ที่มา thaifreenews
โดย bozo
ครม. อนุมัติ ธอส.ปล่อยกู้บ้านหลังแรกไม่เกิน 1 ล้านบาท
ปลอดดอกเบี้ย 3 ปีแรก ครอบคลุมบ้านมือสองที่อยู่ในกรรมสิทธิ ธอส.
น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้มีมติเห็นชอบโครงการธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.)
เพื่อที่อยู่อาศัยหลังแรกตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ในวงเงินปล่อยกู้ 20,000 ล้านบาท
โดยไม่คิดดอกเบี้ยในระยะเวลา 3 ปีแรก
ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ไม่เคยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองมาก่อน
ให้สามารถซื้อบ้านเป็นของตนเองได้
ทั้งนี้มีเงื่อนไข คือ
1.ผู้ที่ขอสินเชื่อตามโครงการดังกล่าวจะต้องไม่เคยเป็นเจ้าของบ้านมาก่อน
และต้องย้ายชื่อเข้ามาเป็นเจ้าบ้านและอยู่อาศัยจริงตามโครงการนี้
2.ผู้ขอสินเชื่อต้องไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง
3.บ้านต้องมีราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยรวมราคาที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างไว้แล้ว
ทั้งนี้จะครอบคลุมบ้านมือสองที่อยู่ในกรรมสิทธิ์ของ ธอส.
4.วงเงินกู้ไม่เกิน 100% ของราคาประเมินที่ดิน พร้อมอาคาร หรือห้องชุด
5.ระยะเวลาการกู้ไม่เกิน 30 ปี 6.ผู้กู้ต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปี
7.ผู้กู้สามารถติดต่อขอกู้เงินได้ตั้งแต่ 7 วันนับแต่วันที่ ครม.มีมติอนุมัติ จนถึง 30 ก.ย.55
โดยต้องทำนิติกรรมกับ ธอส.ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ธ.ค.55
8.ธอส.จะสงวนสิทธิ์ในการกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดโครงการก่อนกำหนด
หาก ธอส.ให้สินเชื่อเต็มวงเงินในโครงการแล้ว
http://www.posttoday.com/การเมือง/114351/ไฟเขียวกู้บ้านหลังแรกดอก0
Re:

ครม.ไฟเขียว ธอส.ดำเนินโครงการบ้านหลังแรกดอกเบี้ย 0% นาน 3 ปี ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท
เริ่มต้นจันทร์หน้า สิ้นสุด 31 ธ.ค.2555 โดยรัฐจะชดเชยดอกเบี้ยให้ ธอส. เป็นเงิน 2,400 ล้านบาท...
เมื่อวันที่ 4 ต.ค. นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า
คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติมาตรการโครงการบ้านหลังแรก
สำหรับผู้มีรายได้น้อยอัตรา 0% เป็นระยะเวลา 3 ปี
โดยให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เป็นผู้ดำเนินโครงการในวงเงิน 20,000 ล้านบาท
ซึ่งรัฐบาลจะชดเชยอัตราดอกเบี้ยประมาณ 4% คิดเป็นเม็ดเงินประมาณ 2,400 ล้านบาท
ให้แก่ ธอส. หรือเฉลี่ยปีละ 800 ล้านบาท
ทั้งนี้ บ้านที่ซื้อจะเป็นบ้านใหม่จากโครงการ บ้านใหม่ปลูกบนพื้นที่ตัวเอง
หรือบ้านมือสองก็ได้
กรณีบ้านมือสองจะต้องเป็นบ้านมือสองที่อยู่ในพอร์ตทรัพย์สินรอการขายของ ธอส.เท่านั้น
โดยราคาบ้านจะต้องไม่เกิน 1 ล้านบาท
เริ่มต้นโครงการนับจาก 7 วันหลังจาก ครม.อนุมัติ (10 ต.ค.) และสิ้นสุดโครงการในวันที่ 31 ธ.ค.55
“เหตุที่เรากำหนดให้บ้านมือสองต้องซื้อเฉพาะโครงการของ ธอส.เท่านั้น
เพราะต้องการกระตุ้นให้ทรัพย์รอการขายของ ธอส.นั้นขายได้มากขึ้น
โดยทรัพย์รอการขายของ ธอส.ในขณะนี้มีให้เลือกถึง 10,000 ยูนิต ราคาไม่ถึง 1 ล้านบาท
ส่วนที่เรากำหนดราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท
เพราะ ครม.มองว่า บ้านราคาไม่เกิน 1 ล้านบาทยังมีอยู่จำนวนมาก”
นายวิรุฬ กล่าวต่อว่า มาตรการดังกล่าว
ถือเป็นมาตรการเสริมจากโครงการลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ซื้อบ้านหลังแรก
ซึ่งจะช่วยในวงเงินกู้บ้านในราคาถึง 5 ล้านบาท
ทำให้ผู้มีรายได้น้อยได้รับประโยชน์ไม่เต็มที่
ดังนั้น รัฐบาลจึงได้ออกมาตรการดังกล่าวมาเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิจะต้องเลือกสิทธิใดสิทธิหนึ่งเท่านั้น
“เดิมมาตรการบ้านหลังแรกที่ให้สิทธิลดหย่อนภาษีนั้น
เราจะให้สำหรับผู้ที่ซื้อบ้านราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท
ซึ่งผู้ซื้อต้องมีรายได้ประมาณ 50,000-80,000 บาท ถึงจะได้รับสิทธิเต็มที่
กรณีนี้จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกระดับ แต่เราต้องการจะกระตุ้นอีกระดับ คือ
ระดับล่าง เพราะคนเหล่านี้ไม่ได้สิทธิภาษี
แต่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นบ้านหลังแรกจริง ถ้าไม่ใช่จะโดนปรับ” รมช.คลัง กล่าว.
