ที่มา thaifreenews
โดย ice angel
สำนักข่าวต่างชาติAlJazeera
จัดหนักทำสกู๊ปพิเศษวิกฤติการเมือง การเลือกตั้ง
โดยมีตัวแทนจากพรรคปชป พรรคเพื่อไทย
และนักวิเคราะห์จากสิงคโปร์มาตอบคำถาม
หัวข้อคือ
Can Yingluck lead Thailand out of turmoil?
คุณยิ่งลักษณ์จะนำประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤติความวุ่นวายนี้ได้อย่างไร ?
การตั้งคำถามของนักข่าว แต่ละคำถามคือข้อสรุปว่า
ที่ผ่านมาประเทศไทยเกิดความวุ่นวายจากเรื่องอะไรบ้าง
สำหรับผู้ที่มาตอบคำถามแต่ละคน ก็เป็นวิจารณญาณแต่ละคนที่จะตอบ
แต่ที่น่าสังเกตคือ งานนี้ต่างชาติจัดหนักถามคำถามแรงๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์
ในประเทศไทย และวิจารณ์พรรคปชป. ว่า 20 ปีที่ผ่านมาไม่เคยชนะการเลือกตั้ง
และมีคำถามเชิงวิเคราะห์ "Taksin thinks, We act" หมายถึงอะไร
ตรงนี้ฟังแล้วเสียดายจัง เพราะคนตอบที่เป็นตัวแทนพรรคเพื่อไทย
น่าจะตอบได้ดีกว่านี้
AlJazeeraEnglish on Jul 5, 2011
Yingluck Shinawatra has won a decisive election victory in Thailand. Her party secured a majority of the seats in parliament, which could be a sign of support for her brother - the former prime minister, Thaksin Shinawatra.
Inside Story, with presenter Sohail Rahman, discusses with guests: Kriengsak Chareonwongsak, a former member of parliament for the Democrat Party; Michael Montesano, a visiting research fellow at the Institute of Southeast Asian Studies in Singapore; and Pithaya Pookaman, a deputy spokesman for the ministry of foreign affairs for the newly elected Pheu Thai Party.
http://www.youtube.com/watch?v=u06R167jueI
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Wednesday, July 20, 2011
Inside Story:ต่างชาติจัดหนัก"สกู๊ปพิเ้ศษ"
ตั้งโต๊ะราชประสงค์
ที่มา ข่าวสด
แดงล่าชื่อถอด'กก.สิทธิ์' ฮึ่มบุกถามอมรา-คดี6ศพ
ทูต เบลเยียมเข้าพบ 'ยิ่งลักษณ์' ห่วงปัญหาสิทธิมนุษยชนไทย สอบถามเรื่องเยียวยาคนเสื้อแดง ที่ได้รับผลกระทบจากการปราบปราม ขณะที่ 'ปู' ย้ำไม่แทรกแซงการทำงาน 'คอป.' ด้านแม่น้องเกด พร้อมด้วยญาติ 6 ศพวัดปทุมฯ ถวายสังฆทาน ทำบุญ รำลึก 14 เดือน พฤษภาเลือด ยืนกรานศุกร์นี้บุกฟังคำตอบคณะกรรมการสิทธิฯ ต้องอธิบายคดี 6 ศพ ให้ชัด แต่ละศพเคลื่อนย้ายมาจากจุดใด 
รำลึก - นางพะเยาว์ อัคฮาด พร้อมกลุ่มคนเสื้อแดง ร่วมทำบุญที่วัดปทุมวนาราม รำลึก 14 เดือนวันที่ 19 พ.ค. และอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิตในเหตุ การณ์สลายการชุมนุม วันที่ 10 เม.ย.-19 พ.ค. 2553
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 ก.ค. ที่วัดปทุมวนาราม นางพะเยาว์ อัคฮาด พร้อมด้วยนายณัทพัช อัคฮาด แม่และน้องชายของ น.ส.กมนเกด อัคฮาด และญาติผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ยิงพยาบาลอาสา และอาสาสมัครกู้ภัย รวม 6 ศพภายในวัดปทุมฯ ร่วมกันทำบุญอุทิศส่วนกุศล และถวายสังฆทานให้ผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งร่วมรำลึกวันครบรอบ 14 เดือน เหตุการณ์สลายม็อบเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553
นายณัทพัช กล่าวว่า หากกกต.รับรอง ส.ส.ที่เป็นแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พวกเราจะนำมวลชนเสื้อแดงเดินทางไปรอรับนายจตุพร พรหมพันธุ์ ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 20 ก.ค.ทันที แต่หากไม่ผ่านการรับรอง ก็จะเป็น การเยี่ยมเยียน และให้กำลังใจ ส่วนการเดินทางไปติดตามเรื่องที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในวันที่ 22 ก.ค.นี้ เพื่อต้อง การให้คณะกรรมการสิทธิฯ ชี้แจงผลสรุปคดี 6 ศพวัดปทุมฯ ว่าแต่ละศพถูกเคลื่อนย้ายมาจากจุดใด เพราะผลสรุปที่ออกมาตรงข้ามกับความเป็นจริงมาก ทำให้พวกเราถูกมองว่าเป็นพวกไม่ดี จึงต้องการให้คณะกรรมการสิทธิฯ เร่งอธิบายเรื่องนี้ให้ชัดเจน เพื่อให้สังคมรับรู้
ขณะเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทย นายรูดี้ เวสตราเติน เอกอัครราชทูตเบลเยียม ประจำประเทศไทย เข้าพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงความยินดีที่พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง โดยเอกอัครราชทูตเบลเยียมให้ความสนใจเรื่องแนว ทางการปรองดองตาม แนวทางของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน โดยระบุว่าหากไทยมีความปรองดอง เศรษฐกิจก็จะเดินหน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า เอกอัครราชทูตยังแสดงความเห็นเรื่องสิทธิมนุษยชน ที่กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป หรืออียู จับตามองอยู่ทั้งกรณีผู้อพยพ การผลักดันชาวโรฮิงยาจากประ เทศพม่า ออกนอกประเทศไทย อีกทั้งเรื่องการเยียวยากลุ่มคนเสื้อแดงที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ยืนยันว่าจะไม่แทรกแซงการทำงานของคอป. ส่วนการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบต่างๆ โดยเฉพาะคนเสื้อแดงนั้น คณะกรรมการปรองดองของพรรคเพื่อไทย ที่จะตั้งขึ้นเพื่อทำงานร่วมกับคอป.จะไปดูรายละเอียด รวมทั้งงบประมาณต่างๆ ในการเยียวยาต่อไป
