WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, December 7, 2007

‘ทักษิณ’ ลั่น กลับไทยแน่หลังจัดตั้งรบ.


อดีตนายกรัฐมนตรี ส่งความห่วงใยปชช.ผ่าน ‘เชาวริน’ ระบุไม่คิดแก้แค้น ภูมิใจได้เป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลแมนฯซิคนที่2 ของโลก ยืนยันกลับไทยหลังเลือกตั้ง

ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ผู้สมัครส.ส.ระบบสัดส่วนกลุ่ม 7 ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงกรณีที่ได้โทรศัพท์ข้ามแดนคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้ฝากความห่วงใยมาถึงประชาชนชาวไทย และขณะนี้อดีตนายกฯก็ไม่ได้อยู่ที่ลอนดอน แต่เดินทางมาที่ฮ่องกงเพื่อเจรจาเรื่องที่ดินตั้งสโมสรแมนซิตี้ที่ประเทศจีน ทั้งนี้พ.ต.ท.ทักษิณยืนยันว่าจะกลับประเทศไทยหลังจากมีการจัดตั้งรัฐบาลถึงแม้พรรคพลังประชาชนจะไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ตาม โดยเหตุที่ตนยังไม่เดินทางกลับในช่วงนี้เพราะไม่ต้องการสร้างความยุ่งยากและสับสนในสังคม อย่างไรก็ตามพ.ต.ท.ทักษิณ ได้ยืนยันกับตนว่ากลับมาเมืองไทยจะไม่คิดแก้แค้นฝ่ายที่สร้างความเดือดร้อนจนเป็นเหตุให้ต้องจากบ้านจากเมือง

ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พูดกับตนว่าการที่ต้องจากเมืองไทยไปอยู่ต่างแดนถือว่าเป็นเรื่องที่โชคดีเพราะทำให้มีเวลาคิดทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเคยทำว่าอะไรที่ไม่ถูกไม่ควรหรือไม่แต่ก็ยืนยันว่าไม่มี ซึ่งหากมองอีกมุมหนึ่งอาจเป็นเพราะชาติปางก่อนเคยทำเรื่องไม่ดีเอาไว้ พร้อมกันนี้พ.ต.ท.ทักษิณยืนยันว่าหากกลับเมืองไทยจะไม่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการบริหารบ้านเมืองอีก ซึ่งร.ต.ท.เชาวริน ยังกล่าวอีกว่า อดีตนายกฯ ปรารภว่าอยากกลับมาสอนหนังสือ

นอกจากนี้ร.ต.ท.เชาวริน ได้กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้บอกว่าถือเป็นเรื่องโชคดีที่ได้ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนเพราะทำให้มีโอกาสเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลในอังกฤษเป็นคนที่ 2 ของโลกซึ่งหลังจากนี้อดีตนายกฯมีโครงการว่าจะไปตั้งสโมสรแมนซิตี้ที่จีน ตะวันออกกลางและสหรัฐอเมริกา ซึ่งรวมกับที่ประเทศอังกฤษแล้วจะมีทั้งหมด 4 ทีมโดยจะมีสมาชิกทั้งหมด 10 ล้านคน.


พีทีวี นิวส์
07 ธันวาคม 2550 เวลา 12:45 น.

จาก http://www.ptv.co.th/

‘สมัคร’ ย้ำชัดหลังเลือกตั้ง ‘ทักษิณ’ ต้องกลับบ้าน


หัวหน้าพรรคพลังประชาชนนำทีมช่วยลูกพรรคเดินสายหาเสียง จ. ยโสธร ชี้หากได้เป็นรัฐบาลนโยบาย 5 ปีของไทยรักไทย รวมทั้ง “ทักษิณ” ต้องกลับบ้าน เหน็บเพื่อแผ่นดินเป็นแค่ตลกทางการเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ยโสธร วันนี้ (7 ธ.ค. 50) นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่หาเสียง ช่วยนายบริภัทธ์ วงษ์ไกร และนายประยุทธ นิจพานิชย์ ผู้สมัครพรรคพลังประชาชน เขตเลือกตั้งที่ 1

ทั้งนี้หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ได้ออกเดินรณรงค์หาเสียงในตลาดสดเทศบาลเมืองยโสธรในช่วงเช้ามืด ทำให้ตลาดสดเทศบาลเมืองยโสธรคึกคักเป็นพิเศษ ภายหลังจากที่พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนทราบข่าวว่าหัวหน้าพรรคพลังประชาชนจะเดินทางมาหาเสียง ต่างก็เฝ้ารอดู รวมทั้ง มอบดอกไม้และผ้าขาวม้าผูกเอวตลอดจนถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในระหว่างที่นายสมัคร เดินหาเสียงในตลาดแม่ค้าและผู้คนที่จับจ่ายซื้อของต่างร้องตระโกนให้กำลังใจเป็นช่วงๆ โดยขอให้นายสมัคร ได้เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อชาวบ้านระดับรากหญ้า

ภายหลังเดินหาเสียงในตลาดสดเทศบาลเมืองยโสธรเสร็จสิ้นลง นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชนได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ถึงกระแสการตอบรับของประชาชนในภาคอีสานว่า การตอบรับจากประชาชนนั้นไม่ใช่มีแต่ที่จังหวัดยโสธรเท่านั้น ที่จังหวัดอื่นๆ ก็เหมือนกันหมด เพราะนโยบายที่ผ่านมาทำไว้ดีอยู่แล้วเพราะประชาชนเขารู้ ซึ่งถ้าไม่ดีพรรคอื่นไม่นำไปพิมพ์เป็นแผ่นๆ และใช้หาเสียงหรอก

“ที่ผ่านมายังมาโจมตีว่าเป็นนโยบายประชานิยม แต่กลับนำไปใช้ในการหาเสียง ดังนั้นหากพรรคพลังประชาชนได้เป็นรัฐบาลในการเลือกตั้งในครั้งนี้ ตนจะนำนโยบายที่ทำมาเมื่อ 5 ปีก่อนมาใช้ตามเจตนา ดีแล้วที่มีการเลือกตั้งเพราะจะได้นำอดีตนายกรัฐมนตรี คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับมาแต่ไม่ใช่กลับมาเป็นนายกฯ แต่กลับมาเพื่อขึ้นศาล ซึ่งใครได้เป็นรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ก็ต้องพา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรกลับมาเหมือนกัน เพื่อขึ้นศาลตามที่ถูกกล่าวหาอยู่ในขณะนี้ ดังนั้นหลังเลือกตั้งแล้ว คุณทักษิณฯ กลับมาอย่างแน่นอนแต่ก็ต้องมาขึ้นศาลก่อน” นายสมัครกล่าว

