WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, December 18, 2007

ใครจ้องล้มกระดาน?


จากคิวท่อนเหล็กที่คนงานก่อสร้างตึกข้างบ้านทำตกใส่สนามหน้าบ้านจนตกอกตกใจโวยวายๆถูกปองร้าย มาถึงคิวที่ “เจ๊สด” นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาแฉถูกข่มขู่ ไล่ให้ลาออกจาก กกต.

ก็น่าฉงนสนเท่ห์อยู่หรอก ทำไม “เจ๊สด” แกป่วนอยู่คนเดียว

ถ้าไม่บังเอิญว่ารายการหลังนี้ มันพ่วงเอาเงื่อนไขล้มเลือกตั้งเข้าไปด้วย

ที่สำคัญเลย จับสัญญาณในหมู่เสือ กกต.คนอื่นๆ

นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวนวินิจฉัย ก็พูดเป็นนัยทำนอง มีกระบวนการหนึ่งที่พอจะรู้ พยายามสร้างให้เกิดความวุ่นวาย เพื่อให้ภายหลังการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม หรือเพื่อนำไปสู่การยุบพรรคและมีความวุ่นวาย

อยากขอร้องให้ประชาชนและพรรคการเมืองช่วยกันให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต ยุติธรรม เพื่อให้บ้านเมืองมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเข้ามาบริหารประเทศ

นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ฝ่ายบริหารการเลือกตั้ง เรียกร้องให้ฝ่ายใดก็ตามที่ออกมาปล่อยข่าวล้มการเลือกตั้ง ขอให้ยุติได้แล้ว

สะท้อนข้อมูลเบื้องลึกไปในทางเดียวกัน

และล่าสุด นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. รีบออกมายกสถานการณ์ที่ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นจำนวนมหาศาล เป็นการแสดงให้เห็นว่า

ผู้ใดจะเลื่อนการเลือกตั้ง แผ่นดินจะลุกเป็นไฟแน่

ดักคอกันแรงๆ

นั่นย่อมแสดงว่า ขบวนการจ้องล้มเลือกตั้งไม่ใช่แค่ข่าวโคมลอย

เกมขู่ กกต.น่าจะเป็นของจริง

ยิ่งจับอาการ “เจ๊สด” ที่ไม่นิยมอมพะนำกับใคร คิวนี้อ้างกันโต้งๆ นายประพันธ์ก็โดนขู่ด้วย และคนที่รู้เรื่องดีที่สุดก็คือนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.

อิงพยานปากเอกเลย

แต่ที่เอะใจกับประโยคลอยๆของ “เจ๊สด”

“กกต. 5 คน มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้ดีที่สุดเท่านั้น ไม่เข้าใจว่าทำไมบ้านเมืองจึงยังมีพวกซ้ายพวกขวา มีการแบ่งอำนาจเก่า อำนาจใหม่ เราไม่เคยคิดเข้าข้างทั้งฝ่ายซ้ายและขวา เพราะทุกคนเป็นคนไทยด้วยกัน อยากให้เคารพกฎหมาย”

พูดเหมือนมีคนไม่พอใจที่ กกต.ยืนอยู่ตรงกลาง

ใครล่ะผู้สูญเสียประโยชน์

ที่แน่ๆรีบชิ่งก่อนเลย “ลุงหมัก” นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ส่งเสียงแสดงความห่วงใยมาจากเวทีปราศรัยที่จังหวัดหนองคาย

ให้กำลังใจ “เจ๊สด” ที่โดนขู่ให้ลาออก

พร้อมเปิดข้อมูลส่วนตัว ได้รับการยืนยันว่า ไม่ใช่ฝีมือของพรรคการเมือง กลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวเป็นพวกใจคอสกปรก ไม่อยากเห็นบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย

โบ้ยให้พ้นตัวไว้ก่อน

แต่ที่ไม่ทันชิ่ง เผือกร้อนวิ่งเข้าหาเอง “บิ๊กบัง” พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการดำเนินการตามวาระแห่งชาติว่าด้วยการรณรงค์และแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง (ครส.) รีบรุดเข้าพบนายอภิชาต

เป็นห่วงเป็นใยที่ กกต.โดนขู่

ทั้งๆที่ตามรูปการณ์ มาด้วยความหวังดีแท้ๆ แต่กลับต้องออกมาปฏิเสธปมแทงใจ การไปพบ กกต.ทำให้เกิดความหวาดระแวงว่า อดีตประธาน คมช.ไปแทรกแซง

