WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, October 8, 2011

"ฟ้าหญิง" เผยพระราชกระแสในหลวงให้จัดงาน 84 พรรษาแบบเรียบง่าย

ที่มา ประชาไท

เผยทรงได้รับหนังสือจากราชเลขา เผยรับสั่งพระเจ้าอยู่หัว ให้งานเฉลิมฉลองพระชนมายุ ครบ 84 ปีนั้นให้จัดแบบเรียบง่าย เพราะประชาชนกำลังเดือดร้อน

เมื่อบ่าย วันที่ 7 ต.ค. ที่โรงเรียนบ้านจันทเขลม ต.จันทเขลม อ.เขาคิชฌกูฎ จังหวัดจันทบุรี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในกิจกรรมของมูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรี นครินทราบรมราชชนนี หรือหน่วยแพทย์ พอ.สว.และหน่วยแพทย์พระราชทานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ที่ออกให้บริการตรวจรักษาแก่ราษฎรในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี

โอกาสนี้เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ หลังจากเสด็จเยี่ยมหน่วยแพทย์ พอ.สว.แล้ว ทรงประทานโอวาท พร้อมทั้งมีพระดำรัสเป็นห่วงราษฎรที่ประสบภัย น้ำท่วมขอหน่วยแพทย์ พอ.สว.ร่วมกับมูลนิธิจุฬาภรณ์จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ช่วยเหลือราษฎรอีก ครั้ง อย่างเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรผู้ประสบภัย

" ...ข้าพเจ้ามีความเป็นห่วงผู้ประสบภัยน้ำท่วม และขอร้องว่า เราชาว พอ.สว. แสดงสปิริต ว่า ช่วยพี่น้องประชาชนคนไทย โดยที่ว่าข้าพเจ้า จะนำหน่วยแพทย์ จากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และขอหน่วยแพทย์จากโรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มาช่วยกัน อาจจะเป็นการออกหน่วยแพทย์เต็มวัน ครึ่งวัน อาจจะอยู่จังหวัดหนึ่ง อีกครึ่งวันอยู่อีกจังหวัดหนึ่ง ซึ่งจะเป็นจังหวัดไหน ข้าพเจ้าจะขอไปดูความเร่งด่วนของการช่วยเหลือ ทุกคน ให้ทำถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ตอนนี้อีกไม่กี่เดือน ก็จะถึงวันเฉลิมที่ท่านจะครบ 84 ปีแล้ว พระองค์ท่านทรงตรากตรำ ทำงานเพื่อประชาชนคนไทยมาเป็นเวลา 60 กว่าปี ตอนนี้ท่านประชวร พระชรา แม้ว่าอาการจะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ด้วยพระชนมายุ 84 ปี ท่านจึงไม่สามารถที่จะตรากตรำออกพื้นที่ได้

แต่ว่าไม่ใช่ไม่ทรงสนพระทัย ทรงเรียกกรมชลประทาน มาเสมอๆ และพระราชทานคำแนะนำเกี่ยวกับการสร้างเขื่อน เกี่ยวกับการเก็บน้ำ เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ทรงทำตลอดเวลา

เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ฯ ทรงมีรับสั่งด้วยว่า ข้าพเจ้าได้รับหนังสือ จากราชเลขา เมื่อวานนี้ มีรับสั่งว่า ที่จะทำการเฉลิมฉลองพระชนมายุ ครบ 84 ปีนั้น ให้จัดแบบเรียบง่าย เพราะประชาชนกำลังเดือดร้อน อันนี้คือพระราชกระแส

6 ตุลา ประวัติศาสตร์อิหลักอิเหลื่อ และความพ่ายแพ้ทางประวัติศาสตร์ของอนุรักษ์นิยม

ที่มา ประชาไท

6 ตุลา คดีลึกลับ ตราบาปหลอกหลอนฆาตกร

“คำถามที่ว่า ใครก่อเหตุการณ์ 6 ตุลา ยังตอบไม่ได้อย่างเป็นทางการ เวลาที่ตอบไม่ได้อย่างเป็นทางการไม่ใช่ว่าประชาชนไม่รู้ รู้แต่ไม่ตอบ เพราะคดี 6 ตุลาเป็นคดีลึกลับเหมือนประวัติศาสตร์สมัยรัตนโกสินทร์นั้นแหละ

“ไม่ว่าจะตอบได้หรือไม่ได้ ผลมันเหมือนกันหมด เหมือนกับคดีสวรรคตนั่นแหละ คือมันส่งผลกระทบต่อผู้ก่อเหตุ ลบไม่ออก มันเป็นอีกหนึ่งคดีที่หลอกหลอนฆาตกรเรื่อยไป ไม่ว่ายังไงก็ตาม มันก็ติดตัวแปะตัวเขาไป”





ผู้ก่อเหตุ 6 ตุลา คือผู้แพ้ทางประวัติศาสตร์

“พอมาถึงวันนี้ 35 ปี ผมขอสรุปว่า ผู้ก่อเหตุการณ์ 6 ตุลา เป็นผู้แพ้ทางประวัติศาสตร์ แพ้ในที่นี้หมายถึงความชอบธรรม เขาไม่สามารถอ้างความชอบธรรมในฐานะผู้ก่อเหตุการณ์ 6 ตุลาได้อีก วีรกรรมการฆ่า 6 ตุลาไม่ใช่วีกรรมเพื่อชาติอีกต่อไป หรือไม่สามารถจะอ้างได้อีกต่อไป ว่าเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ เป็นวีรกรรมที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์

“ในทางตรงกันข้าม ผู้ก่อเหตุต้องแก้ต่าง ต้องแก้ตัว ต้องซ่อนพฤติกรรมว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง ผู้ที่คิดว่าเป็นผู้ชนะไม่ได้ฉลอง กลายเป็นผู้แพ้ฉลอง”





ชนชั้นนำไทยสรุปบทเรียน 6 ตุลา ด้วยการฆ่ามากขึ้น

“เมื่อเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลาแล้ว เราประชาชนเรียกร้องขออย่าให้มีการฆ่าอย่างนี้อีก ขอให้สรุปบทเรียนอย่ามีการฆ่า ชนชั้นนำไทยแทนที่จะสรุปบทเรียนว่าเลิกฆ่าเถอะ ชนชั้นนำไทยสรุปบทเรียนโดยการฆ่าเพิ่มมากขึ้นทุกที พฤษภาทมิฬก็ฆ่าคนมากกว่า 6 ตุลา พอถึงพฤษภา 53 ก็ฆ่ามากกว่าพฤษภา 35”





ฆ่ามารไม่บาป คนดีเลือกฝ่ายผิดก็ฆ่าได้

“ทำไมศาสนาพุทธบอกว่าการเข่นฆ่าเป็นบาป ทำไมจึงมีการฆ่ากันอยู่เรื่อยๆ ในสังคมไทย คำตอบคือ การเข่นฆ่าสังหารทำได้ เหมือนกับการสังหารยักษ์มาร สังหารคนชั่ว ไม่บาป เวลาที่พระนารายณ์มาปราบนนทุ พระนารายณ์ฆ่านนทุบาปไหม ? ไม่บาป นนทุเป็นคนสร้างความเดือดร้อนให้เทวดา เพราะนนทุไปขอนิ้วเพชรไปชี้คนโน้นคนนี้ตาย เพราะฉะนั้นพระนารายณ์ก็อวตารมาปราบ ฆ่านนทุตาย ก็ไม่บาป

“แต่เราเคยถามไหม เวลานนทุได้รับความเดือดร้อน ถูกดึงผมถูกเขกหัว ทำไมพระนารายณ์ไม่ลงมาช่วย คำตอบคือ ไม่ใช่เรื่องของพระนารายณ์ พระนารายณ์เดือดร้อนเมื่อเทวดาถูกฆ่าเท่านั้น นนทุจะถูกเขกหัวฟาดหัวช่างหัวมัน เพราะนนทุเป็นแค่ยักษ์ล้างเท้า ถ้านนทุเกิดสะเออะเผยอมาชี้เทวดาตาย อันนั้นจึงผิด ต้องฆ่า การฆ่านนทุไม่บาป

“คนดีที่เลือกฝ่ายผิดก็ฆ่าได้ อย่างกุมภกรรณเป็นยักษ์ที่ดี แต่คุณเลือกฝ่ายผิดคุณก็ถูกฆ่าได้ ยักษ์ที่ไม่ต้องดี ทรยศหักหลังด้วยซ้ำไปอย่างพิเภก เลือกข้างถูกก็สามารถจะดำรงชีวิตอยู่ได้ นี่คือตรรกะของชนชั้นนำที่ นี่คือคำอธิบายว่า ทำไมจึงเกิดการฆ่าประชาชนได้เสมอ ตราบใดก็ตามที่ชีวิตประชาชนมีค่าเท่ายักษ์นนทุ






