WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, January 31, 2012

จดหมายเปิดผนึก แนะผู้บริหารมธ.เลิกห้ามเคลื่อนม. 112

ที่มา ประชาไท

มีผู้ลงชื่อจดหมายเปิดผนึก เรียกร้องผู้บริหารมธ. ทบทวนและยกเลิกมติการห้ามใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยเคลื่อนไหวเพื่อการแก้ไขม. 112 ชี้ หาก "ธรรมศาสตร์มีเสรีภาพทุกตารางนิ้ว" ก็ควรเปิดพื้นที่ให้มีการถกเถียงเรื่องการเมือง-สังคมอย่างเสรี ดังประสงค์ของการก่อตั้งมหาวิทยาลัย

กลุ่มนักศึกษา-อาจารย์-ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และประชาชนกว่า ร้อยคนร่วมลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกถึง ผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรียกร้องให้ยกเลิกมติที่ออกมาจากที่ประชุมมหาวิทยาลัย หลังสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์โพสต์ข้อความสาธารณะในเฟซบุ๊กว่า ที่ประชุมกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เคลื่อนไหวในกรณี เกี่ยวกับกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยระบุเหตุผลว่า "อาจทำให้คนเข้าใจผิดว่าเป็นการดำเนีนการของมหาลัยหรือมหาลัยเห็นด้วยกับการ ดำเนินการดัง กล่าวข้างต้น อีกทั้งอาจนำมาซึ่งความขัดแย้งอย่างรุนแรงภายในบริเวณมหาลัย จนมหาลัยไม่อาจดูแลความปลอดภัย ของบุคคลและทรัพย์สินของมหาลัยได้"

จดหมายเปิดผนึกดังกล่าวซึ่งล่าสุดมีคนร่วมลงชื่อกว่าร้อยคนผ่านทาง เฟซบุ๊ก ระบุว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ควรจะ เป็นพื้นที่ที่มี "เสรีภาพทุกตารางนิ้ว" ดังคำขวัญและจุดประสงค์ของการก่อตั้งมหาวิทยาลัย และไม่เคยมียุคไหนนอก จากยุคเผด็จการที่ผู้บริหารมีนโยบายปิดกั้นเสรีภาพทางความคิด ผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ปัจจุบัน จึงควร เล็งเห็นความสำคัญของการยอมให้มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ที่มีบรรยากาศเสรีและ สามารถจัดกิจกรรมทางสังคมและ การเมืองอย่างเปิดกว้าง เพื่อเอื้อให้ความขัดแย้งในสังคมบรรเทาลง

ทั้งนี้ นายรักชาติ วงศ์อธิชาติ หนึ่งในผู้ร่วมลงนามจดหมายเปิดผนึกกล่าวว่า กลุ่มดังกล่าวจะเดินทางไปยื่นหนังสือ เปิดผนึกต่อผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ภายในสัปดาห์นี้ด้วย

0000

สืบเนื่องจากสเตตัสล่าสุดของอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์ ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ในเฟสบุ๊ก ใจความว่าด้วย เรื่องของการจะห้ามใช้พื้นที่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในการเคลื่อนไหวทาง ความคิดและการขับเคลื่อนประเด็น ปัญหาที่เกี่ยวกับกฎหมายอาญามาตรา 112 (กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ) เห็นได้ชัดว่านี่เป็นการปิดกั้น เสรีภาพทางความคิด และเสรีภาพทางวิชาการ ในมหาวิทยาลัยที่มีคำขวัญอันโดดเด่นว่า เสรีภาพทุกตารางนิ้ว

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้นเป็นพื้นที่สำคัญของการต่อสู้ เพื่อประชาธิปไตยมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่การก่อตั้ง มหาวิทยาลัยที่เป็นผลผลิตของคณะราษฎรที่จะมุ่งหวังในการสร้างประชาธิปไตยให้ เกิดขึ้นในประเทศไทย มหาวิทยาลัยผ่านประสบการณ์การต่อสู้ทางการเมืองมาโดยตลอดตั้งแต่ ขบวนการ 11 ตุลาคม 2494 ในการเรียก ร้องมหาวิทยาลัยคืนจากจอมพล ป., ขบวนการ 14 ตุลา 2516, ขบวนการ 6 ตุลา 2519, ฯลฯ เหตุการณ์เหล่านี้ทำ ให้มหาวิทยาลัยได้รับการยกย่องในฐานะที่เป็นพื้นที่สาธารณะในการส่งเสริม ความคิดทางการเมือง และประชาธิปไตย การเปิดให้วิพากษ์วิจารณ์ปัญหาที่แหลมคมควรจะเป็นสิ่งที่มหาวิทยาลัยพึง กระทำโดยไม่มีการกีดกันและคัดค้าน คง จะมิเป็นการกล่าวเกินจริงว่าพื้นที่ทางวิชาการที่สำคัญที่สุดสำหรับประชาชน ผู้รักประชาธิปไตยและเป็นพื้นที่ที่เปิด กว้างทางความคิดมากที่สุด คือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

แต่มติเอกฉันท์ของผู้บริหารเพียงไม่กี่คนนำมาซึ่งการ ทำลายเสรีภาพในมหาวิทยาลัยอย่างร้ายแรง การจะไม่อนุญาต ให้ใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยในการเคลื่อนไหวกรณีมาตรา112 เป็นการปิดกั้น ปิดปาก นักศึกษาและประชาชน ผู้กระหาย ในเสรีภาพทางวิชาการและความถูกต้อง เป็นการทำลายเจตนารมณ์ของผู้ประศาสน์การที่มีความมุ่งหวังว่า มหาวิทยาลัยแห่งนี้จะเป็น “บ่อบำบัดความกระหายของราษฎร ผู้สมัครแสวงหาความรู้ อันเป็นสิทธิและโอกาส ที่เขา ควรมีควรได้ ตามหลักเสรีภาพ ของการศึกษา.”

นักศึกษา, คณาจารย์, ศิษย์เก่า แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และประชาชนผู้รักในเสรีภาพทางความคิดและการ แสดงออก ขอเรียกร้องให้ผู้บริหารทั้งหลายที่ลงมติในการไม่อนุญาตให้มหาวิทยาลัยเป็น พื้นที่ในการแลกเปลี่ยน กรณีการแก้ไขมาตรา112 กลับไปทบทวนว่าความเข้มแข็งของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตั้งแต่การก่อตั้งในปี พ.ศ. 2478 เป็นต้นมา เป็นพื้นที่ที่ยอมรับความหลากหลายทางความคิดและเปิดกว้างให้มีการใช้เพื่อ พูดคุย ถกเถียง ประเด็นทางสังคมและการเมือง ไม่เคยมีครั้งไหนนอกจากยุคเผด็จการที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยมีนโยบายปิดกัน ไม่ให้ นักศึกษาและอาจารย์แสดงเสรีภาพทางความคิด

เราขอเรียกร้องให้ผู้บริหารยกเลิกมติข้างต้น หากมหาวิทยาลัยยังมีคำขวัญที่ว่า “ธรรมศาสตร์มีเสรีภาพทุกตาราง นิ้ว” อธิการบดีและผู้บริหารมหาวิยาลัยควรจะเห็นถึงความสำคัญของธรรมศาสตร์ในการ เป็นพื้นที่สำคัญในการทำ ให้ความขัดแย้งบรรเทาลงและยอมให้มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่เปิดที่สามารถจัด กิจกรรมทางสังคม การเมือง และการ วิพากษ์วิจารณ์ และถกเถียงอย่างเปิดกว้างอย่างที่เคยเป็นมาตั้งแต่การก่อตั้งมหาวิทยาลัย

