WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, December 10, 2007

Hi-Thaksin ถึง สดศรี สัตยธรรม


เป็นเกียรติอย่างยิ่งแก่ เวปไซต์ Hi-Thaksin ที่ได้รับการเอ่ยอ้างถึงจากปากของกรรมการการเลือกตั้งที่ชื่อ สดศรี สัตยธรรม ซึ่งเป็นกรรมการการเลือกตั้ง ที่คนครึ่งค่อนประเทศ ตั้งข้อสังเกตถึงความเป็นกลางของเธอ ว่า เป็นกลางแบบไหน กลางใจเผด็จการ หรือ กลางใจประชาชน

หากพูดกันอย่างไม่เกรงใจ ต้องบอกว่าไม่ใช่เพียงข้อสังเกตว่าไม่เป็นกลาง แต่ต้องบอกว่าประชาชนครึ่งค่อนประเทศ กำลังคลางแคลงใจ ว่าเธอคนนี้รับงานใครมาหรือไม่ และเหตุใด จึงทำตัวเป็น “แกะดำ” เพียงหนึ่งเดียว และเป็นกรรมการการเลือกตั้งที่มักจะแปลกแยกออกจากกรรมการอีก 4 ท่านที่เป็นเสียงข้างมากในหลายๆ เรื่อง ตั้งแต่ การห้ามพรรคการเมืองรณรงค์หาเสียงแบบยิบย่อย จนถูกพรรคการเมือง นักการเมือง ประท้วง ร้องเรียน กันวุ่นวาย ต่อมาก็ห้ามสื่อมวลชนนำเสนอข่าว ห้ามจัดรายการโทรทัศน์ วิทยุเกี่ยวข้องกับการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของนักการเมืองและพรรคการเมือง แม้กระทั่งห้ามสัมภาษณ์ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทำให้สื่อมวลชนต้องยื่นหนังสือประท้วงกรรมการเลือกตั้งทั้งคณะ อย่างพร้อมเพรียงกัน


เมื่อมีการประท้วงทั้งจากพรรคการเมือง นักการเมืองและสื่อมวลชน คณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็ต้องจัดการประชุมทำความเข้าใจ และปรับทัศนะต่อกัน ปรับความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน จากผิดให้กลายเป็นถูก เพื่อที่ทุกฝ่ายจะได้ช่วยกัน ร่วมมือกันทำงานจัดการเลือกตั้งให้เรียบร้อยตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย


ทั้งๆ ที่เธอเป็นผู้ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดอย่างมากมายจนวุ่นวายไปทั่วทุกวงการ และทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง แต่เมื่อพรรคการเมือง นักการเมือง สื่อมวลชน มาร่วมประชุมตามคำเชิญถึงสำนักงานกกต. เธอคนนี้กลับลาป่วย ไม่เข้าร่วมประชุม ไม่ชี้แจง ไม่ตอบคำถาม ไม่ร่วมพิจารณาหาทางออก วิธีแก่ไขปัญหา ที่ตัวเองเป็นผู้สร้างขึ้น


เรียกว่าหลบหน้าหนีหายไปดื้อๆ ปล่อยให้กรรมการการเลือกตั้งอีก 4 คน ต้องรับหน้าเสื่อ ตอบคำถาม แก้ปัญหาที่ตัวเองไม่ได้เป็นผู้ก่อขึ้น


เมื่อวันที่ข่าวเอกสารลับปรากฎทางเวปไซต์ Hi-Thaksin และต่อมาพรรคพลังประชาชนก็นำสำเนาเอกสารลับไปให้กรรมการเลือกตั้ง ตรวจสอบ เธอคนนี้ก็โพล่งสวนขึ้นมาทันทีทันควัน โดยที่ไม่ยังไม่ทันได้อ่านสักคำเดียวว่า ต้องส่งไปให้ศาลพิสูจน์ก่อนว่าเป็นเอกสารจริงหรือเอกสารเท็จ กกต. ไม่มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร


เรียกว่าแสดงพฤติกรรม ออกอาการไม่ให้ความร่วมมือกับพรรคพลังประชาชน พร้อมกับแอ่นอกหญิงแกร่งเพื่อปกป้องชายชาติทหารคมช. ราวกับแม่ไก้ป้องลูกไว้ใต้ปีกประมาณนั้น


เมื่อคณะกรรมการตรวจสอบเอกสารลับที่มีนายสุพล ยุติธาดา มีมติว่าคมช.ไม่เป็นกลาง เธอก็ขัดขวางและคัดค้านผลการตรวจสอบของคณะกรรมการ อย่างเห็นได้ชัด ด้วยการแสดงความเห็นว่าไม่เข้าใจเหตุใดคณะกรรมการฯ จึงมีมติว่าคมช.ไม่เป็นกลาง ทั้งๆ ที่ยังไม่สรุปว่าเอกสารเท็จหรือจริง ถึงแม้ว่าคมช.จะยอมรับแล้วว่าเคยทำเอกสารฉบับนี้จริง แต่ก็ออกตัวว่ามีถ้อยคำบางคำไม่เหมือน


เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับผลสอบและมติจากคณะกรรมการตรวจสอบ และนัดประชุมเพื่อพิจารณามติของคณะกรรมการตรวจสอบเอกสารลับ เธอคนนี้ก็แถลงข่าวทันทีว่าได้รับหนังสือจากคมช. ลงนามโดยพล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการคมช. ว่าคมช.ไม่ยอมรับมติของคณะกรรมการที่กรรมการการเลือกตั้งแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ และไม่เพียงแต่ไม่ยอมรับ หากแต่ยังอ้างสิทธิและอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ว่าคมช.อยู่เหนือกฎหมายเลือกตั้ง และกฎหมายทั้งปวง แม้จะทำผิดจริงก็ไม่ต้องรับโทษ ดังนั้นกรรมการการเลือกตั้งจะชี้ผิดและลงโทษคมช. ตามมติที่คณะกรรมการตรวจสอบนำเสนอไม่ได้


พฤติการณ์ของสดศรี สัตยธรรม ประหนึ่งว่าเป็นกลาง แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นใจแก่คมช. ทุกกรณี และพยายามจะช่วยให้คมช.พ้นผิด กรณีเอกสารลับ ทุกวิถีทาง ทั้งๆ ที่ผู้ออกมติและสรุปว่าคมช.ไม่เป็นกลาง และมีความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง ก็คือ คณะกรรมการที่กรรมการการเลือกตั้ง แต่งตั้งขึ้นมาเอง


อาการเยี่ยงนี้ พฤติกรรมอย่างนี้ เรียกอย่างอื่นไม่ได้ นอกจาก เขียนด้วยมือ แล้วลบด้วยเท้า


น่าสงสารก็แต่ นายสุพล ยุติธาดา ที่ถูกกรรมการการเลือกตั้ง หลอกใช้ และตกเป็นเหยื่อของคมช. ถูกกล่าวหาให้ร้ายว่า ไม่ให้ความเป็นธรรมแก่คมช. และ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย


ด้วยการทำงานในฐานะกกต. ที่รู้เห็นเป็นใจกับคมช. ซึ่งต้องการทำลายและสกัดกั้นพรรคพลังประชาชนทุกวิถีทาง จึงเป็นที่น่าสงสัยว่า สดศรี สัตยธรรม จะมีหัวใจที่เป็นกลาง และเป็นธรรม ให้แก่พรรคพลังประชาชน ได้อย่างไร


เมื่อคณะกรรมการเลือกตั้ง มีมติว่าจะเรียกผู้บังคับบัญชาระดับสูงของคมช. มาชี้แจงพร้อมทั้งนำเอกสารลับฉบับจริงมาแสดงต่อกรรมการเลือกตั้ง เพื่อประกอบการพิจารณา สดศรี สัตยธรรม ก็นั่งกางขากีดขวางด้วยการยกอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 309 มาปกป้องคมช. ว่าไม่ต้องรับโทษจากการกระทำความผิด ตามแนวทางที่คมช.เคยนำมาอ้างอิง ราวกับว่ามาจากหน่วยงานเดียวกัน อีกทั้งยังยกคมช. เป็นองค์กรพิเศษ ที่มีอำนาจเฉพาะ มีสถานะพิเศษเหนือกฎหมาย โดยที่กรรมการการเลือกตั้ง ไม่อาจจะไปพิจารณาวินิจฉัยการกระทำของคมช. ได้


สดศรี สัตยธรรม ทำหมดทุกวิถีทางแล้วที่จะปกป้องคมช. ไม่ให้ถูกวินิจฉัยว่ากระทำความผิด ไม่เป็นกลาง และต้องรับโทษตามกฎหมายเลือกตั้ง ที่เธอเองเป็นผู้รักษากฎหมาย และปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ในฐานะกรรมการการเลือกตั้ง ด้วยการอ้างกฎหมาย และข้อยกเว้นต่างๆ สารพัด มาปัดเป่าความผิดให้แก่คมช.


