WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, December 18, 2007

ครม.เห็นชอบคิดค่าเช่าท่อก๊าซฯปตท.ขั้นต่ำ5%

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบแนวทางการแยกทรัพย์สิน ทางแนวท่อก๊าซธรรมชาติ
ตามข้อเสนอของกระทรวงพลังงาน โดยให้กระทรวงการคลังเก็บค่าเช่าจาก ปตท.ขั้นต่ำร้อยละ 5






นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบแนวทางการแยกทรัพย์สินทางแนวท่อก๊าซธรรมชาติ ตามข้อเสนอของกระทรวงพลังงาน โดยให้กระทรวงการคลังเก็บค่าเช่าจาก ปตท.ขั้นต่ำร้อยละ 5 โดยเป็นทรัพย์สินตามแนวท่อก๊าซฯ จำนวน 15,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นทรัพย์สินที่เกิดขึ้นหลังแปรสภาพ เพราะไม่ควรเป็นทรัพย์สินที่เกิดขึ้นในช่วงเป็นการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย หลังจากนี้ต้องเริ่มกระบวนขั้นตอนการโอน โดยให้แยกทรัพย์สินออกเป็น 2 ส่วน คือ ทรัพย์สินก่อนการแปรรูปช่วงวันที่ 1 ตุลาคม 2544 และทรัพย์สินที่อยู่ในการดูแลของ ปตท.หลังจากแปรสภาพแล้ว ดังนั้น ทรัพย์สินก่อนการแปรสภาพก็ไม่สามารถโอนให้รัฐได้ โดยในช่วงเวลา 12.30 น. จะเข้าพบนางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพื่อชี้แจงข้อมูลให้กับนักลงทุนรับทราบ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามีผลกระทบต่อราคาหุ้นบ้าง

‘ประชัย’ชี้ปัญหาในพรรคแค่เล็กน้อย

หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย ระบุ ปัญหาภายในพรรค เป็นเพียงอุบัติเหตุเล็กน้อย ระบุมีวิธีจัดการ ด้าน ‘อเนก’ เชื่อ ป่วนเวทีปราศรัยแค่ข่มขู่



นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย กล่าวภายหลังการขึ้นเวที ประชันนโยบายด้านพลังงาน ที่โรงแรมดิเอ็มเมอร์รัล รัชดา ถึงกรณีปัญหาภายในพรรคว่า เป็นเพียงอุบัติเหตุเล็กน้อย ซึ่งไม่มีปัญหาอะไร ตนมีวิธีจัดการ และการนิ่งเฉยก็ถือว่าเป็นอีกวิธีหนึ่ง

ส่วนการขึ้นเวทีปราศรัยที่ท้องสนามหลวงวันพรุ่งนี้หากมีการตั้งเวทีป่วน ก็ไม่เป็นไร คงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจัดการ

ด้านนาย ณรงค์ พิริยะอเนก โฆษกพรรคมัชฌิมาธิปไตย ได้เดินทางมาพบนายประชัย ที่โรงแรม โดยนายณรงค์ กล่าวว่า ที่มาเพราะมาปรึกษานายประชัย ถึงกรณีการฟ้องร้อง กลุ่มส.ส. มัชฌิมาสามัคคี หลังจากเหตุการณ์เมื่อวานนี้ โดยนายประชัยได้บอกว่าไม่ต้องการให้เป็นเรื่องใหญ่ ตนจึงไม่ติดใจเอาความและไม่มีการฟ้องร้องแต่อย่างใด ส่วนเรื่องการกรวดน้ำนั้น นายประชัยได้ทราบเรื่องแล้ว ก็ไม่ได้โกรธอะไร และไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ

ส่วนกรณีที่มีการขู่ว่าจะมีการตั้งเวทีป่วนเวทีปราศรัยของพรรคในวันพรุ่งนี้นั้น นายณรงค์ กล่าวว่า คงเป็นแค่คำขู่ อย่างไรก็ตามคงจะต้องมีการดูแลเรื่องความปลอดภัยให้กับนายประชัยมากขึ้น นอกจากนี้นายณรงค์ ยังกล่าวว่า การกระทำของกลุ่มดังกล่าวจะเหมาะสมหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเขาและประชาชนตัดสินใจว่าควรทำหรือไม่.