ด้วยความเคารพ

รักษ์ชาติ์ วงศ์อธิชาติ อุปนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์/ นักศึกษาชั้นปีที่3 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ปกป้อง เลาวัณย์ศิริ อดีตสมาชิกสภานักศึกษาและศิษย์เก่าคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (พ.ศ. 2544 - 2548)

เก่งกิจ กิติเรียงลาภ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ดร. ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ สถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา สิงคโปร์

จิตรา คชเดช ที่ปรึกษาสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย

เพียงคำ ประดับความ อดีตนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

จีรนุช เปรมชัยพร อดีตนักศึกษาคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน รหัส 29

ปองขวัญ สวัสดิภักดิ์ อดีตกรรมการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (2553-2554)

ภัควดี วีระภาสพงษ์ ศิษย์เก่าคณะศิลปศาสตร์ ภาควิชาปรัชญา รหัส 256280

บริภัทร ตั้งเสรีกุล นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะศิลปศาสตร์ เอกปรัชญา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (class of 2013)

ศรวิษฐ์ โตวิวิชญ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาฝรั่งเศส มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

พัชรี แซ่เอี้ยว อดีตนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ รหัส48

สุเจน กรรพฤทธิ์ อดีตนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ รหัส 43

พันธุ์ภูมิ ผุดผ่อง กรรมการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (2554-2555)

ธันย์ ฤทธิพันธ์ ประชาชน

ภูริพัศ เมธธนากุล มนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

คุปต์ พันธ์หินกอง อดีตนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์

พันธกานต์ ตงฉิน อดีตนักศึกษาคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน รหัส 48

อนุธีร์ เดชเทวพร อดีตนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รหัส 49, อดีตอุปนายกองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี 2551-2552, อดีตเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยปี 2552-2553

วันเพ็ญ ก้อนคำ/ ประชาชน

น้ําฝน ลิ่วเวหา วารสารศาสตร์48

รุ่งโรจน์ "อริน" วรรณศูทร (นิรันดร์ สุขวัจน์ มธ 159101) / ลาออกปีการศึกษา 2519 "รัฐศาสตร์ ทฤษฎีและปรัชญา การเมือง"

นุชจรีย์ วิริยางกูรภาพ อดีตนักศึกษาคณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี

วรวิทย์ ไชยทอง ภาควิชาการปกครอง รัฐศาสตร์ จุฬา ฯ

เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล /ประชาชน

พิเชฐ ยิ่งเกียรติคุณ ศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ รหัส 46

ศรีสมร กิจภู่สวัสดิ์, นิสิตเกษตรศาสตร์, รหัส ๒๕๒๕

พิศาล ธรรมวิเศษ ชาวบ้าน

ศิรดา วรสาร อดีตนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รหัส 50

ธนุต มโนรัตน์ รัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์

เทพวุธ บัวทุม คนไท

มูหัมหมัดฮาริส กาเหย็ม ราษฎร

สุเทพ ศิริวาโภ นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น/ประชาชน

นายนิคม โชติพันธ์ ประชาชน

ธนพล พงศ์อธิโมกข์ CCP/ประชาชน

อดิศร เกิดมงคล นักศึกษาปริญญาโท คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วรัญญา เกื้อนุ่น รหัส 37 คณะนิติศาสตร์ มธ

วรรษชล ศิริจันทนันท์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อภิวัฒน์ วัฒนพงษ์ อดีตนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รหัส 49

สุริยัน สินธทียากร ศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ คณะเศรฐศาสตร์ รุ่น 24

ศิริวุฒิ บุญชื่น SEAS, ศิลปศาสตร์ '46

นวภู แซ่ตั้ง นักศึกษาปริญญาตรี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร

วีระพันธุ์ ตรีรัตน์พันธุ์ ราษฎร

ธนากร ปัสนานนท์ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี3

อาดีช วารีกูล รัฐศาตร์การเมืองการปกครองม.รามและมานุษยวิทยาสาขาไทยคดีศึกษาปริญญาโท ม.ทักษิณ สงขลา

นครินทร์ วิศิษฎ์สิน บัณฑิตคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

พีระพล เวียงคำ นักกิจกรรม, นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ รหัส 4903610147,อดีตอุปนายกฯ อมธ.ปี 2551- 2552

ประวิทย์ พันสว่าง นักเขียน ชาวบ้าน

แวววิศาข์ ณ สงขลา นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง

ราชาวดี สิริโยธิน อักษรศาสตร์ จุฬา ฯ เกียรตินิยม

สงกรานต์ ป้องบุญจันทร์ นักศึกษา ป.โท คณะนิติศาสตร์ รหัส 2551

ชัยศิริ จิวะรังสรรค์ ศิลปินอิสระ

วินัย ผลเจริญ อดีตนักศึกษาปริญญาโทคณะศิลปศาสตร์ และปริญญาเอก คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

พลิศ ลักขณานุรักษ์ อดีตกรรมการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (2553-2554)

สิทธา แสนสมบูรณ์สุขนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาเยอรมัน รหัส53

นาย พิเศษ นภาชัยเทพ ราษฎร

ยศวัฒน์ ปานโต ประชาชนคนไทยที่ไม่ได้จบธรรมศาสตร์ แต่รู้จักธรรมศาสตร์จากสิทธิเสรีภาพของนักศึกษาในการ แสดงออก และปรารถนาให้ธรรมศาสตร์มียึดมั่นในอุดมการณ์ในสิทธิเสรีภาพของการแสดงออก

ประชาเลิศ แซ่เจ็ง ม.รามคำแหง

พัธรพงศ์ เลิศปัญญาธรรม นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาฝรั่งเศส มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ประภาภูมิ เอี่ยมสม นักศึกษาชั้นปีที่2 คณะมนุษยศาสตร์ เอกอังกฤษ สถาบันการศึกษานานาชาติ ม.รามคำแหง ผุ้ซึ่ง เคยชื่นชมมธ.ในฐานะมหาวิทยาลัยที่สนับสนุนการแสดงออกทางการเมือง

ก้าวหน้า เสาวกุล ศิลปศาสตรบัณฑิต มธ. รหัส 47

นางกนกวรรณ เกิดผลานันท์ (นางสาวกนกวรรณ โยธาทิพย์) ศิษย์เก่าคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รหัสนักศึกษา 3207610746

ธนพล ฟักสุมณฑา

อนุพันธุ์ หงษาชัย รัฐศาสตร์บัณฑิต ม. รามคำแหง ผู้เห็นแก่ประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักอย่างแท้จริง

อิทธิพล โคตะมี

อชิรวิชญ์ อันธพันธ์

วรยุทธ ยอดบุญ นิสิตปริญญาโท คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

พรเทพ กมลเพชร เศรษฐศาสตร์บัณฑิต รหัส 48

ปองภพ บูรพกิจลาภา นักศึกษาปีที่ 3 คณะเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์

ลิขิต เครือบุญมา ศิลปศาสตร์ ปี2

ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์ ราษฎร

เกศริน เตียวสกุล นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์รหัส ๒๐

ชัยพฤกษ์ พัฒน์ดำรงจิตร

คมลักษณ์ ไชยยะ บัณฑิตอาสาสมัคร ม.ธรรมศาสตร์รุ่น 32

ดร.อิสราภรณ์ พิศสะอาด

ลงชื่อค่ะ นารีรัตน์ นิลพิศุทธิ์ บัณฑิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ

ณัฐญา เกิดเพชร,วารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์

แคน อุดมเจริญชัยกิจ ธรรมศาสตร์ รหัส52

วีระ หวังสัจจะโชค รัฐศาสตร์ จุฬาฯ

อรุณี พูลสวัสดิ์ ประชาชน

ตันติกร เตริยาภิรมย์ บัณฑิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น

เธนศก์ ล้ำเลิศ / ราษฎร

วสวัตติ์ เถื่อนคำ ประชาชน

ตัดสินอีกคดีทหารซ้อมเหยื่อดับ ศาลปกครองสั่งชดใช้กว่า 5 แสน

ที่มา ประชาไท

ศาลปกครองสงขลา สั่งสำนักนายกฯ ชดใช้ให้แม่อัสฮารี สะมาแอ กว่า 5 แสนบาท คดีทหารซ้อมทรมานจนตาย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 มกราคม 2555 ที่ห้องพิจารณาคดี 1 ศาลปกครองสงขลา นายโสภณ บุญกูล ตุลาการผู้แถลงคดี ขึ้นนั่งบัลลังก์ อ่านคำพิพากษาคดีนางแบเดาะ สะมาแอ มาดาของนายอัสฮารี สะมาแอ ผู้เสียชีวิตระหว่างถูกควบคุมของเจ้าหน้าที่ทหาร ยื่นฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากกระทรวงกลาโหม กองทัพบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ถึง 4 เป็นเงินรวมประมาณ 1,000,000 บาท ฐานการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2550 คดีหมายเลขดำที่ 39/2553 คดีหมายเลขแดงที่ 14/2555

โดยมีผู้ฟ้องคดีและทนายมาศาล ส่วนตัวแทนผู้ถูกฟ้องคดีไม่มาศาล แต่มีเจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า(กอ.รมน.ภาค 4 สน.) จำนวนหนึ่งมาร่วมฟังคำพิพากษา

ศาลพิพากษาสรุปว่า พิพากษาให้สำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการละเมิดแก่ผู้ฟ้องคดีเป็นเงินจำนวน 534,301.36 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 497,500 บาท นับตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2551 ให้เสร็จสิ้นภายใน 60 วัน นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด และให้ยกฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ถึง 3

ศาลพิพากษาสรุปว่า คดีนี้ ผลการตรวจร่างกายนายอัสฮารีจากแพทย์ระบุว่า มีรอยช้ำที่ศีรษะและตามร่างกายหลายแห่ง แพทย์ระบุว่าไม่น่าจะเกิดจากการลื่นล้ม ประกอบกับผลการตรวจร่างกายผู้ที่ถูกควบคุมตัวคนอื่นๆ พบร่องรอยถูกทำร้ายร่างกายด้วย จึงเชื่อว่านายอัสฮารีถูกทำร้ายร่างกาย โดยผลการตรวจสมองของโรงพยาบาลสิโรรส พบว่านายอัสฮารีมีเลือดคั่งในสมอง จึงถูกส่งตัวไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา แต่เนื่องจากนายอัสฮารี ไม่มีบัตรประชาชน ประกอบกับติดต่อญาติไม่ได้ โรงพยาบาลศูนย์ยะลาจึงไม่สามารถผ่าตัดได้ เนื่องจากไม่มีญาติยินยอม นายอัสฮารีเสียชีวิตในวันต่อมา

ศาลพิพากษา สรุปว่า นายอัสฮารี ถูกทหารหน่วยเฉพาะกิจที่ 1 กับหน่วยเฉพาะกิจที่ 13 ร่วมกับตำรวจสถานีตำรวจภูธรปะแต่ อำเภอยะหา จังหวัดยะลา จับกุมบริเวณสวนยางพารา หมู่ที่ 5 บ้านจาเราะซีโป๊ะ ตำบลสะเอะ อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 จากนั้นนำไปสอบสวนที่ศูนย์วิวัฒน์สันติ ในค่ายอิงคยุทธบริหาร ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ต่อมาคืนวันที่ 21 กรกฎาคม 2550 เจ้าหน้าที่นำตัวนายอัสฮารี ไปส่งโรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร และส่งต่อโรงพยาบาลปัตตานี จากนั้นถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์ยะลา จนกระทั่งเสียชีวิตในวันต่อมา

นางแบเดาะ เปิดเผยว่า พอใจกับคำพิพากษา และจะไม่ขออุทธรณ์ในส่วนที่ศาลมิได้พิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีชดใช้ค่าขาดแรง งานในครัวเรือน เป็นเงิน 576,000 บาท

ทนายจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม แจ้งว่า ในส่วนของคดีไต่สวนการตายของนายอัสฮารี ที่ศาลจังหวัดยะลา ขณะนี้การพิจารณาคดียังสิ้นสุด โดยศาลนัดสืบพยานฝ่ายผู้ร้องปากสุดท้ายในวันที่ 10 พฤษภาคม 2555 เวลา 09.00 น.

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 31/01/55 ซ้อมรับมือ..ก่อนน้ำท่วมจริง

ที่มา blablabla

ทำสำออย น้อยใจ เป็นวัยรุ่น
ซ้ำหมกมุ่น ลืมถูกผิด จ้องริษยา
เชิดชูเกียรติ เป็นหนึ่ง หวังพึ่งพา
กลับกลายเป็น แก๊งค์ซ่า บ้าน้ำลาย....

สิ่งคาใจ ควรถอดวาง ไว้ข้างหลัง
ทำโง่งั่ง อวดฤทธิ์เดช ทุเรศหลาย
แต่ละคน เติมคุกรุ่น จนวุ่นวาย
ความฉิบหาย รออยู่ มาดูกัน....

ซ้อมรับมือ เถิดหนา ท่านนายกฯ
อย่าพึ่งตก หลุมพราง ไม่สร้างสรรค์
เอาหัวใจ ที่แกร่งกล้า ฝ่าทางตัน
ไม่ดึงดัน แต่อ่อนช้อย ค่อยๆ เดิน....

วิกฤตินี้ ยังยาวไกล ใช่แค่เห็น
หลากประเด็น รอโถมใส่ ไม่ขัดเขิน
คนเบื้องหลัง เบื้องหน้า บ้ากันเพลิน
สุดยากเกิน จะปรองดอง มองหน้ากัน....

ต้องฮึดสู้ และอดทน อย่างคนกล้า
แล้วเดินหน้า คลายทุกข์ สร้างสุขสันต์
ประชาชน พร้อมร่วมด้วย ช่วยสู้มัน
หนึ่งเดียวนั้น..คือความหวัง..กำลังใจ....

๓ บลา / ๓๑ ม.ค.๕๕

แถลงเกรียนโหดสัดส่งมาโปรดแด่ผู้บริหารมธ.:แม้โลกนี้จะมีเสรีภาพ แต่ธรรมศาสตร์ไม่เกี่ยวข้อง!

ที่มา Thai E-News

ภาพโดย สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.)