พฤติการณ์ของสดศรี สัตยธรรม ต่อกรณีเอกสารลับ ในขณะนี้ น่าจะมีผู้นำไปร้องเรียนต่อป.ป.ช. ว่า เป็นพนักงานของรัฐ ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และร้องต่อศาล เพื่อให้หาทางลงโทษเธอคนนี้ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างการใช้ตำแหน่งหน้าที่และอำนาจกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อปกป้องคนกระทำความผิด โดยเร่งด่วน ก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้ง เพราะยังไม่รู้ว่าเธอคนนี้จะมีแผนการอะไรมาเข้าด้วยช่วยเหลือให้คมช.บรรลุเป้าหมายในการสกัดกั้นพรรคพลังประชาชน อีก


ต้องไม่ลืมว่าในฐานะ กรรมการการเลือกตั้ง สดศรี สัตยธรรม คือ เครื่องมือที่สำคัญที่สุดของคมช. ในการแปรเปลี่ยนและบิดเบือนชัยชนะของพรรคพลังประชาชนให้เป็นพ่ายแพ้ได้ในพริบตา แม้ต่การยุบพรรค ก็ทำได้ง่ายราวกับพลิกฝ่ามือ เพราะเธอถืออำนาจกรรมการการเลือกตั้ง อยู่ในมือ


อาการของสดศรี สัตยธรรม ในขณะนี้ ทำให้เข้าใจได้ว่า เธอคนนี้ได้กลายเป็นร่างทรงให้แก่คมช. แล้ว และภารกิจการสกัดกั้นพรรคพลังประชาชน ได้ถูกส่งทอดมายังกรรมการการเลือกตั้งที่ชื่อ สดศรี สัตยธรรม แล้ว


ดังจะเห็นได้จากการให้สัมภาษณ์ว่า พร้อมจะรับการร้องเรียนของผู้สมัครพรรคเพื่อแผ่นดิน เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อนำไปสู่การยื่นคำร้องยุบพรรคพลังประชาชน ในกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง คืนสิทธิให้แก่ผู้สมัครพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่มีชื่อเป็นสมาชิกสองพรรค ทำให้เข้าใจได้ว่าพรรคพลังประชาชน ปลอมใบสมัครสมาชิกพรรคขึ้นมาเพื่อประโยชน์ทางการเมือง


สดศรี สัตยธรรม แข็งขันและมีชีวิตชีวา สติปัญญาบรรเจิดมาก เมื่อตอบคำถามเรื่องนี้ ราวกับว่าคิดไว้หมดทุกขั้นตอนแล้วว่าจะยุบพรรคพลังประชาชนได้ด้วยวิธีการใด แต่ละเว้น หลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เซ็นชื่อรับรองคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้งจังหวัดนนทบุรี ว่าถูกต้องตามกฎหมายกำหนดไว้ทุกประการ เป็นผู้มีคุณสมบัติสมัครรับเลือกตั้งได้ แต่ปรากฎว่ากรรมการการเลือกตั้ง ตรวจสอบพบว่าผู้สมัครคนดังกล่าว ขาดคุณสมบัติ และตัดสิทธิออกจากการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งทันที ซึ่งเท่ากับว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แจ้งเท็จต่อกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งกรรมการการเลือกตั้ง ต้องดำเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์ ในข้อหาแจ้งเท็จ ซึ่งมีผลถึงขั้นยุบพรรค และตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ทุกคน เนื่องจากส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องได้รับความเห็นชอบจากกรรมการบริหารพรรค และเป็นมติพรรค โดยมีหัวหน้าพรรคเป็นผู้เซ็นชื่อรับรองคุณสมบัติว่าถูกต้องตามกฎหมาย


สดศรี สัตยธรรม ออกอาการหงุดหงิดและรำคาญใจกับ เวปไซต์ Hi-Thaksin อย่างออกนอกหน้า และอย่างมาก เมื่อได้รู้ข่าวว่า มีวิดีโอคลิป เชียร์สมัคร สุนทรเวช ด้วยคำว่า เลือกสมัคร ได้ทักษิณ และกล่าวหาว่าเวปไซต์ Hi-Thaksin ทำความแตกแยกให้แก่บ้านเมือง เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ สมควรจะถูกปิด โดยจะทำเรื่องไปถึงหน่วยงานที่มีหน้าที่ ให้ปิดเวปไซต์ Hi-thaksin


ดูท่าว่า สดศรี สัตยธรรม จะไม่รู้มาก่อนว่า อะไรก็ตาม ที่มีการปิด ประชาชน จะชอบเปิดดู แม้แต่ต้องแอบดู ก็จะดู แม้แต่ต้องเสียเงินดู ก็อยากดู เพราะฉะนั้นเพียงแค่ สดศรี สัตยธรรม บอกว่าจะปิด เวปไซต์ Hi-Thaksin จึงทำให้ผมและทีมงานเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะมีประชาชนเข้ามาชมคลิปวิดีโอดังกล่าว อย่างถล่มทลาย เพิ่มจำนวนการเรียกชมขึ้นมาเกือบ 4 หมื่นครั้งภายในเวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมง หลังจากที่เธอให้สัมภาษณ์จบลง


สดศรี สัตยธรรม ต้องรู้ก่อนว่า เวปไซต์ Hi-Thaksin ยืนตรงข้ามกับคมช. และต่อสู้กับอำนาจเผด็จการ มาตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเปิดให้ประชาชนเข้าชม และรับรู้ข้อมูลข่าวสารอีกด้านหนึ่งของสังคมการเมืองไทย เราเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับการใช้อำนาจของเผด็จการมาตั้งแต่วันแรก และ เมื่อครั้งที่นายสิทธิชัย โภไคยอุดม เป็นรัฐมนตรีไอซีที ก็ดูเหมือนว่าจะมีภารกิจหลักที่สำคัญประการหนึ่ง คือ การปิดเวปไซต์ Hi-Thaksin และใช้มาหมดแล้วทั้งวิธีการตามกฎหมาย และวิธีการนอกกฎหมาย จ้างแฮกเกอร์มาก่อกวน ทำลายฐานข้อมูลของเรา แต่ก็ไม่เคยทำได้สำเร็จ แม้จะทำให้มีปัญหาอุปสรรคในการเข้าชมบ้าง สร้างความรำคาญให้แก่ประชาชนบ้าง แต่ประชาชนก็พร้อมที่จะอดทนรอ และช่วยกันคิดหาหน ทางแก้ไขสถานการณ์การเข้าชมเวปไซต์ Hi-Thaksin เรื่อยมา


สมศรี สัตยธรรม ต้องรู้ก่อนว่า ไม่ใช่มีเพียงเธอคนเดียวที่อยากปิดเวปไซต์ Hi-Thaksin ทุกคนในรัฐบาล ทุกคนในคตส. ทุกคนในคมช. และทุกคนที่รับใช้อำนาจเผด็จการ เป็นลิ่วล้อบริวารคมช. ล้วนแต่อยากจะปิดเวปไซต์นี้ด้วยกันทั้งนั้น แม้แต่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ก็เคยสั่งให้หาทางปิดเวปไซต์ Hi-Thaksin มาแล้ว แต่เราก็ยังยืนหยัดอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ และมั่นใจว่าจะยืนอยู่ได้ยาวนานกว่าอำนาจเผด็จการที่คุ้มหัวเธอ ด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ เรื่องเท่ห์แต่อย่างใด กับการประกาศว่าจะปิดเวปไซต์ Hi-Thaksin ตรงกันข้ามกลับเป็นเรื่องที่น่าอับอายขายขี้หน้าไปถึงกรรมการการเลือกตั้งทั้งหมดทั้งมวล ว่ามี “แกะดำ” สดศรี สัตยธรรม ที่มีความคิดเป็นเผด็จการ ปิดหูปิดตา ปิดปาก ประชาชน ร่วมฝูงอยู่ด้วย


อาการของสดศรี สัตยธรรม ที่กระเหี้ยนกระหือรือจะยุบพรรคพลังประชาชน และปิดเวปไซต์ Hi-Thaksin เป็นอาการที่แปลกประหลาด และแปร่งๆ จากกรรมการการเลือกตั้งท่านอื่นๆ อย่างมาก ในฐานะที่เธอเป็นกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องดำรงไว้ซึ่งความเป็นกลางในการเลือกตั้ง และต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน ก่อนที่จะพูดอะไรออกมา ทำให้ผู้หนึ่งผู้ใดได้เปรียบเสียเปรียบ และทำให้ถูกจับได้ไล่ทันว่า มีเจตนาอย่างไรต่อการพูดในแต่ละครั้ง รับแผนใครมา รับใช้ใครอยู่


กรณีเอกสารลับ ดูเหมือนว่าสดศรี สัตยธรรม จะเป็นกรรมการการเลือกตั้งที่ออกแรงดิ้นให้แก่คมช.มากที่สุด ในขณะที่กรรมการการเลือกตั้งท่านอื่น ก็พอดูออกว่าลำบากใจที่จะต้องตอบคำถามสังคม หากวินิจฉัยไปในแนวทางที่สวนกระแสความรู้ของประชาชน และสวนทางกับข้อเท็จจริงที่ปรากฎแก่สายตาและการรับรู้ของประชาชนไปแล้ว จึงยังอึดอัดติดขัดพูดอะไรได้ไม่ชัด มีแต่สดศรี คนเดียวที่พูดชัดว่าเลือกข้างคมช. และ ต้องทำให้คมช.รอดพ้นจากการการเป็นคนผิดให้ได้


กรณีการเสนอปิดเวปไซต์ Hi-thaksin ดูเหมือนว่าสดศรี จะเดือดร้อนผิดปกติ เมื่อได้ยินว่า เลือกสมัคร ได้ทักษิณ เข้าใจว่าคงพูดไปตามแรงยุของนักข่าว โดยที่ยังไม่ได้ดูรายละเอียดว่า ไม่ใช่มีเพียงเลือกสมัคร ได้ทักษิณ ยังมีเลือก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ สนธิ ลิ้มทองกุล เลือก บรรหาร ศิลปอาชา ได้ ป.สี่เสา เลือก เพื่อแผ่นดิน ได้คมช. เลือก รวมใจไทยฯ ได้เผด็จการ เลือกประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ได้ สมศักดิ์ เทพสุทิน


ทุกคนที่ผมนำชื่อขึ้นมาอ้าง ก็มีทั้งคนรักและคนเกลียดเท่าๆ กัน


เลือก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ สนธิ ลิ้มทองกุล ไม่ดีหรือ ในเมื่อสนธิ มีม็อบพันธมิตรหลายแสนคน น่าจะเป็นประโยชน์แก่ประชาธิปัตย์ ด้วยซ้ำไป


เลือก บรรหาร ศิลปอาชา ได้ ป.สี่เสา หรือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ไม่ดีหรือ ในเมื่อพล.อ.เปรม เป็นประธานองคมนตรี เป็นคนดีที่บรรหาร เคารพมา 30 กว่าปี เคารพยิ่งกว่าพ่อตัวเองเสียอีก


เลือก เพื่อแผ่นดิน ได้คมช. ไม่ดีหรือ ในเมื่อ คมช. จะเข้ามาสืบทอดอำนาจ ไม่ให้ ทักษิณ กลับมาเมืองไทยได้อีก


