WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, September 13, 2011

เครือข่าย ปชช.รวมตัว ร้องรัฐบาลใหม่อย่าทิ้งกฎหมายประชาชน

ที่มา ประชาไท

วันอังคารที่ 13 กันยายน 2554 เครือข่ายภาคประชาชนหลากหลายกลุ่มกว่า 300 คน นัดรวมตัวบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล เวลา 9.00 น. เพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้นำกฎหมายที่เสนอโดยประชาชนเข้าชื่อกัน 10,000 คน ทั้งหมด 9 ฉบับ ที่ค้างพิจารณาจากสภาที่แล้วมาพิจารณาต่อในสภาสมัยนี้ด้วย

กฎหมายภาคประชาชนทั้ง 9 ฉบับได้แก่ 1. ร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ. .... ,

2. ร่าง พ.ร.บ. องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคพ.ศ. .... , 3. ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการ สาธารณสุข พ.ศ. .... , 4. ร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม พ.ศ. .... (ฉบับผู้ใช้แรงงาน) , 5. ร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยวิชาชีพการสาธารณสุข, 6. ร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.....,7. ร่าง พ.ร.บ. บำนาญประชาชน พ.ศ. .... , 8. ร่างพ.ร.บ. กองทุนผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. …. และ 9. ร่าง พ.ร.บ. การจัดทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ พ.ศ...

ทั้งนี้ เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญมาตรา 153 วรรคสอง กำหนดว่า หากมีการยุบสภาและมีการเลือกตั้งใหม่ รัฐบาลใหม่ต้องร้องขอต่อรัฐสภาภายในหกสิบวัน นับแต่วันประชุมสภาครั้งแรก เพื่อให้นำกฎหมายที่ค้างพิจารณาจากสภาที่แล้วมาพิจารณาต่อหากรัฐบาลไม่ร้องขอให้นำกฎหมายฉบับใดขึ้นมาพิจารณาต่อ กฎหมายฉบับนั้นก็จะเป็นอันตกไป

และระยะเวลาหกสิบวันจะครบกำหนดในสิ้นเดือนนี้ ทำให้เครือข่ายภาคประชาชนจากหลากหลายเครือข่ายที่เคยเสนอกฎหมายต้องมาเรียกร้องให้รัฐบาลนำกฎหมายภาคประชาชนกลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาด้วย

"เฉลิม" ลั่น 90 วันเว็บหมิ่นต้องหมดไป

ที่มา ประชาไท

"เฉลิม" เรียกถกนายตำรวจจบดอกเตอร์ตั้งกรรมการขีดเส้น 90 วัน เว็บหมิ่นเบื้องสูงต้องไม่มี หากเกิดแล้วต้องปิดกั้นจับกุมทุกรูปแบบ ด้านกองทัพบกจัดสัมมนาโครงการ “รวมพลังคนไทยรักแผ่นดิน” 13 ก.ย. นี้

12 ก.ย. 54 - ไทยรัฐออนไลน์รายงาน ว่าที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 11.45 น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ว่า เมื่อค่ำวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา มีข่าวดีคือเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลสามารถจับกุมแหล่งผลิตยาบ้าเคลื่อนที่ ขนาดเล็ก ที่จะผลิตตามบ้านที่อยู่อาศัยครั้งละ 3 วัน 5 วัน ตนจึงได้ตั้งหน่วยจรยุทธ์ติดตามต่อ เพราะขณะนี้วิธีการผลิตเปลี่ยนแปลงไปมาก อย่างช่วงหน้าฝนไม่มีแดดตากยาบ้าก็จะใช้แสงสปอตไลต์ส่อง ยืนยันว่าตนจะดำเนินการปราบยาเสพติดให้ได้เร็วที่สุด เหลือน้อยที่สุด บนหลักนิติธรรมและหลักนิติรัฐ

โดยในวันศุกร์ที่ 16 ก.ย.นี้ ตนจะไปประชุมที่ ป.ป.ส. หลังจากนั้นในวันที่ 23-25 ก.ย. จะเดินทางไป จ.เชียงราย เพื่อเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ 3 จังหวัดได้แก่ จ.เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน และกองทัพ มาประชุมเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง รวมทั้งตนจะลงพื้นที่ตามเส้นทางลำเลียงยาเสพติดด้วย หากบล็อกพื้นที่ดังกล่าวได้ ปัญหาก็จบ เพราะมันเป็นต้นทาง โดยที่ จ.เชียงราย มันเป็นสัญลักษณ์ และคงต้องมีการประสานกับประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นต้นทางด้วย ซึ่งเร็ว ๆ นี้จะมีข่าวดี

เมื่อถามว่า กลุ่มที่ผลิตในเขตพื้นที่เมืองเป็นเครือข่ายเดียวกับตามแนวชาวแดนหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ในเขตพื้นที่เองไม่ใช่เครือข่ายเหล่านั้นแต่เป็นพวกครูพักลักจำ และมีไม่มากนัก แต่ยาเสพติด 87% มาจาก 8 จังหวัดภาคเหนือ

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่รัฐบาลดำเนินนโยบายปราบยาเสพติดอย่างเข้มข้นจะเกิดครหา การฆ่าตัดตอนเหมือนอย่างรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่มีเรื่องฆ่าตัดตอน ในสมัยที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกฯก็ได้ตั้งคณะกรรมการที่มี นายคณิต ณ นคร เป็นประธาน ขึ้นมาตรวจสอบ และตั้งพล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ อดีตรอง ผบ.ตร. มาตรวจสอบซึ่งทั้งสองชุดรายงานว่าไม่มีการฆ่าตัดตอน ดังนั้นเรื่องนี้ควรจะจบได้แล้ว

“พรรคประชาธิปัตย์เก่งเรื่องนี้ ถนัดนัก แต่ผมอธิบายได้ แต่ไม่ถึงกับขนาดเอาผ้าขาวไปปูและคุกเข่ากราบ ตำรวจก็มีขั้นตอนการทำงาน ถ้ายิงตำรวจแล้วตำรวจคุกเข่ายกมือไหว้มันก็ไม่ใช่ และความจริงโทษประหารชีวิตก็มีอยู่แล้ว จะต้องไปเพิ่มโทษอะไรอีก เพราะโทษประหารชีวิตอยู่ในดุลพินิจของศาล” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน ตนได้เรียกประชุมข้าราชการตำรวจที่เป็นนักเรียนทุนระดับดอกเตอร์ของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ซึ่งจะเน้นเรื่องการสืบสวน สอบสวน การปราบปราม งานระดับสถานีตำรวจ และการถวายความจงรักภักดีที่จะต้องดูแลไม่ให้เว็บไซต์หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จะต้องไม่มี หากเกิดแล้วต้องปิดกั้นจับกุมทุกรูปแบบ ความจริงใน สตช. มีนายตำรวจที่เรียนจบระดับปริญญาเอกจำนวนมาก แต่ไม่มีใครใช้ ตนจึงจะหารือว่าจะมีแนวทางอย่างไรให้ สตช.ทำงานรับใช้ประชาชนได้ โดยให้ตั้งเป็นคณะกรรมการ และให้ระยะเวลาทำงาน 90 วัน หากต้องการการสนับสนุนอย่างไรให้แจ้งผ่านทาง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผบ.ตร. รรท.ผบ.ตร.