อ่าน "แถลงเกรียนชี้แจงเพิ่มเติมเรื่องไม่อนุญาตให้มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง กรณีมาตรา 112" แล้วก็เห็นว่าสมควรจะช่วยเผยแพร่เพื่อให้ข้อความนั้นไปถึงอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อให้รีบตอบสนองต่อแถลงการณ์โดยพลัน โดยเฉพาะ ข้อเรียกร้องมาตรา 6 เราอ่านแล้ว เราชอบมาก

"6. ต่อจากนี้ไปหากนักศึกษาต้องการแสดงความคิดเห็นหรือเคลื่อนไหวทางการเมืองให้ นักศึกษาไปแสดงออกในห้องส้วมขณะขับถ่าย โดยสามารถขีดเขียนฝาผนังได้ตามใจชอบ ทางมหาวิทยาลัยจะได้จัดปากกาเคมีชนิดลบไม่ออกให้อย่างพอเพียงทุกตารางนิ้ว"


โดย ชัชชวย คนทน
31 มกราคม 2555


สืบเนื่องจากที่คณะผู้บริหารฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีมติไม่อนุญาตให้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองกรณี มาตรา 112 เพราะเกรงว่าสังคมภายนอกจะเข้าใจผิดคิดว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อันทรง เกียรติจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ อีกทั้งการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ยังถือเป็นการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่ อาจนำมาซึ่งความรุนแรง เพราะเป็นการแสดงความคิดต่างทางการเมือง

การประกาศดังกล่าวมีนัยยะเป็นการประกาศมาตรฐานใหม่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งทางคณะผู้บริหารฯ คาดว่าจะมีนักศึกษาส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ เนื่องจากนักศึกษามักจะมีความเชื่อมั่นในสติปัญญาของตนเองสูงจนเกินควร ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการชี้แจ้งเพิ่มเติมเพื่อให้นักศึกษามีความสำนึกใน เจตนารมณ์ใหม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ดังต่อไปนี้

1. มหาวิทยาลัยขอประกาศยกเลิกการรำลึก ฟื้นฟูสถานะ ตลอดจนอ้างอิงถึงผู้ประศาสน์การปรีดี พนมยงค์ และอาจาร์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ด้วยเกรงว่านักศึกษาจะยึดเอาคุณธรรมและความกล้าหาญของบุคคลทั้งสองเป็น เยี่ยงอย่าง

2. ขอประกาศยกเลิกวันงานธรรมศาสตร์สามัคคี เพราะการเดินขบวนของนักศึกษาเข้ายึดมหาวิทยาลัยคืนจากทหารเมื่อ พ.ศ. 2494 เป็นเรื่องไม่สมควรอย่างยิ่งตามมาตรฐานใหม่ เนื่องจากเป็นการสุ่มเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดความรุนแรง ในทางกลับกัน ในภาวะสุ่มเสี่ยงทางการเมืองเช่นนี้นั้น ทางเลือกเดียวที่จะทำให้สังคมเกิดความสงบเรียบร้อยได้ ย่อมต้องอาศัยการรักษาความปลอดภัยโดยทหาร

3. เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 ถือเป็นการเคลื่อนไหวที่ก่อให้เกิดความรุนแรงทางการเมือง ซึ่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขอประกาศและยืนยันใหม่ว่าไม่เคยเกี่ยวข้อง ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของนักศึกษาบางส่วนกับประชาชนภายนอกที่รู้ เท่าไม่ถึงการ ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมในพื้นที่สาธารณะ จนก่อให้เกิดความรุนแรง และบาดเจ็บล้มตายในท้ายที่สุด

4. เช่นเดียวกับข้อ 3 ในกรณี 6 ตุลา 2519 ให้ถือเป็นความผิดพลาดของผู้บริหารในยุคนั้นที่เคารพในศักดิ์ศรีความเป็น มนุษย์ จึงทำให้ขาดความเด็ดขาดในการตัดสินใจออกคำสั่งห้ามนักศึกษาใช้สถานที่

5. สืบเนื่องจากข้อ 2, 3, และ 4 ทางคณะผู้บริหารจึงห้ามจัดกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์การเมือง ของมหาวิทยาลัย เพราะทั้งหมดทั้งมวลล้วนเป็นเหตุการณ์เหลวไหลไร้สาระ ไม่ได้มีส่วนส่งเสริมให้นักศึกษาได้ดิบได้ดีในสังคมในภายภาคหน้า

6. ต่อจากนี้ไปหากนักศึกษาต้องการแสดงความคิดเห็นหรือเคลื่อนไหวทางการเมืองให้ นักศึกษาไปแสดงออกในห้องส้วมขณะขับถ่าย โดยสามารถขีดเขียนฝาผนังได้ตามใจชอบ ทางมหาวิทยาลัยจะได้จัดปากกาเคมีชนิดลบไม่ออกให้อย่างพอเพียงทุกตารางนิ้ว

7. คำขวัญใหม่ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คือ “แม้โลกนี้จะมีเสรีภาพ แต่ธรรมศาสตร์ไม่เกี่ยวข้อง!”

จึงแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน
คณะผู้บริหารร่างกายในยามวิกฤติ

Monday, January 30, 2012

“อนุดิษฐ์” โต้ “มัลลิกา” ฟ้องละเว้นฯเว็บหมิ่น ต้องรับผิดชอบคำพูดตนเอง

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

เขียนโดย pal

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ยืนยันกระทรวงฯเดินหน้าปราบเว็บหมิ่นสถาบันต่อเนื่อง
โดยมีหลักฐานเป็นสถิติชัดเจนในการปราบเว็บหมิ่นดังกล่าว
พร้อมตั้งข้อสังเกต น.ส.มัลลิกา
ฟ้องร้องต้องการอะไร พร้อมย้ำต้องรับผิดชอบคำพูดที่กล่าวหาคนอื่น




น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวถึง
กรณี น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แจ้งความเอาผิดนายกรัฐมนตรี
และฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
ฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่เรื่องการปราบปรามเว็บหมิ่นเบื้องสูงว่า
เรื่องนี้มีความชัดเจนอยู่แล้วที่ผ่านมายืนยันว่า
กระทรวงไอซีทีดำเนินการปราบปรามต่อเนื่อง
แต่ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ น.ส.มัลลิกา พยายามทำอยู่เกิดประโยชน์อะไร
เพราะประเด็นเหล่านี้ เป็นเรื่องที่สังคมมีความเข้าใจในการแก้ปัญหาของรัฐบาลอยู่แล้ว
แต่การพยายามจุดประเด็นเหล่านี้ไม่ได้เกิดผลดีต่อการบริหารจัดการแน่นอน
ถ้าสิ่งที่พูดเป็นเท็จ
หรือ ไม่ได้เอาเรื่องที่ถูกต้องมาพูด และ ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด

"ผมยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้ น.ส.มัลลิกาได้ทำเรื่องแบบนั้นอย่างเสรีโดยไม่ต้องรับผิดชอบ
สิ่งที่ น.ส.มัลลิกา พูดต้องรับผิดชอบคำพูดของท่านด้วย
และ เมื่อคิดว่าจะไปฟ้องคนอื่น ท่านมั่นใจหรือยังว่าสิ่งที่ท่านพูดนั้นได้พูดข้อเท็จจริง
ท่านจะต้องไปให้การต่อศาลด้วยเช่นกัน"

รมว.ไอซีที กล่าวอีกว่า เหมือนคราวที่แล้วไม่ได้พูความจริง
และ ประณามรวมถึงกล่าวหาข้าราชการไอซีทีว่าละเว้น
ซึ่งตนเองในฐานะเจ้ากระทรวงจึงยินยอมให้เกิดการกระทำดังกล่าวไม่ได้
ครั้งนี้เช่นเดียวกันที่บอกว่ากระทรวงไม่ทำงาน หรือ ละเลย
แต่เรามีหลักฐานจากศาลฯที่ได้วินิจฉัยการปิดเว็บไซต์ทุกสัปดาห์
มีหลักฐานมากมายและไม่ได้เป็นอย่างที่ น.ส.มัลลิกาพูด
และไม่ใช่เรื่องที่ดีที่จะต้องเอาเรื่องนี้มาพูดประชาสัมพันธ์
หรือประโคมข่าวแต่อย่างที่ท่านพูด ต้องรับผิดชอบคำพูดตัวเองด้วย