เลือก รวมใจไทย ได้เผด็จการ ไม่ดีหรือ ในเมื่อ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ก็เคยรับตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีให้กับพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มาแล้ว


เลือก ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ได้สมศักดิ์ เทพสุทิน ไม่ดีหรือ ในเมื่อ สมศักดิ์ ก็รัก ประชัย ปานจะกลืนกิน จะได้ช่วยกันทวงคืนทีพีไอ ช่วยกันให้หลุดพ้นจากคดีปั่นหุ้นทีพีไอโพลีน


แล้วเลือก สมัคร สุนทรเวช ได้ ทักษิณ ชินวัตร ผิดตรงไหน ในเมื่อ คุณสมัคร ก็รัก ทักษิณ มาตั้งนานแล้ว และเห็นว่านโยบายของทักษิณ เป็นแนวทางที่ถูกต้อง ต้องทำต่อไป ซึ่งเห็นตรงกับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ


หรือจะให้บอกว่า เลือกสมัคร สุนทรเวช ได้ คมช. อย่างนั้นหรือ สดศรี สัตยธรรม จึงจะพึงพอใจ


สดศรี สัตยธรรม ต้องรู้ด้วยว่า เวปไซต์ Hi-Thaksin เป็นเวปไซต์ที่ผมกับน้องๆ ทีมงานทำกันขึ้นมาเพื่อให้กำลังใจนายกฯทักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่พรรคไทยรักไทยจะถูกยุบ ก่อนที่จะรู้จักพรรคพลังประชาชน และก่อนที่ สมัคร สุนทรเวช จะตัดสินใจเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน หลายเดือน


เวปไซต์นี้ เป็นเวปไซต์ส่วนตัวของผมและพวกพ้อง ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับนายกฯทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้รับน้ำเลี้ยง ไม่มีรายได้ใดๆ มีแต่รายจ่ายที่ควักออกจากกระเป๋าของตัวเอง วันไหนทุนร่อยหรอ ก็ขอไปทำงานเก็บเงิน แล้วกลับมาทำต่อ ทั้งคนเขียน คนอ่าน คนทำเวป เข้าใจกันดี ไม่มีใครต่อว่าใคร ใครอยากอ่านก็เข้ามา ใครไม่อยากอ่านก็ไม่ต้องเข้า ใครอยากเขียนอะไรก็เขียน แต่ใครเขียนแล้วผิดเพี้ยนไปจากที่เราอยากอ่าน เราก็ไม่นำมาให้อ่าน ก็เท่านั้น


เราเป็นเวปไซต์ ที่ไม่ดัดจริต บอกว่าเป็นกลาง แต่เดินเอียงข้าง


เราเป็นเวปไซต์ ที่เลือกข้างแล้ว แต่เลือกยืนข้างประชาธิปไตย ไม่ใช่ข้างเผด็จการ


เราเป็นเวปไซต์ ที่ตัดสินใจต่อสู้กับเผด็จการมาแต่แรก เพราะฉะนั้นไม่ต้องมาข่มขู่ใช้อำนาจเผด็จการกับเรา


เราเป็นเวปไซต์ ที่ผู้มีอำนาจไม่พอใจ แต่ประชาชนส่วนใหญ่พึงใจที่จะเป็นเพื่อนร่วมทางของเรา


เราเป็นเวปไซต์ ที่พร้อมเสมอกับการถูกกลั่นแกล้งรังแก และไม่เคยตอบโต้ ขอความเห็นใจจากเผด็จการ แต่พร้อมสู้ทุกเวลา จนกว่าเผด็จการจะดับสูญไปจากแผ่นดินนี้


เมื่อได้อ่าน ได้รู้รายละเอียดเช่นนี้แล้ว หากยังคิดปิดเวปไซต์ Hi-Thaksin และเป็นศัตรูกับประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย ก็ขอเชิญลงมือ หากคิดว่าอำนาจเผด็จการจะคุ้มหัวตัวเองและครอบครัว ได้ตลอดชีวิต ก็อย่าได้เกรงใจ


เราไม่เก่ง เราไม่กล้า เราไม่ท้าทาย แต่เราไม่กลัว


เพราะเราคือ Hi-Thaksin


จาก http://www.hi-thaksin.org/home.php

ปล่อยมุกโค้งสุดท้าย!


ไม่แน่ใจว่าผิดคิวหรืออย่างไร ที่แน่ๆมันไม่ใช่ปกติวิสัยของคนพรรคนี้ กับการที่อยู่ๆ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ คณะผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์

แบไต๋หมดไส้หมดพุง


แสดงอาการไม่เข้าใจที่ผลสำรวจความเห็นประชาชนของโพลพรรคล่าสุด พบว่าคะแนนนิยมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ดีมาก


กลับมาเท่าก่อนที่จะถูกปฏิวัติ


โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯที่หันกลับมาเทคะแนนให้ เข้าใจว่าอาจเป็นเพราะประชาชนมองว่านักการเมืองเลวเหมือนกันหมด


จึงเลือกคนที่ทำอะไรให้เขาบ้าง


คนกันเองออกมาปูดข้อมูลแบบนี้ คนพรรคเดียวกันไม่ใจฝ่อให้รู้ไป


แต่ก็อีกนั่นแหละ ในขณะที่มวยแถวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ออกมาเปิดโพยโพลพรรค “ทักษิณ” คะแนนนำลิ่ว ในทางกลับกันหันไปที่คู่แข่งค่ายพลังประชาชน


ก็แว่วๆมีการปล่อยตัวเลขโพลภายในเขย่าขวัญกันในทีม กทม.


เขตรอบในแพ้ประชาธิปัตย์หลุดลุ่ย


ด้วยเหตุผลที่อ้างว่า คนชั้นกลางในเมืองกรุงไม่อยากให้ “ทักษิณ” กลับมาทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย ยอมเลือก “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ทั้งที่ไม่เก่ง ยังไม่เห็นฝีมือบริหาร


เล่นเอาลูกทีม “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นั่งไม่ติดไปตามๆกัน


ต่างฝ่ายต่างเปิดโพลภายใน อ้างตัวเลขไหลไปเข้าทางฝ่ายตรงข้าม เลยไม่รู้ว่า ใครจริง ใครลวง


กำลังเล่นเกม “เบิ้ล” อะไรกัน


และมันก็แปลก แทนที่จะแสดงความมั่นอกมั่นใจ นายอภิสิทธิ์กลับรีบออกอาการเป็นห่วง คนส่วนใหญ่บอกหนุนพรรคประชาธิปัตย์ อยากให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล


แต่เอาเข้าจริงๆกลับบอกว่า ไม่แน่ใจจะได้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือไม่


โอดครวญออกตัวเป็นทำนอง เสียงดี แต่กลัวถึงเวลาไม่มีคะแนน


มองโลกในแง่ร้ายไว้ก่อนเลย


ในอารมณ์เดียวกับนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ชิงตั้งข้อสังเกตดักทาง กรณีการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 15-16 ธันวาคม เป็นเรื่องน่าเป็นห่วงที่มีผู้แจ้งความจำนงขอใช้สิทธิล่วงหน้ากว่า 2 ล้านคน มากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 10 เท่า


จี้ กกต.ตรวจสอบให้ชัดเจน เกรงว่าอาจจะมีการเพิ่ม-ถอนรายชื่ออย่างไม่ถูกต้อง


ออกลูกเสียว คิวมั่วยัดบัตร


ประเมินจากกระบวนท่า ต่างฝ่ายต่างออกลีลา แย่งกันเป็นมวยรอง


เรียกร้องคะแนนเห็นใจ


แต่ที่ต้องยกแต้มให้ เป็นอะไรที่เข้าเป้าอีกแล้วครับท่าน กับมุก “รัฐบาลแห่งชาติ” ที่จงใจส่งข้ามฟ้าด้วยความปรารถนาดีมาจากฮ่องกง


“ทักษิณ” ปล่อยมุกโค้งสุดท้าย


อย่างที่เห็น ไล่ตั้งแต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช


บอกปัดมั่ง รับมุกมั่ง


ช่วยปั่นกระแส ลากประเด็นกันอึกทึกครึกโครม


แล้วไหนจะเรื่องวีซีดีบันทึกภาพและเสียงของอดีตนายกฯทักษิณช่วยหาเสียงให้พรรคพลังประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน แจกกันแบบท้าทาย


คู่แข่งโวยวาย พวกหมั่นไส้ช่วยตะโกนฟ้อง กกต.ให้รีบเฉ่ง


ดูจากอาการตั้งแท่นเชือดของนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. เตรียมนำเข้าหารือในที่ประชุม 5 เสือ กกต.ภายในสัปดาห์นี้


แต่ก็อีกนั่นแหละ คงต้องใช้เวลาอีกนาน ในเมื่อมันต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าใครเป็นคนแจก ช็อตต่อไปจะโยงไปเกี่ยวกับพรรคพลังประชาชนได้หรือไม่


สุดท้ายมันก็ยังเบี่ยงตัวได้ ทำออกมาก่อนจะมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง


สุดท้ายไม่แน่ใจจะออกมุกไหน ลากไปทุบถึงขั้นยุบพรรคอย่างที่ขู่ฮึ่มๆกันได้หรือไม่


ที่แน่ๆคือ ทุกฝ่ายช่วยกันขยายผลกันอึกทึกครึกโครม พรรคพลังประชาชนยึดพื้นที่ข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์แบบเหมาเลย


ชื่อของ “ทักษิณ” กลับมากระตุ้นเรตติ้งโดยอัตโนมัติ.



