WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, October 25, 2011

"ปลอดประสพ" จำลองสถานการณ์น้ำท่วมร้ายแรง "อย่าโกรธที่ผมพูดความจริง"?

ที่มา ประชาไท


“ปลอดประสพ สุรัสวดี”
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจออนไลน์” ช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมา ในบรรยากาศที่สถานที่ต่างๆ ทั่วเมืองกรุงกำลังเร่งก่ออิฐเทปูน วางกระสอบทรายกั้นน้ำ อุดท่อไม่ให้เข้าอาคารพาณิชย์ ที่อยู่อาศัยและสถานที่สำคัญของประเทศ ความตื่นตระหนก อาหารน้ำดื่มหายไปจากชั้นสินค้า คนกรุงฯบางส่วนหนีย้ายไปจังหวัดอื่น สิ่งเหล่านี้ทาบทับกับกระแสน้ำหลากที่คืบมาในระดับความเร็ว 5 กิโลเมตรต่อวัน
"ปลอดประสพ" ผู้ถูกตำหนิและวิพากษ์วิจารณ์มากมายหลังจากออกมาแถลงให้ประชาชนในพื้นที่ทาง เหนือและตะวันออกของกทม.อพยพโดยเร่งด่วน ด้วยประเด็นที่ถูกสังคมกร่นตำหนิว่า "โอเวอร์"? ผ่านจากถ้อยแถลงของเขามาเกือบ 2 สัปดาห์ สถานการณ์น้ำบริเวณพื้นที่ทางเหนือและตะวันออกของกทม.ก็ดูจะเขยิบความน่า หวาดระแวงอย่างเป็นระยะ
อย่างไรก็ตามเขายังยืนยันว่า ต้องการอธิบายให้ประชาชนเห็นสภาพกรณีตัวอย่าง หากสถานการณ์น้ำท่วมในกทม.เลวร้ายที่สุดจะเป็นอย่างไร?
ขอย้ำว่าเป็นการให้ "ภาพจำลองสถานการณ์" ใน อนาคตหาก "เลวร้าย" แบบขีดสุดจะเป็นอย่างไร ซึ่งในต่างประเทศจะมีรูปแบบของการคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้าในกรณีหากเลว ร้ายสุดเพื่อเตรียมรับมือถึงสิ่งซึ่งอาจเกิดหรือไม่ก็ได้ เจ้าตัวถึงกับเอ่ย ว่าอย่ามาโกรธผมที่ผมพูดความจริง(ที่อาจเกิดหรือไม่เกิด) ใครได้ยินได้ฟังจะ "เข้าใจ" หรือ "หมั่นไส้" ยิ่งขึ้น เชิญติดตามโดยพลัน...
@@@น้ำกลุ่มก้อนใหญ่ที่สุดผ่านไปหรือยัง?
น้ำทั้งหมดประมาณ 2 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ออกไปแล้วประมาณ 1 หมื่นช่วงเดือนครึ่งที่ผ่านมา ขณะ นี้ที่เหลือพัวพันกับเราประมาณ 1 หมื่นล้านลบ.ม โดย 3 พันเศษๆ เกือบ 4 พันล้าน ลบ.ม.ยู่ที่ จ.นครสวรรค์ ที่กำลังไหลลงมา แต่ส่วนที่พัวพันสู้รบกับเราอยู่ตอนนี้คือประมาณ 6,000-7,000ล้านลบ.ม. ยังกระจายอยู่ที่ จ.ชัยนาท จ.อยุธยา จ.ปทุมธานี รังสิต ถ้าจะแยกเป็น หน่วยเล็กๆ เช่น อยู่รังสิต 500-600 ล้านลบ.ม. อยู่อยุธยา 2,000 ล้านลบ.ม. อยู่ปทุม 200-300 ล้านลบ.ม. ทั้งหมดจะไหลลงที่ต่ำ คือลงทะเล ลงได้ 3 ทางคือ 1) ทางตะวันตก ที่กำลังท่วม จ.สิงห์บุรี จ.ปทุมธานี จ.นนทบุรี บางใหญ่ บางบัวทอง บางกรวย และกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยมหิดลศาลายา อยู่รอมร่อ ตอนนี้มาถึงคลองมหาสวัสดิ์แล้ว และน้ำอาจจะลงไปเยี่ยม คุณเฉลิม(ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง) ที่บางบอน เป็นน้ำทุ่ง ผสมแม่น้ำเจ้าพระยา ตัวเลขหลักร้อยล้าน ลบ.ม. บุกเหมือนกองทัพความเร็ว 5 กิโลเมตรต่อ 1 วันเป็นการคืบบนแผ่นดิน 2) ทางตะวันออก เรียงตั้งแต่คลองระพีพัฒน์ รังสิต ขณะนี้น้ำอยู่แถวๆ คลอง 6 วา กำลังผลักดันให้น้ำลงทางตะวันออก ตอนนี้ก็ยังผันน้ำได้ผลอยู่ ซึ่งในอดีตไหลลงทางตะวันออกโดยธรรมชาติ แต่ปัจจุบันถูกบล็อคด้วยสิ่งก่อสร้าง เช่น ถนน ร้านค้า โรงงาน คลอง ประตูน้ำ ทำให้น้ำระบายลงยาก

และ 3) น้ำส่วนที่ปริมาณน้อยที่สุดหากเทียบกับ 2 ส่วนแรก แต่อันตรายที่สุด ในแง่การไหลมาสู่คนกรุงเทพฯ ลงมาตรงๆ อย่างกรุงเทพฯ สมัยยังเป็น “บางกอก” น้ำก็ไหลลงทางนี้ แต่ขณะนี้มาเจอแรงต้านของเราแถวๆ รังสิต ซึ่งยื้อยุดกันอยู่แถวๆ สถานีสูบน้ำวชิราลงกรณ์ แถวหลักหก และเขื่อนในโครงการพระราชดำริเป็นแนวยาว น้ำตรงนั้นเป็นน้ำที่มาจากนวนคร ผ่านมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ผ่านเมืองเอก ซึ่ง หมู่บ้านแถวเมืองเอกน้ำท่วมสูงบางจุดประมาณ 1 เมตรกว่า บางจุดก็สูงท่วมอกคน ผมยังไม่รู้ว่าจะข้ามเขื่อนมาหรือไม่ ถ้าข้ามมาได้ถนนพหลโยธินก็จะกลายเป็นทางน้ำ ส่วนคลองประปาก็จะเป็นทางน้ำเช่นกัน เราทำเขื่อนกั้นไว้เยอะทำขึ้นไปสูง ถ้าแตกโพ๊ะก็วิ่งกันหัวปักหัวปำเที่ยวนี้ละครับ

@@@ การระบายน้ำที่ยังกระจายอยู่ 6,000-7,000 ล้านลบ.ม. และที่กำลังรอเวลาลงมาอีก 3,000-4,000 ล้านลบ.ม. จะเป็นอย่างไร?
น้ำไหลลงมามากกว่าระบายออก ทำให้มากองที่ภาคกลางเป็น “สนามรบ” คือตั้งแต่อยุธยา ถึงกรุงเทพฯ การระบายทำได้น้อยกว่า โดยระบายออก ไม่เกิน 500 ล้าน ลบ.ม. ต่อ 1 วัน ทั้งฝั่งตะวันออก ตะวันตก แปลว่าน้ำจะขัง 20-30 วัน อย่างเบาะๆ ส่วนนิคมอุตสาหกรรม ก็ต้องกู้อาจจะใช้เวลา 3-6 เดือน
@@@ ศักยภาพในการระบายน้ำ?
ศักยภาพในการระบายออก เดิมเฉพาะฝั่งตะวันออกอย่างเดียวก็ประมาณ 10 ล้าน ลบ.ม.ต่อวันทั้งที่มีเครื่องสูบน้ำ 99 เครื่อง แต่ปัจจุบันได้ถึง 30 ล้านลบ.ม.แล้วก็ได้ระบายออกทางแม่น้ำบางปะกงอีก 20 ล้านลบ.ม. รวมแล้วฝั่งตะวันออกได้ 50 ล้าน ส่วนฝั่งตะวันตกได้ประมาณ 20 ล้านลบ.ม. ไม่เกิน 70 ล้านลบ.ม. ส่วนแม่น้ำเจ้าพระยาระบายได้ประมาณ 400 ล้านลบ.ม.
@@@ ฝั่งตะวันตกยังมีปัญหาการระบายน้ำหรือไม่?
ยังมีปัญหาอยู่ เพราะเราไม่ได้ลงทุนสร้างคลองระบายน้ำเหมือนฝั่งตะวันออก
@@@ ช่วงไหนวิกฤติที่สุด จะเกิดปรากฎการณ์อะไร?

จากวันนี้(23ต.ค.) ไปถึงวันที่ 29 ต.ค. มีน้ำขึ้นน้ำลงของแม่น้ำเจ้าพระยา เพราะน้ำขึ้นพอดีในเวลาที่ข้าศึก(น้ำทุ่ง)โจมตีพอดี เมื่อน้ำสูงก็ระบายไม่ออก แต่ที่ท่วมบางใหญ่ บางบัวทองนั่นไม่ใช่น้ำทะเลแต่เป็นกองทัพน้ำทุ่งฝั่งซ้าย(ตะวันตก)บุกลูก เดียว เมื่อมีทั้งน้ำทะเลหนุนพร้อมกับน้ำทุ่งไหลลงมา น้ำก็ยกตัวขึ้นสูง วิธีระบายก็ต้องสูบออกตอนนี้ถ้าจะฝ่าน้ำทะเลต้องดันออก แต่เนื่องจากน้ำทะเลมีผลเฉพาะแม่น้ำเจ้าพระยา ก็จะปรากฏน้ำขึ้นที่ปากน้ำเยอะ แต่ขึ้นที่นนทบุรีน้อย ฉะนั้น เวลาน้ำทะเลขึ้น ต้องบอกว่าขึ้นสูงสุดที่ไหน ที่ปากน้ำ หรือที่กองทัพเรือ หรือที่สะพานพุทธ มันทำให้การระบายตามธรรมชาติเป็นไปอย่างลำบาก แล้วช่วงนี้ลมใต้เริ่มแรง พัดน้ำฝั่งตะวันออก สู่ตะวันตกของอ่าวไทย แล้วน้ำทะเลจึงไหลตามเข็มนาฬิกา ทำให้น้ำทะเลสูงกว่าปกติประมาณ 30 เซนติเมตร ฉะนั้น ไหนจะน้ำขึ้นโดยพระจันทร์ ก็ยังมาเจอน้ำขึ้นโดยลมอีก

@@@ ภาพที่จะเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ จะเป็นอย่างไร?
ถ้าน้ำที่เป็นกองทัพตรงกลาง(ระหว่างตะวันออก ตะวันตก) ไหลจากรังสิตเข้ากรุงเทพฯ และถ้าเขื่อนในโครงการพระราชดำริแตกนะ ถ้าเกิดกรณีแย่สุดคือ พื้นที่สูงๆ ในกรุงเทพฯ ก็คงท่วมตาตุ่มหรือบั้นเอว ส่วนที่ต่ำในกทม. ก็ท่วมถึงคอ หรือท่วมมิดหัว ยกตัวอย่างเช่น ลานพระบรมรูปทรงม้า เป็นพื้นที่สูงก็ถึงหัวเข่า ส่วนที่ต่ำก็เช่น มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก็ท่วมถึงศรีษะ แต่ขอย้ำว่า ในกรณีที่น้ำบุกเข้ามาในกทม.แล้วเขื่อนแตก จึงจะท่วมขนาดนั้นขอพูดให้ชัด
@@@ ภาพเก่าๆ เช่น พ.ศ. 2485 น้ำท่วม จะกลับมาอีกหรือไม่?
ถ้าน้ำบุกเข้ามาแล้วเขื่อนแตก ก็เป็นอย่างงั้นอยู่แล้ว จะได้เห็นภาพเดิมซึ่งผมเตรียมจะถ่ายรูปเก็บไว้เป็นประวัติศาสตร์ให้ลูกหลาน ผมดู คิดไว้แล้วว่าจะไปยืนถ่ายตรงไหน แต่ถ้าเขื่อนไม่แตกเราก็ได้ถ่ายรูปแถวรังสิตบางเขนอย่างทุกวันนี้
@@@ เตรียมการป้องกันสถานที่สำคัญที่อยู่ริมน้ำเจ้าพระยา เช่น พระบรมมหาราชวัง และโรงพยายาลศิริราช อย่างไร?
อย่างพระบรมมหาราชวัง มีรั้วรอบขอบชิดอยู่แล้ว รักษาได้แน่ 100% เช่นเดียวกับที่โรงพยาบาลศิริราช ป้องกันได้ เพราะสถานที่แข็งแรงและไม่ใช่สถานที่ใหญ่ ก็รักษาได้ทำคันเสริมได้

