ที่มา Voice TV

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Thursday, September 6, 2012
ตรวจพบแอลกอฮอล์ 'ทายาทกระทิงแดง' เกินกำหนด
สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ: ความกล้าหาญทางจริยธรรม
ที่มา ประชาไท
Wed, 2012-09-05 23:33
อภิปรายที่ มธ.: การรับรู้เรื่องอาณาบริเวณศึกษาในสังคมไทย
ที่มา ประชาไท
Thu, 2012-09-06 03:01
เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ห้องปรีดี เกษมทรัพย์ คณะนิติศาสตร์
ม.ธรรมศาสตร์ ท่านพระจันทร์
มีการประชุมวิชาการอาณาบริเวณศึกษาด้านภูมิภาคอาเซียน ครั้งที่ 2 ประจำปี
2555 โดยช่วงเช้ามีการเสวนาวิชาการหัวข้อ
"การรับรู้เรื่องอาณาบริเวณศึกษาในสังคมไทย" วิทยากรประกอบด้วย ผศ.ดร.ยุกติ
มุกดาวิจิตร คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ผศ.ดร.วิทยา สุจริตธนารักษ์ ศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผศ.ดร.ทวีศักดิ์ เผือกสม คณะสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยนเรศวร ดำเนินรายการโดย อ.ดุลยภาค ปรีชารัชช
โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
โดยตอนหนึ่ง ยุกติ มุกดาวิจิตร อาจารย์ประจำคณสังคมวิทยาและมานุษยวิยา
ม.ธรรมศาสตร์ เสนอว่า ควรจะเรียกการศึกษาเอเชียวันออกเฉียงใต้ว่า
“ประเทศเพื่อนบ้านศึกษา”
ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนการจัดวางตัวตนของผู้ศึกษาและผู้ถูกศึกษา
ซึ่งเดิมนั้นภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษานั้นถูกศึกษาโดยนักวิชาการ
ตะวันตก
ขณะที่ปัจจุบันนี้ทิศทางการศึกษาด้านเอเชียะวันออกเฉียงใต้ในสังคมวิชาการ
ตะวันตกนั้นลดลงแล้ว
ในทางตรงกันข้ามในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เองเพิ่งเริ่มตื่นตัวดัง
นั้นแล้วก็ควรเริ่มวางกรอบการศึกษากันเสียใหม่จากมุมมองภายในของประเทศในภู
มิกาคนี้เอง
"ชาวอเมริกันชาวยุโรปก็ลดความสนใจในประเด็นบริเวณนี้น้อยลงมาก
แต่ที่เรายังสนใจทั้งๆ
ที่โลกไม่สนใจเราแล้วก็เพราะมันเป็นบ้านและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็สร้าง
สิ่งที่เป็นชุมชนมากขึ้น คือ ‘อาเซียน’
ซึ่งต้องมองสองมิติคือองค์กรระหว่างประเทศ กับมิติผู้คน
คืออาเซียนรากหญ้าและในอนาคตเราจะต้องสนใจสิ่งเหล่านี้มากขึ้น
และหนีไม่พ้นที่จะต้องสร้างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาในแบบของเราขึ้นมา
เอง และเราไม่สามารถจะพึ่งการศึกษาโดยฝรั่งแล้วเพราะเขาสนใจลดลงน้อยมาก
และอีกไม่นานสัก 10 ปีก็น่าจะได้เห็นงานศึกษาอาเซียนโดยชาวอาเซียนเอง"
สำหรับรายละเอียดของการเสวนา ประชาไทได้นำเสนอไปแล้วก่อนหน้านี้ (ข่าวที่เกี่ยวข้อง) ในส่วนของวิดีโอบันทึกการเสวนา มีรายละเอียดดังนี้
ส่วนของการอภิปรายโดย ยุกติ มุกดาวิจิตร และทวีศักดิ์ เผือกสม
ส่วนของการอภิปรายโดยวิทยา สุจริตธนารักษ์ และดุลยภาค ปรีชารัชช

ไต่สวนการตาย 10 เมษา ตร.สายสืบคาดกระสุนสังหารฮิโรยูกิมาจากฝั่งทหาร
ที่มา ประชาไท
Wed, 2012-09-05 16:31
วานนี้(4 ก.ย.55)ที่ห้องพิจารณา 403 ศาลอาญากรุงเทพใต้
ศาลนัดไต่สวนคำร้องชันสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต
ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้
เป็นโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ชันสูตรพลิกศพนายฮิโรยูกิ มูราโมโต้(ผู้ตายที่ 1)