ส่วนการแก้ปัญหาให้กับประชาชนในภาคอีสานนั้น หัวหน้าพรรคพลังประชาชนกล่าวว่า ที่สำคัญคือแหล่งน้ำซึ่งหากตนได้เป็นรัฐบาลจะทำคลองส่งน้ำให้เข้าทุกพื้นที่ ซึ่งต้องเริ่มที่จังหวัดหนองคายจากแม่น้ำโขงเป็นต้นมา และต้องใช้เวลา 5 ปี ถึงจะเสร็จเรียบร้อยดังนั้นหากพรรคพลังประชาชนได้เป็นรัฐบาลตนจะดำเนินการทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่านอกจากนายสมัครจะเดินหาเสียงช่วยเขตเลือกตั้งที่ 1 แล้ว หัวหน้าพรรคพลังประชาชนจะเดินทางไปเปิดเวทีปราศรัยที่อำเภอกุดชุมในเขตเลือกตั้งที่ 2 ช่วย ช่วยผู้สมัครของพรรคพลังประชาชน คือ นายวิสันต์ เดชเสน และ นายพีระพันธ์ พาลุสุข ซึ่งมีร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง ร่วมเดินทางไปปราศรัยในครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวในระหว่างการปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 ว่า ขณะนี้มีพรรคการเมืองบางพรรค หาเสียงหลอกล่อประชาชน ว่าจะนำ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกลับประเทศ หากเลือกพรรคของตน ซึ่งมองว่าเป็นการแอบอ้างที่ไม่เหมาะสม ตนดูพฤติกรรมการหาเสียงแล้วช่างน่าขำจริงๆ เป็นตลกการเมืองไปเลย มาวันนี้ประชาชนเขารู้ทัน กลับมาชูอดีตนายกทักษิณฯ หาเสียงน่าตาเฉย

ทั้งนี้นายสมัคร ยังยืนยันว่าพรรคพลังประชาชนไม่ได้นำประเด็นการกลับมาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มาหาเสียงเพื่อหวังให้ประชาชนเลือก แต่เป็นการชี้แจงเกี่ยวกับอดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกปฎิวัติโดยไม่สมเหตุสมผล เพื่อให้ประชาชนรับรู้ข้อเท็จจริงเท่านั้น

“อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่า หากพรรคพลังประชาชนได้เป็นรัฐบาล จะนำอดีตนายกรัฐมนตรีกลับมาสู้คดีต่าง ๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะพ้นโทษไปโดยปริยาย” นายสมัครกล่าว

ด้านร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 6 พรรคพลังประชาชนกล่าวว่า มั่นใจพรรคจะชนะพรรคประชาธิปัตย์โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ กทม. เนื่องจากขณะนี้หลายพรรคการเมืองกำลังมีปัญหายกเว้นพรรคพลังประชาชน ซึ่งหลายโพลล์ต่างก็ระบุว่าพรรคพลังประชาชนมาเป็นอันดับ 1 โดยตนเชื่อว่าภายหลังการเลือกตั้ง นายสมัคร จะได้เป็นนายกฯอย่างแน่นอน.


พีทีวี นิวส์
07 ธันวาคม 2550 เวลา 15:15 น.


จาก http://www.ptv.co.th/

ศาลอาญาสั่งเชือด ‘ประชัย’ ละเมิดอำนาจศาล

ศาลอาญาอนุญาตให้ปล่อยตัวหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตยชั่วคราว หลังมีคำพิพากษาจำคุก 1 เดือนในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลกรณีให้สัมภาษณ์พาดพิงการพิจารณาตัดสินคดีปั่นหุ้นบริษัททีพีไอของศาล

ศาลอาญา อนุญาตปล่อยตัวนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย ภายหลังมีคำพิพากษาจำคุกนายประชัยเป็นเวลา 1 เดือนโดยไม่รอลงอาญาในข้อหาละเมิดอำนาจศาลจากการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในคดีปั่นหุ้นบริษัททีพีไอ ซึ่งฟังได้ความในทำนองว่าศาลตัดสินคดีจำคุกนายประชัย 3 ปีในคดีดังกล่าวโดยไม่รอลงอาญา เนื่องจากถูกครอบงำจากอิทธิพลของอดีตนายกรัฐมนตรีอีกทั้งใช้คำพูดไม่เหมาะสมในบริเวณศาล โดยศาลพิเคราะห์เห็นว่านายประชัยเป็นผู้มีการศึกษา และมีตำแหน่งหน้าที่สำคัญในพรรคการเมืองย่อมเป็นผู้มีวุฒิภาวะ จึงไม่เห็นควรให้รอการลงโทษ ซึ่งนางอรพิน เลี่ยวไพรัตน์ ภรรยานายประชัยได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 20,000 บาทในการประกัน และขณะเดินทางกลับ นายประชัยมีสีหน้าเคร่งเครียดและทำมือปิดปากไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆเมื่อผู้สื่อข่าวพยายามซักถาม

ล่าสุด ศาลอาญา อนุญาตให้ประกันตัวนายประชัย และปล่อยตัวชั่วคราวแล้วโดยตีราคาประกันตัวชั่วคราวจำนวน 20,000 บาท


พีทีวี นิวส์
07 ธันวาคม 2550 เวลา 17:21 น.

จาก http://www.ptv.co.th/

โหรดังฟันธง สมัครนายกฯ


เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ที่ห้างเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน มีการเสวนาเรื่อง “ฟันธง วิกฤติชะตาเมือง กับทางออกของประเทศไทย” มีนายพัฒนา พัฒนศิริ ผอ.สถาบันพยากรณ์ศาสตร์ นายภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ นายขุนทอง อุสนี ณ อยุธยา หมอดูไพ่ยิปซี และนายลักษณ์ เรขานิเทศ โหรฟันธงชื่อดังเข้าร่วมเสวนา


นายลักษณ์กล่าวว่า ดาวพฤหัสเป็นตัวแทนของนักบริหาร แพทย์ นักปราชญ์ มีหน้าที่บริหารบ้านเมือง ระหว่างวันที่ 22 ต.ค.49-26 พ.ย.50 โคจรอยู่ในมุมมรณะ จากนักบริหาร หมอกลายเป็นโจร หมายความว่าคิดผิด ทำผิด บุคคลสำคัญเจ็บป่วย มีการสูญเสีย มีรัฐธรรมนูญที่ไม่ถูกต้อง สำหรับการเมืองนั้น ดวงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลัคนาอยู่ในราศีกรกฎ เกิดต่างประเทศ เมื่อเปรียบเทียบกับดวงบุคคลสำคัญแล้ว ไม่ยิ่งใหญ่ ฉะนั้น จึงไม่มีความเป็นพระเอกขี่ม้าขาว เช่นไม่เคยทำธุรกิจแล้วประสบความสำเร็จ มีแต่ หล่อ อย่างอื่นไม่มี ดวงนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ลัคนาอยู่ในราศีเมษ พื้นชะตาพอจะดีบ้างแต่ถูกดาวเสาร์ทับ พฤหัสให้คุณ แต่ยังไม่เด่น ส่วนดวงนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ลัคนาอยู่ในราศีมังกร ดาวพฤหัสเป็นวินาศกับนายสมัคร ถือเป็นเทวีโชค มีกำลังหนุนทางลับ ฟันธงเลยว่า พรรคพลังประชาชนจะได้รับการเลือกตั้งมากที่สุดล้านเปอร์เซ็นต์ นายสมัครจะได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี และจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว โดยอยู่บนพื้นฐานของความขัดแย้งที่น่ากลัว รัฐบาลจะอยู่ได้ไม่นาน


โหรฟันธงกล่าวต่อว่า สิ่งที่นายสมัครต้องระวังที่สุดคือ เรื่องสุขภาพและปาก ดังนั้น นายสมัครควรจะเปลี่ยนบุคลิกเป็นในลักษณะสมานฉันท์ อย่างไรก็ตาม ตนเป็นห่วงว่า ปี 51 นี้จะเกิดการนองเลือดเพราะความทุเรศทุรัง เพราะรัฐธรรมนูญเกิดในเกณฑ์มรณะ หลายคนไม่เห็นชอบด้วย ความไม่ชอบธรรมจะเกิดขึ้นมากมาย เลือกตั้งแล้วจะมีปัญหากับ กกต.หรือไม่ ที่สำคัญเลือกตั้งไปแล้วจะมีคนบางกลุ่มไม่ยอมรับกติกาของรัฐธรรมนูญ รวมกลุ่มประท้วงแล้วจะเกิดปะทะกับอีกกลุ่ม จะเกิดนองเลือด ประชาชน ข้าราชการไม่ควรแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ควรอยู่ในฝ่ายของพระเจ้าอยู่หัว โดยใช้คาถา “จงรักภักดี แทนคุณแผ่นดิน” แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น


