่วมกันหาทางแก้ไขโดยทันที

โดยพิจารณา ถึงประเด็นความสำคัญทางการเมืองและกฎหมายควบคู่กัน ซึ่งทางฝ่ายเยอรมนีรับทราบข้อห่วงกังวลของไทยและเห็นพ้องว่าไม่ควรให้เรื่อง ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ที่ดีของสองประเทศ พร้อมทั้งแสดงความเสียใจที่เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเหตุให้ระคายเคืองเบื้อง พระยุคลบาท

๒. สำหรับการดำเนินงานด้านกฎหมายนั้น คณะทำงานด้านกฎหมายของไทยนำโดยอัยการสูงสุดพร้อมด้วยอธิบดีกรมสนธิสัญญาและ กฎหมายและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ โดยจะนำเสนอข้อมูลหลักฐานเพิ่มเติมตามที่ศาลร้องขอ ทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษรและรูปถ่าย พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงความไม่ถูกต้องของหลักฐานของทนายความของบริษัท Walter Bau และจะมีการเบิกความต่อศาลโดยอธิบดีกรมการบินพลเรือน ในวันจันทร์ที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๔ นี้

ภาพล่าสุดของคุณใหม่-สิริกิติยา เจนเซ่น

ที่มา Thai E-News

ช่วง ระหว่างนี้มีการเผยแพร่คลิปที่ถ่ายทำใต้น้ำ และอ้างกันว่า สตรีในภาพอาจจะเป็น"คุณใหม่" สิริกิติยา เจนเซ่น อย่างไรก็ดีจากการที่ไทยอีนิวส์ตรวจสอบกับภาพจริงของคุณใหม่นั้นน่าเชื่อว่า สตรีในคลิปไม่น่าจะเป็นคุณใหม่ เพราะสตรีในคลิปดังกล่าวมีรอยสักที่"ข้อมือขวา" แต่หากสังเกตจากภาพล่าสุดของคุณใหม่นั้นไม่มีรอยสักที่ข้อมือแต่อย่างใด

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
18 กรกฎาคม 2554

คุณ ใหม่ สิริกิติยา เจนเซ่น ธิดาคนสุดท้องของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี กับนายปีเตอร์ เจนเซน นามเดิม คุณใหม่ เจนเซน เกิดเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2528 ที่เมืองซานดีเอโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น คุณสิริกิติยา เจนเซน โดยนำคำว่า "สิริกิติ์" นำมาจากพระนามของสมเด็จพระอัยยิกา (สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ)

นี่เป็นภาพถ่ายล่าสุดของคุณใหม่ในนิตยสารพลอยแกมเพชร ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ที่ผ่านมานี้

ภาพจากนิตยสารพลอยแกมเพชร ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2554

อีกชุดเป็นภาพคุณใหม่จากเวบไซต์เด็กดี

ผลจัดอันดับความเข้มแข็งทางการทหาร กองทัพไทยขยับอันดับ 19 โลก 8 เอเชีย "สหรัฐ"รั้งที่ 1

ที่มา มติชน



เว็บ ไซต์ Globalfirepower.com จัดอันดับความเข้มแข็งทางการทหารของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกในปี 2554 โดยคำนวณจาก 45 ปัจจัย ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ โดยไม่นับรวมความสามารถในการใช้อาวุธนิวเคลียร์ แต่เลือกเปรียบเทียบเฉพาะความพร้อมและความสามารถในการรบเมื่อต้องทำสงคราม ตามแบบทั้งภาคพื้นดิน ในทะเลและในอากาศ

นอก จากนี้ยังพิจารณาจากความสามารถการส่งกำลังบำรุง ปัจจัยทางการเงินในการทำสงคราม ซึ่งตัวเลขเหล่านี้อาศัยข้อมูลจริงและการประเมินตามหลักสถิติ พบว่า กองทัพไทยอยู่อันดับ 19 สูงขึ้นกว่าปีก่อนซึ่งอยู่อันดับ 28 ของโลก และครองอันดับ 8 ของเอเชียโดยเป็นรองจีน อินเดีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อิหร่าน ไต้หวัน และอินโดนีเซีย



เว็บ ไซด์ ดังกล่าวอ้างตัวเลขจากห้องสมุดรัฐสภาอเมริกันและสำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐฯ ระบุว่า ในปีนี้ ไทยมีงบประมาณกลาโหม 5,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (156,000 ล้านบาท) และเมื่อแยกเป็นรายกองทัพ พบว่า ไทยมีกำลังทหารที่พร้อมรบ 305,860 นาย และกำลังสำรองที่พร้อมรบ 245,000 นาย โดยกองทัพบกมีรถถัง 542 คัน ยานลำเลียงพลหุ้มเกราะ 1,005 คัน ปืนใหญ่ชนิดลากจูง 741 กระบอก ปืนใหญ่อัตตาจร 26 กระบอก ระบบจรวดหลายลำกล้อง 60 ชุด ปืนค. 1,200 กระบอก อาวุธนำวิถีต่อสู้รถถัง 818 ชุด อาวุธต่อสู้อากาศยาน 378 หน่วย และยานยนต์ส่งกำลังบำรุง 4,600 คัน

กองทัพอากาศ ไทยมีเครื่องบินแบบต่าง ๆ 913 ลำ เฮลิคอปเตอร์ 443 ลำ และ เครื่องบินบริการ 105 ลำ ขณะที่ราชนาวีไทย มีเรือทั้งสิ้น 164 ลำ แยกเป็นเรือบรรทุกอากาศยาน 1 ลำ เรือฟริเกต 6 ลำ เรือยามฝั่งและเรือตรวจการณ์ 109 ลำ เรือทำสงครามทุ่นระเบิด 7 ลำ และเรือสนับสนุนการยกพลขึ้นบก 9 ลำ นอกจากนี้ไทยมีกองเรือพาณิชย์นาวี ประกอบด้วยเรือทั้งสิ้น 382 ลำ และท่าเรือสำคัญ 5 แห่ง

สำหรับ กองทัพอันดับ 1 ของโลกในปีนี้ ยังคงเป็นสหรัฐฯ ส่วนอันดับรองลงมาคือ รัสเซีย จีน อินเดีย และอังกฤษ ชาติในเอเชียที่ติดอยู่ 10 อันดับแรกของโลกมีถึง 4 ประเทศ คือ จีน อินเดีย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ส่วนในอาเซียน อินโดนีเซีย และไทย อยู่อันดับ 18 และ 19 ฟิลิปปินส์อยู่อันดับ 23 และมาเลเซียอยู่อันดับ 27