ที่มา ประชาไท
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Wednesday, October 26, 2011
บึ้มป่วนเมืองยะลาวันครบ7ปีตากใบ เกือบ20จุด ตาย 3 เจ็บกว่า 50 คน
'นิว แมนดาลา' อภิปราย 'พระมหากษัตริย์' ในซีรีส์ตอนสุดท้าย
ที่มา ประชาไท
เว็บไซต์ 'นิวแมนดาลา' ของมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ที่นำเสนอประเด็นทางสังคม การเมือง วัฒนธรรมของประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นทวีป ได้นำเสนอตอนสุดท้ายของวีดีโอชุด 'ชาติ ศาสน์ กษัตริย์' ซึ่งเป็นการอภิปรายในหัวข้อ 'พระมหากษัตริย์' กับอนาคตของประเทศไทย
วิทยากรในตอนสุดท้ายนี้ ประกอบด้วย แพทริก โจรี มหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์, ชาญวิทย์ เกษตรศิริ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ สถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ประเทศสิงคโปร์ และ ไทเรลล์ ฮาเบอร์คอร์น มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย
ผู้ชมสามารถเลือกคลิกปุ่ม 'CC' เพื่อเปิดคำบรรยายภาษาไทย
รายงานสถานการณ์น้ำ 26 ต.ค. 54
ที่มา Thai E-News
ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน



วิเคราะห์สถานการณ์น้ำของดร เสรี ศุภราทิตย์ ทางTPBS 25 ต.ค.
แฉหลักฐานชัดมาร์คลวงโลกไปมัลดีฟหารือน้ำท่วม
ที่มา Thai E-News
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
26 ตุลาคม 2554
เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ข่่าวสดรายงานข่าวเรื่อง โฆษกปชป.แจงเหตุมาร์คไป "มัลดีฟ" ช่วงน้ำท่วมหนัก มีรายละเอียดดังนี้
เวลา 11.30 น. วันที่ 25 ต.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกมาโจมตีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ เงา และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปพักผ่อนที่มัลดีฟ ท่ามกลางประชาชนที่กำลังประสบปัญหาอุทกภัย ว่า นายอภสิทธิ์ เดินทางไปตามคำเชิญของประธานาธิบดีมัลดีฟ ที่ทาบทามไว้นานแล้ว และในการหารือก็คุยเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมเป็นหลัก
โดยในระหว่างนั้นยังสั่งการให้แกนนำของพรรคประชาปัตย์ลงพื้นที่ตรวจยี่ยมและ พบปะกับผู้บริหารการประปานครหลวง เนื่องจากนายอภิสิทธิ์เป็นคนแรกที่พบรอยรั่วที่บริเวณคลองประปา ซึ่งมีการประสานแจ้งให้รัฐบาลทราบแล้ว แต่รัฐบาลใช้เวลาถึง 12 ช.ม.ในการปลุกน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ตื่นขึ้นมาดูตอนตี 4
นายชวนนท์ กล่าวว่า ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เป็นผู้นำฝ่ายค้าน ถ้าการอยู่ในประเทศของผู้นำฝ่ายค้านเป็นเรื่องสำคัญก็คงไม่ต้องมีนายกฯ แล้ว และถ้ามีข้อเสนอว่าให้ นายกฯ ลาออก หรือลาพักร้อน 2 สัปดาห์ แล้วให้ผู้มีความรู้ความสามารถเข้ามาแก้ปัญหาตนก็เป็นคนหนึ่งที่เห็นด้วยกับ ข้อเสนอนี้
ทางด้านนายAndrew Spooner แห่งเวบไซต์ asiancorrespondent เขียนบทความเรื่อง Abhisit admits to going to the Maldives – but he is telling the truth about the reason?(อภิสิทธิ์ยอมรับว่าไปมัลดีฟ แต่เขาบอกความจริงเกี่ยวกับเหตุผลที่ไปแล้วหรือ?) โดยชี้ว่า หา่กไปเพื่อหารือเรื่องน้ำท่วมกับประธานาธิบดีมัลดีฟตามคำทาบทามจริง ก่อนจะเดินทางไปทำไมอภิสิทธิ์ไม่แถลงชี้แจงอย่างเป็นทางการเลยหละ แล้วเมื่อไหร่จะเผยแพร่ข้อมูลว่าได้ประสบการณ์แก้ไขปัญหาน้ำท่วมอะไรกลับมา จากมัลดีฟมั่ง แล้วจะหลบทำไม? จะเก็บผลหารือไว้ทำไมมิทราบ?
