WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, December 20, 2007

‘สมัคร’พบผู้ประกอบการแท็กซี่ถกปัญหาจราจร

‘สมัคร’เปิดเวทีปราศรัยพบผู้ประกอบการแท็กซี่ ถกปัญหาจราจร-สุวรรณภูมิ เน้นนโยบายพรรคเต็มรูปแบบ ก่อนควง “เฉลิม” หาเสียงย่านสุขุมวิท-ปทุมธานี


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (20 ธ.ค.) เวลา 10.00 น. นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน จะเปิดเวทีปราศรัยพบปะผู้ประกอบการรถแท็กซี่ ที่วัดบำเพ็ญเหนือ เขตมีนบุรี กทม. จากนั้นเวลา 13.00 น. จะเปิดแถลงข่าว การสนทนาปัญหาระบบการจราจรและเรื่องสุวรรณภูมิ ที่ ห้องออดิทอเรียม ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ชั้น 6 ดิเอ็มโพเรียม ช็อปปิ้งคอมเพล็กซ์ โดยเป็นการพูดเนื้อหาในนโยบายของพรรคอย่างเต็มรูปแบบ

จากนั้นเวลา 17.00 น. นายสมัครจะควง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 6 ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียง ที่ ซ.อุดมสุข สุขุมวิท 103 และที่หน้าศาลากลางจังหวัดปทุมธานี ก่อนจะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ก่อนการเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้(21 ธ.ค.) ที่ท้องสนามหลวง



พีทีวี นิวส์
20 ธันวาคม 2550 เวลา 10:19 น.

ลูกค้าฉงน Dtac กับ True Move เชียร์พรรคพลังประชาชน!?

กองเชียร์พรรคพลังประชาชนเห็นแล้วอมยิ้ม บริษัทโทรศัพท์สองค่ายใหญ่จับมือออกแคมเปญเกี่ยวกับเลข 12 หราทุกสื่อ ค่ายทรูจัดแคมเปญใหญ่ฉลองสิบสองล้านเบอร์ เอาทุกอย่างเกี่ยวกับเลข 12 มาเป็นธีมทำโฆษณา ในขณะที่ดีแทคไม่มีเลขสิบสองมาพราง เลยงัดเอาแคมเปญส่งเอสเอ็มเอสจากทุกประเทศราคาเดียว 12 บาท มาเป็นหน้าฉาก เชื่อถึงไปถามก็คงปฏิเสธหน้าตายว่าเชียร์ พปช.

คุณ
"สุขนิยมปาร์ตี้" จากเว็บบอร์ดห้องราชดำเนิน พันทิปดอตคอม ลงทุนดึงภาพมาแสดง แคมเปญของค่ายโทรศัพท์ยักษ์ใหญ่ทั้งสองค่ายที่ใช้เลข 12 มาเป็นเลขหลักในการทำโฆษณา ในช่วงระยะเวลาก่อนการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 ธันวาคม นี้ อนึ่ง เลข 12 เป็นหมายเลขของพรรคพลังประชาชนในการเลือกตั้ง ส.ส.แบบสัดส่วน



จาก http://thaienews.blogspot.com/

พปช.เปิดสูตรตั้งรัฐบาล2พรรค

พรรคการเมืองดิ้นจับขั้วล่วงหน้า เฉลิมยอมรับเจรจา เสธ.หนั่นจัดสูตรตั้งรัฐบาล 2 พรรค พงศ์เทพแพร่บทความผ่านเว็บไซต์บ้านเลขที่ 111 ด่า คมช.ล็อคผลเลือกตั้ง พร้อมจี้ กกต. ทำหน้าที่ให้สง่างาม ผู้สมัคร พปช.โอด ฟังฝ่ายมั่นคงพูดถึงเหตุระเบิดแล้วรู้สึกว้าเหว่ แถมคนของพรรคยังถูกรถขับตามชนถึงสองครั้งสองหน


ยังไม่ทันที่จะมีการเลือกตั้งกระแสการจับขั้นก็เริ่มจะมีความคึกคักเสียแล้ว เมื่อพรรคการเมืองขนาดกลางอย่าง พรรคชาติไทย เพื่อแผ่นดิน รวมใจไทยชาติพัฒนา มีการต่อสายหารือถึงการจับขั้วเพื่อสร้างอำนาจต่อรองกับพรรคประชาธิปัตย์ และพลังประชาชน ที่คาดหมายว่าจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้ง 23 ธันวาคมนี้


ขณะที่ความคืบหน้าล่าสุด ที่ทำการพรรคพลังประชาชน นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน แถลงข่าวโดยเชื่อว่าการพูดคุยของพรรคการเมืองต่างๆ คงไม่มีลักษณะที่ผูกพันเป็นมั่นเป็นเหมาะอย่างแน่นอน วันนี้พรรคพลังประชาชนยังไม่สรุปสูตรใดๆ ทั้งสิ้น และยืนยันท่าทีเดิมว่าพร้อมจะทำงานกับพรรคที่ไม่ได้ตั้งข้อรังเกียจเดียดฉันท์พรรคใด


ส่วนที่มีการพูดคุยระหว่าง พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทย และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้สมัครส.ส.สัดส่วนพรรคพลังประชาชน นั้น ยังไม่มีโอกาสสอบถามกับ ร.ต.อ.เฉลิม แต่นักการเมืองแม้จะอยู่ต่างพรรคการเมืองก็รู้จักกันเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะพูดคุยกัน แต่การจับมือเพื่อจัดตั้งรัฐบาลต้องพูดคุยกันอย่างเป็นทางการพอสมควร


