ที่มา thaifreenews
โดย bozo
speedhorse
http://speedhorse.blogsite.org/read.php?tid=701
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Thursday, December 1, 2011
ห้องเรียนประชาธิปไตย 1-12-2011
ประวิตร โรจนพฤกษ์: พลานุภาพการเปรียบกษัตริย์เป็น “พ่อ” ของประชาชน
ที่มา ประชาไท
“วันนี้ลูกทุกคนอยากบอกพ่อว่า ‘ลูกรักและขอเดินตามรอยพ่
ยุติธรรม เมตตาธรรม ตุลาการ
ที่มา ประชาไท
Horachio Nea
จะกล่าวย้อนไปถึงหลักที่เหล่
และเปรียบเทียบว่า ผู้พิพากษาตุลาการที่ตัดสินคดี
นอกจากนี้ผู้พิพากษาตุลาการต้
หลักอินทภาษจึงแฝงไว้ทั้งหลั
หลักดังกล่าวภายใต้หลักคิดแบบฮิ
การปฎิบัติหน้าที่ของตุลาการนั้
บทบัญญัติตาม ป.วิ.อ. มาตรา 227 มีความหมายว่า ในการพิจารณาพิพากษาคดีอาญาทั้
แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่
เหมือนหลักที่นักศึกษาวิ
อีกประเด็นที่ที่ควรคำนึงถึงหลั
ในคราวที่ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานั
ในคราวนั้นผู้พิพากษากำลังพิ
ประชาชนได้พากันมาฟังความจนล้
ตามคำฟ้องของอัยการปรากฎว่า จำเลยได้ขโมยห่วงกุ
ศาลจึงพิพากษาจำคุกจำเลย 6 เดือน
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานั
ในการที่ทรงพิพากษาตัดสินครั้
นางผู้เป็นจำเลย ได้คลานเข้าไปกราบที่บัลลังก์
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานั
พระราชกิจครั้งนั้นยั
(ข้อมูลจากหนังสือ อานันทมหิดล ยุวกษัตริย์พระองค์
ผู้เขียนเองนั้นไม่ได้มี
แต่นานๆไปคำสอนเหล่านี้อาจพร่
จดหมายเปิดผนึกจาก ใจ อึ๊งภากรณ์ ข้อเสนอเพื่อสร้างจุดยืนร่วมของ “แดงก้าวหน้า”
ที่มา ประชาไท
ใจ อึ๊งภากรณ์
ท่ามกลางการหักหลังวีรชนเสื้
1. รัฐบาลพรรคเพื่อไทยนี้ไม่ใช่รั
2. ในการต่อต้านรัฐบาลเพื่อไทย เราจะไม่เปิดทางให้สลิ่ม ประชาธิปัตย์และทหารได้ประโยชน์
3. “เสื้อแดงก้าวหน้า”มีเป้าหมายร่
4. “เสื้อแดงก้าวหน้า” ต้องการให้มีการริเริ่
5. “เสื้อแดงก้าวหน้า” ขอสนับสนุนข้อเสนอของคณะนิติ
6. “เสื้อแดงก้าวหน้า” เข้าใจความสำคั
ประเด็นเหล่านี้ไม่ได้จารึกในหิ
ในการเคลื่อนไหวต่อสู้ เราไม่สามารถพึงพอใจกับการอ่
อนาคตของประชาธิ
ประชาชนจงเจริญ
ความหวาดกลัวที่ไม่มีจุดจบ: ชีวิตของผู้คนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
ที่มา ประชาไท
Thai Social Movement Watch - TSMW
เที่ยงวันหนึ่งขณะที่หลายคนกำลังกลับจากถอนกล้าและดำนาในช่วงเช้า บางส่วนแวะซื้้อหากับข้าวสำหรับมื้อเที่ยง เสียงปืนราว 10-12 นัดดังรัวขึ้นจากใกล้ๆ พวกเราในร้านกับข้าวต่างตกตะลึง เด็กหนุ่มวัยรุ่นสองคนในบ้านใกล้กับที่เกิดเหตุกระโดดและวิ่งข้ามถนนด้วย ความตกใจมาที่ร้าน พร้อมกับบอกพวกเราว่า “บือเดๆ ดี อบต.” (มีการยิงเกิดขึ้นที่ อบต.) เหตุการณ์นี้เป็นการรัวปืนอาก้าประกบยิง มีเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ชาวไทยพุทธ 2 คนเสียชีวิตทันทีคารถยนต์กะบะ ก่อนหน้านี้เพียงหกวันก็มีพ่อค้าชาวจีนถูกยิงตายกลางตลาดนัดที่นี่ต่อหน้า ผู้คนที่กำลังจับจ่ายซื้อของ นี่เป็นเพียงสองเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นแทบทุกเดือนตลอดระยะเวลา เกือบหนึ่งปีที่ฉันได้เข้ามาศึกษาและเก็บข้อมูลภาคสนามในหมู่บ้านของชาว มลายูมุสลิมแห่งนี้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งยังไม่รวมหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าการเข้ามาของฉัน ที่ผ่านมาผู้เสียชีวิตที่นี่มีทั้งหญิงและชาย ทั้งไทยพุทธและมลายูมุสลิม มีการสันนิษฐานถึงสาเหตุของแต่ละกรณีกันไปต่างๆ นาๆ อาทิ ความเกี่ยวข้องกับธุรกิจยาเสพติด การเป็นสายข่าวให้กับเจ้าหน้าที่ของเหยื่อผู้เสียชีวิต ความขัดแย้งส่วนตัว และการสร้างสถานการณ์ เป็นต้น
