WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, July 24, 2012

เกาะติดโอ๊คแฟนเพจเฟสบุ๊ค

ที่มา thaifreenews



ไทยฟรีนิวส์ร่วมเกาะติดรายการ
 "เยี่ยมคนแดนไกล แบบไร้อภิสิทธิ์ชนกับพานทองแท้"
ที่ฮ่องกง ระหว่างวันที่ 24-26 ..2555

ช๊อค..หลักฐานตู่..เต้น...หนีทหาร

ที่มา การ์ตูนมะนาว

 ดัดแปลงจากความคิดคุณ เตียง ยัง ทรุด เวป IF

Thai PUBLICA ตั้งคำถามกับ รายงานของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

ที่มา Thai E-News


24 กรกฎาคม 2555
 โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์

โดย สฤณี อาชวานันทกุล
 Thai PUBLICA


ในยุคข้อมูลท่วมท้นล้นหลามตั้งแต่วิกิลีกส์ถึงข่าวลือในโซเชียลมีเดีย ยุคที่หลายฝ่ายกำลังเรียกร้องความโปร่งใสและรับผิดจากทุกสถาบันมากขึ้น เรื่อยๆ ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับรายงานประจำปี 2554 ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์องค์กร ซึ่งปัจจุบันไม่มีเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษอย่างน่าประหลาดใจ) องค์กรซึ่งดูจะยังมีข้อถกเถียงไม่ยุติเกี่ยวกับบทบาท หน้าที่และสถานะ พร้อมเปรียบเทียบการเปิดเผยข้อมูลกับแนวทางการเปิดเผยของ Crown Estate แห่งสหราชอาณาจักร

(คลิกที่รูปเพื่ออ่าน)
นี่หรือคือโปร่งใส? กรณีรายงานของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

เรื่องเบาๆ กับการแอบดูธนบัตรประเทศที่มีกษัตริย์เป็นประมุข

ที่มา Thai E-News

 24 กรกฎาคม 2555
โดยทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา มติชน  เสวนา "สัญญะและสามัญชนบนธนบัตร"มองโลกและมองไทย
 

เมื่อไม่นานมานี้ เดอะรีดดิ้งรูม (The Reading Room) และกวีราษฎร์ จัดเสวนา “สัญญะและสามัญชนบนธนบัตร”  โดย อาจารย์ชาตรี ประกิตนนทการ อาจารย์ภาควิชาศิลปสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้วิเคราะห์ด้วยการเปรียบเทียบธนบัตรในประเทศต่าง ๆ ด้วยการเทียบเคียงกับประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แบ่งออกได้ 4 กลุ่ม
ธนบัตรแบบ 8 เริ่มออกใช้เมื่อพุทธศักราช 2489 ตรงกับสมัยที่ นายปรีดี พนมยงค์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พื้นที่กว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของธนบัตรเป็นรูปพานรัฐธรรมนูญ ออกแบบตามอย่างตะวันตกไม่มีลวดลายไทย

กุล่มแรก ประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแต่ไม่มีพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ปรากฏ อยู่บนธนบัตร ได้แก่ สวีเดน เดนมาร์ก ญี่ปุ่น เบลเยี่ยม เนเธอแลนด์ ทั้ง 4 ประเทศจะปรากฏภาพของศิลปิน นักดนตรีและบุคคลสำคัญในด้านต่าง ๆ บนธนบัตร

กลุ่มที่สอง  ประเทศที่มีเฉพาะพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ปรากฏเฉพาะด้านหน้าและบางชนิดราคาของธนบัตร เช่น สเปน ภูฏาน บาห์เรน กัมพูชา

กลุ่มที่สาม  ประเทศที่มีพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ปรากฏเฉพาะด้านหน้าในทุกชนิดราคาของธนบัตร ส่วนด้านหลังจะเป็นบุคคลสำคัญ เช่น อังกฤษ โมร็อกโก สวาซิแลนด์ เนปาล เป็นต้น
 
กลุ่มที่สี่  ประเทศที่มีพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ปรากฏทั้งด้านหน้าและหลังในทุกชนิดราคาของธนบัตร ได้แก่ ไทย

อาจารย์ชาตรี กล่าวว่า สถาบันกษัตริย์เข้ามาเกี่ยวข้องกับรูปภาพที่ปรากฏบนธนบัตร โดยเป็นความสัมพันธ์กับรูปแบบการปกครอง อาจกล่าวได้ว่าประเทศที่เป็นประชาธิปไตยมักไม่ปรากฏพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ อยู่ หรือปรากฏเฉพาะด้านหน้าธนบัตรในบางชนิดราคาเท่านั้น

ตัวอย่างธนบัตรของประเทศต่าง ๆ



 ตัวอย่างธนบัตรชนิดราคา 200 แรนด์ของประเทศแอฟริกาใต้


ธนบัตรชนิดราคา 1,000 เยน โดยมีรูปของ นัทซึเมะ โซเซกิ นักเขียนของญี่ปุ่น


  ธนบัตรชนิดราคา 500 เรียลกัมพูชา



ธนบัตร ชนิดราคา 20 ปอนด์สเตอร์ลิงอังกฤษ ด้านหน้าแสดงภาพสมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 ส่วนด้านหลังแสดงภาพของ อดัม สมิธ นักเศรษฐศาสตร์ชาวอังกฤษ

