WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, December 15, 2007

พล.อ.อ.ชลิต เร่ง พ.ต.ท.ทักษิณ รีบกลับมาต่อสู้คดี


กรุงเทพฯ 15 ธ.ค.-"พล.อ.อ.ชลิต" ไม่ห่วงกรณี "พ.ต.ท.ทักษิณ" มีกำหนดกลับไทยเดือนก.พ. 51 ระบุ อยากให้กลับมาเร็วกว่านั้น เวลาอยากให้มากลับไม่มา เชื่อไม่มีปัญหาเรื่องความปลอดภัยแน่นอน และคงไม่มีใครอยากไปทำอะไรอดีตนายกฯ

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) กล่าวถึงกรณีที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีมีกำหนดเดินทางกลับประเทศไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2551 ว่า ไม่รู้สึกเป็นห่วงเรื่องดังกล่าว เพราะความจริงแล้วอยากให้กลับมาเร็วกว่านั้น ควรจะมาต่อสู้คดีต่าง ๆ ที่ศาลสถิตยุติธรรมของประเทศได้มีข้อกล่าวหาไว้


"จริง ๆ แล้วต้องมาก่อนหน้านั้น ขณะนี้อยากให้มาก็ไม่มา ควรต้องมาเร็ว ๆ"ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานคมช. กล่าว


ส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณห่วงเรื่องความปลอดภัย พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่าเป็นภาระหน้าที่ของทางตำรวจที่ต้องดูแล และว่า "ความจริงท่านเองต้องรู้อยู่แล้วว่าใครจะเข้ามา เพราะท่านเป็นตำรวจเก่า ทุกคนต้องได้รับการดูแลให้เกิดความปลอดภัย ถ้ามาคงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร คงไม่มีใครอยากจะไปทำอะไรหรอก"พล.อ.อ.ชลิต กล่าว.-สำนักข่าวไทย

ที่มา : สำนักข่าวไทย

เลือกตั้งล่วงหน้า-นอกเขตจังหวัดคึกคัก ปลัด กทม.เชื่อใช้สิทธิ 100%


กรุงเทพฯ 15 ธ.ค. - ปลัด กทม.ตรวจเยี่ยมการเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตกรุงเทพฯ และนอกเขตจังหวัด เชื่อใช้สิทธิ 100% ตามที่ลงทะเบียนไว้ ขณะที่ประชาชนต่างจังหวัดแห่ใช้สิทธินอกเขตจังหวัดที่เขตบางกะปิอย่างเนืองแน่น

นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) ตรวจเยี่ยมการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตกรุงเทพฯ และนอกเขตจังหวัด และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งที่โรงเรียนบ้านบางกะปิ ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกเขตมากที่สุดถึง 89,602 คน พร้อมกล่าวว่า ภาพรวมในการเปิดหีบให้เลือกตั้งล่วงหน้าวันนื้ (15 ธ.ค.) เป็นไปด้วยความเรียบร้อยทุกเขต เชื่อว่าประชาชนที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกเขต จะใช้สิทธิเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะได้แจ้งความจำนงไว้แล้ว ซึ่งในวันนี้การใช้สิทธิค่อนข้างคึกคักมากทุกเขตใน กทม. นายพงศ์ศักติฐ์ กล่าวยืนยันขอให้ประชาชนมั่นใจ เรื่องการเก็บหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่จะเก็บไว้ที่สำนักงานเขต ยกเว้นเขตที่สำนักงานคับแคบ จะเก็บไว้ที่สถานีตำรวจ การเก็บหีบบัตรมีสักขีพยาน สถานที่โปร่งใส มีการถ่ายวีดีโอเก็บไว้และผู้มีรับผิดชอบกุญแจโดยตรง รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลทุกเขต ส่วนบัตรเลือกตั้งนอกเขตจังหวัดจะจัดส่งทางไปรษณีย์กลับไปยังจังหวัดแบบวันต่อวัน ซึ่งบัตรเลือกตั้งนอกเขตจะถึงทุกจังหวัดก่อนวันเลือกตั้ง 23 ธ.ค.นี้ สำหรับกรณีผู้ทำบัตรประชาชนใหม่ในช่วงนี้ อาจไม่ค่อยได้รับความสะดวก เพราะระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ทุกเขตทำงานหนัก ทำให้ต้องรอคิวนาน จึงขอฝากผู้ที่จะใช้บัตรประชาชนไปเลือกตั้ง สามารถใช้บัตรประชาชนที่หมดอายุได้เพื่อความสะดวก ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเลือกตั้งล่วงหน้าในเขต กทม.และนอกเขตจังหวัด ที่โรงเรียนบ้านบางกะปิ ประชาชนใช้สิทธิกันอย่างคึกคักมาก เจ้าหน้าที่จะคอยประกาศให้มีการตรวจสอบรายชื่อ และกลุ่มจังหวัดของตนเองก่อนเข้าไปใช้สิทธิลงคะแนน นอกจากนี้ ปลัด กทม.ได้เดินทางตรวจเยี่ยมการจัดเลือกตั้งล่วงหน้าและนอกเขตจังหวัดที่ สำนักงานเขตมีนบุรี โรงเรียนมีนบุรี สำนักงานเขตสะพานสูง และสำนักงานเขตประเวศ นายสวัสดิ์ นิติยโรจน์ อายุ 48 ปี ชาวจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า ปกติไม่ค่อยได้ใช้สิทธิเลือกตั้ง เนื่องจากมาทำงานที่กรุงเทพฯ และไม่ค่อยได้กลับบ้านในวันเลือกตั้ง การเปิดให้เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัดทำให้คนต่างจังหวัดได้ใช้สิทธิมากขึ้น จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนออกมาลงคะแนนเลือกคนดีเข้าสู่สภา สำหรับการเลือกตั้งล่วงหน้า จัดขึ้น 2 วัน คือวันที่ 15-16 ธ.ค. 2550 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. โดยเขตที่มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกเขตมาก 1-5 ตามลำดับ คือ เขตบางกะปิ 89,602 คน เขตบางขุนเทียน 48,180 คน เขตลาดกระบัง 34,325 คน เขตบางนา 29,182 คน และเขตบางเขน 27,569 คน ส่วนเขตที่มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกเขตน้อยที่สุด คือ เขตสัมพันธวงศ์ 3,314 คน .- สำนักข่าวไทย


ที่มา : สำนักข่าวไทย

อธิการบดี มศว ทำนายรัฐบาลใหม่อายุไม่เกิน 1 ปี


กรุงเทพฯ 15 ธ.ค. - อธิการบดี มศว ติงนโยบายพรรคการเมืองไม่สนใจการศึกษา เน้นนโยบายให้รางวัลตอบแทนอย่างเดียว เป็นการดูถูกประชาชน ทำนายรัฐบาลใหม่มีอายุไม่เกิน 1 ปี

นายวิรุณ ตั้งเจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ในฐานะสมาชิกนิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า ถึงวันนี้ตนยังไม่เห็นการหาเสียงของพรรณการเมือง ไม่ว่าจะพรรคเล็กหรือพรรคใหญ่ที่มีนโยบายที่ชัดเจนทางด้านการศึกษา สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม หากแต่การหาเสียงของทุกพรรคเน้นการให้รางวัล ตอบแทน แบบระบบทุนนิยม เน้นการให้ฟรีในหลายๆ เรื่อง เกือบทุกพรรคใช้วิธีการนี้ คิดว่านโยบายในลักษณะนี้เป็นการดูถูกประชาชน มองว่าประชาชนไม่มีสติปัญญา และขอเรียกการหาเสียงในลักษณะนี้ว่า เป็นการซื้อเสียงด้วยนโยบายให้รางวัลตอบแทนประชาชนมากเกินไป และบางพรรคใช้นโยบายตามใจประชาชน โดยประกาศจะเลิกระบบนั้นระบบนี้ โดยเฉพาะจะยกเลิกระบบโอเน็ต ซึ่งแสดงให้เห็นว่า พรรคนั้นไม่มีความรู้ทางด้านการศึกษาเลย หากได้ ส.ส.ที่มีจุดอ่อนทางสติปัญญาเช่นนี้มาบริหารประเทศ คิดว่าระบบการศึกษาของชาติจะยิ่งแย่ลงๆ


