ที่มา มติชน วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เขียนข้อความผ่าน Facebook มีใจความว่า หลังจากรัฐบาลได้จัดงาน "รวมพลังไทย ช่วยภัยน้ำท่วม" บริจาคเงินเข้ากองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย เพียงไม่นานก็ได้เงินเกือบ 400 ล้านบาท ถามกันว่า เงินบริจาค 400 ล้านมาจากไหนบ้าง มติชนออนไลน์ มีคำตอบ .... "ตัน ภาสกรนที" ในนามมูลนิธิ ตันปัน บริจาคเป็นจำนวนเงิน 40 ล้านบาท บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพี ได้บริจาคเป็นจำนวนเงิน 30 ล้านบาท บริษัท ไทยเบฟเวอเรจฯ ของเสี่ยเจริญและคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี ได้บริจาคเป็นจำนวนเงิน 30 ล้านบาท บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ได้บริจาคเป็นจำนวนเงิน 20 ล้านบาท "กระทรวงคมนาคม" ได้บริจาคเป็นจำนวนเงิน 10 ล้านบาท "กระทรวงอุตสากรรม" ได้บริจาคเป็นจำนวนเงิน 9,999,999 บาท "การไฟฟ้าฝ่ายผลิต" (กฟผ.) ได้บริจาคเป็นจำนวนเงิน 6,000,000 บาท กลุ่ม "นักธุรกิจไทยจีน" ได้บริจาคเป็นจำนวนเงิน 6,000,000 บาท บริจาคโดย พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ลูกพี่ลูกน้องของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ประธานกรรมการ "กลุ่มอินทัช" หรือ ชินคอร์ป (เดิม)ได้บริจาคเป็นจำนวนเงิน 5,000,000บาท "ตลาดหลักทรัพย์" ได้บริจาคเป็นจำนวนเงิน 4,000,000 บาท "กระทรวงแรงงาน" ได้บริจาคเป็นจำนวนเงิน 3,365,179 บาท "กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม" ได้บริจาคเป็นจำนวนเงิน 3,000,000 บาท "สถาบันวิทยาการตลาดทุน" รุ่น 12 ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ร่วมเรียนด้วย ได้บริจาคเป็นจำนวนเงิน 2,345,000 บาท "กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร" ได้บริจาคเป็นจำนวนเงิน 2,045,000 บาท บริจาคโดย บริษัท กสท โทรคมนาคม(มหาชน)และพันธมิตร บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี "โฮลดิ้ง" ได้บริจาคเป็นจำนวนเงิน 2,000,000 บาท บริษัท โตโยต้า ได้บริจาคเป็นจำนวนเงิน 2,000,000 บาท บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด(มหาชน) ได้บริจาคเป็นจำนวนเงิน 2,000,000 บาท บริษัท เอสซีแอสเซท คอร์ปเปเรชั่น(มหาชน) บริษัทที่นายกฯยิ่งลักษณ์ เคยนั่งเป็นเบอร์ 1 บริจาคเป็นจำนวนเงิน 1,000,000 บาท บริษัท จี เอ็ม เอ็ม แกรมมี่ จำกัด(มหาชน) ของอากู๋ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ได้บริจาคเป็นจำนวนเงิน 1,000,000 บาท บริษัท อาร์เอส จำกัด(มหาชน) ของเฮียฮ้อ นายสุรชัย เชษฐ์โชติศักดิ์ ได้บริจาค 1,000,000 บาท บริษัท กระเบื้องโอฬาร ได้บริจาคเป็นจำนวนเงิน 1,000,000 บาท สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้บริจาคเป็นจำนวนเงิน 1,000,000 บาท กลุ่ม "เซ็นทรัล" ของตระกูลจิราธิวัฒน์ ได้บริจาคเป็นจำนวนเงิน 1,000,000 บาท "การบินไทย" ได้บริจาคเป็นจำนวนเงิน 1,000,000 บาท "เทสโก้โลตัส" ยักษ์ค้าปลีกรายใหญ่ สัญชาติอังกฤษได้บริจาคเป็นจำนวนเงิน 1,000,000 บาท บริษัท "มิสทีน" ได้บริจาคเป็นจำนวนเงิน 1,000,000 บาท "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกฯ และครอบครัว ได้บริจาคเป็นจำนวนเงิน 1,000,000 บาท "ธงไชย แมคอินไตย์" นักร้องยอดนิยมตลอดกาล ได้บริจาคเป็นจำนวนเงิน 200,000 บาท ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี บริจาคเป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท บริษัท "โกลด์ไฟน์ แมนูแฟคเจอเรอส์" จำกัด (มหาชน) ได้บริจาคเป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่า รายชื่อนักธุรกิจส่วนใหญ่ที่ร่วมบริจาค ติดอันดับมหาเศรษฐีจากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์ แต่กระนั้นก็ยังมีอีกหลายตระกูลธุรกิจที่ไม่ปรากฎชื่อ !!! ผู้ใดประสงค์ บริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ร่วมบริจาคเงินได้ที่บัญชี "กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี" บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) บัญชีเลขที่ 067 – 0 - 06895 - 0 โดยผู้บริจาคที่โอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าว ให้นำใบนำฝาก หรือ pay - in ที่ได้รับจากธนาคาร พร้อมทั้งระบุชื่อ – สกุล ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ ส่งโทรสารให้กับกองคลัง สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่โทรสารหมายเลข 02-2825296 เพื่อจะได้ออกใบเสร็จรับเงิน นำไปเป็นค่าลดหย่อนภาษีเงินได้ต่อไป เรื่อง ศรางกูล พูลทวี






“ขอ ขอบคุณคนไทยทั้งประเทศ เพื่อมารวมพลังบอกพี่น้องทั้ง 44 จังหวัด ว่าเรามีความรักห่วงใย เป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยและให้ทุกคนเข้มแข็งต่อสู้ต่อไปได้ ในนามรัฐบาลขอขอบคุณทุกภาคส่วน ในการรวมพลังครั้งนี้ และน้ำใจคนไทยเกือบ 400 ล้านบาทนี้ จะถึงมือพี่น้องผู้ประสบภัยแน่นอนค่ะ”
รายชื่อทั้งหมด เป็นเพียงบางส่วน ยังมีผู้ใจบุญอีกเป็นจำนวนมาก ที่ไม่ปรากฏชื่อ
..........................