ด้านนายภิญโญ พงศ์เจริญ กล่าวว่า ดาวพฤหัสโคจรเข้าสู่ศุภราศีเกษตร จะมีความมั่นคงและมีความสันติสุข มีพิธีการทางศาสนาสำคัญๆ เกิดขึ้น การศึกษามีการพัฒนาขั้นสูง การท่องเที่ยวจะดีขึ้น การติดต่อสื่อสารระหว่างประเทศ การค้าระหว่างประเทศจะดีขึ้น แต่การดีนั้นจะเป็นแบบชนิดรีบเร่งแบบวิปริต ช่วงวันที่ 21 เม.ย. 51 ถึง 25 มิ.ย. 51 หลังจัดตั้งรัฐบาลแล้วจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้น อาจมีการปรับ ครม. และหลังวันที่ 4 ธ.ค. 51 ดาวพฤหัสจะโคจรสวนทางกับราหูในราศีมังกรในวันที่ 5 ก.พ. 52 จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เช่น การยุบสภา สิ่งที่น่าพิจารณาในปี 51 คือการเกิดคราส 4 ครั้ง ครั้งแรกเกิดในราศีมังกร เกิดสุริยคราสในวันที่ 7 ก.พ. 51 ครั้งที่ 2 เกิดวันที่ 21 ก.พ. 51 เวลา 10.32 น. ราศีสิงห์ ครั้งที่ 3 สำคัญมาก คือเกิดวันที่ 1 ส.ค. 51 เวลา 17.14 น. แนวคราสจะพาดผ่านพระจันทร์ ดวงเมืองจะเกิดการสูญเสีย เกิดความเศร้าสลดครั้งใหญ่ในบ้านเมือง และครั้งสุดท้ายจันทรุปราคาเกิดวันที่ 21 ส.ค.51


ขณะที่นายพัฒนา พัฒนศิริ กล่าวว่า ในปี 2551 นี้ดาวพฤหัสเดินดีไม่ถึง 2 เดือน นอกนั้นจะเดินเลอะเทอะ ในแง่ดีดาวพฤหัสเป็นเกษตรในราศีธนู อสังหาริมทรัพย์ บ้าน จะกระเตื้องขึ้น ที่ดิน รถไฟฟ้า บัตรเครดิตจะเฟื่องฟู ส่วนที่ไม่ดีคือภาพรวมทางเศรษฐกิจ จะเกิดหนี้ต่างประเทศมากขึ้น ด้านนายขุนทอง อุสนี ณ อยุธยา กล่าวว่า ตามศาสตร์ของไพ่ยิปซี ปี 51 อสังหาริมทรัพย์ การท่องเที่ยวจะดี แต่จะมีการจากไปของบุคคลสำคัญ คนที่เกิดราศีเมษและสิงห์ ดวงจะตก ส่วนดวงเฮงคือคนที่เกิดราศีพฤษภและเมถุน


จาก
http://www.thairath.co.th/offline.php?section=hotnews&content=70854
7 ธ.ค. 50

หาก พปช. ได้เสียงข้างมากและเป็นรัฐบาล จะไม่มีรัฐประหารและไม่มีการนองเลือด...



ในห้วงเวลานี้...มีบุคคลหลายวงการเช่น ทหาร ผู้นำทางความคิดเช่น ระพี นิธิ สุริยะใส รวมทั้งอภิสิทธิ์ สุเทพ ได้ออกมาประสานเสียงว่าถ้าอำนาจเก่ากลับมาสังคมไทยจะแตกแยก ขัดแย้ง อาจมีการรัฐประหารและเกิดนองเลือดขึ้นได้ ซึ่งเป็นไปตาม ยุทธการสร้างความกลัวแก่ประชาชนตามที่ระบุในเอกสารลับของ คมช.......

เอกสารลับของ คมช.ที่ถูกท่านสมัครเปิดโปง ตอนหนึ่งระบุว่า........

“ฯลฯ..........จัดทำสกู๊ปข่าวชี้ให้เห็นและวิเคราะห์ถึงความไม่ชอบธรรมของหน.พปช.ที่ต้องคดีทุจริตอยู่และถึงแม้จะชนะเลือกตั้งก็จะต้องโทษและไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี,
-เชิญบุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้นำทางความคิด/นักวิชาการออกรายการวิทยุโทรทัศน์วิเคราะห์เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นหากพรรค พปช.ชนะเลือกตั้งแล้วดำเนินนโยบายที่ประกาศไว้แล้วคือ นิรโทษกรรมอดีตกรรมการพรรค ทรท.และยุบคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.)ว่า หลายฝ่ายคงยอมไม่ได้โดยเฉพาะกลุ่มพันธมิตรซึ่งจะออกมาเคลื่อนไหวและทำให้ประเทศเกิดความวุ่นวายอีกครั้งและอาจนำไปสู่การรัฐประหารครั้งใหม่ เป็นวงจรไม่สิ้นสุด
-สร้างข่าวโจมตีกลุ่มอำนาจเก่า
-ให้พื้นที่ข่าวกับพรรคการเมืองทั้งหมดอย่างเท่าเทียมกัน แต่สำหรับ พปช.ให้เสนอรายงานข่าวเน้นยำการกระทำ/ดำเนินการที่ไม่ส่งเสริมภาพลักษณ์ของพรรค
-ใช้ข่าวลือ/สื่อที่ไม่เป็นทางการชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มอำนาจเก่ากับประเทศสิงคโปร์และพรรค พปช.ซึ่งมีแนวการบริหารประเทศโดยใช้ระบอบประธานาธิบดี
-ใช้ข่าวลือ/สื่อไม่เป็นทางการชี้ให้เห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณฯจ้างสื่อต่างประเทศลงเนื้อความ/บทความโจมตีสถาบัน
-จัดทำสกู๊ปข่าวพิเศษเกี่ยวกับผู้ที่ได้รับผลร้ายจากนโยบายประชานิยม...............ฯลฯ”


ดังนั้น การประสานเสียง ข่มขู่ประชาชนในช่วงเวลานี้ จึงเป็นการปฎิบัติตามแผนที่ คมช.วางไว้โดยไม่ผิดเพี้ยน...แม้ว่าแผนการจะถูกเปิดโปงแล้วก็ตาม

แล้ว.....มีเหตุผลและข้อเท็จจริงใดที่เป็นหลักประกันว่าจะไม่เกิดการรัฐประหาร ความวุ่นวาย และการนองเลือดตามคำข่มขู่นั้นเล่า....