"ถึงวันนี้ยูเนสโกได้วิพากษ์วิจารณ์การศึกษาไทยว่ามีปัญหา อ่อนด้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย ถ้านักการเมืองที่เป็นอยู่อย่างทุกวันนี้ยังไม่มีสติปัญญาในการช่วยกันผลักดันการศึกษาชาติ ผมคิดว่ารัฐบาลใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นคงมีอายุไม่เกิน 1 ปีแน่นอน" นายวิรุณ กล่าว


นายวิรุณ กล่าวอีกว่า เท่าที่ติดตามผู้สมัครของทุกพรรคยังเห็นคนเดิมๆ ที่ไม่เปลี่ยนวิธีคิด ส่วนคนใหม่หรือคนรุ่นใหม่ที่ประกาศตัวเองเข้ามาสู่การเมืองก็เป็นคนหน้าใหม่ที่หาเสียงด้วยวิธีการตลก เสมือนตัวตลก โดยเฉพาะป้ายโฆษณาในกรุงเทพฯ แม้จะมีสีสัน หากแต่บางพรรคซึ่งได้เสนอคนรุ่นใหม่เข้ามาไม่ได้บ่งบอกว่าตัวเองมีความสามารถ หากแต่ป้ายโฆษณากลับกลายเป็นเรื่องตลกมากกว่าจะเป็นเรื่องที่มีสาระ .- สำนักข่าวไทย

ที่มา : สำนักข่าวไทย

ไชโย! งาช้างงอกจากปากหมาแล้ว

เป็นเวรเป็นกรรมของประเทศชาติเสียจริงๆ ที่เกิดเหตุการณ์ปฏิวัติรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และมี “ผลผลิต” ของเผด็จการ ออกมาปกครองบ้านเมือง หลายองค์กรด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.

แสงไฟส่อง ประชาธิปไตยที่นับวันจะ เลือนราง เข้าไป จนถึงทุกวันนี้เรียกได้ว่า มืดมิด แบบที่เรียกว่า ดับสนิท!

ขณะนี้...คณะปฏิวัติรัฐประหาร และ ผลผลิต ของพวกเขา กำลังอยู่ในช่วง ขาลง เพราะมี การบริหารงานอันย่ำแย่ หลายเรื่อง ลิดรอนสิทธิของประชาชน กระทบต่อ ปวงชนชาวไทย และ การใช้อำนาจเกินขอบเขต

คณะกรรมการการเลือกตั้ง ออกมติสุดอัปยศ กรณี เอกสารลับ คมช. โดย อ้างมาตรา 309 พร้อมกับข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นว่า ปฏิบัติการถูกยกเลิกด้วยวาจา

สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ร้อนรน รีบ ออกกฎหมายมาหลายฉบับในช่วงนี้

กฎหมาย เป็น กติกา แทบจะทุกฉบับ ออกมาเพื่อการ บังคับ ใช้กับประชาชน ซึ่งแน่นอนว่าเป็นการ ลิดรอนสิทธิของประชาชน

ซึ่งควรจะพิจารณาถึง ที่มา ของผู้จะมาออกกฎหมายว่า มีที่มาจากประชาชน หรือ จากคณะปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งถือเป็นโจรกบฏ มีโทษประหารชีวิต

ควรพิจารณาถึง ความรอบคอบ ในการออกกฎหมาย ไม่ใช่คน 30-40 คน มานั่งเป็น สุนัขเฝ้ากรง เห่าหอน แบบขอไปที แสดงถึงการกระทำแบบ รกๆ รนๆ เหมือนได้ใบสั่งมา วิดพื้น 30 ครั้ง หรือ ซ้ายหัน ขวาหัน หน้าเดิน ตามแบบที่คุ้นเคย

ประชาชนทนไม่ได้กับวิธีการรกๆ รนๆ ที่จะออกกฎหมายทำลายประชาชนหลายฉบับ จึงพาพรรคพวก พุ่งดิ่ง ปิดสภา และใช้บันไดบุกเข้าไปถึงชั้น 2 ของอาคารรัฐสภา

ผู้นำสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สวมบท ระห่ำ บ้าอำนาจ จะให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปราม แต่ พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นตรงกับประชาชน เลยทักท้วง จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ที่สุดจึงงัดวลีที่ ไม่อยากเชื่อ ว่าจะได้ยินกับหู

วันนี้เกิดเหตุการณ์ไม่สงบในรัฐสภา ถือว่าน่าเสียใจที่เราไม่ได้ใช้กลไกในระบอบประชาธิปไตยมาพูดคุยทำความเข้าใจกัน

เวลาจนมุม เขาจะงัดคำว่า ประชาธิปไตย ออกมาใช้

ทั้งที่เขาคือ ผลผลิต ของ เผด็จการ ใช้ อาวุธปืน รถถัง และ ท็อปบู๊ต ผสมปนเปกับความ หน้าด้าน มาปล้น “ประชาธิปไตย” ไปจากปวงชนชาวไทย ดังนั้น พวกเขาไม่มีสิทธิ์สักนิด ในการที่จะเอาคำว่า “ประชาธิปไตย” มาเป็นข้ออ้างเพื่อ ความชอบธรรม ในการดำรง ตำแหน่งหน้าที่การงาน และกิน เงินเดือน จากหยาดเหงื่อของประชาชนที่ให้เป็นภาษีอากร

ขณะที่ ลิ่วล้อผลผลิตเผด็จการ อ้างว่าได้รับ พระบรมราชโองการแต่งตั้ง ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่บังควรเป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าเช่นนั้น ถามว่า อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร และ อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ หรือไม่

วันนี้กลับนำคำว่า ประชาธิปไตย และ สถาบันเบื้องสูง มาเป็นเกราะป้องกันตนเอง

ช้างกำลังงอกจากปากหมา แล้วครับ

กระจองงอง...กระจองงอง...เจ้าข้าเอ้ย...คนไทย และ คนทั้งโลก เห็นไหม

พอได้หรือยัง สังคมแห่งความหลอกลวง พอๆ กับเจอ เหี้..ย แล้วต้องเรียกว่า ตัวเงินตัวทอง กิน แห้ว แล้วให้เรียกว่า สมหวัง

นี่คนนะ ไม่ใช่ควาย

จาก บทบรรณรธิการ ประชาทรรศน์

สนช. ยืนหยัด ฉันรักเผด็จการ


ไม่เข้าใจจริงๆ ว่า บรรดาสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มี นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานอยู่นี้ คิดหรือรู้สึกอย่างไรกันบ้างต่อชะตากรรมในอนาคตของเพื่อนร่วมชาติ


หรือเพราะว่ารู้สึกตัวอยู่เสมอว่าพวกตนได้ดิบได้ดีมาจากการแต่งตั้งของคณะรัฐประหาร ไม่ได้มาจากการเลือกของประชาชน เวลาจะหยิบจับทำอะไรจึงไม่ต้องใส่ใจคนส่วนใหญ่...แต่มุ่งเอาใจคนที่แต่งตั้งตัวเองมาจะดีกว่า


เพราะคิดเช่นนี้หรือเปล่า จึงยังทำเสมือนไร้เดียงสา ไม่รู้จริงๆ ว่าร่าง พ.ร.บ. หลายฉบับที่ตัวเองเตรียมจ่อประกาศใช้เป็นกฎหมายอยู่นั้น...มันมีความร้ายแรงกระทบชีวิตพลเมืองคนอื่นๆ มากขนาดไหน


และในบรรดาร่างกฎหมาย 66 ฉบับที่รอการพิจารณาในเวลานี้ เห็นจะไม่มีกฎหมายใดแผ่รังสีมฤตยูได้มากไปกว่าร่าง พ.ร.บ.ความมั่นคงในราชอาณาจักร อีกแล้ว