@@@ มีปัญหาน้ำจากเขื่อนอีกหรือไม่?
ลืมไปได้เลยเพราะอีกนานกว่าน้ำจะลงมาจากเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิตต์ ไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาคือน้ำจากนครสวรรค์ น้ำจากชัยนาท บางไทร ซึ่งยังไหลมาทุกวัน เป็นกองทัพเสริมทุกวัน ส่วนเรื่องมีคนกล่าวหาว่าผมเป็นคนสั่งให้เปิดน้ำน้ำเขื่อนมาก่อนหน้านี้นั้น เป็นไปไม่ได้ ข้อแรกคือ ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ แต่คนที่จะสั่งเปิดน้ำปิดน้ำของเขื่อนภูมิพลกับสิริกิตต์ คือ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับบอร์ดการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และข้อที่สองคือ เขาจะเปิดหรือปิดหรือไม่ที่ผ่านมา มันเป็นเรื่องในเดือนมกราคม แต่ผมเพิ่งเป็น รัฐมนตรี 2 เดือน ขณะที่การตัดสินใจปิดหรือเปิด เกิดเมื่อ 7-8 เดือนที่แล้ว ท่านธีระ(รมว.เกษตรฯ) ต้องอธิบาย ไม่ใช่มาถามปลอดประสพ แล้วจู่ๆ มาเป็นชื่อผม เป็นการโกหกหน้าด้านๆ จงใจสร้างข่าวทำลายผม ใครที่ทำกับผมอย่างนี้ขอให้บ้านมันน้ำท่วม โทษฐานกล่าวหาผมทั้งที่ผมไม่เกี่ยวข้อง
แล้วผมเป็นคนสั่งปิดน้ำเขื่อนภูมิพลกับเขื่อนสิริกิตต์ เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ต่อหน้านายกรัฐมนตรีเพราะท่านนั่งข้างผมแล้วให้ผมโทร ผมก็บอกประธานบอร์ดการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ก็คือปลัดกระทรวงผม ให้ปิดน้ำจากเขื่อน ส่วนที่เขาเปิดปิดเขื่อนให้เดือดร้อนนั่นมันเมื่อ 6-7 เดือนที่แล้ว ผมยังไม่ได้เป็นรัฐมนตรี ตอนนั้นผมเป็นรองหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านครับ
โกรธผมทำไมครับ ผมพูดความจริงแล้วโกรธผมทำไมครับ
@@@ ปัญหา “ความจริง” ที่ผ่านมาคืออะไร?
เวลาผมบอกว่าต้องให้ความจริง ผมหมายถึงกรมชลประทาน ภายใต้คุณธีระ วงศ์สมุทร ต้องบอกความจริงให้กับประชาชน และบอกความจริงกับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลที่อยู่ใน ศปภ. ปัญหาที่ผ่านมา อาจจะเป็นปัญหาความร่วมมือ ปัญหาความไม่เข้าใจ ปัญหาความไม่รู้หรือไม่ยอมรับ และปัญหาจุดยืนของกรมชลประทาน ไม่เคยพูดเรื่องน้ำท่วมทุ่ง ที่กรมชลฯ บอกว่าควบคุมได้ก็พูดถึงถึงแต่น้ำแม่น้ำ ลำน้ำ ประตูน้ำ ถ้าเขาไม่พูดก็ต้องให้คนอื่นพูดอย่าปฏิเสธข้อมูลคนอื่นทำให้ขาดข้อมูล ผม เคยเป็น ผอ.ศูนย์เตือนภัยฯ และกระทรวงวิทยาศาสตร์เองก็มีคนเก่งเกี่ยวกับน้ำหลายคนทั้งน้ำแม่น้ำและน้ำ ทุ่ง โดยเฉพาะน้ำทุ่งที่คราวนี้มี 80-90% ที่เราต้องจับตา การคำนวณน้ำทั้งหมด 20,000 ล้านลบ.ม. เป็นการคำนวณของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ โดยใช้เครื่องมือภาพถ่ายดาวเทียม ขณะที่กรมชล ใช้เครื่องมือวัดน้ำในแม่น้ำ ก็เลยไม่เคยยอมรับตัวเลข 20,000 ล้านลบ.ม.ฉะนั้น ถ้าเขาไม่มีเครื่องมือหรือข้อมูลทั้งหมด ก็ไม่ควรปฏิเสธข้อมูคนอื่น อย่างน้อย ถ้าขาดข้อมูลอะไร ก็ให้คนอื่นที่มีข้อมูลชี้แจงร่วมกันก็ยังดีกว่าบอกว่าควบคุมได้
@@@ ตอนนี้ทำอะไรได้บ้าง?
“ทำใจ” แล้วก็ทำกับข้าวเก็บไว้กิน ดูทีวี ทำใจให้สบาย เก็บของขึ้นที่สูง ถ้าน้ำสูงมากก็ย้ายไปอยู่บ้านญาติ ผมเห็นใจคนกทม. และเห็นใจตัวเองด้วยบ้านผมก็ท่วมด้วย ผมอยู่บ้านคนเดียวแล้ว เพราะลูกเมียและหลานไปต่างจังหวัด แต่ต้องคิดให้สนุกคิดให้ชีวิตตัวเองมีค่า คืนนี้ผมอาจจะนอนบนเรือแอร์เย็นฉ่ำ ท่วมมาเลยผมไม่ทุกข์...เขาห้ามโกรธพระพาย อย่าไปสู้กับพระพาย พระพิรุณ พระสมุทร เขาไม่ให้สู้กับท่าน ผมไม่สู้ โบราณเขาสอนกันมานับพันปี ปัดโธ่! วาตภัย อุทกภัย หนีลูกเดียว...
@@@ น้ำจะถูกระบายลงคลองแสนแสบมีความเป็นไปได้หรือไม่?
คลองแสนแสบถูกใช้น้อยไปหน่อย ที่จริงสามารถเปิดน้ำจากฝั่งตะวันออกผ่านคลองแสนแสบไปลงเจ้าพระยาไปมากกว่า นี้ แต่คุณชาย(ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร) คงไม่กล้า แกกลัวไง เห็นไหม คลองเปรม คลองแสนแสบ คลองบางลำพู คลองผดุงกรุงเกษมที่ต่อจากคลองแสนแสบ ก็โล่ง ทั้งที่ความจริงยังปล่อยน้ำได้อีก แต่คงเพราะกำลังจะเลือกตั้งผู้ว่ากทม. ก็เลยไม่กล้าระบาย กลัวพลาด เราก็เข้าใจ เพราะน่าหวาดเสียวในการใช้ แต่เป็นผู้นำต้องใจกล้า ขอฝากไปบอกคุณชาย ว่า คลอง เขาสะกดว่า ค-ล-อ-ง แปลว่า ที่ระบายน้ำ ไม่ใช่ถนน ถ้าคลองไม่ใช่ที่ระบายน้ำแล้วจะมีไว้ทำไม ก็เรียกถนนแสนแสบไปเสียเลย ผมเดาว่าเขากลัวน้ำท่วมกรุงเทพฯ แล้วจะเสียคะแนน
@@@ จะเจรจากับ กทม. ให้ระบายน้ำลงคลองหรือไม่?
ผมไม่ได้มีหน้าที่เจรจา ผมเป็นฝ่ายปฏิบัติการ ถ้าเขาสั่งให้ผมลุยเมื่อไหร่ก็ลุย

ที่มา:ประชาชาติธุรกิจ /"ปลอดประสพ"ยังจัดหนัก!! จำลองสถานการณ์น้ำท่วมกทม.ขั้นสูงสุด "อย่ามาโกรธผมที่ผมพูดความจริง"?

ไทยในLAแห่กลองยาวทอดผ้าป่าซับน้ำตาข้ามทวีป

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
25 ตุลาคม 2554

พี่น้องชาวไทยในสหรัฐฯได้จัดกิจกรรมระดมทุนส่งมาช่วยเหลือผู้ประสบภัียน้ำ ท่วม โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา คนไทยในมหานครลอสแอนเจิลลีสในนาม"กลุ่มรักบ้านเกิด - Heart for Homeland" ได้จัดขบวนแห่กลองยาวที่ไทยแลนด์พลาซ่า บนถนนฮอลลีวู้ด โดยมีน้อง ๆ นักเรียนแผนกดนตรีไทยของวัดไทยใน แอลเอ และจาก Pasadena City College มาร่วมขบวนด้วย

เพื่อนำกล่องรับบริจาคพร้อมโปสเตอร์สีสวยงามไปวางไว้ตามจุดต่างๆ กระจายไปทั่วอาณาบริเวณธุรกิจของคนไทยย่านไทยทาวน์ บนถนนฮอลลีวู้ด ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากทุกท่านในละแวกนั้นเป็นอย่างดียิ่ง

รายได้ทั้งหมดไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น จึงขอเชิญชวนนักธุรกิจไทย และพี่น้องชาวไทย รวมทั้งพี่น้องมนุษยชาติในย่านนี้ร่วมบริจาคเพื่อการนี้ได้ตามกล่องบริจาค ที่ตั้งไว้

ชมภาพชุด





ผ้าป่ามหากุศล กลุ่มรักบ้านเกิด - Heart for Homeland วัดพุทธ - โบสถ์คริสต์ - มัสยิดไทย ทั่วแอลเอ ร่วมเป็นเจ้าภาพ



ชาว ไทยนอกประเทศ ซึ่งอาศัยในท้องที่มหานครลอส แองเจลีส สหรัฐอเมริกา และใกล้เคียง ได้รวมตัวเฉพาะกิจในนาม “กลุ่มรักบ้านเกิด” หรือ Heart for Homeland ด้วยการสนับสนุนจากวัดพุทธ 9 แห่ง โบสถ์คริสต์เมืองแวนนายส์ และมัสยิดไทยในพื้นที่ ร่วมกันทอดผ้าป่ามหากุศล 500 กอง เป็นเวลา 5 สัปดาห์ เพื่อระดมทุนช่วยพี่น้องคนไทยผู้ประสบอุทกภัย

โดยจัดกระถางรับบริจาคพร้อมโปสเตอร์สีสวยงามวางไว้ตามจุดต่าง ๆ กระจายไปทั่วอาณาบริเวณ ให้เข้าถึงผู้มีจิตศรัทธาบริจาคอย่างถ้วนทั่วที่สุด

การนี้รายรับจากการบริจาคทั้งหมด ไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น จะนำมอบให้แก่ ศูนย์อำนวยการป้องกันอุทกภัย (ศปภ.) โดยผ่านทางสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอส แองเจลีส โดยที่คณะกรรมการร่วมกันรับภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และชักชวนธุรกิจ พร้อมผู้มีจิตกุศลให้การสนับสนุนทางการเงินด้วย

ทั้งนี้ได้มีการแบ่งหน้าที่ดูแลกระถางผ้าป่า และการจัดเก็บออกเป็น 5 เขต อีกทั้งมีกรรมการตรวจสอบ และรับมอบก่อนส่งให้แก่สถานกงสุลอย่างโปร่งใส ซึ่งมาจากตัวแทนของภาคส่วนต่างๆ ที่มาร่วมมือกันเป็นอันหนึ่งเดียวนี้

จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความพร้อมใจของคนไทยภาคส่วนต่างๆ ในนครลอส แองเจลีส จะเป็นพลังหนุนกำลังใจแก่ผู้ประสพภัยพิบัติในประเทศให้ยืนหยัดเผชิญกับความ เสียหายอย่างสุขุมมั่นคงจนกว่าจะผ่านพ้นไป อีกทั้งเป็นปัจจัยเกื้อกูลในส่วนที่ขาดแคลน ต้องฟื้นฟู และเยียวยา

นอกเหนือจากนั้นยังเชื่อว่ากิจกรรมอันร่วมกันกระทำเพื่อพี่น้องร่วมชาติถ้วน หน้าครั้งนี้จักก่อให้เกิดความร่วมใจในวงกว้างในหมู่ผู้บริจาค หรือเพียงแต่อนุโมทนา อันจะทำให้ประเทศชาติของเราก้าวพ้นวิกฤติไปสู่อนาคตอันสดใสข้างหน้าอย่าง สมานฉันท์

คณะกรรมการที่ปรึกษา

เจ้าอาวาสวัดไทยลอสแองเจลิส
เจ้าอาวาสวัดป่าธรรมชาติ
เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายแคลิฟอร์เนีย
เจ้าอาวาสวัดพุทธวิปัสสนา
เจ้าอาวาสวัดโพธิวารีรังสฤษฏ์
เจ้าอาวาสวัดสุทธาวาส
เจ้าอาวาสวัดพุทธคุณ
เจ้าอาวาสวัดพุทธธัมโม
เจ้าอาวาสวัดมอญรามัญ
พระมหาบุญเริ่ม กิตฺติญาโณ
อนุศาสนาจารย์โบสถ์ Van Nuys
อิหม่ามเราะห์มัติ พโยม พยกุล
กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแองเจลิส
สุรพล เมฆพงษ์สาธร
เชาว์ ซื่อแท้
ชัชวาลย์ ศรีพาณิชย์
เพ็ญพิมพ์ จิตรธร
สุรพงษ์ ชิโนทัยกุล
ประสงค์ สุวรรณพานิช
ไพรัช พันธุ์นรา

คณะกรรมการดำเนินงาน

ดอลลี่ ไพรสุวรรณ-วรฉัตร
วาสนา อารยตานนท์
รุจิราภา พัฑฒนะ
ประสงค์ จตุระบุล
ลิลลี่ เลิศสมิติวันท์
สุ พงศ์
สุกิจ วราปัญญาเสนีย์
เนตร ภูตินันท์
นิยม วันทนา
สุพัตรา กฤติยาชวลิต


"น้ำตาท่วมเมืองไทย น้ำใจท่วมแอลเอ"

แดงนิวยอร์คจัดงาน29ตุลาฯช่วยน้ำท่วม
เสื้อ แดงนิวยอร์ค จัดงานช่วยน้ำท่วม ขอเชิญชวนชาวไทยในนิวยอร์ก ร่วมบริจาค ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม 29 ตุลาคม 2554 นี้(คลิ้่กที่ภาพดูรายละเอียด)

*******
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:อีกหนึ่งกิจกรรมที่LA ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ (คลิ้กดูรายละเอียดในโปสเตอร์ด้านล่าง)

-ภาพหายากคนไทยร่วมแรงร่วมใจฝ่าวิกฤต

ช่วยน้ำท่วมไม่เคยเอาหน้าต้องนี่ ของเค๊าดีจริงๆ

ที่มา Thai E-News

ปชป. เอาของบริจาคโครงการอาสา มาใส่ชื่อตัวเองไปแจกน้ำท่วม ไม่มีใครว่า ถือว่าช่วยเหลือผู้ประสบภัย(แต่ตอนไปว่าคนอื่นหนะ ให้อายซะบ้าง)

รายงานสถานการณ์น้ำ 25 ต.ค. 54

ที่มา Thai E-News

ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน





สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ GISDATA

From flood2011
ผังเส้นทาง​น้ำ และชั้นควา​มสูง กทม. และปริมณฑล

From flood2011
พื้นที่น้ำ​ท่วมขังและ​ปริมาณการป​ริมาตรน้ำใน​พื้นที่ GISTDATA - 23 ต.ค.


From flood2011
ข้อมูล จากดา​วเทียม THEOS วันที่ 24 ตุลาคม 2554 แสดงพื้นที่​น้ำท่วมบริ​เวณบางส่วน​ของจังหวัด​อ่างทอง พระนครศรีอ​ยุธยา สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี กรุงเทพมหา​นคร นครนายก ปราจีนบุรี และฉะเชิงเท​รา

ภาพถ่ายดาวเทียมจาก GISTDATA แสดงอนิเมชั่นการแผ่ของพื้นที่น้ำท่วมวันที่ 18-22 ต.ค.


วิเคราะห์สถานการณ์น้ำของดร เสรี ศุภราทิตย์ ทางTPBS 24 ต.ค.

คำเตือนคนกรุงเทพฯจากผู้ประสบภัยน้ำท่วมหมู่บ้านชลลดา บางบัวทอง:ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา

ที่มา Thai E-News

Before
After
ขอ ย้ำเตือนทุกท่านที่แถวบ้านท่านน้ำยังแห้งดี ยังไม่เห็นแม้เงาของน้ำ อย่าชะล่าใจ คนมักจะคิดว่าจะอยู่เฝ้าบ้านชั้นสอง ถ้าน้ำท่วมชั้นหนึ่ง ขอเตือนเลยว่า เมื่อน้ำท่วมแล้ว น่ากลัวยิ่งกว่าอะไร โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ทุกอย่างถูกปกคลุมด้วยน้ำเวิ้งว้างกว้างไกลสุดตา ทุกอย่างอยู่ใต้มวลน้ำขนาดมหึมา ทางการไฟฟ้าจะตัดไฟ ทีวีก็ไม่มีดู จะรู้ข่าวภายนอกจากโทรศัพท์ทางเดียว ถ้าแบตเตอรี่หมดจะทำอย่างไร?

ท่านอาจจะได้เพียงเสื้อผ้าชุดเดียวที่ท่านใส่อยู่พร้อมกับชีวิตของท่าน ของอย่างอื่นจะไม่สามารถเอาออกมาได้แน่นอน ไม่เชื่อก็ลองท้าทายกับมหานทีครั้งนี้ดู

โดย วันทนีย์
25 ตุลาคม 2554
เปิดแผนที่ระยะเวลาน้ำท่วมแต่ละเขตกทม.(ที่มา:หนังสือพิมพ์ M2F)

จากใจผู้เขียน:อยากเล่าเรื่องวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ครั้ง ประวัติศาสตร์ของประเทศที่ต้องประสบพบกับตัวเอง ให้เป็นบทเรียนแก่ผู้ที่น้ำยังไหลไปไม่ถึง จะได้เตรียมตัวรับมือได้ทัน จึงเขียนมาให้อ่านในอีกมิติหนึ่ง

หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมไม่มากก็น้อย


ตอนที่ 1 : 16 ปีที่ไม่เหมือนเดิม

ครอบครัวเราเป็นครอบครัวหนึ่งที่ประสบภัยน้ำท่วมร่วมกับชาวบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เมื่อตอนเช้ามืดของวันพุธที่ 19 ตุลาคม 2554 จนถึงวันนี้ 22 ตุลาคม

ที่หาเวลามานั่งเขียนเพื่อบอกเล่าให้เตรียมการก่อนที่น้ำจะมา ด้วยความปรารถนาที่จะแชร์ประสบการณ์ตรงกับท่านทั้งหลาย

น้ำท่วมครั้งนี้ไม่เหมือนกับน้ำท่วมใหญ่ปี 2538 อย่างสิ้นเชิง

เมื่อปี 2538 เป็นครั้งแรกที่หมู่บ้านชลลดาของเราโดนน้ำท่วมใหญ่ทั้งหมู่บ้านจมน้ำอยู่ เป็นเดือน แต่น้ำไม่เข้าในตัวบ้าน ส่วนใหญ่จะกั้นบ้านที่ประตูรั้วด้วยการก่ออิฐบล็อกเท่ากับความสูงของประตู รั้ว เตรียมอุดท่อน้ำทิ้ง เมื่อน้ำเข้ามาในรั้วก็จะสูบออกด้วยไดโว่ออกนอกบ้าน ก็สามารถอยู่ในตัวบ้านได้ไม่ลำบากมากนัก

ถึงแม้น้ำจะท่วมขังอยู่เป็นเดือนก็ตาม สามารถออกมาเดินตรงถนนหน้าบ้านได้ น้ำจะสูงแค่เข่าหรือเอวของขนาดคน ทางราชการส่งรถบรรทุกขนาดใหญ่มาช่วยวิ่งรับส่งคนหรือนำอาหารมาส่งให้กับชาว ชลลดาที่อยู่เฝ้าบ้าน และคนที่กลับไปดูบ้าน

ในสมัยนั้น สภาพถนนหนทางและบ้านเมืองไม่เหมือนปัจจุบัน ถนนกาญจนาภิเษกกำลังก่อสร้างยังไม่เสร็จสมบูรณ์ รถไฟฟ้ายังไม่มี หมู่บ้านจัดสรรยังไม่เกิดเป็นดอกเห็ดแบบสมัยนี้ ทำให้บริเวณนี้เป็นที่ว่าง เป็นท้องทุ่งเหมาะกับการรับน้ำจากเขื่อนเมื่อน้ำล้นเขื่อน

และเช่นเคยไม่มีการบอกกล่าวจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กพฝ. หรือกรมชลประทานที่บริหารจัดการน้ำ ปล่อยน้ำมาโครมเดียวน้ำมาถึงหมู่บ้านและท่วมขัง แต่ไม่มีการกันเป็นชั้น ๆ แบบยุคนี้ที่ได้รับบทเรียนมา 16 ปี

ไม่มีใครอยากให้น้ำท่วมท้องถิ่นตัวเองจึงทำเขื่อนกั้นน้ำเป็นชั้น ๆ มาตั้งแต่ทางเหนือตั้งแต่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี ฉะเซิงเทราและจ่อคิวกรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ ฯ

สิ่งที่จะบอกให้รู้ก็คือ ที่หมู่บ้านชลลดาใช้ประสบการณ์ของปี 2538 มารับมือน้ำของปี 2554 ซึ่งขอบอกเลยว่ าเอามาใช้กันไม่ได้เลย

สิ่งที่กรรมการหมู่บ้านและลูกบ้านชลลดาเตรียมรับมือกับน้ำปีนี้เสียเปล่าโดยสิ้นเชิง (ที่เขียนมานี้ไม่ได้ตำหนิผู้ใด และสิ่งที่กรรมการทำนั้นเป็นสิ่งประเสริฐ เสียสละเพื่อลูกบ้านพยายามกั้นน้ำอย่างเต็มที่แล้ว ผู้เขียนต้องขอชื่นชมมา ณ ที่นี้ด้วย) เพราะถ้าน้ำมาโครมเดียวโดยไม่กั้นเขื่อนต้านน้ำ ระดับน้ำจะไม่สูงมากขนาดนี้ จะเหมือนปี 2538 ที่น้ำไม่สูง แรงดันน้ำไม่มาก ยังอยู่กันในหมู่บ้านได้

แต่ปีนี้กั้นเขื่อนขนาดใหญ่จากต้นทางยันปลายทาง อานุภาพของน้ำรุนแรงขนาดน้อง ๆ สึนามิ ไม่ว่าจะป้องกันอย่างไรก็ถูตีแตกทุกที่ จนจ่อคอหอยกรุงเทพฯ ในขณะนี้ เพราะน้ำมันมาก และจะมาทุกทิศทุกทาง แรง และเร็ว แถมพุดเข้าตัวบ้านอย่างกับน้ำพุขึ้นอยู่กับบ้านท่าน

มีรอยรั่วแม้เพียงเล็กน้อยน้ำก็เข้าบ้านได้ จุดที่อุดไว้น้ำไม่เข้า มันเลือกเข้าทางจุดอ่อนของบ้านท่าน…………..น้ำมันน่ากลัวไหมล่ะ!!!!!!!!!