ทีมข่าวการเมือง รายงาน


จาก http://www.thairath.co.th/

รัฐบาลแห่งชาติอีกที

เนื่องในโอกาสตรงกับ วันรัฐธรรมนูญ ก็เลยอยากจะให้รัฐธรรมนูญบ้านเราแข็งแกร่งซะที ไม่ใช่เอะอะก็จะฉีกรัฐธรรมนูญกันท่าเดียว แนวความคิดของ รัฐบาลแห่งชาติ เป็นทางออกที่จะแก้ไขวิกฤติชาติ ที่ผมเคยเกริ่นไปหลายครั้ง อันเนื่องมาจาก การเลือกตั้งที่จะถึงนี้ เกรงกันว่าจะนำไปสู่วิกฤติของประเทศอีกครั้ง

นำไปสู่ความหายนะที่ประเมินค่าไม่ได้

ต้องย้ำกันอีกครั้งว่า รัฐบาลแห่งชาติเป็นการหาทางออกล่วงหน้าก่อนที่จะเกิดวิกฤติเท่านั้น

วันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตผู้นำ ประกาศจุดยืนชัดเจนแล้วว่า จะไม่ขอกลับ เป็นนายกฯ จะมุ่งทำงานทางด้านสังคมและการศึกษาและเรียกร้องให้พรรคการเมือง ทุกพรรค ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ สร้างความสมานฉันท์

บริหารประเทศชั่วคราว ให้กติกากลับเข้าที่เข้าทางวางรากฐานประชาธิปไตยของประเทศ ให้มั่นคง จะได้กลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์แบบและแก้ไข ปัญหาความขัดแย้งทั้งปวง

สร้างภูมิคุ้มกันการแทรกแซงจากอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ

ข้างหนึ่ง คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้กล้าที่จะประกาศจุดยืน ชัดเจนมาแล้ว อีกข้างหนึ่งจะว่าอย่างไร ผมเชื่อว่า จะต้องมีการตะแบงกันต่อไปแน่นอน เพราะจุดประสงค์อย่างเดียว คืออยากเป็นรัฐบาล อยากเป็นนายกฯ อยากจะคุมอำนาจการปกครองไว้ในมือ

อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ แม้จะชักแม่น้ำทั้งห้า อ้างชาติ อ้างสถาบัน มาบังหน้าก็ตามทีเถอะ แต่ลึกๆก็คือ สงครามแย่งชิงอำนาจการปกครอง ดีๆนี่เอง

ผมว่าใครที่มีความคิดเช่นนี้อยู่ น่าจะเป็นคนหลงยุค คิดอยู่ แต่ในกะลาครอบ ถ่วงความเจริญของประเทศให้ล้าหลัง ปูทางไปสู่ วงจรอุบาทว์

อย่าลืมว่า คนไทยมีหัวใจเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น จะมากดขี่ครอบงำ เหมือนในอดีต ฟ้าหลังฝน หลังการยึดอำนาจ คนไทยหูตาสว่างขึ้นเยอะ

รู้ว่าอะไรแท้อะไรเทียม

พฤติกรรมว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองค่อยๆโผล่ให้เห็นทีละนิด โดยเฉพาะการแอบอ้างสถาบัน การเข้าแทรกแซงองค์กรของรัฐ การทุจริตคอรัปชัน การใช้อำนาจทางกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม

แม้แต่เรื่องของจริยธรรมและศีลธรรม

มีการตั้งข้อสังเกตของพวกที่ชอบอ้างว่าตัวเองเป็นวีรบุรุษ และเอาข้ออ้างความเป็นวีรบุรุษ ไปหาผลประโยชน์ ใช้ทรัพย์สินของข้าราชการสิ้นเปลือง ใช้อาชีพข้าราชการ มีเงินเก็บเป็นร้อยล้าน

ถ้าเป็นผมถูกปอกเปลือกถึงขนาดนี้ ผมคงไม่กล้าจะอยู่สู้หน้าในสังคมอีกต่อไปก็เลยมาถึงคำถาม สุดท้ายที่อยากจะฝากไปถึง พรรคประชาธิปัตย์ ชาติไทย และพรรคการเมือง ที่ประกาศเลือกขั้ว ทั้งต่อหน้าและลับหลังประชาคม รวมถึง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน คมช. และผู้อยู่เบื้องหลัง

จะอยู่อย่างผู้แก้ปัญหาหรือผู้ก่อปัญหา.

“หมัดเหล็ก”

คอลัมน์ คาบลูกคาบดอก จาก http://www.thairath.co.th/

หมอเหวงนำทีมบุกทำเนียบ เรียกร้องประชาธิปไตย


ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (9 ธ.ค.) ว่า พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี จัดพิธีสวนสนามต้อนรับ นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ ในระหว่างการเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีผู้บัญชาการเหล่าทัพ พร้อมเอกอัครราชทูตจากประเทศต่างๆ ให้การต้อนรับ ขณะที่ พล.อ.สุรยุทธ์ และเลขาธิการสหประชาชาติ จะร่วมหารือทวิภาคี พร้อมทั้งจะมีการหารือข้อราชการแบบเต็มคณะ และจะมีการแถลงข่าวร่วมกันต่อสื่อมวลชน ณ ตึกสันติไมตรี

มีรายงานด้วยว่า ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล มีตัวแทนจากสมาพันธ์ประชาธิปไตย นำโดย นพ.สันต์ หัตถีรัตน์ และนางประทีป อึ้งทรงธรรมอาตะ เดินทางมาปักหลักชุมนุม เพื่อยื่นจดหมายเปิดผนึกให้กับนายบัน คี มูน โดยชี้แจงให้เห็นว่า รัฐบาลไทยในขณะนี้ตกอยู่ภายใต้การครอบงำของอำนาจทหาร และมีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่กระทำตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสนธิสัญญาของสหประชาชาติ ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องให้มีการคืนประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพคืนสู่ประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีการแสดงบทบาทสมมุติล้อเลียน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เคยเป็นผู้นำในการทำรัฐประหาร


จาก http://www.thairath.co.th/

‘เชษฐา’หนุนตั้งรัฐบาลแห่งชาติ


หน.รวมใจไทยชาติพัฒนา สนับสนุนแนวคิดจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ด้านหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน และรองหัวหน้าพรรคชาติไทยหนุน 'ทักษิณ' กลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขณะที่ “สมัคร” ยัน ไม่เกี่ยวข้องวีซีดีทักษิณ

พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ให้ความเห็นถึงแนวคิดการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ว่า เป็นสิ่งที่ดี หากมีเป้าหมายทำเพื่อประชาชน ซึ่งรูปแบบหรือวิธีการไม่น่าจะเป็นปัญหา โดยส่วนตัวเห็นว่าหากมีลักษณะที่แสดงถึงความสมานฉันท์ เพื่อให้ประเทศชาติผ่านวิกฤตไปได้ตามกระแสพระราชดำรัส ตนก็เห็นด้วย

เพราะขณะนี้สถานการณ์บ้านเมืองอยู่ในภาวะที่คับขัน แม้จะมีพรรคการเมืองอื่น ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่มีสิทธิ์ในการจัดตั้งรัฐบาลจะไม่เห็นด้วย โดยเห็นว่าจุดยืนแต่ละพรรคมีความแตกต่างกัน โดยหากจะเป็นรัฐสภาแห่งชาติ ก็เห็นด้วยเช่นกัน หากมีลักษณะที่สร้างความสมานฉันท์

หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ยังกล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ควรให้ใช้ไปก่อน แล้วหากสะดุดให้บันทึกไว้แก้ไขพร้อมกันในภายหลัง แต่จะต้องมีการแก้ไขอย่างแน่นอน

ขณะที่นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า การที่ตนเคยพูดว่าจะเป็นผู้ประสานให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมนั้น เป็นเจตนารมณ์ที่เริ่มต้นตั้งแต่แรก หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ผิดกฎหมายจริง ก็ต้องดำเนินคดีและเมื่อมีปัญหาก็อย่าปล่อยให้ปัญหาเกิดขึ้น


ส่วนนายนิกร จำนง รองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวถึง กรณีที่จะมีการจัดตั้งรัฐบาลสมานฉันท์แห่งชาติว่า ตนคงไม่สนับสนุนแนวคิดดังกล่าว เพราะเห็นว่าต้องเป็นกรณีที่พิเศษจริงๆ ส่วนกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ควรกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพราะไม่เช่นนั้น ปัญหาต่างๆ ก็ไม่จบสิ้น

ด้านนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกับ วีซีดี พ.ต.ท.ทักษิน ชินวิตร อดีตนายกฯ ที่แจกจ่ายในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยไม่อยากพูดถึงแล้ว จะขอฝากจากผู้มีความทุกข์ในใจถึงผู้ที่พิจารณาว่าให้พิจารณาเอกสารลับด้วย เพราะเป็นเรื่องในทำนองเดียวกัน ส่วนการจัดตั้งรัฐสภาแห่งชาตินั้น ไม่ควรพูดถึงในตอนนี้แต่ควรให้มีการเลือกตั้งก่อน ส่วนกรณีเอกสารลับนั้นไม่มีปัญหาและขอให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ทั้งนี้ ยังย้ำจุดยืนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 เพราะเห็นว่าผู้ร่างมีเจตนาทำให้บ้านเมืองปั่นป่วน และหากได้เข้ามาก็จะแก้ไขรัฐธรรมนูญทันที โดยวีแก้นั้นไม่ยาก คือนำรัฐธรรมนูญปี 2550 เป็นหลัก แล้วนำปี 2540 มาผสม สิ่งไหนดีไม่ดีก็แก้ไข


พีทีวี นิวส์
10 ธันวาคม 2550 เวลา 13:13 น.