บทความโดย glassroot แห่งราชดำเนินพันทิป

จาก http://www.bloggang.com/

Thursday, December 6, 2007

สมัคร สุนทรเวช 'ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง'




ท่านพี่น้องที่เคารพครับ ที่บางแค เป็นที่คุ้นเคยถ้าปราศัยหาเสียงเลือกตั้งที่กรุงเทพฯ ไม่มาที่ บางแค ก็เป็นเรื่องผิดปกติ แต่วันนี้ความผิดปรกติอยู่ที่จำนวนผู้คนที่มานั่งรอกันตั้งแต่เย็น ปกติถ้าผม ปราศัย ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุงยังไม่มา วันนี้มาเข้าเรียงแถวกัน ผมก็จะคุยกับท่านตามสมควร แก่เวลาด้วยเหตุด้วยผลที่จะเล่าให้ท่านทั้งหลายฟัง
ท่านพี่น้องที่เคารพ เวลามารณรงค์ปราศัยหาเสียงเลือกตั้งใครๆ ก็บอกอยากฟังนโยบายอยากฟัง อย่างโน้นอย่างนี้ นั่นแปลว่าเขาอยากให้เราพูดนโยบาย และไม่พูดว่าทำไมถึงจะต้องเลือกตั้ง ที่จะต้องพูดกันเรื่องนี้ เพราะเห็นว่ามันมีการยึดอำนาจบ้านเมืองนี้ ต้องพูดกันชัดเจนว่าบ้านเมืองอยู่มาดีๆ เดินมาดีๆ 4 ปี บวก 1 ปี รัฐบาล ทำความสำเร็จให้บ้านเมือง แต่ปรากฏว่ามีคนยึดอำนาจ
ถ้าเราดูย้อนไปไกลกว่านั้น ปี 2540 บ้านเมืองมีวิกฤตการณ์ทางการเงินใครเป็นคนทำผมไม่อยากแกะสะเก็ด ให้เสียเวลา เพราะว่าเมื่อเกิดวิกฤติการณ์ทางการเมือง พรรคการเมืองซึ่งมีโอกาสได้ตั้งพรรคการเมืองหลายครั้ง หลายหนนั้นได้มีโอกาสบริหารบ้านเมือง 3 ปีติดต่อกัน แต่แก้ไขปัญหาบ้านเมืองที่ติดพันอยู่ไม่ได้ ปัญหาทางการเงิน ที่เราต้องกู้เขามา 4 แสนล้านจาก IMF
พอเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ก็ได้เห็นว่า รัฐบาลที่เข้ามาใหม่มีความสามารถ อยู่ครบ 4 ปี ใน 2 ปีนั้น สามารถใช้หนี้คืน IMF ได้ ไม่ใช่เงินนิดหน่อยนะครับ เขาสามารถดำเนินการกิจการ และนโยบายต่างๆ เหมือนพูดเล่นแต่เขาทำจริง แล้วก็ได้รับความสำเร็จจริงๆ นโยบายเรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรค นโยบายกองทุนหมู่บ้าน 80,000 หมู่บ้านก็ดี โอทอปก็ดี ทำแล้วได้รับความสำเร็จ
แล้วมีพรรคการเมืองเก่าแก่รู้สึกว่าทักษิณจะอยู่ตลอดไปหรืออย่างไร มีคนซึ่งไม่ชอบเศรษฐีเก่า อิจฉาเศรษฐีใหม่ ถามว่าเศรษฐีใหม่ทำความผิดไหม ผมว่าไม่ผิดนักการเมืองเมืองไทยส่วนใหญ่นั้นเขาว่ายากจน แล้วเข้ามาเล่นการเมืองแล้วก็ร่ำรวย แต่นายกฯทักษิณนั้น ไปทำความร่ำรวยมาก่อนแล้วก็เข้ามาสู่วงการทางการเมือง เขาดำเนินกิจการทางการเมือง จะว่าเขาโชคดีก็ตรงว่าเราล้มลุกคลานมา 65 ปี เมื่อปี 2534 มีการปฏิวัติโดยไม่มีเหตุผล
หลังจากนั้นในที่สุดปี 2540 มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยคนที่มาจากการเลือกตั้ง ได้รัฐธรรมนูญที่ดีมาก ดีคือว่าจะทำให้รัฐบาลแข็งแรง ถามว่าคนที่เข้ามาใช้รัฐธรรมนูญนั้น เขาร่างรัฐธรรมนูญมาเองรึเปล่า คุณทักษิณตั้งพรรคเมื่อปี 2542 เขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับการร่างรัฐธรรมนูญ
แต่ว่าเมื่อเกิดเหตุ เขาก็ทำอย่างที่นักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยพึงทำ คือ เอาอำนาจกลับให้ประชาชน ด้วยการกราบบังคมทูลพระเจ้าอยู่หัว ปลุกระดมข่มขู่ด่าทอว่ากล่าวกันรุนแรงตามข้างถนนขอพระราชทานโปรดเกล้าฯ ให้ยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ ก็ถูกต้องตามกฏหมาย เลือกตั้งใหม่ก็ถูกต้องตามกฏหมาย แต่ปรากฏว่ามีคนเล่นการเมือง สู้เกมการเมืองไม่ได้รวมหัวกันประท้วงดีกว่า ถ้าพูดภาษาชาวบ้านว่า สู้ไปก็แพ้เปล่าๆ ประท้วงไม่ลงเลือกตั้งดีกว่า การประท้วงไม่ลงเลือกตั้งนั้นได้ ไม่มีปัญหา
แต่ว่าก่อกวนการเลือกตั้งจนกระทั่งทางนั้นล้มกันข้างหนึ่ง หาเหตุกล่าวหาว่าพรรคการเมืองใหญ่ จ้างพรรคการเมืองเล็กให้ลงเลือกตั้ง พรรคการเมืองอีกพรรคกล่าวอย่างนี้ได้เขาก็กล่าวหาว่า คุณก็จ้าง พรรคการเมืองเล็กไม่ให้ลงเลือกตั้ง ของพันธุ์นี้มันต้องมองเจ๊ากันครับ มองง่ายๆ เหมือนกันเลย
แต่ไม่น่าเชื่อมีคนปฏิวัติอ้างเหตุ 4 ข้อ ผมต้องขืนใจเพราะผมเป็นผู้รับ เขาบอกว่านายกฯ ทักษิณ ไม่จงรักภักดีเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน บอกว่า ทักษิณนั้นทุจริตฉ้อราษฎ์บังหลวง บอกว่า แทรกแซงองค์กรอิสระ แทรกแซงสื่อสารมวลชน
ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรนั้นบ้านเมืองนี้ เมื่อคนทำปฏิวัติเขาก็รู้ว่าต่างชาติก็จ้องมองอยู่เขาบอกขอเวลา 1 ปี ีรัฐธรรมนูญมันดีเกินไปสำหรับรัฐบาล เขาก็ฉีกทิ้งเสียเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่เอาให้ใครมาร่างก็ไม่รู้ ร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นประวัติใช้ไม่ได้ แต่ก็ต้องประกาศใช้
