WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, October 7, 2011

เวป เกาะติดสถานะการณ์น้ำท่วมทั่วประเทศ

ที่มา Thai E-News


โดย พิราบ dang
ที่มา Internet Freedom

เกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมเข้าเวปที่นี่ http://flood.gistda.or.th/


แผนที่แสดงจุดเกิดอุทกภัยบนทางหลวงทั่วประเทศกรมทางหลวง update ข้อมูลในเวลา 10.00 น. และ 19.00 น. ของทุกวัน http://maintenance.doh.go.th/test.html


เวบไซต์ระวังภัย http://www.rawangpai.com/home/

เกาะสถานการณ์น้ำท่วม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา Ayutthaya Flood 2011 อัปเดททุก 15 นาที http://besthealth.in.th/ayutthaya-flood-2011

หรือ http://ayutthaya.thaiflood.com/

มาดูปริมาณน้ำมหาศาล พุ่งออกจากอุโมงค์ใต้เขื่อน

สตีฟ จ็อบส์:ใช้ชีวิตอย่างไรก่อนที่คุณจะตาย

ที่มา Thai E-News





ที่มา THE BANGKOK VOICE

สตี ฟ จ็อบส์ กล่าวในงานพิธีรับปริญญาของมหาวิทยาลัย สแตนฟอร์ด สิ่งที่เขากล่าวในวันนั้นเป็นเรื่องราวของบทเรียนจาก 3 เหตุการณ์ในชีวิตของเขา


เรื่องแรก เกี่ยวกับการเชื่อมโยงจุดประในชีวิต

สตี ฟ จ็อบส์ เป็นเด็กที่พ่อแม่ที่แท้จริงของเขายกเขาให้เป็นบุตรบุญธรรมของพ่อแม่อุปการะ จ็อบส์พักการเรียนในระดับวิทยาลัยไว้กลางคัน เนื่องมาจากเขาเลือกเรียนวิทยาลัยที่มีค่าใช้จ่ายสูงพอๆ กับสแตนฟอร์ด และพ่อแม่ของเขาอยู่ในระดับคนทำงานที่ต้องใช้เงินที่เก็บออมไว้เพื่อมาส่ง เสียจ็อบส์เป็นค่าธรรมเนียมการศึกษา 6 เดือน ต่อมาหลังจากที่ได้เข้าเรียน เขาไม่เห็นถึงคุณค่าของสิ่งที่ทำที่ตรงไหน และก็คิดไม่ออกว่าอยากจะทำอะไรในชีวิต และไม่คิดว่าวิทยาลัยจะช่วยให้เขาหาคำตอบนั้นๆ ได้ และสิ่งที่เขาทำก็คือ หยุดการเรียนไว้เพียงแค่นั้น และเชื่อมั่นกับการตัดสินใจของตัวเองว่า เดี๋ยวทุกอย่างก็จะดีเอง มันเป็นช่วงเวลาที่น่ากลัวเหมือนกันในเวลานั้น

แต่ เมื่อมองกลับไป จ็อบส์กล่าวนั่นเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิตของเขาก็ว่าได้ ในวินาทีที่เขาตัดสินใจหยุดพักการเรียน เขาสามารถหยุดเรียนในวิชาที่เขาไม่สนใจ และเริ่มเรียนรู้ในสิ่งที่เขาสนใจมากกว่าได้ ซึ่งจ็อบส์ได้เข้าเรียนในคลาสเรียนวิชาอักษรวิจิตร แต่เรื่องราวก็ไม่สวยงามเท่าไหร่นัก จนกระทั่ง 10 ปีต่อมา จ็อบส์ได้ร่วมออกแบบเครื่องคอมพิวเตอร์แมคอินทอชเครื่องแรก เขาใส่ความสามารถทั้งหมดลงไปในการออกแบบสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ จ็อบส์กล่าวว่า หากเขาไม่พักการเรียน ก็คงจะไม่มีโอกาสได้เรียนวิชาอักษรวิจิตร และดีไซน์คอมพิวเตอร์ก็คงไม่ออกมามหัศจรรย์เช่นนี้

มันเป็นไปไม่ได้ ที่เราจะวาดตามรอยประไปข้างหน้า เราทำได้เพียงเชื่อมโยงมันไปข้างหลัง ดังนั้นจงเชื่อมั่นว่าจุดแต่ละจุดในชีวิตของเราเชื่อมโยงกับอนาคตอย่างแน่ นอน คุณต้องเชื่อมั่นในอะไรบางอย่าง อาจจะเป็นเป้าหมายของคุณ ชีวิต หรือเรื่องเกี่ยวกับกรรม อะไรก็ตาม เพราะว่าการเชื่อมั่นในจุดแห่งการเชื่อมโยงนั้นจะทำให้คุณมีความมั่นใจที่จะ ทำตามเสียงของหัวใจ และทำให้คุณแตกต่าง

เรื่องที่สอง คือเรื่องเกี่ยวกับความรักและการสูญเสีย

จ็อบส์ กล่าวว่าเขาเป็นผู้ที่โชคดี เขาพบว่าอะไรคือสิ่งที่เขารักในช่วงต้นของชีวิต วอซเนคและจ็อบส์เริ่มการทำงานแอปเปิ้ลในโรงรถที่บ้านของเขา เมื่อครั้งที่เขาอายุเพียง 20 ปี จ็อบส์กล่าวว่า พวกเราทำงานกันอย่างหนัก และใน 10 ปีต่อมา แอปเปิ้ลก็เติบโตขึ้น โดยเริ่มต้นเพียงบุคลากร 2 คน จนกระทั่งเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงถึง 2 พันล้านบาท และมีลูกจ้างกว่า 4,000 คน พวกเราเพียงแค่สร้างสิ่งที่ดีที่สุด นั่นก็คือแมคอินทอช ต่อมาด้วยวัย 30 ปีของเขา จ็อบส์ถูกไล่ออก คำถามคือคุณจะถูกไล่ออกจากบริษัทที่คุณเป็นผู้สร้างขึ้นได้อย่างไร

จ็อบส์ กล่าวว่า เมื่อแอปเปิ้ลโตขึ้น พวกเราได้จ้างคนๆ หนึ่งที่คิดว่าเป็นคนที่มีพรสวรรค์ที่จะมาร่วมทำบริษัทกับเขา แต่ในที่สุด มุมมองของเขากับจ็อบส์ก็ขัดแย้งกัน ในที่สุดจ็อบส์ก็ออกมา สิ่งที่เขาทุ่มเทให้ทั้งชีวิตก็หายไปในพริบตา เขาไม่รู้เลยว่าควรจะทำอะไรในช่วงแรกๆ ที่ออกจากแอปเปิ้ล

