ที่มา Thai E-News

ชมคลิป เสวนา 6 ตุลากับทิศทางการเมืองไทย และสัปดาห์รำลึก 36 ปี 6 ตุลา และ 6-10-2012

http://youtu.be/ZdHo3Quw09s
เสวนา 6 ตุลา กับทิศทางการเมืองไทย 6-10-55/1
ณ
หอประชุมศรีบูรพา โดยกรรมการรับข้อมูลสืบพยานเหตุการณ์ 6 ตุลา ดร.สุธาชัย
ยิ้มประเสริฐ ,ปณิธาน พฤกษาเกษมสุข ,พัชณีย์ คำหนัก ,องค์กรเลี้ยวซ้าย ,
ตัวแทนองค์กรนักศึกษามหาวิทยลัย ธรรมศาสตร์ ดำเนินรายการโดย ใบตองแห้ง
http://youtu.be/YvPQzVSwpZU
เสวนา 6 ตุลา กับทิศทางการเมืองไทย 6-10-55/2
http://youtu.be/pzxKeK4iDK0
เสวนา 6 ตุลา กับทิศทางการเมืองไทย 6-10-55/3
http://youtu.be/rloaFsftagg
กิจกรรมละครใบ้ และบทกวี งานสัปดาห์รำลึก 36 ปี 6 ตุลา ประชาธิปไตยประชาชน ณ หอประชุมศรีบูรพา
http://youtu.be/xNuYrwbbh3c
งานสัปดาห์รำลึก 36 ปี 6 ตุลา 6-10-55/1
http://youtu.be/SsovgSeKsBk
งานสัปดาห์รำลึก 36 ปี 6 ตุลา 6-1
0-55/2
http://youtu.be/jN-MqhBlJOM
......................
วงเสวนา"6 ตุลากับทิศทางการเมืองไทย" ถกเข้มว่าด้วยเรื่อง ภาพติดตา6ตุลาฯ - ชายชุดดำ -เพื่อไทย
ที่มา:มติชนออนไลน์
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1349510972&grpid=01&catid&subcatid
"สุธาชัย" ชี้สังคมไทยเชื่อนิยาย "ชายชุดดำ" มากกว่าสำรวจข้อเท็จจริง
นาย
สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ รองศาสตรจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์
คณะอักษรศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวถึงแนวคิดกลุ่มชายชุดดำที่อยู่ปะปนกับกลุ่มคน
เสื้อแดงในวันที่ 10 เมษายน 2553 ว่า
สังคมไทยชอบเชื่อสิ่งที่เป็นนิยายคือเรื่องจริง
เช่นกรณีชายชุดดำปรากฎตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 เมษายน
แล้วรัฐบาลสมัยอภิสิทธิ์ก็บอกว่า ชายชุดดำเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงก่อน
ปรากฎตัวตามจุดต่าง ๆ ปะปนอยู่กับผู้ชุมนุมเสื้อแดงมากมาย
มีบทบาทสำคัญที่สุดในเหตุการณ์ความวุ่นวายช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ปี 2553
แต่ไม่พบหลักฐานใด ๆ ที่เห็นชายชุดดำในจุดอื่น ๆ เลย
นอก
จากนี้ก่อนที่ฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์จะสร้างตัวละครชายชุดดำเป็นผู้สังหาร
กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงนายสุเทพเทือกสุบรรณก็เคยบอกว่า
การตายของกลุ่มคนเสื้อแดง 91
ศพที่ชุมนุมประท้วงรัฐบาลนายอภิสิทธิ์เมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม ปี 2553
นั้นเกิดจากคนเสื้อแดงฆ่ากันเอง เพิ่งจะมาบอกว่าเป็นการกระทำของชายชุดดำ
แสดงว่าเป็นตัวละครที่ฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์เพิ่งจะสร้างขึ้นมา
รอง
ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์จุฬาฯกล่าวว่า
บทบาทของสังคมโดยเฉพาะฝ่ายที่ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและวงการสื่อสาร
มวลชนไม่ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงแต่อย่างใดแต่กลับเชื่อว่าสิ่งที่
รัฐบาลสมัยนายอภิสิทธิ์บอกนั้นเป็นเรื่องจริงเมื่อสื่อมวลชนไม่ตรวจสอบก็ทำ
ให้ประชาชนเชื่อหรือเกิดความสับสน
โดย
เฉพาะตัวอย่างสำคัญคือผังล้มเจ้าที่ศูนย์อำนวยการแก่้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน
(ศอฉ.)