6 ตุลา ประวัติศาสตร์อิหลักอิเหลื่อ ไม่เข้ากับโครงเรื่องประวัติศาสตร์ไทย

“6 ตุลาเป็นประวัติศาสตร์อิหลักอิเหลื่อ ถ้าเราอธิบาย 6 ตุลาตามโครงสร้างนี้ เราต้องอธิบายว่าพระนารายณ์อวตารมาฆ่าประชาชน โครงเรื่องพระนารายณ์อวตารมาฆ่าประชาชนเข้าเรื่องไม่ได้กับโครงเรื่อง ประวัติศาสตร์ไทย ดังนั้นไม่อธิบายจะดีกว่า”

“ประวัติศาสตร์ 6 ตุลา สะท้อนความเป็นจริงอันน่าตระหนกน่ากลัวว่า ประวัติศาสตร์ทางการนั้น คือวิชาว่าด้วยการตกแต่งอดีตให้งดงาม ทำไมต้องตกแต่งให้งดงาม เพื่อกลบเกลื่อนความจริงที่ไม่งดงามเอาไว้เบื้องหลัง พระเอกในประวัติศาสตร์จริงๆ แล้วมักจะเป็นผู้ร้ายในความเป็นจริง ไปตกแต่งประวัติศาสตร์ให้ตัวเองเป็นพระเอกอยู่เสมอ เมื่อตัวเองเป็นพระเอกก็ตกแต่งให้ครอบครัว ญาติโกโหติกา บรรพบุรุษของตัวเองเป็นพระเอกไปหมด ทั้งที่ความจริงแล้ว ทั้งหมดเป็นผู้ร้ายหมดเลย”






- - - - -

'ขวัญชัย' เดินหน้า 'กลุ่มแดงรักเจ้า'

ที่มา ประชาไท

'ขวัญชัย' เดินหน้า 'กลุ่มแดงรักเจ้า' ลั่น แยกเดิน นปช. วอน อย่าเอาไข่ไปกะเทาะหิน มีแต่แพ้ นัดแกนนำคนเสื้อแดงภาคอีสานประมาณ 20 จังหวัดหารือร่วมก่อนจะประกาศตั้งกลุ่ม เตรียมจัดงานระดมทุนเย็นวันที่ 8 ต.ค. นี้

7 ต.ค. 54 - เว็บไซต์คมชัดลึกรายงาน ว่านายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ยืนยันว่า จะเดินหน้าตั้งกลุ่มแดงรักเจ้าแน่นอน โดยเบื้องต้นในวันที่ 7 ต.ค.54 แกนนำคนเสื้อแดงภาคอีสานประมาณ 20 จังหวัด จะหารือร่วมกันก่อนที่จะประกาศตั้งกลุ่มแดงรักเจ้าขึ้น จากนั้น จะมีการจัดงานระดมทุนในช่วงเย็นของวันที่ 8 ต.ค.54ด้วย ซึ่งขณะนี้ได้ขายโต๊ะจีนไปแล้วประมาณ 1,400 โต๊ะ

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า เขาไม่ได้ต้องการนำสถาบันมาหาประโยชน์ทางการเมืองอย่างที่หลายฝ่ายกล่าวหา แต่ต้องการแสดงให้เห็นถึงความเทิดทูนสถาบัน และลดความแตกแยกในสังคม รวมทั้งยังเป็นการลดความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน เพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้อีกด้วย เพราะรู้สึกทนไม่ได้ที่มีคนมาชี้หน้าด่าว่า คนเสื้อแดงเป็นพวกล้มเจ้า พวกเผาบ้านเผาเมือง

“ที่ผ่านมา ชมรมคนรักอุดรเติบโตมาได้ ด้วยเงินของประชาชน ไม่ใช่เงินของนักการเมือง และยังเกิดมาก่อนที่จะมีกลุ่มนปช. (กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ)ด้วย อีกทั้งยังเป็นกำลังหลักในการชุมนุมของคนเสื้อแดงในช่วงที่ผ่านมา แต่วันนี้ แกนนำคนเสื้อแดงหลายคนได้ดีมีตำแหน่ง เป็นส.ส.และข้าราชการเมืองร่วม 30 คน ผมจึงต้องการสร้างคนเสื้อแดงในภาคอีสานให้แข็งแกร่ง เพราะไม่อยากเดินตามรอยกลุ่มนปช.ที่ขีดเส้นไว้ให้"

นายขวัญชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาทำกิจกรรมอะไร ก็ไม่มีใครให้ราคาเขา ไม่มีใครทำข่าวให้เหมือนกลุ่มนปช. เขามีทุกอย่าง มีเอเชียอัพเดท ส่วนข่าวเขาออกให้ก็แค่นิดเดียว ทั้งนี้ เขาต่อสู้มา 5 ปีอย่างโดดเดี่ยว รถ 2 คันที่ใช้ในการชุมนุมก็ถูกยึดจนเป็นหนี้ ไม่ได้เป็นส.ส.เหมือนพวกเขา แต่เขาก็มีมวลชนที่เขาศรัทธา

"เงินของชมรมคนรักอุดร เป็นเงินของชาวบ้าน รีดเลือดเอากับปู จนชมรมคนรักอุดรแข็งแกร่งได้จนถึงทุกวันนี้ ไม่เหมือนเงินของกลุ่มนปก.ในขณะนั้นที่ใช้เงินของนายเนวิน (ชิดชอบ) ส่วนกลุ่มนปช.ใช้เงินใครนั้น ก็รู้ ๆ กันอยู่ ความจริงผมก็ผิดเอง ที่พาคนอีสานไปร่วมกับกลุ่มนปช. จนทำให้เขาเป็นซุปเปอร์สตาร์ไป” นายขวัญชัย กล่าว

นายขวัญชัย กล่าวว่า ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมกลุ่มนปช.ต้องมาตั้งหมู่บ้านคนเสื้อแดง ทั้ง ๆ ที่เป็นลูกน้องเขา และเคยสร้างปัญหาให้มาก่อน เขาพยายามเงียบมาตลอด เพราะถูกขอร้องว่า อย่าพูด กลัวจะแตกแยก จึงได้แต่อดทนมาตลอด แต่ไม่เข้าใจว่า ทำไมกลุ่มนปช.ถึงทำอย่างนี้

ทั้งนี้ ล่าสุด มีการไปแจกใบปลิวที่จ.อุดรธานีว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มนปช. จะมาปราศรัยใหญ่เพื่อเปิดหมู่บ้านคนเสื้อแดงในวันที่ 24 ต.ค.ด้วย

"หากจะต้องแยกกันเดิน ก็ไม่มีปัญหา เพราะเชื่อว่า แนวทางที่ผมทำ จะสามารถพาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับบ้านได้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม คงต้องเช็คเรตติ้งกันก่อนว่าการจัดงานในวันที่ 8 ต.ค.นั้นจะเป็นอย่างไรกัน"

เขายังระบุว่า ความจริงแกนนำนปช.อย่างนายจตุพร ควรจะเบา ๆ ลงบ้าง ลดลาวาศอกลงบ้าง อย่าพูดอะไรเลยเถิด เพราะแม้แต่พ.ต.ท.ทักษิณ เอง ก็ยังยอมถอยมาตั้ง 2 ปี

"ที่ผ่านมาเราเอาไข่ไปกระเทาะหิน สู้แล้วก็แพ้ ดังนั้น อยากขอร้องนางธิดา (ถาวรเศรษฐ์) ด้วยว่า อย่าเอาวิชาคอมมิวนิสต์มาใส่สมองของประชาชน” นายขวัญชัยกล่าว

‘นิว แมนดาลา’ เปิดตัวซีรีส์ ‘ชาติ ศาสน์ กษัตริย์’ (1)

ที่มา ประชาไท

เว็บไซต์นิวแมนดาลา ซึ่งเป็นเว็บไซต์อภิปรายเรื่องสังคม การเมือง วัฒนธรรมในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย เปิดตัววีดีโอซีรีส์ชุดใหม่ในหัวข้อ ‘ชาติ ศาสน์ กษัตริย์’ เปิดพื้นที่พูดคุยในประเด็นสามเสาหลักของประเทศไทย ผ่านมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง โดยมีผู้ร่วมสนทนาเป็นนักวิชาการแถวหน้าทั้งไทยและต่างประเทศ อาทิเช่น ผาสุก พงษ์ไพจิตร, คริส เบเกอร์, แอนดรูว์ วอล์กเกอร์, เดส บอล, ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

ประชาไท จึงขอนำเสนอวีดีโอดังกล่าวแก่ผู้อ่าน โดยมีคำบรรยายภาษาไทย พร้อมพูดคุยกับ ‘นิโคลัส ฟาร์เรลลี่’ นักวิจัยประจำวิทยาลัยเอเชีย แปซิฟิก มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย และผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ ‘นิวแมนดาลา’ ถึงที่มาของวีดีโอชุดนี้ด้วย