ประชาทรรศน์ เองก็ได้เคยนำเสนอถึงเนื้อหาที่เลวร้ายของร่าง พ.ร.บ.มั่นคง ไปแล้วหลายครั้ง รวมทั้งนำเสนอความเคลื่อนไหวจากสื่อมวลชนหลายสังกัด หลายกลุ่ม ซึ่งนั่นหมายความว่า ร่าง พ.ร.บ.มั่นคงนี้ ไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งทางการเมือง ไม่ใช่เรื่องของคนดีหรือไม่ดี (อย่างที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เคยพูดจาเลื่อนเปื้อนไว้ว่า คนดีไม่ต้องกลัวกฎหมายฉบับนี้) แต่เป็นเรื่องของประชาชนทุกคนในประเทศนี้ตั้งแต่ทารกถึงคนชรา ที่จะได้รับความเดือดร้อนอย่างถ้วนหน้ากัน กลายเป็นการส่งมอบประเทศให้ผู้มีอำนาจ หรืออย่างที่ นายจอน อึ๊งภากรณ์ ได้สรุปอย่างตรงที่สุดว่า เป็นการสถาปนาอำนาจทหารคู่รัฐบาลพลเรือนตลอดไป


หาก พ.ร.บ.ความมั่นคง ประกาศใช้ ทหารอาจไม่ต้องรัฐประหารอีกแล้ว เพราะกฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจอย่างเหลือเฟือในการจะทำอะไรก็ได้อยู่แล้ว...


ซึ่งเนื้อหาร้ายแรงเช่นนี้ ที่แม้แต่ประชาชนนิสิตนักศึกษา ยายมาตามีที่ไหนก็ยังรู้ ถามว่า แล้วสมาชิกผู้ทรงเกียรติของสภานิติบัญญัติแห่งชาติจะไม่สำเหนียกกับเขาบ้างเลยหรือ...


คำตอบคือ ก็น่าจะรู้...รู้ดีเสียด้วย เพราะอ่านทบไปทวนมากันหลายครั้ง ถกเถียงกันก็หลายหน...ย่อมต้องรู้และเข้าใจหลักการเหตุผล รวมทั้งผลที่จะเกิดขึ้นตามมาได้ทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าใคร


และผลการยกมือรับหลักการไปในวาระแรกที่ผ่านมา ก็สะท้อนความรับรู้นี้ได้อย่างน่าชื่นใจจริงๆ คือ รับหลักการ 101 คน และไม่รับหลักการเพียง 20 คน


แค่นี้ก็รู้แล้วว่า สนช. ชุดนี้เป็น ของใคร โดยใคร และ เพื่อใคร


และใครที่ว่านี้ ก็คงไม่น่าจะใช่ตาสีตาสายายมายายมี อย่างเราๆ ท่านๆ กันแน่นอน...


เหตุการณ์ปีนรั้วสภาบุกเข้าไปถึงหน้าห้องประชุมเมื่อวันพุธนั้น แม้ว่า สนช. บางคนจะติติงทำนองว่ามันผิดกฎหมาย แต่ใครกันจะอยากทำผิดกฎหมาย ถ้าไม่เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องคอขาดบาดตายและไม่อาจประนีประนอมใดๆ ได้อีกต่อไปแล้ว


เหมือนก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน การรวมกลุ่มของนิสิตนักศึกษาภายใต้ชื่อว่า คนวันจันทร์รักเผด็จการ ไม่เอาประชาธิปไตย ที่มายื่นดอกไม้และเรียนเชิญให้ พล.อ.สนธิ บุญรัตกลิน เป็นประธานกลุ่มนั้น ก็คือภาพสะท้อนที่สุดโต่งว่า เมื่อทหารอยากให้ประเทศนี้ตกอยู่ในระบอบเผด็จการจนตัวซี้ตัวสั่น...ก็ยกให้มันไปเลย...


ทั้งสองเหตุการณ์นี้ที่สุดโต่งกันไปคนละทาง แต่ล้วนมาจากทิศทางเดียวกัน คือ ทิศทางของการต่อต้านร่างพ.ร.บ.มั่นคง มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยวิธีการที่ดีและสุภาพชนมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ทั้งการจัดวงเสวนาเผยแพร่ความเข้าใจในเนื้อหาอย่างที่ปัญญาชนพึงกระทำ การเข้าพบ ยื่นข้อเรียกร้อง และหารือกับ สนช. ในลักษณะที่ให้เกียรติว่ายังพูดจากันดีๆ ได้ หรือกระทั่งการชุมนุมกดดันอย่างสงบตามวิถีทางประชาธิปไตยเพื่อให้ สนช. ฉุกใจคิดว่า ร่าง พ.ร.บ. ตัวนี้มันเป็นยาพิษจริงๆ


แต่ทั้งหมดก็ยังไม่เข้าหู สนช. หรือไม่ก็เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ประชาชนจึงต้องทะลุจุดเดือดแหกรั้ววิ่งเข้าไปถึงหน้าห้องประชุม ไปตะโกนให้พวกนั้นฟังใกล้ๆ เผื่อจะได้ยินกันชัดๆ บ้าง หรือไม่ก็ประกาศตัวรักเผด็จการกันไปซะเลย...


แต่ทว่า...นอกจากไม่มีทีท่าจะหวนกลับมาคิดถึงผลประโยชน์และสวัสดิภาพของคนส่วนใหญ่ในประเทศนี้แล้ว วันถัดมาที่ประชุม สนช. ยังดึงกำลังตำรวจมาตั้งกำลังอารักขา รวมทั้งเสริมแผงเหล็กที่ประตูแต่ละด้านอย่างหนาแน่น ทำราวกับว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเป็นอภิมหาโจรที่จะบุกมาปล้นฆ่าเมื่อไรก็ได้...


ทั้งที่ประชาชนก็มีแค่มือเปล่า ไม่ได้มีอาวุธสงครามหรือกองกำลังรถถังอย่างที่พวกเผด็จการมี


สนช. เหล่านี้ ชื่อแซ่อะไรท่องจำกันเอาไว้ให้ดี...เผื่อว่าหลังจากนี้กฎหมายอัปยศผ่าน...แล้วเกิดอะไรเสียหายร้ายแรงขึ้นกับคนในชาติ...จะได้ตามหาต้นตอกันถูกตัว...


นอกจากคณะรัฐประหารที่ควรจะโดนฟ้าดินลงทัณฑ์แล้ว...พวกมือตีนเผด็จการเหล่านี้ ก็ยิ่งไม่ควรให้รอดไป






จาก http://www.prachatouch.com/comment5.php?idnews=44

Human Rights Watch ชี้ ไทยใช้กฎหมายเพื่อละเมิดสิทธิ์ิ 'ทักษิณ'


ไทยใช้กฎหมายยับยั้งกลุ่มทักษิณ กลุ่มเคลื่อนไหวกล่าว

รัฐบาลไทยซึ่งมีทหารหนุนหลังได้บิดเบือนกฎหมายเพื่อป้องกันไม่ให้อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร มีอิทธิพลในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 ธันวาคม และตอนนี้ก็กำลังพุ่งเป้าไปที่บรรดาผู้สนับสนุนเขา Human Rights Watch กล่าว


ทางการได้ "ใช้กฎอัยการศึกเป็นความชอบธรรมในการกดดันพันธมิตรทางการเมืองของทักษิณ" ในลักษณะที่เป็นการละเมิดสิทธิ อย่างชัดเจน องค์การซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในนิวยอร์คกล่าวในบทความทางอีเมล์ในวันนี้


ชาวไทยผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 45 ล้านคนจะไปเลือกตั้ง ในวันที่ 23 ธันวาคมเพื่อเลือกรัฐบาลแทนผู้บริหารประเทศ ซึ่งแต่งตั้งโดยทหาร


"ความพยายามของทหารที่จะจำกัดการหาเสียงของกลุ่มทักษิณสมควรจะเป็นเรื่องน่าวิตกสำหรับพรรคการเมืองทุกพรรค" Brad Adams ผู้อำนวยการภาคพื้นเอเซียของ Human Rights Watch กล่าว"มันไม่ใช่ปัญหาสิทธิมนุษยชนเรื่องการด้อยสิทธิ ในการเลือกตั้งของไทย พวกเขาไม่มีสิทธิด้วยซ้ำไป" เขากล่าวในบทความ