ในที่สุด เขาตระหนักว่า เหตุการณ์ที่เขาต้องออกมาจากแอปเปิ้ลเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นกับเขา สิ่งนี้ปลดปล่อยความเป็นอิสระให้กับจ็อบส์ที่เป็นเหมือนผู้เริ่มต้นใหม่ในวง การอีกครั้ง ที่จะมีช่วงเวลาที่เขาได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์มากที่สุดในชีวิต มันอาจจะดูเหมือนยาขมในช่วงแรกที่ออกมาจากแอปเปิ้ลนั้น แต่ความสำเร็จที่ผ่านมาจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากช่วงเวลาที่เขาออกมา จากแอปเปิ้ล

บางครั้งชีวิตก็อาจจะตีศีรษะคุณด้วยอิฐก้อนใหญ่ แต่จงอย่าเสียซึ่งศรัทธา เขาได้ทำในสิ่งที่เขารัก คุณต้องหาว่าอะไรคือสิ่งที่คุณรัก เมื่อคุณรักในงานที่ทำ คุณก็จะทำมันออกมาได้ดี หากคุณยังหาไม่เจอ จงหาต่อไป และอย่าหยุด

เรื่องที่สาม คือเรื่องเกี่ยวกับความตาย

เมื่อ ครั้งที่จ็อบส์อายุ 17 ปี เขาได้อ่านประโยคหนึ่งที่มีใจความว่า หากคุณใช้ชีวิตแต่ละวันเหมือนกับว่าเป็นวันสุดท้ายในชีวิตของคุณ สักวันหนึ่งคุณจะประสบความสำเร็จ นั่นเป็นข้อความที่สร้างความประทับใจให้กับเขา ตลอด 33 ปีที่ผ่านมา เขาเฝ้าถามตัวเองในกระจกว่า หากวันนี้คือวันสุดท้ายในชีวิตของเขา เขาจะทำอะไร และจะเป็นอย่างไรในวันนี้ และเมื่อใดก็ตามที่ไม่มีคำตอบให้กับตัวเอง เขารู้ตัวทันทีว่าจะต้องปรับเปลี่ยนอะไรบางอย่างเข้าให้แล้ว

เมื่อเรารู้ว่าเราเข้าใกล้ความตายอยู่ในทุกขณะ มันทำให้เราตัดสินใจกับเรื่องใหญ่ๆ ในชีวิตได้ จงตระหนักถึงสิ่งที่สำคัญจริงๆ เท่านั้น

การ ตระหนักถึงความตายเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่ช่วยให้เราหลีกเลี่ยงกับดักทางความ คิดว่าเราจะจะต้องสูญเสียอะไรบางอย่าง เพราะแท้ที่จริงแล้ว เราก็ไม่มีอะไรมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

ดังนั้น ไม่มีเหตุผลที่คุณจะไม่ทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ

Thursday, October 6, 2011

ธรรมศาสตร์

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ ชกไม่มีมุม
วงค์ ตาวัน


เมื่อ 35 ปีที่แล้ว ในวันนี้มีเหตุการณ์เศร้าสลดเกิดขึ้นกลางเมืองหลวง โดยเริ่มจากการสร้างข้อกล่าวหาว่าการชุมนุมของนักศึกษาประชาชนที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อต่อต้านการกลับเข้าประเทศของจอมพลถนอม มีการแสดงละครหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

ปลุกให้พลังมวลชนฝ่ายขวาเข้ามาปิดล้อมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

แล้วนำมาสู่การเข่นฆ่าอย่างเหี้ยมโหด

ตายไปเกือบ 50 ศพ จับกุมคุมขังอีกนับพัน

ตั้งข้อหาเป็นผู้ก่อการร้าย เป็นกบฏ หมิ่นสถาบันที่คนไทยเคารพรัก

จากนั้นก็ออกข่าวการตรวจค้นในธรรมศาสตร์ พบอุโมงค์ลับ ซ่องสุมอาวุธ มีธงแดงค้อนเคียว รูปภาพฝักใฝ่ลัทธิคอมมิวนิสต์

สารพัดจะอ้าง!?!

ก่อนความจริงจะคลี่คลายในภายหลังว่า เป็นการสร้างเรื่อง หยิบเรื่องเล็กมาขยายให้ใหญ่

อุโมงค์ ลับก็คือท่อระบายน้ำที่ทะลุลงเจ้าพระยา อาวุธก็ไม่มีจริง ธงและรูปภาพในการจัดนิทรรศการความสัมพันธ์ไทย-จีน คือหลักฐานฝักใฝ่คอมมิวนิสต์

ผลจากเหตุการณ์วันนั้น ทำให้นักศึกษาประชาชนอีกเกือบหมื่นหนีเข้าป่าไปเป็นคอมมิวนิสต์จริงๆ

จนสงครามทหารป่าลุกลามเข้ามาจ่อเมืองกรุง มาถึงปากท่อ ราชบุรี มาถึงบ้านไร่ อุทัยธานี

ดีที่ฝ่ายคอมมิวนิสต์เกิดขัดแย้งแนวทาง และรัฐบาลชาญฉลาดใช้แนวการเมืองนำการทหาร จึงทำให้ป่าแตก

ใน เดือนตุลาคมของทุกปี จึงมีงานรำลึกถึงวันที่ 6 ตุลาคมไม่เคยขาด จาก 2519 ถึงปีนี้ก็ 35 ปีแล้ว และอีกวันคือ 14 ตุลาคม 2516 ก็รำลึกถึงวีรชนที่พลีชีพเพื่อประชาธิปไตยอย่างสม่ำเสมอทุกปีเช่นกัน

ความรุนแรงและการสร้างเรื่องจากฝ่ายรัฐเมื่อ 6 ตุลาคม 2519 มีการหยิบยกมาเปรียบเทียบกับเหตุการณ์เมษายน-พฤษภาคม 2553

เพราะมีการยัดข้อหาผู้ก่อการร้าย เป็นกบฏ ล้มล้างสถาบันให้แบบเดียวกัน!