อย่างไรก็ดี สิ่งที่พรรคเป็นห่วงในช่วง 4 วันสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง คือแนวโน้มที่จะมีกระบวนการที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้น จึงขอวิงวอนไปยัง กกต. ติดตามตรวจสอบการกระทำที่จะผิดต่อระเบียบอย่างเข้มงวด และให้เท่าเทียมกันทุกพรรคการเมือง


พปช.เปิดสูตรรัฐบาล2พรรค

ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม ยอมรับว่าได้หารือถึงอนาคตทางการเมืองกับ พล.ต.สนั่น จริง โดยพล.ต.สนัน ได้โทรศัพท์มาหาตอนที่ไปปราศรัย จ.หนองคาย และแลกเปลี่ยนข้อมูลกันว่า แต่ละพรรคจะได้ส.ส.จำนวนเท่าใด ซึ่งก็ได้บอกไปว่า พรรคพลังประชาชนน่าจะได้ส.ส.เกินครึ่ง ส่วน พล.ต.สนั่น ประเมินว่าพรรคชาติไทยน่าจะได้ส.ส.ไม่ต่ำกว่า 50 ที่นั่ง เลยคิดว่าหาก 2 พรรครวมกันก็น่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้


อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า พูดคุยส่วนตัวไม่มีผลผูกพันกับพรรคพลังประชน ส่วนตัวคิดว่า แม้พรรคจะได้ ส.ส. เกินครึ่งก็ยังน้อยไปที่จะจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว จึงน่าจะร่วมกับพรรคอื่นให้ได้ 300 เสียงน่าจะสวยกว่า


จี้กกต.ทำหน้าที่ให้สง่างาม

ทางด้าน ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวในเรื่องนี้ว่า ทั้งหมดเป็นการวางแผนรับมือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง แต่ไม่ใช่ล็อคกันไว้ จนแยกไม่ออก เพราะหากผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามที่คิด แทนที่จะเป็นการแก้ปัญหา กลับกลายเป็นเพิ่มปัญหาให้กับประเทศ


ขณะเดียวกันแหล่งข่าวทางการเมืองก็ระบุว่าการจับขั้วทางการเองจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนถึงวันเลือกตั้ง เพราะอย่างไรก็ตามท้งพรรคพลังประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องพยายามจับขั้วเพื่อตั้งรัฐบาลอยู่ดี ขณะที่บรรดาพรรคขนาดกลางก็จะเป็นตัวแปรที่มีอำนาจต่อรอง


ในอีกด้านหนึ่ง เว็บไซต์บ้านเลข 111 พลเมืองชั้นสอง (www.secondclass111.com) ของอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ได้เผยแพร่บทความเรื่อง ทางสายเดี่ยวในการแก้วิกฤตประเทศไทยเขียนโดย นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองหัวน้าพรรคไทยรักไทย มีเนื้อหาบางตอนระบุว่าจากการรัฐประประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 มีคนจำนวนน้อยได้ประโยชน์ และคงไม่คาดหวังว่าจะทำอะไรที่เป็นการส่งเสริมประชาธิปไตย เพราะผลประโยชน์ที่ได้จากการรับใช้คณะปฏิวัติ ปิดบังประสาทสัมผัสทั้งหลาย บางคนเป็นพวกปัญญาดี แต่ถูกกิเลสครอบงำ


นอกจากนี้ ในบทความยังเรียกร้องให้ กกต. ปฏิบัติหน้าที่อย่างสง่างาม จะทำอย่างไรให้ประชาชนชาวไทย พรรคการเมืองและผู้สมัครทุกคนมั่นใจว่า จะไม่มีการใช้อำนาจรัฐเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด


ผบช.น.ย้ำระเบิดสร้างสถานการณ์

ส่วนกรณีระเบิดสำนักงานพรรคพลังประชาชนเขตลาดพร้าวเมื่อวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงความคืบหน้าว่าสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบสอบสวนในทุกประเด็น โดยเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างสถานการณ์ เพื่อให้เกิดความสับสนวุ่นวายและเป็นการเรียกร้องความเห็นใจจากคนบางกลุ่ม


แถมแกล้งก่อเหตุเพื่อหวังผลต่อชีวิตและทรัพย์สินซึ่งขณะนี้ในการสอบสวนไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นการกระทำของกลุ่มใด เป็นการสร้างสถานการณ์ของพรรคการเมืองหรือไม่


ขณะที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ยืนยันทหารไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุที่เกิดขึ้น แต่จะมีการสร้างข่าว การข่มขู่เกิดขึ้นในช่วงเลือกตั้งอีกหรือไม่ ไม่ขอคาดเดาในสิ่งที่อาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งต่อไป


ขับรถชนซ้ำคนพลังประชาชน

ขณะที่ในวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา นายยุรนันท์ ภมรมนตรี นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ ดร.ภูวนิดา คุณผลิน ผู้สมัครส.ส.พรรคพลังประชาชน เขตเลือกตั้งที่ 3 ได้พานายทศพล บันลือศิลป์ อายุ 52 ปี อาชีพรับจ้าง อยู่บ้านเลขที่ 60/93 หมู่ 5 ซอยเสนานิคม 1 หมู่บ้านเสนานิเวศน์โครงการ 2 แขวงจระเข้บัว เขตลาดพร้าว กทม. ทีมงานพรรคพลังประชาชน เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.ประทวน แมลงทับ พนักงานสอบสวน (สบ.2) สน.โชคชัย เพื่อแจ้งความหลังถูกผู้ไม่หวังดีขับรถเฉี่ยวชนได้รับบาดเจ็บ


โดยนายทศพล เป็นทีมงานของพรรคมีหน้าที่เฝ้าหีบบัตรเลือกตั้งที่เก็บไว้ที่ห้องขังของ สน.โชคชัย โดยได้เฝ้ามาตั้งมาตั้งแต่เย็นวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมาหลังจากมีการเลือกตั้งล่วงหน้า โดยจะสลับกับเพื่อรนเฝ้าในตอนกลางคืนตั้งแต่เวลา 17.00-06.00 น.