แม้จำนวนยอดผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตที่ชายแดนจะเพิ่มมากขึ้นทุกขณะ แต่เหตุการณ์ในลักษณะนี้ในปัจจุบันมักปรากฏเป็นเพียงข่าวสั้นๆ ที่แทบจะไม่มีความสำคัญนักในสื่อต่างๆ แต่สำหรับผู้คนที่นั่น หลายปีมาแล้วที่ชีวิตของพวกเขาต้องอยู่กับความหวาดกลัวและความประหวั่นพรั่น พรึงอย่างมากต่อภยันตรายจากสถานการณ์ความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นกับตนได้ทุก ขณะ อย่างไรก็ดี ชีวิตยังคงต้องดำเนินต่อไป ไม่ว่าจะเป็นชีวิตการทำมาหากิน ชีวิตทางสังคม และชีวิตทางศาสนา ผู้คนในหมู่บ้านที่ฉันศึกษาเลือกใช้วิธีการที่หลากหลายเพื่อสร้างความ ปลอดภัยในชีวิตของตน อาทิ การปรับเวลากรีดยางจากเช้ามืดให้สายขึ้น การออกเดินทางไปกรีดยางหรือไปทำนากันเป็นกลุ่ม การหลบเลี่ยงที่จะต้องพบเจอ เผชิญหน้า และตอบคำถามทั้งของเจ้าหน้าที่และของ “ขบวนการ” ฯลฯ ขณะที่หากอันตรายและความสูญเสียมาเยือน คำสอนทางศาสนาก็จะเป็นที่พึ่งในการบรรเทาความทุกข์ความเศร้าโศกเสียใจนั้น
ชีวิตที่ยากลำบากมากขึ้นเนื่องจากสถานการณ์ความรุนแรงในภาคใต้ ไม่เพียงแต่ถูกละเลยจากสื่อเท่านั้น แต่ยังถูกบดบังด้วยการครอบงำของความรู้และความเข้าใจกระแสหลักที่อยู่ในกรอบ ความมั่นคงของรัฐ เหตุการณ์ความไม่สงบถูกเหมารวมว่าเกิดจากน้ำมือของผู้เป็นภัยต่อรัฐและจำ เป็นจะต้องขจัดด้วยวิธีการต่างๆ โดยมีกองทัพเป็นหัวหอก ขณะที่ข้อเสนอในทางศาสนาและวัฒนธรรมและแนวทางในการดำเนินชีวิตของชาวมลายู มุสลิม อาทิ การเสนอให้ใช้ภาษามลายูเป็นภาษาหลักในพื้นที่ การให้มีระบบศาลที่ยึดโยงกับศาสนาอิสลาม ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อความเป็นเอกรัฐและจำเป็นจะต้องยับยั้ง ทั้งนี้ ที่ผ่านมาชนชั้นนำไทยประสบความสำเร็จในการแสดงให้เห็นว่าพวกเขาปกป้องและมี ผลประโยชน์ร่วมกันกับประชาชนส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นในเชิงศาสนาหรือชาติพันธุ์ ทำให้ผู้ที่แตกต่างต้องกลายเป็น “คนอื่น” ที่ยากจะเข้าใจ น่าสงสัย และจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของศูนย์กลางอย่างเข้มงวด
ขณะเดียวกันก็ไม่แน่นักว่าคำอธิบายและข้อเสนอที่ฟังดูคุ้นหูจากอีกฝาก หนึ่งโดยนักวิชาการและกลุ่มประชาสังคมในเรื่องนี้ จะช่วยให้เกิดความรู้ความเข้าใจต่อปัญหาชายแดนใต้ได้ดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากคำอธิบายของฝ่ายนี้ที่มักเน้นไปที่การครอบงำกลืนกลายของรัฐไทยและ การกดทับอัตลักษณ์ทางศาสนาและวัฒนธรรม จนนำมาสู่การสร้างความรุนแรงเพื่อตอบโต้โดย “ขบวนการ” นั้น ก็ดูเหมือนว่าจะได้ไปลดทอนความสลับซับซ้อนของชีวิตชาวมลายูมุสลิมให้เหลือ แต่เพียงภาพของผู้คนที่ถูกกระทำและถูกกดทับในทางศาสนา วัฒนธรรม และการเมือง อันแตกต่างไปจากภาพชีวิตจริงที่รุ่มรวยและมีสีสันยิ่งของพวกเขา ท่ามกลางความหวาดหวั่นและสะพรึงกลัว ชาวมลายูมุสลิมในพื้นที่ศึกษาของฉันก็มีชีวิตแบบคนธรรมดาที่ไม่ต่างไปจาก เราๆ ท่านๆ พวกเขาและเธอทำมาหากิน