WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, December 12, 2007

กกต.อุ้ม คมช.ยกคำร้องเอกสารลับ


สำนักงาน กกต. 12 ธ.ค.- ประธาน กกต.เผยปัญหาเอกสารลับ คมช.ยุติแล้ว หลังที่ประชุมมีมติ 4 ต่อ 1 ให้ยกคำร้อง แต่ต่างเหตุผล ขณะที่ 1 เสียงของ “สดศรี” ชี้ กกต.ไม่มีอำนาจวินิจฉัย

นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงภายหลังการประชุมพิจารณาเรื่องเอกสารลับของ คมช. ว่า ที่ประชุม กกต.มีมติ 4 ต่อ 1 เสียงให้ยกคำร้อง โดย 1 เสียง คือนางสดศรี สัตยธรรม กกต. เห็นว่า กกต.ไม่มีอำนาจเข้าไปวินิจฉัย ตรวจสอบ การทำงานของ คมช. และน่าจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ส่วนอีก 4 เสียงที่ให้ยกคำร้องก็มีเหตุผลที่แตกต่างกัน โดย 2 เสียงเห็นว่า การกระทำของ คมช.ได้รับการคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2549 และมาตรา 309 ของรัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งเหมือนกับความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนเสียงข้างน้อย 3 เสียง ที่มีนายสุพล ยุติธาดา เป็นประธาน ส่วนอีก 2 เสียง เห็นว่ายังไม่มีการกระทำที่จะทำให้เกิดความเสียหายกับพรรคการเมืองหรือผู้ใด ผู้สื่อข่าวถามว่า การพิจารณาของ กกต.ให้น้ำหนักอยู่ที่การไม่กระทำ หรือไม่มีอำนาจวินิจฉัย นายอภิชาต กล่าวว่า ไม่ได้มีการกระทำ เพราะแผนปฏิบัติการที่กำหนดออกมายังไม่มีการอนุมัติงบประมาณให้กระทำ จึงไม่มีการสั่งห้ามอะไรทั้งนั้น เพราะจากพยานฝ่ายผู้ถูกร้องเรียนที่มาชี้แจง ยืนยันว่าไม่มีการกระทำใด ๆ เมื่อถามว่า มีการพิสูจน์เรื่องเอกสารจริงหรือเท็จหรือไม่ นายอภิชาต กล่าวว่า ไม่มี การตรวจสอบเรื่องดังกล่าวดูตามเอกสารของ คมช.ที่เอามาให้ คงไม่ต้องมีการเตือน และจะไม่มีการสั่งระงับอะไรกับ คมช. ทั้งสิ้น เพราะถือว่าไม่มีการกระทำใด ๆ เกิดขึ้น ซึ่งการบันทึกถ้อยคำพยานในสำนวนเมื่อวานนี้ ตัวแทน คมช.ยืนยันว่าไม่มีการกระทำใด ๆ ที่เป็นการทำลายพรรคการเมือง


"เรามองว่าไม่มีการกระทำใด ๆ ที่ทำให้เสียหายแก่พรรค เรื่องนี้ไม่มีเสียงข้างน้อย มีแต่เสียงที่บอกว่า กกต.ไม่มีอำนาจที่จะไปวินิจฉัย กกต.และ คมช. เราไม่มีอำนาจก้าวล่วง การมาชี้แจงของ คมช.ไม่เป็นการกดดัน กกต. 2 ท่านที่มายืนยัน และเราได้ซักถามในจุดที่เราต้องการจะรู้" นายอภิชาต กล่าว เมื่อถามว่า พรรคพลังประชาชนมีการกล่าวหาว่ามีการระบุชื่อพรรคในการดำเนินการตามเอกสารลับ เหมือนกับเป็นการกลั่นแกล้ง ทาง กกต.ได้พิจารณาประเด็นนี้หรือไม่ นายอภิชาต กล่าวว่า เมื่อมีชื่อพรรค ก็ไปกระทบเขา แต่เรามองว่ายังไม่มีการกระทำใด ๆ ที่มีการกระทำไปตามแผนงานนี้ ส่วนพรรคพลังประชาชนจะมีความผิดอะไรหรือไม่ที่นำเอกสารมาเปิดเผย นายอภิชาต กล่าวว่า เป็นคนละเรื่องกัน จุดที่เราวินิจฉัยมีอยู่แค่นี้ ตอนนี้ยกคำร้องก็จบกัน.