กดดันให้ กกต.ลาออก

พักหลังๆ “บิ๊กบัง” รับบทผู้ร้ายตลอดเลย

ทั้งๆที่ว่ากันตามรูปการณ์ ทั้งคิวของ “สมัคร” ต่อเนื่องมาถึงคิว “บิ๊กบัง” ขนาดยังไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ยังถูกตั้งแง่สงสัยซะได้

ใครจะโง่ตายน้ำตื้น

ไอ้ที่น่าระแวงจริงๆ พวกที่กำลังจะหมดราคา

ประเภทไอ้โม่งที่คอยคุมเชิงอยู่ข้างหลัง แกล้งยั่วม็อบเอ็นจีโอให้บุกสภา ก่อหวอดบ้านเมืองวุ่นวาย ไปยันพวกที่ยังไม่ทันไรก็ออกมาขู่ล่วงหน้า จะระดมพลม็อบป่วนเมืองกันท่านั้นท่านี้

ส่ออาการไม่ยอมรับผลเลือกตั้ง.


ทีมข่าวการเมือง รายงาน


จาก http://www.thairath.co.th/#

มั่นใจพรรคไม่มีกลุ่มงูเห่าแน่นอน


นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงความปรองดองในการจัดตั้งรัฐบาลว่า ทางพรรคพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกพรรคการเมือง จะมองผลประโยชน์ประเทศชาติ ปัญหาเศรษฐกิจเป็นหลักโดยทำอย่างเร่งด่วน ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลเป็นเรื่องรอง เพื่อให้บ้านเมืองสงบ ลดความขัดแย้ง แต่หากไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งและไม่เคารพผลการเลือกตั้ง เชื่อว่าบ้านเมืองก็จะวุ่นวายไม่จบ และขอยืนยันว่าแนวทางนิรโทษกรรม 111 กรรมการบริหารพรรค เป็นเรื่องรอง
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากพรรค พปช.เป็นรัฐบาลจะทำงานร่วมกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษได้หรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า ในส่วนขององคมนตรีส่วนใหญ่จะเป็นงานที่มีกฎหมายรองรับ ทำงานด้วยกันได้อยู่แล้วทุกอย่างมีกฎหมายรองรับหมดไม่ว่าจะเป็นองค์กรไหน
ยืนยันว่าหากพรรคได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งนายสมัคร จะต้องเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน และต้องพิจารณาว่าพรรคการเมืองใดจะสนับสนุนให้นายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรีบ้าง
เมื่อถามว่า ห่วงขั้นตอนการโหวตเลือกนายกฯจะเกิดกรณีงูเห่ารอบ 2 หรือไม่ นายยงยุทธกล่าวว่า นักการเมืองอยู่ในที่แจ้ง ก่อนโหวตบอกอย่าง แต่พอถึงเวลาโหวตกลับเป็นอีกอย่าง เพื่อความสะใจของตนแต่ความเป็นมนุษย์จะหายไปหมด ซึ่งมั่นใจว่าพรรคจะไม่มีกลุ่มงูเห่าแน่นอน เพราะได้ต่อสู้กับอำนาจทุกรูปแบบผ่านความยากลำบากมาด้วยกัน ต่างจากพรรคประชาธิปัตย์ที่ก่อนหน้านี้ต่อสู้กับเผด็จการรัฐประหารทุกรูปแบบแต่ตอนนี้ความอยากเป็นรัฐบาลมากถึงกับต้องแก้หลักการใหม่
นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวยืนยันว่า หากผลการเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคมนี้ ปรากฏออกมาว่า พรรคพลังประชาชนได้รับเลือกตั้งด้วยเสียงจากประชาชนเกินจำนวนครึ่ง พรรคพลังประชาชนก็จะไม่จัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว แต่จะจับมือร่วมกับพรรคการเมืองอื่นเพื่อให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ โดยตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องมี 300 เสียงขึ้นไป แต่ขณะนี้พรรคยังไม่ได้พิจารณา หรือหาสูตรในการจับขั้วว่าจะรวมกับพรรคการเมืองไหน

