ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุบลราชธานี ว่า เมื่อเวลา 06.30 น. นายจาตุรนต์ ฉายแสง และนายอดิศร เพียงเกษ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ออกเดินรณรงค์ บริเวณตลาดใหญ่ เขตเทศบาลนครอุบลราชธานี โดยแจกจ่ายสติกเกอร์สีแดง มีข้อความว่า “หัวใจ (คือ) ประชาชนคืนมา” เพื่อให้นำไปติดที่รถยนต์ โดยนายจาตุรนต์ กล่าวว่า ข้อความในสติกเกอร์ได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจากทุกภาค ที่มีความเห็นว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เอารัฐบาลของเขาไป และทำลายพรรคการเมือง การแจกสติกเกอร์ครั้งนี้เพื่อสื่อสารกับประชาชนโดยตรง คนที่อ่านข้อความจะเข้าใจได้ทันที
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Sunday, December 9, 2007
'ทักษิณ' เขียนจดหมายถึงแฟนคลับ
วานนี้ (8 ธ.ค.) ที่โรงเรียนสอนคนตาบอด ถนนราชวิถี สมาชิกชมรมคิดถึงทักษิณจำนวนกว่า 40 คน นำโดยนายอมรินทร์ ผจญยุทธ รักษาการประธานชมรมคิดถึงทักษิณ ร่วมกันจัดกิจกรรมเลี้ยงอาหาร เล่านิทานและมอบของขวัญให้เด็กตาบอด พร้อมกันนี้มีการนำสำเนาจดหมายที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เขียนถึงชมรมฯมาแจกจ่ายให้สมาชิกด้วย โดยนายอมรินทร์เปิดเผยว่า ทางกลุ่มได้รวมตัวกันทำกิจกรรมเพื่อสังคม ประสานลดความขัดแย้งของคนในชาติ ตามกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งเป็นความหวังของ พ.ต.ท.ทักษิณที่เห็นว่าประเทศชาติควรจะรวมกันเป็นหนึ่งได้แล้ว เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ที่ผ่านมา สมาชิกคนหนึ่งของชมรมมีโอกาสได้พบกับ พ.ต.ท.ทักษิณที่ฮ่องกง พ.ต.ท. ทักษิณจึงเขียนจดหมายด้วยลายมือตัวเองฝากมาถึงพวกเรา เป็นการขอบคุณและยืนยันในความบริสุทธิ์ของ พ.ต.ท. ทักษิณและครอบครัว พร้อมเชิญชวนคนไทยน้อมนำกระแสพระราชดำรัสเรื่องการปรองดองมาปฏิบัติให้เป็นจริง
สำหรับจดหมายฉบับดังกล่าวมีเนื้อหาสำคัญคือ เชิญชวนทุกคนน้อมนำพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. มาปฏิบัติให้เป็นจริง โดยเฉพาะเรื่องการปรองดองเพื่อให้ประเทศไม่ล่มจม ก้าวหน้าต่อไปได้ เพราะปีเศษที่ผ่านมาประเทศบอบช้ำมาก ระบบต่างๆที่สร้างมาชั่วชีวิตถูกทำลายเพราะเราทะเลาะกัน มุ่งเอาชนะคะคานกันเอง สำหรับตนแม้จะโดนเล่นงาน ถูกใส่ร้ายป้ายสี ถูกคนที่เคยสนับสนุนทั้งชีวิตการเมือง การงานและส่วนตัวใส่ร้ายกล่าวเท็จมากมาย แต่ก็พร้อมจะอโหสิกรรมให้ เพื่อเป็นการน้อมรับกระแสพระราชดำรัส หลังการเลือกตั้งวันที่ 23 ธ.ค. เมื่อประชาชนตัดสินแล้วอย่างไรทุกคนต้องเคารพ ไม่ต้องกังวลว่าตนจะมาแก้แค้นใคร ตั้งใจไว้ว่าถ้ากลับมาจะลืมเรื่องเก่าๆที่ถูกทำร้ายและใส่ร้าย หวังว่าผู้หวังร้ายและคิดร้ายกับตนคงจะเห็นแก่ชาติบ้านเมือง ลืมอดีต มองไปข้างหน้า น้อมรับกระแสพระราชดำรัสนำสู่ความปรองดองดีกว่า และอย่าลืมไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เขาจะได้รู้ว่าเรารอคอยประชาธิปไตยกลับคืนมาด้วยใจจะขาดแล้ว
“น้าหมัก”ห่วงคนใช้สิทธิ์ล่วงหน้าผิดปกติ
นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวว่าหลังจากที่ได้หาเสียงมาแล้วครึ่งทาง ทำให้รู้ว่าคงไม่สามารถเดินทางพบปะกับประชาชนได้อย่างทั่วถึง จึงได้มีการจัดขบวนคาราวานปราศรัยเพื่อให้เข้าถึงประชาชนมากที่สุด และเมื่อรถคาราวานผ่านไปจังหวัดไหนเขตนั้นก็จะเอาป้ายออกมาสมทบเป็นวิธีการที่จะนำเบอร์ 12 มาผสมผสานกับเบอร์ท้องถิ่นเพื่อป้องการสับสนของ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย
ขณะเดียวนายสมัคร ยังกล่าวอีกว่า การลงคะแนนขอใช้สิทธิ์ล่วงหน้าในสัปดาห์หน้า มีจำนวนประชาชนมาใช้สิทธิ์มากผิดปกติจึงรู้สึกเป็นห่วง โดยเฉพาะในเขตบางกะปิมีประชาชนมาใช้สิทธิ์มากถึง 200,000 คน ซึ่งหากคิดโดยเฉลี่ยแล้วจะมีประชาชนมาแจ้งความจำนงวันละไม่น้อยกว่า 10,000 คน จึงไม่น่าเป็นไปได้ และเมื่อสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ก็ไม่มีใครสามารถชี้แจงได้ จึงอยากให้ทางกกต.เร่งตรวจสอบเรื่องดังกล่าว
ส่วนในกรณีที่มีการแจกวีซีดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น นายสมัคร กล่าวว่า ไม่หนักใจ เนื่องจากได้อ่านรายละเอียดจากการถอดเทปของหนังสือพิมพ์มติชนเกี่ยวกับเนื้อหาในวีซีดีดังกล่าว เป็นเนื้อหาเก่าซึ่งไม่น่าจะนำมาเป็นเหตุในการยุบพรรค แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องจ้องจะยุบพรรคพลังประชาชน ขณะที่พรรคอื่นก็มีข่าวการกระทำผิดกันอย่างใหญ่โต อาทิพรรคมัชฌิมาธิปไตย ที่มีนายประชัยเป็นหัวหน้าพรรคทำไมถึงไม่ตั้งคำถามการยุบพรรคบ้าง
“อย่างไรก็ตามยิ่งใกล้วันเลือกตั้งยิ่งต้องระมัดระวังตัว เพราะจะทำอะไรก็ผิดไปหมด ส่วนในการลงพื้นที่ภาคอีสานนั้น หลังจากได้สัมผัสกับประชาชนจึงรู้ว่ามีกระแสการตอบรับพรรคพลังประชาชนดีมาก ทั้งนี้ในวันที่ 12 ธันวาคม นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ประธานทีมเศรษฐกิจ จะขึ้นปราศรัยที่เวทีวงเวียนใหญ่ด้วย” นายสมัคร กล่าว
พปช.ปล่อยขบวนรถคาราวานปราศรัยทั่วประเทศ
หัวหน้าพลังประชาชน ปล่อยขบวนรถคาราวานปราศรัยกู้วิกฤติเศรษฐกิจเคลื่อนที่ 12 สาย มีผู้สมัครส.ส.เป็นแม่ทัพร่วมเดินทาง เน้นหาเสียงจุดสำคัญทั่วประเทศ
เมื่อเวลา 09.00 น.ที่พรรคพลังประชาชน นายสมัครสุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชนได้เป็นประธานเปิดคาราวานปราศรัยเคลื่อนที่ 12 สายทั่วประเทศ เพื่อกู้วิกฤติเศรษฐกิจชาติ โดยมีนายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชนเป็นผู้กล่าวรายงาน ร่วมด้วยผู้สมัครส.ส.สัดส่วน ผู้สมัครส.ส.เขตกทม.ทุกเขต และแกนนำพรรคพลังประชาชน ซึ่งรถทั้ง 12 คันขณะที่ปล่อยออกจากพรรคได้มีเหล่าบรรดาผู้สมัครขึ้นปราศรัยประจำรถทุกคัน โดยคันแรกที่ออกมีน.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคและ นายยงยุทธ ขึ้นประจำ
นอกจากนี้รถทั้ง 12 คันดังกล่าวจะกระจายไปทั่วทุกภาคเพื่อซึ่งจะแบ่งสายดังนี้
1.ภาคใต้ 2 สาย แบ่งเป็น
สายที่ 1 สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส นำโดยนายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์
สายที่ 2 ระนอง ชุมพร สุราษฎ์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา กระบี่ ภูเก็ต พัทลุง ตรัง นำโดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
2.ภาคกลาง 3 สาย แบ่งเป็น