สัญชาติ ญี่ปุ่น ช่างภาพสำนักข่าวรอยเตอร์
ที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่รายงานข่าวการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วม
ประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช) ที่หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา
ถ.ราชดำเนิน เมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 รวมทั้ง นายวสันต์ ภู่ทอง(ผู้ตายที่ 2)
อายุ 39 ปี และนายทศชัย เมฆงามฟ้า(ผู้ตายที่ 3) อายุ 44 ปี
ที่ถูกยิงเสียชีวิต ในเวลาและบริเวณใกล้เคียงกัน
จากการขอคืนพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ทหาร
โดยในวันนี้ได้มีประจักษ์พยานในเหตุการณ์ 2 ปากมาเบิกความ คือ
ร.ต.ต.ชาตรี อุตสาหรัมย์ (ยศขณะเกิดเหตุคือ ด.ต.) อายุ 52 ปี
จากกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล
ในฐานะตำรวจที่ได้รับมอบหมายเข้าไปติดตามและหาข่าวในที่ชุมนุมขณะเกิดเหตุ
ส่วนอีกปากคือ นายอุดร วรรณสิงห์ แนวร่วม นปช. มีอาชีพทำนา
จากจังหวัดร้อยเอ็ด
ร.ต.ต.ชาตรี เบิกความโดยสรุปได้ว่า วันเกิดเหตุ(10 เม.ย. 53)
ได้รับมอบหมายให้ไปติดตามกลุ่มผู้ชุมนุม กลุ่มนักรบพระองค์ดำ ที่ราชประสงค์
ซึ่งกลุ่มนี้เป็นรักษาความปลอดภัยของผู้ชุมนุม และ 18.00 น.
กลับไปที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล แล้วออกไปที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เวลา
19.00 น. เศษ ซึ่งขณะนั้นมีการปะทะกันของกลุ่มผู้ชุมนุมระหว่างทหารกับ นปช.
หลังจากนั้นทราบว่าบริเวณสี่แยกคอกวัวมีการปะทะกันเช่นกันจึงได้เดินไป
และเดินกลับมาที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยอีกครั้ง
เมื่อเดินมาถึงร้านแมคโดนัลด์ซึ่งอยู่บริเวณหัวมุมถนนก่อนเลี้ยวเข้าถนน
ดินสอ โรงเรียนสตรีวิทยา พบว่าบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
มีการนำศพคลุมธงชาติ 2 ศพ
ในขณะนั้นได้ยินเสียงคลายระเบิดและเสียงปืนในลักษณะต่อเนื่อง แต่ไม่ถี่
จากประสบการณ์ เสียงปืนที่ได้ยินเป็นเสียงปืนยาว
ส่วนเสียงคลายประทัดเห็นว่าเกิดจากการที่กลุ่ม นปช.
ใช้ระเบิดขวดที่ทำจากขวดเครื่องดื่มชูกำลังใส่น้ำมันขว้างไปยังที่ทหาร
ปฏิบัติการอยู่ จากการสังเกตการณ์ไม่พบมีกลุ่ม นปช.
ยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ทหาร
ร.ต.ต.ชาตรี
เบิกความต่อว่าจากนั้นได้เดินไปฝั่งตรงข้ามโรงเรียนสตรีวิทยาโดยเดินตาม
กลุ่มผู้ชุมนุมที่มีประมาณ 30 กว่าคน บริเวณนั้นมีรถทหารจอดขวางประมาณ 2
คันในลักษณะป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเดินผ่านไปได้ ขณะที่กลุ่ม
นปช.ขว้างระเบิดขวดข้ามแนวรถที่ขวางนั้น
ก็มีเสียงปืนยาวดังจากแนวหลังรถของทหารที่เป็นลักษณะตอบโต้กันไปมา
เห็นกลุ่ม นปช. แบกร่างผู้บาดเจ็บย้อนออกมาทางอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 2 คน
โดยร่างผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คนนั้นเห็นหน้าแต่ไม่ชัดเจน
ส่วนผู้บาดเจ็บถูกยิงด้วยอาวุธปืนที่บริเวณขา ส่วนบริเวณอื่นนั้นจำไม่ได้
ซึ่งคาดว่าน่าจะถูกกระสุนที่ยิงมาจากหลังแนวรถของทหาร
หลังจากนั้นพยานได้เดินกลับไปบริเวณฝั่งหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา
โดยยืนบริเวณบาทวิถีหน้าโรงเรียน ซึ่งขณะนั้นกลุ่ม นปช.