รายงานซึ่งเผยแพร่ในวันนี้ ได้ออกมาหลังจากที่พรรคพลังประชาชนของกลุ่มทักษิณจากอดีตพรรคไทยรักไทยถูกกล่าวหาว่า ละเมิดกฎหมายเลือกตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งได้รับการหนุนหลังจากทหารได้ร้องทุกข์ต่อตำรวจและพรรคนี้ก็ต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาหลายประการ ตามรายงานในวันนี้ของบางกอกโพสต์ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ


พลังประชาชนปฏิเสธ


"เราได้ปฏิเสธข้อกล่าวหานั้น" กุเทพ ไสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าว "ทีมกฎหมายของเรากำลังเตรียมการเพื่อต่อสู้ ในศาล"


มีคนระดับผู้บริหารของพรรคพลังประชาชนในพรรคไทยรักไทยประมาณ 250 คน


"พูดกันจริงๆ นี้เป็นการแข่งขันระหว่างพรรคพลังประชาชนกับพรรคอื่นๆที่เหลือ" Michael Montesano นักวิเคราะห์การเมืองของมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์กล่าว "ทหารถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายที่กดดันพรรคพลังประชาชนไม่ให้จัดตั้งรัฐบาล" เขากล่าว


ยังคงมีกฎอัยการศึก ใน 31 จังหวัด ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ Human Rights Watch กล่าว "พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นฐานที่มั่นของทักษิณ" กลุ่มนี้กล่าว


'เราต้องเผชิญกับการตุกติกทุกชนิดจากทหารแและเจ้าหน้าที่ที่จะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ผู้สมัครจากพรรคพลังประชาชนชนะการเลือกตั้ง" กุเทพ ไสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าว 'เราหวังว่าบทความของ Human Rights Watch จะหยุดยั้งพวกเขาไม่ให้เคลื่อนไหวแบบนี้



Thailand Uses Law to Block Thaksin Allies, Group Says


Dec. 12 (Bloomberg) -- Thailand's military-backed government is abusing laws to prevent ousted leader Thaksin Shinawatra from influencing the Dec. 23 election, and is targeting his supporters, Human Rights Watch said.


Authorities have ``used martial law to justify the repression of Thaksin's political allies'' in a clear abuse of rights, the New York-based organization said today in an e-mailed statement.


Thailand's 45 million eligible voters head to the polls Dec. 23 to elect a government to replace a military-installed administration. Thaksin was ousted in a bloodless coup in September last year amid allegations of corruption and abuse of power.


``The military's efforts to restrict the campaign activities of Thaksin's allies should be of concern to all political parties,'' said Brad Adams, the Asia director at Human Rights Watch. ``It's not a matter of human rights taking a backseat in the Thai elections, they are not even present,'' he said, according to the statement.


The report, released today, comes after the People Power Party, formed by Thaksin allies from his former Thai Rak Thai party, was alleged to have violated election laws. The army- backed Election Commission has reported the alleged abuse to the police and the party faces other complaints, the English-language Bangkok Post reported today.


PPP Denial


``We denied that allegation,'' said Kudeb Saikrajang, spokesman for the PPP. ``Our legal team is preparing to fight this in court.''


There are about 250 former Thai Rak Thai executives in the new PPP.


``It's PPP versus the rest, really,'' said Michael Montesano, a political analyst at the National University of Singapore. ``The military has to be seen as being part of a network that is pressuring the PPP not to form the new government,'' he said.


Martial law remains in force in 31 provinces in the north and northeast, Human Rights Watch said. ``Most of these areas are Thaksin strongholds,'' the group said.


``We are facing all kinds of tricks from the military and government officials to do everything to prevent PPP candidates from winning the election,'' said PPP spokesman Kudeb Saikrajang. ``I hope that the statement of Human Rights Watch will stop them from this kind of actions.''


////////////////


ที่มา : http://www.bloomberg.com/apps/news?pid=20601087&sid=agmvkvI2KrEQ&refer=home


แปลโดย : คุณโต้มอญ กระดานสนทนาราชดำเนิน

อภิสิทธิ์ ท้า สมัคร ดีเบตพิสูจน์ความพร้อมเป็นนายกฯ






หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ท้า หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ร่วมดีเบตพื่อพิสูจน์ความพร้อมเป็นนายกฯในเวทีของพีเน็ต นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาท้าทายให้ นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ร่วมขึ้น เวทีดีเบตในวันที่ 20 ธ.ค.นี้

ซึ่งจัดขึ้นโดย คณะกรรมการมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย ( พีเน็ท ) เพื่อเป็นการมาพิสูจน์ ถึงความพร้อมของผู้ที่เสนอตัวมาเป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริต โชว์วิสัยทัศน์ในเรื่องของเศรษฐกิจและความเป็นผู้นำที่มีจิตวิญญาณประชาธิปไตย รวมถึงความเป็นผู้นำที่จะนำพาสร้างความปรองดองและความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในชาติ ทั้งนี้หาก นายสมัคร ไม่ยอมมาดีเบต เท่ากับว่านายสมัครนั้นไม่กล้าตอบคำถามทั้ง 4 ข้อ

ส่วนกรณีที่นายสมัคร ออกมาระบุว่า ขณะนี้มีขบวนการล้มการเลือกตั้งนั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่า เป็นเพียงการพยายามเบี่ยงเบนประเด็นการเลือกตั้งให้เป็นเรื่องของความขัดแย้งและไม่เห็นว่ามีเหตุผลเพียงพอที่รัฐบาลจะมีการออกพ.ร.ก.ฉุกเฉินขึ้นมาในช่วงของการเลือกตั้ง


เลือกตั้ง 23 ธ.ค. 'ฝืนกระแสประชาชนไม่ได้'






นับจากปฏิวัติ 19 กันยาฯ 49 เป็นต้นมาเป็นเวลากว่าหนึ่งขวบปีที่ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องระหกระเหินอยู่นอกประเทศ ไม่มีโอกาสเข้ามาสัมผแผ่นดินเกิดอีกเลย นับจากวันนั้น... เขาเฝ้ารอ...รอวันที่จะเข้ามาต่อสู้กับคดีฟ้องร้องมากมาย...เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ และกอบกู้ชื่อเสียงของตน และคนในครอบครัว...และหลังเลือกตั้ง 23 ธันวาฯนี้ หรือมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว... เขาจะกลับมา... จะกลับอย่างไร?

คำถามแรกที่พบ 'จะกลับเมืองไทยเมื่อไหร่' อดีตนายกฯทักษิณ หัวเราะพร้อมตอบแบบติดตลก... 'ผมจะกลับประเทศเมื่อไหร่ต้องไปถามเฉลิม(ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง) วันที่ 21 นี้ เดี๋ยวเฉลิมจะบอกเองว่า ให้ผมกลับวันไหน ผมจะกลับวันนั้น...'


ไม่เอาแล้วการเมือง...แต่?


'ผมประกาศไปแล้วว่า จะวางมือทางการเมือง'...พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ยืนยันหนักแน่นอีกครั้ง... ผมต้องการเลิกเล่นการเมืองจริงๆ แต่ยังมาบีบผมทุกวัน อย่าบีบ อย่าบังคับผมสิ! บอกแล้วว่า ผมเลิก ผมเลิกแล้ว...จะบังคับให้ผมเข้ามาการเมืองอีกทำไม...