 อาจารย์ชาตรี วิเคราะห์ว่า สำหรับประเทศไทย การออกแบบธนบัตรมีความสัมพันธ์กับสภาพการเมืองและสังคมในแต่ละยุคซึ่งแตก ต่างกัน เมื่อเปรียบเทียบธนบัตรแบบต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทยจะพบข้อสังเกตหลายประการ

 ธนบัตรแบบ 3 ได้ออกแบบไว้ตั้งแต่ก่อนการปฏิวัติ 2475 และเริ่มทยอยออกใช้ในปี พ.ศ. 2477 เป็นแบบแรกที่ปรากฏภาพบุคคลคือพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์รัชกาลที่ 7 และมีภาพอันแสดงถึงวัฒนธรรมประเพณีและสถาปัตยกรรมไทย ตลอดจนทัศนียภาพต่าง ๆ เป็นภาพประกอบ ส่วนด้านหลังเป็นภาพวัดระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ

ธนบัตร แบบ 4 ทยอยออกใช้ในปี พ.ศ. 2482 ด้านหลังของธนบัตรปรากฏภาพพระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งเป็นรัฐสภาแห่งแรกของประเทศไทย และมีลายน้ำเป็นรูปพานรัฐธรรมนูญ สะท้อนถึงอุดมการณ์ประชาธิปไตย

 ธนบัตรแบบ 9 เริ่มทยอยออกใช้เมื่อปี พ.ศ. 2491 การออกแบบธนบัตรมีลักษณะย้อนไปสู่ยุคแรก ๆ โดยปรากฏรูปของรัฐสภาและมีลวดลายไทยประกอบ ส่วนธนบัตรแบบ 10 พบว่ารัฐสภาหายไป โดยด้านหน้าเป็นพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดชเป็นภาพประธาน ด้านหลังเป็นภาพเรือสุพรรณหงส์
 
ธนบัตรแบบ 11 เริ่มทยอยออกใช้ในปี พ.ศ. 2512 ซึ่งเป็นช่วงที่ไทยเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาคอมมิวนิสต์ โดยจะปรากฏพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์เกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ของธนบัตร

 ธนบัตรแบบ 12 เริ่มทยอยออกใช้ในปี พ.ศ. 2523 ซึ่งเป็นยุคหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ได้มีการออกธนบัตรเพื่อเผยแผ่พระเกียรติคุณของสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิ ราชเจ้าที่ได้รับการถวายพระราชสมัญญาภิไธย "มหาราช" ได้แก่ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว ณ ลานพระราชวังดุสิต พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ สวนสาธารณะทุ่งนาเชย จ. จันทบุรี และพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช  ณ อนุสรณ์ดอนเจดีย์ จ. สุพรรณบุรี

 ธนบัตรแบบ 13 เป็นภาพเฉลิมฉลองงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี โดยด้านหน้าเป็นพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องแบบจอมทัพ ทรงฉลองพระองค์ครุย และหลังจากธนบัตรแบบ 13 เป็นต้นมาปรากฏพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งด้าน หน้าและหลังธนบัตร และมีภาพพระราชกรณียกิจด้านต่าง ๆ ประกอบลวดลายธนบัตรจึงเป็นเครื่องมือสื่อสารอุดมการณ์ในรูปแบบการปกครองที่ เปลี่ยนแปลงไปได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ หาก เปรียบเทียบธนบัตร พบว่า 1 ใบมีพื้นที่เฉลี่ย 0.03 ตารางเมตร ในประเทศไทยมีธนบัตร 20, 50, 100, 500 และ 1,000 บาท เฉลี่ยอย่างน้อยที่สุดชนิดละ 10 ล้านฉบับ จะพบว่าจำนวนธนบัตรหมุนเวียนในประเทศไทยถึง 50 ล้านฉบับและเมื่อคูณกับพื้นที่เฉลี่ยของธนบัตร 1 ใบ จะกินพื้นที่ถึง 1.5 ล้านตารางเมตร ขณะที่คนไทยใช้ธนบัตรไม่ต่ำกว่า 5-10 ครั้งต่อวัน ในแง่สื่อสารมวลชน ธนบัตรจึงเป็นสื่อโฆษณาอย่างหนึ่งที่มีอำนาจในการสื่อกับผู้คนในสังคมเข้า ถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด
 
การออกแบบธนบัตรของไทยในยุคต่าง ๆ



 ธนบัตรชนิดราคา 100 บาท เริ่มทยอยใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2468


ธนบัตรแบบ 3 ชนิดราคา 1, 5 และ 10 บาท เริ่มทยอยใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2477



 ธนบัตรแบบ 4  ชนิดราคา 20 และ 100 บาท ออกใช้เมื่อ พ.ศ. 2488

 
ธนบัตรแบบ 8 สั่งพิมพ์ในสมัยราชกาลที่  8 โดยรัฐบาลไทยติดต่อให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจัดพิมพ์ธนบัตรให้ชั่วคราว เนื่องจากได้รับความเสียหายจากสงครามมมหาเอเชียบูรพา