กรีดยาง ทำนา หาปลา เลี้ยงวัวควาย ค้าขาย รับจ้าง โดยหวังจะมีเงินทองจับจ่ายใช้สอย มีฐานะทางเศรษฐกิจที่ดี มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีชีวิตที่มีความสุข นอกจากนั้นในขณะที่มีวัตรปฏิบัติในทางศาสนาที่เคร่งครัด ทั้งการละหมาดตามเวลา การทำบุญ การถือศีลอด การเข้ากลุ่มและชั้นเรียนทางศาสนาเป็นกิจวัตร พวกเขาและเธอก็ดูทีวี ชมกีฬา ติดละคร หากเป็นผู้หญิงก็ชื่นชอบดารา สนใจความสวยความงาม แฟชั่น ผ้าคลุมศีรษะ เครื่องสำอาง เครื่องประดับ ฯลฯ
ในขณะที่ข้อเสนอกลุ่มนักวิชาการและภาคประชาสังคม ไม่ว่าจะเป็นการเสนอให้เปิดการเจรจา การยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเสนอเรื่องเขตปกครองพิเศษ ดูจะเป็นความหวังต่อแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ อย่างไรก็ดี สำหรับผู้คนจำนวนไม่น้อยในหมู่บ้านที่ฉันศึกษา ประเด็นเหล่านี้ดูจะห่างไกลจากชีวิตประจำวันและการคิดคำนึงของพวกเขา ข้อเสนอเรื่องเขตปกครองพิเศษดูจะมีความสำคัญน้อยกว่าการขึ้นลงของราคา ยางพาราประจำวัน เช่นเดียวกับการลงคะแนนเลือกตั้ง สส. ครั้งที่ผ่านมา ที่นอกจากสายสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้สมัครแล้ว ความวิตกกังวลว่านโยบายการประกันรายได้จะถูกยกเลิกหรือไม่ ดูจะมีน้ำหนักต่อการตัดสินใจลงคะแนนมากกว่านโยบายว่าด้วยจังหวัดชายแดนภาค ใต้ของแต่ละพรรคการเมือง ทั้งนี้ มิใช่เป็นเพราะว่าพวกเขาหูหนวกตาบอด หรือให้ความสำคัญเฉพาะแต่กับผลประโยชน์เฉพาะหน้า หากแต่เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัวนั้น ส่วนใหญ่ดูมืดดำ ลึกลับ และมีเงื่อนงำต่างๆ นาๆ อยู่เบื้องหลัง ยากที่จะรู้ชัดว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นกันแน่ ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายคนบอกกับฉันอย่างสิ้นหวังว่า “สถานการณ์ภาคใต้ไม่มีทางจบ ไม่มีทางแก้ได้ เราก็ต้องทนอยู่กันไปอย่างนี้ ขออันตรายอย่าเกิดกับเราและครอบครัวก็พอ”
ฉันมีความหวังว่าเพื่อนๆ และผู้คนในพื้นที่ศึกษาของฉันจะสามารถมีชีวิตที่เป็นปกติสุข ไม่ต้องอยู่กับหวาดกลัว มีฐานทรัพยากรและการประกอบอาชีพที่มั่นคง รวมทั้งสามารถดำรงชีวิตได้ตามแนวทางที่พวกเขารู้สึกภาคภูมิใจทั้งในทางโลก และทางศาสนา อย่างไรก็ดี ความหวังเหล่านี้ดูยากที่จะเป็นจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตราบเท่าที่ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวปัญหาชายแดนภาคใต้ ยังอยู่ภายใต้ในกรอบของความมั่นคงของรัฐ ตราบเท่าที่ปัญหาชายแดนภาคใต้ยังไม่ถูกเชื่อมโยงว่าเป็นเรื่องเดียวกับปัญหา การเมืองระดับชาติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอำนาจของกองทัพและสถาบันหลัก ปัญหาความไม่เท่าเทียมเป็นธรรมในการบังคับใช้กฎหมายและในกระบวนการยุติธรรม ที่ได้เกิดขึ้นกับผู้ด้อยโอกาสกลุ่มอื่นๆ ในประเทศไทยด้วย ตลอดจนตราบเท่าที่ชุดการอธิบายและข้อเสนอทางออกของนักวิชาการและภาคประชา สังคมยังมิได้หมายรวมถึงเรื่องราวและความรู้สึกนึกคิด และความมุ่งหวังในชีวิตของชาวมลายูมุสลิมที่รุ่มรวย หลากหลาย และซับซ้อน อันพ้นไปจากภาพชาวมลายูมุสลิมที่ถูกลดทอนความซับซ้อนให้เป็นเพียงแบบใดแบบ หนึ่งเท่านั้น
กวีตีนแดง:อากง...คือก้านไม้ขีดไฟ
ที่มา ประชาไท
อากงสู้...พวกเราก็จะสู้
ให้โลกรู้เสรีภาพไม่ผิด