ในตอนเช้าวันที่ 19 ธันวาคม เวลาประมาณ 07.30 น. ได้ขับรถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่น มีโอ สีชมพู ทะเบียน ขงษ 878 ร้อยเอ็ด เพื่อจะกลับบ้าน โดยสวมใส่เสื้อทีมงานหาเสียงของพรรคพลังประชาชน ระหว่างทางจอดติดไฟแดงบนถนนลาดพร้าว มีรถยนต์ไม่ทราบ สี ยี่ห้อ และหมายเลขทะเบียน ขับมาชนท้ายรถจักรยานยนต์จนล้มพลิกคว่ำ นายทศพล กระเด็นไปกระแทกกับเสาไฟฟ้าข้างทาง แต่ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยเหลือ ส่วนคนขับรถคันก่อเหตุได้ขับรถหนีไป ตอนนั้นตนแค่ถลอกเท่านั้น จึงได้คว้ารถจักรยานยนต์ขับต่อเพื่อกลับบ้าน


จากนั้นนายทศพล ขับรถมาในซอยโชคชัย 4 ช่วงตัดซอยลาดพร้าว 71 ขณะจอดรถติดไฟแดง ก็ได้มีรถยนต์ไม่ทราบ สี รุ่น ยี่ห้อ และหมายเลขทะเบียน ได้แซงมาทางด้านซ้ายก่อนที่จะเฉี่ยวมือจนได้รับบาดเจ็บเส้นเลือดใหญ่ที่บริเวณนิ้วชี้ มือข้างซ้ายขาด นิ้วก้อยเป็นแผล เลือดไหลไม่หยุดต้องเข้ารักษาตัวที่ รพ.เปาโลสยาม โดยแพทย์ได้ทำการรักษา และเย็บบาดแผลจำนวน 8 เข็ม


จี้ตำรวจ-คมช.เร่งจับคนผิด

ทั้งนี้หลังจากผู้สมัครของพรรคพลังปะชาชนทราบเรื่องจึงได้นำนายทศพล เจ้าแจ่งคว่มที่ สน.โชคชัย ดังกล่าว


นายเฉลิมชัย กล่าวว่าไม่อยากให้โยงเรื่องนี้ไปเป็นเรื่องการเมือง เพราะไม่อยากถูกมองว่าสร้างสถานการณ์ ช่วงนี้ใกล้เลือกตั้งแล้วก็อยากให้ทีมงานทำงานอย่างสบายใจ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ถึงกับเลือดตกยางออก ผู้ที่ก่อเหตุนั้นถามว่ามีสำนึกของมนุษย์ที่ดีหรือไม่ การขับรถชนคนก็ควรจะลงมาช่วย มารับผิดชอบแต่กลับหนีไป


ขณะที่นายยุรนันท์ กล่าวว่า ตนไม่อยากให้มองเรื่องนี้เป็นเรื่องไร้สาระ ไม่ใช่ทำแบบไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา เนื่องจากที่ผ่านมา คมช และ ทางผู้ใหญ่ที่ทำหน้าที่ด้านความมั่นคง มองเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อย อย่างระเบิดที่ศูนย์ประสานงานพรรคพลังประชาชนเขต 3 ตำรวจก็สรุป ทั้งที่มาตรวจสอบอีกรอบ สลักระเบิดมีการถอดออกก็ทำให้เห็นว่าคนร้ายมีเจตนาทำร้าย หากมีการระเบิดขึ้นมาอาจเกิดเหตุร้ายขึ้นได้ ฝ่ายความมั่นคงควรจะออกมาดูแลเรื่องนี้ ไม่ใช่ยิ้มแสยะแล้วบอกว่าอย่าสนใจ ทำให้เรารู้สึกหว้าเหว่มาก


นายยุรนันท์ กล่าวย้ำว่า เราไม่ได้สร้างเรื่องนี้มาเพื่อให้ประชาชนสงสารและมาเลือกเรา อีกไม่กี่วันจะเลือกตั้งแล้ว เราอยากให้การดำเนินการเลือกตั้งเสร็จสิ้นอย่างราบรื่น แต่เรื่องนี้เกิดขึ้นแล้ว ทำให้ไม่รู้สึกไม่ปลอดภัย และว้าเหว่ และอยากให้จับคนผิดมาลงโทษ เพื่อที่จะได้รู้ตัวคนก่อเหตุ และทราบถึงสาเหตุว่าเกิดจากอะไร


คนบ้านเลขที่111พบสื่อมวลชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันเดียวกันนี้ ที่โรงแรมรามาการ์เด้น อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง จำนวน 13 คน ประกอบด้วย พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช นายจาตุรนต์ ฉายแสง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายปองพล อดิเรกสาร นายภูมิธรรม เวชยชัย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช นายอดิศร เพียงเกษ นายจำลอง ครุฑขุนทด นายสุธรรม แสงประทุม นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ ได้เปิดแถลงข่าวหัวข้อ คนบ้านเลขที่ 111 พบสื่อมวลชน


