WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, December 11, 2007

'จาตุรนต์' จับพิรุธ 'บิ๊กบัง'



ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชมรมสมาชิกวุฒิสภา 2543-2549 ร่วมกับคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ จัดเสวนาโต๊ะกลมเรื่อง 'อนาคตประเทศไทยหลัง 23 ธ.ค. 2550' โดยนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตกรรมการบริหาร พรรคไทยรักไทย กล่าวตอนหนึ่งว่า
ขณะนี้ผู้มีอำนาจเข้าแทรกแซงการเมืองอย่างต่อเนื่อง สนับสนุนพรรคการเมืองบางพรรคให้จับขั้วกัน แต่ต้องการทำลายบางพรรค สังเกตได้จากการพูดของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะมีใบเหลืองใบแดงมาก

ถามว่ารู้ได้อย่างไร แสดงว่ามีการจัดตั้งรัฐบาลกันล่วงหน้าแล้ว ขณะที่ กกต.ไม่มีความเป็นกลาง เป๋ไปเป๋มา ตอบคำถามกรณีวีซีดีบันทึกเสียงและภาพของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และกรณีเอกสารลับคมช. โดยใช้ 2 มาตรฐาน

นายสุรชาติ บำรุงสุข อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า หลังการเลือกตั้งถ้าพรรค การเมืองที่ชนะเป็นไปตามผลโพลของหลายสำนัก อาจเกิดปรากฏการณ์ยุบพรรค หรือดำเนินการบางอย่างทำให้ การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และจะมีการยึดอำนาจอีกครั้ง
เช่นกรณีที่เคยเกิดขึ้นในประเทศพม่าที่ทหารไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง นอกจากนี้หลังการเลือกตั้ง จะไม่ใช่ประชาธิปไตยครึ่งใบ แต่จะเป็นประชาธิปไตยแบบบงการ เสถียรภาพของรัฐบาลจะเปราะบางมาก เพราะถูกชี้นำ จากทหารซึ่งเชื่อว่าจะยังไม่กลับเข้ากรมกอง

แต่จะสืบทอดอำนาจผ่านกฎหมาย ขณะเดียวกันจะเกิดการต่อสู้อย่างเข้มข้น ขยายวงกว้าง ระหว่างแนวคิดทหารนิยมกับแนวคิดเสรีนิยม ดังนั้น ขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันตกลงในปฏิญญาสามย่านคือ

1. ไม่ยอมรับการรัฐประหารเป็นวิถีทางทางการเมือง

2. ไม่ยอมรับการแก้ปัญหานอกรัฐสภา

3. ยืนยันว่าประชาธิปไตยเป็นวิถีทางเดียวของการต่อสู้ทางการเมือง



ผัวเมียปูดถูกบังคับใส่ความผู้สมัคร'พปช.'ร้อยเอ็ดแจกเงิน

ผัว-เมียคนเมืองร้อยเอ็ด เข้าแจ้งผู้สมัครพปช.ร้อยเอ็ด เขต3 อ้างถูกกำนันจ้าง 3พันบาทแจ้งความเท็จ ใส่ความแจกเงิน 200บาท เจ้าตัวตรียมยื่นผู้ว่าฯ สอบวินัยกำนัน และกกต.สอบหาตัวลงโทษ

นายพวน พลเยี่ยม อายุ 49 ปี และนางสำรอง พลเยี่ยม อายุ 45ปี สามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่8 ต.ชมสะอาด อ.เมยวดี จ.ร้อยเอ็ด นำสำเนาในรับแจ้งเหตุตามมาตรา152 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. 2550 จำนวน 2ใบ เข้าพบ นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด เขต2 พรรคพลังประชาชน เลขที่19 หมู่ 1 ต.ขวัญเมือง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง ตามเอกสารทั้ง 2 ใบ และขอความร่วมมือในด้านการดูแลความปลอดภัยให้ตนและครอบครัว

นางสำรอง อ้างว่า เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 6 ธันวาคม ตนและนางบัวสี คำสาสินธุ์ ได้นำเงินคนละ 200บาท เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับ ร.ต.ท.วีระชัย บรรพจันทร์ พงส.สบ.1 สภ.เมยวดี มีผู้กระทำผิดกฏหมายเลือกตั้ง ตามมาตรา77 ประกอบมาตรา152 แห่งพระราชบัญญัติเลือกตั้ง เนื่องจาก เมื่อเวลา 14.00 น.เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ที่ผ่านมา ที่บริเวณทุ่งนาของนายทองสุข นาเมืองรักษ์ ทิศตะวันออกบ้านชมสะอาด หมู่ 4

นางหมวย ไม่ทราบนามสกุลจริง นำเงิน 200บาท มาให้ตนเพื่อให้เลือก ผู้สมัคร ส.ส. เขต 3 หมายเลข 5 คือ นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ และนายนิรมิตร สุจารี หมายเลข 6 ผู้สมัครส.ส.เขต 3 พรรคพลังประชาชน หลังจากที่รับเงินแล้วกลัวความผิด จึงได้นำเงินเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

หลังจากตนได้เข้าแจ้งความแล้ว ไม่สบายใจมาโดยตลอด เนื่องจากเป็นการแจ้งความอันเป็นเท็จ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหลังจากปรึกษากับสามีแล้ว จึงได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม เมื่อเวลา 17.00 น.กับ พ.ต.ต.วิมลเกียรติ พั่วพันศรี พงส.สบ.2 สภ.เมยวดี ว่า ตามที่ตนเองไปแจ้งความ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เป็นความจริง และความจริงคือตนและนางบัวสี คำสาสินธุ์ ถูกนายวิชัย วิชัย กำนัน ต.ชมสะอาด อ.เมยวดี ว่า จ้างด้วยเงินคนละ 3,000 บาท ให้ใส่ความผู้สมัครทั้ง 2คน

โดยมีนายถาวร ช่วยแสง อดีตผญบ.ชมสะอาด หมู่ 8 พาไปแจ้งความใส่ความผู้สมัครทั้ง 2 คนที่สถาน ีตำรวจฯ ซึ่งสำนึกว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง จึงถ่ายสำเนาเอกสารบันทึกแจ้งความทั้ง 2 ใบ มาแจ้งให้นายนิรันดร์ ทราบ พร้อมกับชี้แจงข้อเท็จจริง ทั้งหมดให้ทราบ

หลังจากนี้ต้องไปแจ้งความใหม่ตามความเป็นจริง เพราะกลัวความผิด ในขณะที่นางบัวสี คำสาสินธุ์ ที่เข้าไปแจ้งความพร้อมกับตนเองก็ไม่สบายใจมาก หลังแจ้งความแล้วก็หนีไปหาสามีกรุงเทพฯ ซึ่งตนได้ติดต่อไปให้กลับมาแจ้งความใหม่แล้ว แจ่ยังไม่กลับมา

ด้านนายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ ผู้สมัครส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 3 หมายเลข 5 พรรคพลังประชาชนกล่าวว่า ตนเองจะนำหลักฐานทั้งหมด รวมทั้งข้อมูลที่ได้รับแจ้งให้ นายพินิจ พิชยกัลป์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ทราบเพื่อให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อเอาผิดทางวินัยกับกำนัน ต.ชมสะอาดที่ถูกกล่าวหาและให้จะส่งเรื่อง กกต.จังหวัดตรวจสอบข้อเท็จจริง และนอกจากนั้นจะทำหนังสือถึง พล.ต.ต.คณิสร น้อยนารถ ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลความปลอดภัยของทั้ง 2 คนด้วยต่อไป






จาก http://www.hi-thaksin.org/home.php

พปช. ขอคะแนนชาวเชียงใหม่ ตั้งรัฐบาลพรรคเดียว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เย็นวันนี้ (10 ธ.ค.) นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน (พปช.) และแกนนำของพรรคฯ ลงพื้นที่หาเสียงและปราศรัยช่วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่สนามกีฬา 700 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยนายสมัครได้ปราศรัยขอคะแนนเสียงจากผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจ และประกาศคืน ความเป็นธรรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการกลับมาสู้คดี

นอกจากนี้ ยังมีแกนนำของพรรคพลังประชาชนผลัดกันขึ้นปราศรัยขอคะแนนเสียงเพื่อให้พรรคพลังประชาชน สามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวและโจมตีพรรคการเมืองอื่นๆ ว่า รอร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ตามที่คณะมนตรี ความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ต้องการ ที่เป็นแผนบันไดขั้นที่ 4

เย็นวันเดียวกัน นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย กล่าวระหว่างลงพื้นที่หาเสียงช่วย ผู้สมัครสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของพรรคฯ ที่บริเวณแฟลตคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ว่า ปัญหาทุกๆ อย่างในพรรคฯ มีการแก้ไขด้วยระบบของพรรคฯ เอง แต่ทุกคนก็ต้องมีกาลเทศะบ้าง โดยบางทีเด็กจะตีหัวผู้ใหญ่ไม่ได้ สำหรับกรณีความขัดแย้งระหว่างตนกับนาย ธนพร ศรียากูล รองหัวหน้าพรรคฯ นั้น เป็นเรื่องไม่ดี เพราะนายธนพรต้องรู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่

หัวหน้าพรรคมัชฌิมาฯ กล่าวต่อว่า ในวันพรุ่งนี้ (11 ธ.ค.) ที่ตนจะเดินทางไปพบ นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือก ตั้ง (กกต.) นั้น ก็เพื่อขอโทษกับเรื่องบางเรื่อง ส่วนตัวไม่มีปัญหาอะไรเลยและคงไม่มีข้อเสนอ แนะต่อ กกต. ชุดนี้





จาก http://www.hi-thaksin.org/home.php

ผบ.ทบ.ยัน'ทักษิณ'กลับปท.ได้เชื่อวีซีดีกระทบลต.