มีหัวใจหรือเปล่ารอยัลลิสต์
สร้างโลกวิปริตคิดกักขัง
รอยัลลิสต์ไม่มีหัวใจ
รักเอาตายไล่ล่าอย่างบ้าคลั่ง
สร้างอนุสาวรีย์แห่งความชัง
บูชายัญสิ่งล้าหลังอย่างโง่งม
รอยัลลิสต์ไม่มีหัวใจ
เราจะอยู่กันอย่างไรเมื่อโลกขม
ชายชรากับข้อหาโสมม
ดูซินั่น! สายลมยังร้าวราน
อากง...ยืนยันสู้ด้วยใจซื่อ
แม้คุกอาจคือแดนประหาร
โลกอาจหยุดนิ่งตั้งแต่นั้น
ทุกข์ท้อทรมานบั้นปลาย
เพียงชายชราสามัญ
ปลุกจิตวิญญาณขึ้นขานไข
อากง...คือก้านไม้ขีดไฟ
แสงสว่างเกิดขึ้นใน...ใจเราแล้ว!!!
สุภิญญา กลางณรงค์: ใต้หมวก กสทช. กับการจัดสรรคลื่นความถี่ภาคปฏิบัติ
ที่มา ประชาไท
คุยยาวๆ กับ ‘สุภิญญา กลางณรงค์’ อดีตเอ็นจีโอปฏิรูปสื่อ ในบทบาทใหม่ ‘กสทช.’ ถึงขั้นตอนการเรียกคืนคลื่นความถี่ จะขอคืนจากกองทัพสำเร็จไหม จะจัดสรรใหม่อย่างไร กินเวลาแค่ไหน การเปลี่ยนผ่านระบบคลื่นความถี่จากอนาล็อกไปสู่ดิจิตอลจะแก้ปัญหาได้หรือไม่ ฯลฯ



กระทรวงไอซีทีต่อยอดโครงการลูกเสือไซเบอร์ เพิ่มหลักสูตรผู้นำ-ผู้บริหาร
ที่มา ประชาไท
ไอซีทีประกาศเดินหน้าโครงการต่อ ขยายหลักสูตรครอบคลุมผู้นำและผู้บริหารลูกเสือไซเบอร์ อบรมให้ผู้บริหารของกระทรวงฯเอง ด้านมัลลิกาเดินหน้า FightBadWeb ชวนเด็ก 11 ขวบท่องเว็บ แจ้งเว็บผิดกฎหมายทั้งมั่นคง ลามก การพนัน ยาเสพติดและหมิ่นสถาบัน
เว็บ ไซต์ blognone รายงานว่า หลังจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้อบรมอาสาสมัคร "ลูกเสือไซเบอร์" ไปแล้วจำนวนหนึ่ง ล่าสุด น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ประกาศเดินหน้าโครงการนี้ต่อ โดยขยายหลักสูตรให้ครอบคลุมผู้นำและผู้บริหารลูกเสือไซเบอร์ด้วย
น.อ.อนุดิษฐ์ ให้ข้อมูลผ่านหน้าเว็บไซต์กระทรวงไอซีทีว่าหลักสูตรใหม่ 2 หลักสูตรคือ หลักสูตรผู้บังคับบัญชาลูกเสือระดับผู้นำ ขั้นความรู้ชั้นสูง (A.T.C) และ หลักสูตรผู้บริหารลูกเสือไซเบอร์ (Executive Cyber Scout) จะอบรมแก่ผู้บริหารของกระทรวงไอซีทีเอง เพื่อนำความรู้ด้านการลูกเสือมาปรับใช้กับการทำงานการบริหารงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับตำแหน่งผู้ช่วยผู้ตรวจการลูกเสือประจำ สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ มีสิทธิได้ประดับเครื่องหมายวูดแบดจ์ 2 ท่อน และเพื่อให้เป็นแกนนำในการบริหารจัดการเครือข่ายลูกเสือไซเบอร์ (Cyber Scout)
อนึ่ง โครงการ Cyber Scout หรือ "ลูกเสือไซเบอร์" เป็นโครงการของกระทรวงไอซีที ที่ริเริ่มในรัฐบาลที่แล้ว โดยมีจุดประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายอาสาสมัครออนไลน์เพื่อ "ส่งเสริมและปกป้องให้สังคมไทยเกิดความตระหนักในการรับรู้และใช้งานข้อมูล ข่าวสารบนโลกออนไลน์อย่างเหมาะสมและสร้างสรรค์"
"มัลลิกา" ชวนเด็ก 11 ขวบท่องเว็บ แจ้งเว็บผิดกฎหมายทั้งมั่นคง ลามก การพนัน ยาเสพติดและหมิ่นสถาบัน
- หมดเวลาไร้สาระ ข้างหน้ามีเรื่องอีกมากที่ให้เผชิญ นักรบไซเบอร์ฝ่ายคุณธรรมเดินหน้าสู้ อย่าลืมรีพอร์ทสแปมเวลาเจอนะคะทุกคน สู้สู้ #
- กิจกรรมนักรบไซเบอร์ฝ่ายคุณธรรม "รบกับมันในไซเบอร์"อาวุธคือปัญญา เจอหมิ่นอย่าเม้น อย่าlike อย่าแชร์ แจ้งจนท.และFightBadWeb@gmail.com #
- ประกาศถึงนักรบไซเบอร์ เจอแล้วรายงานเว็บมาสเตอร์และแจ้งเป็นสแปมไปเจ้าของเว็บ เก็บหลักฐานมาที่FightBadWeb@gmail.com ไม่ต้องแสดงตัว! #
