WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, December 16, 2007

'เสธ.หนั่น' บี้ กกต.เร่งยุบ พปช.


พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ผู้สมัคร ส.ส.พิจิตร เขต 2 พรรคชาติไทย แสดงความมั่นใจว่า กกต.จะดำเนินการกับพรรคพลังประชาชนในเรื่องวีซีดี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ที่หาเสียงให้พรรคพลังประชาชน

ทั้งที่ กกต.ระบุว่า ห้าม 111 อดีตกรรมการบริหารพรรคที่ถูกตัดสิทธิมายุ่งเกี่ยวการเมือง รวมทั้งกรณีทำผิดกฎหมายเลือกตั้งอีกหลายเรื่อง เพราะ กกต.เป็นผู้ถือกฎหมาย ส่วน กกต.จะนำเรื่องนี้ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญเองได้หรือไม่ หรือว่าจะผ่านไปทางอัยการ ถ้าส่งศาลรัฐธรรมนูญได้ กกต.ก็ควรเร่งปฏิบัติ ซึ่งเท่าที่ทราบน่าจะมีการยุบพรรคพลังประชาชนเพราะมีความผิดหลายกระทง

พล.ต.สนั่น กล่าวว่า โค้งสุดท้ายไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเพราะผู้สมัครเองก็หาเสียงกันแบบสงบ ตนมั่นใจว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ ตนกับลูกชาย คือ นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ น่าจะได้ทั้ง 2 ที่นั่งในเขตเลือกตั้งที่ 2 และยืนยันได้ว่า พรรคชาติไทยจะไม่เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนหากมีเสียงข้างมาก เพราะนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค ประกาศจุดยืนไปแล้ว



จาก http://www.hi-thaksin.org/home.php

ถ้าชนะ..ยุบแน่!! ถ้าแพ้..ก็แล้วไป


'ผมจบปริญญาเอกด้านกฎหมายดุษฎีนิพนธ์ ทำเรื่องหน้าที่ของ กกต. ทั่วโลก ซึ่ง กกต. มีอำนาจเพียงพนักงานสอบสวน ถ้าสงสัยว่าใครผิดก็ตั้งกรรมการมาสอบ ส่งอัยการสูงสุดมาพิจารณา ถ้าอัยการไม่เห็นด้วยก็ต้องส่งกลับมา กกต. ตั้งร่วมกัน 2 ฝ่าย ก่อนเข้าสู่กระบวนการตุลาการรัฐธรรมนูญ ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี ไม่ใช่ง่ายๆ ฉะนั้นที่บอกว่าจะยุบนั้นเราไม่กลัว ยิ่งพูดคะแนนเรายิ่งเพิ่ม และถึงจะยุบก็ตั้งใหม่ได้อีก'

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้สมัคร ส.ส.ระบบสัดส่วน กลุ่ม 6 พรรคพลังประชาชน (พปช.) ปราศรัยหาเสียงที่บริเวณแฟลตดินแดง พร้อมระบุว่าเพิ่งกลับจากภาคอีสาน ชาวบ้านทั้งภาคบอกว่าเลือกพรรคประชาธิปัตย์ไม่เกิน 5 คน ฉะนั้นถ้านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะจัดตั้งรัฐบาลต้องรอชาติหน้า


ตั้งคณะอนุกรรมการสอบ พปช.


ส่วนกรณีวีซีดี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่พรรคพลังประชาชนนำไปแจกในการปราศรัยหาเสียงในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอาจมีผลให้พรรคพลังประชาชนต้องถูกยุบพรรคนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องดังกล่าว 5 คน มีนายไพฑูรย์ เนติโพธิ์ อดีตผู้พิพากษาศาลอาญา เป็นประธาน ทำการหาข้อเท็จจริงภายในระยะเวลา 1 เดือน


นอกจากนี้ กกต. ยังมีมติให้ร้องทุกข์กล่าวโทษพรรคพลังประชาชนต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรณีการปลอมแปลงเอกสารสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชาชนของนายสิทธิชัย โควสุรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.ระบบสัดส่วน กลุ่ม 4 พรรคเพื่อแผ่นดิน ถือว่ามีความผิดทางอาญา ซึ่งโทษการแอบอ้างชื่อผู้ใดสมัครเป็นสมาชิกเป็นพรรคการเมืองของตน ตามมาตรา 19 วรรค 2 ของ พ.ร.บ.พรรคการเมือง ระบุไว้ในมาตรา 106 ว่าหัวหน้าพรรคหรือนายทะเบียนสมาชิกพรรคการเมืองผู้ใดจัดทำทะเบียนสมาชิกอันเป็นเท็จ อาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่นายสิทธิชัยก็ยื่นหนังสือถึง กกต. ให้ดำเนินการดังนี้ 1.ถอดชื่อออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชาชน 2.ขอให้สอบสวนว่ามีการแอบอ้างชื่อนายสิทธิชัยหรือไม่ และพิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวผิดหรือไม่ หากผิดขอให้ กกต. ดำเนินการสอบสวน 3.เมื่อนายทะเบียนพรรคพลังประชาชนรู้ว่าการแอบอ้างชื่อดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบในการขาดคุณสมบัติเป็นผู้สมัคร ส.ส. รัฐมนตรี และผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ จะเข้าข่ายเป็นการกลั่นแกล้งตามมาตรา 104 หรือไม่


ตั้งธง 'ยุบ' และทำลาย


เมื่อ กกต. รับลูกตั้งคณะอนุกรรมการสอบทั้ง 2 ประเด็น จึงทำให้เชื่อว่าโอกาสที่พรรคพลังประชาชนจะถูกยุบก็มีอยู่ไม่น้อย เพราะก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็นกรณีเอกสารลับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ที่ กกต. เพิ่งมีมติว่าไม่มีความผิด หรือกระแสข่าวที่ออกมาตั้งแต่มีการเปิดตัวพรรคพลังประชาชนอย่างเป็นทางการก็มีแต่ข่าวการสกัดกั้นพรรคพลังประชาชนให้ได้ ส.ส. น้อยที่สุด หรือไม่มีโอกาสตั้งรัฐบาล


แต่กระแสของประชาชนในภาคอีสานและเหนือที่ยังมีต่อ พ.ต.ท.ทักษิณและนโยบายประชานิยมจึงทำให้เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคพลังประชาชนน่าจะได้ ส.ส. มากกว่า 200 เสียง


แม้แต่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลที่ถือเป็นคนที่มีความรู้และมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ผลการสำรวจของทุกสำนักยังสอดคล้องกันว่าคะแนนเสียงของพรรคพลังประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ค่อนข้างสูสี ดังนั้น กลุ่มอำนาจที่เคยต่อต้านระบอบทักษิณย่อมรู้ดีว่าการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าการล้มล้างระบอบทักษิณหรือการอ้างความชอบธรรมในการรัฐประหาร เพราะขนาดคนกรุงยังสนับสนุนพรรคพลังประชาชน


บ้านเมืองจะลุกเป็นไฟ


ดังนั้น หากปล่อยให้การเลือกตั้งเป็นไปตามปรกติ พรรคพลังประชาชนก็ต้องได้ ส.ส. มากที่สุด ซึ่งทุกฝ่ายก็เชื่อเช่นนั้น แต่ก็มั่นใจว่าพรรคพลังประชาชนไม่มีวันจะจัดตั้งรัฐบาลได้ ถ้าจัดตั้งได้ก็ต้องเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองจนต้องเลือกตั้งใหม่ หรือเกิดความรุนแรงจนกองทัพกลับมาอีกครั้ง


จึงมีคำถามว่าหากพรรคพลังประชาชนถูกยุบจริง บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร



'เชื่อว่าแผ่นดินจะลุกเป็นไฟอย่างแน่นอน'


ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ผู้สมัคร ส.ส.ระบบสัดส่วน กลุ่ม 7 พรรคพลังประชาชน เรียกร้องให้ กกต. พิจารณากรณีวีซีดีโดยยึดหลักสิทธิมนุษยชนตามกฎบัตรของสหประชาชาติ และคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพราะโดยส่วนตัวแล้วไม่มีข้อความใดเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ไม่มีข้อความใดที่ก่อความไม่สงบในบ้านเมืองและศีลธรรมอันดีต่อประชาชน แต่คนบางกลุ่มขณะนี้อยู่ในอาการกลัวเงาตัวเอง กลัวว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะกลับมา 'การห้าม พ.ต.ท.ทักษิณพูดโดยสิ้นเชิงมันมากเกินไป สิทธิความเป็นมนุษย์สามารถพูดได้ แม้อดีตกรรมการบริหารพรรค 111 คนถูกตัดสิทธิ แต่ก็ไม่ควรทำกับเขาเหมือนเป็นสัตว์เดรัจฉาน ห้ามไม่ให้พูดเลยก็ไม่ถูกต้อง เชื่อว่า กกต. ทั้ง 5 คน จะมีวิจารญาณอย่างรอบครอบ'


พรรคพลังประชาชนยันไม่ผิด


ด้าน พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน อดีตหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ชี้แจงกรณีการปลอมลายเซ็นนายสิทธิชัยว่า ในขั้นตอนการรับสมัครสมาชิกพรรคก่อนหน้านี้ไม่ต้องใช้ลายเซ็นรับรองสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน ทราบว่าคนของอดีตพรรคไทยรักไทยเดิมเป็นผู้รับใบสมัครจากนายสิทธิชัยเอง เรื่องนี้หากมีโทษก็ไม่ถึงขั้นต้องยุบพรรค


'หากต้องดำเนินคดีอาจต้องย้อนกันถึงพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่ง คิดว่าเรื่องนี้จะยุติลง และเห็นว่า กกต. ไม่ควรพูดเรื่องยุบพรรค ซึ่งเป็นลักษณะชี้นำ แต่ควรดำเนินการตรวจสอบเอกสารและสรุปเพื่อส่งศาลตามขั้นตอน และขอเรียกร้องให้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการดำเนินการตามวาระแห่งชาติว่าด้วยการรณรงค์และแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง (ครส.) เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นกลางจริงๆ และเพื่อความสมานฉันท์ของประเทศ' พ.ต.ท.กานต์กล่าว


ขณะที่นายสมาน เลิศวงศ์รัตน์ นายทะเบียนพรรคพลังประชาชน ยืนยันว่า พรรคมีลายมือชื่อหรือลายเซ็นของนายสิทธิชัยตั้งแต่ปี 2543 และในปี 2548 นายสิทธิชัยก็มีลายมือชื่อเหมือนกัน จึงไม่มีเหตุผลใดๆที่จะกลั่นแกล้ง เพราะที่ผ่านมาได้แจ้งนายสิทธิชัยให้มาลาออกแล้ว แต่ไม่ยอมมาดำเนินการให้ถูกตามขั้นตอน จึงพร้อมที่จะสู้คดี และหลักฐานก็ไม่ได้มีเฉพาะลายมือหรือลายเซ็นเท่านั้น แต่มีเอกสารหลักฐานอย่างอื่นเพิ่มเติมอีก


ใช้มาตรฐานเดียวกัน


ส่วน นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ตัดพ้อกรณีนายสิทธิชัยว่าพรรคไม่มีโอกาสให้ข้อมูลกับ กกต. เลย


ส่วนเรื่องวีซีดีหากใช้มาตรฐานนี้มายุบพรรคพลังประชาชนก็ต้องใช้มาตรฐานเดียวกัน โดยต้องยุบพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา เนื่องจากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ไปร่างนโยบายที่ใช้ในการหาเสียง รวมถึงนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ที่เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. ของพรรค และต้องยุบพรรคเพื่อแผ่นดินที่นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย ไปเป็นประธานสภายุทธศาสตร์ของพรรค และสนับสนุนให้ตั้งรัฐบาล 3 พรรค โดยให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ ดังนั้น ต้องยุบพรรคประชาธิปัตย์ด้วย


ขณะที่นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า ควรให้พิจารณาไปตามกรอบกฎหมาย เพราะเท่าที่ดูก็ผิดอยู่หลายเรื่อง


'แม้จะยุบพรรคพลังประชาชนก็ไม่น่าจะเกิดความวุ่นวาย รัฐบาลต้องดูแล อย่าไปเดาว่าจะเกิดความวุ่นวาย อะไรผิดก็ต้องว่าผิด ต้องพิจารณา อย่ารีรอ และผมไม่คิดว่าแผ่นดินจะลุกเป็นไฟ' นายบรรหารกล่าว


เอกสารลับยังไม่จบ


ส่วนกรณีเอกสารลับที่ กกต. มีมติ 4 ต่อ 1 เสียง ให้ยกคำร้องที่พรรคพลังประชาชนกล่าวหาว่าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เป็นข้าราชการวางตัวไม่เป็นกลาง เนื่องจากรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2549 และฉบับปัจจุบันก็ให้ความคุ้มครอง คมช. นั้น นพ.สุรพงษ์ถาม กกต. ว่ามั่นใจได้อย่างไรว่าการกระทำเหล่านี้ไม่เข้าข่ายของการวางตัวไม่เป็นกลาง เพราะหาก กกต. มีหลักฐานที่เป็นเอกสารว่ามีการยกเลิกคำสั่งในเอกสารลับจริงก็ควรเปิดเผยให้สาธารณชนได้รับรู้ ไม่เช่นนั้นจะเกิดความคลางแคลงใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะที่ผ่านมามีหลายเหตุการณ์ที่พรรคพลังประชาชนได้ประสบอยู่ ทั้งในส่วนกลางและต่างจังหวัด โดยเป็นเหตุการณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมจึงเกิดขึ้นเฉพาะกับพรรคพลังประชาชน โดยไม่เกิดกับพรรคอื่น แต่ก็หวังว่า กกต. ที่ดูแลการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์นี้จะทำหน้าที่ของตัวเองให้สมกับที่ประชาชนไว้วางใจและประชาคมโลกเฝ้ามองอยู่


พปช. ดึงประชาชนปกป้อง


เมื่อ คมช. พ้นผิด แต่พรรคพลังประชาชนกลับถูกตรึงด้วย 2 ข้อกล่าวหา จึงไม่ต้องบอกว่าความรู้สึกลึกๆของพรรคพลังประชาชนเป็นอย่างไร อย่างนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคพลังประชาชน ที่แย้งทันทีหลังจาก กกต. มีมติยกคำร้องกรณีเอกสารลับ คมช. ว่า กกต. อาจไม่ได้พิจารณาไปตามอำนาจหน้าที่ในรัฐธรรมนูญ โดยเอกสารลับของ คมช. มีคำสั่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน 2550 เช่น เรื่องการป้องกันคนชั้นกลางไม่ให้มีแนวคิดไปสนับสนุนฝ่ายตรงข้าม ชี้จุดด้อยของนโยบายประชานิยม สิ่งเหล่านี้พิสูจน์ได้อย่างไรว่าไม่มีการกระทำ เพราะมีคำสั่งตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน รวมทั้งยังไม่มีการยกเลิกคำสั่งดังกล่าวอย่างเป็นทางการ จึงขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณว่าเรื่องที่เกิดขึ้น กกต. ให้ความเป็นธรรมกับพรรคพลังประชาชนหรือไม่


ตั้งกรรมการยุตินองเลือด


แต่ที่มาแปลกกว่าพรรคอื่นๆคือ นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ออกแถลงการณ์หัวข้อ 'พรรคเพื่อแผ่นดิน ยุติความขัดแย้ง ยุติการนองเลือด' โดยนำเสนอ 4 แนวทางยุติความแตกแยกทางการเมืองคือ 1.ยุติปัญหาทางการเมืองที่จะนำไปสู่ความรุนแรงและการนองเลือดหลังการเลือกตั้ง ซึ่งจะรับประกันความยุติธรรมให้ทุกฝ่าย โดยขอให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาพิสูจน์ตัวเองตามกระบวนการยุติธรรม โดยรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อแผ่นดินเป็นแกนนำ


2.จัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติและกรรมาธิการวิสามัญในรัฐสภา มีองค์ประกอบจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชนและพรรคการเมือง เพื่อกำหนดโครงสร้างทางการเมืองใหม่ เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข


3.แก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องผ่านกระบวนการที่มาจากประชาชน เพื่อสร้างความมั่นคงและปกป้องสิทธิและเสรีภาพของประชน ให้สังคมไทยมีความโปร่งใส มีกลไกในการตรวจสอบ จนกระทั่งวางกระบวนการยุติความขัดแย้งภายใต้ระบอบประชาธิปไตย เพื่อป้องกันการรัฐประหารหรือความขัดแย้งที่จะนำไปสู่การจลาจลและการนองเลือดในอนาคต


4.สร้างวัฒนธรรมทางการเมืองใหม่ โดยปลูกฝังจิตสำนึกผ่านการศึกษา เพื่อสร้างวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันที่ต้องถือประโยชน์ของชาติเป็นหลัก


มือถือสาก ปากถือศีล


ปัญหาการเมืองขณะนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของพรรคการเมืองเท่านั้นที่จะทำให้บ้านเมืองเกิดความสมานฉันท์ แต่ต้องขึ้นอยู่กับผู้ที่กุมอำนาจขณะนี้ว่าจะลดอคติและเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยอย่างจริงใจหรือไม่ โดยเฉพาะกองทัพที่ทุกฝ่ายต่างยอมรับว่าจะยังมีอิทธิพลอีกนานในการเมืองไทย


ดังนั้น จึงไม่มีใครเชื่อเรื่อง 'โซ่ข้อกลาง' หรือรัฐบาลสมานฉันท์แห่งชาติที่บางพรรคเสนอขึ้นมา อย่างที่นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตประธานกรรมการสภานโยบายและยุทธศาสตร์พรรคเพื่อแผ่นดิน ที่ออกมาโต้ พ.ต.ท.ทักษิณที่เสนอให้ตั้งรัฐบาลแห่งชาติว่า เรื่องความสมานฉันท์หากใครผิดก็ต้องว่าไปตามผิด ว่าไปตามกฎหมาย ไม่ใช่คิดว่าเมื่อมีความสมานฉันท์แล้วเมื่อกระทำผิดจะไม่ต้องรับโทษ


เช่นเดียวกับนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ที่เชื่อว่าข้อเสนอรัฐบาลแห่งชาติมีนัยแอบแฝงทางการเมือง หวังประโยชน์ตัวเองมากกว่าประโยชน์ชาติ หรือเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณไม่มั่นใจว่าพรรคพลังประชาชนจะได้ตั้งรัฐบาล หรือกังวลว่านายสมัครจะไม่สามารถเป็นนายกฯได้


จุดชนวน 'อีแอบผมขาว'


ยิ่งล่าสุดนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ปราศรัยอย่างดุเดือด โดยยังย้ำว่าบ้านเมืองที่มีปัญหายุ่งยากขณะนี้เพราะมีอีแอบบางคนด่าอดีตนายกฯว่าไม่เคารพสถาบันและเอาสถาบันไปเหยียบย่ำเขา ไปพูดจากับไฮโซไฮซ้อจนทำให้เป็นชนวนนำไปสู่การรัฐประหาร


'คนประเภทอีแอบผมขาวเป็นคนเรียกร้องให้สื่อมวลชนเขียนข่าวด่าผม บ้านเมืองวุ่นวายเพราะเจ้าคนนี้' ความเข้มข้นทางการเมืองจึงเดินไปสู่การแตกหักข้างใดข้างหนึ่ง แต่จะลุกเป็นไฟอย่างที่ร.ต.ท.เชาวรินออกมาพูดหรือไม่นั้นก็อยู่ที่ทุกกลุ่มการเมืองที่ออกมาเคลื่อนไหวขณะนี้ ทั้งอย่างเปิดเผยและอีแอบ


อย่างนายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) ที่ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบการเผยแพร่วีซีดีของ พ.ต.ท.ทักษิณในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง ก็เชื่อว่า กกต. จะยุบพรรคพลังประชาชนได้


คมช.ลั่นเช็กบิลหลังเลือกตั้ง


พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กระทรวงกลาโหม และหัวหน้าสำนักเลขาธิการ คมช. ก็ให้เหตุผลที่ไม่ฟ้องร้องนายสมัครกรณีเอกสารลับว่า เพราะท่าทีของนายสมัครและพรรคพลังประชาชนมอง คมช. เหมือนศัตรู ดังนั้น หากดำเนินการใดๆในขณะนี้ก็จะถูกกล่าวหาว่ากลั่นแกล้ง แต่หลังเลือกตั้งก็ยังไม่สายที่จะดำเนินการฟ้องร้อง


แต่นายบรรหารกลับออกมาเรียกร้องให้ กกต. เร่งพิจารณากรณีวีซีดี ผิดก็ว่าไปตามผิด ถูกก็ว่าไปตามถูก เพราะโดยหลักแล้ววีซีดีเป็นสิ่งไม่ถูกต้องที่แจกจ่ายไปทั่วภาคอีสาน ตำรวจก็ไม่จัดการ รัฐบาลก็เฉย ไม่ได้ทำอะไร หากเป็นสมัยก่อนถูกจับไปนานแล้ว


มั่นใจคุมสถานการณ์ได้


สถานการณ์ทางการเมืองวันนี้จึงไม่ใช่แค่ผลการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคม ว่าพรรคพลังประชาชนหรือพรรคประชาธิปัตย์จะได้เป็นรัฐบาล เพราะสิ่งที่จะตามมานั้นไม่ใช่มหกรรมน้ำเน่าของพรรคการเมืองต่างๆที่จะโผล่ให้เห็นหลังการเมืองตั้ง แต่เป็นการผนึกกำลังเพื่อไม่ให้พรรคพลังประชาชนขึ้นมามีอำนาจ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม ดังนั้น คำขู่หรือการวิเคราะห์จากหลายๆฝ่ายที่คาดว่าสถานการณ์หลังเลือกตั้งจะวุ่นวาย หรือหากยุบพรรคพลังประชาชนแล้วแผ่นดินจะลุกเป็นไฟนั้น แหล่งข่าวในกองทัพก็มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และได้มีการประเมินสถานการณ์เพื่อเตรียมรับมือไว้แล้ว


โดยเฉพาะ คมช. ที่จะยังมีอำนาจต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ก็ได้กำชับแผนและยุทธการต่างๆร่วมกับทุกเหล่าทัพแล้ว ซึ่ง พล.อ.สนธิยังร่วมประชุมกับ คมช. ตามปรกติ แม้พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ จะย้อนผู้สื่อข่าวที่ถามกรณีนายจาตุรนต์ ฉายแสง เรียกร้องให้ทหารยืนยันว่าจะไม่มีการปฏิวัติหลังการเลือกตั้งว่า “จะให้ยืนยันอย่างไร” เช่นเดียวกับที่ให้นักการเมืองยืนยันว่าจะดูแลบ้านเมืองให้เรียบร้อยได้หรือไม่ นักการเมืองจะยืนยันหรือไม่


มีเลือกตั้งแต่อาจไม่มี พปช.


กรณี กกต. พรรคพลังประชาชน และคมช. ที่ทำให้หลายฝ่ายวิตกว่าจะไม่มีการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคมนั้นจึงแทบเป็นไปไม่ได้เลย นอกจากจะเกิดภัยพิบัติแผ่นดินถล่มทลายอย่างเหตุการณ์สึนามิ แต่ปัญหาที่วิตกกันมากที่สุดคือหลังการเลือกตั้งจะเกิดอะไรขึ้น


เพราะวันนี้ กกต. ได้ตั้งธงอย่างชัดเจนแล้วว่าจะดำเนินการพิจารณาว่าพรรคพลังประชาชนมีความผิดในกรณีวีซีดี พ.ต.ท.ทักษิณและกรณีปลอมลายเซ็นนายสิทธิชัยหรือไม่ ซึ่งความผิดทั้ง 2 กรณีสามารถนำไปสู่การยุบพรรคพลังประชาชนได้ทั้งสิ้น


สถานการณ์ของพรรคพลังประชาชนจึงนับว่าง่อนแง่นอย่างยิ่ง แม้จะได้ ส.ส. แบบถล่มทลายก็ตาม แต่


หาก 2 ข้อกล่าวหาที่นำขึ้นเขียงของ กกต. ก็เท่ากับความตายของพรรคพลังประชาชนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา อย่างบทเรียนของสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ที่วันนี้ไม่ต่างอะไรกับผีดิบ


ขอขอบคุณ www.dailyworldtoday.com

จาก http://www.hi-thaksin.org/home.php

Saturday, December 15, 2007

กกต.เสื่อม???

