นายยุรนันท์ ภมรมนตรี ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 3 พรรคพลังประชาชน พร้อมทีมผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 3 ได้แถลงกรณีเหตุระเบิดที่ศูนย์ประสานงานลาดพร้าว พรรคพลังประชาชน บริเวณถนนสุคนธสวัสดิ์ ในคืนวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า หลังจากทราบข้อมูลจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่ พบระเบิดลูกที่ 2 ซึ่งเป็นระเบิดแบบเอ็นเค 2 ชนิดระเบิดสังหาร พันด้วยเทปพันสายไฟ และถอดสลักพร้อมทำงานไว้เรียบร้อยแล้ว ประกอบกับก่อนหน้านี้มีทีมงานถูกขู่เอาชีวิตหากมาช่วยงานให้พรรคฯ ดังนั้น จึงเชื่อว่าไม่ใช่ แค่การข่มขู่ แต่ต้องการให้ถึงชีวิตมากกว่า ซึ่งในส่วนของผู้สมัครยืนยันว่าไม่ได้มีความขัดแย้ง หรือปะทะกับใครเป็นการส่วนตัว รวมทั้งไม่มีเรื่องชู้สาวที่จะเป็นชนวนเหตุได้ รวมทั้งไม่จำเป็นต้องสร้างสถานการณ์ขึ้น เพื่อหวังประโยชน์ในทางการเมืองให้กับตนเอง เพราะเสียงตอบรับของประชาชนที่มีต่อพรรคยังดี แต่ที่ต้องแถลงเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่รุนแรงเกินไป จึงขอวิงวอนให้ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ ช่วยเป็นพยานเอาคนร้ายมาลงโทษให้ได้
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Wednesday, December 19, 2007
“แซม” เชื่อระเบิดต้องการถึงชีวิตไม่ใช่ข่มขู่
“สมัคร” แฉพรรคใหญ่เล่นเกมตุกติก
“สมัคร” อัดอีแอบสั่งล็อกสกัดพปช.
นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีถูกมองว่าจะสร้างความแตกแยก หากพรรคพลังประชาชนชนะ ได้ตอบสนองความต้องการตั้งรัฐบาลปรองดองได้อย่างไร ว่า เขาวิพากษ์วิจารณ์ว่าตนจะเป็นแบบนั้น ถ้าพรรคพลังประชาชน ชนะ ได้คะแนนเยอะ และตนเจรจาความได้ ก็ไม่มีปัญหา เพราะคนในสภาก็พวกพ้องกันทั้งนั้น พรรคไหนไม่ชอบตน ตนก็ไม่ไปคุยด้วย แต่พรรคอื่นๆ รู้จักตนทั้งนั้น รู้จักดีด้วย และก็ไม่เคยเป็นศัตรูกับใคร ถ้าได้ เสียงข้างมากตนจะชวนมา และจะเจรจาความเอง
เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่ว่าจะถูกสกัดโดยล็อกพรรคใหญ่ 1 พรรคกับพรรคขนาดกลางอีก 2 พรรค ร่วมกันตั้งรัฐบาล นายสมัครตอบว่า “ถ้าบ้านเมืองเรามันมีคน คนไหน ใครมันมาแอบสั่งอย่างนั้นได้ ก็สมควรจะถูกเรียกว่าอีแอบ และถ้าแอบสั่งกันอย่างนั้นได้นักการเมืองก็ควรจะอาย เป็นพรรคการเมืองแล้วให้ใครมาสั่งแบบนั้นได้ ของผมใครก็มาสั่งไม่ได้ พ.ต.ท.ทักษิณยังมาสั่งผมไม่ได้เลย แล้วให้อีแอบมาสั่งว่าให้ทำอย่างโน้นอย่างนี้ ผมไม่เห็นด้วย”
ประกาศลั่นเจรจาจับขั้วตั้งรัฐบาลเอง
เมื่อถามถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่า พรรคพลังประชาชน ส่ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองหัวหน้าพรรค ไปทาบทาม พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ให้ดึงพรรคชาติไทยมาร่วมรัฐบาล นายสมัครตอบว่า เชื่อว่า ร.ต.อ. เฉลิมคงจะไม่ไปทำอย่างนั้น และ ร.ต.อ.เฉลิมคงต้องรู้ว่า พล.ต.สนั่นไม่เคยมานับอะไรกับตน พูดกับตนเขาก็ไม่พูดถึง แล้วจะให้ไปเจรจากันได้อย่างไร “เรื่องการเจรจาความถ้าจะมี ผมก็พูดจากับท่านเหล่านั้นได้แน่นอน เพราะคนรู้จักกันทั้งนั้น และแต่ละคนไม่ใช่ศัตรูของผมเลย ศัตรูของผมเป็นคนอื่น อยู่นอกวงการเมือง และผมไม่ใช่ ศัตรูของเขา แต่เขาเห็นผมเป็นศัตรู นักการเมืองในสภาด้วยกันมาลงเลือกตั้ง ไม่มีใครนับผมเป็นศัตรู นอกจากจะมีบางคนที่เกลียดพรรคผมก็เกลียดได้ แต่ศัตรูผมอยู่ข้างนอก”
โชว์ทีเด็ดโค้งสุดท้าย
อะไรจะซวยซับซวยซ้อนปานนั้น
ก่อนอื่นต้องขอแสดงความห่วงใยไปถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ประสบอุบัติเหตุรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ที่นั่งไปชนท้ายรถบรรทุกหกล้อ ระหว่างเดินทางกลับจากช่วยผู้สมัครของพรรคหาเสียงที่จังหวัดนครราชสีมา