พปช.แนะกทม.เก็บหีบบัตรที่กลาง


นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน แถลงว่าเป็นห่วงการเลือกตั้ง หากการเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ ยุติธรรม และไม่โปร่งใส จะทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้ เพราะหากการเลือกตั้งมีปัญหาจะกลายเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ขยายตัวออกไป และเชื่อว่าภาระในการตรวจสอบเฉพาะ กกต.ฝ่ายเดียวไม่เพียงพอ โดยเฉพาะการเก็บรักษาหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า จึงขอเสนอแนววิธีที่ง่ายที่สุด คือในกทม.ควรจัดเก็บไว้สถานที่กลางแห่งใดแห่งหนึ่งเพียงจุดเดียว และมีตัวแทนพรรคการเมืองหรือพยาน เข้าไปดูแลจนก่อนถึงวันเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคมนี้ ส่วนในต่างจังหวัด ก็เก็บส่วนกลางจุดเดียว ที่มีเจ้าหน้าที่ดูแล

“สมัคร” ประกาศไม่มีทางหยุดพปช.


นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน พร้อมคณะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ที่สนามทุ่งศรีเมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี เวลา 16.00 น. ท่ามกลางประชาชนกว่า 6,000 คน โดยเล่าเหตุการณ์การเมืองที่สาเหตุ พ.ต.ท.ทักษิณ เสนอตัวมาแก้ปัญหา และระบุว่า นายกฯทักษิณ รวยมาก่อนเพราะธุรกิจ ไม่ต้องไปขอสนับสนุนจากใคร เงินหาเสียงแค่ 720 ล้านบาท ไม่มีปัญหา ท่านคิดไม่เหมือนชาวบ้าน พรรคการเมืองแบบราชการนิยม แก้ปัญหาบ้านเมืองไม่ได้ ก็เอาวิธีการใหม่ๆ เข้ามา ไม่ว่ากองทุนหมู่บ้าน สินค้าโอท็อป บัตรสุขภาพ รวมไปถึงบทบาทกับต่างประเทศ ทำให้คืนเงินกู้ไปได้ทั้งหมดŽ นายสมัครกล่าว และว่าไม่มีทางหยุดพรรคพลังประชาชนได้ หนทางเดียวคือต้องยุบพรรคทิ้ง
"สมัคร"จวกคนขู่ กกต."ใจสกปรก"

นายสมัคร ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่หาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย ของพรรค ที่ตลาดโพธิ์ชัย อ.เมือง จ.หนองคาย เกี่ยวกับกรณีที่นางสดศรี ระบุว่าถูกข่มขู่ให้ลาออก และคนที่ข่มขู่ไม่ใช่นักการเมืองว่า รู้สึกเห็นใจ กกต. อยากบอกว่าคนที่ข่มขู่นั้นใจคอสกปรก ไม่อยากเห็นบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย หวังว่าทุกอย่างต้องเดินหน้าจนมีการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคม


ผู้สื่อข่าวถามว่ามี คมช.บางคนไปพบ กกต.เพื่อขอให้ลาออก นายสมัคร กล่าวว่า ประชาชนจะเห็นความจริงว่าใครทำอะไรไว้ ยืนยันว่าพรรคพลังประชาชน และพรรคอื่นๆ จะไม่ก่อเหตุก่อกวน กกต. เพราะทุกคนอยากให้มีการเลือกตั้ง หากไปดำเนินการกับ กกต.อย่างนั้นจริง จะขายหน้าไปทั่วโลก เพราะที่จริง กกต.ไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐบาล แต่เป็นคนกลางอย่างแท้จริงที่จะดูแลการเลือกตั้ง ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องไปเล่นงาน กกต.อย่างนี้


เผยยุบคตส.ใช้เสียงในของสภา

ส่วนกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยระบุว่าจะเคลื่อนไหวหากรัฐบาลหน้ายุบคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) และออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยทั้ง 111 คนนั้น นายสมัคร กล่าวว่า เมื่อมีการเลือกตั้งทุกคนก็ควรยอมรับ เมื่อมีรัฐสภาก็ไม่ควรมีองค์กรพิเศษอีก