ไม่ผิดคาดเท่าไหร่กับมติ “กกต.” ที่ให้ยกคำร้องของสมาพันธ์ประชา ธิปไตย กรณีฟ้อง คมช. ออกเอกสารลับสกัดพรรคพลังประชาชนไม่เป็นธรรม

เพราะก่อนหน้านี้ อภิชาติ สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. ก็เล่นออกตัวแต่ไก่โห่ว่า

มติ กกต.ชุดใหญ่ ไม่จำเป็นต้องเหมือนชุด อนุ กก.สอบ สุพล ยุติธาดา ที่ 7 เสียงลงมติเอกฉันท์ว่า คมช. วางตัวไม่เป็นกลาง แต่ 4 ต่อ 3 เสียง ฝ่าย 4 เห็นว่า คมช. ผิดตามมาตรา 57 ใน รธน. กรณีเจ้าหน้าที่รัฐวางตัวไม่เป็นกลาง

แต่หลังจากนั้นก็มีหนังสือจาก คมช. ขอให้ทบทวนมติอนุ กก.สอบสวน เป็นข่าวฮือฮาไปทั่วว่า คมช. แทรกแซงองค์กรอิสระยังไงเล่า

มติ กกต.ชุดใหญ่ ที่ออกมาสวนทางชุดเล็กจึงไม่เป็นเรื่องเกินคาด แค่อยากรู้จะหาเหตุผลอ้างอีท่าไหน

กรณีนี้ กกต. มีมติ 4 ต่อ 1 ให้ยกคำร้อง 1 เสียงของ สดศรี สัตยธรรม เห็นว่า กกต. ไม่มีอำนาจพิจารณา

4 เสียงที่เหลือ 2 เสียงบอก แค่วางแผนเท่านั้น ยังไม่มีการปฏิบัติจริง (เอกสง-เอกสาร ยืนยันสั่งยกเลิกปฏิบัติการก็ไม่ต้องมี เพราะ กกต. เชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า คมช. เลิก ทำแล้วจริง ๆ)

อีกอย่างที่อ้าง งบประมาณก็ยังไม่ได้จัดให้ จะไปทำได้ไง เรื่องเอกสารลับ คมช. จริงเท็จเมื่อเทียบกับพลังประชาชนก็ไม่ต้องพิสูจน์ เพราะไม่ใช่หน้าที่กกต. ......ต้องอุทาน โอ พระเจ้าจอร์จ

กกต. จะบอกว่า แค่วางแผนฆ่า บังเอิญแผนแตกซะก่อน เมื่อไม่ตาย ก็ไม่ผิด งั้นหรือเนี่ย ???

กกต. ที่เหลืออีก 2 เสียงยก มาตรา 309 ในรัฐธรรมนูญ (ปีศาจคาบไปป์) มาปกป้อง เออ....ก็ถ้าเป็นเช่นนี้ คมช. ก็น่าจะเดินหน้าต่อนะ เพราะได้ “นิรโทษกรรม” อยู่แล้ว ทำไปเลย

แต่นั่นแหละ วิญญูชนพึงตรองดูเถอะ กกต. ยึดหลักเที่ยงธรรม ยุติธรรม แค่ไหน ???

เห็นใจก็แต่ อนุ กก. ที่เหมือนถูกตบหน้าอย่างแรง ป่านนี้คงชาด้านหมดแล้ว เหนืออื่นใด มติออกมาอย่างนี้มีแต่ส่งผลกระทบต่อการทำหน้าที่ของกกต. อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย

ใครจะเชื่อ กกต.ชุดนี้จะทำให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ ยุติธรรม และเกิดความเท่าเทียมอีกต่อไป

โดยเฉพาะข่าวเรื่องใบแดง-ใบเหลือง ที่สะพัดว่าเตรียมชักตั้ง 30-40 ใบ สกัดอำนาจเก่า เกิดความน่าเชื่อถืออีกพะเรอเกวียน !!!

แปลกนะ ที “วีซีดีทักษิณ” หรือข้อหาปลอมลายเซ็น กกต. เอาจริงเอาจังทุกประตู มีความพยายามจะให้โยงไปถึงพรรค พปช.ให้ได้ คำก็ยุบพรรค 2 คำก็ยุบพรรค เหมือนตั้งธงแต่ต้น (อีก) แล้ว

บอกได้เลย ยิ่ง กกต. ทำให้คนรู้สึกว่าเอียงกะเท่เร่ เลือกปฏิบัติมากเท่าไหร่

พรรคพลังประชาชนยิ่งจะได้คะแนนสงสารมากขึ้นอีกเท่านั้น !!!

ข้อสำคัญ ความเป็นองค์กรอิสระของ กกต. กำลังถูกตั้งข้อสงสัยอย่างหนักนับจากนี้ ออกมติหรือคำตัดสินอะไรออกมาก็จะไม่ได้รับความเชื่อถือเท่าที่ควร

กกต. กำลังจะทำให้คนเสื่อมศรัทธา เพราะมติเรื่องเอกสารลับ คมช. เป็นต้นเหตุนี่แหละ
.

ดาวประกายพรึก

จาก http://www.dailynews.co.th/

ล้มกระดาน

ปฏิบัติการ “ยึดสภา” ของบรรดา “ม็อบ” ที่นำโดยนายจอน อึ๊งภากรณ์หรือ “จอน เอ็นจีโอ” ด้วยใช้บันไดพาดข้ามกำแพงรั้วรัฐสภาเข้าไปถึงบริเวณหน้าห้องประชุม จนวุ่นวายกันไปหมด

ถือเป็นการกระทำที่ไร้อารยะจริงๆ

ประเด็นก็คือบรรดาม็อบต่างๆเหล่านี้มีหลายกลุ่มผลประโยชน์ที่เกี่ยวพันกับกฎหมายที่ สนช.จะพิจารณาเรียกว่า “ม็อบหมู่”...ว่างั้นเถอะ ต้องการให้ สนช.ยุติการพิจารณา กฎหมายต่างๆ

เช่นกฎหมายเหล้า กฎหมาย ม.นอกระบบ กฎหมายมั่นคง กฎหมายวิทยุโทรทัศน์ กฎหมายแปรรูป ค้าปลีกและอีกหลายกฎหมายที่ สนช.ดองเอาไว้จนเปื่อย เพราะเกิดปัญหาขัดแย้งในแนวคิดและการทำงานที่ล่าช้า

ประเภทเช้าชาม-เย็นชามไม่ต่างไปจากสภาผู้แทนฯหรือวุฒิสภาครั้นพอใกล้เวลาจะหมดวาระ ก็เร่งกันที ดังนั้น ปัญหามันจึงมาประดังกันในตอนนี้ และ พ.ร.บ.บางฉบับเกิดปัญหาขัดแย้งใน สนช.และกลุ่มองค์กรภายนอก

ดังนั้น ม็อบกลุ่มนี้จึงเคลื่อนไหวให้ สนช.ยุติการพิจารณากฎหมายหรือลาออกไปเลย เอาไว้รอรัฐบาลพิจารณาดีกว่า แต่เมื่อ สนช.ยังคงดำเนินการประชุมเพื่อพิจารณา กฎหมายต่อไปตามหน้าที่

บรรดาม็อบเหล่านี้จึงไม่พอใจบุกเข้าไปในสภา ทำให้การประชุม สนช.ต้องยุติและเลื่อนไปประชุมวันรุ่งขึ้น

พูดง่ายๆ สนช.ก็ไม่ยอมและจะเดินหน้าทำงานต่อไป

ว่าที่จริงแล้วบรรดาเอ็นจีโอทั้งหลายนั้นล้วนมีความรู้ มีความคิดที่ก่อให้เกิดประโยชน์ ต่อสังคมไม่น้อย แต่เมื่ออยากให้ทุกอย่างเข้าระบบการเคลื่อนไหวแสดงออกเป็นเรื่องกระทำได้ แต่ไม่ใช่อยู่เหนือกฎหมายหรือใช้พลังไปกระทำเช่นนั้น

“จอน เอ็นจีโอ” แม้จะต่อต้านเผด็จการ แต่ก็ไม่ยอมไปร่วมกับม็อบ นปก.หรือ นปค. เพราะคงเห็นว่านั่นไม่ใช่วิธีการที่เหมาะสมในการเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่ต้องการแสดงออกในลักษณะประชาธิปไตย

แต่การบุกรุกสภาครั้งนี้...มันต้องเรียกว่าพวกอะไรดีครับ...