แม้ว่าม็อบเสื้อแดง อาจไม่บริสุทธิ์เท่านักศึกษาประชาชนเมื่อปี 2516-2519

เพราะโยงใยถึงอดีตนายกฯ

แต่คำว่าเป็นม็อบทักษิณ จะกลายเป็นใบอนุญาตให้อำนาจรัฐฆ่าคนที่ชุมนุมทางการเมืองได้หรือ!?

ที่น่าสนใจ 6 ตุลาคมเกิดในธรรมศาสตร์ ฆ่าประชาชนเสร็จลงเอยเป็นการรัฐประหารโดยคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน

ผ่านมา 35 ปีมีอะไรเกิดขึ้นกับธรรมศาสตร์

ผู้บริหารประกาศเข้าข้างรัฐประหาร

ด้วยเหตุผลว่าโกงกินเลวกว่าปากกระบอกปืน!

นปช.จี้รัฐบาล ร่วมภาคีศาลโลก

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

นปช.เร่งรัฐสรุปเยียวยา

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 ต.ค. ที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว
นางธิดา โตจิราการ รักษาการประธานนปช. แถลงว่า ขอเรียกร้องรัฐบาล
และคณะกรรมการเยียวยาที่มีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
เร่งทำงานให้เร็วที่สุด
เพราะประชาชนแบกรับปัญหาต่างๆ มาปีเศษแล้วยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ
ขอให้ชัดเจนว่ารัฐบาลจะเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตเท่าใด
อย่างเหตุการณ์พฤษภาฯ 35 มีการเยียวยาผู้เสียชีวิตรายละ 6 ล้านบาท
ส่วนข้อเสนอ 10 ล้านบาทของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ก็เป็นเพียงการเสนอขั้นต้น
รายละเอียดรัฐบาลก็ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมอีกครั้ง
รวมถึงเร่งทำความจริงให้ปรากฏเพื่อพัฒนาไปสู่ความปรองดอง

จี้ลงสัตยาบันศาลอาญาโลก

นางธิดากล่าวต่อว่า นอกจากนี้นานาประเทศกำลังจับตามองประเทศไทยในเรื่องสิทธิมนุษยชน
โดยได้เสนอข้อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเร่งให้สัตยาบันสัญญากรุงโรม
ว่าด้วยศาลอาญาระหว่าง ประเทศ
ซึ่งเป็นศาลอาญาระหว่างประเทศถาวรแห่งแรกและแห่งเดียวของโลก
ที่มุ่งจัดการคดีที่มีลักษณะอาชญากรสงคราม อาชญากรต่อมนุษย ชาติและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาการที่ประเทศไทยไม่สามารถส่งคดีความ
เพื่อไปดำเนินคดีในศาลอาญาระหว่างประเทศได้
เนื่องจากยังไม่ลงสัตยาบันกับศาลอาญาระหว่างประเทศ จึงอยากให้รัฐบาลเร่งพิจารณา
หากขั้นตอนนี้ผ่านแล้ว
สิ่งที่นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายคนเสื้อแดงได้ยื่นเรื่องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ
ก็สามารถจะดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสังหารประชาชน เมื่อเดือนเม.ย.และพ.ค.53 ได้
ซึ่งคนเสื้อแดงสนับสนุนให้รัฐบาลลงสัตยาบัน เพราะเป็นช่องทางที่ทำให้การฆ่าคนมือเปล่าไม่เกิดขึ้นอีก

บี้ไม่รับรายงานกสม.

นางธิดากล่าวว่า
คนเสื้อแดงยังขอเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงสถานการณ์สิทธิมนุษยชนแห่งประเทศไทย
เกี่ยวกับรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ว่าเป็นรายงานที่ไม่จริง
เพราะมีความเท็จเกินครึ่ง โดยเฉพาะการปราบปรามประชาชน
เนื่องจากขณะนี้ประเทศต่างๆ
ไม่เชื่อความเป็นกลางของกสม. ไม่เชื่อคอป.
และมีคำถามจากหลายประเทศ อาทิ
สาธารณรัฐเช็ก สหราชอาณาจักร นอร์เวย์ เดนมาร์ก และเนเธอร์แลนด์
เกี่ยวกับเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในไทย

หวั่นคุกคามพยานคดี 13 ศพ

นางธิดากล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดี 13 ศพ ที่เกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐ ว่า
ขอให้พยานที่จะเข้าให้การอย่าไปให้การกับตำรวจตามลำพัง
ขอให้เข้ามาติดต่อกับศูนย์ของ นปช.ก่อน
เพื่อจะได้จัดทนายความให้ความปรึกษา
เพื่อให้สำนวนรัดกุม และไม่ถูกคุกคาม ในการสอบสวนพยาน

กต.แจงลงสัตยาบันต้องผ่านสภา

ด้านนายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ
ให้สัมภาษณ์ชี้แจงเกี่ยวกับเสียงเรียกร้องของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า
ปัจจุบันถือว่าไทยยังไม่ได้เป็นภาคีสมาชิกของธรรมนูญดังกล่าว
แม้จะได้ลงนามไปแล้วเมื่อ 2 ต.ค.2543 แต่ยังไม่ได้ให้สัตยาบัน
โดยทางกระทรวงการต่างประเทศกำลังอยู่ในระหว่าง
การศึกษารายละเอียดทางข้อกฎหมาย
คาดว่าหากแล้วเสร็จจะต้องเสนอต่อทางรัฐบาล เพื่อเข้าที่ประชุมครม.
และหากมีข้อกฎหมายที่ต้องแก้ไข หรือตราขึ้นใหม่เพื่อรองรับ ก็จำเป็นต้องผ่านรัฐสภา


http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdPREEyTVRBMU5BPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1TMHhNQzB3Tmc9PQ==

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แนะ สอบประวัติ มือแฮกทวิตเตอร์นายกฯ
เพราะเป็นคนสงขลา หวั่น เอี่ยวกับ "ศิริโชค โสภา"


นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าว
ถึงการทำงานของคณะรัฐมนตรีเงา และได้ตั้งขอสังเกตว่า
ผู้ที่ลักลอบเข้าไปใช้ทวิตเตอร์ของนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นคน จ.สงขลา
เช่นเดียวกับ นายศิริโชค โสภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เงา
ของ พรรคประชาธิปัตย์ จึงอยากให้มีการตรวจสอบประวัติและที่มาของบุคคลดังกล่าว
เนื่องจาก ไม่แน่ใจว่า เป็นการลองของหรือไม่
นอกจากนี้ ทีมยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย ได้กำชับให้ รัฐมนตรีแต่ละคนดูแล
และตรวจสอบระบบข้อมูลส่วนตัว หมั่นเปลี่ยนรหัสเข้า เพื่อป้องกันความผิดพลาดด้วย