ในสภาพหน้ารถพังยับ ขณะที่เจ้าตัวนายอภิสิทธิ์แค่ฟกช้ำดำเขียว คอเคล็ด
รุ่งเช้าเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ยี่ห้อเบนซ์อีกคัน ก็เกิดอาการเบรกค้างกะทันหันบนทางด่วน เพราะจอดทิ้งไว้นาน
จนนายอภิสิทธิ์ต้องอาศัยรถนักข่าวเดินทางเข้าที่ทำการพรรค
คิวนี้ถือว่าสะเดาะเคราะห์ไป
เรื่องของเรื่อง พรรคประชาธิปัตย์อย่า “ยางแตก” โค้งสุดท้ายก็แล้วกัน
ล่าสุดนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนวาระประชาชนของพรรคประชาธิปัตย์ เข็นแคมเปญโค้งสุดท้าย แถลงเปิดตัวคัตเอาต์ที่มีสโลแกน
“ผู้นำคอรัปชัน ทำลายเศรษฐกิจชาติ ผู้นำซื่อสัตย์ ฟื้นฟูเศรษฐกิจชาติ เลือกอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ เลือกประชาธิปัตย์ยกทีม”
ย้ำเครื่องหมายการค้า “ผู้นำซื่อสัตย์”
แน่นอนว่า ตั้งใจออกมาบลัฟกับคัตเอาต์ของค่ายพรรคพลังประชาชนที่เพิ่งอัดแคมเปญหาเสียงโค้งสุดท้าย ด้วยการโชว์สโลแกน
“หมดเวลาทะเลาะกัน เลือกเกินครึ่ง เศรษฐกิจฟื้นแน่”
ค่ายพลังประชาชนก็เน้นให้เลือกยกทีมเหมือนกัน
โดยเดิมพันก็อย่างที่เห็นๆกัน “บิ๊กเติ้ง” นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ออกมาทุบกำแพงประเพณีทางการเมือง
พรรคอันดับหนึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นแกนนำจัดรัฐบาล
รับมุกกับ “เทพเทือก” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เดินสายป่าวประกาศไปทั่ว ไม่มีทางที่พรรคพลังประชาชนจะได้เป็นรัฐบาล
ประชาธิปัตย์แท็กทีมกับพรรคชาติไทยจัดโผรัฐบาลผสม
ล็อกตัวเลขล่วงหน้า
ก็ไม่แปลกที่พรรคพลังประชาชนจะแก้ลำด้วยการโหมแคมเปญหาเสียงโค้งสุดท้าย
ตั้งเป้าเกิน 240 เสียง พรรคเดียวเกินครึ่งสภาผู้แทนราษฎร
แต่กระนั้น “ลุงหมัก” นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค ก็แบะท่าออกตัวล่วงหน้า แม้จะได้เสียงเกินครึ่งก็พร้อมเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองอื่นมาร่วมงาน หากเสียงเกิน 300 ก็ดี การบริหารงานของรัฐบาลจะได้มีความมั่นคง
สรุปโอกาสตกเป็นของพรรคตัวแปรทั้งขึ้นทั้งล่อง
ยิ่งทำแต้มได้เยอะ เสียงก็ยิ่งดัง
โดยเฉพาะคิวของค่ายเพื่อแผ่นดินที่นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรค กำลังเดินสายร้องเพลงขอเป็นพระเอกในหัวใจเธอ
ขายความเป็นตัวเลือกกลางๆ สมานฉันท์ได้กับทุกฝ่าย
แต่อาจจะเป็นมุกเก่าที่ตลาดนิ่งแล้ว
โค้งสุดท้ายเลยได้เห็นยุทธศาสตร์กลบจุดอ่อนพรรคเกิดใหม่ กระตุ้นคะแนนมั่นใจทีมงานเศรษฐกิจไม่ธรรมดาเหมือนกัน
อย่างที่เห็นสปอตโฆษณา ภายใต้สโลแกน “ชีวิตนี้เพื่อแผ่นดิน นโยบายทำได้จริง ด้วยทีมเศรษฐกิจเพื่อแผ่นดิน”
โชว์หน้าโชว์ตัวทีมงานที่ชื่อคุ้นหูอย่างนางจุฑามาศ ศิริวรรณ รองหัวหน้าพรรค อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวฯ นายวัชระ พรรณเชษฐ์ เลขาธิการพรรค นักธุรกิจที่เชี่ยวเรื่องการส่งออก นายศุภชัย พิศิษฐวานิช อดีตปลัด
กระทรวงการคลัง
นายสรจักร เกษมสุวรรณ อดีตผู้อำนวยการ อสมท นายวิจิตร สุพินิจ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายจิรายุ วสุรัตน์ อดีตเลขาธิการสภาหอการค้าไทย นายบรรพต หงษ์ทอง อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ดูหน้าดูตาก็ไม่ได้ขี้เหร่
เทียบกับพรรคอื่นๆที่ขาดแคลนตัวขายทีมเศรษฐกิจเจ๋งๆเหมือนกัน อย่างน้อยค่ายเพื่อแผ่นดินก็ไม่อายใคร
ออกจะหรูกว่าค่ายใหญ่ด้วยซ้ำไป.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน
จาก http://www.thairath.co.th/column.html“หมัก” ส่งทนายแจงคดีดับเพลิงฉาวแทน 20 ธ.ค.