เขากล่าวว่าได้เข้าไปตรวจสอบ-ข่าวและกำหนดการของทำเนียบประธานาธิืบดีมัลดีฟใน ช่วงเวลาดังกล่าว ไม่พบว่ามีกำหนดการเดิืนทางเยือนเข้าพบอย่างเป็นทางการเลย ซึ่งก็ไำม่น่าพลาดหากคนสำคัญระดับอดีตนายกรัฐมนตรีไทยไปพบหารือเรื่องน้ำ ท่วม เพราะแม้แต่รายการแข่งขันคริกเก็ตก็ยังมีในข่าวทำเนียบประธานาธิบดี เรื่องนี้ต้องสร้างความยุ่งยากให้แก่ทำเนียบประธานาธิบดีมัลดีฟต้องตอบคำถาม ในวันรุ่งขึ้่นแน่ๆ
ลวงโลก-โฆษก ประชาธิปัตย์แถลงยอมรับนายอภิสิทธิ์ไปมัลดีฟจริง ตามคำทาบทามของประธานาธิบดีมัลดีฟ โดยไปหารือเรื่องน้ำท่วมเป็นหลัก แต่เมื่อตรวจสอบหมายกำหนดการทำเนียบประธานาธิบดีมัลดีฟช่วง วันที่ 20-23 ตุลาคมที่นายอภิสิทธิ์ไป กลับไม่ปรากฎว่ามีการพบปะหารือกับประธานาธิบดีมัลดีฟแต่อย่างใด ซึ่งหากนายอภิสิทธิ์เดินทางไปจริงควรมีในกำหนดการ เพราะแม้แต่เรื่องการแข่งขันคริกเก็ตยังปรากฎเป็นข่าว และอดีตรัฐมนตรีคลังมาเลเซียเข้าพบก็เป็นข่า่ว
แต่ในท้ายที่สุดแล้ว สิ่งเดียวที่จะตัดสินเรื่องการตัดสินใจไปพักผ่อนหรูหราของนาย อภิสิทธิ์ได้ ก็คือผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งของไทย พวกเขาอยากได้ผู้นำที่ ทั้งที่มีอุทกภัยครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งในชั่วชีวิต แล้วได้อดทนอยู่และทำอย่างดีที่สุด หรือนักการเมืองคนหนึ่งชอบโจมตีจากด้านข้างสนามแล้วหนีไปพักผ่อนที่รีสอร์ท หรู เมื่อถึงคราวลำบาก**********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:ลองวีคเอ็นด์หรูที่มัลดีฟของอภิสิทธิ์ในวิกฤตน้ำท่วม
เชื่อเขาเลยแถได้โล่มาร์คไปมัลดีฟเพื่อหารือน้ำท่วม เปิดกำหนดการประธานาธิบดีแฉชัดๆลวงโลกทั้งเพ
ที่มา Thai E-News
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
25 ตุลาคม 2554
เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ข่่าวสดรายงานข่าวเรื่อง โฆษกปชป.แจงเหตุมาร์คไป "มัลดีฟ" ช่วงน้ำท่วมหนัก มีรายละเอียดดังนี้
เวลา 11.30 น. วันที่ 25 ต.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกมาโจมตีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ เงา และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปพักผ่อนที่มัลดีฟ ท่ามกลางประชาชนที่กำลังประสบปัญหาอุทกภัย ว่า นายอภสิทธิ์ เดินทางไปตามคำเชิญของประธานาธิบดีมัลดีฟ ที่ทาบทามไว้นานแล้ว และในการหารือก็คุยเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมเป็นหลัก
โดยในระหว่างนั้นยังสั่งการให้แกนนำของพรรคประชาปัตย์ลงพื้นที่ตรวจยี่ยมและ พบปะกับผู้บริหารการประปานครหลวง เนื่องจากนายอภิสิทธิ์เป็นคนแรกที่พบรอยรั่วที่บริเวณคลองประปา ซึ่งมีการประสานแจ้งให้รัฐบาลทราบแล้ว แต่รัฐบาลใช้เวลาถึง 12 ช.ม.ในการปลุกน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ตื่นขึ้นมาดูตอนตี 4
นายชวนนท์ กล่าวว่า ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เป็นผู้นำฝ่ายค้าน ถ้าการอยู่ในประเทศของผู้นำฝ่ายค้านเป็นเรื่องสำคัญก็คงไม่ต้องมีนายกฯ แล้ว และถ้ามีข้อเสนอว่าให้ นายกฯ ลาออก หรือลาพักร้อน 2 สัปดาห์ แล้วให้ผู้มีความรู้ความสามารถเข้ามาแก้ปัญหาตนก็เป็นคนหนึ่งที่เห็นด้วยกับ ข้อเสนอนี้
ทางด้านนายAndrew Spooner แห่งเวบไซต์ asiancorrespondent เขียนบทความเรื่อง Abhisit admits to going to the Maldives – but he is telling the truth about the reason?(อภิสิทธิ์ยอมรับว่าไปมัลดีฟ แต่เขาบอกความจริงเกี่ยวกับเหตุผลที่ไปแล้วหรือ?) โดยชี้ว่า หา่กไปเพื่อหารือเรื่องน้ำท่วมกับประธานาธิบดีมัลดีฟตามคำทาบทามจริง ก่อนจะเดินทางไปทำไมอภิสิทธิ์ไม่แถลงชี้แจงอย่างเป็นทางการเลยหละ แล้วเมื่อไหร่จะเผยแพร่ข้อมูลว่าได้ประสบการณ์แก้ไขปัญหาน้ำท่วมอะไรกลับมา จากมัลดีฟมั่ง แล้วจะหลบทำไม? จะเก็บผลหารือไว้ทำไมมิทราบ?
