ที่มา thaifreenews
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Tuesday, July 24, 2012
เกาะติดโอ๊คแฟนเพจเฟสบุ๊ค
Thai PUBLICA ตั้งคำถามกับ รายงานของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
โดย สฤณี อาชวานันทกุล
Thai PUBLICA
ในยุคข้อมูลท่วมท้นล้นหลามตั้งแต่วิกิลีกส์ถึงข่าวลือในโซเชียลมีเดีย ยุคที่หลายฝ่ายกำลังเรียกร้องความโปร่งใสและรับผิดจากทุกสถาบันมากขึ้น เรื่อยๆ ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับรายงานประจำปี 2554 ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์องค์กร ซึ่งปัจจุบันไม่มีเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษอย่างน่าประหลาดใจ) องค์กรซึ่งดูจะยังมีข้อถกเถียงไม่ยุติเกี่ยวกับบทบาท หน้าที่และสถานะ พร้อมเปรียบเทียบการเปิดเผยข้อมูลกับแนวทางการเปิดเผยของ Crown Estate แห่งสหราชอาณาจักร
(คลิกที่รูปเพื่ออ่าน)
เรื่องเบาๆ กับการแอบดูธนบัตรประเทศที่มีกษัตริย์เป็นประมุข
ที่มา Thai E-News
24 กรกฎาคม 2555
โดยทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา มติชน เสวนา "สัญญะและสามัญชนบนธนบัตร"มองโลกและมองไทย
เมื่อไม่นานมานี้ เดอะรีดดิ้งรูม (The Reading Room) และกวีราษฎร์ จัดเสวนา “สัญญะและสามัญชนบนธนบัตร” โดย อาจารย์ชาตรี ประกิตนนทการ อาจารย์ภาควิชาศิลปสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
ได้วิเคราะห์ด้วยการเปรียบเทียบธนบัตรในประเทศต่าง ๆ
ด้วยการเทียบเคียงกับประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แบ่งออกได้ 4
กลุ่ม
ธนบัตรแบบ 8 เริ่มออกใช้เมื่อพุทธศักราช 2489 ตรงกับสมัยที่ นายปรีดี
พนมยงค์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พื้นที่กว่า 50
เปอร์เซ็นต์ของธนบัตรเป็นรูปพานรัฐธรรมนูญ
ออกแบบตามอย่างตะวันตกไม่มีลวดลายไทย
กุล่มแรก
ประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแต่ไม่มีพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ปรากฏ
อยู่บนธนบัตร ได้แก่ สวีเดน เดนมาร์ก ญี่ปุ่น เบลเยี่ยม เนเธอแลนด์ ทั้ง 4
ประเทศจะปรากฏภาพของศิลปิน นักดนตรีและบุคคลสำคัญในด้านต่าง ๆ บนธนบัตร
กลุ่มที่สอง ประเทศที่มีเฉพาะพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ปรากฏเฉพาะด้านหน้าและบางชนิดราคาของธนบัตร เช่น สเปน ภูฏาน บาห์เรน กัมพูชา
กลุ่มที่สาม
ประเทศที่มีพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ปรากฏเฉพาะด้านหน้าในทุกชนิดราคาของธนบัตร
ส่วนด้านหลังจะเป็นบุคคลสำคัญ เช่น อังกฤษ โมร็อกโก สวาซิแลนด์ เนปาล
เป็นต้น
กลุ่มที่สี่ ประเทศที่มีพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ปรากฏทั้งด้านหน้าและหลังในทุกชนิดราคาของธนบัตร ได้แก่ ไทย