จาก สำนักข่าวไทย

ข่าวด่วน จากพลังประชาชน วันนี้ 12/12/2550

วันนี้ วันพุธที่ 12 ธค. 16.00 น. พปช.จะจัดเวทีปราศรัยที่วงเวียนใหญ่ โดยใช้สโลแกนว่า “วันที่ 12 เดือน 12 ไปฟังเบอร์ 12 โดย 12 ขุนพลของพรรคพลังประชาชน” ท่านที่ไปไม่ได้ อยู่ไกล รอคลิกมาฟังการถ่ายทอดสด ที่สถานีวิทยุเสรีชน http://www.serichon.com/ ได้เลยครับ

ฟัน ครม.ทักษิณ-บอร์ดกองสลาก

วานนี้ (11 ธ.ค.) นายสัก กอแสงเรือง โฆษก คตส. และนายแก้วสรร อติโพธิ เลขานุการ คตส. และนายอุดม เฟื่องฟุ้ง กรรมการ คตส. ได้ร่วมแถลงหลังการประชุม โดยนายอุดมในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนการออกสลากพิเศษ 2-3 ตัว หรือหวยบนดิน แถลงว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่อนุกรรมการไต่สวนให้ส่งสำนวนการไต่สวนในคดีดังกล่าวส่งให้อัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองโดยมีผู้ถูกกล่าวหารวม 47 ราย แบ่งเป็นคณะรัฐมนตรีชุด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่เข้าร่วมประชุม ครม. ในวันที่ 8 ก.ค. 2546 จำนวน 30 ราย และคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล จำนวน 17 ราย โดยมีความผิดทั้งทางแพ่งและอาญา ทำให้รัฐเสียหาย จำนวน 36,961,827,861.91 บาท แบ่งเป็นกระทรวงการคลัง 8,970,740,910.22 บาท กระทรวงมหาดไทย 12,792,152,581.50 บาท กรุงเทพมหานคร จำนวน 336,635,594.25 บาท นอกจากนี้ ในระหว่างการไต่สวนมีหน่วยงานที่คืนเงินให้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นเงิน 1,165,206,560 บาท

นายอุดมกล่าวด้วยว่า ในส่วนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ อดีต รมว.คลัง และนายวราเทพ รัตนากร รมช.คลัง ตามกฎหมายถือเป็นเจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ดูแลสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจะถูกตั้งข้อกล่าวหา ในมาตรา 152 ตามประมวลกฎหมายอาญาอีกหนึ่งกระทง ส่วนนายประมวล รุจนเสรี และนายปองพล อดิเรกสาร คณะอนุฯไม่เสนอตั้งข้อกล่าวหาเพราะคำชี้แจงของบุคคลทั้งสองฟังขึ้น เนื่องจากไม่ได้เข้าร่วมประชุม ครม. ส่วนคณะกรรมการกองสลาก เฉพาะกรรมการที่เข้าร่วมประชุม ในครั้งที่ 9/46 วันที่ 18 มิ.ย. 2546 คือ นายสมใจนึก เองตระกูล อดีตปลัดกระทรวงการคลัง นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช นายพรชัย นุชสุวรรณ น.ส.สุรีพร ดวงโต นายณัฐวิช อินทุภูมิ นายชัยวัฒน์ พสกภักดี ถือว่าเป็นตัวการและสนับสนุน ร่วมกับ ครม. ให้กระทำความผิด จะถูกตั้งข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา และ พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดของพนักงานฯ ในส่วนของ พ.ต.ท.ทักษิณและรัฐมนตรีที่เข้าร่วมประชุม ครม.บางส่วนรวมถึงบอร์ดกองสลากที่ร่วมประชุมอนุมัติครั้งแรก จะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายเต็มจำนวน ส่วนคณะกรรมการกองสลาก ที่เข้าร่วมประชุมและมีมติอนุมัติในแต่ละเรื่องจะต้องรับผิดชอบตามจำนวนเงินที่ตนเองอนุมัติไป

จาก http://www.thairath.co.th/

คตส.อายัดเงินปันผลหุ้น ‘บรรณพจน์’

