WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, July 18, 2012

Peace and Reconciliation in Southeast Asia

ที่มา thaifreenews



เว็บไซต์ข่าวจาการ์ตาโพสต์ 
หนังสือพิมพ์ชื่อดังของประเทศอินโดนีเซีย รายงานว่า 
บุคคลสำคัญทางการเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) 
ร่วมกันแลกเปลี่ยนความเห็นแสดงทัศนะ บนเวทีการเสวนาหัวข้อ 
"Peace and Reconciliation in Southeast Asia" 
(สันติภาพและการปรองดองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) 
โดยมีอดีตนายกทักษิณ  ชินวัตร ของไทย
เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญร่วมอยู่ด้วย
































ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย 18/07/55 บทเรียนมหาโหด....

ที่มา blablabla

โดย 

 ภาพถ่ายของฉัน




จากบทเรียน ตลกร้าย กลายเป็นโหด
เติมความโฉด ด้วยเล่ห์ จอมเฉไฉ
2 + 2 แถเป็น 5 บ้าแล้วไง
ครูจัญไร ผู้แสดง แสร้งทำมึน....


ใช้กลเกม อย่างช่ำชอง คือต้องผิด
ทั้งวิปริต บิดเบือน เหมือนไร้กึ๋น
ยุติธรรม โสมม ต้องล้มครืน
ตายน้ำตื้น หรือเร็วรีบ เข้าบีบคอ....


สิ่งถูกผิด ตามครรลอง กลับมองข้าม
ปล่อยลุกลาม ให้เหยียบย่ำ ทำหัวหมอ
ทั้งอำนาจ และหน้าที่ ใยรีรอ
มัวแต่หงอ ถูกมันสั่ง นั่งสั่นเทา....


ถูกชี้เป็น ชี้ตาย ง่ายจริงหนอ
คำสอพลอ อวดอ้าง ช่างโง่เขลา
เรื่องง่ายๆ กลายเป็นยาก ลำบากเรา
ตีหน้าเศร้า เล่าความเท็จ เลยเสร็จมัน....


2 + 2 เป็น 5 ไง ใช่..ถูกต้อง
ได้แต่มอง พวกมารยา ช่างน่าขัน
เป็นบทเรียน มหาโหด โคตรตื้นตัน
นี่ โน่น นั่น นั่งอมทุกข์ สนุกรึไง....


๓ บลา / ๑๘ ก.ค.๕๕

เห็นแล้วน้ำตาจะไหล พระเทพฯอ่านข่าวTV

ที่มา Thai E-News






Thepchai Yong


ถูกใจหน้านี้ · 27 นาทีที่แล้ว 
สมเด็จพระเทพฯ ทรงทดลองอ่านข่าว
คืนนี้เวลา 19.00 น. ขอเชิญทุกท่านร่วมชื่นชมพระบารมีของสมเด็จพระเทพฯ ทรงทดลองอ่านข่าว ณ สตูดิโอ 1 ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารที่ทำการแห่งใหม่ของไทยพีบีเอส อย่างเป็นทางการ

 — ที่ ThaiPBS Head Office


















เรารัก "สมเด็จพระเทพฯ" : Our BeLoved Princess Maha Chakri Sirindhorn
ถูกใจหน้านี้ · ประมาณ 1 ชั่วโมงที่แล้ว 

สมเด็จพระเทพฯ ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมทดลองอ่านข่าวที่ Studio1 ในโอกาสเปิดที่ทำการใหม่อย่างเป็นทางการของสถานีข่าว ThaiPBS ข่าวค่ำ ๑๙.๐๐ น. คืนนี้ (๑๗ ก.ค. ๕๕) โปรดติดตามชม

รายงานการสืบคดีประวัติศาสตร์ ถูกจับด้วยมาตรา 112 เพราะขายซีดีสารคดีสำนักข่าว ABC

ที่มา Thai E-News

 17 กรกฎาคม 2555
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์



สำหรับพี่น้องท่านใดที่สนใจด้านกฎหมาย หรือกำลังศึกษาเกี่ยวกับคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอยู่ หากในวันพรุ่งนี้ท่านมีเวลาว่าง ก็ขอแนะนำให้มาร่วมสังเกตการณ์การสืบพยานฝ่ายโจทก์(พนักงานสอบสวน) ในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ที่นายเอกชัย หงส์กังวาน เป็นจำเลย จากการขายเอกสารวิกิลีคส์แลCDสารคดีข่าวของออสเตรเลีย
ซึ่งเป็นคดีแรกของยุคนี้ที่สู้ในส่วนของ"เนื้อหา" ว่า"เป็นข้อเท็จจริงหรือหมิ่นประมาท" โดยทนาย"อานนท์ นำภา" และจบจากสืบพยานโจทก์ มาร่วมลุ้นกันว่าศาลจะยอมออกหมายเรียก 2 องคมนตรี(สิทธิ์ ,เปรม) และอานันท์ มาเป็นพยานให้กับจำเลยถึงข้อความที่พวกเขาวิพากษ์องค์รัชทายาทในเอกสารวิกิลีคส์หรือไม่!
พร้อมขอเชิญเข้าร่วมฟังการสืบพยานต่อในวันพรุ่งนี้  18 กรกฎาคม  เวลา 9.00 น. ห้อง 802 ศาลอาญารัชดา

คดี112 ประวัติศาสตร์ ไม่ควรพลาดครับ
 
สำหรับการสืบพยานวันนี้ ประชาไทรายงาน " สืบพยานวันนี้ คดี 112 ขายซีดีสารคดี ABC - วิกิลีกส์แปลไทย"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้ (17 ก.ค.55) จะมีการสืบพยานวันแรก ในคดีที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจกท์ฟ้องนายเอกชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ในความผิดหมิ่นสถาบัน ตามมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา และขายซีดีโดยไม่มีใบอนุญาตจากนายทะเบียน สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ตามมาตรา 54 พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551

การสืบพยานดังกล่าวมีกำหนดตั้งแต่วันที่ 17 -20 ก.ค.55 โดยจะเป็นการสืบพยานโจทก์ 2 วันและสืบพยานจำเลย 2 วัน

เอกชัย เดิมมีอาชีพขายหวยบนดิน หลังรัฐประหารในปี 2549 เขาเริ่มสนใจการเมือง และเริ่มเข้าฟังการปราศรัยทางการเมืองเป็นระยะ เขาถูกจับกุมตัวในวันที่ 10 มี.ค.54 ที่บริเวณอนุสรณ์ทหารอาสา ตรงข้ามโรงละครแห่งชาติซึ่งมีการปราศรัยของกลุ่มแดงสยาม เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่าชื่นชอบแนวคิดของนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ จึงไปฟังปราศรัยแต่ไม่ได้เข้าร่วมกลุ่มแดงสยามแต่อย่างใด

เขาถูกกล่าวหาว่าขายซีดีสารคดีเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ไทยของสำนักข่าว  ABC ประเทศออสเตรเลีย ราคา 20 บาท ซึ่งมีเนื้อหาบางตอนพาดพิงสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชและพระวรชายา รวมทั้งขายเอกสารวิกิลีกส์ใน ฉบับแปลไทย ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการสนทนาถึงเบื้องหลังของการเกิดรัฐประหารในปี 2549 ของบุคคล 3 คน คืออานันท์ ปันยารชุน ,สิทธิ เศวตศิลา, เปรม ติณสูลานนท์