โดยระบุว่าอดีตกรรมกมรบริหารพรรคไทยรักไทยทุกคน แม้ว่าจะไม่สามารถมีบทบาททางการเมืองได้ แต่ทุกคนยังคงมีความรักบ้านเมือง รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ทุกประการ


พล.ต.อ.ชิดชัยกล่าวว่าอยากออกมายืนยันกับสื่อมวลชนว่าพวกเราอยากเห็นความสามัคคีปรองดอง อย่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯมีพระราชดำรัสหลายครั้ง หลายโอกาส ซึ่งถือเป็นการจุดแสงสว่างให้กับทุกคน ความเป็นประชาธิปไตยต้องแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองจะวุ่นวาย ขอให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 23 ธ.ค. เพื่อตัดสินอนาคตของประเทศ


คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า แม้พวกเราจะถูกตัดสิทธิทางการเมือง แต่ยังมีสิทธิห่วงใยบ้านเมือง จึงได้ทำการจัดตั้งเว็ปไซด์ ขึ้นมา จะมีการนำบทความของอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่วิเคราะห์วิจารณ์ และให้ข้อเสนอแนะต่อสถานการณ์บ้านเมือง มาเผยแพร่บนเว็ปไซด์ เพื่อให้ผู้มีอำนาจในขณะนี้รับไปแก้ปัญหา เจตนาของพวกเราคืออยากเห็นบ้านเมืองเดินต่อไปได้


เตือน สุริยะใสหัดรับความจริง

ด้านนายสุธรรมกล่าวว่า เรามีสิทธิโดยสมบูรณ์ที่จะบอกต่อสังคมว่าเราห่วงบ้านเมืองเช่นเดียวกัน และประชาธิปไตยจะเป็นทางออกของบ้านเมือง วันนี้ผลการเลือกตั้งออกมาอย่างไรควรยอมรับ กรณีที่ นายสุริยใส กตะศิลา เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.)ออกมาต่อต้านพรรคพลังประชาชนถือเป็นสำนึกที่ใช้ไม่ได้ เป็นการกวนน้ำให้ขุ่น การตัดสินใจของประชาชนจะเป็นสิ่งเตือนใจคนเหล่านี้เอง


นายอดิศรกล่าวว่า เท่าที่ได้ไปพบปะประชาชนปรากฏว่าให้การต้อนรับเรามากกว่าพรรคเก่าแก่บางพรรคเสียอีก การตัดสิทธิทางการเมืองนั้นเป็นการจงใจตัดสิทธิพวกเรา ซึ่งก็จะขอดิ้นรนตามพื้นฐานทางการเมืองของรัฐธรรมนูญ


นายจาตุรนต์กล่าวว่า ก่อน 19 ก.ย. 49 กลุ่มต่อต้านรัฐบาลขณะนั้นไม่เชื่อรัฐธรรมนูญ ไม่เชื่อถือการเลือกตั้ง ไม่ไว้ใจกกต.ในขณะนั้น แต่เมื่อมีการยึดอำนาจกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและคมช.มีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ อีกทั้งกกต.ชุดนี้ คมช.ก็เป็นผู้แต่งตั้งเอง ดังนั้นจึงไม่เหตุผลที่จะไม่เชื่อถือการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ควรมาประกาศล่วงหน้าว่าถ้าพรรคนั้น พรรคนี้ ชนะแล้วจะเคลื่อนไหวต่อต้าน


จ้องเล่น“ทักษิณ”สนช.ผ่านฉลุยสัญญาข้ามชาติ

สนช. พิจารณาเป็นวาระด่วน เห็นชอบให้ลงนามในอนุสัญญาต่อต้านทุจริต หวังเป็นช่องทางนำตัว “ทักษิณ กลับมาขึ้นศาลไทย นิตย์ ระบุถือเป็นความก้าวหน้าในเวทีต่างประเทศ พร้อมผลักดันเร่งออกกฎหมาย 3 ฉบับรองรับ


การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในช่วงเช้าวันที่ 19 ธันวาคม ที่ผ่านมา พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์ รองประธาน สนช. คนที่ 1 ได้นั่งทำหน้าที่ประธาน โดยที่ประชุมมีการพิจารณาเรื่องด่วน การให้ความเห็นชอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ.2003 ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ


นายนิตย์ พิบูลสงคราม รมว.ต่างประเทศ กล่าวชี้แจงว่า เรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่นได้สร้างความเสียหายและชื่อเสียงของประเทศ ดังนั้นการที่ไทยจะเข้าไปเป็นภาคีในอนุสัญญาถือว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งที่ดีในเวทีต่างประเทศ เพื่อร่วมมือในการต่อต้านการทุจริต


ทั้งนี้ จะต้องมีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา คือ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขประมวลกฎหมายอาญาเพิ่มเติม ฐานความผิดเรื่องการให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐในต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต หรือสินบนข้ามชาติ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา ที่เกี่ยวกับอายุความ โดยให้หยุดอายุความในกรณีที่ผู้ต้องหาหลบหนีไปต่างประเทศ เมื่อกลับมาดำเนินคดีก็ให้นับอายุความ


และร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมความร่วมมือระหว่างประเทศทางอาญา พ.ศ.2535 เพิ่มเติมหลักการการติดตาม อายัด ยึดทรัพย์ ริบทรัพย์ ผู้ต้องหาที่นำออกไปไว้ที่ต่างประเทศ ตามมูลค่าที่ทุจริต ซึ่งทั้ง 3 ฉบับ ทางกระทรวงยุติธรรมได้กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้ รัฐบาลจะสามารถดำเนินการตามอนุสัญญาได้


