WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, December 14, 2007

‘ป๋าเหนาะ’ค้านพรรคลำดับ2จัดตั้งรัฐบาล

หัวหน้าพรรคประชาราช ติง ผิดทำเนียมปฎิบัติ จับขั้วก่อนการเลือกตั้ง เตือนควรให้เกียรติพรรคเสียงข้างมากเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช กล่าวถึงแนวคิดของนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ที่ให้พรรคการเมืองที่ได้ลำดับ 2 สามารถจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลได้ ว่าเคยพูดไปหลายครั้งแล้ว ให้พรรคใหญ่จัดตั้ง ยกเว้นแต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ จึงค่อยหารืออีกครั้งว่าจะทำอย่างไรต่อไป แต่ตอนนี้ยังไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะล๊อคการจัดตั้งรัฐบาล เพราะการจับขั้วก่อนการเลือกตั้งถือเป็นการ ผิดประเพณีขั้นตอนการเมืองที่เคยปฏิบัติ และอาจจะส่งผลให้ความนิยมและความไว้วางใจของประชาชนเสื่อมคลาย ที่สำคัญพรรคที่ได้เสียงข้างมาก ก็ไม่ควรเสนอบุคคลที่จะเป็นผู้นำประเทศตามใจชอบ

นายเสนาะ ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น กรณีที่แนวคิดของนายบรรหาร สอดคล้องกับนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตที่ปรึกษาพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่สนับสนุน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น โดยขอดูหลังการเลือกตั้งว่า พรรคที่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะเสนอใครเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็ต้องให้เกียรติพรรคนั้นจัดตั้งรัฐบาลก่อน.


พีทีวี นิวส์
13 ธันวาคม 2550 เวลา 16:34 น.

‘แอ้ด’เคารพเสียงปชช.หากเลือกพปช.


นายกฯชี้หากเสียงของประชาชนส่วนใหญ่เลือกพรรพปช.มาเป็นรัฐบาลก็พร้อมยอมรับ ติงควรดูผลคะแนนหลังวันที่23ธ.ค.นี้ก่อนตัดสินใจ ยันพรบ.มั่นคงฯยังจำเป็นกับประเทศ

วันนี้(13 ธ.ค.)พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงพ.ร.บ.ความมั่นคงฯนั้น ยังเป็นเรื่องที่รัฐบาลเสนอเข้าไปสู่การพิจารณาแล้วและถือว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลเห็นว่ามีความจำเป็นต่อประเทศ

อย่างไรก็ตามจากกรณีที่มีกลุ่มเอ็นจีโอ ออกมาคัดค้าน จนถึงขั้นบุกเข้าไปในอาคารรัฐสภานั้น ตนคิดว่า สามารถทำความเข้าใจได้ ซึ่งได้ปรึกษากับกรรมาธิการที่พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวว่าขอให้ทำความเข้าใจ และทำคำชี้แจงให้กับทุกฝ่ายได้ทราบ ไม่ว่าจะเป็นข้อห่วงใยเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน การจะยกเว้นการตรวจสอบกฎหมายต่างๆ ซึ่ง สนช.ได้พิจารณาข้อกังวลเหล่านั้นและได้แก้ไขในส่วนสำคัญแล้ว เชื่อว่าถ้าไม่ได้ยึดความคิดของตัวเองมากเกินไปก็จะสามารถรับฟังคำชี้แจงจากกรรมาธิการได้

พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่รวบรวมข่าวสารและข้อมูลต่างๆ รวมทั้งได้สอบถามจาก ผบ.ตร. โดยได้ความว่า กำลังรวบรวมข้อมูลและจะดำเนินการทางกฎหมายต่อไปกับผู้ที่กระทำความผิดบุกรุกรัฐสภาเมื่อวานนี้

ทั้งนี้มีหลายสำนักทำโพลล์สำรวจประชาชนแล้วออกมาว่าพรรคพลังประชาชน (พปช.)จะชนะการเลือกตั้งครั้งนี้นั้น ซึ่งเคยพูดไว้นานแล้วว่าตนเคารพการตัดสินใจของประชาชนชาวไทยไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร ส่วนผลสำรวจขณะนี้ก็เป็นเพียง ผลสำรวจเท่านั้น ซึ่งจะต้องรอผลการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธ.ค. ซึ่งมีความปรารถนาเพียงอย่างเดียวคือต้องการให้ประชาชนคนไทยออกมาใช้สิทธิ์ให้มาก และตั้งความหวังไว้ว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ประมาณ 70 % แต่ถ้ามีผู้มาใช้สิทธิ์มากกว่านั้นก็จะเป็นสิ่งที่ดี

และหลังการเลือกตั้งเหตุการณ์บ้านเมืองจะสงบลงหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่ที่คนไทยทุกคน แต่ก็ไม่ขอมองในแง่ร้าย เพราะคิดว่าถ้าพวกเราช่วยกันแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองก็จะผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤติไปได้ แต่ถ้าเรามองในแง่ร้ายและไม่คิดที่จะร่วมมือร่วมใจกันแก้ ปัญหาก็จะเกิดขึ้นตลอดเวลาและก็จะเป็นข้อเสียสำหรับบ้านเมืองที่เกิดความไม่สามัคคีและแตกแยก

“ผมขอยืนยันว่าหลังการเลือกตั้งวันที่23ธ.ค.ปลายปีนี้จะไม่เกิดเหตุการณ์อะไรที่รุนแรงหรือวุ่นวายอย่างแน่นอน”นายกฯ กล่าว


พีทีวี นิวส์
13 ธันวาคม 2550 เวลา 15:24 น.

