ที่มา Thai E-News

คนเสื้อแดงและผู้รักประชาธิปไตยในอเมริกาขอเชิญพี่น้องเสื้อแดงทุกท่าน จากทุกรัฐ ทุกเมือง และพี่น้องจากเมืองไทย มาร่วมงาน "19 ก.ย.ต้านรัฐประหาร in U.S.A." ภายใต้ธีมของงานคือ" 6 ปีรัฐประหารคือการนับถอยหลังเข้
ข้
คนรักประชาธิปไตย ต้องช่วยกันขับไล่ เผด็จการ
ที่มา Thai E-News

| เรต 18 "หนังเรื่อง จันดารา เห็น (หะ มอย) เหรอคะ" | ![]() |
|
ที่มา Thai E-News
จากบทบรรณาธิการหนังสือ “ประชาชนต้านรัฐประหาร” ถึงแม้ปัจจุบันประชาชนจะ “ตาสว่าง” อย่างมากมาย แต่ใครจะวางใจได้ว่าการ “รัฐประหาร” จะไม่มีอีก.. เพราะมันอาจจะมาในรูปแบบใหม่ การค้านมติของมหาชนอาจจะมาในรูปแบบที่เราไม่ชินตา แต่กระนั้นมั่นใจได้อย่างหนึ่งว่า ถ้าเมื่อใดมีการรัฐประหารเกิดขึ้น ไม่ว่าจะมาในรูปแบบใดๆ ก็ตาม ก็จะมีการต่อต้านมันอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์สังคมการเมืองไทย เช่นกันโดย เจษฎา โชติกิจภิวาทย์, วิทยากร บุญเรือง
เราจะด่วนสรุปว่า “การเลือกตั้งไม่สำคัญ” ไม่ได้เป็นอันขาด เพราะ “ไม่มีประชาธิปไตยที่ไร้การเลือกตั้ง” การเลือกตั้งเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นที่จะขาดเสียมิได้ในระบอบประชาธิปไตย
Yoshifumi Tamada
รัฐประหารครั้งใหม่ก็จะให้ ผลอย่างเดียวกัน และอาจเลวร้ายกว่า เช่นความแตกร้าวในกองทัพซึ่งแสดงออกให้เห็นได้แต่เพียงระเบิดไม่กี่ลูก ก็จะกลายเป็นระเบิดกันทุกวัน และวันละหลายครั้ง อำนาจรัฐอาจไม่ถูกท้าทายที่ราชประสงค์ แต่อาจถูกท้าทายไปทั่วทุกตารางนิ้วของประเทศ
นิธิ เอียวศรีวงศ์
“ถ้าต่อไปใครจะทำ (รัฐประหาร) อีกผมกลับมองว่าผู้ก่อการจะไปไม่รอดแต่ประเทศชาติจะรอด เพราะว่าคนไทยส่วนใหญ่รู้มากขึ้นแล้ว รู้เท่าทันการรัฐประหาร รู้ว่าการรัฐประหารมันไม่เกิดประโยชน์ มันมีแต่ทำให้เกิดโทษหนักขึ้นไปอีก ส่วนรูปแบบอื่นๆ ก็ยาก เพราะเดี๋ยวนี้ประชาชนมีกลุ่มต่างๆ ที่มีพลังพร้อมที่จะต่อต้านเสมอ”
อุทัย พิมพ์ใจชน
“ต้องคิดว่าทำอย่างไรจะไม่ให้เกิด (รัฐประหาร) ขึ้นอีก แล้วถ้าเกิดขึ้นจะทำอย่างไร เราคิดกันมานานแล้วเรื่องการต้านสิ่งที่จะมาแทรกแซงระบบประชาธิปไตย แต่เรายังทำอะไรที่เป็นรูปธรรมไม่มากพอ เราต้องทำให้มากขึ้น รวมถึงคิดประเด็นและช่องทางใหม่ๆ ในการเสริมสร้างหรือสนับสนุนการป้องกันรัฐประหารมากกว่าที่เป็นอยู่ ตัวอย่าง เช่น ทีวี วิทยุของทหารที่มีหลายช่องทาง เราก็ต้องมีช่องทางสื่อสารในการสนับสนุนแนวคิดประชาธิปไตยให้มากขึ้นไปด้วย เรียกร้องให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งสร้างสื่อและช่องทางของฝ่าย ประชาธิปไตยขึ้นมาด้วย”
สิริวัฒน์ ไกรสินธุ์
“ถ้าหากมีการเหนี่ยวรั้งโดยพลังอนุรักษ์นิยมอีกครั้งในอนาคต ขณะที่ประชาชนโตขนาดนี้ ก็ถือได้ว่าว่ามันเป็นการใช้ทุนในอนาคตเลย เหมือนคุณเล่นการพนันแล้วต้องกู้มาเล่น คุณไม่ได้เล่นจากสิ่งที่คุณมีในตอนนี้ให้หมดตัวนะ แต่คุณเอาอนาคตคุณมาเล่นเลย ผมคิดว่ามันอันตรายมาก”
สมบัติ บุญงามอนงค์
ที่มา Thai E-News