เปิดเผยต่อสื่อมวลชนเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม
ลดความน่าเชื่อถือของขบวนการคนเสื้อแดง แล้วตอนนี้ทหารในฝ่าย
ศอฉ.เองออกมายอมรับภายหลังว่า
ผังล้มเจ้าเป็นเพียงเอกสารชั้นต้นที่ยังไม่มีข้อเท็จจริงแต่อย่างใด
แต่สื่อมวลชนก็นำไปเผยแพร่โดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเสียก่อน
ลูก"สมยศ" ย้ำ นศ.ที่สนใจการเมืองต้องไม่ติดภาพ 6 ตุลาฯ
ด้าน
นายปณิธาน กล่าวถึงบทบาทของนิสิตนักศึกษากับการเมืองไทยว่า เหตุการณ์ 6
ตุลาคม 2519 เป็นเพราะแนวคิดของนิสิตนักศึกษาได้รับพลังจากสังคมภายนอกด้วย
โดยเฉพาะการต่อสู้ของแนวคิดสังคมนิยมและทุนนิยม
โดยนิสิตนักศึกษามีแนวคิดแบบสังคมนิยมมากกว่าและเรียกร้องความเท่าเทียมกัน
ของสังคม สนับสนุนขบวนการแรงงานและเกษตรกร
แต่ปัจจุบันนี้นิสิตนักศึกษามีแนวคิดแบบทุนนิยมและอาจสนับสนุนให้เกิดความ
เหลื่อมล้ำของสังคมเสียด้วยซ้ำดังนั้นภาพของการขับเคลื่อนประชาธิปไตยใน
ปัจจุบันจึงอยู่ที่ประชาชนชนชั้นล่างและชนชั้นกลางระดับล่าง
นัก
กิจกรรมขบวนการนิสิตนักศึกษา ยังกล่าวถึง
นิสิตนักศึกษาที่สนใจการเมืองว่าปัจจุบันจะแบ่งกลุ่มนิสิตนักศึกษาที่สนใจ
การเมืองออกเป็น3 ประเภท คือ1.นิสิตนักศึกษาที่อยู่ในสายวิพากษ์วิจารณ์
2.นิสิตนักศึกษาที่เป็นนักกิจกรรมขับเคลื่อนทางการเมือง
และสุดท้ายนิสิตนักศึกษาที่ต้องการขับเคลื่อนขบวนการนักศึกษาให้เป็นแบบภาพ
ของเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งโดยส่วนตัวคิดว่า
กลุ่มนิสิตนักศึกษาที่อยู่ในประเภทที่สามจะมีปัญหาทางความคิดมากที่สุด
เพราะยึดติดภาพของอดีตเป็นแนวทางในการขับเคลื่อน
โดยไม่ได้สนใจว่าสถานการณ์ทางการเมืองโลกและภายในประเทศเองมีความเปลี่ยน
แปลงไป
ปัจจุบันผู้ที่มีพลังในการขับเคลื่อนหรือเป็นฝ่ายนำในการเรียกร้อง
ประชาธิปไตยคือประชาชน ไม่ใช่นิสิตนักศึกษาเหมือนในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม
2516 อีกแล้ว
"เหตุการณ์
6 ตุลาคม 2519 และเหตุการณ์เมษายน-พฤษภาคม ปี 2553
มีสิ่งที่สะท้อนเหมือนกันคือ
ระบบนิติรัฐและนิติธรรมของประเทศไทยยังไม่สามารถใช้ได้จริงเพราะสอง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า
รัฐยังไม่สามารถรับประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้
ยังมีการฆ่าประชาชนที่ไม่มีอาวุธ
ดังนั้นบทบาทของนิสิตนักศึกษาจะต้องผลักดัน