Thursday, December 13, 2007

บิ๊กเหวียง วอนทุกพรรครับผลเลือกตั้ง-หนุนแนวคิดตั้ง รบ.แห่งชาติ

พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา เรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองยอมรับการลงคะแนนเสียงของประชาชนหลังวันที่ 23 ธันวาคม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวายภายหลัง อย่างไรก็ตาม ทางพรรคยืนยันว่า สามารถร่วมงานกับทุกพรรคที่มีนโยบายที่สามารถทำงานร่วมกันได้ และอยากจะฝากถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เข้าไปดูแลและตรวจสอบการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 15 - 16 ธันวาคม ที่จะถึงนี้
ขณะที่หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ได้แสดงความเห็นถึงการจัดตั้งรัฐบาลว่า หากพรรคที่ได้คะแนนเสียงอันดับ 1 ก็สามารถตั้งรัฐบาลได้ตามธรรมเนียมปฏิบัติ แต่ถ้าคะแนนสูสีกันมากต้องมาดูกันอีกทีว่าจะทำอย่างไร พร้อมกันนี้ ยังสนับสนุนให้มีแนวคิดที่จะมีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติด้วย

จาก เนชั่นทันข่าว http://breakingnews.nationchannel.com/

กลุ่ม 24 มิถุนาฯ จี้ กกต.ทบทวนมติเอกสารลับ - ขู่! ล่าชื่อแจ้งความ

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์มติ กกต.ในการยกคำร้องกรณีเอกสารลับของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. โดยยืนยันว่า กกต.ได้ใช้ดุลพินิจ และวินิจฉัยตามกฎหมายอย่างโปร่งใส พร้อมทั้งยังมองว่า มติที่ออกมา น่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติในภาพรวมมากที่สุด ซึ่งขณะนี้ กกต.อยู่ระหว่างการเขียนคำวินิจฉัยกลาง ส่วนจะมีรายละเอียดคำวินิจฉัยส่วนตัวของ กกต.แต่ละคนอย่างชัดเจน
ขณะที่ในวันนี้ กลุ่มสมาพันธ์ประชาธิปไตย และกลุ่ม 24 มิถุนาฯ ประชาธิปไตย จำนวน 30 คน นำโดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข เดินทางมาประท้วง และขอให้ กกต.ทบทวนมติเรื่องเอกสารลับ พร้อมระบุว่า จะล่ารายชื่อประชาชน จำนวน 20,000 รายชื่อ เพื่อถอดถอน กกต.ยกชุด และเตรียมแจ้งความดำเนินคดีทางอาญา ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ พร้อมกันนี้ยังได้วางพวงหรีดต่อต้าน คมช.ด้วย

จาก เนชั่นทันข่าว http://breakingnews.nationchannel.com/

สมชาย มั่นใจ พปช.เป็นรัฐบาล โพลหลายสำนักทิศทางเดียวกัน

เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 13 ธ.ค. 2550 ที่อาคารพาณิชย์หลังห้างโรบินสันโอเชี่ยน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นายสมชาย วงสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน เดินทางมาเปิดอาคารสำนักงานประสานพรรคพลังประชาชน จ.นครศรีธรรมราช พร้อมทั้งกล่าวปราศัยกับผู้สมัคร ประชาชน และนักธุรกิจประมาณ 150 คน ที่เข้าร่วมงานโดยได้เล่าถึงสาเหตุที่ลาออกจากตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรมว่า ที่ลาออกจากตำแหน่งเพราะการปฏิวัติ ยอมรับไม่ได้กับการปกครองประชาชนแบบกดขี่ข่มเหง และความจริงแล้วตนต้องเป็นปลัดกระทรวงถึง 8 ปีกว่า ไม่ใช่แค่ 7 ปี
นายสมชาย กล่าวอีกว่า ตนเป็นคนนครศรีธรรมราช มาทำงานการเมืองในพรรคพลังประชาชน เพื่อแสดงให้เห็นว่าบางพรรคที่บอกว่าเป็นพรรคคนใต้นั้นไม่จริงต้องเป็นพรรคของคนทั้งประเทศ และแสดงให้เห็นว่าตนเป็นคนใต้ได้ไปทำงานในพรรคพลังประชาชนอย่างเต็มที่และทำให้เห็นว่าคนเหนือทำงานเพื่อคนใต้และคนใต้ทำงานเพื่อคนเหนือได้ อย่ารังเกียจพลังประชาชน การทำงานนั้นเรายืนยันถึงนโยบายที่แน่วแน่ทำได้เสมอตั้งแต่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกเกิดผลสำเร็จหลายอย่าง
“มาครั้งนี้พรรคอื่นมันเอาเป็นตัวอย่างแล้วเอาไปลอกนโยบาย นายกทักษิณทำไว้มาก ส่วนตัวนั้นบอกตรงๆว่าหัวสมองของผมไม่ถึง พ.ต.ท.ทักษิณ หลายคนถามว่าจะเช็คบิลหรือไม่หากไปเป็นรัฐบาล ผมบอกว่าใครทำบาปกรรมไว้ก็ต้องรับไม่มีเวลาไปเช็คบิลใคร ตั้งใจทำงานช่วยประชาชนอย่างเต็มที่ คราวนี้ในฐานะเป็นคนนครผมเป็นถึงรองหัวหน้าพรรค เมื่อดูแลก็ใช้ได้ทีเดียว พี่เมียก็เป็นถึงนายกรัฐมนตรี ผมไม่ใช่ขี้ไก่ เป็นรองหัวหน้าพรรคแล้ว คราวนี้นครศรีธรรมราชต้องมี ส.ส.ไม่ได้อีกถือว่าอายมาก ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรแต่อยากบอกว่าพวกผู้สมัครเหล่านี้เงินหมดแล้วเพราะใช้เงินไปตามกติกา แต่แน่นอนว่าแนวโน้มของพลังประชาชนเป็นรัฐบาลแน่ ดูจากโพลล์หลายสำนักแล้วเป็นไปในทิศทางเดียวกัน” นายสมชาย กล่าว

จาก เนชั่นทันข่าว http://breakingnews.nationchannel.com/

มติสุดอัปยศ! รุมจวกยับอ้างม.309

สุดอัปยศ! กกต. ประกาศ “ยกคำร้องอุ้ม คมช.พ้นผิดกรณี เอกสารลับอ้างไม่พบการกระทำที่เกิดความเสียหายต่อพรรคพลังประชาชน และไม่มีการขออนุมัติงบประมาณดำเนินการเรื่องดังกล่าว ผลการพิจารณาสร้างความกังขาสุดสุด ระบุการอ้าง ม.309 ในการยกเว้นเอาผิดก็ชี้ชัดว่าการกระทำความผิดเกิดขึ้นแล้ว แถมมีการรับเรื่องไปพิจารณาตามกระบวนการ ต้องชี้ถูก-ผิดเท่านั้น ด้านพปช.ขอดูเอกสารยืนยันการยกเลิกคำสั่ง เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและเรียกความเชื่อมั่นคืนมาให้ กกต.