เวลานี้บ้านเมืองมันก็ยุ่งขิงจนหาทางออกกันแทบไม่ได้แล้ว นี่ยังมาสร้างปัญหาให้มันหนักและยุ่งยากเข้าไปอีก

อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเลือกตั้งแล้วก็น่าจะให้มันผ่านไปได้ด้วยดี ใครแพ้ชนะ ใครเป็นรัฐบาลก็มาว่ากันอีกที ไม่ใช่ทำอะไรเหมือนบ้านเมืองไม่มีขือแป ไร้กฎหมาย

การพิจารณากฎหมายของ สนช.ถือเป็นหน้าที่แม้ว่าจะมาจากคมช. ก็ตาม แต่ที่ผ่านมาก็หาใช่ว่า สนช.รับใช้ทหารอย่างสุดจิตสุดใจ มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยแม้กระทั่ง พ.ร.บ.มั่นคงถึงที่สุดไม่น่าจะผ่านเพราะเสียงคัดค้านกันมาก

แต่ทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องมีเหตุมีผล สนช.ผ่านกฎหมายดีๆก็ไม่น้อย และกฎหมายดีๆ อีกหลายฉบับที่รอการพิจารณาก็ควรจะได้ผ่านออกมาใช้ ยังเห็นว่าสนช.ควรทำหน้าที่ต่อไป จนกว่าจะสิ้นวาระ

เพียงแต่การพิจารณากฎหมายจะต้องตระหนักถึงประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ ไม่ใช่กลุ่มผลประโยชน์หรือพวกพ้อง หรือเพื่อให้ทหารมีอำนาจเต็มๆโดยอ้างความมั่นคง

จริงๆแล้วใน สนช. เองนั้นก็เกิดปัญหาขัดแย้ง มีกลุ่มโน้น ก๊วนนี้ และพยายามที่จะสร้าง บทบาทครอบงำ สนช.ทั้งหมด หมายถึงว่า สนช.จะต้องเห็นด้วยกับกลุ่มนี้ทุกอย่าง แต่เมื่อไม่ได้รับการขานรับก็เลยตีรวนมาตลอด

อะไรไม่ว่า “ม็อบลุยสภา” ครั้งนี้มี สนช.ระดับบิ๊ก “ไฟเขียว” เสียด้วย

พูดง่ายๆสู้ไม่ได้ “ล้มกระดาน” มันเสียเลย.

"สายล่อฟ้า"

คอลัมน์การเมือง จาก http://www.thairath.co.th/#

พีเน็ตเชิญ 'สมัคร-อภิสิทธิ์' ดวลกึ๋น


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บ่ายวานนี้ (14 ธ.ค.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (พีเน็ต) ไปยื่นหนังสือถึงพรรคพลังประชาชนเพื่อเชิญนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค ไปร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ ที่ห้องประชุมบ้านมนังคศิลา จากนั้นเดินทางไปที่พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อยื่นหนังสือเชิญนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ไปร่วมดีเบตในเวทีดังกล่าว

นายสมชัยกล่าวว่า อยากเรียกร้องให้พรรคพลังประชาชนเห็นแก่ประโยชน์ของประชาชน โดยการให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีไปร่วมแสดงวิสัยทัศน์ หากนายสมัครไม่ไปร่วมดีเบต ตนจะนำลูกชมพู่ใส่พานไปตั้งบนเวทีแทน สำหรับการเลือกตั้งล่วงหน้านั้น ส่วนตัวมีความเป็นห่วงในหลายจุด เช่น เรื่องการขนคนไปลงคะแนนเลือกตั้ง เพราะทราบมาว่าขณะนี้มีพรรคการเมืองต่างๆจ่ายเงินค่าจ้างให้กับวินรถตู้และรถประจำทาง เพื่อให้ประชาชนเดินทางไปลงคะแนน

พปช.ส่งมวยแทนขึ้นชกแทน

ด้าน นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชนแถลงว่า พรรคให้ความสำคัญกับการแสดงวิสัยทัศน์ ยืนยันว่าจะส่งตัวแทนไปร่วมกับพีเน็ต เบื้องต้นจะส่งนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจเป็นตัวแทนพูดนโยบายด้านเศรษฐกิจ และผู้บริหารพรรคจะหารือกันว่าจะส่งใครเป็นตัวแทนนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค ซึ่งมีภารกิจมากในช่วงโค้งสุดท้าย โดยอาจจะให้นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรค หรือ ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง ผู้สมัคร ส.ส.ระบบสัดส่วน กลุ่ม 6 ไปแทน

“เฉลิม” ขายไอเดียตั้งเพิ่ม 3 ศาล

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้สมัคร ส.ส.ระบบสัดส่วน กลุ่ม 6 พรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่า หากพรรคพลังประชาชนได้เป็นรัฐบาลจะเสนอแนวทางแก้ไขปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมด้วยการจัดตั้งศาลเพิ่มขึ้น 3 ศาลคือ 1. ศาลจราจรในพื้นที่ กทม. และจังหวัดใหญ่ เพราะที่ผ่านมาตำรวจสามารถเปรียบเทียบปรับได้เอง ทำให้เกิดความขัดแย้งกับประชาชนมาโดยตลอด หากตั้งศาลจราจรขึ้น ตำรวจจะทำหน้าที่เพียงเขียนใบสั่ง และยื่นเรื่องฟ้องต่อศาลจราจรเท่านั้น 2. ศาลกลางคืน เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 16.00-21.00 น. เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ไม่มีเวลาไปศาลในช่วงเวลาปกติ แต่จะให้บริการเฉพาะคดีเล็กน้อยเท่านั้น 3. ศาลเคลื่อนที่ ให้บริการประชาชนในคดีเล็กน้อย เคลื่อนที่ไปให้บริการตามจุดต่างๆ

ตอกกลับ ปชป.เด็กเลี้ยงแกะ

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคพลังประชาชนแถลงว่า พรรคพลังประชาชนเป็นห่วงการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 15-16 ธ.ค. ที่มียอดผู้ลงทะเบียนถึง 2 ล้านคน แม้เราเชื่อในความ เป็นกลางของ กกต.ทั้ง 5 คน แต่ไม่มั่นใจความเป็นกลางของ กกต.จังหวัด อาจจะมีจุดโหว่อะไรเกิดขึ้น จึงอยากขอให้เปิดโอกาสให้มีตัวแทนพรรคการเมืองเข้าไปดูแลการเปิด-ปิดหีบ

นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้หน่วยงานรัฐ เร่งตรวจสอบกรณีการขนเงินเข้าประเทศมากผิดปกติว่า กรณีดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบอยู่แล้วว่านำเงินมาทำอะไร พรรคประชาธิปัตย์อย่าพยายามพูดคลุมเครือเพื่อหวังผลการเลือกตั้งด้วยการดิสเครดิต พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เหมือนที่ก่อนหน้านี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่ามีการขนเงินหมื่นล้านบาทเข้ามาทุ่มการเลือกตั้ง ขอยืนยันอีกครั้งว่าเรื่องนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณเลย ในช่วงโค้งสุดท้ายอยากให้ยุติการสาดโคลนและสร้างเรื่องแบบเด็กเลี้ยงแกะ ขอให้เอานโยบายมาเสนอแข่งกันดีกว่า