ท่านพี่น้องครับวันที่ 24 สิงหาคมประกาศใช้รัฐธรรมนูญก่อนหน้านั้นมีการลงประชามติรัฐธรรมนูญ ท่านพี่น้องจะเห็นนะครับว่าลงประชามตินั้นมันเป็นลักษณะที่ว่า มีปฏิวัติฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง ต่างพ้นโทษ ตัวเองมาร่างรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญใช้ไม่ได้แต่ต้องประกาศใช้บังคับบอกราษฏร ต้องมาลงคะแนน
แต่เคราะห์ดี พรรคการเมืองมีการทดสอบ คุณเอาใครมาร่างก็ไม่รู้ รัฐธรรมนูญอย่างนี้ใช้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติ บอกขอให้ประชาชนช่วยลงคะแนน บอกใส่เสื้อเขียว ครั้งนี้จะบอกเขาใส่เสื้อแดง เมื่อถ้าทายกันอย่างนี้ผลออกมานั้นมันเฉียดๆ ไหม ไม่เฉียดๆ นะ เป็นตัวเลขที่ใช้ได้ ้สนับสนุนรัฐธรรมนูญ 58 % ไม่สนับสนุน 41 % แล้วก็มีรัฐธรรมนูญออกมาใช้ รัฐธรรมนูญออกมาใช้แล้วแปลว่า สิทธิและเสรีภาพมันกลับเข้ามา
นักการเมืองอย่างผม ซึ่งถูกเหยียบปากกันตลอดทั้งปี ก็ต้องลุกออกมาก่อนที่จะถึงเวลาจะเลือกตั้ง ต้องมีรัฐธรรมนูญ นายกทักษิณต้องลี้ภัยการเมืองไปอยู่ประเทศอังกฤษ วันหนึ่งหารือบอกคุณสมัครช่วยหน่อย ข่าวมาว่าจะเลือกตั้ง และเขาจะให้พรรคการเมืองเก่าแก่ได้มีโอกาสเป็นรัฐบาล จะเอานักการเมืองที่ฆ่าไปแล้ว 111 นั้นยังเหลืออีก 270 เขาจะสับเป็นท่อนๆ ให้เป็นไม้ประดับ ปฏิวัติมาพูดกันอย่างนี้ ท่านนายกบอกว่า คุณสมัคร เราเลือกพรรคชื่อ พรรคพลังประชาชน ไว้ พรรคนี้ปลอดภัยไม่มีใครมายุ่ง เขาบอกว่าคุณสมัครช่วยถือธง ให้หน่อย แล้วก็ 270 คนที่กระจัดกระจายนั้นให้กลับมารวมกัน ผมบอกว่าได้
มีเหตุผลว่าหนึ่งผมนั้นเป็นนักการเมืองและได้รับการเลือกตั้งให้เป็นวุฒิสมาชิกวันที่ 19 เมษายน 2549 อยู่ได้ 5 เดือนยึดอำนาจไป ผมต้องเป็น 6 ปี แล้วเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พรรคการเมืองใหญ่จ้างพรรคการเมืองเล็กลงยุบ พรรคการเมืองใหญ่จ้างพรรคการเมืองเล็กลงไม่ให้ยุบ มีการใช้วิธีการเลือกปฏิบัติ ดูแล้วเหมือนจะชอกช้ำ แล้วบอกว่า นายกฯ ทักษิณ นั้นไม่จงรักภักดีเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ผมบอกท่านว่า นายกฯ รับตราทุติยะสดุดีพระจอมเกล้าพร้อมกับผม ขณะเป็นผู้ว่า กทม. ปี 2545 เกียรติยศเท่ากันเกือบจะสูงสุดในบ้านเมืองแล้ว
แล้วก็มีทหารอีกมือหนึ่งมาบอกว่า ไม่จงรักภักดี มีพรรคการเมืองหนึ่งที่ตลอดชีวิตเคยต่อสู้ กับเผด็จการเคยชี้หน้าว่าทหารมีแต่ขี้แต่ไส้ พอเขายึดอำนาจบ้านเมืองเสร็จก็ไปกอดขี้กอดไส้ ผมต้องนำเรื่องอย่างนี้มาปูพื้นเล่าให้ฟัง ช่วยกันบอกเมื่อวันที่ได้รัฐธรรมนูญ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ลงพระปริมาภิไธยวันที่ 24 สิงหาคม ผมก็ได้รับเลือกให้เป็น หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ผมก็เริ่มหักล้างตั้งแต่วันนั้น
ลองคิดดู คนไทยคนหนึ่งไม่เคยได้รับอะไรจากเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินยังไม่กล้า นี่ได้รับพระราชทานตราเต็ม หน้าอก ได้รับเกรียติยศสูงส่งแล้ว มีหรือคนอย่างนี้จะมาชี้หน้าบอกว่าไม่จงรักภักดี หาว่าจะตั้งราชวงศ์ชินวัตร จะเป็นประธานาธิบดี ใส่ความสกปรกกันอย่างนี้ ผมบอกไม่ได้ ทุจริตฉ้อราษฏร์บังหลวง เหมือนกับไข้หวัดใหญ่ ปีหนึ่งไข้หวัดใหญ่ตายไป 12,000 สามปีตาย36,000 ไม่มีปัญหา แต่ว่าไข้หวัดนกสามปีตายไป 17 คน แต่ถ้าไข้หวัดนกมันจะเป็นจะตาย เศรษฐกิจเสียหายการค้าการขายไก่เสียหาย ไปทั่วโลก
มากล่าวหาว่า แทรกแซงองค์กรอิสระ ไอ้ที่ยึดอำนาจเขามา ตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาเอง จะลากคอเขาเข้าตาราง พรรคนี้จะต้องยุบ ก็ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง อย่างนี้ เมื่อเวลาที่บอกว่าจะแทรกแซง นายกฯ ทักษิณแทรกแซงถี่ เขาทะเลาะกับใคร ทะเลาะกับไอ้แก๊งข้างถนน ไอ้คนหนึ่งที่ถือปากกา แล้วก็เอาปากกาสั้นชี้ใส่คนหนึ่ง กับไอ้คนหัวล้านนั่นคนหนึ่ง สามคนเท่านั้นที่ทะเลาะกับนายกฯ ทักษิณ บอกแทรกแซงสื่อ แต่ว่าเลือกปฏิวัติมานั้นเอารองเท้าทับบูธเหยียบกล้องโทรทัศน์ 8 ช่องโงหัวไม่ขึ้น กลัวเกรงเขาหมด
มีรัฐธรรมนูญ แปลว่า สิทธิเสรีภาพอยู่กับปวงชนชาวไทยแล้ว แต่บรรดาสื่อสารมวลชนก็ยังตื่นเกรงกันอยู่