เอกชายรับสารภาพในชั้นสอบสวน และถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ราว 8 วัน ในวันที่ 18 มี.ค.54 บิดาของเขา อายุ 82 ปีได้นำเงินสด 500,000 บาทเป็นหลักทรัพย์ในการประกันตัว และศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ราวเดือนพฤษภาคม 2555 ฝ่ายจำเลยได้ร้องขอต่อศาลให้ออกหมายเรียก อานันท์ ปันยารชุน, สิทธิ เศวตศิลา, เปรม ติณสูลานนท์ มาเป็นพยานในคดีนี้ ซึ่งศาลได้นัดฟังคำสั่งว่าจะอนุญาตให้ออกหมายเรียกหรือไม่ในวันสืบพยานวัน แรก (17 ก.ค.) นี้ด้วย


ได้โพสต์เกี่ยวกับการสืบพยานวันนี้ที่เฟซบุ๊คไว้ด้วยเช่นกัน 
 
ตำรวจที่นำกำลังเข้าจับคิดว่าในคลิปสารคดีขอสำนักข่าวABC ที่นายเอกชัยนำมาขายที่เวทีแดงสยาม นั้นเป็นคลิปที่มีการดูหมิ่น หมิ่นประมาท องค์รัชทายาท เนื่องจากมีตอนหนึ่งมีการตัดส่วนหนึ่งของ"คลิปริมสระ"มาลงในสารคดี และมีการตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของตำแหน่งกษัตริย์องค์ต่อไป(องค์รัชทายาท) และราชินีองค์ต่อไป ซึ่งซับไตเติ้ลกล่าวถึงเกี่ยวกับการมีพระชายาหลายคนขององค์รัชทายาท และการควบคุมรูปแบบคล้าย"ฮาเร็ม(พยานใช้คำนี้)" และเรื่องการไปอยู่กับ"ชายาลับ(พยานใช้คำนี้)ที่ประเทศเยอรมัน(ตามที่อ้างถึงเอกสารตามฟ้องของเนื้อหาสารคดี ทำให้พยาน(พ.ต.ท.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ สารวัตรสืบสวนนครบาล สน.ชนะสงคราม)มองว่าเป็นการทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติในเชิงชู้สาว(พยานสรุปเอง) จึงรุดนำกำลังเข้าจับกุม

เจอทนายอานนท์ตอกหน้าหงายเลย ว่าการเคยมีพระชายามาหลายคนขององค์รัชทายาทเป็นเรื่องจริงใช่หรือไม่ และในทางปฏิบัติของกษัตริย์ หรือคนทั่วไป การมีภรรยาหลายคน ก็เป็น"สิทธิส่วนบุคคลของพระองค์" มิใช่เรื่องผิดอันใด ใช่หรือไม่?

ผู้พิพากษากลับแย้งขึ้นมาว่า"ในทางกฎหมายแพ่งและพานิชย์มีกำหนดไว้อยู่เรื่องการสมรสได้เพียงหนึ่ง ...แต่ในทางปฏิบัติก็มิได้มีข้อห้ามอันใด(น้ำเสียงเอื่อยๆ)"

ทนายอานนท์ถามพยานยศ พ.ต.ท.อีกว่า รู้จักความหมายของคำว่า"ชู้สาว" กับ"ฮาเร็ม" ตามที่พยานกล่าวอ้างมากล่าวหาจำเลยจริงๆหรือเปล่า ว่าหมายถึงอะไร ที่พยานกล่าวหาจำเลยนั้นเป็นความหมายธรรมดาหรือในเชิงชู้สาวกันแน่ เพราะในสารคดีที่จำเลยเผยแพร่เป็นภาษาอังกฤษ และมิได้สื่อความหมายไปในทางลบแต่อย่างใด ?
พยานอ้ำๆอึ้งๆ ไม่กล้าตอบ...

ทนายอานนท์ถามพยานต่อไปว่า พยานกล่าวหาว่ากรณีในสารคดีมีคำว่า"ฮาเร็ม" การที่พยานมองว่าเป็นการดูหมิ่น เป็นเหตุที่พยานคิดเอาเองใช่หรือไม่ พยานรู้ความหมายคำว่า"ฮาเร็ม"หรือเปล่า พยานทราบหรือไม่ว่าฮาเร็มนั้นถือเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ พระราชวัง ที่หวงห้าม ในทางกษัตริย์แถบอาหรับ

อานนท์ถามย้ำว่า พยานแปลความหมายคำว่า"ฮาเร็ม"ว่าอย่างไร? ผมมีพจนานุกรมนะ ถ้าแปลผิดในการมากล่าวหาจำเลยนี้ พยานต้องรับผิดชอบด้วย!

พยานยศพ.ต.ท. จากสน.ชนะสงครามแทบหงายเงิบ ไปไม่เป็น!

ท้ายสุดพยานยอมตอบคำถาม"ผียัดปาก"ที่ทนายอานนท์ปั้นมาให้ และศาลต้องยอมบันทึก...ว่า
เรื่องเหล่านี้ในสำนวนกล่าวหาจะเลย เป็น"เรื่องจริง" แต่ไม่ควน"นำมาพูด"

อานนท์ นำภา ได้ยกระดับการต่อสู้คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในด้านการ"สู้ด้วยเนื้อหา" ไปอีกระดับหนึ่ง ข้าน้อยขอคารวะ!
 
ในการสืบพยานคดี 112 ของพี่เอกชัย หงส์กังวานในวันนี้ ผมคงเล่าได้ไม่มากเท่าไหร่ ว่าวันนี้ฝ่ายอัยการและพยานโจทก์ กับทนายจำเลย(อานนท์ นำภา) ซัดกันเรื่องกรณีข้อเท็จจริงกรณีภาพสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ กับพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ กับ"คลิปกึ่งเปลือย(ศาลใช้คำนี้)"ในสารคดีข่าวของสำนักข่าวABC-ออสเตรเลีย กันไปกี่ยก ดุเดือดจนบรรยายไม่ถูก ถ้าวัดกันที่เนื้อหาแล้ว เป็นคดีประวัติศาสตร์เลยทีเดียว ที่ได้"สู้กันด้วยข้อเท็จจริง"ของสถาบันกษัตริย์

สืบพยานโจทก์พรุ่งนี้วันสุดท้าย ก่อนจะขอศาลออกหมายเรียก เปรม สิทธิ์ อานันท์ มาเป็นพยานจำเลย เกี่ยวกับข้อความในวิกิลีคส์ที่พวกเขาวิพากษ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯต่อไป
วันนี้ต้องขอชื่นชมพี่ประวิตร โรจนพฤกษ์ บรรนาธิการอาวุโสจากหนังสือพิมพ์ The Nation ที่กล้าลุกขึ้นประท้วงต่อศาล ในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มาตรา 112 ที่นายเอกชัย หงส์กังวานเป็นจำเลย ด้วยข้อหาขายเอกสารวิกิลีคส์ และCDสารคดีข่าวเรื่องคดีหมิ่นฯในเมืองไทยจากประเทศออสเตรเลีย ณ ห้องพิจารณา 802 ศาลอาญารัชดา

ผู้เข้าร่วมฟังการสืบพยานเดินทา
งมารอตั้งแต่ 9.00 น. แต่ศาลลงนั่งบัลลังก์ ประมาณ 9.40 น. มาถึงก็ไล่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องให้ออกไปนอกห้อง เพื่อจะพิจารณาคดีในทางลับ โดยมิได้แจ้งต่อจำเลยและทนายความล่วงหน้ามาก่อน

ทันใดนั้น พี่ประวิตรได้ลุกขึ้นคัดค้านศาลว่า จากการพิจารณาคดี"ดา ตอร์ปิโด" ที่ผ่านมานั้นในทางลับ ทำให้ภาพลักษณ์ของกระบวนการยุติธรรมไทยย่ำแย่ไปมากในสายตาชาวโลก ในประเด็นเรื่องความโปร่งใส ตรวจสอบได้ของกระบวนการยุติธรรม และหากศาลต้องการพิจารณาในทางลับเช่นเดิมอีก ผมก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเขียนสิ่งเหล่านี้ลงไปในหนังสือพิมพ์ที่ผมทำงานอยู่ อีกทั้งการพิจารณาลับยังขัดต่อมาตรา 40 ในรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่าการพิจารณาคดีต้องกระทำอย่างเปิดเผยด้วยเช่นกัน

ก่อนที่ศาลจะบอกว่า "พอแล้ว นั่งลง" และเริ่มกระบวนการสืบพยานโดยทุกคนยังคงติดตามรับฟังในห้องต่อไปได้ ซึ่งเนื้อหาเป็นประเด็นเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ที่ดุเดือดที่สุดเท่าที่เคยติดตามคดีมาตรา 112 มาเลยทีเดียว

และขอบคุณทนายอานนท์ นำภา วันนี้เล่นถามสืบกรณีพระบรมฯ ซะ พยานยศพันตำรวจโทแทบฉี่ราด!!
 
