WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, September 9, 2011

เปิดปมหลอกจับพี่ชายดา ตอร์โดไม่ใช่112ขุดกรุคดีดอง12ปี เชื่อเพื่อดิสเครดิตต่อสื่อต่างประเทศ

ที่มา Thai E-News

ข้อ หาที่ออกหมายจับคุณกิตติชัย เป็นเรื่องส่วนตัวเขาตั้งแต่เมื่อปี 2542 ไม่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงนี้ และไม่ใช่ข้อหา 112 การจับพี่ชายดา ดำเนินคดีอาญา เป็นอะไรอย่างอื่นไม่ได้เลย นอกจากต้องการ ลดความน่าเชื่อถือของพี่ชายดา ในสื่อต่างประเทศ

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
9 กันยายน 2554

นายประเวศ ประภานุกูล ทนายความของนางสาวดารณี ชาญเชิงศิลปกุล (ดา ตอร์ปิโด)เปิดเผยถึงกรณีพี่ชายของดา ตอร์ปิโด นายกิตติชัย ชาญเชิงศิลปกุลถูกจับกุม ผ่านทางเฟซบุ๊ค ว่า เมื่อเช้าไปเยี่ยมดา พร้อมกับอ.สุธาชัย การไปวันนี้เป็นการปรึกษาเรื่องแนวทางสู้คดี

คดีของดา ตอร์ปิโด ศาลอาญานัดพร้อมเพื่อฟังผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ วันที่ 17 ตุลาคม 2554 เวลา 9.00 น.
ประเวศ ประภานุกูล

จากนั้นไปเยี่ยมคุณสมยศ พฤษาเกษมสุข กับคุณกิตติชัย (พี่ชายดา) ในส่วนคดีคุณสมยศ ศาลอาญานัดพร้อม(นัดแรก)วันที่ 12 กันยายน 2554 เวลา 13.30 น. วันจันทร์ที่จะถึงนี้แล้ว

สำหรับคุณกิตติชัย ชาญเชิงศิลปกุล พี่ชายของดารณี หรือดา ตอร์ปิโด เขาถูกจับเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2554 โดยก่อนโดนจับได้มีโทรศัพท์ไปถึงคุณกิตติชัย เป็นเสียงผู้หญิง บอกว่าอยากไปเยี่ยมดา นอกจากรู้เบอร์โทร.คุณกิตติชัยแล้ว ยังทราบถึงขนาดว่า คุณกิตติชัย ไปเยี่ยมดาทุกวันพุธ ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะข้อมูลพวกนี้หาได้ในอินเตอร์เนท ในเฟสบุ๊คผมก็เคยเขียนถึง

แต่เขาต้องการจะจับคุณกิตติชัย ในวันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม จำนวนคนที่จะเข้าเยี่ยมจึงต้องล่อใจพอที่จะให้คุณกิตติชัย เดินทางขึ้นมาจากภูเก็ต มาให้จับที่กรุงเทพฯ คนที่จะขอเข้าเยี่ยมดาพร้อมกับคุณกิตติชัย จึงเป็นสาวโรงงานย่านนนทบุรี จำนวน 4 คน จำนวนสูงสุดที่จะเข้าเยี่ยมได้เมื่อรวมกับคุณกิตติชัยเป็น 5 คน

แต่จะด้วยเหตุผลใดไม่ทราบชัด หรือจะเป็นความขี้เกียจ จุดนัดหมายให้คุณกิตติชัยเดินทางมาให้จับ จึงเป็นห้าแยกปากเกร็ด แทนที่จะเป็นทัณฑสถานหญิงกลาง เหตุผลที่อ้างกับคุณกิตติชัย คือ สาวโรงงานทั้ง 4 คน ไม่รู้จักทัณฑสถานหญิงกลาง แต่คุณกิตติชัยเองก็ไม่ชำนาญทางย่านห้าแยกปากเกร็ด เลยโทร.นัดไปคอยอยู่ที่หน้าร้าน KFC ภายในห้างโลตัสปากเกร็ด

สุดท้ายคุณกิตติชัย ก็โดนจับที่หน้าร้าย KFC ภายในห้างโลตัสปากเกร็ด เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2554 เวลา 10.00 น. โดยไม่ได้พบเจอคนที่โทร.นัดขอร่วมเข้าเยี่ยม ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล เลย

หลังจับกุมคุณกิตติชัยแล้ว เจ้าหน้าที่ได้โทร.ประสานงานกับอัยการ และได้นำตัวคุณกิตติชัย ไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญา ในช่วงบ่ายของวันที่ 29 สิงหาคมเลยทันที โดยศาลอาญาได้รับฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.3505/2554 และได้นัดพร้อมในวันที่ 17 ตุลาคม 2554 เวลา 13.30 น. วันเดียวกับการนัดพร้อมในคดีของดา เพียงแต่คนละเวลา

ข้อหาที่ออกหมายจับคุณกิตติชัย เป็นเรื่องส่วนตัวเขาตั้งแต่เมื่อปี 2542 ไม่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงนี้ และไม่ใช่ข้อหา 112

แต่ที่น่าสนใจกว่าคือ ทำไมถึงได้มาจับตัวคุณกิตติชัย ในช่วงนี้ ดูจากพฤติกรรมการโทร.หลอกให้คุณกิตติชัย เดินทางขึ้นมาจากภูเก็ต มาให้จับเองถึงในกรุงเทพฯ(อันนี้ประหยัดค่าใช้จ่ายไปเยอะ เพราะถ้าเดินทางไปจับที่ภูเก็ต ก็ต้องนำตัวคุณกิตติชัย เดินทางมากรุงเทพฯ แต่วิธีการนี้ คุณกิตติชัย ออกค่ารถเอง) และก่อนการจับคุณกิตติชัย ก็ต้องประสานงานกับพนักงานอัยการไว้ก่อนแล้ว เพราะหมายจับของคดีเมื่อ 12 ปีก่อน คงไม่มีอัยการคนไหนจำเรื่องได้แน่ เผลอๆอาจไม่มีเจ้าของสำนวนอยู่ด้วยซ้ำ เมื่อปัดฝุ่นหยิบคดีขึ้นมาดูใหม่ อธิบดีอัยการค่อยจ่ายสำนวน การร่างฟ้องและยื่นฟ้องคดีในวันเดียวกันจึงเป็นไปไม่ได้ เจ้า หน้าที่ผู้จับกุมจึงต้องติดต่อประสานงานอัยการไว้ล่วงหน้า และพนักงานอัยการคงร่างฟ้องไว้ก่อนแล้ว ถึงเวลาก็ปริ้นท์จากคอมพ์ แล้วก็นำมายื่นที่ศาล

ดาไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีก มีเพียงคุณกิตติชัย ชาญเชิงศิลปกุล พี่ชายคนเดียว ชีวิตในเรือนจำของดา ก็อาศัยพี่ชาย ดูแลซื้อของจำเป็นและฝากเงินที่มีคนบริจาคให้เข้าบัญชีในเรือนจำ เพื่อให้ดาใช้จ่ายในนั้น การจับคุณกิตติชัย จึงส่งผลสะเทือนถึงดา ทั้งยังเป็นการดิสเครดิตคุณกิตติชัย เพราะที่ผ่านมา เมื่อสื่อต่างประเทศทำสกู๊ปเรื่องของดา คนหนึ่งที่พวกเขาต้องไปหาคือ พี่ชายดา เพราะเรือนจำไม่ให้นักข่าวเข้าเยี่ยม โดยเฉพาะนักข่าวต่างประเทศ จึงได้กลายเป็นกฎเกณฑ์ว่า คนต่างชาติห้ามเข้าเยี่ยม การจับพี่ชายดา ดำเนินคดีอาญา จึงเป็นอะไรอย่างอื่นไม่ได้เลยนอกจากต้องการ ลดความน่าเชื่อถือของพี่ชายดา ในสื่อต่างประเทศ