- นักรบไซเบอร์ทราบ ภารกิจช่วงนี้คือต้องรายงานลับมาที่กล่องdmข้อความ ทำตัวเป็นสายลับติดอาวุธใครเจอรังควานรังแกมาบอกด่วน สู้สู้ #
- นักรบไซเบอร์ทราบ"บัดนี้001มีกองกำลังติดอาวุธทางปัญญาและฝ่ายกฎหมายรวมทั้งกองกำลังทราบฝ่ายมาคอยดูแลทุกคน เดินหน้า สู้" #
- ประกาศถึงพวกหมิ่นพวกล้ม! อย่ามาfollowเพื่อตามด่าไม่มีเจตนาร่วมเพื่อขจัดและปกป้องให้ไปประตูหน้า ที่นี่ไม่ว่างคุย! #
- ยินดีต้อนรับน้องๆนักรบไซเบอร์รุ่นจิ๋วอายุ11ขวบ มาแล้วคนรุ่นเยาว์หัวใจแกร่ง ใช้เวลาวันละไม่เกิน3ชม.พอนะคะสำหรับการเล่นเน็ต #
- เปลี่ยนจากการเล่นเกมส์มาท่องเว็บและช่วยกันแจ้งเว็บมาสเตอร์เมท่อเจอ เว็บผิดกฎหมายทั้งมั่นคง ลามก การพนัน ยาเสพติดและหมิ่นสถาบัน ลุย #
- สำหรับคนใหม่ๆย้อนดูวิธีทำงานได้ที่เพจFbของมัลลิกาFightBadWebค่ะและ ถ้าอาสาคุณเป็นนักรบไซเบอร์ได้เลยค่ะ 4ภารกิจตามถนัดที่สำคัญคือขจัดเว็บหมิ่น #
- น้องๆคะ"อย่าให้เขาสบประมาท ดูถูกฝีมือเยาวชนนะคะ ทักษะมีข้อมูลพอ คู่มือพร้อม! สงสัยถาม001ค่ะ" #
ที่มา:
กระทรวงไอซีทีต่อยอดโครงการ Cyber Scout เพิ่มหลักสูตรผู้นำ-ผู้บริหารลูกเสือไซเบอร์, Blognone
มัลลิกาชวนเด็ก 11 ขวบท่องเว็บ แจ้งเว็บผิดกฎหมายทั้งมั่นคง ลามก การพนัน ยาเสพติดและหมิ่นสถาบัน, Blognone
วันเอดส์โลก 1 ธ.ค.- เครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ ร้องไทยจริงจังลดการติดเชื้อ-อัตราการตาย
ที่มา ประชาไท
เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ฯ เรียกร้องไทยเอาจริงเอาจังในการลดอัตราการติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ รวมถึงลดอัตราการตายจากเอดส์ลงให้ได้ เนื่องในวันเอดส์โลก 1 ธันวา
เนื่องในวันเอดส์โลก ซึ่งตรงกับวันที่ 1 ธันวาคม ของทุกปี เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงสื่อมวลชน โดยระบุว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องเอาจริงเอาจังในการลดอัตราการติด เชื้อเอชไอวีรายใหม่ และลดอัตราการตายจากเอดส์ลงให้ได้
เครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ ระบุด้วยว่า ปัจจุบัน มีผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ 10,853 ราย หรือวันละประมาณ 30 ราย และยังมีผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากเอดส์ ปีละประมาณ 1,000 ราย ทั้งๆ ที่ระบบสวัสดิการด้านสุขภาพทุกระบบของประเทศ สามารถให้การดูแลรักษาผู้ติดเชื้อฯ /ผู้ป่วยเอดส์ได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า สวัสดิการประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ
เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย และมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องดังกล่าว ด้วยเห็นว่า หากคนทั่วไปรู้ผลเลือดของตนเอง กรณีผลเลือดลบ ก็จะนำไปสู่การประเมินและลดความเสี่ยง รวมทั้งป้องกันตนเองจากการติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งจะส่งผลต่อการลดอัตราการติดเชื้อฯ รายใหม่ลง และถ้ามีผลเลือดบวก หากรู้ได้เร็ว ก็จะทำให้เข้าสู่บริการสุขภาพได้เร็ว ทั้งการป้องกันรักษาโรคฉวยโอกาส ที่ทุกโรครักษาให้หายได้ และจะได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอชไอวีอย่างทันท่วงที โดยไม่ต้องรอให้ป่วย ทำให้มีสุขภาพแข็งแรง ใช้ชีวิตตามปกติได้ รวมถึงลดอัตราการตายจากเอดส์ลงในที่สุด