ตอนที่ 2 : ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา

ตอนที่เราดูข่าวการอพยพของพี่น้องที่ถูกน้ำท่วมต่างจังหวัด เราอาจคิดในใจว่าคงมาไม่ถึงบ้านเรา น้ำก็ยังแห้งดี คงไม่มีอะไรน่ะ

สู้อุตส่าห์ป้องกันไว้แล้ว กั้นอิฐบล็อกหน้าบ้านแล้ว ไดโว่ก็ซื้อเตรียมไว้แล้ว ทรายก็ซื้อมาไว้อุดท่อน้ำทิ้งเพื่อไม่ให้น้ำเข้าแล้ว ทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว........ คงเอาอยู่น่ะ!!!!! ไม่น่าจะมีอะไรมาก อย่างมากก็คงท่วมอยู่แค่ถนนนอกบ้าน ไม่เข้าตัวบ้านแน่นอน.........................เพราะมีมโนภาพของปี 2538

แต่หารู้มั้ยว่า ในปี 2554 คนที่คิดเช่นนี้ ล้วนมีชะตากรรมเหมือนกันคือ เวลาน้ำมาแล้ว จะตกใจทุกคน เพราะน้ำมันจะขึ้นเร็วมาก และมาทุกทิศทุกทาง พอคิดจะย้ายของ ก็ย้ายของไม่ทันทุกราย บางรายหนีตายมาได้แค่เสื้อผ้าชุดเดียวที่ติดตัวมาเท่านั้น!!!!!!!!!

ขอย้ำเตือนทุกท่านที่แถวบ้านท่านน้ำยังแห้งดี ยังไม่เห็นแม้เงาของน้ำ มั่นใจความสูงของตัวบ้าน หรือพวกที่น้ำท่วมใกล้ ๆ บ้านแล้ว แต่ยังไม่ท่วมบ้านตัวเอง ท่านก็อย่าชะล่าใจ อย่าประมาทเป็นอันขาด

สิ่งที่ท่านต้องทำตอนนี้เลย ไม่ว่าจะอยู่ในบริเวณที่มีความเสี่ยงหรือไม่ก็ตาม ท่านต้องเตรียมตัวดังต่อไปนี้

1. รีบวางแผนเก็บข้าวของขึ้นชั้นสองทันที บางคนก็หาผ้าพลาสติกอย่างหนามาห่อหุ้มเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่ที่ยกขึ้นที่ สูงไมไหว ค่อย ๆ เก็บไปวันละนิดวันละหน่อย พอน้ำมาข้าวของท่านจะได้ไม่เสียหายมากเกินไป

2. ของมีค่า เอกสารสำคัญเก็บไว้ด้วยกัน รีบจัดเสียแต่ตอนนี้ จะได้ไม่มาเสียใจภายหลัง

3. แพ็คเสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ที่เราใช้อยู่ในชีวิตประจำวันทุกอย่าง... เน้นทุกอย่างไว้อีกชุดหนึ่ง เพื่อพร้อมอพยพทันทีเมื่อน้ำมา แต่ถ้าให้ดีทิ้งไว้ท้ายรถหรือฝากไว้บ้านญาติก่อนที่น้ำจะมา จะดีที่สุด

เพราะอะไรหรือ? ถ้าทุกท่านดูข่าวน้ำท่วมจะเห็นผู้ที่อพยพหนีตายออกมาทุกที่จะเอาอะไรออกมาไม่ได้มาก หรือไม่ได้เลย ได้แต่ตัวมาจริง ๆ

เพราะเมื่อถึงตอนนั้น รถก็วิ่งไม่ได้ ต้องเดินอย่างเดียวเป็นระยะทางไกล ๆ จะขนอะไรไม่ได้เลย ขอเตือน อย่ารอให้น้ำมาแล้วค่อยมายกของหนีเป็นอันขาด ท่านจะไม่ได้อะไรเลย

4. เรื่องต่อมาก็คือ คนมักจะคิดว่าจะอยู่เฝ้าบ้านชั้นสอง ถ้าน้ำท่วมชั้นหนึ่ง ขอเตือนเลยว่า ถ้าหมู่บ้านท่านเป็นหมู่บ้านใหญ่ เหมือนหมู่บ้านชลลดา

เมื่อน้ำท่วมทั้งหมู่บ้านแล้ว น่ากลัวยิ่งกว่าอะไร โดยเฉพาะในเวลากลางคืน ทุกอย่างถูกปกคลุมด้วยน้ำเวิ้งว้างกว้างไกลสุดตา บังเกอร์หรือคันกั้นน้ำไม่ว่าจะสูง-ต่ำ แค่ไหนก็จมอยู่ใต้น้ำหมดสิ้น หน้าหมู่บ้านทำคันทราย คันหินกรวดสูง 2-3 เมตรก็ยังเอาไม่อยู่ ทุกอย่างอยู่ใต้มวลน้ำขนาดมหึมา คิดดูก็แล้วกัน??????

ทางการไฟฟ้าจะตัดไฟ เพราะมีคนเสียชีวิตเพราะถูกไฟดูดจำนวนมากตามข่าวที่เราได้รับทราบกัน (ได้รับข่าวจากเพื่อนที่ส่งมาทาง FB มีพลทหารที่ไปช่วยน้ำท่วมเสียชีวิต หาข่าวนั้นไม่เจอแล้ว จะได้สดุดีความดีโดยระบุชื่อพลทหารท่านนั้นที่เสียชีวิตในหน้าที่ ในขณะที่ช่วยขนย้ายประชาชนที่ลพบุรี)

เมื่อไม่มีไฟฟ้าใช้ เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดก็ใช้งานไม่ได้ ยุงก็ชุม มืดก็มืด น้ำก็ไหลมาไม่หยุดเสียงดังและแรงอย่างน้ำตก คนที่ไม่เข้มแข็งจริง ๆ จะอยู่ได้อย่างไร?????

ทีวีก็ไม่มีดู จะรู้ข่าวภายนอกจากโทรศัพท์ทางเดียว ถ้าแบตเตอรี่หมดจะทำอย่างไร?????

และสุดท้ายจะอยู่ได้กี่วัน ถ้าเสบียงอาหาร-น้ำดื่มที่เตรียมไว้หมด จะหาได้จากไหน ยิ่งถ้าไม่มีเรือก็จะเดินทางเข้า-ออกได้อย่างไร เพราะรถใหญ่แค่ไหนก็ผ่านไม่ได้ ต้องเรืออย่างเดียว ฯลฯ

นี่เป็นสิ่งที่ท่านต้องคิดให้ละเอียด คิดให้ดี เพราะตอนแรกเตรียมการไว้อย่าง พอน้ำมา ต้องเปลี่ยนแผนแทบไม่ทัน และเอาอะไรออกมาไม่ได้เลย ต้องมาหาซื้อข้าวของเครื่องใช่ใหม่อีก

ดังคำกล่าวที่ว่า “ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา”

ตอนนี้ข้าพเจ้าเข้าใจซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่งกับบทเรียนครั้งนี้ จึงขอให้เป็นอุทาหรณ์สอนใจท่านทั้งหลาย


ปล. ตอนใกล้สองยามวันก่อน ดูข่าว TPBS ที่สัมภาษณ์หัวหน้าชุมชนที่ทาง ศปส.และกทม. ประกาศให้ขนย้ายข้าวของ ผู้สูงอายุและเด็กเล็กให้ไปอยู่ศูนย์อพยพภายใน 3 วันก่อนที่น้ำจะมา แต่ผ่านมาหนึ่งวัน มีคนย้ายออกไปเพียง 2 ครอบครัว ทั้ง ๆ ที่มาลงชื่อเป็นร้อย หัวหน้าชุมชนหมดหนทางที่จะชักจูงลูกบ้านให้ออกซึ่งตรงกับเนื้อหาตอนที่ 2 ที่ต้องการบอกคนที่น้ำยังไม่มาว่า

"ได้โปรดกรุณาทำตามที่ทางราชการบอกเถิด ถ้าท่านรีบวางแผนเก็บข้าวของและย้ายออกทันทีตอนนี้ ท่านจะรอดปลอดภัย และสามารถรักษาทรัพย์สินส่วนใหญ่ของท่านที่ท่านรักและหวงแหน เพราะกว่าที่ท่านจะได้มาด้วยหยาดเหงื่อแรงงานของท่าน อันนี้เราเข้าใจ

แต่ถ้าท่านดื้อแพ่ง เพราะคิดว่ายังไม่เห็นเงาของน้ำเลย ทำไมต้องย้าย สู้อยู่บ้านดีกว่า น้ำมาแล้วค่อยหนีื ถึงเวลานั้นจะไม่ใครช่วยท่านได้ ท่านต้องหาทางเอาตัวรอดด้วยตัวท่านเองแบบทุลักทุเลเหมือนที่ชาวชลลดา บางบัวทองประสบมา

ถึงตอนนนั้น ท่านอาจจะได้เพียงเสื้อผ้าชุดเดียวที่ท่านใส่อยู่พร้อมกับชีวิตของท่าน ของอย่างอื่นจะไม่สามารถเอาออกมาได้แน่นอน ไม่เชื่อก็ลองท้าทายกับมหานทีครั้งนี้ดู แล้วอย่ามาเสียใจภายหลังหาว่า หล่อไม่เตือนนะ จะบอกให้

ดั่งคำพังเพยที่ว่า "ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา" ตรงกับเหตุการณ์นี้จริง ๆ

*********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:โปสเตอร์คู่มือการเตรียมตัวเพื่อเป็นผู้ประสบภัยที่ดี

สงครามบู๊ทมันยังไม่จบ ปรองดองเหรอ?-เชอะ!

ที่มา Thai E-News

นายหญิงของอีเม้ยคงอิจฉารองเท้าบู๊ท คุณเจเป็นแน่ ถึงไม่ค่อยออกมาลุยน้ำท่วมกับเขาบ้างน๊ะ

ความดีและความชั่ว ต่อสู้กันมานานแสนนานแล้ว ไม่มีฝ่ายไหนแพ้ ไม่มีฝ่ายไหนชนะเด็ดขาดลงไปได้ เพราะความดีก็ยังมีอยู่ และความชั่วก็ยังมีอยู่... แต่ถึงอย่างไร ทั้งสองสิ่งนี้ก็ไม่อาจปรองดองกันได้

ที่มา:เฟซบุ๊คของเจ-วรกร จาติกวนิช (เมียของกรณ์ จาติกวนิช )
(ซ้าย)บู๊ทเบอร์เบอรี่คู่ละ6,000ของยิ่งลักษณ์ (ขวา)บู๊ทชาแนลคู่ละ12,000ของเมียกรณ์

เรื่องเกี่ยวเนื่อง:แฟชั่นวีคถอยไป เมื่อภรรยาอดีตรมว.คลังสวมบูท"ชาแนล"ลุยน้ำท่วม

...........
กรณ์ ออกแถลงการณ์ อัดรัฐบาล เล่นการเมืองในช่วงวิกฤติ

กรณ์-วรกร

แถลงการณ์ ส.ส.กทม.ประชาธิปัตย์ เรื่อง “บทบาทสถานการณ์อุทกภัย กรุงเทพมหานคร”