ตอนที่ 1 ของซีรีส์ “ชาติ ศาสน์ กษัตริย์”
(ผู้ชมสามารถเลือกคลิก ‘cc’ เพื่อเปิดคำบรรยายภาษาไทย)

ดร. นิโคลัส ฟาเรลลี่ เล่าถึงที่มาวีดีโอชุดนี้ว่า ซีรีส์ดังกล่าวมีทั้งหมดสามตอน ในแต่ละตอนประกอบไปด้วยการอภิปรายว่าด้วยชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ตามลำดับ โดยมีนักวิชาการทั้งไทยและเทศที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้านมาร่วมแลก เปลี่ยนมุมมองและบทวิเคราะห์ที่ตรงไปตรงมา เพื่อที่จะตั้งคำถามต่อ ‘ชาติ ศาสน์ กษัตริย์’ ซึ่งฟาร์เรลลี่มองว่า เป็นหลักการที่ส่งอิทธิพลต่ออุดมการณ์ทางการเมืองอย่างในสังคมไทยกว้างขวาง จึงต้องการจะเปิดประเด็นเพื่อนำไปสู่การถกเถียงในสิ่งที่เราอาจเคยเชื่อกัน มาในแบบเดิมๆ

ในตอนที่หนึ่งของซีรีส์ จะเป็นการอภิปรายเรื่อง ‘ชาติ’ โดยมีวิทยากรคือแอนดรูว์ วอล์กเกอร์ นักวิชาการด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องชนบทไทย, ผาสุก พงษ์ไพจิตร และคริส เบเกอร์ นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองไทย และดำเนินรายการโดยนิโคลัส ฟาร์เรลลี โดยในตอนนี้ จะอภิปรายในเรื่องนโยบายเศรษฐกิจไทย และอนาคตของประเทศในภาวะช่วงเปลี่ยนผ่าน

ส่วนในตอนที่สอง เป็นการอภิปรายเรื่อง ‘ศาสนา’ ซึ่งมีวิทยากร เช่น เดส บอล นักวิชาการประจำศูนย์ยุทธศาสตร์และความมั่นคงศึกษา มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย มาพูดคุยในเรื่อง ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และแนวโน้มของภูมิภาคดังกล่าวในอนาคต

ส่วนในตอนที่สาม ว่าด้วย ‘พระมหากษัตริย์’ ฟาร์เรลลี่กล่าวว่า เป็นหนึ่งในไฮไลท์ของซีรีส์ชุดนี้เลยก็ว่าได้ เพราะจะมีการอภิปรายถึงความเกี่ยวข้องของสถาบันกับการเมือง

“ผมคิดว่าทุกคนคงจะอยากรอชมตอนสุดท้าย ที่จะเน้นการอภิปรายเรื่องวังและการเมืองที่รายล้อมราชวงศ์ มันประกอบไปด้วยการวิเคราะห์ทางวิชาการอย่างเต็มๆ และตรงไปตรงมา ว่าด้วยอนาคตของประเทศไทยและสถาบันกษัตริย์ มันจะคุ้มค่าการรออย่างแน่แท้” ฟาร์เรลลี่กล่าวในอีเมลล์กับผู้สื่อข่าว

ในการจัดทำและนำเสนอวีดีโอซีรีส์ชุดนี้ ฟาร์เรลลี่หวังว่า จะนำมาซึ่งความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศไทยที่ดีขึ้น และในฐานะนักวิชาการและสถาบันการศึกษา เขาเห็นว่าเป็นความรับผิดชอบที่จะต้องเปิดพื้นที่และจุดประเด็นการถกเถียง แม้แต่ในเรื่องที่อ่อนไหวมากที่สุด

“สำหรับคนที่ศึกษาเรื่องประเทศไทย มันหมายความว่าเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงในการพูดถึง ‘ชาติ ศาสน์ กษัตริย์’ เช่นเดียวกับเรื่องอื่นๆ ที่เป็นปัจจัยชี้อนาคตของประเทศไทย” ฟาร์เรลลีกล่าว

สำหรับผู้อ่านที่ชมแล้วอยากจะร่วมแสดงความคิดเห็นกับผู้จัดทำ สามารถเข้าไปได้ที่เว็บไซต์นิวแมนดาลา

ปูย้ำเยียวยาเหยื่อขัดแย้งการเมือง แดงนานาชาติเร่งผ่าตัดใหญ่หากโดนรปห.พร้อมหนุนรัฐบาลพลัดถิ่น

ที่มา Thai E-News

เยียวยาเหยื่อ-นายกฯ ยิ่งลักษณ์กล่าวในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์คุยกับประชาชนเช้านี้ นอกจากการทุ่มเทแก้ไขปัญหาน้ำท่วมแล้ว ได้รายงานว่ารัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งขึ้นเพื่อทำตามข้อเสนอของคอ ป.ในการฟื้่นฟูเยียวยาเหยื่อที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมืองด้วย


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
8 ตุลาคม 2554



นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการวิทยุรัฐบาลยิ่งลักษณ์คุยกับประชาชนในช่วงเช้าวันนี้ตอนหนึ่ง ว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้
ครม.มีมติรับทราบข้อเสนอของ คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ต่อนโยบายสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติและฟื้นฟูประชาธิปไตย โดยมอบหมายให้นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประสานงาน คอป. จึงให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะ ของ คอป. (ปคอป.)

คณะกรรมการชุดนี้ มีอำนาจในการเสริมสร้างความเข้าใจ และสนับสนุนการดำเนินงานของ คอป. เสนอแนะมาตรการเยียวยา ฟื้นฟูเหยื่อและผู้เสียหาย ตลอดจนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความรุนแรงหรือความขัดแย้งทางการเมือง ประสานงานขอความร่วมมือติดตามผลการดำเนินการตามข้อเสนอของ คอป.

อ่านรายละเอียดข้อเสนอของคอป.ต่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์ คลิ้กที่นี่


เครือข่ายแดงนานาชาติเร่งยิ่งลักษณ์ยกเครื่องประเทศ ลั่นหากโดนรัฐประหารพร้อมโอบอุ้มรัฐบาลพลัดถิ่นทันที

หากรัฐบาลต้องถูกรัฐประหารโดยกองทัพ หรืออำนาจตุลาการ และอิทธิพลอื่นจากกลุ่มอำนาจนอกระบบ ซึ่งมิได้เป็นไปตามครรลองระบอบประชาธิไตย เครือข่ายประชาชนไทยนอกประเทศ จะร่วมกับพี่น้องคนไทยในประเทศ ลุกขึ้นคัดค้าน ต่อสู้ และสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลนอกราชอาณาจักรโดยทัน

ทางด้านเครือข่ายแดงนานาชาติ ประกอบด้วย Thai Red Australia ,Thai Red USA , UDD-Thai of Europe , Thai Red in Japan , Thai Red Japan และ Thai Red Taiwan ได้ส่งจดหมายเปิดผนึก ฉบับที่ 2 เรื่อง สนับสนุนรัฐบาลและแถลงยืนยันเจตจำนง จดหมายเปิดผนึกฉบับที่ 1 ถึง พรรคเพื่อไทย รัฐบาลไทย และนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้


ด้วยการติดตามความเป็นไปของสถานภาพและสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ของสังคมการเมืองไทยตลอด 5 ปี หลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นต้นมา เครือข่ายแดงนานาชาติ สามารถประมวลข้อมูลและอนุมานเป็นผลสรุป ตามความในจดหมายเปิดผนึกฉบับที่ 1 ที่แจ้งแล้วต่อท่านนั้น

จากแนวคิดและความพยายามถึงการนำสู่การปฎิบัติของรัฐบาล ซึ่งแม้อาจมีหลายเรื่อง ยังไม่เป็นรูปธรรมตามความต้องการของข้อเสนอ เราขอแสดงความขอบคุณมา ณ ที่นี้ แต่....