เขากล่าวว่าได้เข้าไปตรวจสอบ-ข่าวและกำหนดการของทำเนียบประธานาธิืบดีมัลดีฟใน ช่วงเวลาดังกล่าว ไม่พบว่ามีกำหนดการเดิืนทางเยือนเข้าพบอย่างเป็นทางการเลย ซึ่งก็ไำม่น่าพลาดหากคนสำคัญระดับอดีตนายกรัฐมนตรีไทยไปพบหารือเรื่องน้ำ ท่วม เพราะแม้แต่รายการแข่งขันคริกเก็ตก็ยังมีในข่าวทำเนียบประธานาธิบดี เรื่องนี้ต้องสร้างความยุ่งยากให้แก่ทำเนียบประธานาธิบดีมัลดีฟต้องตอบคำถาม ในวันรุ่งขึ้่นแน่ๆ
**********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:ลองวีคเอ็นด์หรูที่มัลดีฟของอภิสิทธิ์ในวิกฤตน้ำท่วม
สมศักดิ์ เจียมฯ:ลึกๆลงไปในการเมืองเรื่องน้ำท่วม
ที่มา Thai E-News
ความ ขัดแย้งทางการเมืองในหลายปีที่ผ่านมา ยัง "ร้าวลึก" เพราะขนาดน้ำท่วมระดับ "หายนะ" เช่นนี้ ความขัดแย้งก็ยังแสดงออกรุนแรงมาก...ลำพังการชูเรื่อง "ปรองดอง" นี่ มันคงไมใช่คำตอบจริงๆ.. เรื่องน่าเศร้าคือ ในประวัติศาสตร์ เมื่อมีความขัดแย้งในลักษณะ "มูลฐาน" (fundamental) เช่นที่เรากำลังเห็นในขณะนี้ มันต้องลงเอย หรือ "ยุติ" ลงด้วยการที่ ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง "พัง" ไป
โดย สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
ที่มา เฟซบุ๊คสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
ทุกคน คงเห็นกันแล้วว่า ความขัดแย้งทางการเมืองในหลายปีที่ผ่านมา ยัง "ร้าวลึก" เพราะขนาดน้ำท่วมระดับ "หายนะ" เช่นนี้ ความขัดแย้งก็ยังแสดงออกรุนแรงมาก โดยเฉพาะในสังคมระดับ "ในเมือง" และ "ออนไลน์" ทั้งหลาย
ผมเห็นคุณ @Apichet Piyasri โพสต์ไว้ที่ไหนสักแห่ง ว่า เป็นเพราะคุณยิ่งลักษณ์เป็นผู้หญิง
ผมคิดว่า ปัญหามัน "ลึก" กว่านั้นนะครับ (ผมว่า ถ้า ตอนนี้ ปชป. เป็นรัฐบาล และมีผุ้นำเป็นผู้หญิง ก็คงไม่มีปัญหาออกมาในลักษณะนี้)
อย่างที่แสดงออกเรื่อง คนระดับ อ.จุฬา ออกมาพูดเรื่อง "ต้องใส่เสื้อแดงถึงเข้าไปที่ ศปภ ได้" แล้ว ทีสำคัญ มีคนเชื่อเยอะมาก (ผมดูจาก Twitter คนที่มาเชียร์คุณ ปรเมศวร์ หลายคน ยังยกเรื่องนี้ขึั้นมาพูด ทั้่งๆที่ ประชาไท และสื่อเสื้อแดงหลายแห่ง เอาหลักฐานมาแสดงให้เห็นว่า ไม่จริง แล้ว หลายวัน)
หรือกรณีที่ มีการเชียร์ทหารพร้อมๆกับการด่ายิ่งลักษณ์ไปด้วย (แม้แต่กรณีคุณ ปรเมศวร์ เอง)
เดี๋ยวจะหาว่า ผมชอบโยงเข้าเรือ่ง "สถาบัน" อยู่เรื่อย แต่ผมว่า ความขัดแย้งที่ร้าวลึกนี้ ในที่สุด มันมี "เส้นแบ่ง" สำคัญ ตรงนี้จริงๆ
คือระหว่าง การยอมรับ อำนาจที่มาจากการเมืองเปิด ทีให้คนเลือกตั้ง คนส่วนใหญ่ตัดสิน