ธนบัตรแบบ 9 มีรูปแบบเหมือนกับธนบัตรแบบ 4 แต่เปลี่ยนพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์เป็น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช  เริ่มทยอยออกใช้เมื่อปี พ.ศ. 2491

 
ธนบัตรชนิดราคา 100 บาท ที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช 
สยามมกุฎราชกุมาร

RED USAจัดงานวันเกิดทักษิณ63ปี

ที่มา Thai E-News

 

โดย RED USA เสื้อแดงในอเมริกา

Happy Birthday to"our beloved PM: July 26th.
"Thaksin Shinawatra"
เอกบุรุษ           สุดยิ่งใหญ่       หนึ่งในหล้า
มุ่งโอบอุ้ม        ปวงประชา       มหาศาล
เกียรติประวัติ    บันทึกใว้          เป็นตำนาน
แซ่ซร้องท่าน    ทักษิณ           ชินวัตร
ยี่สิบหก            กรกฎา            เวียนมาถึง
สาธุชน             ต่างซาบซึ้ง     ถึงประวัติ
ร่วมวิงวอน        พรประเสริฐ     สารพัด
ฉลองวรรษ       หกสิบสาม       เลขงามดี
หกกับสาม        คู่น้ำมิตร         ประสิทธิผล
มหาชน            แห่ชื่นชม        สมศักดิ์ศรี
จัดงานใหญ่      ทั่วทุกรัฐ         ปฐพี
เป็นเกียรติแก่    คนแสนดี        ศรีแผ่นดิน
RED USA

งานวันเกิดที่เสื้อแดงในอเมริกา RED USAจัดที่LAเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาถึงคนไกล...ผ่านไปสนุกมาก...เพื่อน พี่ น้อง พากันมาล้อมรอบเมื่อถึงเวลาเป่าเค้ก

และที่ยืนอยู่ข้างหลัง และ ข้าง ๆ ยังมีอีก...


มีการอ่านกลอนวันเกิดแบบทำนองเสนาะ...ที่แต่งโดยสมาชิก

ผู้อ่านก็พยายามอ่านให้ได้อรรถรสตามประสานักอ่านสมัครเล่น

เสียงเย้..เฮ..มีอารมณ์ร่วมไปด้วย...อยู่ข้างหลัง

อ่านกลอนจบก็ร้องเพลง Happy Birthday ให้ท่านทักษิน

แบบ many many many more แบบ ไม่จบเสียที

หนุ่มนัอย หนุ่มใหญ่ เฮ....กันอยู่ข้างหลังแถว B B Q
สาว น้อย สาวใหญ่ ...กลับไปนั่ง..คิกคักกันอยู่ข้างใน...
เกาะกลุ่มอยู่แถวโต๊ะอาหาร..ไม่ยอมไปไหน...555
เสียงเพลงคนเสื้อแดงเปิดดังกระหึ่ม

ใครที่ได้ไปเป็นสมาชิกร่วมชุมนุมที่ทำเนียบ ผ่านฟ้า หรือราชประสงค์
ก็นำประสพการณ์มาเล่าสู่กันฟัง ประเภทเล่าแล้ว เล่าอีก
พวกเรานำคลิป..กิจกรรมผลงานของ RED USA มาเปิดให้ดูกันอย่างจุใจ
โดยเฉพาะคลิปเหี้ยสั่งฆ่า....เสียร้อง..เอาอีก..เอาอีก

กิจกรรมเครื่องบินลากแบนเนอร์ เหนือฟ้า LA ดังกระหึ่มเมื่อ 12 พฤษภาคม 2512
"เรียกร้องให้ปล่อยนักโทษการเมือง"
เครื่องบินลากแบนเนอร์เหนือฟ้า LA




เมื่อวันที่ 19 กรกฏาคม RED USA ได้จัดกิจกรรมพร้อมกับพี่น้องทั่วโลก

ในวันนั้นมี 2 รายการ ... แบบตลุยวันเดียวเสร็จ...
ด้วยความภูมิใจของพวกเราทุกคนที่ได้มีส่วนร่วม ..ค่ะ

1. เดินเข็นป้ายยักษ์เท่าตึกสูงเกือบ 2 ชั้นลากไปบนถิ่นท่องเที่ยวบนถนนฮอลลีวู๊ด
พร้อมกับเพลง "Dies Irae" เพลงสวดศพที่ดังมาเป็นพัน ๆ ปีแล้ว ขลังมากค่ะ
RED LA 008 - Massacre In Thailand



2. รวมทั้งการนั่งรถทัวร์ ประจานทั่วแอลเอ.ในวันเดียวกัน
RED LA 007 - No Justice No Peace




งานจบลงด้วยความชื่นมื่น เมื่อเวลาสามทุ่ม ...
ร่ำลากันไป ร่ำลากันมา แบบว่าถ้าอยู่ต่อก็คงได้ท่านข้ามต้มต่ออีก

ขอบคุณ          ทุกทุกท่าน        ด้วยใจ
งานวันเกิด       แด่คนไกล        เรียบร้อย
ด้วยจิต            และแรงใจ       ส่งถึง กันนา
แดงคือแดง     แรงฤทธิ์กล้า    ก้องฟ้า คนชม
RED USA











*********
้เรื่องเกี่ยวเนื่อง:


สังคมข่าวชาวเสื้อแดง:ใช่!ทำเพื่อคนๆเดียว จบป่ะ?


รู้ไหมว่าคุณสู้อยู่กับใคร?-เป็นความจริงที่ว่าคนเสื้อแดงต่อสู้ เพื่อคนๆเดียว คนๆเดียวที่ว่านี้เป็นคนที่ประชาชนไทย19ล้านเสียงเคยเืทคะแนนให้ในการเลือก ตั้ง การโค่นล้มคนๆเดียวนี้ คือการย่ำยีไม่ฟังเสียงของคนส่วนใหญ่ในประเทศ การกลั่นแกล้งและไม่ให้ความยุติธรรมกับคนๆเดียวนี้ คือการไม่เคารพต่อ19ล้านเสียง ดังนั้นผ่ีานไป6ปี หรืิอจะกี่ปีคุณจึงไม่มีทางเอาชนะคนๆเดียวนี้ได้  เพราะคุณกำลังท้าทายต่อประชาชนไทยทั้งประเทศ


ข่าวในพระราชสำนัก

ที่มา Thai E-News



สำนักพระราชวังแถลงในหลวงเสวยพนระกระยาหารได้ดี

สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ฉบับที่ 56 เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ความว่า วันนี้คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รายงานว่า ตามที่ได้มีแถลงการณ์สำนักพระราชวังลงวันที่ 13 กรกฎาคม พุทธศักราช 2555 ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรง มีพระโลหิตซึมเล็กน้อยที่ใต้เยื่อหุ้มพระสมองชั้นนอกด้านซ้ายนั้น ผลการตรวจพระสมองด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ติดตามพระอาการเมื่อคืนวันนี้ พบว่า พระโลหิตที่ซึมบริเวณใต้เยื่อหุ้มพระสมองชั้นนอกได้หายไปแล้ว เสวยพระกระยาหารได้ดี และบรรทมได้เป็นปรกติ


พระราชินีทรงพระวรกายได้ดีขึ้น



 เมื่อ เวลา 19 .45 น. วันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ.2555 สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ เรื่องสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระประชวรขณะประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ความว่า  "คณะแพท์ผู้ถวายการรักษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้รายงานว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไม่มีพระอาการเวียนพระเศียร ทรงพระวรกายได้ดีขึ้น เริ่มเสวยพระกระยาหารได้ ผลการตรวจติดตามพระสมองด้วยคลื่นแม่เหล็ก (Magnetic Resonance Imaging) ไม่พบภาวะแทรกซ้อน คณะแพทย์ฯ ยังถวายพระโอสถทางหลอดพระโลหิตต่อ และทำกายภาพบำบัดถวายเพื่อฟื้นฟูพระวรกาย จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน"



สำนักพระราชวังแจ้งหมายกำหนดการเฉลิมพระชนมพรรษา5รอบสมเด็จพระบรมฯ



นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำนักพระราชวังได้แจ้งหมายกำหนดการพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร หมายกำหนดการแจ้งว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ในวันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม 2555 เวลา 17.00 น. ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง โดยสำนักพระราชวังจะได้จัดที่สำหรับลงพระนามและลงนามถวายพระพรไว้ที่ในพระ บรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. ขณะที่กรุงเทพมหานครดำเนินการจัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 61 รูป ในวันพุธที่ 27 กรกฎาคม 2555 ณ สำนักงานเขตทุกเขต (ยกเว้นเขตพระนคร)โดยมีผู้อำนวยการเขตเป็นประธานในพิธี และจัดพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 161 รูป ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2555 ณ บริเวณท้องสนามหลวง
       
ในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 19.19 น. นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพร ชัยมงคล ซึ่งมูลนิธิ 5 ธันวามหาราชจัดงานบำเพ็ญกุศลกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติโดยใช้ชื่อกิจกรรมว่า “๖๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ” ระหว่างวันที่ 27-28 กรกฎาคม 2555 ณ บริเวณ ท้องสนามหลวง รวมทั้งทุกจังหวัดจะจัดพิธีทำบุญตักบาตรและจัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลในวันที่ 27-28 กรกฎาคม 2555
จึงขอเชิญชวนปวงชนชาวไทยทุกพร้อมใจร่วมแสดงความจงรักภักดี โดยประดับธงตราสัญลักษณ์เฉลิมพระเกียรติอย่างพร้อมเพรียงกัน และร่วมกิจกรรมถวายเป็นพระราชกุศล ตลอดจนร่วมพิธีถวายพระพรชัยมงคล ณ สถานที่ตั้งของการจัดพิธีการต่าง ๆ ในโอกาสนี้ด้วย
 
