WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, December 19, 2007

‘ภูวนิดา’ร้องตร.ดูแลศูนย์พปช.เขต3

ผู้สมัคร สส.พปช. เขต 3 กทม. พยุงเจ้าหน้าที่พรรคแจ้งความ พร้อมระบุ ขอตำรวจคุ้มครองศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง

นางสาวภูวนิดา คุณผลินและนายเฉลิมชัย มหากิจสิริ ผู้สมัคร สส.พรรคพลังประชาชน เขต 3 กรุงเทพมหานคร ได้นำตัวนายทศพล บันลือศิลป์ ทีมงานและผู้สังเกตุการณ์เลือกตั้งพรรคพลังประชาชนเข้าแจ้งความสถานีตำรวจนครบาลโชคชัย เนื่องจากเมื่อช่วงเช้านายทศพล ถูกรถยนต์ไม่ทราบหมายเลยทะเบียนพุ่งชน ทำให้ได้รับบาดเจ็บจนเส้นเลือดใหญ่นิ้วก้อยข้างซ้ายขาด ขณะที่นายทศพล ขี่มอเตอร์ไซด์กลับบ้านพักที่ย่านโชคชัย 4 ที่บริเวณลาดพร้าวซอย 71 จึงได้นำมารักษาตัวที่โรงพยาบาลและแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน

อย่างไรก็ตามนางสาวภูวนิดา ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เพราะไม่ต้องการให้เป็นประเด็นทางการเมืองรวมทั้งไม่ขอตอบโต้ที่มีหลายฝ่ายออกมาระบุว่าเหตุวางระเบิดศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคพลังประชาชน เขต 3 เป็นการสร้างสถานการณ์ โดยเห็นว่าเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องทำการสอบสวน พร้อมเรียกร้องขอให้ตำรวจไปดูแลศูนย์อำนวยการเรื่องตั้ง เขต 3 ด้วย.


พีทีวี นิวส์
19 ธันวาคม 2550 เวลา 11:50 น.

กลุ่มค้านสนช.ออกกม.ใช้'โซ่มนุษย์'ปิดทางเข้า-ออกสภาฯ

เครือข่ายเอ็นจีโอ ใช้ไม้ตาย'โซ่มนุษย์'คล้องแขนปิดล้อมทางเข้า-ออกรัฐสภา ประกาศชุมนุมจนกว่าสนช.จะยุติออก กม. ด้านเจ้าหน้าที่ตร.กว่า 500นายอารักขารอบสภาเข้ม

วันนี้(19 ธ.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานที่รัฐสภา เมื่อเวลา 08.00 น.กลุ่มเครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนประมาณ 500 คน และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ตั้งเวทีปราศรัยบริเวณฝั่งตรงข้ามหน้าอาคารรัฐสภาคัดค้านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)พิจารณาร่างกฎหมายต่าง ๆ

นายจอน อึ๊งภากรณ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานงานเครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชน แถลงว่าจะชุมนุมคัดค้านการพิจารณากฎหมายที่ไม่เป็นธรรม 8 ฉบับ อาทิ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงฯ พ.ร.บ.ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ร.บ.นำมหาลัยออกนอกระบบ

ระหว่างนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมได้เข้าล้อมปิดประตูทางเข้าหน้ารัฐสภา โดยใช้มาตรการโซ่มนุษย์นั่งคล้องแขนชุมนุมปิดประตูทางเข้าไม่ให้รถเข้า-ออก และประกาศจะชุมนุมจนกว่า สนช.จะยุติการพิจารณากฎหมาย

ขณะที่รอบอาคารรัฐสภา มีการนำเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลจาก สน.ชนะสงคราม สน.ดุสิต สน.นางเลิ้ง และตำรวจปราบจลาจล พร้อมโล่และไม้กระบอง มาประจำการภายในอาคารรัฐสภา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยประมาณ 500 คนรักษาการความปลอดภัย


พีทีวี นิวส์
19 ธันวาคม 2550 เวลา 11:26 น.

