ที่มา ประชาไท
เครือข่ายพันธมิตรเพื่อสิ่งแวดล้อม จ.ประจวบคีรีขันธ์ หวั่นความปลอดภัย “จินตนา แก้วขาว” แต่เบาใจเรือนจำฯ เอาใจใส่ดี เขายื่นหนังสือขอบคุณ แต่ยังต้องจัดเวรยามดูแลความปลอดภัยตลอด 4 เดือน


คนรักประชาธิปไตย ต้องช่วยกันขับไล่ เผด็จการ
ที่มา ประชาไท
เครือข่ายพันธมิตรเพื่อสิ่งแวดล้อม จ.ประจวบคีรีขันธ์ หวั่นความปลอดภัย “จินตนา แก้วขาว” แต่เบาใจเรือนจำฯ เอาใจใส่ดี เขายื่นหนังสือขอบคุณ แต่ยังต้องจัดเวรยามดูแลความปลอดภัยตลอด 4 เดือน


ที่มา Thai E-News
ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน

สภาวะระดับน้ำในแม่น้ำ เจ้าพระยา โดยกองทัพเรือ


ที่มา Thai E-News
ที่มา Thai E-News
ที่มา มติชน

(ที่มา : มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 14 ตุลาคม 2554 น.11)
![]() |
คำสัมภาษณ์ของ "ศักดา คงเพชร" ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ที่พูดถึงพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 ว่าคลอดออกมาจาก "มดลูก" เผด็จการ เป็นการเปิดหน้าชนโดยตรงต่อกองทัพที่ได้อานิสงส์จากการมี พ.ร.บ.ฉบับนี้อยู่
โดยเฉพาะจาก "มาตรา 25" ที่กำหนดว่า การแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล ให้ดำเนินการโดยคณะกรรมการ อันประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (เป็นประธาน) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นกรรมการ ปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นกรรมการและเลขานุการ
หมากเกมแรก ขับเคลื่อนโดย "ประชา ประสพดี" ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่เตรียมชงผลการบังคับใช้ พ.ร.บ.ดังกล่าวให้ กมธ.พิจารณาศึกษาข้อดี-ข้อเสีย เป็นการเปิดทางสู่กระบวนการถัดๆ ไป
แต่ท่าทีดังกล่าว สวนกับท่าทีของ "น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี "พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรือแม้แต่ "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง" รองนายกรัฐมนตรีที่ยังแบ่งรับแบ่งสู้
เพราะ "เซียนการเมือง" ย่อมรู้ดีว่า เป็น "ของร้อน" หากบุ่มบ่ามแตะไป รังแต่จะแตกหักก่อนเวลา
เพราะ ด้วยโดยเนื้อแท้แล้ว รัฐบาลปัจจุบัน กับ กองทัพ เป็นคนละเนื้อเดียวกันอยู่แล้ว เพียงแต่ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา ที่ "พรรคเพื่อไทย" ชนะอย่างท่วมท้น ทำให้ทหารไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวใดๆ ในทางการเมือง
แต่ทว่า มีเงื่อนไขในใจว่า "การเมือง" ก็อย่ามายุ่งกับ "ทหาร"
การ บริหารจัดการบุคลากรภาครัฐ กับการแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายราชการ มีมาแต่ในอดีต ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่ายุคสมัยใด ย่อมเข้ามาจัดวางพวกวางคนของตัวทั้งสิ้น
เป็นเหตุแห่งที่มาของคณะรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ที่เร่งวางภูมิคุ้มกัน "โรคแทรกแซง" เอาไว้ใน พ.ร.บ.ดังกล่าว
จริง อยู่ที่ "มาตรา 25" ตรึงอำนาจของ รมว.กลาโหมไว้ เพราะมีเพียง 1 เสียง และไม่มี รมช.กลาโหมมาช่วยอีก 1 เสียง แต่กระนั้นถ้าแก้ไขแล้ว ก็ไม่มีเครื่องการันตีทิศทางการแต่งตั้งโยกย้ายระดับนายพล
