ที่มา uddred
มติชน 27 กรกฎาคม 2555 >>>
ที่รัฐสภา นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1
ในฐานะรักษาการประธานวุฒิสภา กล่าวว่า
หลังจากที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
มีมติชี้มูลความผิดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์
ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 268 ประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 266 (1)
กรณีใช้อำนาจครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์
แต่งตั้งนักการเมืองเข้าช่วยปฏิบัติราชการในกระทรวงวัฒนธรรม
ถือเป็นการแทรกแซงการทำงานนั้น ตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา
หลังจากได้รับสำนวนจาก ป.ป.ช.
จะนัดประชุมวุฒิสภาเพื่อนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณา
โดยให้นายสุเทพมาชี้แจงต่อที่ประชุมว่า
มีประเด็นใดหรือมีพยานใหม่ที่ต้องชี้แจงเพิ่มเติมหรือไม่ ก่อนให้ ส.ว.
พิจารณาลงมติว่าจะถอดถอนหรือไม่ โดยถือมติ 3 ใน 5 หรือประมาณ 90 เสียง
ถึงจะสามารถถอดถอนออกจากตำแหน่งได้ โดยกรอบเวลาที่จะดำเนินการคาดว่าประมาณ 1
เดือนเศษ
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Friday, July 27, 2012
"นิคม" รอสำนวน ป.ป.ช. ก่อนนัด "สุเทพ" ชี้แจง คาดใช้เวลาทั้งกระบวนการเดือนเศษ
ทุกวันพุธเยี่ยมนักโทษการเมือง เราไม่ทอดทิ้งเพื่อน
ที่มา Thai E-News
โครงการ อชป.-ไซเบอร์เรนเจอร์-เยาวชน เยี่ยมนักโทษการเมืองร่วมกับพี่
ภาพกิจกรรมเยี่ยมพี่้น้องที่เรื
โครงการ อชป. เยี่ยมนักโทษการเมือง)

************
เ้รื่องเกี่ยวเนื่อง:
-จาก 'ห้องกรง' ถึง ฮ่องกง นักโทษการเมืองอวยพรวันเกิด ทักษิณ ชินวัตร

คุณสงคราม เลิศกิจไพโรจน์ ประธาน “องค์กรช่วยเหลือประชาชน จากการเรียกร้องประชาธิปไตย” (อชป.) ได้จัดตั้งอชป.ขึ้นเพื่อเยียวยานักโทษคดีการเมือง ทั้งการเยี่ยมให้กำลังใจและมอบเงินเยียวยาให้กับกลุ่มพี
หม่อมเต่านาชวนอ่านบทความในไทยอีนิวส์
ที่มา Thai E-News
http://thaienews.blogspot.com/2012/07/blog-post_6941.html?m=1
ข่าวสารเกี่ยวกับประเทศไทยที่คุณไม่อาจหาอ่านได้จากสื่อ หยัดยืนชูธงสัจธรรมโต้กระแสทวน ปรับ
'สุเทพ' ลั่นหากถูกถอดถอนเลิกเล่นการเมือง
ที่มา Voice TV

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 268 ประกอบรัฐธรรมนูญมาตรา 266(1) ฐานจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในการแต่งตั้งส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 19 คน เข้าช่วยราชการในกระทรวงวัฒนธรรม ถือเป็นการแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการประจำ ว่าพร้อมยอมรับเพราะต้องเคารพกติกา และกฎหมาย และไม่ว่าส.ว.จะมีมติอย่างไรก็ต้องปฏิบัติตาม
อย่างไรก็ตามยืนยันว่าการจะส่งส.ส.ไปช่วยงานกระทรวงวัฒนธรรม ยังไม่ได้ดำเนินการ เพียงแต่ได้ทำหนังสือถึงกระทรวงวัฒนธรรมให้พิจารณา แต่เมื่อเปิดข้อกฎหมายดูเห็นว่าหมิ่นเหม่จึงถอนหนังสือกลับ แต่หากป.ป.ช.เห็นว่าเป็นความผิดสำเร็จ ก็ต้องยอมรับมติ.ป.ป.ช.
"ผมไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะถูกวุฒิสภาถอนถอดหรือไม่ แต่ขณะยังทำหน้าที่อยู่ ก็ไม่กังวลแต่อย่างใด และหากถูกถอดถอนจริงก็จะถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี ปัจจุบันอายุ 64 ปีแล้ว อีก5ปี ก็จะอายุครบ 69 ปี ผมคงเลิกเล่นการเมือง และกลับไปเลี้ยงหลาน"
ถามว่าตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 102 กำหนดคุณสมบัติของบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี ส.ส. และส.ว. จะต้องไม่เคยถูกวุฒิสภาถอดถอนออกจากตำแหน่งและหากถูกถอดถอนจริงจะทำให้ไม่ สามารถเล่นการเมืองได้อีก นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ถ้าถึงเวลานั้นก็คงต้องเลิกเล่นการเมืองอยู่แล้ว
Source : News Center / Matichon / chaoprayanews (image)
กลาโหมสั่งถอดยศร.ต.อภิสิทธิ์ เรียกเงินเดือนคืน
ที่มา Voice TV

วันนี้ (27 ก.ค.) ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แถลงข่าวกรณี นายกล บันไดเพชร สมาชิกพรรคเพื่อไทย ร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินประจำรัฐสภา ให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของตน ต่อการตรวจสอบกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี หนีทหารและการใช้หลักฐานปลอมในการสมัครเข้ารับราชการโรงเรียนนายจ้อยจรป. โดยระบุว่า ยอมรับว่า ในวันที่ 2 เมย.2532 นายอภิสิทธิ์ เป็นร้อยตรี แต่ต่อมาได้ลาออก ซึ่งขณะรับราชการในตอนนั้น ในตำแหน่งอาจารย์ที่โรงเรียนนายร้อยจปร. ได้ลาไปต่างประเทศ 3 ครั้ง รวมลากิจ 221 วัน มีเวลาทำงานแค่ 35 วัน ก็ต้องถามว่า พฤติกรรมแบบนี้รักอาชีพทหารจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตนคงไม่ถามหาจริยธรรมในเรื่องนี้ เพราะอยู่ที่จะพิจารณา ส่วนกรณีที่มีคนกล่าวหาว่า ตนไม่กล้าหรือไม่อยากแถลง ตนขอเรียนว่า การแถลงและการตรวจสอบก็แจงในกรอบของกลาโหม
รมว.กลาโหม ยังกล่าวว่า ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่ามีการใช้หลักฐาน สด.9 ปลอม ในการขึ้นทะเบียนบัญชีทหาร จึงมีคำสั่งไปยังกรมพระธรรมนูญ ให้ทำเรื่องเสนอขอถอดยศ ร.ต.อภิสิทธิ์ เรียกเงินเดือนคืน โดยให้ทำอย่างรอบคอบ นอกจากนี้ ขอยืนยันว่า การดำเนินการเรื่องนี้ ไม่มีเบื้องหลังใดๆ
อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า วันนี้ พล.อ.อ.สุกำพล มีสีหน้าผ่อนคลายลงไปมาก พร้อมนำหลักฐานทางการทหารทั้งหมดมาแสดงประกอบการแถลงข่าว โดยแสดงเอกสารต้นขั้วเทียบกับข้อมูลเอกสารที่มีการนำมาเปิดเผยต่างๆ เพื่อให้เกิดความกระจ่างอย่างชัดเจน พร้อมกันนี้ ยังเป็นผู้ถือเอกสารต้นขั้ว สด.9 โชว์ด้วยต้นเองอีกด้วย

ขอบคุณภาพจาก MaysaaNitto Org-home's Photos
สารคดี 2475 ตอน 1-2 "ความทรงจำ"
ที่มา speedhorse
สารคดี 2475 ตอน 1 "ความทรงจำ"
ออกอากาศทางช่อง Thaipbs เมื่อ 25 ก.ค. 2555
ขอขอบคุณเทปจาก putthawutt
อะเจห์ใต้เงามืดของภัยพิบัติ : สงครามกลางเมือง ความขัดแย้ง และสึนามิ
ที่มา ประชาไท
Thu, 2012-07-26 23:36
แต่นี่เป็น อะเจห์ แถมไม่รู้ภาษาท้องถิ่น ก็เลยไม่รู้ว่าจะยกวลีใดมาเพื่อทำให้เห็นภาพความซ้ำซ้อนของหายนะที่เคยเกิด ขึ้น เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2547 [1] ที่ผ่านมา