ผมก็สงสารสื่อมวลชนผู้ที่มาทำข่าว เขามาทำข่าวผมก็เที่ยวว่ากล่าวเขา ผมก็ชี้ๆ บอกคุณสมัคร จะขอลองหน่อยพวกผมมาทำหน้าที่แล้วก็รายงานเขาไป คนที่เขาจะตัดจะตอนข่าวนั้นมันอยู่ในสถานี อยู่ในโรงพิมพ์ อยู่ในวิทยุ ที่ต้องพูดอันนี้ผมจะลองถามท่านพรรคพวกที่มาฟังปราศัยเจอผู้สื่อข่าวถ่ายอะไรเข้าก็ล้อเล่น ผู้สื่อข่าว บอกคุณสมัครช่วยผมหน่อย ผมมาทำข่าวตรงไปตรงมาไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอะไรหรอกครับ
แต่ทว่าบอกไป โอ้ย! มาทำอย่างนั้นอย่างนี้ เอาไปแล้วไม่ออกข่าวก็บอกว่าสถานีเป็นคนจัดการ ผมเพียงขอร้องท่านไว้นะครับ พวกเขามีไมตรีดีครับ เข้าไปสถานีที่ยังกลัวพวกทับบูธกันอยู่
วันนี้ ผมจะเรียนพี่น้องที่เคารพว่า การเมืองนั้นมันเดินมาถึงจุดที่ผมต้องเรียกร้องท่านว่าท่านพี่น้อง ต้องพิจารณาแล้วครับว่า บ้านเมืองของเรานั้นมองเห็นกันชัดเจนว่า เล่นกันไม่ชอบมาพากล แล้วผมเองนั้น ก็เฉียดไปเฉียดมา เมื่อมีอะไรกระทบกระทั่งกับพรรคพลังประชาชน ผมก็ต้องร้องทุกข์ เมื่อร้องทุกข์แล้ว มีกรรมการพิจาณาเรื่องให้ ผมก็ขอบคุณ ผมยุติเท่านั้น ผมพอใจแล้วว่าไม่มายุบพรรคผม แล้วจะดำเนินการต่อไปก็ว่ากันไป ใครจะไปชี้แจงยังไงก็สุดแล้วแต่
แต่ผมก็ต้องเรียกร้องให้พี่น้องประชาชนเข้าใจไว้ว่า การเลือกตั้งที่จะมาถึงนั้น ถ้าท่านทั้งหลายไม่ช่วยกัน กรุณาแล้ว สิ่งที่เราเห็นว่า คนหยิบมือหนึ่งที่จัดการยึดอำนาจโดยไม่มีเหตุผลนั้น ถ้าหากว่าเขาทำได้สบายๆ พรรคการเมืองจะกอดแข้งกอดขากันไว้ แล้วยังตามรังแกตามรังควาญพรรคการเมืองเลือกตั้งกันโดยสุจริตนั้น
ผมว่าท่านพี่น้องทั้งหลายเท่านั้นครับ ที่จะเป็นคนวินิจฉัย ท่านเป็นคนตัดสินใจว่า ท่านจะเลือกพรรคการเมือง ไหนเป็นคนเข้ามาดูแลบ้านเมือง ผมอยากให้ท่านทบทวนย้อนหลังไปดูว่ามันเป็นความจริงหรือเป็นความเท็จ ที่คณะปฏิวัติยึดอำนาจบอกว่าถ้าวันที่ 19 กันยายนเขาไม่ยึดอำนาจ บ้านเมืองจะนองเลือด
ผมยืนยันว่า พวกปฏิวัติพูดความเท็จ พวกท่านทั้งหลายลองนึกดูวันที่ 19 กันยายนปีกลาย มีพวกระดมอยู่หยิบมือหนึ่งตรงหน้าพระบรมรูป ถ้าไม่ปฏิวัติรุ่งขึ้นมันก็ปลุกระดมกันต่อไป บ้านเมืองก็เป็นอย่างที่ว่า นายกฯ ปล่อยให้เขาด่าเขาว่ามีประชาธิปไตยเต็มตัวไม่ทักไม่ท้วงไม่แตะไม่ต้องไม่จับไม่กุม ก็หาว่าเป็นเผด็จการ ไปๆมาๆ ผมจะบอกพี่น้องที่เคารพว่า ทำไมเขาทำปฏิวัติทุกวันนี้พูดกันได้แล้วครับ ก็เขายืนยันว่า นายกฯ ทักษิณไม่จงรักภักดีเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินทุจริตคดโกง แทรกแซงองค์กรอิสระแทรกแซงสื่อจึงต้องปฏิวัติ
แล้วตอนนี้ประชาธิปไตยกลับคืนมารัฐธรรมนูญมีมาแล้ว สามารถจัดตั้งวงปราศรัยรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งแล้ว
เล่าย้อนเบื้องหลังให้ฟังได้ว่า คนที่ทำปฏิวัตินั้นไม่มีเหตุผล มันมีเหตุจากพรรคการเมืองเก่าแก่เห็นว่าเขา ทำงานสำเร็จ อดรนทนไม่ได้คิดว่า ทักษิณจะอยู่ตลอดไป อยู่ที่เหตุว่าทักษิณเองต้องมีข้อบกพร่อง เช่น นักวิชาการเขาวิพากษ์วิจารณ์นายกฯ นายกฯ คนอื่นเขาก็ปล่อยให้วิพากษ์วิจารณ์ พอไอ้เสื้อกั๊กวิจารณ์มาท่านนายกฯ ก็สวนกลับพอดี
เมื่อถึงเวลาที่ องค์กรเอ็นจีโอ ใช้งบประมาณรัฐบาลไป 4,600 ล้าน นายกฯ ทักษิณบอกให้เงินไปมัน ก็นั่งด่า รัฐบาล เพราะฉะนั้น จะเลือกให้เฉพาะเอ็นจีโอดีๆ พวกด่ารัฐบาลก็ไม่ให้ ก็เป็นสิทธิ์ของรัฐบาลเขา บรรดาสื่อมวลชน ทั้งหลายบอกว่าวันเกิดนายกฯ ต้องจัดงานเลี้ยงที่ไหนโรงแรมไหนต้องไป นายกฯ ทักษิณก็ไม่ไป
แต่ไปโรงพิมพ์ไหนรู้ไหมครับ ไปโรงพิมพ์ผู้จัดการ ผู้จัดการแต่ก่อนนี้นี่ 4 ปีแรกยกย่องนายกฯ ทักษิณ ยังกับเทวดา ไปๆ มาๆ พอ นายกฯ ทักษิณได้รับเลือกตั้งใหม่เที่ยวนี้ได้มาพรรคเดียว 377 คนปรากฏว่าขอนั่น ก็ไม่ให้ขอนู่นก็ไม่ให้ แล้วเริ่มต้นด่า มันหมายความว่ายังไง
ท่านพี่น้องครับ มันเกิดจากความอิจฉา เกิดจากการเห็นเขาทำดี ไม่ได้เห็นเขาทำได้ไม่ดี มันเกิดจาก นายทหารหยิบมือเดียวที่ไม่มีความคิด ได้รับการยุยงส่งเสริม แล้วก็ทำการปฏิวัติยึดอำนาจไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำไปนั้น มันทำลายเกียรติยศบ้านเมืองเสียหายขนาดไหน
และเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนปีกลายนี้ มีงานมหามงคล พระเจ้าอยู่หัวของเราครองราชย์ครบ 60 ปี มีพระมหากษัตริย์ 25 ประเทศเสด็จมาเยือนบ้านเมืองของเรา แต่ 2 เดือนผ่านไป ก็ทำปฏิวัติให้ต่างชาติ มองบ้านเมืองเราไม่ดี อย่างนี้ไม่ถูกต้อง