พปช.ลำพูนโวยทหารพกเอ็ม16คุกคาม

ผู้สมัคร ส.ส.ลำพูนพปช. เตรียมขอกำลังตำรวจคุ้มครองหลังถูกกลุ่มชายฉกรรจ์คุกคามถึงหน้าบ้าน ตรวจสอบพบพหอาวุธเอ็ม16-ปืนสั่น ก่อนแสดงตัวเป็นหน่วยข่าวกรอง อ้างมาสืบสวนหาข่าว

วันนี้(19 ธ.ค.) นายสงวน พงษ์มณี ผู้สมัคร ส.ส. พรรคพลังประชาชน เขต 1 จังหวัดลำพูน กล่าวว่าได้ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ 3 คนคุกคาม ถึงบริเวณหน้าบ้านพัก ย่านถนนริมปิง ในตัวเมืองจังหวัดลำพูน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจตู้ยามอยู่หน้าบ้านพัก สามารถควบคุมตัวไว้ได้ ขณะกลุ่มชายฉกรรจ์ขับรถยนต์กระบะวนเวียน บริเวณหน้าบ้านพัก หลายรอบจนเห็นผิดสังเกต ตรวจค้นในรถยนต์ พบทั้งอาวุธปืนเอ็ม 16 และอาวุธปืนพกสั่น รวมสองกระบอก ตำรวจจึงเชิญตัวไปที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองลำพูน

ต่อกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวได้แสดงตัวเป็นทหารยศจ่าสิบเอก เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรอง โดยอ้างว่าออกสืบสวนหาข่าว ภายหลังได้มีหัวหน้าหน่วยงานต้นสังกัด ประสานมาขอรับตัวกลับไป

นายสงวน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ยังมีกลุ่มชายฉกรรจ์ เข้าไปข่มขู่คนขับรถป้ายหาเสียงของพรรคพลังประชาชน ให้เลิกสนับสนุนตน โดยอ้างว่าหากพรรคพลังประชาชนได้รับการเลือกตั้ง จะทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นมาอีก อย่างไรก็ตามตนจึงเตรียมขอกำลังตำรวจ เข้ามาคุ้มครองดูแลความปลอดภัย ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง เกรงว่าจะไม่มีความปลอดภัย


พีทีวี นิวส์
19 ธันวาคม 2550 เวลา 10:20 น.

‘น้าหมัก’ถาม‘มาร์ค’ผิดหรือที่ไม่ไปดีเบต

หัวหน้าพลังประชาชน ร้อง กกต.เปลี่ยนที่เก็บหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า พร้อมแนะทำคู่มือจำนวนคนมาใช้สิทธิ์แต่ละเขต ฉุน ‘อภิสิทธิ์’ กล่าวหาล้มดีเบต ถามกลับผิดด้วยหรือที่ไม่ไป

นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรค นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้สมัครส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 6 และผู้สมัครส.ส.แบ่งเขต จ.อ่างทอง ได้เปิดเวทีปราศรัยที่บริเวณลานด้านหน้าตลาดคลองถม เมืองอ่างทอง โดยมีประชาชนร่วมฟังการปราศรัยกว่า 3,000 คน ทั้งนี้นายสมัคร ได้ให้สัมภาษณ์ ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยว่า ขณะนี้มีโพลล์ลับของพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามที่ผลสำรวจออกมาว่าได้คะแนนเสียงน้อยกว่าพรรคพลังประชาชน ตนจึงรู้สึกเป็นห่วงเรื่องการเก็บหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า เพราะเกรงว่าอาจจะมีการสับเปลี่ยนคะแนน จึงอยากจะให้กกต.ซึ่งขณะนี้ได้เก็บหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าไว้กระจัดกระจายนำไปเก็บที่ไว้ในส่วนกลางและเปิดเผยเพื่อสะดวกต่อการตรวจสอบ และอยากเรียกร้องให้กกต.นำตัวเลขของคนมาใช้สิทธิ์ล่วงหน้ามาเปิดเผยเนื่องจากที่ผ่านมีคนมาใช้สิทธิ์เป็นจำนวนมาก และอยากให้กกต.ทำออกมาเป็นคู่มือว่า คนมาใช้สิทธิ์เท่าไร คนไม่มาใช้สิทธิ์เท่าไร และแยกออกมาว่าแต่ละเขตมีคนมาใช้สิทธิ์เท่าไร เพื่อจะได้นำมาใช้เป็นข้อพิสูจน์

ส่วนกรณีลอบวางระเบิดศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคพลังประชาชน เขตลาดพร้าวนั้น นายสมัครปฎิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น โดยกล่าวว่าปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นอกจากนี้ นายสมัคร ยังกล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ออกมาระบุว่า ตนไม่ไปร่วมดีเบตทำให้พีเน็ตต้องล้มเลิกเวทีในวันที่ 20 ธันวาคมว่า เป็นความผิดของตนด้วยหรือที่ไม่ไปดีเบต ทั้งนี้เพราะตนเน้นนโยบายที่จะทำการปราศรัยตามสถานที่ต่าง ๆมากกว่า.



พีทีวี นิวส์
18 ธันวาคม 2550 เวลา 18:06 น.

พปช. ปราศรัยใหญ่สนามหลวง 21 ธ.ค.



นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน แถลงถึงกำหนดการปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายของพรรคในวันที่ 21 ธ.ค.ที่ท้องสนามหลวงว่า สำหรับหัวข้อในการปราศรัยคือ หมดเวลาทะเลาะกัน เลือกเกินครึ่ง เศรษฐกิจฟื้นแน่นำทีมโดย นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค จะขึ้นปราศรัยถึงแนวทางบริหารจัดการของพรรคหลังเลือกตั้ง หากพรรคพลังประชาชนได้คะแนนเสียงเกินครึ่ง


ขณะที่แกนนำของพรรคคนอื่นๆ อาทิ นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรค จะพูดถึงเรื่องการเพิ่มมูลค่าทรัพยากรของประเทศให้ได้ 1 หมื่นล้านล้านบาท นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรค จะพูดในประเด็นความปรองดองในการบริหารงาน และแนวทางการศึกษา และปิดท้ายที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 6 จะพูดประเด็นการกลับมาสู้คดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี


นอกจากนี้ ในวันที่ 22 ธ.ค.นี้เวลา 09.09น. นายสมัคร จะเป็นประธานปล่อย คาราวานรถหาเสียง ให้ผู้สมัคร ส.ส.เขต และสัดส่วน กทม. 3 สาย เป็นกิจกรรมส่งท้ายก่อนวันเลือกตั้ง

จาก http://www.ppp.or.th/index.asp

“แซม” เชื่อระเบิดต้องการถึงชีวิตไม่ใช่ข่มขู่

นายยุรนันท์ ภมรมนตรี ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 3 พรรคพลังประชาชน พร้อมทีมผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 3 ได้แถลงกรณีเหตุระเบิดที่ศูนย์ประสานงานลาดพร้าว พรรคพลังประชาชน บริเวณถนนสุคนธสวัสดิ์ ในคืนวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า หลังจากทราบข้อมูลจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่ พบระเบิดลูกที่ 2 ซึ่งเป็นระเบิดแบบเอ็นเค 2 ชนิดระเบิดสังหาร พันด้วยเทปพันสายไฟ และถอดสลักพร้อมทำงานไว้เรียบร้อยแล้ว ประกอบกับก่อนหน้านี้มีทีมงานถูกขู่เอาชีวิตหากมาช่วยงานให้พรรคฯ ดังนั้น จึงเชื่อว่าไม่ใช่ แค่การข่มขู่ แต่ต้องการให้ถึงชีวิตมากกว่า ซึ่งในส่วนของผู้สมัครยืนยันว่าไม่ได้มีความขัดแย้ง หรือปะทะกับใครเป็นการส่วนตัว รวมทั้งไม่มีเรื่องชู้สาวที่จะเป็นชนวนเหตุได้ รวมทั้งไม่จำเป็นต้องสร้างสถานการณ์ขึ้น เพื่อหวังประโยชน์ในทางการเมืองให้กับตนเอง เพราะเสียงตอบรับของประชาชนที่มีต่อพรรคยังดี แต่ที่ต้องแถลงเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่รุนแรงเกินไป จึงขอวิงวอนให้ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ ช่วยเป็นพยานเอาคนร้ายมาลงโทษให้ได้