ในกรณีคนที่ยังไม่รู้ว่าติดเชื้อฯ หรือไม่ สิทธิประโยชน์ของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ครอบคลุมให้คนไทยทุกคน ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการรับเชื้อเอชไอวี ไม่ว่าจะอยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพระบบใดก็ตาม ขอรับบริการให้คำปรึกษา และตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวีด้วยความสมัครใจได้ปีละ ๒ ครั้ง โดยสามารถเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลของรัฐ และเอกชนที่เข้าร่วมระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าทุกแห่ง โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
ด้านนายอภิวัฒน์ กวางแก้ว ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ กล่าวว่า จากประสบการณ์ของเขา และเพื่อนๆ ในเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ ขอย้ำว่า เอดส์ รู้เร็ว รักษาได้
“เราขอเชิญชวนให้สังคม ให้ทุกคนตื่นตัว ในการรู้ผลการติดเชื้อฯ ของตัวเอง และถ้าเห็นว่าตัวเองมีความเสี่ยงจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน หรือใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ให้เข้ารับบริการให้คำปรึกษาและตรวจเลือด แต่สิ่งที่เราไม่อยากเห็น คือการละเมิดสิทธิการตรวจเลือดเอชไอวีที่ยังมีปัญหาอยู่ เช่น การตรวจสุขภาพประจำปีของสถานประกอบการ การรับเข้าทำงานใหม่ การเข้าเรียนในสถานศึกษา ที่เป็นไปในลักษณะบังคับตรวจ ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และแสดงให้เห็นถึงความไม่เข้าใจเรื่องเอดส์ในสังคมไทย” ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯ กล่าว
สนนท.' ย้ำต้องแก้ไขกม.หมิ่นฯ -ปฏิรูประบบตุลาการ
ที่มา ประชาไท
'สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย' ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 แจงแนวทางแก้ไขกฎหมายหมิ่นฯ ร้องผู้อำนาจต้องเปิดพื้นที่ให้มีการถกเถียงอย่างกว้างขวางในสาธารณะ พร้อมยกเลิกการให้ข้อมูลแก่ประชาชนเพียงด้านเดียว
เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 เกี่ยวกับแนวทางแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยเรียกร้องให้มีการทำประชาพิจารณ์เกี่ยวกับกฎหมายดังกล่าว รวมทั้งตั้งคณะกรรมการที่มาจากประชาชนเพื่อทบทวนและแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 นอกจากนี้ สนนท. ยังชี้ว่าต้องให้มีการปฏิรูประบบตุลาการเพื่อให้มีความโปร่งใสและมีอำนาจที่ ยึดโยงกับประชาชนมากขึ้นด้วย
0000
แถลงการณ์ฉบับที่ ๒
สภาพปัญหาและแนวทางแก้ไขกฎหมายหมิ่นฯ มาตรา ๑๑๒
ด้วยสภาพปัญหาของกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในปัจจุบัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ซึ่งได้บัญญัติไว้ว่า “ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี องค์รัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปี ถึงสิบห้าปี” ซึ่งเกิดจากการแก้ไขเพิ่มเติมในช่วงหลังเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ โดยคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฉบับที่ ๔๑ นำมาสู่การนำไปใช้ทำลายคู่ต่อสู้การเมือง และนำไปสู่ความขลาดของระบบตุลาการจนเกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่าตุลาการภิวัฒน์ ในที่สุด จนละเลยหลักการประชาธิปไตยสากล จากสภาพการณ์ของประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ ดังกล่าว พวกเราได้มองเห็นปัญหาดังนี้มีปัญหาดังต่อไปนี้