ผู้บัญชาการทหารบก ปฏิเสธ แสดงความเห็นทางการเมือง แต่ยืนยัน อดีตนายกฯทักษิณ สามารถกลับเข้ามาต่อสู้ตาม กระบวนการยุติธรรมได้ตลอดเวลาพร้อมระบุยังไม่เห็นวีซีดีเชื่อไม่ว่าอะไรก็มีผลกับการเลือกตั้งทั้งสิ้น

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เปิดเผยก่อนเดินทางเยือนมาเลเซีย เพื่อเยี่ยมเยียนและพูดคุยถึงความร่วมมือระหว่างกันว่า กรณี วีซีดี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่แจกจ่ายในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือนั้น ตนยังไม่เห็น แต่เชื่อว่าไม่ว่าอะไรก็มีผลกับการเลือกตั้งทั้งสิ้น ส่วนกรณีข้อเสนอรัฐบาลสมานฉันท์แห่งชาตินั้น ปฏิเสธไม่ให้ความคิดเห็น เพราะตนไม่ใช่นักการเมือง ทั้งนี้ หาก พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศมา ส่วนตัวไม่มีความเห็น แต่การกลับมาต่อสู้คดีในกระบวนการยุติธรรม สามารถกลับมาได้ตลอดเวลา



ผู้บัญชาการทหารบก ยังระบุถึงการดูแลความปลอดภัยช่วงการเลือกตั้ง ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าได้มีการเตรียมการไว้แล้ว





จาก http://www.hi-thaksin.org/home.php

ฟันธงเศรษฐกิจไทยกู่ไม่กลับ



มูลนิธิไทยพึ่งไทยได้จัดสัมมนาเรื่อง 'ไทยพึ่งไทย ทางรอดเศรษฐกิจ' โดยมีนายวีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีต รมว.คลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษว่าขณะนี้เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะน่าเป็นห่วง โดยเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มถดถอยลงเรื่อยๆ มีผลจากแรงกดดันจากปัจจัยทั้งในและนอกประเทศ

โดยปัจจัยนอกประเทศคือราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในระยะสั้นจะได้เห็นราคาน้ำมันดิบแตะ 100 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรลแน่ หลังจากนั้นจะแกว่งตัวในระดับ 90-100 เหรียญต่อไปอีก 6 เดือนถึง 1 ปี ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประเทศผู้นำเข้าน้ำมันเช่นไทย ทำให้ มีต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้น เป็นสาเหตุให้ความสามารถในการแข่งขันของไทยลดลง และทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว แต่หากรัฐบาลไปตรึงราคาน้ำมันก็จะมีปัญหาต่อเสถียรภาพการเงินและการคลังของประเทศ ดังนั้น อนาคตจะได้เห็นการปิดตัวของโรงงานปูนซีเมนต์



นอกจากนี้ ยังคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาและกลุ่มสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นตลาดรองรับสินค้าส่งออกสำคัญของไทยจะชะลอตัวและการที่สหรัฐฯพยายามกดค่าเงินเหรียญสหรัฐฯให้อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้น ซึ่งความผันผวนนี้จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อเศรษฐกิจโลกมากมายรวมทั้งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย



ส่วนปัจจัยในประเทศนั้นเศรษฐกิจไทยเริ่มชะลอตัวมาตั้งแต่ปี 48 ตั้งแต่เริ่มมีความไม่แน่นอนทางการเมืองทำให้การลงทุนทั้งของภาครัฐและเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศชะงักงันทั้งหมด ส่วนการลงทุนภาครัฐที่ไม่เกิดเพราะรัฐบาลไม่ตัดสินใจและยังเกิดจากปัญหาด้านการหาเงินกู้ลงทุนโครงการขนาดใหญ่ เพราะ ระบบการปกครองของประเทศไม่เป็นที่ยอมรับของประชาคมโลก ซึ่งตนไม่เชื่อว่าหลังการเลือกตั้งจะสามารถเรียกความมั่นใจของนักลงทุนคืนมาได้



และสุดท้ายคือปัญหาความไม่มั่นใจในระบบการปกครอง ซึ่งการเลือกตั้งจะทำให้เกิดรัฐบาลผสม ไม่มีความเข้มแข็งและเป็นระบบที่สร้างความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทำให้ นโยบายเศรษฐกิจมีความเปลี่ยนแปลง ขณะที่ระบบข้าราชการก็จะไม่ทำงานรองรับนโยบายได้ เพราะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในหลายกระทรวงถูกสอบสวนจำนวนมาก เฉพาะกระทรวงการคลังโดนไป 43 คน กระทรวงเกษตรฯโดนไปเกือบครึ่ง แม้รัฐบาลใหม่จะใส่เกียร์ 5 รถก็ไม่วิ่งเพราะข้าราชการใส่เกียร์ว่างหมด



'สิ่งที่น่าห่วงคือการยอมรับของนานาประเทศต่อผลการเลือกตั้ง ปัญหาการยอมรับรัฐบาลหลังการเลือกตั้งก็ถือเป็นปัญหาเหมือนที่เกิดขึ้นขณะนี้ที่นานาประเทศไม่ยอมรับรัฐบาลปัจจุบัน รวมทั้งไม่แน่ใจว่าหลังการเลือกตั้งแล้วระบบต่างๆจะกลับสู่ภาวะปกติ ทั้งระบบการใช้กฎหมาย ระบบยุติธรรม ระบบการกล่าวหารวมถึงทหารจะกลับเข้าสู่กรมกองอย่างที่ควรจะเป็นหรือไม่ ซึ่งหากไม่เป็นเช่นนั้น สิ่งเหล่านี้จะซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบางและมีแนวโน้มชะงักงัน ทั้งปัญหาเงินเฟ้อและการปลดคนงาน ซึ่งตนยังเชื่อว่า สิ่งที่วิตกกังวลอยู่นี้จะยังอยู่กับเราไปอีก 4-5 ปีเป็นอย่างน้อย'



นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองผู้อำนวยการ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬา-ลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจมีอัตราการเติบโตช้า ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ดังนั้น การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังคงดำเนินนโยบายการเงินด้วยการใช้ 'อินเฟร์ชั่นทาร์เก็ต' จึงเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะเมื่อราคาสินค้าเพิ่มขึ้นส่งผลให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น ดังนั้น การใช้นโยบายการเงินเพื่อควบคุมเงินเฟ้อด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะส่งผลให้ประชาชนมีภาระสูงขึ้น และทำให้ต้นทุนการผลิตปรับตัวสูงขึ้น ดังนั้น ในภาวะแบบนี้ ธปท. ควรเปลี่ยนมาใช้จีดีพีทาร์เก็ตแทนจึงจะเหมาะสมที่สุด



นายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลยังต้องทำต่อไปโดยในระยะเวลา 4-5 ปีข้างหน้า รัฐบาลยังมีเงินอัดฉีดเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ 500,000 ล้านบาทโดยเงินดังกล่าวมาจากการจัดเก็บรายได้ที่เพิ่มขึ้นปีละ 7-8% 'เงินที่อัดฉีดเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นำเงินไปลงทุนในเรื่องของการสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น ระบบขนส่งมวลชน การสื่อสารโทรคมนาคม และการชลประทาน เป็นต้น'.