จาก http://www.hi-thaksin.org/home.php

ใครทำพัง



วันนี้ต้องขอเอ่ยนามถึง คุณบุญูชู โรจนเสถียร ที่ล่วงลับ เจ้าของฉายา ซาร์เศรษฐกิจ อันลือลั่น ด้วยความเคารพ จะขอยกเป็นหนังตัวอย่าง ความผิดพลาดในการบริหารงานทาง ด้านเศรษฐกิจของประเทศ
ที่ทำเอาชาติบ้านเมืองพังมาแล้ว
คุณบุญชูได้ให้สัมภาษณ์พิเศษหนังสือ แทบลอยด์ ไทยโพสต์ ไว้เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ปี 2543 เวลาล่วงเลยมาแล้ว 7 ปี หลังจากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจการเงินมา 3 ปี
เริ่มต้นที่ว่าฝุ่นเริ่มหายตลบ ทุกฝ่ายกลับมาทบทวนความเสียหายทางเศรษฐกิจประเทศ ต้นตอมาจากไหนกันแน่ คุณบุญชูสรุปไว้ได้น่าฟังว่า "ปัญหาที่เกิดขึ้นกระทบกับธุรกิจ ที่ไปกู้ยืมเขามา ยกตัวอย่างกรณี คุณประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ตอนกู้มาเหรียญละ 25 บาท จู่ๆเราปล่อยให้ค่าเงินตราลอยไปที่ 40-50 บาท เขาต้องขาดทุนมหาศาล...ผิดที่เขาหรือ"
"6-7 ปีที่แล้วไม่เคยได้ยินคำว่า เอ็นพีแอล จู่ๆไปเอามาตรฐาน บีไอเอส มาจาก ไอเอ็มเอฟ ซัดกันใหญ่ใครจะไปอยู่ได้ ต้องสำรอง ต้องตัดบัญชี เคยมีกำไรอยู่ก็ขาดทุน แล้วมาบังคับ ให้ชำระหนี้ตามกำหนด ต้องหาเงินส่งออกนอกประเทศอย่างเดียว แม้กระทั่งทุนในตลาด หลักทรัพย์...ใครทำผิด"
"เขามาอ้างบิ๊กจิ๋วทุกเรื่อง อยากจะถามว่าวันที่จิ๋วเขาส่งมอบมีเงินคงคลังเท่าไหร่ เดี๋ยวนี้เหลือ เท่าไหร่ เท่าที่จำได้วันที่รับมอบมีอยู่ 3 แสนกว่าล้าน วันนี้เหลือ 5 หมื่น-6 หมื่นล้าน (ปี 2543) ดีขึ้นหรือเลวลง"
จิ๋วทำหรือใครทำ
"รัฐบาลที่เข้ามาแก้ปัญหาตอนนั้น เป็นรัฐบาลร่วม 6 พรรค...เรื่องสถาบันการเงิน ตอนที่จิ๋ว ส่งมอบยังไม่ได้ปิด แค่หยุดกิจการเพื่อสะสางหนี้ แต่รัฐบาลใหม่เข้ามาปิด 56 สถาบันการเงิน เหลือแค่ 2 แห่ง"
"ประกาศนโยบายแยกหนี้ดีหนี้เสียออกทันที แต่กลับเอาไปดองไว้อย่างนั้น ยังไม่พอ เอาไป ทำเป็นก้อนโตๆ คละกันแล้วขายในราคาถูกอีกต่างหาก"
"ฝรั่งมาซื้อไปหมด คนไทยไม่ได้มีโอกาสแก้ตัวเลยแม้แต่น้อย เสร็จแล้วมีคนไทยที่ไปเข้าหุ้น กับฝรั่งย้อนมาซื้อ ทำกำไร คนได้ประโยชน์ ก็เงียบ ผมเคยเช็กตอนที่เป็นกรรมาธิการผู้แทนฯ ให้ชี้แจงวันรับกองทุนฟื้นฟูมีฐานะอย่างไร มีหนี้เท่าไหร่ เพิ่มขึ้นอย่างไร เหลือทรัพย์สิน เท่าไหร่...เงียบ"
"ไม่ได้มีการปฏิบัติตามนโยบายที่เขียนไว้เลย แม้แต่เรื่องสำคัญที่จะทำอย่างไรให้สถาบันการเงิน กลับมาเริ่มทำหน้าที่ธุรกิจที่กำลังเป็นไข้ ควรให้ธนาคารพาณิชย์รับช่วงอุ้มต่อไป ไม่ควรทิ้ง อย่างที่ทิ้งอยู่เดี๋ยวนี้"
"ที่เอาไปขายก็บังคับขายให้ฝรั่ง ทั้งที่ก่อนหน้านี้พยายามสู้ ให้ลดอิทธิพลฝรั่ง แต่นี่มันย้อนกลับ แล้วมาพูดว่าแบงก์ไม่ร่วมมือ ใครจะร่วมมือ ก็ฆ่าเขานี่"
เฮ้อ คงจะนึกภาพออกว่า ใครเป็นตัวจริงทำเศรษฐกิจพังกันแน่ เท่านั้นยังไม่พอ ถึงคราว เศรษฐกิจหัวคะมำ กระโจนหนี ปัดความ รับผิดชอบเอาดื้อๆ พอเศรษฐกิจทำท่าจะฟื้นก็กระโจน เข้าใส่ เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น เป็นงานถนัด ถ้ายังไม่ถึงบางอ้อ ก็ไปหาแทบลอยด์ ไทยโพสต์ ที่ผมระบุข้างต้นอ่านดู
แล้วจะเห็นความเนียนของนักการเมืองพรรคนี้.
"หมัดเหล็ก"--จบ--

/////////////////////////////////////////////////


คอลัมน์:คาบลูกคาบดอก


จาก http://www.hi-thaksin.org/home.php

'ในหลวง' ทรงแนะกองทัพวิธีซื้ออาวุธ รถถังล้าสมัย-ใช้งบเยอะ ให้รัฐบาลหน้าเป็นผู้ซื้อ

'ในหลวง' ทรงแนะวิธีซื้ออาวุธ ให้รัฐบาลใหม่เป็นผู้ตัดสินใจเรื่องยุทโธปกรณ์ ส่วนกองทัพบกซื้อรถถังล้าสมัย หากต่อเรือเองก็ให้ต่อเรือขนาดพอเพียงกับการใช้งาน ย้ำกองทัพต้องมีอาวุธติดบ้าง

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะบุคคลต่างๆ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2550 ณ ศาลาดุสิตาลัย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ใจความตอนหนึ่งว่า

'เราสร้างเรือ เราสร้างเรือให้พอเพียง เรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง นั่นน่ะมันไม่พอเพียง มันเล็กเกินไป ยังเล็กเกินไป ก็อาจจะควรใหญ่กว่าหน่อย แต่ถ้าใหญ่เกินไป ไม่พอเพียง ถ้าเล็กเกินไปก็ไม่พอเพียง เรือที่เขาจะทำ เรือดำน้ำ เรือดำน้ำดำลงไป ไปปักเลนเลย เดี๋ยวเขาโกรธเอา ว่าเรือแรงๆ ไป ดำน้ำ ไม่พอ ใครมาเครื่องบิน เห็นแจ๋วเลย ต้องไปจมเลนถึงจะไม่เห็น แล่นๆ ไปปักเลน ถ้าอยากไปที่ๆ ลึก ก็ไปอยู่นอกเส้น ก็รู้สึกว้าเหว่ ไกลกัน ไอ้เรือดูแลใกล้ฝั่งนี่ดีกว่า แต่ลำที่เราสร้างก็ใช้ได้ดีแล้ว แต่ที่ควรจะสร้างต่อไปให้ใหญ่กว่านี้ ใหญ่กว่านี้หน่อย แต่ตอนนี้คงไม่มีเงินแล้ว ต้องใหญ่กว่าหน่อย เพราะว่าถ้าไม่ใหญ่พอ จะไม่สามารถที่จะปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง

นี่พูดกลายเป็นราชการลับ ถ้าพูดราชการลับว่า เรือที่ควรจะซื้อคือเรือของรัสเซีย เรือที่เขาสร้างใหม่ ใหญ่กว่าที่เราสร้างไม่มาก นั่นจะมีประสิทธิภาพสูงสุด ถ้าซื้อของรัสเซียราคาไม่ถึงครึ่งของเยอรมัน ของอเมริกัน อเมริกันก็โกรธแน่เราไปซื้อของรัสเซีย ลองไปดู ลองไปดูเรือของรัสเซีย แต่เขาอาจจะไม่ขายให้ก็ได้ ลงท้ายทำไมทำมาเขาอาจจะขายในราคาแพง แต่ความจริงก็ควรจะขายเรา ขายเรา ไปขอเขาดู มันของรัสเซียดีจริงๆ แต่รู้ไม่ได้เดี๋ยวเขาขายให้เราลำโปเกโปเกก็ได้ เนี่ยพูดความลับราชการ แต่เมืองไทยความลับราชการก็เผยเรื่อย เผยความลับราชการ ก็ไม่รู้ละ ทองแดง ถ้าเผยความลับราชการก็อาจจะดีก็ได้ เพราะว่าความลับราชการก็ไม่ได้เรื่องอยู่ดี ยังไงก็จะทำอะไรก็มาเผยกันหมดก็ได้