โดยนายพิชิฏ กล่าวว่า ได้เข้ายื่นเอก สารเพื่อขอพิสูจน์ทรัพย์ในส่วนของนายบรรณพจน์ จำนวน 6 แฟ้ม รวม 6 ประเด็น เช่น เอกสารยืนยันว่านายบรรณพจน์ไม่ได้กระทำการทุจริต หรือประพฤติมิชอบหรือร่ำรวยผิดปกติ และการยืนยันว่านายบรรณพจน์เป็นเจ้าของที่แท้จริงของทรัพย์สินที่ถูกคตส.อายัด ทั้งนี้ยังมีเอกสารอีกหลายอย่างที่ยังรวบรวมไม่เสร็จ แต่จะทยอยส่งมาให้ในภายหลัง
ทั้งนี้ นายอำนวย ธันธรา ประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาคำร้องพิสูจน์ทรัพย์ฯ ระบุว่า คณะอนุกรรมการฯได้นัดไต่สวนเพื่อพิจารณาคำร้อง เพื่อเพิกถอนคำสั่งอายัดทรัพย์ของนายบรรณพจน์ ในวันที่ 7 มี.ค. 2551 เวลา 09.30 น.
นอกจากนี้นายพิชิฏ ชื่นบาน ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมทนายความของ นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน และอดีตผู้ว่าฯ กทม. ที่รับดูแลคดีการจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิงด้วย เปิดเผยว่า จากการที่ คตส. เรียกให้นายสมัคร เข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในดคีดังกล่าวในวันที่ 20 ธ.ค.นั้น ล่าสุดเป็นที่ชัดเจนแล้วว่านายสมัครจะไม่มาชี้แจงด้วยตัวเอง แต่จะมอบให้ นายสมหมาย กู้ทรัพย์ หนึ่งในทีมทนายความ เข้ายื่นเอกสารการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแทน.
"ในหลวง"ทรงแนะยึดกติกาสังคม
เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม เวลา 16.42 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จออก ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นาย
ในการนี้ นาย
"บ้านเมืองจะต้องมีความยุติธรรม หมายความว่า คนจะปฏิบัติตัวตามใจชอบไม่ได้ ต้องทำตามกฎเกณฑ์ จะว่าของกฎหมายก็ได้ หรือต้องเป็นตามความดี กฎเกณฑ์ของความดี แล้วความดีนั้นก็คือ ทำอะไรที่ตรงไปตรงมา ที่เป็นประโยชน์ต่อทุกคน ต่อประชาชน โดยเฉพาะทุกคนที่มีสิทธิที่จะมีชีวิตที่ต้องมีกฎเกณฑ์ ต้องมีขื่อมีแปร ถ้าไม่มีขื่อมีแปรแล้วประเทศชาติก็ล่มจม อันนี้ที่สำคัญที่ต้องมี ผู้พิพากษาที่มีความเข้มแข็ง การ ความเข้มแข็งของผู้พิพากษาไม่ใช่ง่าย เพราะว่า มีคนที่ไม่ค่อยดี ก็หมายความว่า ไม่ค่อยสุจริต ก็หาทางที่จะหลบเลี่ยงกฎหมาย หลบเลี่ยงกฎเกณฑ์ หลบเลี่ยงความดีเพื่อความดีของตัว
ฉะนั้น ก็ต้อง ท่านต้องรักษาความเข้มแข็งของคำปฏิญาณนี้ ซึ่งถ้าพูดถึงง่ายๆ ก็ไม่ยาก เพราะว่าความดีนั้นเป็นสิ่งที่ง่าย แต่ว่าทำไมมันยาก เพราะมีอคติ อคติ หมายความว่า คนเราอยากที่จะทำอะไรเพื่อประโยชน์ส่วนตัวมาก แต่ท่านได้ปฏิญาณว่า ท่านจะไม่ ไม่หลงในอคติ ซึ่งเป็นของดีมาก ถ้าไม่หลงในอคติก็ทำไม่ยาก ฉะนั้นก็ ถ้าท่านรักษาสิ่งที่ท่านได้เปล่งวาจานี้ก็จะทำได้ง่าย เพราะว่าสิ่งที่ ถ้าเราไม่หลงในอคติก็ไม่ยากที่จะทำดี ถ้าทำดีแล้วทุกคนก็ได้รับประโยชน์ ในการรักษาความดี บางอย่างอาจจะไม่ใช่ง่าย เพราะว่ามีคนที่ไม่ใช่หลงในอคติ มีคนที่อยากจะไปในทางที่ไม่ถูก อยากจะไปในทางที่เป็นอคติ เขาพยายามที่จะหลอกลวงตลอดเวลา ท่านต้องเข้มแข็ง ความเข้มแข็งของผู้พิพากษาจะต้องรักษาไว้ตลอดชีวิต"
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 17.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จลง ณ ศาลาดุสิตาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม นำตุลาการศาลทหารสูงสุด ตุลาการศาลทหารกลาง และตุลาการพระธรรมนูญศาลทหารกรุงเทพ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่งหน้าที่ ในการนี้ นายทหารสัญญาบัตรเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย โอกาสนี้ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทว่า