โดยทั่วไปนักวิชาการด้านสังคมวิทยาแบ่งลักษณะของภัยพิบัติไว้ 3 ประเภท คือ ภัยพิบัติจากธรรมชาติ ภัยพิบัติจากน้ำมือของมนุษย์ และภัยพิบัติที่เป็นลูกผสมระหว่างธรรมชาติและน้ำมือของมนุษย์
ในอะเจะห์ถือเป็นภัยพิบัติประเภทที่ 3 คือ ภัยพิบัติที่เป็นลูกผสมระหว่างธรรมชาติและน้ำมือของมนุษย์
จะว่าไป...สันติภาพในวันนี้ของอะเจห์ มี ‘จุดเปลี่ยน’ หรือภาษาอังกฤษใช้คำว่า turning point ที่สำคัญส่วนหนึ่งมาจากเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งมีทั้งแผ่นดินไหวและสึนามิ เกิดขึ้นพร้อมกันเมื่อกว่า 7 ปีที่ผ่านมา เพื่อนอะเจห์บางคนอธิบายว่า ในความเป็นจริงแล้ว กระบวนการเจรจาเพื่อสันติภาพในอะเจห์นั้น ได้ดำเนินการมาตลอดอย่างต่อเนื่องยาวนานควบคู่ไปกับสถานการณ์ความรุนแรง นี่ก็เป็นเหตุสำคัญที่ทำให้อะเจห์เกิดสันติภาพได้เร็วขึ้นเพราะมีข้อมูล ทุกอย่างอยู่ในมือพร้อมแล้ว รอเพียงแต่ว่าเมื่อไหร่จะทำให้คู่ความขัดแย้งตกลงปลงใจพร้อมกันและทำให้ สันติภาพสัมฤทธิ์ผลขึ้นมาเท่านั้นเอง

ที่มา : Okezone.com news &entertainment สืบค้นเมื่อ 26 กรกฎาคม 2555 สืบค้นจาก http://news.okezone.com/read/2010/08/15/337/363154/aceh-gelar-cerdas-cermat-5-tahun-mou-helsinki
แต่เป็นที่แน่ชัดว่า การเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติทั้งแผ่นดินไหวขนาดใหญ่และสึนามิที่ทำให้เกิด การสูญเสียคนกว่าแสนคนที่มีทั้งฝ่ายรัฐ [2] และฝ่ายเคลื่อนไหวเลิกคิดที่จะรบกันแต่อยากจะกลับมาสร้างบ้านและฟื้นฟูชุมชนของตัวเองเหนือสิ่งอื่นใด
ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ได้พัดพาอัตลักษณ์ของความเป็นรัฐและกลุ่มเคลื่อนไหวออกไป จนเหลือเพียงแต่อัตลักษณ์ของความเป็นปุถุชนธรรมดาที่เกิดความรู้สึกทุกข์และ สูญเสียร่วมกันภัยพิบัติทางธรรมชาติทำให้เกิดความอ่อนล้าและหมดเรี่ยวแรงจะ รบราฆ่าฟันและเห็นพ้องต้องกันว่า ถึงเวลาแล้วที่จะหันหน้าเข้าหากันยุติความรุนแรงที่มาอย่างยาวนานหลายสิบปี ด้วยเหตุดังกล่าวสันติภาพจึงเกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์สึนามิเพียง 7 เดือน
รากเหง้าความรุนแรงในอะเจห์ [3]
ประวัติศาสตร์ช่วงยุคอาณานิคมและผลประโยชน์ด้านทรัพยากร คือ เหตุสำคัญที่ทำให้ปัญหาในอะเจห์บานปลายและขยายเป็นวงกว้างอะเจห์มักจะกล่าวว่า ตนเองไม่เคยเป็นอาณานิคมของใครหรือแม้แต่ของดัชท์ เพราะในช่วงดังกล่าว อะเจห์ได้มีความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างยุโรปและกลุ่มตะวันออกกลาง เพียงแต่ว่าได้เข้าร่วมต่อสู้เพื่อปลดแอกความเป็นเอกราช

ที่มา: สืบค้นจากhttp://en.wikipedia.org/wiki/File:Free_Aceh_Movement_women_soldiers.jpg
สืบค้นเมื่อ 26 กรกฎาคม 2555