เย็นวันเดียวกัน ที่สี่แยกราชประสงค์ กลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 200 คน นำโดยนายนพพร นามเชียงใต้ และนายนที สรวารี นายกสมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน จัดงานรำลึก 14 เดือน เหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553 โดยตั้งเวทีปราศรัยที่หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิลด์ พร้อมทั้งตั้งโต๊ะล่ารายชื่อ เพื่อยื่นถอดถอนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากคนเสื้อแดง ที่นำบัตรประจำตัวประชาชนมาถ่ายเอกสารเข้าร่วมลงชื่อ
นายนพพร กล่าวว่า เป็นที่ปรากฏชัดแล้วว่า คณะกรรมการสิทธิฯ ของไทยชุดนี้ คือผู้พิทักษ์เฉพาะสิทธิ์ของระบบราชการ และกลุ่มอำมาตย์อย่างแท้จริง เห็นได้จากรายงานผลการสอบสวน กรณีปราบปรามประชาชนด้วยอาวุธสงคราม ซึ่งอ้างว่าไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่แม่นปืนกระทำ ทั้งที่หลักฐานมีมากมาย อยากถามคณะกรรมการสิทธิฯ ว่าหลักฐานจำนวนมากเผยแพร่ออกไปทั่วโลก ทำไมไม่นำมาเป็นข้อมูล เห็นได้ว่าคณะกรรมการสิทธิฯ ที่มีนางอมรา พงศาพิชญ์ เป็นประธาน เป็นคณะกรรมการที่ปราศจากคุณธรรม ไร้สำนึกในการปกป้องสิทธิของมนุษยชาติ หลายคนมีส่วนในการสนับสนุนรัฐ ประหาร เมื่อปีพ.ศ.2549 กลุ่มคนเสื้อแดงจะล่าชื่อถอดถอนคณะกรรมการสิทธิฯ ชุดนี้ เพื่อเสนอต่อประธานรัฐสภาต่อไป
ต่อมาเวลา 19.00 น. กลุ่มเสื้อแดงจุดเทียนสีแดง รำลึกถึงผู้เสียชีวิต ก่อนแยกย้ายกันเดินทางกลับ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลมาคอยดูแลความสงบเรียบร้อย
ความนิ่ง สยบความเคลื่อนไหว กกต. สัปดาห์ที่ผ่านมา คุณสมบัติที่โดดเด่นของนายกฯ ปู
ที่มา thaifreenews
โดย ลูกชาวนาไทย
คือ ทันทีที่คุณปู เปิดตัวเองครั้งแรกในการเป็นผู้สมัครพรรคเพื่อไทยนั้น ภายหลังจากขึ้นเวทีครั้งแรกที่มหาสารคาม คุณสมบัติที่โดดเด่นของคุณยิ่งลักษณ์ นอกจากความสวย น่ารักและเป็นกันเองแล้วคือ "ความนิ่ง" ที่ฉายแสงออกมาจนคนมองเห็นเองไม่ต้องโฆษณา นี่เป็นคุณสมบัติที่มองเห็นได้ค่อนข้างชัดเจนของคุณปู ซึ่งผมคิดว่าคือส่วนที่สำคัญในการสยบ พฤติกรรมที่ "ไม่นิ่ง" ของ กกต. ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาในการแขวนชื่อคุณปู
เมื่อคุณปู นิ่ง การเคลื่อนไหวของ อำมาตย์ผ่าน กกต. เลยโดดเด่นจนสังคมทั้งโลกเห็นชัดว่า "พวกมรึงกำลังเล่นอะไรว๊ะ" ประเทศไทยกำลังจะสงบ ผ่านการเลือกตั้งที่เรียบร้อย และมีมติมหาชนที่ชัดเจน เด็ดขาดแล้วพวก "มรึง" จะทำให้นองเลือดกันอีกรอบหรือ สภาพอึ้มครึ้มและอึดอัดของคนทั้งประเทศในสัปดาห์ที่แล้ว กลายเป็นรังสีอำมหิตที่มองไม่เห็นสะท้อนกลับไปยังฝ่ายอำมาตย์เอง
หาก คุณปูไม่นิ่ง เคลื่อนไหวตอบโต้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา และเสื้อแดง (รวมทั้งผมด้วย) ที่อึดอัด อยู่แล้วคงได้ออก Excercise กันวุ่นวายพอสมควร แต่เมื่อคุณปูนิ่ง สยบความเคลื่อนไหว ทำให้พลังส่วนต่างๆของฝ่ายเสื้อแดง "นิ่ง" (แต่หงุดหงิดพวกอำมาตย์) ด้วยเหมือนกัน แต่ใครมองสภาพก็พอจะรู้ว่า พร้อมที่จะระเบิดได้ทุกเมื่ออย่างรุนแรงเช่นกัน
การนิ่งของคุณปู ทำให้เห็นภาพ ทูตหลายประเทศสำคัญๆ ที่คงพอจะมองออกว่า หากไม่เคลื่อนไหวส่งสัญญาณอะไร เมืองไทยคงวุ่นวายต่อ ส่งผลสะเทือนความมั่นคงในภูมิภาคอาเซียนต่อไป เราจึงเห็นทูตประเทศต่างๆ เข้าเยี่ยมคารวะคุณปู ทั้งๆ ที่ยังมีความไม่แน่นอนว่าจะได้เป็นนายกฯ หรือไม่ อำมาตย์อาจเล่นเกมอะไรอีกก็ได้ เพื่อสะกัดยิ่งลักษณ์บีบให้พรรคเพื่อไทยเคลื่อนไหว "เสนอชื่อตัวสำรอง" เป็นนายกฯแทนคุณปู หากเป็นแบบนั้นก็เข้าทางอำมาตย์พอดู ความนิ่งของคุณปู ทำให้ฝ่ายที่เคลื่อนไหวต้องเป็น อำมาตย์แทน จะอึ้มครึ้มไปถึงวันที่ 30 กรกฎาคม ครบกำหนดที่จะต้องเปิดสภา แรงกดดันก็ยิ่งถมทับไปยังฝาก มหาอำมาตย์มากยิ่งขึ้น ฝ่ายคุณปู เพียงแค่รอให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเท่านั้นไม่ต้องทำอะไรในสภาพที่คลุมเครือ
ความนิ่งนี้เป็นคุณสมบัติที่โดดเด่นฉายให้เห็นถึง "นารีขี่ม้าขาว" ที่จะเข้ามาแก้ไขวิกฤติมากยิ่งขึ้น
คุณปูนิ่ง คุณทักษิณก็สงบปากคำการให้สัมภาษณ์ไปด้วย
นับ วันอำมาตย์ต้องเจอกับ "ผู้มีบารมีถึง 2 คน" คือ ทักษิณที่มีคุณสมบัติวิสัยทัศน์กว้างไกล และคุณยิ่งลักษณ์ผู้มีคุณสมบัตินิ่ง สงบ เยือกเย็น แต่แฝงไว้ด้วยพลังตอบโต้
ลูกไม้อะไรของอำมาตย์ก็เริ่มด้านมากขึ้นเรื่อยๆ
ฉลุยสู่นายกหญิง รับรองปู แต่กกต.ยื้อ12นปช.
ที่มา thaifreenews
โดย bozo

รับรองแล้ว - น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เดินทางเข้าพรรคเพื่อไทย
เมื่อวันที่ 19 ก.ค. เป็นการปรากฏตัวครั้งแรกหลังเก็บตัวอยู่ในบ้านพักช่วงหยุดยาว 3 วัน
ล่าสุดกกต.ประกาศรับรองน.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นส.ส.แล้ว
ดีใจ- กองเชียร์พรรคเพื่อไทย ส่งเสียงไชโยโห่ร้อง ชูรูปและป้ายแสดงความดีใจ
หลังกกต.ประกาศรับรองน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับที่ 1
ระหว่างไปรอลุ้นผลที่ทำการพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 19 ก.ค.