พีทีวี นิวส์
18 ธันวาคม 2550 เวลา 17:38 น.

‘ป๋าเหนาะ’แทงกั๊ก! ลั่นร่วมรัฐบาลได้ทั้งพปช.-ปชป.

หัวหน้าประชาราชเผยเข้าร่วมรัฐบาลได้ทั้งพปช.และปชป. ฝันอยากเห็น 2 พรรคใหญ่จับมือตั้งรัฐบาลแก้วิกฤตชาติ คุยได้ส.ส.อีสานไม่น้อยกว่า10ที่นั่ง

วันนี้(18 ธ.ค.) นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช กล่าวว่า ตนรู้สึกมั่นใจว่าในช่วงหาเสียงโค้งสุดท้ายพรรคประชาราชจะมีเสียง ส.ส.อย่างน้อย 25 คนขึ้นไป ทั้งนี้เชื่อว่าภาคอีสานจะได้ส.ส.มากกว่า10ที่นั่งแน่นอน

“ผมขอยืนยันว่าพรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมากเพียงพรรคเดียวจะได้ ส.ส.อย่างมากที่สุดไม่เกิน 180-190 เสียง ซึ่งการจัดตั้งรัฐบาลจะต้องมี 4-5 พรรคแน่นอน และ หลัง 20.00 น.ของวันที่ 23 ธ.ค.นี้ ก็จะรู้แล้วว่าพรรคการเมืองใดเป็นพรรคใหญ่ และสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้”นายเสนาะ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ล่าสุดนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ระบุว่า ขณะนี้กำลังจะเกิดฝนห่าใหญ่ นายเสนาะ กล่าวว่า การเลือกตั้งทุกครั้งก็มีข่าวเช่นนี้ตลอด จึงฝากถึงสื่อมวลชน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง กกต. รวมถึงผู้ที่รักษากฎหมายให้เข้ามาดูแลให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ ตรงไปตรงมาให้มากที่สุด ไม่ต้องถึง 100 เปอร์เซ็นต์ แค่ 60-70 เปอร์เซ็นต์ก็ถือว่าดีแล้ว

นายเสนาะ กล่าวอีกว่า ตนอยากได้เสียงที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่ใช่ได้เสียงมาซึ่งอำนาจ การใช้เงินทอง หรืออิทธิพล ซึ่งประเทศกำลังประสบวิกฤตตนจึงอยากใช้บั้นปลายชีวิตสรรหาคนดีเข้ามาดูแลบ้านเมือง แก้วิกฤตร่วมกัน โดยยึดความสามัคคี

ทั้งนี้พรรคประชาราชเป็นพรรคเล็กๆ พรรคหนึ่ง แต่ยังเชื่อว่ามีบุคลากรที่มีคุณภาพและศักยภาพเพียงพอที่จะเข้ามาทำหน้าที่ ซึ่งอาจจะดีกว่าพรรคใหญ่ที่ไม่มีความจริงใจ ไม่มีสามัญสำนึก เพราะคนที่เป็นรัฐบาลไม่ใช่จะทำอะไรได้ทุกอย่าง ทุกฝ่ายจะต้องยึดมั่นใจกรอบกติกา ความถูกต้อง

“หากถามว่าเราจะไปร่วมรัฐบาลหรือไม่ ผมคงพูดไม่ได้ แต่ถามว่าอยากเป็นรัฐบาลหรือไม่ ในเมื่อเราเล่นการเมืองก็อยากเข้าไปบริหาร ซึ่งในเมื่อเราเป็นพรรคขนาดเล็กอาจจะมี ส.ส.20-30 คน เราก็ต้องเป็นพรรคผู้ตาม ถ้าพรรคใหญ่จัดตั้งรัฐบาลแล้วไม่เชิญมาเราก็คงไปร่วมไม่ได้ ทั้งนี้ ผมมั่นใจว่าการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้จะมีหลายพรรคการเมือง และพรรคประชาราชก็คงจะได้รับเกียรตินี้ด้วย” นายเสนาะ ระบุ

ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าหากมีพรรคใหญ่เชิญเข้ามาก็พร้อมที่จะไปร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายเสนาะ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อน ต้องดูก่อน ไม่ใช่ว่ากลัวจะไม่ได้เป็นรัฐบาล ซึ่งตามมารยาทต้องคุยกัน ทั้งเรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาว่ามีอะไรบ้าง นโยบาย โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เมื่อถามว่า การเข้าร่วมรัฐบาลจะดูเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวเป็นหลักหรือไม่ นายเสนาะ กล่าวว่า ไม่ เพราะนี่คือการเมือง หากตนยึดมั่นเรื่องส่วนตัวหรือความผูกพันส่วนตัวเหตุการณ์ต่างๆ คงไม่เป็นเช่นนี้ เพราะตนยึดถือหลักการของประเทศเป็นหลัก ตนไม่ใช่คนที่พูดอะไรเลื่อนลอย

นายเสนาะกล่าวทิ้งท้ายว่า ถ้าหากมีการจัดตั้งรัฐบาลหลายพรรคการเมือง จะทำให้เกิดปัญหาการต่อรองแน่นอน แต่ขึ้นอยู่กับจะต่อรองกันมากน้อยแค่ไหนเพียงไร พรรคใหญ่จะมีความโอบอ้อมอารีหรือจะมีคุณธรรมในการคัดสรรบุคคลที่เหมาะสมไปทำงานมากน้อยแค่ไหน ซึ่งตรงนี้พรรคขนาดใหญ่ไม่สามารถทำอะไรตามใจตัวเองได้ เพราะอย่าลืมว่าการโหวตตัวนายกรัฐมนตรีเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า หาก 2 พรรคการเมืองใหญ่มาทาบทามพรรคประชาราชจะใช้แนวทางใดในการตัดสินใจเข้าร่วม นายเสนาะ กล่าวว่า ประการสำคัญคงต้องดูเหตุผล ดูแนวทางว่าจะร่วมกันทำงานไปในทิศทางใด และดูนโยบายหลักๆ ว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งจะต้องมีการพูดคุยและสนทนาธรรมกันอย่างกว้างขวาง ไม่ใช่ว่าเราได้เสียงเท่าไหร่แล้วจะวิ่งไปมุดโน้น มุดนี่โดยไม่มีเหตุผล เมื่อถามต่อว่า พรรคพลังประชาชน ส.ส.ส่วนใหญ่มาจากพรรคไทยรักไทย ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็เคยแยกตัวมาจากพรรคไทยรักไทย ณ วันนี้ถือว่าพรรคพลังประชาชนบริสุทธิ์แล้วหรือยัง นายเสนาะ กล่าวว่า ถือว่าบริสุทธิ์ คนไหนผิดก็ว่ากันไปตามผิดหรือใครที่ยังเป็นสีหม่นๆ อยู่ แล้วยังมีสิทธิ์ก็ให้เป็นเรื่องของอนาคต เราอย่าเพิ่งไปตัดสินใจเองว่าตรงนั้นไม่ถูก

“ผมพูดอย่างใจจริงว่าอยากให้ 2 พรรคการเมืองใหญ่จับมือกันตั้งรัฐบาล เพื่อแก้วิกฤตของประเทศให้ได้ ตนก็สาธุ และอยากจะเห็นความรัก ความสามัคคี ความปรองดองในชาติ แต่ก็เชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะขนาดมีแค่พรรคเดียวปัญหาก็ยังตามมามากมาย” นายเสนาะ กล่าว


พีทีวี นิวส์
18 ธันวาคม 2550 เวลา 17:14 น.

ดร.นลินีขอโอกาสทำงานเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนกทม.





ยิ้มได้...หายเหนื่อย..