เป็นแผนการยิงปืนนัดเดียว แต่หวังผล 2 ต่อ แถมการใช้โทรศัพท์หลอกล่อให้คุณกิตติชัย ชาญเชิงศิลปกุล เดินทางจากภูเก็ต ขึ้นมาให้จับถึงในกรุงเทพฯ เอง ยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายของคนจับอีกด้วย คุณกิตติชัย ออกเงินค่ารถทัวร์ เดินทางจากภูเก็ตมาส่งตัวเองเข้าคุกในกรุงเทพ

สุดท้ายเรื่องการประกันตัว ในเมื่อไม่ใช่ข้อหา 112 อีกทั้งอัยการไม่ค้านการขอประกันตัว คาดว่าศาลน่าจะให้ประกัน ไว้รอวันจันทร์ผมจะไปเช็คข้อมูลเรื่องจำนวนเงินที่จะใช้ยื่นขอประกันตัว แล้วค่อยติดต่อคนที่อยากช่วยเหลือในด้านนี้ครับ
ดา ตอร์ปิโด

จับเงียบพี่ชายดา สมยศที่อยู่ในคุกเป็นคนแจ้งข่าว

ก่อนหน้านี้นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ผู้ต้องขังคดี 112 แจ้งกับผู้เข้าไปเยี่ยมเขาในเรือนจำว่า นายกิตติชัย ชาญเชิงศิลปกุล พี่ชายที่คอยดูแลน้องสาว"ดา ตอร์ปิโด"ถูกจับเงียบๆเมื่อสัปดาห์ก่อน และถูกนำมาขังอยู่แดนเดียวกับเขา โดยตกอยู่ในสภาพยากลำบาก ไม่มีทั้งข้าวของเครื่องใช้ เนื่องจากถูกจับอย่างกะทันหัน ครอบครัวที่อยู่ จ.ภูเก็ตก็ยังไม่ทราบข่าว

นายกิตติชัยเป็นคนที่คอยดูแลน้องสาวของเขาตลอดช่วงเวลาที่ถูกจำคุก 3 ปีที่ผ่านมา โดยเดินทางด้วยรถบัสโดยสารมมาจากบ้านที่ภูเก็ตแล้วเข้าเยี่ยม แล้วนั่งรถบัสกลับแบบนี้ทุกสัปดาห์

ล่าสุดนายกิตติชัยนั่งรถทัวร์จากภูเก็ตเดินทางมากรุงเทพฯเพื่อเยี่ยมน้องสาว ตามปกติ พอวันรุ่งขึ้น ก็มีรายงานข่าวจากนายสมยศว่าโดนนำตัวเข้าเรือนจำแล้ว

ขณะที่ประชาไท รายงาน ว่า จากการตรวจสอบ แหล่งข่าวซึ่งเข้าเยี่ยมนายกิตติชัย ระบุว่า นายกิตติชัย ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางพิเศษกรุงเทพ แดน 1 โดยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 นายจับกุมบริเวณห้าแยกปากเกร็ด ด้วยความผิดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ตามมาตรา 147 และ 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา

สำหรับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 ระบุว่า "ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์สินนั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท"

ขณะที่มาตรา 157 ระบุว่า "ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ"

เผยเหตุการณ์ก่อนโดนจับสงสัยโดนล่อซื้อ

ผู้ที่สนับสนุนดา ตอร์ปิโดด้วยมนุษยธรรมรายหนึ่ง เปิดเผยว่า "
ได้ โทรศัพท์ไปถึงคุณกิตติชัย ซึ่งคุณกิตติชัย เล่าให้ฟังว่าขณะนั้น เขากำลังนั่งอยู่บนรถทัวร์เดินทางจากภูเก็ตขึ้นกรุงเทพฯ เช้าวันรุ่งขึ้นก็จะไปเยี่ยมคุณดา พร้อมเล่าให้ฟังว่า มีคนโทรศัพท์ถึงเขานัดหมายพบกันที่ย่านแจ้งวัฒนะ ตอน 10 โมงเช้า โดยพวกเขาแจ้งว่าขอไปเยี่ยมคุณดาด้วย

ฟังแล้วได้แต่แปลกใจว่าทำไมไม่นัดเจอกันที่เรือนจำ ทั้งที่ย่านแจ้งวัฒนะ กับเรือนจำกรุงเทพฯ ก็อยู่ไม่ไกลกัน คนอยู่กรุงเทพฯ รู้จักดี แม้ขณะนี้ ยังไม่รู้รายละเอียดการจับกุมคุณกิตติชัย ก็ได้แต่คาดเดาว่าเหตุการณ์นี้อาจเป็นแผนของเจ้าหน้าที่ ...DSI ก็อยู่ย่านแจ้งวัฒนะ !!!"

พร้อมกับกล่าวว่าน่าสลดใจกับชะตากรรมพี่น้องคู่นี้ เพราะที่ผ่านมาดา ตอร์ปิโดถูกคุมขัง 3 ปีก็ได้พี่ชายคนนี้เพียงคนเดียวดูแล เพราะดามีปัญหาสุขภาพด้วย เนื่องจากกินไม่ได้เพราะฟันกรามค้าง แต่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ไม่ยอมให้ส่งออกไปผ่าตัดข้างนอก และพี่ชายของดาเป็นคนรับเรื่องรับบริจาคเงินและข้าวของบริจาคจากโลกภายนอก ที่เห็นแก่มนุษยธรรมไปช่วยดา ตอร์ปิโด แต่พอโดนทั้งคู่แบบนี้จะทำอย่างไรต่อไปดี

ขณะเดียวกันดา ตอร์โดก็เพิ่งรับทราบข่าวพี่ชายโดนจับกุมตัวเมื่อวานนี้ ระหว่างที่มีคนไปเยี่ยมเธอในเรือนจำ

ญาติของนายสุรชัย แซ่ด่าน ได้ยืนยันข่าวนี้ด้วยว่า พี่ชายดา ตอร์ปิโด ถูกจับขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางพิเศษกรุงเทพ แดน 1 (แดนเดียวกับคุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข)และเนื่องจากเป็นการจับกุมที่เงียบเชียบทำให้ไม่ทราบว่าโดนคดี อะไร

ซึ่งหากเป็นคดี112ก็จะนับเป็นรายที่ 2 นับตั้งแต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์เข้ามาบริหารประเทศ รายแรกคือผู้เล่นเฟซบุ๊ค ซึ่งโดนจับกุมในวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา

นายประเวศ ประภานุกูล ทนายความของดา ตอร์ปิโด กล่าวว่า เขายังไม่รู้ชัดเจนว่านายกิตติชัยโดนควบคุมตัวด้วยข้อหาใด ในช่วงหลายวันมานี้พยายามติดต่อทางโทรศัพท์ไม่สำเร็จ แต่ก็อาจเป็นไปได้ที่ว่าอาจถูก"ล่อซื้อ"ก็ได้ เพราะเขาเป็นคนที่อาจจะไม่รอบคอบนัก มีใครติดต่อมาบอกว่าเห็นอกเห็นใจอยากช่วยเหลืออยากบริจาคช่วยดาก็ยินดี ติดต่อหมด ดังนั้นที่มีรายงานว่ามีคนติดต่อให้ไปพบย่านแจ้งวัฒนะในวันที่ 2 แล้วโดนควบคุมตัวก็อาจจะเป็นไปได้