อาจารย์ชาตรี กล่าวว่า
สถาบันกษัตริย์เข้ามาเกี่ยวข้องกับรูปภาพที่ปรากฏบนธนบัตร
โดยเป็นความสัมพันธ์กับรูปแบบการปกครอง
อาจกล่าวได้ว่าประเทศที่เป็นประชาธิปไตยมักไม่ปรากฏพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์
อยู่ หรือปรากฏเฉพาะด้านหน้าธนบัตรในบางชนิดราคาเท่านั้น
ตัวอย่างธนบัตรของประเทศต่าง ๆ

ตัวอย่างธนบัตรชนิดราคา 200 แรนด์ของประเทศแอฟริกาใต้

ธนบัตรชนิดราคา 1,000 เยน โดยมีรูปของ นัทซึเมะ โซเซกิ นักเขียนของญี่ปุ่น

ธนบัตรชนิดราคา 500 เรียลกัมพูชา

ธนบัตร
ชนิดราคา 20 ปอนด์สเตอร์ลิงอังกฤษ ด้านหน้าแสดงภาพสมเด็จพระราชินีนาถ
เอลิซาเบธที่ 2 ส่วนด้านหลังแสดงภาพของ อดัม สมิธ นักเศรษฐศาสตร์ชาวอังกฤษ
อาจารย์ชาตรี วิเคราะห์ว่า สำหรับประเทศไทย
การออกแบบธนบัตรมีความสัมพันธ์กับสภาพการเมืองและสังคมในแต่ละยุคซึ่งแตก
ต่างกัน เมื่อเปรียบเทียบธนบัตรแบบต่าง ๆ
ที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทยจะพบข้อสังเกตหลายประการ
ธนบัตรแบบ 3 ได้ออกแบบไว้ตั้งแต่ก่อนการปฏิวัติ 2475
และเริ่มทยอยออกใช้ในปี พ.ศ. 2477
เป็นแบบแรกที่ปรากฏภาพบุคคลคือพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์รัชกาลที่ 7
และมีภาพอันแสดงถึงวัฒนธรรมประเพณีและสถาปัตยกรรมไทย ตลอดจนทัศนียภาพต่าง ๆ
เป็นภาพประกอบ ส่วนด้านหลังเป็นภาพวัดระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ
ธนบัตร
แบบ 4 ทยอยออกใช้ในปี พ.ศ. 2482
ด้านหลังของธนบัตรปรากฏภาพพระที่นั่งอนันตสมาคม
ซึ่งเป็นรัฐสภาแห่งแรกของประเทศไทย และมีลายน้ำเป็นรูปพานรัฐธรรมนูญ
สะท้อนถึงอุดมการณ์ประชาธิปไตย
ธนบัตรแบบ 9
เริ่มทยอยออกใช้เมื่อปี พ.ศ. 2491 การออกแบบธนบัตรมีลักษณะย้อนไปสู่ยุคแรก ๆ
โดยปรากฏรูปของรัฐสภาและมีลวดลายไทยประกอบ ส่วนธนบัตรแบบ 10
พบว่ารัฐสภาหายไป
โดยด้านหน้าเป็นพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล
อดุลยเดชเป็นภาพประธาน ด้านหลังเป็นภาพเรือสุพรรณหงส์
ธนบัตรแบบ 11 เริ่มทยอยออกใช้ในปี พ.ศ. 2512
ซึ่งเป็นช่วงที่ไทยเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาคอมมิวนิสต์
โดยจะปรากฏพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์เกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ของธนบัตร
ธนบัตรแบบ 12 เริ่มทยอยออกใช้ในปี พ.ศ. 2523 ซึ่งเป็นยุคหลังเหตุการณ์ 6
ตุลา 19
ได้มีการออกธนบัตรเพื่อเผยแผ่พระเกียรติคุณของสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิ
ราชเจ้าที่ได้รับการถวายพระราชสมัญญาภิไธย "มหาราช" ได้แก่
พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว ณ ลานพระราชวังดุสิต
พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ สวนสาธารณะทุ่งนาเชย จ.