ผมไม่ได้บอกว่าจะยุบคตส. แต่การดำเนินการควรทำตามกฎหมาย คตส.เองก็รู้ว่าแต่งตั้งมาเป็นองค์กรพิเศษ คนที่ถูกแต่งตั้งหลายคนก็ไม่เป็นกลาง เป็นศัตรูของผู้ถูกสอบสวน ดังนั้น เมื่อเป็นรัฐบาลผมจะดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย จะขอเสียงในสภา 1 ใน 4 เพื่อให้ คตส.ยุติการทำงานโดยอัตโนมัติ จากนั้นก็ให้กระบวนการศาลรับไปดำเนินการตามปกติ การออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม 111 คนนั้น ยืนยันว่าต้องดำเนินการ เพราะคนเหล่านั้นไม่ได้ทำความผิด ที่ผ่านมาเป็นเพียงการวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญไม่ใช่คำตัดสินหรือคำพิพากษา ส่วนตัวไม่อยากใช้คำว่าทุเรศ นายสมัครกล่าว

Monday, December 17, 2007

พปช.ชูแคมเปญใหม่ให้เลือกเกินครึ่ง



นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน แถลงแคมเปญหาเสียงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งว่า แถลงแคมเปญหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งว่า พปช.จะนำเสนอการให้ข้อมูลเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจในช่วงโค้งสุดท้ายหลายรูปแบบ โดยวันที่ 17 ธันวาคม จะทำเป็นโฆษณาลงหนังสือพิมพ์ต่างๆ จนตลอดสัปดาห์ โดยเป็นข้อความ "หมดเวลาทะเลาะกัน เลือกเกินครึ่ง เศรษฐกิจจะฟื้นแน่"


นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า เนื้อหาจะแสดงให้เห็นถึง 3 ส่วน คือ 1.หมดเวลาทะเลาะกัน 2.เลือก พปช.เกินครึ่ง และ 3.เศรษฐกิจจะฟื้นแน่ จะทำเป็นกระดาษไปปิดทับป้ายหาเสียงเดิมให้เหมือนกันทั่วประเทศ เพื่อจะบอกกับประชาชนว่าหมดเวลาแล้วที่จะมาทะเลาะกันเอง ขอให้เลือก พปช.มาเกินครึ่ง เพื่อจะบอกว่าวันนี้ประเทศชาติบอบช้ำแล้ว นักการเมือง พรรคการเมืองและทุกๆ คน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหันมาเน้นความสามัคคี และไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งกันอีก เพราะเป็นหน้าที่ของนักการเมืองทุกคน และทุกพรรคที่จะมาร่วมใจกัน แล้วแต่ละคนทำหน้าที่ บทบาทของตัวเองให้ดีที่สุด ทั้งหน้าที่ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน โดยไม่มุ่งทำลายล้างให้ประเทศชาติบอบช้ำและเสียหายหนักกว่านี้


"ที่เราเน้นว่าให้เลือกเกินครึ่ง เพราะวันนี้เริ่มมีการพูดในลักษณะที่ว่า ถึงแม้จะไม่ได้รับเสียงความไว้วางใจจากประชาชนเป็นอันดับหนึ่ง ก็จะพยายามจับมือรวมๆ กันหลายๆ พรรค เพื่อแย่งกันจัดตั้งรัฐบาล ที่จะทำให้เห็นบรรยากาศเก่า โดยเฉพาะในคืนวันเลือกตั้ง ตอนห้าทุ่มหรือเที่ยงคืน จะมีการแย่งชิงกัน จับกลุ่มคุยเพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่เราไม่ได้เห็นมากว่า 10 ปีแล้ว เพราะในภาวะที่มีระบอบประชาธิปไตยที่เอื้ออำนวยให้มีพรรค การเมืองที่เข้มแข็ง มีรัฐบาลเข้มแข็ง เราจะได้เห็นฉันทานุมัติของประชาชนที่ได้มอบให้พรรคการเมืองที่มีเสียงอันดับหนึ่งก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างชัดเจน เปิดเผยไม่ต้องแย่งชิงกันเพื่อจัดตั้งรัฐบาล แต่วันนี้ท่าทีที่ออกมาว่าจะมีการรวมกลุ่มแย่งชิง เป็นท่าทีที่น่าห่วงใย เพราะสุดท้ายการจัดตั้งรัฐบาลจะขึ้นอยู่กับการต่อรองผลประโยชน์ ที่เป็นเก้าอี้ใน ครม." นพ.สุรพงษ์กล่าว


นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า ถ้าประชาชนต้องการให้ พปช. ไปกู้วิกฤตเศรษฐกิจหนทางเดียวที่จะทำให้ พปช.ทำได้อย่างนั้นก็ต้องเลือกให้เกินครึ่งหรือเกิน 240 เสียง เพื่อจะได้ไม่ต้องไปแย่งชิงในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ พปช. ไม่ได้คิดว่าจะเป็นรัฐบาลเพียงพรรคเดียว เพราะเสถียร ภาพของรัฐบาลเป็นเรื่องสำคัญ แต่หากรัฐบาลเข้มแข็งมีเสถียรภาพ โดยมี ส.ส.สนับสนุนมากเพียงพอ การแก้ปัญหาก็เป็นไปได้ง่ายมากนั้น


นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า ได้พูดตลอดว่า พปช.สามารถร่วมทำงานได้ทุกพรรคที่มีแนวนโยบายที่ทำงานร่วมกันได้ แม้จะเป็นการทำงานต่างบทบาทก็ต้องการที่จะทำงานร่วมกัน ในส่วนของพรรคฝ่ายค้านเดิมในอดีตที่มีอยู่หลายพรรค แม้บางพรรคจะไม่เคยทำงานร่วมกันมาก่อน แต่ไม่ใช่ว่าจะทำงานร่วมกันไม่ได้


ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคชาติไทยน่าสนใจชวนมาร่วมรัฐบาลหรือไม่ นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า พรรคชาติไทยในอดีตก็เคยทำงานร่วมกันมา ผู้บริหารพรรคชาติไทยหลายคนก็มีประสิทธิภาพและอุดมการณ์ ในการทำงาน ส่วนพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาที่ออกมาบอกว่าพร้อมทำงานร่วมกับ พปช.นั้นก็ต้องขอบคุณ ที่พยายามที่จะส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือกันทุกฝ่าย ซึ่ง พปช.พร้อมจะร่วมมือกับทุกฝ่ายที่จะได้กู้วิกฤตของประเทศ


"วันที่ 20 ธันวาคม เวลา 13.00-16.00 น. นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค จะพูดเรื่อง นโยบายระบบจราจรโดยใช้หัวข้อ "การสนทนาปัญหาระบบจราจรและเรื่องนครสุวรรณภูมิ" ที่ห้องประชุม เอดิทอเรียน ชั้น 6 ศูนย์สรรพสินค้าดิ เอ็มโพเรียม" นพ.สุรพงษ์กล่าว


นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน พร้อมด้วยแกนนำ หาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จ.หนองคาย โดยนายสมัครให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคพลังประชาชนออกแคมเปญหาเสียงลอตใหม่ โดยชูประเด็นเลือกพลังประชาชนเกินครึ่งว่า พลังประชาชนเสนอ ชูในเรื่องความปรองดองเลิกทะเลาะกันมานานแล้ว แม้ว่าจะได้เสียงเกินครึ่ง 240 พรรคพลังประชาชนก็พร้อมเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองอื่นมาร่วมงาน หากเสียงเกิน 300 ก็ดี การบริหารงานของรัฐบาลมีความมั่นคง ขณะนี้มีพรรคการเมืองที่อยากร่วมงานกับเรา แต่ยังไม่อยากเอ่ยชื่อเพราะสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่ สามารถพูดได้

จาก http://www.ppp.or.th/index.asp

เวทีพีเน็ตล่ม พปช.ไม่ร่วมดีเบต

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (พีเน็ต) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดเวทีแสดงวิสัยทัศน์ (ดีเบต) ระหว่างพรรคพลังประชาชนกับพรรคประชาธิปัตย์ ในวันที่ 20 ธันวาคมนี้ ว่า การจัดดีเบตดังกล่าวคงไม่เกิดขึ้นแล้ว เนื่องจากพรรคพลังประชาชนแจ้งมาในวันนี้ ว่าผู้บริหารพรรคทุกคนติดภารกิจ ไม่สะดวกที่จะมาร่วมดีเบต จึงขอสละสิทธิ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน แจ้งว่าจะส่ง นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ นายยงยุทธ ติยะไพรัช และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง มาร่วม ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ตอบรับว่า จะส่งผู้บริหารพรรค คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรณ์ จาติกวณิช และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เข้าร่วม

จาก http://breakingnews.nationchannel.com/index.php?cat=

ประแสง ยื่นศาลปกครองไต่สวนฉุกเฉิน กกต.