ในที่สุดการชี้ขาดกรณี เอกสารลับ คมช.ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ซื้อเวลามานานก็ได้ข้อสรุปที่เป็นไปตามความกังวลของหลายฝ่ายที่มีมาก่อนหน้านี้ว่า จะเป็นการหาทางออกให้กับคณะมนตรีวามมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) โดย กกต. ทั้ง 5 คน มีมติยกคำร้องของสมันธ์ประชาธิปไตย ที่ร้องว่า คมช. วางตัวไม่เป็นกลางในการเลือกตั้ง อันเนื่องมาจากเนื้อหาในเอกสารลับดังกล่าว มีข้อความระบุถึงการสกัดกั้นพรรคพลังประชาชนอย่างชัดแจ้ง

รวมทั้งมีการกำหนดกิจกรรมเป็นขั้นเป็นตอน มีการระบุถึง การชี้นำแกมบังคับเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจไม่เลือกพรรคการเมืองบางพรรค และตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองตามที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการ


โดยที่มติของ กกต. ที่มีออกมาในวันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมานั้น ได้กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง และนำมาซึ่งความเคลือบแคลงสงสัยในความเที่ยงตรงของ กกต. และกังวลต่อเนื่องไปถึงการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยมี กกต. เป็นผู้ดูแลความเรียบร้อย


ในการประชุมของ กกต.ดังกล่าว ได้ใช้เวลานานประมาณ 1 ชั่วโมง และในที่สุดก็มีมติ 4 ต่อ 1 ให้ยกคำร้อง แต่อย่างไรก็ดีเสียงส่วนน้อยที่เป็นของ นางสดศรี สัตยธรรม นั้น ก็ไม่ใช่เป็นการเห็นตรงกันข้าม เพียงแต่ระบุความเห็นว่า กกต. ไม่มีอำนาจในการตรวจสอบ คมช. ซึ่งนัยหนึ่งก็คือเป็นการที่ กกต. ทั้ง 5 คนมีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ กกต. พ้นจากการรับผิดชอบการวางตัวไม่เป็นกลาง


นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. กล่าวถึงการออกเสียงของนางสดศรี เป็นการให้ความเห็นว่าว่าา กกต. ไม่มีอำนาจที่จะเข้าไปตรวจสอบการทำงานของ คมช. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 309 ซึ่งเป็นการกระทำที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย


ส่วนอีก 4 เสียงของคณะกรรมการเห็นว่า กกต. มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบได้ แต่ก็เห็นว่าให้มีการยกคำร้องที่ทางสมาพันธ์ประชาธิปไตยยื่นฟ้องร้องต่อ กกต. เนื่องจากเห็นว่าไม่มีการกระทำใดๆ ของ คมช. ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพรรคพลังประชาชน และไม่พบการขออนุมัติงบประมาณเพื่อทำการปฏิบัติตามเอกสาร


ทั้งนี้ กกต. จะไม่สอบสวนประเด็นเอกสารจิรง เอกสารปลอม อีกแล้ว และจะไม่ตรวจสอบว่ามีฝ่ายใดผิดหรือไม่ผิด ส่วนในเรื่องของการยกเลิกคำสั่งของ คมช. ไปยังหน่วยงานทหารใต้บังคับบัญชานั้น กกต. ได้ให้ตัวแทน คมช. ลงลายมือชื่อรับรองในบันทึกถ้อยคำที่ได้มาให้คำชี้แจงเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ที่ผ่านมา


เมื่อถามถึงการนำผลการสอบสวนของคณะกรรมการชุดที่มี นายสุพล ยุติธาดา เป็นประธาน มาประกอบการตัดสินใจหรือไม่น้น นายอภิชาต กล่าวว่ากรรมการชุดนายสุพล เป็นเพียงแต่ช่วยเข้าไปสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงให้ และมีการลงมติเสนอมายัง กกต. เท่านั้น


พร้อมทั้งยืนยันว่าไม่มีการกดดันจาก คมช. แต่อย่างใด


ขณะที่ทางด้าน คมช. ก็รีบออกมารับลูกยืนยันว่าไม่มีการแทรกแซงการทำงานของ กกต.


พล.อ.วินัย ภัททิยกุล เลขาธิการคมช. ระบุว่า ยินดีที่ได้รับทราบผลการวินิจฉัยยกคำร้องกรณีเอกสารลับ โดยยืนยันไม่มีการล็อบบี้ กกต. เรื่องนี้จะต้องให้เกียรติ กกต.ด้วย


ส่วนการฟ้องกลับน้นจะมีการหารือกับสมาชิก คมช.ว่าจะดำเนินการหรือไม่ อย่างไรโดยจะต้องหารือร่วมกับ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงด้วย ในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่งประธาน คมช.ในเวลานั้น


พร้อมทั้งยืนยันว่า จากนี้ไป คมช.จะวางบทบาทตามปกติต่อการเลือกตั้ง และจะไม่มีการใช้แนวทางอื่นอีก


ขณะที่ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม หัวหน้าสำนักงานเลขาธิการ คมช. กล่าวว่ารู้สึกพอใจมติ กกต. พร้อมยืนยันว่า ที่ผ่านมา คมช.ทำไปตามอำนาจหน้าที่ ด้วยความตั้งใจดี และไม่เคยมีปัญหากับใคร พร้อมย้ำว่าไม่เคยมีการดำเนินการตามเอกสารดังกล่าว