กกต.ขอใบสมัคร 12 แกนนปช.
ส่วนที่พรรคเพื่อไทย นายพิชิฏ ชื่นบาน ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า
ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจที่กกต.ยังไม่รับรอง 12 แกนนำนปช.
เพราะกกต.ต้องการใช้เวลาตรวจสอบกรณีที่มีผู้ร้องเรื่องคุณสมบัติ
ไม่ได้มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไร
สุดท้ายกกต.จะให้ความยุติธรรมกับแกนนำเสื้อแดงทั้งหมด
เพราะกกต.มีคำสั่งที่ 212/ 2554 แต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนเรื่องร้องเรียน ลงวันที่ 14 ก.ค.
ให้นายพงษ์ศักดิ์ พลายเวช เป็นประธานคณะกรรมการ
นายพิชิฏ กล่าวต่อว่า ล่าสุดนายพงษ์ศักดิ์
ทำหนังสือด่วนที่สุด ลต.2004 /1072 ลงวันที่ 19 ก.ค. ถึงหัวหน้าพรรคเพื่อไทย
ให้ส่งสำเนาใบสมัครของ 12 แกนนำนปช.ที่เป็นผู้สมัครส.ส. ของพรรคเพื่อไทย
ประกอบด้วย
นายจตุพร พรหมพันธุ์
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
น.พ.เหวง โตจิราการ
พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย
นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท
นายพายัพ ปั้นเกตุ
นายก่อแก้ว พิกุลทอง
นายวิเชียร ขาวขำ
จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ
นายวรชัย เหมะ
นายการุณ โหสกุล
และ
นายสถาพร มณีรัตน์
ก่อนวันที่ 21 ก.ค. เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ เนื่องจากสงสัยว่า
บุคคลเหล่านี้เป็นสมาชิกพรรคอยู่หรือไม่
เพราะถูกร้องว่าคุณสมบัติไม่ครบเนื่องจากถูกจำคุกไปก่อนหน้านี้
นายพิชิฏ กล่าวอีกว่า ในวันที่ 20 ก.ค. ฝ่ายกฎหมายของพรรคจะทำหนังสือไปยังกกต.
เพื่อยืนยันสถานภาพการเป็นสมาชิกพรรคของบุคคลเหล่านี้ให้เรียบร้อย
ส่วนกรณีนายจตุพรที่มีข้อสงสัยว่าอาจจะมีปัญหาเพราะไม่ได้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง
เนื่องจากถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำนั้น ทางฝ่ายกฎหมายพรรคจะชี้แจงกับกกต.อีกครั้งหนึ่ง
ว่าที่นายกฯจัดโปรแกรมยาว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกกต.รับรองการเป็นส.ส.เรียบร้อยแล้ว
น.ส.ยิ่งลักษณ์และแกนนำพรรคเพื่อไทยวางกำหนดการคร่าวๆ ว่า
วันที่ 20 ก.ค.ช่วงเช้าจะไปรับเอกสารรับรองการเป็นส.ส. ที่สำนักงานกกต.
จากนั้นจะเข้ารายงานตัวต่อสภาผู้แทนฯทันที
ต่อด้วยการถวายสักการะพระสยามเทวาธิราช และพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 7 ที่รัฐสภา
จากนั้นให้สัมภาษณ์รายการวิทยุของรัฐสภา 10 นาที
ก่อนเข้ามาพรรคเพื่อไทย เพื่อประชุมร่วมกับแกนนำพรรค
เตรียมพร้อมเรื่องนโยบายของพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาล
รวมทั้งหารือความชัดเจนในการแต่งตั้งครม.ยิ่งลักษณ์ 1
จากนั้นจะกำหนดวันประชุมส.ส.ของพรรคเพื่อไทยนัดแรก คาดว่า จะเป็นวันศุกร์ที่ 22 ก.ค.นี้
รายงานข่าวจากแกนนำพรรคที่ใกล้ชิดกับนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ พี่สาวน.ส.ยิ่งลักษณ์
เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดครม.ยิ่งลักษณ์ 1 ว่า
อาจมีชื่อนางนลินี ทวีสิน อดีตส.ว. กทม. ผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับที่ 125 เป็นรมต.
โดยมีแนวโน้มนั่งเก้าอี้รมช.ต่างประเทศ
เนื่องจากมีความสามารถและประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจในเวทีนานาชาติ
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNVEl3TURjMU5BPT0=§ionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1TMHdOeTB5TUE9PQ==
คาเธย์ แปซิฟิกห้ามหมา แมวจมูกสั้นขึ้นเครื่องบิน
ที่มา ข่าวสด
ซี เอ็นเอ็นรายงานว่าสายการบินคาเธย์ แปซิฟิก ห้ามนำสุนัขพันธุ์ปั๊กและสุนัขพันธุ์อื่นๆ เช่น บูลด็อก บ๊อกเซอร์ หิมาลายัน รวมทั้งแมว เปอร์เซียและแมวขนสั้นที่มีจมูกสั้นขึ้นเครื่องบิน เนื่องจากเกรงว่าพวกมันจะมีปัญหาด้านการหายใจเพิ่มขึ้นในสภาวะความกดอากาศ สูงบนเครื่องบิน และอาจทำให้อุณหภูมิในร่างกายสัตว์สูงขึ้น
สายการบินคาเธย์ แปซิฟิกเป็นสายการบินล่าสุดที่ออกกฎห้ามดังกล่าว หลังจากสายการบินอื่นๆ ประกาศบังคับใช้ข้อห้ามนี้ไปก่อนหน้าแล้ว เช่น สายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ และสายการบินอเมริกันอีกหลายบริษัท
หน่วยงานการขนส่งสหรัฐพบว่าจำนวนสัตว์ที่มีจมูกสั้นตายเพิ่มขึ้นขณะอยู่ บนเครื่องบิน ระหว่างปี 2548-2553 ซึ่งครึ่งหนึ่งของสุนัขที่เสียชีวิตเป็นพันธุ์ปั๊กและบูลด็อก
ด้านนายโธมัส เหลา ผู้่ช่วยผู้จัดการสายการบินคาเธย์ แปซิฟืก กล่าวว่ามาตรการดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดอันตรายใดๆขึ้น และขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับเสียงตำหนิจากผู้โดยสาร
ช่างภาพเอเอฟพี คว้ารางวัลใหญ่ ส่งภาพ'เสื้อแดง'ประกวด
ที่มา thaifreenews
โดย bozo

ประกวดภาพข่าวทั่วโลกที่เกาหลีใต้
ช่างภาพเอเอฟพีประจำกรุงเทพฯ คว้า 1 ใน 6 รางวัลโกลด์ ไพรซ์
ส่งภาพกลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมต่อต้านรัฐบาลเข้าประกวด...