 
* * * * * * * *

องค์กร Climate Central ชี้ น้ำท่วมปีที่แล้วเกิดจากมนุษย์ไม่ใช่ธรรมชาติ

ที่มา Thai E-News

 รายงานโดย ดวงจำปา
17 กรกฎาคม 2555


รายงานการวิจัยจาก องค์กรไคลเมทเซ็นทรัล (Climate Central) ได้กล่าวถึงเรื่องน้ำท่วมในประเทศไทยเมื่อปีที่แล้ว (พ.ศ. 2554) ในส่วนหนึ่งของบทความว่า....


" ......น้ำท่วมครั้งนี้ เป็นเรื่องที่เลวร้ายที่สุดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2485 มีพื้นที่บางส่วนที่เหลือจมอยู่ใต้น้ำ 6 ฟุต (1.82 เมตร) มานานกว่าสองเดือนตามรายงานขององค์กรการบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่ง ชาติ (National Oceanic and Atmospheric Administration หรือ NOAA) ภาวะน้ำท่วมได้สร้างความเสียหายหรือไม่ก็ทำลายศูนย์การการผลิตเทคโนโลยีชั้น สูงเป็นจำนวนมากมายหลายแหล่ง ซึ่งนำไปสู่ความล่าช้าในการจัดส่งอุปกรณ์เช่นเครื่องคอมพิวเตอร์แล็ปท็อป
ในกรณีนี้นักวิจัยพบหลักฐานว่ามีน้ำท่วมเหล่านั้น เกิดจากการกระทำของมนุษย์ (manmade) แต่ไม่ใช่เพราะการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศแต่ประการใด ผลการวิจัยกล่าวต่อไปว่า ปริมาณน้ำฝนไม่ได้ตกลงมาอย่างเป็นประวัติการณ์หรือเป็นจำนวนผิดปกติแต่อย่าง ใดสําหรับประเทศไทย และสรุปว่า การพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรม รวมไปถึง นโยบายการบริหารการเก็บกักน้ำและแนวโน้มจากการกระทำอื่น ๆ บนภาคพื้นดิน เป็นองค์ประกอบที่ทำให้เกิดน้สภาววะน้ำท่วมขึ้นมา.... "

ลิงก์ที่มา

จากโลกด้านใน:แมลงวันตอมแมลงวัน

ที่มา Thai E-News

 



บาง ทีคนทำสื่อหลายคน และเจ้าของสื่ออาจจะรู้ดีอยู่แล้ว แต่ไม่ยอมรับว่าได้ใช้สื่อเป็นเครื่องมือเพื่อประโยชน์ของกลุ่มตน หากกล่าวว่า เพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ แม้จะไม่แน่ชัดว่า หมายถึงใคร 

โดย นิธินันท์ ยอแสงรัตน์
ที่มา เว็บไซต์ mediainsideout
ภาพประกอบ ไทยอีนิวส์ บทความดั้งเดิมชื่อ "โลกด้านใน"