http://www.thairath.co.th/content/eco/206682
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Tuesday, October 4, 2011
ไฟเขียวกู้บ้านหลังแรกดอก0%
แม่น้องเกด-เสื้อแดงบุกบก.ทบ. เผาโลงศพบิ๊กทหาร
ที่มา ข่าวสด
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 ต.ค. ผู้สื่อข่าว‘ข่าวสด’รายงานว่า นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาของน.ส.กมลเกด อัคฮาด หรือน้องเกด เหยื่อที่เสียชีวิตในเหตุสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553 พร้อมกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 30 คน นำรถกระบะที่ติดรูปน้องเกดมาชุมนุมบริเวณหน้า บก.ทบ. และนำป้ายข้อความโจมตีทหารมาติดบริเวณป้ายกองทัพบกว่า “ทหารเป็นฆาตรกรฆ่าประชาชน แต่กลับได้รับการปูนบำเหน็จในการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร” พร้อมทั้งนำรูปถ่ายกลุ่มคนเสื้อแดงที่เสียชีวิตระหว่างการชุมนุมมาติด นอกจากนี้ยังนำโลงศพปลอมที่เป็นลังกระดาษติดรูปของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองผบ.ทบ. พล.อ.โปฏก บุนนาค ผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.ต.กัมปนาท รุดดิษฐ์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 และพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก มาวางและจุดไฟเผา
นางพะเยาว์ กล่าวว่า อยากให้ทหารที่เกี่ยวข้องกับเหตุสลายการชุมนุมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก่อน จะได้เลื่อนตำแหน่ง แต่เมื่อบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารประกาศออกมาแล้ว พวกเราก็ต้องทำใจ เพราะทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของบรรดานายทหารเหล่านั้น หากยังคิดเองไม่ได้ ตนกับกลุ่มผู้ชุมนุมยืนยันที่จะต่อสู้ลักษณะนี้ไปเรื่อยๆ และจะยกระดับการชุมนุมต่อไป โดยจะไม่ยอมให้นายทหารเหล่านี้เสวยสุขและจะดำเนินการทุกวิถีทาง เพราะการแต่งตั้งนายทหารครั้งนี้ชั่วร้าย เนื่องจากปกติถ้าทหารทำผิดก็ต้องถูกพักราชการ แต่ทหารกลุ่มนี้ไม่ถูกพักราชการ แถมยังได้ความดีความชอบและได้เลื่อนตำแหน่งใหญ่โต
ครม.เห็นชอบต่อมาตรการลดค่าครองชีพ รถไฟ-เมล์ฟรีถึง 15 ม.ค.