วันนี้ ผมและ เพื่อนๆ สส.ประชาธิปัตย์ จำเป็นต้องตั้งโต๊ะแถลงทาง ‘การเมือง’ เป็นครั้งแรกตั้งแต่มีน้ำท่วมครับ การทำงานร่วมกับรัฐบาลเป็นไปด้วยดีมาตลอดทั้งระหว่างพรรค และระหว่าง กทม. ซึ่งบริหารโดยคนของพรรค จนกระทั่งมีกระบวนการพยายามโยนความผิดมาทาง กทม. หรือ ‘ตีกิน’ ผลงานของกทม.โดยฝ่ายการเมืองและเริ่มมี “ผู้ที่หวังประโยชน์ทางการเมือง” เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ประชาชนต้องการมืออาชีพครับ และต้องการจะเห็นทุกฝ่ายมีความร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาใหญ่หลวงของประเทศ

วันนี้ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ได้มีแถลงการณ์เรื่อง “บทบาทสถานการณ์อุทกภัย กรุงเทพมหานคร” สรุปใจความ ได้ว่า

- กรุงเทพมหานคร ทำงานสอดคล้องกับนโยบายของ ศปภ.ที่ตั้งโดยรัฐบาลมาโดยตลอด

- กรุงเทพมหานคร ไม่เคยคิดเริ่มเล่นการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น มองผลประโยชน์พี่น้องกทม.เป็นหลัก

- ปัญหาต่างๆ เช่นการเปิดปิดประตูระบายน้ำ ต้องทำอย่างมีการจัดการ และการวางแผนที่ดีไม่สามารถเปิด 100% ทุกบานได้เพราะ ปริมาณน้ำมหาศาล ส่งผลต่อแรงดันรวม ที่ส่งผลเสียหายได้

- กรุงเทพมหานคร โดย ส.ส.กทม.ทำงานลงพื้นที่ แต่ละเขต ทุกเขตพบปัญหาในเชิงอาชญากรรมเช่นการลักขโมย ฉวยโอกาสช่วงวิกฤติ รวมไปถึงการมีการรวมกลุ่มอันธพาล ทำลายคันกั้นน้ำ

- พรรคประชาธิปัตย์ โดยหัวหน้าพรรค ได้เสนอให้ ศปภ.ใช้อำนาจเด็ดขาดในการบริหารจัดการเรื่องน้ำท่วมมานานแล้ว และสนับสนุน มาตรา 31 ให้อำนาจจัดการดูแลอย่างเต็มที่ แต่ ….ศปภ.เลือกมาทำเพื่อหวังผลการเมืองตอนน้ำมาถึง กทม.ทั้งที่ หลายๆ จังหวัดที่ผ่านมาตั้งแต่ภาคกลางตอนบน ถึงปริมณฑลที่ ศปภ.ไม่เคยคิดจะใช้อำนาจประเภทนี้มาก่อนและที่สำคัญที่สุด กทม.เล็งเห็นถึงการใช้คนให้ถูกกับงาน

- กรุงเทพมหานคร เชิญผู้มีความเชี่ยวชาญสูง ได้แก่ คุณ “ปราโมทย์ ไม้กลัด”ซึ่งเป็นถึง อดีตอธิบดีกรมชลประทาน อดีตผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และอดีตรองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาเป็น ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของผู้ว่าฯ กทม.ด้านการบริหารจัดการระบายน้ำ และไม่ได้นำนักการเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยวเลย

- แต่ศปภ.กลับ เอา “ผู้หวังผลทางการเมือง” มาเป็น ที่ปรึกษา ศปภ. ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีความรู้ ความสามารถความเชี่ยวชาญใดๆ เลยเกี่ยวกับเรื่องน้ำ หรือแม้แต่ ไม่ได้เกียวข้องใดๆ กับภาคส่วน กทม.โดยตำแหน่งหน้าที่

สรุปประเด็นคร่าวๆ คือ ในขณะที่ กทม.และส.ส.ประชาธิปัตย์ทำงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่องตามหน้าที่ของ ส.ส.ฝ่ายค้าน แต่ รัฐบาล โดย ศปภ. กลับแต่งตั้งคนนอก มา “เล่นการเมือง” ในช่วงวิกฤติและ ยังกล้าที่จะมาโจมตีคนที่ทำงานจริงเพื่อพี่น้องประชาชน

*********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:ลองวีคเอ็นด์หรูที่มัลดีฟของอภิสิทธิ์ในวิกฤตน้ำท่วม

กลุ่มรักพ่อภาคปฏิบัติปกป้องศิริราชจากน้ำท่วม

ที่มา Thai E-News




หน้าเพจเฟซบุ๊คของกลุ่มรักพ่อภาคปฏิบัติรายงาน กิจกรรมปกป้องศิริราชในช่วงวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่วนคลิปวิดิโอนี้เป็นของผู้เข้าร่วมกิจกรรม เริ่มจากนั่งเรือข้ามฟากที่ท่าช้าง ไปยัง รพ.ศิริราช และพาชมบรรยากาศที่เกิดขึ้น ในช่วง 13.00-14.00 น. ทั้งกิจกรรมการบรรจุกระสอบทราย จนกระทั่งช่วงเดินทางกลับ ข้ามฟากมายังจุดเริ่มต้น (ที่มา:Youtube โดย thaibansinlapintv)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
24 ตุลาคม 2554

กลุ่มรักพ่อภาคปฏิบัติ ซึ่งเป็นกิจกรรมการรวมตัวกันทางเฟซบุ๊ค โดยมีทัศนะนโยบายที่สำคัญว่า อย่าเก็บความรักพ่อไว้แต่ในใจต้องแสดงออกมาดังๆให้พ่อได้รู้ โดยที่ผ่านมามีการจัดกิจกรรมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีตามโรงหนัง การออกไปลบข้อความที่เห็นว่าเป็นการหมิ่นในหลวงและพระราชวงศ์ การรวมตัวกันปฏิญาณตนที่หน้าโรงพยาบาลศิริราช ล่าสุดได้นัดหมายก้ันมาปกป้องโรงพยาบาลศิริราชช่วงเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม


โดยกิจกรรมที่กลุ่มนำเสนอภาพรายงานมีขึ้นในช่วงวันที่ 19 ต่อมา 21 ล่าสุด 23 ตุลาคม โดยมีการนั่งรวมตัวกันปกป้องหน้าอาคาร 100 ปี และกิจกรรมการร่วมมือกันสร้างกำแพงอิฐบล็อกป้องกันน้ำเข้าท่วมศิริราชด้วย ดังภาพจากเฟซบุ๊คของกลุ่มดังต่อไปนี้


ปกป้องศิริราช รักพ่อภาคปฏิบัติ 23 ตค 2554 งานมาแล้ว อิฐบล๊อค 10,000 ก้อน ทรายทยอยมา

แล้วคนที่นี่ถูกบังคับให้ใส่เสีือแดงเหมือนที่ดอนเมืองหรือเปล่า(คนที่มาเม้นต์ภาพ)
นี่ คืออีกภาพประทับใจของทีมงานค่ะ -น้องๆ จิตอาสาบางคน เกิดมาเคยถืออะไรที่หนักสุดก็แค่กระเป๋านักเรียน แต่คราวนี้กลับมายกถุงทราย,แบกกระสอบหิน,ขนอิฐบล๊อก ทีมงานรู้สึกขอบคุณและชื่นชมน้องๆ จิตอาสาที่มาช่วยงานที่ศิริราชทุกคนจริงๆ ค่ะ

กิจกรรมก่อนหน้านี้-ปกป้องศิริราช 19 ตค 54



ปกป้องศิริราช 21 ตค 54

ดีค่ะไม่ถูกบังคับให้เปลี่ยนสีเสื้อ

******
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:น้ำท่วมและภาพสะท้อนความขัดแย้งร้าวลึกของไทย*


โดย สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
ที่มา เฟซบุ๊คสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล


ทุกคน คงเห็นกันแล้วว่า ความขัดแย้งทางการเมืองในหลายปีที่ผ่านมา ยัง "ร้าวลึก" เพราะขนาดน้ำท่วมระดับ "หายนะ" เช่นนี้ ความขัดแย้งก็ยังแสดงออกรุนแรงมาก โดยเฉพาะในสังคมระดับ "ในเมือง" และ "ออนไลน์" ทั้งหลาย

ผมเห็นคุณ @Apichet Piyasri โพสต์ไว้ที่ไหนสักแห่ง ว่า เป็นเพราะคุณยิ่งลักษณ์เป็นผู้หญิง

ผมคิดว่า ปัญหามัน "ลึก" กว่านั้นนะครับ (ผมว่า ถ้า ตอนนี้ ปชป. เป็นรัฐบาล และมีผุ้นำเป็นผู้หญิง ก็คงไม่มีปัญหาออกมาในลักษณะนี้)

อย่างที่แสดงออกเรื่อง คนระดับ อ.จุฬา ออกมาพูดเรื่อง "ต้องใส่เสื้อแดงถึงเข้าไปที่ ศปภ ได้" แล้ว ทีสำคัญ มีคนเชื่อเยอะมาก (ผมดูจาก Twitter คนที่มาเชียร์คุณ ปรเมศวร์ หลายคน ยังยกเรื่องนี้ขึั้นมาพูด ทั้่งๆที่ ประชาไท และสื่อเสื้อแดงหลายแห่ง เอาหลักฐานมาแสดงให้เห็นว่า ไม่จริง แล้ว หลายวัน)

หรือกรณีที่ มีการเชียร์ทหารพร้อมๆกับการด่ายิ่งลักษณ์ไปด้วย (แม้แต่กรณีคุณ ปรเมศวร์ เอง)


เดี๋ยวจะหาว่า ผมชอบโยงเข้าเรือ่ง "สถาบัน" อยู่เรื่อย แต่ผมว่า ความขัดแย้งที่ร้าวลึกนี้ ในที่สุด มันมี "เส้นแบ่ง" สำคัญ ตรงนี้จริงๆ

คือระหว่าง การยอมรับ อำนาจที่มาจากการเมืองเปิด ทีให้คนเลือกตั้ง คนส่วนใหญ่ตัดสิน

หรืออำนาจ ที่ไม่ได้มาจากการเลือก แต่มาจากการสร้างระบบบังคับ "โปรแกรม" ให้จงรักภักดี

นี่คือ "ทวิอำนาจ" หรือ Dual Power ที่ผมเคยพูดถึงบ่อยๆว่า เป็น "สาเหตุ" พื้่นฐานที่สุด ของรัฐประหาร 19 กันยา และวิกฤต 5 ปีทีผ่านมา

ผมคิดว่า ถ้าพูดกันให้ถึงที่สุด ระหว่าง "2 ฟาก" ที่เถียงๆกันอยู่นี้ ในทีสุด จะมา "ลง" ที่เรื่องนี้แหละ

(ผมไม่นับเรื่อง "ทหาร" เพราะ ดังที่ผมพูดหลายครั้งแล้วว่า ผมว่า "ทหาร" ในปริบทประวัติศาสตร์ปัจจุบัน ไมใช่พลังการเมืองที่เป็นเอกเทศ ทีสามารถแสดงบทบาทนำทางการเมืองได้แท้จริง เอาง่ายๆนะ บรรดา คนที่ออกมาเชียร์ทหาร ด่ายิ่งลักษณ์ ตอนนี้ ถ้าถามว่า ให้ตั้งรัฐบาลทหารเต็มที่เลยไหม ผมว่า พวกเขาก็ไม่เอา และไม่นับว่า ทหารเอง ก็ไม่มีความสามารถในการตั้งรัฐบาลเองด้วย .... อย่าง 19 กันยา นี่ รัฐบาลทหาร ที่ไหน "รัฐบาลพระราชทาน" นายกฯ มาจากองคมนตรี ต่างหาก)

ทีผมพยายามคิดคือ ในการเมืองปัจจุบัน ทีมีลักษณะ "มวลชน" สูง ทั้ง 2 ฝ่าย คือ ไม่ใช่เรื่องทีระดับ "นำๆ" จะไป ตกลง หรือ ทำอะไรกันเองได้เฉยๆ แต่มีคนระดับธรรมดาๆ - เอาง่ายๆทีเห็นๆกัน คนเล่น fb เป็นแสนเป็นล้าน - เข้ามามีส่วนร่วมด้วยอยู่นี้