ดร. นลินี ทวีสิน

ผู้สมัครเบอร์ 10 เขต 6 พรรคพลังประชาชน พบปะชุมชนมุสลิม โดยได้รับความชื่นชม และการตอบรับอย่างดี เห็นแบบนี้แล้วกำลังใจมาเป็นกอง แม้เหนื่อยก็ยังยิ้มสวยได้เหมือนเดิม

บรรยากาศการลงพื้นที่หาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้งเขต ๖ กรุงเทพมหานคร ซึ่งประกอบไปด้วยเขตบึงกุ่ม คันนายาว คลองสามวา และหนองจอก แม้ว่าเขตเลือกตั้งนี้จะกินพื้นที่มากกว่า 1 ใน 3 ของ กรุงเทพมหานคร แต่ก็ไม่ได้ทำให้ ดร. นลินี ทวีสิน ผู้สมัครหมายเลข 10 จากพรรคพลังประชาชน ลดละความพยายามในการเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ กลับยิ่งมีความคึกคัก เพราะดร. ขยันลงพื้นที่ทั้ง 4 เขต ทั้งมีทีมงานในพื้นที่ช่วยเหลืออย่างแข็งขัน และด้วยความที่ ดร. นลินี มีประสบการณ์จากการหาเสียงเมื่อครั้งลงสมัคร ส.ว. เมื่อปีที่ผ่านมา จึงไม่ยากที่ประชาชนจะรู้จัก และจดจำได้ขึ้นใจ ทำให้ชื่อ ดร. นลินี ทวีสิน ติดอันดับโพลล์ทุกสำนักที่สำรวจว่าจะได้รับเลือกเป็น ส.ส. แน่ ๆ

ดร. นลินี กล่าวว่า เขต 6 นี้ มีประชากรที่เป็นทั้งคนพุทธ และคนมุสลิมอาศัยอยู่มาก ซึ่งเมื่อได้เข้าไปพบปะ สัมผัสประชาชน ก็มีการตอบรับที่ดีในทุกที่ ทำให้มีกำลังใจ และมั่นใจว่า จะมีโอกาสได้นำประสบการณ์การทำงานเพื่อประเทศชาติในหลายบทบาทที่ผ่านมา มาช่วยประชาชนได้จริง โดยเฉพาะเรื่องของการกระจายรายได้ ทำให้คนระดับรากหญ้ามีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความสุข.. ซึ่งจะเป็นการทำงานต่อเนื่องจากครั้งที่นั่งเป็นประธานคณะทำงานกระจายรายได้อยู่ที่สภาที่ปรึกษาฯ .. บรรยากาศการหาเสียงก็สนุกมาก บางพื้นที่ต้องลงเรือไปขอคะแนน บางที่ต้องแห่ด้วยรถอีแต๋นก็มี จนช่อง 11 มาถ่ายทำไปออกรายการเพราะเห็นว่าแปลกไม่เหมือนใคร... อยากเห็นปัญหาของคนแถบนี้ได้รับการแก้ไขโดยเร็ว มีความเดือดร้อนอยู่มากทีเดียวที่รอผู้แทนช่วยเขา ไม่นานเกินวันที่ 23 ธันวาคมนี้ เราก็จะได้ทราบผลกันว่า ดร. นลินี ทวีสิน จะถือธงเข้าโค้งสุดท้ายไปเป็นดาวรุ่งสตรีดวงใหม่ในรัฐสภาได้ดังตั้งใจหรือไม่


จาก http://www.ppp.or.th/index.asp

กกต.พัทลุง เลี่ยงฟันปชป.ฐานทำป้ายหาเสียงเลียนแบบบัตรลต.