"การปฏิบัติหน้าที่โดยปราศจากอคตินั้น เป็นหน้าที่สำคัญของนายทหารทุกคน และโดยเฉพาะตุลาการที่จะต้องรักษาความยุติธรรมของหน้าที่ ท่านเป็นทหารก็จะต้องรักษาความดีอยู่เป็นธรรมดา และยิ่งเป็นตุลาการก็ยิ่งสำคัญ เพราะว่าทหารถือว่ามีอาวุธ แต่ความยุติธรรมของตุลาการก็เท่ากับเป็นอาวุธอีกอย่าง ถ้าท่านรักษาความดีของตุลาการก็จะไม่ต้องใช้อาวุธที่ประหัตประหาร ฉะนั้นท่านก็ได้ปฏิบัติปฏิญาณตนก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะว่าเป็นการยืนยันว่า ท่านมีหน้าที่ และหน้าที่ท่านจะสำคัญมากสำหรับประเทศชาติจะทำให้ประเทศชาติมีความสุข ความสงบอยู่ตลอดไม่จำเป็นที่ประหัตประหารกัน ฉะนั้นท่านก็ต้องรักษาคำปฏิญาณนี้โดยเด็ดขาด โดยเข้มแข็ง"
ส่อผิดม.252จี้ปปช.สอบ “จารุวรรณ”
รุมจี้ “คุณหญิงจารุวรรณ” แสดงความรับผิดชอบกรณีผลประโยชน์ทับซ้อน คู่สัญญา สตง. เช่าตึกจาก “ทรงเกียรติ เมณฑกา” สามีตามกฎหมาย ระบุเข้าข่ายมีความผิดอาญาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 252 แถมไม่ใช่คร้งแรกที่มีเรื่องชวนให้สงสัยแบบนี้ ชี้ควรตั้งกรรมการขึ้นมาสอบให้เกิดความกระจ่าง แต่เพื่อความมั่นใจควรดำเนินการในรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ฝากคำถามถึง “สรุยุทธ์” จะสางปัญหาอย่างไร ขณะที่ ปปช.พร้อมเดินหน้าสอบสวนทันทีที่มีผู้ร้องเรียน
ตามที่ “ประชาทรรศน์รายวัน” ได้รับเรื่องร้องเรียนความไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้นในสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จากกรณีคู่สัญญาของ สตง. คือบริษัท ออดิต แมเนจเม้นท์ คอนซัลแตนท์ จำกัด ซึ่งเข้ามารับงานจัดอบรมให้กับบุคลากรของ สตง. มูลค่าหลายล้านบาท ได้เช่าอาคารพาณิชย์ ของนายทรงเกียรติ เมณฑกา สามีตามกฎหมายของคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่า สตง. และกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ดังที่ปรากฎเนื้อหา รวมไปถึงเอกสารและภาพถ่ายที่ยืนยันเรื่องดังกล่าวไปแล้วนั้น
ประเด็นดังกล่าวได้สร้างความเคลือบแคลงสงสัย และสร้างความกังวลใจให้กับหลายฝ่ายเป็นอย่างยิ่ง เพราะหากเรื่องดังกล่าวเป็นความจริงก็หมายถึงเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน อีกทั้งตำแหน่งหน้าที่การงานของคุณหญิงจารุวรรณ ไม่ว่าจะเป็นใน สตง. หรือที่ คตส. เป็นตำแหน่งที่ต้องตรวจสอบคนที่ประพฤติไปในทางทุจริต และต้องดำรงไว้ซึ่งความยุติธรรม ซึ่งก็จะทำให้คุณหญิงจารุวรรณ ขาดความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งสำคัญทั้ง 2 ตำแหน่งดังกล่าวทันที
ทั้งนี้ หลายกระแสยังความพยายามที่จะจี้ให้คุณหญิงจารุวรรณ ออกมาสร้างความกระจ่างให้เกิดขึ้นแก่สังคมหรือแสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องดังกล่าวด้วย
“ประชาทรรศน์รายวัน” ได้ติดต่อไปยังหน้าห้องทำงานคุณหญิงจารุวรรณ เพื่อขอสัมภาษณ์ในประเด็นดังกล่าว เพื่อตอบข้อสงสัยของสังคม แต่ก็ได้รับการปฏิเสธจากเจ้าหน้าที่หน้าห้องโดยระบุว่าคุณหญิงติดประชุมตลอด และจะให้สัมภาษณ์พิเศษในวันที่ 28 ธันวาคม
ขณะที่นายสัก กอแสงเรือง โฆษก คตส. ก็ปฏิเสธที่จะออกความเห็นในเรื่องดังกล่าวเช่นกัน โดยทันทีที่ทราบว่าผู้สื่อข่าวจะถามเรื่องอะไร ก็รีบชิงปฏิเสธว่าจะต้องรีบไปประชุม
ทางด้านนายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ซึ่งมีหน้าที่ในการตรวจสอบการกระทำอันเป็นการทุริตคอรัปชั่นของข้าราชการ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีเรื่องดังกล่าวร้องเรียนมา จึงยังไม่สามารถทำการตรวจสอบอะไร ซึ่งตามกระบวนการแล้ว ปปช.ต้องรอให้มีผู้ร้องเรียนเสียก่อน จึงจะดำเนินการได้ตามระเบียบ ซึ่งหากมีการร้องเรียน ก็ต้องทำการตรวจาสอบในเชิงลึก เพื่อดูว่าเรื่องราวดังกล่าวมีมูลความจริงมากน้อยเพียงใด