ที่มา มติชน
นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 4 ตุลาคม ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ต่อมาตรการลดค่าครองชีพ รถไฟ รถเมล์ฟรี ไปจนถึง 15 มกราคม 2555 โดยที่ประชุมหารือว่าหากต่อถึงเพียงวันที่ 31 ธันวาคม 2554 เกรงว่าหากประชาชนกลับบ้านช่วงเทศกาลปีใหม่ ขาไปอาจจะไปฟรี แต่ขากลับจะต้องเสียเงิน จึงขยายมาตรการออกไปจนถึงช่วงกลางเดือน ให้ผ่านพ้นเทศกาลไปก่อน
ครม.ไฟเขียว"วิเชียร"นั่งเลขาฯสมช."สุกิจ"เป็นอธิบดีกรมการปกครอง"วรพล"เลขาฯก.ล.ต.คนใหม่
ที่มา มติชน

ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 4 ตุลาคม มีมติเห็นชอบแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชระดับสูงหลายตำแหน่ง โดยเห็นชอบให้ นายธีระพงษ์ โสดาศรี รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ แทน นายกฤษณพร เสริมพานิช ที่เกษียณอายุราชการ, นายสุกิจ เจริญรัตนกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ไปดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมการปกครอง แทน นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ ที่เกษียณอายุราชการ และ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.).แทน นายถวิล เปลี่ยนศรี นอกจากนั้นเห็นชอบให้แต่งตั้งนายวรพล โสคติยานุรักษ์ เป็นเลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) คนใหม่
"ทักษิณ"สั่งส.ส.พท.ห้ามแตะปมน้ำไม่ท่วมสุพรรณบุรี หวั่นกระทบรัฐบาล ขอถก"บิ๊กเติ้ง"เอง
ที่มา มติชน

นายพายัพ ปั้นเกตุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โทรศัพท์มาประสานงานว่าอยากให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทยยุติการแสดงท่าทีเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะการแสดงความคิดเห็นพาดพิงพรรคชาติไทยพัฒนาในฐานะที่เป็นพรรคที่ ดูแลกรมชลประทานหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีส่วนสำคัญทำให้ สุพรรณบุรีน้ำไม่ท่วม
"พ.ต.ท.ทักษิณยอมรับว่าเข้าใจถึงปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยทุกคน แต่สำหรับปัญหานี้ พ.ต.ท.ทักษิณจะขอหารือกับนายรรหารเป็นการส่วนตัวเอง เพราะหากปล่อยให้ ส.ส.แสดงความคิดเห็นกันต่อไปกังวลว่าอาจจะกระทบความสัมพันธ์กับพรรคร่วม รัฐบาลได้" นายพายัพกล่าว
นายพายัพกล่าวว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้น้ำไม่ท่วมสุพรรณบุรีมาจากการระบายน้ำน้อยเกินไปจาก ประตูน้ำพลเทพตรงแม่น้ำสุพรรณบุรี ส่งผลให้น้ำไปเอ่อท่วมจังหวัดรอบข้างทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นอุทัยธานี อ่างทอง และชัยนาท ทางผ่านของแม่น้ำสุพรรณบุรี จึงอยากให้กรมชลประทานเข้าไปดูแลให้เกิดความเป็นธรรมด้วย อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามีบางพื้นที่ของสุพรรณบุรีน้ำท่วมบ้างจริงแต่อยู่ใน อ.เดิมบางนางบวช พื้นที่ของนายสหรัฐ กุลศรี ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคเพื่อไทย
นายสุชาติ ลายน้ำเงิน รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและอดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สงสัยว่าทำไมกรมชลประทานถึงได้ระบุว่าการซ่อมประตูน้ำบางโฉมศรี ต.ชีน้ำร้าย อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี นานถึง 15 วัน เพราะชาวบ้านลพบุรีคงจะรอไม่ไหว ซึ่งประตูน้ำนี้มีส่วนสำคัญมากต่อการป้องกันไม่ให้น้ำท่วมลพบุรีมาตลอดและจะ ทำให้น้ำบางส่วนผันเข้าไปยังแม่น้ำสุพรรณบุรีเพื่อบรรเทาปัญหา แต่พอประตูน้ำแห่งนี้เสียหาย น้ำจึงทะลักเข้าลพบุรีทำให้สุพรรณบุรีไม่ต้องประสบปัญหา
"เรื่องนี้ไม่อยากมองเป็นเรื่องการเมืองแต่ปัญหาที่เกิดขึ้นมันเหลือ อดจริงๆ เพราะนาข้าวพื้นที่หนึ่งต้องจมน้ำ ขณะที่อีกพื้นที่หนึ่งกำลังเตรียมดินทำนาปลูกข้าว อยากให้กรมชลประทานเข้ามาดูแลด้วย" นายสุชาติกล่าว
'กฤษณา'กร้าว ไม่ให้ผู้นำฝ่ายค้านจ้อผ่านสื่อ
ที่มา thaifreenews
โดย bozo

“กฤษณา” ปรับปรุงผังช่อง 11 เพิ่มรายงานน้ำท่วมตลอดวัน ใส่ข่าวสั้น
เพิ่มรายการสนทนาผลงานรัฐบาล เสียงแข็งไม่ให้เวลาผู้นำฝ่ายค้านจ้อผ่านสื่อรัฐ
อ้างยึดธรรมเนียมปฏิบัติเดิมก็ไม่เคยมี...
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 ต.ค.