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อ 19 ก.ค. ว่า
สำนักข่าวยอนฮัพของเกาหลีใต้ จัดประกวดภาพข่าวทั่วโลกในกรุงโซลของเกาหลีใต้
เพื่อสนับสนุนภารกิจเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษของสหประชาชาติ (เอ็มดีจี)
ผลปรากฎว่า 1 ในผู้คว้ารางวัลโกลด์ ไพรซ์ 6 คน
เป็นช่างภาพข่าวของสำนักข่าวเอเอฟพีประจำกรุงเทพฯ
นายนิโคลาส อัสฟูรี ผู้รับผิดชอบด้านการข่าวในอาเซียน
และส่งภาพข่าวเข้าประกวด 10 ภาพ เป็นภาพข่าว
เหตุการณ์กลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมต่อต้านรัฐบาลเมื่อปีที่ แล้ว
ก่อน ลุกลามเป็นเหตุรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตกว่า 90 คน
ส่วนอีก 5 คนคือ โมฮัมหมัด โมนิรัสซามานจากเดลี ซามาคัล ของบังกลาเทศ,
เบธานี คลาร์ค ช่างภาพอิสระ, อเลกซ์ มาซี จากนสพ.คอร์บิส,
ฮิโรโตะ เซกิกูจิ จาก นสพ.โยมิอูริ ชิมบุนของญี่ปุ่น และ
โช ยัง-โฮ จากนสพ.ฮันกุก อิลโบของเกาหลีใต้
ทั้งหมดรับเงินรางวัลคนละ 5,000 ดอลลาร์
ขณะที่ผู้ได้รับรางวัลใหญ่ แกรนด์ ไพรซ์ มูลค่า 30,000 ดอลลาร์
เป็นของช่างภาพข่าวสำนักข่าวเอพี เอมิลิโอ โมเรนัตติ
ข่าวระบุด้วยว่าเวทีประกวดภาพข่างดังกล่าว
มีช่างภาพข่าวจากทั่วโลก 17 ประเทศ ส่งภาพข่าวเข้าร่วมประกวดกว่า 5,500 ภาพ
ส่วนภาพข่าวชนะรางวัลสาขาต่าง ๆ จะนำจัดแสดงในกรุงโซล
ตั้งแต่ 10 ส.ค. - 30 ก.ย. และที่สหประชาชาติหรือยูเอ็น ตั้งแต่ 22 ส.ค. - 9 ก.ย.
http://www.thairath.co.th/content/oversea/187673
ช่างสลุงตีลาย "ยิ่งลักษณ์" เผยส่วนตัวคุ้นเคยกันดี
ที่มา มติชน นาย สงวน เผยว่าตั้งใจตีสลุงรูป น.ส.ยิ่งลักษณ์ภายหลังพรรคเพื่อไทย(พท.) ชนะเลือกตั้ง "ผมเป็นอดีตกำนันต.สันกำแพงมาก่อน ส่วนตัวคุ้นเคย น.ส.ยิ่งลักษณ์ และเคยพบกันบ่อย สมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นประธานมูลนิธิไทยคม ก็ได้เชิญไปเป็นวิทยากรหรือครูต้นแบบ ในฐานะภูมิปัญญาท้องถิ่น สอนตีสลุงบนลายแผ่นแร่ให้กับนักเรียนโรงเรียนบ้านสันกำแพง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังสนับสนุนการศึกษาและกีฬา คัดเลือก ด.ญ.นิภาวรรณ ปัญโญสุข หลานสาว ตอนอายุ 13 ปี นักเรียนโรงเรียนบ้านสันกำแพง เป็น 1 ใน 15 นักเตะเยาวชน และเป็นเด็กผู้หญิงคนเดียวของไทย ไปหาประสบการณ์และฝึกซ้อมที่สโมสรแมนเชส เตอร์ซิตี้ ที่อังกฤษ เมื่อปี 2551 มาแล้ว ปัจจุบันหลานสาวเป็นนักเตะเยาวชนหญิงทีมชาติชุด 16 ปี และติดทีมชาติหญิงชุด 19 ปี และเป็นนักเรียนโรงเรียนกีฬาชลบุรี ด้วย จึงอยากตอบแทนบุญคุณ ด้วยการแกะสลักภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์"นายสงวน กล่าว
นาย สงวน ปัญโญสุข ประธานสภาวัฒนธรรม อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ช่างสลุง (ภาชนะใส่น้ำ ส่วนใหญ่ทำด้วยโลหะ) ตีลายแผ่นแร่ร่างภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกประเทศไทย บนแผ่นอลูมิเนียม ขนาด 30 คูณ 50 เซนติเมตร ที่วิสาหกิจชุมชน กลุ่มหัตถกรรมตีลายแผ่นแร่ บ้านป่าสักขวาง หมู่ 13 ต.สันกำแพง อ.สันกำแพง เพื่อตีเป็นลายนูนสูงรูป น.ส.ยิ่งลักษณ์ และจะมอบเป็นที่ระลึกและให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ คาดใช้เวลา 1 เดือนแล้วเสร็จ
อวดอ้างฤทธี
ที่มา ข่าวสด
คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
กระสา มันเสมอ
ประเทศชาติเกิดสุญญากาศเพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
องค์กรอิสระผู้สูงส่งอีกแห่งหนึ่งของประเทศที่กำลังพัฒนา
ใครว่า กกต.ไม่มีฤทธิ์? ชูแต่หางเองอ้า อวดอ้างฤทธีนั่นเทียว
มีแต่คำถามยามว่างเปล่า ทั้งที่รู้กันว่า ถึงที่สุดแล้ว ผู้ชนะการเลือกตั้งก็คงสอบผ่าน
ถามว่า ทำไมไม่ผ่านให้ไปก่อน มีเหตุ มีกรณี มีเรื่องอันควรสงสัย กกต.เรียกเรื่องย้อนหลังดำเนินการได้
ไม่เท่อยากเอาเท่
สร้างความสำคัญให้คน 19 ปี คน 49 วันขึ้นมาสำคัญทัดเทียมกัน
19 ปี กลายเป็นสินค้าไร้ราคา ก็ติดป้ายสร้างราคาไว้หน่อย
49 วันนี่น่าลองของนัก แขวนยืดเวลาท้าถามสังคมดู
ถามกันอีกว่า กกต.เคยสอบทานบ้างไหม เสียงร้องมาจากใคร กลุ่มไหน เบื้องหน้า เบื้องหลังเป็นอย่างไร
หรือลูกชนตีน กูต้องเตะ?