หรืออำนาจ ที่ไม่ได้มาจากการเลือก แต่มาจากการสร้างระบบบังคับ "โปรแกรม" ให้จงรักภักดี
นี่คือ "ทวิอำนาจ" หรือ Dual Power ที่ผมเคยพูดถึงบ่อยๆว่า เป็น "สาเหตุ" พื้่นฐานที่สุด ของรัฐประหาร 19 กันยา และวิกฤต 5 ปีทีผ่านมา
ผมคิดว่า ถ้าพูดกันให้ถึงที่สุด ระหว่าง "2 ฟาก" ที่เถียงๆกันอยู่นี้ ในทีสุด จะมา "ลง" ที่เรื่องนี้แหละ
(ผมไม่นับเรื่อง "ทหาร" เพราะ ดังที่ผมพูดหลายครั้งแล้วว่า ผมว่า "ทหาร" ในปริบทประวัติศาสตร์ปัจจุบัน ไมใช่พลังการเมืองที่เป็นเอกเทศ ทีสามารถแสดงบทบาทนำทางการเมืองได้แท้จริง เอาง่ายๆนะ บรรดา คนที่ออกมาเชียร์ทหาร ด่ายิ่งลักษณ์ ตอนนี้ ถ้าถามว่า ให้ตั้งรัฐบาลทหารเต็มที่เลยไหม ผมว่า พวกเขาก็ไม่เอา และไม่นับว่า ทหารเอง ก็ไม่มีความสามารถในการตั้งรัฐบาลเองด้วย .... อย่าง 19 กันยา นี่ รัฐบาลทหาร ที่ไหน "รัฐบาลพระราชทาน" นายกฯ มาจากองคมนตรี ต่างหาก)
ทีผมพยายามคิดคือ ในการเมืองปัจจุบัน ทีมีลักษณะ "มวลชน" สูง ทั้ง 2 ฝ่าย คือ ไม่ใช่เรื่องทีระดับ "นำๆ" จะไป ตกลง หรือ ทำอะไรกันเองได้เฉยๆ แต่มีคนระดับธรรมดาๆ - เอาง่ายๆทีเห็นๆกัน คนเล่น fb เป็นแสนเป็นล้าน - เข้ามามีส่วนร่วมด้วยอยู่นี้
อย่างการเลือกตั้งครั้งหลัง ฝ่าย เพื่อไทย นี่ชนะ "ถล่มทลาย" จริง แต่ถ้าเราดูตัวเลข ที่ ปชป. ได้รับเลือกตั้ง ก็หมายถึงคนเป็นสิบล้านเช่นกัน
จริงๆ ถ้าในสถานการณ์อื่น การมีพรรค หรือ "ฟาก" การเมืองใหญ่ 2 ฟาก แล้วมีคนสนับสนุนกันเยอะๆ เป็นสิบๆล้าน ในแต่ละฟาก (นึกถึงอังกฤษ หรือ อเมริกา หรือ ประเทศ ตต.จำนวนมาก)
ก็คงไม่เป็นไร ใครชนะเลือกตั้ง ก็เป็นรัฐบาลไป คนอีกเป็น 10 ล้าน อีกฟากที่แพ้ ถึงไม่ชอบ ก็ไม่มีปัญหาอะไร
แต่ปัญหาคือ ในสถานการณ์ประเทศไทย อย่างที่ผมเสนอข้างต้นว่า ความขัดแย้งนี้ มีลักษณะที่เป็น "มูลฐาน" หรือ fundamental มากๆ .. ปัญหา จะยอมรับ อำนาจที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นอำนาจนำของประเทศ หรือจะยังคง ยืนยันให้อำนาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ที่รวมศูนย์ที่สถานะ/อำนาจ ของสถาบันฯ เป็นอำนาจทีนำประเทศ
ปัญหาลักษณะ fundamental หรือ "มูลฐาน" ระดับนี้ ถ้าเกิดเป็นความขัดแย้ง อย่างทีเราเห็นในปัจจุบัน
ลำพัง เลือกตั้งแล้ว ใครชนะ เป็นรัฐบาล จะไม่สามารถทำให้เกิดภาวะ "ปกติ" ได้
อย่างที่เห็นว่า แม้แต่ วิกฤติหายนะ ระดับน้ำท่วมใหญ่ขนาดนี้ ยังไม่ทำให้ปัญหาลดความรุนแรงแหลมคมลงไปแต่อย่างใด ....
ในที่สุดแล้ว เราจะ "อยู่ร่วมกัน" อย่างไรดี?