เรียกร้องให้สังคมไทยเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
โดยเข้าร่วมกับประชาชนมากกว่าจะเป็นฝ่ายนำเพราะบทบาทตอนนี้ประชาชนต้องเป็น
ฝ่ายนำมากกว่า" บุตรชายนายสมยศกล่าว
นักสังคมนิยมไทย"ชี้พรรคเพื่อไทยใช้นโยบายเอาใจมากกว่าลดความเหลื่อมล้ำ
นาง
สาวพัชณีย์ คำหนัก สมาชิกองค์กรเลี้ยวซ้าย ที่ศึกษาแนวคิดสังคมนิยม
มหาบัณฑิตคณะรัฐศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวถึงแนวทางการต่อสู้ของคนเสื้อแดงว่า
กลุ่มคนเสื้อแดงต้องมีพรรคการเมืองเป็นของตัวเองเพราะตอนนี้กลุ่มคนเสื้อแดง
กำลังไล่ตามกลุ่มนักการเมืองของพรรคเพื่อไทยถูกใช้ประโยชน์เพื่อนักการเมือง
มากกว่า
สมาชิก
องค์กรเลี้ยวซ้าย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้
ในพรรคเพื่อไทยเองก็มีแนวคิดทางการเมืองที่หลากหลาย
ทำให้หลายนโยบายที่สามารถลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง
เพราะพรรคเพื่อไทยมีสมาชิกพรรคคือกลุ่มนายทุนธุรกิจขนาดใหญ่แล้วนโยบายของ
พรรคเพื่อไทยที่กำลังดำเนินการอยู่นั้นก็เป็นนโยบายที่ไม่ได้แก้ปัญหาความ
เหลื่อมล้ำ เป็นนโยบายที่ฉาบฉวย
ไม่ได้ปฎิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจเพื่อประชาชน
มหา
บัณฑิตคณะรัฐศาสตร์จุฬาฯ กล่าวว่า
คนเสื้อแดงจะต้องศึกษาทฤษฎีทางการเมืองเพื่อไม่ตกเป็นเครื่องมือของนักการ
เมือง
ดังนั้นจะต้องมีการปฎิรูประบบเศรษฐกิจให้ชนชั้นล่างและชนชั้นกลางระดับล่าง
ได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรม
มีพอใช้ในการดำรงชีวิตเพื่อจะได้มีเวลาว่างในการศึกษาทฤษฎีทางการเมือง
ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของคนเสื้อแดงต่อไป
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Monday, October 8, 2012
คลิปงาน36ปี6ตุลา2519
เก็บตกเรื่องขำขัน: มัลลิกาตามล่าทักษิณ
ที่มา Thai E-News
เรื่องมัลลิกาตามล่าทักษิณ...
อีติ่ง1.. : อีติ่ง1 ทราบ..เปลี่ยน...ฮ่องกง : ขณะนี้เรารู้ตำแหน่งทักกี้แล้ว...เปลี่ยน..
อีติ่ง 1.. : รายงานด่วน..อยู่ที่ไหน?...เปลี่ยน...
ฮ่องกง : ที่ 13° 18' 00'' N ..110° 36' 00'' E...เปลี่ยน
อีติ่ง 1.. : รับทราบ 13° 18' 00'' N ..110° 36' 00'' E ถูกต้อง..เปลี่ยน..
ฮ่องกง : ถูกต้อง...เปลี่ยน..
.... เจ้าหน้าที่สันนิฐานว่า...เป็นหญิงเสียสติ..ที่พยายามเข้าไปในใจกลางพายุ แกมี...