ถาม ว่า เมื่อมี กกต.เป็นเครื่องกลั่นกรองการเมือง ไฉนไอ้พวกคราบคาวกาม ไอ้พวกเผด็จการ ไอ้พวกอ้างจงรักภักดีแล้วโกง จึงเล็ดลอดเข้ามาในสภาเป็นวรรคเป็นเวร
กกต.พร้อมล้างหู สำรอก ล้างขั้นตอนงานเพื่อประ โยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริงบ้างหรือไม่
ไม่ก็ไม่เป็นไร
ไม่เป็นไร ลืมเสียเถิด องค์กรอิสระอันสูงส่ง
แต่อย่างน้อย ก็ไม่ควรลืม ตะละแม่สดศรี สัตยธรรม ซึ่งดูเหมือนเป็นผู้เป็นคนอยู่คนเดียว ท่ามกลางเทวดาผู้อาศัยฤทธิ์คนอื่นทั้งหลาย
สุญญากาศสลัว สตรีก็เป็นประทีปดวงน้อยได้
เล่าเรียนสูง รู้น้อยเพราะอำนาจ ผลประโยชน์ครอบไว้ก็ได้
คิดว่ารู้ทั้งหมด
ตะบันไม่รู้กาลเทศะเลยก็มี
คำสั่งศาลโลก 18 กรกฎาคม: ประเด็นที่คนไทยควรรู้
ที่มา ประชาไท
วีรพัฒน์ ปริยวงศ์
อดีตนักกฎหมายในคดีศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ. นิติศาสตรมหาบัณฑิต (รางวัลทุนฟุลไบรท์และวิทยานิพนธ์เกียรตินิยม) มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
ที่มา: http://www.facebook.com/verapat.pariyawong

ภาพบรรยากาศขณะศาลอ่านคำสั่ง เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2554 (ภาพจากศาลโลก)
1. ศาลโลกทำอะไรเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม?
ตอบ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ศาลโลก มี “คำสั่งมาตรการชั่วคราว” เท่านั้น และไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น (อ่านคำสั่งฉบับเต็มได้ที่ http://www3.icj-cij.org/docket/files/151/16564.pdf)
ข้อสังเกต ศาลโลกไม่ได้มี “คำ พิพากษา” และศาลโลกยังไม่ได้ “พิพากษา” หรือ “วินิจฉัย” คดีหรือข้อพิพาทระหว่างไทยและกัมพูชาแต่อย่างใด ทั้งนี้ “คำสั่งมาตรการชั่วคราว” (provisional measures order) เป็นเรื่องความจำเป็นเร่งด่วนเฉพาะหน้าและมีผลในเวลาจำกัด ศาลมีอำนาจยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งได้ตลอดเวลา ต่างกับ “คำพิพากษา” (judgment) ซึ่งมีผลผูกพันและสิ้นสุดในการวินิจฉัยข้อกฎหมาย (adjudge) ซึ่งศาลไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ยกเว้นภายใต้เงื่อนไขที่จำกัดเท่านั้น
2. ศาลโลกจะมีคำพิพากษาหรือไม่ และเรื่องอะไร?
ตอบ คำสั่งวันที่ 18 กรกฎาคมนี้เป็นเพียงกระบวนพิจารณาส่วนหนึ่ง (incidental proceedings) ของ คดีหลักซึ่งกัมพูชาขอให้ศาลตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหาร พ.ศ. 2505 ซึ่งยังต้องรอศาลพิจารณาต่อไปและอาจใช้เวลาถึงปีหน้า ทั้งนี้ คำขอตีความของกัมพูชามีนัยทางเขตแดน เช่น ประเด็นบริเวณปราสาทพระวิหารที่เป็นของกัมพูชากว้างขวางเพียงใด เป็นต้น
ข้อสังเกต การ ที่ศาลมีคำสั่งชั่วคราวเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา ไม่ได้หมายความว่าปีหน้าศาลจะต้องรับตีความคำพิพากษา กล่าวคือ ศาลยังคงมีอำนาจปฏิเสธคำขอของกัมพูชาในคดีหลัก (คือไม่รับตี ความคดีปราสาทพระวิหาร พ.ศ. 2505) นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างคดีศาลโลกในอดีตที่แม้ในตอนแรกศาลมีคำสั่งมาตรการ ชั่วคราว แต่ในท้ายที่สุดศาลก็ปฏิเสธไม่รับตีความในคดีหลัก
ดังนั้น ศาลโลกจะรับตีความคำพิพากษาหรือไม่ และจะกระทบเขตแดนอย่างไร ต้องรอดูไปถึงช่วงปีหน้า
3. ศาลโลกมีคำสั่งเรื่องใดบ้าง?
ตอบ ศาลระบุคำสั่งในบทปฏิบัติการมีทั้งสิ้น 7 ข้อ โดยเป็นคำสั่งมาตรการชั่วคราว 4 ข้อ และคำสั่งทั่วไป 3 ข้อ
ข้อสังเกต สื่อมวลชนไทยหลายแขนงรายงานว่าศาลมีคำสั่งมาตรการชั่วคราว 3 หรือ 4 ข้อ ซึ่งเป็นรายงานที่ไม่ครบถ้วน
4. คำสั่งมาตรการชั่วคราว 4 ข้อ มีอะไรบ้าง?
คำสั่งมาตรการชั่วคราวข้อ (1) สั่งให้ไทยและกัมพูชา ถอนกำลังทหารออกจาก “เขตปลอดทหารชั่วคราว” ทันที ตามขอบเขตของพื้นที่ที่ศาลโลกได้กำหนด รวมทั้งห้ามวางกำลังทหารในเขตหรือดำเนินกิจกรรมทางอาวุธใดๆที่มุ่งไปยังเขตดังกล่าว
ข้อสังเกต
- ศาลได้ระบุพิกัดเส้นรุ้งเส้นแวงเพื่อให้ “เขตปลอดทหารชั่วคราว” มีขอบเขตชัดเจน และศาลได้วาด “ร่างแผนที่” (sketch-map) ดังนี้

(ภาพจากศาลโลก http://www3.icj-cij.org/docket/files/151/16564.pdf)

รูปเปรียบเทียบจากกรุงเทพธุรกิจ:
*** ขอ ย้ำว่าศาลวาด “ร่างแผนที่” (sketch-map) ดังกล่าวเพื่อให้ไทยและกัมพูชาพอเห็นเป็นตัวอย่างเท่านั้น (ดังที่ศาลระบุไว้ชัดเจนในคำสั่งหน้า 17 ว่า “this sketch map has been prepared for illustrative purposes only”) ดังนั้นไทยและกัมพูชาจึงมีหน้าที่ต้องนำพิกัดเส้นรุ้งเส้นแวง ซึ่งศาลระบุไว้ในคำสั่งไปร่วมหารือเพื่อทำแผนที่หรือเส้นปฏิบัติการตามคำ สั่งของศาลต่อไป ศาลมิได้สั่งให้นำ “ร่างแผนที่” ของศาลไปใช้เสมือนแผนที่สำเร็จรูปแต่อย่างใด และดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ไทยและกัมพูชายังไม่อาจถอนกำลังทหารได้ทันที แต่ต้องหารือกันก่อนว่าจะนำพิกัดที่ศาลกำหนดไปปฏิบัติอย่างไร ***
- “เขตปลอดทหารชั่วคราว” (provisional demilitarized zone) ย่อม ไม่ได้ห้ามประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ทั่วไปจากเขต ทั้งนี้ศาลอธิบายในคำสั่งย่อหน้าที่ 61 ว่าเขตดังกล่าวย่อมไม่กระทบต่อการดำเนินการทางปกครองตามปกติ เช่น การส่งเจ้าหน้าที่ที่มิใช่ทหารเข้าไปประจำในพื้นที่เพื่อรักษาความสงบเรียบ ร้อยของประชาชนและทรัพย์สิน ย่อมทำได้