ด้วยขณะนี้ สัญญาณบอกเหตุของขบวนการกลุ่มอำนาจนอกระบบ กลุ่มอำนาจเผด็จการทหาร พรรคการเมืองอนุรักษ์นิยม กลุ่มนักวิชาการ สื่อ องค์กรอิสระ กลุ่มทุนผูกขาด และม็อบจัดตั้งสายอำมาตย์ ร่วมมือแสดงออกให้เห็นอย่างแจ้งชัด สร้างกระแสขัดขวาง บ่อนทำลาย ชี้นำเบี่ยงเบนความเข้าใจของประชาชนทุกวิถีทาง เพื่อให้เกิดความชอบธรรมในการใช้อำนาจนอกระบบ กองทัพและตุลาการ ล้มล้างพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย และขบวนการประชาธิปไตยภาคประชาชน เพื่อนำย้อนกลับไปสู่สภาพอนาธิปไตยอย่างทีเป็นมาอีก

เครือข่ายแดงนานาชาติ รู้สึกเป็นห่วง จึงอยากขอย้ำเตือนมายังท่านอีกครั้งว่า
"การ นำพาประเทศให้พ้นวิกฤตและสร้างประชาธิปไตยเพื่อตอบสนองความต้องการแท้จริง ของประชาชน จะไม่สามารถนำไปสู่ความสำเร็จ ด้วยการไม่กล้าเผชิญกับปัญหาและทำความจริงให้ปรากฎ การมุ่งแก้เศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว โดยไม่นำเอาหลักนิติรัฐ นิติธรรม แก้ไขโครงสร้างการบริหาร การปกครองและการตุลาการควบคู่พร้อมกันคงไม่สามารถนำประชาธิปไตยมาสู่ประชาชน ได้เช่นกัน"

ดังนั้น เพื่อมิให้การต่อสู้ภาคประชาชน ที่ทุ่มเทความเหนื่อยยาก ความเดือดร้อน รวมทั้งเสียสละแม้แต่ชีวิต เพียงเพื่อต้องการให้ประเทศมีประชาธิปไตย ปวงชนมีสิทธิตามขอบเขตที่บัญญัติไว้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ต้องเสียเปล่า

ท่านซึ่งขณะนี้ ประชาชนส่วนใหญ่มอบอำนาจและความไว้วางใจให้ ประกอบร่วมด้วยกับแนวคิด ข้อเสนอชี้นำของ คอป. ซึ่งสามารถใช้อำนาจตามขอบเขตของกฎหมายที่มีอยู่ ขจัดความไม่ถูกต้อง ความไม่เป็นธรรม ให้หมดสิ้นไปจากผืนแผ่นดินไทยได้ เครือข่ายแดงนานาชาติจึงหวังอย่างยิ่งว่า รัฐบาลจะรีบดำเนินการโดยทันที

สุดท้ายนี้ หากการกระทำนั้น รัฐบาลต้องถูกรัฐประหารโดยกองทัพ หรืออำนาจตุลาการและอิทธิพลอื่นจากกลุ่มอำนาจนอกระบบ ซึ่งมิได้เป็นไปตามครรลองระบอบประชาธิไตย เครือข่ายประชาชนไทยนอกประเทศ จะร่วมกับพี่น้องคนไทยในประเทศ ลุกขึ้นคัดค้าน ต่อสู้ และสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลนอกราชอาณาจักรโดยทันที

ขอแสดงความนับถือ
เครือข่ายแดงนานาชาติ
ตุลาคม 2554


Thai Red Australia Thai Red USA UDD-Thai of Europe
Thai Red in Japan Thai Red Japan Thai Red Taiwan

********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:ข้อเสนอของเครือข่ายแดงนานาชาติในจดหมายเปิดผนึกฉบับที่ 1


เพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการ ที่จะนำไปสู่การแก้วิกฤตและเกิดความปรองดองโดยแท้จริง

1. จากสาเหตุปัญหาทางการเมืองที่ผ่านมา ( 2548 ก่อนการรัฐประหาร - ปัจจบัน ) ได้มีการกล่าวหา กล่าวโทษ สร้างข้อมูลเท็จ จับกุมคุมขังบุคลด้วยกฏหมายที่ไม่เที่ยงธรรม สร้างการระเมิด การริดรอนสิทธิเสรีภาพและหลักสิทธิมนุษย์ชนที่ขัดต่อกฎหมายและต่อสนธิสัญญา ระหว่างประเทศเป็นจำนวนมาก

เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม รัฐบาลต้องดำเนินการโดยทันทีคือ

1.1 ต้องไม่ดำเนินการใดๆ เพื่อการใช้กฎหมายหรือพระราชกำหนดให้เกิดการนิรโทษกรรมทุกคดีความ

1.2 คดีความทุกคดีที่ฟ้องร้องและยังไม่สิ้นสุด จะต้องดำเนินการพิจารณาตามขบวนการยุติธรรมจนกว่าจะสิ้นสุด ซึ่งผู้เกี่ยวข้องในคดีทั้งหมดต้องได้รับสิทธิการปล่อยตัวหรือการประกันตัว เพื่อต่อสู้คดีในศาล

2. จากเหตุการณ์สังหารหมู่ประชาชน 91 ศพ ( 10 เมษายน - 19 พฤษภาคม 2553 ) ซึ่งยังไม่มีการพิจารณาหาข้อเท็จจริงเพื่อประกาศให้สังคมรับรู้ และ/หรือนำเอาคนผิดมาลงโทษ

เพื่อการดำเนินการให้เกิดการรับผิดชอบ รัฐบาลต้องดำเนินการโดยทันทีคือ

2.1 ต้องลงสัตยาบันในสนธิสัญญาเพื่อเปิดให้ศาลอาญาระหว่างประเทศมีสิทธิในการพิจารณาคดี

2.2 ต้องไม่ดำเนินการใดๆเพื่อให้เกิดการหยุดยั้งในการหาคนผิดมาลงโทษ หรือใช้กฎหมายและ/หรือพระราชกำหนดเพื่อนิรโทษกรรมยกเว้นความผิด

2.3 เนื่องจากขบวนการยุติธรรมที่ผ่านมาไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชน เพื่อหลีกเลี่ยงการขัดแย้งและการไม่ยอบรับในขบวนการการตัดสินจากทุกฝ่าย จะต้องไม่ดำเนินการใช้ขบวนการยุติธรรมในประเทศเป็นผู้พิจารณาคดี

3. รัฐบาลต้องดำเนินการให้มีขบวนการสร้างรัฐธรรมนูญใหม่ที่ประชาชนยอมรับและมี ส่วนร่วม ทั้งนี้ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จเพื่อประกาศใช้ภายใน 365 วัน

3.1 ระหว่างการดำเนินการ ให้ประกาศระงับการใช้รัฐธรรมนูญที่มาจากการรัฐประหารฉบับปี 2550 และนำรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 มาใช้แทนชั่วคราวจนกว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลใช้บังคับ

3.2 การระงับการใช้รัฐธรรมนูญรัฐประหารฉบับปี 2550 ย่อมมีผลให้องค์กรอิสระ องค์กรอื่นและหน่วยงานของรัฐที่เกิดขึ้นโดยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนี้ ต้องสิ้นสุดลงโดยทันที

3.3 รัฐธรรมนูณฉบับใหม่ อย่างน้อยจะต้องให้มีการแก้ไขหรือบัญญัติข้อกำหนดคือ

3.3.1 การเปลี่ยนแปลง ล้มล้างอำนาจรัฐที่ไม่เป็นไปตามวิถีทางประชาธิปไตยกำหนด หรือการล้มล้างรัฐธรรมนูญ คือความผิดที่ไม่มีอายุความสำหรับการฟ้องร้องกล่าวโทษ และต้องไม่มีอำนาจอื่นใดสามารถยกเว้นหรือล้มล้างความผิด

3.3.2 ต้องมีบทบัญญัติที่มิให้สถาบันกษัตริย์ถูกนำมาใช้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ทางเศรษฐกิจและสังคม

3.3.3 ยกเลิกกฎหมายหมิ่น ม.112

3.3.4 ยกเลิกหมวดองคมนตรีในมาตราที่เกี่ยวกับอำนาจและการดำรงสิทธิในการเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระมหากษัตริย์

4. ปฎิรุปขบวนการยุติธรรมทั้งระบบ โดยตุลาการและศาลต้องมาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน และนำระบบลูกขุนมาใช้เพื่อการพิจารณาคดี

5. ปฎิรุปกองทัพให้เป็นองค์กรของประชาชนและใช้ปกป้องประเทศ

เปิดรายชื่อนักโทษการเมืองทั่วประเทศ:72ชีวิตที่ถูกลืม72ชีวิตเพื่อนของเรา พวกเขาเจอภัยน้ำท่วมปาก

ที่มา Thai E-News

ที่มา สำนักกฎหมายราษฎรประสงค์


สถิติ นักโทษการเมืองทั่วประเทศ ( ข้อมูล ณ วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๔ )

- เรือนจำพิเศษกรุงเทพ 45 คน
- เรือนจำคลองเปรม 1 คน
- ทัณฑสถานหญิงพิเศษกลาง 3 คน
- เรือนจำจังหวัดมหาสารคาม 9 คน
- เรือนจำจังหวัดอุบลราชธานี 4 คน
- เรือนจำจังหวัดอุดรธานี 5 คน
- เรือนจำจังหวัดเชียงใหม่ 6 คน
รวม 72 คน

รายชื่อผู้ต้องขังเสื้อแดงเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

แดน 1

อนุวัฒน์ อินทรต์ละออ คดี พรก,ลักทรัพย์
จเด็ด โชคพานิชย์ คดี พรก,ลักทรัพย์
วราวุธ ฐานังกรณ์ คดี หมิ่นประมาท ม. 112
อเนก สิงขุนทด คดี วัตถุระเบิด
สมยศ พฤกษาเกษมสุข คดี หมิ่นประมาท ม. 112
บัณฑิต สิทธิทุม