ส่วนที่ คมช.ยังไม่ฟ้องร้องนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ในข้อหาปลอมแปลงเอกสารราชการในขณะนี้ เพราะ คมช. เล็งเห็นแล้วว่า พรรคพลังประชาชนมองคมช.เหมือนศัตรู หากดำเนินการใดๆ ในขณะนี้เกรงจะถูกกล่าวหาว่ากลั่นแกล้ง ซึ่งหลังเลือกตั้งก็ยังไม่สายที่คมช.จะดำเนินการฟ้องร้อง


ขณะที่ทันทีที่ กกต. มีมติออกมาดังกล่าว ก็ได้เกิดเป็นประเด็นวพากษ์วิจารณ์ว่าเหมือนกับ กกต. ไม่ให้เกียรติและไม่ให้ความสำคัญกับมติของคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเลย ทั้งที่มีการดำเนนการเป็นขั้นเป็นตอนครบถ้วย และอาศัยหลักการทางกฎหมายอย่างชัดแจ้ง อีกท้งคณะกรรมการทั้งหมดยังล้วนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทั้งสิ้น


ทั้งยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเสมือนเป็นการหลอกใช้คณะผู้ทรงคุณวุฒิดังกล่าว เป็นการฟอกความผิดให้กับ คมช.


นายสุพล ยุติธาดา ประธานคณะกรรมการสอบสวนกรณีเอกสารลับ กล่าวในครั้งแรกที่ได้ทราบผลการพิจารณาของ กกต. เพียงสั้นๆ ว่า ไม่อยากจะพูดเลย


แต่ในโอกาสต่อมานายสุพล ก็ใมห้สัมภาษณ์อีกครั้ง โดยระบุว่า ไม่มีความเห็นใดๆ ต่อข้อสรุปของ กกต. เพราะกรรมการชุดตนนั้นเป็นเพียงคณะกรรมการที่แค่มาช่วยสอบสวนข้อเท็จจริงให้ โดย กกต. เป็นผู้แต่งตั้งขึ้นมา


หลังจากที่คณะกรรมการสอบสวนได้เสนอรายงานสรุปมติเรื่องเอกสารลับยื่นต่อ กกต. แล้ว ถือว่าหมดหน้าที่ และเมื่อเสนอไปแล้ว กกต. ไม่เห็นว่าเป็นไปตามที่เสนอก็ไม่ว่าอะไร พร้อมทั้งยืนยันว่าไม่น้อยใจที่ กกต. เห็นว่าคณะกรรมการชุดตนไม่มีหน้าที่มาช่วยตัดสิน เพียงมาช่วยทำงานเฉยๆ


ด้านนายกำชัย จงจักรพันธ์ หนึ่งในกรรมการชุดสอบสวนเอกสารลับ กล่าวว่ายังไม่ทราบถ้อยคำวินิจฉัยของ กกต. เป็นลายลักษณ์อักษร เพียงแต่ทราบข่าวจากสื่อมวลชน จึงไม่อาจจะให้ความเห็นใดๆ ในเรื่องนี้ได้ แต่ก็ยังเชื่อว่า กกต. ใช้ดุลยพินิจที่เหมาะสมแล้ว ต้องเคารพคำตัดสินของ กกต. ไม่ว่าทาง กกต. จะใช้เหตุผลใดมาประกอบอ้างให้มีการยกคำร้องกรณีนี้ก็ตาม


ขณะที่ทางด้านพรรคพลังประชาชนที่เนื้อหาในเอกสารลับมีการพาดพิงถึง และยังถูก คมช. จ้องจะเล่นงานกล่าวหาปลอมแปลงเอกสาร ต่างก็ออกมาให้ความเห็นถึงประเด็นดังกล่าว ภายหลัง กกต. มีมติยกคำร้อง ที่มีผู้ร้องเรียน คมช. ดังกล่าว


นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวว่ามติที่อกมาตนเองยอมรับได้ เพราะเขาเป็นผู้มีอำนาจ แต่ต่อไปขอให้การทำหน้าที่อยู่ในกรอบ อย่าให้เกิดความกระทบกระเทือนกับพรรคการเมือง และผลที่ออกมาพรรคพลังประชาชนจะไม่รื้อฟื้น เราพอใจแล้ว พรรคพลังประชาชนกลัวจะตาย กลัวจริงๆ ฝากสื่อไปบอกผู้มีอำนาจได้เลยว่าเรากลัวจริงๆ


ด้านนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า ลำพังเพียงเอกสารลับที่มีการส่งไปตามหน่วยงานราชการต่างๆ ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า อาจจะมีการวางตัวไม่เป็นกลางของข้าราการ และเป็นคำสั่งที่ก่อให้เกิดการปฎิบัติ อย่างนี้ก็ถือว่ามีการสั่งการแล้ว ซึ่งการสั่งการเช่นนี้ก็ยังมีอยู่จนปัจจุบัน โดยไม่มีหลักฐานใดๆ ที่แสดงว่ามีการออกหนังสือยกเลิกเอกสารเดิม ดังนั้นกกต.มั่นใจได้อย่างไรว่า การกระทำเหล่านี้ไม่เข้าข่ายความผิด


ทั้งนี้หาก กกต.มีหลักฐานที่เป็นเอกสารว่ามีการยกเลิกคำสั่งในเอกสารลับจริง ก็ควรที่จะเปิดเผยให้สาธารณะชนได้รับรู้ ไม่เช่นนั้นจะเกิดความคลางแคลงใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ของกกต.อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หวังว่ากกต.ซึ่งเป็นผู้กุมบังเหียนการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์จะได้ทำหน้าที่ให้สมกับที่ประชาชนไว้วางใจ และประชาคมโลกเฝ้ามอง


นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคพลังประชาชน มีความเห็นในทำนองเดียวกันว่าครั้งนี้ก็เห็นแล้วว่าการกระทำในอนาคตไม่ต้องรับผิด นอกจากนี้ กกต.ไม่ได้วินิจฉัยเรื่องนี้ตามรัฐธรรมนูญ เพราะเมื่อเห็นการกระทำใดๆ ไม่เป็นกลาง ทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ กกต.มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญที่ต้องสั่งระงับ หรือโยกย้ายเจ้าหน้าที่รัฐดังกล่าวได้