คือ ถ้าเราดูย้อนไปก่อน น้ำท่วม นิดหนึ่ง ช่วงดีเบต เรื่อง "ข้อเสนอนิติราษฎร์" ความจริง ก็มีลักษณะคล้ายๆกัน คือเหมือนพูดกันคนละภาษา คนละเรื่อง (คนละประเทศ) อะไรขนาดนั้นเลยจริงๆ
หลายวันนี้ ผมคิดถึงเรื่องนี้เยอะนะว่า ต้องยอมรับว่า ในภาวะสังคม "ปกติ" ไม่ว่าประเทศไหน ก็มีความแตกต่างทางการเมืองอยู่ อย่างที่ผมเขียนไปว่า ในประเทศตะวันตก เราเองก็เห็น การแบ่งเป็นเสียงสนับสนุนพรรคการเมือง หรือ ขั้วการเมืองใหญ่ๆ 2 พรรคหรือ 2 ขั้ว โดยทัวไป
แต่ว่า ในภาวะปกติ ไม่ว่าจะเชียร์พรรคไหน หรือขั้วไหน ท้ัง 2 ฟาก จะมี "จุดร่วม" ที่ยอมรับร่วมกันบางอย่างอยู่
ปัญหาประเทศไทยตอนนี้ และลักษณะที่ แหลมคม และ "ลึก" และเป็น "มูลฐาน" ของความขัดแย้งทางการเมืองในขณะนี้คือ
มันไม่มี "จุดร่วม" ทียอมรับร่วมกันจริงๆ โดยเฉพาะ คือ "จุดร่วม" ที่มีลักษณะผมเรียกว่า fundamental หรือ "มูลฐาน"
คือ เรื่อง "อำนาจ" แบบไหน จะถือเป็นอำนาจในการนำประเทศ (อย่างใน ตะวันตก ในยามปกติ ไม่ว่า เชียร์พรรคไหน ทุกฝ่าย ก็ยอมรับ อำนาจทีมาจากกติกาเลือกตั้ง รัฐสภา และ ระบบศาล อันเดียวกัน)
คือตอนนี้ ในประเทศเรา ไมมีจุดที่ "ยอมรับร่วมกันได้" จริงๆ ในเรื่อง "มูลฐาน" เชิงอำนาจทีว่านี้
ไล่เรียงกันมาเลย ตั้งแต่ปัญหาสถานะสถาบันฯ ถึงศาล ถึง กองทัพ (และทีแสดงออกรวมศูนย์ คือ เรื่อง รัฐประหาร)
ผมว่า ในที่สุด ภาวะนี้ มันต้องหาทางออก หรือไม่งั้น ก็ต้องเสี่ยงลงเอยทีการปะทะ และความรุนแรงอีก
และที่แนๆ ลำพังการชูเรื่อง "ปรองดอง" นี่ มันคงไมใช่คำตอบจริงๆ
******
อันนี้ เป็น "สรุป" - ไมใช่คำตอบนะครับ
Bad News หรือ "ข่าวร้าย" หรือ "เรื่องน่าเศร้าคือ ในประวัติศาสตร์ ไม่ว่า ในประเทศไทยหรือประเทศไหนๆ เมื่อมีความขัดแย้งในลักษณะ "มูลฐาน" (fundamental) เช่นที่เรากำลังเห็นในประเทศไทยขณะนี้
มันต้องลงเอย หรือ "ยุติ" ลงด้วยการที่ ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง "พัง" ไป
อย่างครั้งสุดท้าย ในประเทศไทย ที่มีความขัดแย้ง "มูลฐาน" ทำนองนี้ ยืดเยื้อเป็น 10-20 ปี คือ ระหว่างรัฐ กับ ขบวนการปฏิวัติ ที่นำโดย พคท. และแนวร่วมต่างๆ
ในที่สุด ความขัดแย้งที่มีลักษณะ "มูลฐาน" นั้น ก็ยุติ ลงด้วยการที่ฝ่ายหลัง "พัง" ไป
ไม่เคยมีการ "ประนีประนอม" ที่ "ลงตัว" ในลักษณะ "แบ่งๆกันไป" ได้เลย เพราะความขัดแย้งมันมีลักษณะ "มูลฐาน" เกินกว่าจะ "แบ่งๆกันไป" ได้ - อันนี้ ไม่ได้แปลว่า ต้อง "รุนแรง" หรือ เปลี่ยนอย่างสันติ ไม่ได้นะครับ อย่างกรณี อัฟริกาได้ ในที่สุด ระบอบ Apartheid ก็ "พัง" ไป และ เปลี่ยนเป็น majority rule หรือ ระบอบปกครองโดยคนส่วนมาก ช่วง "เปลียน" ก็เรียกว่า "สันติ" แม้ว่า ก่อนหน้าน้น หลายสิบปี ก็เสียชีวิตผู้คนไปนับไม่ถ้วน
ความขัดแย้งในปัจจุบัน จะ "ยุติ" อย่างไร?
(ภาพประกอบชื่อภาพ facing a crossroad หรือ "เมื่อมาถึงทางแยก" เครดิตภาพ http://arnel113.wordpress.com/2009/12/05/at-the-crossroad-proverbs-14-12/ ได้มาจากการสุ่ม search Google)
Tuesday, October 25, 2011
'ไอซีที'สั่งพักงานไม่มีกำหนด มือดีโพสต์เฟซบุ๊ก ศปภ.
ที่มา thaifreenews
โดย bozo
รมว.ไอซีที เชือดไก่ให้ลิงดู สั่งพักงานไม่มีกำหนด จนท.โพสต์เฟซบุ๊ก
หลังป่วนโลกโซเชียลฯ สร้างภาพเสียให้ ศปภ. คาดเครียดจากการทำงานตลอด 24 ชม.
อุบต้นสังกัด มั่นใจไม่ได้แกล้ง ขณะที่ทีโอทีระบุ ดูแลแค่ระบบโครงข่าย...
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที
กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการโพสต์ข้อความผิด
ในเฟซบุ๊ก ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ว่า จากการตรวจสอบพบว่า
มีเจ้าหน้าที่พิมพ์ข้อความตก โดยเกิดจากความเหนื่อยล้า จึงสั่งให้หยุดทำงาน
“ตอนนี้ให้เจ้าหน้าที่พักงานแล้ว จากการสอบถามพบว่า
เกิดจากการทำงานตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง จึงทำให้เกิดความเหนื่อยล้า และความเครียด
เป็นเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ แต่คงไม่ขอบอกชื่อ
โดยเจ้าหน้าที่ที่ดูแลก็ยอมรับว่า เป็นความผิดพลาด และส่วนตัวเชื่อว่าไม่ได้แกล้ง” รมว.ไอซีที กล่าว
น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวต่อว่า การสั่งให้พักงานนั้น
เบื้องต้นเป็นเพราะเห็นว่า เจ้าหน้าที่ทำงานตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เปิดศูนย์ฯ
โดยประมาณ 20 วันที่ผ่านมา อาจจะเกิดความเครียด จึงทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้น
ทั้งนี้ ยังไม่สามารถยืนยันว่า จะเกิดความผิดพลาดลักษณะนี้ขึ้นอีกหรือไม่
เพราะความผิดพลาดที่เกิดจากมือมนุษย์ เป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้
ซึ่งต้องมองที่เจตนาเป็นหลัก
สำหรับข้อความในเฟซบุ๊กนั้น ปรากฏขึ้นเมื่อวันที่ 23 ต.ค. เวลาประมาณ 18.00 น. ว่า
ศปภ.ประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่ กทม.ทั้งหมด เก็บของขึ้นที่สูงในระดับ 1 เมตร
เนื่องจากประตูน้ำเปิดหมดแล้ว ในคืนนี้ระดับน้ำจะขึ้นสูงสุดเวลา 21.00 น.
ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้ประชาชนเป็นอย่างมาก
ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ได้ปรากฏข้อความว่า
กราบขออภัยพี่น้องประชาชนในเขต กทม. ที่ได้รับทราบข่าวจากหน้าเพจ
"ศปภ.ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย"
ปรากฏข้อความที่ว่า "ให้พี่น้องประชาชนในเขต กทม. เก็บของขึ้นที่สูง"
เนื่องจากเป็นความผิดพลาดจากการประสานงานของ Admin
ซึ่งทาง ศปภ.ดอนเมือง ยังไม่มีประกาศดังกล่าว
ทาง ศปภ.ดอนเมือง ขอกราบขออภัยพี่น้องประชาชนเป็นอย่างสูง มา ณ ทีนี้ ครับ
ซึ่งสร้างความสับสน และสงสัยให้ประชาชนที่ติดตามข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก ศปภ. เป็นอย่างมาก
ทั้งนี้ รมว. ไอซีที ยอมรับว่า ข้อความดังกล่าว ตกไปแค่คำว่า “ในพื้นที่เฝ้าระวัง”
นายยงยุทธ วัฒนสินธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่
สำนักวิศวกรรม สายงานโครงข่าย บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า
ทีโอที มีหน้าที่รับผิดชอบเฉพาะโครงข่ายเท่านั้น
ส่วนเรื่องข้อมูลที่จะโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก เป็นหน้าที่ของกระทรวงไอซีทีรับผิดชอบ
โดยเบื้องต้นทราบว่า มีบุคคลจิตอาสา ต้องการเข้ามาช่วยงานเจ้าหน้าที่จำนวนมาก
แต่ก็ได้คัดเลือกให้กรองข้อมูลก่อนนำเสนอแล้ว ซึ่งยังไม่มีเจ้าหน้าที่หลัก
ส่วนข้อความที่สร้างความตื่นตระหนกแก่ประชาชนนั้น
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สำนักวิศวกรรม สายงานโครงข่าย ทีโอที กล่าวว่า
เป็นเรื่องที่ไม่มีใครต้องการให้เกิดขึ้น
โดยล่าสุดทราบว่า ไอซีที เตรียมมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยแล้ว
http://www.thairath.co.th/content/tech/211765
น้ำ(ลาย)ท่วมเมือง จะ"ลงมือ" ช่วยประชาชนหรือยัง"ลงแรง" ตีกันเอง!!!