แดน 2

สรเทียน สิงกันยา คดี วัตถุระเบิด
สิทธิชัย เกียรติกมลชัย คดี พรก.
ธเนตร อนันตวงษ์ คดี พรก.
เอกชัย มูลเกษ คดี วัตถุระเบิด

แดน 3

พิทยา แน่นอุดร คดีวัตถุระเบิด
คำรณ ชัยสิทธิ์
จ๋า จักราช คดี พรบ.อาวุธ
คมสันต์ สุดจันทร์ฮาม คดี พรก.ลักทรัพย์
สุรภักดิ์ ภูไชยแสง คดี หมิ่นประมาท ม. 112

แดน 4

วันชัย แซ่ตัน คดี หมิ่นประมาท ม. 112
ณัฐ สัตยาภรณ์พิสุทธิ์ คดี หมิ่นประมาท ม. 112
พศิน แสนจิตต์ คดี พรบ.อาวุธ
อาทิตย์ เบ้าสุวรรณ คดี พรก.ลักทรัพย์
เพชร แสงมณี คดีวางเพลิง ก่อการร้าย
สายชล แพบัว คดีวางเพลิงเผา CTW
สมศักดิ์ วังซ้าย คดีพรก.ลักทรัพย์
วัชราวุธ สุทธิพันธ์ คดีพรก.ลักทรัพย์
ธาดา เปี่ยมฤทัย คดีพรก.ลักทรัพย์

แดน 5

วีรยุทธ สุภาพ คดีพรก.ลักทรัพย์
ประสงค์ มณีอินทร์ คดีพรก.ลักทรัพย์
โกวิทย์ แย้มประเสริฐ คดีพรก.ลักทรัพย์
ยุทิน สังข์ชิมาศ คดี พรก.ลักทรัพย์
พรชัย โลหิตดี คดีพรก. ปล้นทรัพย์ CTW

แดน 6

พินิจ จันทร์ณรงค์ คดีพรก. ปล้นทรัพย์ CTW
ยุทธชัย สีน้อย คดีพรก.ลักทรัพย์
โชคอำนวย สุรการ คดีพรบ.อาวุธฯ
เสถียร รัตนวงศ์ คดี หมิ่นประมาท ม. 112
เลอพงศ์ วิชัยคำมาศ คดี หมิ่นประมาท ม. 112
สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ คดี หมิ่นประมาท ม. 112
สมพร อาจคำพันธ์

แดน 8

ธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล คดี หมิ่นประมาท ม. 112
คำหล้า ชมชื่น คดีปล้นปืน
อำพล ตั้งนพกุล คดี หมิ่นประมาท ม. 112
สุริยันต์ กกเปลือย คดี หมิ่นประมาท ม. 112
กฤษณะ ขรรค์เพชร คดี พรก.บุกรุก
ธนพงษ์ บุตรดี คดีพรก.ทำให้เสียทรัพย์
วิศิษฎ์ แกล้วกล้า คดี พรก.ปล้นทรัพย์ CTW
นคร สังสุวรรณ คดี พรก. วิทยุสื่อสาร

เรือนจำคลองเปรม

นายแสวง กงกันยา (แดนแปด) จำคุก 1 ปี 12 เดือน คดีถึงที่สุดแล้ว

ทัณฑสถานหญิง

1. นางสาวพยอม หนูสูงเนิน
2 .นางสาวดารณี ชาญเชิงศิลปะกุล
3 .นางเจียม ทองมาก

มหาสารคาม

1.นายคมกฤษ คำวิแสง
2.นายภานุพงษ์ นวลเสน
3.นายสมโภชน์ สีกากุล
4.นายอุทัย คงหา
5.นายไพรัช จอมพรรษา
6.นายมนัส วรรณวงศ์
7.นายสุชล จันปัญญา
8.นายชรัญ เอก สิริ
9.นายเดชอดุลย์ เดชบุรัมย์

อุดรธานี

วิชัย ดีเจริญ
จักรพงษ์ แสนคำ
ประสิทธิ์ วิชัยรัตน์
คงเดช ปัญญาทอง
มณีรัตน์ ปัญญาทอง ( หญิง )

อุบลราชธานี

น.ส.ปัทมา มูลมิล
นายธีรวัฒน์ สัจสุวรรณ
นายสนอง เกตุสุวรรณ
นายสมศักดิ์ ประสานทรัพย์

เชียงใหม่

นายนพรัตน์ แสงเพชร
นายประยุทธ์ บุญวิจิตร
นายบุญรัตน์ ไชยมโน
นายสมศักดิ์ อ่อนไหว
นายพะยอม ดวงแก้ว
นายแดง ปวนมูล

***********
้เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

10 ตุลาคม เชิญร่วมกิจกรรมกินส้มตำคิดถึงบ้าน+ประมูลหาทุนช่วยเพื่อนนักโทษเสื้อแดง
สำนักกฎหมายราษฎรประสงค์ แจ้ง ว่า จากการรวมตัวของกลุ่มเพื่อนที่ยังเห็นความสำคัญของเพื่อนพี่น้องเสื้อแดงที่ ยังคงอยู่ในเรือนจำจึงได้เปิดงานประมูลครั้งที่1เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

การจัดกิจกรรมพบปะเพื่อนในเรือนจำกับชื่องานว่า”ของขวัญแดงแด่เพื่อนสีแดง” เพื่อเป็นกำลังใจให้กับเพื่อนๆที่ยังคงอยู่ในเรือนจำและไม่ได้รับสิทธิ ประกันตัว บางรายถูกพิพากษาไปแล้วด้วยความไม่เป็นธรรม จากวันนั้นจนถึงวันนี้เรายังจัดกิจกรรมกันทุกวันที่19 ของทุกเดือน

ช่วงที่ผ่านมาถือว่าการได้พบกับเพื่อนในเรือนจำเดือนละครั้งทำให้พวกเขามี กำลังใจมากขึ้น หลายเสียงที่ส่งผ่านลูกกรงผ่านมาทางทนายและเพื่อนแดงที่ไปเยี่ยมพวกเขา ได้ฝากขอบคุณและรอคอยให้ถึงวันนั้นของทุกเดือน ต่างบอกว่ามันรู้สึกยาวนานเกินไปแต่ก็รอคอยอย่างมีความหวัง

10 ตุลาคม 54 นี้เราเราจึงจัดงาน “กินส้มตำคิดถึงบ้าน” เพราะการได้กินอาหารร่วมกันประหนึ่งเหมือนการได้กินข้าวกับครอบครัวและส้มตำ เป็นอาหารที่ไม่มีในเรือนจำนานครั้งจึงจะได้กิน ท่านใดสนใจร่วมกิจกรรมเชิญพบกันได้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับพวกเขา
เปิดตัวงานประมูลครั้งที่2 รายได้เพื่อเพื่อนนักโทษทางการเมืองอีกครั้ง

เนื่องจากยังมีอีกหลายท่านสนใจงานประมูลที่รายได้ทั้งหมดนำมอบให้กับเหยื่อ ทางการเมืองที่ถูกกุมขังอยู่ในขณะนี้ ครั้งนี้เรามีสินค้าจากนักเคลื่อนไหว นักวิชาการ ที่ยินดีมอบสินค้าเข้าร่วมด้วย อาทิ นาฬิกาฟอสซิลจากคำผกา ผ้าพันคอพร้อมบทกวีจากไม้หนึ่ง ก. กุนที ปากกาจากอ.ตุ้ม รายการที่นี่ความจริง เป็นต้น

พบกันทางfacebook https://www.facebook.com/event.php?eid=240675595984166

ร่วมสนับสนุนได้ที่ชื่อบัญชี นายยุทธการ โสภัณนา และ/หรือ นายอานนท์ งามสนิท และ/หรือ นายอานนท์ นำภา บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสี่แยกศรีวรา เลขบัญชี ๑๔๐ – ๒๕๖๕๙๗ – ๙

Friday, October 7, 2011

"สุธาชัย" ถอดบทเรียน6ตุลา มรดกตกทอดสู่ "คนเสื้อแดง" โยนผลพวง "รัฐประหาร" ตราบาปติดตัว "อภิสิทธิ์"

ที่มา มติชน



รับชมข่าว VDO

เมื่อวันที่6ต.ค. จากงานสัปดาห์รำลึก 35 ปี 6 ตุลา จัดโดย องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) โครงการกำแพงประวัติศาสตร์: ธรรมศาสตร์กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และเครือข่ายเดือนตุลา ร่วมกับ กลุ่มประชาคมจุฬาเพื่อประชาชน (CCP), กลุ่มประชาคมธรรมศาสตร์คัดค้านอำนาจนอกระบบ (TCAD), กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย (LLTD), กลุ่มเสรีเกษตรศาสตร์ (LKS), กลุ่มประชาคมมหิดลเสรีเพื่อประชาธิปไตย (FMCD) ณ ห้องจี๊ด เศรษฐบุตร คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

ผศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้บรรยายถึง เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ในโอกาสครบรอบ 35 ปี 16 ตุลา โดยได้ตั้งคำถามว่า ทำไมถึงมีการเข่นฆ่าประชาชน หรือมีการรัฐประหารเกิดขึ้น ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้

1. 6 ตุลา เกิดจากความคับแคบของความคิดของชนชั้นนำ ที่คิดอะไรไม่เป็น และมักจะใช้วิธีการที่เรามักจะคุ้นเคยกันเมื่อ 19 กันยา 2549 แม้ 6 ตุลา 2519 เราอาจจะไม่คุ้นก็ตาม ลักษณะที่น่าสนใจคือ การเข่นฆ่าประชาชนมาจากกระบวนการที่เรียกว่า "การมีอำนาจเหนือรัฐ" หรือที่เราเรียกว่า "กลุ่มอำมาตยาธิปไตย" ซึ่งลักษณะนี้ รัฐบาลทุกชุดก่อน 6 ตุลา ไม่ได้มีการสั่งการหรือดำเนินการ แต่กลไกของรัฐทำงานเอง ทำให้มีการเข่นฆ่านักศึกษา ฆ่าผู้นำชาวนา

จนถึงปัจจุบัน ก็ไม่เคยมีการจับคนร้ายแม้แต่คนเดียว มากกว่านั้นคือ ไม่มีใครทราบว่าใครสั่งฆ่า ใครเป็นคนลงมือ ใครเป็นคนแขวนคอ ซึ่งทั้งหมดนี้ ยังไม่มีการดำเนินคดี ถามว่าทำไมถึงดำเนินการไม่ได้ เพราะกลไกของรัฐเป็นผู้ดำเนินการ และทำไมถึงต้องมีการรัฐประหาร ก็เพราะรัฐบาลไม่ตอบสนองกลุ่มอำมาตย์

2. เหตุใด 6 ตุลา 2519 ถึงมีความสำคัญ วันนี้ผ่านมา 35 ปี เหตุการณ์ก็เปลี่ยนไป รัฐบาลก็เปลี่ยนหลายชุด แทบไม่มีอะไรเชื่อมโยงกับคณะบุคคลที่เป็นฝ่ายกระทำ ตัวละครหลายคนก็เสียไปแล้ว แม้จะมีเหลืออยู่บ้าง แต่ก็ทำให้เหตุการณ์ 6 ตุลา กลายเป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ กลายเป็นประวัติศาสตร์ที่โหดเหี้ยม และยังเหลือสิ่งตกค้างอยู่บ้าง เช่น คำถามที่ว่าใครเป็นคนก่อเหตุ ซึ่งตอบไม่ได้อย่างเป็นทางการ แม้จะรู้ว่าเป็นใคร แต่ก็ไม่มีใครตอบ เพราะเป็นคดีลึกลับที่ไม่สามารถตอบได้

ทั้งนี้ สิ่งที่ตอบไม่ได้นั้น ก็ได้ส่งผลต่อผู้ก่อเหตุ ที่ทำให้ลบไม่ออก เป็นอีกกรณีหนึ่งที่ตามหลอกหลอนผู้ก่อเหตุ โดยเชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนั้น ยังติดตัวเขาหรือเป็นตราบาปไปตลอด เช่นเดียวกับกรณี 91 ศพ ในการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ก็กลายเป็นตราบาปติดตัว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตลอดไป

3. เมื่อย้อนประเด็น 6 ตุลา สามารถสรุปได้ว่า เป็นความพ่ายแพ้ทางประวัติศาสตร์ของกลุ่มอนุรักษ์นิยม กลุ่มที่ก่อเหตุนั้น เขาคิดว่าเมื่อฆ่านักศึกษา และทำการรัฐประหารแล้ว จะสามารถสร้างหลักประกันให้กับสถาบันหลักที่ยึดมั่นได้ และเขาก็มั่นใจอย่างนั้น จนเราอาจจะคิดไม่ถึงว่า รัฐบาลของนายธานินทร์ กรัยวิเชียร ที่บอกว่าภาพไม่ดี บริหารไม่ได้เรื่องนั้น กลายเป็นรัฐบาลในอุดมคติของฝ่ายอำมาตย์ ในภาวะที่ต้องการจัดการกับกลุ่มที่เขาเรียกว่า "คอมมิวนิสต์" ไม่ต้องการประชาธิปไตย ไม่สนใจว่าประชาชนจะชอบหรือไม่ชอบ พอขึ้นมาก็เสียภาพลักษณ์ ต้องแก้ต่างในทางสากล ขณะเดียวกันรัฐบาลของนายธานินทร์ก็ไม่มีใครชอบ ไม่ได้เป็นที่นิยม เพราะสถานการณ์บ้านเมืองแย่ นักศึกษาหนีเข้าป่า สงครามกลางเมืองขยายตัว และถูกต้านจากกลุ่มเดียวกัน ก่อนถูกโค่นภายในปีเดียวกัน

ครั้งเมื่อ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ มาเป็นนายกรัฐมนตรี แม้จะมีการนิรโทษกรรมฝ่ายเหยื่อ แต่เขาก็เชื่อว่าฝ่ายผู้กระทำไม่ผิด ทำไมถึงคิดว่าสิ่งที่พวกเขานั้นไม่ผิด คำตอบคือ เพราะเขาคิดว่าที่ทำไปเพื่อปกป้องชาติบ้านเมือง ศาสนา และพระมหากษัตริย์ จึงคิดว่าไม่ผิด

ทั้งนี้ สรุปได้ว่า ที่ผ่านมา 10 กว่าปีนั้น ไม่มีใครกล่าวว่า การปราบปราบนักศึกษาเมื่อ 6 ตุลา เป็นที่น่าชื่นชม หรือมาบอกว่าเรามีส่วนร่วมแล้วชอบธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เท่าที่สำรวจมา ก็ไม่มีวรรณกรรมหรือนวนิยายไหน ที่กล่าวถึงนักศึกษาช่วง 6 ตุลา ในทางลบ แต่ 6 ตุลา ได้ถูกเปลี่ยนฐานะ กลายเป็นตราบาปที่ทำให้คนที่เกี่ยวข้องไม่อยากพูดถึง แม้หลายคนถูกขุดคุ้ยมาพูด ว่ามีความเกี่ยวข้องก็ตาม

4. จาก 6 ตุลา ถึงปัจจุบัน คิดว่า 6 ตุลา ให้บทเรียนสังคมไทยที่สะท้อนข้อเท็จจริงที่ไม่เปลี่ยน อย่างน้อยใน 35 ปี เป็นที่น่าแปลกใจว่า สิ่งที่ชอบอ้างว่าเป็นเมืองพุทธ แต่ไม่มี "อหิงสาธรรม" ชนชั้นปกครองจึงพร้อมที่จะใช้ความรุนแรงเสมอ การเข่นฆ่าจึงเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า และเหตุการณ์เมื่อวันที่ 6 ตุลา ก็ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ทั้งนี้ เพราะสังคมไทยต่างจากประเทศอื่น คือชนชั้นนำโหดเหี้ยม ซึ่งมั่นใจว่าประเทศอื่นส่วนใหญ่ไม่มีแบบนี้ ชนชั้นกลางไทยไร้สติปัญญา พร้อมที่จะสนับสนุนการฆ่าประชาชนเสมอ การฆ่านำมาซึ่งเสถียรภาพ ชนชั้นกลางมักจะวางเฉย และชนชั้นนำไทยจนถึงวันนี้ยังเหมือนเดิม คือไม่มีวิธีการแก้ปัญหากับการคิดต่าง นอกเหนือจากการฆ่า คุมขัง เหมือนกับที่กลุ่มคนเสื้อแดงเผชิญ

มีประชาชนได้เรียกร้องขอให้การรัฐประหารเมื่อ 19 ก.ย. เป็นครั้งสุดท้าย และขอให้สรุปบทเรียนว่าอย่าฆ่าประชาชนอีก แต่สังคมไทยก็สรุปบทเรียนสวนทาง มีการฆ่าเพิ่มมากขึ้น จนสรุปบทเรียนได้ว่า ฆ่าประชาชนไม่ผิดแล้วนิรโทษกรรมตัวเอง จนมาถึงรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ที่ได้เกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกันนั้น ก็รับบทเรียนมาว่า ไม่ต้องรับผิดชอบด้วยการลาออก ไม่ต้องหนีไปต่างประเทศ มากกว่านั้นไม่ต้องนิรโทษกรรมตัวเองด้วย เพราะคิดว่าที่ทำนั้นไม่ผิด ซึ่งตรงนี้เห็นชัดว่ามันสวนทางกัน จะเห็นได้ว่าการฆ่ามีมากขึ้น และครั้งหนึ่งที่ พล.อ.สุจินดา คราประยูร เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น แม้จะรับผิดชอบด้วยการลาออก แต่ก็ไม่ใช่เพราะเขาคิดว่าฆ่าประชาชน แต่คิดว่าเขาไม่สามารถรักษาเสถียรภาพของชนชั้นนำได้ต่างหาก

"6 ตุลา" เป็นความพ่ายแพ้ทางประวัติศาสตร์ของ "อำมาตย์"

อ.สุธาชัย กล่าวว่า จนถึงวันนี้ ผ่านมา 35 ปี สรุปได้อีกว่า คนที่ก่อเหตุ 6 ตุลานั้น เป็นผู้แพ้ทางประวัติศาสตร์ แพ้ในที่นี้คือไม่มีความชอบธรรม ไม่สามารถอ้างความชอบธรรมในฐานะผู้ก่อเหตุได้อีก ไม่สามารถอ้างว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นต้องจารึกเกียรติไว้ในประวัติศาสตร์ ว่าเรามีส่วนฆ่านักศึกษา เพราะนักศึกษาเป็นภัยต่อบ้านเมือง เช่นเดียวกับในหนังสืองานศพของผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ ก็ไม่ได้ถูกบันทึกเรื่องดังกล่าวเข้าไปด้วยว่าเป็นวีรชน หรือเป็นคุณงามความดี


ในทางตรงกัน ผู้ก่อเหตุต้องแก้ต่าง ต้องซ่อนตัว ลืมไปให้มากที่สุดว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง ต้องพยายามบอกว่าตนเองไม่เกี่ยวข้อง หรือไม่ควรมีกรณีแบบนี้ในประวัติศาสตร์ ไม่มีการฉลองชัยชนะ มีแต่ผู้แพ้เท่านั้นที่ฉลอง สิ่งที่ไม่หายก็คือว่า มีประชาชน มีนักศึกษา มีใครต่อหลายคนยังฉลองอยู่ทุกปี โดยเฉพาะเมื่อครบรอบ 20 ปี 6ตุลา ในปี พ.ศ.2539 กลายเป็นงานสำคัญ เป็นหมายฟื้นตัวของขบวนการ มีการประกาศตัวของคนเดือนตุลา และในปีพ.ศ. 2544 เอง ก็มีการสร้างอนุสรณ์สถานขึ้นด้วย

กระบวนการเหล่านี้กลายเป็นว่าผู้แพ้มีตำแหน่งแห่งที่ชัดเจนว่าเป็นคน เดือนตุลา ไม่ต้องหลบซ่อน ขณะที่ฝ่ายที่กระทำแล้วชนะต้องหลบซ่อน มันสวนทางกัน และเรื่องน่าตื่นเต้นก็คือ ในบทบาทใหม่นั้น ก็มีกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นผู้สืบทอด เพราะมีจิตวิญญาณที่สืบเนื่องจาก 6 ตุลาได้ ส่วนหนึ่งอาจจะตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน ถูกติดคุกเหมือนกัน ถ้าจิตวิญญาณเหล่านี้ยังอยู่ ก็ฟันธงได้ว่า ได้คงอยู่ในขบวนการของคนเสื้อแดง ดังนั้นจิตวิญญาณการต่อสู้ของกลุ่มคนเสื้อแดงจะสืบต่อคน 6 ตุลาหรือไม่นั้น คนเสื้อแดงก็รับจิตวิญญาณดังกล่าวไปแล้วโดยไม่รู้ตัว

บทเรียน 6 ตุลา ที่มีการเข่นฆ่าของกลุ่มอำนาจเหนือรัฐนั้น อำนาจเหล่านั้นยังอยู่ และก่อตัวอย่างเข้มแข็ง พอมีรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คำถามที่ถูกถามคือ รัฐบาลนี้จะอยู่ได้กี่ปี ซึ่งคำถามนี้จะไม่เกิดขึ้นในประเทศที่ไม่มีอำนาจเหนือรัฐ ถ้าประเทศไทยประชาธิปไตยมั่นคง รัฐบาลที่ชนะการเลือกตั้งต้องอยู่ได้ 4 ปี และถ้าเราไม่อธิบายแบบนี้ แสดงว่าเรายังให้ค่าอำนาจเหนือรัฐ แม้จะสะท้อนความเป็นจริงว่าอำนาจเหล่านั้นยังมั่นคง และยังเห็นรัฐบาลที่มาจากการแต่งตั้ง เมื่อทำผิดกฎหมายจะไม่โดนปลด ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหน


นอกจากนี้ ยังเป็นการสะท้อนระบอบประชาธิปไตยของไทย ที่ชนชั้นนำไม่เคยยอมรับอำนาจประชาชน ชนชั้นนำไม่เคยรังเกียจการรัฐประหาร ทำไมประเทศอื่นไม่เกิด เพราะเขาคิดว่าการทำรัฐประหารไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาได้ ไม่ใช่ว่าประเทศเหล่านั้นไม่มีวิกฤติทางการเมืองแต่ชนชั้นนำไทยไม่เคยเคารพ กติกา แม้กระทั่งกติกาที่ตัวเองสร้างขึ้น ไม่เคารพรัฐธรรมนูญ ชนชั้นปกครองไทยมักจะคุ้นเคยกับการใช้กฎหมายกับประชาชนด้านเดียวเสมอ นี่คือ สองมาตรฐานในการใช้กฎหมายในสังคมไทย เขาบอกว่าประชาชนต้องเคารพกฎหมาย แต่เขาไม่เคารพเสียเอง


เสื้อแดงคือจุดเปลี่ยนของการทำรัฐประหาร

อ.สุธาชัย กล่าวว่า การทำรัฐประหารครั้งล่า สุดกลายเป็นจุดเปลี่ยน เพราะเจอเสื้อแดงต่อต้าน และการต่อต้านนั้นยังอยู่ ซึ่งเขาอาจจะคิดไม่ถึงมาก่อนว่าจะเกิดการต่อต้าน ทั้งนี้ กลุ่มเสื้อแดงใหญ่กว่าคนเดือนตุลา ที่มีอุดมการณ์ชัดเจนกว่า มาถึงวันนี้ ประชาชนเห็นประชาธิปไตยเป็นเนื้อหา แต่ชนชั้นปกครองเห็นเป็นประชาธิปไตยเป็นเพียงรูปแบบ เมื่อคนเสื้อแดงไม่ยอม จึงทำให้การรัฐประหารในปี 49 ไม่เหมือนครั้งที่ผ่านมา การต่อต้านเริ่มขยายตัว แม้ชนชั้นนำมองว่าทักษิณ ชินวัตร เป็นต้นเหตุ แต่ผ่านมา 5 ปี ก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น

อีกประเด็นหนึ่งก็คือ 6 ตุลา ยังมีปัญหาที่ต้องพูดถึงอีกนั่นก็คือ การหมิ่นสถาบัน นักศึกษาครั้งนั้นถูกสร้างว่าหมิ่นสถาบัน ผ่านมา 35 ปี เรื่องนี้ยังถูกนำมาใช้ และยังสะท้อนความล้าหลังได้อยู่ ยังเป็นเครื่องมือทำร้ายคน ทำให้คนถูกคุมขังด้วยข้อหาหมิ่นฯจำนวนมาก และกระแสนี้ก็ยังไม่หยุดจนถึงรัฐบาลชุดปัจจุบันและไปไกลจนถึงการไล่ล่าทาง อินเตอร์เน็ต ซึ่งการใช้กฎหมายหมิ่นฯ ถือว่าล้าหลังกว่า 14 ตุลา 2516 เสียอีก ทำร้ายคนมากกว่าเดิม ถูกใช้เป็นเครื่องมือเข่นฆ่าสังหาร และใส่ร้ายผู้บริสุทธิ์ได้ตลอดเวลา ซึ่งจะต้องแก้ไขหรือยกเลิก


มากกว่านั้น สังคมไทยยังไม่เป็นประเทศที่มีเสรีภาพได้ ตราบเท่าที่กฎหมายมาตรา 112 ยังถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองอยุู่ หลายคนถูกจับอย่างไร้เหตุผล และกฎหมายนี้ก็เป็นมรดกตกค้าง ทำให้เหตุการณ์คล้าย 6 ตุลา ยังอยู่ และเชื่อว่าจะรุนแรงขึ้นอีก


อย่างไรก็ตาม 6 ตุลา 19 กลายเป็นประวัติศาตร์ที่ขัดกับประวัติศาสตร์กระแสหลัก เพราะประวัติศาสตร์ไทยกระแสหลักที่เรียนกันมาเป็นการสร้างชาติโดยชนชั้นนำ ป้องชาติบ้านเมือง มีบุญบารมี แผ่ปกคลุมไพร่ บ้านเมืองขึ้นอยู่กับบารมีของผู้นำ ในการป้องกันเหตุร้ายที่มาจากมาร จากภายนอกประเทศ ที่ไม่ใช่การกดขี่จากชนชั้นนำ