ที่อ้างว่าได้มีการระงับการกระทำดังกล่าวไปแล้วนั้น เรามีข้อสังเกตว่าแผนปฏิบัติการในเอกสารลับเริ่มตั้งแต่ 14 กันยายน ก่อนมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งในวันที่ 25 ตุลาคม จึงสงสัยว่า ระหว่างนี้มีการกระทำแล้วหรือยัง กกต.พิสูจน์ได้อย่างไร บางคำสั่งไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณ คำสั่งระงับอย่างเป็นทางการก็ยังไม่เห็น สิ่งที่ กกต.ชี้ขาดไปน่าจะวิจารณ์ได้ว่าบริสุทธิ์ยุติธรรมหรือไม่


ด้าน พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ คมช.ขู่ว่าจะฟ้องกลับเรื่องเอกสารลับว่า เรื่องเอกสารลับนั้นเมื่อมติ กกต.ออกมาเสียงส่วนใหญ่บอกวางตัวไม่เป็นกลาง นายสมัครก็ไม่ได้ติดใจอะไร ทางพรรคก็ไม่ได้ติดใจที่จะดำเนินคดีอะไร ส่วนตัวขอเรียกร้องให้ยุติการต่อความยาวสาวความยืดดีกว่า แต่ถ้าจะมีการฟ้องร้องกัน ก็ขอนำคดีสู่ศาลโลก เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้อยู่ภายใต้การปฏิวัติ เอาไปสู่ศาลโลกไปเลย จะได้หมดเรื่องหมดราว


ส่วนนายแพทย์เหวง โตจิราการ กรรมการสมาพันธ์ประชาธิปไตย ในฐานะผู้ร้องเรียนเรื่องดังกล่าวต่อ กกต. กล่าวว่า อย่างไรก็ตามก็เคารพในมติของ กกต. แต่หากมองในฐานะประชาชนทั่วไปและในฐานะคนไทยคนหนึ่งว่าเพียงแค่มีเอกสารแสดงเจตนาก็น่าจะมีความชัดเจนแล้ว รวมทั้งการอ้างรัฐธรรมนูญมาตรา 309 ที่เป็นการยกเว้นการเอาผิด ก็หมายถึงว่าได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งการกระทำดังกล่าวก็ไม่น่าจะถูกต้องและน่าจะมีความผิด


ทางด้านนายจรัญ ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่าเป็นเรื่องที่แปลกมาก เพราะเมื่อ กกต.รับเรื่องร้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเอกสารลับฉบับดังกล่าวแล้ว แสดงว่าคำร้องนั้นมันมีมูลแล้ว แล้วจะมายกคำร้องง่ายๆได้อย่างไร


การที่ กกต. สั่งยกคำร้องเช่นนี้ ย่อมเกิดผลลัพท์ที่ดีกับคมช. โดยทางคมช. จะไม่ต้องรับผิด หรือรับโทษอะไรเลย เมื่อถามว่า กกต. มีเจตนาช่วย คมช. หรือไม่นั้น คงต้องพิจารณาที่เจตนาให้ละเอียดอีกทีหนึ่ง และตนเองจะจับตาเรื่องนี้ต่อไป


อนึ่ง มีการตั้งข้อสังเกตด้วยว่าเมื่อมีการนำเรื่องเอกสารลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาไปแล้ว จึงพ้นจากขั้นตอนการยกคำร้อง ขั้นตอนจะต้องเป็นการชี้ว่ามีความผิดอย่างไร หรือไม่เท่านั้น


ทั้งยังมีการวิพากษ์วิจารณ์ด้วยว่าการพิจารณาของ กกต.ชุดใหญ่ ที่ไม่ได้อาศัยข้อมูลของกรรมการสืบสวนสอบสวน ใช้หลักฐานหรือข้อมูลในการพิจารณาน้อยมาก และตัดสินจากคำบอกเล่าและคำยืนยันเพียงวาจาของ คมช. เท่านั้น ไม่มีการตรวจสอบเรื่องที่น่าสงสัยอีกหลายประเด็น อย่างเช่น โครงการประชาธิปไตยสีขาว ของ คมช. ที่มีสาระสำคัญสอดคล้องกับเนื้อหาในเอกสารลับ ก็ไม่มีการนำมาพิจารณา


(ประชาทรรศน์รายสัปดาห์)






จาก http://www.prachatouch.com/

พิลึก (บทบรรณาธิการ ประชาทรรศน์)

การดำเนินการเรื่องเอกสารลับ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. มีการ พูดจาสร้างกระแส ในลักษณะที่ว่า ปฏิบัติการมีการยกเลิก


ตามระเบียบราชการ การสั่งการมีเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษร มีแผนการดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอน แต่บอกว่ามีการ ยกเลิกด้วยวาจา ปฏิบัติการจึงยังไม่มีผลอะไรในทางปฏิบัติ


ใครจะเชื่อก็เชื่อกันไป


คนไทยจำพวกหนึ่งช่วยกันประโคมข่าวตามที่ฝ่าย คมช. ได้บอกกล่าว โดย ไม่เคยสำรวจตรวจสอบว่ามีแผนปฏิบัติการอย่างไร


ประชาทรรศน์ได้ทุ่มเทตรวจสอบเรื่องนี้ จนกระทั่งเราเจอเอกสาร ประชาธิปไตยสีขาว ซึ่งสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการของ คมช. เปี๊ยบ เป็นเอกสารที่แสดงไว้ใน วันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2550 หลังจากมีพระราชกฤษฎีกาประกาศวันเลือกตั้ง และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้แล้ว


ในโครงการประชาธิปไตยสีขาว มีการนำคำแถลงของ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล โฆษกกระทรวงมหาดไทย มาเผยแพร่ และเป็นองค์บรรยาย


ในโครงการประชาธิปไตยสีขาว มีการนำ ดร.เสรี วงษ์มณฑา ซึ่งรู้กันดีว่ารับงานที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์ให้กับพรรคชาติไทย มาเป็นองค์บรรยาย