ด้าน นายสุจิต บุญบงการ รองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ กล่าวว่า กรรมาธิการฯ ได้ศึกษาร่างอนุสัญญาแล้ว พบว่าอาชญากรข้ามชาติมีคดีหลายประเภท ซึ่งอนุสัญญาดังกล่าวมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการดำเนินการของภาครัฐและเอกชน ที่จะดำเนินการเกี่ยวกับการได้มาซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด การฟอกเงิน ปัญหาการทุจริต ซึ่งเชื่อว่าหากออกกฎหมายทั้ง 3 ฉบับและมีการลงสัตยาบันแล้ว จะสามารถดำเนินการตามพันธกิจในการปราบปรามการทุจริตได้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกหลายคน เช่น นายโคทม อารียา นายสมหมาย ปาริจฉัตต์ นายสมชาย แสวงการ นายภัทระ คำพิทักษ์ ได้อภิปรายสนับสนุนการลงสัตยาบันในอนุสัญญาดังกล่าว แต่ได้ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการยึดทรัพย์ อายัดทรัพย์ผู้ที่กระทำความผิดการฟอกเงิน เรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดนและการฟอกเงิน โดยได้หยิบยกกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าจะสามารถติดตามยึดทรัพย์หรืออายัดทรัพย์ที่ยักย้ายถ่ายโอนไปยังบริษัทการเงินต่างประเทศ เช่น ที่เกาะบริติชเวอร์จิ้น หรือบางประเทศในกลุ่มอาเซียน การทำธุรกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมาย และจะสามารถใช้อนุสัญญาดังกล่าวเกี่ยวกับการส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้หรือไม่


นอกจากนี้ ในคดีบีบีซี ที่รัฐบาลไทยไม่สามารถนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษและตามยึดทรัพย์สิน จะยังใช้อนุสัญญาในการดำเนินการได้หรือไม่


นายนิตย์ ชี้แจงว่า การส่งผู้ร้ายข้ามแดนเป็นประเด็นที่รัฐบาลจะต้องตกลงกับประเทศคู่กรณี ซึ่งประเทศได้มีการทำสนธิสัญญาการส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับ 10 ประเทศ โดยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้น ทั้ง 2 ประเทศที่เป็นคู่กรณีจะต้องมีประมวลกฎหมายอาญาที่สอดคล้องกันด้วย และถึงไม่มีกฎหมายที่ไม่สอดคล้อง ก็สามารถที่จะเจราต่อรองกันได้


ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ในเรื่องของการส่งตัวมาดำเนินคดีในประเทศไทย ในเรื่องนี้ต้องมีการหารือกับประเทศนั้นโดยใช้วิธีการฑูต แต่ในเรื่องการลงสัตยาบันในอนุสัญญา เป็นการเสริมสร้างการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นให้มีประสิทธิภาพได้ นอกจากนี้ การเจรจาจะต้องผ่านวิธีการฑูต โดยกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ต้องกระทำเช่นเดียวกัน


ในที่สุด ที่ประชุมได้ลงมติให้ความเห็นชอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ.2003 ด้วยคะแนน 136 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง จากนั้นได้มีมติเลื่อนการพิจารณาให้ความเห็นชอบการสมัครเข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงปารีส ว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินอุตสาหกรรม และสนธิสัญญาว่าด้วยความร่วมมือด้านสิทธิบัตร โดยที่ประชุมเห็นว่าควรจะพิจารณากฎหมายที่ค้างการพิจารณาให้เสร็จก่อน


อนึ่ง ก่อนหน้านี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 18 ธันวาคม ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบอนุมัติตามที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เสนอทั้ง 3 ข้อ ดังนี้


1.ให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการให้สัตยาบันให้ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาอาเซียน ว่าด้วยการต่อต้านการก่อการร้าย (ASEAN Convention on Counter Terrorism – ACCT)


2.ให้ศูนย์ประสานความร่วมมือต่อต้านการก่อการร้ายสากลและอาชญากรรมข้ามชาติ (ศกอช.) สังกัดสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นหน่วยงานประสานงานกลางของประเทศไทย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือภายใต้อนุสัญญาตามข้อ 15 ของอนุสัญญาฯ


3.ให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นหน่วยงานดำเนินการแจ้งภาคีที่เกี่ยวข้อง กรณีมีการจับกุมตามข้อ 8 วรรค 6 ของอนุสัญญาฯ


หาบเร่สนามหลวงบ่นไม่เอามัชฌิมา

ผู้ค้าหาบเร่ที่ท้องสนามหลวง พูดถึงพรรคมัชชิมาธิปไตยในแง่ลบ โดยเฉพาะ ส.ส.บางคน ขณะที่ ตำรวจ เทศกิจ ยังคุมเข้มรักษาความปลอดภัยเวทีปราศรัย

ประชาชนยังเข้าร่วมฟังการปราศรัยใหญ่ของพรรคมัชฌิมาธิปไตย ที่บริเวณท้องสนามหลวงตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมาโดยส่วนใหญ่ผู้ที่เข้าร่วมัการปราศรัยได้เดินทางมาจากหลายจังหวัดเพื่อมารอผู้สมัครส.ส.แต่ละเขต ขึ้นปราศรัยบนเวที ขณะที่พ่อค้า แม่ค้า บางคนที่ขายของอยู่บริเวณดังกล่าวได้มีการพูดถึงพรรคมัชฌิมาธิปไตยในแง่ลบ โดยเฉพาะผู้สมัครส.ส.บางคนในพรรค ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเทศกิจได้เข้าดูแลรักษาความปลอดภัยอยู่บริเวณโดยรอบพื้นที่การปราศรัยอย่างเข้มงวด วันนี้เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นเช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ของพรรคมัชฌิมาธิปไตยที่คอยร่วมสังเกตการณ์ด้วย

จาก INN NEWS

"เฉลิม" ปัดทาบ ชท. คุยส่วนตัวไม่เกี่ยวกับ พปช.

นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้สมัครส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 6 ได้เดินทางไปช่วยลูกพรรคหาเสียงที่ หน้าตลาดเทศบาลตำบลเจ้าเจ็ด อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา โดยร.ต.อ.เฉลิม ได้กล่าวถึงกระแสข่าวการจับขั้วตั้งรัฐบาลกับพรรคชาติไทย ว่า "ตนได้มีการพูดคุยกับพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ซึ่งพล.ต.สนั่นก็ได้สอบถามว่า พลังประชาชนน่าจะได้ส.ส.กี่ที่นั่ง ซึ่งในส่วนของพรรคชาติไทยนั้น น่าจะได้ไม่ต่ำกว่า 50 ที่นั่ง ซึ่งหาก 2 พรรครวมกันน่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลในจำนวนเสียงที่มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า การพูดคุยดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับพรรคแต่อย่างใด เป็นการพูดคุยส่วนตัวระหว่างตน กับ พล.ต.สนั่นเท่านั้น ซึ่งสุดท้ายการเลือกพรรคใดมาร่วมจัดตั้งรัฐบาลนั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของกรรมการบริหารพรรค และตนก็ไม่ได้มีตำแหน่งอะไรในพรรคจึงไม่สามารถตัดสินใจได้"

ส่วนกรณีการเก็บรักษาหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่รู้สึกกังวล เพราะมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องน่าจะมีวิจารณญาณ พร้อมทั้งปฎิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นกรณีเหตุระเบิดที่ศูนย์อำนวยการการเลือกตั้งพรรคพลังประชาชน

ทั้งนี้นายสมัคร และร.ต.อ.เฉลิม ได้เดินทางไปเปิดปราศรัยต่อที่ หน้าศาลากลางใหม่ จ.นนทบุรี ในเวลา 19.00 น.


จาก PTV NEWS

ปธ.ศาลฎีกา ให้ผู้พิพากษายึดพระบรมราโชวาท

นายวิรัช ลิ้มวิชัย ประธานศาลฎีกา ได้ออกหนังสือเวียนถึงผู้พิพากษา สำนักงานศาลยุติธรรมทุกคน เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ให้น้อมนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานในวโรกาสที่ประธานศาลฎีกา นำผู้พิพากษาประจำศาล สำนักงานศาลยุติธรรม จำนวน 128 คน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม มาเป็นแนวทางปฏิบัติและการดำรงตนต่อไป

จาก http://www.matichon.co.th/matichon/matichon.php

คตส.ออกสมุดปกเหลืองใบตองแห้ง สรุปผลการทำงาน 1 ปี


สตง. 19 ธ.ค.- คตส.พิมพ์สมุดปกเหลือง ชี้แจงการทำงานรอบ 1 ปี ระบุรัฐบาลไทยรักไทยทำชาติเสียหาย 1.8 แสนล้านบาท “สัก” แจง คตส.ทำงานประสบความสำเร็จหรือไม่ ต้องรอคดีในศาลชี้ขาด จี้อดีตนายกรัฐมนตรีหนีศาลทำให้คดีล่าช้า

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าในการทำงานของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ว่า ล่าสุด คตส. ได้จัดพิมพ์หนังสือปกเหลือง สรุปผลการทำงานในรอบ 1 ปี จำนวน 50,000 เล่ม เพื่อเตรียมแจกจ่ายให้กับประชาชน ในวันที่ 20 ธันวาคมนี้ ซึ่งเป็นช่วงก่อนการเลือกตั้ง 23 ธันวาคม โดยหนังสือปกเหลือง มีหน้าปกเป็นรูปใบตองแห้ง มีการรายงานความคืบหน้าและความเสียหายในคดีต่าง ๆ ซึ่งจากการคำนวณพบว่า มูลค่าความเสียหายที่รัฐได้รับเป็นเงินรวมประมาณ 184,872,773,752 บาท โดยบางคดียังไม่มีการระบุค่าความเสียหายเอาไว้ ดังนั้น หากรวมทุกคดีจะมีตัวเลขความเสียหายมากกว่านี้

นอกจากนี้ ยังตีพิมพ์คำให้สัมภาษณ์ของนายสัก กอแสงเรือง โฆษก คตส. ด้วยว่า ปัญหาการทำงานของ คตส. มีทั้งหน่วยงานราชการส่วนใหญ่เกียร์ว่าง ไม่ให้ความร่วมมือ แม้แต่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ก็ไม่ให้ความร่วมมือกับ คตส.เท่าที่ควร เช่น การไม่ออกเป็นมติ ครม.ในการสั่งให้หน่วยงานรัฐให้ความร่วมมือกับ คตส. และยังได้แสดงความข้องใจกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ไม่กล้ากลับมาต่อสู้คดีในประเทศไทย โดยระบุว่า ถ้าไม่ผิดอย่างที่พูด พยานหลักฐานไปไม่ถึง ทำไมไม่กล้ากลับมาต่อสู้ ที่เกิดปัญหาในขณะนี้เนื่องจากมีการจ้างล็อบบี้ยิสต์ จ้างทนายความทั้งในและต่างประเทศไปสร้างความเสียหายให้กับประเทศในต่างประเทศมากมาย