ภาพที่ประชาธิปัตย์นำมาเผยแพร่บ่อยๆว่าชายชุดดำเป็นพวกเดียวกับเสื้อแดง
ภาพที่ศอฉ.นำมาเป็นหลักฐานจับกุมขังคุกชายชุดดำนานหลายเดือน
ชุดดำ? - นายมานพ
ชาญช่างทอง ที่ถูกกล่าวหาเป็นชายชุดดำก่อการร้าย ในเหตุการณ์เสื้อแดง
ชุมนุมเดือนพ.ค.2553 ปัจจุบันยังคงขับซาเล้งเก็บของเก่าขาย
และอาศัยอยู่บ้านเพิงไม้ ย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี
ที่มา ข่าวสด
เมื่อ
7 ก.ย. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" เดินทางไปพบนายมานพ ชาญช่างทอง
คนเก็บของเก่าขาย
ซึ่งเป็นบุคคลในภาพที่พรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าเป็นชายชุดดำ
โดยพบว่านายมานพพักอาศัยอยู่ที่บ้านใน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี
กับภรรยาและลูกๆ รวม 4 คน ภายในบ้านโทรมๆ ที่ปลูกขึ้นเอง
ด้วยไม้เก่าแผ่นป้ายโฆษณา มาทำเป็นฝาบ้าน และสังกะสีเก่าๆ
ที่เก็บได้มามุงหลังคา นอกจากนี้ ยังเลี้ยงเป็ดและปลูกผักไว้กินเอง
และชาวบ้านใกล้เคียงส่วนใหญ่สงสารครอบครัวนายมานพ
มักจะนำอาหารและขนมมาให้เป็นประจำ
นายมานพกล่าวว่าไปร่วมชุมนุมกับ
นปช. ตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.2553
เนื่องจากเห็นว่าประชาชนถูกกลุ่มอำมาตย์ปล้นประชาธิปไตยไป
จึงต้องการไปทวงคืนกลับมา
ทำหน้าที่เป็นการ์ดอาสาช่วยดูแลความปลอดภัยให้พี่น้องเสื้อแดงที่มาชุมนุม
เข้าเวรยามช่วงเที่ยงคืนถึงเช้า อีกทั้งทุกๆ วัน
จะมีหน้าที่ซื้อหนังสือพิมพ์ให้แกนนำ เวลาที่เหลือก็จะเดินเก็บขวดน้ำ
กระป๋องน้ำอัดลมในพื้นที่ชุมนุม เพื่อนำไปขายหารายได้ เมื่อวันที่ 10
เม.ย.2553 สถานการณ์ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศเริ่มตึงเครียด
มีเฮลิคอปเตอร์โปรยใบปลิว และโยนแก๊สน้ำตาลงมา
พอช่วงเย็นก็เริ่มมีเสียงปืนดังขึ้น
ซาเล้งเก็บของเก่ากล่าวต่อ
ว่า
ขณะนั้นทราบมาว่ามีกำลังทหารนำรถถังและรถหุ้มเกราะมาปิดล้อมพื้นที่ด้าน
โรงเรียนสตรีวิทยา และแยกคอกวัว แกนนำประกาศบนเวทีขอกำลัง 5,000 คน
ไปช่วยผู้ชุมนุมที่คอกวัว จึงเดินทางไปช่วย และใช้เวลาเดินทางนานมาก
เนื่องจากทหารปิดถนนหลายสาย ไปถึงเที่ยงคืนกว่า และเสียงปืนก็เงียบลง
เห็นกลุ่มทหารกว่า 30 นาย พร้อมอาวุธปืน
ตกอยู่ในวงล้อมของผู้ชุมนุมที่บริเวณโรงเรียนสตรีวิทยา
เห็นท่าไม่ดีจึงประสานกับทางแกนนำว่าจะเอาอย่างไรกับทหารกลุ่มนี้
หากปล่อยไว้คงจะอันตราย
นายมานพกล่าวว่า
จากนั้นก็เข้าไปพูดกับนายทหารผู้คุมกำลัง เพื่อขอปลดอาวุธทั้งหมด
และจะพาออกไปอย่างปลอดภัย ทหารก็ยอม จึงเข้าไปปลดอาวุธ เป็นปืนทาโวร์ 4
กระบอก และเอ็ม 16 ก่อนจะนำปืนไปมอบให้แกนนำที่เวทีผ่านฟ้าฯ
ระหว่างที่นําปืนออกมาก็มีช่างภาพหลายคนเข้ามาถ่ายรูป
ขณะลำเลียงปืนไปที่เวที จนกระทั่งถูกกล่าวหาเป็นชายชุดดำ
และจำเลยคดีก่อการร้าย ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะถือปืนหลายกระบอกมายิงกับทหาร
และก็ยิงปืนไม่เป็น ไม่เคยเป็นทหาร จึงขอความเป็นธรรมด้วย
"ในวัน
เกิดเหตุ ผมใส่เสื้อดำ และสวมไอ้โม่งดำจริง เพราะเห็นคนอื่นใส่เท่ดี
จึงใส่บ้างไม่ได้คิดร้ายอะไร
และที่ใส่ถุงมือก็เพื่อไว้จับกระป๋องแก๊สน้ำตาที่ทหารโยนใส่ผู้ชุมนุมเท่า
นั้น อีกทั้งไอ้โม่งดำคลุมหัว ก็เพราะเป็นคนหัวล้าน
หากรู้มาก่อนว่าใส่ไม่ได้ก็คงไม่ทำ" นายมานพ กล่าว
นายมานพกล่าวอีก
ว่า ส่วนวันที่ 19 พ.ค.2553 สถานการณ์ตึงเครียดทั้งวัน
หลังแกนนำประกาศบนเวทียุติการชุมนุม และให้ผู้ชุมนุมไปหลบภายในวัดปทุมฯ
ตนก็เข้าไปหลบอยู่ด้านในวัด ไม่ได้ออกมา
แต่ได้ยินแต่เสียงปืนดังอยู่ด้านนอก
และในวัดขณะนั้นก็มีคนถูกยิงบาดเจ็บและตายหลายสิบราย จนกระทั่งเช้าวันที่
20 พ.ค.2553
ตำรวจนำกำลังเข้ามาช่วยพาตัวผู้ชุมนุมทั้งหมดออกจากวัดและพากลับบ้าน
จากนั้นก็กลับที่พักย่านบางบัวทอง ไม่ได้หนีไปไหน
และยังคงขับซาเล้งเก็บขวดกระดาษเหมือนเดิม
"หลังจากอยู่บ้านได้ 2
เดือน ก็มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอกว่า 30 คน นำหมายจับคดีก่อการร้าย
มาบุกจับผมถึงบ้าน นำตัวมาแถลงข่าว โดยจับตามภาพถ่ายขณะที่ผมสวมไอ้โม่ง
และสะพายปืน ถูกข้อหาบุกโรงแรมเอสซีปาร์ค ทั้งๆ ที่ไปโรงแรมยังไม่ถูกเลย
ผมพยายามอธิบายแต่ก็ไม่มีใครเชื่อ ลองคิดดูหากเป็นชายชุดดำ
หรือผู้ก่อการร้ายจริง ผมจะมานั่งเก็บขยะอยู่แบบนี้หรือ
หลังถูกจับก็ต้องอยู่ในคุกนานหลายเดือน จนกระทั่งมีผู้ใหญ่นำเงิน 600,000
บาท มาช่วยประกันตัวออกมา ทุกวันนี้ผมก็ยังเก็บขยะขาย รายได้เฉลี่ย 2-3 วัน
ประมาณ 300 บาท" นายมานพกล่าว
ที่มา blablabla
โดย 3บลา ประชาไท