อะเจห์เข้าร่วมต่อสู้กับกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในหมู่เกาะอินโดนีเซีย ในปี พ.ศ. 2549 และจาร์การ์ต้าเองก็ยกให้อะเจห์อยู่ในสถานะเป็น ‘เขตพิเศษ’ เพื่อนชาวอะเจห์บอกว่า อะเจห์ร่ำรวยอยู่แล้ว มีทองมากมายขุดแทบไม่หวาดไม่ไหว สามารถซื้อเครื่องบินให้จาร์การ์ต้าช่วยรบกับดัชท์ได้ด้วยซ้ำ ทั้งยังเป็นเสนาธิการ ช่วยวางแผนกลยุทธ์ทางทหารจนได้ชัยชนะ สามารถปลดแอกจากการเป็นเมืองขึ้นได้ในท้ายที่สุด และเนื่องจากอะเจห์มีทรัพยากรทางธรรมชาติที่สำคัญ คือ ป่าไม้ แก๊ส และน้ำมันนี้เองทำให้จาร์การ์ต้ากลับลำ ไม่ยอมปล่อยอะเจห์ให้เป็นอิสระหลังจากได้เป็นเอกราชจากดัชท์แล้ว และนี้คือที่มา ทำให้เกิดขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องอิสรภาพของอะเจห์ หรือกลุ่ม ‘กัม’ (GAM-Geakan Aceh Merdeka)ซึ่งเริ่มขึ้นในช่วงกลางทศวรรษที่ 1970 และความขัดแย้งได้ขยายตัวเพราะรัฐบาลอินโดนีเซียเริ่มใช้กำลังทางทหารและ จัดการด้วยความรุนแรง กวาดล้างไม่เลือกแม้แต่ชาวบ้านธรรมดาก็ติดร่างแหเข้าไปด้วยสถานการณ์ดัง กล่าวได้ผลักดันให้ชาวบ้านธรรมดาเริ่มเข้าร่วมกับกลุ่มกัมและเห็นชอบให้ อะเจห์แยกตัวออกมาจากประเทศอินโดนีเซียมากขึ้น
ในช่วงเวลาดังกล่าว ได้มีความพยายามสร้างกระบวนการสันติภาพ แต่ก็ยังไม่มีใครยอมใคร ฝ่ายกลุ่มกัมเองก็อ้างเรื่องการเป็นเอกราชและไม่เคยอยู่ในอาณัติใคร ฝ่ายรัฐบาลเองก็ได้รับความกดดันจากฝ่ายรักษาความมั่นคงให้เร่งรัดการกำจัด ฝ่ายกบฎมากกว่าการเจรจา
ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของสันติภาพ
แผ่นดินไหวและสึนามิ เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญประธานาธิบดีซูซิโล บัมบัง โยโดโน ตัดสินใจช่วยเหลืออะเจห์อย่างไม่ลังเลใจ ท่านได้สั่งการและเปิดช่องทางให้ทหารจากต่างประเทศรวมทั้งความช่วยเหลือจาก ประเทศต่างๆ เข้าไปในอะเจห์ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลจาร์การ์ต้าไม่เคยอนุญาติให้ชาวต่างชาติเข้าไปทำวิจัย [4] หรือเหยียบย่างเข้าไปให้ความช่วยเหลืออะเจห์ ในฐานะดินแดนต้องห้ามอันเป็นคู่กรณีของรัฐมาก่อน
ดังนั้นความช่วยเหลือจากประเทศต่างๆจึงไหลบ่าเข้าไป สนามบินในเมืองอะเจห์เต็มไปด้วยสายการบินจากนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน สเปน รัสเซีย เครื่องบินทหารจากสิงคโปร์ มาเลเซีย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา เข้ามาให้ความช่วยเหลืออย่างไม่ขาดสาย และนี้ทำให้ความขัดแย้งที่มีเหตุมาจากศาสนาและชาติพันธุ์ของทั้งฝ่ายรัฐบาล จาร์การ์ต้าและอะเจห์ ได้ขาดสะบั้นลง และสามารถดึงทุกฝ่ายเข้าร่วมเจรจาสันติภาพได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ความรู้และการกระทำซ้ำๆเพื่อป้องกันภัย
การเรียนรู้เพื่อป้องกันภัยพิบัติไม่ว่าจะเป็นจากธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ที่มาจากน้ำมือของมนุษย์นั้น จะได้มาด้วย 2 ปัจจัยสำคัญ คือ ความรู้และการฝึกปฏิบัติซ้ำๆความรู้แบบสหสาขาวิชา คือ สิ่งที่จะเข้ามาช่วยให้เข้าใจรากเหง้าของปัญหาและนำมาซึ่งการป้องกันและ แก้ไขปัญหา เพราะสังคมไม่ได้อยู่ที่องค์ความรู้สาขาใดสาขาหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น การจัดการภัยพิบัติที่มาจากธรรมชาติไม่ได้อยู่ในมือของนักวิทยาศาสตร์หรือ วิศวกร เช่นเดียวกันกับการจัดการภัยพิบัติที่มาจากน้ำมือของมนุษย์ก็ไม่ได้อยู่ใน มือของนักรัฐศาสตร์เท่านั้น เพราะเมื่อเวลาเกิดผลกระทบกับสังคมทุกความรู้ที่เป็นสหสาขาวิชา ได้แก่ สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา เศรษฐศาสตร์ นิเทศศาสตร์ รัฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์ แพทย์ศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ และอื่นๆ ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญและจำเป็นทั้งสิ้น ทั้งนี้เมื่อความรู้ที่เป็นจริงรวมกันเข้า ความรู้ทั้งหมดนี้จะกลายเป็น ‘สัจธรรม’ (true knowledge is truth)ที่ใช้ในการแก้ปัญหาทั้งหลายอย่างไรก็ตาม ความรู้และสัจธรรมที่มีอยู่ ยังต้องการการปฏิบัติซ้ำๆ เพื่อทำให้เกิดความเคยชินจะว่าไปการสอนมนุษย์ก็เหมือนกับการสอนเด็ก กว่าเราจะเขียนเป็นประโยคได้หรืออ่านหนังสือเป็นหน้าๆ ได้ ต้องอาศัยการฝึกเขียน ก. ไก่ ข.ไข่ มาโดยตลอดในช่วงเวลาวัยเยาว์ ดังนั้นการได้มาซึ่งสันติภาพและความสามารถในการป้องกันตัวเองจากภัยพิบัติ นอกจากความรู้แล้วยังต้องอาศัยการกระทำซ้ำๆ อย่างต่อเนื่องและยาวนานเพียงพอ ถ้าจะให้จังหวัดชายแดนภาคใต้มีสันติภาพคงต้องปลูกเมล็ดพันธุ์สันติภาพ [5] ตั้งแต่วัยเยาว์ หรือจะให้สังคมไทยเรียนรู้รับมือกับภัยพิบัติ อย่างน้อยก็คงต้องมีบรรจุอยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล และกระทำเรื่อยมาจนถึงมหาวิทยาลัย
สังคมไทย ณ ตอนนี้เรามีความขัดแย้งเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อเหลือง-เสื้อแดง หรือเหตุการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จะว่าไปความขัดแย้งที่เกิด ขึ้น ก็เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ด้วยเช่นกัน อีกทั้งมีการผลิตซ้ำจนเชื่อว่า การแก้ไขปัญหาด้วยความรุนแรง คือสิ่งที่ชอบธรรมและถูกต้องความรู้และการปฏิบัติซ้ำๆ ที่ก่อให้เกิดการแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงและความประมาณไม่เตรียมพร้อมกับภัย พิบัติเกิดขึ้นได้ฉันใด ความรู้และการปฏิบัติซ้ำๆ เพื่อนำมาสร้างกลไกแห่งสันติภาพและการป้องกันภัยพิบัติที่มาจากธรรมชาติก็ สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยฉันนั้น ผู้เขียนหวังเล็กๆ ว่า สังคมไทยคงไม่น่าจะต้องรอให้ถึงคนรุ่นถัดไปมาเรียนรู้ความขัดแย้งและความ ประมาทของพวกเราผู้ใหญ่ในยุคปัจจุบัน สันติภาพและความไม่ประมาทจึงถึงจะเกิดขึ้น

ที่มา : Christian Aslund สืบค้นจาก http://www.google.com.au/imgres?um=1&hl=en&sa=N&biw=1090&bih=619&tbm=isch&tbnid=mTznHDuGy16P-M:&imgrefurl=http://www.lightstalkers.org/images/show/112084&docid=K6w92KyBOz2AyM&imgurl=http://s3.amazonaws.com/lightstalkers/images/112084/2005Aceh01_large.jpg&w=800&h=521&ei=4bkQUIPRK-2NiAfOj4BA&zoom=1&iact=hc&vpx=478&vpy=278&dur=164&hovh=181&hovw=278&tx=203&ty=116&sig=103733211876075597306&page=5&tbnh=132&tbnw=174&start=75&ndsp=20&ved=1t:429,r:7,s:75,i:340
สืบค้นเมื่อ 26 กรกฎาคม 2555

ที่มา : ngecampสืบค้นจาก http://ngecamp.blogspot.com.au/2012/04/sumatera-earthquarke-89-sr-stunami-2012.html สืบค้นเมื่อ 26 กรกฎาคม 2555
- Vatiliotis, M. (2007) ‘Civil War, Conflicts and Natural Disasters’, in Ananta, A. and Onn, L. P. (eds) Aceh a New Dawn, Singapore, Institute of Southeast Asian Studies, pp. 6 – 13.