สายที่ 1 ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี อยุธยา ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปทุมธานี นำโดยร.ต.ท.เชาวรินทร์ ลัทธศักดิ์ศิริ
สายที่ 2 สมุทรปราการ ตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ปราจีนบุรี นำโดยนายไพบุลย์ ประภาพิทยาพงษ์
สายที่ 3 นครปฐม สุพรรณบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ประจวบฯ นำโดยพล.ต.ศรชัย มนตริวัต
3.กรุงเทพมหานคร 1 สาย
กรุงเทพมหานครฯ นนทบุรี นำโดยร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง
4. ภาคเหนือ 3 สายแบ่งเป็น
สายที่ 1 แม่ฮ่องสอน ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี นำโดยนายสุนัย จุลพงศธร
สายที่ 2 น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นำโดยนายสันติ พร้อมพัฒน์
สายที่ 3 เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำพูน ลำปาง สุโขทัย นำโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์
5. ภาคอีสาน 5 สายแบ่งเป็น
สายที่ 1 ชัยภูมิ ขอนแก่น เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย นำโดยนายพงศกร อรรณนพพร
สายที่ 2 โคราช บุรีรัมย์ สุรินท์ ศรีสระเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ นำโดยนายนภดล ปัทมะ
สายที่ 3 มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร สกลนคร นครพนม นำโดยนายประเกียรติ นาสิมมา
และการเดินสายปราศรัยในครั้งนี้รถปราศรัยทั้ง 12 คันจะเริ่มเปิดเสียงปราศรัยของแกนนำโดยนำรถไปจอดตามจุดสำคัญต่างๆโดยเน้นที่ตลาดซึ่งจะเริ่มเดินทางตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 21 ธันวาคมนี้.
พีทีวี นิวส์
09 ธันวาคม 2550 เวลา 11:36 น.
‘สมัคร’ประกาศสานต่อนโยบายเดิมทรท.
วันนี้(8 ธ.ค.)ที่อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงช่วยนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ และนายสุชาย ศรีสุรพล ผู้สมัคร ส.ส.ในเขต 4 โดยตลอดเวลา 1 ชั่วโมง นายสมัครได้เน้นย้ำจะสานต่อนโยบายประชานิยมของพรรคไทยรักไทย ทั้งโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน และหวยบนดิน เป็นต้น พร้อมระบุว่า พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขอร้องให้ตนเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน เพื่อดึงอดีต ส.ส.ที่ย้ายออกจากกลุ่มกลับเข้ามาร่วมงาน ซึ่งนับเป็นการยืนยันอีกครั้งว่า พันตำรวจโททักษิณมีความเกี่ยวข้องกับกิจการพรรคพลังประชาชน
นายสมัคร กล่าวภายหลังการปราศรัยกรณีพันตำรวจโททักษิณเสนอให้ตั้งรัฐบาลสมานฉันท์ 2 ปี เพื่อยุติความขัดแย้งว่า เป็นความเห็นส่วนตัวของพันตำรวจโททักษิณ ซึ่งยังไม่มีการหารือกับตน แต่จากการตีความหมายเห็นว่าเป็นข้อเสนอกรณีที่ไม่สามารถตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งได้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น จึงจะถึงเวลาที่จะพูดถึงรัฐบาลสมานฉันท์ ส่วนวีซีดีพันตำรวจโททักษิณพูดหาเสียงช่วยพรรคพลังประชาชนนั้น เป็นของเดิมที่ กกต.เคยอนุญาตมาแล้ว แต่ภายหลังกลับมีการเพิ่มเงื่อนไขเพื่อเอาผิด จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมายุบพรรคพลังประชาชน
พีทีวี นิวส์
08 ธันวาคม 2550 เวลา 18:18 น.