ที่มา uddred
ข่าวสด 11 กันยายน 2555 >>>
ที่มา uddred
มติชน 9 กันยายน 2555 >>>

ที่มา ประชาไท
Sat, 2012-09-08 21:59
มติชนออนไลน์รายงาน
ว่าเมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่หอประชุมไพรพยอม
มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรค พร้อมคณะ
จัดเวทีพบประชาชน “เดินหน้าผ่าความจริง หยุดคุกคามศาล หยุดกฎหมายล้างผิด
หยุดคิดล้มรัฐธรรมนูญ” ซึ่งมีประชาชนจากจังหวัดอำนาจเจริญ ยโสธร ศรีสะเกษ
นครพนม สุรินทร์ มารับฟังการปราศรัยเป็นจำนวนมาก
ท่ามกลางกำลังมีกำลังตำรวจกว่า 300 นาย มารักษาความสงบเรียบร้อย
อยู่รอบบริเวณหอประชุม และปิดทางเข้าออกด้านหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฎ
เนื่องจากมีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 50 คน
นำรถกระบะติดเครื่องขยายเสียงมากล่าวปราศรัยโจมตีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และคณะ
โดยพยายามจะเข้าไปที่หอประชุมแต่ถูกกำลังตำรวจปิดทางเข้าออกไม่ยอมให้เข้าไป
ภายใน
กลุ่มคนเสื้อแดงจึงได้แต่เพียงเปิดเวทีปราศรัยอยู่ด้านนอกซึ่งไม่มี
เหตุการณ์รุนแรงแต่อย่างใด
ที่มา ประชาไท
Sat, 2012-09-08 22:18
ข่าวสารเกี่ยวกับประเทศไทยที่คุณไม่อาจหาอ่านได้จากสื่อ
"ปกติการต่อสู้ทางการเมืองที่เกิดขึ้น จนมีการเปลี่ยนแปลงการเมืองครั้งสำคัญไปทั่วโลก ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เกิดจากการต่อสู้ทางอุดมการณ์และการไม่ได้รับความยุติธรรมทั้งสิ้น ความไม่ยุติธรรมนี่แหละ เป็นเหตุแห่งการที่ประชาชนต้องมารวมตัวกันต่อสู้ เพื่อให้ความยุติธรรมกลับมาสู่สังคมของเขา"
ทักษิณ ชินวัตร
1 พ.ย. 51