พล.อ.เรืองโรจน์อัดวิธีการเลวๆ
พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ในฐานะหัวหน้าทีมงานด้านความมั่นคงของพรรค กล่าวว่า หลังจากทีมงานความมั่นคงของพรรค ได้ลงไปตรวจสอบเหตุคนร้ายขว้างระเบิดศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง เขต 3 เชื่อว่าเกี่ยวพันกับการเมืองแน่นอน ไม่น่าจะใช่เรื่องอื่น เพราะเป็นโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งแล้ว แต่ไม่อยากปักใจว่าเป็นฝีมือใคร เท่าที่ดูแล้วคนทำไม่ได้ หวังอันตรายถึงชีวิต แค่ต้องการข่มขู่ระหว่างผู้สมัคร ส.ส. ด้วยกันเท่านั้น
เราต้องช่วยกันติดตาม เพราะวิธีการนี้มันเลว เราคิดมานานแล้วว่า เรื่องอย่างนี้จะเกิดขึ้น บอกตรงๆผมไม่กลัวหรอก ส่วนผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค เท่าที่พูดคุยกัน ขวัญกำลังใจเขายังดี ไม่ต้องส่งใครไปคุ้มกัน แต่ผมยังเชื่อว่าในโค้งสุดท้าย สถานการณ์คงไม่มีอะไรรุนแรงมากขึ้น แต่วิธีนี้น่าเกลียด เป็นความพยายามใช้อิทธิพล เหมือนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพรรคพลังประชาชนที่ปากน้ำ จ.สมุทรปราการ แล้วก็ชอบพูดกันว่าเราไปสร้างสถานการณ์เอง เราจะทำไปทำไม เหตุการณ์อย่างนี้ไม่ดีหรอก พอมีอะไรไม่ดี ก็โยนมาให้เราอยู่เรื่อยพล.อ.เรืองโรจน์กล่าว

“สมัคร” แฉพรรคใหญ่เล่นเกมตุกติก


นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน
กล่าวถึงการต่อสู้สนามกทม.ที่ดุเดือดมากขึ้นว่า สิ่งวิตกทุกข์ร้อนคือแม้จะเหลือเวลาอีก 5 วันจะถึงวันเลือกตั้งกันแล้ว ที่ กกต.ห้ามนำเสนอโพลก่อน 7 วัน ก็นึกว่าจะสงบเงียบดี แต่เกิดมีโพลภายในของบางพรรค เห็นตัวเลข ส.ส.ที่จะได้ เกิดน้อยลงไปกว่าที่คาดการณ์ ไว้มาก จึงเกิดการเรียกคนในหน่วยงานหนึ่ง ที่คนของตัวเองรับผิดชอบ และเกี่ยวข้องครอบครองเอกสารและบัตรเลือกตั้ง ไปสั่งเสียผู้ใต้บังคับบัญชาให้จัดการบันดาลแก้ไข ทำให้คนที่เป็นตัวเต็งของเขาไม่หลุด จึงต้องขอร้อง กกต.ช่วยกรุณาทำให้เกิดความสบายใจ โดยการนำเอาหีบบัตรทั้งหมดมาเก็บไว้ที่เป็นกลาง เช่น หอประชุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วใส่กรงหรือไม่ก็ตาม และให้ตัวแทนพรรคการเมืองมาเฝ้า อย่างนี้จะได้ปลอดภัยและคำสั่งที่เขาสั่งการกันเมื่อคืนจะได้เป็นหมัน ใครที่กำลังทำมิดีมิร้าย จะได้รู้ว่าความลับไม่มีในโลก
วอน กกต.เปิดตัวเลขใช้สิทธิล่วงหน้า
นายสมัครกล่าวว่า กกต.สมควรจะต้องกรุณาหน่อย เพราะเหตุที่เกิดมันสมควรต้องวิตกทุกข์ร้อน นอกจากนี้ หีบบัตรลงคะแนนล่วงหน้าที่ออกมากว่า 3 ล้านคะแนนนั้น ที่จะต้องส่งกระจายไปตามต่างจังหวัดนั้นเรารู้แต่ยอดรวม โดยมีบริษัทไปรษณีย์ไทยเป็นคนขนส่ง หากจะแสดงความสุจริตกันทุกฝ่าย ขอให้ทาง กกต. ได้แจ้งประกาศตัวเลขจำนวนผู้มาใช้สิทธิในจำนวน กว่า 3 ล้านคะแนนนั้น แบ่งตามเขตเลือกตั้ง 157 เขต เขตละเท่าไหร่ โดยนำประกาศทำเป็นบัญชีไปติดไว้ในที่กลาง และทุกพรรคการเมืองจะได้ไปถ่ายสำเนาและส่งไปให้ ทั่วประเทศใช้ตรวจสอบเวลานับคะแนน จะได้ทราบว่ามันคลาดเคลื่อนอย่างไร ถ้าตรงกันก็ไม่มีปัญหา ไม่ใช่บอกแต่ยอดรวม แต่ส่วนที่เหลือที่ไม่มาใช้สิทธิเป็นพวกเสียสิทธิแล้วจะไปลงเพิ่มแทนกันอย่างไรก็ไม่มีใครรู้