ท่านสามารถยื่นมือช่วยด้านมนุษยธรรมแก่พี่น้องคู่นี้ผ่านทนายประเวศ

ผู้สนับสนุนพี่น้องคู่นี้ได้แจ้งขอความช่วยเหลือด่วนจากผู้ที่สะดวก พอมีเวลา และกำลังทรัพย์ ช่วยซื้อข้าว-ของใช้ที่จำเป็น ไปฝากดา ตอปิโดและพี่ชายด้วย

"ตอนนี้ยาแก้อาการเกร็งของพี่ดากำลังจะหมดแล้ว ไม่มีใครซื้อไปให้ มีเพียงพี่ชาย คือคุณกิตติชัย ผู้เดียวที่ต้องเดินทางจากภูเก็ต สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เข้ามาจัดหาซื้อสิ่งของและยาให้ บัดนี้พี่ชายของดาถูกจับ สิ่งของที่จำเป็นต้องใช้ในแต่ละสัปดาห์ ต้องขาดลง สุดจะบรรยายความรู้สึกได้

ขอความช่วยเหลือด่วน..!! รายละเอียด การไปเยี่ยมสิ่งของนำฝากและยา ติดต่อได้ที่ทนายประเวศโทร 083 025 1167 หากแกนนำนปช.จะพิจารณาเยียวยาด้านมนุษยธรรมด้วยก็ดีมาก"

มีผู้ให้ข้อมูลเรื่องบริจาคช่วยกรณีนี้ในเว็บบอร์ดInternet Freedom ว่า คนที่เอาเบอร์โทรทนายประเวศส่งไปลงในไทยอีนิวส์ ไม่ได้บอกล่วงหน้า เลยทำให้งงเมื่อคนติดต่อบริจาค แต่ได้มีการแจ้งมาในภายหลังแล้ว ดิฉันโทรคุยกับแก แกก็บอกไม่อยากรับเงิน แต่มีคนให้มาก่อนดิฉันแล้ว 2,000 บาท แกก็จะเอาไปเข้าบัญชีให้คุณดาไว้ใช้จ่ายในเรือนจำ (คงติดอีกนาน) และจะส่งใบเสร็จมาให้ แกบอกว่าเรื่องนี้ต้อง Clean and Clear ตลอดเวลาคุณดามีพี่ชายดูแลอยู่ ขึ้นมาจากภูเก็ตอาทิตย์ละครั้ง ตอนนี้ไม่มีก็คงลำบากพอดู ใครมีจิตศรัทธาก็เข้าบัญชี

ประเวศ ประภานุกูล
ธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนรามอินทรา
เลขที่บัญชี 088-2949303

เสร็จแล้วโทรบอกชื่อผู้ให้ด้วยที่โทร 083 025 1167 ทนายประเวศจะได้ส่งใบเสร็จรับเงินไปให้

“กันยายน” เดือนแห่งการรัฐประหาร

ที่มา Voice TV



Wake Up Thailand ประจำวันศุกร์ ที่ 9 กันยายน 2554

นำเสนอประเด็น
- ครบรอบ 26 ปี กบฏ 9 กันยา
- คณะกรรมการกลั่นกรองการถวายฎีกาประชุม ของพระราชทานอภัยโทษทักษิณวันนี้
- การทำหน้าที่ของสื่อสาธารณะ
- กองกำลังผาเมือง จับยาเสพติดจำนวนมาก ก่อนทะลักเข้าสู่เชียงราย
- จับตานายกฯ เยือนกัมพูชา 15- ก.ย.- ผบ.ทบ.เยือนพม่า 13-14 กันยายนนี้
- วปอ. แถลงยุทธศาสตร์ประเทศ-ยุทธศาสตร์ความมั่นคง
- บทความ อ.นิธิ เอี่ยวศรีวงศ์ เรื่องการกินเนื้อหมา

วงศ์ศักดิ์แย้งถวิล โดนเด้ง เทียบเคียงไม่ได้แจงเหตุถูกเขี่ยพ้นอธิบดีปค. เพราะ ...

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



"วงศ์ศักดิ์" แย้ง "ถวิล" เทียบเคียงโดนย้ายไม่ได้
ตอนถูกเด้งจากอธิบดีปกครองเพราะไม่ทำตามคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ส่วนอดีตเลขาฯสมช.เป็นไปตามอำนาจของผู้บังคับบัญชา
เตือนไม่แน่ว่าก.พ.ค.จะรับเรื่องไว้หรือไม่
"เหลิม"ชอบใจถวิลยกเรื่องเวรกรรม ก็ขอให้เป็นจริงทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว

"เหลิม"ชอบถวิลยกเรื่องกรรม

ขณะที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ กล่าวถึง
กรณีนายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายกฯ ฝ่ายข้าราชการประจำ
จะร้องเรียนต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.)
เพื่อขอความเป็นธรรม หลังถูกย้ายจากเลขาธิ การสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่า
เป็นสิทธิ์ของนายถวิล ถ้าเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ไปใช้สิทธิ์ได้
แต่การย้ายไปตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯ เงินเดือนเท่าเดิม เงินประจำตำแหน่งเท่าเดิม
อีกทั้งนายกฯยังมอบหมายภารกิจสำคัญให้ทำ เช่น เรื่องน้ำท่วมที่จะต้องเร่งช่วยเหลือประชาชน

"ผมชอบที่นายถวิลให้สัมภาษณ์ไว้ว่าใครทำกรรมอะไรไว้ ขอให้ได้รับกรรมนั้น
เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ ผมอยากเห็นเช่นนั้นเหมือนกัน
โดยเฉพาะคนที่ชั่วมากๆ สมควรได้รับ กรรมมากๆ" ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว และว่า
รัฐบาลที่ผ่านมาย้ายข้าราชการจำนวนมาก
ตนอยากถามกลับว่าก่อนหน้านี้รัฐบาลประชาธิปัตย์
ย้ายพล.ท.สุรพล เผื่อนอัยกา จากเลขาธิการสมช.ไปเป็นที่ปรึกษานายกฯ
แล้วตั้งนายถวิลขึ้นมาแทนนั้น ทำไมจึงทำได้
ตนจึงต้องการเปรียบเทียบให้เห็น เช่นเดียวกับการ
ย้ายนายพีรพล ไตรทศาวิทย์ จากปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปเป็นที่ปรึกษานายกฯ
เหตุผลแค่ลูกของนายพีรพลเป็นเพื่อนกับลูกพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ
ย้ายใครต่อใครด้วยเหตุผลว่าเป็นคนใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ

แล้วรัฐบาลประชาธิปัตย์ก็ บอกว่าย้ายเพื่อความเหมาะสม
ตนจึงขอความเป็นธรรมเรื่องนี้บ้าง และควรดูด้วยว่าอะไรเป็นอะไร ประชาธิปัตย์ต้องดูตัวเองด้วย

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวอีกว่า คำให้สัมภาษณ์ที่ตนเคยพูดนั้นไม่ผิดกฎหมาย
และข้อเท็จจริงคือพล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกฯ เป็นคนเซ็นย้าย
และนายกฯมอบงานให้พล.ต.อ.โกวิท แล้วจะไปเสียสถานะอย่างไร
หากจะร้องก.พ.ค.ก็ร้องไป อะไรทำได้ก็ทำไป

ย้อนปชป.ความจำสั้นหรือเปล่า

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีจะนัดนายถวิลกินข้าวปรับความเข้าใจ
ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า แล้วเขาว่างหรือเปล่า สำหรับตนไม่มีอะไร

"สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เข้ามาถึงก็ย้าย

พล.ท.สุรพล เผื่อนอัยกา จากเลขาฯสมช.
แล้วเอานายถวิลขึ้นมาด้วยเหตุผลใด เพราะพล.ท.สุรพลเป็นตท.10 หรือไม่

ย้ายนายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ เพราะเป็นลูกน้องเฉลิม
จึงเป็นอธิบดีกรมการปกครองไม่ได้ เขาผิดอะไร

ย้ายนายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัดกทม. มาเป็นที่ปรึกษาข้าราชการประจำในทำเนียบเขาผิดอะไร

ย้ายพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เพราะสนิทกับพรรคเพื่อไทย
แล้วเอาคนอื่นขึ้น เขาผิดตรงไหน ประชาธิปัตย์ความจำสั้นแล้วหรือ" ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่านายถวิลระบุถูกเยาะเย้ยถากถาง ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า
ตนพูดบนเวทีหาเสียงหนักกว่านี้ เพราะชาวบ้านชอบ
เมื่อถามว่าแต่นี่ไม่ใช่เวทีหาเสียง ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า
ไม่ใช่ ตนถ่ายทอดความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา หรือต้องการนักการเมืองกะล่อน

ย้อนรอยยุค"มาร์ค-เทือก"

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่า
ตอนนี้หลายเรื่องกำลังถูกบิดเบือน เช่น การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ
บางสื่อระบุว่าย้ายล้างบาง เด้งฟ้าผ่า ไม่ปกป้องข้าราชการ
เมื่อครั้งที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ ให้เหตุผล
ย้ายนายพีรพล ไตรทศาวิทย์ ปลัดกระทรวงมหาด ไทย มาประจำสำนักนายกฯ ว่า
ย้ายเพื่อประสิทธิภาพในการบริหารงาน
และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เคยบอกในกรณีเดียวกันว่า การย้ายข้าราชการ
มีหลายเหตุผล ไม่จำเป็นต้องโยกย้ายเพราะมีความผิดแต่เพื่อความเหมาะสมก็ย้ายได้

นายอนุสรณ์กล่าวอีกว่า ถ้ามีข้าราชการออกมาบอกว่าเสียดาย เสียใจ สงสัย ไม่เข้าใจ
และพูดถึงเรื่องกฎแห่งกรรมอีก ถ้าคนพูดเข้าใจจริง
คงจะไม่พูดถึงคำว่าเสียดาย เสียใจ สงสัย ไม่เข้าใจ
และการที่บอกว่านายกฯไม่ปกป้องนั้น
ยืนยันว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯที่ปกป้องข้าราชการมากคนหนึ่ง
ไม่ทำบัวช้ำน้ำขุ่น ไม่ได้ลดศักดิ์ศรีใคร ยืนยันว่ารัฐบาลนี้ปกป้องข้าราชการ
การให้สัมภาษณ์ไม่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีข้าราชการ

นายอนุสรณ์กล่าวต่อว่า
ขอให้ข้าราชการทำงานให้ดีที่สุด ดีเสมอต้นเสมอปลายก็ไม่ต้องกลัวโดนย้าย
เหมือนทีมฟุตบอล เมื่อเปลี่ยนโค้ช
ผู้จัดการทีมต้องเลือกนักเตะที่คิดว่ามีประโยชน์และสร้างสรรค์เกมร่วมกับทีมได้
และการเปลี่ยนตัวออก ไม่ได้หมายความว่าไม่มีคุณค่า
เพียงแต่เกมนั้นเวลานั้น ขอโอกาสผู้จัดการทีมสร้างสรรค์เกมตามรูปแบบของคนทำทีม
นักฟุตบอลต้องทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด และรอโอกาสกลับมาพิสูจน์ฝีมือ
หรือจะไปอยู่ที่ไหนก็ตามต้องเชื่อมโยงกับประชาชน
ระลึกเสมอว่าไม่ว่าอยู่ตรงไหนก็ทำประโยชน์ให้ประชาชนได้ แล้วจะไม่เป็นทุกข์

"วงศ์ศักดิ์"แย้งแตกต่างกับถวิล

วันเดียวกันนายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมการปกครอง
ที่เคยร้องก.พ.ค.จนได้กลับคืนตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง
หลังจากรัฐบาลนายอภิสิทธิ์และมหาดไทยยุคนาย ชวรัตน์ ชาญวีรกูล
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นรมต. เด้งเข้ากรุ

กล่าวถึงกรณีนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาฯสมช. จะร้องเรียนก.พ.ค.
กรณีถูกโยกย้ายไม่เป็นธรรม โดยนำมาเทียบเคียงกับกรณีนายวงศ์ศักดิ์ ว่า
การโยกย้ายตนออกจากตำแหน่งแตกต่างกับกรณีนายถวิลอย่างสิ้นเชิง
เนื่องจากที่ตนถูกย้ายเป็นเพราะไม่ทำตามคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ทั้งเรื่องเช่าระบบคอมพิวเตอร์ และเรื่องรับรองรูปแบบบัตรสมาร์ทการ์ด
จึงต้องนำเรื่องไปร้องก.พ.ค. แต่ของนายถวิลไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้ง
แต่เป็นการใช้อำนาจตามพ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน มาตรา 11(4)
จึงไม่แน่ว่าก.พ.ค.จะรับเรื่องไว้พิจารณาหรือไม่

"จริงๆ แล้วนายถวิลเองควรจะต้องดูว่า
ตัวเองเป็นอุปสรรคอะไรกับการบริหารงานของรัฐบาลนี้หรือไม่
เพราะเท่าที่ทราบนายถวิลเองก็เป็นเลขาฯของศอฉ. และมีบทบาทหน้าที่หลายอย่าง

ดังนั้น หากไม่ใช่เรื่องกลั่นแกล้ง
แต่เป็นการใช้อำนาจของผู้บังคับบัญชา ก็คงไปร้องเรียนอะไรไม่ได้
และคงเอากรณีผมมาเทียบเคียงไม่ได้เช่นกัน" นายวงศ์ศักดิ์กล่าว


http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNakE1TURrMU5BPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1TMHdPUzB3T1E9PQ==

Re:

โดย ลูกชาวนาไทย

เมื่อไม่อยากไปอย่างดีๆ ก็คงโดนสวนมาอีกเยอะ
จะใช้วิธีให้สื่อสร้างกระแส ยุคนี้คงทำไม่ได้ เพราะประชาชนเสื้อแดงยังจำ ศอฉ. ได้ดีอยู่

ผม ว่าสุดท้ายจะโดนตั้งกรรมการสอบสวนกรณี ผังล้มเจ้า ที่ไม่มีมูลความจริง จนนำไปสุ่การสังหารหมุ่ประชาชนอย่างแน่นอน ให้ไปดีๆ ไม่ยอมไป ก็คงต้องโดนจัดหนักอย่างที่ว่า

ผมอยากให้พรรคเพื่อไทย "ทำเพื่อคนๆ เดียว" ก่อน ปัญหามันจะได้จบเสียที

ที่มา thaifreenews

โดย ลูกชาวนาไทย

คือ ฝ่ายตรงข้ามพยายามสร้างกระแสตลอดว่า ทำเพื่อคน ๆ เดียว อันที่จริงพรรคเพื่อไทยจะไปกลัวทำไม เพราะนั่นเป็นความเห็นของปรปักษ์ เขาก็ต้องต่อต้าน สำคัญคือ "คนส่วนใหญ่ของประเทศ" เขาเห็นด้วยว่า ควรทำเพื่อคนๆ เดียว คือ ช่วยเหลือคุณทักษิณให้สำเร็จ เขาจึงลงคะแนนด้วย นั่นหมายถึง "มติของคนส่วนใหญ่ไ ให้ทำเพื่อคนๆ เดียว