เครดิต Waruna Na / จอนคูโบต้า
จาตุรนต์:จาก6ตุลาถึงรายงานคอป.
ที่มา Thai E-News
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1349594536&grpid=00&catid&subcatid
ดีใจ ที่ "พี่อ๋อย" เสนอเรื่องนิรโทษกรรมนะ ก็หวังว่า "พี่อ๋อย" จะใช้ "คอนเน็คชั่น" ทั้งหลายแหล่ที่มี กับ พรรครัฐบาล ผลักดันให้เป็นจริงเร็วๆ
ประเด็น เรื่อง "นิรโทษกรรมผู้อื่นส่วนอืน ..ต้องใช้เวลา" (ให้รอก่อน) นี่ ก็หวังว่า "พี่อ๋อย" จะมองเห็น และชักชวนให้คนอื่นในพรรค มองเห็นว่า ก
...............
ปล. เมื่อเช้า ผมดูถ่ายทอดสดที่ "พี่อ๋อย" พูด (ขอบคุณ ทีมงานคู่ขวัญ ม้าเร็ว สปีดฮอสทีวี และ กาแฟ ทีมงานม้าเร็ว เช่น เคย) จริงๆ ประเด็น วิจารณ์ คอป. ของ "พี่อ๋อย" มีทีโต้แย้ง แลกเปลียนได้ (เรื่อง "รากเหง้าปัญหา" ที่ "พี่อ๋อย" เสนอ หรือ แม้แต่เรื่อง 112 ที่ คอป.เสนอ ที่ เสียดาย พี่อ๋อย ไม่ได้พูด ..... แต่ผมชอบประเด็น "ข้อ 2" ที่ "พี่อ๋อย" เสนอนี้มาก เ่รื่องอื่น เรื่องเล็กตอนนี้
cc Suda Rangkupan Nithiwat Wannasiri ไม้หนึ่ง ก.กุนที

"อ๋อย" แถลงสับรายงาน "คอป." ไม่ปรองดอง แนะ 3 ข้อ ยึด 6ตุลาโมเดล นิรโทษ ปชช.ทั่วไปเว้นแกนนำ
ล้านคำบรรยาย (พิเศษ) การ์ตูนเซีย 08/10/55 ความสุขของชาวนา..คือความทุกข์ ปชป.
ที่มา blablabla
โดย 3บลา ประชาไท

พวกจัญไร สามานย์ สันดานสถุล
กอดแข้งขา โอบเอื้อ เพื่อนายทุน
เติมคุกรุ่น ด้วยวิปริต คิดอัปรีย์....
การจำนำ ทำรากฐาน มีการเปลี่ยน
สะอิดสะเอียน คำพูด สุดบัดสี
นั่นคือปาก อดีตผู้นำ มันย่ำยี
ไร้ศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ สุดแสนเลว....
หวังลืมตา อ้าปาก อยากปลดนี้
พรรคกาลี กลับฉุดคร่า พาดิ่งเหว
แถมหาเรื่อง ใส่ไคล้ สุมไฟเปลว
จนแหลกเหลว สมใจ ไอ้บัดซบ....
ชาวนาต้อง ยากจน อย่างข้นแค้น
ทุกถิ่นแดน ต้องต่ำต้อย คอยสยบ
ส่วนนายทุน ต่างเริงร่า มาสมคบ
คิดเลี่ยงหลบ ก็รู้ทัน พวกจัญไร....
ความสุขของ ชาวนา หน้าเอมอิ่ม
มีรอยยิ้ม เบิกบาน สราญใส
ปชป. กลับร้อนรุ่ม ดั่งสุมไฟ
โถ..ช่างคิด..ไปได้..ไอ้พวกระยำ....