ล่าสุด พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ครส. ออกไปชี้นำแรงงานไทยในประเทศสิงคโปร์ ในวันที่ 9 ธันวาคม 2550 ให้ร้ายคนไทย 2 เรื่องสำคัญที่ยอมรับไม่ได้ คือ


มีการพยายามทำลายสถาบันที่ทุกคนเคารพรัก


การเลือกตั้งครั้งนี้มีการซื้อเสียงมากที่สุด


ซึ่งการบรรยายนี้ตรงกับที่ เอกสารลับฉบับที่ 3 เป็นการไปกล่าวลากำลังพล เนื้อหาใกล้เคียงกันมาก


เหตุการณ์ทั้งหมดล้วนสอดประสานงาน


แล้วจะบอกว่าปฏิบัติการตามเอกสารลับนี้ได้ยุติลง โดยการสั่งการด้วยวาจา


คนใน ภาคเหนือ และ ภาคอีสาน เขาเห็นกันทั่ว ก่อนจะมีพระราชกฤษฎีกา และหลังจากมีพระราชกฤษฎีกา มีคนแต่งกายเหมือนทหาร ลงพื้นที่ตามหมู่บ้านต่างๆ เหมือนตอนช่วงที่มีการชักจูงให้คนไปลง ประชามติ รับ ร่างรัฐธรรมนูญ


หาก กกต. ปฏิบัติตนบนความเที่ยงธรรม


คำถามจึงเกิดขึ้นมาว่า เอกสารที่ทหารนำมาแล้วบอกว่าของจริง เหมือนฉบับสำเนาที่ส่งมาให้ก่อนหน้านี้ ซึ่งมันก็สมควรจะเป็นแบบนั้น ดังนั้นเนื้อหาของการสอบสวนไม่มีอะไรแตกต่างจากชุดที่อนุกรรมการได้เคยสอบสวนมา เพราะไม่มีเนื้อหาอะไรใหม่เลย


มติที่ออกมา จะต้องไม่แตกต่างจากคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวน ชุดที่มี นายสุพล ยุติธาดา เป็นประธาน ที่ลง มติ 7 ต่อ 0 ชี้ขาดว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายไม่เป็นกลาง คมช. แทรกแซงการเลือกตั้ง แต่ มติ 4 ต่อ 3 เห็นว่าไม่สมควรลงโทษ คมช. เพราะมีบทเฉพาะกาลว่าด้วย การนิรโทษกรรม ในการกระทำทั้งก่อนและหลังการปฏิวัติรัฐประหาร จะทำอะไรก็ได้ คุ้มกะลาหัว อยู่


เอกสารฉบับจริงที่ คมช. นำมาแสดง และ กกต. บางท่านบอกว่าไม่ต้องส่งไปกองพิสูจน์หลักฐาน


ที่จริงควรจะส่งไปสหรัฐอเมริกา เพื่อตรวจสอบในระยะเวลาของเอกสาร ว่าเพิ่งทำขึ้นมาหลังจากมีข่าวสารใช่หรือไม่


เพราะวันแรกๆ ข่าวสารที่ คมช. นำออกมาตอบโต้นั้นดูเหมือนว่าไม่ตรงกับสิ่งที่นำมาโชว์กันในวันนี้แม้แต่น้อย หากจะจำกันได้ เขาพยายามเบี่ยงเบนประเด็น กล่าวหาเป็น เอกสารปลอมบ้าง เป็น เอกสารที่คนในกองทัพนำมาขายบ้าง


เวลา นักการเมืองคนหนึ่งแฉว่าถูกเปลื้องเสื้อผ้าอาภรณ์ ระหว่างถูกเอาตัวไปขังเดี่ยว กลับ รีบๆ ลนๆ นำเอกสารซึ่งเป็นเมนูข้าว มาโชว์เป็น หลักฐานในวันรุ่งขึ้น


มันหลายมาตรฐาน จนคนเขารู้ว่า เริ่มมีความไม่ชอบมาพากล


หากปล่อยให้ อำนาจรัฐที่ได้มาจากกระบอกปืน ทำอะไรก็ได้


เราอย่าหวังจะเกิดการ ปฏิรูปการเมืองในผืนแผ่นดินไทย นี้เลย ไม่มีประโยชน์โพดผลใดๆ ที่จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ โดยนำประชาธิปไตยมากล่าวอ้าง


สามัญสำนึกของคนปกติธรรมดา ย่อมมีคำตอบได้อยู่แล้ว


วันนี้ กกต. ตัดสินใจอย่างไรออกมา


ในเมื่อเราเกิดบนผืนแผ่นดินไทย จะให้ประชาชนที่ไม่ได้เห็นด้วยกับการกระทำของคนถืออำนาจรัฐ สมรู้ร่วมคิดกันกับนายทหารบางคน สื่อบางสำนัก นักเคลื่อนไหวไร้จุดยืน ที่บีบบังคับ


เขาเห็นว่าประชาชนเป็นลูกไก่ในกำมือ จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด กระนั้นหรือ


ปรัชญาที่ว่า ของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน มันไม่แท้จริงแล้วกระนั้นหรือ


แล้วมันกลายเป็น ของใคร โดยใคร เพื่อใคร


นี่...เราเดินมาสุดทางหรือยัง เรายังจะไปไหนมาไหนได้อีกไหม มันมีทางเลือกให้เราเดินมากกว่านี้ไหม


ประชาชนพร้อมจะตัดสินใจใน วันที่ 23 ธันวาคม 2550


แต่...มันอาจจะเป็น การตัดสินใจ ที่พร้อมจะถูกขัดขวางจาก ขุนทหารโฉดชั่ว ขุนนางสุดเลว สื่อชั่วบางสำนัก นักการเมืองเก่าแก่แล้วยังกลับกลอก และ นักเคลื่อนไหวไร้จุดยืน