แม้ข้อ เสนอทางวิชาการที่บอกให้ตั้งเป็นคณะกรรมการหมือนคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ (กตช.) ก็ไม่สามารถ "การันตี" ถึงความปลอดภัยได้ เพราะกรรมการโดยตำแหน่งส่วนใหญ่มาจากฝ่ายประจำ เช่น ปลัดกระทรวง ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่ฝ่ายประจำจะกล้าโหวตสวนทางกับ รมว.กลาโหม
และ หากฝ่ายบริหาร เข้ามาแต่งตั้ง 500 กว่านายพลได้จริง จะวุ่นวายหรือไม่ จะมีมาตรการกันบรรดานักการเมืองตัวดีคือบรรดา ส.ส. ที่จะเข้ามาฝากฝังคน หรือใช้อำนาจใช้งานอย่างไร จะซ้ำรอยผู้ว่าฯ นายอำเภอ ที่ถูกการเมืองใช้งานชี้นิ้ว เพื่อประโยชน์ทางการเมืองหรือไม่
ต่อไปนายทหารตัวเล็กๆ จะต้องเดินตามนัการเมืองหรือไม่ เพื่อให้ได้เติบโตทางการงาน ซึ่งเกิดมาแล้วกับองค์กรตำรวจ ตามที่รู้กัน
หาก จำได้ก่อนรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ภาพกองทัพถูกแทรกแซงจากการเมืองอย่างหนัก ดั่งภาพ ตท.10 เพื่อนร่วมรุ่น "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกฯขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญจำนวนมาก ภาพของ ผบ.หน่วยทหารที่ต้องเดินตาม "พ.ต.ท.ทักษิณ" ไปทัวร์นกขมิ้น คอยรับคำสั่งเจียดงบประมาณและส่งกำลังซ่อมแซมสาธารณูปโภคตามจังหวัดต่างๆ ที่ส่งผลต่อคะแนนนิยมพรรคการเมือง ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนาหู
แล้วจะหาจุดสมดุลได้อย่างไร ที่ไม่ให้กองทัพกังวลจนต้องตั้ง "รัฐอิสระ" และไม่ให้การเมืองเข้า "ล้วงลูก" อย่างน่าเกลียด
สำหรับ กองทัพ เคยมีอดีตนายทหารทำการวิจัยศึกษาการแต่งตั้งโยกย้ายเทียบเคียงกรณีต่าง ประเทศ ซึ่งสมดุลที่คิดคือ ฝ่ายการเมืองควรแต่งตั้งในระดับผู้บัญชาการทหาร อาทิ ผบ.สส. ผบ.ทบ. ผบ.ทร. ผบ.ทอ. ได้เนื่องจากต้องทำงานสอดรับประสานงานกับฝ่ายบริหารโดยตรง
ส่วนนายพล ระดับล่าง ตั้งแต่ ผบ.กรม ผบ.กองพลขึ้นมา ควรให้ทหารตั้งกันเอง เพราะทหารมีวัฒนธรรมการเลือกใช้คนที่ไว้ใจ สั่งให้ไปตายแทนกันได้ในยามศึกสงคราม บางครั้งจึงสะท้อนภาพของการขึ้นยกแผงของรุ่นเดียวกันนั่นเอง
เมื่ออยากแตะ "ของร้อน" ก็ต้องใส่ถุงมือ และมีลีลาชั้นเชิงมากกว่านี้
อาการ บุ่มบ่ามกระหายใคร่แก้จาก ส.ส.เพื่อไทยและกลุ่มเสื้อแดง ที่มุ่งแต่ประเด็นเดียว คือ อำนาจการแต่งตั้งโยกย้ายทหาร ย่อมบีบให้เดินสู่ "ความหมางใจ"
หัวอกชายชาติทหารอย่าง "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ผบ.ทบ. ที่เหลืออายุราชการถึงปี 2557 ย่อมหวาดระแวงเป็นธรรมดา หากถูก "ย้าย" หรือ "ปลด" กลางอากาศ
และ "กองทัพ" ยังจำได้ถึงอำนาจของนายกฯ ตามมาตรา 11 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ที่สามารถสั่งให้ข้าราชการสังกัดกระทรวง ทบวง กรม มาช่วยราชการสำนักนายกฯได้
นั่นคือการ "ปลด" กลางอากาศ ทั้งในยามปกติ และในยามต่อสู้กันทางการเมือง เช่นการทำ "รัฐประหาร"
อย่า ลืมเหตุการณ์สำคัญ คืนวันที่ 19 กันยายน 2549 "พ.ต.ท.ทักษิณ" พยายามใช้อำนาจดังกล่าว "ปลด" "พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน" พ้น ผบ.ทบ. แต่ไม่สำเร็จ
หรือย้อนไปไกลกว่านั้น "พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ" อดีตนายกฯเคยพยายามหาเหตุปลด "พล.อ.สุจินดา คราประยูร" อดีต ผบ.ทบ. แต่ถูกรัฐประหารเสียก่อน
ทั้งหมดคือเหตุผลที่พูดกันว่า "ของร้อน" นี้ แตะไม่ดี อาจเจอ "รถถังและกระบอกปืน" กันอีกรอบ..