จาก http://www.ptv.co.th/

‘ทักษิณ’ขอพร3ประการ กราบ‘ในหลวง-ราชินี’


อดีตนายกฯขอพร3ข้อ อยากอยู่กับครอบครัว-เข้าเฝ้าฯกราบแทบพระบาทในหลวง-ราชินี และตระเวนทำบุญทั่วประเทศ ชี้ไม่จำเป็นต้องเป็นนายกฯก็ทำประโยชน์ให้ประเทศได้

พ.ต.ท.ทักษิณชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์พิเศษ แก่ สำนักข่าว รอยเตอร์ เป็นภาษาอังกฤษ เมื่อ วันที่ 7 ธ.ค.2550 ณโรงแรม มาร์โค โปโล เกตเวย์ บน เกาะฮ่องกง โดยเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลเพื่อความสามัคคีแห่งชาติ มีรายละเอียดดังนี้

ท่านคิดว่าการรัฐประหารครั้งที่ผ่านมาซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี ได้สร้างความเสียหายแก่ประเทศอย่างไร และ เราจะสามารถบรรเทาความเสียหายเหล่านั้นได้อย่างไร

ผมไม่อยากพูดถึงอดีตแต่คิดว่าพวกเราควรฟัง และน้อมนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปปฏิบัติ การปรองดองเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวดสำหรับประเทศไทย ซึ่งเราต้องไม่นำประเทศไปสู่หายนะ เราควรยุติเรื่องในอดีตทั้งหมด ถ้าฝ่ายหนึ่งยังคงพยายามหาเหตุผลมาอธิบายสิ่งที่ตัวเองทำ อีกฝ่ายหนึ่งก็จะทำแบบเดียวกัน แล้วเหตุการณ์ต่างๆ ก็จะไม่มีวันยุติ ดังนั้น เราควรให้ปวงชนชาวไทยเป็นผู้ตัดสินว่าต้องการให้ใครเป็นผู้นำของพวกเขา เราต้องเล่นตามกติกาประชาธิปไตย มาช่วยกันทำประเทศให้เดินไปข้างหน้าต่อไป แล้วทิ้งความแตกต่างไว้ข้างหลัง อย่ามามัวเสียเวลากันเลยเราเสียเวลา และโอกาสมากมายให้แก่ประเทศเพื่อนบ้านไปแล้ว ทั้งในเรื่องการลงทุน การท่องเที่ยว และอื่นๆ อีกมากมาย ถึงเวลาแล้วที่พวกเราควรหันหน้าเข้าหากัน มาปรองดองกัน แทนที่เราจะมามัวนั่งทะเลาะกัน

ผมเสนอว่าภายหลังที่ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งแล้ว ทุกพรรคควรหันมานั่งคุยกันว่า เราควรมาปรองดองกัน โดยจัดตั้งรัฐบาลเพื่อความสามัคคีแห่งชาติ แล้วเดินไปข้างหน้า จนกระทั่งทุกอย่างเป็นปกติ ประชาธิปไตยเต็มรูปแบบกลับมาสู่ประเทศไทย หลังจากนั้น หันมาแก้รัฐธรรมนูญ ยุบสภา แล้วเลือกตั้งใหม่ เพื่อให้ทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะประชาธิปไตยปกติ

รัฐบาลชั่วคราวนี้จะมีอายุเท่าไร

ผมคิดว่าถ้าเราทำทุกอย่างตามแผน 2 ปีหน้าจะเพียงพอที่จะนำประชาธิปไตยเต็มใบกลับคืนมาให้ประชาชนตัดสินใจเลือกอีกครั้ง

นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเกมที่จะสกัดกั้นไม่ให้ทักษิณกลับมามีอำนาจอีก

อย่าวิตกว่าผมจะกลับเข้าสู่การเมืองอีกผมคิดว่ามันมากเกินพอแล้ว เกือบ 6 ปีในตำแหน่งนายกฯผมคิดว่าถึงเวลาสำหรับผมแล้วที่จะทำประโยชน์ให้บ้านเมืองในบทบาทอื่น ผ่านทางองค์กรการกุศล ผมสามารถทำประโยชน์มากมายให้แก่ประเทศโดยไม่ต้องเป็นนายกฯ และผมไม่ประสงค์จะกลับมาเป็นนายกฯ อีก ผมแค่อยากเห็นประเทศรุดหน้าไป เห็นพี่น้องประชาชนมีความสุข... ภรรยาผมจะขอหย่าผมแน่ถ้าผมกลับไปยุ่งการเมืองอีก

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ท่านพบว่าทหารเข้ามาแทรกแซงหรือไม่

ผบ.ทบ. คนใหม่ประกาศชัดเจนและปฏิบัติตามที่ประกาศชัดเจนว่าเขาจะเป็นกลาง แต่กลุ่มเก่าในคณะรัฐประหารพยายามเล่นเกมเพื่อรักษาหน้าของตัวเอง เขาน่าจะเป็นห่วงประเทศให้มากกว่านี้... ถ้าคุณพยายามโกงการเลือกตั้งแทรกแซงการเลือกตั้ง สถานการณ์จะเลวร้ายกว่าเดิม อย่ามัวแต่ห่วงหน้าตากันอยู่เลย มาห่วงประเทศกันดีกว่า มาช่วยกันทำให้ผลการเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับและรับรองของนานาชาติ น่าจะเป็นผลดีต่อประเทศมากกว่า เมื่อนั้น ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากนักลงทุนจะกลับมา

มีผู้มารายงานให้ท่านทราบบ้างไหมว่าผู้สมัครของพรรคพลังประชาชนถูกทหารรังควาน

ผมคิดว่าคนพวกนี้น่าจะมาจากกอ.รมน. แต่คนส่วนใหญ่ของกองทัพบกทัพเรือ ทัพอากาศ ได้กลับเข้ากรม กอง กันหมดแล้ว ผมไม่ทราบรายละเอียดที่แน่ชัด แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็ขอเรียกร้องว่า หน้าตาไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่าอนาคตของประเทศ... มาลืมอดีตกันดีกว่าแล้วช่วยกันปฏิบัติตามกระแสพระราชดำรัส

การสร้างความปรองดองที่ท่านพูดถึงหมายรวมถึงการยุติข้อกล่าวหาทั้งหมดที่มีต่อตัวท่าน แล้วอนุญาตให้ท่านกลับประเทศได้หรือไม่

ผมพร้อมที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตราบที่มีกระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรม แต่องค์กรที่กล่าวหาผมนั้น เป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นโดยคณะรัฐประหารที่นำเอาศัตรูทางการเมืองของผมมาเป็นกรรมการสอบผม กระบวนการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ไม่มีหลักฐานชัดเจน วิธีการสอบสวนก็ไม่ถูกต้องตามหลักกฎหมายอาญา ดังนั้น ที่ผ่านมาผมจึงไม่ได้รับความเป็นธรรมในการพิจารณาคดี...

<>ท่านคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทยหลังการเลือกตั้งหลายคนคิดว่าจะวุ่นวายกว่าเดิม

มามองโลกในแง่ดีกันดีกว่าประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงครองศิริราชสมบัติมากว่า 60 ปีและพระสยามเทวาธิราช คนไทยสามารถแก้ปัญหาเองได้อย่างรวดเร็ว... ถ้าทุกฝ่ายช่วยกันมองโลกในแง่ดีและปล่อยให้ประชาชนตัดสินอนาคตของตัวเอง ให้พวกเขาเลือกจุดหมายของประเทศด้วยตัวเอง ต้องยอมรับผลการตัดสินใจของพวกเขาด้วย

หลายฝ่ายเชื่อว่าพลังประชาชนจะชนะการเลือกตั้ง แต่จะถูกสกัดกั้นไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล ท่านเห็นด้วยกับคำทำนายนี้หรือไม่

ถ้าทหารจะทำแบบนั้นจริงถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ผิดรัฐธรรมนูญ ทหารไม่ได้อยู่เหนือกฎหมาย...

แล้วโอกาสที่พลังประชาชนจะชนะเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาล

เราต้องรอจนกว่าประชาชนจะออกไปใช้สิทธิตัดสินอนาคตของตัวเองก่อนประชาชนจะเป็นผู้ที่บอกว่าใครควรบริหารประเทศ ไม่ควรมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเข้ามาแทรกแซงการตัดสิน และความปรารถนาของประชาชน ถ้าคุณคิดว่าจิตใจคุณเป็นประชาธิปไตย โปรดเคารพฉันทามติของประชาชน

คุณหมอสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ให้สัมภาษณ์ว่า ถ้าพลังประชาชนได้เป็นรัฐบาลจะขอให้ท่านเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาล

ผมสามารถทำงานอะไรก็ได้เพื่อประโยชน์ของประเทศแต่ผมไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ ผมขอเป็นแค่พลเมืองธรรมดาคนหนึ่ง ใช้ชีวิตอย่างสงบ แล้วทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน

หลายฝ่ายมองว่าพลังประชาชน คือ proxy (ตัวแทน) ของทักษิณ

คุณสะกดคำว่าproxy ว่าอย่างไรแปลว่าอะไร ผมไม่เข้าใจ คุณสมัคร (สุนทรเวช) อาวุโสกว่าผมมากท่านอยู่ในการเมืองมานาน ท่านมีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญและ รองเท้า ของตัวเองท่านไม่จำเป็นต้องเอา รองเท้า ของผมไปใส่รองเท้า ของผมเล็กกว่า ของท่าน

แล้วตัวท่านทักษิณให้การสนับสนุนพรรคนี้อย่างไรบ้าง

มิตรสหายและอดีตเพื่อนร่วมงานมารวมตัวกัน ถ้าจำได้ หลังเหตุการณ์ ไทยรักไทยถูกยุบ ผมเขียนจดหมายขอโทษสมาชิกที่ผมสร้างปัญหาให้พวกเขานำมาซึ่งความเดือดเนื้อร้อนใจ แต่ผมก็เรียกร้องพวกเขาไม่ให้วางมือทางการเมือง เพราะคนจนยังต้องการความช่วยเหลือ และประเทศต้องได้รับการพัฒนาให้ทันสมัยต่อไป ในที่สุดพวกเขาก็รวมตัวกันได้ คือ พลังประชาชน บางคนมาหาผม เยี่ยมผม ขอความเห็นเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองของประเทศ ในฐานะมิตรสหาย และอดีตเพื่อนร่วมงานของอดีตนายกฯ

แล้วท่านเรียกบทบาทที่ทำอยู่เหล่านี้ว่าเป็นอะไรที่ปรึกษาหรือ พี่เลี้ยง

ก็แค่ให้กำลังใจ ผมขอให้กำลังใจแก่คนไทยทุกคน ให้ประสบความสำเร็จหลังเลือกตั้ง

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพลังประชาชนได้เสียงข้างมากแต่ไม่มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล

ใครจะเป็นคนบอกว่าพรรคไหนได้จัดตั้งรัฐบาล...หลังการเลือกตั้งทุกครั้งมีการเจรจาต่อรองระหว่างพรรคต่างๆ เพื่อจัดตั้งรัฐบาล ใครได้เกิน 51% ก่อน ก็จัดตั้งรัฐบาลได้ ถ้าพลังประชาชนเกิดได้ 239 ที่นั่งแล้วพรรคเล็กรวมที่เหลือได้ 241 พลังประชาชนก็เต็มใจที่จะเป็นฝ่ายค้าน ไม่น่ามีปัญหาอะไร

จะมีผู้สนับสนุนพลังประชาชนที่ไม่พอใจออกมาประท้วงตามท้องถนนหรือไม่ฒ

ไม่ เพราะพลังประชาชนเป็นกลุ่มอดีต ส.ส.ไทยรักไทยเป็นส่วนใหญ่ ล้วนแต่เป็นผู้ที่เคารพกฎหมาย เราไม่เคยสร้างความวุ่นวายให้บ้านเมือง แม้เราต้องตกเป็นในหลายกรณี เราอดทนมาตลอด เพราะเรารักประเทศชาติ

คิดจะกลับประเทศไทยเมื่อไร

ต้องไปถามคุณเฉลิม(อยู่บำรุง) เขาเคยพูดว่าจะบอกประชาชนที่สนามหลวงในวันที่ 21 ว่า ผมจะกลับประเทศไทยเมื่อไร

มีเงื่อนไขอะไรที่ใช้ในการตัดสินใจ

ผมพร้อมที่จะกลับตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้วแต่สถานการณ์ต่างๆ ต้องพร้อมที่จะทำให้ผมมั่นใจว่าผมจะได้รับความเป็นธรรม และความปลอดภัย...

ท่านวิตกเรื่องความปลอดภัยในชีวิตแค่ไหน

ปกติผมก็ไม่กลัวอะไรผมเคยถูกลอบสังหารหลายครั้ง แต่เส้นลายมือผมบอกว่า ผมจะไม่ตายเพราะถูกลอบฆ่า

กังวลเรื่องอะไรมากที่สุดในประเทศไทยตอนนี้

ความไว้วางใจและความเชื่อมั่นต่อประเทศเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดถ้าคุณไม่มีทั้งสองสิ่งนี้ทั้งจากในและนอกประเทศ ประเทศก็จบเห่

แล้วกังวลเรื่องเศรษฐกิจไหม

เมื่อไม่มีความไว้วางใจและความเชื่อมั่น ระบบเศรษฐกิจก็พังลง ปัญหาสังคมก็จะตามมา ต่อด้วยปัญหาการเมือง 3 เสาหลักจะเข้มแข็งได้ก็ต้องมีความไว้วางใจและความเชื่อมั่นแต่ทั้งสองสิ่งจะเกิดได้ก็ต้องมีความปรองดองเกิดขึ้นในประเทศก่อน

การปรองดองรวมถึงการนิรโทษอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คนด้วยหรือไม่

ถ้าคุณคิดว่าสิ่งที่คณะรัฐประหารทำลงไปไม่เป็นธรรมคุณก็ต้องสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้น คุณจะนิรโทษให้แค่ 110 คนก็ได้เว้นผมไว้ แล้วระบุในรัฐธรรมนูญลงไปเลยว่าไม่ให้ผมกลับมาสู่การเมืองอีก

คุณคิดว่ารัฐบาลแห่งชาติจะได้รับการยอมรับแค่ไหน

ผมคิดว่าประชาธิปัตย์จะปฏิเสธทันที

ท่านแน่ใจหรือว่าจะไม่เป็นนายกฯอีก เมื่อมีประชาชนจำนวนมากมาขอให้เป็น และคะแนนนิยมในตัวท่านก็ยังมากอยู่

ผมทำอย่างอื่นก็ได้ที่จะทำให้ประชาชนมีความสุข...

ท่านเป็นเจ้าของสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตีแล้วท่านซื้อบ้านที่แมนเชสเตอร์ด้วยหรือไม่

ไม่มีส่วนใหญ่ผมพักอยู่ตามเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ หรือ โรงแรม...มีคนถามผมว่าถ้าขอพร ได้ 3 อย่างจะทำอะไรในเมืองไทย ผมบอกว่า 1.อยากอยู่กับครอบครัวที่ผมไม่เคยมีเวลาให้หลายปีแล้ว2.อยากขอพระราชทานวโรกาสเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพื่อกราบแทบพระบาททั้งสองพระองค์ และ 3.ตระเวนไปตามวัดต่างๆทั่วประเทศเพื่อทำบุญ


พีทีวี นิวส์
10 ธันวาคม 2550 เวลา 12:44 น.


จาก http://www.ptv.co.th/

เครือข่ายเครือข่ายคนรักประชาธิปไตย ห่วงใยทักษิณ



ต้องพาดหัวข่าวใหม่ ว่า นำโดยชินวัตร หาบุญภาค และวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย ถูกรบกวนในการออกไป ปราศรัยยังหมู่บ้านบัวใหญ่
และบ้านทรายมูล อ.น้ำพอง จ. ขอนแก่น รายงานข่าวแจ้งว่าเวทีปราศรัยที่บ้านทรายมูลมีการขอใช้พื้นที่จากผู้สมัคร สส.เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ อ้างว่าได้มาขอให้พื้นที่ดังกล่าวก่อน โดยระหว่างวิภูแถลง ขึ้นปราศรัย มีผู้ก่อกวนอยู่ในอาการมึนเมาได้มารบกวน ทำให้การปราศรัยต้องยุติลงก่อนกำหนด ท่ามกลางความไม่พอใจของชาวบ้านที่มารับฟัง 100-200 คน รายงานข่าวแจ้งว่าเมื่อเวทีทางเครือข่ายจบลง ทางผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นปราศรัยประชาชนลุกจากเวทีปราศรัยทันที เพราะไม่ยอมรับ พรรคประชาธิปัตย์
จาก
http://www.serichon.com/index.php?newsid=1

กกต.ถก11ธค. ฟันวีซีดีทักษิณ


สืบเนื่องจากกรณีที่มีการแจกจ่ายวีซีดีหาเสียง ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน โดยเนื้อหาในวีซีดีดังกล่าวเป็นภาพ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พูดถึงสาเหตุที่ต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ และปิดท้ายด้วยการกล่าวเชิญชวนประชาชนให้ไปลงคะแนนเลือกพรรคพลังประชาชน เพื่อที่ตนเองจะได้กลับประเทศไทย ซึ่งนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้สั่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลและต้นตอของวีซีดี ดังกล่าว เพื่อนำเข้าหารือในที่ประชุม กกต. โดยเห็นว่า อาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง ถึงขั้นยุบพรรคพลังประชาชนนั้น

กกต.ลับดาบขู่เชือดพลังประชาชน


เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 9 ธ.ค. นายสุเมธ อุปนิสากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการการมีส่วนร่วม กล่าวถึงกรณีวีซีดีหาเสียงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ทราบว่านายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. จะนำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุมวันอังคารที่ 11 ธ.ค.นี้ ทั้งนี้ ปกติการจะพิจารณาเรื่องอะไร ทางเจ้าหน้าที่ก็จะนำข้อมูลมาให้ดูก่อน แต่ในกรณีนี้ยังไม่เห็นข้อมูล อย่างไรก็ตาม คาดว่าเมื่อประธาน กกต. จะนำเรื่องนี้เข้าหารือ ก็น่าที่จะผ่านการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงมาระดับหนึ่ง จึงจะนำเข้าพิจารณาได้ ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ระบุว่า วีซีดีดังกล่าวเป็นการพูดก่อนที่ กกต.จะสั่งห้ามอดีต 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยช่วยหาเสียง จึงไม่น่าที่จะผิด นายสุเมธกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่น่า จะใช่ประเด็นหลักที่ต้องดู เพราะการทำผิดกฎหมายต้องนับแต่วันที่มีพระราชกฤษฎีกา หากอ้างเช่นนี้ เหมือนกับอ้างว่าทำมาแล้วสิบปีจะทำอย่างไร ปัญหาคือจะพูดตอนไหนก็ตาม แต่นำมาใช้หาเสียงในช่วงนี้เป็นเรื่องที่ถูกต้องหรือไม่ กกต.ก็ต้องพิจารณาว่าการกระทำอย่างนี้ ทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์หรือไม่ นอกจากนี้ ต้องพิจารณาด้วยว่า การกระทำดังกล่าวผิดกฎหมายด้วยหรือไม่ หากผิดก็จะต้องรวบรวมหลักฐานเพื่อส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีอาญาต่อไป นอกจากนี้ ต้องพิจารณาทางพรรคมีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่ หากรู้เห็นด้วยก็อาจจะต้องมีความผิดด้วย


คาดพิจารณาเสร็จภายใน 3-7 วัน


นายสุเมธกล่าวด้วยว่า ต้องขอเวลาให้ กกต.พิจารณาเรื่องวีซีดีของ พ.ต.ท.ทักษิณก่อน โดยปกติ กกต.จะประชุมทุกวันอังคารและวันพุธ หากรับเรื่องไว้พิจารณาในวันอังคารที่ 11 ธ.ค.นี้ กกต.ก็จะพิจารณาให้เสร็จภายใน 3-7 วัน และเรื่องนี้ต้องพิจารณาโดยเร็ว ทั้งนี้ การนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาสามารถตั้งกรรมการสอบได้ โดยอาศัยจากข่าวที่เกิดขึ้น ไม่ต้องรอให้บุคคลใดร้องเรียน ส่วนกรณีที่พรรคพลังประชาชนยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จะให้ความเป็นธรรมอย่างไร นายสุเมธตอบว่า ขณะนี้ กกต.ยังไม่ได้กล่าวโทษใคร และยังไม่สามารถให้ความเห็นได้ เพราะยังไม่ทราบข้อเท็จจริง จึงต้องสอบสวนและสรุปผลก่อน อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นถึงเจตนาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ดำเนินการเรื่องดังกล่าว เพราะยังไม่ทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น