Saturday, December 8, 2007
‘จาตุรนต์’ลุยอีสานเรียกร้องเอาหัวใจประชาชนคืนมา
วันนี้(8 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดอุบลราชธานีว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง พร้อมด้วยนายอดิสร เพียงเกษ กลุ่มบ้านเลขที่ 111 ซึ่งเป็นอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ได้ออกเดินรณรงค์และแจกจ่ายแผ่นสติกเกอร์สีแดง ที่พิมพ์ว่า เอาหัวใจ (คือ) ประชาชนคืนมา ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนที่เดินจ่ายซื้อสินค้าในบริเวณตลาดใหญ่ เขตเทศบาลนครอุบลราชธานี ซึ่งประชาชนบางราย ได้เดินไปขอรับแผ่นสติกเกอร์ เพื่อนำไปติดในรถยนต์ของตนเอง
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า เอกสารแผ่นสติกเกอร์ดังกล่าว เป็นจากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจากทุกภาค ที่มีความเห็นว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เอารัฐบาลของประชชน(ทรท.)ไป และทำลายพรรคการเมือง และเอกสารดังกล่าว เป็นเพียงต้องการสื่อสารกับประชาชนโดยตรงให้มากขึ้น ซึ่งประชาชนที่อ่านข้อความก็มีความเข้าใจได้ทันที
ทั้งนี้ ตนต้องการให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีที่รักษาการประธาน คมช. ได้มีคำสั่งยกเลิกคำสั่งในเอกสารลับทั้ง 2 ฉบับ ว่าเป็นจริงหรือไม่ พร้อมทั้งไม่แน่ใจในบทบาทของพลเอกสนธิ บุณยรัตกลิน อดีตประธาน คมช. ซึ่งเป็นผู้ลงนามรับรองเอกสารลับ พร้อมระบุว่า พลเอกสนธิฯ ขาดความชอบธรรมควรไปทำหน้าที่ความมั่นคงด้านเดี่ยว และต้องแสดงความเป็นกลางอย่างแท้จริง ส่วนการทำงานของ ครส.นั้น ต้องยุติบทบาท ตราบใดที่ กกต. ยังไม่มีระเบียบหลักเกณฑ์มารองรับการทำงาน
นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า การเลือกตั้ง ประชาชนยังมีความสับสนในการจดจำหมายเลขประจำตัวผู้สมัครรวมทั้งพรรคการเมือง โดยพรรคการเมืองใหญ่ จะมีความได้เปรียบ นอกจากนั้น ประชาชนได้ตัดสินเลือกผู้สมัครและพรรคการเมืองไปบ้างแล้ว แต่การรณรงค์หาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย ก็ยังจะมีผลต่อการตัดสินใจด้วย รวมทั้ง ต้องการให้การเลือกตั้งครั้งนี้ มีความเป็นธรรมและองค์กรเจ้าหน้าที่ของรัฐมีความเป็นกลาง ซึ่งจะทำให้ทุกฝ่ายมีความสามัคคีและปรองดองภายหลังการเลือกตั้ง และได้เรียกร้องให้ยอมรับการตัดสินใจของประชาชน เพราะประชาชนในต่างจังหวัดมีความเป็นห่วง จากการที่บางองค์กร จะไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง หากพรรคหนึ่งพรรคใดชนะการเลือกตั้ง จะออกมาต่อต้านหรือเกิดความวุ่นวายอีก ซึ่งหากใครเป็นเสียงข้างน้อยก็ควรจะยอมรับ จะต้องรอการเลือกตั้งครั้งต่อไป.
พีทีวี นิวส์
08 ธันวาคม 2550 เวลา 14:25 น.