“สมัคร” อัดอีแอบสั่งล็อกสกัดพปช.


นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีถูกมองว่าจะสร้างความแตกแยก หากพรรคพลังประชาชนชนะ ได้ตอบสนองความต้องการตั้งรัฐบาลปรองดองได้อย่างไร ว่า เขาวิพากษ์วิจารณ์ว่าตนจะเป็นแบบนั้น ถ้าพรรคพลังประชาชน ชนะ ได้คะแนนเยอะ และตนเจรจาความได้ ก็ไม่มีปัญหา เพราะคนในสภาก็พวกพ้องกันทั้งนั้น พรรคไหนไม่ชอบตน ตนก็ไม่ไปคุยด้วย แต่พรรคอื่นๆ รู้จักตนทั้งนั้น รู้จักดีด้วย และก็ไม่เคยเป็นศัตรูกับใคร ถ้าได้ เสียงข้างมากตนจะชวนมา และจะเจรจาความเอง

เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่ว่าจะถูกสกัดโดยล็อกพรรคใหญ่ 1 พรรคกับพรรคขนาดกลางอีก 2 พรรค ร่วมกันตั้งรัฐบาล นายสมัครตอบว่า ถ้าบ้านเมืองเรามันมีคน คนไหน ใครมันมาแอบสั่งอย่างนั้นได้ ก็สมควรจะถูกเรียกว่าอีแอบ และถ้าแอบสั่งกันอย่างนั้นได้นักการเมืองก็ควรจะอาย เป็นพรรคการเมืองแล้วให้ใครมาสั่งแบบนั้นได้ ของผมใครก็มาสั่งไม่ได้ พ.ต.ท.ทักษิณยังมาสั่งผมไม่ได้เลย แล้วให้อีแอบมาสั่งว่าให้ทำอย่างโน้นอย่างนี้ ผมไม่เห็นด้วย


ประกาศลั่นเจรจาจับขั้วตั้งรัฐบาลเอง

เมื่อถามถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่า พรรคพลังประชาชน ส่ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองหัวหน้าพรรค ไปทาบทาม พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ให้ดึงพรรคชาติไทยมาร่วมรัฐบาล นายสมัครตอบว่า เชื่อว่า ร.ต.อ. เฉลิมคงจะไม่ไปทำอย่างนั้น และ ร.ต.อ.เฉลิมคงต้องรู้ว่า พล.ต.สนั่นไม่เคยมานับอะไรกับตน พูดกับตนเขาก็ไม่พูดถึง แล้วจะให้ไปเจรจากันได้อย่างไร เรื่องการเจรจาความถ้าจะมี ผมก็พูดจากับท่านเหล่านั้นได้แน่นอน เพราะคนรู้จักกันทั้งนั้น และแต่ละคนไม่ใช่ศัตรูของผมเลย ศัตรูของผมเป็นคนอื่น อยู่นอกวงการเมือง และผมไม่ใช่ ศัตรูของเขา แต่เขาเห็นผมเป็นศัตรู นักการเมืองในสภาด้วยกันมาลงเลือกตั้ง ไม่มีใครนับผมเป็นศัตรู นอกจากจะมีบางคนที่เกลียดพรรคผมก็เกลียดได้ แต่ศัตรูผมอยู่ข้างนอก