สำหรับอนาคต...เมื่อวางมือจากการเมือง 'โอ้ย! มีเยอะแยะ หนึ่งปีมานี้เดินทางไปหลายประเทศ ทั้งรัสเซีย จีน อังกฤษ อเมริกา ไปเห็นสิ่งที่เขาทำ...โอ้โฮ... ประเทศเรายังทำอะไรได้อีกเยอะแยะ โดยที่ผมไม่ต้องเป็นนายกฯ (นายกรัฐมนตรี) ผมทำอะไรให้บ้านเมืองได้เยอะ เพราะหนึ่งผมอาจมีทุน สองเราอาจมีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ'


อดีตนายกฯ กล่าวด้วยว่า 'เดิมที...ผมก็มีความคิดอยู่แล้วว่า หลังรีไทร์จะไปทำอะไรบ้าง หนึ่ง สอนหนังสือมหาวิทยาลัยชินวัตร... สอง เล่นกอล์ฟที่อัลไพน์ และสาม ไปกินข้าวที่โรงแรมของลูกสาว (มีแผนที่จะลงทุน)...โอเค วันๆหนึ่งก็อยู่แค่นี้'


พูดถึงธุรกิจในเมืองไทย ถึงวันนี้...ธุรกิจที่เหลืออยู่มี เอสซี แอสเสท (บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น-ธุรกิจพัฒนาที่ดิน บ้านจัดสรร และอาคารให้เช่า) และมหาวิทยาลัยชินวัตร...ให้ลูกๆเขาบริหารกันไป... ส่วนผมเมื่อกลับเมืองไทยจะไปสอนหนังสือ


'ผมยังสามารถทำประโยชน์ให้กับประเทศได้อีกเยอะ เอาทิ้งไว้นอกประเทศเสียของ ไม่ต้องให้ผมเป็นนักการเมืองหรอก' ส่วนจะให้เป็นปรึกษาก็ได้ แต่ต้องเป็นแบบไม่มีเงินเดือน มีอะไรก็ถาม ให้ความคิดเห็นกัน...จะตั้งแบบให้กินเงินเดือน หรือรับตำแหน่งเป็นทางการเลยไม่เอา...ไม่ว่าพรรคการเมืองใด อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อชาติ ทำทั้งนั้น...ทั้งผ่านการสอนหนังสือ การกุศล และการเอาโมเดิร์น เทคโนโลยีไปใช้...ยินดี!


ส่วนธุรกิจในต่างประเทศ ก็สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้(แมนฯซิตี้) มีแผนที่จะขยายเครือข่ายไปทั่วโลก อาทิ แมนฯซิตี้ไชน่า แมนฯซิตี้เจแปน แมนฯซิตี้ยู.เอส. และแมนฯซิตี้ไทยแลนด์...ทำให้ดังไปเลยว่า เป็นสโมสรฟุตบอลของคนไทย 100% ที่มีเครือข่ายรอบโลก ซึ่งในเมืองไทยนั้น โอ๊ค(พานทองแท้ บุตรชายคนโต) กำลังลงทุนทำอะคาเดมีแมนซิตี้ที่มหาวิทยาลัยชินวัตร...


อายัดทรัพย์...คดีความ...ผมพร้อม!


พูดถึงเรื่องการยึดทรัพย์ อดีตนายกฯ ตอบ' โถ! อายัด เดี๋ยวก็คืน...เพราะอายัดไปโดยไม่มีกฎหมายรองรับ...' แต่ก็ยอมรับว่า ช่วงแรกๆหลังจากถูกคำสั่งอายัดทรัพย์ 'ลำบากแสนสาหัส เพราะทำอะไรลำบาก ต้องไปนั่งอธิบาย ดีที่กูเกิลเขาใส่ประวัติชีวิตผมไว้เยอะ และก็มีคนเข้าไปค้นประวัติผมจากกูเกิล เยอะ ทำให้เขาเข้าใจตัวผมโดยที่ผมไม่ต้องอธิบายมาก...'


ส่วนเรื่องคดีต่างๆนั้น พ.ต.ท.ดร.ทักษิณกล่าวมั่นใจว่า ไม่มีปัญหา คดีฟ้องร้องต่างๆก็ต้องต่อสู้กันไป ผมมั่นใจ...ไม่มีอะไรเลย เพราะเขา(คตส.)เห็นโลกซีกเดียวก็สรุปเลย... สิ่งที่ผมทำไปทุกอย่าง มันอธิบายได้ หากให้โอกาสผมอธิบาย..." ซึ่งพร้อมเสมอที่จะชี้แจงทุกเรื่อง ทุกคดี เพราะเงินมีที่มาที่ไป


แต่ช่วงที่ผ่านมาต้องขอเลื่อนไปเลื่อนมา เพราะเราก็รู้ว่า ความไม่เป็นธรรมมันมี...จะพูด จะชี้แจง... หรืออธิบายอย่างไร...เขาคงไม่ฟัง..ด้วยความที่เป็นองค์กรพิเศษ ตั้งมาเพื่อจัดการกับครอบครัวผม..ครอบครัวเดียว


ไม่ท้อ..ไม่เครียด แต่ห่วงลูก-เมีย


อย่างที่บอกช่วงแรกๆ เครียดเหมือนกัน..แต่ผ่านมาถึงวันนี้ ทำใจได้! อโหสิ..' ชีวิตตั้งอยู่แล้วดับไป พระพุทธเจ้าสอนไว้ เกิดมาเป็นคนไทยมีศาสนาพุทธ ซึ่งเป็นศาสนาที่ดีมาก มีแนวคิดในการดำรงชีวิตที่ดีมาก แต่เรากลับไม่จริงจัง ไม่เชื่อในสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอน กลับไปเชื่อเครื่องรางของขลังมากกว่าตัวปรัชญา ถ้าลองเอาไปศึกษาให้ดีๆ จะทำให้ชีวิตรอดปลอดภัย'


เรื่องคดีความทีแรกก็รู้สึกว่า...เอ! เราไปทำอะไรมา แต่พอมาโดนหนักๆเข้าเลยรู้สึกว่า เออ..ดีเหมือนกัน ทำไมเขาถึงเล่นเราอยู่ครอบครัวเดียว.. เล่นทั้งครอบครัว หาเรื่องทุกเรื่อง.. และก็ไปขุดเรื่องมาตั้งแต่ก่อนเป็นนายกฯ ไปขุดมาหมด..เลยได้ย้อนดูประวัติตัวเองที่บางเรื่องก็ลืมไปแล้ว ก็ถือเป็นสิ่งที่พิเศษ คิดว่ามีอยู่ประเทศเดียว ที่ทำกันแบบนี้ เพราะเท่าที่ผมดูหลายประเทศที่การเมืองแย่ๆ เขายังไม่ทำกันแบบนี้เลย..สรุปแล้ว การเมืองทั้งนั้น การเมืองจริงๆ..


ถามว่า ท้อใจไหม..เสียใจไหม! อดีตนายกฯตอบ ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ..ทำไม! ทำกันได้ถึงขนาดนี้ สิ่งที่ผมห่วงคือ ผมห่วงลูก-เมียผมว่า จะคิดกันอย่างไร แต่พวกเขาเข้มแข็งกันดี ซึ่งเราก็ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพราะยามนี้เป็นยามที่เราถือว่าเป็นวิบากกรรม ไม่รู้ชาติที่แล้ว เราไปทำอะไรเขาไว้บ้าง บังเอิญระลึกชาติไม่ได้ เลยไม่รู้ว่าไปทำอะไรกับเขาไว้ในชาติที่แล้ว...


การเลือกตั้งกับ 'ประชานิยม'..


ที่ด่าผม ด่านโยบายประชานิยม แต่วันนี้ทั้งลอกตรงๆ ลอกแบบลืมเปลี่ยน พ.ศ.และลอกแบบเปลี่ยนชื่อ หรือทำให้มากกว่าเดิมก็มี...ไม่เป็นไร แต่จะต้องเข้าใจปรัชญาของมันว่า แต่ละนโยบายมีความเชื่อมโยงกันอย่างไร มีผลต่อการสร้างความแข็งแรงของเศรษฐกิจและสังคมอย่างไร


ไม่ใช่วันนี้..แจกประชานิยมแล้วชนะเลือกตั้ง..ซึ่งมันไม่ใช่ เพราะมันต้องทำได้จริง..