กองทัพบกจัดสัมมนาโครงการ “รวมพลังคนไทยรักแผ่นดิน” 13 ก.ย. นี้

เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 54 ที่ผ่านมา เว็บไซต์เดลินิวส์รายงาน ว่าพล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่1 ( มทภ.1) เปิดเผยว่า จากปัญหาภัยคุกคามที่เกิดขึ้นไม่เฉพาะแต่ปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติดเท่านั้น แต่ขณะนี้ยังเกิดปัญหาในเรื่องของการก้าวล่วงและโจมตีสถาบันเบื้องสูง จากกลุ่มผู้ไม่หวังดีในรูปแบบต่าง ๆซึ่งปัญหาเหล่านี้กระทบต่อความมั่นคงของชาติเป็นอย่างมาก ดังนั้นในฐานะที่กองทัพบกมีหน้าที่ดูแลปกป้องสถาบันและมีภารกิจการบูรณาการ ด้านมวลชนและการขับเคลื่อนสร้างเครือข่ายภาคประชาชน โดยได้จัดโครงการภายใต้ชื่อ “คนไทยรักษ์แผ่นดิน” มาแล้ว 14 รุ่น จำนวน 4,000 คน

พล.ท.อุดมเดช กล่าวต่อว่า ทางกองทัพบก โดยกองทัพภาคที่1 ได้มอบหมายให้มณฑลทหารบกที่ 11 ดำเนินการ โครงการสร้างเครือข่ายภาคประชาชนขึ้น เพื่อเป็นการสร้างพลังให้ประชาชนได้ตระหนักในหน้าที่ที่จะต้องพิทักษ์รักษา ไว้ ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และปลูกจิตสำนึกการสร้างความรัก ความสามัคคีของคนในชาติรวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปก ป้องและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่กระทบต่อความมั่นคงภายในประเทศและความสงบเรียบร้อยของสังคม โดยในวันที่ 13 ก.ย. ทาง มทบ.11 จึงได้จัดสัมมนาโครงการ “รวมพลังคนไทยรักแผ่นดิน” ที่สโมสรกองทัพบก ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เพื่อเป็นการพบปะมวลชนที่ได้ผ่านการฝึกอบรมมาแล้ว และเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน โดยกิจกรรมการจัดงาน อาทิ การแสดงดนตรี การบรรยายเกี่ยวกับงานด้านความมั่นคงและการปลูกฝังอุดมการณ์ความรักชาติ เป็นต้น”

‘ผู้ไร้สิทธิชายแดนใต้’ โวย ถูกละเมิดสิทธิ โดนแย่งทรัพยากร

ที่มา ประชาไท

เปิดประชุมวิชาการระดับชาติ “ชุมคน ชุมชน คนใต้ ครั้งที่ 3 เสียงจากผู้ไร้สิทธิชายแดนใต้” เจอปัญหาอื้อ “อังคณา นีละไพจิตร” แฉเด็กชายแดนใต้ถูกฝึกให้จับอาวุธในชุด ชรบ. เพียบ เหยื่อตากใบเผย โดนเจ้าหน้าที่ค้นบ้านทุกปี

โวย – นางอังคณา นีละไพจิตร
ประธานมูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพ
แฉคนชายแดนใต้โดนทั้งละเมิดสิทธิและถูกแย่งชิงทรัพยากร

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2554 ที่หอประชุมอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา โครงการจัดตั้งศูนย์อิสลามศึกษาเพื่อบูรณาการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ร่วมกับภาคีเครือข่ายอีก 12 องค์กร ร่วมกันจัดโครงการประชุมวิชาการระดับชาติ “ชุมคนชุมชนคนใต้ครั้งที่ 3 เสียงจากผู้ไร้สิทธิชายแดนใต้” (Voices of Voiceless: from the Southernmost People in Thailand) มีประชาชน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล คนไทยพลัดถิ่น เครือข่ายชุมชนในพื้นที่ นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ นักพัฒนาเอกชน (NGOs) นิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยทักษิณ และสื่อมวลชน ร่วมงานประมาณ 500 คน

เวลา 10.15 น. นางอังคณา นีละไพจิตร ประธานมูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพ (Justice for Peace Foudation) ได้บรรยายในหัวข้อ “สันติสุขและการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม” ว่า ปัญหาการแย่งชิงทรัพยากรของรัฐจากชาวบ้าน ในจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส อาจเป็นอีกจุดหนึ่งของความขัดแย้งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะที่อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ซึ่งชาวบ้านไม่มีที่ดินทำกิน อันเป็นผลกระทบจากการสร้างเขื่อนบางลาง เมื่อปี 2519 หมู่บ้านดั้งเดิมที่นมีทั้งมัสยิดและกุโบร์ต้องจมน้ำอยู่ใต้เขื่อน ในขณะที่รัฐไม่เคยให้อะไรตอบแทนตามที่เคยสัญญาเอาไว้ จนชาวบ้านมองว่า รัฐเป็นผู้รุกรานชาวบ้าน

นางอังคณา บรรยายต่อไปว่า ล่าสุดเกิดกรณีปัญหาหอยแครง ที่ชาวประมงชายฝั่งรอบอ่าวปัตตานีโดนจับกุมดำเนินคดี จากการต่อสู้กับกลุ่มทุนท้องถิ่น ที่เข้ามายึดอ่าวปัตตานี ซึ่งเป็นพื้นที่ทำประมงไปทำฟาร์มหอยแครง ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น รัฐควรสนใจปัญหาของชาวบ้าน มากกว่าที่จะสนใจผลักดันเมกะโปรเจ็กต์ หรือพูดถึงแต่การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