ส่วนกรณีการกล่าวหาว่า น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
แทรกแซงการบริหารงานของ บอร์ด อสมท
ทั้งที่ รัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่ในการให้คำแนะนำ แก่ บอร์ด อสมท ได้นั้น
และเตรียมเสนอเรื่องให้ ประธานคณะกรรมาธิการกิจการองค์การตามรัฐธรรมนูญ รัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชน
ตรวจสอบ นายสุรพล นิติไกรพจน์ ประธานบอร์ด อสมท และเรียกร้องให้ทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง


Link : http://www.innnews.co.th/จิรายุแนะสอบประวัติมือแฮกทวิตนายกฯ--312565_01.html

Re:

โดย Comet

site:ekkavit.wordpress.com << เอาอันนี้ไปค้นใน google
ลองค้นในข้อมูลใน google นะค่ะจะเจอว่าแฮกเกอร์คนนี้ไม่ธรรมดา
โพสเนื้อหาที่หมิ่นประมาทเสื้อแดงและใส่ร้ายทักษิณค่อนข้างรุนแรงมาก
จะเห็นว่าในเนื้อหาในเว็บของเขาถูกลบออกไปแล้วก่อนที่เขาจะไปมอบตัว
แต่ข้อมูลที่เขาโพสยังคงอยู่ในแคชของ google ยังไม่ถูกลบออกไปค่ะ

ธรรมศาสตร์ขึ้นป้ายแล้วครับ

ที่มา thaifreenews

โดย คนเมืองกาญ




รำลึกภาพอดีต 35 ปี 6 ตุลา 2519

ย้อนรอย ′6ตุลา19′ ถีง ′เมษา-พฤษภา53′ "จากพ่อจารุพงษ์ถึงแม่น้องเกด" ประวัติศาสตร์ที่ซ้ำรอย

ที่มา มติชน



รับชมข่าว VDO ชมคลิป

5 ต.ค.- เมื่อเวลา 16.30 น. ณ หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้มีการเสวนา "จากพ่อจารุพงษ์ ถึง แม่น้องเกด" โดยมีนายจินดา ทองสินธุ์ บิดาของนายจารุพงษ์ ทองสินธุ์ อดีตนักศึกษาธรรมศาสตร์ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 มาพูดคุยแลกเปลี่ยนและถอดบทเรียน พร้อมด้วยนางพะเยาว์ อัคฮาด มารดาของ นางสาวกมนเกด อัคฮาด ผู้ช่วยพยาบาลที่ถูกยิงเสียชีวิตในวัดปทุมวนารามในเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 2553 โดยมีนายสมบัติ บุญงามอนงค์ (บก.ลายจุด) เป็นผู้ดำเนินการเสวนา



นายสมบัติกล่าวเริ่มต้นว่าการจัดเสวนาในวันนี้เป็นการเชื่อมโยงเอาสอง เหตุการณ์ที่บางคนคิดว่าไม่น่าจะมีความเกี่ยวข้องกันซึ่งก็คือเหตุการณ์ สังหารหมู่นักศึกษาในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในเช้ามืดวันที่6ต.ค.2519กับเหตุ การณ์เมษา-พฤษภาปี53แต่ตนและคณะผู้จัดงานมีความมั่นใจว่า แม้ว่าทั้งสองเหตุการณ์จะเป็นคนละเหตุการณ์กัน แต่ก็มีรากฐาน มีเรื่องราว มีพฤติกรรมของการกระทำเหมือนกัน นั่นก็คือการเอาประชาชนเป็นเครื่องสังเวยเพื่อรักษาอำนาจ


นายสมบัติ:อยากให้ช่วยเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนั้นเมื่อ35ปีที่แล้วแล้วเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อคุณและครอบครัวอย่างไร


นายจินดา:รัฐบาลในขณะนั้นเป็นรัฐบาลเผด็จการทหารช่วงหลัง เหตุการณ์14ตุลาได้ผ่านไปแล้วผมยังดีใจว่าเหตุการณ์ความรุนแรงได้ผ่านพ้นไป แล้วฝ่ายรัฐบาลก็ยอมลงจากอำนาจ มีการเลือกตั้งใหม่มีการเปลี่ยนรัฐบาลเป็น รัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตย แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นมาอีก


"วันที่ 7 (ต.ค. 2519) เข้ามาดูให้เห็นกับตา พอเห็นแล้วมันน่ากลัว ผมมาเห็นสนามหลวงวันนั้นยังกรุ่นไปด้วยควันไฟอยู่ มีกลิ่นยางไหม้ กลิ่นคนถูกเผา มีคำถามว่า ทำไมเหตุการณ์มันถึงเกิดซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเราไม่เอามาเป็นบทเรียน นี่เป็นเหตุการณ์ที่ตอนนี้ยังมีข้อกังขากันอยู่ แต่จะไปโทษใครได้"


"ผมอยากให้ปี 2553 ที่ผ่านมาเป็นครั้งสุดท้าย เหตุการณ์ทั้งสองเหตุการณ์มันเหมือนกัน เพียงแต่ของผมมันเนิ่นนานมาแล้ว" นายจินดากล่าว


ทางด้านนางพะเยาว์กล่าวว่า "ตัวเราเองเป็นแม่ค้า เราไม่เคยสนใจการเมือง แต่พอผลกระทบมันเกิดขึ้นกับตัว กับลูกของเรา มันเป็นจุดเปลี่ยนให้เราหันมาตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น"


"วันนั้นตอนที่โทรหาลูกเสียงแรกที่ได้ยินก่อนเสียงลูกคือเสียงปืนถาม ว่าลูกอยู่ไหนลูกบอกอยู่หน้าวัด เราเลยบอกให้ลูกหลบเข้าไปอยู่ในวัด(วัดปทุมวนาราม)แล้ววันนี้ยังไม่ต้อง กลับเข้าไปหลบก่อน ลูกเคยบอกเราว่าลูกเป็นอาสาพยาบาลเขาจะไม่แตะแม่ไม่ต้องห่วง ต่อมาหน่วยกู้ภัยก็โทรมาบอกว่าน้องเกดถูกยิง"