- ผู้เสียชีวิตประมาณ 180,000 คน มีคนไร้บ้านกว่าครึ่งล้าน และหมู่บ้านกว่า 600 หมู่หายวับไปในวันเดียว
- ทหารมักจะตั้งค่ายริมทะเล และมีจำนวนมากที่ประจำการในพื้นที่
- อ่านเพิ่มเติมได้ใน อลิสา หะสาเมาะ. (2007)‘อัตลักษณ์ของชาวอะเจห์ในประเทศอินโดนีเซีย’ http://www.deepsouthwatch.org/node/164
- ผู้เขียนเข้าไปทำวิจัยในอะเจห์ช่วงปีพ.ศ. 2548 ถึงกระนั้นก็ตามยังมีป้ายประกาศห้ามไม่ให้วีซาสกับนักวิจัยชาวต่างชาติเข้า ไปศึกษาในอะเจห์
- อย่างที่ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดลได้พยายามทำมาตลอดในทุกๆ ที่ ดูเพิ่มเติมhttp://www.peace.mahidol.ac.th /th/index.php?option=com_content&task=view&id=841&Itemid=172
ศาลอาญานัดฟังคำตัดสินคดีฆ่าตัดตอน สงครามยาเสพติด 30 ก.ค. นี้
ที่มา ประชาไท
Fri, 2012-07-27 14:16
เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน เผยแพร่ใบแจ้งข่าวว่า ในวันที่ 30 กรกฎาคม
2555 เวลา 09.00 น. ณ ห้องพิจารณาคดีที่ 913 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก
ศาลนัดฟังคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.3252/2552 ระหว่างพนักงานอัยการ
โจทก์ กับ ด.ต.อังคาร คำมูลนา ที่ 1 กับพวกรวม 6 คน จำเลย
โดยคดีดังกล่าวโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยในฐานความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง
ไว้ก่อน ย้ายศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย
และเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญากระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ
เพื่อช่วยเหลือบุคคลหนึ่งบุคคลใดมิให้ต้องรับโทษ
สืบเนื่องจากกรณีนายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง อายุ 17 ปี เด็กนักเรียน
จ.กาฬสินธุ์ เสียชีวิตด้วยการฆ่าแขวนคอที่กระท่อมกลางทุ่งนาใน จ.ร้อยเอ็ด
หลังจากได้รับการปล่อยตัวจาก สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม
2547
อนึ่ง ในช่วงปี 2544-2549 รัฐบาลมีนโยบายประกาศทำสงครามยาเสพติด
เกิดคดีฆ่าตัดตอนกว่า 2,500 ศพ และในช่วงเวลาดังกล่าวมีประชาชนในพื้นที่
จ.กาฬสินธุ์ เสียชีวิตและสูญหายจำนวนมาก โดย 1 ในจำนวนผู้เสียชีวิตดังกล่าว
คือ นายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง
ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงและได้
มีรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนเมื่อปี 2549
โดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีข้อเสนอให้รัฐบาลเยียวยาความเสียหายจาก
การเสียชีวิตของนายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง
อันเนื่องมาจากการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์
ให้แก่ครอบครัวของนายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง
ในปี 2548
กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีมติให้กรณีการเสียชีวิตของนายเกียรติศักดิ์
ถิตย์บุญครอง เป็นคดีพิเศษ และเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2552 พนักงานอัยการ
สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 ได้ยื่นฟ้อง ด.ต.อังคาร คำมูลนา ที่ 1
ด.ต.สุดธินัน โนนทิง ที่ 2 ด.ต.พรรณศิลป์ อุปนันท์ ที่ 3 พ.ต.ท.สำเภา อินดี