จันทบุรี และพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ อนุสรณ์ดอนเจดีย์
จ. สุพรรณบุรี
ธนบัตรแบบ 13 เป็นภาพเฉลิมฉลองงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี
โดยด้านหน้าเป็นพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงเครื่องแบบจอมทัพ ทรงฉลองพระองค์ครุย และหลังจากธนบัตรแบบ 13
เป็นต้นมาปรากฏพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งด้าน
หน้าและหลังธนบัตร และมีภาพพระราชกรณียกิจด้านต่าง ๆ
ประกอบลวดลายธนบัตรจึงเป็นเครื่องมือสื่อสารอุดมการณ์ในรูปแบบการปกครองที่
เปลี่ยนแปลงไปได้เป็นอย่างดี
ทั้งนี้ หาก เปรียบเทียบธนบัตร พบว่า 1 ใบมีพื้นที่เฉลี่ย 0.03
ตารางเมตร ในประเทศไทยมีธนบัตร 20, 50, 100, 500 และ 1,000 บาท
เฉลี่ยอย่างน้อยที่สุดชนิดละ 10 ล้านฉบับ
จะพบว่าจำนวนธนบัตรหมุนเวียนในประเทศไทยถึง 50
ล้านฉบับและเมื่อคูณกับพื้นที่เฉลี่ยของธนบัตร 1 ใบ จะกินพื้นที่ถึง 1.5
ล้านตารางเมตร ขณะที่คนไทยใช้ธนบัตรไม่ต่ำกว่า 5-10 ครั้งต่อวัน
ในแง่สื่อสารมวลชน
ธนบัตรจึงเป็นสื่อโฆษณาอย่างหนึ่งที่มีอำนาจในการสื่อกับผู้คนในสังคมเข้า
ถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด
การออกแบบธนบัตรของไทยในยุคต่าง ๆ

ธนบัตรชนิดราคา 100 บาท เริ่มทยอยใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2468

ธนบัตรแบบ 3 ชนิดราคา 1, 5 และ 10 บาท เริ่มทยอยใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2477

ธนบัตรแบบ 4 ชนิดราคา 20 และ 100 บาท ออกใช้เมื่อ พ.ศ. 2488

ธนบัตรแบบ 8 สั่งพิมพ์ในสมัยราชกาลที่ 8
โดยรัฐบาลไทยติดต่อให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจัดพิมพ์ธนบัตรให้ชั่วคราว
เนื่องจากได้รับความเสียหายจากสงครามมมหาเอเชียบูรพา

ธนบัตรแบบ 9 มีรูปแบบเหมือนกับธนบัตรแบบ 4
แต่เปลี่ยนพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์เป็น
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เริ่มทยอยออกใช้เมื่อปี พ.ศ.
2491

ธนบัตรชนิดราคา 100 บาท ที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช
สยามมกุฎราชกุมาร
RED USAจัดงานวันเกิดทักษิณ63ปี
ที่มา Thai E-News
โดย RED USA เสื้อแดงในอเมริกา
*********
้เรื่องเกี่ยวเนื่อง:
สังคมข่าวชาวเสื้อแดง:ใช่!ทำเพื่อคนๆเดียว จบป่ะ?

รู้ไหมว่าคุณสู้อยู่กับใคร?-เป็นความจริงที่ว่าคนเสื้อแดงต่อสู้ เพื่อคนๆเดียว คนๆเดียวที่ว่านี้เป็นคนที่ประชาชนไทย19ล้านเสียงเคยเืทคะแนนให้ในการเลือก ตั้ง การโค่นล้มคนๆเดียวนี้ คือการย่ำยีไม่ฟังเสียงของคนส่วนใหญ่ในประเทศ การกลั่นแกล้งและไม่ให้ความยุติธรรมกับคนๆเดียวนี้ คือการไม่เคารพต่อ19ล้านเสียง ดังนั้นผ่ีานไป6ปี หรืิอจะกี่ปีคุณจึงไม่มีทางเอาชนะคนๆเดียวนี้ได้ เพราะคุณกำลังท้าทายต่อประชาชนไทยทั้งประเทศ
โดยเที่ยวบิน NASA no.1 (Neither Abhisit-chon nor Salim are Accepted) แลนดิ้ง ณ สนามบินฮ่องกง โดยสวัสดิภาพแล้วครับ !!!
