WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, November 2, 2011

เอกยุทธ์:ผู้หญิงเหนือโง่ควรคู่กับอาชีพกะหรี่เท่านั้น

ที่มา Thai E-News


ตำแหน่งนายกฯ นั้น ไม่ใช่ของครอบครัว..และไม่ใช่ที่ฝึกหัดงาน..หากไร้ปัญญาก็อย่าหน้าด้านมารับตำแหน่ง..

ผมเป็น ปชช.ธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่ยอมให้ตระกูลชั่วๆหรือพวกโง่เขลามานั่งเสนอหน้าบริหารประเทศหรอก..อายหมาว่ะ

หากจะมีคนเกลียดผมเพิ่ม 15 ล้านคน เพราะผมว่า"ยัยหน้าโง่" แล้ว ก็ยังสบายใจที่ยังมีอีก 50 ล้านคนที่ไม่ได้เกลียดหรือรัก...

ที่มา:facebook เอกยุทธ อัญชัญบุตร

ฮือต้าน ตั้งเพจกลุ่มคนรักภาคเหนือ เรียกร้องให้ "เอกยุทธ อัญชันบุตร" ออกมากราบเท้าสาวเหนือ





คนในโลกอินเตอร์เน็ตได้เข้าไปวิจารณ์หน้าเพจของนายเอกยุทธอย่างรุนแรง และมีการตั้งหน้าเพจ กลุ่มคนรักภาคเหนือ เรียกร้องให้ "เอกยุทธ อัญชันบุตร" ออกมากราบเท้าสาวเหนือ โดยระบุว่า กลุ่มคนรักภาคเหนือ ขอเรียกร้องให้ "เอกยุทธ อัญชันบุตร" ออกมากราบเท้าขอโทษสาวเหนือ จากการกระทำ คำพูด ดูถูกเกียรติยศ ศักดิ์ศรี สาวเหนือว่า.....

"ไม่อยากจะกล่าวคำแบบนี้ เพราะจะดูเสมือนดูถูกสตรี..แต่ในความเป็นจริงนั้น..สาวเหนือที่ไร้การศึกษา หรือขี้เกียจ และด้อยปัญญา จะมาทำงานสบายที่หญิงปกติไม่ทำกัน..หลักๆก็คือขายบริการ..ฉะนั้นสาวเหนือที่ ไร้สติปัญญาและโง่เขลาขนาดหนักแต่หน้าด้านมารับตำแหน่ง ก็ควรจะรู้นะว่าอาชีพอะไรที่เหมาะแก่คุณ ?"

ถ้าคุณมีการศึกษา และเป็นผู้ใหญ่พอ คำพูดเหล่านี้คงจะไม่ออกมาจากมันสมองของคุณ!!!

**********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:ผู้บัญชาการทหารเรือ:ท่านนายกสู้นะ เก่งมากๆสถานการณ์ตอนนี้ท่านเข้มแข็งแม้จะเป็นผู้หญิง
ท่าน สู้นะ เก่งมากๆ สถานการณ์ตอนนี้ ท่านเข้มแข็งแม้จะเป็นผู้หญิงสู้กับปัญหา เช้าตื่นทำงานประชุมทั้งวัน ไปโน่นนี่ พอมีโทรศัพท์เข้ามา นายกฯ ท่านก็ใจหาย เครียดนะ ว่าจะต้องมีเรื่องมีปัญหารายงานเข้ามา-พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ

ทักษิณรวมใจนปช.ยุโรปต้านภัยพิบัติในปารีส

ที่มา Thai E-News







โดย นปช.สหภาพยุโรป รายงานจากปารีส
2 พฤศจิกายน 2554

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นปช.ยุโรป ได้จัดกิจกรรม รวมน้ำใจต้านภัยพิบัติ ที่มหานครปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อนำรายได้ไปช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบอุทกภัย

โดยมีพ.ต.ท ดร.ทักษิณ ชินวัตร ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานในงานครั้งนี้ด้วย นำความปลื้มปิติยินดีมายังพี่น้องเสื้อแดงในยุโรปที่ร่วมต่อสู้กันมาจนถึง วันนี้ ได้พบและรับประทานอาหารร่วมกันกับนายกฯในดวงใจที่พวกเขารอคอย



หลังจากพ.ต.ท ดร.ทักษิณ ชินวัตรได้เดินทางมาถึง กลุ่ม นปช.ยุโรปได้ร่วมกันร้องเพลงประจำกลุ่ม "ข้าวเหนียวแดง" จากนั้นได้ทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ ชมการแสดงนาฎศิลป์ไทยจากคณะกรรมการนปช.ยุโรป(ฟินแลนด์) และลูกหลานคนเสื้อแดง(เมืองรูแบร์)ที่มาใช้ชีวิตเติบโตในต่างประเทศ แต่ยังไม่ลืมที่จะรักษาไว้ซึ่งศิลปะวัฒนธรรมไทย

ในงานนี้ท่านนายกฯทักษิณ ได้ให้เกียรติขึ้นเวที ร้องเพลงให้ฟัง และได้รับรางวัลจากแฟนคลับก็นำมาสมทบให้กับคณะกรรมการ รวมทั้งได้ควักเงินส่วนตัวอีก1,050 ยูโร เพื่อนำไปช่วยพี่น้องที่เมืองไทย

รายได้ทั้งหมดคิดเป็นเงินไทยถึงปัจจุบันประมาณ 2 แสนกว่าบาท และยังจะมีพี่น้องร่วมบริจาคเพิ่มเติมมาเรื่อยๆ หลังจากปิดยอดวันสุดท้ายก่อนที่คณะกรรมการจะเดินทางไปมอบให้กับพี่น้องทาง เมืองไทยจะแจ้งยอดที่แน่นอนอีกครั้งหนึ่ง

ชมภาพกิจกรรมทั้งหมดได้ที่ www.thairedeu.com

**********
รายงานเกี่ยวเนื่อง

-คนไทยในLAผนึกพลังจัดงานHalloween Nightเทน้ำใจช่วยภัยน้ำท่วม ได้3แสนมอบศปภ.ช่วยบ้านเกิด

-ทักษิณทวีตพลิกวิกฤตเป็นโอกาสสะสางฝนแล้งน้ำท่วมถาวร คุยยิ่งลักษณ์แล้วแนวทางฟื้นฟูเบ็ดเสร็จ

WSJ:มาตรการฟื้นฟูหลังน้ำลดบทพิสูจน์กึ๋นผู้นำไทย

ที่มา Thai E-News

เจมส์ ฮุกเวย์ ผู้สื่อข่าวนสพ.วอลล์สตรีทเจอนัล ได้เสนอบทวิเคราะห์ทางการเมืองจากวิกฤตน้ำท่วมไทยว่า ถึงแม้ผลกระทบของน้ำท่วมครั้งนี้จะมีผลมหาศาล แต่โอกาสที่รัฐบาลของนส.ยิ่งลักษณ์จะพลิกวิกฤตเป็นโอกาสยังมีอยู่ ขึ้นอยู่กับผลของการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม และความรวดเร็วของการแก้ปัญหา ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดภาวะผู้นำและความเชื่อมั่นของนักลงทุนระหว่างประเทศในไทย

โดยเจมส์ ฮุกเวย์

ที่มา วอลล์สตรีทเจอนัลออนไลน์
เก็บความโดย สายสัมพันธ์

กรุงเทพฯ
นครหลวงของไทยได้กลายเป็นเมืองสองเมืองที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เมืองแรกเป็นเมืองที่ผู้คนหายใจกันอย่างโล่งอกเพราะผนังกั้นน้ำสามารถกั้น น้ำที่สูงได้ อีกเมืองหนึ่งผู้อาศัยของเมืองเปรียบเสมือนผู้อพยพที่อพยพหนีน้ำเน่าที่ใหล จากทางเหนือของประเทศ

ปรากฎการณ์อันหนื่งซื่งกลายเป็นสัญสักษณ์คือเมื่อรัฐบาลของนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องย้ายศูนย์ต้องปฎิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย(ศปภ.)จาก ท่าอากาศยานดอนเมืองไปที่บริษัทปตท. ขณะที่นิคมอุตสาหกรรมด้านเหนือยังจมน้ำ ความสนใจถูกส่องถึงตัวนายกฯมือใหม่ ที่ยังด้อยประสบการณ์ทางการเมืองว่าจะมีมาตรการการฟื้นฟูความเสียหายเป็น พันๆล้านดอลลาร์ และเป็นแรมเดือนได้อย่างไร

สถาน ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์บางแห่งที่อยู่รอบๆพระบรมมหาราชวังและแถบเยาวราช ถูกน้ำท่วม แต่น้ำได้ลดอย่างรวดเร็วได้ให้กำลังใจและความหวังแก่นส.ยิ่งลักษณ์ว่า “เราจะผ่านวิกฤตได้เร็ววันนี้”

ปัญหาใหญ่คือ ปริมาณน้ำที่มีจำนวนมหาศาลยังท่วมบ้านเรือนและนิคมอุตสาหกรรมอยู่ในขณะนี้ และยังไม่สามารถไหลผ่านกรุงเทพฯสู่ทะเล

ทาง เหนือของกรุงเทพฯ รอบท่าอากาศยานดอนเมืองเสียหายหนัก น้ำเหม็นเน่าทำให้ผู้คนต้องอพยพไปอยู่ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ยอมขัดคำร้องขอของรัฐบาล คนจำนวนมากต้องเดินฝ่าน้ำระดับอก ข้ามผ่านถนนหกเลน เข้าอาศัยวัด

“พวกเรามีประมาณหนึ่งร้อยคนอาศัยอยู่ในวัด ตรงข้ามสนามบิน” นาย ชัยพฤกษ์ เขียวกมล อายุ ๕๗ปี อดีตกัปตันกองทัพอากาศกล่าวขณะที่ดูรถที่ถูกทิ้งลอยตุ๊บป่องในลานจอดรถสนาม บิน “ผมอยู่นี่ตลอดชีวิตและไม่เคยเห็นอะไรอย่างนี้มาก่อน”

สิ่ง เหล่านี้แหละที่นส.ยิ่งลักษณ์ น้องสาวคนเล็กของนักประชานิยมทักษิณ ชินวัตรต้องเผชิญทันทีที่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังชัยชนะเลือกตั้งแบบฟ้าถล่มแลนสไลด์ ซึ่งในเบื้องต้นได้เสนอแผนการการสนับสนุนราคาข้าว และเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ เพื่อเอาใจฐานเสียงในชนบท

แต่ ณ ปัจจุบันนี้จากวิกฤตน้ำท่วม ธนาคารชาติคาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะถดถอยลงจาก ๔% มาที่ ๒.๖% ทั้ง ยังมีผู้เสียชีวิตจากภัยน้ำท่วมเกือบ ๔๐๐ คน รัฐบาลนส.ยิ่งลักษณ์จะต้องมีมาตรการอันมหึมาที่จะกวาดล้าง ซ่อมแซมแก้ไขฟื้นฟูประเทศ ซึ่งผลของมาตรการเหล่านี้จะเป็นดัชนีตัวชี้ขาดความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่าง ประเทศที่เห็นธุรกิจของตนต้องหยุดชงักเป็นอัมพาต

นิคม อุตสาหกรรมตอนเหนือที่ผลิตอะไหล่รถ และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์เสียหายหนัก ประมาณหนึ่งในสี่ของบริษัทที่ผลิตฮาร์ดดิสท์ต้องปิดตัวเอง บริษัทโตโยต้า ต้องลดจำนวนการผลิตรถยนต์ที่แคนาดา และอเมริกา เพราะการขาดแคลนชิ้นส่วนรถยนต์ที่ผลิตในไทย

นัก วิเคราะห์การเมืองกล่าวว่า ความรวดเร็วของการฟื้นตัวการผลิตของนิคมอุตสาหกรรมเหล่านี้จะเป็นตัวทดสอบ ความสามารถของรัฐบาล เพราะภายใน ๒-๓ เดือนนี้ก็จะรู้ว่ารัฐมนตรีชุดนี้ “จะอยู่หรือจะไป” ยกตัวอย่างเช่นบริษัทฮอนด้าอาจจะต้องปิดถึง ๖ เดือน บริษัทนิเคย์บิซิเนสเดลลี่คาดการณ์ไว้

เพราะ ฉะนั้นผลของการฟื้นฟูจะต้องออกมาดีเลิศ มิฉะนั้นก็เท่ากับแย่เพราะผลทิ่ออกมา”พอผ่านไปได้”จะไม่ดีพอ นายไมเคิล มอนเทสซาโนจากสถาบันเอเซียอาคเนย์ศึกษา ประเทศสิงคโปร์กล่าว “ข้อทดสอบที่สำคัญของนส.ยิ่งลักษณ์อยู่ที่การบริหารจัดการการฟื้นฟู”

สิ่งหนึ่งที่ท้าทายนส.ยิ่งลักษณ์คือจะหาทางสมานสามัคคีสังคมไทยที่แตกแยกได้อย่างไร

ซึ่ง เป็นปัจจัยหนึ่งของอุปสรรคของการจัดการน้ำท่วม ข้าราชการฝ่ายอนุรักษ์นิยมหลายคน รวมทั้งผู้นำกองทัพบกหลายรายยังหวาดระแวงนส.ยิ่งลักษณ์ ทักษิณ และคนเสื้อแดงกรณีไม่ต้องการให้กองทัพแทรกแซงการเมือง

เมื่อ สองอาทิตย์ที่แล้ว นส.ยิ่งลักษณ์ต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะโน้มน้าวนักการเมืองฝ่ายตรง ข้ามให้ยอมเปิดประตูน้ำให้น้ำจากปทุมธานี และอยุธยาไหลลงสู่กรุงเทพฯเพื่อลงทะเล

ขณะ ที่วิกฤตน้ำท่วมทวีความรุนแรงขึ้น เป็นเหตุให้นส.ยิ่งลักษณ์ต้อง “แข็งกร้าว” มากขึ้น อีกอย่างหนึ่งนักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่าเธอได้รับแรงสนับสนุนทางอ้อมจากพระ ราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯที่ผบ.ทบ. พล.อ.ประยุทธ จันทรโอชา นำมาเปิดเผยว่าในหลวงขออย่าให้มีมาตรการพิเศษเพื่อป้องกันพระราชวังในขณะที่ ประชาชนกว่าสองล้านคนต้องประสบเคราะห์ภัย

สื่อ ไทยบางส่วนเริ่มรู้แล้วว่า หากมีการกล่าวโทษกัน คงไม่สามารถที่จะตำหนิรัฐบาลปัจจุบันได้ทั้งหมด เพราะ รัฐบาลชุดก่อนก็เคยถูกวิจารย์เรื่องการบริหารจัดการน้ำแบบ “คิดสั้น” แม้แต่ มรว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ก็ยังถูกวิจารณ์ว่าปล่อยประตูน้ำตามแม่น้ำลำคลองช้าเกินไป

คริ ส เบอเกอร์ นักเขียนและนักวิจารณ์การเมิองไทยตั้งข้อสังเกตว่า มันยังยากที่จะสรุปว่าผลสุดท้ายของวิกฤตนี้จะออกมาอย่างไร แต่เขาคิดว่า มันยังอยู่ในเอื้อมมือของรัฐบาลที่จะดูแลได้ เขาอาจใช้วิกฤตนี้เป็นโอกาสโต้กลับ”พวกชอบวิจารณ์”


*****

ข่าวต้นฉบับภาษาอังกฤษ:Flood-Recovery Effort to Test Thai Leader

พิสูจน์ด้วยตาคุณเองข่าวปล่อยน้ำทำลายรัฐบาล?

ที่มา Thai E-News

คลิกภาพขยายใหญ่
ปริศนา ปล่อยน้ำในเขื่อนสิริกิติ์จนแห้งผาก ข้อมูลสภาพน้ำเวลา22.00วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม 2554 (ที่มา:facebook)
ภาพเพิ่มเติมล่าสุด-สภาพเขื่อนสิริกิตติ์วันนี้เวลา 6.13 น.(2 พ.ย.54) บริเวณท้ายเขื่อน

ภาพจากกล้องวงจรปิดตัวที่ 2 ที่บริเวณท้ายเขื่อนวันนี้ เวลาประมาณ 6 โมงเช้า จากนั้นก็จะปล่อยน้ำจากสันเขื่อนลงมาอีกในช่วงสายๆวันนี้ น้ำก็จะเต็มอีกในภาพนี้ แล้วพรุ่งนี้ เวลาโดยประมาณคือช่วงเช้าๆพรุ่งนี้ก็จะถูกระบายออกอีกจนแห้ง สลับไปมาอยู่อย่างนี้ครับ ปัญหาในประเด็นนี้คือน้ำในเขื่อนยังถูกระบายออกมาเรื่อยๆครับ

เข้าไปดูในลิงค์นี้ http://www.sirikitdam.egat.com/water-situation-Sirikit-Dam.html จะมีกล้องถ่ายสดๆไว้ตลอดเวลา แล้วพรุ่งนี้ใครตื่นเช้าๆก็ให้มาดูอีกทีครับ ทั้งสามจุดเลยนะครับ ต้องวานให้ผู้เกี่ยวข้องมาอธิบายครับ(ที่มา:facebook Jim Bandon)


-คลิ้่กลิ้งค์นี้ http://www.sirikitdam.egat.com/cctv1.php เพื่อดู CCTV บริเวณท้ายเขื่อน1

-คลิ้กลิ้งค์นี้ http://www.sirikitdam.egat.com/cctv3.php เพื่อดูCCTV บริเวณท้ายเขื่อน2

-คลิ้กลิ้งค์นี้ http://www.sirikitdam.egat.com/cctv2.php เพื่อดูCCTVบริเวณบนสันเขื่อน

ที่มา:ryt9 , 30 ตุลาคม 2554
***********
หมายเหตุไทยอีนิวส์:รายงานข่าวนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นที่ยัง ต้องสืบค้นข้อเท็จจริงอีกมาก เราจึงยังตั้งคำถาม?ในพาดหัวข่าวอยู่ว่าเรื่องนี้เป็นจริงหรือไม่?

ขอแนะนำให้อ่านรายงานเกี่ยวเนื่อง ระหว่างฝ่ายที่ไม่เชื่อเรื่องฤษฎีสมคบคิดนี้ กับฝ่ายที่เชื่อในทฤษฎีสมคบคิดเพิ่มเติมด้านล่างนี้

-สมศักดิ์ เจียมฯ:ไม่เชื่อมีแผนปล่อยน้ำทำลายรัฐบาล

-12ข้อสังเกตทฤษฎีสมคบคิด คนคำนวณหรือจะสู้ฟ้าลิขิต

ท่านที่ประสบปัญหาเกลี้ยกล่อมญาติผู้ใหญ่ให้ออกจากพื้นที่น้ำท่วมไม่สำเร็จ ทางเราขอเเนะนำวิธีการนี้

ที่มา Thai E-News

สำหรับท่านที่ประสพปัญหา "เกลี้ยกล่อมพ่อแม่ญาติผู้ใหญ่ในบ้าน ให้ออกมาจากพื้นที่น้ำท่วมได้ไม่สำเร็จ" ผมขอเเนะนำวิธีการนี้

ผมเกลี้ยกล่อมแม่ พอน้ำท่วมให้ออกมาจากพื้นที่ทันที เพราะมันไม่สามารถอยู่ได้จริงๆ แต่แกไม่ยอมออก ยืนยันจะอยู่ให้ได้ กล่อมยังไงก็ไม่สำเร็จ จนแล้วจนรอด แกยังไปซื้อน้ำมาพันกว่าบาท กะจะอยู่ให้ได้ ถึงขนาดจะซื้อเรือลำนึง 6-7 พัน

พอถึงวันที่น้ำมาจริงๆ (แค่เข่าเท่านั้น) ปลิงที่หน้าบ้านผมเยอะมาก ผมเก็บของเสร็จแล้ว ไม่มีไรทำ ไปนั่งช้อนปลิงหน้าบ้านเล่น ที่บ้านเป็นสวน ปลิงตัวใหญ่มากครับ พอช้อนได้ซัก 4-5 ตัว... แม่แกมาดูๆแล้วหายไปพักใหญ่ แล้วออกมา พูดว่า
"รอแม่อาบน้ำแป๊บนึง เก็บของเสร็จแล้ว อย่าลืมหาบ้านที่เค้าให้เลี้ยงหมาได้นะลูก"


.... ก็แค่นี้แหละ จบ!

ที่มา:facebook สหายเดียร์ หัวกบฎ

หมายเหตุไทยอีนิวส์:หากวิธีการดังกล่าวข้างต้นยังไม่เป็นผล ท่านอาจจะต้องยอมลงทุนแปลงร่างเป็นไกรทองจับชาละวันมาโชว์ซักตัว..

อินไซค์ครม.ปลุกใจ"ปูสู้ๆ"

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

เปิดรายละเอียดการประชุมครม.นัดปลุกใจนายกฯปูแก้น้ำท่วม ที่น่าติดตามไม่แพ้สถานการณ์น้ำ

โดย...ทีมข่าวการเมือง

การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 1 พ.ย. ได้ย้ายสถานที่ประชุมจากท่าอากาศยานดอนเมือง
ซึ่งโดนกองทัพน้ำเข้ายึดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กลับมาใช้ที่ทำเนียบรัฐบาลดังเดิม
โดย มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
วาระส่วนใหญ่เป็นการพิจารณาแก้ไขปัญหาอุทกภัยถล่มเมือง
ทั้งเรื่องของการรายงานสถานการณ์ล่าสุด มาตรการฟื้นฟูเยียวยา ของแต่ละกระทรวง

ก่อนเข้าวาระ นายกฯได้แจ้งถึงการแก้ปัญหาอุทกภัย ที่เกิดขึ้นขณะนี้ โดยระบุว่า
จากข้อมูลกรมชลประทาน มวลน้ำก้อนใหญ่ได้ไหลผ่านไปแล้ว
คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ทั้งนี้มีการรายงานปริมาณน้ำที่ท่วมกรุงเทพขณะนี้
โดยครม.ตั้งข้อสังเกตข้อมูลของกทม.และกรมชลประทาน ไม่ตรงกัน ระบุว่า
มวลน้ำที่ค้างอยู่แถวเชียงราก ปทุมธานี รังสิต และประตูจุฬาลงกรณ์
อยู่ระหว่าง 4,000- 12,000 ล้านลูกบาศก์เมตร
โดยกรมชลประทานมีข้อมูลว่าน้ำที่อยู่ฝั่งตะวันออก
ไม่ว่าจะเป็นคลองหก คลองสอง คลองแสนแสบ ประเวศ ประมาณ 3,200 ล้านลูกบาศก์เมตร

ขณะที่ฝั่งตะวันตก ประมาณ 800 ล้านลูกบาศก์เมตร
ขณะที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่ากทม. ระบุว่า ข้อมูล 4,000 ล้านลบม.ไม่น่าใช่
แต่เป็น 12,000 ล้านลบม. โดยน้ำมี 2 ลักษณะ น้ำเอ่อล้นทุ่งเข้ามา และน้ำซึมจากท่อ กระจายทุกจุด

ทั้งนี้กรมชลแย้งว่า วิธีการคำนวณน้ำอาจแตกต่างกัน
ซึ่งหลังวันที่ 6 พ.ย.ได้ระบายน้ำ 4,000 ล้านลูกบาศก์เมตร น้ำก็จะลดลง
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมครม.มั่นใจการชี้แจงของกรมชลประทาน
รวมถึงนายกฯเห็นด้วยและมั่นใจถึงกับกล่าวต่อที่ประชุมว่า
"ในวันที่ 6 พ.ย. เราจะรอดแล้ว สถานการณ์หลังจากวันที่ 6 จะดีขึ้นเรื่อยๆ"



เมื่อเข้าสู่วาระพิจารณาจร
เรื่องที่ 1 สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)
ได้เสนอมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย (เพิ่มเติม)
ไม่ว่าจะเป็นศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย การดูแลผู้ป่วย การดูแลทรัพย์สินของประชาชน
การจัดตั้งคลังอาหารสดและอาหารปรุงสำเร็จ
กรณีการสำรวจและจ่ายค่าชดเชยผู้ประสบภัยบ้านเรือนพังหรือเสียหาย
และการฟื้นฟูอาชีพ การป่ล่อยสินเชื่อ การกอบกู้นิคมอุตสาหกรรม

โดยข้อมูลทั้งหมดมีการแจกแจง กระทรวง หน่วยงานราชการใดบ้างต้องเป็นเจ้าภาพรับผิดชอบ
และจะต้องมีการจัดสรรงบประมาณช่วยเหลืออย่างไร
ทำให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถึงกับออกปากชม สภาพัฒน์ฯว่า
“ข้อมูลอย่างนี้แหละที่ต้องการ ขอให้ทุกกระทรวงช่วยสรุปประเด็นการให้ความช่วยเหลือ
มาตรการฟื้นฟู สิทธิที่ประชาชนควรได้รับ ส่งให้สศช.ภายใน 24 ชั่วโมง
จากนั้นภายใน 3 วันขอให้นำเสนอนายกฯ เพื่อจะได้จัดทำเป็นโบว์ชัวร์
เหมือนเป็นคู่มือมาตรการช่วยเหลือประชาชนแจกจ่ายให้ประชาชนทราบ”

ทันทีที่นายกฯออกคำสั่งกำชับทุกกระทรวง
ทำให้ นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์
กดไมค์โครโฟนกล่าวต่อรองกลางที่ประชุม ครม.ว่า
"ตามที่ท่านนายกฯให้แต่ละกระทรวงไปรวบรวมข้อมูลเสนอสศช.ภายใน 24 ชั่วโมงนั้น
ผมเกรงว่าไม่ทัน ขอเป็นภายใน 48 ชั่วโมงได้หรือไม่ เพราะกระทรวงเกษตรฯ ไม่เหมือนกระทรวงอื่น
เรื่องฟื้นฟูในสังกัดกระทรวงเกษตรมีหลายด้าน มีหลายหน่วยงาน อีกทั้งข้าราชการประสบปัญหาน้ำท่วมด้วย"


มาถึงตอนนี้ ทำให้บรรดารัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ออกอาการไม่พอใจ
ไม่ว่าจะเป็น นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข
นายต่อพงษ์ ไชยสาสน์ รมช.สาธารณสุข
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.อุตสาหกรรม จากพรรคชาติพัฒนา
ทำท่าชะโงกศีรษะตามหาต้นเสียงว่านายธีระ นั่งอยู่ตรงไหน
ถึงกลับมีเสียงเหน็บแนมของรัฐมนตรีรายหนึ่งแถวหลังห้องประชุมกล่าวขึ้นมาว่า
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกมั๊ง แล้วใครไม่โดนน้ำท่วมบ้าง”

ก่อนที่เหตุการณ์บานปลาย ทำให้นายกฯยิ่งลักษณ์ตัดบทว่า
“ยังไงก็ขอให้ส่งข้อมูลมาภายใน 24 ชั่วโมงเหมือนเดิมนะค่ะ”

จากนั้น นางกฤษณา สีหรักษ์ รมต.สำนักนายกฯ กล่าวสนับสนุนไอเดียนายกฯ ว่า
เมื่อได้ข้อมูลทั้งหมดแล้ว จะประสานไปยังสถานีโทรทัศน์โมเดริน์ไนน์ทีวี
และสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย สทท.11
ช่วยทำสกู้ป เผยแพร่ข้อมูลคู่มือมาตรการฟื้นฟูดังกล่าว
ในลักษณะออกอากาศให้ถี่ขึ้นเพื่อให้ประชาชนผู้เดือดร้อนได้เข้าใจสิทธิที่ตนจะได้รับ

ครม.ได้ยังได้มีการหารือถึงข้อเสนอขยายวันหยุดราชการออกไป
ซึ่งรัฐมนตรีส่วนใหญ่เห็นว่า ไม่ควรขยายวันหยุดออกไป
เพราะจะกระทบความเชื่อมั่น ในสายตานักลงทุน อีกทั้งที่ผ่านมา
ตอนที่ ครม.มีมติ ให้หยุดราชการ 27-31 ต.ค. ก็พบว่าไม่ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน
อย่างเช่น พื้นที่ สาทร สีลม ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ก็ไม่ได้หยุดงาน
พนักงานที่น้ำท่วมจากพื้นที่ภายนอกก็ต้องมาทำงาน ส่วนข้าราชการ
ในฝ่ายปฏิบัติการ ที่ไม่ได้รับผลกระทบก็ใช้โอกาสนี้หยุดไปด้วย
ขณะที่ฝ่ายอำนวยการที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมก็ไม่ได้หยุด
ทำให้เกิดความลักลั่น

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังกล่าวด้วยว่า การขยายวันหยุดราชการ
จะกระทบต่อความเชื่อมั่นในแง่ของบริษัทประกันกับภาคเอกชนในประเทศไทยหลายรายด้วย
เพราะเห็นว่าหากหยุดราชการต่อไป ก็เหมือนกับการที่ประเทศไทยควบคุมสภานการณ์วิกฤติไม่ได้
และการจ่ายค่าประกันความเสียหายก็จะมีมูลค่าที่สูง

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ กล่าวด้วยว่า
หลังจากนี้ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างประเทศได้เห็น
และเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วในการย้ายสถานที่ประชุม ครม.มาที่ทำเนียบรัฐบาล
เขาก็ได้เห็นว่ารัฐบาลควบคุมสถานการณ์ได้
ทั้งนี้ นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ก็สนับสนุนด้วยว่า
เห็นด้วยที่ไม่ขยายวันหยุด เพราะฝ่ายจัดการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ก็เฝ้ามองอยู่ว่า
รายการกีฬาต่างๆที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจะจัดได้หรือไม่
จึงต้องแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นผ่านการทำงานรัฐบาล

จากนั้น ครม.ยังได้หารือถึงการแก้ปัญหาสภาพน้ำเน่าเสียตามพื้นที่ต่างๆ
โดยเฉพาะน้ำจากนิคมอุตสาหกรรมที่กำลังทำให้ประชาชนกทม.ในพื้นที่ด้านล่างหวาดวิตก
โดยนส.ยิ่งลักษณ์สอบถามถึงความคืบหน้าในการใช้ อีเอ็มบอล
ทั้งนี้นายกฯกล่าวชื่นชมกระทรวงทรัพยากร ที่ได้ไปขุดเจาะน้ำบาดาลให้กับโรงงานอุตสาหกรรม
ในช่วงที่โรงงานต่างๆประสบอุทกภัย จึงอยากให้รับเป็นเจ้าภาพดูแลเรื่องการนำอีเอ็มบอลไปลงในพื้นที่ต่างๆ

อย่างไรก็ตาม นายวิทยา รมว.สาธารณสุข กล่าวแย้งขึ้นมาว่า
เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพ กรมอนามัย มีข้อมูลพื้นที่แหล่งน้ำ
“ อย่าหาว่าแย่งงานเลยนะครับ ให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นคนชี้เป้าลงอีเอ็มบอลก็ได้”

ขณะที่ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ กลับให้ข้อมูลอีกด้านหนึ่งว่า
จากการติดตามการประชุมภาควิชาการของมหาวิทยาลัยขณะได้ข้อมูลว่า อีเอ็มบอล
แม้จะช่วยลดปัญหาน้ำเน่าเสีย แต่ไม่ได้ผลเสียทีเดียว เพราะจะได้ผลเฉพาะพื้นที่แคบๆ เท่านั้น
แต่นักวิชาการกำลังหาทางผลิตวิธีการเติมออกซิเจน เข้าไปใมนน้ำ
เพื่อให้อีเอ็มบอล เกิดประสิทธิภาพ
"ขอเวลากระทรวงวิทย์ฯสักระยะ เดี๋ยวจะเร่งออกมาหาตัวเพิ่มออกซิเจนก่อน"

การพิจารณาปัญหาน้ำท่วมใช้เวลานานพอสมควรและไม่มีวาระเกี่ยวเนื่องเข้าพิจารณาอีก
ทำให้นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการ ครม. กล่าวว่า
“เดี๋ยวท่านนายกฯมีภารกิจไปประชุม จึงขอปิดการประชุม” พร้อมกับทิ้งท้ายว่า
“ท่านนายกฯสู้สู้”

ทันทีที่เลขา ครม.กล่าวให้กำลังใจ
ทำให้บรรดารัฐมนตรี ปรบมือ พร้อมกับลุกขึ้นมานรายล้อมนายกฯ
กล่าวให้กำลังใจนายกฯอีกรอบหนึ่ง โดยมีรัฐมนตรีรายหนึ่งกล่าวด้วยว่า
หลังจากมีข่าวว่าของบริจาคลดน้อยลง ไม่มีคนมาช่วยรัฐบาล
ตรงนี้ รัฐบาลต้องประชาสัมพันธ์การทำงานให้ประชาชนทราบ
โดยเฉพาะเรื่องของสิ่งของบริจาคและการที่มีจิตอาสามาร่วมกัน
จัดสิ่งของบริจาคทำงานกันอย่างไร
เรื่องนี้ทีมโฆษกรัฐบาลต้องประชาสัมพันธ์การทำงานให้ประชาชนทราบบ่อยๆ


http://www.posttoday.com/วิเคราะห์/รายงานพิเศษ/119513/อินไซค์ครม-ปลุกใจปูสู้ๆ

ภาคประชาชนกับภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ที่มา Voice TV



รายการ Intelligence ประจำวันที่ 31 ต.ค. 54

สมบัติ บุญงามอนงค์ จากมูลนิธิกระจกเงา บอกเล่าภารกิจของภาคประชาชนที่เข้าไปร่วมงานในศูนย์ปฎิบัติการช่วยเหลือผู้ ประสบภัย หรือ ศปภ. ที่เกิดทั้งภาวะ" คนล้นงาน" และคนขาดงาน" ภารกิจที่มีอาสาสมัครจำนวนมาก คือ แพ็คของ แต่ภารกิจการจัดทำข้อมูลของผู้ประสบภัย และการเชื่อมต่อเครือข่ายกลับมีคนอาสาทำงานน้อย

ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ภาคประชาชน ประกาศรับอาสาสมัครจัดทำฐานข้อมูล เพื่อจัดตั้ง “ศปภ.ตำบล” ด้วยวัตถุประสงค์ในการรวบรวมข้อมูลอย่างรอบด้าน ทันสถานการณ์ และสร้างระบบส่งต่อให้เกิดการช่วยเหลือที่ตรงความต้องการของพื้นที่ โดยจะเริ่มต้นจาก จังหวัดที่ได้รับผลกระทบหลัก หรืออาจได้รับผลกระทบมาก คือ อยุธยา ปทุมธานี นครสวรรค์ นนทบุรี โดยศูนย์จัดการกลางจะจัดหาข้อมูลผู้ประสานงานตำบลเบื้องต้น และข้อมูลพื้นฐานไว้ให้

ทั้งนี้ สิ่งที่อาสาสมัครต้องดำเนินการ ประกอบด้วย1.หาข้อมูลพื้นฐานของตำบล2.ประสานงานการขอความช่วยเหลือให้ทันที่ เท่าที่ทำได้ โดยจะมีข้อมูลของช่องทางที่ทางศูนย์เราจัดการได้เลย เช่น การอพยพ การส่งถุงยังชีพ หรืออาหาร เครื่องใช้พื้นฐาน และ 3.อัพเดทสถานการณ์กับพื้นที่ทุกวัน และรายงานเข้าไปที่ศูนย์ข้อมูลกลาง ตามเวลาและรูปแบบที่จะตกลงกัน

สมบัติ ยังบอกเล่าประสบการณ์ในการช่วยเหลือภัยพิบัติ ทั้งคลื่นสึนามิ พายุนาร์กีส พม่า ซึ่งทำให้อาสาสมัครภาคประชาชน เหล่านี้มีประสบการณ์ และเริ่มพูดภาษาเดียวกัน หลังผ่านการเรียนรู้หลักการช่วยเหลือผ้ประสบภัย

สมศักดิ์ เจียมฯ:ไม่เชื่อมีแผนปล่อยน้ำทำลายรัฐบาล

ที่มา Thai E-News

คลิกภาพขยายใหญ่
ปริศนา ปล่อยน้ำในเขื่อนสิริกิติ์จนแห้งผาก ข้อมูลสภาพน้ำเวลา22.00วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม 2554 (ที่มา:facebook)

ที่มา:ryt9 , 30 ตุลาคม 2554
ภาพข่าวไทยอีนิวส์ในหัวข้อเรื่อง ภาพหลักฐานปล่อยน้ำท่วมทำลายรัฐบาล?..
................

โดย สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
ที่มา เฟซบุ๊คสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล

ความจริง ผมก็ลังเล ไม่อยากจะรีบเขียนเรื่องนี้ แต่เห็นทั้ง ไทยอีนิวส์ ก็ "เล่น" ทั้ง "บางกอกทูเดย์" ก็ "เล่น" และทีสำคัญ "ผู้จัดการ" มา "เล่น" กลับบ้างแล้ว

ผมหมายถึงกรณีปัญหาว่า การปล่อยน้ำช้าของ เขื่อนใหญ่ 2 แห่ง (ภูมิพล-สิริกิต์) เป็นเรื่อง "การเมือง" หรือไม่


(สำหรับ ไทยอีนิวส์ ดูที่นี่ http://thaienews.blogspot.com/2011/10/blog-post_8749.html สำหรับ บางกอกทูเดย์ ดุที่นี่ http://www.bangkok-today.com/node/10905
และสำหรับ ผู้จัดการ ดูที่นี่ http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9540000139226

ใจผมยังเชื่อว่าไมใช่ และผมไมค่อยเห็นด้วยที่ เสื้อแดง-เพื่อไทย จะ "เล่น" เรื่องนี้

เท่าที่ผมประมวลดูจากข้อมูลที่มี ผมมองว่า นี่เป็นปัญหา "ระบบ" คือ การตัดสินใจที่ผิดพลาด มาตั้งแต่ระดับ กรมชลประทาน-กฟผ (และอาจจะ กรมอุตุ ในแง่ที่ไม่มีการประสานงาน เรื่องข้อมูล การประเมินปริมาณน้ำฝน)

คือปัญหานี้ เริ่มจาก "จุดอ่อน" หรือ ความผิดพลาด ใน "ระดับกลาง" (คือระดับหน่วยงานที่กล่าวถึง)

แต่แน่นอน รัฐบาลในฐานะผุ้ดูแลหน่วยงานบริหารทั้งหมด ย่อมต้องรับผิดชอบทางการเมือง

ปัญหาคือ รัฐบาลไหน? ผมมองว่า "ทั้งสองรัฐบาล และไมใช่ทั้งสองรัฐบาล"

คือผมมองว่า ช่วงที่ critical หรือ "สำคัญ" มากๆ ของความผิดพลาด หรือการทำให้เตรียมไม่ทัน คือช่วงระหว่างเดือน กรกฎาคม-สิงหาคม-กันยายน

นี่คือช่วงที่ ปัญหาใหญ่ 2 อย่าง เกิดขึั้น คือ เขื่อนกักน้ำไว้มาก/ปล่อยน้ำน้อยไป เพราะคาดการณ์ผิดว่า ฝนจะแล้ว + ปัญหาฝนตกมากกว่าอัตราเฉลี่ยหลายสิบเปอร์เซนต์ (บางแห่งเป็น 100 เปอร์เซนต์ ถ้าจำไม่ผิด)

ทีนี้ จะเห็นว่า ช่วง กรกฎา-สิงหา-กันยา พอดีเป็นช่วงที่เรียกว่า "รัฐบาลเก่ากำลังจะออก-หาเสียง-รัฐบาลใหม่เพิ่งมารับ"

ถ้าจะเรียกว่า เป็นความผิดพลาด เป็นความรับผิดชอบ ก็เรียกว่า ทั้งสองรัฐบาล และไมใช่ทั้งสองรัฐบาล

ไมใช่ ในความหมายทีว่า ปัญหานี้ มันต้องเริ่มต้นจาก "ระบบ" "ระดับกลาง" ทีว่า ต้องมีการเตือนภัย การตัดสิน การประเมินทีดี (จู่ๆ ครม. จะมารู้เรื่องน้ำในเขื่อนตลอดเวลา หรือเรื่องน้ำฝน ตลอดเวลา คงไม่ได้ แน่นอน ปัญหาความรับผิดชอบในแง่ ระบบ ที่ว่า ถ้าระบบดี รัฐมนตรี ที่ดูแล หน่วยงานระดับกลางเหล่านั้น ติดตามเรื่องได้ดี ก็มีส่วน .. แต่ด้วยความบังเอิญ ที่ช่วง critical ดังกล่าว อยู่ระหว่าง รัฐบาลเก่าไป รัฐบาลใหม่เพิ่งมา พอดี)


ในความเห็นของผม ผมมองว่า นี่เป็นโศกนาฏกรรมของความไม่เอาไหน ของระบบบริหารจัดการจริงๆ และปัญหาเริ่มจาก "ระบบ" ใน "ระดับกลาง" มาบวกกับ "โชคซวย" ทีเป็นช่วง ของการต่อ-หาเสียง ระหว่างรัฐบาล

ผมจึงไม่เห็นด้วย กับการ "เล่น" เรื่องนี้ ในฐานะ "การเมือง"

ยิ่งไปถึงระดับว่า เป็นการ "วางยา" ของ "ฝ่ายนั้น" อะไรโน่น

พูดจริงๆ ผมว่า "ฝ่ายน้ัน" ไม่ฉลาด ขนาดวางแผนแยบยล ใหญ่โต ได้ขนาดนี้หรอกครับ

กรณีคำสัมภาษณ์ ดร.สมิธ ที่ดุเหมือนจะ "ฟันธง" ว่า มีการ "แกล้งปล่อยน้ำไม่หยุด เพื่อล้มรัฐบาล" (ดูบทความ ไทยอีนิวส์ ตาม link ข้างบน ผมเห็นคนเผยแพร่ทาง fb กันเยอะ) ผมว่า ต้องจัดการกับคำให้สัมภาษณ์ของ ดร.สมิธ อย่างระมัดระวังเหมือนกัน ต้นปี ดร.สมิธ "ฟันธง" ว่า ไทยต้องต้องแล้งหนักแน่ๆ และผมว่า นี่คือ "เบื้องหลัง" วิธีคิด ของ กรมชลฯ และ กฟผ ที่กักน้ำไว้ในเขื่อนมากเกินไป และนานเกินไป พูดง่ายๆ ดร.สมิธ เอง ตอนต้นปี ก็นึกแบบ กรมชลฯ กฟผ นันแหละ ว่าจะแล้งหนัก ... ทีนี้ตอนหลัง ที่ต้องมาปล่อย ก็เพราะ ถึงจุดนั้น มันล้นเขื่อนเล้ว ถ้าไม่ปล่อยออกมา เขื่อนจะแตก แต่พอปล่อยออกมา ก็เลยกลายเป็นต้องปล่อยทีละมากๆ แล้วน้ำฝนที่ตกหนักบวกกันเข้าไปด้วย)
.........................

ทั้งหมดนี้ เป็นคนละประเด็นกับว่า เมื่อเกิดวิกฤตแล้ว มีการเอาเป็นประเด็นโจมตีทางการเมือง ซึ่งสะท้อน ความขัดแย้งที่ "ร้าวลึก" ระดับ "มูลฐาน" ของการเมืองไทย ซึ่งเป็นประเด็นทีผมโพสต์ไปเมื่อหลายวันก่อนแล้ว

ทักษิณทวีตพลิกวิกฤตเป็นโอกาสสะสางฝนแล้งน้ำท่วมถาวร คุยยิ่งลักษณ์แล้วแนวทางฟื้นฟูเบ็ดเสร็จ

ที่มา Thai E-News


ที่มา ทวิตเตอร์ Thaksin Shinawatra
1 พฤศจิกายน 2554

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทวีตข้อความผ่าน twitter ที่ใช้ชื่อว่า Thaksin Shinawatra เกี่ยวกับวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ หลังจากไม่ได้ทวีตมานานตั้งแต่วัีน24 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยได้ทวีตข้อความติดต่อกันว่า

สวัสดีครับ หายไปนานไม่ได้ทวีทมาเลย วันนี้ขออนุญาตส่งความห่วงใยมายังทุกท่านที่ประสพภัยน้ำท่วมทั้งทางตรงและ ทางอ้อม ความจริงผมแอบทำงานอยู่ห่างๆ

ช่วงนี้ผมยังคงเดินทางเช่นเดิม แต่ก็ตรวจสอบข่าวคราวเหตุการณ์บ้านเมืองตลอด มีอะไรช่วยทำช่วยแนะนำก็ทำไป แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นอุทกภัยที่หนักที่สุด และจะเป็นโอกาสให้เราได้แก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งถาวรเสียที เพราะ เราเสียงบประมาณจำนวนมากแก้ปัญหาและเยียวยาแบบเฉพาะหน้าเฉพาะกิจครั้งแล้ว ครั้งเล่า

ผมได้ให้กำลังใจทุกคนไปว่าในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาส วิกฤตคราวนี้ก็เป็นโอกาสที่จะทำให้คนไทยได้หันหน้าเข้าหากันเพื่อร่วมกันแก้ ปัญหาและฟื้นฟูประเทศ

ถ้าท่านจำกันได้ตอนปี 2548 ผมเคยมีโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการที่เชิญต่างประเทศมาลงทุนให้ก่อนแล้ว ผ่อนเป็นสินค้าเกษตรซึ่งมีเรื่องน้ำรวมอยู่ด้วย แต่ผมถูกปฏิวัติเสียก่อน

เหตุการณ์ครั้งนี้เราเสียหายรวมกันทั้งภาคประชาชน ภาคเอกชน และภาครัฐ เฉพาะทางตรง น่าจะร่วมๆ 2 แสนล้านบาท แต่ก็อยากให้สบายใจว่า หาเงินมาแก้ปัญหาได้

ผมได้คุยกับท่านนายกฯ และผู้รู้หลายท่าน รวมทั้งรัฐบาลหลายประเทศ ถึงแนวทางการฟื้นฟูครั้งนี้ว่า ควรจะทำกันอย่างไร จะช่วยกันได้อย่างไร ทำอย่างไรจะทำให้เขามั่นใจที่นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศจะไม่หนีจากเรา เชื่อว่าทานนายกฯ คงจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้ก่อนไปประชุมเอเปค เพราะต้องถูกถามและต้องไปบรรยายให้นักธุรกิจฟัง น้ำท่วมครั้งนี้ถ้าเราไม่ช่วยกันกอบกู้ความน่าเชื่อประเทศกลับคืนมาอนาคตจะ ลำบากมาก เราต้องเร่งแก้

สิ่งที่ทำความเสียหายแก่ประเทศกลับคืนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งทางการเมือง การขาดหลักนิติธรรมในการบังคับใช้กฎหมาย การแทรกแซงประชาธิปไตย

"แน่นอนครับ เราต้องเร่งฟื้นฟู และเยียวยาทุกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบทั้งภาวะน้ำท่วมในครั้งนี้ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งที่ผ่านมา การฟื้นฟูครั้งนี้เป็นความท้าทายของคนไทยทั้งประเทศ เพราะปัญหาใหญ่กว่า กินวงกว้างกว่า และยาวนานกว่าซึนามิที่ภาคใต้ เราจึงต้องร่วมมือร่วมใจกันครับ"

Tuesday, November 1, 2011

'ปู'งดสัมภาษณ์ อ้างสื่อถามซีเรียสเกิน ขอปลีกตัวไปครม.

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



คนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี อ้าง เหตุนายกฯไม่ให้สัมภาษณ์นักข่าว
เพราะเวลาถามไม่ยิ้ม แถมมีท่าทางซีเรียสเกิน ก่อนขอปลีกตัวไปประชุมครม.

วันที่ 1 ต.ค. ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.)
อาคารเอ็นเนอยีคอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน ภายหลังรับมอบเงินบริจาคจากหลายหน่วยงาน
รวมเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือน้ำท่วมทั้งสิ้น 33,270,000 บาทแล้ว
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางออกจากศปภ.อย่างรีบร้อนทันที
โดยระหว่างเดินผู้สื่อข่าวได้ถามว่า นายกฯจะไปปฏิบัติภารกิจที่ไหน
โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ยอมตอบคำถามใดๆ



ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า คนใกล้ชิดนายกฯได้แจ้งกับผู้สื่อข่าวว่า
นายกฯจะไปประชุมร่วมกับรัฐมนตรีบางส่วน แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าประชุมที่ไหนเรื่องอะไร
และขอไม่ให้ผู้สื่อข่าวติดตาม และจะไม่กลับมาที่ศปภ.แล้ว
อย่างไรก็ตาม คนใกล้ชิดนายกฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยว่า
การที่นายกฯไม่ยอมให้สัมภาษณ์ไม่ได้เป็นเพราะงอนที่ถูกสื่อจี้ถามหลายๆ คำถาม
แต่งอนผู้สื่อข่าวบางคนที่ถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจนเกินไปโดยไม่ยิ้มแย้ม
ซึ่งนายกฯพร้อมที่จะตอบทุกคำถามไม่ว่าเป็นคำถามบวกหรือลบ
แต่ขออย่างเดียวเวลาถามให้ช่วยปรับใบหน้าให้ยิ้มแย้มด้วย.


http://www.thairath.co.th/content/pol/213504