ที่ 4 พ.ต.อ.มนตรี ศรีบุญลือ ที่ 5 พ.ต.ท.สุมิตร นันท์สถิต ที่ 6
เป็นจำเลยในคดีดังกล่าว นับเป็นระยะเวลากว่า 8 ปี ในการตรวจสอบข้อเท็จจริง
การรวบรวมพยานหลักฐาน
และการพิสูจน์ความจริงในชั้นศาลจนกระทั่งวันนัดฟังคำพิพากษานี้
จาก 'ห้องกรง' ถึง ฮ่องกง นักโทษการเมืองอวยพรวันเกิด ทักษิณ ชินวัตร
ที่มา ประชาไท
Fri, 2012-07-27 12:10
นักโทษการเมืองที่เรือนจำชั่วคราวหลักสี่ร่วมเป่าเค้กอวยพรวันเกิด
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ขอให้สุขภาพแข็งแรง กลับไทยอย่างเท่ๆ เร็วๆ

10.00 น. 26 ก.ค. 55 ที่เรือนจำชั่วคราวหลักสี่ กลุ่มเสื้อแดงมีนบุรีจัดกิจกรรมเป่าเค้กอวยพรวันคลายวันเกิด ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พร้อมกิจกรรมสันทนาการให้กำลังใจนักโทษการเมือง 20 คน ที่อยู่ในเรือนจำดังกล่าวและกิจกรรมยุติในเวลา 15.30 น. นอกจากนี้นักโทษการเมืองยังได้มีการเขียนข้อความอวยพรวันเกิดถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วย
ทั้งนี้ กลุ่มเสื้อแดงมีนบุรี และกลุ่มอื่นๆ ได้เวียนกันจัดกิจกรรมที่เรือนจำชั่วคราวเพื่อเป็นกำลังใจให้นักโทษการเมือง ที่ยังไม่ได้รับกาประกันตัวเป็นประจำ เช่น เลี้ยงอาหารกลางวัน จัดคอนเสิร์ต ฯ
ตัวอย่างบางส่วนของคำอวยพรที่ผู้ต้องขังเขียนใส่กระดาษ
“เนื่องในวันคล้ายวันเกิด 63 ปี ในวันที่ 26 ก.ค.นี้ ขอให้ท่านจงมีแต่ความสุขความเจริญ คิดสิ่งใดก็ให้สมหวังทุกประการและมีสุขภาพ พลานามัยแข็งแรง ได้กลับมาเมืองไทยโดยเร็ววัน”
อเนก สิงขุนทด (ตาบอด)
“..ขอให้ท่านได้กลับบ้านเร็วๆ เพราะยังมีคนไทยส่วนใหญ่ยังคอยให้ท่านกลับมาพัฒนาประเทศและคนเสื้อแดงรอคอยการกลับมาของท่านเสมอ”
บัวเรือน แพงสา จากจังหวัดอุดรธานี
“..ขอให้พระบารมี 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระสยามเทวาธิราชและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายช่วยไปคุ้มครอง คนดี ที่ประชาชนรักใคร่ดังชีวิต ให้ท่านได้กลับมาดูแล พัฒนาประเทศชาติ สร้างอนาคต ประชาชนได้อยู่ดีกินดี ให้พ่อแม่พี่น้องได้อยู่กันแบบสันติภาพ รักกันอย่างอบอุ่น สามัคคี ปรองดองอย่างเข้าใจกันแบบดังเดิมก็พอ และขอให้ท่านมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงดังก้อนหินครับ”
สายชล แพบัว
“..ขอให้ท่านกลับบ้านเร็วๆ นะครับ พวกผมรอท่านกลับแบบเท่อยู่ ขอบคุณครับ”
ธีรวัฒน์ สัจสุวรรณ
“..พวกผมถึงแม้จะอยู่ข้างในก็ยังเฝ้ารอคอยวันที่ท่านจะกลับคืนสู่ประเทศ ไทย ขอกราบขอบพระคุณท่านที่ยังห่วงใยประชาชนอย่างพวกผม อย่างน้อยพวกผมก็ยังมีกำลังใจจากความห่วงใยของท่านและจะคอยเป็นกำลังใจให้ ท่านตลอดไป”
คำหล้า ชมชื่น
“..ผมไม่เคยเสียใจเลยที่ผมเคยสู้ประชาธิปไตย สู้เพื่อความเป็นธรรม และที่ที่ผมเสียใจคือท่านทักษิณ ชินวัตร ยังไม่ได้กลับประเทศไทย ถ้าผมมีโอกาสอีกครั้ง ผมก็จะสู้อีกครั้งครับ”
นายกิติพงษ์ ชัยกัง จากจังหวัดอุดรธานี
“..ชีวิตของพวกผมเปรียบดังนกที่ถูกขังอยู่ในกรง จึงไม่รู้ชะตากรรมว่าวันใดถึงจะได้รับอิสรภาพ รอแล้วรอเล่าก็ไร้วี่แวว จะมีใครเข้าใจในส่วนลึกของหัวใจที่เจ็บปวดทรมานกับการสูญเสียทุกสิ่ง ทุกอย่างจากขบวนการยุติธรรมที่ไม่ยุติธรรม ฉะนั้นเราคนไทยต้องช่วยกันแก้ไขกับการผิดพลาดของขบวนการเหล่านั้นเสียเพื่อ ไม่ให้ผิดพลาดอีกต่อไป..”