หลังจากที่ลุ้นกันทั้งคืน ทั้งแฟนเพจ ทั้งทีมงานไม่ได้หลับได้นอน เนื่องจากพายุไต้ฝุ่นขั้น10(รุนแรงขั้นเกือบัสูงสุด) ถล่มเกาะฮ่องกงเมื่อคืนนี้
โชค ดีครับที่แฟนเพจที่รักของผมทุกท่าน ปฏิบัติตามกฏกติกาอย่างเคร่งครัด ไม่มีใครพกของต้องห้ามมาขึ้นเครื่องเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายล่อฟ้าและชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง เพราะหากมีใครแอบนำติดตัวมาด้วย จะเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อตนเองและผู้โดยสารอื่น โดยอาจทำให้เที่ยวบินนาซ่านัมเบอร์วัน ของเราไม่สามารถใช้สนามบินฮ่องกงได้ ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นที่ "สนามบินอู่ตระเภา" มาแล้ว
ก็เอารูปชุดแรก มาฝากกันครับ และทีมงานก็คงจะอัพเดทรูปมาให้ดูกันเรื่อยๆ โดยเฉพาะพรุ่งนี้เย็นก็จะเป็นเวลาที่แฟนเพจทุกท่านรอคอย โดยจะได้ร่วมรับประทานอาหารค่ำกับ พตท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งแฟนเพจทุกท่านจะได้พบปะพูดคุยกับคุณพ่อผมแบบเป็นกันเอง และไม่มีอภิสิทธิ์ชนใดๆมาร่วมแจมให้เสียอรรถรสครับ
ส่วนตัวผมเองก็ ต้องยืนยันครับว่า ผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมในเที่ยวบินนี้ ทุกท่านยังมีโอกาสเข้าร่วมในกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย อย่างน้อยก็ เที่ยวบิน NASA no.2 ซึ่งจะเป็นทริปต่อไปของพวกเรา ขอให้โชคดีทุกท่านครับ
ข่าวในพระราชสำนัก
ที่มา Thai E-News
สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ฉบับที่ 56 เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ความว่า วันนี้คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รายงานว่า ตามที่ได้มีแถลงการณ์สำนักพระราชวังลงวันที่ 13 กรกฎาคม พุทธศักราช 2555 ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรง มีพระโลหิตซึมเล็กน้อยที่ใต้เยื่อหุ้มพระสมองชั้นนอกด้านซ้ายนั้น ผลการตรวจพระสมองด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ติดตามพระอาการเมื่อคืนวันนี้ พบว่า พระโลหิตที่ซึมบริเวณใต้เยื่อหุ้มพระสมองชั้นนอกได้หายไปแล้ว เสวยพระกระยาหารได้ดี และบรรทมได้เป็นปรกติ
พระราชินีทรงพระวรกายได้ดีขึ้น
เมื่อ เวลา 19 .45 น. วันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ.2555 สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ เรื่องสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระประชวรขณะประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ความว่า "คณะแพท์ผู้ถวายการรักษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้รายงานว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไม่มีพระอาการเวียนพระเศียร ทรงพระวรกายได้ดีขึ้น เริ่มเสวยพระกระยาหารได้ ผลการตรวจติดตามพระสมองด้วยคลื่นแม่เหล็ก (Magnetic Resonance Imaging) ไม่พบภาวะแทรกซ้อน คณะแพทย์ฯ ยังถวายพระโอสถทางหลอดพระโลหิตต่อ และทำกายภาพบำบัดถวายเพื่อฟื้นฟูพระวรกาย จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน"
สำนักพระราชวังแจ้งหมายกำหนดการเฉลิมพระชนมพรรษา5รอบสมเด็จพระบรมฯ
ในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 19.19 น. นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานในพิธีถวายเครื่องราชสักการะและจุดเทียนถวายพระพร ชัยมงคล ซึ่งมูลนิธิ 5 ธันวามหาราชจัดงานบำเพ็ญกุศลกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติโดยใช้ชื่อกิจกรรมว่า “๖๐ พรรษา มหาวชิราลงกรณ” ระหว่างวันที่ 27-28 กรกฎาคม 2555 ณ บริเวณ ท้องสนามหลวง รวมทั้งทุกจังหวัดจะจัดพิธีทำบุญตักบาตรและจัดพิธีถวายพระพรชัยมงคลในวันที่ 27-28 กรกฎาคม 2555