น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับปรุงผังรายการสถานีโทรทัศน์ช่อง 11
เพื่อการประชาสัมพันธ์เชิงรุกของรัฐบาล ว่า
ตั้งใจไว้ว่าจะปรับปรุง นอกเหนือจากผังรายการที่จะปรับอยู่แล้ว
เพื่อให้มีการรายงานเกี่ยวกับน้ำท่วม ให้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมตลอดทั้งวัน
เพราะช่วงนี้ยังเป็นช่วงที่วิกฤติมาก
กำลังสั่งการอยู่โดยจะมอบหมายให้อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์คนใหม่เป็นผู้รับผิดชอบ
และจะปรับเพิ่มรายการข่าว ที่เป็นข่าวสั้น ในช่วงที่มีอะไรน่าสนใจมาก
และพยายามเพิ่มรายการสนทนา เกี่ยวกับนโยบาย
และการทำงานของรัฐบาลเพิ่มขึ้น ให้เข้าใจได้ง่ายที่สุด
โดยให้เป็นข่าวที่เป็นกลาง เป็นความจริง และเป็นอิสระ
ส่วนในอนาคตถ้ามีเรื่องใดน่าสนใจมากขึ้น
ก็จะเสนอในลักษณะข่าว
เมื่อถามอีกว่า รายการข่าวที่บริษัทเอกชนเข้ามาทำ จะไม่ต่อสัญญาเหมือนกันใช่หรือไม่
น.ส.กฤษณา กล่าวว่า
กำลังพิจารณาอยู่ อยากจะให้ช่อง 11 ใช้ศักยภาพของตัวเองให้มากที่สุด
เมื่อถามว่า รัฐบาลจะมีรายการที่น่าสนใจเป็นพิเศษ
และนายกฯ จะไปออกรายการทีวีเหมือนกับอดีตนายกฯ คนอื่นที่ผ่านมาหรือไม่
รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ได้เรียนถามนายกฯ
แต่นายกฯน่าจะมีความตั้งใจ
ที่จะสื่อสารการทำงานของรัฐบาล นายกฯ น่าจะมีโอกาสไปออกรายการ
ส่วนกรณีที่นายกฯ พูดผิดพลาด ในการออกรายการวิทยุครั้งแรกที่ผ่านมา
ยังไม่แน่ว่าจะต้องเปลี่ยนไปบันทึกเทปแทน แต่คงจะมีการปรับปรุง เพื่อให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ
เมื่อถามถึง กรณีที่ผู้นำฝ่ายค้านจะขอเวลาจัดรายการผ่านสื่อของกรมประชาสัมพันธ์บ้าง
น.ส.กฤษณา กล่าวว่า เรียนหลายครั้งแล้วว่า ตามธรรมเนียมปฏิบัติไม่เคยมีมา
ตนก็คงพิจารณาตามเดิม
เมื่อถามย้ำว่า แต่พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องหาสปิริตให้รัฐบาลใจกว้าง ให้เวลาฝ่ายค้าน
รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า
แต่เดิมก็ไม่เคยมีมา ตนเรียนแค่นั้น ขอทำตามธรรมเนียมปฏิบัติเดิมแล้วกัน
เมื่อถามว่า สมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล เคยอ้างว่าเปิดโอกาสให้ผู้นำฝ่ายค้าน
แต่พรรคฝ่ายค้านขณะนั้น ไม่มีผู้นำฝ่ายค้านเอง
น.ส.กฤษณา กล่าวว่า ตนไม่เคยทราบว่ามีการเปิดโอกาสให้ผู้นำฝ่ายค้าน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ามีการร้องขอมาจะแหกธรรมเนียมปฏิบัติเดิมหรือไม่ หรือจะไม่ให้
น.ส.กฤษณา กล่าวว่า ยืนยันว่าขอทำตามธรรมเนียมปฏิบัติเดิม.