- อย่างไรก็ดี มองได้ว่าศาลใช้อำนาจกำหนด “เขตปลอดทหารชั่วคราว” ในลักษณะค่อนข้างกว้าง และมีผู้พิพากษาเสียงข้างน้อยในศาลไม่เห็นด้วยถึง 5 ท่าน ซึ่งผู้พิพากษาเสียงข้างน้อยเหล่านี้แสดงความกังวลว่าศาลได้ก้าวล่วงเข้าไป กำหนดคำสั่งที่ครอบคลุมเขตที่มิได้เป็นพื้นที่พิพาท จึงเป็นการใช้อำนาจศาลที่เกินความจำเป็น
คำสั่งมาตรการชั่วคราวข้อ (2) สั่งให้ไทยไม่ขัดขวางกัมพูชาในการเข้าถึงปราสาทพระวิหารอย่างอิสระ (free access) รวมทั้งการส่ง “เสบียง” (fresh supplies) ให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ไม่ใช่ทหารของฝ่ายกัมพูชาในปราสาทพระวิหาร
ข้อสังเกต
- ศาลใช้คำว่า fresh supplies (ต้องแปลตามคำฝรั่งเศสที่ศาลใช้ว่า ravitailler) ซึ่งกินความถึงเสบียง ทั่วไปที่ต้องเปลี่ยนเป็นระยะ เช่น อาหาร เชื้อเพลิง หรือวัสดุสิ้นเปลืองในการก่อสร้างหรือซ่อมแซมปราสาท และไม่ได้จำกัดแต่เพียงอาหารดังที่สื่อมวลชนหรือหน่วยงานได้รายงานไปเท่า นั้น แต่ทั้งนี้ย่อมต้องตีความไปตามคำสั่งเรื่อง “เขตปลอดทหารชั่วคราว” หมายความว่า หากกัมพูชานำเสบียงดังกล่าวเข้าไปในบริเวณเพื่อดำเนินกิจกรรมทางทหาร ไทยย่อมขัดขวางได้
- ที่ศาลสั่งว่าไทยต้อง “ไม่ขัดขวางกัมพูชาในการเข้าถึงปราสาทพระวิหารอย่างอิสระ” (free access) มิได้หมายความว่า กัมพูชาสามารถล่วงเข้ามาใช้ดินแดนของไทยโดยอิสระเพื่อผ่านเข้าไปยังปราสาท แต่หมายความว่า หากกัมพูชามีความจำเป็นต้องขอผ่านดินแดนของไทยเพื่อเข้าไปยังปราสาทตามความ มุ่งหมายของคำสั่งศาล ไทยย่อมไม่สามารถปฏิเสธหรือขัดขวางอย่างไร้เหตุผล แต่ไทยย่อมมีดุลพินิจที่จะสอบถามหรือตรวจสอบให้ชัดก่อนการอนุญาต (เช่น เป็นไปตามพื้นฐานของความจำเป็นเร่งด่วนในการรักษาสิทธิของกัมพูชาตามคำสั่ง ศาล อาทิ การซ่อมแซมรักษาตัวปราสาท มิใช่เข้าไปเพื่อการทหาร) ส่วนที่ว่าอย่างอิสระ (free access) หมายความเพียงว่าไทยไม่สามารถตั้งเงื่อนไขการเดินทางเข้าไปที่ตัวปราสาท เช่น จะบังคับให้ต้องมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยตามเข้าไปที่ปราสาทด้วยไม่ได้
คำสั่งมาตรการชั่วคราวข้อ (3) สั่งให้ไทยและกัมพูชาร่วมมือกันตามกรอบของอาเซียน และต้องอนุญาตให้คณะผู้สังเกตการณ์จากอาเซียนสามารถเข้าไปยังเขตปลอดทหาร ชั่วคราวดังกล่าวได้
ข้อสังเกต ศาลไม่ได้สั่งว่าคณะผู้สังเกต การณ์จากอาเซียนต้องเข้า ไปได้อย่างอิสระ (free access) ดังนั้นไทยและกัมพูชาย่อมสามารถประกบติดตามหรือดูแลการดำเนินการโดยคณะผู้ สังเกตการณ์จากอาเซียนได้
คำสั่งมาตรการชั่วคราวข้อ (4) สั่งให้ไทยและกัมพูชาละเว้นจากกิจกรรมใด ๆ ที่จะทำให้สถานการณ์ข้อพิพาทเลวร้ายหรือรุนแรงมากขึ้น หรือทำให้ปัญหาข้อพิพาทมีความยากลำบากยิ่งขึ้นที่จะแก้ไข
ข้อสังเกต ศาล ไม่ได้ระบุไว้ชัดเจนว่ากิจกรรมต้องห้ามดังกล่าว ได้แก่สิ่งใด ซึ่งหากไทยและกัมพูชามีปัญหาในประเด็นดังกล่าว ศาลย่อมมีคำสั่งเพิ่มเติมได้
5. นอกจากคำสั่งมาตรการชั่วคราว4 ข้อข้างต้นแล้ว คำสั่งทั่วไปอีก 3 ข้อมีอะไรบ้าง?
คำสั่งทั่วไป ข้อ (1) สั่งไม่จำหน่ายคดี คือ ไม่ถอนคดีออกจากศาล
ข้อสังเกต ศาล หมายความว่า คดีหลักซึ่งกัมพูชาขอให้ศาลตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหาร พ.ศ. 2505 ยังต้องรอศาลพิจารณาต่อไปถึงปีหน้า ซึ่งสุดท้ายศาลอาจไม่รับตีความก็เป็นได้
คำสั่งทั่วไป ข้อ (2) สั่งให้ไทยและกัมพูชาต้องรายงานให้ศาลทราบถึงการปฏิบัติตามมาตรการชั่วคราวที่ศาลสั่งทั้ง 4 ข้อ
ข้อสังเกต ในทางปฏิบัติ ผู้ที่จะมีบทบาทสำคัญในการให้ข้อมูลต่อศาลก็คือคณะผู้สังเกตการณ์จากอาเซียน แม้ผู้ที่มีหน้าที่รายงานคือไทยและกัมพูชา แต่ข้อมูลที่หน้าเชื่อถือย่อมต้องอาศัยข้อมูลจากคณะผู้สังเกตการณ์จากอา เซียนประกอบด้วย
คำสั่งทั่วไป ข้อ (3) สั่งว่าศาลยังคงสามารถพิจารณาประเด็นใดๆที่มีสาระเกี่ยวข้องกับมาตรการชั่วคราวต่อไปได้ (remain seised of the matters) จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษากรณีที่กัมพูชาขอให้ศาลตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหาร พ.ศ. 2505
ข้อสังเกต หลังศาลมีคำสั่งวันที่ 18 กรกฎาคม หากมีเหตุการณ์หรือข้อเท็จจริงใหม่ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นมาตรการชั่วคราว ที่ศาลสั่งไว้ ไทยหรือกัมพูชาย่อมสามารถนำเหตุการณ์หรือข้อเท็จจริงใหม่เหล่านั้นมาขอให้ ศาลพิจารณา และศาลย่อมอาจเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขคำสั่งได้ (Rules of Court Article 76) เช่น หากไทยเห็นว่ามีความจำเป็นต้องขัดขวางกัมพูชาในการเข้าถึงปราสาทพระวิหารอย่างอิสระ ไทยย่อมสามารถยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาเปลี่ยนแปลงคำสั่งเรื่องดังกล่าวได้
6. ศาลมีคำสั่งเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้าง เช่น วัด ตลาด หรือชุมชน ที่ตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่พิพาท (ที่มีผู้เรียกว่า 4.6 ตารางกิโลมตร) หรือไม่?