จาก http://www.ppp.or.th/index.asp

โชว์ทีเด็ดโค้งสุดท้าย



อะไรจะซวยซับซวยซ้อนปานนั้น

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความห่วงใยไปถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ประสบอุบัติเหตุรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ที่นั่งไปชนท้ายรถบรรทุกหกล้อ ระหว่างเดินทางกลับจากช่วยผู้สมัครของพรรคหาเสียงที่จังหวัดนครราชสีมา

ในสภาพหน้ารถพังยับ ขณะที่เจ้าตัวนายอภิสิทธิ์แค่ฟกช้ำดำเขียว คอเคล็ด

รุ่งเช้าเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ยี่ห้อเบนซ์อีกคัน ก็เกิดอาการเบรกค้างกะทันหันบนทางด่วน เพราะจอดทิ้งไว้นาน

จนนายอภิสิทธิ์ต้องอาศัยรถนักข่าวเดินทางเข้าที่ทำการพรรค

คิวนี้ถือว่าสะเดาะเคราะห์ไป

เรื่องของเรื่อง พรรคประชาธิปัตย์อย่า “ยางแตก” โค้งสุดท้ายก็แล้วกัน

ล่าสุดนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนวาระประชาชนของพรรคประชาธิปัตย์ เข็นแคมเปญโค้งสุดท้าย แถลงเปิดตัวคัตเอาต์ที่มีสโลแกน

“ผู้นำคอรัปชัน ทำลายเศรษฐกิจชาติ ผู้นำซื่อสัตย์ ฟื้นฟูเศรษฐกิจชาติ เลือกอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ เลือกประชาธิปัตย์ยกทีม”

ย้ำเครื่องหมายการค้า “ผู้นำซื่อสัตย์”

แน่นอนว่า ตั้งใจออกมาบลัฟกับคัตเอาต์ของค่ายพรรคพลังประชาชนที่เพิ่งอัดแคมเปญหาเสียงโค้งสุดท้าย ด้วยการโชว์สโลแกน

“หมดเวลาทะเลาะกัน เลือกเกินครึ่ง เศรษฐกิจฟื้นแน่”

ค่ายพลังประชาชนก็เน้นให้เลือกยกทีมเหมือนกัน

โดยเดิมพันก็อย่างที่เห็นๆกัน “บิ๊กเติ้ง” นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ออกมาทุบกำแพงประเพณีทางการเมือง

พรรคอันดับหนึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นแกนนำจัดรัฐบาล

รับมุกกับ “เทพเทือก” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เดินสายป่าวประกาศไปทั่ว ไม่มีทางที่พรรคพลังประชาชนจะได้เป็นรัฐบาล

ประชาธิปัตย์แท็กทีมกับพรรคชาติไทยจัดโผรัฐบาลผสม

ล็อกตัวเลขล่วงหน้า

ก็ไม่แปลกที่พรรคพลังประชาชนจะแก้ลำด้วยการโหมแคมเปญหาเสียงโค้งสุดท้าย

ตั้งเป้าเกิน 240 เสียง พรรคเดียวเกินครึ่งสภาผู้แทนราษฎร

แต่กระนั้น “ลุงหมัก” นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค ก็แบะท่าออกตัวล่วงหน้า แม้จะได้เสียงเกินครึ่งก็พร้อมเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองอื่นมาร่วมงาน หากเสียงเกิน 300 ก็ดี การบริหารงานของรัฐบาลจะได้มีความมั่นคง

สรุปโอกาสตกเป็นของพรรคตัวแปรทั้งขึ้นทั้งล่อง

ยิ่งทำแต้มได้เยอะ เสียงก็ยิ่งดัง

โดยเฉพาะคิวของค่ายเพื่อแผ่นดินที่นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรค กำลังเดินสายร้องเพลงขอเป็นพระเอกในหัวใจเธอ