สมเด็จพระเทพฯเสด็จต่างประเทศถึงวันที่ 29 เดืิอนนี้
สำนักพระราชวัง ประกาศเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พุทธศักราช 2555 ว่าด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศมาเลเซียและสาธารณสิงคโปร์ ในวันที่ 24 และวันที่ 25 กรกฎาคม พุทธศักราช 2555 ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศมาเลเซีย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จะทรงนำนักเรียนนายร้อย ชั้นปีที่ 4 พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา และข้าราชการกองวิชาประวัติศาสตร์โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ไปทัศนศึกษาสถานที่ต่างๆ อาทิ สถาบันความเข้าใจศาสนาอิสลามมาเลเซีย พิพิธภัณฑ์ศิลปะอิสลามมาเลเซีย ติกแฝดปิโตรนาส และเมืองราชการปุตราจายา
ใน การเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศสาธารณสิงคโปร์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมาชกุมารี จะทรงรับถวายตำแหน่งสมาชิกกิตติมศักดิ์ของสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ศึกษา จะทรงพบกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ ซึ่งจะถวายเลี้ยงพระกระยาหารกลางวัน และจะทรงเข้าร่วมการประชุมวิชาการนานาชาติด้านวิศวกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพและ เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ ครั้งที่ 6 ในวันที่ 25 กรกฎาคม พุทธศักราช 2555
สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จะประทับเครื่องบินพระที่นั่งซึ่งกองทัพอากาศจัดถวาย เสด็จพระราชดำเนินจากท่าอากาศยานกรุงเทพ ในวันอังคาร ที่ 24 กรกฎาคม พุทธศักราช 2555 เวลา 05.30 นาฬิกา จากนั้น จะประทับเครื่องบินของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ เอสคิว 322 จากท่าอากาศยานชางงี สาธารณรัฐสิงคโปร์ ในวันพุธ ที่ 25 กรกฎาคม พุทธศักราช 2555 เวลา 23.30 นาฬิกา เสด็จพระราชดำเนินต่อไปเยือนสหราชอาณาจักรระหว่างวันที่ 25 - 29 กรกฎาคม พุทธศักราช 2555
จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
สำนักพระราชวัง
23 กรกฎาคม พุทธศักราช 2555
ดราม่าแพรวา9ศพ:ตอนน้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์
ที่มา Thai E-News
ที่เว็บบอร์ดศาลาประชาึคม เว็บไซต์พันทิป มีผู้นำภาพนี้มาโพสต์ ในหัวข้อ เนี่ยเหรอ แพรวา ที่ศาลบอกว่า ต้องเยียวยารักษาสภาพจิต ดูน้องเค้าก็สดชื่นดีนี่ เป็นเฟรชชี่ศรีปทุมแล้ว
ภาพดังกล่าวเป็นเด็กสาวคนหนึ่ง กำลังทำกิจกรรมเหมือนนักศึกษารุ่นพี่กำลังรับน้องใหม่อยู่
ยังไม่มีใครยืนยันว่าเป็นรูปของ"แพรวา"เยาวชนที่ถูกดำเนินคดีถูกกล่าาหาว่า ขับรถเก๋งชนรถตู้โดยประมาท เพราะมัวแต่เล่นโทรมือถือ"BB" เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ แต่มีสมาชิกเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์อย่างล้นหลาม บางส่วน แสดงความเห็นใจ ขณะที่บางส่วนยังต้องการให้เกิดการลงโทษที่ยุติธรรม
ชีวิตต้องเดินหน้าต่อไปครับ พวกคุณต้องการอะไรหรือครับ อยากให้น้องเขา หดหู่ ทรมาณ ไปจนตายหรือครับขณะที่บางรายเห็นว่า
ไม่ได้ต้องการให้น้องเค้าเศร้าหรือหดหู่ต่อไปครับ แล้วก็ถูกต้องด้วย "ชีวิตต้องเดินหน้าต่อไป" ฉะนั้นควรมาศาลแล้วฟังคำตัดสินได้แล้ว ให้ทุกอย่างมันอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ยัดจนพัง ในขณะที่น้องเค้าชีิวิตเดินหน้าต่อไป แล้วครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้งหลายละครับ เค้าได้เดินหน้าไปด้วยรึเปล่า เค้าต้องจมอยู่กับความช้ำที่ครอบครัวเขาเสียชีวิตไม่พอ ยังมาเจอความไม่ยุติธรรมของสิ่งที่เราๆ ท่านๆ เรียกว่ากระบวนการยุติธรรมอีก แล้วคุณพ่อของน้องที่เสียใจชีวิตจนต้องตรอมใจตายละครับ? ต้องมีคนเป็นอย่างงี้อีกสักกี่คนหรอเขาถึงจะออกมารับผิดหรือแม้แต่ "ขอโทษ" ได้ ไม่มีใครอยากให้น้่องเขาเศร้าหรอกครับ สิ่งที่สังคมต้องการ แค่ให้ออกมายอมรับความจริง รับโทษ หรือทำอะไรบ้างไม่ใช่แค่หายไปลอยๆและดูท่าว่ากระทู้นี้ จะมีกลิ่นดราม่าลอยมาอีกยาว
ส่วนที่เว็บบอร์ดประชาทอล์กนำ เสนอภาพด้านล่างนี้ว่า แพรวาได้เป็นนักศึกษาใหม่ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุมแล้ว และมีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการที่มีนามสกุลดัง ก็อาจไม่ต้องได้รับโทษจากกระบวนการยุติธรรมไทย
***************
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:ความจริงเรื่องฟอร์เวิร์ดเมล์จบคดีแพรวา8ศพอวสานคนจน สะท้อนคนไทยสิ้นหวังกระบวนการยุติธรรม
ศาลอุธรณ์ สั่งจำคุก 'เทพเทือก' 4 เดือน รอลงอาญา 1 ปี คดีหมิ่น 'หมอมิ้ง'
ที่มา uddred
ไทยรัฐ 24 กรกฎาคม 2555 >>>

ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ จำคุก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ 4 เดือนปรับ 2 พันบาท
แต่รอลงอาญา 1 ปี ฐานหมิ่นประมาท นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช
กรณีกล่าวหาจ้างพรรคเล็กลงเลือกตั้ง...
วันนี้ (24 ก.ค.) ที่ห้องพิจารณาคดี 909 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก
ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่ นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช
อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
ส.ส.ประธิปัตย์ และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.ประชาธิปัตย์ เป็นจำเลยที่
1-4 ในความผิดในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา
จากกรณีเมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2549 นายสุเทพ และนายองอาจ ได้ร่วมกันแถลงข่าว
ที่พรรคประชาธิปัตย์ โดยกล่าวในทำนองว่า พรรคไทยรักไทย ทุจริตการเลือกตั้ง
โดยจ้างพรรคเล็กลงสมัคร ทำให้พรรคไทยรักไทยได้รับความเสียหาย
โดยโจทก์นำสืบว่า นายสุเทพ จำเลยที่ 3 แถลงข่าวในที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์
ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์ จำเลยที่ 1, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จำเลยที่ 2
และ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ จำเลย4 ต้องร่วมกันรับผิดฐานหมิ่นประมาทไปด้วย
อีกทั้งการที่คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยที่ 305/2550
ที่สั่งยุบพรรคไทยรักไทยนั้น ก็ไม่มีข้อความระบุถึงตัวโจทก์
ขณะที่นายสุเทพ จำเลยที่3 ต่อสู้คดีว่าไม่มีเจตนาใส่ความโจทก์ และจำเลยที่
1, 2 และ 4 ต่อสู้คดีว่า ไม่ได้มีการกระทำผิดตามฟ้องของโจทก์ขอให้ยกฟ้อง
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การแถลงข่าวของจำเลยที่ 3
มิได้แต่งเรื่องราวอันเป็นเท็จ แต่ได้รับฟังมาจากนายชวการ โตสวัสดิ์
หนึ่งในผู้เดินทางมาพบผู้บริหารพรรคไทยรักไทย ว่า
ผู้บริหารพรรคไทยรักไทยและโจทก์