ทุกกองทัพ กองทัพเรือ ก็เรือดำน้ำ กองทัพอากาศ ก็มีเรืออะไร สมัยใหม่ แต่เดี๋ยวนี้เกิดจะมาซื้อลำนิดเดียวแต่ราคาแพงเหมือนเราลำใหญ่ แต่ตอนนั้นจะซื้อลำใหญ่ราคานิดเดียวเหมือนลำเล็ก แต่ว่า แต่ก่อนจะซื้อเครื่องบินลำใหญ่ในราคาลำเล็กก็ชอบกลอยู่นะ ก็รัสเซียเหมือนกัน ทำไปทำมาจะซื้อเรือรัสเซีย เรือบินรัสเซีย เราไม่เห็นด้วย แต่จะซื้อเรือน้ำรัสเซียก็น่าใช้ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ก็ชวนกันซื้อเครื่องบิน อย่าซื้อเรื่องบินรัสเซีย ซื้อเรือรัสเซีย ไม่อย่างนั้นจะชนกัน เรือของรัสเซีย เรือน้ำของรัสเซีย เข้าใจว่าดี เรือบินของรัสเซีย เข้าใจว่าใช้ไม่ได้ เพราะไปดู นานๆ ทีได้พบกันก็ต้องปรารภกันว่าอะไรควรจะทำ ไม่ควรจะทำ เรือบิน ก็ตกลงกันแล้วแต่ถึงเวลาได้เรือบินมาน่าจะล้าสมัยแล้ว 2 ปีกว่าจะได้ 2 ปีคงล้าสมัยแล้ว เรือบินไม่ใช่รัสเซีย เรือบินของสวีเดน ก็ดูดีเพราะว่าลำมันไม่ใหญ่ กองทัพบกก็จะไปซื้อรถล้าสมัย ล้าสมัยเหมือนกัน

คนไทยนี่ชอบซื้ออะไรล้าสมัย แต่เอามาเล่นก็ดีเหมือนกัน รถถังล้าสมัย แต่เมืองไทยนี่ใช้รถถังทันสมัยมันใช้ไม่ได้ มันจมเลน จมเลนแล้วก็ ถ้าจมเลนปั๊บมันก็หมดสมัย มันลำบากที่จะซื้อ เดี๋ยวนี้จะซื้อ รัฐบาลก็หมดสมัยแล้ว อีกหน่อยก็หมดสมัย อีกไม่กี่เดือนก็หมดสมัย เอาไว้ให้รัฐบาลใหม่เขาซื้อ รถถัง รถอะไร แต่อย่างนี้แนะนำการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่ประชุมนี้ ที่ประชุมนี้ก็ใหญ่กว่าสมัครสภาฯ นะ มีคนมากกว่า มีคนตั้ง 20,000 คน เขาฟังข้างนอกเขาก็งง เดี๋ยวว่าพูดเรื่องอะไร ยังไงก็ตาม ที่พูดอย่างนี้นะให้เห็นว่าเราต้องคิดดีๆ ว่าจะซื้อ จะซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จะซื้อยังไง รู้สึกว่าท่านก็คงงงหมดแล้วว่าไม่ได้พูดถึงพลเรือน ว่าจะซื้ออะไร มีแต่จะซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ แต่ว่าอาวุธยุทโธปกรณ์ก็ต้องซื้อ ต้องมี เพราะว่าเดี๋ยวนี้น้ำท่วมก็ใช้กองทัพ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ไปช่วยชาวบ้าน ฟากพวกพลเรือนไม่มีอาวุธที่จะไปช่วยพวกที่เดือดร้อน พวกที่ต้องการใช้ เรียกว่าอาวุธสำหรับช่วยประชาชน ยังไงพลเรือนก็ต้องมีอาวุธละกัน

แต่ก่อนนี้พูดถึงตำรวจ เป็นกองทัพ แต่เดี๋ยวนี้เขาไม่เป็นแล้ว แต่ว่าต้องใช้อาวุธสำหรับช่วยชาวบ้าน คงต้องเลิกพูด เพราะว่าถ้าพูดมากเดี๋ยวท่านก็งอนว่า จะมาใช้เงินเยอะแยะ ไหนๆ เรารวยแล้ว เดี๋ยวนี้เรารวย เงินบาทมีราคาสูง สูงเกินไปก็ใช้ซิ เงินบาทสูงเกินไปก็ใช้ ใช้ในที่ที่ควร ไม่ทราบ เราเดี๋ยวนี้ไม่รู้เรื่อง อาจจะเป็นที่หมอเขาว่า สมองเราฝ่อ แต่เรารู้สึกสมองเราไม่ฝ่อ แต่เขาว่าว่าเราฝ่อ ฟังว่ารัฐบาลหรือเมืองไทย ประชาชน มีเงินเยอะ มีเงินเกิน ก็ใช้สิ เขาหาว่าเราเศรษฐกิจพอเพียง คำว่า พอเพียง ถ้ามีเงินก็ต้องใช้ ไม่ใช่ขี้เหนียว ถ้ามีเงินไม่ต้องขี้เหนียวซื้อไปเถอะอะไรก็ตาม เครื่องบิน เรือ รถถัง ซื้อ ถ้ามีเงินเยอะ ก็ถือว่าสนับสนุนให้จ่าย เดี๋ยวนี้เขา ในหนังสือพิมพ์เห็นรึเปล่า ว่าเขาสนับสนุนให้จ่าย ถ้ามีก็จ่าย แต่ถ้าไม่มีก็ระงับหน่อย'




จาก http://www.hi-thaksin.org/index2.php

Saturday, December 1, 2007

จาตุรนต์เชื่อสนธิแทงกั๊ก ไม่ประกาศชัดเก้าอี้รมต.

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวปราศรัยที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เมื่อคืนที่ผ่านมา (30 พ.ย.) ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควรพิจารณาผลการตรวจสอบเอกสารลับของ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ให้ชัดเจนและเข้มข้น มากกว่ามติของคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเอกสารลับแผนปฏิบัติการข่าวสาร ของ คมช.

ที่มี นายสุพล ยุติธาดา เป็นประธาน เนื่องจากความผิดที่เกิดขึ้นนั้นมีความชัดเจนอยู่แล้วตาม มาตรา 74 ของรัฐธรรมนูญ อีกทั้ง ขัดต่อกฎหมายเลือกตั้ง จึงขอเรียกร้องให้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี หยุดทำหน้าที่ในฐานะ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานตามวาระแห่งชาติว่าด้วยการรณรงค์ป้องกัน การซื้อสิทธิ์ ิ์ขายเสียง (ครส.) ก่อนที่ กกต.จะมีคำสั่งออกมาอย่างเป็นทางการ รวมทั้งรัฐบาลควรสั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ควรยุติการทำงานต่างๆไว้ก่อนเช่นกัน

อดีต รักษาการ หัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวตั้งข้อสังเกตว่า กรณี พล.อ.สนธิ ยังไม่ประกาศอย่างชัดเจนว่า จะไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรีในสมัยหน้าอาจเป็นเพราะว่า พล.อ.สนธิต้องการใช้ตำแหน่ง ประธาน ครส.เข้าไปสนับสนุน พรรคการเมืองบางพรรคเพื่อให้เป็นรัฐบาล จากนั้นเตรียมผลักดันตัวเองให้เข้าไปเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลที่ตนสนับสนุน


จาก http://www.hi-thaksin.org/index2.php