การเกิดขึ้นของกลุ่ม Media Inside Out  หรือ  MIO ไม่ใช่เรื่องใหม่และไม่ใช่เรื่องสั่นสะเทือนวงการสื่อ เพราะเอ็มไอโอที่มีผู้เรียกให้ฟังดูรื่นเริงว่า "เมี้ยว" หรือ "เหมียว"  เหมือนเสียงร้องของแมวนั้น  เป็นเพียงกลุ่มคนเล็กๆ ที่ประกอบด้วย คนทำงานสื่อ ทั้งนักข่าว นักแปล นักเขียน รวมถึงนักวิชาการด้านสื่อที่ไม่ได้มีอิทธิพลอันใด นอกจากอาจจะคิดต่างไปบ้างกับคนทำงานในวงการสื่อปัจจุบัน ที่ควรจะเป็นเรื่องปกติ
แม้แต่เสียง "เมี้ยว" นี้ หากแว่วไปถึงหูผู้ใดให้รู้สึกว่า อยากจะหยุดฟังบ้าง ก็ควรเป็นเรื่องปกติเช่นกัน
ประเด็นสำคัญประเด็นหนึ่งที่คนในวงการสื่อกลุ่มหนึ่งรวมถึงผู้เขียนเห็นว่า คนในวงการสื่อกลุ่มใหญ่มองข้าม หมายความว่า อาจจะเห็นแต่มองข้ามเพราะถือว่าไม่สำคัญก็คือ ความเท่าทันสื่อหรือความเท่าทันตัวเองของคนทำสื่อเอง
ในความเป็นจริง คนทำสื่อส่วนมากไม่ค่อยมีโอกาสย้อนกลับมาพิจารณาตัวเองมากนัก  เพราะเหตุจากงานประจำรายวัน เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับความเร่งรีบ ต้องแข่งกับเวลาอย่างแท้จริง  เมื่อทำงานด้วยความเร่งรีบจนหมดชั่วโมงทำงาน  ถึงบ้านก็หมดแรง แทบไม่มีเวลาค้นคว้าหาความรู้ใดๆ เพิ่มเติม
ข้อมูลความรู้ต่างๆ ที่ได้มาจึงมักไม่พ้นข้อมูลความรู้ที่ได้มาจากแหล่งข่าวหลัก ในการสัมภาษณ์รายวัน  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แหล่งข่าวที่เรียกกันว่า แหล่งข่าวระดับสูง หรือผู้มีตำแหน่งแห่งที่ระดับสูงในวงการต่างๆ
สัมภาษณ์กันมากๆ บ่อยๆ  คนทำสื่อก็อาจกลายเป็นคนสนิทของแหล่งข่าวนั้น  เป็นพีอาร์ประจำตัวของแหล่งข่าวนั้น หรือเป็นผู้ปล่อยข่าวให้กับแหล่งข่าวนั้นๆ  ซึ่งถ้ามองด้วยทัศนะของคนทำสื่อหลายๆ คนในยุคปัจจุบันว่า สื่อไม่จำเป็นต้องวางตัวเป็นกลาง  นี่ก็มิใช่เรื่องผิดจริยธรรมในระดับคอขาด แต่มันหมายความว่า คนทำสื่อนั้นๆ ควรต้องตระหนักว่า ตนกำลังนำเสนอเรื่องใดในกรอบคิดหรือฐานคิดใดอยู่  และควรต้องตระหนักด้วยว่า ฐานคิดของตน เป็นเพียงฐานคิดหนึ่งในหลายๆ ฐานคิดที่มีอยู่มากมายหลากหลาย
คนทำสื่อควรต้องตระหนักอย่างจริงจังว่า  มิได้มีความคิดที่ถูกต้องเพียงชุดเดียวในโลก   เรื่องของความคิดไม่ใช่เรื่องทางวิทยาศาสตร์เหมือนน้ำเดือดที่อุณหภูมิ ๑๐๐ องศาเซลเชียส  แต่เป็นความคิดที่สัมพันธ์กับบริบทแวดล้อมต่างๆ ของผู้คิด  เช่น  กระสอบข้าวสารหนักหนึ่งกิโลสำหรับชายฉกรรจ์ร่างกำยำหนักหกสิบกิโล ย่อมไม่หนักในความคิดของเขา  แต่มันจะหนักมากสำหรับหญิงชราผู้มีน้ำหนักเพียงยี่สิบหกกิโลกรัม และกำลังป่วยด้วยโรคปอดอักเสบ
ในทำนองเดียวกัน  นักการเมืองคนหนึ่งที่เลวมากเพราะคอรัปชั่นมากเหลือเกินในทัศนะของเรา  จึงอาจเป็นนักการเมืองหรือผู้แทนที่ดีของคนอีกกลุ่มได้  เพราะเขาทำให้คนอีกกลุ่มมีชีวิตที่ดีขึ้นในทัศนะของคนกลุ่มนั้น  ซึ่งไม่ได้แปลว่า คนกลุ่มนั้น  ถูกซื้อตัว หรือยอมรับคอรัปชั่น  โดยเฉพาะเมื่อคนกลุ่มนั้นตั้งคำถามกลับไปเหมือนกันว่า แล้วสิ่งที่พวกท่านทำไม่ต่างกันเลย  จะ เรียกว่า คอรัปชั่น หรือผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่
อันที่จริง  ความเข้าใจว่า  เรื่องแต่ละเรื่องมีคำอธิบายได้หลายชุด  เป็นความรู้ระดับพื้นฐานมากใน โลกสากล  แต่ดูเหมือนจะยังเป็นเรื่องชวนงงในสังคมไทย  โดยเฉพาะสังคมสื่อไทยที่มุ่งมั่นในการทำหน้าที่หมาเฝ้าบ้าน และส่องตะเกียงเพื่อ "หาคนผิดคนเดียวนั้นให้พบ"   ซึ่งอาจเป็นความเคยชินที่ได้รับการปลูกฝังมาจากประวัติศาสตร์การต่อสู้ของ สื่อไทยในยุคเผด็จการทหารเต็มรูปแบบ ก็ได้
ผู้เขียนไม่คิดว่า คนทำสื่อไทยเป็นคนเลวหรือ โง่  แต่อยากจะตั้งข้อสงสัยว่า  บางที อาจเป็นความไม่รู้เท่าทันตัวเองและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว  เนื่องจากไม่มีเวลาศึกษา  และบ้างก็ไม่ให้คุณค่าการศึกษาเท่าการปฏิบัติ เพราะติดกับดักความเชื่อว่า การศึกษาทำให้คนอยู่บนหอคอยงาช้าง ทำงานไม่เป็น  คนทำสื่อจำนวนหนึ่งจึงไม่เห็นโครงสร้างสังคมที่ซับซ้อนกว่าวันวานจริงๆ เพราะ มีเพียงความรู้ชุดเดิมเกี่ยวกับสภาพสังคมและการต่อสู้เพื่อเสรีภาพ  ซึ่งส่งผ่านกันมาตั้งแต่ยุคเผด็จการเมื่อหลายทศวรรษก่อน
ประจักษ์พยานเกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่น กรณีที่สื่อมักอ้างว่า ทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ โดยขาดความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับความหมายของประชาชน  เช่น มิได้ตระหนักว่า ประชาชนมีหลายกลุ่มหลายเหล่า และเอาเข้าจริงๆ แล้วสื่อก็อาจมิได้กำลังรับใช้ประชาชนส่วนใหญ่เท่ากับรับใช้ผลประโยชน์ ประชาชนกลุ่มของตัวเอง ซึ่งมิใช่เรื่องผิดปกติ หรือสมควรประณามหยามเหยียด เพราะประชาชนทุกกลุ่มต่างก็ต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของตน และเพราะการเมืองก็คือเรื่องของการต่อรองผลประโยชน์  มิใช่การปฏิบัติธรรม แต่มันหมายความว่า สื่อควรรู้เท่าทันตัวเองตรงนี้ด้วย 
หรือบางทีคนทำสื่อหลายคน และเจ้าของสื่ออาจจะรู้ดีอยู่แล้ว แต่ไม่ยอมรับว่าได้ใช้สื่อเป็นเครื่องมือเพื่อประโยชน์ของกลุ่มตน หากกล่าวว่า เพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ แม้จะไม่แน่ชัดว่า หมายถึงใคร
หลายคนกล่าวว่า สังคมไทยแตกแยกหาทางลงไม่ได้อย่างทุกวันนี้เป็นเพราะการยั่วยุของสื่อ  ผู้เขียนไม่เห็นด้วยและไม่ขอประณามสื่อว่า เป็นต้นเหตุ เพราะเป็นการสรุปที่ง่ายเกินไป  แต่ก็มีความเห็นว่า สื่อเป็นตัวละครสำคัญในเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น  ซึ่งเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้กลุ่ม MIO ถือกำเนิด
น่าสนใจที่จะพิจารณาว่า สื่อมีบทบาทอย่างไรกับความขัดแย้งในสังคมไทยปัจจุบัน ซึ่งความจริงเป็นเรื่องปกติของสังคมโลก แต่เป็นเรื่องใหม่สำหรับสังคมไทย  น่าสนใจว่า สื่อกำลังจัดวางวาระใดให้กับสังคม  ทั้งโดยเจตนาและไม่เจตนา เพื่อโน้มนำสังคมไปสู่สังคมประชาธิปไตยอย่างราบรื่น หรือเพื่อโน้มนำสังคมให้ยึดติดในขนบเดิม  หรือสื่อไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากทำธุรกิจของสื่อเพื่อประโยชน์ของสื่อเท่านั้น ? สื่อสนับสนุนให้ผู้บริโภคมีหลักคิดใดที่มากกว่าความเชื่อและอารมณ์หรือไม่   สื่อใช้เครื่องมือใด อย่างไรในการโน้มน้าวสังคม  การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีสื่อมีผลต่อการทำงานของสื่ออย่างไร สื่อยังคงสามารถชี้นำสังคมได้ไหม จะชี้นำไปสู่ทิศทางใด และสัมพันธ์กับสื่อต่างๆ ในโลกอย่างไร
ประเด็นเหล่านี้น่าสนใจ แต่บางทีคนทำสื่อหลายคนอาจไม่ทันได้คิด เพราะงานอันเร่งรีบประจำวันไม่เปิดโอกาสให้ได้คิดมากนัก

ตำรวจเบิกความคดีขายซีดี ABC – สำนักข่าวออสเตรเลียปฏิเสธออกคำแถลง

ที่มา uddred

 ประชาไท 18 กรกฎาคม 2555 >>>

17 ก.ค.55 ห้องพิจารณาคดี 802 ศาลอาญารัชดา มีการสืบพยานคดีที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้อง นายเอกชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ในความผิดหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา และมาตรา 54 ขายวีดิทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 เนื่องจากขายซีดีสารคดีเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ของสำนักข่าว ABC ประเทศออสเตรเลีย และขายสำเนาเอกสารวิกิลีกส์ฉบับแปลภาษาไทย โดยในวันนี้เป็นการสืบพยานโจทก์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมของ สน.ชนะสงคราม คือ พ.ต.ท.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ และดาบตำรวจนคร คงกลิ่น
ทั้งนี้ เอกชัย ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 10 มี.ค.53 และถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครจนถึงวันที่ 18 มี.ค.53 จึงได้ประกันตัวโดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 500,000 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่ที่ฝ่ายจำเลยขอให้ศาลออกหมายเรียก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์, อานันท์ ปันยารชุน และพลอากาศเอกสิทธิ เศวตศิลา มาเป็นพยานเนื่องจากปรากฏชื่อในเอกสารวิกิลีกส์นั้น อานนท์ นำภา ทนายจำเลย กล่าวว่า ศาลได้สั่งให้ทนายทำคำแถลงแนวทางการเบิกความเพื่อให้ศาลพิจารณาอีกครั้งใน วันพรุ่งนี้ (18 ก.ค.) ว่าจะอนุมัติการออกหมายเรียกพยานหรือไม่ เนื่องจากบุคคลทั้งสามเป็นบุคคลสำคัญ
นอกจากนี้ ก่อนหน้าจะมีการสืบพยาน เอกชัยได้ติดต่อไปยังสำนักงานของสถานีโทรทัศน์ ABC ประเทศออสเตรเลีย เมื่อเดือนสิงหาคม 2554 เพื่อขอเอกสารคำแถลงจากทางสถานีเกี่ยวกับเจตนาในการจัดทำสารคดีดังกล่าว เพื่อนำมาใช้ประกอบการสืบพยานในคดีนี้ แต่ฝ่ายกฎหมายของสถานีโทรทัศน์ ABC ได้ตอบอีเมลเอกชัยกลับมาระบุว่าทาง ABC ไม่อยู่ในสถานะจะให้ความช่วยเหลือใดๆ ได้ สถานีฯ ผลิตสารคดีดังกล่าวนอกประเทศไทยและมุ่งหมายเผยแพร่แก่คนออสเตรเลีย อีกทั้งไม่ต้องการให้มีการกระทำใดๆ ดังเช่นที่เอกชัยดำเนินการ ซึ่งอันที่จริงก็อาจเข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ของสถานีฯ และทาง ABC ไม่สามารถจะแถลงอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้
สำหรับการสืบพยานในวันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการสืบพยานเริ่มต้นขึ้น เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์ได้แจ้งผู้เข้าร่วมฟังการพิจารณาคดีว่าผู้ไม่เกี่ยว ข้องขอให้ไปรอด้านนอก จากนั้นเมื่อผู้พิพากษาขึ้นบัลลังก์ ได้มีการเจรจากันระหว่าง ผู้พิพากษา อัยการ และทนายจำเลยว่า จะมีการเปิดซีดีสารคดีข่าวดังกล่าวในส่วนที่มีการกล่าวหาว่าผิดมาตรา 112 ดูร่วมกัน จากนั้นเมื่อผู้พิพากษากำลังจะกล่าวกับผู้เข้าร่วมรับฟังการพิจารณาคดีเพื่อ ขอความร่วมมือ นายประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวจากเดอะเนชั่น ได้รีบชี้แจงต่อศาลว่าหากให้สื่อมวลชนและประชาชนที่เข้าฟังไปรอด้านนอก น่าจะส่งผลเสียต่อภาพพจน์กระบวนการยุติธรรมไทย เช่นเดียวกับกรณีพิจารณาคดีลับของดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ที่ถูกวิจารณ์อย่างมาก และรัฐธรรมนูญมาตรา 40 ก็ได้บัญญัติไว้ด้วยว่าการพิจารณาคดีต้องทำอย่างเปิดเผย ท้ายที่สุดผู้พิพากษามิได้สั่งให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องออกจากห้องพิจารณาแต่ อย่างใด อย่างไรก็ตาม มีการตกลงกันอีกครั้งระหว่างอัยการ ทนายและผู้พิพากษาว่าไม่จำเป็นต้องเปิดวีซีดีแล้ว โดยทนายจำเลยแถลงว่าสามารถรับข้อเท็จจริงในส่วนที่มีการถอดความออกมาใน เอกสารที่ปรากฏในสำนวนคดีได้
นอกจากนี้ผู้พิพากษายังแนะนำว่า ในการซักถามพยาน ให้ทั้งสองฝ่ายพยายามไม่ระบุข้อความตรงไปตรงมา แต่ระบุเวลาตามเลขนาทีที่กำกับไว้ในข้อความในสำนวน อย่างไรก็ตาม เมื่อศาลต้องบันทึกคำเบิกความ ศาลก็มีการอ่านทวนข้อความอีกครั้ง
พ.ต.ท.สมยศ อุดมรักษาทรัพย์ จาก สน.ชนะสงคราม ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม เบิกความว่า จับกุมนายเอกชัยได้ที่สวนหย่อมอนุสาวรีย์ทหารอาสา ซึ่งขณะนั้นมีการตั้งเวทีย่อยของกลุ่มแดงสยาม ซึ่งจัดปราศรัยอาทิตย์ละครั้งหลังแกนนำกลุ่ม คือ นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ (แซ่ด่าน) ถูกคุมขังในข้อหาหมิ่นฯ ก่อนหน้านี้ โดยในเบื้องต้นมีสายลับที่ปะปนอยู่กับผู้ชุมนุมมาแจ้งว่ามีการแอบขายซีดีที่ น่าจะผิดกฎหมาย จึงส่งคนไปล่อซื้อ จากนั้นนำซีดีมาเปิดดูและพบข้อมูลไม่เหมาะสม โดยมีเนื้อหาคล้ายการวิเคราะห์ข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศพูดถึงบทบาทสถาบัน กษัตริย์ของไทย เป็นเสียงบรรยายภาษาอังกฤษ โดยมีคำบรรยายภาษาไทยกำกับ จึงนำกำลังเข้าจับกุม ซึ่งผู้ต้องหาก็ให้ความร่วมมืออย่างดี เดินทางมาโรงพัก พร้อมเซ็นรับรองว่า ธนบัตร 20 บาทที่ได้จากตำรวจที่ล่อซื้อนั้นมีหมายเลขเดียวกับธนบัตรที่เจ้าหน้าที่จัด เตรียมและลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนแล้ว
พ.ต.ท.สมยศ ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังได้ตรวจค้นกระเป๋าของผู้ต้องหา พบซีดีของกลางยี่ห้อเมโลดีอีก 23 แผ่น และยี่ห้อเบนคิวอีก 49 แผ่น ซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพว่ามีการโหลดคลิปของสำนักข่าวดังกล่าวมาจากอินเทอร์ เน็ตแล้วไรท์เพื่อมาจำหน่าย นอกจากนี้ยังพบสำเนาเอกสารวิกิลีกส์ฉบับแปลภาษาไทยอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นวิกิลีกส์ฉบับวันที่ 1 ต.ค.51 และ 25 ม.ค.53 จากนั้นได้พิจารณาแล้วว่าการกระทำดังกล่าวกระทบต่อความมั่นคงและสถาบัน กษัตริย์จึงได้ หากดำเนินการล่าช้าจะยิ่งมีการเผยแพร่วงกว้าง จึงได้นำกำลังรุดไปตรวจสอบที่บ้านของผู้ต้องหาทันทีโดยไม่มีหมายค้นและผู้ ต้องหาเป็นผู้นำไปเอง พบเครื่องไรท์ซีดี 1 เครื่อง ซีดีที่ไรท์แล้ว 69 แผ่น ที่ยังไม่ได้ไรท์อีกจำนวนหนึ่ง และเอกสารวิกิลีกส์ฉบับต่างๆ อีก 10 ฉบับ
พ.ต.ท.สมยศกล่าวด้วยว่า ผู้ต้องหายอมรับว่าของกลางทั้งหมดนั้นเป็นของตนเอง แต่เมื่อแจ้งข้อกล่าวหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยให้เหตุผลว่า ตนเองมีเจตนาที่จะเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่รอบด้านให้กับประชาชนเท่านั้น และหากมีข้อมูลที่ไม่เหมาะสมก็เป็นส่วนของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรี รัศมิ์ มิใช่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช
พ.ต.ท.สมยศ ตอบทนายจำเลยถามค้านว่าเนื้อหาส่วนใหญ่ของสารคดีดังกล่าวเป็นเรื่องเกี่ยว กับการดำเนินคดีตามมาตรา 112 และมีการสัมภาษณ์จำเลยหลายคนจริง ส่วนเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความผิดมาตรา 112 จำไม่ได้ว่ามีช่วงเดียวหรือไม่ แต่จำได้ชัดเจนในนาทีที่ 3.30
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากนั้นยังมีการซักถามเกี่ยวกับข้อความในส่วนคำบรรยายของคลิปวิดีโอสำนัก ข่าว ABC ในส่วนที่พาดพิงสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นการเลี้ยงฉลองวันเกิดส่วนพระองค์ นอกจากนี้ยังมีการสอบถามข้อความที่ปรากฏในเอกสารวิกิลีกส์ฉบับวันที่ 1 ต.ค.51 ซึ่งปรากฏถ้อยคำของนายสมัคร สุนทรเวช ที่ระบุถึงผู้อยู่เบื้องหลังการรัฐประหารปี 2549 โดยพ.ต.ท.สมยศตอบทนายจำเลยถามค้านว่า ไม่สามารถยืนยันได้ว่าข้อมูลตามฟ้องทั้งในสารคดี ABC และเอกสารวิกิลีกส์ เป็นความจริง แต่เชื่อว่าทำให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีเสื่อมเสียพระเกียรติยศ
ขณะที่ดาบตำรวจนคร คงกลิ่น เบิกความถึงการล่อซื้อแผ่นซีดีและการจับกุม โดยระบุว่าผู้ต้องหาให้การรับสารภาพและให้ความร่วมมืออย่างดี เมื่อเจ้าหน้าที่ถามว่าที่บ้านยังมีซีดีอีกไหม ผู้ต้องหาก็ตอบว่ามี และนำเจ้าหน้าที่ไปตรวจค้นที่บ้านพักย่านลาดพร้าวโดยดี

Tuesday, July 17, 2012

คกก.กาชาดระหว่างประเทศ เผยซีเรียเข้าขั้นสงครามกลางเมือง

ที่มา ประชาไท

 
คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เผยซีเรียเข้าสู่สงครามกลางเมืองแล้ว คำกล่าวของกาชาดทำให้ตอนนี้ฝ่ายที่ต่อสู้ในซีเรียต่างตกอยู่ภายใต้กฏอนุ สัญญาเจนีวา และมีสิทธิถูกฟ้องฐานะอาชญากรสงคราม ด้านรัสเซียกล่าวหาว่าชาติตะวันตก 'แบล็กเมล์' ซีเรียด้วยการขู่คว่ำบาตร
เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เปิดเผยว่าการสู้รบในซีเรียแพร่กระจายเป็นวงกว้างมาก จนบัดนี้ความขัดแย้งถือว่าได้มาถึงระดับสงครามกลางเมืองแล้ว
การเปลี่ยนแปลงสถานะกลายเป็นสงครามกลางเมืองหมายความว่าในตอนนี้กลุ่มติด อาวุธที่ต่อสู้กันต่างก็ตกอยู่ภายใต้ข้อบังคับของอนุสัญญาเจนีวา ทำให้พวกเขามีโอกาสถูกฟ้องข้อหาอาชญากรสงครามมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ทางกาชาดเคยบอกว่าพื้นที่เขตอิดลิบ ฮอม และ ฮามา เป็นพื้นที่สงคราม แต่ในตอนนี้ทางคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ ผู้คอยตรวจสอบอนุสัญญาเจนีวากล่าวว่า การสู้รบได้แพร่สะพัดออกไปไกลกว่าสามพื้นที่ดังกล่าวแล้ว
ฮิคชัม ฮัสซัน โฆษกของกาชาดกล่าวว่าซีเรียในตอนนี้กลายเป็นพื้นที่ "ความขัดแย้งที่มีการใช้กำลังอาวุธในระดับที่ไม่ใช่นานาชาติ" (non-international armed conflict) ซึ่งเป็นศัพท์เทคนิคที่ใช้เรียกสงครามกลางเมือง
"สิ่งที่มีผลคือ กฏหมายนานาชาติตอนนี้จะถูกนำมาใช้เมื่อใดก็ตามที่มีความเป็นปฏิปักษ์กัน ระหว่างกองกำลังรัฐบาลและกองกำลังฝ่ายต่อต้านเกิดขึ้นภายในประเทศ" ฮัสซันกล่าว
ผู้สื่อข่าว BBC รายงานจากเจนีวาบอกว่าถ้อยแถลงนี้มีความสำคัญเนื่องจากงานของกาชาดคือการ ตรวจสอบการกระทำระหว่างการต่อสู้ และบอกทั้งสองฝ่ายว่าพวกเขามีข้อผูกมัดอันใดบ้าง
ภายใต้อนุสัญญาเจนีวา การจู่โจมใส่พลเรือนโดยไม่จำกัดเป้าหมาย, การโจมตีใส่หน่วยงานแพทย์พยาบาล หรือการทำลายทรัพย์สินบริการพื้นฐานสาธารณะเช่นน้ำประปาหรือไฟฟ้า ทั้งหมดนี้ถือเป็นข้อห้ามและอาจถูกฟ้องร้องภายใต้ข้อหาอาชญากรสงครามได้
ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปการต่อสู้ในซีเรียจะถูกจำกัดด้วยกฎหมายสงครามอย่างเป็นทางการ และผู้ที่ละเมิดอาจกลายเป็นอาชญากรสงครามได้

การต่อสู้หนักที่สุดในดามาสกัส

ทางสหประชาชาติได้กล่าวหาว่ากองทัพซีเรียได้ใช้ปืนใหญ่ รถถัง และเฮลิคอปเตอร์ ในการปะทะกันที่หมู่บ้านเทรมเซห์ แต่ทางรัฐบาลซีเรียก็ปฏิเสธว่าพวกเขาไม่ได้ใช้อาวุธหนัก และได้สังหารพลเรือนไปสองคนเท่านั้น
หากการกล่าวหาเป็นเรื่องจริงแสดงว่าซีเรียได้ละเมิดข้อตกลงสันติของโคฟี่ อันนัน
ในช่วงเย็นวันอาทิตย์ (15 ก.ค.) มีภาพวิดีโอแสดงให้เห็นการต่อสู้ในทางตอนใต้ของกรุงดามาสกัส ซึ่งนักกิจกรรมบอกว่าเป็นการต่อสู้ที่หนักที่สุดในเมืองหลวงตั้งแต่มีการ ประท้วงในช่วงเดือน มี.ค. ปีที่แล้ว พวกเขาบอกว่ามีการใช้รถถัง ปืนครก และผู้อยู่อาศัยบางคนได้พยายามหนีออกจากพื้นที่
ทางฝ่ายต่อต้านรัฐบาลรายงานว่ากลุ่มกบฏ FSA ได้ปะทะกับกองกำลังรัฐบาลในย่าน คฟาร์ โซวเซห์ ทางตะวันตกของดามาสกัสด้วย ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงบอกว่า พวกเขาไม่ได้นอนตลอดคืนมันกลายเป็นพื้นที่สงครามจริงๆ แล้ว

รัสเซียบอกให้ชาติตะวันตกหยุด 'แบล็กเมล์' ซีเรีย

ทางด้านรมต. เซอกี ลาฟรอฟ ของรัสเซียได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 16 ก.ค. ก่อนการพบปะหารือระหว่างรัสเซียกับโคฟี่ อันนัน ตัวแทนสหประชาชาติ โดยบอกว่ารัสเซียจะโหวตคัดค้านการขยายภารกิจผู้ตรวจตรวจการซีเรียในที่ ประชุมสภาความมั่นคงของยูเอ็น หากชาติตะวันตกยังไม่หยุด 'แบล็กเมล์' ซีเรียด้วยการขู่คว่ำบาตร
"พวกเราเสียใจ ที่เห็นการแบล็กเมล์กัน่นี้" ลาฟรอฟกล่าวในที่ประชุมแถลงข่าวก่อนที่อันนันจะไปเยือนรัสเซียเพื่อหารือกับ ปธน. วลาดิเมียร์ ปูติน "นี่เป็นสิ่งที่ไม่ได้ส่งให้เกิดผลดี และเป็นวิธีการที่อันตราย"
ในวันเดียวกัน (16) โมร็อกโกก็เรียกร้องให้เอกอัครราชทูตซีเรียประจำกรุงราบัทออกจากประเทศ ซึ่งทางซีเรียก็โต้ตอบด้วยการประกาศว่า ทูตของโมร็อกโกประจำกรุงดามาสกัส กลายเป็นบุคคลที่ไม่ได้รับการต้อนรับ (persona non grata) และเรียกร้องให้ออกจากประเทศ




เรียบเรียงจาก
Russia says West using 'blackmail' over Syria, Aljazeera, 16-07-2012
http://www.aljazeera.com/news/middleeast/2012/07/20127165356403617.html

Syria in civil war, Red Cross says, BBC, 15-07-2012
http://www.bbc.co.uk/news/world-middle-east-18849362

คกก.กาชาดระหว่างประเทศ เผยซีเรียเข้าขั้นสงครามกลางเมือง

ที่มา ประชาไท

 
คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เผยซีเรียเข้าสู่สงครามกลางเมืองแล้ว คำกล่าวของกาชาดทำให้ตอนนี้ฝ่ายที่ต่อสู้ในซีเรียต่างตกอยู่ภายใต้กฏอนุ สัญญาเจนีวา และมีสิทธิถูกฟ้องฐานะอาชญากรสงคราม ด้านรัสเซียกล่าวหาว่าชาติตะวันตก 'แบล็กเมล์' ซีเรียด้วยการขู่คว่ำบาตร
เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เปิดเผยว่าการสู้รบในซีเรียแพร่กระจายเป็นวงกว้างมาก จนบัดนี้ความขัดแย้งถือว่าได้มาถึงระดับสงครามกลางเมืองแล้ว
การเปลี่ยนแปลงสถานะกลายเป็นสงครามกลางเมืองหมายความว่าในตอนนี้กลุ่มติด อาวุธที่ต่อสู้กันต่างก็ตกอยู่ภายใต้ข้อบังคับของอนุสัญญาเจนีวา ทำให้พวกเขามีโอกาสถูกฟ้องข้อหาอาชญากรสงครามมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ทางกาชาดเคยบอกว่าพื้นที่เขตอิดลิบ ฮอม และ ฮามา เป็นพื้นที่สงคราม แต่ในตอนนี้ทางคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ ผู้คอยตรวจสอบอนุสัญญาเจนีวากล่าวว่า การสู้รบได้แพร่สะพัดออกไปไกลกว่าสามพื้นที่ดังกล่าวแล้ว
ฮิคชัม ฮัสซัน โฆษกของกาชาดกล่าวว่าซีเรียในตอนนี้กลายเป็นพื้นที่ "ความขัดแย้งที่มีการใช้กำลังอาวุธในระดับที่ไม่ใช่นานาชาติ" (non-international armed conflict) ซึ่งเป็นศัพท์เทคนิคที่ใช้เรียกสงครามกลางเมือง
"สิ่งที่มีผลคือ กฏหมายนานาชาติตอนนี้จะถูกนำมาใช้เมื่อใดก็ตามที่มีความเป็นปฏิปักษ์กัน ระหว่างกองกำลังรัฐบาลและกองกำลังฝ่ายต่อต้านเกิดขึ้นภายในประเทศ" ฮัสซันกล่าว
ผู้สื่อข่าว BBC รายงานจากเจนีวาบอกว่าถ้อยแถลงนี้มีความสำคัญเนื่องจากงานของกาชาดคือการ ตรวจสอบการกระทำระหว่างการต่อสู้ และบอกทั้งสองฝ่ายว่าพวกเขามีข้อผูกมัดอันใดบ้าง
ภายใต้อนุสัญญาเจนีวา การจู่โจมใส่พลเรือนโดยไม่จำกัดเป้าหมาย, การโจมตีใส่หน่วยงานแพทย์พยาบาล หรือการทำลายทรัพย์สินบริการพื้นฐานสาธารณะเช่นน้ำประปาหรือไฟฟ้า ทั้งหมดนี้ถือเป็นข้อห้ามและอาจถูกฟ้องร้องภายใต้ข้อหาอาชญากรสงครามได้
ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปการต่อสู้ในซีเรียจะถูกจำกัดด้วยกฎหมายสงครามอย่างเป็นทางการ และผู้ที่ละเมิดอาจกลายเป็นอาชญากรสงครามได้

การต่อสู้หนักที่สุดในดามาสกัส

ทางสหประชาชาติได้กล่าวหาว่ากองทัพซีเรียได้ใช้ปืนใหญ่ รถถัง และเฮลิคอปเตอร์ ในการปะทะกันที่หมู่บ้านเทรมเซห์ แต่ทางรัฐบาลซีเรียก็ปฏิเสธว่าพวกเขาไม่ได้ใช้อาวุธหนัก และได้สังหารพลเรือนไปสองคนเท่านั้น
หากการกล่าวหาเป็นเรื่องจริงแสดงว่าซีเรียได้ละเมิดข้อตกลงสันติของโคฟี่ อันนัน
ในช่วงเย็นวันอาทิตย์ (15 ก.ค.) มีภาพวิดีโอแสดงให้เห็นการต่อสู้ในทางตอนใต้ของกรุงดามาสกัส ซึ่งนักกิจกรรมบอกว่าเป็นการต่อสู้ที่หนักที่สุดในเมืองหลวงตั้งแต่มีการ ประท้วงในช่วงเดือน มี.ค. ปีที่แล้ว พวกเขาบอกว่ามีการใช้รถถัง ปืนครก และผู้อยู่อาศัยบางคนได้พยายามหนีออกจากพื้นที่
ทางฝ่ายต่อต้านรัฐบาลรายงานว่ากลุ่มกบฏ FSA ได้ปะทะกับกองกำลังรัฐบาลในย่าน คฟาร์ โซวเซห์ ทางตะวันตกของดามาสกัสด้วย ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงบอกว่า พวกเขาไม่ได้นอนตลอดคืนมันกลายเป็นพื้นที่สงครามจริงๆ แล้ว

รัสเซียบอกให้ชาติตะวันตกหยุด 'แบล็กเมล์' ซีเรีย

ทางด้านรมต. เซอกี ลาฟรอฟ ของรัสเซียได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 16 ก.ค. ก่อนการพบปะหารือระหว่างรัสเซียกับโคฟี่ อันนัน ตัวแทนสหประชาชาติ โดยบอกว่ารัสเซียจะโหวตคัดค้านการขยายภารกิจผู้ตรวจตรวจการซีเรียในที่ ประชุมสภาความมั่นคงของยูเอ็น หากชาติตะวันตกยังไม่หยุด 'แบล็กเมล์' ซีเรียด้วยการขู่คว่ำบาตร
"พวกเราเสียใจ ที่เห็นการแบล็กเมล์กัน่นี้" ลาฟรอฟกล่าวในที่ประชุมแถลงข่าวก่อนที่อันนันจะไปเยือนรัสเซียเพื่อหารือกับ ปธน. วลาดิเมียร์ ปูติน "นี่เป็นสิ่งที่ไม่ได้ส่งให้เกิดผลดี และเป็นวิธีการที่อันตราย"
ในวันเดียวกัน (16) โมร็อกโกก็เรียกร้องให้เอกอัครราชทูตซีเรียประจำกรุงราบัทออกจากประเทศ ซึ่งทางซีเรียก็โต้ตอบด้วยการประกาศว่า ทูตของโมร็อกโกประจำกรุงดามาสกัส กลายเป็นบุคคลที่ไม่ได้รับการต้อนรับ (persona non grata) และเรียกร้องให้ออกจากประเทศ