กกต.พัทลุง เลี่ยงฟันผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ กรณีขึ้นป้ายหาเสียงเลียนแบบบัตรเลือกตั้ง
พร้อมโยนกกต.กลาง เป็นผู้ชี้ขาด

จากกรณีที่ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ จ.พัทลุง ได้นำป้ายหาเสียงมีลักษณะคล้ายบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและแบบสัดส่วนมาติดตามริมถนนสายต่างๆทั่วเมือง ทำให้ชาวบ้านที่พบเห็นเกิดการเข้าใจผิด เมื่อได้เห็นป้ายดังกล่าวเหมือนกับบัตรเลือกตั้งจริง และมีตราของพรรคประชาธิปัตย์ และตราของ กกต.ติดอยู่ด้วยกัน ทำให้เข้าใจว่าทางกกต.ร่วมมือกับพรรคประชาธิปัตย์ โดยล่าสุด พ.ต.อ.คำรณ ชิตโชติ ประธานกกต.จ.พัทลุง ก็ได้ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดเข้าไปสืบสวนและสอบสวนและฝ่ายกฎหมายมาร่วมประชุมร่วมกันพิจารณาในเรื่องดังกล่าว

โดย พ.ต.อ.คำรณ ชิตโชติ ประธานกกต. จ.พัทลุง กล่าวว่า สำหรับป้ายหาเสียงเลือกตั้งดังกล่าวเมื่อตรวจสอบตามกฎหมายเลือกตั้งตามหมดที่ 1 ข้อที่ 7 พบว่า โดยลักษณะการกระทำดังกล่าวในเบื้องต้น ทาง กกต.จังหวัด ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ แต่การกระทำต้องดูที่เจตนาของผู้กระทำ ซึ่งในเรื่องนี่ทางกกต.จ.พัทลุง ได้รวบรวมหลักฐานเพื่อส่งให้ทางกกต.กลางพิจารณาต่อไป

'ประพันธ์'เชื่อระเบิดพปช.ไม่หวังล้มลต.

กกต.ประพันธ์ นัยโกวิท เชื่อเหตุระเบิดศูนย์ประสานงานพรรคพลังประชาชน ไม่ได้หวังผลล้มเลือกตั้ง ชี้ ไม่จำเป็นต้องเลื่อนออกไป






นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. กล่าวถึงเหตุระเบิดที่ทำการสาขาพรรคพลังประชาชนว่าเป็นเรื่องที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายความมั่นคง จะเขามาดูแลในเรื่องนี้ ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับการสร้างสถานการณ์ให้มีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ทั้งนี้หากทางพรรคพลังประชาชนจะมาร้องเรียนที่กกต.ว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการกลั่นแกล้งก็สามารถทำได้ แต่กกต.ก็ต้องขอดูข้อเท็จจริงก่อนว่าเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งหรือไม่

นอกจากนี้ นายประพันธ์ ได้กำชับกกต.ประจำสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 23 ธ.ค. นี้ โดยเฉพาะเรื่องของความปลอดภัยจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่และปัญหาน้ำท่วม ซึ่งอาจทำให้ต้องมีการเปลี่ยนหน่วยเลือกตั้งในบางจุด โดยอาจมีการจัดหาเรือขนส่งให้ประชาชนตามระเบียบของราชการพร้อมกับเห็นว่าสถานการณ์ในขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเลื่อนการเลือกตั้ง

พันธมิตรฯจัดทัพปลุกพลังเงียบลงคะแนนสกัด“ทักษิณ”

“พันธมิตรฯ” เคลื่อน สกัด “ทักษิณ” เดินหน้ารณรงค์โค้งสุดท้าย ปลุก “พลังเงียบ” คว่ำ “พปช.” กางแผนดาวกระจายเน้น “แหล่งธุรกิจ-ชุมชน กทม.”

(18ธค.) คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย ( ครป.) สมัชชาประชาชนเพื่อการปฏิรูปการเมือง ( สปป.) นำโดยนายพิภพ ธงไชย ที่ปรึกษา ครป.นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการ ครป. นายศิริชัย ไม้งาม ประธานสหภาพแรงงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ( กฟผ.) พร้อมประชาชน ประมาณ 100 คน ได้ตั้งขบวนรถรณรงค์ปลุกพลังเงียบออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยใช้รถติดป้ายผ้าประมาณ 15 คัน มีข้อความเรียกร้องให้พลังเงียบออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เพื่อให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้า อย่าเลือกพรรคที่จะเข้ามาเพื่อฟอกความผิดใครบางคน