สมเด็จพระเทพฯเสด็จต่างประเทศถึงวันที่ 29 เดืิอนนี้

 สำนักพระราชวัง ประกาศเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พุทธศักราช 2555 ว่าด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศมาเลเซียและสาธารณสิงคโปร์ ในวันที่ 24 และวันที่ 25 กรกฎาคม พุทธศักราช 2555  ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศมาเลเซีย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จะทรงนำนักเรียนนายร้อย ชั้นปีที่ 4 พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา และข้าราชการกองวิชาประวัติศาสตร์โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ไปทัศนศึกษาสถานที่ต่างๆ อาทิ สถาบันความเข้าใจศาสนาอิสลามมาเลเซีย พิพิธภัณฑ์ศิลปะอิสลามมาเลเซีย ติกแฝดปิโตรนาส และเมืองราชการปุตราจายา 
         
 ใน การเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศสาธารณสิงคโปร์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมาชกุมารี จะทรงรับถวายตำแหน่งสมาชิกกิตติมศักดิ์ของสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ศึกษา จะทรงพบกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ ซึ่งจะถวายเลี้ยงพระกระยาหารกลางวัน และจะทรงเข้าร่วมการประชุมวิชาการนานาชาติด้านวิศวกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพและ เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ ครั้งที่ 6 ในวันที่ 25 กรกฎาคม พุทธศักราช 2555
         
 สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จะประทับเครื่องบินพระที่นั่งซึ่งกองทัพอากาศจัดถวาย เสด็จพระราชดำเนินจากท่าอากาศยานกรุงเทพ ในวันอังคาร ที่ 24 กรกฎาคม พุทธศักราช 2555 เวลา 05.30 นาฬิกา จากนั้น จะประทับเครื่องบินของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ เอสคิว 322 จากท่าอากาศยานชางงี สาธารณรัฐสิงคโปร์ ในวันพุธ ที่ 25 กรกฎาคม พุทธศักราช 2555 เวลา 23.30 นาฬิกา เสด็จพระราชดำเนินต่อไปเยือนสหราชอาณาจักรระหว่างวันที่ 25 - 29 กรกฎาคม พุทธศักราช 2555

          จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
          สำนักพระราชวัง
          23 กรกฎาคม พุทธศักราช 2555

ดราม่าแพรวา9ศพ:ตอนน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์

ที่มา Thai E-News




ที่เว็บบอร์ดศาลาประชาึคม เว็บไซต์พันทิป มีผู้นำภาพนี้มาโพสต์ ในหัวข้อ เนี่ยเหรอ แพรวา ที่ศาลบอกว่า ต้องเยียวยารักษาสภาพจิต ดูน้องเค้าก็สดชื่นดีนี่ เป็นเฟรชชี่ศรีปทุมแล้ว

ภาพดังกล่าวเป็นเด็กสาวคนหนึ่ง กำลังทำกิจกรรมเหมือนนักศึกษารุ่นพี่กำลังรับน้องใหม่อยู่

ยังไม่มีใครยืนยันว่าเป็นรูปของ"แพรวา"เยาวชนที่ถูกดำเนินคดีถูกกล่าาหาว่า ขับรถเก๋งชนรถตู้โดยประมาท เพราะมัวแต่เล่นโทรมือถือ"BB" เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ แต่มีสมาชิกเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์อย่างล้นหลาม บางส่วน แสดงความเห็นใจ ขณะที่บางส่วนยังต้องการให้เกิดการลงโทษที่ยุติธรรม
ชีวิตต้องเดินหน้าต่อไปครับ พวกคุณต้องการอะไรหรือครับ อยากให้น้องเขา หดหู่ ทรมาณ ไปจนตายหรือครับ
ขณะที่บางรายเห็นว่า
ไม่ได้ต้องการให้น้องเค้าเศร้าหรือหดหู่ต่อไปครับ แล้วก็ถูกต้องด้วย "ชีวิตต้องเดินหน้าต่อไป" ฉะนั้นควรมาศาลแล้วฟังคำตัดสินได้แล้ว ให้ทุกอย่างมันอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ยัดจนพัง ในขณะที่น้องเค้าชีิวิตเดินหน้าต่อไป แล้วครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้งหลายละครับ เค้าได้เดินหน้าไปด้วยรึเปล่า เค้าต้องจมอยู่กับความช้ำที่ครอบครัวเขาเสียชีวิตไม่พอ ยังมาเจอความไม่ยุติธรรมของสิ่งที่เราๆ ท่านๆ เรียกว่ากระบวนการยุติธรรมอีก แล้วคุณพ่อของน้องที่เสียใจชีวิตจนต้องตรอมใจตายละครับ? ต้องมีคนเป็นอย่างงี้อีกสักกี่คนหรอเขาถึงจะออกมารับผิดหรือแม้แต่ "ขอโทษ" ได้ ไม่มีใครอยากให้น้่องเขาเศร้าหรอกครับ สิ่งที่สังคมต้องการ แค่ให้ออกมายอมรับความจริง รับโทษ หรือทำอะไรบ้างไม่ใช่แค่หายไปลอยๆ
และดูท่าว่ากระทู้นี้ จะมีกลิ่นดราม่าลอยมาอีกยาว