ซึ่งการทำตามมตินี้คือ การทำเพื่อคนส่วนใหญ่นั่นเอง

อันที่จริงสังคมไทย ก็ทำเพื่อคนๆ เดียวมาโดยตลอด ทำเป็นไม่พูด
สังคม ไทย หากเป็นคนอื่นๆ ก็ถือว่า เป็นคน ทำเพื่อคน หรือมนุษย์ด้วยกันถือว่าผิด แต่หากทำเพื่อเทพเจ้า หรืออะไรที่ไม่ใช่คน ถือว่าทำได้

มันก็ลัทธิบูชาตัวบุคคลแบบสุดกู่ ไม่มีหลักการอะไรทั้งสิ้น

ดังนั้น ปัญหาที่เกิดกับนายกฯ ทักษิณ คือ ปัญหาทางการเมืองหลักของชาติ และความขัดแย้งในเวลานี้ หากไม่กล้าแก้ปัญหา วิกฤติมันก็ไม่จบ

พวก ที่ออกมาต่อต้านก็มีแต่สื่อกับพวกอำมาตย์ที่ออกนอกหน้า ส่วนพวกเสื้อเหลืองทั่วไป ออกมาชุมนุม ก็จะเจอเสื้อแดง ที่มากกว่า มีประสบการณ์ และความอดทนในการชุมนุมได้มากกว่า

ดังนั้นรัฐบาลไม่จำเป็นต้องกลัวอะไร เดินหน้า ช่วยคุณทักษิณไปเลย ทำปัญหาให้มันจบ

ไม่ ต้องกลัวว่าพวกเขาจะทำรัฐประหาร หรือตุลาการภิวัฒน์ เพราะวันนี้ "ภูมิทัศน์ทางการเมือง" เปลี่ยนไปแล้ว ทำแบบเดิมๆ ผลมันไม่เหมือนเดิมอย่างแน่นอน

มาร์ค 2 แล้วนะจ๊ะ

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
สามขุม ผูกประเจียด



ขอแสดงความยินดีย้อนหลังกับครม.ใหม่ที่ทำคลอดออกมาได้ไฉไลใช้ได้

โดยเฉพาะบรรดารมต.หน้าใหม่ที่เพิ่งได้สัมผัสกับตำแหน่งเสนาบดีครั้งแรก

ยินดี ยินดี และยินดี อย่างจริงใจ

อย่าเพิ่งงงว่าทำไมความรู้สึกช้า ในเมื่อครม.ปู 1 ได้รับโปรดเกล้าฯ ตั้งแต่ 9 ส.ค. ผ่านมาครบ 1 เดือนแล้ว

ที่ร่วมแสดงความยินดีครั้งนี้คือ ครม.เงา และรมต.เงาของพรรคประชาธิปัตย์ต่างหาก

เขียนให้สวยๆ หน่อยก็คือ "ครม.เงามาร์ค 2" นั่นแหละ

มาร์คนั่งนายกฯเงาควบรมว. กลาโหมเงาอีกเก้าอี้ แม่ทัพนายกองคงแฮปปี้เหมือนตลอดกว่า 2 ปีที่ผ่านมา

แหะ แหะ อย่าลืมเรื่องเรือดำน้ำด้วยนะ อันนี้แม่ทัพเรือฝากมา (ฮา)

รองนายกฯเงามากันครบทั้ง กรณ์ จาติกวณิช ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ เกียรติ สิทธีอมร

และกษิต ภิรมย์ เป็นรมต.สมัยเดียวขึ้นชั้น "ท่านรอง" เรียบร้อย

แสดงว่าประชาธิปัตย์ประทับใจผลงานว่าการต่างประเทศ

สุเทพ เทือกสุบรรณ อุตส่าห์ทิ้งตำแหน่งเลขาฯ พรรค เพื่อจะได้ไม่ต้องจ่ายตังค์ เอ๊ยไปทำงานเบื้องหลัง ก็ยังกลับมารับงานรมต.มหาดไทยเงา

ทิ้งพรรคไปไม่ได้จริงๆ

ส่วนรมต.หน้าใหม่ถึงเวลาผงาดของศิริโชค โสภา จากวอลเปเปอร์นายกฯกลายเป็นรมต.ไอซีทีเงา

เท่ระเบิด

อีกคนเทพไท เสนพงศ์ จากโฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรค ขยับนั่งรมต.สำนักนายกฯเงา

ไม่รู้จะได้แบ่งงานดูแลสื่อ สำนักงบประมาณ กฤษฎีกา หรือคุ้มครองผู้บริโภค เพราะเหมาะสมไปหมด

ยังไงๆ ท่านนายกฯกรุณาแบ่งงานให้สมน้ำสมเนื้อด้วยก็แล้วกัน (ฮาอีกที)

ครม.เงา มาร์ค 2 ยังสร้างความฮือฮาด้วยการตั้งจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นเลขาธิการ ครม.เงา หมอบุรณัชย์ สมุท รักษ์ เป็นผู้ช่วยเลขาฯครม.เงา

และตั้งอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เป็นโฆษกครม.เงา

เอาให้มันครบเซ็ตสมบูรณ์

ไหนๆ ก็ไหนๆ ก่อนปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ

รัฐบาลเงาอย่าลืมแถลงนโยบายต่อประชาชนด้วยล�ะ

ฮา!!!

ฮา!!!

ยุคเพรียวพันธ์

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ ชกไม่มีมุม
วงค์ ตาวัน


เมื่อ ได้รับการผลักดันให้มาเป็นผบ.ตร.เพื่อทำหน้าที่ลุยปราบปรามยาเสพติด ดังนั้นวันแรกที่พล.ต.อ. เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ทำหน้าที่รักษาการผบ.ตร.แทนพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ก็เริ่มภารกิจแรกคือเรื่องนี้

ประชุมร่วมกับมหาดไทยให้นายอำเภอและ ปลัดมหาดไทยทั่วประเทศช่วยกันปราบ พร้อมกับเดินทางไปพื้นที่คลองเตย จุดยุทธศาสตร์ด้านยาเสพติดในกทม.

แน่นอนว่า สงครามยาเสพติดครั้งนี้ พล.ต.อ. เพรียวพันธ์ย่อมต้องระมัดระวังการนองเลือดและซากศพ

อย่าให้เสียหายซ้ำรอยเดิม

ดังนั้นมาตรการตรวจจับสกัดกั้นและบำบัดผู้เสพ จะต้องเป็นหลัก

ก่อนหน้านี้ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯส่งสัญญาณการระดมตำรวจตชด.เข้ามาร่วมการตั้งด่านสกัดทั่วพื้นที่ภาคเหนือ

เพราะเป็นทางเข้าใหญ่ของยาเสพติด 70-80 เปอร์เซ็นต์เข้ามาทาง 8 จังหวัดภาคเหนือ!

ดังนั้นพล.ต.อ.เพรียวพันธ์จึงรับนโยบาย วางกำลัง ตชด.ตั้งเป็นชุดเฉพาะกิจ ตั้งด่านสกัดกั้นในเส้นทางเข้าทั้งหมด

เท่ากับภารกิจด้านยาเสพติดของรักษาการผบ.ตร. เริ่มเดินเครื่องแล้ว

เมื่อมาด้วยคุณสมบัติมือปราบยาเสพติด ก็ต้องโชว์ฝีมือกันให้ประจักษ์ก่อนเข้ารับตำแหน่งจริงๆ

งานเฉพาะหน้าเรื่องต่อไป ไม่พ้นการแต่งตั้งโยกย้ายนายพลประจำปี

ต้องทำอย่างรอบคอบมีเหตุผล แต่ต้องกล้าจะล้างบางในตำแหน่งแห่งหนที่แต่งตั้งกันเอาไว้อย่างผิดพลาดในยุคก่อนๆ!!