นางพะเยาว์กล่าวต่อว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งที่เกิดขึ้นในอดีตและ ปัจจุบันมีความคล้ายกัน คือการฆ่าประชาชนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย ตนคิดอยู่อย่างว่าเวลาผ่านมาประเทศล้ำสมัยมากขึ้น อะไรๆก็ทันสมัยมากขึ้น แต่อย่างหนึ่งที่ไม่ยอมไปกับความทันสมัยคือระบอบเผด็จการที่ยังมีอยู่ เหมือนมันฝังรากลึก "ที่ผ่านมาเราไม่มีหรอกคำว่าประชาธิปไตยเราถูกหลอก"


"35 ปีที่แล้ว ทหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารหมู่ประชาชนกลับได้ยศได้ตำแหน่ง คุณได้รับการนิรโทษกรรม คุณไม่ติดคุก แต่นักศึกษาติดคุก หนีเข้าป่า แต่ทหารยังอยู่ดีมีสุข เวลานี้ปี 2553 มีคนตาย เวลานี้บ้านเมืองทันสมัยขนาดไหน ระบบดาวเทียมก็มีแล้ว แกนนำเสื้อแดงก็ติดคุกไปแล้ว ประชาชนก็ติดคุกไปแล้ว แต่ทหารกับรัฐบาลซึ่งเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องยังไม่มีใครถูกลงโทษแม้แต่คน เดียว"


นางพะเยาว์กล่าวว่า"เหตุการณ์ทั้งสองเหตุการณ์นั้นแม้จะเกิดขึ้นในช่วง เวลาที่ต่างกันแต่คำที่ใช้กล่าวอ้างในการสังหารประชาชนก็เหมือนกันการกระทำ ก็เหมือนกัน"


นายสมบัติหันไปถามนายจินดาว่า ในตอนนั้น(ปี2519)มีการใช้สื่อของรัฐบาลประโคมข่าวว่าพวกที่อยู่ในม็อบเป็น คอมมิวนิสต์ เป็นผู้ก่อการร้าย เป็นพวกล้มเจ้า ในขณะที่ตอนนี้มีความชัดเจนแล้วว่าเป็นการใช้อำนาจรัฐเข่นฆ่าประชาชนคำถามผม ก็คือว่า 35 ปีที่แล้ว รัฐทำอย่างไรถึงได้ทำให้มีมวลชนกลุ่มหนึ่งมาล้อมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และ เข้าไปลาก ทำร้ายนักศึกษา ตีจนตาย เอาไปแขวนคอ เอาไปเผายาง เอารองเท้ายัดปาก ทำไมความรู้สึกเคียดแค้นชิงชังนักศึกษาในสมัยนั้นถึงได้กลายเป็นการใช้อาวุธ สงคราม คุณจินดาคิดว่าความรู้สึกแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง


นายจินดาตอบว่าตนเองก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าความรู้สึกดังกล่าวเกิดขึ้นได้ยังไงแต่สิ่งที่ตนรู้คือเราเป็นผู้ถูกกระทำ


นายสมบัติ:เราจะให้อภัยได้ไหม


นางพะเยาว์:การให้อภัยต้องเกิดหลังจากที่ความจริงปรากฎแล้ว


ก่อนจบการเสวนานายสมบัติได้กล่าวว่า การเสวนาในวันนี้เป็นการถอดบทเรียนของสิ่งที่เคยเกิดขึ้นสองเหตุการณ์ดัง กล่าวมีความละม้ายคล้ายกันอย่างยิ่ง เป็นเหตุการณ์ที่เกิดจากอุดมการณ์และความคิดที่ขัดแย้งกันในสังคม ผู้กระทำก็เป็นตัวละครที่คล้ายๆกัน


"ผมไม่มั่นใจว่าการให้อภัยโดยที่ให้ทุกอย่าง มัน"จบๆไป"มันจะแปลว่าเหตุการณ์อย่างนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกหรือเปล่า แล้วก็ไม่มั่นใจว่าการที่เรายืนหยัดอย่างถึงที่สุดที่จะหาความจริง อีกฝ่ายจะลุกขึ้นมาต่อสู้และนำไปสู่เหตุการณ์ครั้งที่สามหรือไม่"

เม้าท์มันสนั่นเมือง สื่อชั่ว ตอนที่ 1

ที่มา thaifreenews

โดย fee-faw-fum

เม้าท์มันสนั่นเมือง สื่อชั่ว ตอนที่ 1

คุณกรองทอง( ป้อม )กับคุณเต้ มดแดง ได้มาพูดจากันเกี่ยวกับเรื่อง “สื่อ” ต่างๆนั้นชั่วตามคำร่ำลือมั้ย เพราะพวกสื่อฯนี่เริ่มกระดิกหาง ฟาดหางและพลิกแนวทางชั่วร้ายมาตั้งแต่ปี 2548 วางตัวไม่ยอมสนับสนุนฝั่งประชาธิปไตย หนุนเนื่องสนับสนุน ทั้งยังสร้างมายากลให้ประชาชนบางส่วนที่ไม่รู้ตื้นหนาบาง เลี้ยวหนีเข้าไปสู่วงจรอุบาทว์ ยอมรับใช้ ยอมสวามิภักดิ์และยอมเป็นฝุ่นใต้ธุรีดินผู้ต่ำต้อย ทุกชาติไป ให้แก่ฝ่ายอำมาตย์และทะเอี้ยทั้งหลาย

นี่เป็นแค่น้ำจิ้ม คลิ้กเข้าชมและฟังได้จาก-

ที่มา http://www.youtube.com/watch?v=cHgAiZgvBCA&feature=mfu_in_orderamp;list=UL

ปิดถนนสายเอเชียต่างระดับบางปะอิน หลังน้ำหลาก2จุด ประตูน้ำแตกหวั่นน้ำตีตลบหลังท่วมวัดใหญ่ชัยมงคล

ที่มา มติชน

น้ำหลากถนน 2 จุด สั่งปิดสายเอเชีย หวั่นท่วม"วัดใหญ่ชัยมงคล"