ประเทศชาติไปรอด..ไม่ใช่ประเทศเจ๊ง อย่างที่เราทำ ทำแล้ว..ทำไมถึงมีเงินใช้หนี้ไอเอ็มเอฟ.. ทำไมจีดีพีประเทศถึงโต..ที่บอกว่าเจ๊ง เจ๊ง เนี่ย..คุณเจ๊งเพราะปากคุณพูดเอง ไม่ใช่เพราะว่าตัวเลขมันเจ๊ง ตัวเลขมันดีหมดทุกตัว อัตราการว่างงานต่ำสุดแบบไม่เคยมีมาก่อน


ใครจะเสนอนโยบายนี้จะต้องเข้าใจก่อน..หนึ่งจะเอาเงินที่ไหนมาทำ ส่วนใหญ่แล้วนักการเมืองก็ดี ข้าราชการก็ดี จะเข้าใจวิธีใช้เงินมากกว่าการหาเงิน.. ถ้าเข้าใจวิธีการใช้เงินแล้วหาเงินไม่เป็น..อันตราย...พร้อมยกตัวอย่าง.. 'ผมฟังข่าวว่า น้ำจะท่วมกรุงเทพฯ ก็บอกว่าต้องสร้างเขื่อนรอบกรุงเทพฯ โห..ใช้เงินมาก...แต่วิธีคิดของผมไม่ใช่..คิดว่าใช้วิธีถมดีกว่า.. ถมทะเลเป็นเขื่อน..แล้วเอาตรงนั้นมาพัฒนา..สมมติถมไร่ละแสน เอามาพัฒนาเป็นไร่ละสิบล้าน..'


'มันอยู่ที่วิธีคิด หากคิดใช้เงิน ก็สร้างเขื่อน..แต่วิธีของผม..ไม่ได้ถมแล้ว..นิเวศและทิวทัศน์มันเปลี่ยนไปเยอะ เพราะเราจะพัฒนาให้ที่ตรงนั้นสวยงาม 'อดีตนายกฯทักษิณกล่าวและว่า ปัญหา ณ วันนี้ อยู่ที่ว่า รัฐบาลหาเงินเป็นมั้ย.. สำหรับผมมองว่า ประชานิยมตอนนี้..ยังน้อยไป..


ผมจะเล่าให้ฟัง..ที่ลอนดอน มีคนคนหนึ่งไปซื้อโรงแรมที่มีเชนบริหารอยู่..มี 600 ห้อง..ราคา 150 ล้านปอนด์ เท่ากับหมื่นกับห้าร้อยล้านบาท เขาใช้เงินเท่าไหร่รู้ไหม..ใช้เงินแค่ 9 ล้านปอนด์ไปซื้อเท่านั้น เพราะอะไร เพราะเขาบอกว่า เชนที่บริหารนี่ช่วยรับรองให้ได้ไหมว่า สิบปีนับจากนี้ยอดขายจะเป็นเท่าไหร่..เห็นไหม เพราะเขาเอารายได้เป็นตัวตั้ง มิใช่เอาทรัพย์สินเป็นตัวตั้ง..ส่วนบ้านเรา ทรัพย์สินตัวนี้ 150 คุณต้องหามา 75 เป็นอย่างน้อย..หาก็หาไม่ได้ ราคาก็ขึ้นไปเรื่อย..


ดังนั้นผลพวงนโยบายประชานิยมของผม..ไม่เคยทำให้เสียเงิน มีแต่ได้เงิน..โอท็อปส่งออกเท่าไหร่ ไม่มีเสียตังค์เลย หวยใต้ดิน บนดินเหมือนกัน เอาเงินที่อยู่กับมาเฟีย..มาช่วยให้เด็กได้เรียนหนังสือ... แต่วันนี้กลับเอาไปให้มาเฟียอย่างเก่า เพราะเป็นเครือข่ายที่ช่วยล้มผม แล้วมาบอกว่าผมทำผิดกฎหมาย...


'วันนี้มันต้องเลิกฟื้นฝอยหาตะเข็บ เพราะถ้าจะฟื้น.. มันก็ฟื้นไม่จบ มันมีตะเข็บจมเลย.. เพราะถ้าฟื้นได้คงฟื้นไปถึงสมัยจอมพลสฤษดิ์ (จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อดีตนายกรัฐมนตรี)ก็มี ถามว่าจะฟื้นกันไหม.. 'พ.ต.ท.ดร.ทักษิณกล่าวเชิงตัดพ้อพร้อมแนะว่า 'วันนี้มันต้องมองไปข้างหน้าเพื่อประเทศจะได้ก้าวหน้า.. คือวันนี้ที่เราทะเลาะกัน คนที่ทะเลาะอาจไม่เดือดร้อนเท่าไหร่ แต่ชาวบ้าน คนหาเช้ากินค่ำ พ่อค้าที่เพิ่งเริ่มลงทุน นักธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น..มันจะตายเอา..


การเมืองหลังเลือกตั้ง..ไม่มีปฏิวัติ


สถานการณ์เลือกตั้งวันที่ 23 เดือนนี้ อดีตนายกฯทักษิณ กล่าวว่า อยู่ที่ประชาชน เชื่อผมเถอะ.. ฝืนกระแสประชาชนไม่ได้.. ตอนนี้ประชาชนตั้งหลักได้แล้ว ในที่สุดการตัดสินใจของประชาชนวันที่ 23 ธันวาฯนี้ เราจะรู้ว่า...ประชาชนบอกว่า ผมเผลอคุณปฏิวัติ แต่จากนี้ผมไม่เอาแล้วนะ ถ้าไม่เอาปฏิวัติก็จะแสดงออกได้ชัดวันที่ 23 เพราะฉะนั้นคนที่ไปปฏิวัติก็อย่าคิดมาก เอานะผิดก็ผิด พลาดไปแล้วไม่เป็นไร ไม่มีใครฟื้นฝอยหาตะเข็บ ผมก็ไม่กลับไปเอาเรื่องเอาราวหรอก ขอกลับไปตีกอล์ฟ ทำงานการกุศลของผม ช่วยเหลือชาวบ้านไปเรื่อยๆ มีความสุขแล้วกลับไปอยู่กับลูกกับเมีย..


ส่วนผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร ต้องยอมรับคำตัดสินของประชาชน..เราจะมาบอกว่า คนนั้นเป็นนายกฯ ได้ คนนั้นเป็นไม่ได้..เพราะมันไม่ใช่การเลือกนายกฯ..เราเลือกพรรคการเมือง และในพรรคการเมือง ก็จะเลือกกันเองว่า ใครเป็น...ส่วนใหญ่แล้วก็คือ หัวหน้าพรรค ก็เห็นกันอยู่ ใครเป็นใคร..


'จากนี้ไปอีก 5 ปีผมบอกได้เลยว่า ไม่มีใครกล้าปฏิวัติหรอก เพราะว่าประเทศมันช้ำหมด' พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ยืนยัน พร้อมกับกล่าวด้วยว่า ประเทศตะวันตก..อย่างสหภาพยุโรป รัฐธรรมนูญของเขาระบุเลย ไม่ให้รับรองรัฐบาล ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จะไปค้าขาย ไปหากิน ทำอะไรก็จะลำบาก..จะเจริญสัมพันธไมตรีก็ลดระดับลง..เรียกว่า เราจะเสียโอกาสหมด..ทั้งๆที่เราสร้างขึ้นมา นำประเทศขึ้นมา มีศักดิ์ศรีระดับเวทีโลก เคยเสนอความเห็นต่างๆ ให้กับเวทีโลก วันนี้ตกไปหมด เพราฉะนั้นมันช้ำพอแล้ว..