ต้องสร้างขวัญกำลังใจให้เหล่าตำรวจฟื้นคืนมา

หลังจากระส่ำระสายมาแล้วหลายปี เพราะการแทรกแซงอย่างผิดๆ ของการเมือง

ส่วนงานด้านสืบสวนปราบปรามโจรผู้ร้าย ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทบกับชีวิตชาวบ้านโดยตรง สำคัญยิ่ง

ด้านหนึ่งเมื่อยาเสพติดลดลงโจรผู้ร้ายก็จะหดหายตามไปด้วย

อีกด้านหนึ่งน่ายินดีที่ขุนพลมือดีของตำรวจคือพล.ต.อ. ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา มือสืบสวนชั้นครูยังเป็นหลักต่อไป

อย่างน้อยโจรผู้ร้ายยังเกรงกลัว

พร้อมมือสอบสวนชั้นเยี่ยมพล.ต.อ.ปานศิริ ประภา วัต ก็จะช่วยเป็นหลักได้อีกแรง ดูแลคดีความใหญ่ๆ ได้หมด

คดีอิทธิพล เจ้าพ่อมือปืน คดีความมั่นคง แม้แต่คดีประชาชนถูกอำนาจรัฐเข่นฆ่าในยุคก่อน

ถ้าทำให้ระบบตำรวจฟื้นคืนเข้าร่องเข้ารอย

ผบ.ตร.ใหม่อยู่ครบเกษียณอายุได้แน่นอน!

ใต้ภูเขาน้ำแข็ง

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



โดย ปราปต์ บุนปาน


(ที่มา คอลัมน์สถานีคิดเลขที่ 12 หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 8 กันยายน 2554)

เชื่อและเข้าใจกันว่า การโยกย้ายข้าราชการประจำขนานใหญ่
ตลอดจนการแต่งตั้งคนเสื้อแดงจำนวนมากมาเป็นข้าราชการการเมือง

จะนำพา "รัฐบาลยิ่งลักษณ์" ให้ลื่นถลำเข้าสู่วงจรความขัดแย้งเร็วขึ้นโดยไม่จำเป็น

แต่มุมมองเช่นนี้อาจเป็นการทำความเข้าใจกับการเมืองไทยแบบเดิมๆ

ซึ่งสุดท้าย ก็เห็นเพียงแค่การเมืองของชนชั้นนำที่ศูนย์กลางอำนาจ

เมื่อต้นเดือนกันยายน มีการจัดงานเสวนาหัวข้อ
"ประสบการณ์ประชาธิปไตยของชาวบ้านเชียงใหม่" ที่คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

โดยนักวิชาการ-นักศึกษา มช. ได้ร่วมกันนำเสนองานวิชาการอันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยใหญ่ชื่อ

"ความเปลี่ยนแปลงทางภูมิทัศน์ทางการเมืองในชนบท"

ซึ่งเว็บไซต์ "ประชาไท-ประชาธรรม" ได้ทยอยนำเนื้อหามาเผยแพร่กันบ้างแล้ว

ในตอนหนึ่งของงานเสวนา อ.ไชยันต์ รัชชกูล
แห่งสถาบันศาสนา วัฒนธรรม และสันติภาพ มหาวิทยาลัยพายัพ
ซึ่งได้รับเชิญมาเป็นผู้วิจารณ์งานวิจัยชุดนี้

ได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับร้านอาหาร "เสื้อแดง" 2 แห่งในภาคเหนือ

ร้านแรก ทำอาหารไป เสิร์ฟไป ก็เปิดโทรทัศน์ดาวเทียมช่อง "แดง" ไปด้วย

ปรากฏว่า มีลูกค้า "เสื้อเหลือง" จาก กทม. เข้ามาใช้บริการ
พร้อมกับร้องขอให้ทางร้านช่วยเปลี่ยนช่องทีวี

เจ้าของร้านจึงตอบกลับว่า "ก็เปิดไว้อยากดูก็ดู ไม่อยากดูก็ไปกินร้านอื่น"

ตัดไปร้านที่สอง มีนักศึกษาเข้ามาสั่งอาหารแล้วนั่งพูดคุยในบางประเด็นอย่างเมามัน

บังเอิญว่าเรื่องที่ลูกค้าวัยรุ่นสนทนากันดันไปโดนใจแม่ค้าเจ้าของร้าน

นำมาสู่การแถมข้าว แถมกับ ยกใหญ่

จากเรื่องเล่าทั้ง 2 เรื่อง อ.ไชยันต์วิเคราะห์ว่า
ความขัดแย้งได้แทรกไปทั่วทุกหนแห่งในสังคมไทยแล้ว

ทั้งระดับมหภาคและจุลภาค

ด้าน อ.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี แห่งคณะสังคมศาสตร์ ม.เชียงใหม่
ได้นำเสนองานวิจัยชื่อ
"พัฒนาการจิตสำนึกและปฏิบัติการทางการเมืองของขบวนการเสื้อแดงในจังหวัดเชียงใหม่"

พร้อมข้อเสนอหลักว่า "กลุ่มคนเสื้อแดง"
มิได้เป็นการรวมตัวของคนชั้นกลางระดับล่างอย่างที่เข้าใจกัน
ทว่า พวกเขากอปรขึ้นมาจากคนหลายชนชั้นหลากสถานะในสังคม

ซึ่งมีโลกทรรศน์ทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป
ภายหลังการเกิดขึ้นของรัฐบาลไทยรักไทย รวมทั้งเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองหลายระลอก

โดยเฉพาะเหตุความรุนแรงเดือนพฤษภาคม 2553

คนเสื้อแดงเหล่านี้มีจุดร่วมเดียวกัน คือ
การประกาศ "ตัวตนใหม่ของพลเมืองเสรีนิยม"
ที่รักความเป็นธรรม รักประชาธิปไตย และรักความจริง

มีงานวิจัยอีกหลายชิ้นซึ่งถูกนำเสนอในงานเสวนาที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาทิ
การศึกษาเกี่ยวกับ "แม่ค้าเสื้อแดง" หรือ "วิทยุชุมชนกับคนเสื้อแดง"

ที่อาจช่วยให้เราเข้าใจพลวัตของการเมืองและประชาชนระดับ "รากหญ้า" มากขึ้น

เพราะต้องไม่ลืมว่า ผู้คนเหล่านี้ถือเป็น "พลังสำคัญ"
ซึ่งผลักเคลื่อนสังคมการเมืองไทยมาจนถึงจุดที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน

เพียงแต่พวกเขาอาจเป็นแรงสั่นสะเทือน "ใต้ภูเขาน้ำแข็ง"

ที่บ่อยครั้ง เรามักลืมเลือนจะคำนึงถึง


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1315480377&grpid=&catid=02&subcatid=0207

Re:

โดย ลูกชาวนาไทย

ผมคิดว่า กรอบการวิเคราะห์เรื่องการโยกย้ายใหญ่ จะนำไปสู่ความขัดแย้ง แล้วรัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็จะมีปัญหา นั้นเป็นการวิเคราะห์ ภายใต้กรอบการเมืองเดิมก่อนปี 2549