นางอังคนา บรรยายอีกว่า อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญคือ อิทธิพลเถื่อน ยาเสพติด สิ่งผิดกฏหมาย การค้ามนุษย์ที่เติบโตในบริเวณชายแดนเร็วมาก ปัจจุบันจังหวัดปัตตานีมีบ่อนพนันเกลื่อนกลาด ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดระบุว่า มีคนติดยาเสพติด 50,000 คน มีผู้ต้องการบำบัด 20,000 คน แต่สถานบำบัดยาเพสติดกลับมีไม่เพียงพอที่จะรองรับ ชาวบ้านส่วนมากจึงใช้วิธีเลิกยาเสพติดด้วยการหักดิบ

“ดิฉันเคยศึกษาวิจัยพบว่า เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี จับอาวุธเป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) สูงถึงร้อยละ 65 บางรายอายุไม่ถึง 13 ปี ก็ใช้อาวุธสงครามได้ เด็กกลุ่มนี้จะตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มก่อความไม่สงบ หรือไม่ก็ตกเป็นเครื่องมือของกลไกรัฐ” นางอังคนา กล่าว

ต่อมา เวลา 10.15 น. นางแยน๊ะ สะแลแม ตัวแทนเครือข่ายสตรีเหยื่อเหตุการณ์ตากใบจังหวัดนราธิวาส เจ้าของรางวัลนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ได้ปาฐกถาพิเศษเรื่องเสียงจากผู้ไร้สิทธิว่า ตนเข้ามาเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน เนื่องจากลูกชายถูกจับกุมในเหตุการณ์สลายชุมนุมที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส จนกลายเป็นผู้ประสานงานระหว่างทนายความกับญาติของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ กระทั่งสามีของตนโดนยิงเสียชีวิตในเวลาต่อมา

“ฉันถูกเจ้าหน้าที่มองว่า เป็นแนวร่วมของขบวนการแบ่งแยกดินแดน ต้องโทรศัพท์ไปยังองค์กรสิทธิมนุษยชน และองค์กรพัฒนาภาคเอกชนต่างๆ จนเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องมาขอโทษ ในรอบ7 ปีที่ผ่านมา ฉันถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐตรวจค้นบ้านทุกปี” นางแยน๊ะ กล่าว

เวลา 10.30 น. มีการเสวนาเรื่องเสียงจากผู้ไร้สิทธิ: สิทธิประชาชนที่จะกำหนดอนาคตตนเอง” โดยนายอะบาร์ อุเส็น ตัวแทนเครือข่ายอิควะฮ์เปอร์ตาเนียนสโตย กล่าวเสวนาว่า เครือข่ายอิควะฮ์เปอร์ตาเนียนสโตย เป็นการรวมตัวกันของเครือข่ายเกษตรกรจังหวัดสตูลระปหว่างเกลอเขา เกลอนา และเกลอเล เพื่อเรียนรู้นโยบายและแผนพัฒนาของภาครัฐในจังหวัดสตูล เนื่องจากเกลอเลคือกลุ่มประมงชายฝั่ง ตอนนี้กำลังเผชิญหน้ากับโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา และเกลอเขาคือเครือข่ายป่าต้นน้ำ กำลังเผชิญหน้ากับโครงการเขื่อนทุ่งนุ้ย

“เราใช้หลักศาสนาอิสลามมาร่วมกันคิดร่วมกันแก้ปัญหา ให้สามารถแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ของนายทุน กับวิถีชีวิตที่ชุมชน เราต้องคิดให้ได้ว่า อะไรเหมาะสมกับพื้นที่ของตัวเอง ตอนนี้เครือข่ายของเรามีการจัดตั้งกองทุนแพะเพื่อมนุษยชาติ มีนัยสื่อถึงความมั่นคงทางอาหารของโลกที่กำลังวิกฤติ” นายอะบาร์ กล่าว

นายมาหาหมัด นาซือรี เมาตี ตัวแทนจากเครือข่ายชุมชนศรัทธา กล่าวต่อวงเสวนาว่า ตนมองไม่เห็นว่า รัฐบาลไหนจะแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ และยังมองไม่เห็นโอกาสใดๆ จากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอีก 4 ปีข้างหน้า มิหนำซ้ำอาจจะทำให้แย่กว่าเดิม ตราบใดที่คนไทยยังไร้สิทธิไร้เสียง โดยรัฐกำหนดนโยบายแล้ว นำมาบังคับใช้กดขี่ชาวบ้าน ซึ่งเป็นการทำลายอัตลักษณ์ของคนท้องถิ่น ทั้งทางตรงและทางอ้อม ต่อสังคม วิถีชีวิตชุมชน และแนวทางการศึกษาของศาสนาอิสลาม

นายซอฮิบ เจริญสุข ตัวแทนจากเครือข่ายคนไทยพลัดถิ่น กล่าวต่อวงเสวนาว่า รัฐมองแต่ความมั่นคงของชาติ ไม่ได้มองถึงความมั่นคงของอาณาประชาราษฎร์ เช่น เมื่อปี 2548 มีมติคณะรัฐมนตรีให้สำรวจและจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนที่มีรหัสเลข 0 ให้คนไทยพลัดถิ่น แต่กลับมีปัญหาการคอร์รัปชั่นใการสำรวจและจัดทำบัตร ต่อมาก็มีมติให้ยกเลิกการทำบัตรดังกล่าว ทำให้คนไทยพลัดถิ่นไม่มีสิทธิแม้กระทั่งการแจ้งเกิด และการแจ้งตาย

นางสาวศุชาวรรณ ประโมงกิจ ตัวแทนจากกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล กล่าวต่อวงเสวนาว่า ปัญหาของกลุ่มชาวเลคือ ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกินในพื้นที่ที่ทางภาครัฐประกาศเป็นอุทยาน และพื้นที่ที่นายทุนเข้าไปทำรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศ แล้วออกเอกสารสิทธิ์ทับที่ดินที่ชาวเลอาศัยอยู่เดิม แม้กระทั่งสุสานฝังศพยังออกเอกสารสิทธิ์ได้ จนตอนนี้ชาวเลที่เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล ต้องฝังศพใต้ถุนบ้าน