กับผบ.ทบ.คนใหม่..และอดีตสมาชิกแตกทัพ


ถามถึงความสัมพันธ์กับพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.คนใหม่ที่เพิ่งได้รับโปรดเกล้าฯ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ตอบว่า เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นเดียวกัน เสร็จแล้วเขาแยกเหล่าไปทบ. ส่วนผมไปตำรวจ... หลังจบก็เจอกันบ้าง ในงานเลี้ยงรุ่นเตรียมทหารรุ่น 10 ไม่มีอะไรเป็นเพื่อนกัน.. หลังจากเข้ารับตำแหน่งผบ.ทบ.ก็ยังไม่ได้คุยกัน เพราะเราต้องเคารพการทำหน้าที่ และไม่รู้ว่าจะคุยกันในฐานะอะไร..แต่ไม่มีอะไร


ส่วนบรรดาอดีตลูกพรรคไทยรักไทยที่ออกไปอยู่ในพรรคต่างๆ เท่าที่ฟังจากน้ำเสียงของอดีตนายกฯ ทักษิณแล้ว ออกจะ 'ผิดหวัง' ในการกระทำหรือแสดงออกของหลายคน โดยพูดเป็นเชิงเปรียบเปรยว่า "ตอนนั้นผมให้ทำงานโรคซาร์ส ก็เป็นโรคปอดอักเสบกันเยอะ บางคนก็ปอดวิ่งไปซุกเขา' แต่ก็มีบางคนไปกล่าวหาผม แบบเท็จๆ ลอยๆก็มี แบบเป็นลายลักษณ์อักษรก็มี ไปกล่าวหาผมกับคตส.(คณะกรรมการตรวจสอบ...) เป็นเท็จก็มี


'ไม่เป็นไรหรอก วันนี้ผมเหมือนตายแล้ว 2 ครั้ง ได้รู้จักคน..ได้รู้เพื่อนยามยากเป็นใคร.. แล้วเพื่อนยามเสวยสุขเป็นใคร..ก็ได้เห็นกัน..ก็ดี' อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทยกล่าวและบอกด้วยว่า หลังจากกลับประเทศ ผมจะไม่ไปชำระแค้นผู้ที่ทำอะไรกับผม แต่ผมจะไปตอบแทนบุญคุณผู้ที่ไม่ลืมผม และคมช.ก็เช่นกัน บอกเขา ผมเป็นนักเรียนนายร้อย เลือดผมเข้มพอ มีเลือดของความเป็นพี่เป็นน้อง เป็นเพื่อนกันอยู่ ฉะนั้นเรื่องล้างแค้นไม่มี..


แนะแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจ


วกเข้าเรื่องเศรษฐกิจ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ กล่าวว่า เศรษฐกิจปี 40 หลอมละลายจากส่วนบน นั่นก็คือ แบงก์กับธุรกิจขนาดใหญ่ โดยเริ่มจากแบงก์ชาติพังก่อน ตามด้วยสถาบันการเงิน ในช่วงนั้นค่าเงินบาทอ่อน แต่เรากลับทำให้แข็ง เที่ยวนี้ค่าเงินบาทแข็งแต่เราพยายามทำให้อ่อน คราวที่แล้วเราต่อสู้ค่าเงิน โดยขายดอลลาร์ออกจนหมดคลัง


มาคราวนี้ค่าเงินแข็งเราทำให้อ่อน โดยออกบาทบอนด์เพื่อเอาดอลลาร์กลับเข้ามา เงินสำรอง เลยขึ้นมามาก มโหฬาร แต่ไม่ได้เอาไปทำไร เอาไปฝากไว้.. ขณะที่หลายประเทศเอาไปลงทุน เอาไปแก้ความยากจน ของประเทศ แต่เรากลับเอาไปฝาก ทำให้สถานการณ์ตอนนี้เท่ากับเรากู้แล้วเอามาฝาก นั่นคือข้อที่หนึ่ง


ข้อที่สอง ราคาน้ำมัน ซึ่งผมเคยพูดไว้เมื่อ 3-4 ปีที่แล้วว่า จะขึ้นถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล วันนี้แตะแล้ว เมื่อน้ำมันแพง ก็ทำให้ข้าวของแพงอย่างหนีไม่พ้น..


อีกเรื่องคือความเชื่อมั่น..ถ้าเมื่อไหร่ความเชื่อมั่นไม่มี ไม่กลับมา ตั้งแต่ระดับนักลงทุนไป จนถึงภาคประชาชน..บอกได้เลยว่า เหนื่อย.. และแนวโน้มมันก็เหนื่อย.. เพราะปัญหารอบนอกเข้ามาประดัง อาทิ ราคาน้ำมัน ปัจจัยเรื่องศักยภาพการแข่งขันของประเทศเศรษฐกิจฉะนั้นถ้าเมื่อไหร่ความเชื่ทอ ค่าเงินดอลลาร์ เศรษฐกิจอเมริกาเพราะปัญหาซับไพรม์ และรวมถึงปัจจัยในเรื่องศักยภาพการแข่งขันของประเทศยังลดลงไปอีก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้การลงทุนย้ายถิ่นฐาน เห็นได้จากนักลงทุนญี่ปุ่นเริ่มไปลงทุนในเวียดนาม มาเลเซีย ซึ่งการแก้ปัญหาหรือการจะเรียกให้เขากลับมาต้องใช้เวลาพอสมควร


แต่ครั้งนี้เมื่อปฏิวัติผมแล้ว.. มากล่าวหาว่า นโยบายประชานิยมเป็นอันตราย เท่ากับโจมตีตรงฐานราก นั่นคือ ฐานชาวบ้าน เมื่อโจมตีฐานราก เศรษฐกิจหลอมละลายเลยหลอมละลายจากส่วนล่างหรือฐานล่างขึ้นไปสู่ข้างบน หรือจากล่างขึ้นบน และปัญหาจะแพร่ขยายไปรวดเร็วมากเพราะคนกลุ่มนี้มีภูมิคุ้มกันต่ำกว่า และนี่ก็คือปัญหาประเทศในช่วงนี้


อดีตนายกฯทักษิณ แนะนำว่า การแก้ปัญหาเหล่านี้ ไม่ยาก สามารถทำได้ แต่ต้องเข้าใจเศรษฐกิจ มีความเกี่ยวพันหลายตัว ต้องเข้าใจ ต้องทำพร้อมๆกันทุกตัว ซึ่งประเทศไทยยังมีคนเก่งๆอีกแยะ แต่บางคน อาจไม่กล้าแสดงตัวลงการเมือง (เลือกตั้ง) เนื่องจากว่าความข่มขู่ยังรุนแรง ก็เลยกลัว ไม่กล้าแสดงตัว ก็ขนาดอดีตนายกฯยังโดนย่ำยีขนาดนี้ พวกเลยกลัวกัน


ส่วนปีหน้าจะเป็นอย่างไรอยากบอกว่า อย่ายอมแพ้ เศรษฐกิจโลกที่เขาขยายตัวกัน เราเอารายได้เป็นส่วน สำคัญ ไม่ใช่เอารายจ่ายเป็นตัวนำ ตอนนี้เงินในตลาดเยอะมาก แต่หาที่พัก(ลงทุน)ที่ปลอดภัย ได้ดอกได้ผลดี เขาไม่ปล่อยทั้งปล่อยขว้าง แหล่งลงทุนแต่ละที่ก็แข่งกันอยู่


ประเทศไทยหากเอาเงินนอกใส่ปีละสัก 1 หรือ 2ล้านล้าน 5 ปีเท่านั้นประเทศเราไปไหนไม่รู้ คนหายจนหมด.. เด็กรุ่นใหม่รับการศึกษาใหม่หมด ถามว่า ทำยากไหม.. หลักการไม่ยาก แต่วิธีการยาก เพราะเราทะเลาะกันเอง


อีกปัญหาที่เป็นจุดเสียของบ้านเรา คือ เราไม่รวมสมองแล้ววางเป็นยุทธศาสตร ์ชาติแล้วทุกคน ปฏิบัติ ไปในทางเดียวกันหมด เราบอกว่าหน่วยงานนี้อิสระนะ..พอแตะปั๊บ..โดนด่าทันที แทนที่จะไปช่วยกันคิด...ยกตัวอย่าง เงินบาทแข็งเพราะมีเซอร์พลัสนอกเหนือจากดอลลาร์อ่อนตัว เซอร์พลัสที่ว่า คือ เกินดุลการค้า เพราะอะไร เพราะเราส่งออกมาก ขณะที่สินค้าทุนเราไม่สั่งเข้ามา เนื่องจากไม่มั่นใจค่าเงินก็ดี สถานการณ์การเมืองก็ดี ทำให้โรงงานต่างๆเริ่มไม่ปรับปรุงเครื่องจักร ศักยภาพการแข่งขันก็ตก เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหา ต้องเอาความเชื่อมั่น ผู้บริโภค ความเชื่อมั่นนักลงทุนกลับมาให้ได้เสียก่อน


มาตรการ 30% ไม่ช่วย!