เชิญร่วมบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Tuesday, September 20, 2011
เปิดดูรายชื่อ"บิ๊กเนมใจบุญ"บริจาคน้ำท่วม เฉียด 400 ล้านแล้วจ้า เศรษฐีฟอร์บส์ ไม่พลาด!
ไม่เอารัฐประหาร
ที่มา ข่าวสด
เหล็กใน
สมิงสามผลัด
ครบรอบ 5 ปีรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ไปแล้วจะเห็นได้ว่ามีคนเสื้อแดงหลายหมื่นคนร่วมชุมนุมในวาระครบรอบครั้งนี้
เพราะยึดมั่นว่าการรัฐประหารไม่ใช่การแก้ปัญหาการเมือง ไม่ใช่การแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น
แต่กลับเป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตย
ทำลายรัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งถือว่าเป็นฉบับประชาชนที่ดีที่สุด
ซ้ำร้ายกว่านั้นการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นส่วนหนึ่งนำไปสู่ความขัดแย้งในชาติในเวลาต่อมา
และปฏิเสธไม่ได้เลยว่า "เป็นส่วนสำคัญ" นำไปสู่การสูญเสียจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองเมื่อเดือนเม.ย.-พ.ค.2553
ฉะนั้น การครบรอบ 5 ปี รัฐประหาร 19 กันยายน 2549
จึงต้องมีการรำลึกถึงการสูญเสีย 91 ศพไปพร้อมๆ กันด้วย
เพราะจุดกำเนิดของคนเสื้อแดงเริ่มต้นมาจากการต่อสู้ต่อต้านการรัฐประหารนั่นเอง
ตลอดระยะเวลา 5 ปี จะเห็นได้ว่ามีการต่อต้านการรัฐประหารไปทุกหย่อมหญ้า
คนทั่วไปเข้าใจปัญหานี้ได้ไม่ยาก
ยกเว้นคนที่ได้ผลประโยชน์จากการรัฐประหารเท่านั้นที่มองไม่เห็น หรือแกล้งทำเป็นไม่เห็นปัญหานี้
เช่น พรรคประชาธิปัตย์ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าได้รับ "มรดกบาป" จากการรัฐประหาร
ได้รับอานิสงส์จากการยึดอำนาจของ "คมช." จนได้เป็นรัฐบาลด้วย "วิธีพิเศษ" ในเวลาต่อมา
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เต็มอกเต็มใจเป็นนายกรัฐมนตรีซะด้วย
ก่อนนำไปสู่การสลายม็อบแดง 91 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 2 พันคน
จึงไม่แปลกใจเลยที่นายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยออกมาต่อต้านการรัฐประหาร 19 กันยาเลย
หากจำกันได้ช่วงหาเสียงก่อนถึงวันเลือกตั้ง 3 ก.ค.ที่ผ่านมา
มีส.ส.พรรคประชาธิปัตย์คนหนึ่งดันหลุดปากพูดเชียร์การปฏิวัติ 19 กันยาออกจอทีวี
ทำเอาส.ส.รุ่นเก่าคนนี้หมดรูปหมดสภาพไปเลย
แต่ก็ไม่เป็นไร ในเมื่อพรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนเช่นนี้ก็เป็นสิทธิ์ของพรรคเก่าแก่
แต่หากนายอภิสิทธิ์เกิดมีโอกาสกลับมาเป็นนายกฯ อีกสมัย ประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลอีกหน
ก็ขอให้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยด้วยการชนะการเลือกตั้งในสมัยหน้า
แต่อย่าใช้ "วิธีพิเศษ" แบบเก่าๆ
เพราะนอกจากจะทำลายประชาธิปไตยแล้ว
ยิ่งตอกย้ำความขัดแย้งขึ้นในชาติ และนำไปสู่การนองเลือดอีก
ก็ได้แต่ภาวนาไว้แต่เนิ่นๆ ว่าอย่าย้อนกลับไปเป็นแบบเดิมเลย !?
วิเชียรช่วยราชการ-"พระนาย"รรท.
ที่มา ข่าวสด
คุมทำโผ ย้ายผู้ว่าฯ "ปู"นั่งกิน ข้าวแกง โต้ข่าวลือ มื้อ2แสน
ยงยุทธเผย ย้ายวิเชียร ชวลิตไม่ต้องเข้าครม. เพราะให้ไปช่วยราชการที่สำนักนายกฯ ดูแลสำนักงานคณะกรรมการบูรณาการแผนงานบริหารจัดการน้ำ ขณะเดียวกันก็เตรียมออกคำสั่งกระทรวงมหาดไทยตั้ง"พระนาย" รรท.ปลัด เพื่อทำโผโยกย้ายอธิบดี-ผู้ว่าฯ ด้าน"ยิ่งลักษณ์"ควง 2 รองนายกฯลงมากินข้าวโรงอาหารทำเนียบฯสยบข่าวปล่อยหม่ำมื้อละ 2 แสน สั่งเลขาฯนายกฯตามเรื่องรายชื่อกสทช.ที่ล่าช้ายังนำขึ้นทูลเกล้าฯไม่ได้ ด้าน"อภิสิทธิ์"รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯเป็นผู้นำฝ่ายค้านแล้ว
สยบลือ - น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ นั่งกินข้าวแกงร่วมกับรัฐมนตรี ที่โรงอาหารในทำเนียบ พร้อมให้สัมภาษณ์ปฏิเสธข่าวปล่อยทางเน็ตว่ากินอาหารมื้อละ 2 แสนบาท เมื่อวันที่ 19 ก.ย.