จาก http://www.hi-thaksin.org/home.php

ร้านอาหารจ่อขยับ ปีหน้าเมนูละ5บาท


ปีหน้าธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน มีแววขยับราคาอาหารอีก 3-5 บาท
นายเกียรติศักดิ์ ฉมาภิสิษฐ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เอแอนด์ดับบลิว เรสเตอรองต์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มการปรับขึ้นราคาอาหารในปีหน้านั้น คาดว่าธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน หรือคิวเอสอาร์ ผู้ประกอบการทุกรายคงจะต้องปรับราคาขายขึ้นอย่างแน่นอน อย่างน้อย 3-5 บาท ตามแต่ละเมนู เนื่องจากราคาสินค้าที่เป็นส่วนประกอบหลักปรับขึ้นทุก
ขณะที่เอแอนด์ดับบลิวคงต้องรอดูสถานการณ์ว่า ผู้นำตลาดอาหารบริการด่วนจะขึ้นราคาเมื่อไร แต่เอแอนด์ดับบลิวอาจจะไม่ขึ้นราคาตามในทันที เพราะต้องการเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภค
พร้อมกันนี้ บริษัทได้วางแผนงานจะขยายสาขาเพิ่มอย่างน้อย 8 สาขาต่อปี เน้นขยายไปกับปั๊มน้ำมันเป็นหลัก และการเปิดร้านแบบสแตนด์ อโลน โดยการลงทุนสำหรับสาขาในปั๊มน้ำมันอยู่ที่ 2-3 ล้านบาท ส่วนการเปิดสาขาแบบสแตนด์อโลนอัตราการลงทุนอยู่ที่ 8 ล้านบาท
ปัจจุบันเอแอนด์ดับบลิวมีทั้งหมด 31 สาขา อีก 2 ปีข้างหน้าหากการดำเนินการขยายสาขาเป็นไปตามเป้าหมายก็จะมีสาขาครบ 50 สาขา ครอบคลุมพื้นที่โดยรอบกรุงเทพฯ เพียงพอที่จะเพิ่มบริการ เดลิเวอรี และในอีก 5 ปีข้างหน้าก็จะเปิดครบ 100 สาขา
สำหรับการขยายสาขาไปต่างจังหวัดที่ไกลออกไป เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต ได้รับการติดต่อจากสถานีให้บริการน้ำมันที่เป็นพันธมิตร แต่บริษัทยังไม่พร้อมทางด้านขนส่งสินค้า ทำได้แค่เพียงขนส่งระยะสั้นเท่านั้น จึงยังไม่สามารถเปิดสาขาเพิ่มในจังหวัดเหล่านั้นได้
สำหรับภาพรวมของเอแอนด์ดับบลิวในปีนี้มีอัตราการเติบโตประมาณ 3% และอัตราการเติบโตของยอดขายต่อสาขาอยู่ที่ 3% เช่นเดียวกัน
ปีหน้าคาดว่าภาพรวมเอแอนด์ดับบลิวจะเติบโตขึ้น 7% ส่วนอัตราการเติบโตของยอดขายแต่ละสาขาตั้งเป้าไว้ที่อัตราเดิม 3% เพราะยังไม่แน่ใจในสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจว่าหลังการเลือกตั้งแล้วจะมีทิศทางที่ดีขึ้นจริงหรือไม่ จึงตั้งตัวเลขไว้เท่าเดิมกับปีนี้ไปก่อน

จาก http://www.hi-thaksin.org/home.php

Monday, December 10, 2007

‘สมัคร'สวดยับรธน.เผด็จการทำปั่นป่วน-วุ่นวาย


นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน หรือพปช. กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญเนื่องในวันรัฐธรรมนูญว่า รัฐธรรมนูญที่ร่างออกมาใช้ไม่ได้ รัฐธรรมนูญปี 2540 เขียนไว้เรียบร้อยดีแล้ว ต้องการให้รัฐบาลแข็งแรง แต่กลับมีคนไปเห็นว่ารัฐบาลแข็งแรงไม่ดี และเจตนาต้องการให้รัฐบาลที่เกิดมาอ่อนแอ เริ่มตั้งแต่วิธีการเลือกตั้งก็ไปย้อนมาให้เกิดความปั่นป่วน ยุ่งยากสับสน ลงคะแนนง่ายๆ ก็ทำให้ยาก ทำให้มันปั่นป่วน คนที่ทำแบบนี้คิดอย่างไร อย่างเรื่องโหวตนายกฯ ก็ให้ลงคะแนนแบบลับทำไม ต้องการให้เกิดอะไรขึ้น แถมการโหวตก็ไม่ต้องฟังมติพรรค ถามหน่อยเถอะว่าคนที่ร่างเป็นคนหรือเปล่าที่คิดแบบนี้ วุฒิสมาชิกแทนที่จะคิดว่าจะสังกัดพรรคหรือไม่สังกัดพรรค กลับลดจาก 200 คนเหลือ 150 คนให้เขย่งอีก ให้มาจากเลือกตั้ง 76 คน มาจากแต่งตั้ง 74 คน แย่จริงๆ คนที่ฟังก็เข้าใจว่าคนที่ทำเจตนาต้องการทำให้บ้านเมืองปั่นป่วน เพราะรัฐธรรมนูญไม่ดี เห็นชัดคนพวกนี้ทำบาป บ้านเมืองจะอยู่อย่างนี้ไปได้อย่างไร รัฐบาลไม่มีความสามารถ เป็นคนอ่อนแอ จะโหวตกันทีวิ่งกันพล่าน แก้ไขรัฐธรรมนูญแก้ไม่ยากเอาหมวดที่ 1 ไว้ แล้วเอาฉบับปี 2540 ประกบข้างหลังแล้วให้กรรมการยกร่างฯดูอันไหนไม่ดีก็ตัดทิ้ง อันไหนดีก็มาเพิ่มง่ายนิดเดียว

สัมภาษณ์พิเศษ'ทักษิณ 'ผมเผลอคุณปฏิวัติ คนปฏิวัติกลัวเสือกัด


0 มองสถานการณ์ทางการเมืองของไทยในอนาคตกับประชาธิปไตยในวันข้างหน้าเป็นอย่างไร

- ผมเป็นคนมองโลกในแง่ที่ว่า ผมเป็นคนที่เคารพกติกา เพราะฉะนั้นเลยเชื่อว่า คนทุกฝ่ายจะเคารพกติกา เพราะอย่าลืมว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก ทั่วโลกเขามองเราอยู่ว่า หลังปฏิวัติแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย เมื่อทั้งโลกมองเราอยู่ ถามว่าประเทศเราช้ำพอหรือยัง เราอยากได้ใคร่มี อยากยิ่งใหญ่ อยากกลัวเสียหน้าโดยไม่กลัวประเทศเสียหายกันอีกหรือ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับสั่งวันที่ 4 ธันวาคม ชัดมากถึงเรื่องความปรองดอง ผมคิดว่า หลักเบื้องต้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งอย่างนี้แล้ว ทุกคนน้อมรับใส่เกล้าใส่กระหม่อมแล้ว ก็อย่าแค่ใส่เกล้าใส่กระหม่อม น้อมรับแล้วเบื้องต้นวิธีปฏิบัติก็คือว่าปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามกฎเกณฑ์ของเขา อย่าไปยุ่งกับกฎกับเกณฑ์ และประชาธิปไตยนี้แปลว่าอะไร แปลว่าประชาชนเป็นผู้ตัดสิน เมื่อประชาชนตัดสินอย่างไรก็เคารพตามนั้นก็จบ มันมีกติกาของมันอยู่ ก็อย่าเข้าไปยุ่ง อย่าไปลำเอียง ผมว่าแค่นี้ก็เป็นการเริ่มต้นครั้งแรกความปรองดองได้ดีแล้ว

0 ประเมินประชาธิปไตยหลังการเลือกตั้งไว้อย่างไรบ้าง

- ประชาธิปไตยต้องยอมรับก่อนว่า เป็นประชาธิปไตยที่ไม่ค่อยเต็มใจหยิบยื่นซักเท่าไร เราเห็นเนื้อความของรัฐธรรมนูญแล้ว ในที่สุดคนที่มาจากการเลือกตั้งต้องเสนอให้มีการแก้ไขในหลายข้อที่ไม่เป็นประชาธิปไตย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายความมั่นคงทั้งหลายที่ไปลิดรอนสิทธิ รัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งในที่สุดแล้วก็ต้องถูกแก้ ถ้าประเทศชาติจะเจริญ โลกมันเปลี่ยนไป วิธีคิดมันเปลี่ยนไป ผู้ใหญ่ในวันนี้อย่าไปบังคับให้เด็กคิดเหมือนผู้ใหญ่ แต่มันก็ต้องเป็นจุดเริ่มต้นที่ต้องเริ่ม ไม่ใช่อยู่ๆ ปฏิวัติเสร็จจะเป็นประชาธิปไตยร้อยเปอร์เซ็นต์คงไม่ได้ เพราะว่าคนปฏิวัติกว่าจะปล่อยได้ มันก็กลัวเสือกัด ก็ต้องค่อยๆ อยู่แล้ว

0 มองดูการหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ เป็นอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะนโยบายพรรคการเมือง

- ในที่สุดที่ด่าผมทั้งหลายว่า เป็นนโยบายประชานิยม วันนี้ก็ทั้งลอกตรงๆ ลอกแบบลืมเปลี่ยน พ.ศ. และลอกแบบเปลี่ยนชื่อ หรือทำให้มากกว่าเดิมก็มี แต่ปัญหาคือไม่เป็นไร แต่ปัญหาต้องเข้าใจปรัชญาของมันว่า แต่ละนโยบายมีความเชื่อมโยงกันอย่างไร ไม่ใช่วันนี้แจกประชานิยมแล้วชนะเลือกตั้ง มันต้องทำได้จริง ประเทศชาติไปรอด ไม่ใช่ประเทศเจ๊ง บอกว่าเจ๊งๆ มันเจ๊งเพราะปากคุณพูดเอง ไม่ใช่เพราะว่าตัวเลขมันเจ๊ง ตัวเลขมันดีหมดทุกตัว อัตราการว่างงานต่ำสุด ไม่แค่มีเกิดขึ้นตั้งแต่เป็นประเทศไทยมา มันเป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจก่อน จะเอาเงินที่ไหนมาทำ ส่วนใหญ่แล้วนักการเมือง ข้าราชการก็ดี จะเข้าใจวิธีการใช้เงิน มากกว่าการหาเงิน ถ้าเข้าใจวิธีการใช้เงินแต่หาเงินไม่เป็น มันเป็นอันตราย

ขอบอกเลยว่า ผลพวงนโยบายผมไม่เคยมีทำให้เสียเงิน มีแต่ได้เงิน โอท็อปส่งออกเท่าไร ไม่มีเสียตังค์เลย หวยใต้ดิน บนดินก็เหมือนกัน เอาเงินที่อยู่กับมาเฟียให้ได้เด็กได้เรียนหนังสือ แต่วันนี้กลับเอาไปให้มาเฟียอย่างเก่า เพราะเป็นเครือข่ายที่ช่วยล้มผม แล้วมาบอกว่าผมทำผิดกฎหมาย คือวันนี้มันต้องเลิกฟื้นฝอยหาตะเข็บ ถ้าจะฟื้นมันฟื้นไม่จบ ถ้าฟื้นได้คงฟื้นไปถึงสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อดีตนายกรัฐมนตรี ถามว่าจะฟื้นกันไหม วันนี้ต้องมองไปข้างหน้า เพื่อประเทศจะได้ก้าวหน้า วันนี้ที่เราทะเลาะกัน คนที่ทะเลาะมันอาจจะไม่เดือดร้อนเท่าไร ชาวบ้านมันจะตายเอา

0 รัฐบาลหลังเลือกตั้งมองอย่างไรบ้าง พรรคพลังประชาชนดูเหมือนจะถูกปล่อยให้โดดเดี่ยว

- เมื่อก่อนนี้ผมคิดว่าจะซื้อลิเวอร์พูล you never walk alone การเมืองเขาไม่มีเคยมีใคร walk alone มันอยู่ที่กระแสประชาชน วันนี้เชื่อผมเถอะ ฝืนกระแสประชาชนไม่ได้ ตอนนี้ประชาชนตั้งหลักได้แล้ว

ในที่สุดการตัดสินใจของประชาชนวันที่ 23 ธันวาคม เราจะรู้ว่าประชาชนบอกว่า ผมเผลอคุณปฏิวัติ แต่จากนี้ผมไม่เอาแล้วนะ ถ้าไม่เอาปฏิวัติแสดงออกได้ชัดวันที่ 23 ธันวาคม ฉะนั้นคนที่ไปปฏิวัติก็อย่าไปคิดมาก เอานะผิดก็ผิด พลาดไปแล้วไม่เป็นไร ไม่มีใครฟื้นฝอยหาตะเข็บ ผมก็ไม่กลับไปเอาเรื่องเอาราวแล้ว ผมก็ขอตีกอล์ฟ ทำงานการกุศลของผม ช่วยเหลือชาวบ้านไปเรื่อยๆ มีความสุขแล้วกลับไปได้อยู่กับลูกกับเมีย ผมคิดถึงลูกกับเมียผมแล้ว

0 ดูเหมือนฝ่ายตรงข้ามก็ไม่ไว้วางใจว่าท่านจะเลิกเล่นการเมืองจริงหรือไม่

- คือผมประกาศไปแล้วว่า วางมือทางการเมือง คุณก็พยายามกลั่นแกล้งผมทางการเมืองอยู่นั้นแหละ อย่าบีบผมซิ ผมไม่ต้องการ ผมต้องการเลิกเล่นการเมืองอยู่แล้ว แต่คุณมาบีบผมทุกวัน อย่าบังคับผมซิ ผมบอกผมเลิกแล้วอย่าบังคับผม เลิกแล้วมาบังคับผมทำไม ผมเลิกแล้วบังคับผมเข้าการเมืองอีกทำไม เลิกแล้วจ๊ะ

0 ส่วนโพลที่ออกมาในเวลานี้ ที่ผลสำรวจส่วนใหญ่บอกว่าพรรคพลังประชาชนจะได้รับเลือกเป็นพรรคที่มีเสียงข้างมาก

- เท่าที่ผมอ่านโพลตรงนั้นตรงนี้ จากข่าวหนังสือพิมพ์หรือจากที่เพื่อนบอก มันไม่ตรง แสดงให้เห็นถึงว่าวันนี้ชาวบ้านเริ่มไม่พูดความจริง เพราะเนื่องจากว่ากลัว เพราะมีคนหัวเกรียนๆ ไปอยู่ในพื้นที่ เขาก็ไม่สบายใจ คล้ายอยู่ในพื้นที่มากไปหน่อย เขาก็ไม่สบายใจ ไม่กล้าพูด มันเลยเป็นสัญญาณไม่ดีสำหรับประชาธิปไตย เพราะว่าถ้าคนไม่กล้าพูดความจริง ลำบาก

0 คิดเห็นอย่างไรกับคนที่ออกไปจากพรรคไทยรักไทยแล้วไปจับขั้วกับพรรคประชาธิปัตย์

- ผมเข้าใจได้ ตอนนั้นผมให้ทำงานโรคซาร์ ก็เป็นโรคปอดอักเสบกันเยอะ บางคนก็ปอดวิ่งไปซุก ซึ่งวิ่งไปซุกเป็นโรคปอดก็ธรรมดา แม้แต่บางคนก็ไปกล่าวหาผมเท็จๆ ลอยๆ ก็มี กล่าวหาเป็นลายลักษณ์อักษรก็มี ไปกล่าวหาผมกับ คตส.เป็นเท็จๆ ก็มี ตรงนั้นก็แล้วแต่

แต่ยังมาอ้างอีก อ้างว่าจะเอาผมกลับบ้าน ตกลงจะเอาผมไปไหน ผมก็เลยบอกว่าไม่เป็นไรหรอก วันนี้ผมเหมือนตาย 2 ครั้ง ได้รู้จักคนเพื่อนยามยากเป็นใคร แล้วเพื่อนยามเสวยสุขเป็นใครก็ได้เห็นกัน มันก็ดี แต่ผมไม่ไปชำระแค้นผู้ที่ทำอะไรผม แต่ผมจะไปตอบแทนบุญคุณผู้ซึ่งไม่ลืมผม คมช.ก็ไม่ต้องอ้างเลยเรื่องที่ว่าจะมีการชำระบัญชีแค้น บอกเขา ผมเป็นนักเรียนนายร้อย เป็นผู้ที่สาบานตนกันมา ฉะนั้นเลือดผมเข้มพอ มีเลือดของความเป็นพี่เป็นน้อง เป็นเพื่อนมันมีอยู่ ฉะนั้นเรื่องล้างแค้นไม่มี มีแต่เรื่องต้องไปตอบแทนบุญคุณคน ซึ่งเขาไม่ลืมผม ห่วงใยผมที่ต้องไปต่อสู้ไปยอม ไม่กลัว ถูกข่มขู่เป็นจำนวนมาก ตรงนี้ผมต้องไปตอบแทนบุญคุณ ผมมันตรงข้ามบังเอิญไม่ใช่พระเอกหนังจีน

ส่วนผมจะกลับประเทศเมื่อไรให้ไปถาม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง วันที่ 21 ธันวาคม เดี๋ยวเฉลิมบอกเอง มันต้องมีคนไปฟังปราศรัยเฉลิมวันที่ 21 แล้วเฉลิมจะบอก เฉลิมให้ผมกลับวันไหน ผมก็จะกลับวันนั้น

0 มีข่าวว่า มีการพูดคุยและไฟเขียวให้ท่านบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น

- คุณบรรหารไม่เคยคุยกับผมเลย เพราะท่านทำหน้าที่โฆษก คมช.อยู่ตั้งนาน และไม่จริงเลยที่บอกว่าผมไฟเขียวให้ท่านบรรหารเป็นนายกฯ ไม่เคยคุยกันเลยตรงไปตรงมาตั้งแต่ออกจากประเทศไทย แต่ก่อนออกนั่งกินหูฉลามกัน และหลังจากออกมาแล้วไม่เคยคุยกับผมเลย ไม่เคย ส่งสัญญาณ ส่งโค้ก ส่งยิ้มไม่มี

0 ความสัมพันธ์กับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เพราะมีข่าวตั้ง พล.อ.อนุพงษ์เพื่อรอมชอมกับท่าน

- เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกัน นักเรียนเตรียมทหารรุ่นเดียวกัน เสร็จแล้วก็แยกเหล่าไปทัพบก ส่วนผมไปตำรวจ ซึ่งก็เจอกันบ้างในงานเลี้ยงรุ่นเตรียมนักเรียน รุ่น 10 ไม่มีอะไรเป็นเพื่อนกัน และตั้งแต่รับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารก็ยังไม่ได้มีโอกาสได้พูดคุยกัน เพราะเราต้องเคารพหน้าที่ของ พล.อ.อนุพงษ์ เพราะผมเป็นคนที่เคารพในกติกา พอเป็นนักกีฬาเมื่อกรรมการเป่านกหวีดให้หยุดก็ต้องหยุด เสร็จแล้วกรรมการว่าอย่างไรก็ต้องเป็นอย่างนั้น ถ้าเราอยากชนะเราก็ต้องฝึกให้เก่ง แล้วก็จะชนะเอง แต่หากผมหยุดแล้ว แต่อีกฝ่ายไม่หยุดเราคงไม่ไปเถียงว่า ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน เราก็ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ถ้าเขาไม่ทำหน้าที่ของเขา กรรมก็เป็นเครื่องที่ส่อเจตนา

จากนี้ไป 5 ปีผมบอกได้เลยไม่มีใครกล้าหรอก เพราะว่าประเทศมันช้ำหมด แผลยังไม่หายดี เพราะว่าการปฏิวัติวันนี้บอกให้เรารู้แล้วว่ามันเสียโอกาสหมด ที่เราสร้างมันมานำประเทศมามีศักดิ์ศรีในระดับเวทีโลก วันนี้มันตกไปหมด เพราะฉะนั้นมันช้ำพอแล้ว

0 วันนี้คิดอย่างไรกับ คตส.ที่ขมวดเรื่องต่างๆ เพื่อการลงโทษ เอาผิดในข้อหาต่างๆ

- กำลังรอข้อหาสุดท้ายอยู่ ข้อหาเป็นนายกฯ แล้วแย่งลมหายใจประชาชน ส่วนที่มีคนสงสัยว่ากรณีการอายัดทรัพย์ แต่เราพยายามเลื่อนการชี้แจงอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่ว่าผมไม่พร้อมเรื่องข้อมูล โธ่เงินมีที่มาที่ไปไม่พร้อมได้ไง แต่เรารู้ว่าความไม่เป็นธรรมมันยังมีอยู่นี้ยังไงก็ไม่ฟัง มันเป็นองค์กรพิเศษที่ตั้งมาจัดการกับครอบครัวเดียว ส่วนเงินที่ถูกอายัดไปเดี๋ยวก็คืน เพราะว่าอายัดผมโดยไม่มีกฎหมายรองรับซะอย่าง มั่ว หลังจากถูกอายัดชีวิตผมก็ลำบาก ทำให้ผมต้องไประบายชีวิตตัวเอง แต่ดีว่าเว็บกูเกิลใส่ประวัติผมเยอะ คนเข้าไปค้นประวัติผมเยอะ ทำให้ผมไม่ต้องไปอธิบายอะไรมาก มันไม่มีปัญหาหรอก ถ้าพวกเป็ด พวกม้า พวกอะไรไม่อยู่ มันก็มีความเป็นธรรมขึ้น เหลือแต่คนแล้ว

ชีวิตตั้งอยู่แล้วดับไป พระพุทธเจ้าสอนไว้ เกิดมาเป็นคนไทยมีศาสนาพุทธที่ดีมาก ให้แนวคิดในการดำรงชีวิตที่ดีมาก แต่ว่าเราไม่จริงจัง ไปเชื่อในสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่ได้สอน ไปเชื่อในเรื่องของเครื่องรางของขลังมากเกินกว่าตัวปรัชญา ตัวปรัชญาที่พระพุทธเจ้าสอน ถ้าลองได้ศึกษาดีๆ ทำให้ชีวิตอยู่รอดปลอดภัย ที่มันตั้งอยู่บนความสมดุลแห่งชีวิตได้ดีกว่า ทีแรกก็รู้สึกว่า เอ๊ะเราไปทำอะไรมา ตอนหลังโดนหนักๆ เข้า ก็รู้ว่า ดีเหมือนกันทำไมเขาเล่นเราอยู่คนเดียว เล่นครอบครัวเรา หาเรื่องได้ทุกเรื่อง แล้วก็ไปขุดเรื่องตั้งแต่ก่อนเป็นนายกฯ ขุดมาหมด เลยทำให้ผมได้นั่งย้อนดูประวัติศาสตร์ตัวเองที่บางครั้งก็ลืมไปแล้ว ก็เป็นสิ่งที่พิเศษ ที่มีอยู่ในประเทศเดียวเขาทำกัน เท่าที่ผมดูการเมืองแย่ๆ เขาก็ไม่มีอย่างนี้กัน การเมืองทั้งนั้น สรุปแล้วเป็นการเมืองจริงๆ

สิ่งที่ผมห่วงคือผมห่วงลูกเมียผมว่าจะคิดอย่างไร แต่เขาก็เข้มแข็งกันดี ซึ่งในครอบครัวก็ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพราะยามนี้เราเห็นว่าเป็นวิบากกรรม ไม่รู้ชาติที่แล้วไปทำอะไรเขาไว้บ้าง บังเอิญระลึกชาติไม่ได้ เลยไม่รู้ว่าไปทำอะไรกับเขาไว้

ผมยังเป็นประโยชน์กับประเทศอีกเยอะ เอาผมทิ้งไว้นอกประเทศเสียของ ไม่ต้องให้ผมเป็นนักการเมืองหรอก ผมยังทำอะไรให้กับประเทศได้อีกเยอะ อย่าหมั่นไส้ผมเลย--จบ--

Hi-Thaksin ถึง สดศรี สัตยธรรม


เป็นเกียรติอย่างยิ่งแก่ เวปไซต์ Hi-Thaksin ที่ได้รับการเอ่ยอ้างถึงจากปากของกรรมการการเลือกตั้งที่ชื่อ สดศรี สัตยธรรม ซึ่งเป็นกรรมการการเลือกตั้ง ที่คนครึ่งค่อนประเทศ ตั้งข้อสังเกตถึงความเป็นกลางของเธอ ว่า เป็นกลางแบบไหน กลางใจเผด็จการ หรือ กลางใจประชาชน

หากพูดกันอย่างไม่เกรงใจ ต้องบอกว่าไม่ใช่เพียงข้อสังเกตว่าไม่เป็นกลาง แต่ต้องบอกว่าประชาชนครึ่งค่อนประเทศ กำลังคลางแคลงใจ ว่าเธอคนนี้รับงานใครมาหรือไม่ และเหตุใด จึงทำตัวเป็น “แกะดำ” เพียงหนึ่งเดียว และเป็นกรรมการการเลือกตั้งที่มักจะแปลกแยกออกจากกรรมการอีก 4 ท่านที่เป็นเสียงข้างมากในหลายๆ เรื่อง ตั้งแต่ การห้ามพรรคการเมืองรณรงค์หาเสียงแบบยิบย่อย จนถูกพรรคการเมือง นักการเมือง ประท้วง ร้องเรียน กันวุ่นวาย ต่อมาก็ห้ามสื่อมวลชนนำเสนอข่าว ห้ามจัดรายการโทรทัศน์ วิทยุเกี่ยวข้องกับการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของนักการเมืองและพรรคการเมือง แม้กระทั่งห้ามสัมภาษณ์ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทำให้สื่อมวลชนต้องยื่นหนังสือประท้วงกรรมการเลือกตั้งทั้งคณะ อย่างพร้อมเพรียงกัน


เมื่อมีการประท้วงทั้งจากพรรคการเมือง นักการเมืองและสื่อมวลชน คณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็ต้องจัดการประชุมทำความเข้าใจ และปรับทัศนะต่อกัน ปรับความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน จากผิดให้กลายเป็นถูก เพื่อที่ทุกฝ่ายจะได้ช่วยกัน ร่วมมือกันทำงานจัดการเลือกตั้งให้เรียบร้อยตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย


ทั้งๆ ที่เธอเป็นผู้ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดอย่างมากมายจนวุ่นวายไปทั่วทุกวงการ และทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง แต่เมื่อพรรคการเมือง นักการเมือง สื่อมวลชน มาร่วมประชุมตามคำเชิญถึงสำนักงานกกต. เธอคนนี้กลับลาป่วย ไม่เข้าร่วมประชุม ไม่ชี้แจง ไม่ตอบคำถาม ไม่ร่วมพิจารณาหาทางออก วิธีแก่ไขปัญหา ที่ตัวเองเป็นผู้สร้างขึ้น