อย่างการเลือกตั้งครั้งหลัง ฝ่าย เพื่อไทย นี่ชนะ "ถล่มทลาย" จริง แต่ถ้าเราดูตัวเลข ที่ ปชป. ได้รับเลือกตั้ง ก็หมายถึงคนเป็นสิบล้านเช่นกัน

จริงๆ ถ้าในสถานการณ์อื่น การมีพรรค หรือ "ฟาก" การเมืองใหญ่ 2 ฟาก แล้วมีคนสนับสนุนกันเยอะๆ เป็นสิบๆล้าน ในแต่ละฟาก (นึกถึงอังกฤษ หรือ อเมริกา หรือ ประเทศ ตต.จำนวนมาก)

ก็คงไม่เป็นไร ใครชนะเลือกตั้ง ก็เป็นรัฐบาลไป คนอีกเป็น 10 ล้าน อีกฟากที่แพ้ ถึงไม่ชอบ ก็ไม่มีปัญหาอะไร

แต่ปัญหาคือ ในสถานการณ์ประเทศไทย อย่างที่ผมเสนอข้างต้นว่า ความขัดแย้งนี้ มีลักษณะที่เป็น "มูลฐาน" หรือ fundamental มากๆ .. ปัญหา จะยอมรับ อำนาจที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นอำนาจนำของประเทศ หรือจะยังคง ยืนยันให้อำนาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ที่รวมศูนย์ที่สถานะ/อำนาจ ของสถาบันฯ เป็นอำนาจทีนำประเทศ

ปัญหาลักษณะ fundamental หรือ "มูลฐาน" ระดับนี้ ถ้าเกิดเป็นความขัดแย้ง อย่างทีเราเห็นในปัจจุบัน

ลำพัง เลือกตั้งแล้ว ใครชนะ เป็นรัฐบาล จะไม่สามารถทำให้เกิดภาวะ "ปกติ" ได้

อย่างที่เห็นว่า แม้แต่ วิกฤติหายนะ ระดับน้ำท่วมใหญ่ขนาดนี้ ยังไม่ทำให้ปัญหาลดความรุนแรงแหลมคมลงไปแต่อย่างใด ....

*หมายเหตุ:หัวเรื่องนี้ไทยอีีนิวส์ตั้งเองให้สอดคล้องกับเนื้อหา ตัวผู้เขียนคือดร.สมศักดิ์ไม่ได้ตั้งหัวเรื่องไว้แต่อย่างใด

*********
เรื่องเกี่ยวเนื่ิอง:สำนักพระราชวังปฏิเสธในหลวงรับสั่งให้น้ำผ่้านวัง สมศักดิ์เจียมฯชี้กระฎุมพีซาบซึ้งปรากฏการณ์ใหม่

Monday, October 24, 2011

เปิดใจอธิบดีกรมชลประทาน "ชลิต ดำรงศักดิ์"žกับข้อหาบริหารน้ำพลาด

ที่มา มติชน


หมายเหตุ - จากเหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดและมวลน้ำกำลังทะลักเข้า กรุงเทพมหานคร ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่า เป็นเพราะประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำที่ล้มเหลว ซึ่ง"มติชน"ได้สัมภาษณ์นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทานที่รับผิดชอบโดยตรง ถึงปัญหาและแนวทางแก้ไข

"ในเว็บไซต์ในทวิตเตอร์ซัดผมทุกวัน ข้อมูลไม่จริงไม่ถูกต้องก็เอามาพูดกัน การสื่อสารแบบนี้มันเร็วมาก คนยิ่งตื่นตระหนก ก็ไปเชื่อกันหมด"

@ ปัญหาน้ำท่วมใหญ่ที่เกิดขึ้นปีนี้มาจากสาเหตุอะไร
วิกฤต น้ำปีนี้เกิดจากภัยธรรมชาติเป็นหลัก ประเทศไทยถูกพายุ มรสุมหลายลูกพัดเข้ามามากและมาเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ และตกซ้ำกันตลอดเวลา ทำให้การบริหารจัดการน้ำมีปัญหา เพราะปริมาณน้ำที่สะสมไว้มีจำนวนมหาศาล ทำให้ลำน้ำรับน้ำไว้ไม่ได้ น้ำจะแผ่กระจายเข้าไปในทุ่ง หรือเรียกว่าน้ำทุ่ง ทำให้เกิดปัญหาอย่างมากในขณะนี้ ส่วนการบริหารจัดการน้ำท่า หรือน้ำที่ไหลผ่านตามแม่น้ำ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด


ที่ผ่านมาคนไม่เข้าใจเรื่องน้ำท่ากับน้ำทุ่ง เข้าใจผิดว่ากรมชลประทานให้ข้อมูลผิดพลาด ซึ่งเรื่องน้ำท่าที่กรมชลฯระบุว่าจะผ่าน กทม.ไปเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ก็เป็นไปตามที่เราทำนายไว้ทั้งหมด บางคนไม่เข้าใจว่ากรมชลฯออกมาบอกว่าน้ำมวลใหญ่ไหลผ่านไปแล้ว ทำไมยังมีน้ำท่วมอีก ต้องทำความเข้าใจว่าเป็นน้ำคนละส่วน มวลน้ำที่เรากำลังสู้กันอยู่ทุกวันนี้คือน้ำทุ่งŽ

ปีนี้เราเจอศึกสองด้าน ทั้งน้ำทุ่ง น้ำท่า ซึ่งน้ำทุ่งมีปัญหามาก ปริมาณน้ำมากถึง 1.1 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือเท่ากับจำนวนน้ำที่เก็บไว้ในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเวลาน้ำไหลมาไม่ได้มาเร็ว แต่ไหลแผ่มาเรื่อยๆ คำนวณทิศทางการไหลไม่ค่อยได้ ซึ่งที่ผ่านมาวิธีการแก้ปัญหาของกรมชลฯคือ เราต้องคอยตัดยอดน้ำไปเรื่อยๆ เพื่อให้ปริมาณน้ำน้อยลง ผันออกไปลงเจ้าพระยาบ้าง ไปตามลำน้ำต่างๆ บ้าง

@ แต่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ต้นเหตุของปัญหามาจากการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนของกรมชลฯ ที่ไม่ยอมพร่องน้ำออก ก่อนที่พายุจะเข้า ทำให้น้ำในเขื่อนมีมากเกินไป และปล่อยออกมามากเกินไป

(ถอนหายใจยาว) ผมไม่อยากจะมาเถียงเรื่องนี้ แต่ขอท้าว่าคนออกมาพูดเรื่องนี้ ขอให้ช่วยออกมาบอกหน่อยว่า อีก 1-2 เดือนข้างหน้าที่หาดใหญ่ จ.สงขลา ช่วยมาทำนายฝนให้ที ว่ามันจะตกเท่าไร ตกตรงไหน เราต้องเก็บน้ำไว้เท่าไร เพราะมาพูดตอนนี้ จะพูดอะไรก็ได้

@จริงหรือไม่ที่กรมชลฯมัวแต่ห่วงว่าจะไม่มีน้ำใช้ช่วงแล้ง เลยไม่พร่องน้ำในเขื่อนออกมา

ไม่จริงหรอก (ลากเสียงยาว) เพราะเราดูแลและระบายน้ำในเขื่อนให้เหมาะสมอยู่ตลอดแล้ว แต่มาพูดตอนนี้ ใครก็พูดได้ ถ้าเก่งนัก อยากจะขอท้าให้ช่วยมาทำนาย แต่อย่ามาบอกแบบกรมอุตุนิยมวิทยานะว่า จะตกแบบกระจาย 4-5 จังหวัด

@ เป็นไปได้หรือไม่ว่า อาจจะคำนวณพลาด เรื่องการพร่องน้ำและการปล่อยน้ำในเขื่อน
เรา มองและให้ความสำคัญเรื่องการพร่องน้ำอยู่แล้ว แต่ปีนี้น้ำมามากเกิน เมื่อน้ำเข้ามามากมันก็ล้น เพราะกรมอุตุฯก็บอกไม่ได้ว่าน้ำจะมาบริเวณไหน กรมอุตุฯยังไม่กล้าฟันธงเลย เพราะไม่มีใครที่สามารถทำนายหรือคาดการณ์อะไรได้ตรงทั้งหมด


เราต้องยอมรับกันว่าปีนี้ฝนมาก และน้ำที่ปล่อยออกมาก็ไม่ได้ปล่อยโดยไม่ดูอะไรเลย เราดูหมด เราจะเก็บน้ำไว้ในเขื่อนต่อไปก็ได้ เมื่อเขื่อนเต็มศักยภาพที่จะเก็บน้ำแล้ว ก็ต้องปล่อยออกมา เพราะถ้าเก็บไว้แล้วเขื่อนพัง ปัญหาจะไม่ยิ่งมากไปกว่านี้หรือŽ

@มีเสียงวิจารณ์เรื่องความผิดพลาดในการประเมินสถานการณ์ของกรมชลฯ
ยอม รับว่ามีปัญหานี้เหมือนกัน แต่ปัญหาหลักไม่ได้มาจากกรมชลฯ เพราะเราเตรียมไว้หมดแล้วว่า จะผันน้ำไปทางไหนบ้าง จะตัดยอดน้ำอย่างไร แต่ปัญหาที่เจอคือ การให้ความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่ที่น้ำจะไหลผ่าน ขาดการประสานงานที่ดีกับชาวบ้าน ซึ่งไม่เข้าใจการทำงานของกรมชลฯ ทำให้การดำเนินงานมีปัญหา

@กรมชลฯกำลังแก้ตัวอยู่หรือไม่
(พูด เสียงดัง) เราไม่เคยแก้ตัว แต่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น บางพื้นที่เราเอารถแบ๊กโฮเข้าไป ก็ถูกยึดกุญแจไป บางพื้นที่เจ้าหน้าที่ใส่เสื้อกรมชลฯเข้าไปไม่ได้เลย เราเลยทำงานตามแผนไม่ได้ โดยเฉพาะการปิดคลองข้าวเม่า น้ำก็เลยทะลักเข้าไปท่วมพื้นที่ต่างๆ จนเกิดความเสียหายแบบที่เห็นอยู่ ซึ่งยอมรับว่าปัญหาหลักของกรมชลฯคือ เราประสานงานทำความเข้าใจกับชาวบ้านและชุมชนไม่ได้ แต่ตอนนี้มีหลายพื้นที่ที่ประชาชนเข้าใจและให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา อย่างเต็มที่แล้ว

นอกจากนี้ การบริหารงานของกรมชลฯก็มีข้อจำกัดมาก โดยเฉพาะการขาดแคลนเครื่องมือในการบริหารน้ำ เขื่อนสำคัญหลายแห่งมีการศึกษาไว้แล้ว แต่สร้างไม่ได้ เครื่องมือธรรมชาติที่มีอยู่คือคูคลองต่างๆ ก็ตื้นเขินหมดแล้ว

@ปีหน้าจะเกิดปัญหาแบบนี้อีกหรือไม่
ใน ความคิดผม ไม่ว่าจะเกิดปีหน้าหรือปีไหนอีก ปัญหาจะรุนแรงมากขึ้นกว่าปีนี้อีก ถ้าไม่หยุดสิ่งที่มนุษย์ทำลาย ไม่ว่าจะเป็นการตัดป่าไม้ การเข้าไปกีดขวางทางน้ำ ทำให้น้ำไหลผ่านไม่ได้ การขยายตัวของชุมชนเมือง ที่ขยายเข้าไปขวางทางน้ำ ถ้าเป็นแบบนี้ ไม่ว่ายังไงมันก็ท่วม