๓ บลา / ๘ ต.ค.๕๕
ฟ้อง ‘ศาลปกครอง’ ล้มประมูล 3จี ?by วีรพัฒน์ ปริยวงศ์
ที่มา uddred
วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ (Verapat Pariyawong)
จากกรณีที่มีนักวิชาการจะไป
ฟ้องให้ศาลปกครอง “สั่งระงับการประมูล 3จี” ไว้ก่อน โดยอ้างว่า กสทช.
ยังไม่ได้กำหนดเงื่อนไขการประมูลเพื่อประโยชน์ประชาชน 4 เรื่อง คือ
1. เรื่องคุณภาพการให้บริการ
2. เรื่องราคาค่าบริการ
3. เรื่องคุ้มครองผู้ด้อยโอกาส
4. เรื่องการนำเงินประมูลไปใช้ให้เกิดประโยชน์
ฟังในเบื้องต้น ผมเห็นว่า การฟ้องดังกล่าวไม่น่าจะนำไปสู่การระงับการประมูล 3จี ได้ โดยเหตุผลต่อไปนี้
1.
การจะฟ้องคดีต่อศาลปกครองนั้น “ผู้มีสิทธิฟ้องคดี”
ต้องเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนเสียหาย
“โดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้”
อีกทั้งยังต้องได้ดำเนินการแก้ไขความเดือดร้อนตามขั้นตอนวิธีการที่กฎหมาย
กำหนดไปก่อนแล้ว ดังนั้น หากผู้ใดฟ้องคดีอย่างกว้างๆ
โดยคาดคะเนถึงสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นเป็นการทั่วไป ศาลอาจมองว่าผู้นั้น
“ไม่มีสิทธิฟ้องคดี”
2. แม้สมมติว่า “มีสิทธิฟ้อง”
แต่เหตุผลที่จะนำไปฟ้องนั้น เป็นการกล่าวอ้างว่า กสทช. ได้
“ละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ”
ซึ่งย่อมเป็นคนละประเด็นกับ “การจัดการประมูล” กล่าวคือ การฟ้องว่า กสทช.
กำหนดกฎระเบียบไม่ครบถ้วน ย่อมเป็นคนละประเด็นกับการฟ้องว่า
การประมูลจัดขึ้นโดยผิดกฎหมาย ดังนั้น การจะขอให้ศาลสั่งระงับการประมูล
ก็อาจเป็นคำขอที่ไม่ตรงประเด็น
3. ที่สำคัญ เนื้อหาสาระที่ฟ้อง
ก็ฟังดูขาดน้ำหนัก เพราะหากพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น “ประกาศ กสทช.
เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นฯ ย่าน 2.1 GHz” จะเห็นว่า
กสทช. เอง ก็มีข้อกำหนดเพื่อกำกับดูแลเรื่องดังกล่าวไว้แล้ว เช่น ข้อ 16
กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตต้องดำเนินการให้โครงข่ายรองรับความเร็วได้ตาม
มาตรฐานและคุณภาพ ต้องสนับสนุนการอำนวยความสะดวกต่อผู้มีรายได้น้อย คนพิการ
อีกทั้งต้องกำหนดอัตราค่าบริการให้เป็นธรรม ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค ฯลฯ
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ กสทช. กำหนด
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ที่ กสทช.
ต้องกำหนดในรายละเอียดนั้น บางส่วน กสทช. ได้กำหนดไว้แล้ว แต่บางส่วน
ก็ไม่อาจกำหนดล่วงหน้าเร็วเกินไป เช่น เรื่อง
ราคาหรืออัตราขั้นสูงของค่าบริการ ซึ่ง กสทช.
ย่อมต้องกำหนดขึ้นโดยคำนึงถึงหลายปัจจัย เช่น สภาพตลาด ต้นทุนจากการประมูล
ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและขยายโครงข่าย ฯลฯ ซึ่ง กสทช.
อาจกำหนดขึ้นหลังการประมูลเพื่อให้เป็นธรรมและสอดคล้องกับความเป็นจริง
ก็เป็นได้
ส่วนประเด็นเรื่องการนำรายได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์นั้น
พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 ได้บัญญัติไว้แล้ว เช่น มาตรา
50 ที่กำหนดให้ กสทช.
เรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพื่อนำไปจัดการโทรคมนาคมขั้นพื้นฐานโดยทั่วถึง หรือ
มาตรา 65 ที่กำหนดเกี่ยวกับการนำรายได้ต่างๆ ของ กสทช.
มาจัดสรรเพื่อสมทบกองทุนวิจัยและพัฒนาฯ หรือ กองทุนเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาฯ
เป็นต้น การจะมองเฉพาะเงินประมูลส่วนเดียว ย่อมเป็นการมองที่แคบเกินไป
ที่
สำคัญ เมื่อสุดท้ายมีการนำเงินประมูลที่เหลือส่งเข้าเป็นรายได้แผ่นดิน
ก็ย่อมเป็นความชอบธรรมทางประชาธิปไตยที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะนำราย
ได้ไปใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ แทนที่จะปล่อยให้ กสทช.
ซึ่งเป็นเพียงองค์กรกำกับดูแลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
มากำหนดวิธีการใช้จ่ายเงินดังกล่าวเสียเอง
และหากจะให้องค์กรตุลาการเข้าไปแทรกแซงเรื่องการบริหารรายได้แผ่นดิน
ก็ยิ่งเป็นการไม่สมควรขึ้นไปอีก
Sunday, October 7, 2012
เบื้องหลัง 6 ตุลา เบื้องหน้าประชาธิปไตยไทย
ที่มา Voice TV
นักประวัติศาสตร์สนับสนุนการยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพราะชนชั้นปกครองมักจะนิยมใช้ เป็นเครื่องมือกำจัดคนเห็นต่างทุกยุคทุกสมัย
การเสวนา "เบื้องหลัง 6 ตุลา เบื้องหน้าประชาธิปไตยไทย" ในงานรำลึก 35 ปี 6 ตุลา ซึ่งจัดขึ้นที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
รศ.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ชนชั้นปกครองไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ยังคงใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มาตรา 112 เป็นเครื่องมือกำจัดผู้ที่มีความคิดเห็นต่าง จึงเห็นด้วยหากประชาชนจะร่วมกันเสนอให้ยกเลิกกฎหมายนี้ พร้อมย้ำว่าเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 สะท้อนให้เห็นถึงโฉมหน้าที่แท้จริงของชนชั้นปกครองไทย
นายจอม เพชรประดับ ผู้สื่อข่าวอิสระ กล่าวว่า ที่ผ่านมาชนชั้นปกครองมักจะจำกัดการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชน โดยควบคุมการนำเสนอข่าวของสื่อกระแสหลัก จึงมองว่าสื่อทางเลือกจะกลายเป็นอาวุธชิ้นใหม่ของประชาชน เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง
ด้านนางสาวลักขณา ปันวิชัย คอลัมนิสต์ชื่อดังกล่าวว่า กลไกสำคัญที่ทำให้ชนชั้นปกครองยังมีอำนาจอยู่จนถึงปัจจุบัน คือการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนที่ปฏิเสธระบบทุนนิยม และกลุ่มอนุรักษ์นิยม เนื่องจากเห็นว่าเป็นทางที่เหมาะสมสำหรับสังคมไทย
ส่วนกิจกรรมครั้งต่อไปของงานรำลึก 35ปี 6 ตุลา คือการจัดแสดงคอนเสิร์ต "จากลานโพธิ์ถึงภูพาน จากภูพานสู่ลานโพธิ์" ในวันที่ 20 มีนาคมนี้ เวลา 15.00-21.00น. ที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
Produced by VoiceTV
ครอบครัวโตจิราการ แจมคอนเสิร์ต 35 ปี 6 ตุลา 19
ที่มา Voice TV