http://www.thairath.co.th/content/pol/206598
‘เจ๊ดา’มอบตัวตามนัด-ตร.ปล่อยหลังสอบปากคำ
ที่มา ข่าวสด
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 ต.ค. ที่ สน.ลุมพินี นางดารุณี กฤตบุญญาลัย แนวร่วม นปช. พร้อมนายคารม พลพรกลาง ทนายความ เดินทางเข้ามอบตัวกับ พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ในความผิดฐานฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองเมื่อ19 พ.ค.53 โดยบรรยากาศหน้า สน.ลุมพินี เป็นไปอย่างคึกคัก มีกลุ่มคนเสื้อแดงตะโกนส่งเสียงให้กำลังนางดารุณีอย่างเนืองแน่น รวมถึงสื่อมวลชนจากหลายสำนักต่างร่วมกันทำข่าวกันเป็นจำนวนมาก จนเกือบเกิดเหตุชุลมุน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรีบนำตัวนางดารุณีขึ้นไปที่ห้องประชุมชั้น 2 เพื่อพบกับพล.ต.ต.สมชาย พัชรอินโต ผบก.น.5
นายคารม กล่าวว่า นางดารุณีถูกออกหมายเรียกข้อหาฝ่าฝืนพ.ร.บ.ฉุกเฉิน มีโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หลังได้รับหมายเรียก ตนในฐานะทนายได้ทำเรื่องเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวนมาตลอด ซึ่งเป็นการแสดงว่าไม่ได้มีเจตนาหลบหนี วันนี้เมื่อเรามีความพร้อมจึงเข้ามาพบพนักงานสอบสวน โดยนางดารุณีปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและจะต่อสู้จนถึงที่สุดทุกประเด็น เนื่องจากพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวออกโดยไม่ชอบตามกฎหมายและจะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย อีกทั้งเมื่อมีการออกประกาศใช้พ.ร.บ.ฉุกเฉิน นางดารณีก็ไม่ทราบและได้ออกไปจากพื้นที่การชุมนุมแล้ว
ด้านนางดารุณี กล่าวว่า ที่ถูกออกหมายเรียกนั้น ไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะแค่เป็นการถูกกล่าวหา ประชาชนเสื้อแดงที่มาร่วมชุมนุมต่างมาชุมนุมด้วยความสงบสันติ อหิงสา ปราศจากอาวุธ แต่ตอนนั้นที่ต้องหลบหนีเพราะมีการกระชับพื้นที่ ทำให้ไม่แน่ใจในความปลอดภัยในชีวิตของตนเอง รวมทั้งถูกโทรทัศน์ช่อง 11 ขณะนั้น ใส่ร้ายด้วยการนำเสียงของ‘ดา ตอร์ปิโด’ มาตัดต่อใส่ภาพขณะตนขึ้นเวทีปราศรัย ทำให้ถูกต่อว่าในโลกออนไลน์อย่างหนัก จึงต้องหลบไปตั้งหลัก เพราะรู้สึกว่าไม่ผิดก็ไม่มอบตัว เมื่อวันนี้มีความพร้อมจึงมารับทราบข้อกล่าวหาพร้อมทนาย
เมื่อ ถามว่าหลบหนีไปอยู่ที่ใดบ้างนางดารุณี กล่าวว่า ตนและแกนนำคนอื่นก็หลบหนีไปอยู่ตามที่ต่างๆ ไม่ใช่ที่ประเทศกัมพูชา แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าเป็นที่ใด แต่ก็ยังมีการติดต่อกันตามชายแดนไม่เคยเข้ามาในประเทศไทย ส่วนที่ประเทศกัมพูชาก็คงเห็นตามที่ปรากฏเป็นข่าวทางโทรทัศน์ในการเตะบอลสาน สัมพันธ์เสื้อแดงกับกัมพูชาว่าได้พบทั้งพ.ต.ท.ทักษิณชินวัตร อดีตนายกฯ และนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง
เมื่อถามถึงนายอริสมันต์ว่าจะเข้ามอบตัวเมื่อไร นางดารุณี กล่าวว่า นายอริสมันต์ก็พร้อม แต่อยากให้นักข่าวไปถามเจ้าตัวเองดีกว่า เพราะถ้าคนอื่นให้ข่าวไป รู้สึกว่าไม่เหมาะสมและก็ไม่รู้จริง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากใช้เวลาสอบปากคำประมาณ 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปล่อยตัวนางดารุณีออกมา ซึ่งเจ้าตัวมีสีหน้ายิ้มแย้มและออกไปยืนร้องเพลงหน้า สน.ลุมพินี พร้อมกล่าวขอบคุณกลุ่มคนเสื้อแดงที่มาให้กำลังใจในการปล่อยตัวครั้งนี้ โดยนางดารุณีไม่ต้องยื่นเรื่องประกันตัว เนื่องจากมาพบพนักงานสอบสวนเองตามหมายเรียก ประกอบกับข้อหามีอัตราโทษต่ำและผู้ต้องหาไม่มีเจตนาหลบหนี ส่วนนายจรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงอีกคนได้เเดินทางเข้าประเทศไทยแล้ว รอเพียงการติดต่อขอเข้ามอบตัวเท่านั้น
ผิดแผน
ที่มา ข่าวสด
เหล็กใน
มันฯ มือเสือ
ระหว่างที่รัฐบาลกำลังวุ่นวายอยู่กับการแก้ปัญหาน้ำท่วม
ปรากฏมีคนพยายามฉวยโอกาสเล่นเกมการเมือง 'ตอกลิ่ม' ขยายรอยร้าวระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ
เพราะรู้ดีว่าทั้งคู่มีความ 'ไม่สนิทใจ' กันมาก่อนเป็นทุนเดิมอันเนื่องมาจากเหตุการณ์เดือนเม.ย.-พ.ค. ปีก่อน
ด้วยความไม่สนิทใจกันนี้เองทำให้ 'โผทหาร' ปีนี้ถูกจับตาเป็นพิเศษ
โดย ก่อนหน้านี้จะเห็นถึงความพยายามปล่อยข่าวทำนองว่า รัฐบาลชุดนี้เตรียม 'ล้างบาง' ข้าราชการสายอำนาจเก่า โดยเฉพาะ 'ขุนทหาร' ที่มีส่วนพัวพันเหตุการณ์สลายม็อบเสื้อแดงเมื่อปีก่อน
หมากตานี้ร้ายกาจพอสมควร เพราะนอกจากสอดรับกับข้อเรียกร้องของเสื้อแดงบางส่วนแล้ว ยังหวังผลยั่วให้ทหารเกิดความไม่พอใจรัฐบาลอีกด้วย
แม้ กระทั่งนาทีสุดท้ายก่อนการโปรดเกล้าฯ ลงมา ยังมีการไปแหย่ถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เรื่องที่มีข่าว นายจตุพร พรหมพันธุ์ เตรียมนำม็อบเสื้อแดงไปประท้วงคัดค้านการแต่งตั้งนายทหาร
แต่บังเอิญ ผบ.ทบ.ช่วงหลังท่านเย็นลงเยอะ เลยให้สัมภาษณ์แบบนิ่มๆ ว่า ถ้าเป็นการชุมนุมโดยสงบก็ทำได้ ส่วนถ้าใครทำผิดกฎหมายหรือไปละเมิดสิทธิคนอื่น สังคมจะตัดสินเอง
ต่าง จากท่าทีแกนนำบางพรรคการเมืองที่รีบฉวยโอกาสปลุกปั่นทันทีว่า นายจตุพรและคนเสื้อแดงกำลังใช้ 'กฎหมู่' บังคับให้การแต่งตั้งนายทหารเป็นไปตามอำเภอใจ
ทั้งที่นายจตุพรชี้แจง ว่า การชุมนุมเป็นเรื่องของกลุ่มญาติวีรชนนำโดยนางพะเยาว์ อัคฮาด หรือแม่น้องเกด ซึ่งเคลื่อนไหวคัดค้านเรื่องนี้มาแล้วหลายครั้ง
เพราะแม่น้องเกดเชื่อว่าบิ๊กทหารบางนายมีส่วนในการตายของลูกสาว
อย่าง ไรก็ตาม 'แผนเสี้ยม' ให้กองทัพแตกคอกับรัฐบาล ต้นสายปลายเหตุน่าจะเชื่อมโยงไปถึงกรณีรัฐบาลกำลังเดินหน้าบี้คดี 13 ศพอย่างหนักอยู่ตอนนี้
จึงมีบางคนพยายามเป่าหูทหาร ยั่วให้แตกคอกับรัฐบาล เพื่อหวังผลให้ทหารออกมาล้มกระดานการเมือง ตัดตอนคดี 13 ศพก่อนภัยจะรุกล้ำมาถึงตัว
แต่ตามแนวทางการสางคดีที่รัฐบาลยืนยันมุ่งไปที่ตัว 'คนสั่งการ' มากกว่าเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ
เลยทำให้แผนเสี้ยมครั้งนี้ไม่ได้ผล
ฉะ ส.ส.หญิง ปชป.วิจารณ์ผมยิ่งลักษณ์
ที่มา thaifreenews
โดย ป้าพลอย
ฉะ ส.ส.หญิง ปชป.วิจารณ์ผมยิ่งลักษณ์
“อนุสรณ์”ไล่ส่ง ส.ส.หญิง ปชป.ไปยกหน้าใหม่ หลังโผล่วิจารณ์หน้า-ผม “นายกฯปู” ซัดพูดไม่ดูตาม้าตาเรือโดนพวกตัวเอง เหน็บแรงอาจเสียเงินฟรี แนะกินยาทัมใจแล้วไปนอน...