"ปู"กินข้าวแกงโรงอาหารทำนียบ
วันที่ 19 ก.ย. ที่โรงแรมพลาซ่าแอทธินี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการนำรายชื่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ขึ้นทูลเกล้าฯ ว่า ยัง ยังไม่เห็นรายชื่อเลย
เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงการแก้ปัญหาความรุนแรงในภาคใต้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมด้วยนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกฯ น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ได้ลงมารับประทานอาหารกลางวัน ที่โรงอาหารด้านหลังตึกบัญชา การ 1 ท่ามกลางความสนใจของข้าราชการและสื่อมวลชน ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ สั่งอาหารจากทุกร้านมารับประทาน เพื่อไม่ให้เกิดความน้อยใจ ทั้งไข่เจียว ปลาสลิดทอด กุนเชียงทอด ไก่ทอด แกงเขียวหวาน ต้มจืดฟักกับไก่ เป็นต้น
สยบข่าวลืออาหารมื้อละ 2 แสน
น.ส.ยิ่ง ลักษณ์ กล่าวว่า ตั้งใจไว้นานแล้ว โดยบอกกับเลขานุการส่วนตัวว่าวันไหนว่างและปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ทำเนียบ จะลงมารับประทานอาหารที่นี่ อีกทั้งตนเป็นคนชอบรับประทานข้าวแกงเพราะทานง่าย สะดวกและอร่อย จึงต้องการชิมรสชาติอาหารของทำเนียบบ้าง ชิมแล้วก็อร่อยดี โดยเฉพาะไข่เจียวไปที่ไหนต้องสั่งมาทาน ถูกแล้วก็อร่อย
"ที่สำคัญมี คนไปพูดว่าปูทานอาหารมื้อละ 2 แสนบาท อยากให้เห็นเลยว่าเวลาปูทานข้าวนั้นไม่มีอะไรพิเศษ กินข้าวแกง กินอะไรก็ได้ที่ง่ายซึ่งประหยัดเวลาและอร่อยดี ถ้าปูกินมื้อละ 2 แสนบาท ป่านนี้คงอ้วนตายไปแล้ว หากเป็นไปได้คราวหน้า อยากรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับสื่อมวลชนรวมทั้งช่างภาพด้วย คิดว่าจะทำขนมจีนน้ำเงี้ยว ไส้อั่ว ข้าวเหนียวมาทานร่วมกัน ไม่ใช่ให้ปูกินและอิ่มคนเดียว ส่วนคนอื่นๆ ต้องนั่งทำงาน อย่างวันนี้มีเวลาว่างเล็กน้อย ถือเป็นวันลดโลกร้อน ไม่ได้ใส่สูท เลยชวนรองนายกฯ ทั้ง 2 ท่าน รมต.กฤษณา และรองโฆษกฯ มากินร่วมกัน" นายกฯ กล่าว
ปฏิเสธตอบกรณีข่าวบ่นเหนื่อย
ผู้สื่อข่าวถามว่า การทำงานที่ผ่านมาทำไมนายกฯ ชอบหนี ไม่ตอบเรื่องการเมืองและงานด้านความมั่นคง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ความจริงตนเพิ่งเข้ามาทำงานยังไม่ถึงเดือน แต่บังเอิญว่ามีงานเข้ามาให้แก้ไขหลายเรื่อง ที่ผ่านมาก็พยายามจะตอบในทุกคำถาม แต่งานด้านความมั่นคง เป็นเรื่องละเอียดอ่อน หากพูดอะไรมากไปเกรงจะไปกระทบกระเทือน จึงต้องให้รองนายกฯหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบเป็นคนพูดและชี้แจงจะดีกว่า และที่ไม่พูด ไม่ใช่ไม่รู้เรื่อง อีกทั้งอยากให้เห็นใจบ้าง เพราะวันนี้เข้ามาทำงานได้ยังไม่ถึงเดือนเลย พยายามทำและแก้ปัญหาทุกอย่างให้ดีที่สุด
เวลา 15.20 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ปฏิเสธจะให้สัมภาษณ์กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พี่ชาย ระบุว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้โทรศัพท์หาพร้อมบ่นว่าเหนื่อยและพักผ่อนไม่พอว่า ตอนนี้ยังไม่มีอะไร
เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงแนวคิดการถอนกำลัง ทหารในพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชา และส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปแทน นายกฯ ปฏิเสธจะตอบคำถามดังกล่าว พร้อมเดินเลี่ยงขึ้นไปยังห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้าทันที
จากนั้นเวลา 15.20 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดิน ทางออกจากทำเนียบรัฐบาล คนใกล้ชิดแจ้งว่านายกฯ ขอไปทำธุระส่วนตัว
รายงาน ข่าวแจ้งว่า นายกฯ เดินทางเข้าไปยังบ้านพิษณุโลก พร้อมเรียกตัวแทนสำนักงบประมาณเข้าหารือ คาดว่าจะพูดคุยเรื่องการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับปัญหาอุทกภัย ที่เป็นปัญหาเร่งด่วนขณะนี้
เหลิมลั่นสอบแน่งบไทยเข้มแข็ง
อ่านรายละเอียดทั้งหมดคลิ้ก ข่าวสด
ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 20/09/54 จระเข้จ้องกิน "ปู"
ที่มา blablabla
โดย 3บลา ประชาไท
เห็นลับเขี้ยว ยุบยับ รองับเหยื่อ
มันมาเพื่อ ล้มล้าง สร้างปัญหา
ใช้เล่ห์กล สันดาน สุดมารยา
หวังดาหน้า จองกฐิน จ้องกิน "ปู"....
ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่านแค้น แสนอัปยศ
คำโป้ปด โสมม คารมหรู
ชอบวางแผน สุมหัว มั่วในรู
ช่างอดสู เกินคำ พร่ำบรรยาย....
พวกสลิ่ม หลากสี อัปรีย์แท้
เลวเกินแก้ บ้าบอ รอฉิบหาย
กุเรื่องเท็จ สับสน จนวุ่นวาย
ไร้ยางอาย เพราะชั่วช้า วิชามาร....
ขบวนการ ล้มรัฐบาล ต่างขานรับ
หกเดือนนับ ชี้ทาง อย่างห้าวหาญ
ถ้าไม่ได้ มันต้องแตก จนแหลกลาญ
สมเป็นบ้าน ป่าเมืองเถื่อน สุดเลื่อนลอย....
คนมุ่งมั่น ทำดี เป็นที่ตั้ง
กลับต้องนั่ง รอพวกบ้า ตั้งท่าสอย
มาให้ไว รีบจัดมา อย่าสำออย
ชนกลุ่มน้อย พวกใจสัตว์ รีบจัดมา....
๓ บลา / ๒๐ ก.ย.๕๔
"รัฐประหาร19กันยายน2549ถึง6ตุลาคม2519"
ที่มา ประชาไท

ไอ้ภาพเก่าๆที่มันหลบซ่อนอยู่ในห้วจาการทหารสั่งทำลาย ก็กลับมาเยือนอีกครั้ง


4.......................





" พี่ๆอนาคตประเทศไทยจะเป็นอย่างไ
" พี่ๆแล้วทหารจะปฏิวัติอีกมั้ย? "
" พี่ๆแล้วจะแบกประเทศกันอยู่มั้ย
ตอนเด็กๆผมโตมากับเพลงBlowin' in the wind.แต่งและร้องโดยBob Dylan
ในยุคสมัยที่มีการปราบปรามนักศึ
และสงครามเวียดนามเหนือ-ใต้ที่ร
โดยมีสหรัฐอเมริกาเป็นคู่สงคราม
..............................