เวลา 12.30 น. วันที่ 6 ตุลาคม สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 รายงานข่าวว่า กรมทางหลวงได้ปิดเส้นทางสายเอเชียบริเวณต่างระดับบางปะอินแล้ว เนื่องจากน้ำหลาก 2 จุด โดยจุดบางปะหันน้ำท่วมหนัก มีแนวโน้มว่าน้ำจะสูงขึ้น โดยให้รถทั้งหมดที่จะวิ่งขึ้นเส้นทางเหนือให้เข้าที่บางบัวทอง ออกสุพรรณ และเข้าสายเอเชียอีกครั้งที่ชัยนาท
นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรรายการ "เรื่องเล่าเช้านี้" รายงานผลการปิดถนนสายเอเชียทำให้รถที่หลุดเข้ามาช่วงถนนอยุธยาปาร์ค ขณะนี้รถแทบไม่สามารถขยับได้เลย


นายสรยุทธ ยังเผยว่า หลังจากที่จัดรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ได้พบกับนายกเทศมนตรีอโยธยาซึ่งเผยว่า น้ำได้ทะลักด้านหลัง หลังจากประตูน้ำแตก ทำให้น้ำทะลักตีโอบเข้าด้านหลัง จนเทศบาลยอมรับว่าไม่สามารถยับยั้งน้ำที่หลากเข้ามาในเขตเศรษฐกิจ และเขตราชการ จึงประกาศให้ประชาชนย้ายรถออกจากพื้นที่รวมถึงขนของขึ้นที่สูง ล่าสุด ส.ส. อยุธยา เผยว่า เป็นห่วงวัดใหญ่ชัยมงคล เชื่อว่าเวลา6-8 ชั่วโมง น้ำที่ตลบหลังเข้ามาอาจท่วมวัดใหญ่ชัยมงคลได้

น้ำทะลักท่วมถนนสายเอเชียรถติดยาวเหยียด"รพ.-สนามกีฬา"อยุธยาไม่รอด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันที่ 6 ตุลาคม น้ำได้ไหลเข้าบริเวณโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ทำให้นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จึงสั่งการให้ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เร่งประเมินสถานการณ์ และขนย้ายผู้ป่วยบางส่วนจากแล้ว รวมทั้งให้ย้ายเครื่องปั่นไฟ และเครื่องมือที่จำเป็นทางการแพทย์ เช่น เครื่องช่วยหายใจ เครื่องเอ็กซเรย์ รวมทั้งเครื่องเอ็กซเรย์สมอง ขึ้นไปอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัยจากภาวะน้ำท่วม

ทางด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ได้ประกาศยกเลิกการอพยพประชาชน ไปยังสนามกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยาแล้ว เนื่องจากน้ำไหลทะลักเข้าท่วมบริเวณรอบนอก และจ่อทะลักเข้าท่วมภายในสนามกีฬาและน้ำได้เพิ่มระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว


ขณะเดียวกันน้ำได้ไหลเข้าท่วมถนนสายเอเชีย ช่วงบางปะหัน-อ่างทอง ทำให้รถติดยาวเหยียดหลายกิโลเมตรทั้งขาเข้าและออก


ทั้งนี้ พบพื้นที่ทั้งจังหวัดถูกน้ำท่วมไปแล้วกว่า 80% ขณะเดียวกัน น้ำได้เอ่อล้นทะลักเข้าท่วมตลาดน้ำอโยธยา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ส่งผลให้บริเวณตลาดได้รับความเสียหายอย่างหนัก

พ่อเมืองกรุงเก่าสั่งพร้อมรับมือน้ำอีกก้อนใหญ่ ใน 7 วันนี้

นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ช่วงวิกฤตน้ำท่วมจริงๆ ของจังหวัดจะมาถึงในอีก 3-7 วันข้างหน้า เพราะได้รับมวลน้ำหลักมาจากแม่น้ำลพบุรีที่ไหลเข้ามามากที่สุด นอกจากนี้ยังมีมวลน้ำรองที่มาจากแม่น้ำป่าสัก และยังมีน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาสบทบด้วย คาดว่าจะทำให้ระดับน้ำในจังหวัดเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร ขณะนี้ขอให้ประชาชนฟังประกาศของเทศบาลเมืองอโยธยา เทศบาลพระนครนครศรีอยุธยา รวมถึงของจังหวัด อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง รวมทั้งเตรียมเก็บข้าวของไว้ที่สูงและพร้อมอพยพมาอยู่ในที่ปลอดภัยในทันที

นายวิทยากล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันสั่งให้เสริมคันกั้นน้ำ ทั้งที่เป็นแบบคันดินและกระสอบทรายโดยรอบเกาะเมือง จากที่สูงอยู่ 50 เซนติเมตรเพิ่มอีก 50 เซนติเมตรให้เป็นสูง 1 เมตร และซ่อมจุดที่ได้รับความเสียหาย ตอนนี้พบว่ามีแนวป้องกันได้รับความเสียหายกว่าร้อยละ 60

น้ำท่วมเรือนจำกลางอยุธยาสูง 2 เมตร เร่งย้ายผู้ต้องขัง 1.7 พันคน

เมื่อ วันที่ 6 ตุลาคม พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันตชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า น้ำได้ไหลเข้าร่วมเรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยา สูง 2 เมตร เจ้าหน้าที่ต้องนำผู้ต้องขังทั้งหมดขึ้นไปอยู่บนชั้น 2 ของเรือนจำ และอยู่ระหว่างประสานจังหวัดและภาคเอกชนในการนำเรือเข้าขนย้ายผู้ต้องขัง ประมาณ 1,700 คน ไปฝากไว้ที่เรือนจำ จ.ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท ปทุมธานี และบางส่วนไว้ที่เรือนจำกลางคลองเปรม โดยเรือนจำใกล้เคียงได้นำรถไปรอลำเลียงผู้ต้อง

ต่างมุมมอง:แก้ไขพ.ร.บ.กลาโหม "พล.อ.ประยุทธ์- ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ"

ที่มา มติชน


คอลัมน์ รายงานพิเศษ ข่าวสด


กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าท่ามกลางวิกฤตน้ำท่วมประเทศเวลานี้

กรณีพรรคเพื่อไทยจุดพลุแก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551 เพื่อเพิ่มอำนาจฝ่ายการเมืองในการจัดโผทหาร

เนื่องจากการแต่งตั้งโยกย้ายที่ผ่านมา รมว.กลาโหมไม่มีส่วนร่วมตัดสินใจ เป็นอุปสรรคต่อการสั่งการและขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล

ขณะที่กองทัพก็ยืนยันว่า ฝ่ายการเมืองไม่ควรเข้ามาล้วงลูก อำนาจการคัดเลือกบุคคลควรเป็นของผู้บังคับบัญชาแต่ละกองทัพ เพราะรู้เรื่องดีที่สุด

ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งสองฝ่าย ต่างมีเหตุผลและมุมมองต่อประเด็นดังกล่าวไว้ดังนี้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.