๑. ปัญหาที่มาของกฎหมาย ดังที่กล่าวมาแล้วว่ากฎหมายนี้เกิดมาจากคำสั่งคณะปฎิรูปการปกครองในปี ๒๕๑๙ บ่งบอกว่ากฎหมายดังกล่าวไม่ได้มีความเป็นประชาธิปไตยเลยแม้แต่น้อย เนื่องมาจากหนึ่งกฏหมายนี้ถูกบัญญัติโดยกลุ่มคนที่กระทำรัฐประหารซึ่งเห็น ได้ชัดว่าเป็นการกระทำที่ผิดหลักประชาธิปไตย ไม่มีประเทศใดในโลกที่ยอมรับการยึดอำนาจของประชาชนเช่นนี้
๒. การแช่แข็งปัญหาเรื่อยมาของตัวกฎหมาย อันนำมาสู่การใช้ข้อหานี้มาโจมตีผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง เสมือนเป็นเครื่องมือเพื่อรับใช้ระบอบเก่า และสิ่งเหล่านี้ถูกทำให้รับรู้แต่เพียงวงแคบในสังคมทำให้กฎหมายนี้ถูกนำมา ใช้กลั่นแกล้งผู้ที่เห็นต่างอย่างไม่เป็นธรรม โดยในสภาพปัจจุบันที่ความคิดของผู้คนมีความหลากหลายจนเกิดการตั้งคำถามและ วิพากษ์วิจารณ์กฎหมายหมิ่นฯ ยิ่งเป็นผลให้กฎหมายดังกล่าวถูกนำไปใช้ในการปิดหูปิดตาและปิดปากคนเหล่านี้ ยิ่งขึ้น อันเห็นได้จากสถิติการพิพากษาคดีด้วยมาตราดังกล่าวในรอบ ๕ ปีที่มีจำนวนสูงกว่า ๕๐๐ คดี
๓. ปัญหาความไร้เสถียรภาพ อันนำมาสู่ความอ่อนแอและความขลาดของระบบตุลาการในประเทศไทย เมื่อกระบวนการได้มาของตัวแทนประชาชนในการพิพากษาคดีไม่ได้มีความยึดโยงกับ ประชาชน จึงทำให้ระบบตุลาการถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือโดยกลุ่มคนเพียงบางกลุ่มที่ สถาปนาตัวเองให้มีอำนาจเหนือกว่าประชาชน สิ่งเหล่านี้ทำให้ระบบตุลาการไร้เสถียรภาพในด้านการบริหารงานของตัวผู้ พิพากษาที่จะพิจารณาคดีด้วยความโปร่งใส นำมาสู่ความอ่อนแอของตุลาการไทย ที่ไม่มีความกล้าในการทำให้คดีมีความโปร่งใสและยุติธรรม อันนำมาซึ่งการตีความของศาลที่ไม่เป็นไปตามหลักสากล
๔. การละเลยหลักการประชาธิปไตยสากลของกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ เพราะองค์ประกอบของหลักประชาธิปไตยนั้นต้องประกอบไปด้วย หลักอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน หลักความเสมอภาค หลักสิทธิเสรีภาพ หลักนิติรัฐ และหลักการเสียงข้างมากแต่ต้องเคารพเสียงส่วนน้อย หลักการเหล่านี้เป็นหลักสากลที่มนุษย์ทุกคนพึงมี แต่กฎหมายหมิ่นฯมาตรา ๑๑๒ ได้ละเลยหลักการดังกล่าวไปอย่างสิ้นเชิง เห็นได้จากการกำหนดโทษของกฎหมายที่สูงเกินจริง และการตีความของกฎหมายที่มีลักษณะครอบจักรวาล อีกทั้งกระบวนการประกันตัวก็ยังครุมเครือและไม่เท่าเทียม
ด้วยสภาพ ปัญหาดังกล่าว ทางสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) จึงขอเสนอแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาและหาทางออกให้กับสังคมไทยเพื่อไม่ให้เกิด ความขัดแย้งอันนำไปสู่เหตุการณ์นองเลือดอย่างที่เคยเกิดขึ้นแล้วในประวัติ ศาสตร์ ดังนี้
๑. เราขอเรียกร้องให้มีการทบทวนและแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ อย่างจริงจัง ทั้งนี้การทบทวนและแก้ไขควรมีการทำประชาพิจารณ์จากภาคประชาสังคม และควรตั้งคณะกรรมการที่ประกอบด้วยตัวแทนจากทางภาครัฐและภาคประชาชน โดยผู้ที่จะมาเป็นตัวแทนดังกล่าว ต้องมาจากการทำประชามติโดยประชาชนทั้งประเทศ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในกระบวนการทบทวนและแก้ไขกฎหมาย อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศอันเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงใน สังคมไทย