The answer, my friend, is blowin' in the wind,
The answer is blowin' in the wind.
..............................
ผมอยากจะบอกว่าคำตอบมันอยู่ในสา
ไม่มีใครรู้ว่ามีคำตอบในอนาคตจะ
จะเป็นแบบเวียดนามเหนือ-ใต้ หรือเปล่าไม่มีใครรู้
..............................
วันนี้เป็นวันที่19 กันยายน 2554
ครบรอบ 5 ปีรัฐประหาร
ฟ้าที่เราเฝ้ามองว่าวันหนึ่งมัน
ก็ยังคงมีเงาทมึนของการแก่งแย่ง
..............................
5 ปีมานี้ ตั้งแต่การรัฐประหารเกิดขึ้น
ผมคิดว่าประเทศของเราแตกไปเรียบ
ประเทศนี้ถูกแบ่งเป็นสองฝ่ายจาก
และคำดูหมิ่นเหยียดหยามต่างๆนาๆ
ด้วยน้ำมือของคนไทยเอง
การไม่ยอมรับความคิดที่ต่าง
การไม่ยอมรับในเสียงส่วนใหญ่
การคิดว่าตัวเองฉลาดและรู้เท่าทันกว่า
สิ่งเหล่านี้ทำให้ประเทศไทยถูกแ
เป็นประเทศที่รักทักษิณและประเท
เป็นประเทศที่พวกรักชาติอยู่กับ
..............................
เราเอาทุกอย่างเข้าแลกจริงๆ
เราสูญเสียชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปม
..............................
ผมสูญเสียเพื่อนพี่น้องและคนที่
บ้่างก็เสียชีวิตจากเหตุการณ์รุ
บ้างก็จากแผ่นดินบ้านเกิดเมืองน
บ้างก็จากกันเพราะทัศนคติทางการ
ทั้งจากเหลืองหรือพวกหลากสี
แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ยังรักและเ
..............................
แต่ในขณะเดียวกัน
ผมก็ได้พบเพื่อนพี่น้องใหม่อีกห
บ้างเป็น ดารา กวี นักเขียน เป็นศิลปิน
บ้างเป็นสื่อมวลชน เป็นครู เป็นอาจารย์
บ้างเป็น NGO เป็นผู้กำกับ นักทำหนัง
บ้างเป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพแห่งการเป็นมนุษย์
บ้างเป็นนักศึกษาหัวก้าวหน้า บ้างเป็นหมอ...ฯลฯ
รวมไปถึงชาวบ้านและผู้นำความคิด
ที่มีห้วใจที่รักในประชาธิปไตยเ
..............................
สุดท้ายอยากบอกพ่อกับแม่ว่า
สิ่งที่แม่กับพ่อปลูกฝังผมมาหลา
ว่าต้องเป็นคนมีใจเป็นธรรม
และช่วยเหลือคนยากไร้กว่า
ผมขอบคุณนะครับ
เพราะมันทำให้ผมเป็นมนุษย์ที่มี
..............................
สุดท้ายสุดๆขอบคุณทุกคนที่อ่านมันและหวังว่ามันจะเป็นประโยชน์ไ

ไม่ค่อยชำนาญในการเขียนหนังสือย
การเขียนครั้งนี้เขียนจากใจอยาก
และอุทิศให้กับผู้ที่เสียชีวิตต่อการเรียกร้องประชาธิปไตยทุกคน
บทความทั้ง 9 ตอน.ใช้เวลาเขียน 2 วัน คือวันที่18-19 กันยายน 2554
ดังนั้นคำต่างๆจะผิดและตกหล่นจำ
..............................
ที่มา:Prakit Kobkijwattana
เครือข่ายประชาธิปไตย จัดรำลึก 5 ปีรัฐประหาร บรรยากาศคึกคัก
ที่มา ประชาไท
วันที่ 19 ก.ย.54 เวลา 17.30 น. มีการจัดกิจกรรมรำลึก 5 ปี รัฐประหาร 19 ก.ย.ขึ้นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีคนเสื้อแดง ศิลปิน นักวิชาการ และนักกิจกรรมทางการเมืองเดินทางมาร่วมราว 100 คน
กิจกรรมดังกล่าวจัดโดยเครือข่ายประชาธิปไตย (คปต.) โดยใช้ชื่อว่า “19 กันยา ประชาร่วมใจต้านภัยรัฐประหาร” บรรยากาศของงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีการงานการแสดงดนตรี สลับกับการขึ้นปราศรัยของแกนนำที่เคยเคลื่อนไหวต่อต้านการรัฐประหา
นายสมบัติ บุญงามอนงค์ อดีตแกนนำกลุ่ม 19 กันยา ต้านรัฐประหาร กล่าวว่า วันนี้ควรเป็นวันที่รำลึกถึงนายนวมทอง ไพรวัลย์ ปัญญาชนสามัญชนที่ต่อต้านรัฐประหาร ด้วยการขับรถแท็กซี่พ่นข้อความต่อต้านรัฐประหาร พุ่งเข้าชนรถถังจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และสละชีพด้วยการผูกคอตายเพื่อลบคำสบประมาทของรองโฆษก คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ที่กล่าวว่า ไม่มีใครมีอุดมการณ์มากพอจะสละชีวิตเพื่อประชาธิปไตย
“เขาตัดสินใจที่จะส่งสัญญาณ ส่งข้อความนี้เพื่อไปถึงคณะรัฐประหารและประชาชนทั้งประเทศ เขาใช้สิ่งทีเขามี คือชีวิตของเขาเอง เพื่อที่จะยืนยันว่า ข้อความนี้เป็นข้อความที่มาจากหัวใจและแลกด้วยชีวิต คิดว่าจะทำยังไงให้คนในชาติ คนในสังคมนี้ เข้าใจสิ่งที่ตนเองคิด” นายสมบัติกล่าว
นอกจากนี้ นายสมบัติยังเสนอให้มีการสร้างอนุสาวรีย์ให้กับนายนวมทอง และกล่าวติดตลกว่าหากนำอนุสาวรีย์นายนวมทอง มาตั้งแทนที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อาจทำให้การรัฐประหารหมดสิ้นไปจากประเทศไทยก็เป็นได้
ต่อมา นายเยี่ยมยอด ศรีมันตะ รักษาการประธานเครือข่ายประชาธิปไตย ขึ้นปราศรัยโดยกล่าวถึงชัยชนะในการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทยว่า แม้จะเป็นชัยชนะของคนเสื้อแดง แต่ก็เป็นเพียงการชนะศึก ยังไม่ใช่การชนะสงคราม ประชาชนจึงยังต้องสู้ต่อไป และกล่าวว่า ได้กำหนดเป้าหมายของประเทศไทยจะต้องเป็นประชาธิปไตยที่เป็นของประชาชนอย่าง แท้จริงใน พ.ศ.2560
นายเยี่ยมยอดเผยด้วยว่า จะมีการจัดตั้งสภาประชาชนในวันที่ 28 ก.ย. นี้เพื่อเป็นสภาคู่ขนานไปกับรัฐสภาเพื่อผลักดันให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 โดยจะเริ่มเปิดให้ประชาชนร่วมลงชื่อเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญตามเงื่อนไขรัฐ ธรรมนูญมาตรา 291 เพื่อให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ
“เราจะทำให้ 24 มิ.ย. 2560 เป็นวันประชาธิปไตยของประชาชนอย่างแท้จริง” นายเยี่ยมยอดกล่าว
จำเลยเสื้้อแดงร้องประชา พรหมนอก แก้ปัญหารัฐกลั่นแกล้งดำเนินคดีเรียกร้องสิทธิประกันตัวผู้ต้องขังทุกคดีการเมือง
ที่มา ประชาไท
จำเลยและญาติ คดีเสื้อแดงมุกดาหารและเชียงใหม่บุกพบประชา พรหมนอก ร้องไม่ได้สิทธิประกันตัว อัยการยื่นอุทธรรณ์ซ้ำ กระบวนการยุติธรรมมีปัญหา /อัยการสูงสุดชี้รอฟังข้อเสนอ คอป. เครือข่ายประชาธิปไตยยื่นหนังสือยกเลิก 112 ให้ประกันตัวนักโทษการเมืองทุกคน

การเยียวยาที่เริ่มต้นขึ้นแล้วกับกะเหรี่ยงบางกลอย (แก่งกระจาน)
ที่มา ประชาไท
สถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ
วันที่ 17 กันยายน 2554


ภายในศาลาวัดท่าคอย อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพนายทัศน์กมล พบ ปู่คออิ๊ (หรือโคอิ) จากการพูดคุยกับปู่โคอิ ได้กล่าวว่าหลังจากที่ตนได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของ อ.ป๊อด ซึ่งตนจะเรียกอ.ป๊อดว่าเป็นลูกชายคนโต ของตนมาตลอด จึงรู้สึกตกใจ และเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก ตนรู้สึกว่า อ.ป๊อดเป็นลูกชายที่น่ารักของตนคนหนึ่ง ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ที่ตนได้สนิทสนมคุ้นเคยกับ อ.ป๊อด มานั้น อ.ป๊อดได้ช่วยเหลือชาวกะเหรี่ยงมาอย่างมากมาย และสิ่งที่สำคัญ อ.ป๊อดจะบอกกับชาวกะเหรี่ยงทุกคนเสมอว่าให้รักพ่อหลวง แม่หลวง ให้มากๆ และตั้งใจทำสิ่งที่ดีๆ อะไรที่เป็นสิ่งที่ไม่ดี อย่าไปทำ โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติด อีกทั้งยังให้ช่วยกันรักษาป่า อย่าไปทำลายป่า
ตนจึงมองว่าการเสียชีวิตขององป๊อดในครั้งนี้นั้นเกิดจากการที่อ.ป๊อดได้ ช่วยเหลือชาวกะเหรี่ยง หากอ.ป๊อดไม่เข้ามาช่วยเหลือ อ.ป๊อดก็คงไม่ต้องมาเสียชีวิตลงแบบนี้ ซึ่งตนมองว่าเราทุกคนเป็นคนที่อยู่ในผืนแผ่นดินไทย ไม่ว่าจะอยู่ในเมือง ในป่า มีพ่อหลวง แม่หลวง อันเป็นที่รัก ต้องรักกัน สามัคคีกัน
ส่วนเมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่ผ่านมาตนก็รู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างมากที่ทางแม่หลวง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถฯ ได้ทรงพระราชทานสิ่งของเครื่องใช้ และพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวนหนึ่งลงมาให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น ตนและพี่น้องชาวกะเหรี่ยงที่ถูกผลักดันลงมานั้นมีความรู้สึกซาบซึ้งในพระมหา กรุณาธิคุณเป็นอย่ามาก
ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ ได้เดินทางมายังบ้านโป่งลึก บ้านบางกลอย เพื่อนำสิ่งของพระราชทานมามอบให้กับชาวกะเหรี่ยงที่ถูกผลักดันลงมา จำนวน 10 ครอบครัว โดยมอบถุงยังชีพพระราชทาน จำนวน 20 ถุง พระบรมฉายาลักษณ์ จำนวน 10 ภาพ และเงินพระราชทานครอบครัวละ 5,000 บาท ส่วนปู่โคอิ ยังได้รับสังกะสี จำนวน 70 แผ่น เพื่อมาซ่อมแซมหลังคาบ้านที่ปู่ได้อาศัยอยู่ในขณะนี้
ทางทหารกล่าวว่าสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ได้ทราบถึงปัญหาเกี่ยวกับการที่มีชาวกะเหรี่ยงถูกผลักดันลงมาในเขตพื้นที่ บ้านโป่งลึก บ้านบางกลอย ทางแม่ทัพภาคที่ 1 จึงได้มีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสำรวจ รวบรวมรายชื่อ ผู้ที่ถูกผลักดัน และตรวจสอบถึงความเดือดร้อน ซึ่งในเบื้องต้นทราบว่ามีชาวบ้านที่ถูกผลักดันลงมา และได้มีการมาลงรายชื่อไว้กับทางหมู่บ้านจำนวน 10 ครอบครัว หลังจากนั้นในวันที่14 จึงได้มีการนำสิ่งของพระราชทานจำนวนดังกล่าวเข้ามาบริจาค ให้กับผู้ที่เดือดร้อนทั้งหมด และทางทหารยังรับปากว่าจะดูแลจัดสรรที่ทำกินให้โดยจะประสานกับทางอุทยานฯ และกรรมการหมู่บ้านว่าจะจัดสรรที่ทำกินให้ที่ไหน อย่างไร
โดยเฉพาะปู่คออิ๊ ทางทหารได้สอบถามว่าถ้าหากให้ลงมาอยู่ด้านล่าง ที่บริเวณหมู่บ้าน ปู่จะขออยู่บริเวณใด ซึ่งทางปู่คออิ๊ ได้แจ้งว่าจะขอไปอยู่ที่บริเวณปลายกระทุ้งกลอง ซึ่งจะห่างจากบ้านโป่งลึก ประมาณ 7 กิโลเมตร เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ไม่มีคนอาศัยอยู่มาก อากาศดี อีกทั้ยังเป็นพื้นที่ที่เคยมีการทำกินมาก่อน โดยทางทหารได้รับปากว่าจะไปพูดคุยกับทางอุทยานฯให้
Monday, September 19, 2011
แม้ว"คุยรองนายกฯกัมพูชาระหว่างประชุม ศตวรรษเอเชีย : โอกาสและความท้าทาย
ที่มา มติชน

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สนทนา กับ พล.อ.เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ระหว่างการประชุมนานาชาติ ศตวรรษเอเชีย : โอกาสและความท้าทาย ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา วันที่ 19 กันยายน
แก้รธน.ลบรัฐประหารโมฆะคำสั่ง-ประกาศ-คำตัดสิน-เอาผิดฐานกบฏ
ที่มา thaifreenews
โดย bozo

คณะนิติราษฎร์ นิติศาสตร์เพื่อราษฎร ออกแถลงการณ์
เรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ
เพื่อยกเลิก ประกาศ คำสั่ง คปค. กฎหมายที่ออกหลังการรัฐประหาร วันที่ 19 ก.ย. 2549