ลองขึ้นเครื่องบินไปดูได้เลย ตอนนี้บริเวณรังสิต สิ่งปลูกสร้างที่ขวางทางน้ำมีมากแค่ไหน เพราะเราไม่รู้จักอยู่กับธรรมชาติ ที่ลุ่มต้องไม่ไปอยู่ ต้องไปอยู่ในที่ดอน หรืออย่างพื้นที่ทางน้ำผ่าน (ฟลัดเวย์) เราเคยมี และเป็นที่ที่จะให้น้ำไหลผ่านไปทางทิศตะวันออก เดี๋ยวนี้บ้านจัดสรรขึ้นเต็มไปหมด ทางเดินของน้ำก็ไปไม่ได้ ถ้าหยุดการกระทำแบบนี้ไม่ได้ นับวันปัญหาจะรุนแรงขึ้น รัฐบาลต้องรีบทำ บุกรุกคูคลองต้องจัดการ ฝั่งเมืองต้องคุมให้อยู่

@หลายฝ่ายเรียกร้องให้กรมชลฯรับผิดชอบกับปัญหาที่เกิดขึ้น
ขอ ถามหน่อยว่า สาเหตุของปัญหาที่พูดไปทั้งหมด อยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลฯหรือไม่ คนที่ไปทำลายธรรมชาติ ทำลายคูคลอง การที่ผังเมืองคุมไม่อยู่ เป็นเรื่องที่อยู่ในความดูแลของหน่วยงานไหน ที่บอกว่า จะมีการตั้งกระทรวงน้ำ ถามว่าเวลามาที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) เห็นหน่วยงานไหนที่เข้ามาดูแลเรื่องน้ำบ้างหรือเปล่านอกจากกรมชลฯ

นี่ผมไม่ได้ว่าใครนะ เวลาเรื่องทฤษฎีก็พูดกันไปเรื่อย แต่เวลาภาคปฏิบัติต้องลงมือทำงาน คุณเห็นใครบ้างละ และเวลาถูกด่าใครที่ถูกด่า ผมไม่ได้พูดแบบน้อยใจนะ แต่อยากให้เห็นข้อเท็จจริง แล้วจะมาพูดเรื่องกระทรวงน้ำตอนนี้ไม่มีประโยชน์ แทนที่จะมาช่วยกันและมาดูข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร


ทุกครั้งเวลามีปัญหาคนจะมุ่งไปที่เขื่อนว่ามีปัญหารับไม่ได้ แต่ไม่ได้ดูองค์ประกอบเรื่องป่าไม้ถูกทำลาย สิ่งปลูกสร‰างขวางทางน้ำเลย ถ้าวันนี้เราไม่หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูด ประชาชนจะมาผิดทางหมด เราต้องช่วยพูดให้ชาวบ้านเข้าใจ ไม่เช่นนั้นจะทำให้เขาเสียโอกาสในการแก้ไขปัญหาระยะยาวในอนาคต


การที่กรมชลฯถูกด่า ไม่ใช่เรื่องใหม่ เราถูกด่ามาทุกปี เราไม่ได้ว่าอะไร แต่เรื่องนี้ถ้าปล่อยให้เกิดมากขึ้นทุกปี ปัญหาจะยิ่งแก้ไขได้ยาก อย่างตรงสุวรรณภูมิ ถ้าไม่หยุด มีบ้านจัดสรรลงไปอีก ปัญหาจะต้องหนักกว่านี้Ž

@นายกฯทำงานเป็นอย่างไรบ้าง
โดยรวมถือ ว่าโอเค ทุกวันนี้เรื่องน้ำ ท่านรู้หมดแล้วว่ามันจะไปทางไหน จะต้องทำอะไร ถือว่าเก่งในเรื่องการเรียนรู้งานใหม่ เพราะท่านมาจากสายธุรกิจ ไม่มีประสบการณ์เรื่องน้ำโดยตรง แต่ต้องระวังรอบข้าง เดี๋ยวคนโน้นมาพูดแบบนี้ คนนี้มาพูดแบบนั้น เลยทำให้ข้อมูลบางเรื่องอาจไขว้เขวได้

@หลังจากน้ำลดแล้วรัฐบาลจะกู้เงินหลายแสนล้านบาท เพื่อปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมถาวร
ก็ ดี แต่ต้องทำโครงการใหญ่ๆ อย่าทำแบบเบี้ยหัวแตก การทำโครงการใหญ่ที่ผ่านมาต้องใช้เวลามาก ขั้นตอนมากกว่าจะเปิดโครงการได้ ถ้าจะให้งานเดินหน้าเร็ว รัฐบาลต้องยกเว้นขั้นตอนเหล่านี้ จะได้เริ่มก่อสร้างได้ไว
งานแหล่งน้ำไม่เหมือนปลูกสร้างตึก ที่แค่เขียนแบบเสร็จก็ทำได้เลย แต่แหล่งน้ำผลกระทบเยอะ กฎหมายที่คุมอยู่ก็เยอะ เพราะฉะนั้นต้องวางแผนก่อนอย่างน้อย 3 ปี กว่าจะพร้อมทุกอย่าง

@มีคนเริ่มพูดกันว่า หลังน้ำลด กรมชลประทานจะต้องรับผิดชอบความผิดพลาด
(หยุด คิด) ก็คิดอยู่เหมือนกัน เพราะพฤติกรรมหลายอย่างที่เกิดขึ้นในขณะนี้ มันต้องหาแพะ ในเว็บไซต์ในทวิตเตอร์ซัดผมทุกวัน ข้อมูลไม่จริงไม่ถูกต้องก็เอามาพูดกัน และการสื่อสารแบบนี้ มันเร็วมาก คนยิ่งตื่นตระหนก ก็ไปเชื่อกันหมด โดยไม่มีการกลั่นกรองอะไรก่อน และเรื่องแบบนี้ เขาทำกันเป็นทีม จะให้ไปตอบโต้คืน คนของเราก็ไม่ชำนาญ คนก็เลยเขวกันไปหมด

ก็ลองดู...ก็สู้ไป ถ้าอะไรจะเกิดมันก็ห้ามไม่ได้ แต่เราก็ทำงานแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติและประชาชนให้เต็มที่ที่สุด โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการน้ำ เพราะเป็นหน้าที่ของเรา

..............

ทีมเศรษฐกิจมติชน (มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 24 ตุลาคม 2554)

เตือนจาก"รศ.เสรี" ต้องอยู่กับน้ำท่วมนานแค่ไหน อีกกี่วันโซนตอ.น้ำท่วม และอนุสาวรีย์ชัยฯท่วมหรือไม่ ?

ที่มา มติชน


รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์




ถูกจัดอยู่ในทำเนียบผู้รู้เรื่องน้ำที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทยไปแล้ว สำหรับ"รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์" ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้อำนวยการศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร


แวดวงวิชาการ สื่อมวลชน และสังคมสื่อออนไลน์ ยกให้เป็นผู้ที่อธิบายเรื่องน้ำท่วมในประเทสไทยที่น่าจะที่เข้าใจง่ายที่สุด ณ ขณะนี้ แถมต้องลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพน้ำทุกวัน เพราะเป็นหนึ่งในทีมงานที่ต้องรายงานสถานการณ์น้ำในศูนย์ปฏิบัติการช่วย เหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.) ของรัฐบาลที่ดอนเมืองด้วย


ก่อนหน้านี้พื้นที่โซนตะวันตก อย่างย่านคลองทวีวัฒนา ตลิ่งชัน ฝั่งธนบุรี พุทธมณฑล ศาลายา ที่รศ.เสรีออกโรงเตือนเมื่อวันที่ 22ต.ค. หลังจากลงพื้นที่สำรวจน้ำโซนดังกล่าวว่าน้ำจะท่วมใน3-4วัน บัดนี้กำลังทยอยท่วมกันถ้วนหน้าแล้ว ทั้งถนนสิรินธร จรัลสนิทวงศ์

ล่าสุดในพื้นที่โซนตะวันออก อย่างสายไหม มีนบุรี ลาดกระบัง ประเวศน์ สมุทรปราการ สำหรับประชาชนที่ยังไม่รู้ว่าน้ำจะท่วมบ้านหรือไม่ หรือท่วมแน่แต่เมื่อไหร่นั้น รศ.ดร.เสรีมีคำตอบแล้ว และยังคาดการณ์ไปถึงใจเมืองกรุงเทพ อย่างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่ก่อนหน้ามี"ข่าวลือ" ที่อาจเป็นข่าวจริงก็ได้ แม้ตัวผู้ทำนายไม่อยากจะให้เกิดขึ้นเลยก็ตาม

วันนี้(24ต.ค.54) เมื่อเวลาประมาณ15.40 น. รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผอ.ศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้สัมภาษณ์ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันว่า ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงจะต้องอยู่กับน้ำท่วมนี้ไปอีก1เดือน เพราะปริมาณมวลน้ำตอนบนมีกว่า 12,000 ล้านลูกบาศก์เมตร(เท่ากับเขื่อนภูมิพล1อ่าง)


รศ.ดร.เสรีกล่าวว่าในส่วนของพื้นที่ดอนเมืองต้องท่วมแน่นอน โดยเฉพาะที่ศูนย์ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.) ที่ดอนเมืองจะมีน้ำท่วมประมาณ10-20เซนติเมตร ส่วนที่ขณะนี้ยังไม่ท่วมเพราะน้ำอาจจะไปเจอถนนที่สูงกว่า จึงยังไม่ท่วม


ผู้ดำเนินรายการถามว่าเป็นไปได้ไหมที่น้ำอาจจะไปถึงอนุสาวรีย์ชัย สมรภูมิ รศ.ดร.เสรีกล่าวว่า มีความเป็นไปได้ แต่เนื่องจากมีคลองกั้นอยู่หลายคลองจะช่วยได้บ้าง


รศ.ดร.เสรีกล่าวว่า สำหรับปริมาณน้ำที่จะไหลไปทางฝั่งตะวันออก คาดว่าจะทำให้พื้นที่แถวมีนบุรี ลาดกระบัง น้ำจะเพิ่มอย่างน้อย80เซนติเมตร เพราะขณะนี้มวลน้ำจากรังสิต-องครักษ์กำลังไหลไปแล้ว จะทำให้พื้นที่ย่านสายไหมมีน้ำท่วมภายใน5วันนี้ หลังจากนั้นมวลน้ำจะไหลไปทางคลองหกวา เขตสายไหม จะไปคลองแสนแสบ คลองสามวา หนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง ประเวศน์ ออกไปทางสำโรงภายใน10วัน

"จะมีเวลา10-15วัน เป็นทางผ่านไปลงสมุทรปราการ เพราะช่วงสมุทรปราการมีอาคาร มีสิ่งก่อส้รางเยอะ" รศ.ดร.เสรีกล่าว


ส่วนพื้นที่ย่านนนทบุรี ปทุมธานี ปริมาณน้ำจะไม่เพิ่มไปกว่านี้ แต่จะขึ้นๆลงๆตามน้ำขึ้นน้ำลง ขณะที่นครสวรรค์ อุทัยธานีน้ำลดลงแล้ว แต่ลพบุรี อยุธยา น้ำยังทรงตัว เพราะน้ำลงมาที่กรุงเทพฯไม่ได้

......