ขายความเป็นตัวเลือกกลางๆ สมานฉันท์ได้กับทุกฝ่าย

แต่อาจจะเป็นมุกเก่าที่ตลาดนิ่งแล้ว

โค้งสุดท้ายเลยได้เห็นยุทธศาสตร์กลบจุดอ่อนพรรคเกิดใหม่ กระตุ้นคะแนนมั่นใจทีมงานเศรษฐกิจไม่ธรรมดาเหมือนกัน

อย่างที่เห็นสปอตโฆษณา ภายใต้สโลแกน “ชีวิตนี้เพื่อแผ่นดิน นโยบายทำได้จริง ด้วยทีมเศรษฐกิจเพื่อแผ่นดิน”

โชว์หน้าโชว์ตัวทีมงานที่ชื่อคุ้นหูอย่างนางจุฑามาศ ศิริวรรณ รองหัวหน้าพรรค อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวฯ นายวัชระ พรรณเชษฐ์ เลขาธิการพรรค นักธุรกิจที่เชี่ยวเรื่องการส่งออก นายศุภชัย พิศิษฐวานิช อดีตปลัด
กระทรวงการคลัง

นายสรจักร เกษมสุวรรณ อดีตผู้อำนวยการ อสมท นายวิจิตร สุพินิจ อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายจิรายุ วสุรัตน์ อดีตเลขาธิการสภาหอการค้าไทย นายบรรพต หงษ์ทอง อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ดูหน้าดูตาก็ไม่ได้ขี้เหร่

เทียบกับพรรคอื่นๆที่ขาดแคลนตัวขายทีมเศรษฐกิจเจ๋งๆเหมือนกัน อย่างน้อยค่ายเพื่อแผ่นดินก็ไม่อายใคร

ออกจะหรูกว่าค่ายใหญ่ด้วยซ้ำไป.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

จาก http://www.thairath.co.th/column.html

“หมัก” ส่งทนายแจงคดีดับเพลิงฉาวแทน 20 ธ.ค.

ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นายพิชิฏ ชื่นบาน ทนายความผู้ได้รับมอบอำนาจจาก นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ ให้ดูแลคดีที่ถูกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) อายัดทรัพย์ ได้เดินทางเข้าพบคณะอนุกรรมการพิจารณาคำร้องพิสูจน์ทรัพย์ เพื่อการเพิกถอนคำสั่งการอายัดทรัพย์ ที่มีนายอำนวย ธันธรา กรรมการคตส. เป็นประธาน

โดยนายพิชิฏ กล่าวว่า ได้เข้ายื่นเอก สารเพื่อขอพิสูจน์ทรัพย์ในส่วนของนายบรรณพจน์ จำนวน 6 แฟ้ม รวม 6 ประเด็น เช่น เอกสารยืนยันว่านายบรรณพจน์ไม่ได้กระทำการทุจริต หรือประพฤติมิชอบหรือร่ำรวยผิดปกติ และการยืนยันว่านายบรรณพจน์เป็นเจ้าของที่แท้จริงของทรัพย์สินที่ถูกคตส.อายัด ทั้งนี้ยังมีเอกสารอีกหลายอย่างที่ยังรวบรวมไม่เสร็จ แต่จะทยอยส่งมาให้ในภายหลัง

ทั้งนี้ นายอำนวย ธันธรา ประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาคำร้องพิสูจน์ทรัพย์ฯ ระบุว่า คณะอนุกรรมการฯได้นัดไต่สวนเพื่อพิจารณาคำร้อง เพื่อเพิกถอนคำสั่งอายัดทรัพย์ของนายบรรณพจน์ ในวันที่ 7 มี.ค. 2551 เวลา 09.30 น.

นอกจากนี้นายพิชิฏ ชื่นบาน ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมทนายความของ นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน และอดีตผู้ว่าฯ กทม. ที่รับดูแลคดีการจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิงด้วย เปิดเผยว่า จากการที่ คตส. เรียกให้นายสมัคร เข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในดคีดังกล่าวในวันที่ 20 ธ.ค.นั้น ล่าสุดเป็นที่ชัดเจนแล้วว่านายสมัครจะไม่มาชี้แจงด้วยตัวเอง แต่จะมอบให้ นายสมหมาย กู้ทรัพย์ หนึ่งในทีมทนายความ เข้ายื่นเอกสารการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแทน.