ที่มา thaifreenews
โดย เสรีชน คนใต้
พญาไม้ทูเดย์ พญาไม้
ฮือฮากันอยู่ในโลกแห่งข้อมูลข่าวสาร...เป็นคำถามพร้อมๆ กันว่า...จริงหรือไม่...เล่นกันอย่างนั้นเลยหรือ...
เพราะ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช...ที่โด่งดังมาจากการทำนายว่า...ประเทศไทยจะโดน...สึนามิ... ถล่ม...และจากนั้นไม่นาน...นรกก็โผล่ขึ้นมาจากหาดและกวาดหลายพันชีวิตจากไป พร้อมกับซากปรักพังที่น่าตื่นตา
ตาสว่างกันคราวนั้น...ขึ้นชั้น...อดีตอธิบดีกรมอุตุวิทยา...จนไม่มีเวลาเกษียณจนถึงวันนี้
น้ำ ท่วมหนนี้...ประเทศไทย...ไม่เคยเจอมาก่อน...ไม่ว่า 2485 2526 หรือ 2538 หายนะทั้ง 3 ครั้งในรอบเกือบ 100 ปี...กลายเป็นแค่น้ำท่วมอ่างล้างเท้า...เมื่อมาเทียบกับคราวนี้...ว่ากัน ว่า...หากน้ำท่วมแบบนี้เกิดขึ้นกับนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร...ในปีหน้า...
ปูต้องเกยตื้นแน่นอน
แต่...อาจจะเป็น เพราะ...นายกปู...เข้ามารับตำแหน่งหลังจากน้ำได้ปรากฎตัวบนแผ่นดินนี้ แล้ว...หายนะของมันจึงให้ผลแต่เพียงเบาบางกับความมั่นคงแข็งแกร่งของ รัฐบาล...แต่กลับไปหนักหนาสาหัสกับ...ชนชั้นผู้เสียภาษี...ไม่ว่ายากดีมีจน ไม่ว่าจะเป็นคนกี่สี...
แต่เพราะ...ดร.สมิทธ...เขียนถามลงมาใน...เว็บ...ว่า...เรื่องการรับผิดชอบของรัฐบาลต่อวิกฤตการณ์น้ำท่วม...ว่า ถูกคนละนิดผิดคนละนิด
แต่ คำถามของ ดร.สมิทธ...ต่างหากที่น่ากลัว...เขาถามว่า...ทำไม...ปล่อยน้ำไหลออกมา แล้วก็ปล่อยแบบไม่มีขั้นตอนการปล่อย อยากปล่อยก็ปล่อย ปล่อยพรวดเดียว 3 เขื่อนพร้อมๆ กัน
ขนาดปล่อยเขื่อนเดียวก็ตายแล้ว เขื่อนภูมิพลปล่อยทีเดียว 100 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน แค่เขื่อนเดียวเราระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มภาคกลาง จากแม่น้ำบางปะกง แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน ระบายออก 500 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ปล่อยมาอย่างนี้ มันก็ท่วมระบายออกไม่ทัน...ยังมีเขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนป่าสัก เขื่อนลำตะคอง พวกนี้ไม่ติดต่อประสานงานกันเลย...
คงต้องว่ากันอีกวัน...สำหรับ...ความกังขา...น้ำมาตามสั่งจริงหรือ...
http://www.bangkok-today.com/node/10903
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Thursday, November 3, 2011
ใครสั่งน้ำ (1)
ญี่ปุ่นหนุนสร้าง พนังยักษ์ 6.5ม.ล้อม7นิคม
ที่มา ข่าวสด
นานาชาติแห่ช่วยไทย! กู้ถนนไปเหนือ-อีสาน กทม.เร่งสกัดโรคระบาด
ก.คมนาคม เตรียมกู้ถนนเชื่อมเหนือ-อีสาน ทั้งช่วงบางปะอิน-วังน้อย บางปะอินบางบัวทอง และสมบัติบุรี-บางบัวทอง ทูตจอร์เจีย-นิการากัวให้กำลังใจ "นายกฯปู" ผ่านวิกฤตน้ำท่วมโดยเร็ว นานาชาติยังแห่ช่วยเหลือไทย ญี่ปุ่นส่งเครื่องบินสังเกตการณ์ ใช้ถ่ายภาพพื้นที่ประสบภัย กิตติรัตน์เล็งสร้างกำแพงยักษ์ล้อม 7 นิคมอุตสาหกรรม หวั่นถูกน้ำท่วมซ้ำ ทอท.เผยระบบไฟฟ้าสนามบินดอนเมืองเสียหาย 99 เปอร์เซ็นต์ เตรียมสำรวจโครงสร้างอาคารหลังน้ำลด โลจิสติกส์ไทยชี้หากหยุดขนส่งสินค้าอีก 5 วัน ต่างจังหวัดขาดแคลนอาหารแน่
2ทูตให้กำลังใจ"ปู"
เมื่อ เวลา 10.00 น. วันที่ 2 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชูรับ คัชคาชิวีลี เอกอัครราชทูตจอร์เจียประจำประเทศไทย เดินทางเข้าพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยแสดงความเสียใจต่อสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทย พร้อมทั้งให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์และประชาชนชาวไทยให้ผ่านวิกฤตการณ์ไปโดยเร็ว จากนั้นนายซาอูล อารานา กัสเตยอน เอก อัครราชทูตนิการากัวประจำประเทศไทยเดินทางเข้าพบน.ส.ยิ่งลักษณ์ และแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเช่นกัน และหวังว่าเหตุการณ์จะคลี่คลายโดยเร็ว ซึ่งประเทศนิการากัวเป็นประเทศที่เผชิญกับปัญหาภัยธรรมชาติอยู่บ่อยครั้ง เพราะเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ระหว่าง 2 มหาสมุทร จึงมีความเข้าใจกับสถานการณ์ที่ประเทศไทยเผชิญเป็นอย่างดี อีกทั้งปัญหาโลกร้อนเป็นปัญหาสำคัญและไม่อาจคาดเดาได้ จึงควรที่จะร่วมมือกันเพื่อที่จะจัดการกับปัญหาดังกล่าวให้ได้
นานาชาติต่างช่วยเหลือ
ที่ ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุทกภัย(ศปภ.) อาคารเอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ เปิดเผยว่า หลังจากนายเหวิน เจียเป่า นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีนโทรศัพท์คุยกับน.ส.ยิ่งลักษณ์เมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา ระบุจะช่วยเหลือประเทศไทยด้วยการสนับสนุนเงิน 100 ล้านหยวน หรือประมาณ 500 ล้านบาทนั้น ล่าสุดรับแจ้งว่าเงินดังกล่าวรัฐบาลจีนช่วยสนับสนุนเป็นสิ่งของ ประกอบด้วย เรือพร้อมเครื่องยนต์ 625 ลำ มอเตอร์ป้องกันน้ำท่วม 100 ล้านหยวน หรือประมาณ 500 ล้านบาท
ด้านรัฐบาลญี่ปุ่นแจ้งว่าพร้อมให้เงินช่วย เหลือ 1,000 ล้านเยน หรือประมาณ 380 ล้านบาท ในรูปแบบสิ่งของตามที่ต้องการ ซึ่งรัฐบาลไทยแจ้งกลับไปว่า ต้องการเครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้ว เรือท้องแบน เครื่องกรองน้ำ เรือยาง 2,000 ลำ เรือเร็ว 100 ลำ เรือตรวจการณ์ 100 ลำ รถบรรทุกขนาดใหญ่ รถเครน รถขุด สะพานแบริ่ง และเต็นท์ที่พักอาศัย ส่วนสัปดาห์หน้าจะมีเครื่องสูบน้ำขนาด 14 และ 16 นิ้ว ที่รัฐบาลสั่งซื้อจากประเทศอินเดียเข้ามาอีก 6 เครื่อง ขณะที่องค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น) สอบถามถึงความต้องการความช่วยเหลือมายังไทยเช่นกัน
ญี่ปุ่นส่งเครื่องบินตรวจน้ำท่วม
นาย ธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า หลายประเทศยังคงส่งความช่วยเหลือมาให้ประเทศไทย โดยรัฐบาลเวียดนาม บริจาคเงินช่วยเหลือ 100,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,000,000 บาท ขณะที่องค์กรสำรวจอวกาศการบินญี่ปุ่นหรือจาซ่า เสนอให้ประเทศไทยยืมเครื่องบินสังเกตการณ์พร้อมเรดาร์ เพื่อนำมาใช้ถ่ายภาพทางอากาศในพื้นที่ประสบอุทกภัย ส่วนสภาธุรกิจไทย นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บริจาคเงินช่วยเหลือ 155,500 บาท
สมาคม คู่สมรสของคณะรัฐมนตรีมาเลเซีย บริจาคเงิน 100,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ หรือ 3,000,000 บาท นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ สถานกงสุลใหญ่ประจำเมืองโกตาบารู สถานกงสุลใหญ่ประจำนครซิดนีย์ สถานเอกอัคร ราชทูตประจำกรุงโตเกียว สถานเอกอัครราชทูตประจำกรุงสตอกโฮล์ม และสถานเอกอัคร ราชทูตประจำกรุงจาการ์ตา ส่งเงินบริจาครวม 17,727,306 บาท
สร้างกำแพงยักษ์กันนิคมฯ
นาย กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า สำหรับการฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรมคาดว่าเริ่มสูบน้ำออกได้ภายในวันที่ 15 พ.ย. ซึ่งคาดว่าระดับน้ำจะต่ำมาอยู่ที่ 70 ซ.ม.-1 เมตร โดยจะใช้เวลาสูบน้ำประมาณ 15-20 วัน และเร่งฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค ไฟฟ้า และน้ำประปาไม่เกิน 30 วัน เพื่อให้ผู้ประกอบการเริ่มเดินเครื่องการผลิตได้ภายในเดือน ม.ค.55 รวมทั้งยังสั่งการให้แต่ละนิคมอุตสาห กรรมเร่งศึกษาแบบก่อสร้างแนวคันกั้นน้ำถาวร และมาเสนอให้รับทราบโดยเร็ว โดยแบบก่อ สร้างจะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ในส่วนงบประมาณก่อ สร้างคาดว่ารัฐบาลจะต้องสนับสนุนส่วนหนึ่ง คงไม่ผลักให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนฝ่ายเดียว
"เมื่อนิคมอุตสาหกรรมเริ่มกลับมาผลิต คันกั้นน้ำถาวรความสูงจากระดับน้ำทะเล 6.5 เมตรจะต้องเสร็จด้วย เพื่อให้ทันฤดูฝนปีหน้า ซึ่งเรื่อง นี้ขอการสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นได้ตอบรับคำขอของไทยแล้ว" นายกิตติรัตน์ กล่าว
เยียวยาคนตกงาน
นาย กิตติรัตน์กล่าวอีกว่า ส่วนปัญหาเรื่องการจ้างงาน จากการสำรวจร้อยละ 90 ทุกโรงงานพร้อมดูแลคนงาน ขณะที่โรงงานที่ไม่สามารถจ้างงานต่อไปได้ รัฐบาลเห็นชอบให้กระทรวงแรงงานเข้าไปติดตามดูแล เพราะลูกจ้างบางส่วนอาจมีภาระ โดยจะให้เข้าโครงการเพื่อนช่วยเพื่อน ด้วยการย้ายแรงงานไปยังโรงงานที่ไม่ได้รับผลกระทบ ขณะเดียวกัน สำนักงาน ประกันสังคมก็จะให้ค่าตอบแทนในช่วงที่หางานใหม่
นายนิพิฐ อรุณวงษ์ ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บมจ.นิคมอุตสาหกรรมนวนคร เปิดเผยว่า ในส่วนของนิคมฯ นวนครเสนอให้สร้างคันกั้นน้ำแบบชีตไพล์ ซึ่งรอบนิคมมีระยะ 20 ก.ม. ใช้เงินก่อสร้างประมาณ 30 ล้านบาทต่อก.ม. ซึ่งคาดว่าการก่อสร้างครั้งนี้ของนิคมฯ ทั้ง 7 แห่ง จะใช้เงินลงทุนรวม 5-6 พันล้านบาท
กฟผ.ร่วมกู้นิคม
นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า หลังจากระดับน้ำเริ่มลดลง กฟผ.และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) เตรียมแผนฟื้นฟูการจ่ายไฟฟ้าให้กับนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 7 แห่ง ใน จ.พระนครศรีอยุธยา และจ.ปทุมธานี ได้แก่ นิคมฯบางปะอิน นิคมฯโรจนะ นิคมฯไฮเทค นิคมฯสหรัตนนคร นิคมฯบางกระดี นิคมฯ นวนคร และนิคมฯแฟคเตอรี่แลนด์ โดยเบื้องต้นจะเริ่มแผนฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ สหรัตนนคร และไฮเทค ก่อน โดยตั้งเป้าจะสูบน้ำในนิคมฯสหรัตนนครให้แล้วเสร็จภายใน 10 วัน ส่วนนิคมฯโรจนะอาจต้องใช้เวลามากกว่า 30 วัน เมื่อนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 2 แห่งเริ่มฟื้นคืนสภาพแล้ว กฟผ.จะประสานกับกฟภ. เพื่อจัดหาพลังงานไฟฟ้าสำรองจากแหล่งอื่นมาทด แทนโรงไฟฟ้าโรจนะเพาเวอร์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม 
(1)ซ่อมได้ - เจ้าหน้าที่ซ่อมแซมประตูหูช้างข้างประตูระบายน้ำคลองสามวา กทม. จนหยุดการรั่วของน้ำได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ขณะที่บช.น.ส่งตำรวจนับร้อยนายเข้าป้อง กันชาวบ้านรื้อ เมื่อวันที่ 2 พ.ย.
(2)ปั่นป่วน - รถวิ่งลุยฝ่าน้ำท่วมบนถนนรามอินทรา ก.ม.2 กันอย่างโกลา หล ขณะที่น้ำซึ่งลามมาจากวงเวียนบาง เขนเพิ่มระดับสูงขึ้นต่อเนื่องโดยเฉพาะในซอยด้านใน เมื่อวันที่ 2 พ.ย.
(3)จมหมู่บ้าน - ประชาชน อพยพออกจากหมู่บ้านสินสมบูรณ์ ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ภายหลังน้ำจากประตูระบายน้ำศาลาธรรมสพน์ กทม. ทะลักท่วมสูงกว่า 1 เมตร เมื่อวันที่ 2 พ.ย.
(4)บิ๊กแบ๊ก - ทหารและเจ้า หน้าที่กทม.เร่งวางถุงทรายยักษ์ หรือบิ๊กแบ๊ก บริเวณหลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี ซึ่งถ้าแผนสำเร็จจะช่วยให้น้ำที่ท่วมถ.พหลโยธินและวิภาวดีฯ ลดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อวันที่ 2 พ.ย.
เร่งกระจายสินค้าจำเป็น
นาย ยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาการกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคไปยังพื้นที่ประสบปัญหาน้ำ ท่วม ขณะนี้ห้างสรรพสินค้ารายใหญ่พยายามเชื่อมโยงสาขาเคียงข้างที่ไม่ถูกน้ำท่วม พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนแต่ละพื้นที่ไปซื้อสินค้าในสาขาที่ไม่ได้รับผล กระทบแทน ส่วนสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ เช่น น้ำดื่ม ไข่ไก่ และปลากระป๋อง นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านและกระจายไปยังสาขาต่างๆ เมื่อพื้นที่คลังสินค้าใน จ.พระนครศรีอยุธยา สามารถนำออกมาได้ น่าจะทำให้กระจายสินค้าได้มากขึ้นและเชื่อว่าปัญหาสินค้าขาดแคลนจะบรรเทาลง ตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป
ดอนเมืองระบบไฟพังยับ
ด้าน นายสมชัย สวัสดีผล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ในฐานะรักษาการผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า หลังน้ำลดท่าอากาศยานดอนเมืองต้องสำรวจความเสียหายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแรงของโครงสร้างทางวิ่งและทางขับ ระบบไฟฟ้าสนามบิน ระบบเครื่องช่วยเดินอากาศ ระบบสายพานลำเลียงกระเป๋า ซึ่งในส่วนของระบบไฟฟ้าคาดว่าจะเสียหาย 99 เปอร์เซ็นต์ เรียกได้ว่าต้องจัดระบบใหม่เกือบทั้งหมด
รอประเมินมูลค่าเสียหาย
ว่า ที่ ร.ท.อนิรุทธิ์ ถนอมกุลบุตร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือทอท. เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังประเมินมูลค่าความเสียหายจากน้ำท่วมท่าอากาศยานดอนเมืองไม่ได้ เพราะระดับน้ำยังท่วมสูงประมาณ 1 เมตร รวมทั้งยังคาดการณ์ไม่ได้ว่า ต้องใช้ระยะเวลาเท่าไรในการฟื้นฟูให้กลับมาบริการตามปกติ ในส่วนทอท.จะตั้งคณะกรรมการฟื้นฟูสำนักงานใหญ่ทอท.และท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อทำหน้าที่สำรวจความเสียหาย ประเมินมูลค่าความเสียหาย และกำหนดแนวทางฟื้นฟู ซึ่ง ทอท.จะนำข้อมูลดังกล่าวเสนอให้รัฐบาลช่วยเหลือต่อไป
"เรายังไม่ทราบ ว่า ท่าอากาศยานดอนเมืองจะกลับมาเปิดให้บริการเมื่อไร แต่หากเปิดให้บริการแล้วสายการบิน เช่น สายการบินนกแอร์ ต้องการให้บริการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิต่อไป ก็สามารถดำเนินการได้ ต้องขึ้นอยู่กับความสมัครใจของสายการบิน" ว่าที่ร.ท.อนิรุทธิ์กล่าว
กู้ถนนสายเหนือ-อีสาน
นาย สุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมพร้อมเข้าพื้นที่เพื่อเร่งกู้ถนนทางหลวงสายหลักที่เป็นเส้นทาง เชื่อมต่อไปยังภาคเหนือและภาคอีสาน โดยเฉพาะทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธินช่วงบางปะอิน-วังน้อย ทางหลวงหมายเลข 9 ต่างระดับบางปะอิน ช่วงบางปะอิน-บางบัวทอง และช่วงสมบัติบุรี-บางบัวทอง โดยเป้าหมายคือการเร่งกู้ถนนที่ไม่ต้องรอให้ปริมาณน้ำลดลง แต่จะกู้คืนเพื่อให้รถเล็กสามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ซึ่งการกู้ถนนครั้งนี้จะดำเนินการทันทีและคาดว่าจะใช้งบประมาณ 430 ล้านบาท
ขสมก.จัดรถรับส่ง
นาย โอภาส เพชรมุณี ผอ.ขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) เปิดเผยว่า หลังจากน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ขสมก.จึงนำรถโดยสารให้บริการขนส่งประชาชนกว่า 200 คันต่อวัน และกำลังปรับปรุงสภาพรถด้วยการเสริมแหนบ เพื่อให้รถสามารถลุยน้ำท่วมที่สูงตั้งแต่ 1-1.10 เมตร ซึ่งขณะนี้ ขสมก.ปรับปรุงรถไปแล้ว 4-5 คัน เพื่อนำมาลุยรับส่งขนส่งคนและสินค้าในพื้นที่น้ำท่วมสูง และจะปรับปรุงสภาพรถให้มีสมรรถภาพรองรับน้ำท่วมเพิ่มขึ้นอีกเรื่อยๆ
ทบ.ก็จัดรถ-เรือช่วยเหลือ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เปิดเผยว่า ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบกจัดยานพาหนะออกบริการรับส่งประชาชนเพิ่มเติมใน 5 เส้นทาง อาทิ พื้นที่กทม.ฝั่งตะวันออก 3 เส้นทาง คือ 1.ถ.วิภาวดีรังสิตตั้งแต่อนุสรณ์สถานถึงสี่แยกรัชโยธิน 2.ถ.พหลโยธินตั้งแต่สนามกีฬาธูปะเตมีย์ถึงเมเจอร์รัชโยธิน 3.ถ.แจ้งวัฒนะ ตั้งแต่ทางขึ้นทางด่วนแจ้งวัฒนะผ่านถ.รามอินทราถึงแยกวัชรพล พื้นที่ กทม.ฝั่งตะวันตกให้บริการเพิ่มเติมอีก 2 เส้นทาง คือ 1.ถ.เพชรเกษมตลอดสาย 2.ถ.กาญจนาภิเษกจากแยกสุพรรณบุรีถึงร.พ.บางใหญ่ ทั้งนี้ กองทัพบกจะส่งเรือหางยาวขนาดใหญ่ 15 ลำ ออกบริการประชาชนในพื้นที่คลองทวีวัฒนาด้วย
ขนส่งสินค้ายังอัมพาต
นาย วรวิทย์ เจริญวัฒนพันธ์ นายกสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ประสบปัญหาด้านการขนส่งและกระจายสินค้าไปต่างจังหวัด เนื่องจากศูนย์กระจายสินค้าที่ตั้งอยู่บริเวณ ถ.พุทธมณฑล สาย 1-5 ถูกน้ำท่วมสูง จนต้องหยุดขนส่งสินค้ามาแล้ว 5 วัน และหากยังเป็นเช่นนี้อีก 5 วัน ในพื้นที่ต่างจังหวัดจะเกิดปัญหาสินค้าขาดแคลนทุกอย่าง โดยเฉพาะสินค้าอาหาร เนื่องจากกทม. ถือเป็นศูนย์กลางรวบรวมและกระจายสินค้าในปัจจุบัน
ร้านอาหารแห่ปิดอื้อ
นาง ฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า พื้นที่กทม. หลายจุดเริ่มได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ทำให้ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องปิดกิจการลงแล้วร้อยละ 70 คิดมูลค่าความเสียหาย 7,000-8,000 ล้านบาทต่อเดือน จากจำนวนร้านอาหารที่ขึ้นทะเบียนทั้งหมด 12,000 ร้าน ซึ่งหากน้ำท่วมเกินกว่า 2 เดือนร้านอาหารบางแห่งอาจต้องลดต้นทุนด้วยการเลิกจ้างและปิดกิจการลง โดยอาจกระทบกับภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกร
ที่ดินน้ำท่วมราคาตก
นาย นริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า มีความเป็นไปได้ที่ในระยะแรกราคาที่ดินอาจลดลงในพื้นที่น้ำท่วม เนื่องจากอาจมีการ เสนอขายอสังหาริมทรัพย์เป็นจำนวนมาก แต่หากมองในอีกมุมมองหนึ่งอาจเป็นไปได้ว่า หลังน้ำท่วมคงมีการปรับปรุงพื้นที่ดังกล่าว โดยเฉพาะการลงทุนด้านพัฒนาสาธารณูปโภค ทั้งจากภาครัฐและเอกชน เพื่อฟื้นฟูความเป็นอยู่ของประชาชนและทรัพย์สินต่างๆ ตลอดจนการป้องกันวิบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจทำให้ราคาที่ดินสูงขึ้นกว่าเดิม เช่น ที่ดินย่านบางบัวทองที่จะมีระบบขนส่งมวลชนสาธารณะไปถึง
ตั้งโรงครัวช่วยผู้ประสบภัย
เวลา 11.00 น. นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย(มท.) เป็นประธานเปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย บริเวณข้างวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ถ.อัษฎางค์ พร้อม จัดตั้งโรงครัวเพื่อประกอบอาหาร โดยมีนายอารี ไกรนรา เลขานุการรมว.มหาดไทย และนายยศวริศ ชูกล่อม ผู้ช่วยเลขาฯ รมว.มหาดไทยมาร่วมงาน ซึ่งมีหลายจังหวัดที่ไม่ประสบปัญหาน้ำท่วมมาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนทำ ข้าวกล่อง เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมนำเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ มาจัดทำเป็นถุงยังชีพด้วย
นายยงยุทธกล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยจะระดมจังหวัดที่ไม่เดือดร้อนมาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งโรงครัวดังกล่าวจะผลิตอาหารได้ประมาณ 2,000-3,000 ชุด รวม 3 มื้อ ก่อนนำไปแจกจ่ายประชาชน โดยจะดำเนินการจนกว่าสถานการณ์จะเบาบางลง ส่วนจังหวัดที่สถาน การณ์เริ่มคลี่คลาย เจ้าหน้าที่เริ่มเข้าไปสำรวจความเสียหายและฟื้นฟูเยียวยาแล้ว พร้อมทั้งสั่งการให้ทุกจังหวัดทำแผนฟื้นฟูด่วน
มท.1 ตรวจโรงประปา
ต่อ มาเวลา 15.00 น. ที่การประปานครหลวง (กปน.) นายยงยุทธ เดินทางมาตรวจโรงผลิตน้ำประปา โดยมีนายเจริญ ภัสระ ผู้ว่าการการประปานครหลวง และนายอาทร สินสวัสดิ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง ให้การต้อนรับ จากนั้นนายยงยุทธเข้าตรวจดูการเติมออกซิเจนลงในน้ำดิบ รวมทั้งตรวจดูการบรรจุน้ำดื่มใส่ถุงพลาสติกที่นำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย และตรวจคันกั้นน้ำสุดท้ายภายในกปน. ซึ่งอยู่ติดกับคลองบำบัดน้ำและมีน้ำที่ไหลมาจาก ถ.แจ้งวัฒนะจ่ออยู่
ด้าน นายเจริญกล่าวว่า น้ำที่ทะลักเข้ามาในคลองประปายังไม่ทำให้น้ำดิบกลายเป็นน้ำเสีย และสามารถผลิตน้ำประปาผ่านกระบวนการพิเศษอย่างมีคุณภาพ รวมทั้งยังสามารถให้บริการได้อย่างเพียงพอกับความต้องการ ส่วนระบบกรองน้ำที่ตันบริเวณโรงกรองน้ำมหาสวัสดิ์ ขณะนี้ดำเนินการแก้ไขจนให้บริการได้ตามปกติ ส่วนรอยรั่วที่เกิดขึ้นบริเวณริมคลองประปา คาดว่าจะดำเนินการซ่อมแซมแล้วเสร็จภายในวันนี้ ในส่วนของสารพิษ โลหะหนักและเชื้อแบคทีเรียที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะไม่ปลอดภัยนั้น กปน.ได้เติมสารพิเศษที่ฆ่าเชื้อโรคได้ทุกชนิด โดยเน้นบริเวณย่านเพชรเกษม ท่าพระและราษฎร์บูรณะที่น้ำยังมีกลิ่น
กทม.เตรียมฟื้นฟูหลังน้ำลด
ที่ ศาลาว่าการกทม. นายจุมพล สำเภาพล รองปลัดกทม. เป็นประธานประชุมการฟื้นฟูบูรณะของศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไข ปัญหาอุทกภัยของ กทม. ร่วมกับสำนักการระบายน้ำ (สนน.) สำนักการโยธา (สนย.) สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) และสำนักการคลัง โดยนายจุมพลกล่าวภายหลังประชุมว่า หลังจากน้ำลดต้องเร่งกู้กระสอบทราย โดยมอบหมายให้สำนักการระบายน้ำเก็บนำไปใช้ในการบล็อกจุดน้ำท่วมที่มีปริมาณ ลดลง เพราะภายหลังน้ำลดจะมีประชาชนบางส่วนนำกระสอบทรายไปปิดทางน้ำไหล จากนั้นสำนัก พัฒนาสังคมจะเข้าไปสำรวจความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบและ ซ่อมแซมสาธารณูปโภคที่ชำรุด
เล็งกำจัดขยะ 5 หมื่นตัน
นาย จุมพลกล่าวอีกว่า ส่วนถนนที่เสียหายจากน้ำท่วมน่าจะมีประมาณ 100 สาย ซึ่งอาจต้องใช้งบประมาณกว่าพันล้านบาท เบื้องต้นกทม.จะเร่งซ่อมแซมถนนสายหลักและตรวจสอบระบบระบายน้ำที่อาจเสียหาย เพื่อไว้ร้องรับฤดูฝนปีหน้า อีกทั้งหลังน้ำลดอาจจะมีปัญหาเรื่องขยะที่ถูกน้ำท่วมขังมีประมาณ 5 หมื่นตัน จึงต้องหาแนวทางกำจัดขยะดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องการจ่ายเงินชดเชยผู้ประสบภัยครอบครัวละ 5,000 บาท เพราะครม.ประกาศช่วยเหลือใน 30 จังหวัด ซึ่งไม่มีกทม.รวมอยู่ด้วย ดังนั้น จึงเตรียมทำหนังสือเสนอไปยังรัฐบาลถึงพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใน พื้นที่กทม.ให้พิจารณาต่อไป
หวั่นโรคระบาดลามกรุง
พ.ญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า ขณะนี้เป็นคือเรื่องสุขาภิบาล เพราะมีขยะตกค้างในพื้นที่น้ำท่วมจำนวนมาก โดยเฉพาะเขตบางพลัดที่เก็บขยะไปแล้ว 33 ตัน โดยกทม.แจกถุงดำให้กับประชาชนไว้เพื่อขับถ่ายและนำมาทิ้งที่ถังขยะปฏิกูลที่ จัดวางไว้ ประกอบกับมีประชาชนบางส่วนยังไม่อพยพหนีน้ำท่วมออกมา จึงเกรงว่าอาจมีความเสี่ยงติดโรคระบาดทางน้ำ อาทิ โรคตาแดง ท้องเดิน ไข้หวัด ไข้เลือดออกและโรคอหิวาตกโรค ที่อาจทำให้เสียชีวิตได้ โดยโรคอหิวาตกโรคจะติดต่อจากทางอาหารและน้ำดื่ม จึงขอให้ประชา ชนคิดให้มากๆ ในเรื่องการอพยพ เพราะหากติดโรคแล้วอาจจะแพร่เชื้อให้กับผู้อื่นได้
สธ.ชี้ร.พ.อย่ากักตุนยา
นาย วิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขเสนอของบประมาณส่วนกลาง เพื่อแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม 109 ล้านบาท จึงอยากให้กรมต่างๆ ดำเนินงานอย่างเต็มที่และรวดเร็ว โดยเฉพาะกรมอนามัย อยากให้แก้ปัญหาเรื่องน้ำเน่าและจัดการขยะ รวมถึงอนามัยสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ในศูนย์พักพิงและพื้นที่น้ำท่วมขังด้วย เพราะเกรงว่าจะเกิดโรคระบาด
น.พ.ไพ จิตร์ วราชิต ปลัดสธ. กล่าวว่า สำหรับการสำรองยาและเวชภัณฑ์ ในวันที่ 3 พ.ย. เตรียมหารือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ว่าจำเป็นต้องนำเข้ายาและเวชภัณฑ์เพิ่มหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปอยู่ต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก ซึ่งจำ เป็นต้องกระจายยาและเวชภัณฑ์ไปด้วย จึงอยากขอความร่วมมือให้ ร.พ.ทุกแห่งอย่ากักตุนยาให้มากนัก หากมีเพียงพอก็ขอความร่วมมือในการสนับสนุนก่อน เพื่ออำนวยความสะดวกและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่
ขยายจุดแพทย์ฉุกเฉิน
น.พ.ชาตรี เจริญชีวะกุล เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ขยายศูนย์สั่งการการแพทย์ฉุกเฉินในเขตฝั่งตะวันตก โดยได้รับความร่วมมือจาก ร.พ.ในเครือ ร.พ.บางปะกอก เพื่อตั้งศูนย์บัญชาการด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งจะมีรถพยาบาลประจำอยู่อยู่กว่า 20 คัน สำหรับการขยายจุดสั่งการการแพทย์ฉุกเฉินไปที่ ร.พ.บางปะกอก 9 เพื่อให้การบริหารจัดการในฝั่งธนบุรีมีความครอบคลุม เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมขยายวงกว้าง บางพื้นที่มีน้ำท่วมขังสูง และการสัญจรจากส่วนกลางค่อนข้างลำบาก อาทิ พื้นที่เขตบางไผ่ บางแค หนองแขม เป็นต้น
น.พ.ธวัชชัย กมลธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากการตรวจเยี่ยมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ของกระทรวงสาธารณสุขย่านดอนเมือง พบผู้ประสบภัยมีปัญหาบาดแผลขีดข่วนและอักเสบมากขึ้นร้อยละ 30 และพบผู้ป่วยจากการเหยียบของมีคมร้อยละ 20 ซึ่งส่วนใหญ่ประชาชนจะเดินเท้าเปล่าลุยน้ำ ซึ่งจะเสี่ยงต่อการเหยียบของมีคมใต้น้ำมาก เพราะน้ำมีสีเข้มดำไม่สามารถมองเห็นสิ่งแปลกปลอม จึงอยากเตือนให้ประชาชนสวมรองเท้าทุกครั้งที่เดินลุยน้ำ
เร่งแก้น้ำเน่า
นาย เนติภูมิ นวรัตน์ โฆษกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า รัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรม ชาติฯ และกระทรวงกลาโหมร่วมกันแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในพื้นที่ 15 จังหวัด รวมทั้งกทม.ด้วย โดยใช้สารจุลินทรีย์ ทางกระทรวงจึงแบ่งชุดทำงานสำรวจคุณภาพน้ำในพื้นที่ต่างๆ 44 ชุด และตรวจสอบคุณภาพน้ำ 149 จุด พบว่าร้อยละ 46 ที่น้ำท่วมขัง 45 วัน มีค่าดีโอต่ำกว่า 2 ม.ก. ซึ่งถือว่าเสื่อมโทรมมาก และพบว่าร้อยละ 25 มีค่าดีโออยู่ที่ 2-4 ม.ก. ซึ่งขณะนี้มีน้ำท่วมขังกว่า 2 ล้านไร่ แบ่งเป็นชุมชน 86,600 ไร่ และมีปริมาณน้ำเสีย 138 ล้านลิตร จึงถือว่าเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องเร่งแก้ไขปัญหาด้วยการใช้สารจุลินทรีย์ นอกจากนี้ ยังส่งเจ้าหน้าที่ลงไปสำรวจคุณภาพน้ำในนิคมอุตสาหกรรม 6 แห่ง ประกอบด้วย นิคมฯ ไฮเทค พบว่ามีสารอินทรีย์ระเหยง่ายสูงกว่ามาตรฐานเล็กน้อย ส่วนนิคมฯ บางปะอิน นิคมฯ สหรัตนนคร นิคมฯ โรจนะ นิคมฯ แฟคเตอรี่แลนด์ และนิคมฯ นวนคร คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ
เด็กกทม.เรียนตจว.หยุดได้
นาย ชาญวิทย์ ทับสุพรรณ ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ประชุมครม. มีมติเลื่อนภาคเรียนใน 13 จังหวัดถูกน้ำท่วมเป็นวันที่ 15 พ.ย. แต่เนื่องจากมีโรงเรียนบางแห่งขอเปิดเรียนก่อน เพราะไม่ถูกท่วมและนักเรียนก็อาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำไม่ท่วมเช่นกัน กระทรวงสาธารณสุขจึงมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แจ้งไปยังโรงเรียนดังกล่าวให้ทำหนังสือแจ้งไปยังหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อขอเปิดเรียน ส่วนกรณีที่ผู้ปกครองและบ้านของนักเรียนอยู่ในเขตกทม. ที่ประสบภัยน้ำท่วม แต่เด็กเรียนอยู่ในพื้นที่จ.สมุทรปราการหรือจังหวัดอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ใน 13 จังหวัด ขณะนี้แจ้งไปยังโรงเรียนดังกล่าวให้อนุญาตให้เด็กหยุดเรียนไปก่อน โดยไม่ถือเป็นวันลาและให้จัดเรียนซ่อมเสริมเป็นกรณีไป
ถนนเลี่ยงเข้ากรุง
พล.ต.ต. อุทัยวรรณ แก้วสอาด ผบก.จร. กล่าวถึงเส้นทางสัญจรอพยพจากต่างจังหวัดกลับมายังกทม.ว่า ขณะนี้เส้นทางจราจรทางฝั่งธนบุรี บริเวณถนนเพชรเกษม ด้านตะวันออก ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ ส่วนบริเวณถนนรวมอินทราช่วงก.ม.4-8 ยังสามารถใช้เส้นทาง เพื่อขึ้นทางด่วนมอเตอร์เวย์ไปยังจ.ชลบุรี ยังใช้การได้เช่นกัน ถึงแม้ถนนรามอินทราส่วนใหญ่จะถูกน้ำท่วมไปแล้วก็ตาม ขณะที่เส้นทางขึ้นไปยังสายเหนือบริเวณถนนพหลโยธินยังใช้การไม่ได้ ขอให้หลีกเลี่ยงเส้นทางมาใช้บริเวณถนนวงแหวนรอบนอกฝั่งพระราม 2 แทน และเส้นทางที่จะลงไปยังสายใต้ยังใช้การได้ปกติ
คนชราบ้านบางแคอพยพ
ที่ จ.ราชบุรี นายณรงค์ ครองชนม์ รองผวจ.ราชบุรี ตรวจดูความเรียบร้อยและเยี่ยมคนชราที่อพยพมาจากบ้านพักคนชราบางแค มาอยู่ที่ศูนย์โครงการสายใยรักแห่งครอบครัวในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ซึ่งเป็นศูนย์พักพิงพระราชทานและมีผู้ประสบภัยเข้าพักอาศัยแล้ว 195 คน
อ่างทองน้ำลดแล้ว
ที่ จ.อ่างทอง หลายพื้นที่ระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ในต.หัวไผ่ อ.เมือง ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำใน อ.มหาราชและ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยาที่ไหลย้อนเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ล่าสุดน้ำลดลงไปกว่า 80 ซ.ม. ทำให้ประชาชนต่างทยอยกลับเข้าไปอยู่ในบ้านตามปกติ บางส่วนเร่งตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้นหลังจากถูกน้ำท่วมมากว่า 1 เดือน
หลายจว.ยังแห่ช่วยเหลือ
สำหรับ การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในจังหวัดต่างๆ ที่จ.นนทบุรี ชาวบ้าน อ.บางบัวทอง ยังคงเดินทางออกมารับสิ่งของช่วยเหลือที่หน่วยงานของทางราชการและประชาชนนำ มาบริจาค รวมทั้งมีประชาชนบางรายกลับเข้ามา เพื่อดูบ้านและดูปริมาณน้ำที่ยังท่วมขังอยู่ เนื่องจากเป็นห่วงทรัพย์สินภายในบ้าน ขณะที่จ.ลพบุรี นายกวี ศิริโภคาภิรมย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี พร้อมด้วยบุคลากรในสังกัดศูนย์วิทยาศาสตร์ร่วมกันปั้นจุลินทรีย์หรืออีเอ็ม บอลบำบัดน้ำเสีย เพื่อส่งไปแจกจ่ายให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำท่วมขัง ที่จ.นครราชสีมา พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 ส่งมอบเรือ 3 ลำ พร้อมเครื่องยนต์ 10 เครื่อง เพื่อส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในภาคกลาง
ส่วน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชมรมเรือใบทับสะแกช่วยกันผลิตเรือพายขนาดเล็กและเรือท้องแบนที่ใช้สำหรับติด เครื่องยนต์ โดยใช้ไฟเบอร์ที่ใช้ต่อเรือยอชต์มาผลิต เพื่อส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในกทม.
ที่จ.นราธิวาส พ.อ.ไพศาล หนูสังข์ ผบ.กรมทหารพรานที่ 46 ร่วมกับ พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 จัดส่งน้ำดื่ม 400 โหล เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย
น้ำจ๋า.....เชื่อข้าที
ที่มา thaifreenews
โดย vinitaya
น้ำจ๋า.....เชื่อข้าที
น้ำจ๋า...ลงเรื่อยเรื่อยไม่รีบร้อน
ไม่เหมือนตอนเจ้าขึ้นขึ้นเร็วรี่
ที่ละคืบที่ศอกออกมากมี
เพียงหนึ่งวันขึ้นมาทีเป็นเมตรเชียว
น้ำจ๋า...เวลาลงทีละนิด
ใจฉันคิดน้ำลงช้านั่งหน้าเหี่ยว
มองดูน้ำดำเหม็นเห็นเป็นเกลียว
ใจก็เหี่ยวหน้าก็จ๋อยละห้อยเรา
น้ำจ๋า....ทำไมหนาลงช้าจัง
หรืออยากขังนานเนิ่นยังเพลินเจ้า
ไม่อยากจากถิ่นฐานจากบ้านเรา
หรือว่าเจ้าหลงรักฉันนั่นหรือไร
น้ำจ๋า...ขอร้องเถอะรีบลาจาก
บ้านฉันนั้นแสนลำบากมากแล้วให้
รีบลัดเลาะเร็วรี่สักทีไป
ฉันจะได้เลิกหนาวเหน็บ...เจ็บปวดใจ
น้ำจ๋า คน กทม. เขารอเจ้า
ไปเยือนเขาหน่อยน่าอย่าช้าได้
น้ำเขาน้อยรีบเติมเพิ่มเข้าไป
อย่าช้าใยน้ำจ๋า....เชื่อข้าที
วินิตยา
03/11/2554
"มัลลิกา ปชป." ทรามเหลือใจ ใส่ร้าย "ทักษิณตั้งใจให้เกิดหายนะ"
ที่มา thaifreenews
โดย bozo
เขียนโดย JJ_Sathon
น.ส.มัลลิกา ได้ทวิตข้อความ ดังนี้
“ทราบจากทวิต! ว่าท่านอดีตนายกฯมาหลังจากหายจากทวิตไปกว่า 4 เดือน
ในฐานะคนเคยได้คุยได้สัมภาษณ์ท่านมาพอควรมีคำถามมากมายค่ะ “
ส่งจดหมายน้อยให้ท่านทางทวตนะคะ!
มีคำถามหลายข้อ ล้วนสงสัยเองและถามแทนประชาชน! ท่านเมตตาอ่านหน่อยนะคะ”
“สวัสดีค่ะท่านทักษิณ! ทราบว่า น้ำท่วมครานี้ท่านให้คำปรึกษาคุณปูมาตลอด
จึงอยากถามว่าที่จัดการล้มเหลวอยู่ทุกวันนี้เป็นเพราะท่านหรือสมองของคุณปูคะ”
“ท่านส่งน้องสาวมา
แต่ท่านส่งนางพญาเจ้าแม่ กทม.พร้อมประชาชนบ้านเลขที่ 111 มาประกบแย่งซีน
ข้อมูลเยอะจนทำให้น้องสาวท่านเลอะเทอะท่านเห็นใจเธอหรือไม่”
“วันเข้าเฝ้าฯ! น้องสาวท่านรับใส่เกล้ามาว่าทรงแนะนำให้ผันน้ำลงฝั่งตะวันออก
แต่ทำไมน้ำฝ่าลงกลางกรุง มิหนำซ้ำตะวันออกยังติดม็อบ! เจตนาใด?”
“จริงหรือไม่? ที่ว่าท่านตั้งใจให้เกิดหายนะครั้งนี้เพื่อกู้เงินฟื้นฟู 9 แสนล้าน
การฟื้นฟูจะเน้นก่อสร้างเมกะมหาโปรเจกต์เร่งรัด”
“ท่านทราบไหมว่าน้องสาวท่านเข้ามาน้ำในเขื่อนเยอะ มีพายุอีก 4 ลูก
แต่ท่านใจจดจ่ออยู่กับการอภัยโทษ เธอหมกมุ่นเรื่องท่านลืมคิดเรื่องน้ำ!”
“ท่านทราบไหมตอนนี้เครือข่ายผู้สนับสนุนไล่ปล่อยข่าวอ้างชื่อเขื่อนปล่อยน้ำ
ท่านจะแอบให้คำแนะนำ ผบ.ตร.พี่ภรรยาของท่านจับพวกมันได้ไหม”
“ท่านคะ! โครงการเมกะโปรเจกต์ปี 48
ใช่อันเดียวกันกับที่ท่านพานักธุรกิจตะวันออกกลางไปดูที่นา
ที่ จ.สุพรรณบุรี คือ วาลิดอาเหม็ดจัฟฟาลีไหม?”
“ท่านคะประชาชนทั้งหลายสงสัยว่า
ท่านเป็นคนสั่งนายกฯไม่ให้ผันน้ำผ่านทางสุพรรณบุรี
เพราะเรื่องนาข้าวของพวกแขก หรือเพราะคุณบรรหารเขาขอคะ”
“พรรคของท่านท่าทางจะควบคุมยาก
เพราะแบ่งตั้ง 5-6 ก๊ก น้องชายกับน้องสาวทั้ง 2 บวกภรรยาของท่าน
ท่าจะไม่ไหวเกินความสามารถของพวกเขาจริงๆ ค่ะ”
“สุดท้ายด้วยความเคารพ..หยุดเถอะค่ะ
ท่านกลับมารับโทษตามกฎหมายไม่งั้นพวกล้มก็หลอกใช้
พวกหากินก็ตบทรัพย์หรือว่าท่านหลอกใช้พวกเขาคะ?”
http://www.go6tv.com/2011/11/blog-post_03.html
คุณหมอ "ประเสริฐ ทองเจริญ" แนะ"อันตรายจากน้ำท่วมน้ำขัง" อ่านแล้วอยู่รอดปลอดภัย
ที่มา มติชน หน้าฝนปีนี้ น้ำดีเกินไป มีพายุหลายลูก ลูกสุดท้าย กระหน่ำเช้ามา น้ำท่วมท้ำขังหลายจังหวัด ในภาคกลางลุ่มเจ้าพระยา ล่มไปเยอะ ในกรุงเทพเองเจอน้ำทะเลหนุนในปลายเดือนตุลาคม ทำเอาเสียวกันหลายพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ในแง่ทางการแพทย์ ผมคงจะต้องนำเราเรื่องราวที่น้ำท่วมจะไปทำให้คนไทยเรามีโรคภัยไข้เจ็บกัน มีอันตรายกัน ลองตามผมมาซีครับ จะได้ช่วยตัวเองได้บ้าง อันตรายจากน้ำท่วมขังนั้นจะมีดังต่อไปนี้ 1. อุบัติเหตุ เช่น ลื่นหกล้ม รถชนกันเพราะห้ามล้อเปียกน้ำ หนักเบาก็แต่แต่กรณี ไฟฟ้าดูด 2. โรคที่มีกับน้ำที่ท่วมขัง ซึ่งก็คงได้ชะล้างเอาความสกปรกและมลพิษต่างๆ คนที่ต้องเดินลุยน้ำจากบ้านผ่านซอยออกมาขึ้นรถประจำทางที่ปากซอยนั้น อาจจะแพ้สารเคมี สิ่งสกปรกทั้งหลาย อาจจะโดนน้ำกัด เชื้อรากินที่เท้า ที่เรียกว่า ฮ่องกงฟุต โรคติดเชื้อที่มากับความชื้นแฉะ เช่น โรคเยี่ยวหนู หรือเล็บโตสไปโรสิส ที่กำลังเป็นปัญหาของประเทศ 3. โรคติดเชื้อทางเดินอาหาร ซึ่งน้ำท่วมน้ำขังจะก่อให้มีการปนเปื้อนน้ำบริโภคและอาหารทำให้เกิดโรคติด เชื้อทางเดินอาหาร เช่น อุจจาระร่วง โรคบิด โรคจากไวรัสิตับอักเสบเอ เป็นต้น 4. อันตรายจากสัตว์และแมลงมีพิษ 5. ปัญหาทางจิต ความเครียต การรักษาน้ำกัดเท้า ขณะนี้น้ำท่วม กำลังท่วมกำลังขังปีนี้ ท่วมแล้วมักจะเรื้อรังอยู่ 1-3 เดือน บ้านเรือนประชาชนเสียหายเหลือคณานับ ตายไปอีกบางปีก็นับสิบบางปีก็นับร้อย ที่ประสบกันมากโรคหนึ่งคือน้ำกัดเท้า อันที่จริง น้ำก็ไม่ได้กัดอะไรหรอก เพราะไม่มีปากไม่มีฟัน แต่เนื่องจากเท้าเปื่อยแฉะอยู่นานๆ ผิวหนังชั้นนอกๆจะเปื่อยยุ่ย ชุ่มน้ำ เชื้อราที่อยู่ตามผิวหนัง อยู่ตามน้ำ ตามสิ่งแวดล้อมก็จะถือโอกาสขณะที่ผิวหนังกำลังอ่อนแอ บุกรุกเข้าไปทำให้เป็นตุ่มคันๆ เจ็บๆ หลังจากนั้นตุ่มจะแตกเป็นแผลบริเวณกว้างออกไป มีอาการอักเสบติดเชื้อหนอง มีแผล น้ำเหลืองเยิ้ม บางคนเป็นมากเสียเดินไม่ได้ เพราะความเจ็บปวด โรคนี้ถ้าไม่รักษา มีแต่จะลาม ไม่หายได้เอง โรคนี้แต่เดิมจะเรียกกันว่า “ฮ่องกงฟุต” หรือ “แอ๊ทลีทฟุต” ซึ่งหมายความว่าที่ฮ่องกงสมัยก่อนสกปรก น้ำขังเฉอะแฉะ หรือ พวกนักกีฬา (แอ๊ทลีทแปลว่านักกรีฑา) วิ่งไปมา เท้าจะมีเหงื่อชุ่มเปียก ก็ทำให้ติดเชื้อราได้ บางทีอาจจะเปลี่ยนชื่อโรคเป็น “บางกอกฟุต” ไปแล้วก็ได้เพราะที่ฮ่องกงขณะนี้น้ำไม่ท่วมเหมือนบางกอก การป้องกันมิให้น้ำกัดเท้าหรือติดเชื้อรานี้ที่สำคัญก็คือจะต้องป้องกัน มิให้เท้า ถุงเท้า รองเท้าชื้นแฉะเป็นสิ่งสำคัญ การที่จะไปลุยน้ำไปที่แฉะๆ ควรจะหารองเท้ายาง รองเท้าบู๊ตกันมิให้เท้าเปียก บางทีก็อาจปฏิบัติได้ บางทีก็อาจปฏิบัติไม่ได้ คนที่มีอาชีพต้องลุยอยู่ตามท้องถนน เช่น ตำรวจจราจรคงปฏิบัติลำบาก อาการ นอกจากคันที่ผิวหนังบริเวณง่ามนิ้วเท้า นอกจากมีตุ่มใสๆ ผิวหนังมักจะยุ่ยๆ ขาวๆ ลอกออกมีแผลแดงๆ ขึ้น แฉะมีกลิ่นเหม็นอับ บางทีก็ลามลงไปที่ฝ่าเท้า บางทีก็มีน้ำเหลืองเยิ้ม ทั้งเจ็บทั้งคัน บางทีต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบจะบวมอักเสบทำให้มีไข้ หรือที่เรียกว่า “ไข่ดันบวม” การรักษานั้นจะมีการรักษาเฉพาะที่และการรักษาทั่วไป การรักษาทั่วไปนั้น คือการกินยาแก้ปวดแก้ไข้ ถ้าปวดมีไข้ เช่น ยาพาราเซตามอล ถ้าเป็นผู้ใหญ่ก็กินเม็ดละ 500 มิลลิกรัม กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 4-5 ครั้ง ให้ห่างกันประมาณ 4 ชั่วโมง ถ้ามีอาการอักเสบ มีหนอง มีไข่ดันบวมคงจะต้องให้หมอสั่งยาปฏิชีวนะ อาจจะฉีดหรือกินแล้วแต่กรณี ปฏิชีวนะนี้ไม่ควรซื้อรับประทานเอง เพราะถ้ารับประทานไม่ถูกต้อง เชื้อจะดื้อยา โรคจะเรื้อรัง อาจจะแพ้ยา อาจจะโดนฤทธิ์ข้างเคียงของยาก็ได้ สำหรับการบริบาลเฉพาะที่นั้น ควรหาชาม กะละมังมาสักใบใส่น้ำอุ่นผสมด่างทับทิมสัก 4 - 5 เกล็ดเอาเท้าแช่น้ำด่างทับทิมนี้ไว้สัก 5-10 นาที เสร็จแล้วเช็ดเท้าให้แห้งด้วยผ้าสะอาดแช่เช้า-เย็น แล้วใช้ยาทา ยาที่ใช้ทานั้นใช้ยาประเภทฆ่าเชื้อรา ดังนี้ครับ 1. ขี้ผึ้งรักษากลากเกลื้อนขององค์การเภสัชกรรม ชื่อภาษาทางเภสัช เรียกว่า ขี้ผึ้งวิทฟีลด์ ใช้ทาตรงผื่นวันละ 2-3 ครั้ง ทาอย่างน้อยประมาณสองสัปดาห์ ยาฆ่าเชื้อราอีกขนานหนึ่งก็คือ ซีม่าโลชั่น ยาขนานนี้ก็ใช้ได้ แต่อาจจะแสบไปหน่อย 2. ยาทาที่ผลิตจากต่างประเทศหรือบางขนานก็ผลิตในประเทศไทยเรานี่แหละ อาจจะมีทั้งชนิดน้ำ ชนิดครีม หรือขี้ผึ้ง ชนิดน้ำจะไม่ใคร่จะติดผิหนังอยู่นาน สู้ใช้ชนิดครีมไม่ได้ ส่วนขี้ผึ้งมักจะมีความรู้สึกเหนอะหนะ ยาพวกนี้มีขายอยู่ทั่วไป เช่น แด๊คตาริน อีซอน-ที คาเนสเต้น จาดิท โทแน๊ฟ ทีเนียแฟ๊กซ์ มัยโคต้า ดีซีเน็กซ์ ยาพวกนี้ราคาค่อนข้างแพงหน่อย แต่คุณภาพก็จะดีกว่าขี้ผึ้งวิทฟิลด์ ยาพวกนี้ควรใช้อย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ติดต่อกันจึงจะหายขาด 3. ยาฆ่าเชื้อราชนิดกิน ในกรณีที่โรคเรื้อรังเป็นยาวนานเป็นเดือนๆ แล้ว การให้กินยาฆ่าเชื้อราซึ่งมีทั้งปฏิชีวนะและสารเคมีอาจจะมีความจำเป็น แพทย์จะพิจารณาเป็นรายๆ ไป และไม่ควรซื้อยากินเอง อันตรายจากสัตว์และแมลงมีพิษ พิษของตะขาบไม่ใคร่จะรุนแรง นอกจากจะมีอาการปวด บวมแดง และอาจจะมีอาการอักเสบตามมาภายหลัง มีบางรายอาจเป็นรอยแผลเน่า มีหนองบริเวณที่โคนเขี้ยวตะขาบกัด อาการอื่นๆ นอกเหนือจากปวดบวมแดง อาจจะมีไข้ ปวดหัว คลื่นไส้ ใจสั่น แต่จะไม่ถึงตาย เคยมีเหมือนกันที่คนโดนตะขาบกัดที่เท้าแล้วเท้าบวมตั้ง 2-3 อาทิตย์ แต่ในที่สุดก็หายเสียเรียบร้อย การรักษา เมื่อถูกแมงป่องต่อย อาจจะใช้แอมโมเนียชนิดที่เราใช้ดมเช็ดตรงบริเวณแผลหรือใช้เอ็ทธิล คลอไรด์ สเปรย์พ่นตามแผล จะทำให้ทุเลาอาการปวด ให้ยาระงับความเจ็บปวด เช่น พาราเซตามอล รับประทาน 1-2 เม็ด ซ้ำได้อีก 2-4 ชั่วโมงให้หลัง ในกรณี ที่เจอพันธุ์ที่พิษมาก อาจจะต้องใช้สายยางรัดเหนือแผลไว้ แล้วคลายเป็นระยะๆ ในทำนองเดียวกันกับเวลาถูกงูกัด ตะขาบและแมงป่องมันไม่น่ากลัวเท่าไหร่ ทีนี้ลองมาดูไอ้ที่มันร้ายๆ บ้าง . งูเห่า มีอยู่ชุกชุมในภาคกลาง สมุทรปราการ ลาดกระบัง อยุธยา อ่างทอง ชลบุรี เพชรบูรณ์ เป็นต้นเป็นที่หนองงูเห่า ซึ่งกลายเป็นสนามบินนานาชาตินั่นเอง ก่อนจะได้รับพระราชทานนามเป็นทางการว่า “สุวรรณภูมิ”แต่ก่อนก็รู้จักกันในนามของสนามบินหนองงูเห่า 3. งูสามเหลี่ยม พบในภาคกลางแต่ไม่ค่อยชุกชุมนัก พบไม่ค่อยบ่อย 4. งูทะเล มีอยู่ทั่วไปในอ่าวไทย ป่าชายเลน 5. งูกะปะ พบมากในจังหวัดภาคใต้และฝั่งทะเลตะวันออกของไทย เช่น ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฏร์ธานี นราธิวาส ระนอง นครศรีธรรมราช พังงา ตรัง สตูล สงขลา ชลบุรี จันทบุรี ตราด เป็นต้น 6. งูแมวเซา มักอยู่ในภาคกลาง เช่น อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี สระบุรี นครสวรรค์ 7. งูเขียวหางไหม้ มีอยู่ชุกชุมอยู่ทั่วไปในภาคกลาง พิษของงูนั้นจะมีพิษต่อระบบประสาททำให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาตและหยุด หายใจ พิษต่อโลหิต ทำให้เลือดออกได้ตามที่ต่างๆ ตามผิวหนัง เหงือก ไอหรืออาเจียน หรือปัสสาวะเป็นโลหิตได้และพิษต่อกล้ามเนื้อ ทำให้มีอาการปวด เนื้อเน่าตาย งูทะเลจะมีพิษสูงที่สุด เพียงหนึ่งหยดจะฆ่าคนได้ 5 คน รองลงไปคือ พิษงูเห่า 3 หยดจะฆ่าคนตายได้หนึ่งคน ถัดไปได้แก่งูแมวเซา 15 หยดจะทำให้คนตาย ส่วนงูเขียวทางไหม้พิษอ่อนที่สุด วิธีปฐมพยาบาลเมื่อถูกงูพิษกัด 1. ให้รัดบริเวณเหนือแผลที่ถูกงูกัด ใช้ผ้าหรือสายยาง หรือเชือกประมาณ 2 เปลาะห่างกันประมาณ 1 คืบ คลายผ้าทุกๆ 15 นาทีทิ้งไว้ประมาณ 1 คืบ คลายผ้าทุกๆ 15 นาที ทิ้งไว้ครึ่งถึง 1 นาที แล้วรัดใหม่ ชาวบ้านมักใช้มีดกรีดให้เลือดออกซึ่งเป็นวิธีที่ผิด จะทำให้ติดเชื้อเนื้อเน่าได้ บางคนใช้ปากดูดเลือดออกจะได้พิษเข้าไป และพิษนั้นจะถูกดูดซึมเข้าทางปากได้ โดยพิษชนิดแรงๆ ก็มีโอกาสตายได้เหมือนกัน อย่าให้คนไข้ดื่มเหล้า จะทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นพิษจะซึมซ่าได้ดีมากขึ้น พยายามปลุกอย่าให้หลับ 2. ให้นำส่งโรงพยาบาล ศูนย์การแพทย์หรือสถานีอนามัยที่ใกล้ชิดที่สุดเพื่อทำการฉีดเซรุ่มต้านพิษงู และก่อนคนไข้จะมีอาการหนัก พยายามซักถามกันให้ดีว่างูอะไรกัด หลังน้ำท่วมยังมีมัจจุราชตามมาซ้ำเติมคร่าชีวิตพี่น้องประชาชนเราอีก มัจจุราชที่ว่านั้นก็คือโรคฉี่หนูไงหละครับ เชื้อเล็ปโตสไปร่านี้จะออกมากับเยี่ยวหนู มีรูปร่างเป็นเกลียวควงสว่านแหวกว่ายไปมาอยู่ในที่มีน้ำหรือที่ชื้นเฉอะแฉะ เชื้อมีชีวิตคงทนอยู่ได้นานในสิ่งแวดล้อม เมื่อออกจากตัวหนูทางเยี่ยว จึงสามารถเคลื่อนไหวไปมาในที่เปียกชื้นเฉอะแฉะได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว โรคที่มันก่อขึ้นจึงเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า โรคเล็ปโตสไปโรสิส และมีผู้บัญญัติขึ้นเป็นภาษาไทยๆ เราว่าโรคฉี่หนูก็เรียก โรคไข้เยี่ยวหนูก็เรียก ในข่าวโทรทัศน์ผมได้ยินคำว่าปัสสาวะหนูหลายครั้ง ท่านอาจารย์หมออวย เกตุสิงห์ราชบัณฑิต ท่านสอนนักเรียนแพทย์พวกผมเอาไว้ว่า คำว่าปัสสาวะเราจะมาใช้กับมนุษย์เท่านั้นไม่ใช้กับสัตว์ สำหรับสัตว์เราใช้คำว่าเยี่ยว ว่าฉี่ และทำนองเดียวกันเราจะไม่ใช้คำว่าอุจจาระกับสัตว์ สำหรับสัตว์เราจะใช้คำว่ามูลหรือขี้ เช่น มูลหนู หรือขี้หนู เราไม่เคยได้ยินคำว่า “ขนมอุจจาระหนู” เราจะไม่เรียกว่าอุจจาระหนูเป็นอันขาด ตอนที่ท่านสอน นักเรียนแพทย์บางคนคงแอบงีบเพลิน จึงไม่ทราบกัน สำหรับหนูนั้นในบ้านเรานับว่าชุกชุม ถ้าอยู่ในเมืองในหมู่บ้านเราก็จะเจอพวกหนูท่อ หนูผีอาจจะอยู่ตามโกดังเก็บของก็พบมาก หนูพวกนี้จะคอยคุ้ยอาหารเศษอาหารที่เหลือกิน หนูอีกพวกคือหนูนา อยู่ตามท้องนา หนูพวกนี้มีหน้าที่ที่สำคัญคือทำลายผลผลิตผลการเกษตรกัดกินต้นข้าว กินข้าวเป็นต้น เมื่อหนูมีชุกชุมก็มีโรคต่างๆ ติดต่อกันอยู่ในบรรดาหนูด้วยกัน ซึ่งมีอยู่หลายโรค เช่น กาฬโรค ไข้เลือดออกฮันตานในเกาหลี ไข้เลือดออก ในอเมริกาใต้ ไข้ลาสล้าในอาฟริกา ไข้ปอดอักเสบในอเมริกา ไข้รากสาดใหญ่ในอเมริกาใต้, อเมริกากลาง ไข้หนูกัด ไข้วัณโรคเทียม ไข้กลับเป็นซ้ำ โรคลิสเตอริโอสิส ไข้สมองอักเสบ โรคพิษสุนัขบ้า ตืดหนู ท็อกโซปล๊าสโมสิส และไข้เยี่ยวหนูด้วย เห็นไหมละครับว่าการที่หนูชุกชุมนับเป็นแหล่งแพร่โรคที่สำคัญมาสู่คน หนูมาอาศัยอยู่ในบริเวณบ้านเราใกล้ชิดกับคน จึงแพร่เชื้อมาสู่คนได้ ผลการวิจัยในประเทศไทยพบว่า เชื้อโรคที่ก่อโรคฉี่หนูพบในสุนัข โค กระบือ ด้วย ยิ่งก่อให้เกิดปัญหาซับซ้อนในการป้องกันและการควบคุมโรคมากยิ่งขึ้น เชื้อเล็ปโตสไปร่านี้เป็นเชื้อที่ทนทานอยู่ตามที่เฉอะแฉะได้หลายวันอาจ ถึงอาทิตย์เมื่อไชเข้าไปในร่างกายคนแล้วก็จะไปเพิ่มจำนวนให้มากขึ้นจะกิน เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ก็จะทำให้เกิดโรค ระยะนี้เราเรียกว่าระยะฟักตัวของโรค หลังจากนั้นก็มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะมาก ปวดตามเนื้อตามตัว ปวดกล้ามเนื้อ อาเจียน เบื่ออาหาร ตาแดงก่ำ เป็นอยู่ 4-5 วัน ไข้ทำท่าจะลดลงเล็กน้อยแต่แล้วไข้ก็จะกลับสูงขึ้นไปอีกคราวนี้จะมีอาการตัว เหลือง ตาเหลืองที่เรียกกันว่าดีซ่าน คลื่นไส้ อาเจียน เจ็บบริเวณใต้ชายโครงด้านขวาเพราะตับโตและอักเสบ กดจะเจ็บมาก สำหรับปัสสาวะของผู้ป่วยจะมีสีเข้ม สีเหลืองอมเขียว เป็นฟอง อาจมีจุดเลือดออกใต้ผิวหนังประมาณร้อยละ 30-50 ของผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาจะถึงแก่ความตาย สำหรับการรักษานั้น เชื้อชนิดนี้ไวต่อปฏิชีวนะหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพนิซิลลิน หมอจะใช้เพนิซิลลินฉีดให้ผู้ป่วย ให้การรักษาแบบประคับประคองคือให้น้ำเกลือเช็ดตัวให้อาหารกลูโคสทางเส้น เลือดรักษาตามอาการได้แก่ ให้ยาลดไข้ ยาแก้ปวด ให้วิตามิน ให้ยาบำรุงตับ เป็นต้น ถ้าได้รับการรักษาที่ถูกต้องไข้จะลดภายในสองวัน และจะฟื้นไข้ภายในเจ็ดวัน สำหรับการป้องกันโรคนั้น การหลีกเลี่ยงไม่ไปย่ำน้ำเฉอะแฉะ น้ำโสโครก น้ำครำนั้น บางคนเลี่ยงไม่ได้ ถ้าเลี่ยงได้ก็จะไม่ติดเชื้อพวกนี้ ถ้าจำเป็นก็ขอให้หารองเท้ายาง รองเท้าท็อปบู๊ทใส่แล้วจึงลงไปลุยน้ำ การกำจัดหนู การเก็บเศษอาหารมิให้หนูลงไปคุ้ยกินได้ เก็บให้มิดชิดก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยป้องกันโรค โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน จึงต้องป้องกันตัวเองตามวิธีสุขาภิบาลบ้านเรือนที่ดี ข้าวของเก็บให้เป็นระเบียบ อย่าให้มีซอกมีมุมอับที่หนูจะเข้าไปหลบไปซ่อนได้ วิธีปราบหนูนั้นก็ทำได้หลายวิธี เช่น ดักหนูโดยใช้กับดัก ใช้กรงดัก ใช้แผ่นที่มีกาวเหนียวสีดำๆ ดักที่มีชื่อว่า “โนแร็ท” การดักหนูจะทำได้ไม่นาน หนูจะรู้แกว ไม่หลงไปติดกับดัก บางทีก็เห็นซึ่งๆ หน้าก็ใช้วิธีตีเอา การเลี้ยงแมวไว้ไล่หนูนั้นสมัยนี้แมวไม่ใคร่จะไล่หนู หมากลับไล่หนูดีกว่าแมวเสียอีก อีกวิธีหนึ่งคือยาเบื่อมีอยู่หลายขนาน เอาไปคลุกอาหารแล้วเบื่อหนู วิธีนี้มีข้อเสียตรงที่หนูจะไปตามซอกตามมุม อยู่บนเพดานบ้าน ส่งกลิ่นเหม็นกว่า จะหาซากหนูพบก็ทำให้เจ้าของบ้านเหม็นไปหลายวันทีเดียว การป้องกันทำได้เองโดยไม่ต้องใส่รองเท้าบู๊ททรง สูง ก่อนจะไปลุยน้ำ พอขึ้นจากน้ำต้องรีบอาบน้ำฟอกสบู่หลายครั้งเพื่อมิให้มีเชื้อไชเข้าผิวหนัง ซึ่งเป็นการป้องกันที่ยุ่งยากอยู่พอสมควรสำหรับชาวบ้าน ศาสตราจารย์ เกียรติคุณ นายแพทย์ประเสริฐ ทองเจริญ





ศ. เกียรติคุณ นายแพทย์ประเสริฐ ทองเจริญ 

ตะขาบ
การรักษา ควรให้ยาระงับปวด และทำความสะอาด ที่ตรงแผลก็พอ ถ้าบวมแดงมากใช้พวกครีมแอนติฮิสตามีนทา หรือครีมฮีรูดอยด์ทาก็จะยุบ
แมง ป่องนั้น ชอบออกหากินกลางคืน ตอนกลางวันจะค่อยๆ แอบๆ ซุกๆ อยู่ตามมุมมืดๆ กองไม้กองกระดาน พอฝนตกชุกก็จะหาโอกาสเข้าไปอยู่ในบ้านคน วิธีจับเหยื่อของมันอันได้แก่แมลงมุมและแมลงชนิดอื่นๆ มันจะใช้ก้ามทั้งสองจับเยื่อ แล้วใช้ปลายหางซึ่งมีเหล็กในต่อยเอาและปล่อยพิษเข้าไปทำให้เหยื่อเป็นอัมพาต
สำหรับ คนนั้น อาการที่เกิดจากพิษของแมงป่องมีน้อยส่วนมากจะเป็นอาการเจ็บปวดและบวมแดง พิษต่อระบบประสาทมีน้อย แต่อาการต่างๆ เหล่านี้อาจแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับพันธุ์ของแมลงป่อง และความใจเสาะของผู้ที่ถูกต่อย อายุของแมงและอายุของผู้ที่ถูกต่อยด้วย
2. งู จงอาง พบที่ลพบุรี ระยอง กาญจนบุรี ตรัง พัทลุง นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช เป็นต้น ตอนนี้ก็มีน้อยลงแล้ว เพราะป่าค่อยๆ หายไป
เช่น ชาวนา มักถูกงูเห่ากัด
ชาวประมงมักถูกงูทะเลกัดซึ่งยังไม่มีเซรุ่มแก้พิษ
ชาวอ่างทอง สิงห์บุรี ลพบุรี นครสวรรค์ ขัยนาท มักโดนงูแมวเซากัด
ชาวใต้มักโดยงูกะปะ
ถ้างูเขียวอยู่ตามกิ่งไม้กัด มักเป็นงูเขียวหางไหม้
ถ้างูดำๆ แผ่แม่เบี้ยมีดอกจันที่หัว มักเป็นงูเห่ากัด
โรค ฉี่หนูหรือไข้เยี่ยวหนูหรือชื่อทางการแพทย์เรียกว่า โรคเล็ปโตสไปโรสิส (Leptospsis) หรือบางลักษณะของโรคเรียกว่า โรค วายล์’ส (Weil’s disease) หรือภาษาไทยเราเรียกกันว่าโรคไข้ฉี่หนูนั้น เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า Leptospira interrogans เนื่องด้วยหมอวายล์เป็นคนอธิบายโรคนี้เอาไว้อย่างละเอียดก่อนเพื่อนก็เลยได้ รับสมญาว่า Weil’s disease ปัจจุบันนิยมเรียกชื่อว่า Leptospsis มากกว่าชื่อ Weil’s disease ญาติคนไข้ได้ยินหมอบอกสั้นๆ ว่าเป็นโรคเล็ปโต พอลับตาหมอก็รีบไปดู เล็บมือ เล็บเท้าผู้ป่วยที่เป็นลูกป็นหลานว่า เล็บใหนที่ว่าโต มันคงไปทำบาปอะไรมา ถึงได้ มือโตเล็บโต
ราชบัณฑิต
ข้อเสนอตั้งกก.อิสระสืบหา-สรุปข้อเท็จจริงเหตุน้ำท่วม และปฏิกิริยาต่อบทความ "ดร.ชินวัชร์ สุรัสวดี"
ที่มา มติชน

โดย สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
หมายเหตุ ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ในประเด็นที่เป็นการแสดงความเห็นต่อเนื่องจากบทความ "เทียบข้อมูลฝนจากดาวเทียม หาสาเหตุวิกฤตน้ำท่วม 2554" โดย ผศ.ดร.ชินวัชร์ สุรัสวดี ซึ่งตีพิมพ์และเผยแพร่ลงในหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน-เว็บไซต์มติชนออนไลน์ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา รวมทั้งเสนอให้มีการแต่งตั้ง "คณะกรรมการอิสระเพื่อสืบหาและสรุปข้อเท็จจริง สาเหตุน้ำท่วมใหญ่ 2554, วิเคราะห์บทเรียนและประเมินการจัดการวิกฤติน้ำท่วม และทำข้อเสนอแนะ ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต" มติชนออนไลน์ขออนุญาตนำความคิดเห็นของ ดร.สมศักดิ์ มาเรียบเรียงนำเสนอในเว็บไซต์ ดังนี้
บทความ ดร.ชินวัชร์ อันนี้ ผมว่าน่าสนใจมาก ต่อเนื่องจากที่ผมโพสต์กระทู้เมื่อเย็น
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1320149031&grpid&catid=02&subcatid=0207
ประเด็นที่ยืนยันตรงกับที่ผมเขียนไปคือ การเก็บกักน้ำ และการปล่อยน้ำมีความผิดพลาดจริงๆ คือเก็บไว้นานไป ปล่อยช้าไป
ทีนี้ การเก็บนานไป และปล่อยช้าไปนี่ เป็นการจงใจ วางแผน "ยาว" (เพื่อไว้เล่นงาน รบ.เพื่อไทย ที่จะขึ้นมาไหม) ผมว่า ถ้าดูระยะเวลาละเอียด ที่ ดร.ชินวัชร์ ไล่เรียงมา ผมว่าไม่น่าจะใช่ คือช่วงมันอยู่ในปลาย รบ.หนึ่ง กำลังหาเสียงกัน และต่ออีก รบ.หนึ่งพอดี (ก.ค.-ส.ค.) ผมไม่คิดว่า เขา "วางแผน" อะไรกันแยบยล ใหญ่โต ได้ตั้งแต่ตอนนั้น
แต่ยังมีอีกประเด็นหนึ่ง ที่เพื่อนหลายคน ยกขึ้นมาในกระทู้นั้น ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องการว่า การมาปล่อยคราวนี้ (ตั้งแต่ กันยา-ตุลา) เป็นการเมืองหรือไม่ (มี รบ.ใหม่ แน่ๆแล้ว)
บทความ ดร.ชินวัชร์ ไม่ได้ตอบคำถามนี้โดยตรง แต่เท่าที่ผมอ่าน ดูเหมือนจะคล้ายกับที่ผมเข้าใจอยู่คือ เมื่อมาถึงจุดเดือนกันยายนแล้ว (หรือปลายสิงหา) ไม่สามารถกักน้ำไว้ได้แล้ว คือตั้งแต่นั้นมา เรื่อยมาถึงต้นตุลา มีฝนกระหน่ำมากเป็นพิเศษ ถ้าไม่ระบายน้ำที่มีอยู่ น้ำที่มากับฝนที่มาใหม่ จะทำให้เขื่อนรับไม่ได้ มีเพื่อนบางคนแย้งว่า โครงสร้างออกแบบเขื่อนน่าจะเผื่อให้รับได้ ผมไม่แน่ใจนะอันนี้ แต่ค่อนข้างรู้สึกว่า ไม่น่าจะได้ คือ ถึงกันยายน ตุลาคม ที่ฝนกระหน่ำ เขื่อนมันอยู่ที่เกือบ 100 เปอร์เซนต์แล้ว รับฝนใหม่ โดยไม่ปล่อยคงไม่ได้ แต่อันนี้ ท่านใดมีข้อมูลชัดๆ ก็ช่วยแชร์กัน ก็จะขอบคุณ
บทความ ดร.ชินวัชร์ ผมว่า ยืนยันที่ผมเสนอ ว่า ปัญหามันเริ่มจาก "องค์กรระดับกลาง" คือ กฟผ. และ กรมชลฯ เป็นสำคัญ ไมใช่เริ่มที่ระดับสูงสุดคือ รบ.