ส่วนที่เว็บบอร์ดประชาทอล์กนำ เสนอภาพด้านล่างนี้ว่า แพรวาได้เป็นนักศึกษาใหม่ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุมแล้ว และมีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการที่มีนามสกุลดัง ก็อาจไม่ต้องได้รับโทษจากกระบวนการยุติธรรมไทย



 ***************

เรื่องเกี่ยวเนื่อง:ความจริงเรื่องฟอร์เวิร์ดเมล์จบคดีแพรวา8ศพอวสานคนจน สะท้อนคนไทยสิ้นหวังกระบวนการยุติธรรม

ศาลอุธรณ์ สั่งจำคุก 'เทพเทือก' 4 เดือน รอลงอาญา 1 ปี คดีหมิ่น 'หมอมิ้ง'

ที่มา uddred

 ไทยรัฐ 24 กรกฎาคม 2555 >>>





ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ จำคุก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ 4 เดือนปรับ 2 พันบาท แต่รอลงอาญา 1 ปี ฐานหมิ่นประมาท นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช กรณีกล่าวหาจ้างพรรคเล็กลงเลือกตั้ง...

วันนี้ (24 ก.ค.) ที่ห้องพิจารณาคดี 909 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่ นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.ประธิปัตย์ และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.ประชาธิปัตย์ เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา
จากกรณีเมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2549 นายสุเทพ และนายองอาจ ได้ร่วมกันแถลงข่าว ที่พรรคประชาธิปัตย์ โดยกล่าวในทำนองว่า พรรคไทยรักไทย ทุจริตการเลือกตั้ง โดยจ้างพรรคเล็กลงสมัคร ทำให้พรรคไทยรักไทยได้รับความเสียหาย โดยโจทก์นำสืบว่า นายสุเทพ จำเลยที่ 3 แถลงข่าวในที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์ จำเลยที่ 1, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จำเลยที่ 2 และ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ จำเลย4 ต้องร่วมกันรับผิดฐานหมิ่นประมาทไปด้วย อีกทั้งการที่คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยที่ 305/2550 ที่สั่งยุบพรรคไทยรักไทยนั้น ก็ไม่มีข้อความระบุถึงตัวโจทก์
ขณะที่นายสุเทพ จำเลยที่3 ต่อสู้คดีว่าไม่มีเจตนาใส่ความโจทก์ และจำเลยที่ 1, 2 และ 4 ต่อสู้คดีว่า ไม่ได้มีการกระทำผิดตามฟ้องของโจทก์ขอให้ยกฟ้อง
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การแถลงข่าวของจำเลยที่ 3 มิได้แต่งเรื่องราวอันเป็นเท็จ แต่ได้รับฟังมาจากนายชวการ โตสวัสดิ์ หนึ่งในผู้เดินทางมาพบผู้บริหารพรรคไทยรักไทย ว่า ผู้บริหารพรรคไทยรักไทยและโจทก์ ร่วมกันส่งคนไปเลือกตั้งและให้เงินกับแก้ไขข้อมูลในคณะกรรมการการเลือกตั้ง ใช้อิทธิพลครอบงำบุคคลต่างๆ
โดย นายชวการ อ้างว่าได้ยินคำว่า "หมอมิ้ง" และ "ให้เงินจ้างพรรคเล็กเข้าเลืองตั้ง" กับคำว่า "เป็นคนสายตรงกับหมอมิ้ง" พร้อมกับนายชวการ ยอมให้จำเลยที่ 3 อัดภาพวีซีดีการให้ข้อมูลดังกล่าวไว้ด้วย ซึ่งคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลย
ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การแถลงข่าวของจำเลยที่ 3 ไม่น่าเชื่อว่า กระทำไปโดยสุจริตใจ โดยสำคัญผิดหรือมูลเหตุอันควรเชื่อโดยสุจริตใจว่า โจทก์มีส่วนร่วมกับการกระทำผิดของ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา และนายพงศ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ตามคำกล่าวอ้างของ นายชวการ โตสวัสดิ์ แม้จำเลยที่ 3 มีสิทธิ์จะแถลงข่าวและแสดงความคิดเห็นได้ เพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ หรือที่จำเลยเกี่ยวข้องมีส่วนได้เสีย ตามครรลอง แต่จำเลยที่ 3 ก็ต้องแถลงข้อเท็จจริงด้วยความระมัดระวัง และโดยสุจริตใจ ไม่ให้เกิดความเสียหายแกผู้หนึ่งผู้ใด โดยการกรองข่าวหรือวิเคราะห์ข่าวให้แน่นอนก่อนแถลงข่าวว่าข้อเท็จจริงเกี่ยว กับโจทก์ เป็นดังคำกล่าวอ้างของ นายชวการ จริงหรือไม่
ทั้งจำเลยที่ 3 มีตำแหน่งเป็นถึงเลขาฯ พรรคการเมืองใหญ่ จึงต้องกระทำโดยความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น การกระทำของจำเลยที่ 3 ในการแถลงข่าวเกี่ยวกับโจทก์ว่า ร่วมกระทำผิดในการจ้างผู้สมัครพรรคการเมืองขนาดเล็ก ให้ลงแข่งขันกับพรรคไทยรักไทยและร่วมกันแก้ไขข้อมูลเพิ่มรายชื่อผู้สมัครลง ในฐานข้อมูล ของคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. โดยทุจริต ย่อมทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ถูกดูหมิ่นเกลียดชังว่าเป็นนักการเมืองที่กระทำผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง อันเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ โดยการโฆษณา
ส่วนปัญหาว่า พรรคประชาธิปัตย์ จำเลยที่ 1 นายอภิสิทธิ์ จำเลยที่ 2 และนายองอาจ จำเลยที่ 4 ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 3 ด้วยหรือไม่นั้น เห็นว่าขณะจำเลยที่ 3 แถลงข่าว ที่พรรคประชาธิปัตย์ จำเลยที่ 1 นั้น นายอภิสิทธิ์ จำเลยที่ 2 ในฐานะหัวหน้าพรรคไม่ได้นั่งแถลงข่าวด้วย ขณะที่นายองอาจ จำเลยที่ 4 ในฐานะโฆษกพรรค นั่งอยู่ด้วย แต่ไม่ได้ร่วมแถลงข่าวแต่อย่างใด พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักไม่เพียงพอ
นอกจากนี้ โจทก์ไม่ได้นำสืบให้เห็นแน่ชัดว่า จำเลยทั้งสาม ดังกล่าวมีส่วนร่วมกระทำผิดอย่างไร ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นควรพิพากษาแก้ว่า จำเลย 3 มีความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.328 จำคุก 6 เดือน ปรับ 3 พันบาท ทางนำสืบของจำเลยที่ 3 เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 4 เดือน ปรับ 2 พันบาท โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้มีกำหนด 1 ปี และให้จำเลยที่ 3 ประกาศคำพิพากษาลงในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ไทยรัฐ และมติชน เป็นเวลา 3 วัน ในหน้า 1 หรือหน้า 3 โดยให้จำเลยที่ 3 เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