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการติดต่อให้คุณหญิงจารุวรรณทำการชี้แจงในเรื่องดังกล่าวหรือไม่ นายวิชา กล่าวต่อไปว่า เราจะทำข้ามขั้นตอนไม่ได้ เราคงยังไม่ติดต่อเพื่อให้เจ้าตัวออกมาชี้แจง คงต้องขอดูการร้องเรียนในประเด็นดังกล่าวเป็นอันดับแรกเสียก่อน จึงจะทำการตรวจสอบเพื่อหามูลความจริงง จากนั้นหากมีมูลเหตุมากเพียงพอ ก็จะต้องให้คุณหญิงจารุวรรณ ชี้แจงตามกระบวนการต่อไป
ส่วนทางด้านนายจรัญ ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้ข้อคิดเห็นในประเด็นดังกล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องแรกที่มีการร้องเรียน เกี่ยวกับพฤติกรรมความไม่โปร่งใสของคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ก่อนหน้านี้มีหลายกรณีแต่ก็เงียบไป อย่างเช่นเมื่อคราวเดินทางไปดูงานที่ประเทศรัสเซีย ก็ปรากฎว่ามีชื่อลูกของคุณหญิงจารุวรรณ ร่วมคณะเดินทางไปด้วยทั้งที่ไม่ได้เป็นข้าราชการ และยังมีอีกคนที่ระบุว่าเป็นเลขานุการส่วนตัว ซึ่งจริงอยู่ว่าคนที่มีตำแหน่งดังกล่าวจะอ้างว่าแต่งตั้งใครไปทำงานภารกิจอะไรก็ได้ แต่คนดี มีคุณธรรม จริยธรรม เขาก็ไม่ทำแบบนี้กัน
ส่วนกรณีล่าสุดนี้ตนเองตั้งข้อสงสัยว่า เป็นเรื่องที่ไม่ชอบมาพากล และเจ้าตัวควรที่จะออกมาชี้แจง เนื่องจากการกระทำเช่นนี้เข่าข่ายขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 252 ที่เกี่ยวกับคุณสมบัติการเป็นคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งขัดต่อหลักความซื่อสัตย์ คุณธรรม จริยธรรม และศีลธรรมของผู้ดำรงตำแหน่ง
อย่างไรก็ตามอยากเรียกร้องให้มีการร้องเรียนในกรณีนี้ และอยากให้องค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาและดำเนินการ
“ผมไม่อยากจะเอ่ยว่าหน่วยงานใด เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็มาจากการแต่งตั้งหลังปฏิวัติทั้งสิ้น ดังนั้นจึงควรให้การพิจารณาตรวจสอบตัดสินเป็นหน้าที่ของรัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะเกรงว่าคดีความจะเงียบหายไปเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งหากมีการพิจารณาว่ามีความผิดจริง ก็ผิดกฎหมายอาญาเช่นกัน ดังนั้นภาพลักษณ์ขององค์กรที่เจ้าตัวกุมบังเหียนอยู่ต้องสั่นคลอนแน่นอน”
สุดท้ายอยากฝากให้ นายณรงค์ โชควัฒนา พล.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และนายวีระ สมความคิด สมาชิกเครือข่ายภาคประชาชนต้านคอรัปชั่น ช่วยตั้งกระทู้สอบถาม ในวาระการประชุมในสภา และสอบถามไปยัง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ให้ไปตรวจสอบในเรื่องประเด็นดังกล่าวด้วย ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
ทางด้านนายนพดล ปัทมะ เลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงเองเดียวกันว่า ถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และขัดต่อกฎหมาย เนื่องจากมีการเอื้อผลประโยชน์ให้กับบุคคลในครอบครัว เป็นเรื่องที่ผิดปกติ เพราะคุณหญิงอยู่ในตำแหน่งที่สำคัญขององค์กรภาครัฐ ซึ่งควรที่จะต้องมีการชี้แจงด้านข้อกฏหมายเพื่อให้สาธารณะชนรับทราบ
นอกจากนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ควรยื่นเรื่องเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการพิจารณาตรวจสอบ เพื่อหาข้อเท็จจริง ซึ่งหากคุณหญิงจารุวรรณ มีส่วนเกี่ยวพันความไม่โปร่งใสในประเด็นดังกล่าวแล้ว ก็ควรจะพิจารณาตัวเองว่าควรทำเช่นไรต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าสมาพันธ์ประชาธิปไตย จะได้มีการบรรจุเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมของสมาพันธ์ด้วย เนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง
9 สถานีทีวีจับมือ รายงานเลือกตั้ง ทุ่มงบกว่า 20 ล้าน
9 สถานีโทรทัศน์ร่วมกับมหาดไทย ทีโอที และ ม.ศรีปทุม จับมือรายงานผลเลือกตั้ง ส.ส.ภายหลังปิดหีบ ทุ่มงบกว่า 20 ล้านบาท
สถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยและพันธมิตรสถานีโทรทัศน์ รวม 9 สถานี ได้แก่ ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง 9 ช่อง 11 ทีไอทีวี เนชั่นแชนนัล ทรูวิชั่น นิวส์ ทเวนตี้โฟร์ (24) และเอเอสทีวี ร่วมกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกระทรวงมหาดไทย บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และมหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดทำโครงการ "รายงานผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร" อย่างไม่เป็นทางการ โดยมอบหมายให้บริษัทเนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นผู้ดำเนินการจัดทำโครงการ ด้วยงบประมาณกว่า 20 ล้านบาท
ความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้สถานีโทรทัศน์ทุกช่องสามารถรายงานผลการเลือกตั้ง ส.ส.อย่างไม่เป็นทางการภายหลังการปิดหีบลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งไม่เกิน 2 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนที่สนใจได้รับทราบผลคะแนนอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นการช่วยเสริมและสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยที่สถานีโทรทัศน์ทุกช่องไม่ต้องรอการประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจาก กกต.
การรายงานผลการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งทั่วประเทศมีจำนวน 88,500 หน่วย โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจได้ขอความร่วมมือไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จัดสรรกำลังคนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศมากกว่า 2 หมื่นคน ประจำที่หน่วยเลือกตั้ง เมื่อการนับคะแนนเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่จะส่งคะแนนผ่านระบบโทรศัพท์เข้าไปที่สำนักงานท้องถิ่นอำเภอ เพื่อส่งคะแนนผ่านระบบอินเทอร์เน็ตไปที่ศูนย์ประมวลผล โดยในส่วนของระบบโครงข่ายอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์พื้นฐานได้รับความร่วมมือจากบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) นอกจากนี้ โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานเลือกตั้งขึ้นที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม โดยเตรียมเจ้าหน้าที่กว่า 700 คน พร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์ 300 เครื่อง เพื่อติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
"ชลิต"ลั่นเดินหน้าจัดเลือกตั้ง เชื่อพลังเงียบรู้ต้องเลือกใคร
ผบ.ทอ. ระบุ ไม่มีเหตุผลเลื่อนวันเลือกตั้ง ลั่นเดินหน้าต่อตามแผนที่วางไว้ เชื่อพลังเงียบรู้ว่าต้องเลือกใคร ระหว่างคนสร้างความเจริญ กับคนสร้างความเสียหาย เผย แกนนำพรรคคอมมินิสต์ป่วนไม่น่าห่วง
(19ธค.) ที่ท่าอากาศยานทหาร พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุก ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) และรักษาการประธานคมช.ให้สัมภาษณ์ถึงพระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ทหารใช้ความดีป้องกันประเทศมากกว่าการใช้อาวุธ ว่า ทหารที่มีอยู่ทั่วไปความต้องการหลักของทหารคือการจัดหาอาวุธและการจัดเตรียมอาวุธเพื่อป้องปรามไม่ให้คนคิดเข้ามารุกราน การรบโดยไม่ต้องต่อสู้นั้นหรือการดำเนินการใดๆที่ไม่ใช้กำลังถือเป็นสิ่งดีที่สุดเพราะเราจะไม่ได้สูญเสียภายในประเทศก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะว่าเราคงไปเบียดเบียนหรือไปรังแกใคร