เพลงดาวแดงแห่งภูผา เป็นหนึ่งในบทเพลงที่ครอบครัวโตจิราการ นำโดยนายแพทย์เหวง โตจิราการ นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ และนายสลักธรรม โตจิราการ หรือหมอหวาย เลือกนำมาแสดงร่วมกันในงานคอนเสิร์ตรำลึก 35 ปี 6 ตุลา 19 “จากลานโพธิ์ถึงภูพาน จากภูพานสู่ลานโพธิ์” ซึ่งจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เพื่อเป็นการรำลึกถึงวีรชนคนเดือนตุลา ที่ได้ต่อสู้และเสียสละเพื่ออุดมการณ์ทางการเมือง ทั้งยังเป็นสะพานเชื่อมต่อความรู้สึกและถ่ายทอดประสบการณ์จากอดีตมาจนถึง ปัจจุบัน
นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือนปช. กล่าวถึงงานในครั้งนี้ ว่าต้องการสื่อให้คนรุ่นหลัง ได้รู้ถึงกระบวนการต่อสู้ของภาคประชาชน ที่มีความต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทั้งเหตุการณ์ 14 ตุลา2516 // 6 ตุลา 2519 // พฤษภาทมิฬ 2535 หรือการต่อสู้เมื่อครั้งเมษา-พฤษภา 2553 ที่ผ่านมา ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นรูปแบบการต่อสู้ที่คนรุ่นหลังควรจดจำและนำไปปรับใช้
ขณะที่ ดนตรี ถือเป็นเครื่องมือทางวัฒนธรรมที่มีส่วนช่วยในการถ่ายทอดอุดมการณ์ของคนแต่ละ ยุคสมัย แม้จะมีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป แต่เป้าหมายหรืออุดมการณ์นั้นมีอยู่ร่วมกัน
ขณะที่นาย วัฒน์ วรรลยางกูร ศิลปินและนักกวี ผู้เป็นหัวเรือใหญ่ของการจัดงานในครั้งนี้ เชื่อว่า ประชาชนมีความก้าวหน้าทางความคิดและสนใจปัญหาเรื่องการเมืองมากกว่าสมัย เมื่อ 35 ปีก่อน แต่สิ่งที่ควรอยู่ควบคู่กันไป คือการย้ำเตือนถึงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์การเมืองในอดีต ที่จะนำไปสู่กระบวนการเรียนรู้เพื่อประชาธิปไตยในอนาคตต่อไป
คอนเสิร์ตรำลึก 35 ปี 6 ตุลา 19 “จากลานโพธิ์ถึงภูพาน จากภูพานสู่ลานโพธิ์” เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงวีรชน ผู้เสียชีวิตจากเหตุสลายการชุมนุม จากเหตุการชุมนุมประท้วงเพื่อขับไล่จอมพลถนอม กิตติขจรออกนอกประเทศของกลุ่มนิสิต นักศึกษาจากทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมด 45 ราย และถูกจับกุม 3,094 คน และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก
Produced by VoiceTV
35 ปี 6 ตุลา ในสายตา 'คนรุ่นใหม่'
ที่มา Voice TV
วันที่ 6 ตุลาคม 2554 ครบรอบ 35 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519
เป็นเหตุการณ์นองเลือดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย
ที่เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์นองเลือดในวันที่ 14 ตุลาคม 2516 เพียง 3
ปีเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 เป็นเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่รัฐ
และกลุ่มที่รัฐให้การสนับสนุน เข้าไปล้อมจับกุม และสังหารนักศึกษา
ประชาชนภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ระหว่างที่นักศึกษาและประชาชนกำลังชุมนุมประท้วงเพื่อเรียกร้องให้จอมพลถนอม
กิตติขจร เดินทางออกนอกประเทศ
เหตุการณ์ 6 ตุลา มีการรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตทั้ง นักศึกษา และประชาชน
41 ราย ถูกจับกุมอีกจำนวนหนึ่ง เหตุการณ์นี้จบลงด้วยการรัฐประหาร
ของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน นำโดย พลเรือเอกสงัด ชลออยู่
ยึดอำนาจการปกครองจาก ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช โดยมีนายธานินทร์ กรัยวิเชียร
เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนนักศึกษาที่ถูกจับกุมต้องต่อสู้คดีนานกว่า 3 ปี
ในที่สุดมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรม
ทำให้ผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์นี้ไม่ต้องถูกสอบสวนลงโทษ
รายการ Intelligence เชิญ 2 คนรุ่นใหม่ คือนางสาวภรณ์ทิพย์ มั่นคง
ตัวแทนกลุ่มประกายไฟการละคร และ นายรักษ์ชาติ์ วงศ์อธิชาติ
อุปนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาสะท้อนมุมมองต่อเหตุการณ์
6 ตุลา ทั้งสองเป็นคนรุ่นใหม่ที่สนใจการเมือง และทำกิจกรรม
เรียนรู้เหตุการณ์ 6 ตุลา ผ่านทั้งตำราเรียน
และการขวนขวายเรียนรู้ด้วยตนเอง จากหนังสือ วีดีทัศน์
และการถ่ายทอดจากคนที่อยู่ในเหตุการณ์
ทั้ง 2 มีส่วนร่วมในการจัดงานรำลึก 35 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลา
ที่องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 3-9 ตุลาคม
ไฮไลท์ส่วนหนึ่งอยู่ที่เวทีเสวนา “จากพ่อจารุพงศ์ ทองศิลป์ ถึงแม่น้องเกด”
สะท้อนหัวอกพ่อ และแม่ที่สูญเสียลูกชาย
และลูกสาวไปในเหตุการณ์รุนแรงทางการเมือง ทั้งปี 2519 และปี 2553 งานรำลึก
25 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลาในปีนี้
จะเน้นการถ่ายทอดเรื่องราวจากผู้อยู่ในเหตุการณ์ 6 ตุลา จากรุ่นสู่รุ่น
ในมุมมองคนรุ่นใหม่ทั้งสอง เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 มีทั้งส่วนเหมือน
และส่วนต่างกับเหตุการณ์เมษา- พฤษภา 2553 สิ่งที่เหมือนกันคือ
ประชาชนตกเป็นผู้ถูกกระทำ จากการกระทำของรัฐ
ผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่างทางการเมืองถูกกำจัด ด้วยการใช้ความรุนแรง
ทั้งสองเสนอให้มีการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เป็น
ประวัติศาสตร์ทางการเมือง โดยเฉพาะเหตุการณ์ 6 ตุลา
ต้องกล้าพูดถึงประเด็นที่เป็นแกนกลางของเหตุการณ์ 6 ตุลา
โดยต้องตัดอคติที่กีดกันผู้ที่มีความคิดต่างกันออกไป
และต้องเป็นการให้ข้อมูลที่บอกเล่าพัฒนาการของเหตุการณ์ เบื้องหน้า
เบื้องหลังเหตุการณ์ ไม่ใช่การเรียนการสอนแบบท่องจำ
คนรุ่นใหม่ทั้งสองยังฝากถึง “คนเดือนตุลา” ฝ่ายซ้าย –ขวา
ที่แปรเปลี่ยนมาเป็น เสื้อเหลือง เสื้อแดง เสื้อหลากสี
ให้ทบทวนบทเรียนจากเหตุการณ์เดือนตุลา
รำลึกถึงการเข่นฆ่าคนที่มีความเห็นต่าง โดยย้ำว่าทุกสังคม
คนที่มีความคิดเห็นแตกต่างทางการเมืองอยูร่วมกันได้
อย่าให้เหตุการณ์นองเลือดซ้ำรอยอีก
Produced by Voice TV
3 รอบ 6 ตุลา 19 ...เผด็จการ Never Die
ที่มา Voice TV
กบอ.ห่วงวิภาวดี ดินแดง พญาไทและรังสิตท่วมซ้ำซาก
ที่มา Voice TV