เรียกว่าหลบหน้าหนีหายไปดื้อๆ ปล่อยให้กรรมการการเลือกตั้งอีก 4 คน ต้องรับหน้าเสื่อ ตอบคำถาม แก้ปัญหาที่ตัวเองไม่ได้เป็นผู้ก่อขึ้น


เมื่อวันที่ข่าวเอกสารลับปรากฎทางเวปไซต์ Hi-Thaksin และต่อมาพรรคพลังประชาชนก็นำสำเนาเอกสารลับไปให้กรรมการเลือกตั้ง ตรวจสอบ เธอคนนี้ก็โพล่งสวนขึ้นมาทันทีทันควัน โดยที่ไม่ยังไม่ทันได้อ่านสักคำเดียวว่า ต้องส่งไปให้ศาลพิสูจน์ก่อนว่าเป็นเอกสารจริงหรือเอกสารเท็จ กกต. ไม่มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร


เรียกว่าแสดงพฤติกรรม ออกอาการไม่ให้ความร่วมมือกับพรรคพลังประชาชน พร้อมกับแอ่นอกหญิงแกร่งเพื่อปกป้องชายชาติทหารคมช. ราวกับแม่ไก้ป้องลูกไว้ใต้ปีกประมาณนั้น


เมื่อคณะกรรมการตรวจสอบเอกสารลับที่มีนายสุพล ยุติธาดา มีมติว่าคมช.ไม่เป็นกลาง เธอก็ขัดขวางและคัดค้านผลการตรวจสอบของคณะกรรมการ อย่างเห็นได้ชัด ด้วยการแสดงความเห็นว่าไม่เข้าใจเหตุใดคณะกรรมการฯ จึงมีมติว่าคมช.ไม่เป็นกลาง ทั้งๆ ที่ยังไม่สรุปว่าเอกสารเท็จหรือจริง ถึงแม้ว่าคมช.จะยอมรับแล้วว่าเคยทำเอกสารฉบับนี้จริง แต่ก็ออกตัวว่ามีถ้อยคำบางคำไม่เหมือน


เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับผลสอบและมติจากคณะกรรมการตรวจสอบ และนัดประชุมเพื่อพิจารณามติของคณะกรรมการตรวจสอบเอกสารลับ เธอคนนี้ก็แถลงข่าวทันทีว่าได้รับหนังสือจากคมช. ลงนามโดยพล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการคมช. ว่าคมช.ไม่ยอมรับมติของคณะกรรมการที่กรรมการการเลือกตั้งแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ และไม่เพียงแต่ไม่ยอมรับ หากแต่ยังอ้างสิทธิและอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ว่าคมช.อยู่เหนือกฎหมายเลือกตั้ง และกฎหมายทั้งปวง แม้จะทำผิดจริงก็ไม่ต้องรับโทษ ดังนั้นกรรมการการเลือกตั้งจะชี้ผิดและลงโทษคมช. ตามมติที่คณะกรรมการตรวจสอบนำเสนอไม่ได้


พฤติการณ์ของสดศรี สัตยธรรม ประหนึ่งว่าเป็นกลาง แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นใจแก่คมช. ทุกกรณี และพยายามจะช่วยให้คมช.พ้นผิด กรณีเอกสารลับ ทุกวิถีทาง ทั้งๆ ที่ผู้ออกมติและสรุปว่าคมช.ไม่เป็นกลาง และมีความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง ก็คือ คณะกรรมการที่กรรมการการเลือกตั้ง แต่งตั้งขึ้นมาเอง


อาการเยี่ยงนี้ พฤติกรรมอย่างนี้ เรียกอย่างอื่นไม่ได้ นอกจาก เขียนด้วยมือ แล้วลบด้วยเท้า


น่าสงสารก็แต่ นายสุพล ยุติธาดา ที่ถูกกรรมการการเลือกตั้ง หลอกใช้ และตกเป็นเหยื่อของคมช. ถูกกล่าวหาให้ร้ายว่า ไม่ให้ความเป็นธรรมแก่คมช. และ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย


ด้วยการทำงานในฐานะกกต. ที่รู้เห็นเป็นใจกับคมช. ซึ่งต้องการทำลายและสกัดกั้นพรรคพลังประชาชนทุกวิถีทาง จึงเป็นที่น่าสงสัยว่า สดศรี สัตยธรรม จะมีหัวใจที่เป็นกลาง และเป็นธรรม ให้แก่พรรคพลังประชาชน ได้อย่างไร


เมื่อคณะกรรมการเลือกตั้ง มีมติว่าจะเรียกผู้บังคับบัญชาระดับสูงของคมช. มาชี้แจงพร้อมทั้งนำเอกสารลับฉบับจริงมาแสดงต่อกรรมการเลือกตั้ง เพื่อประกอบการพิจารณา สดศรี สัตยธรรม ก็นั่งกางขากีดขวางด้วยการยกอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 309 มาปกป้องคมช. ว่าไม่ต้องรับโทษจากการกระทำความผิด ตามแนวทางที่คมช.เคยนำมาอ้างอิง ราวกับว่ามาจากหน่วยงานเดียวกัน อีกทั้งยังยกคมช. เป็นองค์กรพิเศษ ที่มีอำนาจเฉพาะ มีสถานะพิเศษเหนือกฎหมาย โดยที่กรรมการการเลือกตั้ง ไม่อาจจะไปพิจารณาวินิจฉัยการกระทำของคมช. ได้


สดศรี สัตยธรรม ทำหมดทุกวิถีทางแล้วที่จะปกป้องคมช. ไม่ให้ถูกวินิจฉัยว่ากระทำความผิด ไม่เป็นกลาง และต้องรับโทษตามกฎหมายเลือกตั้ง ที่เธอเองเป็นผู้รักษากฎหมาย และปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ในฐานะกรรมการการเลือกตั้ง ด้วยการอ้างกฎหมาย และข้อยกเว้นต่างๆ สารพัด มาปัดเป่าความผิดให้แก่คมช.


พฤติการณ์ของสดศรี สัตยธรรม ต่อกรณีเอกสารลับ ในขณะนี้ น่าจะมีผู้นำไปร้องเรียนต่อป.ป.ช. ว่า เป็นพนักงานของรัฐ ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และร้องต่อศาล เพื่อให้หาทางลงโทษเธอคนนี้ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างการใช้ตำแหน่งหน้าที่และอำนาจกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อปกป้องคนกระทำความผิด โดยเร่งด่วน ก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้ง เพราะยังไม่รู้ว่าเธอคนนี้จะมีแผนการอะไรมาเข้าด้วยช่วยเหลือให้คมช.บรรลุเป้าหมายในการสกัดกั้นพรรคพลังประชาชน อีก


ต้องไม่ลืมว่าในฐานะ กรรมการการเลือกตั้ง สดศรี สัตยธรรม คือ เครื่องมือที่สำคัญที่สุดของคมช. ในการแปรเปลี่ยนและบิดเบือนชัยชนะของพรรคพลังประชาชนให้เป็นพ่ายแพ้ได้ในพริบตา แม้ต่การยุบพรรค ก็ทำได้ง่ายราวกับพลิกฝ่ามือ เพราะเธอถืออำนาจกรรมการการเลือกตั้ง อยู่ในมือ


อาการของสดศรี สัตยธรรม ในขณะนี้ ทำให้เข้าใจได้ว่า เธอคนนี้ได้กลายเป็นร่างทรงให้แก่คมช. แล้ว และภารกิจการสกัดกั้นพรรคพลังประชาชน ได้ถูกส่งทอดมายังกรรมการการเลือกตั้งที่ชื่อ สดศรี สัตยธรรม แล้ว


ดังจะเห็นได้จากการให้สัมภาษณ์ว่า พร้อมจะรับการร้องเรียนของผู้สมัครพรรคเพื่อแผ่นดิน เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อนำไปสู่การยื่นคำร้องยุบพรรคพลังประชาชน ในกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง คืนสิทธิให้แก่ผู้สมัครพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่มีชื่อเป็นสมาชิกสองพรรค ทำให้เข้าใจได้ว่าพรรคพลังประชาชน ปลอมใบสมัครสมาชิกพรรคขึ้นมาเพื่อประโยชน์ทางการเมือง


สดศรี สัตยธรรม แข็งขันและมีชีวิตชีวา สติปัญญาบรรเจิดมาก เมื่อตอบคำถามเรื่องนี้ ราวกับว่าคิดไว้หมดทุกขั้นตอนแล้วว่าจะยุบพรรคพลังประชาชนได้ด้วยวิธีการใด แต่ละเว้น หลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เซ็นชื่อรับรองคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้งจังหวัดนนทบุรี ว่าถูกต้องตามกฎหมายกำหนดไว้ทุกประการ เป็นผู้มีคุณสมบัติสมัครรับเลือกตั้งได้ แต่ปรากฎว่ากรรมการการเลือกตั้ง ตรวจสอบพบว่าผู้สมัครคนดังกล่าว ขาดคุณสมบัติ และตัดสิทธิออกจากการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งทันที ซึ่งเท่ากับว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แจ้งเท็จต่อกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งกรรมการการเลือกตั้ง ต้องดำเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์ ในข้อหาแจ้งเท็จ ซึ่งมีผลถึงขั้นยุบพรรค และตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ทุกคน เนื่องจากส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องได้รับความเห็นชอบจากกรรมการบริหารพรรค และเป็นมติพรรค โดยมีหัวหน้าพรรคเป็นผู้เซ็นชื่อรับรองคุณสมบัติว่าถูกต้องตามกฎหมาย