นายประยงค์ กงไกรจักร ตัวแทนจากเครือข่ายป่าเขาและสิทธิชุมชน แสดงความเห็นว่า ผลจากเหตุการณ์ภัยพิบัติที่ผ่านมาในภาคใต้ ทำให้เกิดปัญหาการโยกย้ายที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน บ้างก็ถูกไล่ออกจากที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน โดยรัฐอ้างว่าเป็นที่ดินของรัฐ หรือมีคนอ้างเอกสารสิทธิ์ว่า ที่ดินตรงนั้นตรงนี้เป็นของตน

นายมัครอบี บือราเฮง ตัวแทนจากเครือข่ายชุมชนศรัทธา กล่าวในวงเสวนาว่า ขณะนี้สิทธิในการศึกษาพูดคุย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประวัติศาสตร์ปัตตานีโดนปิดตาย ไม่สามารถแสดงออกได้ ใครที่อยากเรียนรู้ประวัติศาสตร์ปัตตานี ต้องไปเรียนที่ประเทศมาเลเซีย แม้แต่การนำเสนอรายงานทางวิชาการสักชิ้นก็กลัวจะถูกมองว่า เป็นแนวร่วมของขบวนการก่อความไม่สงบ

สลดโซมาเลียตายนาทีละ 6 คน มุสลิมชายแดนใต้ระดมเงินช่วย

ที่มา ประชาไท

เผยชาวโซมาเลีย เผชิญความอดอยากอย่างหนัก สมาคมยุวมุสลิมระดมเงินช่วย ส่งผ่านองค์กรเอกชนมาเลเซีย

นายมูรซีดี กาลอ ประธานสมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย (ยมท.) สาขายะลา เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2554 สมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย ได้ระดมเงินบริจาคเพื่อที่จะไปช่วยเหลือชาวโซมาเลียที่มีความอดอยาก เนื่องจากเกิดภัยพิบัติแห้งแล้งมาตลอดทั้งปี อีกทั้งมีสงครามภายในประเทศมาตลอด และเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดในทวีปแอฟริกา โดยประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม

นายมูรซีดี เปิดเผยอีกว่า ในช่วงเทศกาลฮารีรายออี้ดิ้ลฟิตรี ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดการถือศีลอดในเดือนรอมฎอนที่ผ่านมา สมาคมยุวะมุสลิมแห่งประเทศได้ขอให้มัสยิดต่างๆ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อ่านคุตบะฮ์ (เทศนธรรมในช่วงการละหมาด)ฮารีรายออี้ดิ้ลฟิตรี มีเนื้อหาที่ส่งเสริมให้คนร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือชาวโซมาเลีย ซึ่งได้ผลดีเป็นอย่างมาก

นายมูรซีดี กาลอ เปิดเผยด้วยว่า เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 11 กันยายน 2554 มีการประชุมสรุปงาน โครงการรับบริจาคช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่พี่น้องประเทศโซมาเลีย ที่ห้องประชุมสมาคมจันทร์เสี้ยวการแพทย์และสาธารณสุข จังหวัดยะลา มีผู้เข้าร่วมประมาณ 10 คน ที่ประชุมได้สรุปยอดเงินบริจาคล่าสุดได้ประมาณ 1,100,000 กว่าบาท และมีมติว่า จะมอบเงินบริจาคทั้งหมดผ่านองค์กร Malaysian Relief Agency ของมาเลเซียนำไปให้ชาวโซมาเลีย โดยจะเดินทางไปมอบในวันที่ 17 กันยายน 2554

นายมูรซีดี เปิดเผยอีกว่า สำหรับองค์กร Malaysian Relief Agency เป็นองค์กรบรรเทาทุกข์ระหว่างประเทศที่เคยให้ความช่วยเหลือประเทศต่างๆ โดยไม่เลือกเชื้อชาติ ศาสนา เช่นการฟื้นฟูภัยพิบัติในประเทศญี่ปุ่น เอติ ปากีสถาน เป็นต้น

นายมูรซีดี เปิดเผยด้วยว่า สำหรับช่องทางการบริจาค สามารถบริจาคได้ที่สมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทยสาขายะลา หรือโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาสิโรรส จังหวัดยะลา ชื่อบัญชีสมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย บัญชีเลขที่ 932-121-000 -8 และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สาขายะลา ชื่อบัญชีกองทุนซะกาตและสังคมสังเคราะห์อุมมะฮ์ เลขที่บัญชี 584-1-18682-5

นายมูรซีดี เปิดเผยอีกว่า การรณรงค์ให้คน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้บริจาคเงินช่วยเหลือชาวโซมาเลีย ได้ดำเนินการร่วมกับองค์กรต่างๆ เช่น สมาคมจันทร์เสี้ยว มูลนิธิวัฒนธรรมอิสลามภาคใต้ ชมรมคุ้มครองผู้บริโภคมุสลิม วิทยาลัยอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ยะลา กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ และสถาบันอัสลาม มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา

นายแพทย์อนันต์ชัย ไทยประทาน ที่ปรึกษาสมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ความอดอยากที่เกิดขึ้นในประเทศโซมาเลียขณะนี้มีความรุนแรงมาก โดยเฉพาะทางตอนใต้ของประเทศ ถึงขนาดมีการทำสถิติว่า มีชาวโซมาเลีย เสียชีวิตจากความอดอยากถึงนาทีละ 6 คน ซึ่งเป็นปัญหาที่รุนแรงมากนัก

“การณรงค์ช่วยเหลือชาวโซมาเลียครั้งนี้ ทำให้คน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความตื่นตัวมาก เนื่องเป็นการเริ่มรณรงค์ในช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวมุสลิมจะให้ความสำคัญกับการประกอบศาสนกิจที่มัสยิดในช่วง เวลากลางคืนจำนวนมาก จึงเป็นโอกาสดี รวมไปถึงในช่วงวันฮารีรายอด้วย” นายแพทย์อนันต์ชัย กล่าว

นายแพทย์อนันต์ชัย เปิดเผยว่า ส่วนการรณรงค์ครั้งต่อไป จะทำไปจนถึงวันฮารีรายอฮัจย์ หรือวันตรุษอี้ดิ้ลอัฏฮา ซึ่งตรงกับช่วงประกอบพิธีฮัจย์อีกประมาณ 1 เดือนเศษ

นายแพทย์อนันต์ชัย เปิดเผยด้วยว่า นอกจากนี้ในกรุงเทพมหานครมีการรณรงค์ช่วยเหลือชาวโซมาเลียเช่นกัน โดยกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ โดยเริ่มมาตั้งแต่ก่อนเดือนรอมฏอนที่ผ่านมา สามารถระดมเงินบริจาคได้ประมาณ 2 ล้านบาท ส่วนการช่วยเหลือในรูปสิ่งของนั้น ไม่สะดวกเท่าการช่วยเหลือในรูปเงิน ยกเว้นในระดับรัฐบาลที่สามารถช่วยเหลือในรูปสิ่งของบรรเทาทุกข์ได้