หนังสือระบุว่า คนที่บอกว่ารักชาติ รักประเทศ รักสถาบันสูงสุด แต่ที่ได้กระทำไปทำให้ไม่แน่ใจว่ารักประเทศจริงหรือเปล่า หรือรักทรัพยากรและสัมปทานของประเทศมากกว่า ซึ่งในช่วงหลังก็ให้ทนายมาพูดว่าสมานฉันท์เถอะ จะได้กลับมาต่อสู้คดี ให้เลิกแล้วกันไป ขอกันกินมากกว่านี้ คำนี้สะกิดใจตน เพราะคตส.เลิกไม่ได้ ประนีประนอมกับใครไม่ได้ ผิดก็ผิด ถูกก็ถูก สำนวนอย่างไรเป็นอย่างนั้น สื่อมวลชนมักจะถามว่า ถ้าอดีตนายกรัฐมนตรีกลับมา กระทบงาน คตส.หรือไม่ คตส. กลัวหรือไม่ ขอชี้แจงว่า คตส. ไม่กลัว เพราะสำนวนทุกสำนวนของ คตส. ประกอบด้วยพยานหลักฐาน เอกสาร ข้อมูล ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายชัดเจน ถ้าไม่ชัดเจน เราไม่ส่งฟ้อง คำถามว่าจะลงโทษผู้กระทำผิดได้หรือไม่ เนื่องจากคดีของ คตส.ศาลยังไม่ตัดสิน ผมก็ตอบไม่ได้ ผมเลยย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า สมัยคดีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 3 คน เคยคิดไหมว่า กกต. จะติดคุก จะเจอชะตากรรมอย่างนี้ แต่ถ้าพยานหลักฐานชัดเจน เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นได้อีกอย่างแน่นอน

หนังสือระบุอีกว่า คตส.ยังไม่พอใจงานที่ตัวเองทำ เพราะไม่เป็นไปตามเป้าหมายเกิดจากเกียร์ว่าง การสนับสนุนไม่เต็มที่ การประวิงเลื่อนแล้วเลื่อนอีก คะแนนที่ท่านให้มาเป็นเพียงคะแนนกลางเทอมเท่านั้น ยังไม่ใช่สอบไล่ปลายปี คะแนนสอบไล่ปลายปี ผลงานของเรารอการประเมินจากศาล แต่อย่างน้อย 2 คดีที่ออกไป อัยการฟ้อง ศาลอาญารับฟ้อง คดีไปศาลฎีกา อัยการฟ้อง ศาลรับฟ้อง ตามสำนวนของ คตส. อย่างน้อยสำนวนของ คตส.สอบผ่าน ส่วนที่ทนายของอดีตนายกรัฐมนตรีบอก คตส. ไม่มีผลงาน เพราะกล่าวหาอดีตนายกฯ ทำผิด 1 ปีแล้ว ยังไม่มีคำพิพากษาว่าทำผิดนั้นเป็นเรื่องที่เกิดจากอดีตนายกรัฐมนตรี หนีศาล ไม่ใช่ความผิด คตส. ถ้ามาสู้คดีอาจจะมีคำพิพากษาแล้วก็ได้ แต่นี่หนีศาลแล้วยังมาพูดอีกว่ายังไม่มีคำพิพากษาตัดสินกระทำผิดเลย ถ้าไม่ผิด ทำไมไม่กลับมาต่อสู้คดี.

จาก สำนักข่าวไทย

กกต.ถกเอาผิด'ประแสง'แพร่วีซีดีทักษิณ

กกต. เตรียมประชุมเอาผิด "ประแสง มงคลศิริ" แพร่วีซีดี อดีตนายกฯทักษิณ ในการหาเสียงที่ จ.อุทัยธานี บ่ายนี้ ยัน ยังไม่สามารถสรุปโทษรุนแรงถึงขั้นยุบพรรคหรือไม่



นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เปิดเผยว่า ในวันนี้ ที่ประชุม กกต.จะมีการเสนอพิจารณาเรื่อง นายประแสง มงคลศิริ ผู้สมัคร ส.ส.จากพรรคพลังประชาชน จังหวัดอุทัยธานี ที่หาเสียงโดยนำวีซีดี ที่มีภาพและเสียง อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาใช้ ซึ่งทาง กกต.ได้แจ้งข้อหา และถือว่าได้ทำครบตามขั้นตอนทั้งหมดแล้วนั้น มาเสนอต่อประธาน กกต.เพื่อพิจารณา

อย่างไรก็ตาม นายสุทธิพล กล่าวต่อว่า การพิจารณาโทษนั้น คงต้องดูว่าความผิดว่าเข้ามาตราไหน และหลักฐานที่มีปรากฏนั้นมีความน่าเชื่อว่าจะเข้าข่ายความผิดถึงขั้นต้องออกใบแดงหรือไม่ ส่วนความผิดจะถึงพรรคหรือไม่นั้น ก็คงต้องพิจารณาจากหลักฐานว่าชี้ถึงความเกี่ยวโยง หรือเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองนั้นๆหรือไม่ด้วยเช่นกัน


โทรศัพท์มือถือแก้จน

เขียนเรื่องการเมืองมาหลายวันชักเบื่อเหมือนกัน วันนี้ผมจะเขียน เรื่อง “โทรศัพท์มือถือ” ครับ สัปดาห์ที่แล้วผมเก็บข่าวที่ คุณวิกรมศรีประทักษ์ ซีอีโอค่ายโทรศัพท์มือถือยักษ์ใหญ่ AIS ที่ออกมาแถลงถึงสภาพตลาดมือถือในปีหน้า 2551 ว่า เมืองไทยจะมียอดผู้ใช้ โทรศัพท์มือถือเพิ่มเป็น 64 ล้านราย เท่ากับ 100 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรทั้งหมด