ตลอด 6 ปีมานี้ บ้านนี้เมืองนี้ มีเรื่องพิลึกเข้าไปทุกวัน ทุกวัน



จาก http://www.prachatouch.com/

มีชัยจวกแกนนำผู้ชุมนุม การศึกษาดีไม่รู้วิธีพูดจา


วันนี้ (13 ธ.ค.) มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการชุมนุมคัดค้านการทำหน้าที่ของสนช.ว่า ยืนยันทำหน้าที่ต่อไป เพราะเป็นสิ่งที่หนี หรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ รัฐธรรมนูญกำหนดหน้าที่ของสนช.ไว้ อีกทั้งการทำหน้าที่ ก็ยังไม่สำเร็จ ตนขอทำความเข้าใจว่า สนช.เร่งพิจารณากฎหมาย โดยมีวาระการพิจารณากฎหมาย 30-40 ฉบับนั้น เป็นเรื่องที่เข้าใจผิด

"เรื่องทุกเรื่องที่รัฐบาลส่งมา หรือคณะกรรมาธิการพิจารณา เสร็จแล้ว เมื่อมีเรื่องเท่าใด ก็ต้องบรรจุสู่วาระการประชุม โดยพิจารณาได้เท่าใดก็ได้เท่านั้น ไม่ใช่จะพิจารณาทั้งหมด" ประธาน สนช. กล่าว และว่า การทำหน้าที่ของ สนช. เป็นหน้าที่ คนที่มีการศึกษาดี เป็นครูบาอาจารย์ เป็นสมาชิกวุฒิสภามาแล้ว น่าจะรู้จักวิธีพูดจากัน หากไม่ชอบกฎหมายฉบับใด หรือคิดว่ากฎหมายฉบับใดไม่เป็นธรรมกับประชาชน ก็มาคุยกันได้ หากเหมารวมทั้งหมด ทั้งกฎหมายของฝ่ายบริหารและฝ่ายประชาชน ก็จะมีการปะปนกันมาก ที่ผ่านมาไม่เคยมีการประสานเพื่อพูดคุยในเรื่องนี้

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจอน อึ๊งภากรณ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน พร้อมด้วยตัวแทนจำนวน 3 คน เข้าพบนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้ สนช.ยุติการประชุม และให้ถอนร่างกฎหมาย 11 ฉบับที่อยู่ระหว่างการพิจารณา

ภายหลังเข้าหารือ นายจอน กล่าวว่า ได้เรียกร้องให้รัฐบาล ถอนร่างกฎหมายที่อาจก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในอนาคต ยืนยันกฎหมายที่ละเมิดสิทธิของประชาชน ต้องไม่ผ่านสภาชุดนี้ และต้องปิดตัวเองอย่างเป็นทางการในการพิจารณากฎหมาย ภาคประชาชนมีจุดยืนเพียงต้องการให้กฎหมายที่ละเมิดสิทธิรอการพิจารณาจากรัฐบาลชุดใหม่



จาก http://www.thairath.co.th/#

จงใจยั่วของแข็งเห็นๆ

ไม่ได้ผิดโผที่หลายฝ่ายคาดการณ์ผล เขียนใส่ซองไว้ล่วงหน้า

และแม่นที่สุดต้องยกให้คิวของ พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ฟันธงล่วงหน้ามาเป็นเดือนๆแล้ว

คิวนี้ต้องออก “เจ๊า”

ล่าสุดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงมติด้วยคะแนนเสียง 4 ต่อ 1 ให้ยกคำร้องกรณีเอกสารลับของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)

ด้วยเหตุได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว และรัฐธรรมนูญปี 50 อีกทั้งยังไม่มีการกระทำที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่พรรคการเมืองหรือผู้ใด

ส่วนปมเอกสารจริงหรือเท็จ ฉบับ คมช.กับฉบับพรรคพลังประชาชนของใครจริงของใครปลอม ไม่มีการหยิบยกขึ้นมาพิจารณา

โดยนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. ตัดบทสั้นๆ

“ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล”

และถือเป็นอันจบข่าว ประธาน กกต.สำทับส่งท้าย จะไม่มีการสั่งระงับหรือเตือนอะไรทั้งสิ้น เพราะ กกต.ถือว่าไม่มีการกระทำใดๆเกิดขึ้น

คมช.ตบแถว รอดตัวไปแบบสบายๆ

ขณะที่คู่กรณีอย่างพรรคพลังประชาชนก็ไม่โดนย้อนศรไล่เบี้ยปมการอ้างเอกสารปลอม รวมถึงคดีการเปิดเผยความลับทางราชการ

จบเกม เจ๊ากันไป

แต่ที่ต้องลุ้นกันช็อตต่อไป กรณีการแจกวีซีดี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่งภาพและเสียงฝากฝังผู้สมัครของพรรคพลังประชาชน

เดิมพันวัดดวง

ประเมินจากเสียงเอะอะโวยวายของหน่วยชี้เป้า กระแสยุให้ กกต.ไล่บี้ไล่ทุบ

มีลุ้นได้เสียถึงขั้นยุบพรรค

แต่ก็อีกนั่นแหละ กลัวซะที่ไหน

ก่อนอื่นเลย ลูกเก๋าของ “ลุงหมัก” นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน รีบกระแอมดักทางล่วงหน้าไว้แล้ว การพิจารณากรณีวีซีดีของอดีตนายกฯทักษิณ ขอให้ อยู่บนมาตรฐานเดียวกันกับคิวเอกสารลับ คมช.