Monday, July 23, 2012

'ธิดา-เหวง' ยัน 'จตุพร' ไม่เจตนาพาดพิงศาล รธน.

ที่มา uddred

 ไทยรัฐ 23 กรกฎาคม 2555 >>>






ธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. ยันจตุพรไม่มีเจตนาพาดพิงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อ้างพูดในหลักวิชาการเท่านั้น ทั้งยังแสดงความจริงใจไม่ยกคนไปกดดัน ระบุแค่พูดถึงขั้นตอนการถอดถอนตามรัฐธรรมนูญ

เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ศาลอาญา นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวภายหลังศาลอาญาได้มีการสั่งให้เลื่อนฟังคำสั่งขอถอนการปล่อยตัวชั่ว คราว นายจตุพร พรหมพันธ์ุ แกนนำ นปช. ไปเป็นวันที่ 9 ส.ค. โดยศาลเห็นว่ายังมีข้อเท็จจริงที่ยังไม่ได้ข้อยุติและต้องรอข้อมูลเพิ่มเติม ต่อไปในการพิจารณา ว่า นปช.เองก็ได้มีการยืนยันในข้อเท็จจริง เราไม่ได้มีเจตนาที่จะข่มขู่แต่อย่างใด เพียงแต่พูดในเชิงหลักวิชาการว่าการถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้นก็สามารถ ทำได้ ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ การจะไปข่มขู่หรือทำร้ายนั้นขอปฏิเสธ จะเห็นได้จากการที่เราก็ไม่มีการระดมคนไปที่ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อกดดันเลย
   "บางครั้งอาจจะมีการพูดจาที่มีความรุนแรงไปบ้าง แต่ก็ไม่มีการพูดที่เกินขอบเขต ศาลรัฐธรรมนูญนั้นสามารถที่จะพูดถึงได้ บางครั้งการพูดที่สื่อสารออกไปก็อาจจะมีคำที่รุนแรงไปบ้าง แต่ก็ไม่มีการเกินเลยอย่างแน่นอนอยู่แล้ว โดยจุดประสงค์ของการพูดก็คือการแจงรายละเอียดขั้นตอนการถอดถอนตุลาการศาลรัฐ ธรรมนูญเท่านั้น" นางธิดา กล่าว
ด้าน นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ขอเท็จจริงที่นายจตุพร คือ มีการกล่าวบนเวที แต่ตนก็คิดว่าเป็นการวิจารณ์ที่อยู่ในกรอบ ซึ่งคนที่ขึ้นบนเวทีในวันนั้นไม่ได้มีการพูดคุยกันมาก่อนว่าจะพูดอะไร ไม่ได้มีการนัดแนะกันพูด จึงทำให้คำพูดดังกล่าวเป็นคำพูดส่วนบุคคลของแต่ละคนกันไป อย่างกรณีที่มีแกนนำ นปช. บางคนเอาชื่อคนในครอบครัวและเบอร์โทรมาเปิดเผย อันนี้ก็ต้องบอกว่าไม่ถูกต้อง แต่คนทำผิดก็ได้ออกมาขอโทษแล้ว ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่มีทำอะไรไม่ควรก็ต้องยอมรับ ส่วนที่ต้องรอให้วันที่ 9 ส.ค. นั้น ก็ขอให้เป็นไปในส่วนขั้นตอนในการดำเนินการของศาล

'โอ๊ค' ลั่นเป็นสิบตรีพานทองแท้ดีกว่าถูกตราหน้า 'หนีทหาร'

ที่มา Voice TV

'โอ๊ค' ลั่นเป็นสิบตรีพานทองแท้ดีกว่าถูกตราหน้า 'หนีทหาร'


นายพานทองแท้ ชินวัตร ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว บอกโชคดีที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สอนตั้งแต่เล็กจนโต ว่า ลูกผู้ชายไทยทุกคน โตขึ้นจะต้องรับใช้ชาติด้วยการเกณฑ์ทหาร หรือไม่ก็ต้องเรียน รด. ไม่ได้คิดที่จะใช้อภิสิทธิ์ใดๆเพื่อที่จะหลบเลี่ยง  พร้อมบอกว่า "ให้ผมเป็นสิบตรี พานทองแท้ฯ ผมว่าพ่อเเม่ผมยังจะภาคภูมิใจกว่า ที่ผมจะถูกคนตราหน้าว่าผมหนีทหาร" รายละเอียดมีดังนี้ 
 
 
แฟนเพจ หลายท่านคอมเม้นต์มา อยากให้ผมเขียนเรื่อง "หนีทหาร" ครับ !!!
 
พาดหัวแบบนี้พี้น้องเสื้อแดงและแกนนำอาจจะ สะดุ้งเตรียมเผ่นกันนะครับ เพราะเคยมีประสบการณ์ในการ "หนีทหาร" กันมาแล้วในช่วงการสลายการชุมนุมกระชับพื้นที่ แต่ไม่ต้องห่วงครับ เขาหมายถึงการหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหารครับ
 
ทีมงานผมก็ช่างเอาใจแฟนเพจจริงๆ รับลูกกันเป็นระนาดเลยครับ บอกว่าเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม และเห็นว่า ไปหาข้อมูลกันให้ควั่ก แถมยังมาคุยอีกว่า มีข้อมูลเด็ดจากคุณลุงท่านหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ มาเล่าให้ฟัง (ช่วงนี้ทีมงานผมขยันทำผลงานกันเป็นพิเศษครับ หลังจากได้ทราบว่าจะได้ร่วมเดินทางไปกับแฟนเพจในวันที่24 นี้ด้วย ก็เป็นแฟนคลับคุณพ่อกันทั้งทีมนี่ครับ) 
 
คุณลุงท่านนี้ได้แฉให้ทราบถึงขบวนการหนี ทหารว่า เมื่อ20กว่าปีที่แล้วเขาทำกันอย่างไร ผมก็เลยบอกให้ไปเอาข้อมูลมาให้ดู แต่ยังไง น้ำหนักของเรื่องก็ต้องอยู่ที่คุณลุงท่านนี้ว่าจะกล้าออกมาพูดความจริง เหมือนเด็กนักเรียนที่ออกมายืนหน้าชั้นแล้วกล้าบอกว่า 2+2 นั้นเท่ากับ4 ไม่ใช่5 แบบในคลิปที่เคยให้ดูหรือไม่นะครับ เรื่องนี้รอกลับจาก "เยี่ยมคนแดนไกล แบบไม่มีอภิสิทธิ์ชน กับพานทองแท้" ที่ฮ่องกง 2-3วัน ก็รู้เรื่องแล้วครับ
 
ผมลองมานึกถึงตัวเองดู ผมว่าผมนั้นโชคดีครับ ที่คุณพ่อของผม เลี้ยงผมให้โตมาแบบ "ลูกชาวบ้าน"ทั่วๆไป ไม่เคยสอนให้มักใหญ่ใฝ่สูง โตขึ้นจะต้องเป็นนั่นเป็นนี่ และที่สำคัญสอนผมว่า ลูกผู้ชายไทยทุกคน โตขึ้นจะต้องรับใช้ชาติด้วยการเกณฑ์ทหาร หรือไม่ก็ต้องเรียน รด. ไม่ได้คิดที่จะใช้อภิสิทธิ์ใดๆเพื่อที่จะหลบเลี่ยงฯ ผมจำได้ว่าตอนนั้นผมก็เหมือนเด็กวัยรุ่นส่วนใหญ่ที่ไม่ค่อยอยากจะเรียน รด. สักเท่าไหร่ แต่พอเรียนไปก็สนุกดีนะครับ เรียนจนจบ3ปี เห็นเขาว่า ถ้าตอนนี้ผมเอาใบสด.8ของผมไปขอเทียบยศ ผมจะได้ครองยศ สิบตรี หรือจ่าสิบตรีครับ 
 
ที่ผมเล่ามานี้ไม่ได้จะเปรียบเทียบกับใครหรือพูดกระทบถึงใครนะครับ ผมแค่อยากจะบอกว่า "ให้ผมเป็นสิบตรี พานทองแท้ฯ ผมว่าพ่อเเม่ผมยังจะภาคภูมิใจกว่า ที่ผมจะถูกคนตราหน้าว่าผมหนีทหาร" แค่นั้นแหละครับ
 
23 กรกฎาคม 2555 เวลา 15:36 น.