ได้เดินผลักดันไปถึงกลางถนนดินสอ พยานเห็นเจ้าหน้าที่แต่งกายทหาร
โดยเห็นครั้งละ 1 คน ทหารชะโงกหน้าดูเหตุการณ์อยู่บนบาทวิถีข้างถนน
ฝั่งไปทางสะพานวันชาติและถืออาวุธปืนยาวที่ปากกระบอกปืนชี้ขึ้นฟ้า
ขณะนั้นมีแสงสว่างจากหลอดไฟหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา
ร.ต.ต.ชาตรี
ให้ความเห็นว่าเสียงอาวุธปืนยาวนั้นไม่น่าจะออกมาจากทางด้านข้าง
แต่เป็นลักษณะที่พุ่งตรงมายัง นปช. หลังจากที่กลุ่ม
นปช.ได้เดินผ่านโรงเรียนสตรีวิทยา ได้มีเสียงปืนยาวยิงตอบโต้กลับมาทำให้
กลุ่ม นปช. ต้องถอยร่นกลับที่บริเวณหัวถนนดินสออีกครั้งหนึ่ง
ซึ่งขณะนั้นพยานได้ยืนสังเกตการณ์ที่บริเวณบาทวิถีหน้าโรงเรียน
ขณะนั้นได้ยินเสียงของหนักกระแทกพื้นห่างจากพยาน 1 เมตร และเห็นชายร่างใหญ่
ทราบภายหลังว่าเป็นนายฮิโรยูกิ มูราโมโต้ ในลักษณะนอนหงาย
สะพายกล้องแบบนักข่าว หันมุมกล้องชี้ไปบนท้องฟ้า
ร่างนั้นนอนบนบาทวิถีหน้าโรงเรียนสตรีวิทยาศีรษะหันไปทางโรงเรียน
ปลายเท้าชี้ไปทางบ้านเลขที่ 149 ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนสตรีวิทยา
ในเบื้องต้นจะเข้าไปปฐมพยาบาล
แต่เห็นร่างนายฮิโรยูกิมีจุดแดงบริเวณหน้าอกซ้าย
จากนั้นจุดแดงดังกล่าวได้ขยายออกและมีเลือดไหล
จากประสบการทำงานที่ผ่านมาคิดว่าแผลลักษณะนี้เกิดจากอาวุธปืนที่มีความเร็ว
สูง และจากประสบการณ์ทำงานของพยาน บริเวณบาดแผลที่หน้าอกด้านซ้าย
ถือเป็นจุดที่ผู้ยิงประสงค์ให้ถึงแก่ความตายทันที
ซึ่งผู้ยิงจะต้องได้รับการฝึกฝนมาพอสมควร
พยานได้ประคองนายฮิโรยูกิ
และตะโกนแจ้งให้ผู้ชุมนุมบริเวณนั้นทราบว่ามีนักข่าวถูกยิง
ผู้ชุมนุมได้ช่วยกันแบกร่างนายฮิโรยูกิ ไปที่รถพยาบาล
ซึ่งขณะนั้นมีลักษณะตาค้าง แต่พยานไม่ได้ตามไปด้วย ขณะนั้นกลุ่ม
นปช.มีการผลักดันตอบโต้อยู่ตลอดเวลา
หลังจากนั้นได้ยินเสียงประกาศจากบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแจ้งให้เจ้า
หน้าที่ทหารหยุดการปฏิบัติการเนื่องจากมีการตกลงกับฝ่ายผู้บังคับบัญชาทหาร
แล้ว หลังจากนั้นได้ยินเสียงปืนยาวดังออกมาประปรายบ้าง
และพยานได้เดินทางกลับมาที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล อย่างไรก็ตาม
ขณะที่ช่วยฮิโรยูกินั้นกางเกงยีนส์ที่ใส่ไปก็ได้เปื้อนเลือดของฮิโรยูกิด้วย
และกรมสอบสวนคดีพิเศษได้นำไปตรวจพบว่าตรงกัน
จากการสังเกตกลุ่มผู้ชุมนุมไม่มีอาวุธ มีเพียงไม้กับมีดทำครัว
หลังวันเกิดเหตุพยานได้กลับไปสำรวจที่เกิดเหตุพบว่า ต้นไม้ เสาไฟฟ้า
ตู้โทรศัพท์สาธารณะ ทั้ง 2 ฝั่งมีร่องรอยความเสียหายจากของแข็งกระทบ
พยานปากที่ 2 คือ นายอุดร เบิกความโดยสรุปได้ว่า ในวันเกิดเหตุประมาณ
18.00 น.