บันทึกศรัณยู:ใกล้ถึงลมหายใจสุดท้ายหนังคนโขน

ที่มา Thai E-News


ในวันนี้(12กันยายน) ศรัณยู วงษ์กระจ่าง ได้เขียนบันทึกในเฟซบุ๊คของเขา หัวข้อเรื่อง " คนโขน " ที่ยังเหลืออยู่ มีรายละเอียดดังนี้

พี่น้องที่รักครับ

ใกล้ถึงลมหายใจสุดท้ายของภาพยนตร์เรื่อง คนโขนแล้วครับ

ณ.เวลานี้ ผมยังไม่อาจสรุปยอดรายได้ทั้งหมด

อันเนื่องมาจากน้ำใจและความช่วยเหลืออย่างทุ่มเทที่พี่น้องกรุณามอบให้ภาพยนตร์เรื่องคนโขนได้

เพราะยังพอเหลือเวลา เฮือกสุดท้ายของความพยายามอยู่

ซึ่งสืบเนื่องมาจากการฉายภาพยนตร์รอบพิเศษเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้กระทรวงวัฒนธรรมได้มีดำริที่จะให้ทุกโรงเรียนที่สนใจพานักเรียนเข้า ชมคนโขนได้ โดย บ.ไทยประกันชีวิตสนับสนุนค่าใช้จ่ายของโรงภาพยนตร์ทั้งหมดให้ ปรากฏว่ามีนักเรียนมากมายจากหลากหลายโรงเรียน ตอบรับและยืนยันการเข้าชม เรียงลำดับกันไปตลอดสัปดาห์นี้ และมีอีกหลายโรงเรียนรอยืนยันในสัปดาห์ต่อไปหลังผ่านการสอบเสร็จ
***********
ลูกสะไภ้กำนันเป๊าะชุบชีวิตตั้วอีกเฮือก
วันนี้ มีฉายหนังคนโขนรอบพิเศษ ให้กับท่านรมต.วัฒนธรรม (นางสุกุมล คุณปลื้ม)ปลัดกระทรวงฯ คณะสว.หลายท่าน และท่านทูตจากหลายประเทศ อาทิประเทศสวิส สวีเดน โปแลนด์ อิสราเอล เมื่อหนังจบ ทุกท่านต่างกล่าวชื่นชมภาพยนตร์ ท่านรมต.น้ำตาไหลไปกับชะตากรรมของตัวละคร หลายท่านพูดถึงหนทางที่จะทำให้คนไทยได้ดูหนังเรื่องนี้อย่างทั่วถึง...ดู เหมือนว่า หนังคนโขนพอจะมีอนาคตขึ้นมาอีกนิดนึงนะครับพี่น้อง-ศรัณยูเขียนลงในเฟซบุ๊คเมื่อ7กันยายน 2554
*********
นอกจาก นี้ กระแสตอบรับจากผู้ที่ชมภาพยนตร์แล้ว ไม่ว่าจะเป็นผู้ชมทั่วไป นักข่าวอาวุโส คณะสว. หรือกระทั่ง รมต.กระทรวงวัฒนธรรมและปลัดกระทรวง ต่างพูดถึงคุณค่าของงานภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น ในเวลาที่เหลืออยู่ไม่มากนัก กับจำนวนโรงและรอบที่เหลืออยู่น้อยนิด ก็ยังเปิดช่องให้ผมแอบคิดแอบลุ้นอย่างเงียบๆ ว่าจะมีปาฏิหารย์เกิดขึ้นกับภาพยนตร์เรื่องคนโขนบ้างไหมหนอ

แต่ไม่ว่าผลของยอดรายได้จะเป็นอย่างไร ผมก็จะภูมิใจว่าได้ทำหน้าที่ในฐานะผู้สร้างงานชิ้นนี้อย่างดีที่สุดแล้ว...

และความโอบอุ้มที่พี่น้องมอบให้ ก็จะประทับอยู่ในหัวใจและเป็นความทรงจำที่มิรู้ลืม

สุดท้ายนี้ ผมขอแจ้งจำนวนโรงและรอบที่เหลืออยู่ของ ภาพยนตร์คนโขน ไว้ท้ายบันทึกนี้ เผื่อว่าพี่น้องจะกรุณาแจ้งข่าวสารต่อ ไปยังผู้ที่ปรารถนาจะชมภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ

โรงในเครือ SF CINEMA

SF เซ็นทรัลเวิล์ด 16.50 22.30

เดอะมอลล์ บางแค 17.20

เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน 16.50

เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ 14.35

เดอะมอลล์ ท่าพระ 17.20

โรงในเครือ เมเจอร์

เอสพละนาด รัชดา 17.00 22.30

เมเจอร์ รังสิต 12.30 17.20

เมเจอร์ ปิ่นเกล้า 11.05 16.35

เมเจอร์ พระราม2 17.10

เมเจอร์ เซ็นทรัลปิ่นเกล้า 12.10 16.45

เมเจอร์ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต 18.30

เอสพละนาด งามวงศ์วาน 13.30 19.00

เมเจอร์ บางกะปิ 12.30

เมเจอร์ สำโรง 13.00 17.40

เมเจอร์ เพชรเกษม 17.20

เมเจอร์ โลตัส ศรีนัครินทร์ 15.00

พี่น้องสะดวกที่ไหน นึกสนุกเมื่อไหร่ หรืออยากชวนเพื่อนฝูงเข้าไปดูเพื่อให้กำลังใจ ก็เชิญได้ตามโรงและเวลาดังกล่าว ก่อนที่จะเหลือพื้นที่น้อยลงไปกว่านี้ครับ

ขอบพระคุณจากหัวใจครับผม

ศรัณยู วงษ์กระจ่าง

๑๒ กันยายน ๒๕๕๔

*********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:ปิดฉากคนโขนโดนคว่ำบาตรเจ๊งสนิทหมดสิทธิ์ลุ้น

จดหมายจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ถึง ท่านนายกฯ : พวกเราไม่ได้หวังอะไรนอกจากความเป็นธรรม

ที่มา Thai E-News


จดหมายจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ถึง ท่านนายกฯ : พวกเราไม่ได้หวังอะไรนอกจากความเป็นธรรม(ที่มา:เว็บไซต์สำนักกฎหมายราษฎรประสงค์)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์