สดศรี สัตยธรรม ออกอาการหงุดหงิดและรำคาญใจกับ เวปไซต์ Hi-Thaksin อย่างออกนอกหน้า และอย่างมาก เมื่อได้รู้ข่าวว่า มีวิดีโอคลิป เชียร์สมัคร สุนทรเวช ด้วยคำว่า เลือกสมัคร ได้ทักษิณ และกล่าวหาว่าเวปไซต์ Hi-Thaksin ทำความแตกแยกให้แก่บ้านเมือง เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ สมควรจะถูกปิด โดยจะทำเรื่องไปถึงหน่วยงานที่มีหน้าที่ ให้ปิดเวปไซต์ Hi-thaksin


ดูท่าว่า สดศรี สัตยธรรม จะไม่รู้มาก่อนว่า อะไรก็ตาม ที่มีการปิด ประชาชน จะชอบเปิดดู แม้แต่ต้องแอบดู ก็จะดู แม้แต่ต้องเสียเงินดู ก็อยากดู เพราะฉะนั้นเพียงแค่ สดศรี สัตยธรรม บอกว่าจะปิด เวปไซต์ Hi-Thaksin จึงทำให้ผมและทีมงานเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะมีประชาชนเข้ามาชมคลิปวิดีโอดังกล่าว อย่างถล่มทลาย เพิ่มจำนวนการเรียกชมขึ้นมาเกือบ 4 หมื่นครั้งภายในเวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมง หลังจากที่เธอให้สัมภาษณ์จบลง


สดศรี สัตยธรรม ต้องรู้ก่อนว่า เวปไซต์ Hi-Thaksin ยืนตรงข้ามกับคมช. และต่อสู้กับอำนาจเผด็จการ มาตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเปิดให้ประชาชนเข้าชม และรับรู้ข้อมูลข่าวสารอีกด้านหนึ่งของสังคมการเมืองไทย เราเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับการใช้อำนาจของเผด็จการมาตั้งแต่วันแรก และ เมื่อครั้งที่นายสิทธิชัย โภไคยอุดม เป็นรัฐมนตรีไอซีที ก็ดูเหมือนว่าจะมีภารกิจหลักที่สำคัญประการหนึ่ง คือ การปิดเวปไซต์ Hi-Thaksin และใช้มาหมดแล้วทั้งวิธีการตามกฎหมาย และวิธีการนอกกฎหมาย จ้างแฮกเกอร์มาก่อกวน ทำลายฐานข้อมูลของเรา แต่ก็ไม่เคยทำได้สำเร็จ แม้จะทำให้มีปัญหาอุปสรรคในการเข้าชมบ้าง สร้างความรำคาญให้แก่ประชาชนบ้าง แต่ประชาชนก็พร้อมที่จะอดทนรอ และช่วยกันคิดหาหน ทางแก้ไขสถานการณ์การเข้าชมเวปไซต์ Hi-Thaksin เรื่อยมา


สมศรี สัตยธรรม ต้องรู้ก่อนว่า ไม่ใช่มีเพียงเธอคนเดียวที่อยากปิดเวปไซต์ Hi-Thaksin ทุกคนในรัฐบาล ทุกคนในคตส. ทุกคนในคมช. และทุกคนที่รับใช้อำนาจเผด็จการ เป็นลิ่วล้อบริวารคมช. ล้วนแต่อยากจะปิดเวปไซต์นี้ด้วยกันทั้งนั้น แม้แต่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ก็เคยสั่งให้หาทางปิดเวปไซต์ Hi-Thaksin มาแล้ว แต่เราก็ยังยืนหยัดอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ และมั่นใจว่าจะยืนอยู่ได้ยาวนานกว่าอำนาจเผด็จการที่คุ้มหัวเธอ ด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ เรื่องเท่ห์แต่อย่างใด กับการประกาศว่าจะปิดเวปไซต์ Hi-Thaksin ตรงกันข้ามกลับเป็นเรื่องที่น่าอับอายขายขี้หน้าไปถึงกรรมการการเลือกตั้งทั้งหมดทั้งมวล ว่ามี “แกะดำ” สดศรี สัตยธรรม ที่มีความคิดเป็นเผด็จการ ปิดหูปิดตา ปิดปาก ประชาชน ร่วมฝูงอยู่ด้วย


อาการของสดศรี สัตยธรรม ที่กระเหี้ยนกระหือรือจะยุบพรรคพลังประชาชน และปิดเวปไซต์ Hi-Thaksin เป็นอาการที่แปลกประหลาด และแปร่งๆ จากกรรมการการเลือกตั้งท่านอื่นๆ อย่างมาก ในฐานะที่เธอเป็นกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องดำรงไว้ซึ่งความเป็นกลางในการเลือกตั้ง และต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน ก่อนที่จะพูดอะไรออกมา ทำให้ผู้หนึ่งผู้ใดได้เปรียบเสียเปรียบ และทำให้ถูกจับได้ไล่ทันว่า มีเจตนาอย่างไรต่อการพูดในแต่ละครั้ง รับแผนใครมา รับใช้ใครอยู่


กรณีเอกสารลับ ดูเหมือนว่าสดศรี สัตยธรรม จะเป็นกรรมการการเลือกตั้งที่ออกแรงดิ้นให้แก่คมช.มากที่สุด ในขณะที่กรรมการการเลือกตั้งท่านอื่น ก็พอดูออกว่าลำบากใจที่จะต้องตอบคำถามสังคม หากวินิจฉัยไปในแนวทางที่สวนกระแสความรู้ของประชาชน และสวนทางกับข้อเท็จจริงที่ปรากฎแก่สายตาและการรับรู้ของประชาชนไปแล้ว จึงยังอึดอัดติดขัดพูดอะไรได้ไม่ชัด มีแต่สดศรี คนเดียวที่พูดชัดว่าเลือกข้างคมช. และ ต้องทำให้คมช.รอดพ้นจากการการเป็นคนผิดให้ได้


กรณีการเสนอปิดเวปไซต์ Hi-thaksin ดูเหมือนว่าสดศรี จะเดือดร้อนผิดปกติ เมื่อได้ยินว่า เลือกสมัคร ได้ทักษิณ เข้าใจว่าคงพูดไปตามแรงยุของนักข่าว โดยที่ยังไม่ได้ดูรายละเอียดว่า ไม่ใช่มีเพียงเลือกสมัคร ได้ทักษิณ ยังมีเลือก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ สนธิ ลิ้มทองกุล เลือก บรรหาร ศิลปอาชา ได้ ป.สี่เสา เลือก เพื่อแผ่นดิน ได้คมช. เลือก รวมใจไทยฯ ได้เผด็จการ เลือกประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ได้ สมศักดิ์ เทพสุทิน


ทุกคนที่ผมนำชื่อขึ้นมาอ้าง ก็มีทั้งคนรักและคนเกลียดเท่าๆ กัน


เลือก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ สนธิ ลิ้มทองกุล ไม่ดีหรือ ในเมื่อสนธิ มีม็อบพันธมิตรหลายแสนคน น่าจะเป็นประโยชน์แก่ประชาธิปัตย์ ด้วยซ้ำไป


เลือก บรรหาร ศิลปอาชา ได้ ป.สี่เสา หรือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ไม่ดีหรือ ในเมื่อพล.อ.เปรม เป็นประธานองคมนตรี เป็นคนดีที่บรรหาร เคารพมา 30 กว่าปี เคารพยิ่งกว่าพ่อตัวเองเสียอีก


เลือก เพื่อแผ่นดิน ได้คมช. ไม่ดีหรือ ในเมื่อ คมช. จะเข้ามาสืบทอดอำนาจ ไม่ให้ ทักษิณ กลับมาเมืองไทยได้อีก


เลือก รวมใจไทย ได้เผด็จการ ไม่ดีหรือ ในเมื่อ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ก็เคยรับตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีให้กับพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มาแล้ว


เลือก ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ได้สมศักดิ์ เทพสุทิน ไม่ดีหรือ ในเมื่อ สมศักดิ์ ก็รัก ประชัย ปานจะกลืนกิน จะได้ช่วยกันทวงคืนทีพีไอ ช่วยกันให้หลุดพ้นจากคดีปั่นหุ้นทีพีไอโพลีน


แล้วเลือก สมัคร สุนทรเวช ได้ ทักษิณ ชินวัตร ผิดตรงไหน ในเมื่อ คุณสมัคร ก็รัก ทักษิณ มาตั้งนานแล้ว และเห็นว่านโยบายของทักษิณ เป็นแนวทางที่ถูกต้อง ต้องทำต่อไป ซึ่งเห็นตรงกับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ


หรือจะให้บอกว่า เลือกสมัคร สุนทรเวช ได้ คมช. อย่างนั้นหรือ สดศรี สัตยธรรม จึงจะพึงพอใจ


สดศรี สัตยธรรม ต้องรู้ด้วยว่า เวปไซต์ Hi-Thaksin เป็นเวปไซต์ที่ผมกับน้องๆ ทีมงานทำกันขึ้นมาเพื่อให้กำลังใจนายกฯทักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่พรรคไทยรักไทยจะถูกยุบ ก่อนที่จะรู้จักพรรคพลังประชาชน และก่อนที่ สมัคร สุนทรเวช จะตัดสินใจเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน หลายเดือน


เวปไซต์นี้ เป็นเวปไซต์ส่วนตัวของผมและพวกพ้อง ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับนายกฯทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้รับน้ำเลี้ยง ไม่มีรายได้ใดๆ มีแต่รายจ่ายที่ควักออกจากกระเป๋าของตัวเอง วันไหนทุนร่อยหรอ ก็ขอไปทำงานเก็บเงิน แล้วกลับมาทำต่อ ทั้งคนเขียน คนอ่าน คนทำเวป เข้าใจกันดี ไม่มีใครต่อว่าใคร ใครอยากอ่านก็เข้ามา ใครไม่อยากอ่านก็ไม่ต้องเข้า ใครอยากเขียนอะไรก็เขียน แต่ใครเขียนแล้วผิดเพี้ยนไปจากที่เราอยากอ่าน เราก็ไม่นำมาให้อ่าน ก็เท่านั้น


เราเป็นเวปไซต์ ที่ไม่ดัดจริต บอกว่าเป็นกลาง แต่เดินเอียงข้าง


เราเป็นเวปไซต์ ที่เลือกข้างแล้ว แต่เลือกยืนข้างประชาธิปไตย ไม่ใช่ข้างเผด็จการ


เราเป็นเวปไซต์ ที่ตัดสินใจต่อสู้กับเผด็จการมาแต่แรก เพราะฉะนั้นไม่ต้องมาข่มขู่ใช้อำนาจเผด็จการกับเรา


เราเป็นเวปไซต์ ที่ผู้มีอำนาจไม่พอใจ แต่ประชาชนส่วนใหญ่พึงใจที่จะเป็นเพื่อนร่วมทางของเรา


เราเป็นเวปไซต์ ที่พร้อมเสมอกับการถูกกลั่นแกล้งรังแก และไม่เคยตอบโต้ ขอความเห็นใจจากเผด็จการ แต่พร้อมสู้ทุกเวลา จนกว่าเผด็จการจะดับสูญไปจากแผ่นดินนี้


เมื่อได้อ่าน ได้รู้รายละเอียดเช่นนี้แล้ว หากยังคิดปิดเวปไซต์ Hi-Thaksin และเป็นศัตรูกับประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย ก็ขอเชิญลงมือ หากคิดว่าอำนาจเผด็จการจะคุ้มหัวตัวเองและครอบครัว ได้ตลอดชีวิต ก็อย่าได้เกรงใจ


เราไม่เก่ง เราไม่กล้า เราไม่ท้าทาย แต่เราไม่กลัว


เพราะเราคือ Hi-Thaksin


จาก http://www.hi-thaksin.org/home.php

ปล่อยมุกโค้งสุดท้าย!


ไม่แน่ใจว่าผิดคิวหรืออย่างไร ที่แน่ๆมันไม่ใช่ปกติวิสัยของคนพรรคนี้ กับการที่อยู่ๆ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ คณะผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์

แบไต๋หมดไส้หมดพุง


แสดงอาการไม่เข้าใจที่ผลสำรวจความเห็นประชาชนของโพลพรรคล่าสุด พบว่าคะแนนนิยมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ดีมาก


กลับมาเท่าก่อนที่จะถูกปฏิวัติ


โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯที่หันกลับมาเทคะแนนให้ เข้าใจว่าอาจเป็นเพราะประชาชนมองว่านักการเมืองเลวเหมือนกันหมด


จึงเลือกคนที่ทำอะไรให้เขาบ้าง


คนกันเองออกมาปูดข้อมูลแบบนี้ คนพรรคเดียวกันไม่ใจฝ่อให้รู้ไป


แต่ก็อีกนั่นแหละ ในขณะที่มวยแถวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ออกมาเปิดโพยโพลพรรค “ทักษิณ” คะแนนนำลิ่ว ในทางกลับกันหันไปที่คู่แข่งค่ายพลังประชาชน


ก็แว่วๆมีการปล่อยตัวเลขโพลภายในเขย่าขวัญกันในทีม กทม.


เขตรอบในแพ้ประชาธิปัตย์หลุดลุ่ย


ด้วยเหตุผลที่อ้างว่า คนชั้นกลางในเมืองกรุงไม่อยากให้ “ทักษิณ” กลับมาทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย ยอมเลือก “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ทั้งที่ไม่เก่ง ยังไม่เห็นฝีมือบริหาร


เล่นเอาลูกทีม “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นั่งไม่ติดไปตามๆกัน


ต่างฝ่ายต่างเปิดโพลภายใน อ้างตัวเลขไหลไปเข้าทางฝ่ายตรงข้าม เลยไม่รู้ว่า ใครจริง ใครลวง


กำลังเล่นเกม “เบิ้ล” อะไรกัน


และมันก็แปลก แทนที่จะแสดงความมั่นอกมั่นใจ นายอภิสิทธิ์กลับรีบออกอาการเป็นห่วง คนส่วนใหญ่บอกหนุนพรรคประชาธิปัตย์ อยากให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล


แต่เอาเข้าจริงๆกลับบอกว่า ไม่แน่ใจจะได้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือไม่


โอดครวญออกตัวเป็นทำนอง เสียงดี แต่กลัวถึงเวลาไม่มีคะแนน


มองโลกในแง่ร้ายไว้ก่อนเลย


ในอารมณ์เดียวกับนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ชิงตั้งข้อสังเกตดักทาง กรณีการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 15-16 ธันวาคม เป็นเรื่องน่าเป็นห่วงที่มีผู้แจ้งความจำนงขอใช้สิทธิล่วงหน้ากว่า 2 ล้านคน มากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 10 เท่า


จี้ กกต.ตรวจสอบให้ชัดเจน เกรงว่าอาจจะมีการเพิ่ม-ถอนรายชื่ออย่างไม่ถูกต้อง


ออกลูกเสียว คิวมั่วยัดบัตร


ประเมินจากกระบวนท่า ต่างฝ่ายต่างออกลีลา แย่งกันเป็นมวยรอง


เรียกร้องคะแนนเห็นใจ


แต่ที่ต้องยกแต้มให้ เป็นอะไรที่เข้าเป้าอีกแล้วครับท่าน กับมุก “รัฐบาลแห่งชาติ” ที่จงใจส่งข้ามฟ้าด้วยความปรารถนาดีมาจากฮ่องกง


“ทักษิณ” ปล่อยมุกโค้งสุดท้าย


อย่างที่เห็น ไล่ตั้งแต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช


บอกปัดมั่ง รับมุกมั่ง


ช่วยปั่นกระแส ลากประเด็นกันอึกทึกครึกโครม


แล้วไหนจะเรื่องวีซีดีบันทึกภาพและเสียงของอดีตนายกฯทักษิณช่วยหาเสียงให้พรรคพลังประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน แจกกันแบบท้าทาย


คู่แข่งโวยวาย พวกหมั่นไส้ช่วยตะโกนฟ้อง กกต.ให้รีบเฉ่ง


ดูจากอาการตั้งแท่นเชือดของนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. เตรียมนำเข้าหารือในที่ประชุม 5 เสือ กกต.ภายในสัปดาห์นี้


แต่ก็อีกนั่นแหละ คงต้องใช้เวลาอีกนาน ในเมื่อมันต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าใครเป็นคนแจก ช็อตต่อไปจะโยงไปเกี่ยวกับพรรคพลังประชาชนได้หรือไม่


สุดท้ายมันก็ยังเบี่ยงตัวได้ ทำออกมาก่อนจะมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง


สุดท้ายไม่แน่ใจจะออกมุกไหน ลากไปทุบถึงขั้นยุบพรรคอย่างที่ขู่ฮึ่มๆกันได้หรือไม่


ที่แน่ๆคือ ทุกฝ่ายช่วยกันขยายผลกันอึกทึกครึกโครม พรรคพลังประชาชนยึดพื้นที่ข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์แบบเหมาเลย


ชื่อของ “ทักษิณ” กลับมากระตุ้นเรตติ้งโดยอัตโนมัติ.



ทีมข่าวการเมือง รายงาน


จาก http://www.thairath.co.th/