มีการแจ้งว่าเจ้าหน้าที่ทหารกำลังเข้าปฏิบัติการที่ถนนดินสอและสี่แยกคอกวัว
พอทราบข่าวมวลชนก็ไปประจันหน้าทั้ง 2
จุดโดยพยานไปที่บริเวณถนนดินสอเพื่อดูเหตุการณ์ตรงชายขอบอนุสาวรีย์
มีรถหุ้มเกราะและรถถังของทหารจอดเรียงอยู่ประมาณ 6 คันตรงทางเข้าถนนดินสอ
โดยมีทหารประจำอยู่หน้ารถถังประมาณ 100 นาย
โดยขณะนั้นเจ้าหน้าที่ทหารถือโล่และตะบอง ส่วนแถวหลังจะถือปืนยาว
นายอุดร กล่าว่า
ต่อมากลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการผลักดันทหารให้ออกจากบริเวณนั้น
แต่ทหารได้ยิงแก๊สน้ำตาหลายนัดจากหลังรถถังมาเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม
จึงทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมแตกออก
ระหว่างนั้นมีกระแสลมตีแก๊สน้ำตาย้อนกลับไปทางเจ้าหน้าที่ทหารๆ
จึงได้ถอยร่นไปทางสะพานวันชาติ ขณะนั้นพยานได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น 2
ครั้งท้ายรถหุ้มเกราะของทหาร โดยพยานยืนอยู่บริเวณทางม้าลายปากถนนดินสอ
หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา จุดที่ระเบิดลงนั้นห่างจากตัวพยานประมาณ 10 เมตร
ทหารก็แตก พากันวิ่งหนีกันไปทางสะพานวันชาติ
ส่วนผู้ชุมนุมและพยานก็ได้ตามเข้าไปด้วย
นายอุดร เบิกความอีกว่า พอวิ่งตามไปหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ตรงทางม้าลาย
เห็นทหาร 2 นายนอนบาดเจ็บร้องขอความช่อยเหลือบริเวณบาทวิถี
ฝั่งตรงข้ามโรงเรียน หลังรถถัง
ขณะที่ผู้ชุมนุมกำลังเข้าไปช่วยเหลือได้ยินเสียงปืนดังจากทางแนวทหารจากทาง
ไปสะพานวันชาติ ซึ่งตั้งแนวทั้ง 2 ข้างบาทวิถี
ส่วนตรงกลางจะมีรถถังที่ถอยกลับไปกลับมาอยู่
ทหารจ้องเล็งอาวุธปืนมาทางกลุ่มผู้ชุมนุม
เหตุที่สามารถเห็นได้เนื่องจากมีแสงสว่างจากหลอดไฟตามถนน
ขณะที่มีเสียงปืนจากแนวทหารเข้ามามาก็เห็นประกายไฟซึ่งคาดว่าออกมาจาก
ปลายกระบอกปืนด้วย แนววิถีที่ทหารยิงมานั้นสูงประมาณหน้าอกและศีรษะ
โดยขณะนั้นไม่มีประกายไฟมาจากฝั่งโรงเรียนและฝั่งอาคารพาณิชย์ฝั่งตรงข้าม
โรงเรียนแต่อย่างใด แล้วมีคนร้องว่า “โดนแล้วๆ”
ขณะนั้นตนเองยืนอยู่ตรงทางม้าลายเข้าโรงเรียน ขณะนั้นหันไปดูต้นเสียง
เห็นผู้ชายสวมเสื้อสีแดงถือธงแดง ทราบชื่อภายหลังว่านายวสันต์
ภู่ทอง(ผู้ตายที่ 2) ล้มลง หันหัวมาทางโรงเรียน นอนตรงทางม้าลายนั้นบนถนน
ส่วนปรายเท้าหันไปทางตรงข้ามโรงเรียน
ขณะนั้นเห็นเลือดและมันสมองกลิ้งมาที่พยานยืนห่างไป ห่างไป 3-4 เมตร
บาดแผลมีลักษณะกะโหลกศีรษะเปิดด้วย
ก่อนที่นายวสันต์จะล้มลงนั้นเห็นโบกธงแดงอยู่บริเวณนั้น