ไม่กังวลอะไรอยู่แล้ว แต่ขอให้เห็นใจเถอะว่าทหารมีภารกิจคนละอย่าง คือ ถ้าเกิดศึกสงครามขึ้นมา มันก็จำเป็นต้องสั่งเขาไปรบ พูดง่ายๆ คือสั่งเขาไปตาย จะตายหรือเปล่าก็ไม่รู้ แพ้หรือชนะหรือเปล่าก็ไม่รู้

ถ้ามันตั้งคนไม่ได้แล้วจะทำกันอย่างไรในอนาคต ฉะนั้นต้องคำนึงถึงตรงนี้ก่อน

ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ แล้วเกิดพ.ร.บ.นี้ออกมา ต้องมีเหตุมีผล มีหลักการและใช้ธรรมาภิบาล มันเสียหายตรงไหน ก็ยังไม่เห็นเลย เพราะการปรับย้ายที่ผ่านมายังไม่ได้ใช้ พ.ร.บ.มาทำอะไรเลย

ผมไม่เคยเอาพ.ร.บ.มาสู้กับใคร เป็นเรื่องของแต่ละหน่วยแต่ละเหล่าทัพปรับกันขึ้นมา ไม่ขัดแย้งอะไรกัน พ.ร.บ.นี้ไม่ได้มีไว้สู้กัน มีไว้ให้เกิดความเป็นธรรม ฉะนั้นมันคนละเรื่อง

เรื่องผมแต่งตั้งทายาท ไม่ใช่ผมมีทายาท 2 คน ไม่มีทายาทในกองทัพ กองทัพก็ไม่ใช่ของผม ที่ตั้งใครมาก็ตั้งด้วยความเหมาะสม และคนที่ทำงาน ตลอดระยะเวลาราชการรุ่นผมในตอนนี้ก็ 30 กว่าปีแล้ว

แล้วจะไม่ให้เขาเป็นใหญ่เป็นโต คงไม่ได้มั้ง อีก 2 ปี ก็เกษียณกันหมดแล้ว เขาก็โตไปตามลำดับ โตตามแท่งของเขา มีตั้ง 16-17 เหล่า

ไม่ใช่ผมเป็นคนตั้งเพียงคนเดียว มันมีสายงานของเขา มีเหล่าคนละเหล่า ผมเป็นเหล่าทหารราบ เพื่อนผมรุ่น 12 ก็มีอยู่หลายเหล่า คำสั่งนี้ก็มีทุกรุ่น ทั้ง 12 13 14 ซึ่งเกษียณพร้อมกันเลย ปี 2557 ก็ใกล้ๆ กัน

ผมไม่อยากไปขัดแย้งกับใคร วันนี้ช่วยทำให้บ้านเมืองก้าวผ่านไปก่อนจะดีกว่า

การมีพ.ร.บ.หรือไม่มี การแต่งตั้งเป็นอย่างไรก็ไปดูกันว่า แต่งตั้งแล้วทำงานได้หรือไม่ เขาควบคุมกองทัพได้หรือไม่ ทำประโยชน์ให้กับบ้านกับเมืองหรือไม่ ดูกันตรงนั้นมากกว่า

ถ้าจะพูดว่าคนนั้นถูก คนนั้นผิด ก็ไปว่าด้วยกระบวนการยุติธรรม ตอนนี้ขอร้องอย่ากดดันกัน ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน กองทัพก็ทำงานกันมาตลอด ใครมาเป็นรัฐบาลเราก็เป็นกลไกลอยู่แล้วในการทำหน้าที่

หนักใจอย่างเดียว คือทำอย่างไรให้ประชา ชนคลายความเดือดร้อนมากกว่านี้

การเป็นผู้บังคับบัญชาคน จะว่าง่ายก็ง่าย ยากก็ยาก ถ้าเป็นง่ายก็ไม่ต้องคิดมาก เพียงตั้งพวกของตัวเองไว้เป็นหลักเยอะๆ กองทัพไม่ได้เป็นของใคร เป็นของคน 60 กว่าล้านคน ถ้าเอามาเป็นของใครคนใดคนหนึ่งก็เหนื่อย

ถ้าทหารตั้งกันเองก็จะดี เพราะรู้ว่าใครเป็นใคร

ส่วนที่ฝ่ายการเมืองอ้างว่ามาจากประชาชน 15 ล้านเสียง น่าจะดูแลกองทัพมากกว่านี้นั้น ก็ทำอยู่แล้ว อะไรที่ต้องการให้ทำก็บอกมา ไม่เหมาะสมอะไรก็บอกมา ผมรับฟังอยู่แล้ว

อย่าให้เป็นประเด็นโต้แย้ง ไม่ใช่ความขัดแย้ง ทางเราก็ไม่ได้ขัดแย้งกับรัฐบาล

ที่ผ่านมาก็เป็นอย่างนี้ เป็นระบบอย่างนี้

สำหรับการเคลื่อนไหวใช้เสียงข้างมากในสภายกร่างพ.ร.บ.นี้นั้น ก็ว่ากันไป ที่ผ่าน มากว่าพ.ร.บ.นี้จะออกมาได้ ก็ใช้เวลาเป็นปีกว่า นานพอสมควร เหตุผลความจำเป็นก็มี

ถ้าใครเห็นว่าทหารเป็นองค์กรที่มีความยุติธรรมและความโปร่งใสพอสมควร ฉะนั้นดูแลทหารหน่อยก็แล้วกัน

ส่วนผม เห็นว่าไม่ทำประโยชน์ก็ย้ายผมได้ แต่ถามว่าแล้วผมทำประโยชน์หรือเปล่า ทำดีมั้ย นำพากองทัพดีมั้ย ถ้ากอง ทัพอ่อนแอคงถูกลงโทษ ผมว่าตอนนี้กอง ทัพยังเข้มแข็งอยู่ในการทำงานทำหน้าที่