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนมากมาย ทางทีมโฆษกรัฐบาล ได้ร่วมจัดรายการ “สถานีรวมใจ ช่วยภัยน้ำท่วม” เป็นรายการสด ออกอากาศทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 10.00 น.-11.00 น. เริ่มตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ เพื่อเป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสาร ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน
โดยมีนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด เป็นผู้จัดรายการหลัก และได้เชิญรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้อง หัวหน้าส่วนราชการ มาพูดคุยเพื่อรายงานผลการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน จนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลาย ะะะการที่พรรคฝ่ายค้านออกมาโจมตีรัฐบาลทุกเรื่องอย่างไร้เหตุผล เหมือนแก๊งปาหินที่หวนกลับมาอีกครั้ง และเป็นการจงใจบิดเบือนชัดเจน
อย่าง กรณีที่กล่าวหาว่ารัฐบาลทำบางระกำโมเดลแล้ว ทำน้ำท่วมทั่วประเทศ ถือเป็นการจงใจใส่ร้าย และแกล้งไม่เข้าใจ ทั้งที่นายกรัฐมนตรี แสดงภาวะผู้นำอย่างชัดเจน และแก้ปัญหาครอบคลุมในทุกมิติ จึงอยากเรียกร้องให้ฝ่ายค้านลองติดตามรายการ“สถานีรวมใจ ช่วยภัยน้ำท่วม” ดู เพราะมันตรงกันข้ามกับในสมัยของนายอภิสิทธิ์ เป็นรัฐบาลที่ไม่ทำอะไรเลย หรือเรื่องการแก้ปัญหายาเสพติดที่บอกว่ารัฐบาลไหนๆก็ถือเป็นวาระแห่งชาติ ทั้งนั้น ก็ต้องบอกว่าตอนสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ น่าจะเป็นภาระของชาติมากกว่า
“ผมไม่เข้าใจ ส.ส.หญิงจากพรรคประชาธิปัตย์ท่านหนึ่ง ที่ดูเหมือนกลัวว่าจะไม่มีอะไรจะค้าน เพราะเกิดอาการอิจฉา กระทั่งนายกฯยิ่งลักษณ์ ทาลิปสติกสีไหน ถือกระเป๋าอะไร ทำผมสั้นหรือยาว แล้วเอาไปติเตียนได้ จึงอยากให้ส่องกระจกดูสภาพตัวเองนิดนึง อย่าคิดว่าหาเรื่องอะไรมาดิสเครดิตไม่ได้ ก็เอาเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมนี่แหล่ะ มันไม่ใช่ ก็นายกฯยิ่งลักษณ์ เป็นคนสวย ไม่ว่าจะทำอะไรก็สวยอยู่แล้ว และเป็นการเสริมบุคคลิกผู้นำด้วย เพราะฉะนั้นขอเถอะอย่าไปอิจฉาเค้าเลย แต่ก็ไม่ห้ามหากผู้ที่พูดวิจารณ์นายกฯจะทำใจไม่ได้ จะไปยกหน้าใหม่ก็ไม่ได้ห้ามอะไร แต่ผมว่าด้วยสภาพอย่างนั้น ทำหน้าใหม่ก็คงหมดเยอะอยู่ เพราะวีต้าก็คงเอาไม่อยู่ ผมแนะนำว่าลองกินยาทัมใจแล้วไปนอนซะ เพราะขอให้รู้ว่าจะพูดจะจาอะไร จะปาหินใส่ใคร รู้มั้ยว่า โดนพวกเดียวกันเองทั้งนั้น” นายอนุสรณ์กล่าว
เผยภาพเหยื่อแขวนคอ 6 ตุลา'19 ครั้งแรก!
ที่มา thaifreenews
โดย bozo
เขียนโดย JJ_Sathon






โครงการกำแพงประวัติศาสตร์: ธรรมศาสตร์กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
ร่วมกับเครือข่ายเดือนตุลา
องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(ท่าพระจันทร์)
กลุ่มประชาคมจุฬาเพื่อประชาชน(CCP)
กลุ่มประชาคมธรรมศาสตร์คัดค้านอำนาจนอกระบบ(TCAD)
กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย(LLTD)
กลุ่มเสรีเกษตรศาสตร์(LKS)
และกลุ่มประชาคมมหิดลเสรีเพื่อประชาธิปไตย(FMCD)
จัดงานสัปดาห์รำลึก 35 ปี 6 ต.ค.19
ระหว่างวันที่ 1-14 ต.ค. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์
วิภา ดาวมณี ผู้ประสานงานคณะกรรมการรับข้อมูลและสืบพยานเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ระบุว่า
ในปีนี้ มีภาพเหตุการณ์วันที่ 6 ต.ค.2519 ซึ่งไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อนจำนวน 25 ภาพ
ส่งมาจากอดีตนักเรียนอาชีวะผู้ไม่ประสงค์ออกนาม
โดยภาพชุดดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ช่วงเช้า
หลังมีการใช้กำลังตำรวจ-ตชด. บุกเข้าไปใน มธ.