เมื่อถามว่า มีบางกลุ่มทำให้ภาพทหารออกไม่ดีจะมีผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนหรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า อาจจะมีหากทหารทหารวางตัวไม่ดี ถ้าทหารวางตัวเหมาะสมการปฏิบัติก็เหมือนอย่างที่ตนได้กล่าว ซึ่งเราพยายามได้ทำอย่างนั้น ซึ่งจะเห็นได้จากการกระทำของทหารในช่วงระยะเวลาปีกว่านี้ คิดว่าเราก็พยายามที่จะทำให้แก้ไขปัญหา และไม่สร้างปัญหาเพิ่ม
เมื่อถามว่า การออกมาใช้สิทธิ์จำนวนมากถือเป็นนิมิตหมายที่ดีใช่หรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ตนคิดว่าดีอาจเป็นเพราะสาเหตุช่วงหารเลือกตั้งหรือการลงประชามติที่ผ่านมา รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องมองเห็นภาพประการหนึ่งในการเลือกตั้งล่วงหน้า เพื่อที่จะได้หยุดยาวในวันเลือกตั้ง ซึ่งเป็นทางเลือกให้กับประชาชน ประชาชนจะได้ทำทั้งสองอย่างให้กับตนเองและครอบครัว
เมื่อถามว่า กองทัพได้รับรายงานข่าวกรณีที่มีคนบางกลุ่มพยายามไม่ให้มีการเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ตนยังนึกไม่ออกถึงสาเหตุทีจะเลื่อนเลือกตั้ง อาจจะมีบางพรรค บางพวกไม่พร้อมที่จะให้มีการเลือกตั้ง ส่วนทหารไม่มีเพราะเราต้องการให้มีการเลือกตั้งตามวันเวลาและไม่มีใครเสียเปรียบได้เปรียบ จะเห็นได้ว่าทุกอย่างเป็นตามแผนงานที่เราได้วางไว้ตั้งแต่ต้น และไม่ทราบว่ามีขบวนการจ้องล้มวันเลือกตั้ง เพราะเราพยายามทำให้ได้ตามกรอบที่มีอยู่และตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนตนคิดว่าตรงนี้ก็น่าจะสดับตรับฟัง ทั้งนี้เหลือเวลาอีก 2 วัน ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เราเลือกกันตามกฎเกณฑ์และได้ส.ส. ได้รัฐบาลมาแก้ไขปัญหาประเทศในระยะต่อไป
เมื่อถามว่า พรรคความหวังใหม่ ได้ยื่นหนังสือต่อศาลปกครองให้การเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นโมฆะ จะกระทบต่อการเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ตนไม่ทราบ อาจเป็นการสร้างภาพหรือทำอะไรตนไม่ทราบ
เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะเป็นมือไม่พายเอาเท้าลาน้ำหรือไม่ พล.อ.อ.ชลติ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้สื่อวิเคราะห์และวิจารณ์ให้ประชาชนทราบ เนื่องจากเหลือเวลาอีก3-4 วันเอง ซึ่งคนที่ต้องการให้มีการเลื่อนการเลือกตั้งเพียงบางกลุ่มเท่านั้น หากเลื่อนเลือกตั้งไปอีกหนึ่งเดือนถึงจะมีความพร้อมมากกว่านี้ และการที่ไปยื่นเป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์บางครั้งทำให้เป็นการสร้างกระแสให้คนได้รู้จัก
เมื่อถามว่า เหลือเวลาอีกไม่กี่วันจะเรียกร้องให้พลังเงียบออกมาเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า คิดว่าพลังเงียบต่างๆ ที่อยู่ในประเทศโดยเฉพาะผู้ที่ทราบข้อมูลและความเคลื่อนไหวทางด้านการเมือง คิดว่าทุกท่านทราบแล้วว่าจะเลือกใคร จะเลือกคนที่กลับมาสร้างความเจริญให้กับประเทศ หรือจะไปเลือกคนที่กลับมาสร้างเสียหายอยู่เรื่อยๆ
เมื่อถามว่า ห่วงหรือไม่ที่ทหารอาจวางตัวไม่เป็นกลางในการเลือกตั้ง พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ทหารเราพูดอย่างชัดแจ้งว่าเราจะไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ส่วนบุคคลจะรักใครชอบพอใคร ก็เป็นสิทธิ์ของเขาที่จะไปเลือกเราก็ปล่อย เราเพียงแต่แนะนำว่าประชาธิปไตยที่ดีและเหมาะสมคืออะไร และให้เขาไปใช้สิทธิ์ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาข้าราชการที่ออกไปใช้สิทธิ์ค่อนข้างมาก เรามองภาพว่ากกต.ได้ร้องขอหน่วยทหารบางหน่วยในบางจังหวัดออกไปทำงาน เพราะว่าคนของกกต.ไม่เพียงพอ ซึ่งทางกองทัพอากาศพร้อมให้การช่วยเหลือ ด้านกำลังพล หากกกต.ต้องการ