นายพิภพ กล่าวกับกลุ่มผู้รณรงค์ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญ เพราะบางพรรคการเมือง ได้ประกาศออกมาว่า ปฏิเสธจะให้อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีบางคน ต้องถูกตัดสินคดีตามกระบวนการยุติธรรม ทั้งที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ( คตส.) ได้ดำเนินการ และนำคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว จึงต้องรณรงค์กับพลังเงียบให้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เพราะในต่างประเทศก็เคยมีตัวอย่างว่า เมื่อพลังเงียบออกมาแสดงพลัง การเมืองในประเทศนั้นก็กลับสู่เส้นทางที่ถูกต้องได้

“พลังเงียบควรจะออกมาตัดสินเลือกระหว่างประโยชน์ของประเทศชาติหรือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พลังเงียบเคยพิสูจน์ตัวเองมาแล้วเมื่อครั้งมีการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ต้องออกมาตัดสินใจทางการเมืองอีกครั้ง เพื่อความถูกต้องในกระบวนการยุติธรรม และให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้”อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าว

นายสุริยะใส กล่าวว่า เราจะมีการรณรงค์ใน 8 จุดที่สำคัญ คือ สีลม , อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ , สนามหลวง , บางกะปิ , เขตสวนหลวง , บางเขน, มาบุญครอง โดยจะรณรงค์ทุกวันจนถึงวันที่ 22 ธ.ค.นี้ ขอย้ำว่า เราไม่ต่อต้านพรรคพลังประชาชน ( พปช.) แต่หาก พปช.ได้รับเลือกตั้งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และมีความพยายามฟอกความผิด แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม อาจทำให้เกิดการเผชิญหน้าและการเคลื่อนไหวในสังคมขึ้นอีกครั้ง

จาก http://www.komchadluek.net/

แฉ!‘วินัย’พบบิ๊กเซ็นทรัลขอต่อสัญญา3เหลี่ยมพหลฯ

‘บรรณวิทย์’เผย ดีเอสไอรับเรื่อง ที่ดินสามเหลี่ยมพหลโยธิน – เขากระโดง แฉ พล.อ.วินัย เคยพาผู้บริหารเซ็นทรัล มาให้ช่วยถึงกระทรวงกลาโหม จี้ ระงับแต่งตั้งประธานกรรมการการรถไฟ

วันนี้(18 ธ.ค.) เมื่อเวลา 11.30 น.ที่รัฐสภา พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธานคณะกรรมาธิการการ(กมธ.)คมนาคม สภานิติบัญัติแห่งชาติ(สนช.) และตัวแทนสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย 10 คน ร่วมกันแถลงกรณีปัญหาการดำเนินการของการรถไฟแห่งประเทศ โดยพล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าวว่า กมธ.ไปร้องทุกข์กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)แล้ว กรณีที่ดินสามเหลี่ยมพหลโยธิน และที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งดีเอสไอรับเรื่องไว้แล้ว

ทั้งนี้กมธ.ยืนยันว่า กรณีที่ดินสามเหลี่ยมพหลโยธิน การรถไฟฯต้องปฏิบัติตามพ.ร.บ.ร่วมทุน 2535 แต่ปรากฏว่า ผู้เกี่ยวข้องพยายามเอื้อประโยชน์ให้เอกชน ซึ่งหากมีการต่อสัญญาโดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย จะทำให้สิ่งปลูกสร้างไม่ตกเป็นของการรถไฟฯ แล้วใครจะรับผิดชอบ ในอดีตเรื่องนี้มีการสัมมนาที่สภา อดีตอัยการสูงสุดคนหนึ่ง ก็ยืนยันชัดเจนว่า การรถไฟฯต้องปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว

“ผมต่อสู้และเดิมพันด้วยชีวิต เพราะเมื่อตอนยังเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.วินัย ภัททิยะกุล ปลัดกระทรวงกลาโหมได้พาผู้บริหารเครือเซ็นทรัล รายหนึ่งมาพบที่กระทรวง เพื่อขอให้ช่วยดำเนินการในการต่อสัญญา ซึ่งผมเห็นว่า เมื่อมาขอให้ผู้ใต้บังคับบัญชาดำเนินการดังกล่าว แต่ในขณะที่ผมเป็นประธานกมธ.การคมนาคม ผมจึงไม่รับเพราะไม่ต้องการหักหลังคนการรถไฟฯ ทั้งนี้วันนี้ผู้ที่รักษาทรัพย์สินของชาติ กลับถูกกล่าวหาต่าง ๆ นานา แต่ผู้ที่ดำเนินการจะต่อสัญญา ไม่รักษาผลประโยชน์ของชาติ ไม่ทำตามกฎหมาย กลับไม่โดนกล่าวหา จึงขอเรียกร้องให้ฝ่ายบริหารดำเนินการให้เป็นไปโดยถูกต้อง” พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าว

พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้เรื่องที่ดินเขากระโดง และแอร์พอร์ตลิ้ง กมธ.ไปยื่นเรื่องต่อรัฐมนตรีว่าการและช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมแล้วเช่นกัน แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ ส่วนเรื่องการแต่งตั้งประธานกรรมการการรถไฟฯ ดูเหมือนว่า กำลังจะมีการแต่งตั้งจากผู้ที่มีบทบาทในรัฐบาลที่แล้ว ซึ่งกมธ.คมนาคม กำลังสอบเรื่องทุจริตในการรถไฟอยู่ แล้วกมธ.จะทำงานต่อได้อย่างไร ทั้งนี้หากกรณีดังกล่าวมีการดำเนินการ จะไปฟ้องศาลปกครองต่อไป

ด้านนายเกรียงศักดิ์ แขงขัน ประธานสหภาพฯ กล่าวว่า กรณีที่พนักงานการรถไฟประท้วงหยุดเดินรถเมื่อวันที่ 31 ต.ค. ที่ผ่านมาเพราะทั้ง 3 เรื่อง ฝ่ายบริหารไม่ดำเนินการใดๆ จนสหภาพฯยื่นหนังสือ 18 ครั้ง ก็ยังไม่มีการแก้ไข กรณีที่ดินสามเหลี่ยมพหลโยธิน สหภาพยืนยันว่า ผู้บริหารต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่นี่มีการพยายามยื้อเพื่อต่อสัญญา ทั้งที่ต้องมีการเปิดประมูล ซึ่งจะได้เงินกว่า 60,000 ล้านบาท และจะทำให้ลดการขาดทุน พนักงานก็จะได้โบนัส

ส่วนกรณีแอร์พอร์ตลิ้งค์ การรถไฟฯต้องปรับผู้รับเหมาตามสัญญาวันละ 12 ล้านบาท แต่นี่กลับไปยืดเวลาให้ 370 วัน ทำให้ไม่รักษาผลประโยชน์ของประเทศได้ ส่วนที่ดินเขากระโดง ก็ยังไม่มีการดำเนินการเพิกถอนสิทธิ์จากนักการเมืองรายหนึ่ง จึงขอให้ฝ่ายบริหารบังคับให้เป็นไปตามกฎหมายด้วย นอกจากนี้การแต่งตั้งประธานกรรมการการการรถไฟ ไม่มีความชอบธรรม ทราบว่า กรรมการสรรหาฯจะแต่งตั้ง กรรมการการรถไฟจากชุดเก่าถึง 3 คน ทั้งที่ยังมีปัญหาอยู่ และเรื่องเข้าสู่ป.ป.ช.แล้ว หากแต่งตั้งเข้ามาจะเกิดปัญหาซ้ำรอย จึงทำเรื่องเสนอรัฐมนตรีให้ยับยั้งไว้ก่อนรอรัฐบาลใหม่


พีทีวี นิวส์
18 ธันวาคม 2550 เวลา 14:49 น.