ที่มา มติชน
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 14 ตุลาคม ที่ประตูแนวป้องกันน้ำท่วม เทศบาลตำบลหลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยมี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ผอ.ศปภ. นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผวจ.ปทุมธานี และ พล.ท.ยอดยุทธ์ บุญญาธิการ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก (นปอ.) รอต้อนรับ ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า วันนี้มาตรวจเพื่อให้เกิดความมั่นใจและความสบายใจต่อพี่น้องประชาชนในการทำ งานสัมพันธ์ระหว่าง ศปภ.กับ กทม. และขณะนี้ตนเห็นว่าทุกฝ่ายทำงานอย่างเต็มที่อยากให้ประชาชนมีความมั่นใจ ทางกรมชลประทานได้รายงานสถานการณ์ว่าน้ำมีความคงที่และมีแนวโน้มที่จะลดลง
พล.ต.อ.ประชากล่าวว่า ขณะนี้แนวคันกั้นน้ำระหว่างคลองเปรมประชากรกับคลองรังสิตสูงกว่าระดับน้ำ 50 เซนติเมตร แต่เรายังไม่วางใจในสถานการณ์ ซึ่งที่จริงเราต้องการให้เพิ่มจำนวนกระสอบทรายสูงขึ้นอีก 50 เซนติเมตร แต่หากต้องการความเร็วเราสามารถเพิ่มได้แค่ 30 เซนติเมตรไปก่อนเพื่อเป็นการสนับสนุนการป้องกันน้ำที่จะไหลทะลักเข้าคลอง เปรมประชากรซึ่งจะเป็นด่านแรกของ กทม.
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวว่า ตนได้ลงตรวจพื้นที่รอยต่อปทุมธานีกับ กทม.หลายรอบแล้ว และมีการเสริมคันกั้นน้ำตลอดแนวคลองรังสิต คิดว่าหากเพิ่มขึ้นสูงอีก 30 เซนติเมตรจะสามารถกันได้อยู่เพราะว่ามีแนวคันดินของชาวบ้านอีกชั้นอยู่หลัง แนวกระสอบทราย เพื่อเป็นแนวกั้นที่สามารถถ่วงเวลาให้เราเสริมกระสอบทรายหากมีจุดใดพังทลาย ลง และใช้เครื่องสูบน้ำออกได้ อย่างไรก็ตาม ตนยังมีความมั่นใจว่าจะสามารถกั้นน้ำไม่ให้เข้าตัว กทม.ได้ แต่ขอให้ ศปภ.จัดเวรยามดูแลแนวกระสอบทรายตลอด 24 ชั่วโมง
นายธีระกล่าวว่า เรามีปัญหาอีกจุดหนึ่งที่น้ำเหนือเอ่อล้นมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา ที่จะไหลผ่านคลองที่ 26 มายังคลองรังสิต 1 ซึ่งชาวบ้านไม่พอใจมีการพังแนวกั้นน้ำ ตนจึงอยากให้ปิดประตูระบายน้ำคลอง 1 ตามที่ ผวจ.ปทุมธานีเสนอเพื่อให้น้ำไปไหลลงทางคลองรังสิต 6
ที่มา ข่าวสด
คอลัมน์ เหล็กใน
สมิงสามผลัด
ก้าวคืบไปอีกขั้นสำหรับคดีสลายม็อบ 91 ศพ 
หลัง นางพะเยาว์ อัคฮาด แม่น้องเกด 1 ใน 6 ศพเหยื่อสังหารหมู่ในวัดปทุมวนาราม เข้าพบ พล.ต.ต. อนุชัย เล็กบำรุง หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีเจ้าหน้าที่รัฐฆ่า 13 ศพ