โดยเรื่องนี้มีข้อมูลสถิติชัดเจนแต่เรื่องเหล่านี้เป็นข้อมูลลับ
ถ้าใครที่มีหน้าที่โดยตรงในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลสามารถทำเรื่องมาได้
จะทำรายงานใส่แฟ้มรายงานให้ ซึ่งส่วนตัวอยากบอกข้อเท็จจริงว่า
ไม่มีข้าราชการคนไหนที่ต้องการละเลยการทำงานในหน้าที่
ที่ตัวเองรับผิดชอบโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวอีกว่า การที่ น.ส.มัลลิกาทำหน้าที่ตรวจสอบเป็นเรื่องที่ดี
แต่การตรวจสอบควรมีการนำเอาสิ่งที่ดีถูกต้องชี้แจงกับประชาชนไม่ใช่บอกว่ากระทรวง
หรือ รัฐบาลละเลยการทำหน้าที่ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ชี้แจงไปไม่รู้กี่ครั้งกี่รอบแล้ว
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ไม่พยายามนำเอาสิ่งที่เกิดขึ้นจริงมาพูด
แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่า ท่านกำลังพยายามบิดเบือนเรื่องดังกล่าว
เพื่อให้สังคมเห็นว่ากระทวงไอซีทีไม่ทำงาน มีวัตถุประสงค์อะไร

"ยืนยันว่าข้อความหมิ่นลดลงเรื่อย ๆ แต่ต้องยอมรับว่าทุกครั้ง
ที่มีการจุดกระแส หรือ ปลุกระดมเรื่องดังกล่าว
สิ่งเหล่านี้ นักวิชาการหลายคนได้วิเคราะห์วิจัยชัดเจนว่า
จะทำให้คนที่ไม่เคยรับรู้ ถูกกระตุ้น และ เข้าไปดูข้อมูลทางอ้อม
และ ทำให้จำนวนการเข้าไปเกี่ยวข้องสูงขึ้น
ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าการออกมาเคลื่อนไหว
ตอนนี้พยายามโยงไปเกี่ยวข้องกับการออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มนิติราษฎร์
ที่พยายามจะแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งเรื่องนี้เป็นคนละเรื่องกัน" รมว.ไอซีทีกล่าวทิ้งท้าย


http://www.go6tv.com/2012/01/blog-post_7456.html

ยุทธวิธีฝ่ายตรงข้ามคือ จับ 112 มัดรวมเพื่อไทย/แดง แล้วล้มการแก้ รธน./ล้มกระดาน

ที่มา thaifreenews

โดย ลูกชาวนาไทย


ผมไม่อยากเขียนประเด็น 112 กับพรรคเพื่อไทยมากนัก เพราะไปๆ มา ๆ พวกเราอาจโต้แย้งกันเองมากกว่าที่จะไปโต้แย้งกับฝ่ายตรงข้าม

แน่ นอน พรรคเพื่อไทยก็ควรพยายามเงียบเรื่องนี้เอาไว้ ไม่ต้องพูดอะไรมาก แค่นายกฯปู ปธิเสธแค่นั้น ก็มากพอแล้ว อันนั้นผมพอยอมรับได้ (แต่ไม่ค่อยพอใจมากนัก) ผมเข้าใจสถานการณ์ แต่ก็ทำใจได้ยากเหมือนกัน แต่ก็ต้องพยายามทำใจ

วันนี้ผมไม่คิดว่าพวกอำมาตย์ จะกังวลเรื่อง 112 มากนัก เพราะมันไม่ได้กระทบอะไรกับ "กลุ่มชนชั้นสูง"มากนัก แต่มันเป็๋นยุทธศาสตร์ที่อาจ "ปลุกมวลชนฝ่ายขวาจัด" ขึ้นมาได้ (อาจนะครับ เพราะประชาชนยังเงียบ) เขาก็ต้องใช้เงื่อนไขนี้เพื่อปลุกระดม

สิ่ง ที่พวกเขากังวลคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ทำให้อำนาจของพวกเขาลดลงไปอย่างมาก แต่การต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น วันนี้มันเลยจุดนั้นไปแล้ว ต่อต้านได้ยาก

ดังนั้นยุทธวิธีขอพวกเขา คือ การจับมัด 112 รวมกับรัฐบาลปู/พรรคเพื่อไทย/คนเสื้อแดง พยายามสร้างกระแสให้ "นิติราษฎร์กลายเป็นนิติเรด" เมื่อมัดสิ่งพวกนี้เข้าด้วยกันสำเร็จ (หากพวกเขาทำได้) ก็สามารถเตะชูตมันทีเดียวเข้าประตู ล้มกระดานกันได้เลย เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกแทบหมดฝูง ตามยุทธศาสตร์ของพวกเขา

แต่ วันนี้สถานการณ์มันไม่ไปถึงขั้นนั้นเท่านั้น เพราะคนตาสว่างกันมาก และเบื่อความขัดแย้ง คนชนบทลดการสนับสนุนระบอบอำมาตยาธิปไตยลงไปแทบหมด ทำให้ปลุกกระแสขึ้นยาก

แต่อาจปลุกขึ้นบางระดับ

วันนี้ผมคาด ว่า กลุ่มที่มีพลังหนุน "นิติราษฎร์" ดีที่สุดคือ กลุ่มนักวิชาการ ปัญญาชน ที่ลงชื่อใน 112 คนแรก ไม่ใช่ยิ่งลักษณ์ พรรคเพื่อไทย หรือคนเสื้อแดง

ผม เห็นว่าเรื่องนี้ เบื้องหลังนิติราษฎร์เป็น นิธิ เอียวศรีวงศ์ ดร.ชาญวิทย์ ปราบดา หยุ่น และนักวิชาการปัญญาชนมีชื่อ ดีกว่า เป็น ณัฐวุฒิ จตุพร หมอเหวง อ.ธิดา และผมเชื่อว่าคนเสื้อแดงแทบจะทั้งหมดเห็นด้วยกับการแก้ไข 112 อยู่แล้ว

ส่วนรัฐบาลนั้นก็ต้องระมัดระวังทางการเมือง แต่หากคนทั้งหมดเอาจริง ๆ ท้ายที่สุดนักการเมืองก็ต้องกลับคำพูดอยู่ดี แต่วันนี้ เขาพยายามห่างเอาไว้ ส่วนหนึ่งเพื่อป้องกันตัวเอง ส่วนหนึ่งก็คงเป็นยุทธวิธี ยกเว้นพวกรัฐมนตรีบางคนที่ห่วงตำแหน่ง

แม้ ว่าผมจะเข้าใจดี ถึงสถานการณ์ แต่ผมก็ไม่ค่อยชอบใจนัก ที่พรรคเพื่อไทย ออกมาพูดปฎิเสธ มากเกินไป คือ เงียบเสียบ้างก็ดี ได้ปฎิเสธเป็นทางการแล้ว ก็เลิกพูดได้แล้ว

คนเสื้อแดงก็ควร สนับสนุนนิติราษฎร์เป็นการส่วนตัว ไม่ต้องใส่เสื้อแดงก็ได้ (แต่เครือข่ายก็ยังเป็นเสื้อแดง)

แต่ เรื่อง 112 ไม่ควรเป็นกิจกรรมของเสื้อแดง หรือถูกมัดรวมกับคนเสื้อแดง แต่เป็นกิจกรรมของคนรักประชาธิปไตย เสรีภาพ และความเท่าเทียมกัน (มันก็เสื้อแดงแหละว๊ะ)

ผมคิดว่าเราไม่ควรใจร้อนมากเกินไปว่ามันต้องเสร็จในบัดนาวว์ แต่ต้องผลักมันไปข้างหน้าเรื่อยๆ ผลักไปให้ได้ไกลที่สุด

สู้ กับอำมาตย์มา 5 ปี ส่วน 112 สู้กันมาได้ยังไม่ถึงปีดี หนทางอาจไกลหรือใกล้ เราก็ยังไม่ทราบ แต่วันนี้มาไกลมากเกินกว่าที่คิด แต่ยังไม่ถึงปลายทางเท่านั้น

ตอบโต้ทันควันต่อการ "ปิดฉากแล้ว'ธรรมศาสตร์มีเสรีภาพทุกตารางนิ้ว' ต่อไปนี้เป็นสถานที่ราชการห้ามเข้า(เฉพาะพวกแก้112)"

ที่มา Thai E-News

แถลงการณ์คัดค้านการปิดกั้นเสรีภาพในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สืบ เนื่องจากสเตตัสล่าสุดของอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ในเฟสบุ๊ก ใจความว่าด้วยเรื่องของการจะห้ามใช้พื้นที่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในการ เคลื่อนไหวทางความคิดและการขับเคลื่อนประเด็นปัญหาที่เกี่ยวกับกฎหมายอาญา มาตรา112 (กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ) เห็นได้ชัดว่านี่เป็นการปิดกั้นเสรีภาพทางความคิด และเสรีภาพทางวิชาการ ในมหาวิทยาลัยที่มีคำขวัญอันโดดเด่นว่า เสรีภาพทุกตารางนิ้ว

มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์นั้นเป็นพื้นที่สำคัญของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่การก่อตั้งมหาวิทยาลัยที่เป็นผลผลิตของคณะราษฎรที่จะมุ่งหวังใน การสร้างประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในประเทศไทย มหาวิทยาลัยผ่านประสบการณ์การต่อสู้ทางการเมืองมาโดยตลอดตั้งแต่ ขบวนการ11ตุลาคม2494 ในการเรียกร้องมหาวิทยาลัยคืนจากจอมพล ป., ขบวนการ14ตุลา 2516, ขบวนการ 6ตุลา2519, ฯลฯ เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้มหาวิทยาลัยได้รับการยกย่องในฐานะที่เป็นพื้นที่ สาธารณะในการส่งเสริมความคิดทางการเมือง และประชาธิปไตย การเปิดให้วิพากษ์วิจารณ์ปัญหาที่แหลมคมควรจะเป็นสิ่งที่มหาวิทยาลัยพึง กระทำโดยไม่มีการกีดกันและคัดค้าน คงจะมิเป็นการกล่าวเกินจริงว่าพื้นที่ทางวิชาการที่สำคัญที่สุดสำหรับ ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยและเป็นพื้นที่ที่เปิดกว้างทางความคิดมากที่สุด คือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

แต่มติเอกฉันท์ของผู้บริหารเพียงไม่กี่คน นำมาซึ่งการทำลายเสรีภาพในมหาวิทยาลัยอย่างร้ายแรง การจะไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยในการเคลื่อนไหวกรณีมาตรา112 เป็นการปิดกั้น ปิดปาก นักศึกษาและประชาชน ผู้กระหายในเสรีภาพทางวิชาการและความถูกต้อง เป็นการทำลายเจตนารมณ์ของผู้ประศาสน์การที่มีความมุ่งหวังว่ามหาวิทยาลัย แห่งนี้จะเป็น “ บ่อบำบัดความกระหายของราษฎร ผู้สมัครแสวงหาความรู้ อันเป็นสิทธิและโอกาส ที่เขาควรมีควรได้ ตามหลักเสรีภาพ ของการศึกษา.”

นัก ศึกษา, คณาจารย์, ศิษย์เก่า แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และประชาชนผู้รักในเสรีภาพทางความคิดและการแสดงออก ขอเรียกร้องให้ผู้บริหารทั้งหลายที่ลงมติในการไม่อนุญาตให้มหาวิทยาลัยเป็น พื้นที่ในการแลกเปลี่ยนกรณีการแก้ไขมาตรา112 กลับไปทบทวนว่าความเข้มแข็งของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตั้งแต่การก่อตั้งในปี พ.ศ. 2478 เป็นต้นมา เป็นพื้นที่ที่ยอมรับความหลากหลายทางความคิดและเปิดกว้างให้มีการใช้เพื่อ พูดคุย ถกเถียง ประเด็นทางสังคมและการเมือง ไม่เคยมีครั้งไหนนอกจากยุคเผด็จการที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยมีนโยบายปิดกัน ไม่ให้นักศึกษาและอาจารย์แสดงเสรีภาพทางความคิด

เราขอเรียกร้องให้ ผู้บริหารยกเลิกมติข้างต้น หากมหาวิทยาลัยยังมีคำขวัญที่ว่า “ธรรมศาสตร์มีเสรีภาพทุกตารางนิ้ว” อธิการบดีและผู้บริหารมหาวิยาลัยควรจะเห็นถึงความสำคัญของธรรมศาสตร์ในการ เป็นพื้นที่สำคัญในการทำให้ความขัดแย้งบรรเทาลงและยอมให้มหาวิทยาลัยเป็น พื้นที่เปิดที่สามารถจัดกิจกรรมทางสังคม การเมือง และการวิพากษ์วิจารณ์ และถกเถียงอย่างเปิดกว้างอย่างที่เคยเป็นมาตั้งแต่การก่อตั้งมหาวิทยาลัย

ด้วยความเคารพ

รักษ์ชาติ์ วงศ์อธิชาติ อุปนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์/ นักศึกษาชั้นปีที่3 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ปกป้อง เลาวัณย์ศิริ อดีตสมาชิกสภานักศึกษาและศิษย์เก่าคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (พ.ศ. 2544 - 2548)
เก่งกิจ กิติเรียงลาภ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ดร. ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ สถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา สิงคโปร์
จิตรา คชเดช ที่ปรึกษาสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย
เพียงคำ ประดับความ อดีตนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
จีรนุช เปรมชัยพร อดีตนักศึกษาคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน รหัส 29
ปองขวัญ สวัสดิภักดิ์ อดีตกรรมการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (2553-2554)
ภัควดี วีระภาสพงษ์ ศิษย์เก่าคณะศิลปศาสตร์ ภาควิชาปรัชญา รหัส 256280
บริภัทร ตั้งเสรีกุล นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะศิลปศาสตร์ เอกปรัชญา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (class of 2013)
ศรวิษฐ์ โตวิวิชญ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาฝรั่งเศส มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
พัชรี แซ่เอี้ยว อดีตนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ รหัส48
สุเจน กรรพฤทธิ์ อดีตนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ รหัส 43
พันธุ์ภูมิ ผุดผ่อง กรรมการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (2554-2555)
ธันย์ ฤทธิพันธ์ ประชาชน
ภูริพัศ เมธธนากุล มนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
คุปต์ พันธ์หินกอง อดีตนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์
พันธกานต์ ตงฉิน อดีตนักศึกษาคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน รหัส 48
อนุ ธีร์ เดชเทวพร อดีตนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รหัส 49, อดีตอุปนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี 2551-2552, อดีตเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยปี 2552-2553
วันเพ็ญ ก้อนคำ/ ประชาชน
น้ําฝน ลิ่วเวหา วารสารศาสตร์48
รุ่งโรจน์ "อริน" วรรณศูทร (นิรันดร์ สุขวัจน์ มธ 159101) / ลาออกปีการศึกษา 2519 "รัฐศาสตร์ ทฤษฎีและปรัชญาการเมือง"
นุชจรีย์ วิริยางกูรภาพ อดีตนักศึกษาคณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี
วรวิทย์ ไชยทอง ภาควิชาการปกครอง รัฐศาสตร์ จุฬา ฯ
เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล /ประชาชน
พิเชฐ ยิ่งเกียรติคุณ ศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ รหัส 46
ศรีสมร กิจภู่สวัสดิ์, นิสิตเกษตรศาสตร์, รหัส ๒๕๒๕
พิศาล ธรรมวิเศษ ชาวบ้าน
ศิรดา วรสาร อดีตนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รหัส 50
ธนุต มโนรัตน์ รัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์
เทพวุธ บัวทุม คนไท
มูหัมหมัดฮาริส กาเหย็ม ราษฎร
สุเทพ ศิริวาโภ นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น/ประชาชน
นายนิคม โชติพันธ์ ประชาชน
ธนพล พงศ์อธิโมกข์ CCP/ประชาชน
อดิศร เกิดมงคล นักศึกษาปริญญาโท คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
วรัญญา เกื้อนุ่น รหัส 37 คณะนิติศาสตร์ มธ
วรรษชล ศิริจันทนันท์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
อภิวัฒน์ วัฒนพงษ์ อดีตนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รหัส 49
สุริยัน สินธทียากร ศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ คณะเศรฐศาสตร์ รุ่น 24
ศิริวุฒิ บุญชื่น SEAS, ศิลปศาสตร์ '46
นวภู แซ่ตั้ง นักศึกษาปริญญาตรี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
วีระพันธุ์ ตรีรัตน์พันธุ์ ราษฎร
ธนากร ปัสนานนท์ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี3
อาดีช วารีกูล รัฐศาตร์การเมืองการปกครองม.รามและมานุษยวิทยาสาขาไทยคดีศึกษาปริญญาโท ม.ทักษิณ สงขลา
นครินทร์ วิศิษฎ์สิน บัณฑิตคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
พีระพล เวียงคำ นักกิจกรรม, นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ รหัส 4903610147,อดีตอุปนายกฯ อมธ.ปี 2551-2552
ประวิทย์ พันสว่าง นักเขียน ชาวบ้าน
แวววิศาข์ ณ สงขลา นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง
ราชาวดี สิริโยธิน อักษรศาสตร์ จุฬา ฯ เกียรตินิยม
สงกรานต์ ป้องบุญจันทร์ นักศึกษา ป.โท คณะนิติศาสตร์ รหัส 2551
ชัยศิริ จิวะรังสรรค์ ศิลปินอิสระ
วินัย ผลเจริญ อดีตนักศึกษาปริญญาโทคณะศิลปศาสตร์ และปริญญาเอก คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
พลิศ ลักขณานุรักษ์ อดีตกรรมการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (2553-2554)
สิทธา แสนสมบูรณ์สุขนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาเยอรมัน รหัส53
นาย พิเศษ นภาชัยเทพ ราษฎร
ยศ วัฒน์ ปานโต ประชาชนคนไทยที่ไม่ได้จบธรรมศาสตร์ แต่รู้จักธรรมศาสตร์จากสิทธิเสรีภาพของนักศึกษาในการแสดงออก และปรารถนาให้ธรรมศาสตร์มียึดมั่นในอุดมการณ์ในสิทธิเสรีภาพของการแสดงออก
ประชาเลิศ แซ่เจ็ง ม.รามคำแหง
พัธรพงศ์ เลิศปัญญาธรรม นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาฝรั่งเศส มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ประภา ภูมิ เอี่ยมสม นักศึกษาชั้นปีที่2 คณะมนุษยศาสตร์ เอกอังกฤษ สถาบันการศึกษานานาชาติ ม.รามคำแหง ผุ้ซึ่งเคยชื่นชมมธ.ในฐานะมหาวิทยาลัยที่สนับสนุนการแสดงออกทางการเมือง
ก้าวหน้า เสาวกุล ศิลปศาสตรบัณฑิต มธ. รหัส 47
นางกนก วรรณ เกิดผลานันท์ (นางสาวกนกวรรณ โยธาทิพย์) ศิษย์เก่าคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รหัสนักศึกษา 3207610746
ธนพล ฟักสุมณฑา
อนุพันธุ์ หงษาชัย รัฐศาสตร์บัณฑิต ม. รามคำแหง ผู้เห็นแก่ประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักอย่างแท้จริง
อิทธิพล โคตะมี
อชิรวิชญ์ อันธพันธ์
วรยุทธ ยอดบุญ นิสิตปริญญาโท คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
พรเทพ กมลเพชร เศรษฐศาสตร์บัณฑิต รหัส 48
ปองภพ บูรพกิจลาภา นักศึกษาปีที่ 3 คณะเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์
ลิขิต เครือบุญมา ศิลปศาสตร์ ปี2
ภิญญพันธุ์ พจนะลาวัณย์ ราษฎร
เกศริน เตียวสกุล นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์รหัส ๒๐
ชัยพฤกษ์ พัฒน์ดำรงจิตร
คมลักษณ์ ไชยยะ บัณฑิตอาสาสมัคร ม.ธรรมศาสตร์รุ่น 32
ดร.อิสราภรณ์ พิศสะอาด
ลงชื่อค่ะ นารีรัตน์ นิลพิศุทธิ์ บัณฑิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
ณัฐญา เกิดเพชร,วารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์
แคน อุดมเจริญชัยกิจ ธรรมศาสตร์ รหัส52
วีระ หวังสัจจะโชค รัฐศาสตร์ จุฬาฯ
อรุณี พูลสวัสดิ์ ประชาชน
ตันติกร เตริยาภิรมย์ บัณฑิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น
เธนศก์ ล้ำเลิศ / ราษฎร
วสวัตติ์ เถื่อนคำ ประชาชน

0 0 0 0 0



ปิดฉากแล้ว'ธรรมศาสตร์มีเสรีภาพทุกตารางนิ้ว' ต่อไปนี้เป็นสถานที่ราชการห้ามเข้า(เฉพาะพวกแก้112)"


เข้าพบสวัสดีปีใหม่ท่านอดีตนายกสภาสุเมธ ตันติเวชกุล ( สถานะบนเฟซบุ๊ค Somkit Lertpaithoon-สมคิด เลิศไพฑูรย์๋ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ 7 ชั่วโมงที่แล้ว)


ที่ประชุมกรรมการบริหารมหาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งประกอบด้วยคณบดี ผู้อำนวยการสำนักสถาบันมีมติเอกฉันท์ว่ามหาลัย
คณะ สำนักสถาบันจะไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่มหาลัยเพื่อเคลื่อนไหวกรณีมาตรา 112 อีกต่อไป เพราะมหาลัยเป็นสถานที่ราชการ การอนุญาตต่อไปอาจทำให้คนเข้าใจผิดว่าเป็นการดำเนีนการของมหาลัยหรือมหาลัย เห็นด้วยกับการดำเนินการดังกล่าวข้างต้น อีกทั้งอาจนำมาซึ่งความขัดแย้งอย่างรุนแรงภายในบริเวณมหาลัย จนมหาลัยไม่อาจดูแลความปลอดภัยของบุคคลและทรัพย์สินของมหาลัยได้ (สถานะบนเฟซบุ๊คของสมคิดเมื่อ 48 นาที่แล้ว)


เรื่องเกี่ยวเนื่อง

-อุ๊ยตาย!โดนจับได้อายจัง กร่างเป็นนิติมธ.2501ไล่นิติราษฎร์พ้นธรรมศาสตร์ ที่แท้เป็นลิ่วล้อเผด็จการ

-ซีรีส์ลากไส้องค์กรซ่อนเงื่อน:มหาลัยใหญ่โตเหวย! มืดจริงหนอสถาบันอันกว้างขวาง

ณ ที่แห่งนั้น เราจะไม่มีน้ำตา

ที่มา Thai E-News



30 มกราคม 2555
โดย เก้อ น่ะ

----------------
เชิงอรรถออกแบบ
----------------

1. มิได้สนับสนุนลัทธิยึดถือตัวบุคคล สิ่งที่กล่าวถึงคือสัญลักษณ์แทน"ความคิด"ชนิดหนึ่ง ผ่านบุคคลๆหนึ่งเท่านั้น ความจำเป็นในการใช้บุคคลแทนความคิดเป็นข้อจำกัดทั่วไปของการออกแบบเพื่อการ สื่อสารกับคนหมู่มาก

2. ชาติ คือชุมชนจินตกรรม(Imagined Community - อ.เบเนดิกต์ แอนเดอร์สัน) เราสร้างจินตนาการในขอบเขตพื้นที่ของรัฐดังที่ปรากฏในรูปของแผนที่ เรายึดถือบางสิ่งเป็นคุณค่าสูงสุดร่วมกัน กร่อนความหลากหลายทั้งมวลสู่คุณค่าส่วนกลางที่รัฐยึดถือ เรามีชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์ และค่านิยมประกอบอื่นๆที่ก่อความเป็นชาติขึ้น และเป็นความจริงสูงสุดที่ชีวิตสมาชิกในรัฐนั้นยึดถือ(รวมถึงควบคุมสมาชิกรัฐ ด้วยวิธีดังกล่าว ในนามระเบียบของสังคม)

แต่แค่เพียงเราก้าวเท้าข้าม เขตพื้นที่บนเปลือกโลกของรัฐเราออกไป ความจริงสูงสุดก็จะเป็นอื่น ก้าวเท้าเพียง 1 ก้าวข้ามไปที่ลาว มาเลเซีย ฯลฯ ความจริงสูงสุดก็จะไม่เหมือนที่เราเชื่อแล้ว

3. ทั้งหมดคือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นในชุมชนจินตกรรมนี้ ซึ่งอาจเหมาะสมกับความเป็นจริงในบริบทของสังคมและปัจจัยในช่วงเวลานั้นๆ (และเราก็ยังควรที่จะต้องตั้งคำถามและตรวจสอบย้อนกลับไปได้อีกเช่นกัน ว่าเหมาะสมจริงหรือไม่อย่างไร)

4. เราสามารถสร้างจินตนาการใหม่ได้เรื่อยๆ ขยายขอบเขตคุณค่าเหล่านั้นให้กว้างขวางออกไปได้เรื่อยๆ เพราะยิ่งกว้างขวางเท่าไหร่ สังคมยิ่งมีทางเลือกในการปรับตัวให้เข้ากับพัฒนาการของโลกมากเท่านั้น รวมถึงความสามารถในการตรวจสอบระหว่างความคิดต่างๆในสังคมเองก็จะมีมากขึ้น ทั้งหมดเพื่อนำพาสังคมไปในทิศทางบวก -เราสามารถจินตนาการให้เป็นอะไรได้ทั้งนั้น-

5. คุณค่าที่ควรยึดถือขึ้นกับปัจจัยในสังคมนั้นๆก็จริง แต่ถ้าความจริงใดครอบครองสถานะสัจธรรมสูงสุดเฉพาะพื้นที่บนเปลือกโลกขอบเขต รัฐนั้นๆ เป็นไปได้ว่าจินตนาการชนิดนั้นอาจคับแคบและขัดกับธรรมชาติของมนุษย์ ...จินตนาการที่ยิ่งห่างไกลจากธรรมชาติของมนุษย์อันเป็นสากลมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะฉุดรั้งเราไว้มากเท่านั้น เมื่อโลกเคลื่อนที่ไปข้างหน้า

6. และนี่คืออีกจินตนาการหนึ่ง...

สำนักงานออกแบบเพื่อชีวิต
ออกแบบไว้ ณ วันที่ 22 มกราคม 2555

ช็อตเด็ดวิวาทะมาตราร้อน

ที่มา Thai E-News

แย่งกันจงรักภักดี..เสด็จ พี่-พร้อมพงศ์ โฆษกเพื่อไทย ผนึกมืิอติ่ง-มัลลิกา รองโฆษกปชป. ที่DSI โดยรายแรกไปเร่งรัดให้ปราบพวกโพสต์ข้อความหมิ่นตามเน็ตและโซเชียล เน็ตเวิร์ค ฝ่ายหลังไปจี้ให้เอาผิดรัฐบาล ฐานจับเว็บหมิ่นฯช้า เป็นการละเว้นปฏิบัติหน้าที่












ศ.ดร.ธงชัย วินิจจะกูล ให้สัมภาษณ์กรณีนิติราษฎร์เสนอแก้ไขมาตรา 112

อุ๊ยตาย!โดนจับได้อายจัง กร่างเป็นนิติมธ.2501ไล่นิติราษฎร์พ้นธรรมศาสตร์ ที่แท้เป็นลิ่วล้อเผด็จการ

ที่มา Thai E-News


นาย สุชาติ สหัสโชติ ที่อ้างตัวเป็นเป็นประธานชมรมนิติมธ.2501 ขับไล่คณะนิติราษฎร์พ้นจากการเป็นอาจารย์ธรรมศาสตร์ ที่แท้เป็นลิ่วล้อเผด็จการ เคยได้ปูนบำเหน็จเป็น สสร. สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสมาชิกวุฒิสภาลากตั้ง ยุคคมช.หลังรัฐประหาร 19 กันยาฯ

นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี ก็เป็นศิษย์้เก่านิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ รุ่นพ.ศ.2501ด้วย ในวันที่นายสุชาติออกมาเคลื่อนไหวขับไล่นิติราษฎร์ นายชวนก็ออกมาให้สัมภาษณ์เป็นคอหอยลูกกระเดือกรับลูกกันเป็นทอดๆ (ดูข่าวประกอบ)

นิติมธ.01 จี้ปลดอาจารย์ "นิติราษฎร์" ร้องอธิการบดีห้ามใช้มหาวิทยาลัยเป็นสถานที่รณรงค์แก้ม.112

ชมรมนิติ มธ. 01 นำโดยนายสุเทพ นิรันดร และนายสุชาติ สหัสโชติ ประธานชมรมชมรมนิติ มธ. 01 ได้ออกแถลงการณ์และทำจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์ให้ดำเนินการห้ามไม่ให้มีการใช้สถานที่ของมหาวิทยาลัย ในการรณรงค์ยกเลิกหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 8 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด ที่จาบจ้วงต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และยังเรียกร้องให้กลุ่มอาจารย์นิติราษฎร์ และคณะอื่นอีกบางคณะยุติการปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ทันที เพื่อไม่ให้นักศึกษารับความคิดมาเป็นแบบอย่าง พร้อมกับให้มีการดำเนินการสอบสวน เพื่อลงโทษทางวินัยกลุ่มอาจารย์นิติราษฎร์ หลังแสดงออกอย่างชัดเจนว่า เป็นผู้ไม่นิยมเลื่อมใสการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข

นายชวน หลีกภัย หนึ่งในรุ่นนิติ มธ.01 ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ชัดเจนมีจุดยืนชัดเจนว่า ไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหว รณรงค์ยกเลิก หรือแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 8 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 ของกลุ่มนิติราษฎร์ แม้กลุ่มนิติราษฎร์จะมีสิทธิเสนอความเห็นทางวิชาการได้ แต่การแก้ไขแก้ไขจะต้องดำเนินการผ่านรัฐสภา โดยเรื่องดังกล่าวไม่มีทางการผ่านสภาฯ ได้แน่นอน