“ยงยุทธ” เจอทหาร-ตร.ตั้งด่านสกัด

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.เชียงรายว่า ช่วงสายวันเดียว กันนี้ ระหว่างที่นายยงยุทธ ติยะไพรัช และ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน เดินทางไปตามถนนสายแม่จัน-เชียงแสน เพื่อช่วยผู้สมัครส.ส.เชียงราย เขต 3 ปราศรัยหาเสียงที่สนามกีฬาโรงเรียนบ้านจันจว้าวิทยาคม ต.จันจว้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย ได้พบกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารพราน และ ตชด.กว่า 20 นาย ถืออาวุธสงครามยืนเรียงรายสองฟากถนน ตั้งจุดตรวจสกัดบนถนนหน้าร้านวีดิโอจันจว้า ใกล้กับโรงเรียนบ้านจันจว้า ปิดสกัดไม่ให้ขบวนรถผ่านไป นายยงยุทธจึงลงจากรถเดินเข้าไปสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนอยู่ โดย พ.ต.อ.เอกพงษ์ อมรมุณีพงศ์ ผกก.สภ.แม่จัน ชี้แจงว่าทำงานตาม คำสั่งของผู้บังคับบัญชาระดับสูง หลังจากเจรจากันด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียดนานกว่า 30 นาที ตำรวจและทหาร จึงยอมเปิดทางให้ขบวนของนายยงยุทธผ่านไปที่เวทีปราศรัย

โวยจ้องเตะตัดขา

นายยงยุทธกล่าวว่า ก่อนการปราศรัยครั้งนี้ได้ ประสานไปยังผู้บังคับบัญชาระดับสูงของทหารและตำรวจไปแล้ว แต่จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่านโยบายกับวิธีปฏิบัติที่สวนทางกัน การให้ทหารและตำรวจถือปืนจำนวนมากตั้งด่านตรวจอยู่ตามท้องถนนถือว่าไม่เหมาะสม ชาวบ้านและเด็กๆผ่านไปผ่านมาจะว่าอย่างไร นอกจากนี้ยังเอากำลังไปปิดถนนบริเวณหน้าเทศบาลจันจว้า คล้ายกับมีวัตถุประสงค์ต้องการสกัดไม่ให้ประชาชนไปฟังการปราศรัย ประเทศประชาธิปไตยไม่ทำกันอย่างนี้ ทีภาคใต้มีปัญหาความไม่สงบ ทำไมไม่ส่งกำลังลงไปดูแลให้เรียบร้อย ส่วนตัวไม่โทษเจ้าหน้าที่ในระดับปฏิบัติ แต่ขอฝากให้แจ้งผู้บังคับบัญชาระดับสูงให้ยุติการปฏิบัติดังกล่าว

“อภิสิทธิ์” ตามจิกท้า “สมัคร” ดีเบต

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่พีเน็ตเชิญหัวหน้าพรรคการเมืองไปดีเบตในวันที่ 20 ธ.ค.ว่า ขอยืนยันว่าพร้อมที่จะไปขึ้นเวทีกับนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เพราะผู้ที่อาสาเป็นผู้นำประเทศ ต้องพร้อมที่จะเผชิญหน้าทางความคิด วิธีนี้เท่านั้นจะทำให้เป็นประชาธิปไตย แต่ทราบว่านายสมัครไม่อยากขึ้นเวที เพราะไม่ต้องการพูดถึงสาระเกี่ยวกับอนาคตของประเทศชาติ และต้องการเบี่ยงเบนให้เป็นประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง ทั้งนี้ ประเด็นที่ผู้อาสาตัวเป็นผู้นำประเทศจะต้องพูดแลกเปลี่ยนความเห็นกันมีดังนี้ 1. ต้องพร้อมให้ตรวจสอบประวัติการ ทำงาน ความซื่อสัตย์สุจริต 2. จะสามารถนำพาบ้านเมืองในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจได้หรือไม่ 3. ต้องพิสูจน์ว่าใครเป็นผู้นำประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะนายสมัครและพรรคพลังประชาชนโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ว่าไปสมรู้ ร่วมคิดหรือได้ประโยชน์จากการปฏิวัติ ดังนั้น อยากให้นายสมัครมาเผชิญหน้าว่า ที่ผ่านมาระหว่างเรา 2 คน ใครบ้างเคยได้ดิบได้ดีจากเผด็จการ 4. ต้องพิสูจน์ว่าใครจะสร้างความปรองดองสมานฉันท์ในบ้านเมืองได้ ทั้งหมดนี้เป็นสาระของการเลือกตั้งที่อยากให้ประชาชนพิสูจน์ว่าตนกับนายสมัครใครพร้อมจะที่ตอบโจทย์เหล่านี้

แขวะเจ็บมวยรุ่นใหญ่กลัวมวยรุ่นเล็ก

ต่อข้อถามว่าหวังจะให้การดีเบตครั้งนี้เป็นไม้ตายสุดท้ายในการหาเสียงใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า คงไม่ไปหวังเรื่องคะแนนเสียง เพราะไม่มีใครบังคับนายสมัครได้ แต่เชื่อว่าประชาชนจะตัดสินใจบนคำถาม 4 ประเด็นดังกล่าว เมื่อถามว่านายสมัครเปรียบตัวเองเป็นมวยรุ่นเฮฟวีเวท แต่นายอภิสิทธิ์เป็นมวยรุ่นไลต์เวท นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ผมเพิ่งเคยเห็นว่ามวยรุ่นเฮฟวีเวทกลัวมวยรุ่นไลต์เวท”


จาก http://www.thairath.co.th/#

ที่หนึ่งแค่วันเลือกตั้ง

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย ดูอะไรๆจะเร้าใจไปหมด

เนื่องจากกฎหมายห้ามไม่ให้เปิดเผยผลสำรวจความนิยมในช่วง 7 วันก่อนเลือกตั้งเพราะจะถือเป็นการชี้นำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งหมายความว่า นับตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะถึงเวลา 15.00 น. วันที่ 23 ธันวาคม ปิดหีบเลือกตั้ง

หมดเวลานำเสนอโพล

ช่วงสุดสัปดาห์นี้จึงได้เห็นโพลสารพัดยี่ห้อแข่งกันโชว์ตัวเลข นำเสนอผลสำรวจความนิยมโค้งสุดท้ายเลือกตั้งกันคึกคัก

เข้าเค้ามั่ง มั่วนิ่มมั่ง

แต่ดูจากผลก็ยังเป็นไปตามรูปการณ์เดิม แตกต่างกันที่ตัวเลขขึ้นๆลงๆ แต่ในส่วนของอันดับคงที่ไม่เปลี่ยนแปลง

พรรคพลังประชาชนยึดแป้นที่หนึ่ง ทิ้งห่างพรรคประชาธิปัตย์เกือบช่วงตัว

ยากที่จะพลิกเกมไล่ทันภายใน 7-8 วัน

อันดับหนึ่งแน่ๆ แต่จะได้เป็นแกนนำจัดรัฐบาลหรือไม่ นั่นอีกประเด็นหนึ่ง

ที่แน่ๆประเมินจากลีลาของมวยเก๋าอย่าง “ลุงหมัก” นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน แท็กทีม “น้าเหลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง

รีบกระแอมดักคอพรรคประชาธิปัตย์

ทวงถามมาตรฐานยุคนายชวน หลีกภัย เป็นหัวหน้าพรรค ที่เปิดทางให้พรรคความหวังใหม่ของ “บิ๊กจิ๋ว” พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่ได้อันดับหนึ่ง ฟอร์มทีมตั้งรัฐบาล

ทั้งๆที่เสียงห่างกันแค่ 125 กับ 123 ที่นั่ง

ทีมพลังประชาชนชิงดักทาง กระทุ้งให้คู่แข่งคำนึงถึงมารยาททางการเมืองที่พรรคอันดับสองจะแข่งแย่งจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคอันดับหนึ่ง หลัง “เทพเทือก” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศเจตนารมณ์เสียงดังฟังชัด

ถึงจะมาอันดับสองก็จะไม่ปล่อยให้พรรคพลังประชาชนจัดรัฐบาลง่ายๆ

ต้องแย่งกันให้ถึงที่สุดก่อน

และถึงแม้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะประกาศเดิมพันวัดใจคนเมืองกรุง เพื่อขอให้ช่วยเทเสียงเลือกพรรคประชาธิปัตย์ หากไม่ได้เสียงมาเป็นอันดับหนึ่งจะไม่แย่งจัดรัฐบาล

แต่ก็มีข้อแม้ติดติ่งห้อยท้ายเผื่อไว้

เว้นเสียแต่ถ้าพรรคอันดับหนึ่งรวมเสียงจัดรัฐบาลไม่ได้ พรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องคว้าสิทธิเป็นคิวต่อไป

แบะท่าเปิดช่องเสียบไว้แล้ว

และก็มีการพูดกันหนาหูในหมู่คนวงใน คาดการณ์พรรคพลังประชาชนจะได้เสียงอันดับหนึ่งแค่วันที่ 23 ธันวาคม เป็นแชมป์แค่ชั่วข้ามคืน

จากนั้นตัวเลขจะค่อยๆลดลงไปจากพิษไข้ใบเหลือง ใบแดง

สอยกันเป็นพวง

ตามรูปเกมของหน่วยสกัดขั้วอำนาจเก่า จำเป็นต้องพยายามอย่างยิ่งยวดในการ “บอนไซ” เครือข่ายไทยรักไทยไม่ให้ฟื้นกลับมา

ดึงตัวเลขให้ปลอดภัยสุด

และแน่นอนภายใน 7 วันหลังรู้ผลเลือกตั้ง หากพรรคพลังประชาชนวิ่งจับขั้ว จีบพรรคร่วมตั้งรัฐบาลไม่ได้

โอกาสก็จะตกเป็นของทีม “บุญอุ้ม”

นายอภิสิทธิ์ล็อกแขนมัดข้าวต้มกับ “บิ๊กเติ้ง” นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ประสานร่างพันธมิตรฝ่ายค้านเดิมที่ร่วมกันล้ม “ทักษิณ” มา

วิ่งเข้าหาพรรคเพื่อแผ่นดินในฐานะตัวแปรสำคัญ

ทำการกวาดต้อนไพร่พลของพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พรรคมัชฌิมาธิปไตย และพรรคประชาราช รวบรวมทุกเสียงของพรรคเล็กพรรคน้อย

ปั่นตัวเลขแซงหน้า

โดดเดี่ยวค่ายพลังประชาชนเป็นฝ่ายค้านพรรคเดียว.


ทีมข่าวการเมือง รายงาน

จาก http://www.thairath.co.th/#

'มาร์ค' แบ่งรับแบ่งสู้คำเชียร์พรรคอันดับ 2 ตั้งรบ.


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าววันนี้ (15 ธ.ค.) ระหว่างลงพื้นที่หาเสียงที่ห้างสรรพสินค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ กรุงเทพฯ ว่า ช่วงโค้งสุดท้ายจะกระตุ้นคนทุกกลุ่มให้ไปใช้สิทธิกันมากๆ เพราะเป็นโอกาสที่คนไทยจะทำให้ประเทศกลับเข้ารูปรอย มีรัฐบาลที่ซื่อสัตย์ ร่วมทั้งทำงานให้ชาติและประชาชนเพื่อให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า โดยเวลาอีก 7 วัน ไม่ว่าจะตัดสินใจเลือกพรรคใดก็ขอให้ไปใช้สิทธิแสดงพลังประชาธิปไตย ส่วนประชาชนที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคใดในช่วง 7 วันสุดท้ายที่เหลือนั้น พรรคประชาธิปัตย์จะย้ำประเด็นให้การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการเลือกอนาคต ว่าต้อง การรัฐบาลและผู้นำแบบใด

สำหรับกรณีที่ นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย เสนอแนวคิดหากพรรคลำดับ 1 ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้พรรคอันดับที่ 2 สามารถจัดตั้งรัฐบาลแข่งขันได้ หัวหน้า ปชป. กล่าวว่า ข้อเสนอดังกล่าว คงเป็นการพูดในข้อกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติพรรคที่ได้ลำดับ 1 มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลก่อน แต่หากติดขัดไม่สามารถจัดตั้งได้ต้องเปิดโอกาสให้พรรคที่ได้ลำดับที่ 2 จัดตั้งรัฐบาล ส่วนจะเป็นการเปิดช่องให้พรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาลหรือไม่นั้น เห็นว่า เป็นข้อเสนอในเชิงวิชาการ


“ถ้าพรรคที่ได้คะแนนลำดับ 1 จัดตั้งไม่ได้เป็นเรื่องของรัฐสภาที่จะรวบรวมเสียงข้างมากตั้งรัฐบาลให้ได้ ส่วนการกล่าวของนายบรรหารเป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ คงต้องการชี้ให้เห็นว่า มีความพยายามสร้างกระแสให้เกิดความสับสนอยู่” นายอภิสิทธิ์ กล่าว และว่า


หัวหน้า ปชป. ยังกล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการดำเนินการตามวาระแห่งชาติว่าด้วยรณรงค์และแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง (ครส.) ยอมรับว่า มีขบวนการจ้องล้มการเลือกตั้ง ว่า สิ่งสำคัญขอให้คนไทยแสดงความมั่นคงว่า จะออกไปใช้สิทธิใช้เสียงตัดสินใจชี้อนาคตบ้านเมือง อย่าให้การเลือกตั้งถูกเบี่ยงเบน


จาก http://www.thairath.co.th/#

"ชลิต" ปัด คมช. เบื้องหลังม็อบบุกสภา

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ รักษาการประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมหน่วยงานความมั่นคงเพื่อหามาตรการดูแลความปลอดภัยในช่วงการเลือกตั้งและช่วงปีใหม่ ว่า ช่วงที่ประชุมเกิดขึ้นหลังจากมีกลุ่มม็อบบุกรุกเข้าไปในอาคารรัฐสภา ซึ่งนายกรัฐมนตรีคงเป็นห่วงเรื่องการดูแลความปลอดภัย และความวุ่นวายต่างๆ บางครั้งใช้กฎหมู่มากเกินไป จึงรบกวนสิทธิ์ของคนอื่น เรื่องพวกนี้ทุกคนควรระมัดระวัง ไม่ทำลายสิทธิ์ของคนอื่น เมื่อเกิดความวุ่นวายก็จะทำลายความมั่นคง และเรื่องอื่นๆ ก็จะเริ่มสั่นคลอน
ส่วนที่นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ระบุว่า ม็อบที่บุกรุกที่อาคารรัฐสภาเป็นม็อบจัดตั้งโดยทหารที่ทำปฏิวัติ เพื่อล้มการเลือกตั้ง พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ไม่ทราบ ให้ทุกคนช่วยกันหาข่าว จะทำไปทำไม การพูดนั้นพูดกันได้ แต่ต้องดูว่าใครเข้าไป เป็นกลุ่มไหน และใครสามารถบังคับใครได้หรือไม่ บางทีคนที่พูดก็พูดไปเรื่อย บางทีต้องฟังหูไว้หู และคนฟังต้องคิดว่าไม่ใช่คำพูดที่ถูกต้องของจริง ต้องเก็บข้อมูลไว้ว่าเป็นอย่างไร ส่วนจะเป็นการโจมตี คมช.เพื่อต้องการไม่ให้ประชาชนไว้วางใจหรือไม่ ส่วนตัวคงไม่ทราบ เพราะจิตใจคนเดาใจยาก
กรณีนายสมัคร ระบุว่า ผู้ที่ปฏิวัติยังไม่หยุดยิ่ง ยังเดินหน้าสกัดกั้นพรรคพลังประชาชนไม่ให้เป็นรัฐบาล พล.อ.อ.ชลิต กล่าวพร้อมกับหัวเราะว่า คงามจริงอยากหยุด คงจำได้สิ่งที่คณะปฏิรูปดำเนินการตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2549 เรามุ่งหวังอยากจะแก้ไขรัฐะรรมนูญไม่ให้เอื้ออำนวยกับกลุ่มใดกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ในที่สุดเราก็ได้มาจากการลงประชามติ ซึ่งตนเองคิดว่าเป็นความสำเร็จของคนไทย เรามีรัฐบาลและบริหารประเทศมา บางคนบอกว่าเศรษฐกิจไม่ค่อยดี แต่ต้องหันไปดูประเทศอื่น น้ำมันขึ้นขนาดนี้ เรื่องต่างๆ ต้องดูสิ่งแวดล้อมโลกด้วย สิ่งสุดท้ายที่ คมช.มองภาพคือต้องมีการเลือกตั้ง และมีรัฐบาลใหม่ คมช.จะได้หมดภาระ ประชาชนต้องคนที่ดี รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แล้ว คมช.จะเลื่อนไปเพื่ออะไร เพราะทุกคนต้องการเลือกตั้งทั้งนั้น