ร่วมกันส่งคนไปเลือกตั้งและให้เงินกับแก้ไขข้อมูลในคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ใช้อิทธิพลครอบงำบุคคลต่างๆ
โดย นายชวการ อ้างว่าได้ยินคำว่า "หมอมิ้ง" และ
"ให้เงินจ้างพรรคเล็กเข้าเลืองตั้ง" กับคำว่า "เป็นคนสายตรงกับหมอมิ้ง"
พร้อมกับนายชวการ ยอมให้จำเลยที่ 3
อัดภาพวีซีดีการให้ข้อมูลดังกล่าวไว้ด้วย
ซึ่งคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลย
ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า
การแถลงข่าวของจำเลยที่ 3 ไม่น่าเชื่อว่า กระทำไปโดยสุจริตใจ
โดยสำคัญผิดหรือมูลเหตุอันควรเชื่อโดยสุจริตใจว่า
โจทก์มีส่วนร่วมกับการกระทำผิดของ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
และนายพงศ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ตามคำกล่าวอ้างของ นายชวการ โตสวัสดิ์
แม้จำเลยที่ 3 มีสิทธิ์จะแถลงข่าวและแสดงความคิดเห็นได้
เพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ หรือที่จำเลยเกี่ยวข้องมีส่วนได้เสีย ตามครรลอง
แต่จำเลยที่ 3 ก็ต้องแถลงข้อเท็จจริงด้วยความระมัดระวัง และโดยสุจริตใจ
ไม่ให้เกิดความเสียหายแกผู้หนึ่งผู้ใด
โดยการกรองข่าวหรือวิเคราะห์ข่าวให้แน่นอนก่อนแถลงข่าวว่าข้อเท็จจริงเกี่ยว
กับโจทก์ เป็นดังคำกล่าวอ้างของ นายชวการ จริงหรือไม่
ทั้งจำเลยที่ 3 มีตำแหน่งเป็นถึงเลขาฯ พรรคการเมืองใหญ่
จึงต้องกระทำโดยความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น การกระทำของจำเลยที่ 3
ในการแถลงข่าวเกี่ยวกับโจทก์ว่า
ร่วมกระทำผิดในการจ้างผู้สมัครพรรคการเมืองขนาดเล็ก
ให้ลงแข่งขันกับพรรคไทยรักไทยและร่วมกันแก้ไขข้อมูลเพิ่มรายชื่อผู้สมัครลง
ในฐานข้อมูล ของคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. โดยทุจริต
ย่อมทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย
ถูกดูหมิ่นเกลียดชังว่าเป็นนักการเมืองที่กระทำผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
อันเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ โดยการโฆษณา
ส่วนปัญหาว่า พรรคประชาธิปัตย์ จำเลยที่ 1 นายอภิสิทธิ์ จำเลยที่ 2
และนายองอาจ จำเลยที่ 4 ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 3 ด้วยหรือไม่นั้น
เห็นว่าขณะจำเลยที่ 3 แถลงข่าว ที่พรรคประชาธิปัตย์ จำเลยที่ 1 นั้น
นายอภิสิทธิ์ จำเลยที่ 2 ในฐานะหัวหน้าพรรคไม่ได้นั่งแถลงข่าวด้วย
ขณะที่นายองอาจ จำเลยที่ 4 ในฐานะโฆษกพรรค นั่งอยู่ด้วย
แต่ไม่ได้ร่วมแถลงข่าวแต่อย่างใด พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักไม่เพียงพอ
นอกจากนี้ โจทก์ไม่ได้นำสืบให้เห็นแน่ชัดว่า จำเลยทั้งสาม
ดังกล่าวมีส่วนร่วมกระทำผิดอย่างไร
ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นควรพิพากษาแก้ว่า จำเลย 3
มีความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.328
จำคุก 6 เดือน ปรับ 3 พันบาท ทางนำสืบของจำเลยที่ 3
เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 4 เดือน ปรับ 2 พันบาท
โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้มีกำหนด 1 ปี และให้จำเลยที่ 3
ประกาศคำพิพากษาลงในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ไทยรัฐ และมติชน เป็นเวลา 3 วัน
ในหน้า 1 หรือหน้า 3 โดยให้จำเลยที่ 3 เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด
นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
Monday, July 23, 2012
'ธิดา-เหวง' ยัน 'จตุพร' ไม่เจตนาพาดพิงศาล รธน.
ที่มา uddred
ไทยรัฐ 23 กรกฎาคม 2555 >>>

ธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. ยันจตุพรไม่มีเจตนาพาดพิงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อ้างพูดในหลักวิชาการเท่านั้น ทั้งยังแสดงความจริงใจไม่ยกคนไปกดดัน ระบุแค่พูดถึงขั้นตอนการถอดถอนตามรัฐธรรมนูญ
เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ศาลอาญา นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวภายหลังศาลอาญาได้มีการสั่งให้เลื่อนฟังคำสั่งขอถอนการปล่อยตัวชั่ว คราว นายจตุพร พรหมพันธ์ุ แกนนำ นปช. ไปเป็นวันที่ 9 ส.ค. โดยศาลเห็นว่ายังมีข้อเท็จจริงที่ยังไม่ได้ข้อยุติและต้องรอข้อมูลเพิ่มเติม ต่อไปในการพิจารณา ว่า นปช.เองก็ได้มีการยืนยันในข้อเท็จจริง เราไม่ได้มีเจตนาที่จะข่มขู่แต่อย่างใด เพียงแต่พูดในเชิงหลักวิชาการว่าการถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้นก็สามารถ ทำได้ ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ การจะไปข่มขู่หรือทำร้ายนั้นขอปฏิเสธ จะเห็นได้จากการที่เราก็ไม่มีการระดมคนไปที่ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อกดดันเลย
"บางครั้งอาจจะมีการพูดจาที่มีความรุนแรงไปบ้าง แต่ก็ไม่มีการพูดที่เกินขอบเขต ศาลรัฐธรรมนูญนั้นสามารถที่จะพูดถึงได้ บางครั้งการพูดที่สื่อสารออกไปก็อาจจะมีคำที่รุนแรงไปบ้าง แต่ก็ไม่มีการเกินเลยอย่างแน่นอนอยู่แล้ว โดยจุดประสงค์ของการพูดก็คือการแจงรายละเอียดขั้นตอนการถอดถอนตุลาการศาลรัฐ ธรรมนูญเท่านั้น" นางธิดา กล่าว
ด้าน นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ขอเท็จจริงที่นายจตุพร คือ มีการกล่าวบนเวที แต่ตนก็คิดว่าเป็นการวิจารณ์ที่อยู่ในกรอบ ซึ่งคนที่ขึ้นบนเวทีในวันนั้นไม่ได้มีการพูดคุยกันมาก่อนว่าจะพูดอะไร ไม่ได้มีการนัดแนะกันพูด จึงทำให้คำพูดดังกล่าวเป็นคำพูดส่วนบุคคลของแต่ละคนกันไป อย่างกรณีที่มีแกนนำ นปช. บางคนเอาชื่อคนในครอบครัวและเบอร์โทรมาเปิดเผย อันนี้ก็ต้องบอกว่าไม่ถูกต้อง แต่คนทำผิดก็ได้ออกมาขอโทษแล้ว ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่มีทำอะไรไม่ควรก็ต้องยอมรับ ส่วนที่ต้องรอให้วันที่ 9 ส.ค. นั้น ก็ขอให้เป็นไปในส่วนขั้นตอนในการดำเนินการของศาล
'โอ๊ค' ลั่นเป็นสิบตรีพานทองแท้ดีกว่าถูกตราหน้า 'หนีทหาร'
ที่มา Voice TV