คุกการเมืองเสื้อแดงอึดทำนบแตก รัฐบาล-แกนนำจะช่วยวีระ-ราตรีอภัยโทษแม้วก็ทำไปแต่อย่าขังลืมเรา
"วัน นั้น..พวกเรานักโทษเสื้อแดงมาส่งคุณตู่ และพอคุณตู่เดินออกไปแล้ว แกหันหน้าเดินกลับมาหาพวกเราในเรือนจำจับมือผมไว้แน่น และบอกกับผมว่า แกจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือพวกเราทุกคนให้ได​้รับอิสรภาพ และให้คำมั่นว่าจะไม่มีทางทอดทิ้งผู้ต้องขังข้างในแน่นอน"-หนุ่ม เรดนนท์ ผู้ต้องขังคดี112(อ่าน:ฉากจตุพรก่อนพ้นคุกจับมือนักโทษเสื้อแดงแน่นเพื่อนต้องได้อิสรภาพ)

สุรชัย แซ่ด่านขอให้ช่วยนักโทษเสื้อแดงเหมือนวีระ-ราตรีหน่อย

นายสุรชัย แซ่ด่าน ซึ่งอยู่ในระหว่างถูกจำคุกระหว่างพิจารณาคดี 112 ในเรือนจำกลางพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้ส่งบันทึก"เสียงจากคุก"ออกมาเมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา ผ่านทางเฟซบุ๊คของแดงสยาม เนื้อความว่า

ณ เวลานี้ นักโทษหลายคนที่คดียังไม่สิ้นสุด ที่เกิดจากเหตุการณ์เมษา-พฤษภา 53 ได้รับการประกันตัวหลายคน แต่ก็มีอีกหลายคนที่คดีสิ้นสุดแล้วยังถูกขังอยู่ในคุก รวมทั้งคดี ม.112

ตามความเห็นของผม นายสุรชัย แซ่ด่าน มีความเห็นเกี่ยวกับการช่วยเหลือนักโทษที่อยู่ในคุกขณะนี้ รัฐบาลควรแถลงให้ชัดถึงแนวทางการช่วยเหลือคนไทยที่ถูกดำเนินคดีในความผิดตาม มาตรา 112 ว่าจะทำอย่างไร ยกตัวอย่าง ดังต่อไปนี้

1. ร้องขอต่อศาลให้ปล่อยตัวชั่วคราวตามนโยบายสร้างความปรองดอง
2. จะมีการออกฎหมายนิรโทษคลุมถึงคดีนี้ด้วย
3. รัฐจะเป็นผู้ดำเนินการขอพระราชทานอภัยโทษพิเศษให้เมื่อคดีสิ้นสุด เช่นเดียวกับที่จะไปช่วยเหลือนักโทษไทยในกัมพูชา

ยื่นจดหมายขอเมตตาจากยิ่งลักษณ์-รัฐมนตรียุติธรรม

นอกจากนี้มีความเคลื่อนไหวจากผู้ต้องขังคดี112รายอื่นด้วย โดยมีการเผยแพร่ในเฟซบุ๊คของ ผู้ที่ได้เข้าไปเยี่ยมในเรือนจำว่า นักโทษเสื้อแดงในเรือนจำ นำโดยพี่หนุ่ม ธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล ได้ล่ารายชื่อกันมาเพื่อเตรียมเขียนจดหมายสองฉบับ เพื่อให้พวกเราที่อยู่ข้างนอกช่วยนำไปยื่นส่งให้ถึงมือคนสำคัญดังนี้

ฉบับแรก ยืนจดหมายแสดงความยินดีกับนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และขอให้ช่วยเหลือในประเด็นเรื่องการดูแลช่วยเหลือนักโทษการเมืองที่ยังตก ค้างในเรือนจำทั่วประเทศ รวมถึงแนวทางช่วยเหลือเรื่องคดี และการเยียวยาครอบครัวของเขาเหล่านั้

จดหมายฉบับที่สองที่พี่น้องเราในเรือนจำอยากยื่นถึงคือ รมว.กระทรวงยุติธรรม พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เกี่ยวกับเรื่องการดูแลสวัสดิภาพ และคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของนักโทษในเรือนจำทุกๆคน เรื่องความแออัด การฝึกอาชีพ และประเด็นสำคัญคือการแยกนักโทษการเมืองจากนักโทษคดีอื่นๆในเรือนจำปกติ เพื่อปรับปรุงมาตรฐานเรือนจำไทยให้ทัดเทียมอารยประเทศ

วันที่ 19 กันยายนนี้ หลังจากเสร็จกิจกรรม"ของขวัญสีแดง แด่เพื่อนสีแดง ครั้งที่3"แล้ว พวกเราจะเป็นสื่อกลางให้พี่น้องเราในเรือนจำไปยื่นจดหมายเหล่านี้

เหมือนทำนบจะแตกแล้วถามใจแกนนำ-เพื่อไทยทำไมไม่เร่งช่วย

ทางด้านเสื้อแดงที่เคลื่อนไหวในโลกอินเตอร์เน็ตแจ้งรายงานในเว็บบอร์ดประชาทอล์ก ว่า นักโทษจากเรือนจำฝากข่าวมากับป้านินจา (ชื่อที่ใช้ในโลกไซเบอร์ของคนเสื้อแดงรายหนึ่งที่คอยติดตามไปเยี่ยมดูแลนักโทษการเมืองสม่ำเสมอ-ไทยอีนิวส์) ดังนี้ค่ะ
ไม่เคยได้รับความสนใจ ช่วยเหลือดูแลจาก นปช. เลย แกนนำสักคนก็ไม่ไปเยี่ยม ตั้งแต่แกนนำออกจากคุกแล้วไม่มีใคร
มาเหลียวแลพวกเขาที่ยังต้องโทษ กันอยู่อีกเป็นจำนวนมากอีกเลย จะมีแต่พี่น้องเสื้อแดงที่ยังช่วยเหลือดูแลกันตามมีตามเกิด หลาย ๆ คนเริ่มรู้สึกไม่ดีกับ นปช. มาก ๆ

เรื่องนี้ ก็งง ๆ นะคะ ไหนมีข่าวว่า คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กำลังดำเนินการช่วยเหลือนักโทษการเมืองเหล่านี้อยู่ ตกลงยังไงกันแน่ค่ะ ดิฉันจะเชื่อ ข่าวไหนดี

ประเด็นเหล่านี้ และอีกหลาย ๆ เรื่องกำลังสร้างความแตกแยก เกลียดชังให้เกิดขึ้นในหมู่คนเสื้อแดง กับ นปช.อย่างหนัก ถ้า นปช. ไม่เร่งแก้ไข ก็ไม่ต้องมาแก้ตัวภายหลังหากโดนคนเสื้อแดง ขีดเส้นแบ่งให้อยู่คนละฝั่งด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ

คนเสื้อแดง เชื่อใจไว้ใจ ให้ นปช. เป็นแกนนำ ฝากความหวังทั้งหมดไว้หมดใจ ด้วยความรักศัทธาเต็มเปี่ยม ขอร้องเถอะค่ะ อย่าทำให้พวกเขาผิดหวัง อีก เพราะพวกเขาได้รับความทุกข์ทรมานมามาแล้ว ทั้งจากเป็นเพราะต้องโทษ จากตาย เพราะโดนสังหารอย่างเลือดเย็นจากกองกำลังติดอาวุธ ที่เราเคยเรียกเขาว่า ทหารรั้วของชาติ

ยังไงดิฉันก็ยืนยัน ว่าเราต้องพูดต้องสื่อกันทุกเรื่องอย่างตรงไปตรงมาให้เคลียร์ ๆ ปัญหาจะได้ไม่เป็นปัญหา ทุกวันนี้ปัญหาซุกไว้ใต้พรมเพียบ พูดอะไรไม่ได้เลย ไม่โดนข้อหาแดงเทียม ก็โดนปัญหาจะทำให้แตกแยก

พวกเหลือบเสื้อแดงเลยอิ่มอ้วนท้วนกันถ้วนหน้า แถมได้หน้าได้ตาเป็นคนดีของสังคมพวงอีกตำแหน่ง ทั้งที่เบื้องหลังเน่าเหม็น หากินบนความลำบากของคนที่จิตใจดี โดยไม่รู้สึกละอาย อย่างว่าถ้าไม่ด้านพอจะกล้าทำเรื่องเลว ๆ แล้วอวดอ้างว่าตัวเองดีได้หรือ แอบอ้างเอาความเดือดร้อนของคนอื่นมาสร้างผลงานให้ตัวเอง เงินทองไหลมาเทมาผลาญกันเพลิน เงินไปถึงคนเดือดร้อนจริง ๆ เท่าไหร่

สมศักดิ์ผิดหวังรัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่เคยแสดงเยื่อใยท่าทีใด

ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล เขียนในเฟซบุ๊ค ว่า เรื่องรายละเอียดของข้อเสนอคุณสรุชัยนั้น ผมว่า ยังถกเถียงกันได้ แต่หลักการ ซึ่งเหมือนกับที่ผมเสนอมาแต่วันแรกๆของ รัฐบาลนี้ คือ

รัฐบาล ควรต้องออกมาแสดงท่าทีช่วยอย่างเป็นทางการต่อคนที่ถูกจับ ยังไม่ได้ประกันอีกหลายคน, ที่ตัดสินไปแล้ว 33 ปี ฯลฯ รวมทั้ง กรณี ม.112 ด้วย

(ซึ่งรวมไปถึงควรมีการพูดอย่างเป็นทางการ ให้มีการ "ปฏิรูปศาล" เพื่อยุติความไม่ยุติธรรมแบบที่ยังเป็นอยู่นี้อีก)

บอกตรงๆว่า เสียดาย ผิดหวังมาก ที่จนบัดนี้ ไม่เคยมีท่าทีทางการจาก รัฐบาลเลย

อย่างมากที่มีคือเรื่อง สส.ไปประกัน แต่ก็มาจาก สส.ในลักษณะส่วนตัว ไมใช่มาจาก รัฐบาล

มีไม่กี่วัน แล้วเรื่องก็เงียบไปแล้ว

ในทางกลับกัน สิ่งที่ออกมาจาก รัฐบาลอย่างเป็นทางการก็มีแต่เรื่องอภัยโทษทักษิณเท่านั้น

ผมว่าเป็นอะไรที่ไม่ดีเลยครับ

คนที่เดือดร้อนมากๆจริงๆคือบรรดาเสื้อแดงธรรมดาๆทั้งหลายแหล่ที่ติดคุก ถูกตัดสิน ห้ามประกันเหล่านี้

ช่วยคุณทักษิณผมเห็นด้วยมาแต่ไหนแต่ไร

แต่ไมใช่ในลักษณะที่ ท่าทีทางการ ของ รัฐบาลมีแต่เรื่องนี้ แต่ไม่เคยมีแม้แต่ประโยคเดียวเกี่ยวกับคนอื่นๆทั่วๆไป

(ถึงตอนนี้ คงไม่มีใครมาโต้ผม แบบทีโต้ตอนแรกๆว่า "รัฐบาลต้องทำเรื่องอื่นๆ เรื่องปากท้องก่อน บลา บลา" ถ้าเรื่องคุณทักษิณ รัฐบาลออกมาพูดได้เยอะแยะขนาดนี้ เรื่องคนอื่นๆ เรื่องเสื้อแดงธรรมดาๆ ยิ่งต้องพูดได้ และควรพูดใหญ่เลย)

********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:สมศักดิ์ เจียมฯ:อย่าดำเนินการเรื่องอภัยโทษเลยครับ จะทำให้ระบบกฎหมายเสียหายในระยะยาว

Monday, September 12, 2011

“สัปปายะสภาสถาน” แบบรัฐสภาใหม่ของไทย

ที่มา Voice TV



รายการคิดเล่นเห็นต่างกับคำผกา ประจำวันที่ 11 ก.ย. 54

รายการคิดเล่นเห็นต่างกับคำผกาวันนี้ติดตามในประเด็นคิดในแบบคิดเล่นเห็นต่างในประเด็น “สัปปายะสภาสถาน” แบบรัฐสภาใหม่ของไทย