วานนี้ (11 ธ.ค.) เมื่อเวลา 17.30 น. ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นายสัก กอแสงเรือง โฆษกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) แถลงภายหลังการประชุม คตส.ชุดใหญ่ว่า ที่ประชุมมีมติตามคำขอของคณะอนุกรรมการตรวจสอบและติดตามการอายัดทรัพย์ ที่มีคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา กรรมการ คตส. เป็นประธานจึงออกคำสั่งที่ คตส.038/2550 ให้อายัดเงินในบัญชีเงินฝากในธนาคารและสถาบันการเงินที่ครอบครัว บุตร บริวารของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ขายหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้แก่กองทุนเทมาเส็ก เพิ่มเติมครั้งที่ 13 สืบเนื่องจาก คตส.เคยมีคำสั่งอายัดหุ้นของนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ จำนวน 3 รายการแต่ไม่มีคำสั่งอายัดเงินปันผล ต่อมามีการโอนเงินปันผล วิ่งเป็นดอกผลของหุ้นให้กับนายบรรณพจน์ จึงขอให้มีการอายัดทรัพย์สิน อาทิ 1. เงินปันผลของบริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) ของนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ จากหุ้นจำนวน 57 ล้านหุ้น ที่จ่ายเงินปันผล 0.30 บาท ต่อหุ้น ในวันที่ 2 พ.ย. 2550 จำนวน 15,390,000 บาท พร้อมดอกผล ในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ในธนาคารธนชาต เลขที่บัญชี 036-2-02402-5 ในชื่อบัญชีของนายบรรณพจน์

2. ให้อายัดหุ้นหรือเงินปันผล หรือดอกผลอื่นๆซึ่งอาจมีขึ้นในภายภาคหน้า 2.1 หุ้นธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ของนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ จำนวน 28,900,000 หุ้น 2.2 หุ้นบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) ของนายบรรณพจน์ จำนวน 15,900, 000 หุ้น 2.3 หุ้นบริษัททุนธนชาต จำกัด (มหาชน) ของนายบรรณพจน์ จำนวน 57,000,000 หุ้น โดยขณะนี้หุ้นในรายการ 2.1-2.3 อยู่ที่บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด จึงขอให้สถาบันการเงิน หรือบริษัทดังกล่าว และศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ ที่มีหน้าที่รับหรือ จ่ายเงินตามเอกสาร ทางการเงิน ตามคำสั่งลำดับที่ 1 และ 2 ให้ระงับการจำหน่ายจ่ายโอนตามคำสั่งนี้ต่อไป

จาก http://www.thairath.co.th/

เอ็นจีโอชุมนุมหน้ารัฐสภาค้านออกกม.ลิดรอนสิทธิ

ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (12 ธ.ค.) ว่า ก่อนการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะเริ่มขึ้น เครือข่ายภาคประชาชน 7 องค์กร นำโดยนายจอน อึ๊งภากรณ์ และสมาชิกกว่า 1,000 คน เดินทางมาชุมนุมที่หน้าอาคารรัฐสภา ขอให้ปิดสภานิติบัญญัติแห่งชาติรักษาการ เพื่อยุติการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน เนื่องจากกฎหมายที่ออกมาในขณะนี้ ส่วนใหญ่เป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน เพิ่มอำนาจให้กับราชการ ให้ผลประโยชน์กับนายทุน ทั้งยังนำพาประเทศถอยหลัง ยกตัวอย่าง กฎหมายความมั่นคง ที่สืบสวนอำนาจรัฐประหาร กฎหมายมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ ทำให้การศึกษามีราคาแพง ลิดรอนเสรีภาพทางวิชาการ ร่างพระราชบัญญัติแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ที่ให้นายทุนได้ผลประโยชน์จากกิจการของรัฐ ประชาชนเสียประโยชน์ ทั้งนี้เห็นว่า ควรสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง ทำหน้าที่ในการพิจารณาออกกฎหมายแทน เพราะถือว่ามาจากประชาชน

มีรายงานว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้ปิดทางเข้า-ออก รัฐสภาทั้งหมด ส่งผลให้การจราจรโดยรอบติดขัด เจ้าหน้าที่และสื่อมวลชน รวมทั้งสมาชิก สนช.ไม่สามารถเข้าออกได้ ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ 191 และคอมมานโดมาคอยรักษาความปลอดภัยแล้ว

จาก http://www.thairath.co.th/#

หลังเลือกตั้งก็ยังไม่สาย คมช.ลั่นเช็คบิลฟ้อง พปช.