"ทีม กรุ๊ป" กางแผนที่มวลน้ำล่าสุดในทุ่งเจ้าพระยา ยังมีปริมาณเท่ากับเขื่อนภูมิพล1อ่าง คลิกอ่าน

ประมวลบทความ "น้ำท่วม" น่าสนใจจากเฟซบุ๊ก "ข้อเสนอแนะถึง ศปภ. - การปรับวิถีชีวิตช่วงอุทกภัย"

ที่มา มติชน



ในช่วงเวลาที่สังคมไทยกำลังเผชิญหน้ากับสภาวะอุทกภัย ครั้งใหญ่ มีบทความน่าสนใจหลายชิ้นถูกเขียนและเผยแพร่ในเครือข่ายสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก


มติชนออนไลน์ ขออนุญาตนำบทความ 2 ชิ้นที่ถูกเขียนขึ้นในเฟซบุ๊ก มาเผยแพร่ต่อ ณ ที่นี้ โดยบทความชิ้นแรกมีเนื้อหาแนะนำวิธีการนำเสนอข้อมูลเรื่องน้ำท่วมให้เข้าใจ ง่าย แก่รัฐบาลและศปภ. ส่วนบทความชิ้นที่สอง กล่าวถึงการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตในช่วงน้ำท่วม

"ท่วม ไม่ท่วม ท่วมที่ไหน ท่วมเมื่อไหร่ แค่ไหน" พอ


โดย Howhow Salwala


"ท่วม ไม่ท่วม ท่วมที่ไหน ท่วมเมื่อไหร่ แค่ไหน" พอ


- ไม่ควรใส่ข้อมูลทางเทคนิคเยอะ … เพราะประชาชนจะสับสน


และอาจจะนำไปสู่การวิเคาระห์ที่เกิดผลลัพธ์ในอีกทางได้


- คนที่ออกมาแถลงข่าว ควรมีคนเดียว คนเดิม ทุกครั้งยืนพื้น


อย่าออกมากันเป็นแผง (และสลับหน้ากันมา) จะช่วยให้คนที่ดู Focus ได้ว่าควรจะฟังใคร


ขอมืออาชีพ เช่นคุณ พงศพัศ พงษ์เจริญ หรือเด็ดขาดชัดเจนอย่างคุณ ปลอดประสพ


- ถ้าเกิดความผิดพลาดหรือการปรับเปลี่ยนข้อมูล


ต้องออกมาแก้ไขและแถลงอย่างเป็นทางการ


ชั่วโมงนี้ต้องการความชัดเจนตรงไปตรงมา

- ควรมีช่วงเวลาที่ชัดเจนในการนำเสนอ คนดูจะสามารถติดตามได้ เปิดมาทุกครั้งก็จะเจอ


ออกซ้ำหลังจากแถลงแล้ว 15 นาทีอีกครั้ง เพื่อย้ำ


ถ้ามีข่าวด่วนแทรก ให้ตัดเข้ามาได้ แต่ต้องขึ้นให้ชัดเจนว่าข่าวด่วน!

- Info Graphic ควรจะดูเรียบง่าย สะอาดชัดเจน … มีผังยืนพื้นเอาไว้


"ไม่ควรใช้แผนที่ปกติ" เพราะว่ามันดูยุ่งเหยิง มองยากสำหรับคนทั่วไป


หรือจะใช้วิธีสร้าง Template ขึ้นมาแล้ว วาดเอาตรงนั้นก็ได้


Minimalist มันจะง่ายต่อการทำความเข้าใจในภาวะฉุกเฉินครับ

- ทำ Template ลำดับการนำเสนอเอาไว้ ว่าต้องพูดอะไรเป็นลำดับ


และไล่ตามเขตให้ชัดเจน พูดเป็นเขตๆ ไป ไม่ควรกระโดดไปกระโดดมา


(ลองใช้ Template ที่พี่หาวใส่ไว้ในประโยคแรกก็ได้)


- ตอนนี้ปัญหาในการสื่อสาร อยู่ที่คนดูไม่สามารถหา Focus ได้ สิ่งที่ต้องการสื่อก็จะใช้การไม่ได้


- ให้ออกแถลงการณ์ทางเดียวในสื่อหลัก … สื่ออื่นเช่น Social Media ให้ใช้สำหรับรับข้อมูลเป็นหลัก


แถลงออกทางสื่อหลักแล้ว ค่อยนำไปกระจายต่อใน Social Media

- เพราะการใส่ข้อมูลออกมาทาง Social Media มากเกินไป จะขาดความเป็นเอกภาพของข้อมูล


มันจะกระจัดกระจายและตามหาต้นทางไม่ได้ และอาจมีเรื่องการเปลี่ยนแปลงสารจากการส่งต่อ

- และทางที่ดีที่สุดคือใช้ "โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ" ไม่ต้องกลัวว่าประชาชนจะแตกตื่น


การได้รับรู้ข่าวสารที่ชัดเจน จะนำไปสู่การเตรียมพร้อม และลดอาการตื่นตระหนกได้

----------

น้ำท่วม - ภัยจากการจัดการแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ (ท่วม) ภาคสอง


โดย A Journey through Science and Art


ภาคสอง ได้เวลาปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต


ช่วงน้ำท่วม


■ทำใจ เพราะหนทางข้างหน้าจะต้องลำบากแน่นอน มีสติ มองหาหนทางออกที่ดี ทั้งกับตนเอง ครอบครัว ชุมชน ออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด การช่วยเหลือจากภาครัฐหรือหน่วยงานต่างๆ มักมีขึ้นเพื่อการสร้างภาพ พึ่งตนเองได้ดีที่สุด


หากมีญาติพี่น้องอยู่ต่างจังหวัดในพื้นที่ ที่ไม่มีน้ำท่วม การย้ายไปพักอาศัยชั่วคราวดูเป็นทางออกที่ดีมาก การย้ายไปอยู่พื้นที่อพยพน่าจะเป็นทางเลือกสุดท้าย และเราก็ได้เรียนรู้แล้วว่า ภาครัฐไม่ได้เลือกศูนย์อพยพที่ปลอดภัยแน่นอน ทำให้ต้องมีการเคลื่อนย้ายคนอีก ดังนั้น ต้องเลือกพื้นที่อพยพที่ดี ไม่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง


การอาศัยบนชั้นสองของบ้าน เป็นทางออกชั่วคราว เพราะ ปัจจัยด้านไฟฟ้า ด้านน้ำสะอาด และสุขภัณฑ์ มนุษย์ปัจจุบันอยู่แบบไม่มีเทคโนโลยีไม่ได้อีกต่อไป โดยเฉพาะช่วงน้ำท่วม ให้ระวังว่า โดยส่วนมาก ชั้นสองของบ้านจะออกแบบให้มีทางเข้าออกทางเดียวโดยการขึ้นลงผ่านบันได ซึ่งจะถูกปิดโดยน้ำในกรณีน้ำขึ้นสูง จะทำให้ไม่มีทางออกถ้าติดตายด้วยเหล็กดัด


Logistic จะมีปัญหา การกักตุนสินค้าจะทำให้สินค้าขาดแคลน ปัจจุบันกระแสบริจาคทำให้สินค้าบางรายการขาดแคลนแบบไร้สติ คนที่ได้รับก็ไม่ได้ต้องการ เลือกไม่ได้ ได้มาก็จะทิ้ง


การผลิตในหลายๆ สินค้าจะหยุดชะงัก ขาดแคลน การกักตุนสินค้าจะทำให้สินค้าขาดแคลน ปัจจุบันกระแสบริจาคทำให้สินค้าบางรายการขาดแคลนแบบไร้สติ คนที่ได้รับก็ไม่ได้ต้องการ เลือกไม่ได้ ได้มาก็จะทิ้ง


ปัจจัยที่ห้า ที่ราคาสูงที่สุดในบ้าน ก็คือ รถ เมื่อน้ำท่วมจะมีปัญหาทันที ปัจจุบันมีวิธีการจัดการกับรถตอนน้ำท่วมหลายวิธี ตั้งแต่โฟม ไปจน ห่วงยาง หรือใช้แม่แรงยกรถแล้วใส่อิฐทีละล้อ วิธีที่แย่สุดคือ นำรถไปจอดที่อื่น ซึ่งมักสูงไม่พอและไม่มีการดูแล (ถูกโจรกรรม)


การคมนาคมจะลำบากมาก ให้ระวังไฟฟ้ารั่ว เพราะเพื่อนบ้านไม่ได้ระมัดระวังเหมือนเราทุกคน และพึงเรียนรู้ว่า การไฟฟ้าไม่ได้ตัดไฟอัตโนมัติกรณีน้ำท่วม และดูเหมือนการไฟฟ้าไม่ได้มีแผนหรือนโยบายเรื่องนี้เลย!


สัตว์ต่างๆ จะมีการหนีน้ำ บางพวกหลุดออกจากบริเวณกักขัง (จระเข้ งู) เช่นเดียวกันเรื่องสาธาณสุข โรคระบาด โรคติดต่อ โรคจากการแช่น้ำ หรือแม้แต่โรคประจำตัวที่ต้องหยูกยาพิเศษ พวกนี้ต้องระมัดระวังหาหนทางและเตรียมการที่ดีที่สุด


ของมีค่า พกได้พกไปด้วย จะได้ไม่ต้องห่วงบ้าน พกไม่ได้ เก็บในที่ที่คาดไม่ถึง และทำใจว่านี่เป็นสิ่งที่ต้องปลงหากหายไปหลังกลับมาที่บ้านแล้ว ให้แยกแยะให้ออกว่า สิ่งใดมีค่า สิ่งใดมีมูลค่า ตู้เย็น ทีวี มีมูลค่า แต่ไม่มีค่า ซื้อแพง ขายถูก ของพวกนี้ห้ามขน ให้ใช้วิธีคิดว่า ตอนไปเที่ยวนำสิ่งใดไป ให้นำไปเท่านั้น

ปรับตัวด้านการดำรงชีวิต


■เรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติโดยเฉพาะเรื่องนิเวศ ให้เข้าใจว่า ปรัชญานิเวศ นั้นเน้นเรื่องฟังก์ชัน (หน้าที่ในระบบนิเวศ) การปรับตัวและความสัมพันธ์กันของสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ เมื่อทำลายองค์ประกอบใดในระบบนิเวศ จะมีผลตามมาเสมอ


ถึงเวลาต้องพึ่งตนเอง ภาครัฐจะไม่สามารถรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติ และฟังก์ชันของภาครัฐคือป้องกันทรัพย์สินและผลประโยชน์ของภาครัฐและกลุ่ม อำนาจรัฐก่อนป้องกันทรัพย์สินของประชาชน ถ้าต้องดำรงชีวิตเป็นระยะเวลานานในเขตน้ำท่วมจริงๆ ก็ปรับตัว ปรับใจ หาพื้นที่แห้งพ้นน้ำท่วมในบ้าน ปลอดภัยจากสัตว์หนีน้ำ ต้องหาแหล่งน้ำสะอาด เรื่องห้องน้ำห้องท่า ระบบแสงสว่าง ไฟฟ้า เครื่องปั่นไฟ เครื่องสูบน้ำ ระบบสื่อสาร บางคนนึกถึงการหาเรือ ซึ่งเป็นไปได้ แต่ให้นึกถึงเวลาน้ำลดว่าจะนำมันไปเก็บที่ไหนอย่างไร


ศึกษาฮวงจุ้ย ตามหลักวิทยาศาสตร์ ของบ้านและชุมชนของท่านเอง ทั้งทางน้ำ ทางลม ทางฝน ทางแดด ดูที่สูง ที่ต่ำ ที่ราบ นโยบายภาครัฐ (เช่น ฝั่งธนบุรียังไงก็ต้องจัดการให้ท่วมก่อนฝั่งกรุงเทพฯ) โดยเฉพาะที่ดินที่อยู่ติดทางน้ำ (ทั้งทะเล ชายหาด ลำคลอง แม่น้ำ ลำธาร ทะเลสาบ ฯลฯ)


ปรับตัวด้านเศรษฐศาสตร์


ค่าใช้จ่ายด้านการก่อสร้างจะสูงขึ้นมาก การซ่อมยานพาหนะ การซ่อมแซม ทำความสะอาดที่อยู่อาศัย


ภาวะว่างงานของตัวท่านเอง ตัวคนในชุมชนของท่าน (รวมทั้งงบประมาณวิจัยและพัฒนา)


เอกชนโดนกระทบมาก ให้ตระหนักประเด็นนี้ให้ดี


■ในบางพื้นที่ น้ำท่วมเป็นเวลานานมาก สัปดาห์ เดือน ต้องพิจารณาทบทวนประเด็นทั้งหมดโดยอาศัยกรอบเวลานี้ด้วย


หมายเหตุ อ่านบทความ "น้ำท่วม - ภัยจากการจัดการแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ (ท่วม)" ตอนแรก ได้ที่นี่