ที่มา มติชน

ผ่านมากว่า 1 เดือนแล้ว สำหรับสถานการณ์อุทกภัยที่เรียกได้ว่าเป็น "ฝันร้าย" ของคนไทย และยังไม่มีวี่แววว่าได้ "ฝันดี" หรือ "ตื่น" ขึ้นมาแล้วพบว่า "มวลน้ำ" กว่าหมื่นล้านลูกบาศก์เมตรจะถูกระบายไปจากประเทศ
แม้สาเหตุหลักของ "วารีวิบัติ" จะเกิดจาก "ธรรมชาติ" ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ทว่าชนวนที่ทำให้การหยุดยั้งการไหลบ่าของมวลน้ำก้อนมหึมาได้อย่างที่ควรจะเป็น กลับเกิดจากน้ำมือ "มนุษย์การเมือง"
ในขณะที่ประชาชนตื่นตระหนกกับสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ แทนที่จะเห็นภาพการร่วมมือร่วมใจจากนักการเมืองโดยไม่แบ่งพรรค-แบ่งพวก กลับเห็นภาพทะเลาะเบาะแว้ง-เชือดเฉือนกันด้วยวาจา-พ่นน้ำลายใส่สื่อ เพียงเพื่อชิงการนำเหนือคู่แข่ง
"มติชน" ได้รวบรวม "วิวาทะ" ของคนการเมืองบางส่วนตั้งแต่รุ่นเล็กจนถึงรุ่นใหญ่ ดังนี้
- คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เจ้าแม่ กทม. พรรคเพื่อไทย vs ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร พ่อเมือง กทม. จากพรรคประชาธิปัตย์
คุณหญิงสุดารัตน์ : อยากขอร้อง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ได้ออกมาช่วย และร่วมมือกันเพื่อไม่ให้ปัญหาที่มีอยู่ไม่หนักไปกว่านี้ หาก กทม.ยอมเปิดประตูระบายน้ำจะเป็นการช่วยเหลือที่ดีที่สุด อย่าปล่อยให้ปัญหาก่อตัว จนสุดท้ายจะแก้ไม่ได้ เหมือนกรณีที่เกิดขึ้นที่คลองประปา ประตูน้ำสามเสน
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ : ไม่เคยปิดประตูระบายน้ำเหมือนที่ใครพูด เพราะ กทม.จะใช้การเปิดประตูระบายน้ำ และการพร่องน้ำในคลอง คนที่พูดอาจไม่เข้าใจ ไม่ทราบข้อมูล เพราะการเปิดประตูระบายน้ำจะเปิดใต้น้ำ ไม่ได้เปิดให้เห็นทั่วไป
- กทม. vs ศปภ.
ผู้ว่าฯกทม. : รัฐบาลจัดถุงใส่ทรายมาให้ 8 แสนใบ แต่อาจเกิดความเข้าใจผิด เพราะที่มอบให้เป็นถุงกระดาษ ไม่สามารถบรรจุทรายกั้นน้ำได้ แต่ก็ไม่อยากคิดว่ารัฐบาลตั้งใจวางยา ขณะนี้การบรรจุทรายได้รับความร่วมมือจากประชาชน และใช้ถุงของ กทม. ซึ่งผมยืนยันมาตลอดว่าพร้อมที่จะช่วยตัวเองหากไม่มีใครช่วย
รองโฆษกรัฐบาล : กระสอบกระดาษที่ด้านในเป็นพลาสติกโพลิเอสเตอร์ ศปภ.ยังไม่ได้จัดส่งไปให้ กทม. การที่
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์บอกว่าไม่อยากคิดว่า รัฐบาลจะวางยานั้น ขอบอกว่าท่านคิดถูก และจะถูกยิ่งขึ้น ถ้าท่านนำไปคิดต่อว่ารัฐบาลไม่ได้เอ๋อที่คิดจะไปวางยาใครในยามหน้าสิ่วหน้า ขวานแบบนี้ หลายคนก็สับสนกับหลักคิดของผู้ว่าฯ ที่แต่ละปี กทม. มีงบประมาณเกือบ 5 หมื่นล้านบาท ไม่มีศักยภาพอะไรเพิ่มเติมเพื่อป้องกันน้ำท่วมเลยหรือครับ แค่จะหาถุงทราย ยังต้องแบมือขอจากรัฐบาล
- เก่ง มุมแดง vs ติ่ง มุมฟ้า
"มัลลิกา บุญมีตระกูล" รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) งัด "ลูกถีบ" สอยเข้าไปที่บั้นท้าย "การุณ โหสกุล" ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย เจ้าของฉายา "จอมถีบ" อย่างเต็มแรง จน "เก่ง" ถึงกับหัวคะมำไปข้างหน้า เพียงเหตุผลว่านักการเมืองค่ายตรงข้ามยืนค้ำหัวผู้ใหญ่ฝ่ายของตนอยู่ และเกิดการโต้เถียงถึงขึ้น "มึง-กู" กันเล็กน้อย
เป็นฉากเถื่อน-ถ่อยที่เกิดขึ้นขณะ "คุณหญิง" กับ "คุณชาย" กำลังหารือกันเพื่อรับมือกับน้ำเหนือที่มุ่งหน้าสู่เมืองหลวง
- ชาวบ้าน vs ชาวบ้าน
"ชาวดอนเมือง" จำนวนหนึ่งนำรถแบ๊กโฮเข้ารื้อทำลายแนวคันดิน ที่ทางเทศบาลนครปากเกร็ด และอ.ปากเกร็ด สร้างไว้เพื่อป้องกันน้ำท่วมริมคลองประปาในฝั่ง อ.ปากเกร็ด เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม จนได้รับความเสียหายเป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ทำให้น้ำที่เอ่อล้นอยู่ในคลองประปาไหลออกมาท่วมถนนศรีสมานริมคลองประปาจมน้ำ สร้างความไม่พอใจให้ "ชาวปากเกร็ด"
เหล่านี้เป็น "ศึกตัวอย่าง" เพียงบางส่วนที่เกิดขึ้นกลาง "มหาอุทกภัย"
ในยามที่น้ำจ่อหน้าบ้านของประชาชนแทบทุกหลังคาเรือนแล้ว นักการเมืองจะ "ลงมือ" ช่วยประชาชน หรือยัง "ลงแรง" ตีกันเอง!!!