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กระทรวงกลาโหม และหัวหน้าสำนักเลขาธิการ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าววันนี้ (12 ธ.ค.) ถึงกรณีที่ คมช.ยังไม่ฟ้องร้องนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน กรณีปลอมแปลงเอกสารทางราชการในขณะนี้ ว่า เนื่องจากคมช.เล็งเห็นแล้วว่า พรรค พปช.มองคมช.เหมือนศัตรู หากดำเนินการใดๆ ในขณะนี้เกรงจะถูกกล่าวหาว่า กลั่นแกล้ง ซึ่งหลังเลือกตั้งก็ยังไม่สายที่คมช.จะดำเนินการฟ้องร้อง

สำหรับการเข้าพบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวานนี้ (11 ธ.ค.) พล.อ. สมเจตน์ กล่าวว่า ได้ยื่นหนังสือให้กกต.ตรวจสอบการกระทำของนายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ที่กล่าวหาตนและน้องชาย ในการสั่งค้นบ้านหัวคะแนน ส.ส.ในพื้นที่ จ.เชียงราย เชื่อว่าเป็นการให้ข่าวเพื่อหวังผลทางการเมือง โดยการเรียกร้องความสงสาร จูงใจให้มีคนมาลงคะแนนเลือกตั้งให้

จาก http://www.thairath.co.th/#

Tuesday, December 11, 2007

จดหมายนายกฯทักษิณถึงชมรมคนคิดถึงทักษิณ


กกต.มีมติฟ้อง 'สมัคร' ปลอมเอกสารสิทธิชัย


วันนี้ (11 ธ.ค.) นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า กรณีนายประแสง มงคลสิริ ผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต พรรคพลังประชาชน นำวีซีดี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาใช้ในการหาเสียง เป็นเรื่องที่ท้าทาย กกต. โดยนายประแสง ทำหนังสือชี้แจงมาที่ กกต. ยอมรับจะรับผิดชอบต่อการนำภาพและเสียงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไปหาเสียง ซึ่ง กกต.จะพิจารณาในวันพรุ่งนี้ ว่าผิดกฎหมายเลือกตั้งอย่างไร และมีการแจกใบเหลือใบแดงหรือไม่


โดยนายอภิชาต ระบุถึงการแจกจ่ายวีซีดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า เวลานี้มีซีดีที่อ้างว่าเป็นเสียงของ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามายัง กกต.หลายรูปแบบ ในช่วงเช้าก็มีข่าวว่าพบที่ จ.นครพนม แต่เมื่อสอบถามก็ได้รับแจ้งว่าเป็นซีดีการปราศรัยของนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ปราศรัยที่ท้องสนามหลวง โดย กกต.นครพนม ได้รับเรื่องไว้แล้ว ส่วนซีดีที่อ้างว่าเป็นการพูดจากลอนดอนนั้น ที่ประชุมได้พิจารณาแล้วโดยเนื้อหาคำพูดตรงกับที่สื่อมวลชนเผยแพร่ แต่ กกต.ยังไม่วางกรอบว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งต้องดูว่าที่อ้างว่าทำก่อนมีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งนั้นจะมีผลอย่างไร



นอกจากนี้ ประธาน กกต. ยังเปิดเผยว่า ที่ประชุม กกต.วันนี้ มีมติให้ร้องทุกข์กล่าวโทษพรรคพลังประชาชน ต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรื่องการปลอมแปลงเอกสารการเป็นผู้สมัครพรรคพลังประชาชน ของนายสิทธิชัย โควสุรัตน์ ผู้สมัครพรรคเพื่อแผ่นดินสำหรับโทษการแอบอ้างชื่อผู้สมัคร มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 2 หมื่น หรือ ทั้งจำและปรับ โดยให้สั่งฟ้องคดีอาญา นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน และนายสมาน เลิศวงศ์รัฐ นายทะเบียนพรรค หากข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่ากรรมการบริหารพรรคมีส่วนรู้เห็นจริงก็สามารถโยงความผิดไปถึงพรรคให้ได้รับโทษตามกฎหมายได้



จาก http://www.thairath.co.th/#

‘สมัคร’ยันพปช.ไม่มีเอี่ยววีซีดี‘ทักษิณ’ ชี้อาจเป็นแผนการใส่ร้าย


หัวหน้าพรรคพลังประชาชนระบุผู้สมัครพรรคพลังประชาชนไม่เกี่ยวข้องกับวีซีดีที่เป็นข่าว ระบุหากบางคนใน 111กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยเดิมทำ ก็ต้องไปพิสูจน์และอาจจะเป็นกลุ่มที่ไม่ชอบพรรคพลังประชาชน ในขณะนี้

นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน นำทีมผู้สมัครพรรคพลังประชาชนเชียงใหม่เขต 1 ประกอบด้วยนางสาวชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ นายกฤษฎาภรณ์ เสียมภักดี และนายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดสันกำแพง และตลาดวโรรสและตลาดเมืองใหม่ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยได้แวะไปที่ร้านกาแฟเก่าของ พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีด้วย โดยนายสมัคร กล่าวแสดงความมั่นใจฐานเสียงของพรรคพลังประชาชน หลังจากลงพื้นที่แล้ว