ตอนนี้ภูมิทัศน์ทางการเมืองไทย มันเปลี่ยนไปหมดแล้ว การวิเคราะห์โดยใช้กรอบเดิมนั้น ไม่อาจได้คำตอบที่ถูกต้องแล้ว การใช้สื่อปั่นกระแส ก็ไม่มีพลังเหมือนก่อนปี 2549 แล้ว เพราะคนไทยแบ่งออกเป็นสองฝ่ายแล้ว ฝ่ายเสื้อแดงก็ไม่สนใจสื่อว่าจะปั่นกระแสอย่างไรหรอก

หากพวกเสื้อเหลืองออกมา พวกเสื้อแดงจะออกมาปกป้องรัฐบาลของตนมากกว่าเสื้อเหลือง
ดัง นั้น คำพุดที่ว่า "คนชนบทเรื่องรัฐบาล คนกรุงเทพฯ ล้มรัฐบาล" นั้นไม่เป็นความจริงอีกต่อไปแล้ว เพราะใน กทม. อย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่งที่เป็นเสื้อแดง และเป็นพวกที่ออกมาเคลื่อนไหวตลอดในช่วงปี 2550-2554 นี้ คนเสื้อแดงใน กทม. นี้ จะกลายเป็นพลังปกป้องรัฐบาลของพวกเขา

การใช้สื่อปลุกกระแส คนชั้นกลางใน กทม. ก็คงไม่มีผลถึงกับล้มรัฐบาลได้เหมือนในอดีต หากมีการชุมนุมขับไล่รัฐบาลของพวกเสื้อเหลืองตามกระแสสื่อ พวกเสื้อแดงก็จะออกมาเหมือนกัน

เกมนี้ ผลของเกมจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เร่งทำเพื่อคนๆเดียว หรือไม่?สังคมไทยจะเป็นผู้ตัดสิน

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



ต้องยอมรับว่า สังคมไทยยังอดสงสัยไม่ได้ กับท่าทีของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ 1
ที่ปากบอกว่า ไม่มีนโยบายเร่งนิรโทษกรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
แต่การกระทำที่ผ่านๆมา
ก็ต้องยอมรับว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์เหมือนกับมีความพยายามปูทาง
ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้านได้รับการขอพระราชทานอภัยโทษให้ได้
โดยเฉพาะการที่ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม สั่งตั้งคณะทำงานศึกษากรณีดังกล่าวในทันที
โดยไม่สนใจแรงกดดันที่ถาโถมเข้าใส่



ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งคงอดที่จะคิดไปไม่ได้ ว่า
ที่รัฐบาล ปู 1 โดยกระทรวงยุติธรรมดำเนินการในลักษณะนี้
เกิดจากมีการรับคำสั่งมาจากใครมาหรือไม่?
ทั้งคนที่อยู่ในประเทศ หรือ พานคิดเลยไปถึงคนที่อยู่ต่างประเทศ
ที่จะได้ประโยชน์มากที่สุด หากกฎหมายนิรโทษกรรม
หรือการขอพระราชทานอภัยโทษสามารถกระทำได้สำเร็จ
แม้นายกรัฐมนตรีหญิงจะออกมายืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า
รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยไม่มีนโยบาย
หรือไม่ใช่เป้าหมายเร่งด่วนในการดำเนินการก็ตาม
แต่การกระทำที่ผ่านมาของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ 1
ก็ถือเป็นตัวที่ทำให้ประชาชนคนไทยตัดสินได้ว่า กำลังทำเพื่อคนๆเดียวหรือไม่?
ซึ่งไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ

กับอีกด้านที่แยกกันไม่ออก
การเคลื่อนไหวทางการเมืองของรัฐบาลชุดปัจจุบัน กับ มวลชน
กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ นปช.
ที่เป็นไปแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ทั้งเรื่องเป้าหมายเพื่อการเรียกร้องให้พิจารณาแก้รัฐธรรมนูญ
ด้วยการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ สสร. 3 เพื่อออกกฎหมาย นิรโทษกรรม
ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พี่ชายน.ส.ยิ่งลักษณ์
หรือแม้แต่ กรณีสภาผู้แทนฯมีมติไม่ให้ส่งตัว 9 ส.ส.เพื่อไทยกลุ่มเสื้อแดงไปดำเนินคดีความว่า
แม้ส.ส.ทั้ง 9 คน มีความประสงค์ไม่ขอใช้เอกสิทธิ์คุ้มครอง



โดย พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวแสดงความเห็น
การยื่นฎีกาขออภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า
ส่วนตัวไม่ขัดข้องที่จะยื่นฎีกาของพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ
เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้ทำอะไรผิด
แม้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้พิพากษาว่า
มีความผิด แต่ศาลแพ่งพิจารณาแล้ว เห็นว่า ไม่มีการซื้อที่ดิน
และสั่งให้คืนเงินให้คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ
จึงสรุปได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้ทำสัญญาใดๆกับรัฐทั้งสิ้น



ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์
กรณี พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ระบุ
"ให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
พิจารณากลับคำตัดสินคดีซื้อขายที่ดินรัชดาของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีใหม่ว่า
ที่ศาลฎีกาฯตัดสินจำคุกพ.ต.ท.ทักษิณ 2 ปีนั้น ไม่ใช่คดีทุจริต
แต่เป็นการทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่กฎหมายอาญา
ซึ่งต่อมาเมื่อศาลแพ่งตัดสินใจว่า
สัญญาการซื้อขายที่ดินระหว่าง
คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ กับกองทุนฟื้นฟูฯเป็นโมฆะตั้งแต่ต้น
เท่ากับว่า ไม่มีการซื้อขาย ทุกอย่างต้องกลับไปสู่จุดเดิม
และให้กองทุนฟื้นฟูคืนเงินคุณหญิงพจมาน
ดังนั้น พ.ต.ท.ทักษิณจึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการซื้อขายแล้ว เพราะสัญญาเป็นโมฆะ
แต่คดีที่ศาลฎีกาสั่งจำคุก 2 ปีในข้อหานี้ ซึ่งกำลังคิดว่า จะทำอย่างไรต่อไป
คดีนี้ต้องให้ความเป็นธรรม พ.ต.ท.ทักษิณ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ต้องไปคิดกัน"

ขณะที่พรรคฝ่ายค้าน โดยนายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรค ปชป.
ก็ชิงออกมาดักคอรัฐบาลทันที
มีการยกกรณีการขอพระราชทานอภัยโทษของคดีอื่น
ที่มีความใกล้เคียงขึ้นมาเทียบ กับคดี พ.ต.ท.ทักษิณ ยืนยันว่า
หากจะเข้าเกณฑ์ขออภัยโทษ ผู้ต้องหาต้องยอมรับติดคุกก่อน
เพราะในสมัย ที่ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ เป็น รมว.มหาดไทย
ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกฯ ก็มีการพิจารณา
กรณีญาติผู้ต้องหาขอพระราชทานอภัยโทษให้กับบิดา
ที่เป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดี ซึ่งสุดท้ายก็ยกคำร้อง
เพราะไม่เข้าเกณฑ์เพราะผู้ต้องหายังไม่ได้รับโทษในเรือนจำ



ประกอบกับพ.อ.อภิวันท์ ยังได้กล่าวถึง
กรณีสภาผู้แทนฯมีมติไม่ให้ส่งตัว 9 ส.ส.เพื่อไทยกลุ่มเสื้อแดงไปดำเนินคดี
ทั้งที่แกนนำทั้ง 9 ไม่ขอใช้เอกสิทธิ์ส.ส.คุ้มครอง อีกว่า
"เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบุคคล แต่เป็นเรื่องขององค์กร
ซึ่งตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญต้องการไม่ให้อำนาจอื่น
ทั้งฝ่ายบริหาร ตุลาการเข้ามาก้าวก่ายฝ่ายนิติบัญญัติ
จึงไม่อนุญาตให้ส่งตัวไปดำเนินคดี ยืนยันไม่ได้เล่นละครตบตาประชาชน

" นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย
และแกนนำนปช.ไม่สบายใจ มาพูดกับตนในที่ประชุม ส.ส.
แต่ตนย้ำว่า เป็นเรื่องของหลักการ และศักดิ์ศรีของรัฐสภาจะต้องเท่าเทียมกัน" พ.อ.อภิวันท์ กล่าว

ขณะที่อีกด้านก็ปรากฏข่าวแกนนำ นปช.ที่หลบหนีคดีไปพากันเดินทางกลับเข้าประเทศ
โดยเฉพาะกระแสข่าว กรณีนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง หรือ กี้ร์ แอบเดินทางกลับ
และยังคงหลบหนีการจับกุมอยู่ภายในประเทศ ร้อนถึงผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล
ต้องออกมาปฏิเสธข่าวลือ ว่า กี้ร์ไม่ได้อยู่ในประเทศ แต่ยังคงกบดานอยู่ต่างประเทศ
ข่าวนี้น่าเป็นข่าวปล่อยเสียมากกว่า



กับปรากฏการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น
ไม่ว่าสุดท้ายจะเป็นเพราะรัฐบาลต้องการทำให้มันเป็นไปอย่างที่เห็นจริงๆหรือ
เพราะมีฝ่ายตรงข้ามพยายามสร้างข่าว
เพื่อดิสเครดิตล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ตามที่นายจตุพร พรหมพันธ์ุ พยายามปูดข่าวก็ตาม
สุดท้ายสังคมไทยจะเป็นผู้ตัดสินเอง ว่า
รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยทำไปเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนส่วนรวมหรือไม่?
หรือทำเพื่อเป้าหมายช่วยคนเพียงคนเดียว อย่างที่หลายฝ่ายพยายามออกมาโจมตี.


http://www.thairath.co.th/content/pol/200274

เอียงเพื่อ91ศพ

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน
สมิงสามผลัด



เป็นเวลาเกือบ 10 วันแล้ว

"ข่าวสด"เปิดพื้นที่ในหน้า 1 เสนอข่าวการทวงยุติธรรมคดีสลายม็อบแดง 91 ศพติดต่อกันทุกวัน

ตามสัมภาษณ์ญาติพี่น้องผู้เสียชีวิต 91 ศพถึงผลกระทบตลอดระยะเวลา 1 ปี 5 เดือน

ได้เห็นหลายๆ ชีวิต ทั้งเศร้าสลด-สะเทือนใจ

เริ่มจากพ่อนายสวาท วางาม นปช.เหยื่อสไนเปอร์ศพแรกที่คอกวัว ทุกวันนี้ยังไม่เผาศพลูกชาย

พ่อ นายเทิดศักดิ์ ฟุ้งกลิ่นจันทร์ คนเสื้อแดงอีกศพเล่าถึงนาทีที่ลูกชายถูกสไนเปอร์ยิงตายต่อหน้าต่อตาที่คอกวัว

เมีย ลุงชาญณรงค์ พลศรีลา แท็กซี่เสื้อแดงที่ยิงหนังสติ๊กสู้ปืนเอ็ม16จนถูกยิงเสียชีวิตที่แยกราช ปรารภ ยืนยันว่าเงินเยียวยาไม่คุ้มกับการสูญเสียเสาหลักครอบครัว

แม่ของ นายสุวัน ศรีรักษา ซึ่งถูกยิงตายในวัดปทุมฯ ยังตรอมใจจนถึงทุกวันนี้

แม่ของนายมานะ แสนประเสริฐศรี เจ้าหน้าที่กู้ภัย ยังโศกเศร้าเสียใจที่ลูกชายถูกยิงตาย ขณะเข้าไปช่วยผู้บาดเจ็บที่บ่อนไก่

ลูกสาววัยเพียง 13 ปีของนายทิพเนตร เจียมพูล คนเสื้อแดงที่ถูกยิงเสียชีวิต ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า

เมียและลูกสาวของ นายอุทัย อรอินทร์ เหยื่อปืน ต้องตกระกำลำบากเพราะสูญเสียผู้นำครอบครัว

พ่อของ น้องเฌอ น.ร.วัย 17 ปี 1 ในเหยื่อปืนสไนเปอร์ที่ซอยรางน้ำ เรียกร้องให้เอาผิดกับคนสั่งฆ่าเด็กอายุ 17 ปีใจกลางเมืองหลวง

พี่ ชายนายมงคล เข็มทอง เจ้าหน้าที่กู้ภัย 1 ใน 6 ศพวัดปทุมฯ เรียกร้องให้เร่งรัดคดี เพราะทั้งดีเอสไอ-ตำรวจสรุปแล้วว่าถูกจนท.รัฐยิงตาย แต่คดีไม่คืบหน้า

ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของผู้สูญเสีย 91 ศพ

ยังไม่รวมผู้บาดเจ็บอีกกว่า 2 พันคนที่ต้องการความเป็นธรรมเช่นกัน

จะเห็นได้ว่าทั้งหมดเรียกร้องให้รัฐบาลใหม่ เร่งรัดคดีที่ไม่มีความคืบหน้า

ให้เอาผิดกับคนที่สั่งสลายม็อบแดง 91 ศพ

นี่คือจุดยืนของ "ข่าวสด" ที่เกาะติดความสูญเสียครั้งนี้มาตลอดกว่า 1 ปี 5 เดือน

เป็นหนังสือพิมพ์ที่ตีแผ่ความจริง 91 ศพมาอย่างต่อเนื่อง

และเรียกร้องให้ "อำนาจรัฐ" ในขณะนั้น รับผิดชอบต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้น

ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลนี้หรือเปล่า

เป็นชนวนเหตุให้ข่าวสดถูกพิพากษาโดยกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งว่า"เอนเอียง"!?

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 09/09/54 ไอ้หนุ่มจับกัง

ที่มา blablabla

โดย

ภาพถ่ายของฉัน



คิดสร้างสรรค์ สิ่งดี ให้มีผล
เพื่อทุกคน สุขสม อารมณ์หวัง
ให้ชีวิต กิน-อยู่ดี มีพลัง
เดิน-ยืน-นั่ง ยิ้มร่า จนหน้าบาน....


คนบางพวก กลับวิปริต จิตสกปรก
ดั่งนรก ครอบงำ ซ้ำหักหาญ
พวกนายทุน พวกพ่อค้า วิชามาร
ต่างออกมา คัดค้าน หน้าด้านจริง....


นักวิชาการ วิชาเกิน ร่วมเดินหน้า
ขัดแข้งขา หวังให้ดับ พับทุกสิ่ง
แล้วออกมา ร่วมด้วย ช่วยประวิง
ทำได้จริง กลับว่าโม้ โธ่..พวกเวร....


เคยเอาเปรียบ ชาวนา มานานโข
จึงอวดโอ้ เรื่องอัปรีย์ ตามที่เห็น
ใช้วาจา มาสำราก สมกากเดน
ซ้ำขู่เข็ญ ทำไม่ได้..ไม่ให้ทำ....


ช่างสมชื่อ ตอแหลแลนด์ แดนอุบาทว์
พวกเลวชาติ กลับเชิดชู..ดูแล้วขำ
ส่วนคนดี ถูกกดหัว มั่วประจำ
คิดเหยียบย่ำ กันนานไหม? ไอ้พวกเลว....


๓ บลา / ๙ ก.ย.๕๔