เรียบเรียงจาก
Russia says West using 'blackmail' over Syria, Aljazeera, 16-07-2012
http://www.aljazeera.com/news/middleeast/2012/07/20127165356403617.html

Syria in civil war, Red Cross says, BBC, 15-07-2012
http://www.bbc.co.uk/news/world-middle-east-18849362

คกก.กาชาดระหว่างประเทศ เผยซีเรียเข้าขั้นสงครามกลางเมือง

ที่มา ประชาไท

 
คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เผยซีเรียเข้าสู่สงครามกลางเมืองแล้ว คำกล่าวของกาชาดทำให้ตอนนี้ฝ่ายที่ต่อสู้ในซีเรียต่างตกอยู่ภายใต้กฏอนุ สัญญาเจนีวา และมีสิทธิถูกฟ้องฐานะอาชญากรสงคราม ด้านรัสเซียกล่าวหาว่าชาติตะวันตก 'แบล็กเมล์' ซีเรียด้วยการขู่คว่ำบาตร
เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เปิดเผยว่าการสู้รบในซีเรียแพร่กระจายเป็นวงกว้างมาก จนบัดนี้ความขัดแย้งถือว่าได้มาถึงระดับสงครามกลางเมืองแล้ว
การเปลี่ยนแปลงสถานะกลายเป็นสงครามกลางเมืองหมายความว่าในตอนนี้กลุ่มติด อาวุธที่ต่อสู้กันต่างก็ตกอยู่ภายใต้ข้อบังคับของอนุสัญญาเจนีวา ทำให้พวกเขามีโอกาสถูกฟ้องข้อหาอาชญากรสงครามมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ทางกาชาดเคยบอกว่าพื้นที่เขตอิดลิบ ฮอม และ ฮามา เป็นพื้นที่สงคราม แต่ในตอนนี้ทางคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ ผู้คอยตรวจสอบอนุสัญญาเจนีวากล่าวว่า การสู้รบได้แพร่สะพัดออกไปไกลกว่าสามพื้นที่ดังกล่าวแล้ว
ฮิคชัม ฮัสซัน โฆษกของกาชาดกล่าวว่าซีเรียในตอนนี้กลายเป็นพื้นที่ "ความขัดแย้งที่มีการใช้กำลังอาวุธในระดับที่ไม่ใช่นานาชาติ" (non-international armed conflict) ซึ่งเป็นศัพท์เทคนิคที่ใช้เรียกสงครามกลางเมือง
"สิ่งที่มีผลคือ กฏหมายนานาชาติตอนนี้จะถูกนำมาใช้เมื่อใดก็ตามที่มีความเป็นปฏิปักษ์กัน ระหว่างกองกำลังรัฐบาลและกองกำลังฝ่ายต่อต้านเกิดขึ้นภายในประเทศ" ฮัสซันกล่าว
ผู้สื่อข่าว BBC รายงานจากเจนีวาบอกว่าถ้อยแถลงนี้มีความสำคัญเนื่องจากงานของกาชาดคือการ ตรวจสอบการกระทำระหว่างการต่อสู้ และบอกทั้งสองฝ่ายว่าพวกเขามีข้อผูกมัดอันใดบ้าง
ภายใต้อนุสัญญาเจนีวา การจู่โจมใส่พลเรือนโดยไม่จำกัดเป้าหมาย, การโจมตีใส่หน่วยงานแพทย์พยาบาล หรือการทำลายทรัพย์สินบริการพื้นฐานสาธารณะเช่นน้ำประปาหรือไฟฟ้า ทั้งหมดนี้ถือเป็นข้อห้ามและอาจถูกฟ้องร้องภายใต้ข้อหาอาชญากรสงครามได้
ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปการต่อสู้ในซีเรียจะถูกจำกัดด้วยกฎหมายสงครามอย่างเป็นทางการ และผู้ที่ละเมิดอาจกลายเป็นอาชญากรสงครามได้

การต่อสู้หนักที่สุดในดามาสกัส

ทางสหประชาชาติได้กล่าวหาว่ากองทัพซีเรียได้ใช้ปืนใหญ่ รถถัง และเฮลิคอปเตอร์ ในการปะทะกันที่หมู่บ้านเทรมเซห์ แต่ทางรัฐบาลซีเรียก็ปฏิเสธว่าพวกเขาไม่ได้ใช้อาวุธหนัก และได้สังหารพลเรือนไปสองคนเท่านั้น
หากการกล่าวหาเป็นเรื่องจริงแสดงว่าซีเรียได้ละเมิดข้อตกลงสันติของโคฟี่ อันนัน
ในช่วงเย็นวันอาทิตย์ (15 ก.ค.) มีภาพวิดีโอแสดงให้เห็นการต่อสู้ในทางตอนใต้ของกรุงดามาสกัส ซึ่งนักกิจกรรมบอกว่าเป็นการต่อสู้ที่หนักที่สุดในเมืองหลวงตั้งแต่มีการ ประท้วงในช่วงเดือน มี.ค. ปีที่แล้ว พวกเขาบอกว่ามีการใช้รถถัง ปืนครก และผู้อยู่อาศัยบางคนได้พยายามหนีออกจากพื้นที่
ทางฝ่ายต่อต้านรัฐบาลรายงานว่ากลุ่มกบฏ FSA ได้ปะทะกับกองกำลังรัฐบาลในย่าน คฟาร์ โซวเซห์ ทางตะวันตกของดามาสกัสด้วย ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงบอกว่า พวกเขาไม่ได้นอนตลอดคืนมันกลายเป็นพื้นที่สงครามจริงๆ แล้ว

รัสเซียบอกให้ชาติตะวันตกหยุด 'แบล็กเมล์' ซีเรีย

ทางด้านรมต. เซอกี ลาฟรอฟ ของรัสเซียได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 16 ก.ค. ก่อนการพบปะหารือระหว่างรัสเซียกับโคฟี่ อันนัน ตัวแทนสหประชาชาติ โดยบอกว่ารัสเซียจะโหวตคัดค้านการขยายภารกิจผู้ตรวจตรวจการซีเรียในที่ ประชุมสภาความมั่นคงของยูเอ็น หากชาติตะวันตกยังไม่หยุด 'แบล็กเมล์' ซีเรียด้วยการขู่คว่ำบาตร
"พวกเราเสียใจ ที่เห็นการแบล็กเมล์กัน่นี้" ลาฟรอฟกล่าวในที่ประชุมแถลงข่าวก่อนที่อันนันจะไปเยือนรัสเซียเพื่อหารือกับ ปธน. วลาดิเมียร์ ปูติน "นี่เป็นสิ่งที่ไม่ได้ส่งให้เกิดผลดี และเป็นวิธีการที่อันตราย"
ในวันเดียวกัน (16) โมร็อกโกก็เรียกร้องให้เอกอัครราชทูตซีเรียประจำกรุงราบัทออกจากประเทศ ซึ่งทางซีเรียก็โต้ตอบด้วยการประกาศว่า ทูตของโมร็อกโกประจำกรุงดามาสกัส กลายเป็นบุคคลที่ไม่ได้รับการต้อนรับ (persona non grata) และเรียกร้องให้ออกจากประเทศ




เรียบเรียงจาก
Russia says West using 'blackmail' over Syria, Aljazeera, 16-07-2012
http://www.aljazeera.com/news/middleeast/2012/07/20127165356403617.html

Syria in civil war, Red Cross says, BBC, 15-07-2012
http://www.bbc.co.uk/news/world-middle-east-18849362