ตอบ ศาล มิได้มีคำสั่งเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้าง เช่น วัด ตลาด หรือชุมชน โดยเจาะจง อีกทั้ง “เขตปลอดทหารชั่วคราว” นั้นศาลก็อธิบายว่าสามารถมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่ไม่ใช่ทหาร รวมถึงผู้คนหรือทรัพย์สินอยู่ในบริเวณดังกล่าวได้ (คำสั่งย่อหน้าที่ 61)
ข้อสังเกต อย่าง ไรก็ดี ต้องไม่ลืมว่าคำสั่งอีกข้อหนึ่งที่ศาลสั่งก็คือ สั่งให้ไทยและกัมพูชาร่วมมือกันตามกรอบของอาเซียน ไทยจึงย่อมสามารถเรียกร้องว่ากัมพูชาไม่ควรดื้อดึงเดินหน้าดำเนินกิจกรรมที่ สร้างปัญหาต่อกระบวนการเจรจาดังกล่าว ยิ่งไปกว่านั้น ศาลสั่งว่าศาลยังคงสามารถพิจารณาประเด็นใดๆที่มีสาระเกี่ยวข้องกับมาตรการ ชั่วคราวต่อไปได้ (remain seised of the matters) ดังนั้นหากไทยเห็นว่ามีเหตุสมควรให้ศาลสั่งให้กัมพูชาหยุดการก่อสร้างชุมชน หรือสิ่งปลูกสร้าง ไทยย่อมสามารถยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาเปลี่ยนแปลงคำสั่งเรื่องดังกล่าวได้ เช่นกัน (Rules of Court Article 76)
7. ศาลโลกนำอำนาจมาจากไหนและไทยต้องปฏิบัติตามคำสั่งหรือไม่?
ตอบ ทุก ประเทศในโลกนี้อยู่ร่วมกันภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศไทย จึงย่อมมีทั้งสิทธิและหน้าที่ตามสนธิสัญญาที่ไทยเคยตกลงผูกพันไว้ ซึ่งกรณีนี้ได้แก่สนธิสัญญาที่เรียกว่า “กฎบัตรสหประชาชาติ” และ “ธรรมนูญศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ” ซึ่งกำหนดให้ไทยมีสิทธิต่างๆ เช่น สิทธิที่จะเรียกร้องให้ประเทศอื่นเคารพอธิปไตยและไม่แทรกแซงกิจการภายในของ ไทย แต่ในขณะเดียวกันสนธิสัญญาก็กำหนดให้ไทยมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาล โลกเช่นกัน นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของไทย ก็ได้กำหนดเจตจำนงให้ไทยต้องปฏิบัติตามพันธกรณีที่ได้ทำไว้กับนานาประเทศและ องค์การระหว่างประเทศ (รัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ประกอบกับจารีตประเพณีการปกครองที่ไทยปฏิบัติมายาวนาน) ดังนั้น ไทยจึงย่อมมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาลโลก
ข้อสังเกต หากผู้ใดยังคิดว่าไทยไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎบัตรสหประชาชาติ ไม่ต้องฟังคำสั่งศาลโลก ขอให้ลองถามตัวเองว่า หากวันหนึ่งประเทศอื่นใดละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติและละเมิดสิทธิหรือรุกราน ไทย และศาลโลกสั่งมาตรการชั่วคราวให้ประเทศที่กระทำต่อไทยต้องหยุดการกระทำดัง กล่าว (แม้ประเทศนั้นจะยืนยันความบริสุทธิของตนก็ตาม) เราจะบอกว่าประเทศที่กระทำต่อไทยนั้นไม่ต้องทำตามกฎบัตรสหประชาชาติ ไม่ต้องฟังคำสั่งศาลกระนั้นหรือ?
8. ศาลขีดเส้นล้ำเข้าในดินแดนไทยหรือไม่ และศาลพูดถึงเรื่อง “เขตแดน” ที่แฝงมาในคำขอของกัมพูชาอย่างไร?
ตอบ หากพิจารณา “ร่าง แผนที่” เขตปลอดทหารชั่วคราวที่ศาลสั่งด้วยสายตา มองได้ว่าเขตดังกล่าวครอบคลุมบริเวณดินแดนของไทยและกัมพูชามากยิ่งไปกว่า บริเวณพื้นที่พิพาท (ที่มีผู้เรียกว่า 4.6 ตารางกิโลมตร) ดังตัวอย่างที่เทียบเคียงอย่างไม่เป็นทางการดังนี้

ภาพจาก facebook ของ Noppanan Arunvongse Na Ayudhaya
ข้อสังเกต อย่างไรก็ดี เขตปลอดทหารชั่วคราวดังกล่าว เป็นเพียงเรื่องมาตรการชั่วคราวที่มุ่งป้องกันการปะทะกันด้วยอาวุธ แต่ไทยและกัมพูชามีสิทธิขอให้ศาลแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้หากมีเหตุผลจำเป็น ที่สำคัญ พิกัดและ “ร่างแผนที่” มิได้มีผลทางกฎหมายต่อเขตแดนแต่อย่างใด ดังที่ศาลได้ย้ำอย่างชัดเจนในคำสั่งหลายครั้ง (เช่น ย่อหน้าที่ 21, 38 และ 61) ว่าการพิจารณาออกคำสั่งครั้งนี้ ศาลย่อมไม่ก้าวเข้าไปวินิจฉัยประเด็นที่กัมพูชาอ้างว่าดินแดนส่วนใดเป็นของ ใครหรือเขตแดนจะต้องเป็นไปตามเส้นหรือแผนที่ใด (ซึ่งอาจต้องรอการพิจารณาของศาลในปีหน้า)
ดังนั้น คำสั่งของศาลโลกเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2554 จึงมิได้เปลี่ยนแปลงเขตแดนไทย-กัมพูชาแต่อย่างใด
9. กัมพูชาถอนฟ้องได้หรือไม่?