ลูกพรรคร้องหน.มัชฌิมาธิปไตยเบี้ยวเงินช่วยหาเสียง

ผู้สมัคร ส.ส.มัชฌิมาธิปไตย ประชดหัวหน้าพรรคประกาศขายเครื่องมือหาเสียง นำเงินจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงลูกน้อง แฉ ไม่ยอมจ่ายเงินตั้งแต่เริ่มลงสมัคร แถมให้ทำสัญญาเงินกู้

นายประเทืองวุฒิ ลิ้มรสสุคนธ์ ผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี เขต 1 จากพรรคมัชฌิมาธิปไตย ได้นำรถจักรยานที่ใช้ปั่นหาเสียงจำนวน 17 คัน มาประกาศขายบริเวณริมถนนสายบางขัน-หนองเสือ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังจากที่หัวหน้าพรรค นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ไม่ยอมจ่ายค่าใช้จ่ายในการหาเสียง ตั้งแต่เริ่มลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ปทุมธานี เขต 1 ทั้งนี้ต้องการนำเงินจำนวนดังกล่าวไปจ่ายเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงให้กับลูกน้องจำนวน 50 คน

“การที่ นายประชัย สบประมาทพวกตนว่าเป็นเพียงไม้ประดับทางการเมืองนั้นเป็นการพูดแบบคนไร้ความคิด ตนเองเคยเป็น สมาชิกสภาจังหวัดปทุมธานีมา 1 สมัยและเป็นนักต่อสู้ให้กับชาวเกษตรกรทั้งจังหวัดปทุมธานีและจังหวัดใกล้เคียงมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อเห็นว่านโยบายของพรรคมัชฌิมาธิปไตย สร้างความสุข ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง จึงตัดสินใจลงสมัคร ส.ส. เป็นตัวแทนของพรรค ด้วยการใช้กลยุทธ์หาเสียงแบบเศรษฐกิจพอเพียง คือนำจักรยานมาปรับปรุงตบแต่งจำนวน 17 คันมาปั่นหาเสียงโดยมีลูกน้องเกือบ 50 คน ช่วยแจกแผ่นพับ โดยใช้ทุนของตัวเองมาตลอด ซึ่งทางพรรคยังไม่ได้ให้ค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดมิหนำซ้ำยังให้ทำสัญญาเขียนเงินกู้อีก 2 แสนบาท จนมาถึงวันนี้ๆไม่ได้รับอะไรจากพรรคเลย จึงต้องขายรถจักยานที่ใช้หาเสียงทั้งหมด 17 คัน เพื่อนำเงินสู้ศึกในการเลือกตั้งต่อไป” นายประเทืองวุฒิ กล่าว.


พีทีวี นิวส์
18 ธันวาคม 2550 เวลา 14:21 น.

ผบช.น.เชื่อบึ้ม!ศูนย์ฯพปช.แค่ข่มขู่

‘อัศวิน’ กำชับ เจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐานหาสาเหตุการลอบวางระเบิด เบื้องต้น มั่นใจ ต้องการข่มขู่ ระบุ เตรียมประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางมาตรการรักษาความปลอดภัยเลือกตั้งและปีใหม่

พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.)กล่าวถึงกรณีคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง ลาดพร้าว พรรคพลังประชาชน เมื่อคืนที่ผ่านมา ว่า จากการตรวจสอบพบว่าระเบิดดังกล่าวทำงานแล้ว 1 ลูก และพบระเบิดน้อยหน่าในที่เกิดเหตุอีก 1 ลูก ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้ได้ทัน ทั้งนี้ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ชิษณุพงศ์ ยุกตะทัต ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 และผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย ตรวจสอบรายละเอียดและรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อประมวลเหตุการณ์ว่า การลอบวางระเบิดมีสาเหตุมาจากอะไร แต่เบื้องต้น เชื่อว่า เป็นแค่การข่มขู่เท่านั้น

ส่วนการรักษาความปลอดภัยในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ในวันที่ 20 ธันวาคม เวลา 9.00 น. จะมีการประชุมร่วมกับกองทัพภาคที่ 1, กองทัพเรือ, กองทัพอากาศ, กรุงเทพมหานคร และตำรวจสันติบาล เพื่อวางมาตรการรักษาความปลอดภัยในช่วงการเลือกตั้งและเทศกาลปีใหม่.


พีทีวี นิวส์
18 ธันวาคม 2550 เวลา 13:34 น.