เมื่อเห็นนายวสันต์ (ผู้ตายที่ 2) ล้มลง ตนจึงวิ่งไปหลบที่บริเวณต้นไม้
ต้นที่ 2 หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา นับจากประตูโรงเรียนไปทางอนุสาวรีย์
ห่างจากจุดก่อนหน้าประมาณ 6 เมตร
ขณะนั้นมีชายแบกกล้องในลักษณะนักข่าวมาถ่ายภาพตรงนั้น
เดินอยู่หน้าพยานห่างไปประมาณ 3 เมตร (ทราบภายหลังว่าเป็นนายฮิโรยูกิ
ผู้ตายที่ 1) พอเสียงปืนดังขึ้น
ชายคนดังกล่าวก็ล้มบริเวณบาทวิถีหน้าโรงเรียน
ก่อนที่จะล้มชายคนดังกล่าวหันหน้าไปทางทหาร 2
นายที่นอนเจ็บอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงเรียน การล้มเป็นการล้มแบบนอนหงาย
โดยกระสุนมาจากแนวทหาร
เสียงปืนดังและมีประกายไฟพุ่งมาทางชายที่แบกกล้องแล้วก็ล้มลงในจังหวะเดียว
กัน
นายอุดร เบิกความต่อว่าในระหว่างที่จะเข้าไปช่วยนายฮิโรยูกิ
ปรากฏเสียงปืนดังขึ้นอีก พยานจึงหลบเข้าที่เดิม
ในระหว่างหมอบหลบเห็นชายอีกคนล้มลงอยู่เลยร่างนายวสันต์(ผู้ตายที่ 2 )
เลยไปแนวทหารประมาณ 3 เมตร บนถนนฝั่งตรงข้ามโรงเรียน
ทราบชื่อภายหลังว่านายสยาม (เป็นผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์เช่นกัน)
และใกล้ตรงที่ทหารบาดเจ็บ 2 นายนั้น
ก็มีชายที่ได้รับบาดเจ็บนอนอยู่ตรงนั้นอีกคน ทราบชื่อภายหลังว่านายจรูญ
(เป็นผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์เช่นกัน)
หลังจากนั้นเนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยจึงหาทางวิ่งออกจากบริเวณที่เกิด
เหตุมาที่ร้านแมคโดนัลด์
นายอุดร ยืนยันอีกด้วยว่าในกลุ่มของตนเองแม้ใส่เสื้อคลุมดำบ้าง
แต่ที่ชุมนุมชายชุดดำที่ติดอาวุธปืนนั้นไม่มี ในวันเกิดเหตุเวลาประมาณ
21.00 น. ได้ยินเสียงประกาศจากสะพานวันชาติสั่งให้เจ้าหน้าที่ยุติการยิง
เจ้าหน้าที่ทหารจึงได้ถอย
สำหรับคดีนี้จะมีการไต่สวนครั้งต่อไปวันที่ 5 ต.ค.55
แผนที่หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา :
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น
แชร์เกลื่อนเน็ตเสียดสีแพรวา-ทายาทกระทิงแดงดุ

อยู่เมืองดัดจริต ชีวิตต้องป๊อป )
เรามักจะคาดเดาตอนอวสานได้เสมอๆ
ทั้งที่รู้....แต่มันก็อดเจ็บปวดไม่ได้ :-)
อ้อมกอดชายแดนใต้นายกฯปู โอ๊คแขวะมาร์คไม่แมน
ภาพโดย น่ารักก็ไม่บอก บอร์ดIF และ Jay RedallThailand
เรื่องโดย
นี่ คือพาดหัวข่าวในเวปหนึ่งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ก่อนที่นายกปูจะลงพื้นที่3จว.ภาคใต้ในวันนี้ ซึ่งถ้าเราอ่านข่าวโดยไม่ศึกษารายละเอียดให้ดีแล้ว ก็จะต้องคิดว่า
คนชื่อ "มาร์ค" นั้