ผู้สมัครส.ส. เขต 1 อุทัยธานี พรรคพลังประชาชน ยื่นศาลปกครอง ไต่สวนฉุกเฉิน กกต. ขู่แจกใบแดง ให้เป็นรายแรกพร้อมเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งล่วงหน้าใหม่



ในวันนี้ นายประแสง มงคลศิริ ผู้สมัครส.ส.แบบแบ่งเขต ในเขตการเลือกตั้งที่ 1 จ.อุทัยธานี พรรคพลังประชาชนได้เดินทางมายื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อศาลปกครองสูงสุด และขอให้ศาลมีคำสั่งไต่สวนฉุกเฉิน
เพื่อให้กกต.ดำเนินการเยียวยา กรณีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับตนในทางเสียหาย โดยกล่าวหาว่าตนเป็นบุคคลเสียสติ รวมถึงมีคำขู่ว่าจะแจกใบเหลือง ใบแดง ให้กับตนเป็นรายแรก ทั้งนี้ นายประแสง กล่าวว่า ได้ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ กกต.หยุดการให้สัมภาษณ์ถึงตน พร้อมลงประกาศในสื่อสิ่งพิมพ์และโฆษณาแก้ไขว่าตนไม่ได้เป็นบุคคลเสียสติ รวมถึงการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตการเลือกตั้งที่ 1 จ.อุทัยธานี ใหม่เพราะเชื่อว่าผลจากการพูดพาดพิงในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดความเสียหายและประชาชนอาจเกิดความเข้าใจผิดจนทำให้เสียคะแนนได้ พร้อมกันนี้ยืนยันว่า จะยังใช้สื่อเอกสารและสิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกอบการหาเสียงต่อไป อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ระหว่างการรอการพิจารณาของศาลว่าจะมีคำสั่งไต่สวนฉุกเฉินหรือไม่

สั่งสอบตร.ไม่เป็นกลางในการเลือกตั้งเพิ่ม

ผบ.ตร.ภูธร ภ.5 สั่งย้ายด่วนตร.เชียงราย ออกนอกพื้นที่อีก 1 นาย เหตุวางตัวไม่เป็นกลางในการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมา พร้อมสั่งสอบตร.ภาคเหนือเพิ่มอีก 10 นาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท. ธีรศักดิ์ ชูกิจคุณ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้สั่งย้ายตำรวจชั้นประทวน จังหวัดเชียงราย 1 นาย เนื่องจากวางตัวไม่เป็นกลางในการเลือกตั้งล่วงหน้า-นอกเขตที่ผ่านมา ออกนอกพื้นที่ให้มาช่วยราชการที่ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เป็นการชั่วคราว เพื่อความเหมาะสม พร้อมทั้งสั่งสอบข้อเท็จจริง ตำรวจอีก 10 นาย

โดยในพื้นที่จังหวัดลำปาง มีจำนวน 8 นาย พะเยา 1 นาย และตำรวจสังกัดภูธรภาค 5 อีก 1 นาย หลังได้รับการร้องเรียนว่าวางตัวไม่เป็นกลาง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีคำสั่ง ควบคุมดูแลความประพฤติ ตำรวจเชียงราย และเชียงใหม่ อย่างใกล้ชิด ที่ได้รับการร้องเรียน วางตัวไม่เป็นกลาง ไปแล้วจำนวน 14 นาย

พล.ต.ท. ธีรศักดิ์ กล่าวว่าในช่วงการเลือกตั้งล่วงหน้าช่วงวันเสาร์และอาทิตย์(15-16 ธ.ค.)ที่ผ่านมา ในพื้นที่ภาคเหนือ ยังไม่พบการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง มีแต่เพียงพื้นที่จังหวัดน่าน ที่มีการเผาป้ายหาเสียง ของพรรคการเมืองต่างๆ ที่ติดไว้ริมถนนถึง 6 พรรค คาดว่าน่าจะเป็นความคึกคะนองของกลุ่มวัยรุ่น และเชื่อว่าในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง ไม่น่าจะเกิดความรุนแรง เนื่องจากผู้สมัคร ระมัดระวังตัวกันเพิ่มมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่จะปรับวิธีการหาเสียงตลอดเวลา เพื่อที่ชักจูงใจชาวบ้าน ให้ไปลงคะแนนให้ตนเอง


พีทีวี นิวส์
17 ธันวาคม 2550 เวลา 14:30 น.