เรียกร้องให้นำคดีน้องเกดไปรวมกับคดี 13 ศพด้วย
เพราะมีพยานหลักฐานแน่นหนาว่าเสียชีวิตจากฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐเหมือนกัน
ก่อน หน้านี้ไม่กี่วัน นายวสันต์ หรือ เก่ง สายรัศมี เจ้าหน้าที่กู้ภัยและอาสาพยาบาลฯ เข้าพบตำรวจสน.บางรัก เพื่อเป็นพยานในคดี 6 ศพวัดปทุมฯ
พร้อมทั้งนำพนักงานสอบสวนไปชี้จุดที่เหยื่อทั้ง 6 ศพถูกยิงตาย ยืนยันว่าเห็นเจ้าหน้าที่เล็งปืนมาจากบนรางรถไฟฟ้าบีทีเอส
ทั้งหมดไม่ใช่แค่คำให้การเพียงลำพัง เพราะมีพยานอีกหลายคนที่เห็นเหตุการณ์
มีหลักฐานทั้งภาพถ่ายและคลิปประกอบสำนวน
ตรงนี้ถือเป็นช่องทางสำคัญในการรื้อคดี 6 ศพวัดปทุมฯขึ้นมาใหม่ หลังจากโดน "ดอง" อยู่นานเกือบ 2 ปี
การดำเนิน 91 ศพในกระบวนการสอบสวนของไทยได้ฤกษ์เดินหน้ากันแล้ว
การดำเนินคดี 91 ศพในศาลอาญาระหว่างประเทศก็กำลังขับเคลื่อนไปข้างหน้าเช่นกัน
ล่า สุด นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความคนเสื้อแดง พร้อมด้วยทีมทนายความต่างชาติรวม 5 คน เข้าเยี่ยมกลุ่มนักโทษทางการเมืองที่ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลาง ลาดยาว
นายอัมสเตอร์ดัมมีโปรแกรมอยู่ในเมืองไทย 2 สัปดาห์พบปะกับญาติพี่น้องเหยื่อ 91 ศพ
เพื่อเก็บข้อมูลเป็นหลักฐานใหม่ นำไปใช้ประกอบสำนวนที่ยื่นฟ้องศาลอาญาระหว่างประเทศไปก่อนหน้าแล้ว
โดยยืนยันว่าไม่ได้มุ่งเอาผิดแก่ทหารชั้นผู้น้อย ซึ่งทำตามคำสั่งของผู้บัญชาการ
หากจะมีใครต้องรับผิดชอบ นั่นคือตัว "ผู้สั่งการ" ต่างหาก !?
นายอัมสเตอร์ดัมยังวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความแปลกใจว่าผู้เกี่ยวข้องกับคดีสังหารหมู่ประชาชน ยังมีหน้าที่และตำแหน่งในการบริหารบ้านเมือง
ไทยคงเป็นเพียงประเทศเดียวในโลกที่เป็นแบบนี้ !??
นายอัมสเตอร์ดัมต้องรอนานถึงเกือบ 2 ปีถึงจะได้เดินทางเข้าเมืองไทย
รวบรวมพยานหลักฐานยื่นศาลโลก เอาผิดคนสั่งการสังหารหมู่ 91 ศพใจกลางกรุงเทพฯ
จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมอำนาจรัฐในยุคก่อน
ถึงสั่งห้ามนายอัมสเตอร์ดัมเข้าเมืองไทย
ที่มา ประชาไท
ชาญวิทย์ เกษตรศิริ
(หนึ่ง) เมื่อเร็วๆ นี้ มีข่าว "รำลึก 100 ปีปฏิวัติซินไห่ ปธน.จีน เรียกร้องรวมชาติจีน-ไต้หวัน" (http://www.prachatai.com/journal/2011/10/37313)

ที่มา Thai E-News
การปราบจลาจล ทำไมต่างประเทศประท้วงบ่อย แต่ไม่มีคนตาย ทำไมประเทศเราจึงมีคนตาย ..?