ส่วนคนชื่อ "ปู" นั้นไม่สนใจไยดีถึงกับที่คนชื่อมาร์คนั้นต้องคอย "จี้ให้หัดลงมาดูดำดูดี" อย่างตัวเองมั่ง
ทีมงานผมขี้สงสัยครับ เลยลองไปค้นดูประวัติตั้งแต่สมัยคนชื่อมาร์คที่ว่าเนี่ย ในระยะเวลา2ปี8เดือนที่ตัวเองยังรับผิดชอบ ได้ลงไปปฏิบัติหน้าที่ที่3จังหวัดชายแดนใต้ ในฐานะนายกรัฐมนตรี กี่ครั้ง และไปทำอะไรมั่ง ปรากฏว่ามีวาระงานอยู่แค่เนี้ยยย....ครับ
ปี พ.ศ.2552 ลงพื้นที่3จว.ชายแดนใต้ 1 ครั้งเมื่อวันที่ 17ม.ค.
ปี พ.ศ.2553 ลงพื้นที่3จว.ชายแดนใต้ 3 ครั้งเมื่อวันที่ 7ม.ค., 10พ.ย., และ 21ธ.ค.
ปี พ.ศ.2554 ลงพื้นที่3จว.ชายแดนใต้ 2 ครั้งเมื่อวันที่ 17ม.ค. และ30เม.ย.
รวมทั้งสิ้นตั้ง "หก" ครั้งในรอบเกือบ3ปี (เฉลี่ย2ครั้ง/ปี) ถ้ามีมากกว่านี้ ทีมโฆษกฯปชป.จะยืนยันหลักฐานและชี้แจงมาผมก็รับฟังนะครับ แต่ประเภท "แพ้ในสาระ ขอกูชนะด้วยโวหาร" แขวะโน่น กัดนี่ แบบไม่มีเนื้อหาสาระ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะขี้เกียจฟังครับ
อ่อ..แล้วก็ ใน6ครั้งนี้มีแค่ครั้งเดียว ที่ผมเห็นว่าเป็นการ"เกาะติดปัญหา"ก็คือ การประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อ 30 เมษายน 2554 ซึ่งเป็นการประชุมที่3จว.หลังจากเป็นนายกฯมาแล้ว2ปีกว่า นอกนั้นในเนื้องานที่ระบุในวาระ ส่วนมากก็จะเป็น "เยี่ยมชมนิทรรศการ" "ตัดริบบิ้นเปิดถนน" "เปิดงานประชุมนานาชาติ" "มอบเงินช่วยเหลืออุทกภัย" ฯลฯ
อืมมม....พาดหัวข่าวมาด้ายยย.......มาร์คเกาะติดปัญหา....จี้"ปู"ให้ดูดำดูดี........เฮ้ออออ.......
ส่วนนายกปูนั้น ลงพื้นที่ครั้งที่แล้วก็ที่ ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เมื่อ 29เม.ย.55 รวมวันนี้ด้วยก็2ครั้งในรอบปีเท่ากัน "ผมยังไม่เห็นแตกต่างจากชายอกสามศอกที่ชื่อ รต.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตอนสมัยเป็นนายกฯตรงไหนนี่ครับ"
ถ้าให้ผมพูดแบบกลางๆ ก็คงต้องบอกว่า นายกฯปู ก็เหมือนนายกฯมาร์คแหละครับ ตอนอยู่ในตำแหน่งย่อมมีภารกิจที่ต้องรับผิดชอบมากมาย ก็ต้องแบ่งเวลาในการดูแลให้ทั่วถึงในทุกภาคส่วน โดยใช้กลไกในการบริหารและมอบอำนาจ Put the right man on the right job โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องเกี่ยวกับ ระเบิดมั่ง ลอบยิงมั่ง คาร์บอมบ์มั่ง ก็ควรมอบลุงเหลิม หรือลุงอ๊อดยุทธศักดิ์ฯ หรือ รมว.กห., ผบ.เหล่าทัพ ไปลุยน่าจะเหมาะกว่า
"ไปจี้ให้สตรีเพศลุยออกหน้าฝ่าระเบิดมากๆ ระวังคนเค้าจะนินทาว่า "มมม" มาร์คไม่แมน นะครับ"


รายงานความจริงฟังแล้วน่าตกใจ หมอก็ร่วมกับขบวนเผด็จการกะเขาด้วยหรือนี่!?..