สนอง เกตุสุวรรณ์ จากจังหวัดอุบลราชธานี
ภาพบรรยากาศกิจกรรม




ลำดับ
|
ชื่อ-นามสกุล
|
วันที่ถูกจับกุม
|
ข้อหา
|
สถานะทางคดี
|
อัตราโทษ
|
1
|
นายสายชล แพรบัว
|
10 มิ.ย. 53
|
ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์(CTW)อันเป็นที่เก็บสินค้า/จนเป็นเหตุให้คนตาย, พรก.
|
ชั้นต้น
|
|
2
|
นายพินิจ จันทร์ณรงค์
|
19 พ.ค. 53
|
ชั้นต้น
|
||
3
|
นายเพชร แสงมณีหรือเฮ่น มณีเพชร
|
21 พ.ค. 53
|
มั่วสุมตั้งแต่10 คนขึ้นไป,วางเพลิงเผาทรัพย์(ธ.กรุงเทพฯสาขาพระโขนง),พรบ.คนเข้าเมือง, พรก.
|
อัยการอุทธรณ์
|
6 ปี 6 ด.
|
4
|
นายคำหล้า ชมชื่น
|
29 พ.ค. 53
|
ร่วมกันปล้นทรัพย์ของกรมทหารราบที่ 1 รอ.
|
อุทธรณ์
|
10 ปี
|
5
|
นายประสงค์ มณีอินทร์
|
17-พ.ค-.53
|
พรบ.อาวุธปืนฯ, พรบ.วิทยุคมนาคม, พรก., ลักทรัพย์, พาอาวุธไปในเมือง
|
อุทธรณ์
|
11 ปี 8 ด.
|
6
|
นายโกวิทย์ แย้มประเสริฐ
|
17.พ.ค.53
|
อุทธรณ์
|
11 ปี 8 ด.
|
|
7
|
สต.บัณฑิต สิทธิทุม
|
30 เม.ย.53
|
ก่อการร้าย,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน,พาอาวุธไปในเมือง
|
อุทธรณ์
|
38 ปี
|
8
|
จ.ส.ต.ปริญญา มณีโคตม์
|
29 เม.ย.53
|
พรบ.อาวุธปืน,เครื่องกระสุนปืนฯ
|
ชั้นต้น
|
|
9
|
นางสาวปัทมา มูลมิล
|
24 พ.ค.53
|
พรก.,ก่อความวุ่นวาย,ร่วมกันบุกรุก,วางเพลิงเผาศาลากลาง,ทำให้เสียทรัพย์
|
อุทธรณ์
|
33 ปี 12 ด.
|
10
|
นายธีรวัฒน์ สัจสุวรรณ
|
27 พ.ค.53
|
พรก.,ก่อความวุ่นวาย,ร่วมกันบุกรุก,วางเพลิงเผาศาลากลาง,ทำให้เสียทรัพย์
|
อุทธรณ์
|
33 ปี 12 ด.
|
11
|
นายสนอง เกตุสุวรรณ์
|
9 มิ.ย. 53
|
พรก.,ก่อความวุ่นวาย,ร่วมกันบุกรุก,วางเพลิงเผาศาลากลาง,ทำให้เสียทรัพย์
|
อุทธรณ์
|
33 ปี 12 ด.
|
12
|
นายสมศักดิ์ ประสานทรัพย์
|
9 ก.ค. 53
|
พรก.,ก่อความวุ่นวาย,ร่วมกันบุกรุก,วางเพลิงเผาศาลากลาง,ทำให้เสียทรัพย์
|
อุทธรณ์
|
33 ปี 12 ด.
|
13
|
นายอาทิตย์ ทองสาย
|
19 พ.ค.53
|
ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์,บุกรุกโดยมีอาวุธ,ทำให้เสียทรัพย์
|
อุทธรณ์
|
22 ปี 6 ด.
|
14
|
นายวันชัย รักสงวนศิลป์
|
19 พ.ค.53
|
ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์,บุกรุกโดยมีอาวุธ
|
อุทธรณ์
|
20 ปี 6 ด.
|
15
|
นายกิตติพงษ์ ชัยกัง
|
16 มิ.ย.53
|
ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์,บุกรุกโดยมีอาวุธ,ทำให้เสียทรัพย์,พรก.
|
อุทธรณ์
|
11 ปี 3 ด.
|
16
|
นายเดชา คมขำ
|
16 มิ.ย.53
|
ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์,บุกรุกโดยมีอาวุธ,พรก.
|
อุทธรณ์
|
20 ปี 6 ด.
|
17
|
นายบัวเรียน แพงสา
|
16 มิ.ย.53
|
ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์,บุกรุกโดยมีอาวุธ,พรก.
|
อุทธรณ์
|
20 ปี 6 ด.
|
18
|
นายเอนก สิงขุนทด
|
พรบ.อาวุธปืน, พาอาวุธไปในเมือง
|
รออุทธรณ์
|
35 ปี
|
|
19
|
นายเอกชัย มูลเกษ
|
8 มี.ค.53
|
พรบ.อาวุธปืนฯ
|
อุทธรณ์
|
8 ปี
|
20
|
นายชาตรี ศรีจินดา
|
||||