ตลอดจนกระบวนการสอบสวน และคำตัดสินของศาลที่เป็นผลพวงมาจากการยึดอำนาจ
พร้อมยกเลิกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ผู้ก่อการ ผู้สนับสนุน เพื่อเอาผิดฐานก่อกบฏ
ระบุถึงเวลาที่จะต้องกล้าลบล้างสิ่งเหล่านี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกในอนาคต
ย้ำไม่ได้ทำเพื่อช่วยใคร
หากจะสอบสวนเอาผิดผู้ถูกกล่าวหาให้ใช้กระบวนการตามกฎหมายปรกติดำเนินการ
เรียกร้องประชาชนร่วมกันแสดงพลังผลักดันให้เป็นรูปธรรมอย่าดีแต่พูดต้านรัฐประหาร
วันที่ 18 ก.ย. 2554 คณะนิติราษฎร์ : นิติศาสตร์เพื่อราษฎร
ได้จัดเสวนาและออกแถลงการณ์ทางวิชาการ “5 ปีรัฐประหาร 1 ปีนิติราษฎร์”
โดยมีผู้ร่วมเสวนา อาทิ
นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นายปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นายธีระ สุธีวรางกูร อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นายวรเจตน์ได้อ่านแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีนิติราษฎร์ระบุว่า
ประเด็นที่ 1 การลบล้างผลพวงของรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549
รัฐบาลประหารก่อให้เกิดความขัดแย้ง
รัฐประหารวันที่ 19 ก.ย. 2549 เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทำลายนิติรัฐ ทำลายประชาธิปไตย
และยังเป็นต้นเหตุของปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
ด้วยเหตุนี้คณะนิติราษฎร์จึงเสนอให้มีการลบล้างผลพวงของรัฐประหารดังต่อไปนี้
1.ประกาศให้รัฐประหาร วันที่ 19 ก.ย. 2549 และการกระทำใดๆ
ที่มุ่งต่อผลในทางกฎหมายของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.)
ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. 2549 จนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2549 เสียเปล่า
และถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นและไม่เคยมีผลในทางกฎหมาย
ยกเลิกรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 49
2.ประกาศให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549
มาตรา 36 และมาตรา 37 เสียเปล่า และถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นและไม่เคยมีผลในทางกฎหมาย
3.ประกาศให้คำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
และคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ที่อาศัยอำนาจตามประกาศของ คปค.
และคำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
และคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ที่เป็นผลต่อเนื่องจากรัฐประหาร วันที่ 19 ก.ย. 2549
โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาคำวินิจฉัยและคำพิพากษา
ที่เกิดจากการเริ่มกระบวนการโดยคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำ
ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดย คปค. เสียเปล่า
และถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นและไม่เคยมีผลในทางกฎหมาย
ยุติเรื่องที่เริ่มต้นมาจาก คตส.
4.ประกาศให้เรื่องที่อยู่ในกระบวนพิจารณาในชั้นเจ้าหน้าที่
และเรื่องที่อยู่ในกระบวนพิจารณาในชั้นศาล ที่เกิดจากการเริ่มเรื่องโดย คตส. เป็นอันยุติลง
5.การประกาศความเสียเปล่าของบรรดาคำวินิจฉัยและคำพิพากษาตามข้อ 3
และการยุติลงของกระบวนการตามข้อ 4 ไม่ใช่เป็นการนิรโทษกรรมหรือการอภัยโทษ
หรือการล้างมลทินแก่บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด
และไม่ใช่เป็นการลบล้างการกระทำทั้งหลายทั้งปวงของผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด
ดังนั้น หากจะเริ่มดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าวใหม่
ก็สามารถกระทำไปตามกระบวนการทางกฎหมายปรกติได้
แก้รัฐธรรมนูญให้ประชาชนลงประชามติ
6.เพื่อความชอบธรรมทางประชาธิปไตย
คณะนิติราษฎร์เสนอให้นำข้อเสนอดังกล่าวข้างต้นไปจัดทำเป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม
และนำไปให้ประชาชนออกเสียงประชามติ
ประเด็นที่ 2 การแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
ตามที่คณะนิติราษฎร์ได้จัดทำข้อเสนอการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
และนำเสนอสู่สาธารณะตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค. 2545 แล้วนั้น
ย้ำมาตรา 112 มีปัญหาหลายด้าน
1.คณะนิติราษฎร์ยังยืนยันว่าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
มีปัญหาทั้งในแง่ตัวบทกฎหมาย การบังคับใช้ และอุดมการณ์
จำเป็นต้องแก้ไข
บุคคลที่เกี่ยวข้องไม่ควรปฏิเสธว่าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ไม่มีปัญหา
และไม่จำเป็นต้องแก้ไข ทั้งที่ยังไม่มีการศึกษาและอภิปรายในวงกว้างอย่างจริงจัง
2.คณะนิติราษฎร์เห็นว่าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นเรื่องความสมดุลระหว่าง
ความร้ายแรงของการกระทำอันเป็นความผิดกับโทษที่ผู้กระทำความผิดนั้นควรได้รับ
จึงไม่เป็นไปตามหลักความพอสมควรแก่เหตุ
ซึ่งได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 29