กรณีประเทศไทย แอนดรูว์ มาร์แชล รู้เรื่องเกี่ยวกับประเทศไทยจากเอกสารวิกิลีกส์ประมาณ 3-4 พันฉบับ เขาไม่สามารถเขียนให้คนไทยอ่านได้ แต่เขาสามารถเขียนเป็นภาษาต่างประเทศและเผยแพร่ไปทั่วโลก นี่ก็แสดงให้เห็นว่าความจริงไม่สามารถปิดกั้นได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกสมัย ใหม่
มัน น่าแปลกที่ในยุคโลกาภิวัฒน์ คนไทยไม่สามารถพูดถึงประเด็นใจกลางที่เป็นอนาคตของลูกหลานตัวเองได้ มันไม่สามารถหาทางออกได้หากยังไม่มีใครยอมรับว่าใครทำอะไรลงไป มันจะเป็นวงจรอุบาทว์ต่อไปซึ่งแอนด์ดรูว์เห็นว่า การยกเลิกกฎหมายมาตรา 112 จะทำให้สังคมไทยสามารถพูดในสิ่งที่ไม่สามารถพูดถึงได้
ฉะนั้นเราจะเห็นว่า ตอนพฤษภา 53 ทำไมพยาบาลตาย ทำไมสื่อมวลชนตาย นั่นก็เป็นเพราะทหารไทยปราบหมด ฆ่าตายหมด นี่คือชุดความคิดของรัฐไทยที่มีต่อประชาชนไทย
า วิธีคิดของรัฐและศาล ยังมีวิธีคิดเป็นชนเผ่าอยู่ แนวคิดสมัยใหม่ศาลต้องมองมนุษย์เป็นปัจเจกบุคคล ใครทำผิดก็หาหลักฐานเป็นบุคคล แต่ศาลและรัฐกลับมีแนวคิดคล้ายช่างกลตีกัน คือ ตีหมดทุกคน โดยไม่มองว่าคนนี้เป็นอริหรือไม่ เห็นหัวเข็มขัดก็ตีไว้ก่อน ศาลไทยก็คิดแบบนี้ เวลาจับคนเสื้อแดง แค่ใส่เสื้อแดงก็ผิดหมด ไม่มีการพิสูจน์เป็นรายปัจเจกบุคคล วิธีคิดนี้ครอบงำรัฐไทยมาตลอด
สันติวิธีในเมืองไทยมีปัญหามากกว่าในต่างประเทศ เป็นเพราะมันถูกผูกขาดหรือนิยามโดยคนกลุ่มเดียว และนักสันติวิธีในเมืองไทยไม่ใช่นักเคลื่อนไหว ใช้ทฤษฎีมากกว่าการปฏิบัติ ส่วนใหญ่เป็นนักสันติวิธีในห้องแอร์
ส่วนเรื่องการนำสันติวิธีมาใช้ ปัญหามันอยู่ที่การนิยามความรุนแรงที่ต่างกัน เพราะในเมืองไทยสันติวิธีมันถูกผูกขาดโดยคนกลุ่มหนึ่ง คนกลุ่มนี้ได้ออกทีวี เพราะเขาบอกว่า การเทเลือดคือความรุนแรง เป็นต้น
"การอดอาหารประท้วง 112 ชั่วโมง นั้นคิดมานานแล้ว เพราะรู้สึกตกใจที่ศิลปินด้วยกันที่เคยใช้แนวทางสันติวิธีมาก่อนในการต้าน รัฐประหาร กลับร่วมมือเผด็จการ โดยส่วนตัวแล้วไม่เห็นด้วยกับทฤษฎีสมรู้ร่วมคิดกับอำนาจเผด็จการ "รู้ทั้งรู้ว่าชั่ว ก็ยังสมคบ" ศิลปินอิสระ กล่าว
ที่มา Thai E-News
ข่าวสารเกี่ยวกับประเทศไทยที่คุณไม่อาจหาอ่านได้จากสื่อ
"ปกติการต่อสู้ทางการเมืองที่เกิดขึ้น จนมีการเปลี่ยนแปลงการเมืองครั้งสำคัญไปทั่วโลก ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เกิดจากการต่อสู้ทางอุดมการณ์และการไม่ได้รับความยุติธรรมทั้งสิ้น ความไม่ยุติธรรมนี่แหละ เป็นเหตุแห่งการที่ประชาชนต้องมารวมตัวกันต่อสู้ เพื่อให้ความยุติธรรมกลับมาสู่สังคมของเขา"
ทักษิณ ชินวัตร
1 พ.ย. 51