อาจสั่งระงับหากพบว่าผิดกฎหมาย


นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. ที่ได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าวว่า จะนำวีซีดีต้นฉบับมาถอดความว่าตรงกับที่สื่อเผยแพร่หรือไม่ เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุม กกต.ให้ทันในวันที่ 11 ธ.ค.นี้ สำหรับประเด็นที่จะต้องพิจารณาคือ ข้อความในวีซีดีเข้าข่ายความผิดมาตรา 53 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. และเป็นการกระทำฝ่าฝืนมาตรา 57 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองหรือไม่ รวมถึงต้องพิจารณาระยะเวลาของการผลิตวีซีดีดังกล่าวด้วย กกต.ไม่ได้ห้ามหาเสียงด้วยการเผยแพร่วีซีดี แต่การหาเสียงนั้นต้องไม่ผิดกฎหมาย ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวไม่ได้จำกัดว่าพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งมีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะกฎหมายใช้คำว่า “ผู้ใด” ไม่ได้ห้ามเฉพาะพรรคการเมือง อย่างไรก็ตาม กกต.ไม่ได้มุ่งใช้กฎหมาย เพื่อให้มีผลกระทบกับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งโดยเฉพาะ และเป็นดุลพินิจของ กกต.ที่จะมอบหมายให้อนุกรรมการที่มีอยู่แล้ว หรือตั้งกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาพิจารณาในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม อาจมีการสั่งระงับหากพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย


อ้างว่าทำก่อน พ.ร.ฎ.เลือกตั้งไม่มีผล


เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า แม้จะมีการกล่าวอ้างว่าวีซีดีดังกล่าวผลิตก่อนที่พระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งจะมีผลบังคับใช้ แต่ถือว่าผลของการกระทำการยังมีอยู่ ยังไม่หยุดกระทำการ โดยยังมีการเผยแพร่ออกมา ไม่มั่นใจว่ามีการจัดทำเมื่อใด แต่ที่สื่อนำออกมาเผยแพร่มีวีซีดีที่มีการแจกจ่ายอยู่ในช่วงนี้ ถือว่ามีผลของการกระทำการ ถือเป็นการฝ่าฝืน และมีการอ้างอิงและเชียร์พรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใด กระทบต่อกรณีที่ กกต. ได้ตอบข้อหารือในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 97 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองหรือไม่ “ต้องดูว่าเป็นการฝ่าฝืนหลังจากที่มีกฎหมายใช้บังคับหรือไม่ เพราะกฎหมายห้ามกระทำการในลักษณะ เป็นกรรมการบริหารพรรค แต่เราก็ต้องสันนิษฐานว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ก่อน จนกว่าจะมีพยานหลักฐานต่างๆ และยังไม่อยากเชื่อมโยงว่าจะมีความเกี่ยวพันกับพรรคการเมืองอย่างไรหรือไม่ ขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน แต่จะดำเนินการอย่างรอบคอบและเป็นธรรม” เลขาธิการ กกต.กล่าว


สมัคร” ปล่อยคาราวานปราศรัย


เมื่อเวลา 09.30 น. วันเดียวกัน ที่พรรคพลังประชาชน อาคารไอเอฟซีที นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลัง ประชาชน เป็นประธานปล่อยคาราวานปราศรัยเคลื่อนที่ทั่วประเทศ กู้วิกฤติเศรษฐกิจชาติ โดยมีแกนนำพรรค และผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค เดินทางมาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง โดยขบวนคาราวานดังกล่าวจะเดินทางไปตามภาคต่างๆทั่วประเทศทั้งหมด 12 สาย แบ่งเป็นภาคใต้ 2 สาย ภาคกลาง 3 สาย ภาคเหนือ 3 สาย ภาคอีสาน 3 สาย และ กทม. 1 สาย


นายสมัครกล่าวว่า ยังไปปราศรัยไม่ทั่วถึง จึงทำขบวนคาราวานขึ้น เอาเลข 12 เป็นมงคล โดยติดตั้งระบบเสียงในขบวนรถ เพื่อไปจอดตามตลาดแล้วเปิดเสียงปราศรัยของตน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้สมัคร ส.ส.ระบบสัดส่วน นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ประธานทีมเศรษฐกิจ ให้ประชาชนรับรู้ว่าเราคิดอย่างไร เราไม่ใช่คนร้าย ควรจะบอกด้วยซ้ำว่าเป็นพรรคที่น่าสงสาร ถูกจับจ้องจะยุบพรรค ไม่อยากจะใช้สำนวนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ว่าแค่หายใจก็ผิดแล้ว แต่รู้สึกแบบนั้น


ฉุนพลังประชาชนโดนเตะซ้ายขวา


ต่อมานายสมัครให้สัมภาษณ์ว่า ขอให้ กกต. พิจารณาวีซีดีของพรรค ที่มีการเผยแพร่ในภาคเหนือและภาคอีสาน เพราะวีซีดีดังกล่าวได้จัดทำขึ้น ก่อนที่จะมีกฎหมายการเลือกตั้ง เนื้อหาเก่ามาก ไปฟังดูได้ว่าเป็นการพูดแนะนำพรรคพลังประชาชน หากทำมาใหม่ๆคงไม่ต้องแนะนำพรรคแล้ว หวังว่า กกต.จะพิจารณา เพราะพรรคเดินหน้ามาถึงขั้นนี้แล้ว จะให้ทำอะไรก็ผิดทั้งหมด ข่าวก็เสนอไปก่อนว่าต้องยุบพรรค ทำไมต้องเป็นพรรคนี้พรรคเดียว ส่วนพรรคมัชฌิมาธิปไตย ที่มีข่าวเอิกเกริก ไม่เห็นมีใครบอกว่าจะยุบพรรค นี่ข่าวนิดเดียวก็บอกยุบพรรคๆ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้บอกว่าไม่ผิด แต่คิดว่าถ้าเรื่องแค่นี้จะยุบพรรค ก็ไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้นแล้วในบ้านเมืองนี้ จะเลือกตั้งอยู่รอมร่อ มาคอยเตะซ้ายเตะขวา อะไรกันนักกันหนา มีขวากหนามตลอด ไปทำผิดอะไรนักหนา ที่นี่เป็นที่ชุมนุมคนเลวทรามต่ำช้าในบ้านเมือง ปล่อยให้หลุดเข้าสภาได้แล้วบ้านเมืองจะนองเลือดหรืออย่างไร พูดอะไรกันไม่เข้าท่า ส่วน กกต.จะเอาเข้าที่ประชุมก็เป็นสิทธิของท่าน


เพื่อแผ่นดินหน้าไม่อายเกาะ “ทักษิณ”


นายสมัครกล่าวว่า ขณะนี้ต้องระมัดระวังกันอยู่ ทุกวัน ข่าวและโพลทำให้เดือดร้อนไปหมด ทำอะไรผิดไปหมด ดีไม่ดีต้องเลิกปราศรัย นอนนับวัน คอยกาปฏิทินว่าเมื่อไหร่จะเลือกตั้ง แต่ก็ทำไม่ได้ ส่วนที่ไปเดินสายที่ภาคอีสานยืนยันว่า กระแสของพรรคดีมาก แต่ที่พรรคเพื่อแผ่นดินพยายามสอดแทรกในภาคอีสานนั้น เห็นว่าเป็นคนรู้จักกัน แต่มาพูดอะไรน่าเกลียดน่าชัง ไปหาเสียงไม่อาย ประหลาด บอกว่าจะพา พ.ต.ท.ทักษิณกลับมา พรรคพลังประชาชนยังไม่เคยพูดเลย บอกแต่ว่าต้องกลับเมื่อมีสภาแล้ว มีภูมิคุ้มกัน และต้องสู้คดีล้างตัวให้สะอาดก่อน คนพูดระวังให้ดี คนที่เป็นสปอนเซอร์อยู่ ข้างหลังจะเล่นงานเอา


ปัดไม่เห็นแย้งตั้งรัฐบาลแห่งชาติ


นายสมัครกล่าวว่า ส่วนเรื่องรัฐบาลแห่งชาติที่ พ.ต.ท.ทักษิณเสนอมา ก็คุยกับท่านว่าต้องเลือกตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ตกลงกันไม่ได้ ถึงจะทำตามความเห็นท่านก็เท่านั้นเอง แต่มีข่าวว่าเห็นขัดแย้งกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ยอมรับว่ามีความเห็นไม่ตรงกันอยู่ ในเรื่องที่ว่าแมนเชส-เตอร์ซิตี้จะซื้อนักฟุตบอลทีมอินเตอร์มิลานชื่ออาเดรียโน ก็บอกว่าคนนี้ฟอร์มตก ราคาก็แพง ถ้าจะซื้อควรจะซื้อปีเตอร์ เคราช์ ของลิเวอร์พูลดีกว่า ราคาถูกกว่า และเข้ากับสเวน โกรัน อีริกสัน ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้ได้ดีกว่าด้วย แต่ไม่รู้ว่าลงท้ายท่านจะทำอย่างไร ก็แล้วแต่ท่าน


โวยมหาดไทยสั่งกำนันผู้ใหญ่บ้านบีบ


หัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงเรื่องการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 15-16 ธ.ค.นี้ว่า รู้สึกเป็นห่วง เนื่องจากมีผู้มาลงทะเบียนขอใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก เมื่อก่อนมีร้อยละ 10 เดี๋ยวนี้มีเป็น 100 ตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมมีคนอยากลงคะแนนเพิ่มมากมายขนาดนั้น ที่บางกะปิมีคน 200,000 คน ถ้า 20 วัน ก็วันละ 10,000 แล้ววันละ 10,000 คน ไปที่เขตจะรับไหวได้อย่างไร คงไปเหยียบกันตาย ถามใครก็ไม่มีใครตอบว่าจะลงคะแนนอย่างไร ลงแล้วไปเก็บไว้ที่ไหน และพบว่า บางบ้านยังมีจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นมา มีผีเข้ามาบ้านละ 5 คน 8 คน ไม่คิดว่าจะมีเรื่องนี้ กกต.ก็ไม่มีใครเอ่ยถึง อยากเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เขตเข้าไปตรวจสอบ ส่วนในต่างจังหวัด พบว่ากระทรวงมหาดไทยทำแผนเต็มที่ บังคับให้ต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ สั่งกำนันผู้ใหญ่บ้านให้ ประชาชนกรอกแบบฟอร์ม ตอบแบบสอบถามละเอียดยิบ อ้างว่าเพื่อสนับสนุนประชาธิปไตย แต่ทำไมต้องบังคับ แล้วแบบนี้ประชาชนจะอยู่กันอย่างไร