จี้ กก. ปฏิรูปฯเปิดรับฟังความเห็น
3.คณะนิติราษฎร์เสนอให้คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย
จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในประเด็นประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
เพื่อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป
ตามพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. 2553 มาตรา 19 (3)
ประเด็นที่ 3 กระบวนการยุติธรรมกับผู้ต้องหาหรือจำเลย
และการเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายภายหลังรัฐประหาร วันที่ 19 ก.ย. 2549
ต้องอำนวยความยุติธรรมกับทุกฝ่าย
สืบเนื่องจากการรัฐประหาร วันที่ 19 ก.ย. 2549
ประเทศไทยต้องตกอยู่ในสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองเรื่อยมา
มีการชุมนุมของฝ่ายต่างๆ
มีการใช้ความรุนแรง
มีผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด
และมีผู้ได้รับความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน
ดังนั้น เพื่ออำนวยความยุติธรรมแก่ทุกฝ่าย
และเพื่อบรรเทาความเสียหายของประชาชน
คณะนิติราษฎร์จึงเสนอให้ดำเนินการดังต่อไปนี้โดยเร่งด่วน และเป็นรูปธรรม
สร้างหลักประกันความยุติธรรม
1.คณะนิติราษฎร์ไม่เห็นด้วยกับการออกกฎหมายนิรโทษกรรมที่มีเป้าหมายแอบแฝง
เพื่อยุติกระบวนการพิสูจน์ความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงครั้งต่างๆที่เกิดขึ้น
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี สิทธิของผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด
โดยมีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง หรือมีประเด็นทางการเมืองเป็นองค์ประกอบอย่างมีนัยสำคัญ
ต้องได้รับการประกันตามกระบวนการที่ถูกต้องและเป็นธรรม (Due Process)
ในลักษณะที่ไม่แตกต่างจากผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดในกรณีทั่วไป
สิทธิที่จะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวต้องถูกพิจารณาโดยเคร่งครัดและอย่างเป็นภาวะวิสัย
ในขณะที่การเรียกประกันหรือหลักประกันก็ต้องไม่เกินความจำเป็นแก่กรณี
ตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา 110 วรรคท้าย แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ซึ่งสอดคล้องกับหลักให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า
ผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ (Presumption of Innocence)
และก่อนมีคำพิพากษาถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิดจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้น
เสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้ ตามที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 39
จี้ ครม. ออกมติช่วยเหลือผู้เสียหาย
2.โดยอาศัยหลักความรับผิดของรัฐ คณะนิติราษฎร์เสนอให้คณะรัฐมนตรี
พิจารณาออกมติคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความช่วยเหลือหรือจ่ายค่าทดแทน
แก่ผู้ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้น
ภายหลังรัฐประหาร วันที่ 19 ก.ย. 2549 อย่างไม่เลือกปฏิบัติ
โดยอาจแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมารับผิดชอบโดยเฉพาะ
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และอัตราค่าทดแทน สามารถอาศัยแนวทางตามกฎหมายที่มีอยู่แล้ว เช่น
พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544
หรือพระราชบัญญัติสงเคราะห์ผู้ประสบภัยเนื่องจากการช่วยเหลือราชการ การปฏิบัติงานของชาติ
หรือการปฏิบัติตามหน้าที่มนุษยธรรม พ.ศ. 2543 เป็นต้น
และการได้รับค่าทดแทนดังกล่าวไม่เป็นการตัดสิทธิหรือประโยชน์ที่ผู้เสียหายพึงได้ตามกฎหมายอื่น
กสม. ต้องติดตามการละเมิดสิทธิ
3.คณะนิติราษฎร์เสนอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)
ติดตามตรวจสอบการกระทำหรือการละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิด
สิทธิมนุษยชนของผู้ต้องหาหรือจำเลย ซึ่งอาจเกิดขึ้นโดยองค์กรต่างๆ
ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา
เพื่อเสนอมาตรการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนตามพระราชบัญญัติ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 28
ประเด็นที่ 4 การยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550
และการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2550
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550
เป็นผลพวงต่อเนื่องจากรัฐประหาร วันที่ 19 ก.ย. 2549
จึงมีปัญหาความชอบธรรมทางประชาธิปไตย
แม้ว่ารัฐธรรมนูญดังกล่าวผ่านการออกเสียงประชามติก็ตาม
แต่กระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญ
และกระบวนการจัดให้มีการออกเสียงประชามติไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย
1.คณะนิติราษฎร์เสนอให้คณะรัฐมนตรีเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม
“หมวด 16 การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่”
ใช้รัฐธรรมนูญ 4 ฉบับเป็นต้นร่าง
2.คณะนิติราษฎร์เห็นว่ารัฐธรรมนูญที่จะนำมาใช้เป็นต้นแบบ
ในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
สมควรเป็นพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489
และอาจนำรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540
ในส่วนของการประกันสิทธิและเสรีภาพ
ตลอดจนโครงสร้างสถาบันการเมืองและองค์กรทางรัฐธรรมนูญ
เท่าที่สอดคล้องกับพัฒนาการในยุคร่วมสมัยมาเป็นแนวทางในการยกร่าง
สร้างจิตวิญาณประชาธิปไตย
3.เพื่อมิให้การรัฐประหารทำลายหลักการอันเป็นรากฐานของนิติรัฐประชาธิปไตยจนหมดสิ้น
คณะนิติราษฎร์เสนอให้มีการจัดทำ
“คำประกาศว่าด้วยคุณค่าอันเป็นรากฐานของระบอบเสรีประชาธิปไตย”
แม้คำประกาศดังกล่าวจะไม่มีสถานะเป็นกฎหมาย
แต่คำประกาศดังกล่าวเป็นวิญญาณของระบอบเสรีประชาธิปไตย
ที่ไม่มีบุคคลใดหรือไม่มีวิธีใดทำลายหรือทำให้สูญสิ้นไปได้
ทุกคนมีอิสระและเสมอภาค
4.คำประกาศว่าด้วยคุณค่าอันเป็นรากฐานของระบอบเสรีประชาธิปไตยยืนยันว่า
มนุษย์ทั้งปวงเกิดมามีอิสระและเสมอภาคกันในศักดิ์ศรีและสิทธิอำนาจสูงสุดเป็นของราษฎรทั้งหลาย
ไม่มีผู้ใดและไม่มีวิธีใดที่จะพรากไปจากราษฎรได้
การปกครองโดยกฎหมายที่ยุติธรรมเป็นคุณค่าพื้นฐานของรัฐ
และการแบ่งแยกอำนาจเป็นอุดมการณ์ในการจัดรูปการปกครองที่ต้องธำรงไว้ให้มั่นคงตลอดกาล
ลงประชามติรัฐธรรมนูญใหม่
5.หลังจากสภาร่างรัฐธรรมนูญให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแล้ว
ให้นำร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวไปออกเสียงประชามติเพื่อให้ความเห็นชอบ
นายปิยบุตรกล่าวว่า ประเด็นแรกเรื่องผลพวงรัฐบาลวันที่ 19 ก.ย. 2549
ข้อเสนอนี้ตั้งบนพื้นฐานการไม่ยอมรับรัฐประหาร
หรือบางคนอาจต่อต้าน เวลาการรัฐประหาร 5 ปีที่ผ่านมาเป็นโอกาสอันดีของคน
ที่เคยพูดว่าไม่เห็นด้วยกับรัฐประหารในการแสดงออกมาเป็นรูปธรรม
ขอเชิญชวนให้คนที่ไม่เห็นด้วยแต่ไม่เคยแสดงออก
ช่วยพิจารณาข้อเสนอของพวกเราเรื่องการล้มล้างรัฐประหาร
ถ้าสักแต่พูดใครก็พูดได้ วิธีการนี้คือวิธีการบอกอย่างชัดเจนว่าไม่เอารัฐประหาร
เสนอเพื่อไม่ให้มีรัฐประหารอีก
ข้อเสนอนี้มีประโยชน์คือ เป็นการประกาศเป็นสัญลักษณ์ว่าต่อไปนี้ในแผ่นดินนี้
มีโอกาสที่รัฐประหารจะถูกประกาศว่าเป็นสิ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย
มีโอกาสที่ผลผลิตจากรัฐประหารอาจต้องถูกล้มล้าง
และเป็นการป้องกันการทำรัฐประหารที่อาจจะมีขึ้นในอนาคต
เพราะคนที่ทำรัฐประหาร คนรับใช้รัฐประหาร
ต้องพึงสังวรว่าวันข้างหน้าถ้าระบบเข้าสู่ปรกติ
อาจจะถูกระบบการล้มล้างรัฐประหารโต้กลับเกิดขึ้นได้
ศาลต้องกล้าไม่ใช้คำสั่งรัฐประหาร
นายปิยบุตรกล่าวว่า เวลาพูดถึงเรื่องรัฐประหารมักมีคนพูดว่ามีวิธีการป้องกัน แบ่งเป็นสองช่วงคือ
หลังรัฐประหารหมาดๆ คนจะต่อต้านน้อย แต่ยังมีวิธี เช่น
องค์กรผู้ใช้กฎหมาย โดยเฉพาะศาลอาจจะมาช่วยในการตัดสินคดี
ในทิศทางไม่ยอมรับกับสิ่งที่คณะรัฐประหารทำขึ้นมา
แต่ก็ต้องเข้าใจด้วยว่าหลังรัฐประหารหมาดๆมีแต่อำนาจดิบเถื่อนใครจะไปกล้าขวางทางปืน
และอีกช่วงคือ หลังจากรัฐประหารเสร็จแล้วเริ่มเข้าสู่รูปแบบปรกติ
มีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง พอเข้าสู่ช่วงนี้ก็มีวิธีการ เช่น องค์กรนิติกรผู้ใช้กฎหมาย
โดยเฉพาะศาลต้องกล้าพอที่จะหาหนทางไม่ใช้ข้อกำหนดที่เกิดจากการรัฐประหาร
หรือใช้แต่ตีความให้เป็นคุณกับประชาธิปไตย
ย้อนดูคำตัดสินอ้างประกาศรัฐประหาร
“ปัญหาของเราคือพยายามที่จะไม่ใช้ผลผลิตของการรัฐประหาร
หากย้อนไปดูในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าศาลยึดถือคำสั่ง คปค.
ในการตัดสินคดีหลายคดี โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ ที่ถึงขั้นประกาศว่า
คำสั่ง ประกาศของ คปค. เป็นอำนาจรัฐถาธิปัตย์
บ้างก็อธิบายว่าสถานการณ์ขณะนั้นจำเป็นต้องมีองค์กรอย่าง คตส.
ขึ้นมาตรวจสอบทรัพย์สิน คุณค่าของคำพิพากษาหรือกฎหมายจึงมีแค่ข้อเดียวคือ
เอามาใช้สอนนักศึกษาว่าเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง จึงถึงเวลาแล้วที่จะต้องลบล้างเรื่องเหล่านี้”
ล้างคำสั่งไม่พอต้องเอาผิดฐานก่อกบฏ
นายธีระกล่าวว่า เมื่อมีการทำให้การนิรโทษกรรมเป็นโมฆะ หมายถึง
การนำรัฐประหารมาลงโทษตามกฎหมายบ้านเมือง
ข้อเสนอคือจะประกาศความเป็นโมฆะของรัฐธรรมนูญ
เมื่อประกาศการนิรโทษกรรมถือเสมือนหนึ่งไม่เคยเกิดขึ้น
คณะรัฐประหารก็ยังเป็นกบฏ จึงไม่เฉพาะตัวการคณะรัฐประหารเท่านั้น
ผู้ใช้และผู้สนับสนุนทั้งหลายต้องลากเอามาลงโทษด้วย
จึงเห็นว่าแค่ลบล้างคำสั่งของคณะรัฐประหารไม่เพียงพอ
เพราะไม่เช่นนั้นเขาก็จะทำรัฐประหารใหม่
สิ่งที่จะเสนอควบคู่คือการประกาศการเป็นโมฆะของรัฐธรรมนูญ
ถ้ามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้
จะประกาศความเป็นโมฆะของนิรโทษกรรมให้ผู้ทำรัฐประหารปี 2549
และขอให้ลงประชามติให้ถล่มทลายเพื่อจะได้ลากพวกเขาออกมา
http://www.dailyworldtoday.com/newsblank.php?news_id=12144