ดักคอ อย่าเลือกปฏิบัติ

และเหมือนจงใจท้าทายของแข็ง กับลีลาของนายประแสง มงคลศิริ ผู้สมัคร ส.ส.อุทัยธานี พรรคพลังประชาชน ได้ทำหนังสือถึง กกต. เนื้อหาระบุว่า ได้ดำเนินการผลิตสื่อหาเสียงทั้งประกาศ ป้าย บัตร แนะนำตัว สปอตกระจายเสียง ตลอดจนสื่ออื่นๆ ที่นำชื่อ รูปถ่ายของ อดีตนายกฯทักษิณ มาประกอบการหาเสียงในเขตเลือกตั้ง

ทั้งๆที่ได้รับทราบหนังสือคำสั่งห้ามจากพรรคแล้ว

แต่นายประแสงยืนยันเป็นการดำเนินการส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับพรรค เพราะถือเป็นสิทธิอันพึงมีตามรัฐธรรมนูญที่สามารถทำได้

ล่อเป้าใบแดงกันซึ่งๆหน้าเลย

ตั้งใจ “ยั่ว” ยังไงชอบกล

คนของค่ายพลังประชาชนแขวนกระดิ่งวิ่งล่อเป้า กกต. เหมือนหมูไม่กลัวปังตอ

ล้อกระแสยุบพรรคเต็มที่

และที่น่าแปลกใจ ทั้งปมเอกสารลับต่อเนื่องมาถึงคิววีซีดี “ทักษิณ”

คนที่เดือดเนื้อร้อนใจกลับกลายเป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมากระตุ้น กกต.ให้รีบปิดเกม อย่าให้ทุกอย่างของการเลือกตั้งไปอยู่บนประเด็นเอกสารลับ คมช. หรือวีซีดีภาพและเสียงของอดีตนายกฯทักษิณ

“อภิสิทธิ์” อ่านเกม คิวนี้เข้าทางค่ายพลังประชาชน ยึดพื้นที่ข่าว

ปั่นกระแสตีกินในห้วงโค้งสุดท้ายสบายใจเฉิบ

อะไรไม่ว่า งานนี้ได้สองเด้ง แจกวีซีดี “ทักษิณ” ฝากฝังคนของพรรคพลังประชาชนในภาคอีสานกับเหนือ ก็ตุนแต้มไปช็อตหนึ่งแล้ว เมื่อมาโดนไล่บี้ไล่ต้อนจะเอาวีซีดีเป็นเหตุทุบถึงขั้นยุบพรรค

ยังได้คะแนนสงสารไหลมาอีกช็อต.


ทีมข่าวการเมือง รายงาน




จาก http://www.thairath.co.th/#

‘น้าหมัก’เล็งม๊อบรัฐสภาเคลื่อนไหวสกัดเลือกตั้ง


หน.พรรคพลังประชาชน หวั่น การประท้วงหน้ารัฐสภาผิดสังเกต ห่วง อาจเกิดความวุ่นวายจนทำให้ไม่มีการเลือกตั้ง ไม่ขัดหากชาติไทยจะจัดตั้งรัฐบาลแต่ควรฟังความเห็นจากพรรคอื่น

นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชนเปิดบ้านแถลงข่าวเช้าวันนี้ ถึงกรณีที่มีเครือข่ายต่าง ๆชุมนุมที่หน้ารัฐสภาเมื่อวานนี้ ว่า ตนเห็นว่าเป็นสิ่งที่ผิดสังเกต เพราะฝ่ายที่ชุมนุมได้ประกาศแล้วว่าหาก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีการประชุมอีก ก็จะมาชุมนุมอีกครั้ง ซึ่งวันนี้ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ก็ได้มีการนัดประชุม สนช.อีก ดูเหมือนจะเป็นการเชิญชวนให้กลับมาชุมนุมอีกครั้ง ทั้งนี้ตนในฐานะที่มีส่วนได้เสียกับการเลือกตั้ง เห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าไว้วางใจ ผู้ชุมนุม อาจต้องการการขัดขวางไม่ให้มีการเลือกตั้งในปีนี้ก็ได้ ประกอบกับหลายฝ่ายได้ออกมา เตือนตนว่าจะไม่มีการเลือกตั้งในปีนี้ ดังนั้นคนที่มาชุมนุมเคลื่อนไหวมีจุดประสงค์อะไร และการนัดประชุมอีกครั้งก็เหมือนเป็นการจุดชนวนให้มีการชุมนุมอีก

นายสมัครกล่าวอีกว่า ตนจึงอยากให้หลาย ๆฝ่ายช่วยกันสร้างให้บรรยากาศให้นำไปสู่การเลือกตั้งอย่างไม่มีปัญหา ส่วนพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีนั้นท่านก็ทำดีอยู่แล้ว แต่คนที่คิดจะทำอะไร หรือจะล้มล้างการเลือกตั้งก็ควรจะสำนึกด้วย

อย่างไรก็ตามนายสมัครกล่าวอีกว่า ขณะนี้คนที่อยู่เบื้องหลังการปฎิวัติยังไม่เลิก และพร้อมที่จะเล่นงานตน ซึ่งไม่รู้สึกกังวลอะไร ส่วนกรณีเอกสารลับ ตนก็พอใจในมติของ กกต. และไม่อยากพูดถึงอีก ส่วนที่จะมีการฟ้องร้องนั้น นายสมัคร กล่าวว่า ก็สามารถฟ้องร้องได้ ส่วนเรื่อง วีซีดีนั้น ก็ไม่มีปัญหาอะไรสามารถอธิบายกันได้ แต่สื่อเสนอข่าวให้ใหญ่โตกันไปเอง

ส่วนกรณีที่นาย บรรหาร ศิลปะอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเองหากพรรคที่ได้ลำดับ 1 2 3 ไม่จัดตั้ง นายสมัคร กล่าวว่า ตนไม่เป็นปัญหาและไม่ขัดข้อง แต่ก็ต้องดูสมาชิกพรรคอื่น ๆ ด้วยว่า จะรับหรือไม่ หากได้ก็ไม่มีปัญหา อย่าไปกลัวเลยว่าหากรวมกับพรรคพลังประชาชน แล้วทหารจะมาปฎิวัติอีก ต้องจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น คงไม่มีแล้วเพราะ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่ก็ได้ออกมายืนยันแล้วว่าจะไม่ปฎิวัติอีก แม้พรรคพลังประชาชนจะได้เป็นรัฐบาลก็ตาม

นอกจากนี้นายสมัครยังขอบคุณไปยัง กกต. ที่มีการแบ่งการสอบสอบสวน เรื่องวีซีดี และเอกสารลับ เรื่องละ 1 เดือน ทำให้ตนรู้สึกสบายใจ ว่าจะไม่มีใครมาบังคับ.



พีทีวี นิวส์
13 ธันวาคม 2550 เวลา 12:22 น.


จาก http://www.ptv.co.th/