สมัครช่วยลูกพรรคหาเสียง ไม่ทิ้งลายชิมไปบ่นไป
ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (8 ธ.ค.) ว่า นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน นำผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จ.กาฬสินธุ์ ด้วยการพบปะพ่อค้าแม่ค้า และประชาชน ที่ตลาดเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ และตลาดทุ่งนาทอง โดยประชาชนให้การตอบรับเป็นอย่างดี ขณะที่หัวหน้าพรรคพลังประชาชนยังไม่ทิ้งสไตล์ ชิมไปบ่นไป ในระหว่างการหาเสียง ซึ่งสร้างความครึกครื้นให้กับประชาชน พร้อมวอนขอให้เลือกส.ส.พรรคยกทีม
หยุดทำลายชาติ
มาถึงจุดที่ประเทศชาติจะต้อง รู้รักสามัคคี เพื่อรับมือกับสถานการณ์วิกฤติในอนาคต ก่อนชาติพัง ซึ่งคนไทยทั้งชาติจะต้องสร้างจิตสำนึกร่วมกัน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ถึงเวลาที่จะต้องช่วยกันสร้างชาติ
โดยเฉพาะ คนบางกลุ่ม บางภาค บางสถาบัน หยุดคิดเอง เออเอง หยุดคิดว่าตัวเองเป็นอัศวินขี่ม้าขาว สำคัญที่สุดก็ที่ สถาบันยุติธรรม ที่พึ่งสุดท้ายของสังคม อย่าทำให้ประชาชนผิดหวัง เพราะอำนาจยุติธรรม เป็นอำนาจที่สร้างยาก ยุติธรรมลำเอียง ตาชั่งเอียงเมื่อไหร่ มีความอคติต่อระบบยุติธรรมเมื่อไหร่
บ้านเมืองจะถึงคราวกลียุค
เวลานี้ มีการพาดพิงวิพากษ์วิจารณ์ถึง การวางตัวของผู้ใหญ่ในบ้านเมือง หนาหูขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผมเกิดความวิตกขึ้นมาว่า บ้านเมืองจะไร้ขื่อแป ไร้เสาหลัก ที่จะปกครองบ้านเมือง
แนวคิดอุดมการณ์สูงส่งเพียงใด แต่ถ้าวันหนึ่งมีตำหนิเรื่องของคุณธรรม ไม่ยึดหลักนิติธรรมและไร้ความชอบธรรม แนวคิดอุดมการณ์นั้นก็แค่ การรำพึงรำพัน ของคนที่หมดคุณค่า
ความจริงแล้วหลักการปกครองไม่มีอะไรยากเย็น ขอให้เข้าใจและเข้าถึงประชาชน ให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข เท่านั้นก็พอ ผมอยากจะขอยกตัวอย่างจากหนังสือ ยิ้ม ผู้ว่าราชการจังหวัด ของคุณอนันต์ แจ้งกลีบ ลูกหม้อคนสำคัญของกระทรวงมหาดไทยมาเป็นอุทาหรณ์
ไหนๆก็ไหนๆ ต้องขอชมไว้ตรงนี้ว่า คุณอนันต์ เป็นคนเขียนหนังสือได้สนุกและมีสาระ เรื่องเครียดเฉียดคุกเฉียดตะราง คุณอนันต์ ยังเขียนให้ฮาได้
ขอยกข้อความเกี่ยวกับเรื่อง หลักรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ คือ หลักรัฐศาสตร์ต้องตีความกฎหมายตามหลักนิติศาสตร์ ไม่มีข้อยกเว้นว่าจะอ้างหลักรัฐศาสตร์เพื่อการพ้นผิดได้
แต่คนต่างหากที่ยึดหลักรัฐศาสตร์ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นนายอำเภอ จะอนุญาตอนุมัติอะไรก็ต้องมีกฎหมายให้อำนาจไว้ชัดเจน คนที่ยึดหลักรัฐศาสตร์ก็มีทั้งมนุษย์รัฐศาสตร์และมนุษย์นิติศาสตร์ คนที่ยึดหลักนิติศาสตร์ก็มีทั้งมนุษย์นิติศาสตร์และมนุษย์รัฐศาสตร์ เช่นกัน
หลักการปกครองที่ดีคือผู้ปกครองกับผู้อยู่ภายใต้การปกครอง (น่าจะรวมผู้มีเสียงข้างมากในสภากับผู้มีเสียงข้างน้อยในสภาด้วย) ต้องหันหน้าเข้าหากัน เพื่อปรึกษาหารือกันด้วยเหตุด้วยผล ด้วยความเห็นใจซึ่งกันและกัน สร้างความสงบสุขและความเจริญมาสู่ประเทศชาติและประชาชน หลักปฏิบัติในการหันหน้าเข้าหากันจำง่ายๆคือ
“นอนสูงให้นอนคว่ำ นอนต่ำให้นอนหงาย”
เท่านี้ก็หันหน้าเข้าหากันแล้ว ถ้านอนคว่ำต่อนอนคว่ำ นอนหงายต่อนอนหงาย อาจมีการลอบแทงข้างหลังกันได้ สำหรับหลักปฏิบัติของผู้ปกครอง ใครมาเป็นนายกรัฐมนตรีต้องถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด
“คนอยู่ข้างบนต้องทำให้คนอยู่ข้างล่างมีความสุข” ทำได้ เพียงแค่นี้ก็ถือว่าเป็นนายกฯ เป็นนักปกครองที่ดีแล้ว (ป.ล. อย่าไปคิดลึกหรือตีความอะไรไปมากกว่านี้เด็ดขาด).