ประเด็นอยู่ที่ว่าตอนนี้ประเทศไทยมีปัญหามากจนแก้ยาก ยิ่งยากขึ้นไปเรื่อยๆ ถ้าทุกคนช่วยกันสงบ รวมใจเป็นหนึ่งเดียว แล้วแก้ไปทีละปัญหา ทั้งปัญหาทางภาคใต้ ปัญหาชายแดน ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งเราใช้กลไกปกติเดียวก็แก้ได้

ถ้าขัดแย้งกันไป ทะเลาะเบาะแว้งกันไป ผลเสียก็เกิดกับรัฐบาลทั้งสิ้น

ส่วนเรื่องปฏิวัตินั้น ใครจะปฏิวัติ ผบ.ทบ.มีกี่คน แล้วกองทัพบกมีกี่กองทัพ มีกองทัพเดียว ที่เป็นหลักๆ ก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาปฏิวัติ นึกว่ามันง่ายนักหรือไง

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย

ต้องมีการตีความกัน รวมทั้งต้องปรับปรุงให้ถูกต้องด้วย และไม่ใช่แก้ไขเฉพาะ พ.ร.บ.กลาโหมฉบับนี้เท่านั้น

แต่หมายรวมถึงกฎหมายอีก 170 กว่าฉบับ ที่ออกมาจากสภาของคมช. ซึ่งจำนวนขององค์ประชุมก็ไม่ครบ แต่สุดท้ายก็ผ่านออกมาจนมีผลบังคับใช้

เรื่องนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นเลยกับสภาที่มาจากประชาชน ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้รวมทั้งฉบับอื่นๆ ถือเป็นผลไม้พิษจากอำนาจเผด็จการ

พ.ร.บ.กลาโหมถือเป็นกฎหมายที่ฝ่ายยึดอำนาจตั้งใจบัญญัติขึ้น เพราะต้องการกุมอำนาจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด รวมทั้งเพื่อเป็นเครื่อง มือต่อท่ออำนาจของพรรคพวกตนภายในกองทัพ

ในความเป็นจริง ถ้ากองทัพไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เสถียรภาพของรัฐบาลชุดนั้นก็ยากจะเกิดขึ้น

ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา เส้นทางอำนาจของทุกเหล่าทัพก็มาจากต้นทางเดียวกัน บุคคลที่ขึ้นมาเป็นใหญ่เป็นโตคือคณะนายทหารที่ร่วมกันยึดอำนาจในวันรัฐ ประหาร 19 กันยา 49

กรณีกองทัพอ้างว่ากฎหมายฉบับนี้บัญญัติขึ้นเพื่อป้องการแทรก แซงจากฝ่ายการเมืองนั้น เป็นข้ออ้างที่รับฟังไม่ได้

กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่บีบบังคับอำนาจที่มาจากประชาชน ดังนั้นต้องแก้ไข เพราะขัดกับหลักการประชาธิปไตย ไม่ควรปล่อยให้กองทัพแข็งแกร่งพอที่จะสร้างปัญหาให้กับรัฐบาล

ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่ายังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม เพราะรัฐบาลมีปัญหาที่ต้องแก้ไขโดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมนั้น เป็นคนละเรื่องกัน ฝ่ายบริหารก็ต้องเดินหน้าแก้ไขปัญหาน้ำท่วม รวมทั้งเดินหน้าผลักดันนโยบายที่หาเสียงกับประชาชนเอาไว้

ขณะที่เรื่องแก้ไขกฎหมาย เป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติที่มาจากเสียงของประชาชน เมื่อกฎหมายมีความพิกลพิการก็ต้องแก้ หากเรายังใช้กฎหมายที่มาจากเผด็จการ การเลือกตั้งที่ผ่านมาจะมีความหมายอะไร

และไม่น่าแปลกใจที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาคัดค้าน เพราะเวลานี้นายอภิสิทธิ์เหมือนเป็น รปภ.ของอำนาจเผด็จการ ทุ่มเทสุดชีวิตเพื่อต่อต้านฝ่ายที่ไปแตะต้องผลประโยชน์ของพวกเขา

นายอภิสิทธิ์เองก็ถือเป็นนายกฯ จากอำนาจของเผด็จการ ถือเป็นผลไม้พิษเช่นเดียวกัน

ส่วนที่ระบุว่าถ้ามีการแก้ไขพ.ร.บ.กลาโหมแล้วอาจเกิดความขัดแย้งในสังคม นั้น ความขัดแย้งถือเป็นเรื่องปกติ เกิดขึ้นในประเทศที่เป็นประชาธิปไตย แต่ต้องเป็นความขัดแย้งบนหลักการและเหตุผล ต่อสู้กันทางความคิดต่อหน้าประชาชน

ไม่ใช่มุ่งทำลายล้างกันในทางการเมือง เพื่อบ้านเมืองจะได้เดินหน้าต่อไปได้

ผมไม่เชื่อว่าเรื่องนี้จะนำไปสู่การปฏิวัติรัฐประ หารอีก เรื่องนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้น หากใครคิดจะทำในสถานการณ์แบบนี้ ก็คงมืดบอดเต็มที

พล.อ.รัชกฤติ กาญจนวัฒน์

ส.ว.สรรหา

พ.ร.บ.นี้มีการพิจารณายกร่างมาอย่างดี มีความเหมาะ สมอยู่แล้ว การแต่งตั้งโยกย้ายทหารก็มีคณะกรรมการพิจารณาตามเกณฑ์ผลงาน

ส่วนการพิจารณาแต่งตั้งนายทหารระดับสูงที่ต้องอาศัยภายใต้ 6 บุคคล หรือ 6 เสียง ก็เป็นการพิจารณาโดยภาพรวมปกติตามแนวปฏิบัติ ฝ่ายการเมืองสามารถเข้ามาเจรจา ล็อบบี้คนได้บ้างเช่นกันอยู่แล้ว

ใช่ว่าการเมืองจะเข้ามาล้วงลูกไม่ได้ แต่ถ้าอยากเปลี่ยนตามใจตนแบบที่เรียกว่าหน้ามือเป็นหลังมือ คงไม่ได้

ไม่ต้องมองว่าพ.ร.บ.ฉบับนี้มีขึ้นในสมัยใคร อาจ เตรียมยกร่างไว้นานแล้ว แต่มาพิจารณาพอดีในช่วงรัฐบาล

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็ได้

พ.ร.บ.ฉบับนี้แค่เข้ามาเกี่ยวข้องในรูปของการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อควบ คุมความปลอดภัย ความยุติ ธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายทหารเท่านั้น