๒. เราขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเร่งเร้าและผลักดันให้ปัญหานี้ออกสู่สาธารณะชน อย่างกว้างขวางโดยเร็ว เนื่องด้วยการกดขี่ของผู้ที่ใช้อำนาจนอกระบบยังดำเนินอยู่ในสังคมไทยอย่าง ไม่ลดละ ทำให้เกิดความแตกแยกในหมู่ประชาชนอย่างรุนแรง การใช้กฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ มาโจมตีผู้ที่มีความคิดเห็นต่างทางการเมืองนับวันยิ่งทวีเพิ่มมากขึ้น เราได้ตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้และเห็นควรว่าถ้าปัญหาเหล่านี้ไม่ถูกเปิด เผยออกสู่สาธารณะโดยเร็ว ปัญหาเหล่านี้จะยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นจนยากเกินจะแก้ไขเยียวยา และอาจนำไปสู่การนองเลือดอย่างที่เคยเกิดขึ้นแล้วในประวัติศาสตร์ไทยครั้ง แล้วครั้งเล่า การผลักดันปัญหาเหล่านี้ให้เป็นไปตามข้อที่หนึ่งจึงมีความจำเป็นยิ่ง เพื่อลดความขัดแย้งของสังคมไทยที่นับวันจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น
๓. เราขอเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบตุลาการ โดยการทำให้ระบบตุลาการมีความยึดโยงกับประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งกระบวนการสรรหาและการตีความทางกฏหมายของระบบตุลาการต้องคำนึงหลักสิทธิ เสรีภาพสากล และต้องมีความโปร่งใสในการที่จะตรวจสอบได้อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมอีกทั้ง ต้องตั้งอยู่บนหลักนิติรัฐนิติธรรม มิใช่ตัดสินโดยใช้อคติส่วนตัวโดยไม่คำนึงถึงหลักสากล ทั้งนี้รวมไปถึงสิทธิการประกันตัว และสิทธิอื่นๆที่ผู้ต้องหาพึงได้รับ
๔. เราขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจ เปิดพื้นที่ทางความคิดเพื่ออภิปรายประเด็นปัญหาอันแหลมคมนี้อย่างกว้างขวาง ทั้งในสื่อ และวงการการศึกษากระแสหลัก เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และตระหนักรู้ถึงปัญหา อีกทั้งยังจะช่วยให้เกิดการถกเถียงอภิปรายอย่างเป็นรูปธรรมในทางสาธารณะ มิใช่เอาแต่ปิดกั้นและริดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน และขอให้เลิกการให้ข้อมูลข่าวสารเพียงด้านเดียวอันจะนำไปสู่ความแตกแยกของ สังคมไทย การนำประเด็นปัญหาเหล่านี้ออกสู่สาธารณะจะเป็นการเปิดพื้นที่ทางความคิด เสริมสร้างการเรียนรู้ทางด้านสิทธิเสรีภาพและหน้าที่พลเมือง อันจะนำไปสู่ความร่วมมือร่วมใจในการแก้ไขปัญหาในสังคมไทยอย่างแท้จริง
สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) หวังเป็นอย่างยิ่งว่าปัญหาและข้อเสนอข้างต้นจะได้รับการพิจารณาจากทางภาครัฐ และภาคประชาชนทุกภาคส่วนต่างๆ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทยอย่างจริงจัง และนำไปสู่เส้นทางแห่งประชาธิปไตยอย่างแท้จริง มิใช่การการปิดกั้นเสรีภาพทางความคิดอย่างที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบัน มิใช่การจำกัดสิทธิพลเมืองและไร้ซึ่งความโปร่งใสของกระบวนการยุติธรรม ความยุติธรรมที่ตั้งอยู่บนหลักสิทธิเสรีภาพสากลจะต้องบังเกิดในประเทศที่ อ้างว่าปกครองระบอบประชาธิปไตยเสียที
ด้วยจิตคารวะ
สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)