ที่มา Thai E-News
ราย
ละเอียดและสารบัญ
ความจริงเพื่อความยุติธรรม:เหตุการณ์และผลกระทบจากการสลายการชุมนุม เมษา -
พฤษภา 53 ณ.ห้องประชุม คณะสังคมศาสตร์ มช. 01-09-12
โดย บังสุกุล
ที่มา บอร์ดInternetforfreedom
ผม
มีโอกาสไปเชียงใหม่ ติดอุปกรณ์ถ่ายทอดสดและอัดเทปงานเสวนา
รายละเอียดและสารบัญ
ความจริงเพื่อความยุติธรรม:เหตุการณ์และผลกระทบจากการสลายการชุมนุม เมษา -
พฤษภา 53 ณ.ห้องประชุม คณะสังคมศาสตร์ มช. 01-09-12 ตามที่วางไว้ด้านบน
มี
ผู้ร่วมฟังเสวนานี้แค่10กว่าคน แต่เนื้อหารายงานความจริงที่คณะกรรมการ
ทำงานค้นคว้าสืบเสาะเป็นปี กว่าจะได้รายงานนี้ ฟังแล้วน่าตกใจ นอกจาก
อำมาตย์ ทหาร ตำรวจ รัฐบาล ศาล ในขณะนั้นจะ ทำให้ผู้ชุมนุมตาย
แต่ที่น่าตกใจ มีหมอในโรงพยาบาล ที่ไม่ใส่ใจกับผู้ได้รับบาดเจ็บ
จนเป็นเหตุให้ผู้ชุมนุมตายโดยหากได้รับการช่วยเหลือจากแพทย์แล้วจะไม่ตายแน่
นอน
ผู้ค้นคว้า วิจัยและรายงานเป็น คณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัย ดังๆชั้นแนวหน้าของประเทศทั้งนั้น จึงการันตีในความแม่นยำของรายงานได้แน่นอน
ที่มา ศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุมเดือน เม.ย.-พ.ค.53 (ศปช.)
รวบ
รวมรายชื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์การสลายการชุมนุมเมื่อเดือนเมษายน -
พฤษภาคม 2553 ทั้งประชาชน ทหาร และชาวต่างชาติ พร้อมรายละเอียดการเสียชีวิต
จุดเกิดเหตุ พร้อมระบุเวลา และสถานที่เสียชีวิต
โดยเรียงลำดับรายชื่อตามวันที่เกิดเหตุ...
อ่านต่อ...
เชิงอรรถความตาย
1. นายเกรียงไกร คำน้อย
2. นายอนันท์ ชินสงคราม
3. นายมนต์ชัย แซ่จอง
4. นายธวัฒนะชัย กลัดสุข
5. นายไพรศล ทิพย์ลม
6. นายอำพน ตติยรัตน์
7. นายอนันต์ สิริกุลวาณิชย์
8. นายเทิดศักดิ์ ฟุ้งกลิ่นจันทร์
9. นายสวาท วางาม
10. นายบุญธรรม ทองผุย
11. นายสมิง แตงเพชร
12. นายสมศักดิ์ แก้วสาร
13. นายนภพล เผ่าพนัส
14. นายบุญจันทร์ ไหมประเสริฐ
15. นายยุทธนา ทองเจริญพูลพร
16. นายวสันต์ ภู่ทอง
17. นายสยาม วัฒนนุกุล
18. นายจรูญ ฉายแม้น
19. Hiroyuki Muramoto
20. นายทศชัย เมฆงามฟ้า
21. นายคนึง ฉัตรเท
22. พลทหาร ภูริวัฒน์ ประพันธ์
23. พลทหาร อนุพงษ์ เมืองรำพัน
24. พ.อ. ร่มเกล้า ธุวธรรม
25. พลทหาร สิงหา อ่อนทรง
26. พลทหาร อนุพงศ์ หอมมาลี
27. นายมานะ อาจราญ
28. นางธันยนันท์ แถบทอง
29. พลทหาร ณรงค์ฤทธิ
30. ส.ต.อ. กานต์ณุพัฒน์ เลิศจันทร์เพ็ญ
31. จ.ส.ต.วิทยา พรมสารี
32. พล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผล
33. นายชาติชาย ชาเหลา
34. นางสาวละอองดาว กลมกล่อม
35. นายทิพเนตร เจียมพล
36. นายกิติพันธ์ ขันทอง
37. นายชัยยันต์ วรรณจักร
38. นายธันวา วงศ์ศิริ
39. นายเสน่ห์ นิลเหลือง
40. นายอินแปลง เทศวงศ์
41. นายบุญมี เริ่มสุข
42. นายฐานุทัศน์ อัศวสิริมั่นคง
43. นายประจวบ ศิลาพันธ์
44. นายปิยะพงษ์ กิติวงศ์
45. นายสมศักดิ์ ศิลารักษ์
46. นายบุญทิ้ง ปานศิลา
47. นายสรไกร ศรีเมืองปุน
48. นายเหิน อ่อนสา
49. น.ส.สัญธะนา สรรพศรี
50. นายมนูญ ท่าลาด
51. นายพัน คำกอง
52. ด.ช. คุณากร ศรีสุวรรณ
53. นายวารินทร์ วงศ์สนิท
54. นายพรสวรรค์ นาคะไชย
55. นายมานะ แสนประเสริฐศรี
56. นายเกรียงไกร เลื่อนไธสง
57. นายวงศกร แปลงศรี
58. นายสมาพันธ์ ศรีเทพ
59. นายสุภชีพ จุลทัศน์
60. นายอำพล ชื่นสี
61. นายชาญณรงค์ พลศรีลา
62. นายธนากร ปิยะผลดิเรก
63. นายอุทัย อรอินทร์
64. นายสมชาย พระสุพรรณ
65. นายสุพรรณ์ ทุมทอง
66. นายเฉลียว ดีรื่นรัมย์
67. นายวุฒิชัย วราคัม
68. นายประจวบ ประจวบสุข
69. นายเกียรติคุณ ฉัตร์วีระสกุล
70. นายสมัย ทัดแก้ว
71. นายสุพจน์ ยะทิมา
72. จ.ส.อ.พงศ์ชลิต ทิพยานนทกาญจน์
73. นายสมพาน หลวงชม
74. นายเยื้อน โพธิ์ทองคำ
75. นายมูฮัมหมัด อารี (ออง ละวิน ชาวพม่า)
76. นางประจวบ เจริญทิม
77. นายปรัชญา แซ่โค้ว
78. นายถวิล คำมูล
79. นายธนโชติ ชุ่มเย็น
80. นายนรินทร์ ศรีชมภู
81. ส.อ. อนุสิทธิ์ จันทร์แสนตอ
82. ชายไม่ทราบชื่อ ถนนราชดำริ
83. Fabio Polenghi
84. นายมงคล เข็มทอง
85. นายสุวัน ศรีรักษา
86. น.ส. กมนเกด อัดฮาด
87. นายอัครเดช ขันแก้ว
88. นายอัฐชัย ชุมจันทร์
89. นายรพ สุขสถิตย์
90. นายกิตติพงษ์ สมสุข
91. นายทรงศักดิ์ ศรีหนองบัว
92. นายเพิน วงศ์มา
93. นายอภิชาติ ระชีวะ
94. น.ส.วาสินี เทพปาน
6 ปีหลังรัฐประหาร สงครามคู่ขนาน: ประชาชนหรือนายทุน เสื้อแดงหรือทักษิณ
ที่มา Thai E-News
โดย ใจ อึ๊งภากรณ์
ในสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อ 70 ปีก่อน มีสงครามคู่ขนานในการต่อสู้กั