ทีนี้ พอดีว่า ปัญหาที่เริ่มจากองค์กรระดับกลางนี้ มันเกิดในช่วงที่ "ไม่มี รบ." ที่แน่นอนด้วย (คือ เก่า กำลังจะออก กำลังหาเสียงอุตลุตกัน ใหม่ ก็ยังไม่เข้ามา)
คือ ต่อให้สมมุติว่า มีรัฐบาลที่แน่นอน ไม่ใช่กำลังหาเสียง กำลังหมดอายุ ก็ไม่แน่ว่า ปัญหาแบบนี้ จะมีการ "เตือน" ขึ้นมาถึงระดับ รบ. และ รบ.จะรับรู้ได้ เพราะเท่าที่ดู "ระบบ" มัน ห่วย ในแง่ ที่ไม่มีการ modelling กันให้ชัดเจน ดังนั้น ต่อให้มี รบ.แน่นอน ก็ไม่แน่ว่า จะเลี่ยงปัญหาได้
แต่การไม่มี รบ.แน่นอน ในช่วงสำคัญนั้นพอดี (ก.ค.-ส.ค.) ทำให้ปัญหาใหญ่ขึ้น คือ ระดับองค์กรระดับกลาง มันตัดสินใจไปเองแน่ในภาวะนั้น
ผมอยากย้ำว่า ต้องไม่ลืมว่า แม้แต่ ดร.สมิทธ (ธรรมสโรช) ที่ตอนนี้ ออกมาพูดวิพากษ์เรื่องนี้เหมือนกัน ต้นปี ยัง "ฟันธง" เลยว่า ฝนแล้งแน่ๆ อะไรแบบนั้น ผมว่า องค์กรระดับกลางพวกนั้น ก็คิดแบบนี้ จนสายเกินแก้
ครับ พวกองค์กร พวกนี้ มันไม่ได้ขึ้นกับรัฐบาลโดยตรง เป็นรัฐวิสาหกิจ หรือ กรม ที่ข้าราชการประจำดูแล แต่แน่อน ปัญหา "ระดับนโยบาย" มันก็มีอยู่ อย่างที่มีบางคนเสนอว่า ถ้ามี กระทรวงน้ำโดยตรง (ซึ่งต้องมีตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว) เจ้ากระทรวง ก็อาจจะมีระบบการคอยดูเรื่องพวกนี้ เป็นระบบขึ้น
ผมว่า เอาเข้าจริง ปัญหาเรื่องเขื่อนกักไว้มากไป นานไป ปล่อย ช้าไป นี่ รบ.ทั้งชุดนี้ และชุดที่แล้ว (ที่ตอนนี้เป็นฝ่ายค้าน) ก็เพิ่งมารู้เหมือนกัน
//////////
ผมขอเสนอให้ รัฐบาล ริเริ่ม จัดตั้ง "คณะกรรมการอิสระเพื่อสืบหาและสรุปข้อเท็จจริง สาเหตุน้ำท่วมใหญ่ 2554, วิเคราะห์บทเรียนและประเมินการจัดการวิกฤติน้ำท่วม และทำข้อเสนอแนะ ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต"
ชื่อที่เป็นทางการ หรูๆ คงคิดกันเองได้ ผมเขียนยาวๆ เพื่อให้เห็นว่า คณะกรรมการที่ว่านี้ ควรมีภาระหน้าที่ อะไร ซึ่ง ในความเห็นผม มี 3 ประเด็นใหญ่ๆ คือ
1. สืบสวนและสรุปข้อเท็จจริง สาเหตุน้ำท่วมใหญ่
2. วิเคราะห์บทเรียนและประเมินการจัดการวิกฤตน้ำท่วม
3. ทำข้อเสนอแนะวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้ขึ้นอีกในอนาคต
องค์ประกอบ ก็คงประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญน้ำต่างๆ และที่สำคัญ ผมเสนอว่า ควรมีตัวแทนทั้งพรรคฝ่ายรัฐบาล และพรรคฝ่ายค้าน ร่วมด้วย เพราะปัญหาน้ำ จะเป็นปัญหาระยะยาว ไม่ว่า พรรคไหนขึ้นมาเป็นรัฐบาลในอนาคต
ผมทราบว่า นี่อาจจะดู "เร็ว" เกินไป สำหรับวินาทีนี้ ที่วิกฤตยังไม่ผ่านพ้น
แต่ผมเห็นรัฐบาลเอง และหลายฝ่าย เริ่มพูดถึง "แผนการฟื้นฟู" กันแล้ว ซึ่งนั่น ก็เป็นเรื่องอนาคตเช่นกัน ดังนั้น การริเริ่ม เตรียมตั้ง กรรมการ ที่เสนอนี้ จึงไม่อาจนับว่า "เร็ว" ไป
แน่นอน กว่าจะลงมือทำงานจริง คงต้องรอให้วิกฤตใกล้จบ หรือจบแล้ว (เพราะหลายคน ตอนนี้ ก็คงยังมีภารกิจช่วยเรื่องน้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้นอยู่) แต่ผมว่า น่าจะริเริ่ม ได้ตั้งแต่ตอนนี้ จะถึงขั้นประกาศตั้งจริงเลยตอนนี้หรือไม่ ผมว่า ก็แล้วแต่ความพร้อม อาจจะแค่ทาบทาม หรือนำเสนอไอเดียของการตั้งกรรมการ ก็ได้
ต้องไม่รุนแรง
ที่มา ข่าวสด
เหล็กใน
มันฯ มือเสือ
หลายคนดีใจกว่าถูกหวย
หลังรู้ข่าวเขตพื้นที่ในกทม.ต่อไปนี้ มีแนวโน้ม 80 เปอร์เซ็นต์ว่าอาจโชคดีรอดจากภัยน้ำท่วม
ได้แก่ บางขุนเทียน บางบอน ทุ่งครุ ราษฎร์ บูรณะ จอมทอง ภาษีเจริญ วัฒนา ดินแดง สาทร ราชเทวี พญาไท ปทุมวัน ป้อมปราบฯ สวนหลวง ประเวศ ห้วยขวาง วังทองหลาง บางซื่อ และบางกอกน้อย
แต่ก็ประมาทไม่ได้เด็ดขาด เพราะมีโอกาสอีก 20 เปอร์เซ็นต์ที่จะไม่เป็นเช่นนั้น พูดง่ายๆ เผลอเมื่อไหร่มีสิทธิ์เป็น 'ผู้ประสบภัย' ไม่รู้ตัว
ส่วนเขตที่ยังเสี่ยงอยู่บ้างคือ สะพานสูง บางกะปิ บึงกุ่ม
สำหรับพื้นที่อพยพนั้นถึงวันที่ 31 ต.ค. ประกาศไปแล้ว 6 เขต คือ สายไหม ดอนเมือง บางพลัด ทวีวัฒนา หลักสี่ และตลิ่งชัน
พื้นที่ เฝ้าระวังพิเศษ ได้แก่ บางเขน จตุจักร ลาดพร้าว วังทองหลาง บางซื่อ และพื้นที่เฝ้าระวังปกติ คือ คันนายาว คลองสามวา มีนบุรี หนองจอก และลาดกระบัง
นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มั่นใจหลังพ้นช่วงวิกฤตน้ำทะเลหนุนสูงไปแล้วเมื่อ 31 ต.ค.
ต้น เดือนพ.ย.ปัญหาน่าจะคลี่คลายดีขึ้นเป็นลำดับ เพราะถ้าไม่มีน้ำทะเลหนุนก็จะทำให้แผนระบายน้ำออกสู่ทะเลทั้งด้านตะวันออก และตะวันตกได้ผลมากขึ้น
ประกอบกับปริมาณน้ำเหนือเริ่มนิ่ง ฝนหยุดตก ระดับน้ำในคลองสองเริ่มคงที่ ระดับน้ำในคลองรังสิตเริ่มลด
ถึง ยังมีมวลน้ำก้อนใหญ่ค้างอยู่ตอนเหนือแต่รัฐบาลจะใช้วิธีบริหารจัดการน้ำโดย แบ่งเป็นบล็อกๆ แล้วค่อยปล่อยระบายผ่านคลองซึ่งควบคุมด้วยประตูระบายน้ำ
ไม่ให้ไหลบ่าเข้ากรุงในคราวเดียว
ปัญหาตอนนี้ที่รัฐบาลต้องระวังคือการดูแลความแข็งแรงของคันกั้นน้ำที่มีอยู่ทั่วทั้งกทม. ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 77 กิโลเมตร
ไม่ให้พังถล่มลงมา
ทั้งยังต้องดูแลยับยั้งไม่ให้ชาวบ้านจับกลุ่มพากันไปพังคันกั้นน้ำเหมือนกรณีชาวบ้านชุมชนวัดนาวง หรือชาวชุมชนคลองสามวา เป็นต้น
ซึ่ง หนทางการแก้ปัญหาดังกล่าว รัฐบาลมีทางเลือกเดียวคือการใช้ความอดทนในการเจรจา อธิบายให้ชาวบ้านเข้าใจด้วยเหตุผล ความจำเป็นและความจริง
รัฐบาลต้องไม่ใช้ความรุนแรงเด็ดขาด
เพราะการแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงโดยเฉพาะกับประชาชน ย่อมไม่ใช่วิสัยของรัฐบาลประชาธิปไตย
ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 03/11/54 กำลังใจและความหวัง.....
ที่มา blablabla
โดย 3บลา ประชาไท
สักกี่ร้อย พันปัญหา อย่าท้อถอย
นับวันคอย สิ่งดีดี มีความหวัง
เปลี่ยนจากทุกข์ แสนเข็ญ เป็นพลัง
แล้วไหลรวม หลอมหลั่ง กำลังใจ....
ร่วมฟื้นฟู เต็มแรง อย่างแข็งขัน
เพื่อสร้างฝัน เรืองรอง ให้ผ่องใส
เติมรอยยิ้ม ทั่วถิ่น แผ่นดินไทย
เริ่มสิ่งใหม่ ผ่องผุด สุดแสนงาม....
ร่วมช่วย..ซับน้ำตา เยียวยาให้
ถึงใกล้ไกล ทั่วแคว้น แดนสยาม
สร้างสุขสันต์ สมชื่อ เคยลือนาม
ทุกเขตคาม ทั่วถึง เป็นหนึ่งเดียว....
จงฟื้นฟู เยียวยา ประชาราษฎร์
ด้วยมุ่งมาด แน่วแน่ ช่วยแลเหลียว
แล้วสร้างความ สุขสม ให้กลมเกลียว
ฝ่าน้ำเชี่ยว ผ่านพ้น จนมีชัย....
รวมพลัง ก้าวข้าม ยามวิกฤติ
เพื่อชีวิต ผงาดสู้ สู่วันใหม่
เพื่อความสุข สมปอง พี่น้องไทย
สู้ต่อไป เดินให้ถึง...ซึ่งปลายทาง....
๓ บลา / ให้กำลังใจพี่น้องทุกๆ คนครับ
๓ พ.ย.๕๔ เช้า