ทีมถ่ายทำเตรียมแจงปมวีซีดีทักษิณ


นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ กกต.จะตั้งกรรมการสอบสวน การแจกจ่ายวีซีดีบันทึกภาพและเสียงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน เนื้อหาเป็นการหาเสียงช่วยพรรคพลังประชาชนว่า ขณะนี้ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมมาว่าวีซีดีที่นายวีระ สมความคิด นำมาเปิดประเด็น เป็นเรื่องที่ พ.ต.ท.ทักษิณได้กล่าวเอาไว้ตั้งแต่เดือน ก.ย. ก่อนที่จะมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง และจะสังเกตได้ว่า ข้อมูลในวีซีดี พูดถึงเรื่องผู้ที่เคยทำงานร่วมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ย้ายไปอยู่กับพรรคพลังประชาชน หมายความว่าเพิ่งย้ายไปใหม่ๆ และไม่ได้พูดถึงวันเลือกตั้งด้วย เข้าใจว่าผู้ที่ถ่ายวีซีดีจะออกมาให้ข้อมูลในวันสองวันนี้ หาก กกต.มีแนวคิดที่จะสอบสวนเรื่องนี้ ก็ควรได้ตรวจสอบไปถึงพรรคอื่นๆ เพราะมีผู้ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองได้เคยไปแสดงบทบาทที่สำคัญ เช่น ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ หรือเคยไปเป็นประธานพิธีเปิดสาขาของพรรคการเมือง หรือเคยแถลงข่าวเปิดตัว ผู้สมัคร ส.ส. และยังพาผู้สมัคร ส.ส. ไปลงสมัครด้วย ถือว่ามีบทบาทมากกว่า ก็จะเป็นการให้ความเป็นธรรมแก่ทุกพรรคอย่างเท่าเทียมกัน


ขู่ฟ้องหมิ่นฯคนเปิดโปงแก๊งปั๊มวีซีดี


นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า นอกจากนั้น หากการออกมากล่าวสนับสนุนผู้สมัครพรรคใดก็ตาม แล้วจะถือเป็นเหตุให้ต้องยุบพรรคการเมืองที่ถูกสนับสนุนนั้น หากต่อไป อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน ไปพูด สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคชาติไทย จะเป็นผลให้พรรคเหล่านี้ถูกยุบด้วยหรือไม่ กกต.น่าจะได้ พิจารณาให้รอบคอบ ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้เกิดผลกระทบตามมาอีกมากมาย และจะเป็นปัญหาในการเลือกตั้งครั้งนี้ เมื่อถามถึงรายงานข่าวว่า นายเหยียน ปิน นักธุรกิจชาวจีน ที่สนิทสนมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนทำวีซีดี และส่งผ่านมาที่ นพ.สุรพงษ์ แล้วนายเนวิน ชิดชอบ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย เป็นคนเอาไปแจกจ่าย นพ.สุรพงษ์ตอบว่า อยากให้ผู้ที่มีข้อมูลนี้มีความกล้าหาญ ออกมาระบุถึงการกระทำทั้งของตน นายเหยียน ปิน และนายเนวิน จะได้ฟ้องร้องในข้อหาหมิ่นประมาทได้ชัดเจน อย่าเอาแต่หลบตัวแล้วใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นจากมุมมืด


โวเสียงปึ้กไม่ต้องใช้ “ทักษิณ” ปั้นกระแส


เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ ชาติไทย และเพื่อแผ่นดิน ต่างออกมาปฏิเสธข้อเสนอของ พ.ต.ท. ทักษิณที่เสนอให้ตั้งรัฐบาลแห่งชาติ เลขาธิการพรรคพลังประชาชนตอบว่า แนวคิดเรื่องรัฐบาลปรองดองแห่งชาติ ถือเป็นแนวคิดที่อดีตนายกฯ ได้น้อมนำกระแสพระราชดำรัส ที่ให้ทุกฝ่ายรวมใจกันแก้ปัญหาให้ประเทศชาติ เป็นแนวคิดหนึ่งที่เมื่อถึงเวลาที่ไม่สามารถแก้ปัญหาของประเทศชาติได้ แล้วก็เป็นแนวทางหนึ่งที่สมควรจะหยิบยก มาพิจารณา เพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจกัน พรรคพลังประชาชนพร้อมและยินดีที่จะปรองดองกับทุกฝ่าย และหากจำเป็นต้องมีรัฐบาลแห่งชาติ พรรคพลังประชาชนก็พร้อมที่จะร่วมมือกับทุกพรรคการเมือง แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าทุกพรรคจะพร้อมหรือเปล่า ขณะนี้พรรคพลังประชาชนเองมั่นใจว่าจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนจำนวนมาก ไม่จำเป็นต้องไปอาศัยแนวทางใดช่วยหาเสียงอีก โค้งสุดท้ายเราจะเร่งเสนอแนวทางการแก้ปัญหาของประเทศชาติ โดยเฉพาเรื่องเศรษฐกิจและปัญหาปากท้อง และไปรณรงค์เข้าถึงตัวประชาชนโดยตรง กลางสัปดาห์นี้จะขึ้นคัตเอาต์ใหญ่ และจะประกาศตอกย้ำให้ประชาชนสนับสนุนพรรคพลังประชาชน


จาก http://www.thairath.co.th/#

Sunday, December 9, 2007

'นพดล'เผยทักษิณบอกวีซีดีเชียร์พปช.ถ่ายไว้นานแล้ว


รองเลขาพรรคพลังประชาชนเผย'ทักษิณ'ระบุถ่ายวีซีดี สนับสนุนพลังประชาชนนานแล้ว เชื่อหาหลักฐานมาชี้แจงได้ โดยไม่จำเป็นต้องสอบโยงไปถึงพ.ต.ท.ทักษิณ


นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน ในฐานะที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้ทราบจากพ.ต.ท.ทักษิณ ว่าวีซีดีดังกล่าวถ่ายทำมาเป็นเวลานานแล้ว และไม่ใช่การดำเนินการของพรรคพลังประชาชน ส่วนใครจะเป็นผู้ดำเนินการถ่ายทำนั้นตนไม่ถามพ.ต.ท.ทักษิณในเรื่องนี้


เมื่อถามว่าหากต้องใช้พยานหลักฐานมายืนยันกับกกต.จะต้องให้พ.ต.ท.ทักษิณ มาเป็นพยานบุคคลหรือไม่ นายนพดลกล่าวว่า ตามหลักพยานจะมีด้วยกัน 2 ส่วนคือ 1.วีซีดีดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับพรรคพลังประชาชน 2.การถ่ายทำวีซีดีถ่ายทำเมื่อใด ซึ่งในประเด็นนี้อาจจะไม่ต้องสอบไปถึงพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะเชื่อว่าคงจะมีพยานหลักฐานอื่นที่ใช้ได้ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้พรรคพลังประชาชนก็ต้องหนักแน่น เพราะพรรคมั่นใจว่าที่ผ่านมาทำถูกกฎหมายมาโดยตลอด ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถชี้แจงได้ในทุกประเด็น ถ้าพรรคตระหนกตกใจไปกับคำขู่ทุกคำขู่ก็จะไม่เป็นอันทำอะไร และไม่สามารถเสนอนโยบายต่อประชาชนได้


จาก http://www.matichon.co.th/news_detail.php?id=13084&catid=1

“สมัคร” ลั่นไม่มีอะไรแฝง วีซีดีทักษิณแจกที่อีสาน


นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าววันนี้ (9 ธ.ค.) ถึงวีซีดีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่แจกจ่ายในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่า เป็นเรื่องเก่าที่เคยหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อนหน้านี้แล้ว และเชื่อมั่นหาก กกต.นำเข้าที่ประชุมจะได้รับความเป็นธรรม ทั้งนี้ เนื้อหาในวีซีดีไม่มีอะไรแอบแฝง แต่บางคนนำมาให้เป็นประเด็นเพื่อให้พรรคเสียหาย


ส่วนการเลือกตั้งล่วงหน้า นายสมัคร กล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วง เพราะยอดผู้แจ้งมาใช้สิทธิ์กว่า 2 ล้านคน เพิ่มจากเดิม 10 เท่า เป็นเรื่องที่น่าผิดสังเกต โดยขอให้กกต.ชี้แจงให้ชัดเจน หากเป็นความประสงค์ของประชาชนจริงก็ไม่เป็นไร แต่กลัวจะมีช่องว่างทำให้เกิดการทุจริตได้



ด้านนายสุเมธ อุปนิสากร กกต.กล่าวว่า ยังไม่ขอให้ความเห็นใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องวีซีดี ของพ.ต.ท.ทักษิณ แต่หากกกต.หยิบยกเข้าพิจารณา จะเร่งพิจารณาโดยเร็ว ส่วนนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า จะนำวีซีดีต้นฉบับ มาถอดเพื่อดูว่าตรงกับเนื้อหาที่สื่อได้เผยแพร่หรือไม่ ก่อนส่งให้ที่ประชุมกกต.พิจารณาต่อไป และไม่ได้มุ่งให้มีผลต่อพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง และแม้ว่าวีซีดีจะผลิตก่อนที่พระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง มีผลบังคับใช้ แต่หากมีการเผยแพร่ในช่วงนี้ ก็ถือว่าเป็นความผิดได้


จากhttp://www.thairath.co.th/#