เมื่อถามว่า ในการเลือกตั้งช่วงโค้งสุดท้ายจะเตรียมการรักษาความปลอดภัยในอย่างไร พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ในส่วนของทางรัฐบาลทราบว่านายรัฐมนตรี ได้สั่งการเตรียมการอยู่แล้ว ในส่วนของทหารเราระวังป้องกันมาโดยตลอด พยายามให้ข้อมูลกับ กำลังพลและครอบครัว เพื่อสร้างความเข้าใจว่าจะต้องทำอย่างไรในการแจ้งเหตุ หรือการพบเบาะแสสิ่งต้องสงสัย ซึ่งจะเห็นว่าเวลาที่เรามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น อาจเป็นเพราะบ้านเมืองเรายังพัฒนาได้ไม่ดีนัก จึงทำให้คนดีคิดทำอะไรขึ้นมา ให้เกิดความวุ่นวาย โดยไม่คำนึงความเสียหายซึ่งมีข่าวความลับตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็ตีข่าวไปทั่วโลก จนทำให้นักท่องเที่ยวไม่อยากมาก ซึ่งบางครั้งได้ผลนิดเดียวแต่เสียหายต่อประเทศมากมาย
เมื่อถามว่า เป็นห่วงเรื่องหีบบัตรที่อาจมีการสูญหาย หากมีการร้องขอใช้สถานที่ของกองทัพอากาศในการเก็บบัตร จำพร้อมหรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ตามกฎหมายตนคิดว่าน่าจะเก็บที่สำนักงานกกต.หรือจังหวัด หรือ สถานีตำรวจ หากไปจัดเก็บที่อื่นตนคิดว่าน่าจะมีปัญหาและอาจจะผิดกฎหมายได้
เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าอดีตแกนนำพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย อยู่เบื้องหลังความวุ่นวายในบ้านเมือง มองว่ามีศักยภาพที่จะกลับมาสร้างวุ่นวายได้หรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า พวกที่นิยมลัทธิคอมมิวนิสต์ เป็นกลุ่มหนึ่งซึ่งมีความนึกคิดที่แตกต่างจากคณะรัฐบาลในช่วงอดีตที่ผ่านมา ซึ่งถามว่าเป็นคนเลวหรือไม่ผมว่าก็ไม่ใช่คนเลว เพราะคนในประเทศเวียดนาม เกาหลีเหนือและจีนก็นิยมลัทธิคอมมิวนิสต์ เนื่องจากลัทธิคอมมิวนิสต์ คือสังคมนิยมที่แก่กว่า เพราะฉะนั้นคนเหล่านี้ไม่ใช่คนเลวเพียงแต่มีแนวความคิด ทั้งนี้ เพียงแต่ว่าเราจะทำให้บุคคลเหล่านั้นได้เข้าใจในเหตุผลและความเป็นอยู่ของคนส่วนของประเทศที่เห็นว่าเสรีประชาธิปไตยดีกว่า
เมื่อถามว่า ปัญหาความวุ่นวายภายในประเทศส่วนหนึ่งเป็นเพราะแกนนำพรรคคอมมิวนิสต์ออกมาเคลื่อนไหวใช่หรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ไม่น่ามีปัญหา ไม่น่าห่วง เพราะว่าช่วงนี้หากสื่อมวลชนช่วย เพราะจากการติดตามการเสนอข่าว เช่น เหตุระเบิดหน้าสำนักงานประสานงานพรรคพลังประชาชน สื่อมวลชนนำเสนอได้ดีไม่ตกเป็นเครื่องมือของคนทำ ตนคิดว่าไม่น่าจะให้ความสำคัญมากนัก ยังมีเรื่องหลายที่ทั้งประชาชนและพลเมืองดีที่อยู่ในภาคใต้สูญเสีย น่าจะเป็นเรื่องที่สำคัญมากเช่นเดียวกัน เพราะว่าประชาชน ทหาร หรือครู เดือดร้อนกว่ามาก
'เสนาะ'ยันไม่เอี่ยวลูกพรรคยื่นศาลปกครองล้มลต.
หัวหน้าพรรคประชาราช ระบุ อยากเห็น พรรคพลังประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ จับมือจัดตั้งรัฐบาล เชื่อเป็นไปได้ถ้าไม่มีอคติประกาศพร้อมนั่งฝ่ายค้านพร้อมปฏิเสธ ไม่เคยสนับสนุนลูกพรรค ยื่นศาลปกครองล้มการเลือกตั้ง เชื่อ เป็นการคิดเองทำเอง
จะได้ตั้งรัฐบาล รวมถึง โพลที่ระบุว่า ตนจะสอบตก ส.ส. ที่ จ.สระแก้วด้วย ส่วนพรรคการเมืองขนาดกลาง 5 พรรคเชื่อว่า ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะอย่างน้อยต้องมี 280 เสียงขึ้นไป ซึ่งทั้ง 5 พรรค ยังไม่ได้คุยกัน และตนไม่มีปัญหาว่าจะจับมือกับใครซึ่งรวมถึงพรรคพลังประชาชนด้วย