เนชั่นทันข่าว จาก http://breakingnews.nationchannel.com/

สดศรี ระบุหารือ พล.อ.สนธิ ไม่ได้สกัดกั้นพรรคการเมือง


กรุงเทพฯ 15 ธ.ค. - “สดศรี” แฉ กกต.ทั้ง 5 คน ถูกข่มขู่ ระบุหารือ “พล.อ.สนธิ” ไม่ได้สกัดกั้นพรรคการเมืองใด ท้าหากไม่พอใจการทำงานของ กกต. ยื่นฟ้องศาลได้ อย่าใช้กฎหมู่มาข่มขู่ ยืนยันไม่เลื่อนเลือกตั้ง

นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตและในเขตหน่วยเลือกตั้ง ที่วัดเวฬุราชิน และวัดอินทราราม เขตธนบุรี พบว่า ซองใส่บัตรเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้งที่ฝั่งธนบุรีบางหน่วยเลือกตั้งไม่เพียงพอ จึงได้ประสาน กกต.กลาง ให้เร่งส่งซองใส่บัตรเลือกตั้งมาให้ นอกจากนี้ยังไม่พบปัญหาอะไร ส่วนปัญหาที่ จ.สมุทรปราการ พบว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตไม่มีรายชื่อ ทั้งที่ได้ลงทะเบียนใช้สิทธิไว้ก่อนหน้านี้แล้วจำนวนมาก


นางสดศรี กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องตั้งกรรมการสอบว่ารายชื่อหายไปได้อย่างไร และจะแจ้งไปยังกรมการปกครองว่า รายชื่อที่ลงทะเบียนไว้หายไปได้อย่างไร ซึ่งการคุมเรื่องจำนวนผู้ลงคะแนน เป็นอำนาจของกรมการปกครองที่จะต้องแจ้งเข้ามายัง กกต. ไม่ใช่อำนาจของ กกต.โดยตรง อย่างไรก็ตาม ภาพรวมในวันนี้ หลังจากที่ได้มีการลงคะแนนไปแล้วส่วนหนึ่ง ถือว่าเป็นที่พอใจ คิดว่าจะเรียบร้อย ไม่น่ามีปัญหาอะไร


"ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกัน เชื่อว่าการเลือกตั้งล่วงหน้า 2 วันนี้ คงไม่มีการทุจริต เพราะถ้าใครคิดจะทุจริต ขอให้คิดให้ดี กฎหมายคราวนี้แรงมาก เพราะถ้า กกต.สามารถจับทุจริตได้ จะยื่นฟ้องทันที" นางสดศรี กล่าว


นางสดศรี กล่าวถึงการหารือกับ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการดำเนินการตามวาระแห่งชาติว่าด้วยการรณรงค์และแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง (ครส.) ว่า พล.อ.สนธิ มาประสานงานและสอบถาม กกต.ว่ามีปัญหาอะไรที่จะให้ ครส.ช่วยหรือไม่ ซึ่ง กกต.ได้แจ้งว่า สิ่งที่ต้องการให้ช่วย คือ เรื่องความปลอดภัยของ กกต. เพราะการร้องเรียนและล้อมกรอบ กกต. เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ไม่ได้ดูแล กกต.เลย


"มายืนด่า กกต.บนที่ทำงาน กกต. ซึ่งถือว่าเป็นความผิด แต่ก็ไม่มีใครดำเนินการอะไร ยืนยันว่า กกต.ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ต่อไปหากมีการมาประท้วงและด่าทอ กกต.อีก และสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ทำอะไร ก็จะถือว่าละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งถือว่ามีความผิด" นางสดศรี กล่าว


นางสดศรี ยืนยันว่า การพบกับ พล.อ.สนธิ หากมองว่าเป็นการสกัดกั้นพรรคการเมืองบางพรรค ขอให้ไปฟ้องต่อศาลในการทำหน้าที่ของ กกต.ว่ามีพฤติกรรมอย่างไรในการสกัดกั้นพรรคการเมือง แต่ไม่ใช่มาใช้กฎหมู่แทนกฎหมาย ถ้าปล่อยให้กฎหมู่มาขัดขวาง กกต.แล้ว กกต.คงทำหน้าที่ไม่ได้ ซึ่งอาจมีพรรคการเมืองบางพรรคอยู่เบื้องหลังผู้ชุมนุมให้มาก่อกวน กกต. ก็เป็นเรื่องที่น่าเชื่อได้


"ถ้าเห็นว่า กกต.ทำงานไม่ถูกต้อง ไม่สุจริต ก็ใช้กระบวนการทางศาล แต่ไม่ใช่มากดดัน กกต. มาล้อมกรอบ กกต. แล้วถ้าถึงขั้นเผาอาคารศรีจุลทรัพย์ (ที่ทำงาน กกต.) ขอบอกว่าอาคารนี้เป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ อย่าทำเกินเลยถึงขนาดนั้น ถ้าวันเลือกตั้งทั่วไป 23 ธ.ค. ทำถึงขนาดนั้น ก็จะต้องแจ้งความดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง และ สตช.ต้องดูแล กกต.ด้วย" นางสดศรี กล่าว


นางสดศรี กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังมีการข่มขู่ กกต.ทั้ง 5 คน แต่คนอื่นไม่พูด และขอบอกกับคนที่ไม่หวังดีต่อ กกต. ถ้าทำอะไร กกต.แล้ว อย่าคิดว่าทำให้ไม่มีการเลือกตั้ง และขอยืนยันว่าไม่มีการเลื่อนเลือกตั้งเด็ดขาด เพราะถ้าไม่มี กกต. กฎหมายยังกำหนดไว้แล้วว่าให้ใครทำหน้าที่แทนได้. - สำนักข่าวไทย


ที่มา : สำนักข่าวไทย

โคราชวุ่นสาวโรงงาน 500 คนรายชื่อหาย อดใช้สิทธิล่วงหน้า


นครราชสีมา 15 ธ.ค. - เลือกตั้งล่วงหน้าโคราชคึกคักแม้มีฝนโปรยปราย สาวโรงงานกว่า 500 คน ผิดหวัง หลังพบว่า ไม่มีรายชื่อในบัญชีผู้มีสิทธิ ทั้งที่แจ้งลงทะเบียนขอใช้สิทธิล่วงหน้าไว้แล้ว

นายเมธา ศิลาพันธ์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา กล่าวถึงการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าวันนี้ ว่าขณะนี้ประชาชนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิด โดยเฉพาะผู้ที่มาใช้สิทธิล่วงหน้าในเขตจังหวัด มาแจ้งขอใช้สิทธิโดยไม่มีเหตุผลจำเป็น อย่างไรก็ตาม แม้จะมีประชาชนออกมาใช้สิทธิจำนวนมาก ทาง กกต. ได้ป้องกันการขนคนมาลงคะแนน ด้วยการจัดเตรียมบัตรเลือกตั้งไว้แค่ 5% ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในอำเภอนั้นๆ หากบัตรเลือกตั้งหมดก่อน ก็ต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 23 ธ.ค.แทน และขณะนี้ยังไม่มีรายงานการขนคนมาลงคะแนนเสียงแต่อย่างใด สำหรับปัญหาที่พบในช่วงเช้าที่ผ่านมาคือ พนักงานโรงงานกว่า 500 คนที่ยืนยันว่าได้แจ้งลงทะเบียนขอใช้สิทธิล่วงหน้าไว้แล้ว แต่กลับไม่มีรายชื่อในบัญชีที่ติดประกาศในหน่วยเลือกตั้ง ทาง กกต.ได้แก้ไขปัญหาด้วยการให้กลับไปนำเอกสารตอบรับของ กกต. มายืนยันกับเจ้าหน้าที่ จึงจะให้ใช้สิทธิลงคะแนนได้ นอกจากนี้ ประชาชนบางส่วนยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับสถานที่ลงคะแนน และบางรายก็มาใช้สิทธิโดยไม่ได้แจ้งชื่อลงทะเบียนล่วงหน้าไว้


สำหรับบรรยากาศตามหน่วยเลือกตั้งต่างๆ เป็นไปด้วยความคึกคัก โดยในช่วงเช้าที่ผ่านมา มีฝนตกโปรยปรายลงมาเล็กน้อย แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไร ประชาชนจำนวนมากยังทยอยออกมาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง. - สำนักข่าวไทย

ที่มา : สำนักข่าวไทย