ตอบ กฎหมายเปิดช่องให้ไทยและกัมพูชาสามารถตกลงถอนคดีออกจากศาลได้ (Rules of Court Article 88)
ข้อสังเกต ที่ผ่านมาก็มีหลายคดีที่รัฐคู่พิพาทได้ดำเนินการเจรจาระหว่างคดีกำลังอยู่ใน ระหว่างการพิจารณา และเมื่อแต่ละฝ่ายถอยไปคนละก้าวจนการเจรจามีความคืบหน้า ก็ถอนคดีออกจากศาล และเป็นโอกาสอันดีให้ผู้นำทั้งสองประเทศได้แถลงข่าวเพื่อประกาศชัยชนะร่วม กัน
---
บทวิเคราะห์เพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าคดีปราสาทพระวิหาร ติดตามได้ที่
ชาตินิยม พลโลก
ที่มา ประชาไท
Horachio Nea
สัญญา สันติภาพเวสต์ฟาเลีย หรือสนธิสัญญาโอสนาบรึคและมึนสเตอร์ (เยอรมัน: Westfälischer Friede, อังกฤษ: Peace of Westphalia หรือ Treaties of Osnabrück and Münster) เป็นสนธิสัญญาที่ลงนามกันเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ. 1648 ที่เมืองโอสนาบรึค และต่อมาในวันที่ 24 ตุลาคม ค.ศ. 1648 ที่เมืองมึนสเตอร์
สัญญาสันติภาพที่เขียนเป็นภาษาฝรั่งเศส เป็นการยุติสงครามสามสิบปีในจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ และสงครามแปดสิบปีระหว่างสเปน สาธารณรัฐดัตช์ และรัฐทั้งเจ็ด ผู้เข้าร่วมในการสร้างสัญญาสันติภาพ ได้แก่ สมเด็จพระจักรพรรดิเฟอร์ดินานด์ที่ 3 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (ฮับส์บวร์ก) ราชอาณาจักรสเปน ฝรั่งเศส สวีเดน สาธารณรัฐดัตช์ และพันธมิตรของแต่ละฝ่าย
สัญญาสันติภาพเวสต์ฟาเลีย เป็นผลของการประชุมทางการทูตสมัยใหม่ และถือเป็นการเริ่มวิถีการปฏิบัติสมัยใหม่ (New Order) ของยุโรปกลางในบริบทของรัฐเอกราช กฎที่ปฏิบัติของสัญญาสันติภาพ กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายรัฐธรรมนูญของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ สนธิสัญญาพิเรนีสที่ลงนามกันในปี ค.ศ.1659 ในการยุติสงครามฝรั่งเศส-สเปน ปี ค.ศ. 1635 ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาสันติภาพ (วิกิพีเดีย) นับแต่นั้น โลกก็เข้าสู่สังคมระหว่างประเทศสมัยใหม่ การพัฒนาการในการเมืองระหว่างประเทศผ่านการทดสอบมามากทั้งในเรื่องความร่วม มือประสานประโยชน์ และความขัดแย้ง
ความขัดแย้ง หมายถึง ความเป็นปฏิปักษ์ต่อกันระหว่างกลุ่มมนุษย์
การ ประสานประโยชน์ หมายถึง การร่วมมือกันเพื่อรักษาและป้องกันผลประโยชน์ของตน หรือระงับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากการแข่งขันทางการเมือง และเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
โลกผ่านสงครามที่ทำลายล้างชีวิตมนุษยชาติ นับล้านมาถึง 2 ครั้ง ผ่านสงครามตัวแทนแห่งความกลัวที่เรียกว่า ‘สงครามเย็น’ และโลกก็เข้าสู่สงครามก่อการร้าย
โลกเริ่มรังเกียจ สงครามมากขึ้นเรื่อยๆ หันไปเน้นหนักในเรื่องของการร่วมมือกันเป็นหนึ่งในลักษณะประชาคมระหว่าง ประเทศมากขึ้น เช่น ประชาคมยุโรป หรือประชาคมอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้นี้
โลกพยายามลด เรื่องเขตแดนลง ความพยายามของมนุษย์มุ่งหน้าเข้าไปสู่ความร่วมมือกันในฐานะ ‘พลโลก’ มากขึ้น เมื่อโลกไปทางนี้ แล้วเราไปทางไหน
ประเทศเรายังไม่สามารถคิดผ่านอุดมการณ์ชาตินิยม พาตัวเองผ่านจากความเป็นพลเมืองของชาติไปสู่ความเป็นพลเมืองของโลกได้
แนว คิดชาตินิยมคลั่งชาติ ถูกหล่อหลอมมาว่า เรารบไม่เคยแพ้ใคร เราไม่เคยรุกรานใคร ภายใต้ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งสร้างขึ้นเมื่อไม่นานเพื่อตอบสนองการปกครองของ ชนชั้นสูงในฐานะเทวสิทธิ์ มีบุคคลหลายกลุ่มในสังคมที่มีความคิดแนวคิดที่แตกต่างกัน ท่านจะยอมรับนับถืออะไรย่อมเป็นสิทธิของท่าน เพราะเราเป็นประชาธิปไตย แต่เมื่อใดที่ท่านเอาแนวคิดของท่านมาเคลื่อนไหวผูกพันกับนโยบายต่างๆ ของรัฐแล้วก่อให้เกิดความเสียหายย่อมเป็นเรื่องผิด
แกนนำกลุ่มใดที่เอาอุดมการณ์ชาตินิยมคลั่งชาติสุดโต่งมาครอบงำประชาชน โจมตีฝ่ายตรงข้ามว่าไม่รักชาติ ถือเป็นเรื่องเลวทรามอย่างยิ่ง
ความ รักชาติตั้งอยู่บนพื้นฐานของประโยชน์สูงสุดของประชาชนในชาติ คนเรารักชาติ แต่ต้องรักให้ถูกทาง ในกรณีข้อพิพาทกับกัมพูชา เราเคยดำเนินการให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ แบ่งปันผลประโยชน์รายได้ซึ่งกันและกันซึ่งเป็นปกติที่นานาอารยะประเทศทำ เพื่อมุ่งเน้นเรื่องการประสานประโยชน์
แต่วันหนึ่งที่แนวคิดฝั่ง ชาตินิยมออกมาบอกว่าไม่ได้ ประโยชน์ที่ว่าต้องเป็นของเราทั้งหมด หากไม่ได้ก็ต้องรบกัน อีกทั้งยังเชื่อมั่นว่ากองกำลังของเราเต็มเปี่ยมไปด้วยแสนยานุภาพ เรากำลังอยู่ในยุคไหนของโลก สมัยสงครามเย็น สงครามโลก หรือสมัยอาณาจักรอโยธยากันแน่
ในขณะที่โลกชวนกันร่วมมือ เป็นเพื่อนเพื่อต่อสู้ในสงครามเศษฐกิจ เรากลับเลิกคบเพื่อน และเตรียมต่อสู้ในสงครามอาวุธ
หากมีข้อพิพาทใดๆ เกิดขึ้นแล้ว ความเก่งกาจทางด้านการทหารสำคัญสู้ความเก่งกาจในทางการทูตไม่ได้
การทูตอันเก่งกาจของเราที่ผ่านมาในรัฐบาลที่แล้ว ทำให้ไม่รู้ว่า เราเหลือเพื่อนในเวทีโลกกี่คน
โลก ได้ก้าวไปสู่ความเป็นพลโลก แต่ไทยยังก้าวไม่พ้นความเป็นพลเมือง สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้คลั่งชาติไม่เข้าใจ และจะถามเรากลับว่า “ทำไมมึงไม่รักชาติ”
เรารักชาติ และจะทำให้ชาติมีเกียรติภูมิในเวทีโลก หรือเราจะรักชาติที่ยืนอยู่โดดเดี่ยวไร้เพื่อน
เมื่อโลกเปลี่ยนไป เหตุใดเราไม่เปลี่ยนตามโลก
มีคำตอบแบบกวนๆ กลับมาว่า
“ประเทศเรามันอินดี้ ไม่เน้นค้าขายกับใคร เก็บไว้กินกันเอง