กกต.ลั่นอย่ากดดันการทำงาน

สมาพันธ์วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ร่วมรณรงค์ชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ สมัชชาภาคอีสานจี้กกต.ยุบพรรคพลังประชาชน อ้างเป็นนอมินี ‘ทักษิณ’ ผิดกม.เลือกตั้ง ‘สุทธิพล’ ยืนยันไม่ใส่เกียร์ว่างแต่ขออย่ากดดัน

เมื่อช่วงเช้าที่อาคารศรีจุลทรัพย์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายจำนรรค์ ศิริตัน นายกสมาพันธ์สมาคมวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ นำทีมเหล่าสมาชิกทั้ง ดารา นักร้อง พิธีการ อาทิ เขต ฐานทัพ ท๊อป พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร เบนซ์ ปุณยพร พูนพิพัฒน์ และวิบูลย์ ลีรัตนขจร เป็นต้น ร่วมใส่เสื้อสกรีนข้อความ “ไม่ขายเสียง ไม่ขายชาติ” พร้อมแจกแผ่นพับรณรงค์ไม่ขายเสียง ให้กับประชาชนที่อยู่ด้านหน้าอาคารศรีจุลทรัพย์ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคมนี้

ขณะเดียวกัน มีกลุ่มสมัชชาภาคอีสาน นำโดย นพ.ศุภผล เอี่ยมเมธาวี และสมาชิกกว่า50คน เดินทางมายื่นหนังสือ เพื่อขอให้กกต.ตรวจสอบ กรณี พรรคพลังประชาชนเป็นนอมินี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งอาจเป็นการผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยได้มอบวีซีดีและภาพถ่าย ที่มีการอ้างว่าพรรคพลังประชาชนนำไปแจกจ่ายในภาคอีสานมามอบให้กับกกต. พร้อมเรียกร้องให้ กกต.แจกใบแดงให้กับพรรคพลังประชาชนก่อนวันเลือกตั้ง โดย นพ.ศุภผล กล่าวว่า ในช่วงบ่ายของวันนี้จะเดินทางไปยื่นหนังสือที่สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขอให้สั่งฟ้องเรื่องดังกล่าวไปที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ตาม วันนี้มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 10 นาย มาดูแลความเรียบร้อยที่อาคารศรีจุลทรัพย์อีกด้วย

ด้านนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการกกต. กล่าวว่า กกต.มีนโยบายวางตัวเป็นกลาง ขอให้กลุ่มที่เดินทางมายื่นเรื่องไว้วางใจการทำงานของกกต. โดยยืนยันว่าจะไม่ใส่เกียร์ว่าง และขออย่ากดดันการทำงานของกกต. เนื่องจากกกต.ทำงานเต็มที่ และทุกอย่างที่ทำจะเป็นประโยชน์ต่อภาพรวมของประเทศ โดยจะทำให้บ้านเมืองผ่านพ้นวิกฤตไปได้

ซึ่งขณะนี้กกต.ต้องเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยเนื่องจากมีหลายกลุ่มเดินทางมาร้องเรียนกับกกต. โดยเฉพาะช่วงนี้ซึ่งเป็นโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ทางกกต.เองก็หวังว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย ไม่อยากให้เกิดการหวาดระแวงในการทำงาน เนื่องจากทุกขั้นตอนมีกระบวนการ อีกทั้งได้มีการประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่จะเข้ามาดูแลในเรื่องของความปลอดภัย

"ส่วนเรื่องของการแสดงเสรีภาพนั้น ทุกคนสามารถทำได้ แต่ขอให้ทำในกรอบของกฎหมาย อย่ารบกวนการทำงานของกกต." นายสุทธิพล กล่าว

ขณะที่ นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้งด้านบริหารการเลือกตั้ง กล่าวว่า การชุมนุมต่าง ๆ เพื่อมากดดันให้กกต.ลาออกนั้นไม่มีทางเป็นไปได้ และจะไม่มีเหตุผลอะไรที่ทำให้ต้องมีเลื่อนการเลือกตั้งแน่นอน อย่างไรก็ตามสำหรับกรณีที่ นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้งออกมาระบุว่า กกต.ถูกข่มขู่นั้น ยืนยันว่าตนก็ถูกข่มขู่เช่นกัน แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการไม่พอใจในการทำงานของกกต.เท่านั้น ไม่มีอะไร

ทั้งนี้จากข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ออกมาระบุว่าจะมีการป่วนการเลือกตั้งนั้น นายประพันธ์ กล่าวว่า จากการดูยอดผู้มาใช้สิทธิ์ล่วงหน้าแล้ว มีประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เป็นจำนวนมาก จึงไม่น่าที่จะเกิดปัญหาขึ้นได้ ส่วนการรักษาความปลอดภัยในวันที่ 23 ธันวาคม นั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานความมั่นคงได้ทำหน้าที่นี้อยู่.