พูดง่ายๆก็คือ ในปีหน้าจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในเมืองไทย จะมียอดรวม 64 ล้านเบอร์เท่ากับจำนวนประชากร เฉลี่ยเท่ากับ 1 คนต่อ 1 เบอร์

บางคนฟังแล้วอาจจะร้องโอ้โห นึกไปถึงใครบางคนที่ร่ำรวยจากโทรศัพท์มือถือ ความจริงแล้วตัวเลขนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรแต่คนไทยอาจจะไม่คุ้นเคย

ในเมืองนอกโดยเฉพาะประเทศยุโรป ยอดของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือมีมากกว่าจำนวนประชากรมานานหลายปีแล้ว หลายประเทศสูงกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะแต่ละคนมีโทรศัพท์มือถือหลายเบอร์ เพื่อใช้ในการติดต่อทำธุรกิจ

นี่คือสภาพของโลกอนาคตที่คนไทยกำลังจะก้าวไปเช่นกัน

เมื่อวานนี้ก็มีตัวเลขจากสหรัฐฯบอกว่า ยอดผู้ใช้โทรศัพท์มือถือใน สหรัฐฯ แซงหน้าโทรศัพท์พื้นฐานแบบมีสายไปไกลโขแล้ว ผู้ใช้โทรศัพท์พื้นฐานแบบมีสายมีอยู่ 170 ล้านราย แต่ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือมีถึง 250 ล้านราย จากจำนวนประชากรทั้งประเทศ 300 ล้านคน และค่าใช้โทรศัพท์มือถือก็แซงหน้าค่าใช้ โทรศัพท์พื้นฐานเช่นกัน

แม้จะมีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากร แต่คนไทยก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากโทรศัพท์มือถือมากนัก ส่วนใหญ่ ใช้แค่พูด ส่งเอสเอ็มเอส โหลดภาพโหลดเพลง ไม่ได้ใช้ทำธุรกิจเท่าไร

เพราะเทคโนโลยีระบบโทรศัพท์มือถือของไทยยังล้าหลัง ยังอยู่แค่ 2 จี และ 2 จีครึ่ง เนื่องจากทางการ (ใครก็ไม่รู้) มัวแต่กลัวว่าคนโน้นคนนี้จะรวย ก็เลยกั๊กใบอนุญาตเทคโนโลยี 3 G เอาไว้ ไม่ยอมออกใบอนุญาตให้ใคร

ท่านผู้อ่านเชื่อไหมครับ เทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือวันนี้ ไทยเรา“แพ้เขมร” ไปแล้ว เพราะเขมรมีโทรศัพท์มือถือระบบ 3 จี ไปร่วมสองปีแล้ว วิสัยทัศน์ของผู้นำเขมรก้าวไกลกว่าผู้นำไทยเยอะ

ช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงอำนาจใหม่ๆ ก็มีการขุดคุ้ยกันว่า อดีตผู้นำที่ร่ำรวยจากโทรศัพท์มือถือ เอาเงินหลวงไปปล่อยให้ชาวรากหญ้ากู้ผ่านกองทุนหมู่บ้านเพื่อให้ชาว รากหญ้าเอาเงินไปซื้อโทรศัพท์มือถือ

วันนี้ผมมีข้อมูลจากคอลัมน์ เวิร์ล เอ็กซ์คลูซีฟ ในวารสาร “การเงินธนาคาร” ฉบับเดือนธันวาคม นำมาเล่าสู่กันฟัง

เขาเล่าว่า โครงการที่กำลังฮิตมากๆ ในหลายประเทศใน “ทวีปแอฟริกา” ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นทวีปที่มีแต่คนยากจนก็คือ “โครงการโทรศัพท์ มือถือหมู่บ้าน” ซึ่งช่วยให้ชาวบ้านมีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น

ใครจะเชื่อว่า เงินกู้ micr-finance หรือสินเชื่อรายย่อยมากๆ ที่แบงก์ปล่อยกู้ควบคู่กับบริษัทมือถือ ซึ่งไปช่วยจัดการติดตั้งโทรศัพท์ให้แก่ครัวเรือนที่ต้องการ ทำหน้าที่เป็นโอเปอเรเตอร์ประจำหมู่บ้าน จะช่วยให้ครัวเรือนในละแวกนั้นทำธุรกิจติดต่อค้าขายหรือ ติดต่อเรื่องอื่นๆได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ทำมาหากินคล่องตัว การ รักษาพยาบาลก็ดีขึ้น เพราะการสื่อสารไปทั่วถึง รู้ข่าวสาร รู้ราคาพืชผล

ด้วยเงินลงทุนเล็กๆน้อยๆ แต่ครัวเรือนที่ลงทุนทำธุรกิจโทรศัพท์ มือถือ กลับสามารถคืนทุนได้ภายในเวลาไม่ถึง 4 เดือน เพราะชาวบ้านใช้ บริการกันเยอะ ดีกว่าต้องเดินเป็นกิโลไปใช้โทรศัพท์พื้นฐานของรัฐบาล

ผมนำตัวอย่างเล็กน้อยนี้มาเล่า เพื่อให้เห็นว่า เทคโนโลยีช่วยแก้ปัญหาความยากจนได้จริง มีคนอีกมากที่ไม่เข้าใจ เหมือนเรื่อง E-Commerce ที่ผมเขียนบ่อยๆ เพราะอยากเห็นเอสเอ็มอีไทยไปอินเตอร์ โดยไม่ต้องลงทุนมากนัก.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

จาก คอลัมน์ หมายเหตุประเทศไทย