“หมัดเหล็ก”
พปช.ปัดไม่รู้เรื่องซีดี 'ทักษิณ'
ผู้สื่อข่าวรายงานวานนี้ (7 ธ.ค.) ว่า ภายหลังจากกรณีที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชัน (คปต.) นำซีดีบันทึกคำกล่าวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เชิญชวนให้ประชาชนเลือกพรรคพลังประชาชนมาแสดงต่อสื่อมวลชนพร้อมระบุว่ามีการแจกจ่ายในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อเวลา 18.00 น.วันเดียวกัน นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ได้ลงมาที่ห้องสื่อมวลชนประจำพรรคพลังประชาชน โดยขอให้ผู้สื่อข่าวเปิดคลิปวีดิโอภาพ พ.ต.ท.ทักษิณ และการรายงานข่าวคำต่อจากในเว็บไซต์ โดย นพ.สุรพงษ์ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากที่ ได้ดูภาพแล้วตนไม่เคยเห็นคลิปดังกล่าวมาก่อน แต่เท่าที่ดูเนื้อหาน่าจะมีการถ่ายทำหลังจากที่ตั้งพรรคพลังประชาชนในช่วงแรกๆ เป็นช่วงก่อนที่จะมีกฤษฎีกาการเลือกตั้งจะประกาศใช้ เนื่องจากตนสังเกตจากเนื้อหาที่ พ.ต.ท.ทักษิณพูดถึงชื่อพรรคแต่ไม่ได้พูดถึงวันเลือกตั้งดังนั้นน่าจะเป็นคลิปเก่า แต่ตนไม่สามารถระบุได้ว่าบุคคลใดนำไปเผยแพร่
ด้าน พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศจะเดินทางกลับประเทศไทยหากสถานการณ์บ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติ ว่า พ.ต.ท.ทักษิณกลับประเทศไทยได้อยู่แล้วไม่มีปัญหา อยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาสู้ตามกระบวนการยุติธรรม เมื่อถามว่า คมช.วิเคราะห์อย่างไรที่พรรคพลังประชาชนนำวีซีดีของ พ.ต.ท.ทักษิณออกมาเปิดเผยในช่วงนี้ พ.อ.สรรเสริญตอบว่าถือเป็นวิธีการอย่างหนึ่งที่พรรคการเมืองบางพรรคต้องการหาเสียง คมช.ไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวอะไรทั้งสิ้น รู้สึกเฉยๆ นี่คือวิธีการหาเสียงของแต่ละพรรคการเมือง
“พรรคการเมืองพยายามหากลยุทธ์ออกมาหาเสียงทุกรูปแบบ บางคนเน้นนโยบายในการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ บางพรรคการเมืองก็ใช้นโยบายในการมุ่งโจมตี คนนั้นคนนี้ตลอดเวลา คมช.เองก็รู้สึกเฉยๆต่อการกระทำดังกล่าว เพราะไม่เป็นผลดีกับตัวเอง ต่อไปประชาชนจะรู้สึกเบื่อหน่าย ไม่มีผลกระทบกับ คมช. เพราะเหลือเวลาที่จะทำงานอีกไม่กี่เดือนแล้วก็จะจบภารกิจ ขณะนี้มีกฎหมายเลือกตั้งออกมาหมดแล้ว ต่อไปคงเป็นหน้าที่ของคนไทยทั้งประเทศที่จะตกลงใจในการกำหนดทิศทางประเทศว่าจะเดินหน้าไปทางไหน” พ.อ.สรรเสริญกล่าว
จาก http://www.thairath.co.th/
'สดศรี' ขู่ฟ้องหมิ่นเว็บ 'ไฮ-ทักษิณ'
“ที่ผ่านมา กกต.ไม่ได้ขัดแย้งกัน แต่ที่ออกมาพูดคนเดียวเวลานี้กลับถูกตอบโต้ กกต.ไม่ได้รับกำลังใจเลย เราเหนื่อยเหลือเกิน เหมือนลูกแกะอยู่กลางแม่น้ำ มีหมาป่าสองตัวอยู่ทั้งสองฝั่งแม่น้ำคอยขย้ำ ในหลวงอยากให้ทุกคนรักและสามัคคี และไม่แน่ใจว่า คมช.กับ พลังประชาชนจะจับมือกันได้หรือไม่ ทำให้ส่วนตัวเห็นว่าหลังการเลือกตั้งจะน่ากลัว ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะเป็นไปตามหมอดูทำนายหรือไม่ แต่ส่วนตัวไม่เชื่อ เพราะทุกอย่างจะดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับการกระทำของคน” นางสดศรีกล่าว