พีทีวี นิวส์
17 ธันวาคม 2550 เวลา 14:31 น.

‘จาตุรนต์’จี้‘บิ๊กบัง’แจงดอดพบกกต.

‘อ๋อย’ไม่ไว้ใจ‘บังธิ’ย่องเงียบหา‘สดศรี’หวั่นเข้าแทรกแซง ชี้มีให้เห็นเมื่อครั้งตัดสินยุบพรรค‘บังธิ’เข้าพบตุลาการรธน. โดยอ้างชวนไปทำบุญ เชื่อพปช.ได้คะแนนเสียงเกินครึ่ง


จากกรณีที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และประธานคณะกรรมการดำเนินการตามวาระแห่งชาติว่าด้วยการรณรงค์และการแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง (ครส.) ยอมรับว่า ได้ไปพบ นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการพรรค โดยพล.อ.สนธิอ้างถึงการเข้าพบครั้งนี้ว่า เนื่องจากกกต.และครส.ทำงานใกล้ชิดกัน

ต่อมาทางด้าน นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า ตนขอเรียกร้องให้พล.อ.สนธิ ในฐานะประธานครส.ออกมาชี้แจงกรณีที่เดินทางเข้าพบ กกต.ก่อนมีการเลือกตั้งล่วงหน้าว่าไปพบด้วยเรื่องใด เป็นการวางแผนหรือกำกับกกต.ทำอะไรหรือไม่ เพราะเหลือเวลาอีกเพียงแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้นก็จะถึงการเลือกตั้งแล้ว

“ผมคาดการณ์ไม่ได้ว่าเกี่ยวข้องกับกรณีที่นางสดศรี ออกมาเปิดเผยว่ามีผู้ขอร้องให้ลาออกเพื่อล้มเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามหากจำได้ก่อนที่จะมีคำวินิจฉัยยุบพรรค พล.อ.สนธิ ก็เคยเข้าพบตุลาการรัฐธรรมนูญท่านหนึ่งโดยอ้างว่าชวนไปทำบุญมาแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ก็ไม่รู้ว่าชวนนางสดศรีไปทำบุญอีกหรือไม่”นายจาตุรนต์ กล่าว

อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวยอมรับว่า เป็นห่วงขบวนการล้มเลือกตั้งเพราะมีร่องรอยปรากฏให้เห็นอยู่แล้วโดยองค์กรเดิมที่เคยเคลื่อนไหว ทั้งกลุ่มพันธมิตร สนช.สายพันธมิตร เคยเสนอให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไปเพื่อปฏิรูปการเมืองเสียก่อน ไม่เช่นนั้นบางพรรคอาจจะชนะเลือกตั้งกลับเข้ามา อีกทั้งไม่แน่ใจว่าผู้นำทางทหารจะคิดยึดอำนาจอีกหรือไม่ ตนจึงขอเรียกร้องให้ คมช.และคนเหล่านี้ออกมาแสดงความจริงใจว่าจะเคารพผลการเลือกตั้งและยึดมั่นในกติกา

ทั้งนี้นายจาตุรนต์เชื่อว่า การเลือกตั้งวันที่23 ธ.ค.นี้ พรรคพลังประชาชนจะได้เสียงเกินครึ่ง อย่างไรก็ตามในการเดินทางไปปราศรัยที่ภาคเหนือชาวบ้านเล่าให้ฟังว่าการเลือกตั้งล่วงหน้าที่จ.ลำพูน และเชียงใหม่ มีการเขียนหมายเลขผู้สมัครส.ส.จากหลายพรรคลงบนฝ่ามือของทหารเกณฑ์ เพื่อให้ลงคะแนน ซึ่งแม้พรรคพลังประชาชนจะได้เสียงข้างมากแต่พวกตนจะไม่เรียกร้องให้มีการนิรโทษกรรม แต่ยืนยันว่าจะผลักดันให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญแน่นอน


พีทีวี นิวส์
17 ธันวาคม 2550 เวลา 15:18 น.