ทั้งนี้ได้กล่าวถึงกรณีวีซีดีอดีตนายกนายกรัฐมนตรีที่มีการแจกในหลายพื้นที่ว่า การที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชั่นออกมาวิพากษ์วิจารณ์ผ่านสื่อมวลชน โดยยังไม่รู้ที่มาของวีซีดีนั้นเป็นการไม่ถูกต้อง อาจจะมาจากบางคนใน 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยเดิมที่ถูกตัดสิทธิ และไม่ชอบพรรคพลังประชาชน ซึ่งจะต้องสืบหาความจริง และยืนยันว่าผู้สมัครพรรคพลังประชาชนไม่เกี่ยวข้อง หากจะเป็นสาเหตุที่นำไปสู่การยุบพรรคก็คงไม่ยุติธรรม

หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ยังกล่าวด้วยว่า โค้งสุดท้ายของการหาเสียงไม่ได้เน้นสิ่งใดเป็นพิเศษ แต่จะใช้วิธีการเดินเข้าหาประชาชน เพื่อแนะนำตัวและนโยบายพรรค และยืนยันไม่ได้ติดต่อกับอดีตนายกรัฐมนตรี ตามที่เป็นกระแสข่าวว่าอดีตนายกรัฐมนตรี มีบัญชาการเลือกตั้งที่ฮ่องกง ก็เป็นเพียงกระแสข่าวและไม่เกี่ยวกัน




พีทีวี นิวส์
11 ธันวาคม 2550 เวลา 18:23 น.

ชี้ขาดเอกสารลับพรุ่งนี้ ตัวจริง-สำเนาตรงกัน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วันนี้ (11 ธ.ค.) มีวาระสำคัญ คือ การพิจารณาเอกสารลับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) โดยตัวแทน คมช.นำโดย พล.อ.วินัย ภัททิยกุล เลขาธิการ คมช. พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม หัวหน้าสำนักงานเลขาธิการ คมช. และ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก คมช. เดินทางมาชี้แจงพร้อมกับนำเอกสารตัวจริงมาให้ กกต.เปรียบเทียบกับเอกสารของพรรคพลังประชาชน ซึ่ง กกต.ยืนยันว่าหากได้ข้อมูล และเอกสารตัวจริงมาเปรียบเทียบแล้วก็จะสามารถเริ่มพิจารณาได้ทันที

นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.กล่าวภายหลัง โดยยืนยันว่าเอกสารฉบับจริงที่ คมช.นำมาให้กับ กกต.เหมือนกับสำเนาที่เผยแพร่ทางสื่อมวลชนไปแล้ว แต่ยังไม่ได้นำไปเปรียบเทียบกับเอกสารที่พรรคพลังประชาชนนำมาให้กับ กกต.ว่าเหมือนกันหรือไม่ ซึ่ง กกต.จะนำเข้าสู่ที่ประชุม กกต.เพื่อพิจารณาวันพรุ่งนี้ (12 ธ.ค.)

"จากที่ดูเนื้อหาของเอกสารที่ฝ่ายทหารนำมาแสดงต่อ กกต.วันนี้ กับเอกสารที่เคยปรากฏออกมาทางสื่อนั้นเห็นได้ว่า มันตรงกัน และทหารก็นำเอกสารฉบับจริงที่ระบุได้ชัดว่าเป็นตัวจริงอย่างแน่นอน เพราะมีสีหมึกที่ไม่ใช่สำเนา นั่นหมายความว่าสำเนาเอกสารที่เคยปรากฏล่วงหน้าในสื่อกับที่นำมาต่อ กกต.ตรงกัน ซึ่ง กกต.ก็สามารถดูเอกสารได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องส่งให้กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พิจารณา เพราะสามารถเห็นได้ด้วยตา" ประธาน กกต.กล่าว

ด้าน พล.อ.วินัย ภัททิยกุล เลขาธิการ คมช. กล่าวว่า วันนี้ไม่ได้นำเอกสารยืนยันการยกเลิกคำสั่งตามเอกสารลับมาแสดงกับ กกต.แต่ได้ให้ถ้อยคำด้วยวาจาไปแล้วว่า คมช.ได้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวตั้งแต่มีพระราชกฤษฎีกาประกาศวันเลือกตั้งแล้ว และคงไม่ต้องมาชี้แจงอะไรเพิ่มเติมอีก ส่วนกรณีที่ทหารลงพื้นที่ภาคเหนือนั้น ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการเอกสารลับดังกล่าว


จาก http://www.thairath.co.th/#