"ปู"โชว์พาว
ที่มา ข่าวสด
คอลัมน์ เหล็กใน
มันฯ มือเสือ
สถานการณ์ตอนนี้สรุปว่า
คนกรุงเทพฯ ต้องได้รับผลกระทบจาก "อภิมหาอุทกภัย" ครั้งนี้แน่นอน
เมื่อเลี่ยงไม่ได้ สิ่งที่รัฐบาลทำอยู่จึงเป็นเรื่องของการผ่อนหนักเป็นเบา
ซึ่งจากการติดตามข่าวสารช่วงที่ผ่านมาพอจะเห็นภาพรวมแผนการแก้ปัญหาของรัฐบาล ซึ่งผู้เชี่ยวชาญดูแล้วเชื่อว่าน่าจะได้ผล
คร่าวๆ คือการแบ่งก้อนน้ำมหึมาหลายพันล้านลบ.ม.ที่มา "อั้น" อยู่บริเวณตอนเหนือกรุงเทพฯ เป็นสองส่วนเพื่อแยกระบายลงอ่าวไทย
ส่วนหนึ่งใช้วิธีบริหารจัดการผ่านการสร้างคันกั้น รูปขั้นบันได ค่อยๆ เบี่ยงน้ำไปทางตะวันออกของกรุงเทพฯ
พื้นที่ได้รับผลกระทบกรณีนี้คือ เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง รวมถึงจ.นครนายก และฉะเชิงเทรา
อีก ส่วนใช้วิธีบริหารผ่านการปิด-เปิดประตูคลองต่างๆ ของกรุงเทพมหานครที่เชื่อมต่อเจ้าพระยา เพื่อให้น้ำไหลออกทะเลบริเวณ จ.สมุทร ปราการ
โดยมีแม่น้ำท่าจีน จ.นครปฐม ช่วยแบ่งเบาตรงนี้ส่วนหนึ่ง
แต่ก่อนไปถึงจุดนั้นพื้นที่ได้รับผลกระทบจะเป็นฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ คือ จ.นนทบุรี นครปฐม และฝั่งธนบุรี
โดยเฉพาะเขตภาษีเจริญ ตลิ่งชัน บางกอกใหญ่ บางกอกน้อยซึ่งอยู่ติดเจ้าพระยา จะถูกน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมมากกว่าเขตที่อยู่กระเถิบออกมา
คาดกันว่าอีกราว 5-6 วันปัญหาจะไปกองอยู่เขตฝั่งธนฯ (ไม่รู้จะมีใครบอกว่าฝั่งธนฯ ไม่อยู่ในความรับผิดชอบของกทม.อีกหรือเปล่า-ไม่ฮา)
อย่าง ไรก็ตาม ปริมาณน้ำก้อนใหญ่ที่ไม่สามารถ แยกจากกันได้เด็ดขาดทำให้มีมวลน้ำอีกจำนวนหนึ่งทะลักเข้าตอนเหนือ ของกรุงเทพฯ เช่น เขตดอนเมือง สายไหม อย่างที่เห็น เป็นต้น
ตรงนี้จะบริหารจัดการผ่านเครื่องสูบน้ำ
นอก จากนี้ยังมีสิ่งที่รัฐบาลต้องเข้มงวดคือ การเฝ้าระวังคันกั้นจุดสำคัญต่างๆ ไม่ให้รั่วซึมหรือพังลงมาไม่ว่าด้วย "แรงน้ำ" หรือ "แรงมนุษย์"
และที่ต้องจัดการให้เด็ดขาดก็คือบางคนที่ยังคอยกระตุกแข้งกระตุกขารัฐบาล
ดัง นั้น การที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ "โชว์พาว" ใช้มาตรา 31 แห่งพ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสา ธารณภัย สั่งสอนพวกจ้องเล่นการเมืองโดยไม่รู้จัก เวล่ำเวลา
จึงเป็นสิ่งสมควรทำ
ให้รู้กันไปเลยว่าใครคือ "ผู้นำประเทศ" ตัวจริง ไม่ใช่แค่ผู้นำท้องถิ่นดาดๆ