ประชาชนสนทนา 11-9-54

ที่มา Asia Update

part 1


part 2


part 3


part 4

คลิป-ภาพเผาจริง "วสันต์ ภู่ทอง" แดงนับหมื่นร่วมอาลัย

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

เขียนโดย JJ_Sathon



















ชมภาพทั้งหมดที่ลิ้งข้างล่างนี้
https://picasaweb.google.com/JJSathonBkk/fgTQlB



นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ พร้อมแกนนำ นปช. และ ส.ส.จังหวัดสมุทรปราการ
เดินทางมาที่วัดตำหรุ ต.บางปู อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
และได้ขึ้นบนเวทีปราศรัยซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดตำหรุ กล่าวว่า
ตนเป็นตัวแทนนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรี
เพื่อมาร่วมพิธีศพ นายวสันต์ ภู่ทอง วีรชนคนกล้า ผู้รักประชาธิปไตย
ที่ต้องสูญเสียชีวิตจาการชุมนุม
จากนั้นได้เชิญนาง เจริญ ภู่ทอง มารดาของนายวสันต์ ภู่ทอง ขึ้นบนเวที
ท่ามกลางเสียงปรบมือของกลุ่มคนเสื้อแดง นับหมื่นคนที่เข้ามาร่วมงาน

ในเวลาต่อมาเจ้าภาพได้เชิญ
นางธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธาน นปช. ขึ้นเป็นประธานฝ่ายฆราวาส
ขึ้นทอดผ้าบังสุกุล ก่อนทำการฌาปนกิจศพโดยมี
นายจตุพร พรหมพันธุ์,
นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ
นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์และ
นางอรุณลักษณ์ กิจเลิศไพโรจน์
นายเชิดศักดิ์ ชูศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ
พร้อมด้วยนายชนะ นพสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ขึ้นทอดผ้าตามลำดับ

ส่วนบรรยากาศที่วัดตำหรุนั้น เป็นไปด้วยความคึกคัก
และการจราจรติดขัด
เนื่องจากทั้งในวัดตำหรุและโดยรอบเต็มไปด้วยกลุ่มคนเสื้อแดง จำนวนมากที่มาร่วมงาน


http://www.go6tv.com/2011/09/blog-post_8482.html

‘นพดล’ รู้ทันปชป. แจงกรณีการถวายฎีกา ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนของรัฐบาล

ที่มา มติชน

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร มีคำแถลงกรณีการถวายฎีกา ว่า รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มุ่งโจมตีแบบแผ่นเสียงตกร่องว่ารัฐบาลเร่งช่วย พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร แต่ไม่ช่วยประชาชน และการถวายฎีกาเป็นการทำลายนิติรัฐ ซึ่งเรื่องนี้ ตนขอชี้แจงว่า ขณะนี้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ กำลังเร่งช่วยพี่น้องที่ประสบภัยน้ำท่วม การดำเนินการยื่นถวายฎีกาไม่ใช่นโยบายและเรื่องเร่งด่วนของรัฐบาล แต่เป็นการดำเนินการที่ต่อเนื่องมาจากรัฐบาลที่แล้ว ที่พยายามประวิงและดองเรื่องนี้ไว้ โดยใช้เวลาเกือบสามปีนับจำนวนคนแค่สองล้านคน เมื่อกรมราชฑัณฑ์นับเสร็จแล้ว ก็ทำเรื่องให้ล่าช้าอีกโดยส่งให้กรมการปกครองที่พรรคภูมิใจไทยดูแลตรวจสอบ รายชื่ออีกครั้ง เรื่องนี้สังคมทราบดีว่ามีการหน่วงเรื่องไว้ จนกระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล และกรมราชฑัณฑ์ก็ได้เสนอเรื่องมาตามขั้นตอน

“การพิจารณาฎีกานั้นเป็นพระราชอำนาจที่บุคคลใดไม่อาจก้าวล่วงได้ และการดำเนินการลงชื่อ และดำเนินการถวายฎีกานั้น ต้องทำตามกฎหมาย และตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ รัฐบาลจึงไม่สามารถทำผิดกฎหมายเพื่อช่วย พ.ต.ท. ทักษิณได้ เพราะอาจถูกถอดถอนได้”

การที่พรรคประชาธิปัตย์ พยายามคัดค้านการถวายฎีกาให้ พ.ต.ท. ทักษิณ โดยประชาชนหลายล้านคนเป็นเรื่องที่ไม่เหนือความคาดหมาย เพราะในการเลือกตั้งทั่วไปทุกครั้งในรอบ 10 ปี ที่ผ่านมา พี่น้องประชาชนเลือกพรรคของ พ.ต.ท. ทักษิณ และที่ พ.ต.ท. ทักษิณสนับสนุนมาเข้ามาเป็นรัฐบาลโดยตลอด ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศนี้รู้ว่า คดีที่ดินรัชดาที่ พ.ต.ท. ทักษิณลงชื่อให้ภรรยาไปประมูลซื้อที่ดินจากกองทุนฟื้นฟูนั้นเป็นการประมูล ที่โปร่งใส ไม่มีการทุจริต และรัฐได้ประโยชน์จากราคาสูงสุด และผู้พิพากษา 4 ท่านตัดสินว่าไม่ผิด 5 ท่านตัดสินว่าผิด ซึ่งคะแนนก้ำกึ่งมาก คดีนี้เทียบไม่ได้เลยกับกรณีการสังหารหมู่ประชาชนในกรุงเทพเกือบร้อยศพและ บาดเจ็บร่วมสองพันคน ที่ผู้กระทำความผิดยังไม่มีการรับผิดชอบใดๆ

“การอ่านหนังสืออย่าอ่านเฉพาะตอนจบในบทสุดท้าย ให้อ่านบทแรกด้วย คดีนี้เกิดขึ้นหลังการรัฐประหารและการสอบสวนเรื่องนี้ก็ทำโดยศัตรูทางการ เมืองของ พ.ต.ท. ทักษิณ ดังนั้นมันจึงขัดกับหลักนิติธรรมโดยสิ้นเชิง ประชาชนส่วนใหญ่รู้ที่มาที่ไปของเรื่องนี้ดี และเห็นว่า พ.ต.ท. ทักษิณเป็นเหยื่อของการรัฐประหาร ดังจะเห็นได้จากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาที่ประชาชนไว้วางใจพรรคเพื่อไทย และชนะพรรคประชาธิปัตย์อย่างเด็ดขาด นายอภิสิทธิ์พร่ำพูดเรื่องนิติรัฐ ผมขอถามว่าการยึดอำนาจเป็นการทำลายหลักนิติรัฐไหม พ.ต.ท. ทักษิณ ได้อำนาจจากประชาชน และพวกเราไม่เคยเกาะท๊อปบู๊ตเพื่อให้ได้อำนาจ หรือ เสพติดอำนาจ ถึงขนาดเป็นฝ่ายค้านแล้วยังเรียกตนเองว่าเป็นรัฐมนตรีเงาทั้งๆที่ไม่มีที่ ไหนในโลกเขาเรียกกัน“ นายนพดล กล่าว