ไม่ได้ช่วย คือ เขาจะเอาเงินเข้าประเทศ เราบอกว่าต้องเอามาไว้ 30% แต่ขณะเดียวกัน เรากลับออกบาท บอนด์ไปกู้ดอลลาร์เข้ามาแทน การที่เขาจะเอาเงินเข้ามาเยอะ..ก็ไม่เห็นเป็นไร เพราะเราต้องการ ดอลลาร์เยอะเพื่อให้ค่าเงินบาทอ่อนใช่ไหม เมื่อต้องการดอลลาร์เยอะ ทำไมต้องเอา 30% ไปขวางล่ะ..


แต่อย่าไปโทษแบงก์ชาติเลย เพราะการที่เขาทำแบบนั้น มันก็ถูกของเขา เพราะเขามีเครื่องมือเดียว คือการออกมาตรการทางการเงิน


นี่คือคำให้สัมภาษณ์ของอดีตนายกฯ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อช่วงเย็นวันที่ 7 ธันวาฯ ณ ประเทศฮ่องกง ถือเป็นท่าทีล่าสุดก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง 23 ธันวาฯ ..ส่วนเรื่องที่ว่า เขาจะกลับมาเมืองไทย กลับวันไหน กลับอย่างไร คงต้องรอให้ถึงวันที่ 21 เดือนนี้จากเพื่อนเก่าอดีตสารวัตรกองปราบที่ชื่อเฉลิม อยู่บำรุง บนเวทีปราศรัยท้องสนามหลวงของพรรคพลังประชาชน!


ขอขอบคุณ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ


จาก http://www.hi-thaksin.org/home.php

พปช.ชูผลงาน'ทักษิณ'ดึงพลังเงียบ





นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประ ชาชน กล่าวถึงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งช่วงโค้งสุดท้ายว่า พรรคได้ทยอยเปิดตัวสโลแกนผ่านทางป้ายหาเสียงขนาดใหญ่ และเริ่มแจกจ่ายใบปลิวให้กับผู้สมัครส.ส.ของพรรค ซึ่งจะต่อเนื่องจากแคมเปญใหญ่คือ

"กู้วิกฤติเศรษฐกิจชาติ เพิ่มรายได้ให้ประชา ชนอย่างเร่งด่วน' โดยเลือกใช้คำว่า"เลือกผิด เลือกถูก' เปรียบเทียบให้ประชาชนเห็นว่าหากเลือกคนผิดประเทศจะเป็นอย่างไร จะยกตัวอย่างว่าในอดีตที่มีรัฐบาล ที่บริหารประเทศแล้วล้มเหลวจนทำให้ประเทศและประชาชนมีหนี้สิน

แต่รัฐบาลพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร สามารถใช้หนี้ไอเอ็มเอฟ ทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น ประชาชนมีเงินในกระเป๋า ซึ่งพรรคจะใช้สโลแกนดังล่าวเป็นประเด็นหลักนำเสนอต่อประชาชนก่อนตัดสินใจลงคะแนน ให้แน่ใจว่าเลือกถูกพรรค

นายนพดล กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าการเปิดตัวสโลแกนหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายจะสร้างกระแส ให้ประชาชน ที่ยังไม่ตัดสินใจ สามารถตัดสินใจเทคะแนนเลือกพรรคพลังประชาชนในหลายๆ เขต และน่าจะได้รับการตอบรับที่ดี ีในภาพรวม เนื่องจากที่ผ่านมาพรรคได้ทำโพลสอบถามความเห็นประชา ชนกลุ่มตัวอย่างถึงสิ่งที่ประชาชน อยากให้รัฐบาลใหม่แก้ปัญหาในประเด็นต่างๆ นั้น ปรากฏว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องให้แก้ไข คือเรื่องเศรษฐกิจ และปากท้องเป็นลำดับแรก

รายงานข่าวจากพรรคพลังประชาชน แจ้งว่า พรรคได้จัดทำโพลสำรวจคะแนนความนิยม เป็นการภายในในพื้นที่กทม. ระหว่างวันที่ 3-10 ธ.ค. ซึ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งพบว่าประชาชนจำนวนมากในหลายเขตยังให้ความนิยมผู้สมัคร ของพรรคพลังประชาชน โดยในส่วนผู้สมัครส.ส.สัด ส่วนจะได้ส.ส.จำนวน 6 คน ขณะที่ระบบเขตจะได้ที่นั่งส.ส.กทม.ประมาณ 20 คน โดยส่วนใหญ่เป็นอดีตส.ส.และอีก 5 คนมีสิทธิ์ได้รับเลือกตั้งเนื่องจากมีคะแนนสูสีกับผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์


จาก http://www.hi-thaksin.org/home.php

กกต.ยังไม่สั่งห้ามแจกวีซีดีทักษิณ-ยันไม่เลื่อนเลือกตั้ง






ายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารการเลือกตั้ง กล่าวกรณีการแจกวีซีดีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ใช้ในการหาเสียงที่อาจจะพิจารณาใช้มาตรา 106 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสส.และการได้มาซึ่งสว. 2550 ห้ามไม่ให้มีการแจกจ่ายว่า กรณีซีดีดังกล่าวพรรคการเมืองที่ถูกพาดพิงมีการปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่รู้เห็นกับการทำซีดี ซึ่งในเรื่องนี้กกต.ได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาสอบสวนแล้ว และคิดว่าทางพรรคการเมืองทุกพรรคก็คงทราบแล้ว เพราะฉะนั้นคิดว่าคงจะไม่ต้องถึงกับต้องออกคำสั่งห้ามอะไรออกมา เพราะ กกต.คงไม่สั่งห้ามอะไรโดยที่ยังไม่สมเหตุสมผล

ส่วนที่มีผู้สมัครบางคนเช่นนายประแสง มงคลศิริ ประกาศว่าจะแจกซีดีหาเสียงของพ.ต.ท.ทักษิณ ต่อไปนั้นในเรื่องนี้ กกต.ได้ให้เจ้าหน้าสืบสวนสอบลงไปเก็บข้อมูลในพื้นที่แล้วเพื่อนำมาพิจารณาต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการพูดกันว่าจะมีการก่อเหตุวุ่นวาย จนอาจต้องเลื่อนเลือกตั้ง และนายกรัฐมนตรีได้สั่งการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด นายประพันธ์ กล่าวว่า กกต.ยังยืนยันว่าจะไม่มีการเลื่อนเลือกตั้งอย่างแน่นอน เพราะในวันพรุ่งนี้ก็จะมีการเลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีเหตุที่จะต้องเลื่อนเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้ทุกฝ่ายได้พยายามที่จะให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างเรียบร้อย คงไม่มีใครที่จะคิดทำอะไรให้การเลือกตั้งเกิดความไม่เรียบร้อย ขอให้ทุกคนนึกถึงความสามัคคีและยืนยันว่า กกต.ทำงานอย่างไม่เข้าข้างใคร ทุกอย่างยึดตามกฏหมายบางเรื่องอาจจะไม่ถูกใจใคร แต่กกต.จะต้องทำตามกฏกหมาย

" ก็ได้ยินแต่ข่าวว่าจะเกิดเรื่อง ผมก็ระวังตัวอยู่เหมือนกัน แต่คิดว่าทุกคนก็ต้องช่วยกันเพื่อให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นได้และเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขอให้ทุกคนยึดหลักความสามัคคีตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เพื่อให้การเลือกตั้งเกิดความเรียบร้อย ซึ่งหลังวันที่ 23 ธ.ค. นักการเมืองจะประนีประนอมกันได้ เพราะผมเชื่อว่าคนไทยเมื่อมีปัญหาวิกฤติก็มักจะประนีประนอมกันได้ " นายประพันธ์กล่าว

จาก http://www.hi-thaksin.org/home.php