โดยเบื้องต้นเผยแพร่ทางออนไลน์ที่เว็บไซต์ http://2519.net
และเพจ Truth Finding
https://www.facebook.com/pages/Truth-Finding/122736797766913
ในเฟซบุ๊ก
วิภา ระบุว่า ภาพชุดดังกล่าว มีชายคนหนึ่งถูกใส่กุญแจมือ ลากลงจากรถ และนำมาแขวนคอ
โดยจากการตรวจสอบ
ชายในภาพเป็นคนละคนกับชายในภาพที่ถูกแขวนคอซึ่งเผยแพร่ก่อนหน้านี้
ซึ่งคือ วิชิตชัย อมรกุล นิสิตชั้นปีที่ 2 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
ที่เป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุมใน มธ. ช่วงคืนวันที่ 5 ต่อเช้าวันที่ 6
อย่างไรก็ตาม จนขณะนี้ยังไม่ทราบว่าชายคนดังกล่าว และคนอื่นๆ ในภาพเป็นใคร
ทั้งนี้ หากมีผู้ทราบเบาะแสก็สามารถติดต่อมาที่ตนเอง
ในฐานะผู้ประสานงานคณะกรรมการรับข้อมูลและสืบพยานเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ได้
สำหรับกิจกรรมรำลึกปีนี้ ประกอบด้วย
นิทรรศการภาพจิตรกรรมการเมือง ณ หอสมุดปรีดี พนมยงค์ ระหว่างวันที่ 1-14 ต.ค.
นิทรรศการหนังสือต้องห้าม ณ บริเวณ ลานโพธิ์ ติดประตูท่าพระจันทร์
ระหว่างวันที่ 2 -9 ต.ค.
วันอังคารที่ 4 ตุลา ณ ลานโพธิ์
13.00 น. “ละครแขวนคอ” ชนวนเหตุอาชญากรรมรัฐ 6 ตุลา 19
โดย ประกายไฟการละคร
วันพุธที่ 5 ตุลา ณ หอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์
14.00 น. - 16.30 น. ละครเวที “ แค้น” โดย กลุ่มละครกุหลาบแดง
16.30 น. - 18.00 น. เสวนา “จากพ่อจารุพงษ์ ถึง แม่น้องเกด”
ดำเนินรายการโดย สมบัติ บุญงามอนงค์ (บก.ลายจุด)
18.00 น. - 22.00 น. คอนเสิร์ตรำลึกวีรชนเดือนตุลา
21.00 น. – 22.00 น. ละคร “อุโมงค์ตึกโดม” โดย ประกายไฟการละคร
วันพฤหัสที่ 6 ตุลา ณ สวนประวัติศาสตร์ หน้าหอประชุมใหญ่
05.00 น. - 06.00 น. ละครสะท้อนความจริงเช้ามืดของวันที่ 6 ตุลา 2519
“ก่อนอรุณจะร่วง” โดยประกายไฟการละคร
07.00 น.- 07.30 น. พิธีตักบาตรพระสงฆ์ 36 รูป
07.30 น.– 08.30 น. พิธีวางพวงมาลา ณ ประติมานุสรณ์ 6 ตุลาคม 2519
และ กล่าวสดุดี โดยตัวแทนฝ่ายต่างๆ
- ตัวแทน 18 ผู้ต้องหา
- องค์กรประชาธิปไตย
- อมธ. สภานักศึกษา
- ตัวแทนองค์กรร่วมจัดงาน ฯลฯ
08.30 น. - 10.00 น. กวี และนาฏลีลา รำลึกวีรชน 6 ตุลา
10.00 น. - 11.30 น. ปาฐกถาพิเศษ โดย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ
อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์คณะอักษรศาสตร์
จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ณ ห้องจี๊ด คณะนิติศาสตร์
11.30 น. - 12.30 น. การแสดง ณ สนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
ละครเรื่อง "เก้าอี้" จากกลุ่มประกายไฟและ Action ของนักศึกษาจากกลุ่มต่างๆ
อ่านบทกวี ร้องเพลง และโปรยดอกกุหลาบ
13.00-14.30 เสวนา มุมมองของนักศึกษากับเหตุการณ์6ตุลาฯ
ห้อง จี๊ด เศรษฐบุตร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
- เสกสรร อานันทศิริเกียรติ - นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะรัฐศาสตร์
ภาควิชาการปกครอง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- รักษ์ชาติ์ วงศ์อธิชาติ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะศิลปศาสตร์
ภาควิชาอังกฤษอเมริกันศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ปณิธาน พฤกษาเกษมสุข นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
14.30-17.00เสวนาจากนักวิชาการ "จาก19-54 เส้นทางความยุติธรรมของสังคมไทย"
http://www.go6tv.com/2011/10/6-19.html