91 ศพสู่ศาลโลก

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน
สมิงสามผลัด



เคยมีคนเตือนไว้ตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้วว่าความยุติธรรมที่ล่าช้าคือความไม่ยุติธรรม

คดีสลายม็อบแดง 91 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 2 พันคนเป็นเครื่องยืนยันได้ดี

เพราะล่วงเลยมาเกือบ 1 ปีครึ่งแล้ว ยังไม่มีการจับกุมคนสั่งปราบปรามประชาชนมาลงโทษตามกฎหมายได้เลย

และหากเปิดอ่านหนังสือพิมพ์ข่าวสดตลอด 1 เดือน เศษที่ผ่านมา มีการเสนอข่าวทวงความยุติธรรม 91 ศพมาอย่างต่อเนื่อง

จะเห็นถึงความรู้สึกท้อแท้สิ้นหวังของผู้สูญเสีย

บางคนสูญเสียลูก สามี พ่อ ขาดเสาหลักครอบครัว กลายเป็นกำพร้า

หลายๆ ชีวิตล้วนเห็นตรงกันว่าไม่ได้รับความยุติธรรมมาตลอดเวลา 1 ปี 5 เดือน

การออกมาทวงถามความยุติธรรมของคนเหล่านี้ ก็เพราะหวังพึ่งรัฐบาลใหม่เข้ามาแก้ไข

ทำกระบวนการยุติธรรมที่บิดเบี้ยวในอดีต ให้กลับสู่ปกติ

หวังว่าคดีความที่อืดอาดล่าช้าจะได้รับการแก้ไข และดำเนินคดีกับผู้สั่งการสลายม็อบแดง

ถือว่าเป็นภาระสำคัญที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่อาจนิ่งดูดายได้เลย

แต่ไม่ใช่แค่สะสางคดี 91 ศพให้เกิดความยุติธรรมอย่างเดียว

การป้องกันไม่ให้เกิดการสังหารหมู่คนที่มีความเห็นแตกต่าง ก็ต้องทำให้เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น

และต้องเป็นที่ยอมรับจากสังคมโลกด้วย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา องค์กรเครือข่ายระหว่างประเทศ ซึ่งมีสมาชิกกว่า 2,500 องค์กร และหน่วยงานจาก 150 ประเทศทั่วโลก

ทำหนังสือถึง นายกฯ ยิ่งลักษณ์ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยเข้าร่วมภาคีศาลอาญาระหว่างประเทศในเดือนต.ค.นี้

ต้อง การให้รัฐบาลไทยแสดงเจตจำนงที่จะร่วมกับประชาคมโลกในการต่อสู้ ต่อต้านระบบ "ลบล้างความผิด" ด้วยการให้สัตยาบันต่อธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นศาลอาญาถาวรระหว่างประเทศแห่งแรกและแห่งเดียวของโลกที่มุ่งจัดการ กับคดีที่มีลักษณะเป็นอาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมต่อต้านมนุษยชาติ และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

ข้อเรียกร้องของสังคมโลกครั้งนี้ มีผลกับคดีการสังหารหมู่ 91 ศพใจกลางกรุงเทพฯ แน่นอน

เป็นอีก 1 ช่องทางสำคัญที่จะนำตัว "คนสั่ง" ขึ้นสู่ศาลอาญาระหว่างประเทศได้

ที่สำคัญการเข้าร่วมภาคีศาลอาญาระหว่างประเทศ

ยังเป็นเครื่องเตือนสติอำนาจรัฐ

ไม่ให้ใช้อาวุธปราบปรามประชาชนในอนาคต

นายกฯ เปิดโครงการรับจำนำข้าวเปลือกวันแรก ลั่นป้องกันการทุจริตเต็มที่

ที่มา ข่าวสด


วันที่ 7 ต.ค. ที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดศูนย์บริหารจัดการโครงการรับจำนำสินค้าเกษตรตามนโยบายรัฐ หรือ Operation Room โดยได้ประชุมวิดีโอคอนเฟอร์เร้นไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าว่าวันนี้เป็นวันแรกของการเปิดโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลชุดนี้ ยืนยันว่าเป็นนโยบายที่ต้องการให้เกษตรกรมีทางเลือกในการจำหน่ายข้าวให้มีราคาสูงขึ้นโดยหวังว่าเกษตรกรจะได้รับประโยชน์สูงสุด ซึ่งที่ผ่านมาได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงพาณิชย์ ผู้ว่าราชการ รวมถึงเจ้าหน้าที่ปฎิบัติงาน ให้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ พร้อมดูแลป้องกันปัญหาการทุจริตในแต่ละกระบวนการเพื่อให้เกิดความรวดเร็วและเป็นธรรมมากที่สุดกับเกษตรกร

ขณะที่เกษตรกรในจังหวัดนครสวรรค์ ได้ขอบคุณนายกรัฐมนตรีและชื่นชมการทำงานของรัฐบาล โดยมั่นใจว่าโครงการจำนำข้าวครั้งนี้ จะทำให้เกษตรกรปลดหนี้ได้ภายใน 2 ปี ทำให้นายกรัฐมนตรีถึงกับน้ำตาคลอ

นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ บอกว่า จากปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้น ทำให้ข้าวเปลือกได้รับความเสียหายประมาณ 4-5 ล้านตัน ทำให้เหลือผลผลิตข้าวที่จะสามารถเข้าโครงการจำนำได้ประมาณ 20 ล้านตัน แต่มองว่าหากราคาข้าวในตลาดมีราคาสูงใกล้เคียงกับราคาจำนำ เอกชนอาจเข้าไปรับซื้อข้าวจากเกษตรกรโดยตรง ทำให้ปริมาณข้าวที่จำนำอาจลดลงกว่า 20 ล้านตันได้ พร้อมยืนยันยังไม่มีความจำเป็นในการขยายระยะเวลาการจำนำข้าวในวันที่ 29 ก.ย. 2555 เนื่องจากหากน้ำลด และเกษตรกรปลูกข้าวรอบใหม่ในช่วงปลายเดือนต.ค.นี้ ก็จะเก็บเกี่ยวทันช่วงเปิดรับจำนำอยู่แล้ว ขณะที่โรงสีที่มีความพร้อมในการเข้าโครงการรับจำนำขณะนี้มีประมาณ 300 โรง และเตรียมทยอยเปิดอย่างต่อเนื่อง ส่วนในเรื่องของการทุจริตนั้น ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลอย่างใกล้ชิดแล้ว เชื่อว่าทุกฝ่ายจะดูแลอย่างเต็มที่ ซึ่งในส่วนของโรงสีนั้น หากพบการทุจริตจากโรงสี จะถูกดำเนินคดีอาญาและขึ้นบัญชีดำด้วย

ทั้งนี้ ศูนย์บริหารจัดการโครงการรับจำนำสินค้าเกษตรตามนโยบายรัฐบาล หรือ Operation Room จะเป็นห้องที่รวบรวมข้อมูลของเกษตรกร รวมถึงสินค้าเกษตรทุกชนิด โดยเฉพาะราคาข้าว เพื่อใช้เป็นหน่วยงานกลางในการประสานติดตามและประเมินผล รวมถึงเฝ้าระวังในโครงการรับจำนำทั่วประเทศ

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 07/10/54 แมลงสาบ..หนีน้ำ

ที่มา blablabla

โดย

ภาพถ่ายของฉัน



สารพัด พูดระยำ คำตอแหล
ไม่เปลี่ยนแปร พรรคนรก จ้องฉกฉวย
ล้วนสรรหา มาย้อนยอก เพื่อหลอกควาย
แล้วร่วมด้วย ช่วยสร้าง เส้นทางเลว....


วาทกรรม เลิศหรู ดูอ่อนหวาน
แต่สันดาน ต่ำช้า พาแหลกเหลว
ผ่านกี่ยุค กี่สมัย สุมไฟเปลว
ฉุดเมืองไทย ให้ดิ่งเหว อย่างเลวระยำ....


ภัยน้ำท่วม อ่วมทั่ว ทุกหัวระแหง
กลับแสดง ถ้อยวาจา ทำท่าขำ
ช่างเหมาะสม "พวกจัญไร" จิตใจดำ
ชอบเพ้อพร่ำ อวดฉลาด อนาถนัก....


แมลงสาบ อัปรีย์ ไต่หนีน้ำ
ยั้วเยี้ยย้ำ ให้เห็น เป็นประจักษ์
แล้วชอนไช พวกปากหมา พาคึกคัก
แม้นยึกยัก ยิ่งเผยตัว ชั่วยกรัง....


ประชาชน ทุกข์ยาก ลำบากทั่ว
กลับคิดชั่ว ด้วยเล่ห์ลิ้น อย่างสิ้นหวัง
65 ปี ไร้สปิริต อนิจจัง
เห็นหรือยัง พวกสับปลับ พรรคอัปรีย์....


๓ บลา / ๗ ต.ค.๕๔